<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>#ชายเป็นใหญ่ Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/ชายเป็นใหญ่/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:17:23 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>#ชายเป็นใหญ่ Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/ชายเป็นใหญ่/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>ดื่มเหล้าเท่ากับ ‘แมน’ (?) : สำรวจมายาคติที่ทำให้ผู้ชายต้องดื่ม</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/alcohol-masculinity/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=alcohol-masculinity</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 Nov 2019 03:53:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[#ชายเป็นใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[toxic masculinity]]></category>
		<category><![CDATA[สุรากับผู้ชาย]]></category>
		<category><![CDATA[เพศสภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1234</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อกล่าวถึงวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ ภาพที่เราเห็นจนชินตามักเป็นผลกระทบต่อกลุ่มผู้หญิง เช่น การถูกเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ความไม่เท่าเทียมกันด้านโอกาสทางการศึกษาหรือสายอาชีพ รวมถึงการถูกควบคุมความประพฤติ ไม่ให้แตะต้องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเครื่องดื่มดังกล่าวมีไว้สำหรับผู้ชายเท่านั้น ผู้หญิงดื่มแล้วจะดูไม่งาม (อ่านพัฒนาการการต่อสู้ด้านสิทธิสตรีผ่านแก้วเหล้าได้ ที่นี่) แต่อีกด้านหนึ่ง วัฒนธรรมดังกล่าวก็ส่งผลต่อผู้ชายไม่แพ้กัน แม้ไม่ได้มาในรูปแบบการถูกกดขี่ ลิดรอนสิทธิ หรือตำหนิติเตียนความประพฤติ หากปรากฏอยู่ในรูปแบบ ‘ความคาดหวัง’ ให้คุณผู้ชายมีคุณลักษณะตามที่สังคมตีความว่า ‘มาดแมนสมชาย’ อย่างเคร่งครัดไม่ต่างจากกรอบกุลสตรีของผู้หญิง แน่นอนว่าการดื่มสุราก็ถูกนับเป็นการแสดงออกถึงความมาดแมนแบบหนึ่ง นั่นทำให้คุณผู้ชายหลายคนประสบปัญหา ‘ต้องดื่ม’ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะถ้าใครออกตัวว่าไม่ดื่ม หรือดื่มไม่เป็น ก็อาจถูกคนรอบข้างหัวเราะเยาะหยันและมองว่าไม่มีความเป็นลูกผู้ชายเอาเสียเลย แต่ลูกผู้ชายที่แท้จริงจำเป็นต้องดื่มเหล้าเสมอไปหรือ? Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ขอพาคุณไปทบทวนหาคำตอบของคำถามนี้อีกครั้ง ผ่านการเจาะลึกอีกมุมหนึ่งของวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ว่า ความเชื่อดังกล่าวสร้างมายาคติความเป็นชายผ่านแก้วเหล้าอย่างไร ผู้ชายบุคลิกแบบไหนที่มีแนวโน้มดื่มหนัก และการกดดันให้ผู้ชายดื่มสร้างความเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างไร &#160; นิยามของความ ‘แมน’ ที่ส่งผลให้คนดื่ม &#160; วัฒนธรรมชายเป็นใหญ่มีบทบาทอย่างมากในการนิยามลักษณะความเป็นชาย และเนื่องจากชุดความคิดนี้แพร่ขยายไปทั่วโลก บรรทัดฐานความประพฤติของผู้ชายแทบทุกสังคมจึงเหมือนหรือใกล้เคียงกันมากจนเรียกได้ว่าเป็นบรรทัดฐานสากล ในปี 2003 Mahalik J. R และคณะ ระบุรายละเอียดบุคลิกอันพึงประสงค์ของผู้ชายในสังคมปิตาธิปไตยผ่านรายงานเรื่อง “Development of the [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-masculinity/">ดื่มเหล้าเท่ากับ ‘แมน’ (?) : สำรวจมายาคติที่ทำให้ผู้ชายต้องดื่ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อกล่าวถึงวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ ภาพที่เราเห็นจนชินตามักเป็นผลกระทบต่อกลุ่มผู้หญิง เช่น การถูกเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ความไม่เท่าเทียมกันด้านโอกาสทางการศึกษาหรือสายอาชีพ รวมถึงการถูกควบคุมความประพฤติ ไม่ให้แตะต้องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเครื่องดื่มดังกล่าวมีไว้สำหรับผู้ชายเท่านั้น ผู้หญิงดื่มแล้วจะดูไม่งาม (อ่านพัฒนาการการต่อสู้ด้านสิทธิสตรีผ่านแก้วเหล้าได้ <a href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-gender-equality/"><u>ที่นี่</u></a>)</p>
<p>แต่อีกด้านหนึ่ง วัฒนธรรมดังกล่าวก็ส่งผลต่อผู้ชายไม่แพ้กัน แม้ไม่ได้มาในรูปแบบการถูกกดขี่ ลิดรอนสิทธิ หรือตำหนิติเตียนความประพฤติ หากปรากฏอยู่ในรูปแบบ ‘ความคาดหวัง’ ให้คุณผู้ชายมีคุณลักษณะตามที่สังคมตีความว่า ‘มาดแมนสมชาย’ อย่างเคร่งครัดไม่ต่างจากกรอบกุลสตรีของผู้หญิง</p>
