<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>ความรุนแรงในครอบครัว Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A7/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/ความรุนแรงในครอบครัว/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:14:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>ความรุนแรงในครอบครัว Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/ความรุนแรงในครอบครัว/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>(Quote) มองปัญหาเชิงโครงสร้างในขวดเหล้า กับ จะเด็จ เชาวน์วิไล</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/quote-jaded/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=quote-jaded</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 31 Aug 2020 07:14:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[คนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ความรุนแรงในครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[จะเด็จ เชาวน์วิไล]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาโครงสร้างสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบชายเป็นใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกเหล้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=2169</guid>

					<description><![CDATA[<p>การทำงานวิจัยร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ปีพ.ศ.2545 คือ จุดเปลี่ยนที่ทำให้ จะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล (มญช.) หันมาสนใจปัญหาจากการดื่มสุรา หลังพบว่าฤทธิ์แอลกอฮอล์ คือ ตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อวิเคราะห์ให้ลึกขึ้นไปอีกชั้น ปัญหาคนติดเหล้ายังยึดโยงเกี่ยวพันกับปัญหาเชิงโครงสร้างต่างๆ ในสังคม ไม่ว่าจะเป็นระบอบชายเป็นใหญ่ ความเหลื่อมล้ำของรายได้ ความยากจน ระบบบำบัดผู้ติดสุราไม่เอื้ออำนวย ฯลฯ จนยากจะแก้ไขหากไม่ทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวนคุณมองภาพปัญหาผู้ติดสุรา ที่ไม่ใช่แค่ปัญหาระดับบุคคล ผ่านทัศนะของจะเด็จ เชาวน์วิไล (อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ ที่นี่) &#160; :: จน ขี้เกียจ กินเหล้า? :: &#160; คุณมองระบบบำบัดเหล้าในปัจจุบันนี้อย่างไร ถ้าถามผม ตอนนี้ระบบการบำบัดสำหรับผู้หญิงล้มเหลวมาก ถ้าผู้ชายเลิกเหล้าจะมีคนสนับสนุนมากกว่า ขณะที่ผู้หญิงมักไม่ค่อยมีคนสนับสนุนเท่า สถานการณ์มันเลยไปกันใหญ่ บางคนจะมองว่าผู้หญิงที่ติดเหล้าว่า เป็นคนไม่ดี พอเป็นคนไม่ดีก็ไม่ต้องไปช่วยเขา มันจะเป็นภาพจำแบบนี้ ถามว่าเอาครอบครัวเข้ามาจะช่วยไหม มันก็ยาก เพราะส่วนมากที่ผู้หญิงติดเหล้าก็เพราะมีปัญหาในครอบครัวนี่แหละ แต่ถ้าเปลี่ยนมาเป็นผู้ชาย ภรรยาก็อยากให้เลิก ลูกก็อยากให้เลิก มันจะต่างกันตรงนี้ มีเคสหนึ่งเป็นผู้หญิงที่เคยมีสามีเป็นคนต่างชาติ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/quote-jaded/">(Quote) มองปัญหาเชิงโครงสร้างในขวดเหล้า กับ จะเด็จ เชาวน์วิไล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การทำงานวิจัยร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ปีพ.ศ.2545 คือ จุดเปลี่ยนที่ทำให้ <strong>จะเด็จ เชาวน์วิไล</strong> ผู้อำนวยการ<a href="https://www.wmp.or.th/">มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล (มญช.)</a> หันมาสนใจปัญหาจากการดื่มสุรา หลังพบว่าฤทธิ์แอลกอฮอล์ คือ ตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว</p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อวิเคราะห์ให้ลึกขึ้นไปอีกชั้น ปัญหาคนติดเหล้ายังยึดโยงเกี่ยวพันกับปัญหาเชิงโครงสร้างต่างๆ ในสังคม ไม่ว่าจะเป็นระบอบชายเป็นใหญ่ ความเหลื่อมล้ำของรายได้ ความยากจน ระบบบำบัดผู้ติดสุราไม่เอื้ออำนวย ฯลฯ จนยากจะแก้ไขหากไม่ทำความเข้าใจให้ถ่องแท้</p>
<p>Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวนคุณมองภาพปัญหาผู้ติดสุรา ที่ไม่ใช่แค่ปัญหาระดับบุคคล ผ่านทัศนะของจะเด็จ เชาวน์วิไล (อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ <a href="https://alcoholrhythm.com/interview-jaded/" target="_blank" rel="noopener"><em><strong>ที่นี่</strong></em></a>)</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>:: จน ขี้เกียจ กินเหล้า? ::</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="alignnone size-full wp-image-2167" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-1.jpg" alt="" width="1080" height="1080" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-1.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-1-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-1-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-1-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-1-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<h4><b>คุณมองระบบบำบัดเหล้าในปัจจุบันนี้อย่างไร</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าถามผม ตอนนี้ระบบการบำบัดสำหรับผู้หญิงล้มเหลวมาก ถ้าผู้ชายเลิกเหล้าจะมีคนสนับสนุนมากกว่า ขณะที่ผู้หญิงมักไม่ค่อยมีคนสนับสนุนเท่า สถานการณ์มันเลยไปกันใหญ่ บางคนจะมองว่าผู้หญิงที่ติดเหล้าว่า เป็นคนไม่ดี พอเป็นคนไม่ดีก็ไม่ต้องไปช่วยเขา มันจะเป็นภาพจำแบบนี้ ถามว่าเอาครอบครัวเข้ามาจะช่วยไหม มันก็ยาก เพราะส่วนมากที่ผู้หญิงติดเหล้าก็เพราะมีปัญหาในครอบครัวนี่แหละ แต่ถ้าเปลี่ยนมาเป็นผู้ชาย ภรรยาก็อยากให้เลิก ลูกก็อยากให้เลิก มันจะต่างกันตรงนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีเคสหนึ่งเป็นผู้หญิงที่เคยมีสามีเป็นคนต่างชาติ พอติดเหล้าก็เลิกกับสามี พอเธอกลับมาอยู่ในชุมชนก็ไปคุยๆ กับผู้ชายคนอื่น ซึ่งสำหรับสังคมไทย การมีปัญหาเรื่องเหล้าก็เท่ากับว่าเป็นคนไม่ดีแล้ว พอมาคุยกับคนอื่นอีก ผู้หญิงคนนี้เลยกลายเป็นผู้หญิงไม่ดีในสายตาชาวบ้านไปเลย แบบนี้ก็ต้องค่อยคุยๆ และหาตัวช่วย เพราะผู้หญิงหลายคนไม่อยากไปบำบัด เนื่องจากระบบส่วนใหญ่ยังกดทับผู้หญิงอยู่ แล้วบุคลากรบางคนในระบบก็ใช้คำพูดที่ดูไม่เป็นมิตรกับผู้หญิงด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้น ระบบบำบัดก็ต้องถูกปรับตัวและถูกปรับเปลี่ยน คุณต้องเข้าใจว่าการติดเหล้าเป็นโรค ไม่ใช่เป็นเรื่องของคนดีหรือคนไม่ดี เวลาคนติดเหล้าไปรักษา ประกันสังคมก็ไม่จ่ายให้อีก แบบนี้มันไม่ใช่ การติดเหล้าเกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่กล่าวมาแล้ว เพราะเขามีปัญหาจึงดื่มเหล้า ต่อมาเลยกลายเป็นโรค นี่แทบไม่เกี่ยวอะไรกับนิสัยเลย แต่ระบบบำบัดกลับมองว่า เขาติดเหล้าเพราะนิสัย เพราะเขาไปกินเอง เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดนี้ใหม่ ต้องเปลี่ยนความคิดที่ว่า “จน ขี้เกียจ เลยกินเหล้า” เราต้องเข้าใจและมองให้รอบด้าน มองในหลายมิติ เพราะจริงๆ แล้วเรื่องเหล้าเป็นเรื่องเชิงโครงสร้าง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>:: เหล้าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ::</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2166" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-2.jpg" alt="" width="1080" height="1080" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-2.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-2-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-2-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-2-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-2-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<h4><b>อยากให้ช่วยขยายคำว่า ‘เหล้าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง’ ให้ฟังหน่อย</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">รัฐและทุนเหล้าต้องการให้คนในสังคมดื่มเหล้าผ่านการใช้การโฆษณา ขณะเดียวกันก็พยายามให้สังคมมองคนดื่มเหล้า โดยเฉพาะคนยากจน ว่าเป็นปัญหาในระดับปัจเจก ว่าง่ายๆ คือคุณดื่มเหล้าเพราะคุณอยากดื่มเอง ถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้น ไม่ว่าจะเป็นดื่มแล้วไปทำร้ายคนในครอบครัว หรือไปขับรถชนใครเข้า ก็ต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมวิเคราะห์จากคนงานกรรมกรและคนระดับทั่วๆ ไป เพราะพวกเขามีโอกาสน้อยกว่าชนชั้นอื่นๆ และมักจะถูกครอบงำด้วยมายาคติ “โง่ จน เจ็บ” อย่างที่บอกไป คนมักจะมองว่า “ก็เพราะคุณเป็นพวกขี้เกียจ ไม่ไปทำงานแต่ดันไปดื่มเหล้า ไปเล่นการพนัน“ นี่คือมายาคติ คนไปดื่มเหล้าบำบัดทุกข์เลยกลายเป็นเรื่องส่วนบุคคลไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกอย่างหนึ่งคือ การโฆษณาของบริษัทเหล้ามักจะแสดงออกว่า เหล้าคือทางออกของการแก้ปัญหา หรือช่วยดับความทุกข์จากเศรษฐกิจ ความเครียดจากการทำงาน ทุกข์จากครอบครัว ความรัก และปัญหาอื่นๆ คนจนที่เครียดเพราะไม่มีอันจะกินเลยเลือกที่จะดื่มเหล้าเพื่อดับทุกข์พวกนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น