<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>การดื่มเหล้าของผู้หญิง Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B8%B4%E0%B8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/การดื่มเหล้าของผู้หญิง/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:16:39 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>การดื่มเหล้าของผู้หญิง Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/การดื่มเหล้าของผู้หญิง/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>‘เริ่มดื่มเพราะหวังดี เลิกดื่มเพราะครอบครัว’ เรื่องราวของแม่ผู้ติดเหล้า</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/the-story-of-mom-alcoholic/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=the-story-of-mom-alcoholic</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Oct 2020 10:49:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าแล้วเปลี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มเหล้าของผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[การเลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[บำบัดคนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์คนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ติดเหล้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=2343</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; &#8211; เรื่องเล่าต่อไปนี้ถูกดัดแปลงมาจากประสบการณ์จริง โดยชื่อตัวละครที่ปรากฏในเรื่องแทนด้วยนามสมมติ &#8211; &#160; เหล้าแก้วแรกสำหรับใครหลายคนอาจเริ่มต้นดื่มเพราะความทุกข์ เพราะความอยากรู้อยากลอง เพราะความคึกคะนอง.. แต่สำหรับ ‘ป้านวล’ แล้ว เหล้าแก้วแรกของเธอดื่มเพราะความหวังดีที่มีต่อลูก “ป้าเริ่มดื่มเหล้า พวกเหล้าดองยาสมุนไพร หลังการอยู่ไฟคลอดลูกคนแรก” หญิงวัยใกล้ 60 ปีเริ่มต้นเล่าอดีตของเธอให้เราฟัง ดวงตาทั้งคู่ทอดมองไปไกลราวกับนึกย้อนความทรงจำ “มันเป็นความเชื่อ ตอนนั้นญาติผู้ใหญ่บอกว่าถ้าดื่มแล้วจะกินข้าวอร่อย กินได้เยอะ กินแล้วจะได้มีน้ำนมให้ลูก เราก็เลยดื่ม “พอดื่มไปได้สามเดือน ก็คิดว่าจะเลิก แต่เมื่อไม่ดื่มแล้วกลับกินข้าวไม่อร่อย ไม่อยากอาหาร ซึ่งถ้าไม่ได้กินข้าวเราก็ไม่มีนมให้ลูก สุดท้ายเลยต้องกลับไปดื่มเหล้าเพื่อให้กินได้ โดยพยายามลดให้เหลือน้อยที่สุด” สมัยป้านวลยังสาว เป็นคืนวันที่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ยังไม่แพร่หลายเหมือนปัจจุบัน กระทั่งการทำคลอดต้องอาศัยหมอตำแยในชุมชนแทนการฝากครรภ์ในโรงพยาบาล เธอจึงไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว หญิงให้นมบุตรไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะนอกจากทารกอาจได้รับแอลกอฮอล์ผ่านทางนมแม่แล้ว ฤทธิ์ของมันยังส่งผลต่อฮอร์โมนในร่างกาย ทำให้เธอมีน้ำนมน้อยลงอีกด้วย ป้านวลเพียงเข้าใจและจดจำว่าหลังดื่มเหล้าแล้ว เธอจะรู้สึกร้อน เหงื่อออกจนสบายตัว ทำให้อยากอาหารมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อตั้งครรภ์และคลอดลูกคนที่สอง เธอจึงทำแบบเดียวกัน จนกระทั่งรู้ตัวอีกที เหล้าก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเป็นแม่แทบทุกชั่วขณะ “พอลูกโตแล้ว แฟนเราก็ดันเป็นคนเจ้าชู้” ป้านวลเล่าต่อ “บางทีเขานอกใจเรา เรารู้สึกน้อยใจ ไม่รู้จะระบายออกมายังไงก็เลือกจะดื่มให้เมา ดื่มย้อมใจให้ลืมความเจ็บปวด” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/the-story-of-mom-alcoholic/">‘เริ่มดื่มเพราะหวังดี เลิกดื่มเพราะครอบครัว’ เรื่องราวของแม่ผู้ติดเหล้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><em>&#8211; เรื่องเล่าต่อไปนี้ถูกดัดแปลงมาจากประสบการณ์จริง โดยชื่อตัวละครที่ปรากฏในเรื่องแทนด้วยนามสมมติ &#8211;</em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เหล้าแก้วแรกสำหรับใครหลายคนอาจเริ่มต้นดื่มเพราะความทุกข์ เพราะความอยากรู้อยากลอง เพราะความคึกคะนอง..</p>
<p>แต่สำหรับ ‘ป้านวล’ แล้ว เหล้าแก้วแรกของเธอดื่มเพราะความหวังดีที่มีต่อลูก</p>
<p>“ป้าเริ่มดื่มเหล้า พวกเหล้าดองยาสมุนไพร หลังการอยู่ไฟคลอดลูกคนแรก” หญิงวัยใกล้ 60 ปีเริ่มต้นเล่าอดีตของเธอให้เราฟัง ดวงตาทั้งคู่ทอดมองไปไกลราวกับนึกย้อนความทรงจำ “มันเป็นความเชื่อ ตอนนั้นญาติผู้ใหญ่บอกว่าถ้าดื่มแล้วจะกินข้าวอร่อย กินได้เยอะ กินแล้วจะได้มีน้ำนมให้ลูก เราก็เลยดื่ม</p>
<p>“พอดื่มไปได้สามเดือน ก็คิดว่าจะเลิก แต่เมื่อไม่ดื่มแล้วกลับกินข้าวไม่อร่อย ไม่อยากอาหาร ซึ่งถ้าไม่ได้กินข้าวเราก็ไม่มีนมให้ลูก สุดท้ายเลยต้องกลับไปดื่มเหล้าเพื่อให้กินได้ โดยพยายามลดให้เหลือน้อยที่สุด”</p>
<p>สมัยป้านวลยังสาว เป็นคืนวันที่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ยังไม่แพร่หลายเหมือนปัจจุบัน กระทั่งการทำคลอดต้องอาศัยหมอตำแยในชุมชนแทนการฝากครรภ์ในโรงพยาบาล เธอจึงไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว หญิงให้นมบุตรไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะนอกจากทารกอาจได้รับแอลกอฮอล์ผ่านทางนมแม่แล้ว ฤทธิ์ของมันยังส่งผลต่อฮอร์โมนในร่างกาย ทำให้เธอมีน้ำนมน้อยลงอีกด้วย</p>
<p>ป้านวลเพียงเข้าใจและจดจำว่าหลังดื่มเหล้าแล้ว เธอจะรู้สึกร้อน เหงื่อออกจนสบายตัว ทำให้อยากอาหารมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อตั้งครรภ์และคลอดลูกคนที่สอง เธอจึงทำแบบเดียวกัน จนกระทั่งรู้ตัวอีกที เหล้าก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเป็นแม่แทบทุกชั่วขณะ</p>
<p>“พอลูกโตแล้ว แฟนเราก็ดันเป็นคนเจ้าชู้” ป้านวลเล่าต่อ “บางทีเขานอกใจเรา เรารู้สึกน้อยใจ ไม่รู้จะระบายออกมายังไงก็เลือกจะดื่มให้เมา ดื่มย้อมใจให้ลืมความเจ็บปวด”</p>
<p>เหล้ากลายเป็นเพื่อนคู่ทุกข์ยากของป้านวลยามโศกเศร้า และในขณะเดียวกัน หลังจากป้านวลและสามีคืนดีกัน เหล้าก็กลายเป็นเพื่อนร่วมฉลองความรัก เพราะ “แฟนเราก็เป็นคนชอบดื่ม บางครั้งเขาซื้อมาก็ชวนให้เราดื่มเป็นเพื่อน เราเคยดื่มอยู่แล้วก็ไม่ปฏิเสธ”</p>