<p>แน่นอนว่าการดื่มสุราก็ถูกนับเป็นการแสดงออกถึงความมาดแมนแบบหนึ่ง นั่นทำให้คุณผู้ชายหลายคนประสบปัญหา ‘ต้องดื่ม’ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะถ้าใครออกตัวว่าไม่ดื่ม หรือดื่มไม่เป็น ก็อาจถูกคนรอบข้างหัวเราะเยาะหยันและมองว่าไม่มีความเป็นลูกผู้ชายเอาเสียเลย</p>
<p>แต่ลูกผู้ชายที่แท้จริงจำเป็นต้องดื่มเหล้าเสมอไปหรือ? Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ขอพาคุณไปทบทวนหาคำตอบของคำถามนี้อีกครั้ง ผ่านการเจาะลึกอีกมุมหนึ่งของวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ว่า ความเชื่อดังกล่าวสร้างมายาคติความเป็นชายผ่านแก้วเหล้าอย่างไร ผู้ชายบุคลิกแบบไหนที่มีแนวโน้มดื่มหนัก และการกดดันให้ผู้ชายดื่มสร้างความเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>นิยามของความ </strong><strong>‘แมน’ ที่ส่งผลให้คนดื่ม</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>วัฒนธรรมชายเป็นใหญ่มีบทบาทอย่างมากในการนิยามลักษณะความเป็นชาย และเนื่องจากชุดความคิดนี้แพร่ขยายไปทั่วโลก บรรทัดฐานความประพฤติของผู้ชายแทบทุกสังคมจึงเหมือนหรือใกล้เคียงกันมากจนเรียกได้ว่าเป็นบรรทัดฐานสากล</p>
<p>ในปี 2003 Mahalik J. R และคณะ ระบุรายละเอียดบุคลิกอันพึงประสงค์ของผู้ชายในสังคมปิตาธิปไตยผ่านรายงานเรื่อง “Development of the Conformity to Masculine Norms Inventory” ว่าผู้ชายต้อง ‘นำเสนอตนเองว่าเป็นรักต่างเพศ’ (heterosexual presentation) ไม่แสดงแนวโน้มเป็นเกย์หรือคนรักเพศเดียวกัน นำมาสู่บุคลิก ‘เจ้าชู้’ (playboy) มีคู่นอนหลายคน รักสนุกแต่ไม่คิดผูกพัน ต้องเป็นฝ่าย ‘ควบคุมผู้หญิง’ (power over women) มีอำนาจเหนือกว่าแทบทุกด้าน และมีสิทธิ์ในการ ‘ใช้ความรุนแรง’ (violence) เพื่อแสดงออกถึงอำนาจตามธรรมชาติของร่างกายที่เหนือกว่าผู้หญิงหรือกระทั่งผู้ชายด้วยกัน</p>
<p>อีกด้านหนึ่ง ผู้ชายต้องพยายาม ‘ยกระดับตัวเอง’ ให้มีหน้ามีตาในสังคม (pursuit of status) ‘ให้ความสำคัญกับการทำงาน’ (primacy of work) ‘รักการแข่งขัน ชอบเอาชนะ’ (winning) ‘มีความสามารถในการควบคุมอารมณ์’ (emotional control) ‘พึ่งพาตนเอง’ ไม่ร้องขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น (self-reliance) ‘มีความเป็นผู้นำ’ (dominance) สุดท้าย ผู้ชายต้องมีความ ‘กล้าได้กล้าเสีย รักความท้าทาย’ (risk taking) จึงจะนับได้ว่าเป็นลูกผู้ชายที่แท้จริง</p>
<p>บุคลิกภาพตามบรรทัดฐานความเป็นชายเหล่านี้มีส่วนสนับสนุนให้เกิดพฤติกรรมการดื่มสุรา อ้างอิงจากงานวิจัยในปี 2014 เรื่อง “College men and alcohol use: Positive alcohol expectancies as a mediator between distinct masculine norms and alcohol use” โดย Derek Kenji Iwamoto และคณะ ระบุว่าบุคลิกภาพแบบชอบเอาชนะ (winning) กล้าได้กล้าเสีย (risk taking) ใช้ความรุนแรง (violence) มีอำนาจเหนือผู้หญิง (power over women) และเจ้าชู้ (playboy) ก่อให้เกิดการดื่มสุราในกลุ่มนักดื่มชายอย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p>สอดคล้องกับงานวิจัยในปีเดียวกันเรื่อง “Linking Masculinity to Negative Drinking Consequences: The Mediating Roles of Heavy Episodic Drinking and Alcohol Expectancies” โดย Samantha Wells และคณะ ซึ่งเผยว่านอกจากบุคลิกข้างต้นแล้ว กระทั่งความพยายามนำเสนอตัวเองว่า ‘แมนแท้’  (heterosexual presentation) ก็ส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมดื่มหนัก และปัญหาอื่นๆ ตามมาพร้อมการดื่ม เช่น เมาแล้วขับ มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ใช้ความรุนแรง ทะเลาะวิวาท เป็นต้น</p>
<p>แม้กระทั่งบุคลิกที่ดูเหมือนจะเป็นข้อดีอย่างสามารถควบคุมอารมณ์ตนเอง (emotional control) หรือการพึ่งพาตนเอง (self-reliance) ยังทำให้ผู้ชายมีแนวโน้มดื่มเพิ่มขึ้นเช่นกัน ขณะที่บุคลิกให้ความสำคัญกับงาน (Primacy of work) กลายเป็นบุคลิกเพียงด้านเดียวที่ได้รับการพิสูจน์ว่าทำให้ผู้ชายดื่มเหล้าน้อยลง</p>
