<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>กลุ่มชาติพันธุ์กับการติดเหล้า Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/กลุ่มชาติพันธุ์กับการต/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:02:03 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>กลุ่มชาติพันธุ์กับการติดเหล้า Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/กลุ่มชาติพันธุ์กับการต/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>ลากจุดเชื่อมโยงปัญหาการติดเหล้าในกลุ่มชาติพันธุ์: นโยบายไม่สอดรับ – นักวิจัยไร้ทุน – พลเมืองชั้นสาม</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/alcoholics-in-ethnic-group/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=alcoholics-in-ethnic-group</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Mar 2021 03:49:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มชาติพันธุ์กับการติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ความเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวลาหู่]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวอาข่า]]></category>
		<category><![CDATA[ธวัชชัย อภิเดชกุล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3641</guid>

					<description><![CDATA[<p>“การกำหนดนโยบายของภาครัฐไม่ว่าหน่วยงานไหนหรือเรื่องอะไรก็ตามควรจะยึดโยงกับข้อค้นพบที่แท้จริง” ข้างต้นคือข้อเสนอเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายเลิกเหล้าของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย อภิเดชกุล รองคณบดีสำนักวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ในฐานะนักวิชาการในพื้นที่ซึ่งทำงานวิจัยเกี่ยวกับพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์มานานนับสิบปี โดยเฉพาะพี่น้องชาวอาข่าและลาหู่ ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ธวัชชัยย้ำชัดว่า หากจะแก้ปัญหาการดื่มเหล้าในกลุ่มชาติพันธุ์ เราจำเป็นที่เราต้องเข้าใจ ‘ข้อค้นพบที่แท้จริง’ เหล่านั้นเสียก่อน เพราะสำหรับธวัชชัย การดื่มเหล้าเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งโดยมีฐานมาจากความเชื่อและความแร้นแค้นในชีวิต การจะเริ่มทำความเข้าใจปัญหาการดื่มเหล้าในกลุ่มชาติพันธุ์จึงต้องเข้าใจฐานของภูเขาน้ำแข็งเสียก่อน &#160;   2 ปัจจัย 1 จุดเปลี่ยน – ภาพกว้างของวิวัฒนาการการดื่มเหล้าในกลุ่มชาติพันธุ์   &#8220;ปัจจัยทางสังคมวัฒนธรรมเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งจะเกี่ยวโยงกับการดื่มสุราด้วย แต่ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นในกลุ่มผู้สูงวัย&#8221; ธวัชชัยอธิบายเพิ่มเติมว่า การจัดพิธีกรรมซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญคือ สุราหรือเหล้า คือจุดเริ่มต้นของการดื่มสุรา ซึ่งในแต่ละรอบปี ทั้งชาวลาหู่และชาวอาข่าจะมีพิธีกรรมหลากหลายรูปแบบ แต่ในทุก ๆ รูปแบบจะเกี่ยวโยงกับการใช้เหล้าเสมอ (อ่านเพิ่มเติม : สำรวจความสัมพันธ์ของชาติพันธุ์ พิธีกรรมกับความเมามาย) และใช่ มันเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้คนติดสุรา แต่อีกหนึ่งข้อค้นพบในฐานะนักวิจัยในพื้นที่ ธวัชชัยพบว่า ‘ความแร้นแค้น’ เป็นสิ่งกระตุ้นให้วัฒนธรรมการดื่มเหล้ายังคงอยู่ในหมู่ชาวชาติพันธุ์ &#8220;การที่ครอบครัวไม่สามารถหาเงินได้เพียงพอกับการดำรงชีวิตทำให้เกิดความแตกแยกขึ้น ระหว่างสามีภรรยา ส่วนคนในครอบครัวก็พูดคุยกันได้ไม่สนุก ตรงนี้ทำให้ผมมองเห็นได้ชัดเจนเลยว่า ทำไมชาวอาข่าหรือลาหู่จึงดื่มเหล้า&#8221; ถ้าพูดให้ชัดเจน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcoholics-in-ethnic-group/">ลากจุดเชื่อมโยงปัญหาการติดเหล้าในกลุ่มชาติพันธุ์: นโยบายไม่สอดรับ – นักวิจัยไร้ทุน – พลเมืองชั้นสาม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p><em>“การกำหนดนโยบายของภาครัฐไม่ว่าหน่วยงานไหนหรือเรื่องอะไรก็ตามควรจะยึดโยงกับข้อค้นพบที่แท้จริง”</em></p></blockquote>
<p>ข้างต้นคือข้อเสนอเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายเลิกเหล้าของ <strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย อภิเดชกุล</strong> รองคณบดีสำนักวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง</p>
<p>ในฐานะนักวิชาการในพื้นที่ซึ่งทำงานวิจัยเกี่ยวกับพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์มานานนับสิบปี โดยเฉพาะพี่น้องชาวอาข่าและลาหู่ ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ธวัชชัยย้ำชัดว่า หากจะแก้ปัญหาการดื่มเหล้าในกลุ่มชาติพันธุ์ เราจำเป็นที่เราต้องเข้าใจ ‘ข้อค้นพบที่แท้จริง’ เหล่านั้นเสียก่อน</p>
<p>เพราะสำหรับธวัชชัย การดื่มเหล้าเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งโดยมีฐานมาจากความเชื่อและความแร้นแค้นในชีวิต การจะเริ่มทำความเข้าใจปัญหาการดื่มเหล้าในกลุ่มชาติพันธุ์จึงต้องเข้าใจฐานของภูเขาน้ำแข็งเสียก่อน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="alignnone size-full wp-image-3653" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/Picture2.jpg" alt="" width="1003" height="702" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/Picture2.jpg 1003w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/Picture2-300x210.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/Picture2-768x538.jpg 768w" sizes="(max-width: 1003px) 100vw, 1003px" /></p>
<p><strong> </strong></p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>2 ปัจจัย 1 จุดเปลี่ยน – ภาพกว้างของวิวัฒนาการการดื่มเหล้าในกลุ่มชาติพันธุ์</strong></h2>
<p><strong> </strong></p>
<p>&#8220;ปัจจัยทางสังคมวัฒนธรรมเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งจะเกี่ยวโยงกับการดื่มสุราด้วย แต่ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นในกลุ่มผู้สูงวัย&#8221;</p>
<p>ธวัชชัยอธิบายเพิ่มเติมว่า การจัดพิธีกรรมซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญคือ สุราหรือเหล้า คือจุดเริ่มต้นของการดื่มสุรา ซึ่งในแต่ละรอบปี ทั้งชาวลาหู่และชาวอาข่าจะมีพิธีกรรมหลากหลายรูปแบบ แต่ในทุก ๆ รูปแบบจะเกี่ยวโยงกับการใช้เหล้าเสมอ <a href="https://alcoholrhythm.com/ethnicity-belief-and-drinking/">(อ่านเพิ่มเติม : สำรวจความสัมพันธ์ของชาติพันธุ์ พิธีกรรมกับความเมามาย)</a></p>
