<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>ประสบการณ์คนติดเหล้า Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/ประสบการณ์คนติดเหล้า/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:03:13 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>ประสบการณ์คนติดเหล้า Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/ประสบการณ์คนติดเหล้า/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>“ฉันติดเหล้าตอนล็อกดาวน์” หลากเรื่องราวแอลกอฮอล์กับโควิด-19</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/alcohol-stories-during-covid-19/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=alcohol-stories-during-covid-19</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 May 2021 05:10:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าแล้วเปลี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[การติดเหล้าในสหราชอาณาจักร]]></category>
		<category><![CDATA[ติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ติดเหล้าช่วงล็อกดาวน์]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์คนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3772</guid>

					<description><![CDATA[<p>ก่อนหน้าที่จะมีการระดมฉีดวัคซีนขนานใหญ่ สหราชอาณาจักรเป็นหนึ่งประเทศที่ต้องเผชิญหน้ากับการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงของโควิด-19 ทำให้ต้องมีมาตรการล็อกดาวน์อย่างเข้มข้น เพื่อยับยั้งการระบาดของโควิด-19 แน่นอนว่าการที่ผู้คนต้องอยู่ในบ้านและปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตไปโดยสิ้นเชิงทำให้เกิดความรู้สึกที่หลากหลายกันออกไป บางคนอาจสุข บางคนอาจเศร้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ติดเหล้า ที่ต้องประคับประคองตนเองด้วยการบำบัด และได้รับกำลังใจจากการพบปะผู้คนในแต่ละวัน มองมุมหนึ่ง การ stay at home เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่อย่าลืมว่าในชีวิตจริงยังมีเรื่องเล่าและความจริงของคนติดเหล้าซ่อนอยู่หลังกำแพง &#160; วันก่อนติดเหล้ามักเป็นวันธรรมดาวันหนึ่ง &#160; ‘ขอให้เป็นปีที่ดี’ เป็นคำอวยพรที่หลายคนหวังสุดใจให้เกิดขึ้นจริง ซึ่งก็ไม่ต่างกับ คริส แม็คโลน (Chris McLone) ชายวัยกลางคนอายุ 40 ปี ที่มีสุขภาพแข็งแรง และกำลังมีความสุขกับชีวิตผู้จัดการฝ่ายขาย กล่าวได้ว่าครึ่งชีวิตที่ผ่านมาของคริสก่อนล็อกดาวน์ เขาเป็นคนชอบเข้าสังคม ไม่ว่าจะเที่ยวกลางคืนหรือเตะบอล เฉกเช่นกับการทำกิจกรรมของคนทั่วๆ ไป  และแน่นอน คริสไม่ได้ปฏิเสธว่าแอลกอฮอล์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่มันก็ไม่เคยสร้างปัญหาให้เขาเลย ดังที่คริสอธิบายว่า “ผมดื่มเหล้าแบบไม่ได้กำหนดอะไร บางคร้ังก็ดื่มเล็กน้อย บางครั้งก็ดื่มมาก และความเมาก็สร้างความสุขให้ผมด้วย&#8221; ทว่าในช่วงสัปดาห์ก่อนล็อกดาวน์ ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับคริส ผู้อาศัยอยู่ที่ทีไซด์ (Teesside) เมืองทางเหนือของประเทศอังกฤษ จากคนที่เคยสนุกสนานกับการดื่มแอลกอฮอล์ กลับกลายเป็นคนที่ทุกข์เพราะต้องการดื่มแอลกอฮอล์ที่มากผิดปกติ ทั้งความโดดเดี่ยวจากการที่ลูกสาวย้ายออกไปอยู่ที่อื่นเพื่อปกป้องคริส ผสานด้วยความวิตกกังวลกับอนาคตอันใกล้ที่ไม่แน่นอน กลายเป็นความคิดที่วนเวียนและตามหลอกหลอนเขา และนั่นเป็นสาเหตุหลักๆ ของความต้องการเหล้าที่เพิ่มขึ้น และเมื่อหลายสัปดาห์ผ่านไป การดื่มของคริสก็ทวีความรุนแรงขึ้นเช่นกัน “ผมสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ดื่มในวันพรุ่งนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-stories-during-covid-19/">“ฉันติดเหล้าตอนล็อกดาวน์” หลากเรื่องราวแอลกอฮอล์กับโควิด-19</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ก่อนหน้าที่จะมีการระดมฉีดวัคซีนขนานใหญ่ สหราชอาณาจักรเป็นหนึ่งประเทศที่ต้องเผชิญหน้ากับการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงของโควิด-19 ทำให้ต้องมีมาตรการล็อกดาวน์อย่างเข้มข้น เพื่อยับยั้งการระบาดของโควิด-19 แน่นอนว่าการที่ผู้คนต้องอยู่ในบ้านและปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตไปโดยสิ้นเชิงทำให้เกิดความรู้สึกที่หลากหลายกันออกไป บางคนอาจสุข บางคนอาจเศร้า <span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ติดเหล้า ที่ต้องประคับประคองตนเองด้วยการบำบัด และได้รับกำลังใจจากการพบปะผู้คนในแต่ละวัน</span></p>