<p>ไม่เพียงแค่สามีที่รู้ว่าเธอกลายเป็นนักดื่ม แต่บรรดาญาติสนิทมิตรสหายเองก็รู้เช่นเดียวกัน เวลาป้านวลไปเที่ยวบ้านคนอื่นๆ ทีไร พวกเขาจึงมักจะหาเหล้าและกับแกล้มมาต้อนรับขับสู้เธออยู่เสมอ</p>
<p>“ถ้าอยู่คนเดียวเราก็ไม่ได้อยากดื่มขนาดนั้น” ป้านวลพูดเสียงอ่อน “แต่พอเพื่อนฝูงชวนดื่มด้วยกัน เขาออกไปซื้อมาให้ เราก็ปฏิเสธไม่ได้”</p>
<p>แก้วแล้ว แก้วเล่า นานวันเข้าป้านวลกลับติดลมอย่างไม่ทันรู้ตัว ปริมาณแอลกอฮอล์ที่เคยทำให้เมาไม่ส่งผลเหมือนเดิม เพื่อนในวงเหล้าก็ดูเหมือนจะเพิ่มมากขึ้น ทุกๆ วันก่อนไปทำงานหรือทำกิจกรรมอะไรสักอย่าง ป้านวลต้องเริ่มต้นด้วยการดื่มเหล้าก่อนทุกครั้ง</p>
<p>“ดื่มแค่เป๊กเดียวก็ไม่อยู่นะ” ป้านวลว่า “บางครั้งดื่มไปหนึ่งเป๊กก็อาเจียนออกมา ต้องดื่มเป๊กที่สอง ที่สาม.. เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าร่างกายจะรู้สึกสบาย หายสั่นนั่นล่ะ ถึงจะไปทำงานได้</p>
<p>“ตอนทำงานก็ต้องรีบทำตอนที่ฤทธิ์เหล้ายังอยู่ในร่างกาย ถ้าหมดฤทธิ์เมื่อไรละก็ ร้อน เหงื่อแตก อยากจะอาบน้ำแต่ก็ไม่กล้า เพราะกลัวว่าจะช็อก”</p>
<p>น้ำเมาไม่ได้เปลี่ยนแค่วิถีชีวิตการทำงานของป้านวล แต่ยังเปลี่ยนการกินและการนอนของป้านวลไปโดยสิ้นเชิง</p>
<p>“เวลาเราดื่มจนเมา เราก็นอนผิดเวลา นอนตั้งแต่ 5-6 โมงไปตื่นตีสอง ตอนนอนก็นอนหลับไม่สนิท มีสะดุ้งตื่นเป็นพักๆ คืนหนึ่งมากกว่า 20 ครั้งจนสว่าง บางคืนถึงขั้นสะดุ้งตื่นกลางดึกเพื่อมาอาเจียนด้วยซ้ำ เวลาได้ยินเสียงไก่ขันนะ เราจะโอดครวญตลอดว่าไม่อยากให้ขันเลย ไม่อยากให้ถึงตอนเช้า</p>
<p>“ช่วงที่ติดหนักๆ ข้าวก็ไม่ตกถึงท้อง มันกินไม่ได้เลย อยู่ได้ด้วยเหล้า ผสมกับการกินเม็ดมะยม มะม่วง อาศัยเคี้ยวแล้วกินแต่น้ำ เพราะเนื้อหรือกากก็กลืนไม่ค่อยลง”</p>
<p>เพราะอาการติดเหล้าจน ‘กินไม่ได้ นอนไม่หลับ’ เช่นนี้เองที่ทำให้ร่างกายของป้านวลช่วงนั้นผ่ายผอมทรุดโทรม น้ำหนักตัวเหลือเพียง 38 กิโลกรัม จนลูกหลานที่ทั้งอยู่ร่วมกันและย้ายไปอยู่ในเมืองหลวงต่างทนดูไม่ได้ ต้องแวะเวียนมาขอร้องให้ป้านวลเลิกเหล้าเสียที</p>
<p>“เขาบอกว่าไม่สงสารลูกหลานบ้างเหรอ ลูกหลานเขาอายนะที่มีแม่มียายแบบนี้” ป้านวลกล่าว น้ำเสียงเซื่องซึมเล็กน้อยเมื่อพูดถึงความสัมพันธ์ของตนเองและบุตรหลานในช่วงนั้น เธอยอมรับว่าทั้งถูกขอร้อง ตำหนิ ประชดประชันมาทุกรูปแบบ จวบจนกระทั่งเธอค่อยๆ สำนึกได้เมื่อหลานสาวย้ายจากเมืองหลวงมาเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้านในต่างจังหวัด</p>
<p>“ลูกสาวบอกว่า แม่ หลานย้ายมาเรียนที่นี่ มาอยู่ที่นี่ ถ้าแม่ยังกินเหล้าเมา นอนไม่รู้เรื่องรู้ราว มีอะไรเกิดขึ้นกับหลาน มีโจรขโมยขึ้นบ้านมาทำร้ายหลาน แม่จะทำยังไง หลานจะทำยังไง” ด้วยความรักที่มีต่อครอบครัวนี้เองที่ทำให้ป้านวลเริ่มต้นคิดเรื่องเลิกเหล้าอย่างจริงจัง ประจวบเหมาะกับในช่วงนั้น สามีของเธอดื่มเหล้า เมาและทำร้ายร่างกายเธอจนหัวแตก ต้องไปโรงพยาบาล เธอจึงได้พูดคุยกับคุณหมอที่นั่น</p>
<p>“หมอเห็นเราแล้วก็บอกว่าป้าควรจะหยุดดื่มนะ แนะนำให้เราเอายาไปกิน แต่เรายังไม่กล้าเพราะกลัวจะเสียยาคุณหมอ เลยรับปากไปว่าจะพยายามหยุดเอง ถ้าไม่ไหวจริงๆ จะมานำยากลับไปกิน”</p>
<p>คำว่า ‘ยา’ อาจจะเป็นตัวกระตุ้นที่ดีสำหรับป้านวล เพราะเธอได้ยินจากคนเคยกินว่า ‘ยาเบื่อเหล้า’ ทำให้คนอาเจียนจนเบื่อเหล้า ฉะนั้นถ้าไม่อยากอาเจียนก็ต้องเลิก ป้านวลไม่อยากตกอยู่ในสภาพนั้น จึงกัดฟันทนเลิกเหล้าด้วยตัวเองให้ได้</p>
<p>“ตอนเริ่มเลิกใหม่ๆ ก็กลัวว่าจะช็อกเพราะถอนเหล้า เราต้องพยายามสังเกตตัวเอง ต้องค่อยๆ ลดการดื่มลง” ช่วงแรกๆ ป้านวลจึงยังวนเวียนอยู่กับการดื่มวันละนิดวันหน่อยเพื่อให้ร่างกายได้ปรับสภาพ แล้วค่อยๆ กินอาหารให้มีแรง</p>
<p>เริ่มจากการซดน้ำข้าวต้ม กินเนื้อข้าวต้มสักสองสามเม็ด ดื่มน้ำตาม วันต่อมาก็พยายามกินให้ได้มากขึ้น จนเปลี่ยนมาเป็นข้าวสวย เคี้ยวข้าวให้ละเอียดแล้วกินน้ำอุ่นตามให้คล่องคอ อดทนกินจนกว่าจะกินเท่าคนปกติ</p>
<p>“ตอนนั้น ทุกครั้งที่เรากินได้มากขึ้น จะรู้สึกภูมิใจเป็นพิเศษเลย” ป้านวลเสริมด้วยรอยยิ้ม ก่อนเล่าว่าชาวบ้านเอง เมื่อทราบข่าวว่าเธอต้องการเลิกเหล้า ก็พยายามแนะนำวิธีการต่างๆ นานา ให้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการต้มรางจืดกิน ดื่มโซดาแทนเหล้า ฯลฯ อะไรที่เขาว่าดี ป้านวลพยายามทำตามทั้งหมด “ซึ่งมันก็ดูเหมือนจะได้ผลอยู่บ้างนะ” เธอหัวเราะ</p>
<p>อีกสิ่งหนึ่งที่เธอทำ คือทุกครั้งที่พาสามีแวะเวียนไปตรวจร่างกาย รักษา เธอจะใช้เวลาระหว่างรอตรวจอ่านคู่มือ แผ่นพับ หรือบอร์ดให้ความรู้แนะนำการเลิกเหล้าที่โรงพยาบาล รวมถึงคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเคล็ดลับจากผู้ป่วยที่เข้าบำบัดอาการติดเหล้า ทำให้ป้านวลมีพื้นฐานความรู้เรื่องการดูแลตัวเองช่วงเลิกเหล้าอยู่มากพอสมควร</p>
<p>ความเปลี่ยนแปลงได้บังเกิดขึ้นทีละเล็ก ทีละน้อยกับตัวป้านวล มือของเธอไม่สั่น ไม่รู้สึกครั่นเนื้อตัว อยากดื่มเหล้าจนทนไม่ไหวอีกต่อไป</p>
<p>“ตอนหลังเราได้เจอหมอคนเดิม คนที่บอกให้หยุดดื่ม เพราะต้องไปเฝ้าแฟนรักษาตัวที่โรงพยาบาล เขาก็ถามว่าเลิกดื่มได้หรือยัง เราตอบเลยว่าเลิกแล้ว หมอหัวเราะใหญ่ บอกว่าถ้ายังไม่เลิก จะให้ยากลับไปกินเดี๋ยวนี้เลย”</p>
<p>แต่เส้นทางเลิกเหล้าของป้านวลก็คล้ายคลึงกับใครหลายคน คือตัดไม่ขาดทีเดียวในครั้งแรก เมื่อป้านวลต้องพบกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ คือการสูญเสียสามีไปเพราะโรคร้าย เธอก็หันกลับไปดื่มเหล้าให้ลืมทุกข์อีกครั้ง</p>
<p>หากเป็นครอบครัวของเธอเองที่คอยรั้งตัวเธอไว้ไม่ให้จมดิ่งกับเหล้าอีกหน “พอเขาเห็นเราเริ่มดื่มอีก ลูกก็มาถามเราว่าแม่ดื่มเพราะอะไร ทำไมต้องดื่ม เป็นเพราะคิดถึงพ่อเหรอ” ป้านวลยังจำได้ดีว่านั่นเป็นคำถามที่มาพร้อมน้ำตาของลูกสาวและลูกเขย “เขาบอกว่าแม่หยุดเถอะ พ่อก็เสียไปแล้ว ถ้าแม่ไม่หยุดแล้วเป็นอะไรไปขึ้นมาอีกคน จะไม่มีใครคอยดูแลลูกหลาน แม่อยากได้อะไรก็จะไม่ได้ อยากกินของอร่อยก็จะกินไม่ได้ แต่งตัวสวยก็ไม่ได้”</p>