<p>นอกจากนี้ ผลการศึกษาของ McCreary D. R. เรื่อง “The male role, alcohol use, and alcohol problems: A structural modeling examination in adult women and men” ตั้งแต่ปี 1999 ยังสะท้อนภาพความเชื่อมโยงระหว่างวัฒนธรรมและพฤติกรรมดื่มสุราว่า ยิ่งสังคมมีการส่งเสริมขนบความเป็นชายมากขึ้น ยิ่งสามารถคาดเดาได้ว่าจำนวนปริมาณการดื่มของคน ความถี่ในการดื่ม และจำนวนผู้เจ็บป่วยจากการดื่มจะเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งถ้าตัวผู้ดื่มเองยึดมั่นในขนบความเป็นชายอย่างเคร่งครัด ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสทำพฤติกรรมเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ บาดเจ็บ และเสียชีวิตมากขึ้นอีกด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>เหตุผลที่ความ </strong><strong>‘แมน’ ส่งเสริมให้คนดื่ม</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>นักวิจัยจากหลายสำนักพยายามไขปริศนาความสัมพันธ์ระหว่าง ‘บุคลิกแมนๆ’ แต่ละด้านและพฤติกรรมการดื่มสุราว่าส่งเสริมซึ่งกันและกันอย่างไร</p>
<p>ปี 2015 Richard O. de Visser และ Jonathan A. Smith ทำงานวิจัยเรื่อง “Alcohol consumption and masculine identity among young men” ด้วยการสัมภาษณ์นักดื่มชายนายหนึ่งเกี่ยวกับเหตุผลของการดื่มสุรา และเขาตอบว่า “ดื่มเพื่อแสดงให้ผู้อื่นเห็นว่าเรามีดีกว่าพวกเขา ถ้าเราดื่มได้มากกว่าใคร ก็ยิ่งหมายความว่าเราเหนือกว่า” ขณะที่ผู้ให้สัมภาษณ์อีกคนย้ำว่านอกจากผู้ชายต้องดื่มให้เป็น ยังต้องดื่มได้โดยไม่เมาเป็นเวลานาน หรือที่เรียกกันว่า ‘คอแข็ง’ อีกด้วย</p>
<p>เมื่อผู้ชายถูกปลูกฝังให้รักการแข่งขัน ชอบเอาชนะ และต้องเป็นผู้นำถึงจะสมชาย วงน้ำเมาจึงกลายเป็นหนึ่งในเวทีชิงดีชิงเด่น การดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากถูกมองเป็นวิธีพิสูจน์ความเหนือกว่า แกร่งกว่า แมนกว่า และคนที่คอแข็งที่สุดมักได้รับเสียงชื่นชม ยกย่องให้เป็นผู้นำของกลุ่ม ตอบสนองต่อบุคลิกชอบเอาชนะ (winning) และต้องเป็นผู้นำ (dominance) ได้เป็นอย่างดี</p>
<p>ตรงกันข้าม หากชายใดคออ่อน ดื่มแก้วสองแก้วแล้วเมาล้มพับ ก็อาจถูกตราหน้าว่าอ่อนแอเหมือนผู้หญิง ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเชื่อที่ว่าผู้ชายควรแสดงออกให้แตกต่างจากหญิงอย่างชัดเจน (heterosexual presentation) ทำให้สุดท้ายแล้วผู้ชายต้องดื่มหนักขึ้น หนักขึ้นเพื่อฝึกฝนตัวเองให้คอแข็งยิ่งกว่าเดิม</p>
<p>อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เมื่อกลายเป็นผู้ชายแมนๆ คือการเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์มัดใจสาว บุคลิกเจ้าชู้เพลย์บอยจึงเป็นบุคลิกอันดับต้นๆ ที่ส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมดื่มหนักเมื่อเทียบกับด้านอื่นๆ เพราะแม้ว่าการมีคู่นอนหลายคนจะยิ่งดูเท่ ดูดี การันตีเสน่ห์ความเป็นชาย แต่หลายคนก็ต้องการตัวช่วยอย่างเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากระตุ้นความกล้าในการเข้าหาเพศตรงข้าม ตามที่ปรากฏในงานวิจัยเรื่อง “The perilous world where boys become men” ของ Kimmel M. ว่าวัยรุ่นชายต่างดื่มแอลกอฮอล์กันหนักขึ้นเนื่องจากเชื่อว่าแอลกอฮอล์เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้พวกเขา ‘ไปต่อ’ กับสาวๆ ได้ง่าย</p>
<p>แต่สำหรับชายหนุ่มบางกลุ่มกลับมองว่าสุราเป็นเครื่องมือที่ทำให้พวกเขากล้าปลดปล่อยความทุกข์ อันเป็นผลจากการที่สังคมคาดหวังให้ผู้ชายมีบุคลิกหนักแน่น สามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้ สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างสุขุม พวกเขาจึงไม่สามารถแสดงออกความเศร้า เหงา กลัว หรือคับข้องใจ เว้นเสียแต่จะทำให้ตนเอง ‘เมา’ ถึงกล้าแสดงอารมณ์อ่อนไหวและระบายความรู้สึกออกมา บางครั้งเมื่อผนวกกับความเชื่อว่าผู้ชายควรพึ่งพาตัวเองเท่านั้น (self-reliance) ทำให้ผู้ชายไม่ร้องขอความช่วยเหลือหรือปรึกษาคนอื่นๆ แต่เลือกดื่มเพื่อคลายทุกข์เป็นอันดับแรก และกล้าดื่มหนัก เพราะเชื่อว่าตนสามารถจัดการปัญหาต่างๆ ที่ตามมาจากการดื่มได้</p>
<p>ในทางกลับกัน สาเหตุที่ชายผู้มีบุคลิกให้ความสำคัญกับงาน (primacy of work) มีแนวโน้มดื่มสุราน้อยกว่าบุคลิกด้านอื่น เพราะพวกเขาคิดว่าถ้าดื่มจนเมา ย่อมส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานหรือการเรียนในวันต่อๆ ไป จึงลด ละ เลือกจะไม่ดื่ม</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>วัฒนธรรมและโฆษณาที่สนับสนุนวัยรุ่นชายให้ดื่ม</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้วยความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นระหว่างบุคลิกความเป็นชายและพฤติกรรมดื่มสุรานี้เองที่ทำให้นานวันเข้า การบริโภคแอลกอฮอล์กลายเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของการเป็นลูกผู้ชายเต็มตัว และผู้ได้รับผลกระทบจากการปลูกฝังวัฒนธรรมเหล่านี้มากที่สุดคงไม่แคล้วเป็นกลุ่มหนุ่มวัยรุ่นซึ่งอยู่บนรอยต่อระหว่างสถานะ ‘เด็ก’ และ ‘ผู้ใหญ่’</p>