ผมเลยวิเคราะห์ปัญหาว่า เหล้าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง เพราะคนดื่มถูกโครงสร้างสังคมหรือถูกมายาคติต่างๆ กดทับ ถ้าจะแก้ปัญหาได้ก็จะต้องสร้างพื้นที่ให้คนยากจน หรือแม้แต่คนทั่วไปก็ควรมีการรวมกลุ่มเพื่อให้มีอำนาจต่อรอง เพื่อแก้ปัญหา และเพื่อระบายทุกข์จากการดื่มเหล้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ดูปัจจุบันนี้สิ คุณจะรวมกลุ่มกันเป็นสหภาพแรงงานก็ไม่ค่อยได้ เพราะไม่มีพื้นที่ให้ทำกิจกรรม หรือถ้ามีก็น้อยมาก ยกตัวอย่างกลุ่มคนงาน เขามีระบบที่เรียกว่า ‘แปดสามแปด‘ คือแปดแรกทำงาน แปดสองพักผ่อน และแปดสามรวมกลุ่ม ดังนั้น ถ้าพวกเขาพอมีเวลาก็จะมักจะหันไปหาเรื่องอบายมุข ไม่ใช่แค่เหล้า แต่รวมถึงบุหรี่กับการพนันด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมมองว่า ชนชั้นนำอยากให้เรามีชีวิตกันแบบนี้อยู่แล้ว มันไม่มีเสรีภาพ ไม่มีการรวมกลุ่ม พวกเขาจึงมีพื้นที่ที่วนเวียนอยู่กับการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เล่นการพนัน หรือถึงจะรวมกลุ่มได้ แต่ถ้าไม่มีใครไปสนับสนุนเขาก็จะลำบาก รัฐก็ช่วยเหลืออย่างฉาบฉวย ไม่ได้ทำเพื่อให้เขามีศักดิ์ศรีหรือมีตัวตนขึ้นมาจริงๆ การรวมกลุ่มที่เกิดขึ้นผ่านรัฐจึงกลายเป็นแค่เรื่องการฝึกอาชีพเท่านั้น ส่วนภาคประชาสังคมที่ทำงานเชิงรุกกับคนติดเหล้าก็น้อยลงเรื่อยๆ ทั้งหมดนี้เป็นปัญหาเชิงรุกในการทำงานกับคนติดเหล้าหมดเลย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>:: ชายเป็นใหญ่ ทำให้ผู้หญิงดื่ม ::</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2165" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-3.jpg" alt="" width="1080" height="1080" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-3.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-3-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-3-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-3-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-3-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<h4><b>คุณบอกว่า แนวความคิดชายเป็นใหญ่ผลักให้ผู้ชายดื่มเหล้าเพื่อแสดงความเป็นชาย แต่ถ้ามองอีกแง่หนึ่ง ความเท่าเทียมทางเพศที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้การดื่มแอลกอฮอล์ของผู้หญิงดูเป็นเรื่องปกติ ผู้หญิงหันมาดื่มมากขึ้น บางแบรนด์ถึงกับผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เน้นกลุ่มลูกค้าผู้หญิงออกมา ตรงนี้คุณมองอย่างไร</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">มันมีส่วนนะครับ แต่ผมคิดว่า เราต้องแยกกลุ่มผู้หญิงออกจากกันด้วย ถ้าเป็นผู้หญิงในพื้นที่ที่มีความเป็นเมืองก็อาจจะเป็นแบบที่ว่ามา แต่ถ้าเป็นผู้หญิงในชนบทจะเป็นอีกแบบหนึ่งเลย คือพวกเขาต้องการพื้นที่ เวลาผมไปลงชุมชน ผมจะเห็นเลยว่า ผู้หญิงที่ติดเหล้าเกิดจากปัญหาความรุนแรงในครอบครัวทั้งนั้น ซึ่งความรุนแรงนี้ก็มาจากแนวคิดชายเป็นใหญ่นั่นแหละ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้ามองให้ลึกลงไปอีก ความรุนแรงไม่ได้หมายถึงแค่การทุบตี แต่ยังรวมถึงการจำกัดเสรีภาพ หรือดุด่าด้วย ซึ่งระบบชายเป็นใหญ่จะทำให้ผู้ชายมีที่ทาง และจำกัดพื้นที่ของผู้หญิง เราจะเห็นว่าพื้นที่ของผู้หญิงมีแค่ที่บ้านกับที่ทำงาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างแคบ แต่ผู้ชายมีพื้นที่ไม่จำกัด พอมีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้น ผู้หญิงก็จะถูกตั้งคำถามจากที่บ้านและที่ทำงานในทำนองว่า “เป็นผู้หญิงทำไมไม่ทำตัวให้ดี” หรือถ้าพวกเธอถูกคุกคามทางเพศก็อาจจะโดนถามว่า “วันนั้นคุณแต่งตัวแบบไหน” ผู้หญิงเลยต้องหาพื้นที่เพื่อระบายและปลดปล่อย ซึ่งเหล้าก็เป็นส่วนหนึ่งในนั้น ผู้หญิงหลายคนที่โดนทำร้ายจึงรู้สึกว่าเหล้าคือทางออกของชีวิต</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>:: ทุกคนสามารถเปลี่ยนตัวเองได้ ::</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-2164" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-4.jpg" alt="" width="1080" height="1080" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-4.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-4-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-4-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-4-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-4-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<h4><b>ในฐานะคนที่ทำงานในพื้นที่จริง คุณคิดว่าอะไรเป็นปัจจัยให้คนที่อยากเลิกเหล้าสามารถเลิกได้ และสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริงๆ</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างแรก ผมว่ามันมาจากความรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่ามากขึ้น แต่ถ้าเกิดสังคมไปตีตราเขาว่าเขาเป็นคนชั่วคนเลวมันก็ไม่ได้ เราต้องทำยังไงก็ได้ให้เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้เลว และทำให้เขารู้สึกว่า จริงๆ มันก็เปลี่ยนได้นี่ หลายครั้ง คนในเคสที่เราเจอก็กลายเป็นผู้นำชุมชนด้วย เพราะสามารถสร้างความท้าทายให้คนในชุมชนได้เรียนรู้ว่า เหล้ามันเลิกได้จริงอย่างที่ตัวเขาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ งานแบบนี้ก็ใช้เวลาพอควรนะ บางคนเป็นปี บางคนสองปี แต่พอวันหนึ่งเขาเปลี่ยนได้ เรื่องอื่นๆ ก็จะตามมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เรายังสนับสนุนให้มีองค์กรชาวบ้าน เพราะอยู่ดีๆ จะไปทำเรื่องเลิกเหล้าอย่างเดียวก็ไม่ได้ ตอนนี้หลายพื้นที่ก็มีเครือข่ายชาวบ้าน เช่น ชุมพรมีการตั้งเป็นมูลนิธิแก้ปัญหาเรื่องเหล้ากับความรุนแรงต่อผู้หญิง ก็จะมีเรื่องเหล้า ความรุนแรง และแตกขยายไปเรื่องอื่นๆ เช่น ประเด็นสุขภาพ สิ่งแวดล้อม สร้างอาชีพให้คนเลิกเหล้าด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่ผมบอก ถ้าคนรู้สึกว่าพวกเขาไม่มีพื้นที่และไม่มีการรวมกลุ่ม แล้วก็ไปรณรงค์อย่างเดียว มันไปไม่รอด เขาต้องรู้สึกว่าตัวเองมีพื้นที่แสดงตัวตนและแสดงออกด้วย ถ้าคุณไม่คิดว่า ปัญหาเรื่องเหล้าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง แล้วก็ไปรณรงค์ รณรงค์ รณรงค์ สุดท้ายคุณก็จะได้แค่สติกเกอร์ โปสเตอร์ และซีดีเท่านั้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>:: หลายหัวดีกว่าตัวคนเดียว ::</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-2163" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-5.jpg" alt="" width="1080" height="1080" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-5.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-5-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-5-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-5-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-5-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<h4><b>เคยเจอเคสที่เราช่วยเหลือแต่เขากลับไปดื่มเหล้าบ้างไหม</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เคยเจอครับ แต่เราก็ไม่เคยทิ้งเคสแบบนี้เลย ผมคิดว่าคนเราสามารถผิดพลาดกันได้ บางคนเจอปัญหาหนักถึงขั้นลูกเสียชีวิต เขาก็กลับไปดื่ม อาสาสมัครก็จะลงไปช่วย ไม่เคยทิ้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่า การเลิกเหล้าด้วยตัวเองเป็นเรื่องยาก ดังนั้นกระบวนการกลุ่มจึงสำคัญ เพราะมันตอบโจทย์ในหลายๆ มิติ ทำให้คนที่ไม่มีโอกาสในสังคม หรือคนที่ถูกกดทับในสังคมได้แสดงพลัง ได้เห็นคุณค่าในตัวเอง สิ่งที่สังคมพยายามบอกว่า พวกเขา ขี้เกียจ จน หรือติดพนัน จะถูกทำลายลงจากการรวมกลุ่ม เพราะการรวมกลุ่มจะให้พื้นที่กับเขา ทำให้เขาเห็นว่า ตนเองก็เป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกับคนอื่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้น การเลิกเหล้าจะทำแค่ในมิติของสุขภาพอย่างเดียวไม่ได้ แต่เขาจะต้องเห็นอำนาจในตัวเองว่า เขาเปลี่ยนแปลงได้ และมีกลุ่มที่ได้แสดงพลังต่อรองปัญหาอื่นๆ เหมือนที่ชุมชนไทยเกรียง ตอนนี้ก็เป็นสมาคมไปแล้ว พอมีการรวมกลุ่ม มีพื้นที่ มันก็ขยายประเด็นในการต่อสู้ออกไป เช่น สิ่งแวดล้อม สิทธิ แรงงาน หลายๆ พื้นที่ก็เป็นแบบนี้ เช่น อำนาจเจริญ พอพวกเขารวมกลุ่มกันได้ เขาก็ไม่ได้สู้กับแค่เหล้าและความรุนแรง แต่ยังมีพื้นที่ให้สู้ต่อกับเรื่องความมั่นคงทางอาหาร ไม่ใช้สารเคมี เพราะพวกเขาอยู่ในภาคการเกษตร แบบนี้ก็เกิดขึ้นได้ด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/quote-jaded/">(Quote) มองปัญหาเชิงโครงสร้างในขวดเหล้า กับ จะเด็จ เชาวน์วิไล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2169</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ความรุนแรงในครัวเรือน &#8211; ขาดสุรา &#8211; สภาวะจน เครียด กินเหล้า : เรื่องเหล้าเมื่อคราว COVID-19 ระบาด</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/no-alcohol-during-covid19/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=no-alcohol-during-covid19</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 May 2020 06:56:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[การงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[ความรุนแรงในครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ติดสุราเรื้อรัง]]></category>
