<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>ดื่มเบียร์ Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/ดื่มเบียร์/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:15:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>ดื่มเบียร์ Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/ดื่มเบียร์/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>คนอังกฤษและแอลกอฮอล์: วัฒนธรรมที่ว่าด้วยการดื่มจนฝังราก</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/british-drinking-culture/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=british-drinking-culture</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 May 2020 08:19:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[ดื่มเบียร์]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมการดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1827</guid>

					<description><![CDATA[<p>“อ้าว แฮกริด อย่างเดิมใช่ไหม” ฉากที่แฮกริด สุภาพบุรุษตัวเบิ้ม หนึ่งตัวละครสำคัญในภาพยนตร์ชุดชื่อดังจากเกาะอังกฤษอย่าง แฮร์รี่ พอตเตอร์ ถูกต้อนรับด้วยเสียงทักทายจากทอม เจ้าของร้านหม้อใหญ่รั่ว ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่นที่คลาคล่ำไปด้วยนักดื่มเต็มร้าน คงเป็นฉากหนึ่งในภาพยนตร์ที่หลายคนทั่วโลกคุ้นตา  หรือถ้าคุณเป็นแฟนตัวยงของภาพยนตร์สายลับอันดับหนึ่งอย่าง เจมส์ บอนด์ คุณคงคุ้นเคยกับวลีเด็ดติดหูอย่าง &#8220;เขย่า แต่ไม่คน&#8221; ที่เจมส์ บอนด์ จะพูดวลีนี้เกือบทุกครั้งที่มีการปรุงมาร์ตินีตามแบบฉบับของเขา ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เราจะเห็นภาพยนตร์หรือซีรีส์ของแต่ละชาติสอดแทรกวัฒนธรรม หรือเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยประจำชาติของตนลงไปด้วย และในกรณีของภาพยนตร์หรือซีรีส์จากเกาะอังกฤษ หนึ่งในวัฒนธรรมที่เรามักเห็นบ่อยๆ คือ วัฒนธรรมการดื่มแอลกอฮอล์ ปฏิเสธไม่ได้ว่า &#8216;สหราชอาณาจักร&#8217; หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อ &#8216;อังกฤษ&#8217; ถือเป็น 1 ในประเทศนักดื่มตัวยงของโลก จากรายงานขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ปี 2010 พบว่า ค่าเฉลี่ยรวมทั้งประเทศของคนอังกฤษ 1 คนมีปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ถึง 11 ลิตรต่อปี และการเก็บสถิติล่าสุดในปี 2016 พบว่า ค่าเฉลี่ยมีปริมาณเพิ่มขึ้นเป็น 12 ลิตรต่อปี  การดื่มแอลกอฮอล์ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สำหรับคนเมืองผู้ดีแล้ว การดื่มแอลกอฮอล์ดูจะเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของชีวิตที่ขาดไปไม่ได้ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่า ชาวบริติชทั้งหลายดื่มกันมาอย่างยาวนาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/british-drinking-culture/">คนอังกฤษและแอลกอฮอล์: วัฒนธรรมที่ว่าด้วยการดื่มจนฝังราก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">“อ้าว แฮกริด อย่างเดิมใช่ไหม”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉากที่แฮกริด สุภาพบุรุษตัวเบิ้ม หนึ่งตัวละครสำคัญในภาพยนตร์ชุดชื่อดังจากเกาะอังกฤษอย่าง <em>แฮร์รี่ พอตเตอร์ </em>ถูกต้อนรับด้วยเสียงทักทายจากทอม เจ้าของร้านหม้อใหญ่รั่ว ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่นที่คลาคล่ำไปด้วยนักดื่มเต็มร้าน คงเป็นฉากหนึ่งในภาพยนตร์ที่หลายคนทั่วโลกคุ้นตา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือถ้าคุณเป็นแฟนตัวยงของภาพยนตร์สายลับอันดับหนึ่งอย่าง <em>เจมส์ บอนด์</em> คุณคงคุ้นเคยกับวลีเด็ดติดหูอย่าง &#8220;เขย่า แต่ไม่คน&#8221; ที่เจมส์ บอนด์ จะพูดวลีนี้เกือบทุกครั้งที่มีการปรุงมาร์ตินีตามแบบฉบับของเขา</span></p>
<p>ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เราจะเห็นภาพยนตร์หรือซีรีส์ของแต่ละชาติสอดแทรกวัฒนธรรม หรือเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยประจำชาติของตนลงไปด้วย และในกรณีของภาพยนตร์หรือซีรีส์จากเกาะอังกฤษ หนึ่งในวัฒนธรรมที่เรามักเห็นบ่อยๆ คือ วัฒนธรรมการดื่มแอลกอฮอล์</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปฏิเสธไม่ได้ว่า &#8216;สหราชอาณาจักร&#8217; หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อ &#8216;อังกฤษ&#8217; ถือเป็น 1 ในประเทศนักดื่มตัวยงของโลก จากรายงานขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ปี 2010 พบว่า ค่าเฉลี่ยรวมทั้งประเทศของคนอังกฤษ 1 คนมีปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ถึง 11 ลิตรต่อปี และการเก็บสถิติล่าสุดในปี 2016 พบว่า ค่าเฉลี่ยมีปริมาณเพิ่มขึ้นเป็น 12 ลิตรต่อปี </span></p>