<p>งานวิจัยเรื่อง “College alcohol use and the embodiment of hegemonic masculinity among European American men” ของ Peralta R. L. ปี 2007 เผยว่านักศึกษามหาวิทยาลัยชายและหญิงส่วนใหญ่ต่างเข้าใจว่าการดื่มสุราเป็นพฤติกรรมปกติของผู้ชาย อีกทั้งฝั่งนักศึกษาชายยังเชื่อว่าการได้เมามายร่วมกับผองเพื่อนถือเป็นการสร้างมิตรภาพตามแบบฉบับชายแท้ และภูมิใจที่ได้แสดงให้คนอื่นเห็นว่าตนดื่มเหล้าเก่ง ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ผลการวิจัยของ Derek Kenji Iwamoto และคณะในปี 2011 เรื่อง ““Man-ing” up and Getting Drunk: The Role of Masculine Norms, Alcohol Intoxication and Alcohol-Related Problems among College Men” จะชี้ให้เห็นว่าถ้าผู้ชายยึดมั่นในมิตรภาพ (fraternity) สูงหรือมีทัศนคติที่ดีต่อการดื่มยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการดื่มจนเมา และปัญหาอื่นๆ ที่จะตามมาหลังบริโภคแอลกอฮอล์</p>
<p>ความเชื่อและทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับเรื่องเหล้าของเยาวชนไม่เพียงแต่เกิดจากการสังเกตผู้ใหญ่ใกล้ตัว ส่วนหนึ่งยังรับรู้ผ่านสื่อโฆษณาที่แสดงถึงความเท่ของการดื่ม ไลฟ์สไตล์สนุกสุดเหวี่ยง หรือตลกขบขันโดนใจวัยรุ่น ทั้งยังใช้กลยุทธ์นำเสนอภาพความเป็นชายควบคู่ไปกับการดื่มเหล้า โดยงานวิจัยของ Messner และ Montez de Oca ในปี 2005 พบว่าโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ส่วนใหญ่มักนำเสนอเรื่องราวของผู้ชายในแง่คนขี้แพ้ (Loser) และผองเพื่อน (Buddies) มากที่สุด</p>
<p>เหตุผลที่ภาพลักษณ์ความขี้แพ้ (Loser) ได้รับความนิยมในโฆษณาเพราะต้องการแสดงให้เห็นว่าผู้ชายได้พยายามอย่างเต็มที่ในการแข่งขันหรือไขว่คว้าโอกาสต่างๆ แล้ว แต่ถ้าผลลัพธ์นั้นน่าผิดหวัง อกหักช้ำรัก หรือท้อแท้ใจ ก็ยังสามารถใช้สุราปลดปล่อยความทุกข์ ด้านการนำเสนอเรื่องราวระหว่างผองเพื่อน (Buddies) ในโฆษณานั้นเป็นการหยิบยกความเชื่อเรื่องมิตรภาพของผู้ชายในวงน้ำเมาไปใช้ สร้างภาพจำเกี่ยวกับบางกิจกรรมของผู้ชายว่าต้องมีเหล้าเบียร์มาเพิ่มความสนุกสนาน เช่น งานสังสรรค์ดูบอล งานแข่งกีฬา หรืองานแสดงดนตรี เป็นต้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>ผลลัพธ์ที่ผู้ชาย (อาจ) ต้องเจอจากการดื่ม</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>การปลูกฝังวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่พร้อมกับการดื่มสุราอาจก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา ทั้งปัญหาความรุนแรงเพราะผู้ชายเชื่อว่าตนแข็งแกร่ง ต้องการแสดงอำนาจ ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้ความยับยั้งชั่งใจน้อยลงจนเกิดการทะเลาะวิวาท ใช้ความรุนแรงกับคนในครอบครัว และปัญหาสุขภาพของตัวผู้ดื่มเอง</p>
<p>การดื่มเหล้ามากเกินไปทำให้ผู้ชายเสี่ยงต่อการเป็นโรคตับ โรคหัวใจ โรคกระดูก มะเร็ง เบาหวาน ภาวะซึมเศร้า ที่สำคัญยังส่งผลต่อระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (testosterone) หรือฮอร์โมนเพศชาย ทำให้สมรรถทางเพศเสื่อมลง การสร้างอสุจิลดน้อยลงและเติบโตได้ไม่สมบูรณ์ เคลื่อนที่ไปยังไข่ได้น้อย รวมถึงทำให้หน้าอกดูใหญ่ขึ้น ผมร่วง และเกิดโรคผิวหนังได้</p>
<p>จะเห็นได้ว่ามิติทางวัฒนธรรมเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผู้ชายยากจะปฏิเสธการดื่มเหล้า และทางออกของปัญหานี้ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกคนในสังคม ช่วยกันเปลี่ยนความคิดที่ว่าลูกผู้ชายตัวจริงต้องดื่มสุรา รวมถึงหันกลับมาดูแลคนใกล้ชิด ไม่ให้เผลอดื่มมากไปเพราะความเชื่อผิดๆ เหล่านี้อีก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา:</p>
<p>-Samantha Wells, Andrea Flynn, Paul F. Tremblay, Tara Dumas, Peter Miller and Kathryn Graham. Linking Masculinity to Negative Drinking Consequences: The Mediating Roles of Heavy Episodic Drinking and Alcohol Expectancies.  Available at <a href="https://pdfs.semanticscholar.org/3153/042ca2a901a5bc78b6e52aa28ad832c57184.pdf?_ga=2.244657222.2108357313.1568603730-1134059579.1568603730&amp;fbclid=IwAR19LBJtml0tU23r52xFuqlR1nnxaUiS9WfWNDvR5SSX3h4VoVu07KmKVm4">https://pdfs.semanticscholar.org/3153/042ca2a901a5bc78b6e52aa28ad832c57184.pdf?_ga=2.244657222.2108357313.1568603730-1134059579.1568603730&amp;fbclid=IwAR19LBJtml0tU23r52xFuqlR1nnxaUiS9WfWNDvR5SSX3h4VoVu07KmKVm4</a></p>