<p>และใช่ มันเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้คนติดสุรา</p>
<p>แต่อีกหนึ่งข้อค้นพบในฐานะนักวิจัยในพื้นที่ ธวัชชัยพบว่า ‘ความแร้นแค้น’ เป็นสิ่งกระตุ้นให้วัฒนธรรมการดื่มเหล้ายังคงอยู่ในหมู่ชาวชาติพันธุ์</p>
<p>&#8220;การที่ครอบครัวไม่สามารถหาเงินได้เพียงพอกับการดำรงชีวิตทำให้เกิดความแตกแยกขึ้น ระหว่างสามีภรรยา ส่วนคนในครอบครัวก็พูดคุยกันได้ไม่สนุก ตรงนี้ทำให้ผมมองเห็นได้ชัดเจนเลยว่า ทำไมชาวอาข่าหรือลาหู่จึงดื่มเหล้า&#8221;</p>
<p>ถ้าพูดให้ชัดเจน เราจะเห็นภาพความรุนแรงจากการดื่มเหล้า หรือแม้แต่การเริ่มต้นดื่มเหล้าได้บ่อยในกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีรายได้น้อย และจะเจอน้อยลงในกลุุ่มชาติพันธุ์ที่มีรายได้มากขึ้น โดยในที่นี้ ชาวลาหู่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีรายได้น้อยกว่ากลุ่มอื่น รองลงมาคือชาวอาข่า</p>
<p>เมื่อเป็นเช่นนี้ เราจึงมักจะพบภาพของการดื่มเหล้าในกลุ่มชาวลาหู่ได้ทั่วไป ไม่ว่าจะในผู้ชายหรือผู้หญิง แต่ในกลุ่มชาวอาข่า ภาพเหล่านี้จะปรากฏในหมู่ผู้ชายมากกว่า ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากโครงสร้างสังคมชายเป็นใหญ่ ซึ่งธวัชชัยสรุปว่า การที่ผู้ชายออกไปกินเหล้าหรือเที่ยวข้างนอกไม่ถือว่าเป็นความผิดในมุมมองของชาวอาข่า แต่ไม่ใช่สำหรับผู้หญิง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ธวัชชัยสรุปว่า การดื่มสุรากับปัจจัยด้านเศรษฐกิจเกี่ยวข้องกันอย่างไม่ต้องสงสัย ถ้าพูดให้ชัดขึ้น เราอาจพูดได้ว่า ความเชื่อเป็นฉากหลัง โดยมีความแร้นแค้นเป็นปัจจัยหนุนเสริม แต่จุดเปลี่ยนในกลุ่มชาวอาข่าอย่างหนึ่งที่ต้องพูดถึงอย่างเลี่ยงไม่ได้คือ ศาสนา</p>
<p>“ถ้าเราเห็นผู้หญิงชาวอาข่าในหมู่บ้านหนึ่งกำลังดื่มเหล้า เราสามารถสันนิษฐานได้เลยว่า เขานับถือศาสนาคริสต์และต้องเป็นนิกายคาทอลิกด้วย”</p>
<p>แต่เดิม ชาวอาข่านับถือศาสนาดั้งเดิมตามบรรพบุรุษ ซึ่งผู้หญิงจะไม่นิยมกินเหล้า แต่ชาวอาข่าหลายกลุ่ม หลายหมู่บ้าน เปลี่ยนจากศาสนาดั้งเดิมมานับถือศาสนาคริสต์ ซึ่งแบ่งเป็นนิกายโปรเตสแตนต์และนิกายคาทอลิก จากการทำงานวิจัยของธวัชชัยพบว่า กลุ่มนิกายโปรเตสแตนต์จะไม่ดื่มเหล้า แต่จะพบการดื่มเหล้าได้ในกลุ่มนิกายคาทอลิก</p>
<p>ทว่าไม่ว่าจะเป็นความเชื่อ ความแร้นแค้น หรือปัจจัยอื่นใดอีกหลายอย่างที่ทำให้การดื่มเหล้ากลายเป็นภาพที่พบเห็นได้อย่างทั่วไป แต่ผลพวงที่ร้ายกาจที่สุดจากการดื่มเหล้าคือ ความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งถูกทำให้เป็น ‘เรื่องปกติ’</p>
<p>“เราพบว่าเด็กผู้หญิงอายุต่ำกว่า 14 ปีและผู้ที่อายุเกิน 60 ปี ล้วนได้รับผลกระทบจากผู้ดื่มสุราทั้งสิ้น เช่น ผู้สูงอายุจะโดนไล่ออกจากบ้าน เด็กจะโดนบังคับให้ดื่มเหล้า ไปยืมของไปซื้อของ ถ้าเป็นผู้หญิงก็จะโดนทุบตีและคุกคามทางเพศ ซึ่งภาพเหล่านี้จะเจอได้ทั้งในชนเผ่าอาข่าและลาหู่”</p>
<p>อีกภาพที่ธวัชชัยได้จากการสัมภาษณ์เชิงลึกคือ อุบัติเหตุที่เกิดจากการดื่มสุรา ซึ่งร้ายแรงขนาดที่บางรายถึงขั้นเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต แต่สิ่งเหล่านี้ก็ยังคงถูกมองเป็น ‘เรื่องปกติ’</p>