<p>การดื่มแอลกอฮอล์ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สำหรับคนเมืองผู้ดีแล้ว การดื่มแอลกอฮอล์ดูจะเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของชีวิตที่ขาดไปไม่ได้ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่า ชาวบริติชทั้งหลายดื่มกันมาอย่างยาวนาน นานพอกับเวลาที่คนเฒ่าคนแก่เล่าอดีตตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหาเลยทีเดียว</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทำไมคนอังกฤษถึงชอบดื่มแอลกอฮอล์ ชวนหาคำตอบได้ในบทความด้านล่างนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>เพราะเบียร์สะอาดกว่าน้ำเปล่า? อดีตว่าด้วยการดื่มของคนเมืองผู้ดี</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>เราไม่ทราบแน่ชัดว่า คนอังกฤษเริ่มดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่เมื่อใด<span style="font-weight: 400;"> แต่ข้อมูลจากบทความประวัติศาสตร์แอลกอฮอล์อังกฤษของแองโกโทเปีย (Anglotopia) เล่าว่า มีนักโบราณคดีค้นพบหลักฐานว่าทหารโรมันมักจะเพลิดเพลินกับการชงเบียร์และซื้อเบียร์ดื่มจากชาวเคลต์ (Celts) คนท้องถิ่นบนเกาะอังกฤษในขณะนั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานที่แสดงว่า ชนเผ่า</span><span style="font-weight: 400;">เจอร์แมนิก</span><span style="font-weight: 400;"> (Germanic) ทั้งชาวแองเกิล (Angles) ที่อพยพมาจากด้านเหนือสุดของประเทศเยอรมนี ชาวจูท (Jutes) ชนเผ่าจากคาบสมุทรจูลแลนดิก (Jutlandic) ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างประเทศเดนมาร์กกับเยอรมัน และชาวแซกซัน (Saxons) กลุ่มพันธมิตรที่อาศัยอยู่ทางที่ราบลุ่มเยอรมัน ได้เข้ามาบุกรุกเกาะอังกฤษระหว่างปี ค.ศ. 450 ถึง 1100 โดยขับไล่ ดูดกลืน รวมถึงทำลายชนเผ่าเคลต์ที่เคยอยู่เกาะนี้มาก่อน และหลังจากชนเผ่าทั้ง 3 นี้ทำศึกสำเร็จ พวกเขาก็มักจะดื่มเบียร์เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองบนทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่ดุจห้องโถงหรูหรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี เมื่อเวลาผ่านไป เบียร์ยิ่งกลายเป็นเครื่องดื่มที่โดดเด่นมากเนื่องจากสภาพอากาศของอังกฤษไม่เอื้อต่อการปลูกพืชชนิดอื่นๆ ยกเว้นข้าวบาร์เลย์ </span><span style="font-weight: 400;">โดยในยุคกลาง เบียร์เป็นที่ต้องการมากขึ้น และเป็นที่ต้องการมากกว่าน้ำดื่มทั่วไปเสียด้วย</span><span style="font-weight: 400;"> เนื่องจากการต้มที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตเบียร์ทำให้เกิดความมั่นใจว่าจะได้เบียร์ที่สะอาดกว่าน้ำดื่ม ทำให้ผู้คนแห่มาดื่มเบียร์มากขึ้น โดยที่ไม่มีใครสนถึงผลกระทบที่ทำให้มึนเมา นอกจากนี้ ยังมีการพิสูจน์อีกว่า </span><span style="font-weight: 400;">แคลอรี่และโภชนาการของเบียร์มีประโยชน์ต่อคนทำงานและคนชนชั้นนำด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 18-19 เป็นยุคที่นำไปสู่การขยายจำนวนโรงเบียร์และทำให้เบียร์มีชื่อเสียง เช่น เบียร์กินเนสส์ (Guinness) เบียร์บอร์ดดิงตัน (Boddington) และ เบียร์ฟูลเลอร์ (Fuller&#8217;s) ต่อมาต้นศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นช่วงสงคราม ส่งผลกระทบให้ปริมาณเบียร์ลดลงทั้งการผลิตและบริโภค แต่เทคโนโลยีสมัยใหม่หลังสงครามทำให้เบียร์กลับมาเป็นที่นิยมตามเดิม นอกจากนี้ ยังมีการบรรจุเบียร์ลงกระป๋องพาสเจอร์ไรซ์ (Pasteurization)</span> <span style="font-weight: 400;">และคาร์บอเนต (</span><span style="font-weight: 400;">Carbonate</span><span style="font-weight: 400;">) ซึ่งนำไปสู่การกระจายผลิตภัณฑ์ที่ดีมากนอกอังกฤษ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันนี้ ความพร้อมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนผสม เทคโนโลยี การขนส่ง ยิ่งทำให้การดื่มและผลิตเบียร์เปิดกว้างมากขึ้น ผู้ผลิตมีความหลากหลายทั้งพยายามหาวัตถุดิบอื่นๆ เป็นส่วนผสม ใช้ส่วนประกอบบางอย่างน้อยลงเพื่อลดต้นทุน หรือแม้แต่กลุ่มผู้บริโภคเองก็ยังแสวงหาเบียร์ที่ดีที่สุดมาดื่ม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>‘จะสุข จะเศร้า ขอเล่า (เหล้า) ไว้ก่อน’</b></h1>