<p>คำพูดของครอบครัวทำให้ป้านวลตระหนักได้ว่าเธอเกือบจะมองข้ามความรักความหวังดีของคนที่เหลืออยู่ไปพึ่งเหล้าเสียแล้ว  หลังจากนั้นเป็นต้นมา ป้านวลจึงเริ่มต้นกระบวนการเลิกเหล้าใหม่ เปลี่ยนไปหากิจกรรมอย่างอื่น เช่น ทำความสะอาดบ้าน เข้าวัดทำบุญ สวดมนต์ พบปะเพื่อนฝูงโดยไม่มีน้ำเมาในเวลาว่างแทน</p>
<p>“จนถึงตอนนี้ เราสามารถปฏิเสธเหล้าได้เด็ดขาดแล้ว” ป้านวลยิ้มกว้าง “ใครมาชวนก็บอกว่าฉันไม่ดื่ม ฉันจะอยู่ดูแลลูกหลานไปโรงเรียนนานๆ อีกอย่าง ถ้าดื่มแล้ว เงินมีเท่าไรก็หมด ต้องซื้อให้ตัวเอง ให้คนอื่น อยากเก็บเงินเลยไม่ดื่มดีกว่า</p>
<p>“เราหยุดดื่มเพื่อลูกหลาน เพื่อตัวเอง เลิกดื่มแล้วสุขภาพก็ดี ไม่เจ็บป่วยง่าย ลูกหลานเองก็ไม่มีอะไรดีใจเท่ากับแม่หยุดเหล้า เขาไม่อายเวลาพาเพื่อนมาบ้าน เมื่อก่อนนะ หลานไม่มองหน้าเราเลย ไม่ชอบเรา ตะคอกใส่ยายให้น้อยใจตลอด พอเราเลิกเท่านั้น หลานรักเรา เรียกยายทุกวัน สนิทสนมกันมากขึ้น</p>
<p>“ลูกๆ ทุกคนก็อยากมาเยี่ยม หลังจากที่ไม่ค่อยมาหาเลย ล่าสุดเขามาเยี่ยมวันแม่ มากราบเท้า บอกว่ามาขอพรจากแม่”</p>
<p>ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้ป้านวลตระหนักว่า ครอบครัวเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้นักดื่มมีกำลังใจในการเลิกเหล้า และยิ่งมั่นใจมากขึ้นเมื่อเห็นตัวอย่างนักดื่มที่ไม่สามารถเลิกได้เพราะคนในบ้านมีความสัมพันธ์แบบตั้งแง่ใส่กัน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ป้านวลเชื่อว่าทุกรอยร้าวในครอบครัวสามารถเริ่มต้นได้จากการหยุดดื่มแบบจริงจัง</p>
<p>“เราจะบอกผู้หญิงที่มีปัญหาเรื่องการดื่มและครอบครัวอยู่เสมอว่าให้ลองเริ่มหยุดเหล้าก่อน ไม่ว่าจะยากแค่ไหนก็ตาม เพราะมันช่วยให้ดีขึ้นได้จริงๆ ดูคนที่ดื่มหนักแบบเราสิยังเลิกได้ เธอเองก็ต้องเลิกได้”</p>
<p>คำแนะนำเหล่านี้รับประกันด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุขของคนเล่า ซึ่งเลิกเหล้าแล้วถาวร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/the-story-of-mom-alcoholic/">‘เริ่มดื่มเพราะหวังดี เลิกดื่มเพราะครอบครัว’ เรื่องราวของแม่ผู้ติดเหล้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2343</post-id>	</item>
		<item>
		<title>มองเพศสภาพผ่านขวดเหล้า: เมื่อจำนวนผู้หญิง ‘เมาแล้วขับ’ เพิ่มขึ้น</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/increasing-female-drink-driving/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=increasing-female-drink-driving</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Sep 2019 04:52:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[#สุรากับผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มเหล้าของผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้หญิงเมาแล้วขับ]]></category>
		<category><![CDATA[เพศสภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1138</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถูกมองว่าเป็นเครื่องดื่มสำหรับผู้ชาย ที่สามารถดื่มและนั่งสังสรรค์กับเพื่อนฝูงได้อย่างเสรี ขณะที่ผู้หญิงคล้ายจะถูกลบเลือนและลิดรอนสิทธิในการดื่ม ด้วยถูกวัฒนธรรมและกรอบความคาดหวังของสังคมกดทับเอาไว้ แต่เมื่อโลกเริ่มก้าวไปข้างหน้า ผลักให้ความเท่าเทียมทางเพศกลายมาเป็นประเด็นสำคัญที่คนตระหนักถึง กรอบที่เคยครอบผู้หญิงออกจากการดื่มแอลกอฮอล์เริ่มเลือนรางลง ผู้หญิงหันมาดื่มมากขึ้น และกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลายแบรนด์เริ่มผลิตเครื่องดื่มเพื่อตอบโจทย์ผู้หญิง โดยเพิ่มรสชาติให้มีความหวานมากขึ้น และมีแคลอรี่ลดลง ถ้าจะกล่าวว่า ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กำลังมุ่งหน้าเข้าหาผู้หญิงมากขึ้น ก็คงไม่ผิดนัก อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่ความเท่าเทียมในการดื่มที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่สถิติของผู้หญิงที่ ‘เมาแล้วขับ’ ก็เพิ่มขึ้นด้วย โดยการศึกษาของ Social Research Associates พบว่า ในสหราชอาณาจักร แม้ผู้ชายจะยังเป็นกลุ่มใหญ่ที่เมาแล้วขับ แต่ในปี 2012 จำนวนผู้หญิงที่เมาแล้วขับเพิ่มขึ้นจาก 9% เป็น 17% และยังพบอีกว่า ในผู้หญิง 6 คน มี 1 คนที่ยอมรับว่าตัวเองเคยเมาแล้วขับในปีที่ผ่านมา ตัวเลขดังกล่าวยังสอดคล้องกับสถิติของประเทศไทย โดยนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์สถิติการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางจราจรในช่วงสงกรานต์ ปี 2562 พบว่า มีรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นผู้หญิงที่ดื่มแล้วขับเพิ่มมากขึ้น Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า จึงขอชวนคุณไปร่วมหาสาเหตุการเพิ่มขึ้นของผู้หญิงที่เมาแล้วขับ &#8211; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/increasing-female-drink-driving/">มองเพศสภาพผ่านขวดเหล้า: เมื่อจำนวนผู้หญิง ‘เมาแล้วขับ’ เพิ่มขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถูกมองว่าเป็นเครื่องดื่มสำหรับผู้ชาย ที่สามารถดื่มและนั่งสังสรรค์กับเพื่อนฝูงได้อย่างเสรี ขณะที่ผู้หญิงคล้ายจะถูกลบเลือนและลิดรอนสิทธิในการดื่ม ด้วยถูกวัฒนธรรมและกรอบความคาดหวังของสังคมกดทับเอาไว้</p>
<p>แต่เมื่อโลกเริ่มก้าวไปข้างหน้า ผลักให้ความเท่าเทียมทางเพศกลายมาเป็นประเด็นสำคัญที่คนตระหนักถึง กรอบที่เคยครอบผู้หญิงออกจากการดื่มแอลกอฮอล์เริ่มเลือนรางลง ผู้หญิงหันมาดื่มมากขึ้น และกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลายแบรนด์เริ่มผลิตเครื่องดื่มเพื่อตอบโจทย์ผู้หญิง โดยเพิ่มรสชาติให้มีความหวานมากขึ้น และมีแคลอรี่ลดลง ถ้าจะกล่าวว่า ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กำลังมุ่งหน้าเข้าหาผู้หญิงมากขึ้น ก็คงไม่ผิดนัก</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่ความเท่าเทียมในการดื่มที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่สถิติของผู้หญิงที่ ‘เมาแล้วขับ’ ก็เพิ่มขึ้นด้วย โดยการศึกษาของ Social Research Associates พบว่า ในสหราชอาณาจักร แม้ผู้ชายจะยังเป็นกลุ่มใหญ่ที่เมาแล้วขับ แต่ในปี 2012 จำนวนผู้หญิงที่เมาแล้วขับเพิ่มขึ้นจาก 9% เป็น 17% และยังพบอีกว่า ในผู้หญิง 6 คน มี 1 คนที่ยอมรับว่าตัวเองเคยเมาแล้วขับในปีที่ผ่านมา</p>