		<category><![CDATA[ลงแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1801</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ก่อให้เกิดผลกระทบกับชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างมาก หลายประเทศต้องออกมาตรการทั้งทางกฎหมายและการรณรงค์ เพื่อจะหยุดการแพร่ระบาดในครั้งนี้ หนึ่งในมาตรการที่ประเทศไทยเริ่มประกาศใช้ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาคือ การออกคำสั่งห้ามจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพื่อลดความเสี่ยงของประชาชนในการสัมผัสเชื้อโรคในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งมาตรการดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิพากษ์ในวงกว้าง ท้ังจากผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ในขณะเดียวกัน มาตรการห้ามขายเหล้าก็อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบที่เราคาดไม่ถึง โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้ติดสุราเรื้อรังอย่างหนัก ที่อาจจะเกิดอาการลงแดงในช่วงห้ามจำหน่ายสุรา และนำไปสู่การเสียชีวิตได้ในที่สุด ด้วยเหตุนี้ จึงมีบุคลากรทางการแพทย์ รวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญและคนที่ทำงานเกี่ยวกับแอลกอฮอล์ออกมาให้ความรู้ รวมถึงแนะนำให้ผู้ที่ติดสุราเรื้อรังพบแพทย์ เพื่อจะได้รับคำแนะนำและการรักษาที่ถูกต้อง อย่างไรก็ดี ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศเดียวที่ห้ามจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงนี้ เพราะในบางประเทศก็มีการห้ามจำหน่ายสุราเช่นกัน เช่น ประเทศแอฟริกาใต้ ที่รัฐบาลประกาศห้ามขายเหล้าและงดการขนส่งเครื่องดื่มแอลกฮอล์ทุกชนิด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยให้เหตุผลว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มักเป็นการดื่มแบบรวมกลุ่ม ทำให้คนจำเป็นต้องพบปะกัน ซึ่งอาจส่งผลต่อการแพร่กระจายของไวรัสได้ นอกจากนี้ แอฟริกาใต้ยังมีเป้าหมายลดความรุนแรงในประเทศ เพราะประเทศต้องสำรองเตียงและบุคลากรทางการแพทย์ไว้สำหรับการแพร่ระบาดครั้งใหญ่นี้ นอกจากปัญหาที่เกิดกับผู้ติดสุราเรื้อรังแล้ว อีกหนึ่งปัญหาที่แม้ไม่ได้เกี่ยวกับแอลกอฮอล์โดยตรง แต่เป็นผลกระทบที่ถูก &#8216;เร่ง&#8217; ได้ด้วยแอลกอฮอล์คือ &#8216;ปัญหาความรุนแรงในครัวเรือน&#8217; ที่เพิ่มขึ้นสูงมากในช่วงโควิด-19 ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม การเงิน และความไม่แน่นอนของสังคม ที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยในบ้านอาจเกิดความเครียด และแปรเปลี่ยนเป็นผู้ก่อความรุนแรงได้ อีกปัจจัยหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้คือ การดื่มแอลกอฮอล์ ที่หากผู้ดื่มไม่ระมัดระวังการดื่มของตน ก็อาจจะทำให้ขาดสติจนก่อความรุนแรงกับคนในครอบครัวได้เช่นกัน เท่ากับว่า &#8216;บ้าน&#8217; ที่ดูจะเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุดในยุคไวรัสแพร่ระบาด อาจไม่ได้ปลอดภัยหรืออบอุ่นสำหรับทุกคน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็อาจส่งผลกระทบมากกว่าที่เราคิด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/no-alcohol-during-covid19/">ความรุนแรงในครัวเรือน &#8211; ขาดสุรา &#8211; สภาวะจน เครียด กินเหล้า : เรื่องเหล้าเมื่อคราว COVID-19 ระบาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ก่อให้เกิดผลกระทบกับชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างมาก หลายประเทศต้องออกมาตรการทั้งทางกฎหมายและการรณรงค์ เพื่อจะหยุดการแพร่ระบาดในครั้งนี้</p>
<p>หนึ่งในมาตรการที่ประเทศไทยเริ่มประกาศใช้ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาคือ การออกคำสั่งห้ามจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพื่อลดความเสี่ยงของประชาชนในการสัมผัสเชื้อโรคในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งมาตรการดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิพากษ์ในวงกว้าง ท้ังจากผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ในขณะเดียวกัน มาตรการห้ามขายเหล้าก็อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบที่เราคาดไม่ถึง โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้ติดสุราเรื้อรังอย่างหนัก ที่อาจจะเกิดอาการลงแดงในช่วงห้ามจำหน่ายสุรา และนำไปสู่การเสียชีวิตได้ในที่สุด</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ จึงมีบุคลากรทางการแพทย์ รวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญและคนที่ทำงานเกี่ยวกับแอลกอฮอล์ออกมาให้ความรู้ รวมถึงแนะนำให้ผู้ที่ติดสุราเรื้อรังพบแพทย์ เพื่อจะได้รับคำแนะนำและการรักษาที่ถูกต้อง</p>
<p>อย่างไรก็ดี ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศเดียวที่ห้ามจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงนี้ เพราะในบางประเทศก็มีการห้ามจำหน่ายสุราเช่นกัน เช่น ประเทศแอฟริกาใต้<span style="font-weight: 400;"> ที่รัฐบาลประกาศห้ามขายเหล้าและงดการขนส่งเครื่องดื่มแอลกฮอล์ทุกชนิด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยให้เหตุผลว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มักเป็นการดื่มแบบรวมกลุ่ม ทำให้คนจำเป็นต้องพบปะกัน ซึ่งอาจส่งผลต่อการแพร่กระจายของไวรัสได้ นอกจากนี้ แอฟริกาใต้ยังมีเป้าหมายลดความรุนแรงในประเทศ เพราะประเทศต้องสำรองเตียงและบุคลากรทางการแพทย์ไว้สำหรับการแพร่ระบาดครั้งใหญ่นี้</span></p>
<p>นอกจากปัญหาที่เกิดกับผู้ติดสุราเรื้อรังแล้ว อีกหนึ่งปัญหาที่แม้ไม่ได้เกี่ยวกับแอลกอฮอล์โดยตรง แต่เป็นผลกระทบที่ถูก &#8216;เร่ง&#8217; ได้ด้วยแอลกอฮอล์คือ &#8216;ปัญหาความรุนแรงในครัวเรือน&#8217; ที่เพิ่มขึ้นสูงมากในช่วงโควิด-19 ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม การเงิน และความไม่แน่นอนของสังคม ที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยในบ้านอาจเกิดความเครียด และแปรเปลี่ยนเป็นผู้ก่อความรุนแรงได้ อีกปัจจัยหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้คือ การดื่มแอลกอฮอล์ ที่หากผู้ดื่มไม่ระมัดระวังการดื่มของตน ก็อาจจะทำให้ขาดสติจนก่อความรุนแรงกับคนในครอบครัวได้เช่นกัน</p>
<p>เท่ากับว่า &#8216;บ้าน&#8217; ที่ดูจะเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุดในยุคไวรัสแพร่ระบาด อาจไม่ได้ปลอดภัยหรืออบอุ่นสำหรับทุกคน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็อาจส่งผลกระทบมากกว่าที่เราคิด ทั้งผลจากการห้ามขาย และผลจากการดื่มมากจนขาดการยับยั้งชั่งใจ</p>
<p>Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า สนทนากับ<strong>วิทย์ วิชัยดิษฐ</strong> นักวิจัยจาก<strong><a href="http://cas.or.th/cas/">ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.)</a> </strong>เกี่ยวกับ &#8216;เรื่องเหล้า&#8217; ในวันที่ไม่มีเหล้าขาย และโควิด-19 แพร่ระบาด ไล่เรียงตั้งแต่ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และความสัมพันธ์ระหว่างปัญหาดังกล่าวกับการดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงคุยเรื่องผลกระทบจากมาตรการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และมองสถานการณ์ &#8216;จน เครียด กินเหล้า&#8217; กับชีวิตในยุคโควิด-19</p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_1817" aria-describedby="caption-attachment-1817" style="width: 2048px" class="wp-caption alignnone"><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-1817" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC04316.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC04316.jpg 2048w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC04316-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC04316-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC04316-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /><figcaption id="caption-attachment-1817" class="wp-caption-text">ภาพโดย เมธิชัย เตียวนะ (The101.world)</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ปัจจุบัน ภาพรวมสถานการณ์ความรุนแรงของประเทศไทยเป็นอย่างไร และการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ความรุนแรงในครัวเรือนเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ อย่างไร</strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางศูนย์วิจัยปัญหาสุรามีการวิเคราะห์ข้อมูลการสำรวจของสำนักสถิติแห่งชาติในช่วงปี 2560 ซึ่งสำรวจการดื่มสุราและสูบบุหรี่ของประชากรไทย มีการสอบถามเรื่องพฤติกรรมการดื่มสุราในครัวเรือน และสอบถามคนในครัวเรือนนั้นๆ ว่า ที่ผ่านมา คุณเคยได้รับผลกระทบอะไรจากการดื่มสุราบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอเจอคำถามแบบนี้ คนส่วนใหญ่จะตอบว่า ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงทางวาจา ซึ่งเขาไม่ได้บอกนะ ว่าเกี่ยวกับอะไร แต่เราพออนุมานได้ว่า คงมีการตะคอกใส่กัน ส่วนการรายงานความรุนแรงทางกายมีค่อนข้างน้อย อาจจะเป็นเพราะเราถามเขาว่า เขาเจอความรุนแรงอะไรในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาบ้าง ไม่ใช่ว่าเจออะไรที่เป็นความรุนแรงต่อชีวิต คำตอบที่ได้เลย</span><span style="font-weight: 400;">น้อยกว่าความรุนแรงที่ผลสำรวจอื่นเจอ คือหญิงไทยประมาณ 1 ใน 6 บอกว่าเคยโดนแฟนหรือสามีทำร้ายร่างกาย แต่พอเป็นการสำรวจการดื่มสุราและสูบบุหรี่ของประชากรไทย เราพบเรื่องนี้น้อยมาก อาจจะเป็นเพราะเราจำกัดแค่ 12 เดือนอันเนื่องมาจากการบริโภคสุรา จึงอาจจะทำให้คนที่ตอบตัดสินเองว่าเพราะเหล้าเป็นเหตุ หรือเป็นเพราะบุคลิกของบุคคลนั้นหรือเปล่า ข้อมูลตรงนี้จึงอาจจะคลาดเคลื่อนได้</span></p>