<p><b> </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบัน การดื่มเบียร์หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ยังเป็นเรื่องปกติของคนอังกฤษ</span><span style="font-weight: 400;"> เอาเป็นว่าทุกๆ ที่ที่มีตู้เย็นย่อมมีเบียร์บรรจุอยู่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี </span><span style="font-weight: 400;">ความคิดเห็นจากบทความ <em>&#8216;<strong><a href="https://www.bbc.com/future/article/20151102-why-do-the-british-drink-so-much">ทำไมคนอังกฤษถึงดื่มหนัก&#8217; (Why do the British drink so much?)</a></strong> </em></span>ของ BBC Future ระบุว่า ความจริงแล้ว การดื่มไม่ใช่เรื่องปกติสำหรับคนรุ่นใหม่ แต่เป็นการยากที่จะปฏิเสธว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเช่นกัน เพราะคนรุ่นใหม่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในทีวี ทั้งยังถูกรายล้อมไปด้วยเหล้าราคาถูกมากมายในซูเปอร์มาร์เก็ต แม้ในทุกวันนี้ โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะถูกควบคุมอย่างเข้มงวดมากขึ้น แต่การประกวดในรายการทีวียังคงสนับสนุนแอลกอฮอล์ และเสื้อฟุตบอลก็ยังมีตราเบียร์อยู่ เหมือนจะคอยเตือนพวกเขาอยู่เสมอว่า แอลกอฮอล์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ เรายังคุ้นเคยกับการเห็นผู้คนในย่านดังๆ ของอังกฤษไปผับบาร์หลังเลิกงานในวันศุกร์ จนสถานที่เหล่านั้น</span><span style="font-weight: 400;">แน่นขนัด</span> <span style="font-weight: 400;">ยิ่งตอนมีเทศกาลสำคัญด้วยแล้วเรียกได้ว่า คนดันล้นทะลักออกมาข้างนอกร้านเลยทีเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานวิจัย <a href="https://link.springer.com/article/10.1007/s40750-016-0058-4"><strong><em>‘ประโยชน์เชิงหน้าที่ของการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่พอดี’</em> </strong>(</a></span>Functional Benefits of (Modest) Alcohol Consumption<span style="font-weight: 400;">) จาก Springe Link สำรวจกลุ่มตัวอย่างแบบสุ่มในอังกฤษจำนวน 2,254 คน ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป พบว่า การดื่มของพวกเขาส่งผลให้</span><span style="font-weight: 400;">แอลกอฮอล์กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนเอนดอร์ฟิน ดังนั้น พวกเขาจึงพร้อมที่จะสนทนากับเพื่อนพ้องและคนไม่รู้จักในผับบาร์ ซึ่งการ</span><span style="font-weight: 400;">พูดคุยของพวกเขาได้</span><span style="font-weight: 400;">สร้างผลที่ดีต่อการกระชับความสัมพันธ์ ทำให้รู้สึกมีความสุขในชีวิตมากขึ้นและมีแนวโน้มที่จะเชื่อใจคนอื่นๆ ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ การวิจัยจากอังกฤษที่รวบรวมข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันแมปปี้เนส (Mappiness) ที่ถูกพัฒนาโดย The London School of Economics and Political Science (LSE) พบว่า การดื่มแอลกอฮอล์เกี่ยวข้องกับความสุขที่มากขึ้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจแต่อย่างใด แต่อีกสิ่งที่น่าสนใจคือ ในอีกนัยหนึ่ง นักวิจัยพบว่าการดื่มสังสรรค์กับเพื่อนไม่เพียงแต่เป็นสิ่งที่น่ายินดี แต่มันสามารถไปได้ไกลถึงขั้นบรรเทาความเจ็บปวดจากกิจกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น การ</span><span style="font-weight: 400;">ดื่มเพื่อกลบความเศร้า</span><span style="font-weight: 400;"> เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่จึงอาจจะเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้คนอังกฤษ (ไม่ทั้งหมด) ยังคงดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะดื่มเพราะมีความสุขมากๆ หรือดื่มเพราะกำลังรู้สึกเศร้าแบบจะเป็นจะตายก็ตามแต่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อนึ่ง จากสถิติจากสำนักงานสถิติแห่งชาติในสหราชอาณาจักร </span><span style="font-weight: 400;">(National statistics) </span><span style="font-weight: 400;">ช่วงปี 2017 พบว่า มีผู้ป่วย 338,000 คน ที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล</span><span style="font-weight: 400;"> (admit) ด้วยสาเหตุหลักคือ แอลกอฮอล์ โดยเป็นโรคต่างๆ ที่เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ เช่น สุราเรื้อรัง มะเร็ง ฯลฯ ตัวเลขดังกล่าวใกล้เคียงกับปี 2016 แต่ว่าสูงกว่าปี 2007 ถึง 15 % และจำนวนผู้ที่ถูกหามส่งเข้าโรงพยาบาลด้วยสาเหตุดังกล่าว เพิ่มจำนวนสูงขึ้นมาในช่วงอายุตั้งแต่ 55-64 ปี โดย 61% เป็นผู้ชาย ซึ่งกว่า 1 ส่วน 4 ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง และ 23% เกิดอุบัติเหตุจากความประมาท </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้กรมสุขภาพและอนามัยของสหราชอาณาจักร  (Department of Health &amp; Social Care) ได้ตั้งนโยบายในทางปฏิบัติปี 2010-2015 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(1) ทางรัฐบาลกำหนดให้ผู้ชายไม่ควรดื่มเกิน 3-4 ยูนิตต่อวัน และผู้หญิง 2-3 ยูนิตต่อวัน โดยออกโรงเตือนว่า ถ้าดื่มมากกว่านั้นจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(2) ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่ม สร้างแคมเปญขึ้นมาเพื่อให้ข้อมูล เทคนิค เครื่องมือต่างๆ และที่สำคัญคือ เพิ่มการทำแบบประเมินความเสี่ยงของคนที่คาดว่าจะติดแอลกอฮอล์ให้มากขึ้น ตลอดจนจ่ายเงิน 448 ล้านปอนด์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับครอบครัวที่มีปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับแอลกอฮอล์ ซึ่งมีมากถึง 120,000 ครอบครัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(3) ปี 2013 ตั้งศูนย์กลางเพื่อสุขภาพท้องถิ่น ซึ่งมีส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ โดยสำนักงานเขตจะทำงานร่วมกับระบบสุขภาพในสหราชอาณาจักร (National Health Service &#8211; NHS) และหน่วยกรมอนามัยในสหราชอาณาจักรและชุมชน</span> <span style="font-weight: 400;">(Public Health England and local communities) เพื่อสร้างความเข้าใจว่า ท้องถิ่นต้องการอะไรบ้าง จากนั้นจึงจัดลำดับความสำคัญของการให้บริการ เพื่อจะสามารถให้การป้องกันและช่วยเหลือคนที่มีปัญหาเรื่องแอลกอฮอล์ได้อย่างใกล้ชิด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(4) ปรับปรุงการรักษาโรคติดสุรา ด้วยการปล่อยโปรแกรมนำร่องโดยการจ่ายให้การบริการรักษาเพื่อจะได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในสามด้าน คือ คนที่ใช้หายจากอาการติดเหล้าและยา ลดการที่จะกลับไปติดซ้ำ พัฒนาสุขภาพและความเป็นอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(5) ขึ้นราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อช่วยลดอุปสงค์ของผู้ซื้อที่ชอบดื่มหนักๆ และเป็นการช่วยลดความรุนแรงด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(6) ตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างการโฆษณาเครื่องดื่มกับเด็กที่อายุน้อยกว่า 18 ปี ซึ่งได้มีกฏออกมาว่า ให้หยุดโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี โดยดำเนินการตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่า โฆษณาที่ส่งเสริมแอลกอฮอล์จะไม่ปรากฏในรายการที่มีเยาวชนจำนวนมาก และทำงานกับภาคอุตสาหกรรมเพื่อพัฒนารูปแบบการตรวจสอบอายุที่แท้จริงของผู้คน เพื่อใช้ในเว็บไซต์ของบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และโซเชียลมีเดียเกี่ยวข้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จะเห็นได้ว่าภาครัฐบาลพยายามหาทางแก้ไขให้คนอังกฤษดื่มน้อยลงหรือเลิกดื่มเช่นกัน แต่ก็ต้องมาติดตามกันว่า ความพยายามเหล่านี้จะได้ผลมากน้อยแค่ไหน?</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>โควิด-19 ระบาดหนัก! ทราบแล้วแต่ไม่เปลี่ยน </b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ ทุกคนทราบกันถ้วนหน้าว่า เกิดการระบาดของโควิด-19 ทำให้วิถีชีวิตแบบเดิมๆ ต้องปรับเปลี่ยน ทั้งนี้ แม้ผับและบาร์จะถูกสั่งให้ปิดทำการในอังกฤษ แต่รายได้จากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีใบอนุญาตมียอดขายสูงขึ้น 22% ในเดือนมีนาคม และจากรายงานของนักวิเคราะห์ผู้บริโภค คานทาร์ (Kantar) ยอดขายไวน์ เบียร์ และเหล้าสูงถึง 1.1 พันล้านปอนด์ในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา (นับถึง 22 มีนาคม) ซึ่งถือว่า เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2019</span> <span style="font-weight: 400;">และอีกหนึ่งข้อยืนยันคือ </span><span style="font-weight: 400;">ถังขยะรีไซเคิลก็เต็มไปด้วยขวดไวน์และเบียร์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานวิจัยใหม่จากองค์กรการกุศล Alcohol Change