<p>“ภาพความรุนแรงหรือผลกระทบจากการดื่มสุราเป็นภาพจากฝั่งนักวิชาการ แต่ในภาพของประชาชนกลับไม่ค่อยเห็นภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้น หรือไม่ได้เข้าใจเลยว่าการดื่มสุราจะมีผลกระทบต่อเขาอย่างไร”</p>
<p>เหตุผลเพราะมีกำแพงบางอย่างซึ่งปิดกั้นพวกเขาเอาไว้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-3652 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/Picture1.jpg" alt="" width="790" height="593" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/Picture1.jpg 790w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/Picture1-300x225.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/Picture1-768x576.jpg 768w" sizes="(max-width: 790px) 100vw, 790px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>3 ตัวละคร กับ กำแพงที่มองไม่เห็น: </strong><strong>นโยบายไม่สอดรับ </strong><strong>– นักวิจัยไร้ทุน – พลเมืองชั้นสาม</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากเราถอยออกมาจากปัญหาแล้วกวาดสายตามองทั้งหน้ากระดาน เราจะพบตัวละครสำคัญในเรื่องนี้ ทั้งตัวรัฐซึ่งเป็นผู้ออกนโยบาย ตัวนักวิจัยในฐานะผู้ค้นหาข้อเท็จจริง และกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ในฐานะพลเมืองชั้นสาม ซึ่งธวัชชัยอธิบายว่า:</p>
<p>“หน่วยงานของรัฐไม่เคยเปิดใจพูดถึงประเด็นปัญหาของกลุ่มประชากรนี้ เขาไม่ได้ให้ความสนใจและความสำคัญเลย รัฐมองว่าปัญหาสุราและอุบัติเหตุเกิดขึ้นทั่วประเทศและเป็นปัญหาใหญ่ในทุกกลุ่ม ดังนั้น กลุ่มประชากรชาติพันธุ์จึงไม่ได้รับความสนใจในเรื่องนี้”</p>
<p>เรื่องการดื่มเหล้าของกลุ่มชาติพันธุ์จึงกลายเป็นปัญหารองทันที เพราะปัญหาแรกคือเรื่องความเป็นอยู่ สถานภาพทางเศรษฐกิจ ครอบครัว และทักษะการมีชีวิตครอบครัว แต่แท้จริงแล้ว ปัญหาเรื่องการดื่มสุราของชนชาติพันธุ์ โดยเฉพาะกลุ่มชนเผ่าอาข่าและลาหู่ เป็นปัญหาใหญ่มากและเป็นแหล่งของปัญหาทุก ๆ เรื่อง</p>
<p>ในฝั่งนักวิจัย ธวัชชัยเล่าว่ามีหลายครั้งที่นักวิจัยพยายามทำโครงการ แต่โครงการเหล่านี้ไม่เคยได้รับความสนใจจากเจ้าของทุนมากเท่าที่ควร รวมถึงหลายโครงการที่ได้รับทุนก็จำเพาะเจาะจงไปที่เรื่องรูปแบบและพฤติกรรมการดื่มเหล้า แต่ไม่เคยมีงานวิจัยชิ้นไหนที่พูดถึงผลกระทบจากการดื่มเหล้าในกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์เลย</p>
<p>“ประเด็นที่ 3 คือ กลุ่มชาติพันธุ์ไม่เคยถูกมองว่าเป็นคนไทย เขาไม่เคยถูกยอมรับว่าเป็นพลเมืองไทย พวกเขาเป็นแค่พลเมืองรอง”</p>
<p>แม้เราจะถกเถียงได้ว่าขอบเขตความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธ์ุในประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีมากขึ้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า พวกเขายังคงถูกตีตราว่าเป็นกลุ่มผู้สร้างปัญหาหรือเป็นกลุ่มผู้ค้ายา สิ่งเหล่านี้ยิ่งกดทับให้พวกเขาไม่มีพลังในการบอกเล่าหรือเรียกร้อง เพราะปัจจัยทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา ทำให้ธวัชชัยมองว่า คนกลุ่มนี้ถูก &#8220;มองข้ามไปหมด&#8221;</p>
<p>แค่การใช้ชีวิตให้อยู่รอดยังเป็นเรื่องยาก การเข้าถึงความรู้ การสาธารณสุข หรือแม้กระทั่งการบำบัด จึงเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้ อีกทั้งกลุ่มชาติพันธุ์ยังต้องเจอกับกำแพงที่สูงที่สุดคือ ‘กำแพงภาษา’</p>