<p>ต่อมา เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผม<span style="font-weight: 400;">เจอรายงานความรุนแรงในครัวเรือนมากขึ้น คือการเกิดโควิด-19 ไม่ได้ทำให้ข่าวการเกิดอาชญากรรมลดลง ความรุนแรงก็ยังมีรายงานอยู่ อย่างน้อยในเชิงปริมาณ แปลว่าโควิด-19 ไม่ได้ทำให้ความรุนแรงหายไปเสียทีเดียว ยังมีการรายงานข่าวเกี่ยวกับความรุนแรงอยู่เป็นระยะๆ แต่เราต้องดูด้วยว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ด้วยไหม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>เราจะอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มแอลกอฮอล์กับความรุนแรงในครัวเรือนได้อย่างไรบ้าง</strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเราดูธรรมชาติของความรุนแรงในครัวเรือน ปัจจัยเสี่ยงที่มากที่สุดคือ พฤติกรรมของฝ่ายชายที่จะควบคุมฝ่ายหญิง </span><span style="font-weight: 400;">ถ้ามองจากตรงนี้ สุราจะทำหน้าที่เป็นตัว &#8216;เร่ง&#8217; ปฏิกิริยา ทำให้คนที่มีแนวโน้มจะใช้ความรุนแรงมีโอกาสใช้ความรุนแรงมากขึ้น เราเคยคุยกับนักปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ </span><span style="font-weight: 400;">(paramedics) ที่เป็นด่านแรกๆ ในการตอบสนองต่อคดีความรุนแรงในครอบครัว พบว่า เวลาเกิดเหตุการณ์พวกนี้ขึ้นมา </span><span style="font-weight: 400;">แพทเทิร์นมันจะคล้ายๆ กันเกือบทั้งโลกเลย คือแอลกอฮอล์เป็นตัวเร่งให้เกิดความรุนแรงได้ง่ายขึ้น</span></p>
<p>เพื่อให้เห็นภาพกลุ่มคนที่มีแนวโน้มจะใช้ความรุนแรงชัดขึ้น เราลองดูเหตุการณ์จำพวกวัยรุ่นตีกันตามงานสงกรานต์ก็ได้ เด็กกลุ่มนี้มีแนวโน้มจะตีกันอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่ที่ตีกันก็เพราะมีแอลกอฮอล์เป็นตัวเร่ง ส่วนคนที่ไม่มีแนวโน้มจะใช้ความรุนแรงก็จะดื่มเหล้ากันเฉยๆ แต่ก็จะมีความเสี่ยงอย่างอื่นแทน เช่น เมาแล้วขับ ดื่มแล้วขับ ซึ่งสามารถก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ แต่เรื่องการตีกัน แอลกอฮอล์จะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ทำให้ความยับยั้งช่างใจลดลง จากที่อาจจะแค่คิดเฉยๆ ก็เปลี่ยนเป็นใช้ความรุนแรงจริงๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>แล้วเราจะแก้ไขความรุนแรงในครัวเรือนได้อย่างไร</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวทางการแก้ไขทั้งของไทยและต่างประเทศคือ เราต้องสื่อสารกับผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบ ให้พวกเธอรู้ว่า ถ้าเกิดเหตุขึ้นมา เธอจะขอความช่วยเหลือได้ที่ไหนบ้าง และให้ผู้หญิงกลุ่มนี้ทราบว่า พวกเธอสามารถแจ้งหรือติดต่อตำรวจได้โดยตรง</span></p>
<p>ถ้าเป็นต่างประเทศ จะมีคำแนะนำด้วยว่า หากผู้หญิงที่ถูกกระทำความรุนแรงไปพบแพทย์หรือเภสัชกร และอยากจะรายงานเรื่องความรุนแรงที่เกิดขึ้น จะมีวิธีใช้คำพูดแบบสื่อสารทางอ้อมเพื่อจะสามารถส่งตัวผู้หญิงไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้</p>
<p>สุดท้ายคือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะ<span style="font-weight: 400;">จัดตั้งศูนย์พักพิงสำหรับผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบจากการใช้ความรุนแรงด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งประเด็นที่อยากเสริมคือ อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า ความรุนแรงในครัวเรือนมักจะเกิดจากพฤติกรรมที่ฝ่ายชายต้องการ &#8216;ควบคุม&#8217; ฝ่ายหญิง และความต้องการควบคุมอย่างหนึ่ง การควบคุมทางเศรษฐกิจ</span><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">ผู้หญิงจำนวนหนึ่งไม่สามารถหนีไปไหน เพราะกลัวว่าหากหนีไปแล้วจะไม่สามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ เราจึงอาจจะต้องหาทางให้ผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบตรงนี้มีแนวทางประกอบอาชีพด้วย </span><span style="font-weight: 400;">ให้เขาออกมาแล้วหาเลี้ยงตัวเองได้ ให้เขามีความพร้อม จะได้มีแรงจูงใจที่จะออกมาจากสถานการณ์ตรงนั้นได้มากขึ้น </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>อีกประเด็นคือ ตอนนี้มีประกาศห้ามจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในฐานะนักวิจัยเรื่องสุรา คุณมองเห็นอะไร มีคนกลุ่มไหนบ้างที่จะได้รับผลกระทบจากนโยบายนี้</strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าถามผม ผมมีความกังวลสองสามเรื่อง เรื่องแรกคือ เมื่อช่วงนี้ไม่สามารถขายแอลกอฮอล์ได้ตามช่องทางห้างร้านปกติ ก็อาจจะมีคนนำไปขายในตลาดมืดแทน อีกอย่างหนึ่ง มีการใช้สารชดเชยแอลกอฮอล์แทนในช่วงนี้ เช่นที่เร็วๆ นี้ ข่าวออกว่ามีการต้มน้ำกระท่อมแทนเพื่อเป็นการชดเชยแอลกอฮอล์</span><span style="font-weight: 400;"> และประเด็นที่สำคัญคือ ปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนที่เป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h4><b>มีการใช้สารทดแทนแอลกอฮอล์เกิดขึ้น แสดงว่ากฎหมายห้ามไม่ให้มีการซื้อขายแอลกอฮอล์ก็ส่งผลกระทบต่อผู้คนไม่น้อย ซึ่งรวมทั้งกลุ่มผู้ป่วยติดสุราด้วย?</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ครับ ในจังหวัดที่ห้ามขายเหล้าจะมีข่าวคนลงแดงตาย อาการหนัก แต่ช่วยเหลือไว้ได้ทันวันละ 1-2 ราย โรงพยาบาลต่างๆ ก็จะมีผู้ป่วยติดเหล้าเข้าการรักษาเสมอ มีอาการหลากหลายมาก ตั้งแต่ลงแดงไปจนถึงไม่ลงแดง ซึ่งก็จะมีบางรายที่เข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาลหลายครั้ง พอออกมาก็กลับไปดื่มอีก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการสำรวจระบาดวิทยาจิตเวชคาดว่า ในประเทศไทยมีประชากรเป็นโรคติดสุราประมาณ 9 แสน ถึง 1 ล้านคน คาดว่ามีผู้ที่ติดสุราในภาวะรุนแรงอยู่ราวๆ 5 หมื่นถึง 1 แสนคนทั่วประเทศ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>แล้วเราจะบอกได้อย่างไรว่า ผู้ที่ติดสุราคนนั้นเป็นผู้ที่ติดสุราเรื้อรัง และเราจะมีวิธีสังเกตอาการลงแดงหรือไม่ อย่างไร</strong></h4>
<p>นิยามของผู้ที่ติดสุราเรื้อรังคือ <span style="font-weight: 400;">ดื่มครึ่งขวดกลมขึ้นไปต่อวัน มีโรคประจำตัวทุกวันมา 5 ปีขึ้นไป หรือว่าเป็นตับแข็ง ก็อาจมีโอกาสเกิดภาวะขาดเหล้ารุนแรง เพราะฉะนั้น คนกลุ่มนี้ต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาล</span></p>
<p>ถ้าผู้ติดสุรามีอาการลงแดง อาการสามารถแสดงออก<span style="font-weight: 400;">ได้ตั้งแต่ 6 ชั่วโมงแรก ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่จะรู้อาการตัวเอง ส่วนมากจะหงุดหงิด เวียนหัว ร่วมกับอาการอื่นๆ ซึ่ง</span>ถ้ารู้ตัวแล้วว่ามีอาการลงแดงต้องรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะแพทย์จะมียาให้กินทดแทนพิษเหล้าได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>ในฐานะที่ศูนย์วิจัยปัญหาสุราทำการวิจัยด้านนี้โดยตรง อยากชวนลองประเมินภาพรวมระยะยาวหลังจากนี้ สถานการณ์การระบาดของโรคจะส่งผลให้ผู้คนดื่มเครื่องแอลกอฮอล์มากขึ้น หรือผู้ที่ติดสุราอยู่แล้วมีแนวโน้มของอาการมากขึ้นหรือไม่ เพราะในช่วงของการระบาดมีทั้งความเครียดจากเศรษฐกิจและความเครียดจากการกักตัว </b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงๆ การติดสุรามีหลายระดับ ถ้าดูภาพสังคมไทยโดยรวม ประชาชนไทยส่วนใหญ่ไม่ดื่มสุรา ส่วนในกลุ่มคนดื่มที่อยู่ในระดับติด ถ้าไม่ถึงขั้นลงแดง ก็จะมีระบบสนับสนุนอย่างอื่นเพื่อการควบคุมได้ ผมเลยคิดว่า จำนวนผู้ดื่มสุราที่ไม่ได้ติดหนัก ‘น่าจะลดลง’ </span><span style="font-weight: 400;">เพราะการดื่มในสังคมไทยโดยรวมเป็นการดื่มทางสังคมค่อนข้างเยอะ พอมีการปิดประเทศ ก็ไม่ได้มีบริบทของการชวนกันดื่ม พอไม่ได้เจอกันตัวต่อตัวก็ไม่ค่อยได้ดื่มมากเหมือนเดิม อีกทั้งยังมีคำสั่งห้ามขายและห้ามสังสรรค์ในงานใหญ่ๆ ด้วย </span>ดังนั้นแนวโน้มน่าจะลดลงโดยรวม</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนถ้าถามว่า จะมีสภาวะ ‘จน เครียด กินเหล้า’ เกิดขึ้นบ้างไหม โดยส่วนตัวผมมองว่าไม่น่าถึงขนาดนั้นนะ อาจจะมีบ้างที่กินเหล้าเพื่อลืมทุกข์ ซึ่งก็มีคนจำนวนหนึ่งที่มี Hoping Mechanism แบบนี้ แต่เท่าที่เห็นแนวโน้มในตอนนี้ </span><span style="font-weight: 400;">มันยังไม่น่าจะกระจายเพราะมีคำสั่งห้ามขายสุรา ตอนนี้เหมือนกับคนเข้าถึงสุราไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่า ถ้ายังมีคำสั่งห้ามขายแอลกอฮอล์อยู่ การดื่มแอลกอฮอล์น่าจะลดลง    </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_1818" aria-describedby="caption-attachment-1818" style="width: 2048px" class="wp-caption alignnone"><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-1818" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC03088.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC03088.jpg 2048w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC03088-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC03088-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC03088-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /><figcaption id="caption-attachment-1818" class="wp-caption-text">ภาพโดย เมธิชัย เตียวนะ (The101.world)</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<blockquote><p><b><br />