UK ระบุว่า คนอังกฤษ 1 ใน 5 คน (คิดเป็น 21%) ดื่มมากขึ้นเมื่อพบการระบาดใหญ่ แต่ 1 ใน 3 คิดเป็น 35% ดื่มน้อยลงหรืออ้างว่าหยุดดื่มโดยสิ้นเชิง </span><span style="font-weight: 400;">และงานวิจัยยังสำรวจคนจำนวน 2,000 คน พบว่า 14% บอกว่าพวกเขาไม่ดื่มแอลกอฮอล์ มี 6% ของผู้ที่ดื่มก่อนหน้านี้กล่าวว่าพวกเขาไม่ดื่มแอลกอฮอล์เลย และ 47% ของผู้ที่ดื่มสัปดาห์ละครั้งหรือน้อยกว่านั้นได้ลดหรือหยุดดื่ม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะเดียวกัน 27% ของคนที่ดื่ม ดื่มระหว่างสองถึงหกครั้งต่อสัปดาห์และ 17% ของนักดื่มรายวันลดหรือหยุดการดื่มในขณะที่กักตัว ขณะที่ 18% ของนักดื่มรายวันดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แคลร์ (Clare) ผู้เขียนโครงการความจริงแท้ (The Authenticity Project) และสมุดบันทึกความสร่างเมา (Sober Diaries) กล่าวว่า มีเหตุผลมากมายว่าทำไมในตอนนี้บางคนพบว่าตัวเองดื่มมากขึ้น ซึ่งเหตุผลที่ว่าก็คือ การดื่มแอลกอฮอล์และความวิตกกังวลเชื่อมโยงกันชัดเจนนั่นเอง อีกทั้งอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็มีการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ เช่น มีบริการจัดส่ง และเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing)</span></p>
<p>ทั้งหมดนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่คนอังกฤษยังคงดื่ม และอาจจะดื่มมากขึ้นในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนนี้</p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม แม้คนอังกฤษจะมีวัฒนธรรมการดื่มที่ฝังราก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ‘ทุกคน’ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนอังกฤษจะต้องดื่มแอลกอฮอล์เป็นชีวิตจิตใจ ทั้งนี้ หากใครจะไปเยี่ยมเยือนเมืองผู้ดีหลังสถานการณ์โควิด-19 สามารถทดลองดื่มตามวัฒนธรรมของเขาได้ แต่ควรอยู่ในเกณฑ์ที่พอเหมาะพอ และไม่สร้างอันตรายให้ตัวเองหรือทำวีรกรรมแปลกๆ ที่พาลเดือดร้อนผู้อื่น ไม่เช่นนั้นทริปสุดสนุกอาจจะจบลงด้วยความพังพินาศแบบคิดไม่ถึงแทน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>ที่มา:</p>
<p><a href="https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_countries_by_alcohol_consumption_per_capita#2015_WHO_data_for_OECD_countries">List of countries by alcohol consumption per capita</a></p>
<p class="entry-title"><a href="https://www.anglotopia.net/british-history/brief-history-british-ale/">DOWN AT THE PUB: A BRIEF HISTORY OF BRITISH ALE</a></p>
<p><a href="https://www.bbc.com/future/article/20151102-why-do-the-british-drink-so-much">Why do the British drink so much?</a></p>
<p class="c-article-title u-h1" data-test="article-title"><a href="https://link.springer.com/article/10.1007/s40750-016-0058-4">Functional Benefits of (Modest) Alcohol Consumption</a></p>
<p class=" font--headline gray-darkest mb-sm null " data-qa="headline"><a href="https://www.washingtonpost.com/news/wonk/wp/2016/05/24/scientists-have-figured-out-exactly-how-much-fun-it-is-to-get-drunk/">Scientists have figured out exactly how much fun it is to get drunk</a></p>
<p class="story-body__h1"><a href="https://www.bbc.com/news/uk-52329679">Coronavirus: Is my lockdown drinking normal?</a></p>
<p class="local-header__title" data-uipath="document.title"><a href="https://digital.nhs.uk/data-and-information/publications/statistical/statistics-on-alcohol/2019/part-1">Statistics on Alcohol, England 2019 [PAS]</a></p>
<p><a href="https://www.gov.uk/government/publications/2010-to-2015-government-policy-harmful-drinking/2010-to-2015-government-policy-harmful-drinking"><span class="govuk-caption-xl gem-c-title__context">Policy paper &#8216;</span>2010 to 2015 government policy: harmful drinking&#8217;</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/british-drinking-culture/">คนอังกฤษและแอลกอฮอล์: วัฒนธรรมที่ว่าด้วยการดื่มจนฝังราก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1827</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เทรนด์การดื่มแอลกอฮอล์กำลังลดลง(?) และนักกีฬา สุรา และสุขภาพ</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/alcohol-trends-global-and-sports/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=alcohol-trends-global-and-sports</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Feb 2020 07:03:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[trail runner]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[ดื่มเบียร์]]></category>