<p>มองมุมหนึ่ง การ stay at home เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่อย่าลืมว่าในชีวิตจริงยังมีเรื่องเล่าและความจริงของคนติดเหล้าซ่อนอยู่หลังกำแพง</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>วันก่อนติดเหล้ามักเป็นวันธรรมดาวันหนึ่ง</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">‘ขอให้เป็นปีที่ดี’ เป็นคำอวยพรที่หลายคนหวังสุดใจให้เกิดขึ้นจริง ซึ่งก็</span><span style="font-weight: 400;">ไม่ต่างกับ คริส แม็คโลน (Chris McLone) ชายวัยกลางคนอายุ 40 ปี ที่มีสุขภาพแข็งแรง และกำลังมีความสุขกับชีวิตผู้จัดการฝ่ายขาย กล่าวได้ว่าครึ่งชีวิตที่ผ่านมาของคริสก่อนล็อกดาวน์ เขาเป็นคนชอบเข้าสังคม</span><span style="font-weight: 400;"> ไม่ว่าจะเที่ยวกลางคืนหรือเตะบอล เฉกเช่นกับการทำกิจกรรมของคนทั่วๆ ไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และแน่นอน คริสไม่ได้ปฏิเสธว่าแอลกอฮอล์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่มันก็ไม่เคยสร้างปัญหาให้เขาเลย ดังที่คริสอธิบายว่า </span><span style="font-weight: 400;">“ผมดื่มเหล้าแบบไม่ได้กำหนดอะไร บางคร้ังก็ดื่มเล็กน้อย บางครั้งก็ดื่มมาก และความเมาก็สร้างความสุขให้ผมด้วย&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าในช่วงสัปดาห์ก่อนล็อกดาวน์ ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับคริส ผู้อาศัยอยู่ที่ทีไซด์ (Teesside) เมืองทางเหนือของประเทศอังกฤษ จากคนที่เคยสนุกสนานกับการดื่มแอลกอฮอล์ กลับกลายเป็นคนที่ทุกข์เพราะต้องการดื่มแอลกอฮอล์ที่มากผิดปกติ ทั้งความโดดเดี่ยวจากการที่ลูกสาวย้ายออกไปอยู่ที่อื่นเพื่อปกป้องคริส ผสานด้วยความวิตกกังวลกับอนาคตอันใกล้ที่ไม่แน่นอน กลายเป็นความคิดที่วนเวียนและตามหลอกหลอนเขา </span><span style="font-weight: 400;">และนั่นเป็นสาเหตุหลักๆ ของความต้องการเหล้าที่เพิ่มขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเมื่อหลายสัปดาห์ผ่านไป การดื่มของคริสก็ทวีความรุนแรงขึ้นเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ดื่มในวันพรุ่งนี้ แต่เช้าวันถัดไปผมก็ทำแบบเดิม และเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในทุกวัน” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี คริสไม่อยากผิดสัญญากับตัวเองอีกแล้ว เขาจึงตัดสินใจครั้งใหญ่เข้ารับการรักษา และ</span><span style="font-weight: 400;">ด้วยความช่วยเหลือและกำลังใจที่ดีจากครอบครัว ผสมกับความตั้งใจของเขาเอง คริสไม่ดื่มมากว่า 70 วันแล้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปีศาจในตัวของคริสพักผ่อนและอีกไม่นานคงจากไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับผมมันช่างมืดมน สยดสยอง แต่เวลานี้ผมอธิบายไม่ได้เลยว่าผมรู้สึกดีขนาดไหนที่หลุดพ้นมาได้” คริสทิ้งท้าย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>สู้ไปด้วยกัน แม้วันที่ติดเหล้า</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนที่เขาไม่ดื่มเหล้า เขาเป็นคนใจดี ตลก และรักฉัน แต่ทันทีที่เขาเริ่มดื่ม การกระทำของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจนเหมือนไม่ใช่คนเดิม&#8221; </span><span style="font-weight: 400;">ซูซาน (Susan) เริ่มเล่าถึงสามีของเธอที่ติดเหล้า ทั้งคู่อาศัยอยู่ในบ้านเล็กๆ ที่เมือง</span><span style="font-weight: 400;">บาซิลดอน (Basildon) ซึ่งในช่วงล็อกดาวน์ที่ผ่านมา สามีวัยกลางคนของซูซานนั่งดื่มไวน์ จากขวดเดียวเป็นสองขวด และเพิ่มเป็นหกขวด จนถึงกับอาเจียนออกมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ซูซานต้องโทรเรียกรถพยาบาล แพทย์ทำการรักษาสามีเธออยู่ 1 เดือนซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาไม่ได้แตะแอลกอฮอล์สักหยด แต่เพียงไม่นาน สามีของซูซานก็กลับไปดื่มอีกครั้ง และทำให้เธอต้องปรับตัวครั้งยิ่งใหญ่เช่นกัน ซูซานเล่าว่า เธอต้องเตรียมพื้นที่ในบ้านไม่ให้มีของมีคมหลงเหลืออยู่ เผื่อว่าสามีของเธอเกิดเมาหรือหมดสติ เหมือนเป็นพื้นที่สำหรับการดูแลเด็กอ่อนอย่างไรอย่างนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีครั้งหนึ่งที่ตำรวจมาบ้านของทั้งคู่ เพียงเพราะสามีซูซานเรียกรถพยาบาลให้มารับเขา แต่คนรับโทรศัพท์ได้ยินเสียงตะกุกตะกักที่มาจากความเมาของสามีเธอ จึงรีบโทรหาตำรวจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ฉันไม่สามารถควบคุมการดื่มของเขาได้” ซูซานครวญ แต่เธอก็ยืนยันว่า จะไม่ทิ้งสามีเพราะเขาป่วยจากเหล้าอย่างแน่นอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราอยู่ด้วยกันมา 19 ปี และแน่นอนว่าจะมีปีที่ 20 21 22 และอีกหลายปีต่อๆ ไป”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>“ชีวิตอยู่ข้างนอก แต่ในนี้มีเพียงคุกที่ขังฉันไว้กับเหล้า” </b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนล็อกดาวน์ ฉันคิดว่าเราทั้งหมดกำลังจะตายเลยเลือกที่จะดื่มเป็นอาทิตย์ๆ ” เทรซี่ (Tracy) จาก</span><span style="font-weight: 400;">เชล์มสฟอร์ด (</span><span style="font-weight: 400;">Chelmsford</span><span style="font-weight: 400;">) เริ่มเล่า โดยในช่วงล็อกดาวน์ เธอได้ซื้อไวน์หกขวด วอดก้าและบรั่นดีอย่างละขวดมาตระเตรียมไว้ แต่ถึงจะเตรียมไว้เยอะขนาดนี้ เทรซี่กลับสารภาพว่า เธอต้องปิดจมูกเพราะไม่ได้อยากได้กลิ่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเธอก็ไม่ชอบรสชาติของมันเสียด้วยซ้ำ แต่เลือกที่จะดื่มเพื่อให้ลืมเรื่องราวทุกอย่าง </span><span style="font-weight: 400;">เพราะการล็อกดาวน์ทำให้เธอไม่มีทางไหน แม้กระทั่งเข้าโบสถ์ที่อยู่ข้างบ้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ข้างนอกนั่นมีความหวัง และฉันเชื่อว่าชีวิตของฉันรออยู่ข้างนอก แต่ในนี้มีเพียงคุกที่ขังฉันเอาไว้ให้อยู่แค่กับเหล้า&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อล็อกดาวน์ เราทุกคนต้องแยกออกจากกัน และนั่นเป็นสิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับคนบางกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยติดเหล้า ติดยาเสพติด หรือแม้แต่ผู้มีปัญหาสุขภาพจิต </span><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี เทรซี่พยายามอย่างยิ่งที่จะพาตัวเองกลับเข้าสู่ชีวิตก่อนหน้านี้ ตอนนี้เธอไม่ดื่มมาเกือบ 60 วันแล้ว  โดยเธอกล่าวว่า </span><span style="font-weight: 400;">“ฉันยังซึมเศร้าอยู่ แต่ฉันก็ไม่อยากจากโลกนี้ไปเหมือนกัน&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการอยู่บ้านคนเดียวเป็นระยะเวลาค่อนข้างนานทำให้อาจเกิดปัญหาทางด้านจิตใจ ซึ่งจะนำไปสู่การดื่มได้ เทรซี่</span><span style="font-weight: 400;">จึงต้องพึ่งการพูดคุยกับเพื่อนๆ การบำบัดออนไลน์ผ่าน</span><span style="font-weight: 400;">กลุ่มผู้ติดสุรานิรนาม</span><span style="font-weight: 400;"> (AA ) รวมถึงการอ่านหนังสือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ขอบคุณพระเจ้าที่ห้องสมุดยังเปิดให้บริการ” เธอทิ้งท้าย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>ล็อกดาวน์ = ล็อกใจ</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประสบการณ์การติดเหล้าและยาเสพติดเริ่มตั้งแต่โจเซฟ แฮร์ริงตัน (Joseph Harrington) ยังเป็นวัยรุ่น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมมักมีอาการถอนเหล้าในทุกๆ เช้าเมื่อตื่นนอนหรือหลับๆ ตื่นๆ ช่วงกลางคืน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ณ เมือง</span><span style="font-weight: 400;">เอสเซกซ์</span><span style="font-weight: 400;"> (Essex) โจเซฟผู้ที่ป่วยอยู่ตลอดเวลามีอาการทั้งคัน มีไข้ ประสาทหลอน บางวันเขาเห็นแสงจ้าๆ รอบการมองเห็น และไม่กี่วินาทีต่อจากนั้นเขาก็หมดสติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อโจเซฟอายุ 29 ปี เขาจึงตัดสินใจเข้ารับการรักษาอย่างจริงจัง และถูกวินิจฉัยว่าด้านหลังของสมองเขาเป็นแผล ส่งผลกับเปลือกสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการชักและเดินไม่ได้ </span><span style="font-weight: 400;">โจเซฟต้องใช้ชีวิตบนรถเข็นเรื่อยมา จนปัจจุบันย่างเข้าอายุ 31 ปี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมพบว่าการต้องใช้ชีวิตโดดเดี่ยว ติดอยู่ในบ้านขณะล็อกดาวน์เป็นเรื่องยากเหลือเกิน สุขภาพจิตผมก็ไม่ค่อยดีด้วย&#8221;</span></p>
<p>สำหรับโจเซฟ การไม่สามารถออกจากบ้านหมายถึงการที่ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับใคร ทำให้ขาดแรงกำลังใจที่จะผ่านเข้ามาด้วย ประกอบกับหลายสถานที่ปิดตัว ทำให้เขาบอกว่าตนเอง &#8216;กลัวจับใจ&#8217; ที่ไม่ได้เห็นหน้าผู้คน</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้โจเซฟหวังเพียงว่า เขาจะรู้สึกปลอดภัยจากโรคระบาดในเร็ววัน และสถานที่ที่คุ้นเคยจะเปิดและกลับมาโอบกอดเขาอีกครั้ง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>ทุกๆ วันคือวันศุกร์</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องราวของทั้ง 4 คนไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เพราะยังมีผู้คนที่ต้องเผชิญสถานการณ์เดียวกันนี้มากมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมรับฟังเรื่องราวของคนไข้ผมหลายต่อหลายคน”  ดร.นายแพทย์ ร็อบ แฮมป์ตัน (GP Dr Rob Hampton) ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริการเสพติดเกริ่น &#8220;ช่วงอาทิตย์ก่อนล็อกดาวน์ พวกเขาใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อย่างดีเยี่ยม </span><span style="font-weight: 400;">แต่เพียงให้หลัง 3 สัปดาห์ ตำแหน่งนักดื่มตัวยงก็เข้ามาเกาะกินจนกลายเป็นคนติดเหล้าในที่สุด ทำให้ต้องเข้ารับการรักษาในเวลาต่อมา”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ร็อบกล่าวต่อว่า การล็อกดาวน์ทำให้ทุกอย่างที่พวกเขาเคยทำหยุดลง บางคนอธิบายอย่างชัดเจนว่า สถานการณ์ตอนนี้ทำให้ทุกวันเป็นเหมือนวันศุกร์ ไม่มีเหตุผลที่จะต้องตื่นเช้า ส่วน</span><span style="font-weight: 400;">ความเครียดที่ไม่เข้าใครออกใครรอเคาะอยู่หน้าประตูตลอดเวลาล็อกดาวน์ ทั้งด้วยความโดดเดี่ยว ความไม่มั่นคงในการทำงาน </span><span style="font-weight: 400;">และความไม่แน่นอนในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางคนอาจจะมองว่าการล็อกดาวน์เหมือนได้เวลาพักผ่อน ช่วยให้มีสมาธิหรือวางแผนกับการทำงานมากขึ้น </span><span style="font-weight: 400;">แต่กับบางคนไม่ใช่แบบนั้น ยิ่งถ้าพวกเขามีลูกที่ต้องเรียนออนไลน์ที่บ้านด้วยแล้วล่ะก็ การล็อกดาวน์ก็อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ทุกข์ทรมานที่สุดช่วงหนึ่งก็ได้ และนั่นทำให้หลายคนอดไม่ไหวที่จะหันไปหาเหล้าย้อมใจ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>กลยุทธ์ควบคุมการดื่มแอลกอฮอล์-เข้ารับการรักษา: ทางออกช่วยคนติดเหล้า?