<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>วัฒนธรรมการดื่มของญี่ปุ่น Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%8D%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/วัฒนธรรมการดื่มของญี่ป/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:13:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>วัฒนธรรมการดื่มของญี่ปุ่น Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/วัฒนธรรมการดื่มของญี่ป/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>ความเลวร้ายของ &#8216;Nomikai&#8217; วัฒนธรรมการดื่มของชาวญี่ปุ่นที่ทุกคนแกล้งลืม</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/nomikai-japanese-drinking-culture/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=nomikai-japanese-drinking-culture</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Mar 2020 05:49:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[Nomikai]]></category>
		<category><![CDATA[Nomisugi]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมการดื่มของญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สาเก]]></category>
		<category><![CDATA[โนมิไก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1651</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากคุณเป็นคอหนังหรือละครจากประเทศญี่ปุ่น คุณคงคุ้นเคยกับภาพของ ‘ซาลารี่มัน’ (Salaryman ตามสำเนียงญี่ปุ่น) หรือเหล่ามนุษย์เงินเดือนใส่สูทผูกเนกไท นั่งชนแก้วสังสรรค์กันหลังเลิกงานชนิดที่ไม่เมาก็ไม่กลับบ้าน ซึ่งหากดูผิวเผินแล้ว การสังสรรค์เช่นนี้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร หากผู้ดื่มสามารถควบคุมตัวเองได้ ไม่ดื่มจนเกินพอดี และมีสติพอทุกครั้งที่ดื่ม แต่ปัญหาจริงๆ อาจไม่ได้อยู่ที่แค่การดื่ม เพราะวัฒนธรรมการดื่มหลังเลิกงาน หรือที่เรียกว่า &#8216;Nomikai&#8217; (โนมิไก) เป็นสิ่งที่สร้างผลกระทบทางลบมากกว่าที่เราคิดเสียอีก Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ขอพาคุณลัดฟ้าไปเยือนแดนปลาดิบ ส่องดูวัฒนธรรมการดื่มแอลกอฮอล์ของญี่ปุ่น &#8211; คนญี่ปุ่นนิยมดื่มอะไร Nomikai มีลักษณะเป็นอย่างไร และทำไมถึงส่งผลกระทบมากกว่าที่เราคิด &#160; รากของเหล้ากับคนญี่ปุ่น &#160; หากประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างเกาหลีใต้มี ‘โซจู‘ ที่ได้รับความนิยม &#8216;สาเก&#8217; ก็จัดเป็นเครื่องดื่มประจำชาติและเครื่องดื่มยอดฮิตของแดนปลาดิบ ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่า สาเกเกิดขึ้นมาครั้งแรกเมื่อใด ทว่าคำๆ นี้ปรากฎครั้งแรกในวรรณกรรมปกรณัมฉบับแรกของญี่ปุ่นที่ชื่อ Kojiki ซึ่งนับเป็นเอกสารลายลักษณ์อักษรเรื่องแรกที่ปรากฎคำว่า &#8216;สาเก (Sake)&#8217; สาเกจัดเป็นเครื่องดื่มดั้งเดิมของชนชาติญี่ปุ่นที่ถูกหมักจากข้าว