		<category><![CDATA[นักกีฬากับแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์การดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1629</guid>

					<description><![CDATA[<p>:: Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวนอ่านรวมบทความสั้น ว่าด้วยเรื่อง &#8216;เทรนด์&#8217; การดื่มแอลกอฮอล์ทั่วโลกในปัจจุบันและ &#8216;เทรนด์&#8217; การดื่มในวงการนักกีฬาเพื่อผ่อนคลายก่อนแข่ง (?) :: &#160; &#160; -1- เทรนด์การดื่มแอลกอฮอล์กำลังลดลง (?) &#160; มีสถิติมากมายบ่งชี้ว่า โลกของเรากำลังก้าวผ่านยุครุ่งโรจน์ของการดื่มแอลกอฮอล์มาแล้ว โดยนิตยสารเศรษฐศาสตร์ชั้นนำอย่าง The economist เรื่อง ‘Peak Booze? Alcohol consumption is falling around the world’ กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2016 ปริมาณแอลกอฮอล์ที่คนทั่วโลกบริโภคลดลงถึง 1.4% หรือคิดเป็น 2 พันล้านลิตร ซึ่งสถิติดังกล่าวถูกเก็บโดย IWSR สถาบันวิเคราะห์ตลาดเครื่องดื่ม &#160; เทรนด์ #1 &#8211; คนรุ่นใหม่เริ่มต้นดื่มช้าลง &#160; มีรายงานว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่ (อายุ 20-30 ปี) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-trends-global-and-sports/">เทรนด์การดื่มแอลกอฮอล์กำลังลดลง(?) และนักกีฬา สุรา และสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>:: Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวนอ่านรวมบทความสั้น ว่าด้วยเรื่อง &#8216;เทรนด์&#8217; การดื่มแอลกอฮอล์ทั่วโลกในปัจจุบันและ &#8216;เทรนด์&#8217; การดื่มในวงการนักกีฬาเพื่อผ่อนคลายก่อนแข่ง (?) ::</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="alignnone size-full wp-image-1644" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200211-AR1.png" alt="" width="1800" height="1800" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200211-AR1.png 1800w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200211-AR1-150x150.png 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200211-AR1-300x300.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200211-AR1-768x768.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200211-AR1-1024x1024.png 1024w" sizes="(max-width: 1800px) 100vw, 1800px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;">-1-</h2>
<h2 style="text-align: center;">เทรนด์การดื่มแอลกอฮอล์กำลังลดลง (?)</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: left;">มีสถิติมากมายบ่งชี้ว่า โลกของเรากำลังก้าวผ่านยุครุ่งโรจน์ของการดื่มแอลกอฮอล์มาแล้ว โดยนิตยสารเศรษฐศาสตร์ชั้นนำอย่าง The economist เรื่อง ‘Peak Booze? Alcohol consumption is falling around the world’ กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2016 ปริมาณแอลกอฮอล์ที่คนทั่วโลกบริโภคลดลงถึง 1.4% หรือคิดเป็น 2 พันล้านลิตร ซึ่งสถิติดังกล่าวถูกเก็บโดย IWSR สถาบันวิเคราะห์ตลาดเครื่องดื่ม</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">เทรนด์ #1 &#8211; คนรุ่นใหม่เริ่มต้นดื่มช้าลง</h4>
<p>&nbsp;</p>
<p>มีรายงานว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่ (อายุ 20-30 ปี) ในโลกตะวันตกเริ่มต้น ‘ดื่ม’ ช้าลง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะพวกเขาถูกดึงความสนใจไปที่โลกออนไลน์มากกว่าจะมาพบปะสังสรรค์กันเหมือนในอดีต นอกจากนี้ การดื่มแอลกอฮอล์ให้น้อยลง และการรักษาระดับการดื่มให้เหมาะสม ถูกจัดเป็นอีกหนึ่งไลฟ์สไตล์ด้านสุขภาพที่กลายเป็นกระแสหลักของคนคูลๆ ยุคใหม่อีกด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">เทรนด์ #2 &#8211; คนทั่วโลกกำลังดื่มเบียร์น้อยลง</h4>
<p>&nbsp;</p>