</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">นับตั้งแต่อังกฤษเริ่มมีการล็อกดาวน์ มีการโทรไปยังสายด่วนมากเพิ่มขึ้นถึง </span><span style="font-weight: 400;">500% เพราะผู้คนพบว่าพฤติกรรมการดื่มของพวกเขามากขึ้นจนควบคุมไม่ได้ ส่วน</span><span style="font-weight: 400;">การตายที่เกี่ยวข้องกับการป่วยจากโรคตับก็สูงถึงประมาณ 400% ซึ่ง</span><span style="font-weight: 400;">เป็นสิ่งที่เกิดตามมาหลังการดื่มที่เพิ่มขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วาเนสซ่า เฮปดิทช์ (Vanessa Hebditch) ผู้อำนวยการด้านนโยบายขององค์กรการกุศลทางการแพทย์ในการใช้แอลกอฮอล์ผิดปกติ</span><span style="font-weight: 400;">ชี้ให้เห็นว่า การล็อกดาวน์เป็นสัญญาณเตือนถึงความต้องการกลยุทธ์ควบคุมการดื่มแอลกอฮอล์ที่เหมาะสมจากรัฐบาล ซึ่ง</span><span style="font-weight: 400;">สำหรับวาเนสซ่า กลยุทธ์ที่ว่าหมายถึงการเพิ่มภาษี การแนะนำส่วนผสม ราคาต่อหน่วยขั้นต่ำ รวมถึงการโฆษณาและการตลาดต่าง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ฉันรู้สึกเหมือนจะบ้าตายตอนที่ฉันซื้อนมสักกล่องและได้รับข้อมูลทางโภชนาการอย่างครบถ้วน แต่ตัดภาพมาที่เวลาซื้อเบียร์หรือไวน์ กลับไม่มีข้อมูลแบบนี้ระบุไว้เลย&#8221;</span><span style="font-weight: 400;"> วาเนสซ่าครวญ และแม้</span><span style="font-weight: 400;">การตัดไฟตั้งแต่ต้นลมอาจจะเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไปเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และสำหรับใครกำลังพบว่าตัวเองติดเหล้า หรือมีปัญหากับการดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆ หนทางที่ช่วยแก้ไขเบื้องต้น โดยไม่ต้องคำนึงถึงถูกหรือผิด อาจจะเพียงการลองเปิดใจยอมรับว่าตัวเองเจ็บ/ป่วย แล้วตัดสินใจเข้ารับการรักษาโดยทันทีก็เป็นได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>ที่มา:</p>
<p><a href="https://www.bbc.com/news/uk-england-essex-53684700?fbclid=IwAR188wgaNZzE3zWduliIBSjnwWhe3mRLNjYB_I53mEiN3fBuXZN8R1n4oJQ"><span style="font-weight: 400;">Alcoholism in the time of coronavirus</span></a></p>
<p><a href="https://www.bbc.com/news/health-53807908?fbclid=IwAR1H7Wef93S8fsoAQ9gZqVzH_H-o3YY7xcjZor4Ivvr3lQLCtT-oEWtWCJw"><span style="font-weight: 400;">Coronavirus: &#8216;I became alcoholic during lockdown&#8217;</span></a></p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-stories-during-covid-19/">“ฉันติดเหล้าตอนล็อกดาวน์” หลากเรื่องราวแอลกอฮอล์กับโควิด-19</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3772</post-id>	</item>
		<item>
		<title>‘เริ่มดื่มเพราะหวังดี เลิกดื่มเพราะครอบครัว’ เรื่องราวของแม่ผู้ติดเหล้า</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/the-story-of-mom-alcoholic/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=the-story-of-mom-alcoholic</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Oct 2020 10:49:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าแล้วเปลี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มเหล้าของผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[การเลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[บำบัดคนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์คนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ติดเหล้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=2343</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; &#8211; เรื่องเล่าต่อไปนี้ถูกดัดแปลงมาจากประสบการณ์จริง โดยชื่อตัวละครที่ปรากฏในเรื่องแทนด้วยนามสมมติ &#8211; &#160; เหล้าแก้วแรกสำหรับใครหลายคนอาจเริ่มต้นดื่มเพราะความทุกข์ เพราะความอยากรู้อยากลอง เพราะความคึกคะนอง.. แต่สำหรับ ‘ป้านวล’ แล้ว เหล้าแก้วแรกของเธอดื่มเพราะความหวังดีที่มีต่อลูก “ป้าเริ่มดื่มเหล้า พวกเหล้าดองยาสมุนไพร หลังการอยู่ไฟคลอดลูกคนแรก” หญิงวัยใกล้ 60 ปีเริ่มต้นเล่าอดีตของเธอให้เราฟัง ดวงตาทั้งคู่ทอดมองไปไกลราวกับนึกย้อนความทรงจำ “มันเป็นความเชื่อ ตอนนั้นญาติผู้ใหญ่บอกว่าถ้าดื่มแล้วจะกินข้าวอร่อย กินได้เยอะ กินแล้วจะได้มีน้ำนมให้ลูก เราก็เลยดื่ม “พอดื่มไปได้สามเดือน ก็คิดว่าจะเลิก แต่เมื่อไม่ดื่มแล้วกลับกินข้าวไม่อร่อย ไม่อยากอาหาร ซึ่งถ้าไม่ได้กินข้าวเราก็ไม่มีนมให้ลูก