<p>ตัวเลขดังกล่าวยังสอดคล้องกับสถิติของประเทศไทย โดยนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์สถิติการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางจราจรในช่วงสงกรานต์ ปี 2562 พบว่า มีรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นผู้หญิงที่ดื่มแล้วขับเพิ่มมากขึ้น</p>
<p>Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า จึงขอชวนคุณไปร่วมหาสาเหตุการเพิ่มขึ้นของผู้หญิงที่เมาแล้วขับ &#8211; เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร และเราจะมีวิธีป้องกันอะไรได้บ้าง</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>แค่แก้วเดียวเอง ไม่เมาหรอกน่ะ</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>Lauren Booker ที่ปรึกษาด้านแอลกอฮอล์ในสหราชอาณาจักร ผู้มีหน้าที่จัดคอร์สบำบัดฟื้นฟูให้กับผู้กระทำผิดเมาแล้วขับ บอกว่า อายุผู้หญิงที่ต้องเข้าคอร์สบำบัดของเธอมีตั้งแต่ 17 ไปจนถึง 78 ปี และมาจากทุกชนชั้นทางสังคม บางคนมีปัญหาเรื้อรังเรื่องแอลกอฮอล์ ยิ่งไปกว่านั้น บางคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ตนเองขับรถขณะมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกำหนด</p>
<p>มีหลายเหตุผลที่ทำให้จำนวนผู้หญิงเมาแล้วขับเพิ่มขึ้น แต่ Booker เชื่อว่า หนึ่งในเหตุผลนั้นมาจากความสับสนเกี่ยวกับความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ (alcohol concentrations) และขีดจำกัดของแอลกอฮอล์</p>
<p>“ผู้หญิงส่วนมากชอบดื่มไวน์ และคิดว่า ‘แค่แก้วเดียวเอง ไม่เมาหรอกน่ะ’ แต่ไวน์ที่ดื่มกันตามผับส่วนใหญ่จะมีปริมาณ 175 มิลลิลิตร หรือ 250 มิลลิลิตร ทั้งๆ ที่ควรจะดื่มแค่ 125 มิลลิลิตรเท่านั้น แถมการเข้าสังคม หรือเทรนด์ที่ว่าต้องดื่มเครื่องดื่มแก้วใหญ่ๆ ก็ยิ่งทำให้คนต้องดื่มในปริมาณที่เพิ่มขึ้นๆ ด้วย” Booker กล่าว</p>
<p>ความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ยังทำให้การคำนวณหน่วยการดื่มมาตรฐานซับซ้อนยิ่งขึ้น โดย Booker อธิบายว่า “ไวน์ที่มีปริมาณ 125 มิลลิกรัม คือไวน์หวาน (sweet wines) เช่น German Riesling ที่ไม่ได้รับความนิยมสักเท่าไหร่ ส่วนไวน์ที่พวกเรานิยมดื่มกันทุกวัน เช่น Chardonnay และ Shiraz มีความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ที่สูงกว่านั้น คือราว 13-14% ซึ่งหมายความว่า ไวน์ทั้งสองยี่ห้อนี้ในปริมาณ 125 มิลลิลิตรจะถูกนับเป็น 1.5 หน่วย”</p>
<p><strong> </strong></p>
<blockquote><p>การคำนวณการดื่มมาตรฐานเป็นวิธีการที่ช่วยคำนวณปริมาณแอลกอฮอล์ในการดื่มแต่ละครั้ง  (unit) เพื่อให้สามารถควบคุมปริมาณการดื่ม และไม่ให้ส่งผลกระทบกับผู้ดื่มมากเท่าที่ควร หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงการดื่มได้ ผู้ชายควรดื่มไม่เกิน 3-4 หน่วย/วัน และผู้หญิงควรดื่มไม่เกิน 2-3 หน่วย/วัน</p></blockquote>
<p><strong> </strong></p>
<p>อีกสาเหตุหนึ่งที่น่าสนใจคือ ปัจจัยทางชีวภาพ โดย Andrew Misell ผู้อำนวยการ Alcohol Change ในสหราชอาณาจักรและเวลส์อธิบายว่า โดยเฉลี่ยแล้ว การเผาผลาญแอลกอฮอล์ของผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะมีประสิทธิภาพน้อยกว่าผู้ชาย เพราะว่าผู้หญิงมีอัตราส่วนน้ำต่อไขมันในร่างกายต่ำกว่า ทำให้เกิดกระบวนการเผาผลาญแอลกอฮอล์ได้ยากกว่า ซึ่งจะทำให้ผู้หญิงเมาง่ายกว่าผู้ชาย</p>
<p>Misell สรุปว่า การที่เราพยายามจะคำนวณหน่วยการดื่มและเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์ เพื่อที่จะหาว่า ดื่มเท่าไหร่จึงจะปลอดภัย เป็นการคำนวณที่ไม่มีทางได้คำตอบที่ถูกต้อง ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือ ถ้าจะดื่มแอลกอฮอล์ก็อย่าขับรถ อย่ามีความคิดประมาณว่า <strong>‘</strong>ไปแค่หัวมุมข้างหน้านี้เอง<strong>’ </strong>เพราะดื่มไปแค่แก้วสองแก้วก็อาจจะทำให้ผู้หญิงเมามากกว่าที่คิดแล้ว</p>
<p>สิ่งที่ Booker และ Misell อธิบายยังสอดคล้องกับข้อค้นพบในงานวิจัย<a href="http://www.reesjeffreys.co.uk/wp-content/uploads/2010/10/Drinking-among-British-Women-Social-Research-Associates.pdf"> ‘Drinking among British and its impact on their pedestrian and driving activities’</a> (โดย Social Research Associates) อีกด้วย นอกจากนี้ งานวิจัยดังกล่าวยังได้สัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้หญิง ซึ่งได้แสดงทัศนะบางส่วนที่น่าสนใจว่า เมื่อวัฒนธรรมเปิดกว้างมากขึ้น จำนวนผู้หญิงที่เริ่มดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็เพิ่มขึ้นจากเมื่อก่อน ทำให้จำนวนผู้หญิงที่เมาแล้วขับเพิ่มขึ้นตามไปด้วย</p>
<p><strong> </strong></p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>เมื่อแอลกอฮอล์รบกวนการขับรถ</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ลองคิดดูว่า คุณเป็นแม่บ้านคนหนึ่งที่เพิ่งเสร็จจากการดื่มเบียร์สังสรรค์กับเพื่อนสาวในยามบ่าย และตัดสินใจจะขับรถกลับบ้านที่อยู่ตรงหัวมุมข้างหน้านี้ เพราะคิดว่า ดื่มไปแค่แก้วสองแก้วเอง ไม่เมาหรอก ไม่เป็นไรหรอก</p>
<p>ชีวิตมักมอบทางเลือกให้เราเสมอ ถ้าโชคดี คุณอาจจะได้กลับบ้านโดยมีของแถมเป็นอาการมึนเมา แต่ถ้าโชคร้าย คุณอาจจะถูกตำรวจเรียกตรวจ เป่าเครื่องทดสอบเพื่อจะพบว่าปริมาณแอลกอฮอล์ของตัวเองเกินกำหนด หรือถ้าโชคร้ายกว่านั้น คุณอาจจะประสบอุบัติเหตุระหว่างทางได้</p>
<p>เมื่อคุณดื่ม แอลกอฮอล์จะยืดระยะเวลาที่สมองจะรับรู้ภาพจากตา กระบวนการรับรู้ข้อมูลจะพร่อง และการส่งสัญญาณจากสมองไปยังกล้ามเนื้อจะใช้เวลานานขึ้น ทั้งหมดนี้ทำให้ปฏิกิริยาของคุณช้าลง นอกจากนี้ การดื่มยังทำให้คุณเกิดภาพซ้อนหรือมองเห็นทางข้างหน้าได้ไม่ชัดเจน หรืออาจจะทำให้คุณมั่นใจขึ้น และมีแนวโน้มจะทำอะไรเสี่ยงมากขึ้น จึงไม่มีคำว่า <strong>‘</strong>ใกล้นิดเดียว<strong>’ </strong>หรือ <strong>‘</strong>แค่แก้วเดียว<strong>’ </strong>สำหรับการดื่มแล้วขับ</p>