<p>เบียร์ (Beer) เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดแรกๆ ที่ผู้คนรู้จัก ในเบียร์หนึ่งกระป๋องมีแอลกอฮอล์อยู่ราว 5% ซึ่งเป็นปริมาณแอลกอฮอล์ที่ต่ำที่สุดในบรรดาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหมด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้ เบียร์ยังเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยการดื่มเบียร์ทั่วโลกคิดเป็น 3 ใน 4 ส่วนจากสถิติการดื่มแอลกอฮอล์</p>
<p>แต่ในปี 2016 สถิติกลับบอกว่า ปริมาณการดื่มเบียร์ของคนทั่วโลกลดลงเหลือเพียง 185 พันล้านลิตร … ทำไมถึงเป็นเช่นนี้?</p>
<p>สาเหตุแรกคือ ประชากรทั่วโลกเพิ่มขึ้นเพียง 1% ทำให้จำนวนคนที่ดื่มเบียร์ในแต่ละช่วงอายุลดลงตามไปด้วย ส่วนอีกสาเหตุหนึ่ง คือ เศรษฐกิจและรสนิยมการดื่มที่เปลี่ยนแปลงไป</p>
<p>ตัวอย่างเช่น ประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศที่มีตลาดเบียร์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อปี 2001 และมีสถิติการดื่มแอลกอฮอล์รายบุคคลเพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 2003</p>
<p>แต่ในปี 2016 สถิติการดื่มเบียร์ในจีนกลับลดลง เพราะการดื่มเบียร์ไม่เป็นที่นิยมในหมู่ ‘นักดื่มมากประสบการณ์’ (older drinker) อีกต่อไป คนที่อายุมากกว่า 30 ปีมักหันไปหาแอลกอฮอล์ชนิดอื่น เช่น ไวน์ ส่วนคนที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป นิยมดื่มเหล้าจีน (Baijiu) มากกว่า</p>
<p>ขณะที่บราซิลและรัสเซีย ก็มีสถิติการดื่มเบียร์ลดลงถึง 17% สอดคล้องกับรายงานจากนิตยสารการเงินชื่อดังอย่างฟอบส์ (Forbes) ที่ระบุว่า ประเทศรัสเซีย สหราชอาณาจักร แคนาดา และออสเตรเลีย มีแนวโน้มดื่มแอลกอฮอล์ลดน้อยลงเช่นกัน</p>
<p>อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รูปแบบการดื่มเบียร์ได้รับผลกระทบ เพราะถ้าย้อนกลับไปในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา การดื่มเบียร์ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของตลาดมาโดยตลอด โดยเฉพาะการมาถึงของยุคโลกาภิวัตน์ (globalization) ที่ทลายเขตแดนการการค้า ก่อให้เกิดการย้ายถิ่นฐาน และเกิดอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งยังทำให้รสนิยมและทัศนคติที่มีต่อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เปลี่ยนไป ตามการรับข่าวสารในโลกไร้พรมแดน</p>
<p>สิ่งที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งคือ การดื่มเบียร์จะเพิ่มขึ้นในประเทศที่มีการค้าเปิดเสรี (ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโลกาภิวัตน์) เพราะบรรษัทผลิตเบียร์ข้ามชาติสามารถเข้ามาเปิดกิจการ และเปลี่ยนแปลงตลาดการบริโภคภายในประเทศได้</p>
<p>แม้การดื่มแอลกอฮอล์ในภาพรวมจะลดน้อยลง แต่ยังมีบางประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศรายได้ต่ำ (low income) และรายได้ปานกลาง (middle income) ที่ปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์พุ่งสูงขึ้นสวนทางกับโลก เช่น เวียดนาม และอินเดีย</p>
<p>ส่วนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเราก็มีสถิติระบุอย่างชัดเจนว่า ช่วงปี 2010-2017 คนในภูมิภาคนี้บริโภคแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นถึง 34% หรือเฉลี่ย 15 ลิตร</p>
<p>โดยสรุปแล้ว ภาพรวมการดื่มแอลกอฮอล์ของโลกอาจจะลดลง เพราะผู้คนดื่มเบียร์ลดลง และคนรุ่นใหม่ดื่มช้ามากขึ้น แต่สิ่งสำคัญคือ ยังมีผู้คนอีกมากที่ดื่มอย่างไม่ทันนึกถึงผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่ควรมองข้าม หากแต่ต้องช่วยกันตักเตือนและใส่ใจพวกเขา ไม่ให้ ‘ดื่ม’ จนกลายเป็น ‘ติด’ และทำลายสุขภาพในตอนท้าย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1645" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200211-AR2.png" alt="" width="1800" height="1800" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200211-AR2.png 1800w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200211-AR2-150x150.png 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200211-AR2-300x300.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200211-AR2-768x768.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200211-AR2-1024x1024.png 1024w" sizes="(max-width: 1800px) 100vw, 1800px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;">-2-</h2>