</b><b>เกร็ดน่ารู้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ผู้ชายไทยประมาณ 3.5% เป็นโรคติดสุรา (alcohol dependence) ส่วนผู้หญิงเป็นโรคติดสุราแค่ 0.2% เท่านั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ความผิดปกติของดื่มแอลกอฮอล์ (alcohol use disorder เป็นโรคซึ่งคล้ายโรคติดสุรา แต่ความรุนแรงน้อยกว่า) ความชุกของอาการฯ สูงที่สุดในภาคเหนือ (ประมาณ 3.5%) และในกลุ่มคนอายุ 25-34 ปี (ประมาณ 9.1%) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; การใช้สารชดเชยสุรา (เช่น น้ำกระท่อม) ในช่วงนี้ พบว่ามีการเสพน้ำต้มใบกระท่อม (สี่คูณร้อย) เพิ่มขึ้นหลังประกาศ พรก.ฉุกเฉิน ห้ามขายเหล้าเบียร์ทั่วประเทศ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ว่า มีการจับกุมกลุ่มบุคคลมั่วสุมขัด พรก.ฉุกเฉิน เสพยาบ้า-กัญชา-ต้มสี่คูณร้อยดื่มที่ปทุมธานีและศรีสะเกษ ส่วนที่ภูเก็ตมีพนักงานส่งอาหารลักลอบขนใบกระท่อมและน้ำสี่คูณร้อย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; แม้ในวันที่ 10 มีนาคม 2563 ทางคณะรัฐมนตรีจะมีมติอนุมัติหลักการตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ โดยให้ยกเลิกพืชกระท่อมออกจากยาเสพติดประเภทที่ 5 และเลิกบทกำหนดโทษ แต่ยังมีข้อจำกัดให้การใช้กระท่อมอยู่ในบริบทของวิถีชาวบ้าน ส่วนการค้าขายหรือส่งออกกระท่อมยังต้องอยู่ภายใต้การได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไม่ให้มีการค้าเสรีแต่อย่างใด </span></p></blockquote>
<p>&nbsp;</p>
<p>อ่านสรุปข้อควรระวังเรื่องเหล้าและการดูแลผู้ติดเหล้าที่ต้องหยุดดื่มจนอาจ ‘ลงแดง’ ได้ <a href="https://alcoholrhythm.com/aud-treatment-covid19/"><strong>ที่นี่</strong></a> (ข้อมูลจากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา และ สสส.)</p>
<blockquote><p>&nbsp;</p></blockquote>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>ที่มา:</p>
<p>WHO. Thailand.  Global Alcohol Report. 2018. Accessed on 22 April 2020. URL: <a href="https://www.who.int/substance_abuse/publications/global_alcohol_report/profiles/tha.pdf">https://www.who.int/substance_abuse/publications/global_alcohol_report/profiles/tha.pdf</a></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> ปริทรรศ ศิลปกิจ และคณะ. ความชุดของความผิดปกติของการดื่มแอลกอฮอล์ในคนไทย โรคร่วมทางจิตเวชและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง. ว.สุขภาพจิตแห่งประเทศไทย 2560; 25(2): 107-121. URL: </span><a href="https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jmht/article/view/142712/105660"><span style="font-weight: 400;">https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jmht/article/view/142712/105660</span></a></p>
<p><a href="https://www.komchadluek.net/news/breaking-news/427884">แฉขาเมายุคโควิด-19 ห้ามขายสุราหันเสพดื่มน้ำกระท่อม</a></p>
<p><a href="https://www.mcot.net/viewtna/5e96ac48e3f8e40af8431629">นายกฯ กำชับ “สมศักดิ์” เข้มคดีต้ม 4 คูณ100 พุ่ง หลังประกาศห้ามขายเหล้า</a></p>
<p><a href="https://www.prachachat.net/economy/news-430437">ครม.เตรียมปลดล็อก “กระท่อม” ออกจากยาเสพติดประเภท 5 ใช้เพื่อ การแพทย์-เศรษฐกิจ</a></p>
<p class="section_title section_title_medium_var2"><a href="https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/873526">ความรุนแรงในครอบครัว คือภัยเงียบในวิกฤติ ‘โควิด-19</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/no-alcohol-during-covid19/">ความรุนแรงในครัวเรือน &#8211; ขาดสุรา &#8211; สภาวะจน เครียด กินเหล้า : เรื่องเหล้าเมื่อคราว COVID-19 ระบาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1801</post-id>	</item>
		<item>
		<title>จะเด็จ เชาวน์วิไล : เพราะเหล้าเป็นเรื่องเชิงโครงสร้าง</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/interview-jaded/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=interview-jaded</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Mar 2020 09:21:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[ความรุนแรงในครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[จะเด็จ เชาวน์วิไล]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาโครงสร้างสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบชายเป็นใหญ่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1599</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;คนติดเหล้าไม่ใช่คนไม่ดี แต่เป็นเพราะมิติที่ซ้อนทับทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ตลอดจนวัฒนธรรมที่ถมอยู่ ทำให้คนหันไปพึ่งพิงแอลกอฮอล์ และด้วยความที่คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจมิติตรงนี้ ทำให้สังคมเข้าใจคนติดเหล้าผิดอย่างยากที่จะแก้ไข&#8221; ข้างต้นคือทัศนะบางส่วนของ จะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล (มญช.) ที่มองว่า ‘เหล้า’ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง การจะแก้ปัญหาเรื่องเหล้าจึงไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่มิติของสุขภาพ แต่ต้องมองให้รอบด้าน หลากมิติ ตั้งแต่สังคม การเมือง จนไปถึงวัฒนธรรม ด้วยความที่มูลนิธิหญิงชายก้าวไกลมีการทำงานลงพื้นที่ และผลักดันหลากหลายประเด็นโดยเฉพาะมิติที่เกี่ยวข้องกับเพศสภาพ ทำให้จะเด็จสามารถมองเห็นปัญหาได้รอบด้าน และวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาเรื่องเหล้าที่เกี่ยวพันกับโครงสร้างสังคมได้อย่างแหลมคม “ถ้าคุณไม่คิดว่า ปัญหาเรื่องเหล้าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง แล้วก็ไปรณรงค์ รณรงค์ รณรงค์ สุดท้ายคุณก็จะได้แค่สติกเกอร์ โปสเตอร์ และซีดีเท่านั้น” สำหรับจะเด็จ เขาเชื่อว่าปัญหาเรื่องเหล้าสามารถถูกถอดรื้อและสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ แต่ต้องเริ่มจากการปรับความคิด มุมมอง และวิธีการดำเนินงาน ที่สำคัญคือ ต้อง ‘ตีโจทย์ให้แตก’ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาคนติดเหล้า Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า สนทนากับ จะเด็จ เชาวน์วิไล เกี่ยวกับเรื่องแอลกอฮอล์ ระบบชายเป็นใหญ่ และปัญหาเรื่องโครงสร้างสังคมที่ตระหง่านคร่อมคร่าชีวิตของคนอีกหลายคน ซึ่งการสนทนากับจะเด็จบอกเราอย่างชัดเจนว่า เราจะไม่มีวันทำความเข้าใจเรื่องเหล้าได้เลย หากไม่ทำความเข้าใจปัญหาเชิงโครงสร้างเหล่านี้ &#160; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/interview-jaded/">จะเด็จ เชาวน์วิไล : เพราะเหล้าเป็นเรื่องเชิงโครงสร้าง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&#8220;คนติดเหล้าไม่ใช่คนไม่ดี แต่เป็นเพราะมิติที่ซ้อนทับทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ตลอดจนวัฒนธรรมที่ถมอยู่ ทำให้คนหันไปพึ่งพิงแอลกอฮอล์ และด้วยความที่คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจมิติตรงนี้ ทำให้สังคมเข้าใจคนติดเหล้าผิดอย่างยากที่จะแก้ไข&#8221;</p>
<p>ข้างต้นคือทัศนะบางส่วนของ <strong>จะเด็จ เชาวน์วิไล </strong>ผู้อำนวยการ<a href="https://www.wmp.or.th/">มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล (มญช.)</a> ที่มองว่า ‘เหล้า’ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง การจะแก้ปัญหาเรื่องเหล้าจึงไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่มิติของสุขภาพ แต่ต้องมองให้รอบด้าน หลากมิติ ตั้งแต่สังคม การเมือง จนไปถึงวัฒนธรรม</p>
<p>ด้วยความที่มูลนิธิหญิงชายก้าวไกลมีการทำงานลงพื้นที่ และผลักดันหลากหลายประเด็นโดยเฉพาะมิติที่เกี่ยวข้องกับเพศสภาพ ทำให้จะเด็จสามารถมองเห็นปัญหาได้รอบด้าน และวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาเรื่องเหล้าที่เกี่ยวพันกับโครงสร้างสังคมได้อย่างแหลมคม</p>