<p>-Derek Kenji Iwamoto, Alice Cheng, Christina S. Lee, Stephanie Takamatsu and Derrick Gordon.  2011.   “Man-ing” up and Getting Drunk: The Role of Masculine Norms, Alcohol Intoxication and Alcohol-Related Problems among College Men.  Available at <a href="https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3118921/?fbclid=IwAR211-vYvrQYeIfQGJ6TbeMsSvkxF1a3w5agb_S-eLInAQKwxwSTqg6OA7U">https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3118921/?fbclid=IwAR211-vYvrQYeIfQGJ6TbeMsSvkxF1a3w5agb_S-eLInAQKwxwSTqg6OA7U</a></p>
<p>-Beachway Therapy Center. Alcoholism and Toxic Masculinity: Why Men Are Driven To Drink.  Available at <a href="https://www.beachway.com/toxic-masculinity-and-alcoholism/?fbclid=IwAR0__Ld-NaFxEvo6oCya1vipvkfaA_Pu6rnSEXZEQkXvSgz1o_xLU4i6c5M">https://www.beachway.com/toxic-masculinity-and-alcoholism/?fbclid=IwAR0__Ld-NaFxEvo6oCya1vipvkfaA_Pu6rnSEXZEQkXvSgz1o_xLU4i6c5M</a></p>
<p>-Richard O. de Visser and Jonathan A. Smith.  2015.  Alcohol consumption and masculine identity among young men.  Available at file:///C:/Users/New/Downloads/devisser2007.pdf</p>
<p>&#8211; Gregory Hall and Robert Kappe.  2018.  Gender, Alcohol, and the Media: The Portrayal of Men and Women in Alcohol Commercials.  Available at <a href="https://www.researchgate.net/publication/326822796_Gender_Alcohol_and_the_Media_The_Portrayal_of_Men_and_Women_in_Alcohol_Commercials">https://www.researchgate.net/publication/326822796_Gender_Alcohol_and_the_Media_The_Portrayal_of_Men_and_Women_in_Alcohol_Commercials</a></p>
<p>-drinkaware.  Alcohol and men.  Available at <a href="https://www.drinkaware.co.uk/alcohol-facts/health-effects-of-alcohol/alcohol-and-gender/alcohol-and-men/">https://www.drinkaware.co.uk/alcohol-facts/health-effects-of-alcohol/alcohol-and-gender/alcohol-and-men/</a></p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-masculinity/">ดื่มเหล้าเท่ากับ ‘แมน’ (?) : สำรวจมายาคติที่ทำให้ผู้ชายต้องดื่ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1234</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ดื่มเหล้าเพื่อความเท่าเทียม : สุราและการต่อสู้ของสิทธิสตรี</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/alcohol-gender-equality/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=alcohol-gender-equality</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Sep 2019 05:56:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[#ความเท่าเทียมทางเพศ]]></category>
		<category><![CDATA[#ชายเป็นใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[#สิทธิสตรี]]></category>
		<category><![CDATA[#สุรากับผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มเหล้าของผู้หญิง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1130</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคสมัยที่สังคมถูกครอบงำด้วยวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ ผู้หญิงถูกจำกัดให้อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน ถูกลิดรอนสิทธิและโอกาส ทั้งทางการศึกษา หน้าที่การงาน.. หรือแม้กระทั่งการดื่มสุรา ขณะที่ผู้ชายดื่มเหล้าสังสรรค์กับมิตรสหายจนกลายเป็นเรื่องปกติ  ผู้หญิงกลับไม่สามารถดื่มโดยปราศจากการถูกตีตราและตำหนิติเตียน ดังนั้น เมื่อทั่วโลกตระหนักถึงความเท่าเทียมทางเพศมากขึ้น เกิดการต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีมากขึ้น การดื่มเหล้าของผู้หญิงจึงกลายเครื่องมือหนึ่งซึ่งใช้ต่อต้านระบบปิตาธิปไตย Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ขอพาคุณไปชมพัฒนาการสิทธิสตรีผ่านมิติของการดื่ม วัฒนธรรมที่บังคับให้ผู้หญิงต้องดื่ม และผลลัพธ์เรื่องสุขภาพที่สุภาพสตรีจะได้รับจากการดื่ม   ดื่มฉลองการปลดแอก!   