<p>เพราะแค่เสี้ยววินาที ทุกอย่างก็อาจจะสายเกินไป&#8230;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong> </strong></p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>เมื่อผู้หญิงและผู้ชายดื่มแอลกอฮอล์</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>แน่นอนว่า การสร้างความตระหนักถึงเรื่อง ‘เมาไม่ขับ’ เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก และไม่ว่าเพศใดก็ไม่ควรขับขณะที่เมาทั้งนั้น แต่ในกรณีของผู้หญิง มีปัจจัยบางอย่างที่ทำให้การสร้างความตระหนักและการป้องกันเรื่องเมาไม่ขับเกิดขึ้นไม่ง่ายนัก</p>
<p>ข้อแรกคือ สไตล์การขับรถที่แตกต่างกันของผู้หญิงกับผู้ชาย เมื่ออยู่ภายใต้ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ โดย Booker อธิบายว่า คนจำนวนมากมักจะมองว่า เมื่อผู้ชายเมาแล้วขับ พวกเขาจะขับเร็วกว่า และมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกว่า แต่ผู้หญิงจะขับช้ากว่าและระมัดระวังมากกว่า ทำให้พฤติกรรมของผู้ชายที่เมาแล้วขับดึงดูดสายตาของตำรวจและโดนเรียกตรวจ ขณะที่ผู้หญิงก็อาจจะรอดตัวไป</p>
<p>อีกปัญหาหนึ่งคือ สื่อ ที่มักจะฉายภาพผู้ชายที่เมาแล้วขับมากกว่าผู้หญิง เช่น ใน<a href="https://www.youtube.com/watch?v=kndStP86PTY">ภาพยนตร์สั้นสาธารณะที่ทำขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีของแคมเปญต่อต้านการเมาแล้วขับ</a> ซึ่งเป็นเรื่องของผู้ชายที่ดื่มแอลกอฮอล์จนเมา แต่ก็ยังฝืนขับรถจนนำมาซึ่งอุบัติเหตุบนท้องถนน ขณะที่ผู้หญิงรับบทบาทเป็นเหยื่อจากอุบัติเหตุ เป็นเด็กหญิงที่กำลังร้องไห้ และเป็นภรรยาที่กำลังเศร้าโศก ซึ่งนี่สอดคล้องกับความเห็นของ Kris Beuret ผู้อำนวยการของ Social Research Association และผู้ร่วมวิจัยที่มองว่า สาระสำคัญ [เรื่องเมาไม่ขับ] ไม่ได้ถูกสื่อสารไปถึงผู้หญิงเท่าที่ควร เพราะแคมเปญต่อต้านการเมาแล้วขับยังถูกภาพลักษณ์ของผู้ชายครอบงำอยู่</p>
<p>ดังนั้น หนึ่งในวิธีที่อาจจะช่วยลดอัตราการเมาแล้วขับของผู้หญิงได้ คือการปล่อยสื่อที่มุ่งสื่อสารไปยังผู้หญิงโดยตรง เช่น หนังสั้นของ The South Wales Fire and Rescue service ‘Should have crashed at yours?’ เกี่ยวกับผู้หญิงสองคนที่กำลังดื่มไวน์และสนทนากันอยู่ในบาร์ หนังแสดงให้เราเห็นตอนจบสองแบบ แบบแรกเป็นแบบที่ผู้หญิงฝืนขับรถทั้งที่เมาและประสบอุบัติเหตุ และแบบที่สองเป็นแบบที่เธอตัดสินใจนอนพักที่บ้านเพื่อนก่อน และทุกอย่างก็จบลงด้วยดี</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="jetpack-video-wrapper"><iframe class="youtube-player" width="640" height="360" src="https://www.youtube.com/embed/HE-fBdbW15s?version=3&#038;rel=1&#038;showsearch=0&#038;showinfo=1&#038;iv_load_policy=1&#038;fs=1&#038;hl=en-US&#038;autohide=2&#038;wmode=transparent" allowfullscreen="true" style="border:0;" sandbox="allow-scripts allow-same-origin allow-popups allow-presentation"></iframe></div>
<p>&nbsp;</p>
<p>“ทุกวันนี้ เวลาเราพูดถึงเรื่องเมาแล้วขับ ไม่ว่าจะเป็นในแคมเปญเพื่อความปลอดภัยหรือละครทีวี จะเห็นว่าพวกเขาชอบโฟกัสที่ผู้ชายขี้เมาหลังพวงมาลัยเท่านั้น จริงอยู่ที่อัตราการเมาแล้วขับของผู้หญิงอาจจะยังน้อยกว่าผู้ชาย แต่เราก็อาจได้รับผลกระทบจากอัตราที่<em>น้อย</em>นั้นเช่นกัน”</p>
<p>“เพราะฉะนั้น เราอาจจะต้องคิดแคมเปญต่อต้านการเมาแล้วขับ ที่ให้ผู้หญิงรู้สึกเชื่อมโยงกับตัวละครในนั้น และทำให้ผู้หญิงตระหนักได้ว่า อุบัติเหตุและการเสียชีวิตไม่ได้เกิดจากเพศใดเพศหนึ่งโดยเฉพาะ แต่เกิดจากทุกคนที่เมาแล้วยังฝืนนั่งอยู่หลังพวงมาลัย” Booker ปิดท้าย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>เราจะหลีกเลี่ยงการเมาแล้วขับได้อย่างไร</strong><strong>?</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>สิ่งที่คุณควรพึงระลึกไว้เสมอคือ เราดื่มเพื่อปลดปล่อยและผ่อนคลาย แต่เวลาขับรถ เราต้องการความตื่นตัวและการตระหนักถึงเรื่องความปลอดภัย ซึ่งสองสิ่งนี้ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง</p>
<p>เพราะฉะนั้น ถ้าไม่ว่ายังไงๆ คุณจะต้องขับรถเอง วิธีการที่ดีที่สุดคือ ไม่ต้องดื่มแอลกอฮอล์</p>
<p>แต่ถ้าจำเป็นต้องดื่มจริงๆ ลองบันทึกเบอร์ของแท็กซี่หรือรถสาธารณะที่ไว้ใจได้ไว้ในโทรศัพท์ เพื่อที่ว่าคุณจะสามารถเรียกรถได้ทันทีที่ต้องการ หรือหาคนในครอบครัว เพื่อน หรือคนที่ไว้ใจได้มาช่วยขับรถกลับให้ ระลึกไว้เสมอว่า อย่าเริ่มดื่มเด็ดขาดถ้าคุณยังไม่มีคนขับรถให้ หรือยังไม่รู้ว่าจะนอนที่ไหนในคืนนี้</p>
<p>อีกประการหนึ่งที่ผู้คนอาจคิดไม่ถึงคือ การนอนไปตื่นหนึ่งไม่ได้ช่วยให้ปริมาณแอลกอฮอล์ของคุณอยู่ในระดับที่ปลอดภัย ถ้าคุณดื่มในคืนนี้ยันผับปิด เช้าวันต่อมา คุณก็ยังมีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกำหนดอยู่ การนอน อาบน้ำเย็นๆ หรือดื่มกาแฟไม่ได้ช่วยให้คุณสร่างเมา สิ่งเดียวที่คุณทำได้คือ รอให้ปริมาณแอลกอฮอล์หมดไป</p>
<p>อย่างที่เราย้ำเสมอว่า การเลือกที่จะดื่ม แม้จะยังเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ถ้าเลือกแล้ว ผู้ดื่มจะต้องอย่างมีความรับผิดชอบ ไม่ให้ผู้อื่นเดือดร้อน มิเช่นนั้น การอ้างสิทธิส่วนบุคคลก็เป็นการอ้างที่เลื่อนลอย  ทางที่ดีที่สุดคือ หลีกเลี่ยงการดื่มไปเลย เพราะแม้คุณจะคิดว่า คุณขับรถในระยะทาง ‘สั้น’ และ ‘ปลอดภัย’ แล้ว แต่เมื่อแอลกอฮอล์ออกฤทธิ์ ก็ไม่มีระยะทางที่ ‘ปลอดภัย’ อีกต่อไป</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>ที่มา:</p>
<p class="ask__title"><em>ALCOHOL UNITS ดื่มมาตรฐาน – หน่วยอ้างอิงของปริมาณการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</em>. 2562. available at &lt;<a href="https://www.honestdocs.co/alcohol-units">https://www.honestdocs.co/alcohol-units</a>&gt;.</p>