<p>“ถ้าคุณไม่คิดว่า ปัญหาเรื่องเหล้าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง แล้วก็ไปรณรงค์ รณรงค์ รณรงค์ สุดท้ายคุณก็จะได้แค่สติกเกอร์ โปสเตอร์ และซีดีเท่านั้น”</p>
<p>สำหรับจะเด็จ เขาเชื่อว่าปัญหาเรื่องเหล้าสามารถถูกถอดรื้อและสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ แต่ต้องเริ่มจากการปรับความคิด มุมมอง และวิธีการดำเนินงาน ที่สำคัญคือ ต้อง ‘ตีโจทย์ให้แตก’ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาคนติดเหล้า</p>
<p>Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า สนทนากับ <strong>จะเด็จ เชาวน์วิไล </strong>เกี่ยวกับเรื่องแอลกอฮอล์ ระบบชายเป็นใหญ่ และปัญหาเรื่องโครงสร้างสังคมที่ตระหง่านคร่อมคร่าชีวิตของคนอีกหลายคน ซึ่งการสนทนากับจะเด็จบอกเราอย่างชัดเจนว่า เราจะไม่มีวันทำความเข้าใจเรื่องเหล้าได้เลย หากไม่ทำความเข้าใจปัญหาเชิงโครงสร้างเหล่านี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1663" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-1.png" alt="" width="1381" height="921" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-1.png 1381w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-1-300x200.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-1-768x512.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-1-1024x683.png 1024w" sizes="(max-width: 1381px) 100vw, 1381px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ถ้าพูดถึงมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เรามักนึกถึงภาพของมูลนิธิที่ส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ หรือดูแลเรื่องปัญหาความรุนแรงในครอบครัว จึงอยากเริ่มต้นด้วยการชวนคุยว่า ทำไมคุณถึงได้เริ่มทำงานกับผู้ติดสุรา</strong></h4>
<p>ในตอนแรก ผมค่อนข้างสนใจประเด็นเรื่องที่เกี่ยวกับเพศสภาพ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับผู้หญิงเป็นหลัก แต่เมื่อประมาณปี 2545 ผมได้มีโอกาสทำวิจัยร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เรื่องสุรากับปัจจัยที่ทำให้เกิดความรุนแรงในครอบครัว คือหาว่าสุราจะทำให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวได้ยังไง ตรงนั้นเป็นจุดเริ่มต้น ซึ่งถ้าเรามองจากมุมหรือประเด็นเกี่ยวกับผู้หญิง สุราไม่ใช่ตัวหลักที่ก่อให้เกิดปัญหาและความรุนแรงในครอบครัว แต่เป็นปัจจัยกระตุ้น</p>
<p>ตอนทำวิจัย เราได้ลงไปเก็บข้อมูลในหลายจังหวัด ข้อมูลที่ได้ค่อนข้างชัดเลยว่า การดื่มเหล้ามากกว่า 70% จะนำไปสู่ปัญหาความรุนแรง และยังเห็นมากกว่านั้นอีกว่า นี่ไม่ใช่แค่เรื่องแอลกอฮอล์ แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับทัศนคติชายเป็นใหญ่และความไม่เท่าเทียมทางเพศด้วย</p>
<p>งานวิจัยยังทำให้ผมเริ่มตั้งคำถามว่า ถ้าเราลองลงไปเก็บข้อมูลจากฝั่งผู้ชายในชุมชนจะช่วยอะไรได้บ้างไหม เพราะอย่างที่บอก เหล้าเป็นปัญหาแน่นอน แต่ไม่ใช่สาเหตุหลัก ปัญหาหลักคือความรุนแรงทางเพศและความรุนแรงในครอบครัว ที่มาจากแนวคิดชายเป็นใหญ่และโครงสร้างทางสังคมที่กดทับอยู่</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>แล้วมูลนิธิได้เข้ามาสนับสนุนและทำงานกับประเด็นที่ว่าอย่างไรบ้าง</strong></h4>
<p>อย่างที่บอกว่าตอนแรก ผมสนใจประเด็นเกี่ยวกับผู้หญิง ต่อมา เมื่อหันมาทำประเด็นเกี่ยวกับผู้ชายร่วมด้วย จึงใช้ชื่อว่า ‘มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล’</p>
<p>มูลนิธิฯ ของเรามีความเชื่อในสามประเด็น <strong>ประเด็นแรก</strong> เราเชื่อว่า ปัญหาความไม่เท่าเทียมทางเพศมาจากเรื่องชายเป็นใหญ่ ซึ่งเป็นโครงสร้างที่กดทับสังคมหนักมาก จริงอยู่ที่เดี๋ยวนี้ผู้ชายกับผู้หญิงเท่าเทียมกันแล้ว แต่แนวคิดนี้ก็ยังอยู่ ไม่หายไปไหน เรายังเห็นเคสและสถิติความรุนแรงเต็มไปหมด ดังนั้น ถ้าจะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ต้องจัดการกับเรื่องนี้ให้ได้ก่อน นี่เป็นจุดยืนขององค์กร</p>
<p>ส่วน <strong>ประเด็นที่สอง</strong> เราเชื่อมั่นในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน และ <strong>ประเด็นสุดท้าย </strong>คือความยากจน ซึ่งเป็นประเด็นที่โยงกับเรื่องของแอลกอฮอล์ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>คุณคิดว่า อะไรเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงแนวคิดชายเป็นใหญ่ให้ยังมีอิทธิพลอยู่ได้ในสังคม </strong></h4>
<p>เรื่องนี้เริ่มตั้งแต่ระบบสถาบันครอบครัวเลย เช่น บางครอบครัวยังสอนลูกชายว่า งานบ้านเป็นเรื่องของผู้หญิงเท่านั้น ต่อมาคือระบบการศึกษา ที่ในหลักสูตรยังระบุบทบาทหน้าที่เฉพาะให้ผู้หญิง ผู้หญิงต้องเป็นแม่บ้านบ้างล่ะ หรือยังมีบางบทเรียนที่กดทับเรื่องเพศของผู้หญิง พอเด็กไปเรียนหนังสือก็ถูกปลูกฝังแบบนี้ แล้วยังมีสื่อ ละครทั้งหลายที่ครอบงำเราชัดเจน ทั้งหมดนี้รวมๆ กันจนกลายเป็นวัฒนธรรมที่กดทับผู้หญิงเอาไว้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>แล้วเราจะนำกรอบแนวคิดชายเป็นใหญ่มาอธิบายเรื่องเหล้าได้อย่างไร</strong></h4>
<p>ผู้ชายหลายคนถูกปลูกฝังมาแต่เด็กว่า เกิดเป็นชายชาตรีแล้วต้องดื่มเหล้าถึงจะแมน หรือบางคนก็อยากดื่มเพื่อเข้ากลุ่ม ดื่มเพราะไม่อยากถูกมองว่าเป็นคนอ่อนแอ พอกลับมาบ้าน เจอภรรยาถามเพราะความเป็นห่วง ก็จะไม่ค่อยพอใจ หรือภรรยาบางคนบุกไปตามสามีในวงเหล้า ก็ทำให้สามีรู้สึกเสียหน้าจนอาจนำไปสู่การใช้ความรุนแรงทำร้ายร่างกายได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>เมื่อกี้คุณบอกว่า เรื่องความยากจนเชื่อมโยงกับประเด็นแอลกอฮอล์ อยากให้ช่วยขยายความตรงนี้สักหน่อย</strong></h4>
<p>มูลนิธิของเราได้ลงไปทำงานกับชุมชนอยู่บ่อยๆ ซึ่งส่วนมาก คนที่พวกเราเจอจะเป็นคนที่มีฐานะยากจน ถ้าเจอคนที่ดื่มเหล้า เราก็จะต้องวิเคราะห์ว่า เขาดื่มเหล้าเพราะอะไร เครียดจากเศรษฐกิจ ไม่มีงานทำ หรือว่างงาน เราต้องวิเคราะห์แบบนี้เพื่อจะแก้ปัญหาให้ถูกทาง เมื่อรู้ว่าต้นเหตุเกิดจากเรื่องอะไร ก็ไปแก้ปัญหาที่เรื่องนั้น ถ้าเราจะมองแค่มิติใดมิติหนึ่งมันแก้ปัญหาไม่ได้</p>
<p>ข้อจำกัดอย่างหนึ่งของการลงไปทำงานกับคนติดเหล้าคือ ถ้าเรามองแค่เรื่องสิทธิหรือมิติสุขภาพก็จะมองไม่เห็นมิติอื่นๆ และไม่พยายามหาเครื่องมืออื่นมาแก้ไขปัญหา เช่น ที่เรามองว่าปัญหาความรุนแรงเกิดมาจากแนวคิดชายเป็นใหญ่ มันก็ใช่นะ แต่จริงๆ เรื่องนี้ยังสามารถเชื่อมโยงไปหาปัญหามิติอื่นๆ เช่น สุขภาพ หรือความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1664" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-3.png" alt="" width="1381" height="921" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-3.png 1381w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-3-300x200.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-3-768x512.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-3-1024x683.png 1024w" sizes="(max-width: 1381px) 100vw, 1381px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>อยากชวนย้อนคุยไปถึงตอนที่คุณลงพื้นที่ทำวิจัยกับสสส. ตอนนั้นเห็นอะไรน่าสนใจบ้างไหม</strong></h4>
<p>ตอนแรกที่เราไปเก็บข้อมูล เรายังเห็นอะไรไม่ชัดเจน จะเห็นประเด็นชายเป็นใหญ่มากกว่า ต่อมาเราถึงเห็นประเด็นผู้หญิงเมื่อเราลงไปในชุมชนแล้ว</p>
<p>แต่สิ่งหนึ่งที่เราเห็นคือ ผู้ชายจะมีรูปแบบการดื่มที่คล้ายกัน โดยเฉพาะกลุ่มที่อายุ 35-40 ปีขึ้นไป ที่ดื่มเพื่อแสดงออกถึงความเป็นชาย รู้สึกถึงความมีอำนาจ บางคนก็คิดว่าเมาแล้วจะไปจีบหญิง แบบนี้คือความเป็นชายที่ถูกวัฒนธรรมปลูกฝังมาเลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>แล้วปัจจุบันนี้</strong><strong>?</strong></h4>
<p>ผมคิดว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเท่าไหร่นะ จริงอยู่ที่คนรุ่นใหม่ก็มีเปลี่ยนแหละ แต่แนวคิดเรื่องความเป็นชายมันก็ยังมีอยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องพึงระวังคือ เวลาพูดถึงคนรุ่นใหม่ ต้องบอกด้วยว่าเป็นคนกลุ่มไหน สถานะแบบใด เพราะคนแต่ละกลุ่มก็ย่อมมีความแตกต่างกันอยู่แล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>คุณบอกว่า แนวความคิดชายเป็นใหญ่ผลักให้ผู้ชายดื่มเหล้าเพื่อแสดงความเป็นชาย แต่ถ้ามองอีกแง่หนึ่ง ความเท่าเทียมทางเพศที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้การดื่มแอลกอฮอล์ของผู้หญิงดูเป็นเรื่องปกติ ผู้หญิงหันมาดื่มมากขึ้น บางแบรนด์ถึงกับผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เน้นกลุ่มลูกค้าผู้หญิงออกมา ตรงนี้คุณมองอย่างไร </strong></h4>
<p>มันมีส่วนนะครับ แต่ผมคิดว่า เราต้องแยกกลุ่มผู้หญิงออกจากกันด้วย ถ้าเป็นผู้หญิงในพื้นที่ที่มีความเป็นเมืองก็อาจจะเป็นแบบที่ว่ามา แต่ถ้าเป็นผู้หญิงในชนบทจะเป็นอีกแบบหนึ่งเลย คือพวกเขาต้องการพื้นที่ เวลาผมไปลงชุมชน ผมจะเห็นเลยว่า ผู้หญิงที่ติดเหล้าเกิดจากปัญหาความรุนแรงในครอบครัวทั้งนั้น ซึ่งความรุนแรงนี้ก็มาจากแนวคิดชายเป็นใหญ่นั่นแหละ</p>