<p>&#8220;คนอายุ 30-40 ปีขึ้นไป เขียนหนังสือไม่ได้ อ่านหนังสือไม่ออก ทั้งหมดนี้ทำให้เขาเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ได้น้อย เราลองจินตนาการดูสิว่า ถ้าเราเขียนหนังสือไม่ได้หรืออ่านหนังสือไม่ออก เราจะรับข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานรัฐหรือภาคสาธารณสุขได้อย่างไร มันแทบเป็นไปไม่ได้เลย&#8221;</p>
<p>นี่นำมาสู่คำถามชวนคิดของธวัชชัยว่า เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว กลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์จะเข้าใจเรื่องผลกระทบจากการดื่มเหล้าได้หรือไม่ ซึ่งคำตอบของเขาคือ ไม่ได้ ที่ผ่านมา ก็มีกรณีที่คนหัวใจวายซึ่งเป็นผลพวงมาจากการดื่มเหล้าด้วย แต่พวกเขาก็อาจจะไม่เข้าใจ และเชื่อว่าเป็นผลมาจากสิ่งลี้ลับมากกว่า</p>
<p>“ผมรู้สึกว่า กระบวนการเกิดปัญหาใด ๆ ของชนชาติพันธุ์มักจะไม่ค่อยซับซ้อนเหมือนคนข้างล่าง เพียงแต่เราไม่เคยคิดจะเข้าไปทำความเข้าใจและเริ่มต้นแก้ปัญหาในกลุ่มชาติพันธุ์เองมากกว่า ดังนั้น ผู้ที่ทำงานด้านนโยบายและกลุ่มนักวิจัยต้องลงมือเข้าไปทำงานในพื้นที่อย่างจริงจัง”</p>
<p>ข้อเสนอแรกของธวัชชัยคือ การเริ่มต้นจากการค้นหาความจริง โดยการทำวิจัยเพิ่มเติมเพื่อค้นหาข้อมูลให้ได้มากพอ ขณะเดียวกัน ระหว่างทำงานวิจัยก็ต้องเริ่มคิดด้วยว่า เราจะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร ซึ่งเขามองว่า นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดในเชิงวิชาการ เพราะกลุ่มชาติพันธุ์มีสังคมวัฒนธรรมรวมและภาษาที่แตกต่างกันออกไป จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดจึงเป็นการค้นคว้าวิจัยอย่างจริงจัง ค้นหาปัจจัยและองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องในทุกมิติ การร่างนโยบายจึงจะดำเนินการได้</p>
<p>ทั้งนี้ ธวัชชัยทิ้งท้ายว่า:</p>
<p>“ทุกครั้งที่เราตั้งนโยบายของภาครัฐ ไม่ว่าหน่วยงานไหนหรือเรื่องอะไรก็ตาม ควรจะยึดโยงกับข้อค้นพบที่แท้จริง”</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>เรื่อง: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>ภาพ: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย อภิเดชกุล</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcoholics-in-ethnic-group/">ลากจุดเชื่อมโยงปัญหาการติดเหล้าในกลุ่มชาติพันธุ์: นโยบายไม่สอดรับ – นักวิจัยไร้ทุน – พลเมืองชั้นสาม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3641</post-id>	</item>
		<item>
		<title>สำรวจความสัมพันธ์ของชาติพันธุ์ พิธีกรรมกับความเมามาย: การปรากฎตัวของความเชื่อในขวดเหล้า</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/ethnicity-belief-and-drinking/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=ethnicity-belief-and-drinking</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Mar 2021 07:59:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าแล้วเปลี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มชาติพันธุ์กับการติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ความหมายของเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ความเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวลาหู่]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวส่วย]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวอาข่า]]></category>