บางครั้ง ชาวญี่ปุ่นจะเรียกสาเกว่า &#8216;Nihonshu&#8217; (Nihon &#8211; ญี่ปุ่น Shu &#8211; เหล้า) ซึ่งเครื่องดื่มชนิดนี้มักจะถูกใช้ในประเพณีที่เป็นทางการ งานแต่งงาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/nomikai-japanese-drinking-culture/">ความเลวร้ายของ &#8216;Nomikai&#8217; วัฒนธรรมการดื่มของชาวญี่ปุ่นที่ทุกคนแกล้งลืม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หากคุณเป็นคอหนังหรือละครจากประเทศญี่ปุ่น คุณคงคุ้นเคยกับภาพของ ‘ซาลารี่มัน’ (Salaryman ตามสำเนียงญี่ปุ่น) หรือเหล่ามนุษย์เงินเดือนใส่สูทผูกเนกไท นั่งชนแก้วสังสรรค์กันหลังเลิกงานชนิดที่ไม่เมาก็ไม่กลับบ้าน ซึ่งหากดูผิวเผินแล้ว การสังสรรค์เช่นนี้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร หากผู้ดื่มสามารถควบคุมตัวเองได้ ไม่ดื่มจนเกินพอดี และมีสติพอทุกครั้งที่ดื่ม</p>
<p>แต่ปัญหาจริงๆ อาจไม่ได้อยู่ที่แค่การดื่ม เพราะวัฒนธรรมการดื่มหลังเลิกงาน หรือที่เรียกว่า &#8216;Nomikai&#8217; (โนมิไก) เป็นสิ่งที่สร้างผลกระทบทางลบมากกว่าที่เราคิดเสียอีก</p>
<p>Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ขอพาคุณลัดฟ้าไปเยือนแดนปลาดิบ ส่องดูวัฒนธรรมการดื่มแอลกอฮอล์ของญี่ปุ่น &#8211; คนญี่ปุ่นนิยมดื่มอะไร Nomikai มีลักษณะเป็นอย่างไร และทำไมถึงส่งผลกระทบมากกว่าที่เราคิด</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>รากของเหล้ากับคนญี่ปุ่น</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างเกาหลีใต้มี ‘โซจู‘ ที่ได้รับความนิยม &#8216;สาเก&#8217; ก็จัดเป็นเครื่องดื่มประจำชาติและเครื่องดื่มยอดฮิตของแดนปลาดิบ ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่า สาเกเกิดขึ้นมาครั้งแรกเมื่อใด ทว่าคำๆ นี้ปรากฎครั้งแรกในวรรณกรรมปกรณัมฉบับแรกของญี่ปุ่นที่ชื่อ<span style="font-weight: 400;"> Kojiki ซึ่งนับ</span>เป็นเอกสารลายลักษณ์อักษรเรื่องแรกที่ปรากฎคำว่า &#8216;สาเก (Sake)&#8217;</p>
<p>สาเกจัดเป็นเครื่องดื่มดั้งเดิมของชนชาติญี่ปุ่นที่ถูกหมักจากข้าว บางครั้ง ชาวญี่ปุ่นจะเรียกสาเกว่า &#8216;Nihonshu&#8217; (Nihon &#8211; ญี่ปุ่น Shu &#8211; เหล้า) ซึ่งเครื่องดื่มชนิดนี้มักจะถูกใช้ในประเพณีที่เป็นทางการ งานแต่งงาน การบวงสรวงเทพเจ้า เหตุการณ์สำคัญใหญ่ๆ ตลอดจนวันหยุดของชาติ เวลาจะดื่มสาเก ผู้ดื่มจะเทสาเกจากขวดลักษณะยาวที่เรียกว่า Tokkuri (ทกกุริ) ลงในจอกเซรามิกเล็กๆ เพื่อดื่ม</p>