<p><em>พบผู้หญิงดื่มแล้วขับเพิ่มมากขึ้น</em>. 2562. available at &lt;<a href="https://www.thaipost.net/main/detail/36026">https://www.thaipost.net/main/detail/36026</a>&gt;.</p>
<p class="entry-title instapaper_title"><em>How alcohol companies are using International Women’s Day to sell more drinks to women</em>. 2019. available at &lt;<a href="https://theconversation.com/how-alcohol-companies-are-using-international-womens-day-to-sell-more-drinks-to-women-113081">https://theconversation.com/how-alcohol-companies-are-using-international-womens-day-to-sell-more-drinks-to-women-113081</a>&gt;.</p>
<p class="content-hed standard-hed"><em>Time to raise awareness of female drink-driving</em>. 2019. available at &lt;<a href="https://www.goodhousekeeping.com/uk/consumer-advice/car-advice/a27539495/the-facts-female-drink-driving/">https://www.goodhousekeeping.com/uk/consumer-advice/car-advice/a27539495/the-facts-female-drink-driving/</a>&gt;.</p>
<p class="text---white"><em>How Male-Driven Alcohol Brands Are Pivoting to Target Women More Effectively</em>. 2018. available at &lt;<a href="https://www.gospotcheck.com/blog/how-male-driven-alcohol-brands-are-pivoting-to-target-women-more-effectively">https://www.gospotcheck.com/blog/how-male-driven-alcohol-brands-are-pivoting-to-target-women-more-effectively</a>&gt;.</p>
<p><em>Number of Women Convicted of Drink Driving on the Rise</em>. 2015. available at &lt;<a href="https://www.drivelikeagirl.com/number-of-women-convicted-of-drink-driving-on-the-rise">https://www.drivelikeagirl.com/number-of-women-convicted-of-drink-driving-on-the-rise</a>&gt;.</p>
<p class="page-title">เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/increasing-female-drink-driving/">มองเพศสภาพผ่านขวดเหล้า: เมื่อจำนวนผู้หญิง ‘เมาแล้วขับ’ เพิ่มขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1138</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ดื่มเหล้าเพื่อความเท่าเทียม : สุราและการต่อสู้ของสิทธิสตรี</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/alcohol-gender-equality/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=alcohol-gender-equality</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Sep 2019 05:56:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[#ความเท่าเทียมทางเพศ]]></category>
		<category><![CDATA[#ชายเป็นใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[#สิทธิสตรี]]></category>
		<category><![CDATA[#สุรากับผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มเหล้าของผู้หญิง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1130</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคสมัยที่สังคมถูกครอบงำด้วยวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ ผู้หญิงถูกจำกัดให้อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน ถูกลิดรอนสิทธิและโอกาส ทั้งทางการศึกษา หน้าที่การงาน.. หรือแม้กระทั่งการดื่มสุรา ขณะที่ผู้ชายดื่มเหล้าสังสรรค์กับมิตรสหายจนกลายเป็นเรื่องปกติ  ผู้หญิงกลับไม่สามารถดื่มโดยปราศจากการถูกตีตราและตำหนิติเตียน ดังนั้น เมื่อทั่วโลกตระหนักถึงความเท่าเทียมทางเพศมากขึ้น เกิดการต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีมากขึ้น การดื่มเหล้าของผู้หญิงจึงกลายเครื่องมือหนึ่งซึ่งใช้ต่อต้านระบบปิตาธิปไตย Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ขอพาคุณไปชมพัฒนาการสิทธิสตรีผ่านมิติของการดื่ม วัฒนธรรมที่บังคับให้ผู้หญิงต้องดื่ม และผลลัพธ์เรื่องสุขภาพที่สุภาพสตรีจะได้รับจากการดื่ม   ดื่มฉลองการปลดแอก!   ประสบการณ์การถูกกดขี่ทางเพศเป็นปัจจัยหนึ่งที่ผลักดันให้ผู้หญิงหันมาดื่มเหล้ามากขึ้นหลังเป็นอิสระจากอำนาจของผู้ชาย จากรายงานเรื่อง “Drinking and the oppression of women: The Mexican experience.” โดย Medina-Mora, E. ซึ่งศึกษาวัฒนธรรมของชาวแม็กซิกัน แสดงให้เห็นว่าสตรีชาวแม็กซิกันส่วนหนึ่งมีความทุกข์ทรมานในใจ เนื่องจากต้องเป็นฝ่ายยอมให้กับความก้าวร้าว ไม่ประนีประนอมอ่อนข้อของผู้ชายมาตลอด แม้แต่ในช่วงแรกที่ผู้หญิงเริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงาน บริบททางสังคมก็ยังคงแนวคิดชายเป็นใหญ่ กดดันให้ผู้หญิงต้องมีคุณลักษณะแม่บ้านแม่เรือนที่ดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการดื่มหรือเมาสุราโดยเด็ดขาด ฉะนั้น เมื่อผู้หญิงได้รับการศึกษาสูงขึ้น มีรายได้เป็นของตนเองมากขึ้น จำนวนนักดื่มเพศหญิงจึงเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้องการต่อต้านและแสดงความเป็นอิสระจากผู้ชายผ่านการดื่มสุรา นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยหลายสำนักพบว่าสตรีที่มีประสบการณ์ความทุกข์ทรมานทางจิตใจอย่างรุนแรง หรือประสบการณ์การถูกกระทำทารุณกรรมทางเพศส่งผลให้เกิดพฤติกรรมดื่มสุราอย่างหนักอีกด้วย   ดื่มอย่างถ้วนหน้าและเท่าเทียม   กระแสความเท่าเทียมทางเพศที่เกิดขึ้นไม่เพียงส่งผลต่อจำนวนนักดื่มหญิงชาวแม็กซิกัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-gender-equality/">ดื่มเหล้าเพื่อความเท่าเทียม : สุราและการต่อสู้ของสิทธิสตรี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในยุคสมัยที่สังคมถูกครอบงำด้วยวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ ผู้หญิงถูกจำกัดให้อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน ถูกลิดรอนสิทธิและโอกาส ทั้งทางการศึกษา หน้าที่การงาน.. หรือแม้กระทั่งการดื่มสุรา</p>