<p>ถ้ามองให้ลึกลงไปอีก ความรุนแรงไม่ได้หมายถึงแค่การทุบตี แต่ยังรวมถึงการจำกัดเสรีภาพ หรือดุด่าด้วย ซึ่งระบบชายเป็นใหญ่จะทำให้ผู้ชายมีที่ทาง และจำกัดพื้นที่ของผู้หญิง เราจะเห็นว่าพื้นที่ของผู้หญิงมีแค่ที่บ้านกับที่ทำงาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างแคบ แต่ผู้ชายมีพื้นที่ไม่จำกัด พอมีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้น ผู้หญิงก็จะถูกตั้งคำถามจากที่บ้านและที่ทำงานในทำนองว่า “เป็นผู้หญิงทำไมไม่ทำตัวให้ดี” หรือถ้าพวกเธอถูกคุกคามทางเพศก็อาจจะโดนถามว่า “วันนั้นคุณแต่งตัวแบบไหน” ผู้หญิงเลยต้องหาพื้นที่เพื่อระบายและปลดปล่อย ซึ่งเหล้าก็เป็นส่วนหนึ่งในนั้น ผู้หญิงหลายคนที่โดนทำร้ายจึงรู้สึกว่าเหล้าคือทางออกของชีวิต</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>เท่าที่ฟังดู เหล้ามีอิทธิพลและมีอำนาจกับชีวิตของคนมาก แล้วคุณคิดว่า ทำไมเหล้าถึงกลายเป็นเหมือนตัวแทนของอำนาจ ไม่ว่าจะสำหรับชนชั้นใดก็ตาม</strong></h4>
<p>ผมคิดว่าเพราะทางเลือกมันน้อยไง แต่สำหรับคนยากจน มันมีประเด็นหนึ่งคือ พวกเขามักจะถูกครอบงำด้วยมายาคติ “โง่ จน เจ็บ” คุณเป็นพวกขี้เกียจ เล่นพนัน ดื่มเหล้า ลองดูสิว่า คนจนที่กินเหล้าจะถูกประณามมากกว่าคนชนชั้นกลางด้วย ผมเคยคุยกับคนติดเหล้าที่เป็นคนจน เขาบอกตรงๆ เลยว่า คนส่วนหนึ่งก็มองเขาแบบเหยียด แต่พอเพื่อนชนชั้นกลางของเขามาดื่มเหล้าด้วย คนก็จะมองว่า คนชนชั้นกลางไปคบกับคนพวกนี้ได้ยังไง นี่ก็สะท้อนภาพชนชั้นในสังคมไทยที่เข้มข้นมาก</p>
<p>ถ้ามองดูตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ปัญหาเรื่องชนชั้นของเราไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีเลย สังคมยังมองคนยากจนแบบนี้อยู่ มันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่เกิดจากทั้งระบบทุนและระบบการเมือง</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>อยากให้ช่วยขยายคำว่า </strong><strong>‘ปัญหาเชิงโครงสร้าง’ ในที่นี้ให้ฟังหน่อย</strong></h4>
<p>รัฐและทุนเหล้าต้องการให้คนในสังคมดื่มเหล้าผ่านการใช้การโฆษณา ขณะเดียวกันก็พยายามให้สังคมมองคนดื่มเหล้า โดยเฉพาะคนยากจน ว่าเป็นปัญหาในระดับปัจเจก ว่าง่ายๆ คือคุณดื่มเหล้าเพราะคุณอยากดื่มเอง ถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้น ไม่ว่าจะเป็นดื่มแล้วไปทำร้ายคนในครอบครัว หรือไปขับรถชนใครเข้า ก็ต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง</p>
<p>ตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมวิเคราะห์จากคนงานกรรมกรและคนระดับทั่วๆ ไป เพราะพวกเขามีโอกาสน้อยกว่าชนชั้นอื่นๆ และมักจะถูกครอบงำด้วยมายาคติ &#8220;โง่ จน เจ็บ&#8221; อย่างที่บอกไป คนมักจะมองว่า “ก็เพราะคุณเป็นพวกขี้เกียจ ไม่ไปทำงานแต่ดันไปดื่มเหล้า ไปเล่นการพนัน“ นี่คือมายาคติ คนไปดื่มเหล้าบำบัดทุกข์เลยกลายเป็นเรื่องส่วนบุคคลไป</p>
<p>อีกอย่างหนึ่งคือ การโฆษณาของบริษัทเหล้ามักจะแสดงออกว่า เหล้าคือทางออกของการแก้ปัญหา หรือช่วยดับความทุกข์จากเศรษฐกิจ ความเครียดจากการทำงาน ทุกข์จากครอบครัว ความรัก และปัญหาอื่นๆ คนจนที่เครียดเพราะไม่มีอันจะกินเลยเลือกที่จะดื่มเหล้าเพื่อดับทุกข์พวกนี้</p>
<p>ดังนั้น ผมเลยวิเคราะห์ปัญหาว่า เหล้าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง เพราะคนดื่มถูกโครงสร้างสังคมหรือถูกมายาคติต่างๆ กดทับ ถ้าจะแก้ปัญหาได้ก็จะต้องสร้างพื้นที่ให้คนยากจน หรือแม้แต่คนทั่วไปก็ควรมีการรวมกลุ่มเพื่อให้มีอำนาจต่อรอง เพื่อแก้ปัญหา และเพื่อระบายทุกข์จากการดื่มเหล้า</p>
<p>แต่ดูปัจจุบันนี้สิ คุณจะรวมกลุ่มกันเป็นสหภาพแรงงานก็ไม่ค่อยได้ เพราะไม่มีพื้นที่ให้ทำกิจกรรม หรือถ้ามีก็น้อยมาก ยกตัวอย่างกลุ่มคนงาน เขามีระบบที่เรียกว่า ‘แปดสามแปด‘ คือแปดแรกทำงาน แปดสองพักผ่อน และแปดสามรวมกลุ่ม ดังนั้น ถ้าพวกเขาพอมีเวลาก็จะมักจะหันไปหาเรื่องอบายมุข ไม่ใช่แค่เหล้า แต่รวมถึงบุหรี่กับการพนันด้วย</p>
<p>ผมมองว่า ชนชั้นนำอยากให้เรามีชีวิตกันแบบนี้อยู่แล้ว มันไม่มีเสรีภาพ ไม่มีการรวมกลุ่ม พวกเขาจึงมีพื้นที่ที่วนเวียนอยู่กับการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เล่นการพนัน หรือถึงจะรวมกลุ่มได้ แต่ถ้าไม่มีใครไปสนับสนุนเขาก็จะลำบาก รัฐก็ช่วยเหลืออย่างฉาบฉวย ไม่ได้ทำเพื่อให้เขามีศักดิ์ศรีหรือมีตัวตนขึ้นมาจริงๆ การรวมกลุ่มที่เกิดขึ้นผ่านรัฐจึงกลายเป็นแค่เรื่องการฝึกอาชีพเท่านั้น ส่วนภาคประชาสังคมที่ทำงานเชิงรุกกับคนติดเหล้าก็น้อยลงเรื่อยๆ ทั้งหมดนี้เป็นปัญหาเชิงรุกในการทำงานกับคนติดเหล้าหมดเลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1665" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-6.png" alt="" width="1381" height="921" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-6.png 1381w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-6-300x200.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-6-768x512.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-6-1024x683.png 1024w" sizes="(max-width: 1381px) 100vw, 1381px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>แล้วคุณคิดว่า เราจะจัดการกับปัญหาเชิงโครงสร้างแบบนี้ยังไง</strong></h4>
<p>ผมมองว่า ถ้าจะแก้ปัญหาพวกนี้จริงๆ เราต้องลงไปทำงานกับเขา จะมาแค่รณรงค์เลิกเหล้ามันไม่ได้ แต่ต้องรณรงค์เรื่องความสำคัญของความเป็นธรรมในสังคมในหลายมิติด้วย</p>
<p>ดังนั้น เราจึงต้องลงไปทำงานเชิงรุก ไปเรียนรู้คนที่ดื่มเหล้าในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นคนจนหรือคนชนชั้นกลาง เพื่อดูว่าเขามีวิถีในการดื่มเหล้าอย่างไร และลงไปคลุกคลีในพื้นที่เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เขามีการรวมกลุ่มเพื่อระบายปัญหาและหาทางออก</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>แสดงว่าเราต้องอาศัยอำนาจรัฐเข้ามาช่วยแก้ปัญหาด้วยใช่ไหม</strong></h4>
<p>ใช่ครับ แต่ตอนนี้ปัญหาคือ ภาครัฐยังรวมศูนย์อำนาจอยู่ ซึ่งถ้าคุณจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย มันจะต้องมีการกระจายอำนาจออกไปมากกว่านี้ เพราะเรื่องเหล้าไม่ได้เกี่ยวข้องกับแค่ภาครัฐ แต่เกี่ยวกับภาคส่วนอื่นด้วย เช่น นายทุนที่ผูกขาดเรื่องเหล้า</p>
<p>จริงๆ แล้วผมมองว่า ปัญหาเรื่องเหล้าส่วนหนึ่งเกิดจากความต้องการของพวกนายทุนหรือชนชั้นนำ ที่ต้องการให้คนยากจนอยู่กันแบบนี้ คุณเห็นไหมว่า เขาไม่เคยสนับสนุนให้เกิดพื้นที่ในการรวมกลุ่ม แต่ก็ยังไม่เคยมีการตั้งคำถามจริงๆ ว่า คนมีปัญหาคือใคร ทำไมถึงมีปัญหา</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีพวกมายาคติที่มองว่า ติดเหล้าเพราะยากจน หรือติดเหล้าเพราะบาปกรรม คนติดเหล้าเป็นคนที่ไม่ทำงาน ไม่ขยัน ไม่อดทน ทุกอย่างมันวนเวียนกันอยู่แค่นี้แหละ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>คุณทำงานรณรงค์และเคลื่อนไหวเรื่องการผลักดันกฎหมายมาเยอะมาก แล้วถ้าเป็นเรื่องเหล้า คุณมองการรณรงค์ที่ผ่านมายังไง</strong></h4>
<p>ผมรู้สึกว่ามันล้มเหลว ถ้าคุณไม่มีสหภาพที่เข้มแข็ง ไม่มีการรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย อย่างเราทำเรื่องเหล้า เมื่อก่อนมีเรื่องที่คนติดเหล้าฆ่ากันตายในงานเลี้ยงปีใหม่ สหภาพทนไม่ไหวก็เลยเข้ามาจัดการเรื่องนี้ นายจ้างก็พลอยได้ประโยชน์ไปด้วย จะเห็นว่ามันไม่ได้มีแค่เรื่องเหล้า แต่มีบุหรี่ การพนัน อุบัติเหตุ หรือเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวด้วย แต่ตอนนี้เราทำแค่รณรงค์ รณรงค์อย่างเดียว ไม่ได้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเลย เราก็จะมองแค่ว่าคนกินเหล้าไม่ดี เรื่องเหล้าก็จะวนเวียนอยู่แต่กับปัญหาตรงนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>แล้วคุณคิดว่าทางแก้ปัญหาควรจะเป็นแบบไหน</strong></h4>
<p>ยิ่งผมลงไปทำงานกับคนยากจน ผมยิ่งเห็นว่าเขาถูกกดทับจากความคิด ความเชื่อ และมายาคติของสังคม เพราะฉะนั้น เราต้องเปลี่ยนมายาคติใหม่ คือเปลี่ยนพวกเขาให้เห็นการรวมกลุ่ม เห็นพลังของผู้คน และเห็นพลังในตนเองที่จะลุกขึ้นมาตั้งคำถามและสร้างความเปลี่ยนแปลง ให้เห็นว่า ถึงคุณจะติดเหล้า แต่คุณก็ยังสามารถเปลี่ยนแปลงตนเองได้ พอเปลี่ยนแปลงตนเองได้ ก็จะเป็นพลังให้ทั้งตนเอง และเอื้อให้เกิดการรวมกลุ่มกันด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>แล้วการทำงานของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลมีลักษณะอย่างไร</strong></h4>
<p>เราทำงานผ่านทางอาสาสมัครที่เข้าไปทำงานในชุมชน โดยอาสาสมัครจะลงไปทำงานกับคนติดเหล้า และอบรมพวกเขาด้วยการให้คำปรึกษา อบรมเรื่องความไม่เป็นธรรมทางสังคม ความไม่เป็นธรรมทางเพศ และอบรบเรื่องการทำงานกลุ่ม เช่น กลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน หรือบางเคสที่เราแก้เองไม่ได้ เราก็ต้องมีกระบวนการส่งต่อ เช่น คนที่เป็นโรคติดสุรา (alcoholism) ต้องส่งไปที่โรงพยาบาล หรือเคสที่ใช้ความรุนแรง ก็อาจจะต้องดึงตำรวจ นักจิตวิทยา หรือนักสังคมสงเคราะห์เข้ามาช่วยด้วย</p>