สุดท้ายเลยต้องกลับไปดื่มเหล้าเพื่อให้กินได้ โดยพยายามลดให้เหลือน้อยที่สุด” สมัยป้านวลยังสาว เป็นคืนวันที่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ยังไม่แพร่หลายเหมือนปัจจุบัน กระทั่งการทำคลอดต้องอาศัยหมอตำแยในชุมชนแทนการฝากครรภ์ในโรงพยาบาล เธอจึงไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว หญิงให้นมบุตรไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะนอกจากทารกอาจได้รับแอลกอฮอล์ผ่านทางนมแม่แล้ว ฤทธิ์ของมันยังส่งผลต่อฮอร์โมนในร่างกาย ทำให้เธอมีน้ำนมน้อยลงอีกด้วย ป้านวลเพียงเข้าใจและจดจำว่าหลังดื่มเหล้าแล้ว เธอจะรู้สึกร้อน เหงื่อออกจนสบายตัว ทำให้อยากอาหารมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อตั้งครรภ์และคลอดลูกคนที่สอง เธอจึงทำแบบเดียวกัน จนกระทั่งรู้ตัวอีกที เหล้าก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเป็นแม่แทบทุกชั่วขณะ “พอลูกโตแล้ว แฟนเราก็ดันเป็นคนเจ้าชู้” ป้านวลเล่าต่อ “บางทีเขานอกใจเรา เรารู้สึกน้อยใจ ไม่รู้จะระบายออกมายังไงก็เลือกจะดื่มให้เมา ดื่มย้อมใจให้ลืมความเจ็บปวด” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/the-story-of-mom-alcoholic/">‘เริ่มดื่มเพราะหวังดี เลิกดื่มเพราะครอบครัว’ เรื่องราวของแม่ผู้ติดเหล้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><em>&#8211; เรื่องเล่าต่อไปนี้ถูกดัดแปลงมาจากประสบการณ์จริง โดยชื่อตัวละครที่ปรากฏในเรื่องแทนด้วยนามสมมติ &#8211;</em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เหล้าแก้วแรกสำหรับใครหลายคนอาจเริ่มต้นดื่มเพราะความทุกข์ เพราะความอยากรู้อยากลอง เพราะความคึกคะนอง..</p>
<p>แต่สำหรับ ‘ป้านวล’ แล้ว เหล้าแก้วแรกของเธอดื่มเพราะความหวังดีที่มีต่อลูก</p>
<p>“ป้าเริ่มดื่มเหล้า พวกเหล้าดองยาสมุนไพร หลังการอยู่ไฟคลอดลูกคนแรก” หญิงวัยใกล้ 60 ปีเริ่มต้นเล่าอดีตของเธอให้เราฟัง ดวงตาทั้งคู่ทอดมองไปไกลราวกับนึกย้อนความทรงจำ “มันเป็นความเชื่อ ตอนนั้นญาติผู้ใหญ่บอกว่าถ้าดื่มแล้วจะกินข้าวอร่อย กินได้เยอะ กินแล้วจะได้มีน้ำนมให้ลูก เราก็เลยดื่ม</p>
<p>“พอดื่มไปได้สามเดือน ก็คิดว่าจะเลิก แต่เมื่อไม่ดื่มแล้วกลับกินข้าวไม่อร่อย ไม่อยากอาหาร ซึ่งถ้าไม่ได้กินข้าวเราก็ไม่มีนมให้ลูก สุดท้ายเลยต้องกลับไปดื่มเหล้าเพื่อให้กินได้ โดยพยายามลดให้เหลือน้อยที่สุด”</p>
<p>สมัยป้านวลยังสาว เป็นคืนวันที่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ยังไม่แพร่หลายเหมือนปัจจุบัน กระทั่งการทำคลอดต้องอาศัยหมอตำแยในชุมชนแทนการฝากครรภ์ในโรงพยาบาล เธอจึงไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว หญิงให้นมบุตรไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะนอกจากทารกอาจได้รับแอลกอฮอล์ผ่านทางนมแม่แล้ว ฤทธิ์ของมันยังส่งผลต่อฮอร์โมนในร่างกาย ทำให้เธอมีน้ำนมน้อยลงอีกด้วย</p>
<p>ป้านวลเพียงเข้าใจและจดจำว่าหลังดื่มเหล้าแล้ว เธอจะรู้สึกร้อน เหงื่อออกจนสบายตัว ทำให้อยากอาหารมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อตั้งครรภ์และคลอดลูกคนที่สอง เธอจึงทำแบบเดียวกัน จนกระทั่งรู้ตัวอีกที เหล้าก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเป็นแม่แทบทุกชั่วขณะ</p>
<p>“พอลูกโตแล้ว แฟนเราก็ดันเป็นคนเจ้าชู้” ป้านวลเล่าต่อ “บางทีเขานอกใจเรา เรารู้สึกน้อยใจ ไม่รู้จะระบายออกมายังไงก็เลือกจะดื่มให้เมา ดื่มย้อมใจให้ลืมความเจ็บปวด”</p>
<p>เหล้ากลายเป็นเพื่อนคู่ทุกข์ยากของป้านวลยามโศกเศร้า และในขณะเดียวกัน หลังจากป้านวลและสามีคืนดีกัน เหล้าก็กลายเป็นเพื่อนร่วมฉลองความรัก เพราะ “แฟนเราก็เป็นคนชอบดื่ม บางครั้งเขาซื้อมาก็ชวนให้เราดื่มเป็นเพื่อน เราเคยดื่มอยู่แล้วก็ไม่ปฏิเสธ”</p>
<p>ไม่เพียงแค่สามีที่รู้ว่าเธอกลายเป็นนักดื่ม แต่บรรดาญาติสนิทมิตรสหายเองก็รู้เช่นเดียวกัน เวลาป้านวลไปเที่ยวบ้านคนอื่นๆ ทีไร พวกเขาจึงมักจะหาเหล้าและกับแกล้มมาต้อนรับขับสู้เธออยู่เสมอ</p>