		<category><![CDATA[สุรินทร์เหลา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3611</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทำไมรู้เหลา ผมเป็นคนสุรินทร์ ข้าวปลาไม่กิน กินเหล้าเป็นอาหาร ไม่มีวันหยุด เมาทุกเทศกาล เมืองแห่งความสำราญ เมืองสุรินทร์ สุรา …………………………………………………………………………… &#160; แม้ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดเกี่ยวกับประวัติศาสตร์น้ำเมาในประเทศไทยแต่หากจะเล่าเรื่องเหล้า การเริ่มต้นด้วยเพลงบทนี้คงเป็นการเริ่มต้นที่ดีไม่น้อย &#160; ข้าวปลาไม่กิน กินเหล้าเป็นอาหาร ไม่มีวันหยุด เมาทุกเทศกาล &#160; ถ้อยประโยคจากเพลง ‘สุรินทร์เหลา’ ซึ่งเป็นเพลงที่ร้องกันอย่างแพร่หลายในหมู่พี่น้องชาวสุรินทร์ สะท้อนให้เห็นความแนบแน่นของเหล้ากับวิถีชีวิตของผู้คน ซึ่งมีเหล้าแทรกซึมอยู่ในทุกเทศกาล ทุกพิธีกรรม และทุกวัฒนธรรมอย่างกว้างขว้างและแพร่หลาย โดยเฉพาะในกลุ่มพี่น้องชาวชาติพันธุ์ เช่น: ชาวส่วย (กูย) เซ่นไหว้เหล้าควบคู่กับอาหารคาวหวานในพิธี ‘อาวปรึงสโรว’ (บุญสู่ขวัญข้าว) ชาวอาข่าใช้เหล้าในการ ‘เลี้ยงผาม’ หรือ เลี้ยงตอบแทนคนที่มาช่วยงานหลังเสร็จภารกิจ ชาวลาหู่ต้อง ‘ยกเหล้า’ ให้ผู้ใหญ่ในงานแต่งเพื่อเป็นการแสดงความเคารพ นั่นเพราะเหล้าไม่ได้ถูกมองเป็นแค่สิ่งมึนเมา ของต้องห้าม หรือยาเสพติด แต่มีมิติของวัฒนธรรมประเพณีอยู่ในนั้นด้วย และเมื่อเรื่องเหล้าถูกผูกติดอยู่กับ ‘ความเชื่อ’ เหล้าจึงถูกมองในฐานะที่ต่างออกไป   เครื่องสื่อสารกับสิ่งเร้นลับ &#160; ‘เหล้าขาวเปรียบเสมือนน้ำบริสุทธิ์’ – ‘เหล้าขาวคือน้ำอมฤต’ จากความเชื่อนี้ผนวกกับความเชื่อเรื่องสิ่งเร้นลับ เหล้าขาวจึงกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำพิธีกรรมต่างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/ethnicity-belief-and-drinking/">สำรวจความสัมพันธ์ของชาติพันธุ์ พิธีกรรมกับความเมามาย: การปรากฎตัวของความเชื่อในขวดเหล้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p><em>ทำไมรู้เหลา ผมเป็นคนสุรินทร์</em></p>
<p><em>ข้าวปลาไม่กิน กินเหล้าเป็นอาหาร</em></p>
<p><em>ไม่มีวันหยุด เมาทุกเทศกาล</em></p>
<p><em>เมืองแห่งความสำราญ เมืองสุรินทร์ สุรา</em></p></blockquote>
<p>……………………………………………………………………………</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดเกี่ยวกับประวัติศาสตร์น้ำเมาในประเทศไทยแต่หากจะเล่าเรื่องเหล้า การเริ่มต้นด้วยเพลงบทนี้คงเป็นการเริ่มต้นที่ดีไม่น้อย</p>
<p>&nbsp;</p>
<blockquote><p><em>ข้าวปลาไม่กิน กินเหล้าเป็นอาหาร</em></p>
<p><em>ไม่มีวันหยุด เมาทุกเทศกาล</em></p>
<p>&nbsp;</p></blockquote>
<p>ถ้อยประโยคจากเพลง ‘สุรินทร์เหลา’ ซึ่งเป็นเพลงที่ร้องกันอย่างแพร่หลายในหมู่พี่น้องชาวสุรินทร์ สะท้อนให้เห็นความแนบแน่นของเหล้ากับวิถีชีวิตของผู้คน ซึ่งมีเหล้าแทรกซึมอยู่ในทุกเทศกาล ทุกพิธีกรรม และทุกวัฒนธรรมอย่างกว้างขว้างและแพร่หลาย โดยเฉพาะในกลุ่มพี่น้องชาวชาติพันธุ์ เช่น:</p>