<p>ความนิยมดื่มสาเกเริ่มต้นจากการสลายตัวของระบบผูกขาดการผลิตเหล้าในญี่ปุ่น<span style="font-weight: 400;">เมื่อศตวรรษที่ 10 ทำให้หลังจากนั้นเป็นต้นมา ทั้งวัดหรือศาลเจ้าหลายๆ ที่หันไปเป็นผู้ผลิตสาเก เพราะสาเกมีความหมายถึงความบริสุทธิ์และการสื่อสารกับพระเจ้า ดังนั้น สถานที่ที่เกี่ยวข้องกับศาสนาพุทธหรือลัทธิชินโตในญี่ปุ่นจึงเป็นเหมือนทั้งที่พำนักของเหล่าทวยเทพแล้ว และทำหน้าที่เป็นโรงกลั่นเหล้าเพื่อให้ประกอบพิธีกรรมด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อมา ในศตวรรษที่ 20 ระบบการผลิตในอุตสาหกรรมที่ทันสมัยทำให้มีการใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐานจำนวนมากในการผลิตสาเก ทำให้สาเกที่ผลิตได้ในประเทศมีปริมาณมากขึ้น</span><span style="font-weight: 400;"> แต่ในช่วงสงครามโลก ญี่ปุ่นขาดแคลนข้าวที่จะนำมาใช้ในการหมักเหล้าสาเก จึงเปลี่ยนไปใช้วิธีผสมแอลกอฮอลล์บริสุทธิ์ร่วมกับน้ำตาลกลูโคสในการหมัก ซึ่งกว่า 75% ของเหล้าสาเกที่ผลิตในญี่ปุ่นได้ใช้สูตรนี้จนถึงปัจจุบัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะไม่เป็นที่ปรากฎแน่ชัดว่าสาเกเกิดขึ้นมาครั้งแรกเมื่อใดกันแน่ แต่พัฒนาการความเป็นมาของสาเก ทำให้แอลกอฮอล์ผูกพันอยู่กับเรื่องศาสนาหรือความศักดิ์สิทธิ์ และยังทำให้คนญี่ปุ่นค่อนข้างผูกพันกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย โดยมีผลสำรวจว่า ชาวญี่ปุ่นยอมรับเรื่องการดื่มแอลกอฮอล์สูงถึงประมาณ 66% ของประชากร ซึ่งความคิดเช่นนี้เองที่ทำให้เกิดผลกระทบบางอย่างตามมา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>#nomisugi #ดื่มโคตรหนัก</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">#nomisugi &#8211; #ดื่มโคตรหนัก เป็นแฮชแท็กที่ติดพ่วงมากับแคมเปญการโฆษณารณรงค์เรื่องการดื่มของญี่ปุ่นเมื่อปี 2018 ที่ถูกเผยแพร่ลงใน Youtube และสื่อญี่ปุ่น โดยใช้ชื่อว่า ‘The Sleeping Drunks Billboard by Yaocho Bar Group’</span> <span style="font-weight: 400;">#NOMISUGI</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="jetpack-video-wrapper"><iframe class="youtube-player" width="640" height="360" src="https://www.youtube.com/embed/Pk-z_Fstr9w?version=3&#038;rel=1&#038;showsearch=0&#038;showinfo=1&#038;iv_load_policy=1&#038;fs=1&#038;hl=en-US&#038;autohide=2&#038;wmode=transparent" allowfullscreen="true" style="border:0;" sandbox="allow-scripts allow-same-origin allow-popups allow-presentation"></iframe></div>
<p>&nbsp;</p>
<p>เนื้อหาหลักๆ ของโฆษณาคือ การนำพรอบตกแต่งที่มีลักษณะคล้ายชาร์ตบิลบอร์ดไปวางรอบๆ ตัวกลุ่มซาลารี่มันขี้เมา ที่เพิ่งเลิกงานและดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักหน่วง บางคนดื่มเหล้าเมาจนไม่สามารถลุกไปไหนได้ บางรายเมาจนอาเจียนใส่สิ่งของสาธารณะ หรือบางรายที่แย่หน่อย ก็ทั้งเมาทั้งอาเจียนจนเมาหลับคาพับอยู่ข้างถนน ชนิดที่จะโดนคนเดินผ่านไปผ่านมาเหยียบเข้าให้รอมร่อ</p>