<p>“ถ้าอยู่คนเดียวเราก็ไม่ได้อยากดื่มขนาดนั้น” ป้านวลพูดเสียงอ่อน “แต่พอเพื่อนฝูงชวนดื่มด้วยกัน เขาออกไปซื้อมาให้ เราก็ปฏิเสธไม่ได้”</p>
<p>แก้วแล้ว แก้วเล่า นานวันเข้าป้านวลกลับติดลมอย่างไม่ทันรู้ตัว ปริมาณแอลกอฮอล์ที่เคยทำให้เมาไม่ส่งผลเหมือนเดิม เพื่อนในวงเหล้าก็ดูเหมือนจะเพิ่มมากขึ้น ทุกๆ วันก่อนไปทำงานหรือทำกิจกรรมอะไรสักอย่าง ป้านวลต้องเริ่มต้นด้วยการดื่มเหล้าก่อนทุกครั้ง</p>
<p>“ดื่มแค่เป๊กเดียวก็ไม่อยู่นะ” ป้านวลว่า “บางครั้งดื่มไปหนึ่งเป๊กก็อาเจียนออกมา ต้องดื่มเป๊กที่สอง ที่สาม.. เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าร่างกายจะรู้สึกสบาย หายสั่นนั่นล่ะ ถึงจะไปทำงานได้</p>
<p>“ตอนทำงานก็ต้องรีบทำตอนที่ฤทธิ์เหล้ายังอยู่ในร่างกาย ถ้าหมดฤทธิ์เมื่อไรละก็ ร้อน เหงื่อแตก อยากจะอาบน้ำแต่ก็ไม่กล้า เพราะกลัวว่าจะช็อก”</p>
<p>น้ำเมาไม่ได้เปลี่ยนแค่วิถีชีวิตการทำงานของป้านวล แต่ยังเปลี่ยนการกินและการนอนของป้านวลไปโดยสิ้นเชิง</p>
<p>“เวลาเราดื่มจนเมา เราก็นอนผิดเวลา นอนตั้งแต่ 5-6 โมงไปตื่นตีสอง ตอนนอนก็นอนหลับไม่สนิท มีสะดุ้งตื่นเป็นพักๆ คืนหนึ่งมากกว่า 20 ครั้งจนสว่าง บางคืนถึงขั้นสะดุ้งตื่นกลางดึกเพื่อมาอาเจียนด้วยซ้ำ เวลาได้ยินเสียงไก่ขันนะ เราจะโอดครวญตลอดว่าไม่อยากให้ขันเลย ไม่อยากให้ถึงตอนเช้า</p>
<p>“ช่วงที่ติดหนักๆ ข้าวก็ไม่ตกถึงท้อง มันกินไม่ได้เลย อยู่ได้ด้วยเหล้า ผสมกับการกินเม็ดมะยม มะม่วง อาศัยเคี้ยวแล้วกินแต่น้ำ เพราะเนื้อหรือกากก็กลืนไม่ค่อยลง”</p>
<p>เพราะอาการติดเหล้าจน ‘กินไม่ได้ นอนไม่หลับ’ เช่นนี้เองที่ทำให้ร่างกายของป้านวลช่วงนั้นผ่ายผอมทรุดโทรม น้ำหนักตัวเหลือเพียง 38 กิโลกรัม จนลูกหลานที่ทั้งอยู่ร่วมกันและย้ายไปอยู่ในเมืองหลวงต่างทนดูไม่ได้ ต้องแวะเวียนมาขอร้องให้ป้านวลเลิกเหล้าเสียที</p>
<p>“เขาบอกว่าไม่สงสารลูกหลานบ้างเหรอ ลูกหลานเขาอายนะที่มีแม่มียายแบบนี้” ป้านวลกล่าว น้ำเสียงเซื่องซึมเล็กน้อยเมื่อพูดถึงความสัมพันธ์ของตนเองและบุตรหลานในช่วงนั้น เธอยอมรับว่าทั้งถูกขอร้อง ตำหนิ ประชดประชันมาทุกรูปแบบ จวบจนกระทั่งเธอค่อยๆ สำนึกได้เมื่อหลานสาวย้ายจากเมืองหลวงมาเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้านในต่างจังหวัด</p>
<p>“ลูกสาวบอกว่า แม่ หลานย้ายมาเรียนที่นี่ มาอยู่ที่นี่ ถ้าแม่ยังกินเหล้าเมา นอนไม่รู้เรื่องรู้ราว มีอะไรเกิดขึ้นกับหลาน มีโจรขโมยขึ้นบ้านมาทำร้ายหลาน แม่จะทำยังไง หลานจะทำยังไง” ด้วยความรักที่มีต่อครอบครัวนี้เองที่ทำให้ป้านวลเริ่มต้นคิดเรื่องเลิกเหล้าอย่างจริงจัง ประจวบเหมาะกับในช่วงนั้น สามีของเธอดื่มเหล้า เมาและทำร้ายร่างกายเธอจนหัวแตก ต้องไปโรงพยาบาล เธอจึงได้พูดคุยกับคุณหมอที่นั่น</p>
<p>“หมอเห็นเราแล้วก็บอกว่าป้าควรจะหยุดดื่มนะ แนะนำให้เราเอายาไปกิน แต่เรายังไม่กล้าเพราะกลัวจะเสียยาคุณหมอ เลยรับปากไปว่าจะพยายามหยุดเอง ถ้าไม่ไหวจริงๆ จะมานำยากลับไปกิน”</p>
<p>คำว่า ‘ยา’ อาจจะเป็นตัวกระตุ้นที่ดีสำหรับป้านวล เพราะเธอได้ยินจากคนเคยกินว่า ‘ยาเบื่อเหล้า’ ทำให้คนอาเจียนจนเบื่อเหล้า ฉะนั้นถ้าไม่อยากอาเจียนก็ต้องเลิก ป้านวลไม่อยากตกอยู่ในสภาพนั้น จึงกัดฟันทนเลิกเหล้าด้วยตัวเองให้ได้</p>
<p>“ตอนเริ่มเลิกใหม่ๆ ก็กลัวว่าจะช็อกเพราะถอนเหล้า เราต้องพยายามสังเกตตัวเอง ต้องค่อยๆ ลดการดื่มลง” ช่วงแรกๆ ป้านวลจึงยังวนเวียนอยู่กับการดื่มวันละนิดวันหน่อยเพื่อให้ร่างกายได้ปรับสภาพ แล้วค่อยๆ กินอาหารให้มีแรง</p>
<p>เริ่มจากการซดน้ำข้าวต้ม กินเนื้อข้าวต้มสักสองสามเม็ด ดื่มน้ำตาม วันต่อมาก็พยายามกินให้ได้มากขึ้น จนเปลี่ยนมาเป็นข้าวสวย เคี้ยวข้าวให้ละเอียดแล้วกินน้ำอุ่นตามให้คล่องคอ อดทนกินจนกว่าจะกินเท่าคนปกติ</p>
<p>“ตอนนั้น ทุกครั้งที่เรากินได้มากขึ้น จะรู้สึกภูมิใจเป็นพิเศษเลย” ป้านวลเสริมด้วยรอยยิ้ม ก่อนเล่าว่าชาวบ้านเอง เมื่อทราบข่าวว่าเธอต้องการเลิกเหล้า ก็พยายามแนะนำวิธีการต่างๆ นานา ให้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการต้มรางจืดกิน ดื่มโซดาแทนเหล้า ฯลฯ อะไรที่เขาว่าดี ป้านวลพยายามทำตามทั้งหมด “ซึ่งมันก็ดูเหมือนจะได้ผลอยู่บ้างนะ” เธอหัวเราะ</p>