<p>ชาวส่วย (กูย) เซ่นไหว้เหล้าควบคู่กับอาหารคาวหวานในพิธี ‘อาวปรึงสโรว’ (บุญสู่ขวัญข้าว)</p>
<p>ชาวอาข่าใช้เหล้าในการ ‘เลี้ยงผาม’ หรือ เลี้ยงตอบแทนคนที่มาช่วยงานหลังเสร็จภารกิจ</p>
<p>ชาวลาหู่ต้อง ‘ยกเหล้า’ ให้ผู้ใหญ่ในงานแต่งเพื่อเป็นการแสดงความเคารพ</p>
<p>นั่นเพราะเหล้าไม่ได้ถูกมองเป็นแค่สิ่งมึนเมา ของต้องห้าม หรือยาเสพติด แต่มีมิติของวัฒนธรรมประเพณีอยู่ในนั้นด้วย และเมื่อเรื่องเหล้าถูกผูกติดอยู่กับ ‘ความเชื่อ’ เหล้าจึงถูกมองในฐานะที่ต่างออกไป</p>
<p><strong> </strong></p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>เครื่องสื่อสารกับสิ่งเร้นลับ</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>‘เหล้าขาวเปรียบเสมือนน้ำบริสุทธิ์’ – ‘เหล้าขาวคือน้ำอมฤต’ จากความเชื่อนี้ผนวกกับความเชื่อเรื่องสิ่งเร้นลับ เหล้าขาวจึงกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำพิธีกรรมต่างๆ เพื่อเป็นการเซ่นสังเวยต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งวิญญาณ ภูติผีปีศาจ เจ้าที่เจ้าทาง เจ้าป่าเจ้าเขา อีกทั้งสุรายังมีฤทธิ์ทำให้มึนเมาจนอยู่ในภาวะเหนือสามัญ และที่เป็นเชื่อกันว่า ขณะมึนเมา  สภาพจิตจะมีสภาวะลึกล้ำทางจิตวิญญาณ จนเกิดญาณที่สามารถติดต่อสื่อสารกับเทพเทวดาหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้</p>
<p>ในฐานะผู้ส่งสาร เหล้าขาวจึงถูกใช้เพื่อการขอขมาลาโทษต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การบนบานศาลกล่าว ไปจนถึงเพื่อให้การงานหรือพิธีกรรมนั้นๆ เสร็จสิ้นสมบูรณ์เป็นไปได้ด้วยดีเช่น ในพิธีการลำผีฟ้าของชาวชาติพันธุ์ลาว ซึ่งจะทำพิธีเพื่อการรักษาโรค หรือเมื่อเกิดเหตุเพทภัยขึ้นในชุมชน การทำพิธีกรรมจำเป็นต้องมีของคายคือ เครื่องบูชาครูสำหรับผีฟ้า ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ เหล้าขาว รวมถึงชาวกูย (ส่วย) ที่มักจะนำเหล้ามาไหว้เจ้าที่นาเจ้าที่ไร่เพื่อให้ผลผลิตทางการเกษตรในปีนั้นได้ผลดีมากขึ้นด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>เครื่องหมายแห่งความเคารพและการตอบแทน</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>“มีคนเฒ่ามาแล้วเราไม่ยกให้ แปลว่าไม่เคารพ” นั่นเพราะสำหรับชาวลาหู่แล้ว เหล้าคือเครื่องหมายของการแสดงความเคารพนับถือ ในงานแต่งงานจึงต้องมีการ ‘ยกเหล้า’ ให้พ่อแม่ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้</p>
<p>ไม่ใช่แค่ในงานแต่งงาน แต่เหล้าถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการเฉลิมฉลองในทุกโอกาสของชนเผ่าลาหู่ เช่น ในงานตรุษจีนจะมีการเลี้ยงเหล้าในหมู่บ้าน ชาวบ้านจะเดินไปดื่มเหล้าตามบ้านแต่ละหลังและเดินไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเมา และหลายครั้ง เหล้าก็ทำหน้าที่เป็นผู้รับแขกในงานเลี้ยงฉลองต่าง ๆ อีกด้วย</p>
<p>ทั้งหมดนี้ทำให้เหล้ากลายเป็นสิ่งจำเป็นในทุกงานเฉลิมฉลอง และหากงานฉลองไหนไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็จะถูกติฉินนินทาจากคนในชนเผ่าได้</p>