ประสบการณ์การถูกกดขี่ทางเพศเป็นปัจจัยหนึ่งที่ผลักดันให้ผู้หญิงหันมาดื่มเหล้ามากขึ้นหลังเป็นอิสระจากอำนาจของผู้ชาย จากรายงานเรื่อง “Drinking and the oppression of women: The Mexican experience.” โดย Medina-Mora, E. ซึ่งศึกษาวัฒนธรรมของชาวแม็กซิกัน แสดงให้เห็นว่าสตรีชาวแม็กซิกันส่วนหนึ่งมีความทุกข์ทรมานในใจ เนื่องจากต้องเป็นฝ่ายยอมให้กับความก้าวร้าว ไม่ประนีประนอมอ่อนข้อของผู้ชายมาตลอด แม้แต่ในช่วงแรกที่ผู้หญิงเริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงาน บริบททางสังคมก็ยังคงแนวคิดชายเป็นใหญ่ กดดันให้ผู้หญิงต้องมีคุณลักษณะแม่บ้านแม่เรือนที่ดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการดื่มหรือเมาสุราโดยเด็ดขาด ฉะนั้น เมื่อผู้หญิงได้รับการศึกษาสูงขึ้น มีรายได้เป็นของตนเองมากขึ้น จำนวนนักดื่มเพศหญิงจึงเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้องการต่อต้านและแสดงความเป็นอิสระจากผู้ชายผ่านการดื่มสุรา นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยหลายสำนักพบว่าสตรีที่มีประสบการณ์ความทุกข์ทรมานทางจิตใจอย่างรุนแรง หรือประสบการณ์การถูกกระทำทารุณกรรมทางเพศส่งผลให้เกิดพฤติกรรมดื่มสุราอย่างหนักอีกด้วย   ดื่มอย่างถ้วนหน้าและเท่าเทียม   กระแสความเท่าเทียมทางเพศที่เกิดขึ้นไม่เพียงส่งผลต่อจำนวนนักดื่มหญิงชาวแม็กซิกัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-gender-equality/">ดื่มเหล้าเพื่อความเท่าเทียม : สุราและการต่อสู้ของสิทธิสตรี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในยุคสมัยที่สังคมถูกครอบงำด้วยวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ ผู้หญิงถูกจำกัดให้อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน ถูกลิดรอนสิทธิและโอกาส ทั้งทางการศึกษา หน้าที่การงาน.. หรือแม้กระทั่งการดื่มสุรา</p>
<p>ขณะที่ผู้ชายดื่มเหล้าสังสรรค์กับมิตรสหายจนกลายเป็นเรื่องปกติ  ผู้หญิงกลับไม่สามารถดื่มโดยปราศจากการถูกตีตราและตำหนิติเตียน ดังนั้น เมื่อทั่วโลกตระหนักถึงความเท่าเทียมทางเพศมากขึ้น เกิดการต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีมากขึ้น การดื่มเหล้าของผู้หญิงจึงกลายเครื่องมือหนึ่งซึ่งใช้ต่อต้านระบบปิตาธิปไตย</p>
<p>Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ขอพาคุณไปชมพัฒนาการสิทธิสตรีผ่านมิติของการดื่ม วัฒนธรรมที่บังคับให้ผู้หญิงต้องดื่ม และผลลัพธ์เรื่องสุขภาพที่สุภาพสตรีจะได้รับจากการดื่ม</p>
<p><strong> </strong></p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>ดื่มฉลองการปลดแอก</strong><strong>!</strong></h2>
<h2><strong> </strong></h2>
<p>ประสบการณ์การถูกกดขี่ทางเพศเป็นปัจจัยหนึ่งที่ผลักดันให้ผู้หญิงหันมาดื่มเหล้ามากขึ้นหลังเป็นอิสระจากอำนาจของผู้ชาย</p>
<p>จากรายงานเรื่อง “Drinking and the oppression of women: The Mexican experience.” โดย Medina-Mora, E. ซึ่งศึกษาวัฒนธรรมของชาวแม็กซิกัน แสดงให้เห็นว่าสตรีชาวแม็กซิกันส่วนหนึ่งมีความทุกข์ทรมานในใจ เนื่องจากต้องเป็นฝ่ายยอมให้กับความก้าวร้าว ไม่ประนีประนอมอ่อนข้อของผู้ชายมาตลอด</p>
<p>แม้แต่ในช่วงแรกที่ผู้หญิงเริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงาน บริบททางสังคมก็ยังคงแนวคิดชายเป็นใหญ่ กดดันให้ผู้หญิงต้องมีคุณลักษณะแม่บ้านแม่เรือนที่ดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการดื่มหรือเมาสุราโดยเด็ดขาด</p>
<p>ฉะนั้น เมื่อผู้หญิงได้รับการศึกษาสูงขึ้น มีรายได้เป็นของตนเองมากขึ้น จำนวนนักดื่มเพศหญิงจึงเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้องการต่อต้านและแสดงความเป็นอิสระจากผู้ชายผ่านการดื่มสุรา</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยหลายสำนักพบว่าสตรีที่มีประสบการณ์ความทุกข์ทรมานทางจิตใจอย่างรุนแรง หรือประสบการณ์การถูกกระทำทารุณกรรมทางเพศส่งผลให้เกิดพฤติกรรมดื่มสุราอย่างหนักอีกด้วย</p>
<p><strong> </strong></p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>ดื่มอย่างถ้วนหน้าและเท่าเทียม</strong></h2>
<p><strong> </strong></p>
<p>กระแสความเท่าเทียมทางเพศที่เกิดขึ้นไม่เพียงส่งผลต่อจำนวนนักดื่มหญิงชาวแม็กซิกัน แต่ส่งผลต่อจำนวนนักดื่มหญิงทั้งโลก</p>
<p>ในปี 2016 the Australian NHMRC Centre of Research Excellence in Mental Health and Substance Use เปิดเผยผลการศึกษาจากงานวิจัยจำนวน 68 ชิ้นจากทั่วโลก เกี่ยวกับพฤติกรรมการดื่มสุราของกลุ่มตัวอย่างซึ่งเกิดในช่วงปี 1891-2000 เพื่อระบุเทรนด์การดื่มที่เปลี่ยนไปในเพศชายและหญิง พบว่าจำนวนนักดื่มที่เกิดช่วงต้นทศวรรษปี 1900 เป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิงถึงสองเท่า ขณะเดียวกัน ในกลุ่มตัวอย่างที่อายุน้อยลง สัดส่วนนักดื่มทั้งสองเพศแทบไม่ต่างกัน</p>