<p>ขณะที่ผู้ชายดื่มเหล้าสังสรรค์กับมิตรสหายจนกลายเป็นเรื่องปกติ  ผู้หญิงกลับไม่สามารถดื่มโดยปราศจากการถูกตีตราและตำหนิติเตียน ดังนั้น เมื่อทั่วโลกตระหนักถึงความเท่าเทียมทางเพศมากขึ้น เกิดการต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีมากขึ้น การดื่มเหล้าของผู้หญิงจึงกลายเครื่องมือหนึ่งซึ่งใช้ต่อต้านระบบปิตาธิปไตย</p>
<p>Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ขอพาคุณไปชมพัฒนาการสิทธิสตรีผ่านมิติของการดื่ม วัฒนธรรมที่บังคับให้ผู้หญิงต้องดื่ม และผลลัพธ์เรื่องสุขภาพที่สุภาพสตรีจะได้รับจากการดื่ม</p>
<p><strong> </strong></p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>ดื่มฉลองการปลดแอก</strong><strong>!</strong></h2>
<h2><strong> </strong></h2>
<p>ประสบการณ์การถูกกดขี่ทางเพศเป็นปัจจัยหนึ่งที่ผลักดันให้ผู้หญิงหันมาดื่มเหล้ามากขึ้นหลังเป็นอิสระจากอำนาจของผู้ชาย</p>
<p>จากรายงานเรื่อง “Drinking and the oppression of women: The Mexican experience.” โดย Medina-Mora, E. ซึ่งศึกษาวัฒนธรรมของชาวแม็กซิกัน แสดงให้เห็นว่าสตรีชาวแม็กซิกันส่วนหนึ่งมีความทุกข์ทรมานในใจ เนื่องจากต้องเป็นฝ่ายยอมให้กับความก้าวร้าว ไม่ประนีประนอมอ่อนข้อของผู้ชายมาตลอด</p>
<p>แม้แต่ในช่วงแรกที่ผู้หญิงเริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงาน บริบททางสังคมก็ยังคงแนวคิดชายเป็นใหญ่ กดดันให้ผู้หญิงต้องมีคุณลักษณะแม่บ้านแม่เรือนที่ดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการดื่มหรือเมาสุราโดยเด็ดขาด</p>
<p>ฉะนั้น เมื่อผู้หญิงได้รับการศึกษาสูงขึ้น มีรายได้เป็นของตนเองมากขึ้น จำนวนนักดื่มเพศหญิงจึงเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้องการต่อต้านและแสดงความเป็นอิสระจากผู้ชายผ่านการดื่มสุรา</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยหลายสำนักพบว่าสตรีที่มีประสบการณ์ความทุกข์ทรมานทางจิตใจอย่างรุนแรง หรือประสบการณ์การถูกกระทำทารุณกรรมทางเพศส่งผลให้เกิดพฤติกรรมดื่มสุราอย่างหนักอีกด้วย</p>
<p><strong> </strong></p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>ดื่มอย่างถ้วนหน้าและเท่าเทียม</strong></h2>
<p><strong> </strong></p>
<p>กระแสความเท่าเทียมทางเพศที่เกิดขึ้นไม่เพียงส่งผลต่อจำนวนนักดื่มหญิงชาวแม็กซิกัน แต่ส่งผลต่อจำนวนนักดื่มหญิงทั้งโลก</p>
<p>ในปี 2016 the Australian NHMRC Centre of Research Excellence in Mental Health and Substance Use เปิดเผยผลการศึกษาจากงานวิจัยจำนวน 68 ชิ้นจากทั่วโลก เกี่ยวกับพฤติกรรมการดื่มสุราของกลุ่มตัวอย่างซึ่งเกิดในช่วงปี 1891-2000 เพื่อระบุเทรนด์การดื่มที่เปลี่ยนไปในเพศชายและหญิง พบว่าจำนวนนักดื่มที่เกิดช่วงต้นทศวรรษปี 1900 เป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิงถึงสองเท่า ขณะเดียวกัน ในกลุ่มตัวอย่างที่อายุน้อยลง สัดส่วนนักดื่มทั้งสองเพศแทบไม่ต่างกัน</p>
<p>ผู้วิจัยตั้งข้อสังเกตว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไป เช่น การเกิดกระแส ‘90s Ladette Culture’ ที่ส่งเสริมให้สาววัยรุ่นกล้าทำกล้าลองเหมือนผู้ชาย ทำให้เกิดนักดื่มหน้าใหม่ในกลุ่มผู้หญิง และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันเรียกได้ว่าจำนวนผู้หญิงดื่มเหล้ามากเท่ากับนักดื่มชาย</p>
<p>ข้อเท็จจริงข้างต้นสอดคล้องกับผลจากรายงานเรื่อง “Gender, Culture and Alcohol Problems: A Multi-national Study’’ ซึ่งศึกษาพฤติกรรมการดื่มของเพศหญิงและชายในกลุ่มประเทศยุโรปจำนวน 13 ประเทศ และประเทศนอกยุโรปอีก 2 ประเทศ ใจความว่า ยิ่งประเทศมีความก้าวหน้าเรื่องความทัดเทียม ยิ่งทำให้พฤติกรรมการดื่มของทั้งสองเพศมีความแตกต่างน้อยลง กล่าวคือ ผู้หญิงสามารถดื่มเหล้าได้ไม่ต่างจากผู้ชาย ในที่นี้ ประเทศที่มีความแตกต่างน้อยที่สุด ได้แก่ ประเทศแถบนอร์ดิก ตามด้วยยุโรปตะวันและยุโรปกลาง ส่วนประเทศที่ถือว่ากำลังพัฒนานั้น แน่นอนว่ายังคงมีความแตกต่างเรื่องการดื่มระหว่างสองเพศสูง</p>
<p>สำหรับประเทศไทย ทัศนคติเรื่องความเท่าเทียมนี้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งซึ่งสนับสนุนการดื่มสุราในหมู่ผู้หญิงเช่นกัน จากรายงานการศึกษาพฤติกรรมการดื่มของสตรีในอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่เผยว่าผู้หญิงกล้าแสดงออกเรื่องการดื่มสุราในพื้นที่สาธารณะ เช่น งานมหรสพในชุมชน เพราะเชื่อว่าชายดื่มได้ หญิงก็ดื่มได้ ชายสนุกได้ หญิงก็สนุกได้ไม่ต่างกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>‘ชายเป็นใหญ่’ ที่แฝงไว้กับการ (ต้อง) ดื่ม</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>คำถามที่น่าสนใจคือ ปรากฏการณ์ผู้หญิงดื่มสุราที่เพิ่มขึ้นจากอดีตแสดงให้เห็นว่าเราหลุดจากขนบชายเป็นใหญ่อย่างสมบูรณ์แล้วใช่หรือไม่?</p>
<p>คำตอบคืออาจไม่ง่ายดายเช่นนั้น เพราะบางครั้งผู้หญิงก็จำเป็นต้องดื่มเพื่อให้เป็นที่ยอมรับในหมู่พวกผู้ชาย ในรายงานสัมมนาของ Scottish Health Action on Alcohol Problems (SHAAP) ร่วมกับ the Institute of Alcohol Studies (IAS) ระบุว่า เมื่อผู้หญิงมีบทบาทมากขึ้น มีตำแหน่งสูงขึ้นในที่ทำงาน พวกเธอต้องพยายามเก็บงำอุปนิสัยแบบ ‘หญิง’ และสร้างภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำ เข้มแข็ง รวมถึงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นอย่าง ‘ชาย’ เพื่อเข้าสังคมอันเต็มไปด้วยผู้ชายในที่ทำงาน</p>
<p>หนึ่งในนั้นคือการ (ต้อง) ดื่มสุราสังสรรค์กับคนอื่นๆ เพราะเชื่อว่าทำให้ลดความเขินอายตามประสา ‘หญิง’ เพิ่มความกล้าแสดงออก และสร้างมิตรภาพได้ง่ายขึ้น สภาพสังคมในแวดวงการทำงานจึงมีผลทำให้ผู้หญิงบางคนกลายเป็นนักดื่มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และการดื่มเหล้าก็ยังคงถูกมองว่าเป็นกิจกรรมผ่อนคลายสำหรับท่านชาย (หรือหญิงที่ต้องการแสดงออกอย่างชาย) มากกว่าจะเป็นของทุกเพศอย่างแท้จริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>การตลาดเพื่อการดื่มของผู้หญิง</strong></h2>