<p>ในขณะที่งานแต่งงานของชาวอาข่า จะมีเด็กวัยหนุ่มสาวไปช่วยในงาน หลังเสร็จสิ้นงานแล้ว เจ้าของงานจะเลี้ยงเหล้าเด็กเหล่านี้เพื่อเป็นการตอบแทน เช่นนั้นแล้ว เหล้าจึงมักถูกรู้จักในนามของ ‘ความเคารพและการตอบแทน’</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>ยาวิเศษ</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>‘สุรา สุรา เป็นยาวิเศษ’ จะว่าเช่นนี้ก็ไม่ผิดนัก เมื่อความเชื่อเรื่องสุรารักษาโรคเป็นสิ่งที่เชื่อถือกันมาเนิ่นนาน เช่น การนำเหล้าขาว 40 ดีกรีหมักผสมกับสมุนไพรรากไม้ สกัดได้ตัวยา แล้วนำมากินเรียกว่า เหล้าดองยา ซึ่งเชื่อว่ามีสรรพคุณบำรุงร่างกาย บำรุงโลหิต หรือในกลุ่มคนที่ตั้งครรภ์ เหล้าดองยาจะช่วยขับน้ำคาวปลาและช่วยขับเลือดเสียออกจากร่างกาย นอกจากนี้ ยังมีการนำเหล้าขาวมาล้างแผลเวลาเกิดอุบัติเหตุ และในอดีต คนยังเชื่อว่าเหล้าช่วยป้องกันการเกิดโรคระบาดได้ดีในพื้นที่แถบชายแดน โดยเฉพาะโรคอหิวาตกโรค</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>สัญลักษณ์แห่งความเป็นผู้ใหญ่</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับชาวลาหู่แล้ว ความชอบธรรมในการดื่มเหล้าจะเกิดขึ้น เมื่อคนผู้นั้นถูกมองว่า ‘เป็นผู้ใหญ่’ และเส้นแบ่งของความเป็นผู้ใหญ่นี้ก็แตกต่างกันระหว่างชาย-หญิง</p>
<p>การแบ่งความเป็นผู้ใหญ่ของผู้ชายคือ ความสามารถในการหาเงินมาเลี้ยงตัวเองและสามารถดูแลตัวเองได้ ในขณะที่เส้นแบ่งความเป็นผู้ใหญ่ของผู้หญิงคือ การดูแลตัวเองได้โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยทางเพศ ซึ่งหากผู้ชายหรือผู้หญิงในชนเผ่าสามารถหาเงินและดูแลตัวเองได้แล้วก็จะได้รับการยอมรับให้สามารถดื่มเหล้าได้โดยไม่ผิด ถึงกระนั้น การดื่มเหล้าในหมู่ผู้หญิงก็มักถูกมองว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม แต่กลับเป็นเรื่องปกติในหมู่ผู้ชาย เช่นนั้นแล้ว ในแง่หนึ่ง เหล้าจึงเป็นสิ่งที่สามารถบ่งบอกความเป็นใหญ่ในหมู่ชาวลาหู่ได้ รวมถึงบ่งบอกความแตกต่างทางเพศได้อีกด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตั้งแต่พิธีกรรมแห่งการเกิดจนถึงพิธีกรรมแห่งความตายหรือแม้แต่ในวิถีแห่งการดำเนินชีวิต เหล้าถูกจัดวางอยู่ในฐานะที่ไม่ใช่แค่สิ่งเสพติด แต่คือน้ำแห่งความศักดิ์สิทธิ์ เครื่องหมายแห่งความกตัญญู หรือแม้กระทั่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการเติบโต ด้วยความสัมพันธ์ที่ดำเนินไปเช่นนี้ เหล้าจึงไม่อาจถูกแยกออกจากวิถีของพี่น้องชาวชาติพันธุ์ได้เลย</p>
<p>และด้วยความเชื่อมโยงด้านความเชื่อ วิถีชีวิตและเหล้านี้ ทำให้ ‘ภาวะติดเหล้า’ ในหมู่พี่น้องชาวชาติพันธุ์กลายเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและถูกมองข้ามมาเนิ่นนาน ด้วยปัจจัยความห่างไกลทั้งในแง่พื้นที่ นโยบายและการเข้าถึงการบำบัด การทำความเข้าใจบริบทของเหล้า ที่เป็นมากกว่าแค่เครื่องดื่มมึนเมา จึงเป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยผู้ออกนโยบายสามารถออกแบบนโยบายและระบบบำบัดที่เข้าถึง ตรงจุด เพื่อจะบรรเทาภาวะติดเหล้าในหมู่พี่น้องชาติพันธุ์เหล่านี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/ethnicity-belief-and-drinking/">สำรวจความสัมพันธ์ของชาติพันธุ์ พิธีกรรมกับความเมามาย: การปรากฎตัวของความเชื่อในขวดเหล้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3611</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