<p>ผู้วิจัยตั้งข้อสังเกตว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไป เช่น การเกิดกระแส ‘90s Ladette Culture’ ที่ส่งเสริมให้สาววัยรุ่นกล้าทำกล้าลองเหมือนผู้ชาย ทำให้เกิดนักดื่มหน้าใหม่ในกลุ่มผู้หญิง และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันเรียกได้ว่าจำนวนผู้หญิงดื่มเหล้ามากเท่ากับนักดื่มชาย</p>
<p>ข้อเท็จจริงข้างต้นสอดคล้องกับผลจากรายงานเรื่อง “Gender, Culture and Alcohol Problems: A Multi-national Study’’ ซึ่งศึกษาพฤติกรรมการดื่มของเพศหญิงและชายในกลุ่มประเทศยุโรปจำนวน 13 ประเทศ และประเทศนอกยุโรปอีก 2 ประเทศ ใจความว่า ยิ่งประเทศมีความก้าวหน้าเรื่องความทัดเทียม ยิ่งทำให้พฤติกรรมการดื่มของทั้งสองเพศมีความแตกต่างน้อยลง กล่าวคือ ผู้หญิงสามารถดื่มเหล้าได้ไม่ต่างจากผู้ชาย ในที่นี้ ประเทศที่มีความแตกต่างน้อยที่สุด ได้แก่ ประเทศแถบนอร์ดิก ตามด้วยยุโรปตะวันและยุโรปกลาง ส่วนประเทศที่ถือว่ากำลังพัฒนานั้น แน่นอนว่ายังคงมีความแตกต่างเรื่องการดื่มระหว่างสองเพศสูง</p>
<p>สำหรับประเทศไทย ทัศนคติเรื่องความเท่าเทียมนี้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งซึ่งสนับสนุนการดื่มสุราในหมู่ผู้หญิงเช่นกัน จากรายงานการศึกษาพฤติกรรมการดื่มของสตรีในอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่เผยว่าผู้หญิงกล้าแสดงออกเรื่องการดื่มสุราในพื้นที่สาธารณะ เช่น งานมหรสพในชุมชน เพราะเชื่อว่าชายดื่มได้ หญิงก็ดื่มได้ ชายสนุกได้ หญิงก็สนุกได้ไม่ต่างกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>‘ชายเป็นใหญ่’ ที่แฝงไว้กับการ (ต้อง) ดื่ม</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>คำถามที่น่าสนใจคือ ปรากฏการณ์ผู้หญิงดื่มสุราที่เพิ่มขึ้นจากอดีตแสดงให้เห็นว่าเราหลุดจากขนบชายเป็นใหญ่อย่างสมบูรณ์แล้วใช่หรือไม่?</p>
<p>คำตอบคืออาจไม่ง่ายดายเช่นนั้น เพราะบางครั้งผู้หญิงก็จำเป็นต้องดื่มเพื่อให้เป็นที่ยอมรับในหมู่พวกผู้ชาย ในรายงานสัมมนาของ Scottish Health Action on Alcohol Problems (SHAAP) ร่วมกับ the Institute of Alcohol Studies (IAS) ระบุว่า เมื่อผู้หญิงมีบทบาทมากขึ้น มีตำแหน่งสูงขึ้นในที่ทำงาน พวกเธอต้องพยายามเก็บงำอุปนิสัยแบบ ‘หญิง’ และสร้างภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำ เข้มแข็ง รวมถึงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นอย่าง ‘ชาย’ เพื่อเข้าสังคมอันเต็มไปด้วยผู้ชายในที่ทำงาน</p>
<p>หนึ่งในนั้นคือการ (ต้อง) ดื่มสุราสังสรรค์กับคนอื่นๆ เพราะเชื่อว่าทำให้ลดความเขินอายตามประสา ‘หญิง’ เพิ่มความกล้าแสดงออก และสร้างมิตรภาพได้ง่ายขึ้น สภาพสังคมในแวดวงการทำงานจึงมีผลทำให้ผู้หญิงบางคนกลายเป็นนักดื่มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และการดื่มเหล้าก็ยังคงถูกมองว่าเป็นกิจกรรมผ่อนคลายสำหรับท่านชาย (หรือหญิงที่ต้องการแสดงออกอย่างชาย) มากกว่าจะเป็นของทุกเพศอย่างแท้จริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>การตลาดเพื่อการดื่มของผู้หญิง</strong></h2>
<h2 style="text-align: center;"><strong> </strong></h2>
<p>อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของนักดื่มเพศหญิง ทำให้บริษัทผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหลายฉวยโอกาสสร้างฐานลูกค้าใหม่ ด้วยการสร้างภาพจำว่าการดื่มของผู้หญิงหมายถึงความสำเร็จ ความสุข และส่งเสริมมิตรภาพในกลุ่มสาวๆ ด้วยกัน เช่น Baileys ออกแคมเปญนำเสนอความเป็น “เพื่อนหญิงพลังหญิง (Power of Female Friendship)” เนื่องในโอกาสวันคริสต์มาส มีเนื้อหากล่าวถึงการรวมตัวในคืนสังสรรค์ ผู้หญิงทุกคนสวย มั่นอกมั่นใจ และสนุกสนานกับการดื่มแอลกอฮอล์</p>
<div class="jetpack-video-wrapper"><iframe class="youtube-player" width="640" height="360" src="https://www.youtube.com/embed/3VCC3VL5SCM?version=3&#038;rel=1&#038;showsearch=0&#038;showinfo=1&#038;iv_load_policy=1&#038;fs=1&#038;hl=en-US&#038;autohide=2&#038;wmode=transparent" allowfullscreen="true" style="border:0;" sandbox="allow-scripts allow-same-origin allow-popups allow-presentation"></iframe></div>
<p>&nbsp;</p>
<p>บางแบรนด์ใช้กลยุทธ์เชื่อมโยงตนเองกับการส่งเสริมสิทธิสตรี ตัวอย่างเช่น Johnnie Walker ออกเครื่องดื่มรุ่นพิเศษเป็นฉลากรูปผู้หญิงสวมหมวกทรงสูงและรองเท้าบูท ชื่อ Jane Walker เพื่อเฉลิมฉลองวันสตรีสากล และจำนวนขวดที่ขายได้จะกลายเป็นเงินบริจาค 1 ดอลล่าร์สหรัฐแก่องค์กรช่วยเหลือผู้หญิง เช่นเดียวกับแบรนด์ BrewDog ที่เปลี่ยนฉลากผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม Punk IPA เป็น Pink IPA พร้อมโฆษณาว่าเป็น “เบียร์สำหรับสาวๆ (Beer for Girls)” ในโอกาสเดียวกัน</p>