<h2 style="text-align: center;"><strong> </strong></h2>
<p>อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของนักดื่มเพศหญิง ทำให้บริษัทผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหลายฉวยโอกาสสร้างฐานลูกค้าใหม่ ด้วยการสร้างภาพจำว่าการดื่มของผู้หญิงหมายถึงความสำเร็จ ความสุข และส่งเสริมมิตรภาพในกลุ่มสาวๆ ด้วยกัน เช่น Baileys ออกแคมเปญนำเสนอความเป็น “เพื่อนหญิงพลังหญิง (Power of Female Friendship)” เนื่องในโอกาสวันคริสต์มาส มีเนื้อหากล่าวถึงการรวมตัวในคืนสังสรรค์ ผู้หญิงทุกคนสวย มั่นอกมั่นใจ และสนุกสนานกับการดื่มแอลกอฮอล์</p>
<div class="jetpack-video-wrapper"><iframe class="youtube-player" width="640" height="360" src="https://www.youtube.com/embed/3VCC3VL5SCM?version=3&#038;rel=1&#038;showsearch=0&#038;showinfo=1&#038;iv_load_policy=1&#038;fs=1&#038;hl=en-US&#038;autohide=2&#038;wmode=transparent" allowfullscreen="true" style="border:0;" sandbox="allow-scripts allow-same-origin allow-popups allow-presentation"></iframe></div>
<p>&nbsp;</p>
<p>บางแบรนด์ใช้กลยุทธ์เชื่อมโยงตนเองกับการส่งเสริมสิทธิสตรี ตัวอย่างเช่น Johnnie Walker ออกเครื่องดื่มรุ่นพิเศษเป็นฉลากรูปผู้หญิงสวมหมวกทรงสูงและรองเท้าบูท ชื่อ Jane Walker เพื่อเฉลิมฉลองวันสตรีสากล และจำนวนขวดที่ขายได้จะกลายเป็นเงินบริจาค 1 ดอลล่าร์สหรัฐแก่องค์กรช่วยเหลือผู้หญิง เช่นเดียวกับแบรนด์ BrewDog ที่เปลี่ยนฉลากผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม Punk IPA เป็น Pink IPA พร้อมโฆษณาว่าเป็น “เบียร์สำหรับสาวๆ (Beer for Girls)” ในโอกาสเดียวกัน</p>
<p>กลยุทธ์การตลาดเหล่านี้ส่งเสริมให้เกิดนักดื่มหน้าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนผู้ได้รับอิทธิพลจากสื่อโฆษณา รูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ รวมถึงสร้างเป็นภาพจำว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่ำหรือการดื่มเพียงปริมาณน้อยๆ นั้นกำลังเหมาะสมกับหญิงสาวผู้รักความสนุกสนาน กล้าเป็นตัวของตัวเอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>ผลของสุราต่อสุ(ข)ภาพสตรี</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้ว่าสังคมปัจจุบันจะเปิดโอกาสให้ผู้หญิงดื่มได้อย่างอิสระ แต่ผลที่ตามมาคือ ผู้หญิงกับต้องเผชิญปัญหาการดื่มสุราเพิ่มขึ้นตามไปด้วย งานวิจัยของ National Institute on Alcohol Abuse and Alcoholism (NIAAA) ในปี 2017 พบว่า จำนวนผู้หญิงอเมริกันที่มีปัญหาจากการดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นถึง 83.7% ในช่วงระหว่างปี 2002 – 2013 ในขณะข้อมูลปี 2018 พบว่า จำนวนผู้หญิงที่ต้องเข้าห้องฉุกเฉินโดยมีเหตุเกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ก็มีอัตราการเติบโตสูงกว่าผู้ชายเป็นที่เรียบร้อยแล้วในประเทศจีน</p>
<p>นอกจากนี้ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์พบว่าพวกเธอต้องแบกรับความเสี่ยงเรื่องปัญหาสุขภาพจากการดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าเพศชาย</p>
<p>เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะร่างกายของผู้หญิงสร้างเอนไซม์ alcohol dehydrogenase หรือ ADH จากตับซึ่งทำหน้าที่สลายแอลกอฮอล์ได้น้อยกว่าผู้ชาย อีกทั้งยังมีสัดส่วนของไขมันตามร่างกายมากกว่า ทำให้เก็บกักแอลกอฮอล์ได้เยอะและยาวนานยิ่งกว่า เป็นต้นเหตุของโรคอื่นๆ ตามมา อาทิ โรคกระดูกพรุน ประจำเดือนมาไม่ปกติ เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนเร็วขึ้น ลดการหลั่งฮอร์โมนเอสโตรเจนและเพิ่มฮอร์โมนกลูโคคอร์ติคอยด์ซึ่งทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแย่ลง มีบุตรยาก และเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น</p>
<p>ทั้งนี้ การดื่มสุราในช่วงก่อนมีประจำเดือนหรือช่วงรับประทานยาคุมกำเนิดจะทำให้ร่างกายดูดซึมแอลกอฮอล์เร็วขึ้น จึงเกิดอาการเมาสุราได้ง่ายขึ้นอีกด้วย</p>
<p>ดังนั้น ถึงการดื่มสุราอาจเป็นเครื่องมือแสดงออกถึงความเท่าเทียมและความมั่นอกมั่นใจของผู้หญิง แต่อย่าลืมว่านอกจากดื่มเพื่อฉลองคุณค่าในตนเอง สุขภาพร่างกายของคุณก็มีค่าไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา:</p>
<p>-สุนทรี ศรีโกไสย.  การทบทวนองค์ความรู้ เรื่อง การดื่มสุราและการเสพติดสุราของสตรี.  เชียงใหม่: แผนงานการพัฒนาระบบ รูปแบบ และวิธีการบำบัดรักษาผู้มีปัญหาการบริโภคสุราแบบบูรณาการ (ผรส.); 2553.</p>
<p>-Kim Bloomfield, Gerhard Gmel, and Sharon Wilsnack.  2006.  Introduction to Special Issue ‘Gender, Culture and Alcohol Problems: a Multi-National Study’. Alcohol &amp; Alcoholism Vol. 41. p i3-i7.</p>
<p>&#8211; Scottish Health Action on Alcohol Problems (SHAAP) and the Institute of Alcohol Studies (IAS). 2018.  Women and Alcohol: Key Issues.</p>
<p>-NHS.  Women now drinking &#8216;almost as much alcohol as men&#8217;.  2016.  Available at <a href="https://www.nhs.uk/news/food-and-diet/women-now-drinking-almost-as-much-alcohol-as-men/">https://www.nhs.uk/news/food-and-diet/women-now-drinking-almost-as-much-alcohol-as-men/</a></p>
<p>-Misha Ketchell.  How alcohol companies are using International Women’s Day to sell more drinks to women.  2019.  Available at <a href="http://theconversation.com/how-alcohol-companies-are-using-international-womens-day-to-sell-more-drinks-to-women-113081">http://theconversation.com/how-alcohol-companies-are-using-international-womens-day-to-sell-more-drinks-to-women-113081</a></p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-gender-equality/">ดื่มเหล้าเพื่อความเท่าเทียม : สุราและการต่อสู้ของสิทธิสตรี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1130</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