<p>อีกสิ่งหนึ่งที่เธอทำ คือทุกครั้งที่พาสามีแวะเวียนไปตรวจร่างกาย รักษา เธอจะใช้เวลาระหว่างรอตรวจอ่านคู่มือ แผ่นพับ หรือบอร์ดให้ความรู้แนะนำการเลิกเหล้าที่โรงพยาบาล รวมถึงคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเคล็ดลับจากผู้ป่วยที่เข้าบำบัดอาการติดเหล้า ทำให้ป้านวลมีพื้นฐานความรู้เรื่องการดูแลตัวเองช่วงเลิกเหล้าอยู่มากพอสมควร</p>
<p>ความเปลี่ยนแปลงได้บังเกิดขึ้นทีละเล็ก ทีละน้อยกับตัวป้านวล มือของเธอไม่สั่น ไม่รู้สึกครั่นเนื้อตัว อยากดื่มเหล้าจนทนไม่ไหวอีกต่อไป</p>
<p>“ตอนหลังเราได้เจอหมอคนเดิม คนที่บอกให้หยุดดื่ม เพราะต้องไปเฝ้าแฟนรักษาตัวที่โรงพยาบาล เขาก็ถามว่าเลิกดื่มได้หรือยัง เราตอบเลยว่าเลิกแล้ว หมอหัวเราะใหญ่ บอกว่าถ้ายังไม่เลิก จะให้ยากลับไปกินเดี๋ยวนี้เลย”</p>
<p>แต่เส้นทางเลิกเหล้าของป้านวลก็คล้ายคลึงกับใครหลายคน คือตัดไม่ขาดทีเดียวในครั้งแรก เมื่อป้านวลต้องพบกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ คือการสูญเสียสามีไปเพราะโรคร้าย เธอก็หันกลับไปดื่มเหล้าให้ลืมทุกข์อีกครั้ง</p>
<p>หากเป็นครอบครัวของเธอเองที่คอยรั้งตัวเธอไว้ไม่ให้จมดิ่งกับเหล้าอีกหน “พอเขาเห็นเราเริ่มดื่มอีก ลูกก็มาถามเราว่าแม่ดื่มเพราะอะไร ทำไมต้องดื่ม เป็นเพราะคิดถึงพ่อเหรอ” ป้านวลยังจำได้ดีว่านั่นเป็นคำถามที่มาพร้อมน้ำตาของลูกสาวและลูกเขย “เขาบอกว่าแม่หยุดเถอะ พ่อก็เสียไปแล้ว ถ้าแม่ไม่หยุดแล้วเป็นอะไรไปขึ้นมาอีกคน จะไม่มีใครคอยดูแลลูกหลาน แม่อยากได้อะไรก็จะไม่ได้ อยากกินของอร่อยก็จะกินไม่ได้ แต่งตัวสวยก็ไม่ได้”</p>
<p>คำพูดของครอบครัวทำให้ป้านวลตระหนักได้ว่าเธอเกือบจะมองข้ามความรักความหวังดีของคนที่เหลืออยู่ไปพึ่งเหล้าเสียแล้ว  หลังจากนั้นเป็นต้นมา ป้านวลจึงเริ่มต้นกระบวนการเลิกเหล้าใหม่ เปลี่ยนไปหากิจกรรมอย่างอื่น เช่น ทำความสะอาดบ้าน เข้าวัดทำบุญ สวดมนต์ พบปะเพื่อนฝูงโดยไม่มีน้ำเมาในเวลาว่างแทน</p>
<p>“จนถึงตอนนี้ เราสามารถปฏิเสธเหล้าได้เด็ดขาดแล้ว” ป้านวลยิ้มกว้าง “ใครมาชวนก็บอกว่าฉันไม่ดื่ม ฉันจะอยู่ดูแลลูกหลานไปโรงเรียนนานๆ อีกอย่าง ถ้าดื่มแล้ว เงินมีเท่าไรก็หมด ต้องซื้อให้ตัวเอง ให้คนอื่น อยากเก็บเงินเลยไม่ดื่มดีกว่า</p>
<p>“เราหยุดดื่มเพื่อลูกหลาน เพื่อตัวเอง เลิกดื่มแล้วสุขภาพก็ดี ไม่เจ็บป่วยง่าย ลูกหลานเองก็ไม่มีอะไรดีใจเท่ากับแม่หยุดเหล้า เขาไม่อายเวลาพาเพื่อนมาบ้าน เมื่อก่อนนะ หลานไม่มองหน้าเราเลย ไม่ชอบเรา ตะคอกใส่ยายให้น้อยใจตลอด พอเราเลิกเท่านั้น หลานรักเรา เรียกยายทุกวัน สนิทสนมกันมากขึ้น</p>
<p>“ลูกๆ ทุกคนก็อยากมาเยี่ยม หลังจากที่ไม่ค่อยมาหาเลย ล่าสุดเขามาเยี่ยมวันแม่ มากราบเท้า บอกว่ามาขอพรจากแม่”</p>
<p>ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้ป้านวลตระหนักว่า ครอบครัวเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้นักดื่มมีกำลังใจในการเลิกเหล้า และยิ่งมั่นใจมากขึ้นเมื่อเห็นตัวอย่างนักดื่มที่ไม่สามารถเลิกได้เพราะคนในบ้านมีความสัมพันธ์แบบตั้งแง่ใส่กัน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ป้านวลเชื่อว่าทุกรอยร้าวในครอบครัวสามารถเริ่มต้นได้จากการหยุดดื่มแบบจริงจัง</p>
<p>“เราจะบอกผู้หญิงที่มีปัญหาเรื่องการดื่มและครอบครัวอยู่เสมอว่าให้ลองเริ่มหยุดเหล้าก่อน ไม่ว่าจะยากแค่ไหนก็ตาม เพราะมันช่วยให้ดีขึ้นได้จริงๆ ดูคนที่ดื่มหนักแบบเราสิยังเลิกได้ เธอเองก็ต้องเลิกได้”</p>
<p>คำแนะนำเหล่านี้รับประกันด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุขของคนเล่า ซึ่งเลิกเหล้าแล้วถาวร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/the-story-of-mom-alcoholic/">‘เริ่มดื่มเพราะหวังดี เลิกดื่มเพราะครอบครัว’ เรื่องราวของแม่ผู้ติดเหล้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2343</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