<p>กลยุทธ์การตลาดเหล่านี้ส่งเสริมให้เกิดนักดื่มหน้าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนผู้ได้รับอิทธิพลจากสื่อโฆษณา รูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ รวมถึงสร้างเป็นภาพจำว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่ำหรือการดื่มเพียงปริมาณน้อยๆ นั้นกำลังเหมาะสมกับหญิงสาวผู้รักความสนุกสนาน กล้าเป็นตัวของตัวเอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>ผลของสุราต่อสุ(ข)ภาพสตรี</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้ว่าสังคมปัจจุบันจะเปิดโอกาสให้ผู้หญิงดื่มได้อย่างอิสระ แต่ผลที่ตามมาคือ ผู้หญิงกับต้องเผชิญปัญหาการดื่มสุราเพิ่มขึ้นตามไปด้วย งานวิจัยของ National Institute on Alcohol Abuse and Alcoholism (NIAAA) ในปี 2017 พบว่า จำนวนผู้หญิงอเมริกันที่มีปัญหาจากการดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นถึง 83.7% ในช่วงระหว่างปี 2002 – 2013 ในขณะข้อมูลปี 2018 พบว่า จำนวนผู้หญิงที่ต้องเข้าห้องฉุกเฉินโดยมีเหตุเกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ก็มีอัตราการเติบโตสูงกว่าผู้ชายเป็นที่เรียบร้อยแล้วในประเทศจีน</p>
<p>นอกจากนี้ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์พบว่าพวกเธอต้องแบกรับความเสี่ยงเรื่องปัญหาสุขภาพจากการดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าเพศชาย</p>
<p>เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะร่างกายของผู้หญิงสร้างเอนไซม์ alcohol dehydrogenase หรือ ADH จากตับซึ่งทำหน้าที่สลายแอลกอฮอล์ได้น้อยกว่าผู้ชาย อีกทั้งยังมีสัดส่วนของไขมันตามร่างกายมากกว่า ทำให้เก็บกักแอลกอฮอล์ได้เยอะและยาวนานยิ่งกว่า เป็นต้นเหตุของโรคอื่นๆ ตามมา อาทิ โรคกระดูกพรุน ประจำเดือนมาไม่ปกติ เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนเร็วขึ้น ลดการหลั่งฮอร์โมนเอสโตรเจนและเพิ่มฮอร์โมนกลูโคคอร์ติคอยด์ซึ่งทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแย่ลง มีบุตรยาก และเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น</p>
<p>ทั้งนี้ การดื่มสุราในช่วงก่อนมีประจำเดือนหรือช่วงรับประทานยาคุมกำเนิดจะทำให้ร่างกายดูดซึมแอลกอฮอล์เร็วขึ้น จึงเกิดอาการเมาสุราได้ง่ายขึ้นอีกด้วย</p>
<p>ดังนั้น ถึงการดื่มสุราอาจเป็นเครื่องมือแสดงออกถึงความเท่าเทียมและความมั่นอกมั่นใจของผู้หญิง แต่อย่าลืมว่านอกจากดื่มเพื่อฉลองคุณค่าในตนเอง สุขภาพร่างกายของคุณก็มีค่าไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา:</p>
<p>-สุนทรี ศรีโกไสย.  การทบทวนองค์ความรู้ เรื่อง การดื่มสุราและการเสพติดสุราของสตรี.  เชียงใหม่: แผนงานการพัฒนาระบบ รูปแบบ และวิธีการบำบัดรักษาผู้มีปัญหาการบริโภคสุราแบบบูรณาการ (ผรส.); 2553.</p>
<p>-Kim Bloomfield, Gerhard Gmel, and Sharon Wilsnack.  2006.  Introduction to Special Issue ‘Gender, Culture and Alcohol Problems: a Multi-National Study’. Alcohol &amp; Alcoholism Vol. 41. p i3-i7.</p>
<p>&#8211; Scottish Health Action on Alcohol Problems (SHAAP) and the Institute of Alcohol Studies (IAS). 2018.  Women and Alcohol: Key Issues.</p>
<p>-NHS.  Women now drinking &#8216;almost as much alcohol as men&#8217;.  2016.  Available at <a href="https://www.nhs.uk/news/food-and-diet/women-now-drinking-almost-as-much-alcohol-as-men/">https://www.nhs.uk/news/food-and-diet/women-now-drinking-almost-as-much-alcohol-as-men/</a></p>
<p>-Misha Ketchell.  How alcohol companies are using International Women’s Day to sell more drinks to women.  2019.  Available at <a href="http://theconversation.com/how-alcohol-companies-are-using-international-womens-day-to-sell-more-drinks-to-women-113081">http://theconversation.com/how-alcohol-companies-are-using-international-womens-day-to-sell-more-drinks-to-women-113081</a></p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-gender-equality/">ดื่มเหล้าเพื่อความเท่าเทียม : สุราและการต่อสู้ของสิทธิสตรี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1130</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