<h2 style="text-align: center;">นักกีฬา สุรา และสุขภาพ</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลายคนคงเคยได้ยินการวิ่งประเภท Trail Runner กันมาบ้าง การวิ่งประเภทนี้คือ การวิ่งแบบผจญภัยตามป่าเขา ลำเนา ห้วย ที่มักจัดขึ้นเพื่อท้าทายความสามารถและทดสอบพละกำลังกล้ามเนื้อแต่ละมัดของเหล่านักวิ่งในการวิ่งข้ามอุปสรรคที่ธรรมชาติสรรค์สร้างไปถึงจุดหมาย</p>
<p>แต่ในวงการนักวิ่ง Trail Runner มีธรรมเนียมน่าประหลาดใจอยู่เรื่องหนึ่ง คือ หนึ่งคืนก่อนการแข่งขัน นักวิ่งมักดื่มแอลกอฮอล์สังสรรค์กัน เพื่อสร้าง ‘มู้ด’ ปลุกปั้นอารมณ์ให้คึกครื้น หรือกระทั่งคลายเครียดก่อนการแข่งวิ่งจะมาถึงในวันรุ่งขึ้น (บางคนถึงขั้นกลับไปดื่มอีกรอบหลังวิ่งเข้าเส้นชัยไปเรียบร้อยอีกต่างหาก)</p>
<p>คำถามคือการดื่มแอลกอฮอล์เพื่อผ่อนคลายก่อนแข่ง ส่งผลดีต่อตัวนักวิ่ง หรือนักกีฬาที่มีธรรมเนียมปลุกใจในทำนองเดียวกันหรือไม่?</p>
<p>รายงานหลายชิ้นระบุตรงกันว่า ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เมื่อไหลลงไปกองรวมกันในร่างของเรา จะกระตุ้นให้ไตทำงานหนักขึ้นเพื่อขับมันออกมาในรูปปัสสาวะ การที่ไตเร่งทำงานเช่นนี้ ทำให้ผู้ดื่มเสี่ยงต่อการเกิด ภาวะขาดน้ำ หรือ ที่เรียกกันว่า Dehydration ทั้งยังทำให้ร่างกายฟื้นฟูจากภาวะขาดน้ำได้ช้าลง ดังนั้น ถ้าคุณดื่มและเล่นกีฬาที่สูญเสียเหงื่อปริมาณมาก นั่นอาจนำมาสู่ผลลัพธ์ร้ายแรงในท้ายที่สุด</p>
<p>การดื่มแอลกอฮอลล์ก่อนเล่นกีฬาหนึ่งวัน ยังทำให้สมรรถนะการออกกำลังกายแบบที่ต้องใช้ออกซิเจน (Aerobic Exercise) ลดต่ำลง ลดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ มีผลกระทบต่อการนอนพักผ่อนของนักกีฬา รวมถึงอาจสร้างผลกระทบต่อหัวใจ หรือเกิดอาการผิดปกติของหัวใจในกรณีที่ดื่มเกินขนาดอีกด้วย</p>
<p>ยังไม่นับว่าถ้าเล่นกีฬาขณะที่มีอาการ ‘แฮงค์’ ยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ อาการบาดเจ็บ เพราะผู้ดื่มจะรู้สึกปวดหัว วิงเวียนศีรษะ ปวดเนื้อตัว เหนื่อยง่าย มีผลต่อการทรงตัวและทักษะการเคลื่อนไหว ทำให้สมรรถนะในการเล่นกีฬาของพวกเขาต่ำลง จนอาจจะชวดรางวัลกันได้ง่ายๆ เลยทีเดียว</p>
<p>นอกจากนี้ การดื่มแอลกอฮอล์อาจส่งผลต่อสุขภาพหรือการทำกิจกรรมของนักกีฬาในระยะยาว เพราะแอลกอฮอล์มีส่วนช่วยให้เรา ‘อ้วนขึ้น’ จากการที่ร่างกายเข้าใจว่า แอลกอฮอล์เป็นไขมันและเปลี่ยนน้ำตาลในแอลกอฮอลล์ให้กลายเป็นกรดไขมัน</p>
<p>ดังนั้น แทนที่นักกีฬาจะมีหุ่นฟิตปัง ก็คงหมดหวัง และโดนควบคุมน้ำหนักกันไปยาวๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>ที่มา:</p>
<p>https://www.forbes.com/sites/niallmccarthy/2019/05/09/where-global-alcohol-consumption-is-rising-falling-infographic/?fbclid=IwAR1lOOYWOP8F-jR1Paaq1dR-Ua2vyJQ49jhiNVQ8DhcI0K8guGkvO2EVxWg#6b48c0f916e4</p>
<blockquote class="wp-embedded-content" data-secret="jseTExyyDm"><p><a href="https://trailrunnermag.com/training/alcohol-and-athletic-performance.html">Alcohol and Athletic Performance</a></p></blockquote>
<p><iframe class="wp-embedded-content" sandbox="allow-scripts" security="restricted" src="https://trailrunnermag.com/training/alcohol-and-athletic-performance.html/embed#?secret=jseTExyyDm" data-secret="jseTExyyDm" width="600" height="338" title="&#8220;Alcohol and Athletic Performance&#8221; &#8212; Trail Runner Magazine" frameborder="0" marginwidth="0" marginheight="0" scrolling="no"></iframe></p>
<blockquote class="wp-embedded-content" data-secret="DC8eiv17nF"><p><a href="https://athleticlab.com/effects-of-alcohol-on-sports-performance/">The Effects of Alcohol on Sports Performance and Recovery by Vincent Ragland</a></p></blockquote>
<p><iframe class="wp-embedded-content" sandbox="allow-scripts" security="restricted" src="https://athleticlab.com/effects-of-alcohol-on-sports-performance/embed/#?secret=DC8eiv17nF" data-secret="DC8eiv17nF" width="600" height="338" title="&#8220;The Effects of Alcohol on Sports Performance and Recovery by Vincent Ragland&#8221; &#8212; Athletic Lab" frameborder="0" marginwidth="0" marginheight="0" scrolling="no"></iframe></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-trends-global-and-sports/">เทรนด์การดื่มแอลกอฮอล์กำลังลดลง(?) และนักกีฬา สุรา และสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1629</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