<p>อาสาสมัครของเรามีความหลากหลาย มีทั้งหญิงและชาย บางคนเคยเป็นผู้ประสบปัญหามาก่อน เคยติดเหล้า เคยใช้ความรุนแรง แต่จะไม่ได้เป็นอาสาสมัครแบบผู้นำชุมชนที่มีหมวกหลายใบแก้ได้ทุกเรื่อง เพราะมีหมวกหลายใบทำได้ทุกเรื่องแบบนั้นแก้อะไรไม่ได้ และในชุมชนก็จะมีศูนย์ที่คอยช่วยทำกระบวนการกลุ่ม ให้คำแนะนำ ไปจนถึงการรณรงค์ระดับชุมชน เช่น ในงานเข้าพรรษา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1666" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-7.png" alt="" width="1381" height="921" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-7.png 1381w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-7-300x200.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-7-768x512.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-7-1024x683.png 1024w" sizes="(max-width: 1381px) 100vw, 1381px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>เห็นอะไรจากการลงพื้นที่บ้าง</strong></h4>
<p>แรกๆ เราก็ไม่เข้าใจหรอก เลยต้องลงไปเรียนรู้กับอาสาสมัครในศูนย์ เราเคยมองแค่ว่าอยากให้ผู้ชายเลิกเหล้า และอยากให้เขาหลุดพ้นจากความรุนแรง แต่พอทำไปก็รู้เลยว่า ถ้าวันหนึ่งเขาเลิกเหล้าได้แล้ว แต่ปัญหาเศรษฐกิจ สังคมยังคงอยู่ ก็เลิกเหล้าถาวรไม่ได้ เพราะมันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างไง</p>
<p>บางพื้นที่แก้ปัญหาตรงๆ ไม่ได้ ถ้ามีบางคนเขาใช้ความรุนแรงหนักมาก ชาวบ้านเขาก็ต้องมาวิเคราะห์กัน ต้องให้คนที่พูดคุยได้ลงพื้นที่ไปแลกเปลี่ยน ดูว่าคนติดเหล้าคนนี้เขาสนิทกับใครก็ลงไปหาคนนั้น จากนั้นค่อยเข้าไปหาคนติดเหล้า พอลงไปก็ไม่ได้พูดเรื่องเหล้านะ แต่จะถามสารทุกข์สุกดิบ ให้เขาระบายและแลกเปลี่ยนออกมา เพราะคนที่ดื่มเหล้าหนักๆ เขามักจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไม่ดีและไม่มีใครเข้าใจเขา แต่พอมีอาสาสมัครไปช่วยเขาก็จะรู้สึกว่า &#8220;จะมาช่วยทำไม ไม่ใช่ญาติพี่น้องสักหน่อย ทำไมอยู่ดีๆ มาเห็นใจเรา&#8221; แต่พออาสาสมัครลงไปพูดคุยด้วยบ่อยๆ เขาก็จะเริ่มเชื่อใจและสามารถทำงานเชิงรุกได้มากขึ้น ไปเจอที่บ้านได้มากขึ้น</p>
<p>เมื่อเริ่มสนิทกันแล้ว เขาก็จะค่อยๆ พูดและระบายออกมาว่ามีความทุกข์อย่างไร และจะค่อยๆ อยากลด ละ เลิก เหล้า เรามีอาสาสมัครหลายคนที่เคยดื่มเหล้ามาก่อน ก็เอาประสบการณ์ของตัวเองไปแลกเปลี่ยนด้วย พอคนฟังแล้วเขาก็จะอยากเลิกบ้าง นี่ก็เป็นกระบวนการกลุ่มแบบเพื่อนช่วยเพื่อนที่เอาประสบการณ์ที่เคยดื่มเหล้ามาแลกเปลี่ยนกันให้เห็นว่า การดื่มเหล้าส่งผลกระทบอะไรในครอบครัว รวมถึงช่วยกันหาทางออก ซึ่งก็เป็นงานที่ลึกขึ้นเรื่อยๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>คุณเจอเคสอะไรที่น่าสนใจบ้างไหม</strong></h4>
<p>เราเคยเจอเคสที่ชุมชนหนึ่ง พ่อทำร้ายแม่ ลูกก็ทั้งไม่มีความสุขทั้งอาย ไม่อยากให้เพื่อนเห็นเวลาพ่อไปส่งเขาที่โรงเรียน ครอบครัวนี้อยากเปลี่ยนแปลงกันทั้งครอบครัว ก็เลยมาเข้าค่ายกัน เราก็มีหลักสูตรและมีพื้นที่ให้พวกเขาได้เจอกัน คุยกัน และทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน ซึ่งก็ทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวดีขึ้นตามลำดับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ในฐานะคนที่ทำงานในพื้นที่จริง คุณคิดว่าอะไรเป็นปัจจัยให้คนที่อยากเลิกเหล้าสามารถเลิกได้ และสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริงๆ</strong></h4>
<p>อย่างแรก ผมว่ามันมาจากความรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่ามากขึ้น แต่ถ้าเกิดสังคมไปตีตราเขาว่าเขาเป็นคนชั่วคนเลวมันก็ไม่ได้ เราต้องทำยังไงก็ได้ให้เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้เลว และทำให้เขารู้สึกว่า จริงๆ มันก็เปลี่ยนได้นี่ หลายครั้ง คนในเคสที่เราเจอก็กลายเป็นผู้นำชุมชนด้วย เพราะสามารถสร้างความท้าทายให้คนในชุมชนได้เรียนรู้ว่า เหล้ามันเลิกได้จริงอย่างที่ตัวเขาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ งานแบบนี้ก็ใช้เวลาพอควรนะ บางคนเป็นปี บางคนสองปี แต่พอวันหนึ่งเขาเปลี่ยนได้ เรื่องอื่นๆ ก็จะตามมา</p>
<p>นอกจากนี้ เรายังสนับสนุนให้มีองค์กรชาวบ้าน เพราะอยู่ดีๆ จะไปทำเรื่องเลิกเหล้าอย่างเดียวก็ไม่ได้ ตอนนี้หลายพื้นที่ก็มีเครือข่ายชาวบ้าน เช่น ชุมพรมีการตั้งเป็นมูลนิธิแก้ปัญหาเรื่องเหล้ากับความรุนแรงต่อผู้หญิง ก็จะมีเรื่องเหล้า ความรุนแรง และแตกขยายไปเรื่องอื่นๆ เช่น ประเด็นสุขภาพ สิ่งแวดล้อม สร้างอาชีพให้คนเลิกเหล้าด้วย</p>
<p>อย่างที่ผมบอก ถ้าคนรู้สึกว่าพวกเขาไม่มีพื้นที่และไม่มีการรวมกลุ่ม แล้วก็ไปรณรงค์อย่างเดียว มันไปไม่รอด เขาต้องรู้สึกว่าตัวเองมีพื้นที่แสดงตัวตนและแสดงออกด้วย ถ้าคุณไม่คิดว่า ปัญหาเรื่องเหล้าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง แล้วก็ไปรณรงค์ รณรงค์ รณรงค์ สุดท้ายคุณก็จะได้แค่สติกเกอร์ โปสเตอร์ และซีดีเท่านั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>แล้วเคยเจอเคสที่กลับไปดื่มเหล้าบ้างไหม</strong></h4>
<p>เคยเจอครับ แต่เราก็ไม่เคยทิ้งเคสแบบนี้เลย ผมคิดว่าคนเราสามารถผิดพลาดกันได้ บางคนเจอปัญหาหนักถึงขั้นลูกเสียชีวิต เขาก็กลับไปดื่ม อาสาสมัครก็จะลงไปช่วย ไม่เคยทิ้ง</p>
<p>ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่า การเลิกเหล้าด้วยตัวเองเป็นเรื่องยาก ดังนั้นกระบวนการกลุ่มจึงสำคัญ เพราะมันตอบโจทย์ในหลายๆ มิติ ทำให้คนที่ไม่มีโอกาสในสังคม หรือคนที่ถูกกดทับในสังคมได้แสดงพลัง ได้เห็นคุณค่าในตัวเอง สิ่งที่สังคมพยายามบอกว่า พวกเขา ขี้เกียจ จน หรือติดพนัน จะถูกทำลายลงจากการรวมกลุ่ม เพราะการรวมกลุ่มจะให้พื้นที่กับเขา ทำให้เขาเห็นว่า ตนเองก็เป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกับคนอื่น</p>
<p>เพราะฉะนั้น การเลิกเหล้าจะทำแค่ในมิติของสุขภาพอย่างเดียวไม่ได้ แต่เขาจะต้องเห็นอำนาจในตัวเองว่า เขาเปลี่ยนแปลงได้ และมีกลุ่มที่ได้แสดงพลังต่อรองปัญหาอื่นๆ เหมือนที่ชุมชนไทยเกรียง ตอนนี้ก็เป็นสมาคมไปแล้ว พอมีการรวมกลุ่ม มีพื้นที่ มันก็ขยายประเด็นในการต่อสู้ออกไป เช่น สิ่งแวดล้อม สิทธิ แรงงาน หลายๆ พื้นที่ก็เป็นแบบนี้ เช่น อำนาจเจริญ พอพวกเขารวมกลุ่มกันได้ เขาก็ไม่ได้สู้กับแค่เหล้าและความรุนแรง แต่ยังมีพื้นที่ให้สู้ต่อกับเรื่องความมั่นคงทางอาหาร ไม่ใช้สารเคมี เพราะพวกเขาอยู่ในภาคการเกษตร แบบนี้ก็เกิดขึ้นได้ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>คุณมองระบบบำบัดเหล้าในปัจจุบันนี้อย่างไร</strong></h4>
<p>ถ้าถามผม ตอนนี้ระบบการบำบัดสำหรับผู้หญิงล้มเหลวมาก ถ้าผู้ชายเลิกเหล้าจะมีคนสนับสนุนมากกว่า ขณะที่ผู้หญิงมักไม่ค่อยมีคนสนับสนุนเท่า สถานการณ์มันเลยไปกันใหญ่ บางคนจะมองว่าผู้หญิงที่ติดเหล้าว่า เป็นคนไม่ดี พอเป็นคนไม่ดีก็ไม่ต้องไปช่วยเขา มันจะเป็นภาพจำแบบนี้ ถามว่าเอาครอบครัวเข้ามาจะช่วยไหม มันก็ยาก เพราะส่วนมากที่ผู้หญิงติดเหล้าก็เพราะมีปัญหาในครอบครัวนี่แหละ แต่ถ้าเปลี่ยนมาเป็นผู้ชาย ภรรยาก็อยากให้เลิก ลูกก็อยากให้เลิก มันจะต่างกันตรงนี้</p>
<p>มีเคสหนึ่งเป็นผู้หญิงที่เคยมีสามีเป็นคนต่างชาติ พอติดเหล้าก็เลิกกับสามี พอเธอกลับมาอยู่ในชุมชนก็ไปคุยๆ กับผู้ชายคนอื่น ซึ่งสำหรับสังคมไทย การมีปัญหาเรื่องเหล้าก็เท่ากับว่าเป็นคนไม่ดีแล้ว พอมาคุยกับคนอื่นอีก ผู้หญิงคนนี้เลยกลายเป็นผู้หญิงไม่ดีในสายตาชาวบ้านไปเลย แบบนี้ก็ต้องค่อยคุยๆ และหาตัวช่วย เพราะผู้หญิงหลายคนไม่อยากไปบำบัด เนื่องจากระบบส่วนใหญ่ยังกดทับผู้หญิงอยู่ แล้วบุคลากรบางคนในระบบก็ใช้คำพูดที่ดูไม่เป็นมิตรกับผู้หญิงด้วย</p>
<p>เพราะฉะนั้น ระบบบำบัดก็ต้องถูกปรับตัวและถูกปรับเปลี่ยน คุณต้องเข้าใจว่าการติดเหล้าเป็นโรค ไม่ใช่เป็นเรื่องของคนดีหรือคนไม่ดี เวลาคนติดเหล้าไปรักษา ประกันสังคมก็ไม่จ่ายให้อีก แบบนี้มันไม่ใช่ การติดเหล้าเกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่กล่าวมาแล้ว เพราะเขามีปัญหาจึงดื่มเหล้า ต่อมาเลยกลายเป็นโรค นี่แทบไม่เกี่ยวอะไรกับนิสัยเลย แต่ระบบบำบัดกลับมองว่า เขาติดเหล้าเพราะนิสัย เพราะเขาไปกินเอง เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดนี้ใหม่ ต้องเปลี่ยนความคิดที่ว่า “จน ขี้เกียจ เลยกินเหล้า” เราต้องเข้าใจและมองให้รอบด้าน มองในหลายมิติ เพราะจริงๆ แล้วเรื่องเหล้าเป็นเรื่องเชิงโครงสร้าง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1667" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-15.png" alt="" width="1381" height="921" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-15.png 1381w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-15-300x200.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-15-768x512.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-15-1024x683.png 1024w" sizes="(max-width: 1381px) 100vw, 1381px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/interview-jaded/">จะเด็จ เชาวน์วิไล : เพราะเหล้าเป็นเรื่องเชิงโครงสร้าง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1599</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