<p>เมื่อพรอบตกแต่งพร้อม คนขี้เมาพร้อม (แบบไม่รู้ตัว)​ ผู้จัดทำก็จัดแจงโพสภาพเหล่านี้ลงอินสตราแกรม (Instagram) พร้อมทั้งเช็กอินสถานที่ ‘เมาแอ๋’ เสร็จสรรพ จะว่าไปแล้ว โฆษณานี้มองมุมหนึ่งก็ช่วยเตือนให้คนอื่นระมัดระวัง ไม่เดินเพลินจนเผลอไปเหยียบคนเมาเข้า แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง นี่ก็อาจจะช่วยประจานให้เกิดความอับอายด้วย แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร โฆษณานี้ก็ได้รับการพูดถึงกันเป็นวงกว้าง (ไวรัล)​ และนำไปสู่การถกเถียงเรื่องวัฒนธรรมการดื่มแบบ Nomikai</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>วัฒนธรรม nomikai</b><span style="font-weight: 400;"> </span></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>แล้ววัฒนธรรมแบบ Nomikai เป็นยังไงกันแน่?</p>
<p><span style="font-weight: 400;">Nomikai เป็นชื่อเรียกวัฒนธรรมการดื่มที่เกิดขึ้นตามร้านอาหารและผับแบบบาร์นั่งเสิร์ฟ (Isakaya &#8211; อิซากายะ) โดยคำนี้มาจากมาจากคำว่า &#8216;nomi&#8217; </span>(飲み) ที่แปลว่าดื่ม และ &#8216;kai&#8217; (会) ที่แปลว่า งานรวม งานประชุม แปลรวมๆ แล้ว Nomikai แปลว่า งานสังสรรค์ที่เน้นการดื่มมากกว่าการกิน และเป็นการสังสรรค์กันหลังเลิกงานนั่นเอง</p>
<p>ที่มาของ Nomikai เกิดมาจากสภาพสังคมของญี่ปุ่น โดยเฉพาะสังคมการทำงานที่ทั้งหนักและกดดัน บางครั้งเหล่ามนุษย์เงินเดือนทั้งหลายก็อาจจะมีปัญหาอัดอั้นตันใจ พูดกับใครก็ไม่ได้ จะบอกหัวหน้าก็กลัวจะเกิดปัญหา เพราะญี่ปุ่นยึดถือลำดับขั้นและความอาวุโส ดังนั้น <span style="font-weight: 400;">การมีชั่วโมง Nomikai ที่ทำให้เจ้านายไปเลี้ยงเหล้าลูกน้อง จึงถือเป็นการพักผ่อนและละลายพฤติกรรมในคราวเดียวกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ชั่วโมง Nomikai ยังทำให้เกิดคำใหม่ขึ้นมาคือคำว่า Nominication เกิดจากการรวมคำว่า nomi (ดื่ม) และ communication (การสื่อสาร) เข้าไว้ด้วยกัน หลายๆ คนจึงเลือกที่จะใช้ชั่วโมง Nomikai เป็นชั่วโมงแห่งการปลดปล่อย พูดคุยสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในเวลาทำงาน หรือจะเรียกว่า Nomikai คือชั่วโมงแห่งความสุขก็ว่าได้</span></p>
<p>แต่ทุกอย่างย่อมมีสองด้านเสมอ แม้มองมุมหนึ่ง Nomikai จะถือเป็นชั่วโมงแห่งการปลดปล่อย แต่อีกมุมหนึ่ง Nomikai ก็ซุกซ่อนปัญหาอย่างหนึ่งเอาไว้ด้วย นั่นคือปัญหาครอบครัว เพราะในสังคมญี่ปุ่น เหล่ามนุษย์เงินเดือนมักจะเป็นผู้ชาย และส่วนใหญ่มีครอบครัวแล้ว การที่หัวหน้าครอบครัวต้องออกมาดื่มกับเพื่อนหลังเลิกงาน (ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่) กลายเป็นสาเหตุสำคัญที่เกี่ยวพันกับอัตราการเกิดที่ ‘ต่ำมาก’ ของประชากรญี่ปุ่น และยังไม่นับปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่เกี่ยวพันกับแอลกอฮอล์ด้วย ลองนึกดูว่า ขณะที่ภรรยาต้องดูแลลูกอยู่ที่บ้านคนเดียว สามีกลับถูกหนีบออกไปดื่มอย่างหนักหน่วงจนกลายเป็น Nomisugi (กลุ่มคนที่นอนแผ่หลาข้างทางเพราะพิษเหล้า) แล้วอะไรจะเกิดขึ้นตามมา?</p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกความเลวร้ายหนึ่งก็คือ ความกดดันในการดื่ม เพราะไม่ใช่ทุกคนบนโลกนี้ที่จะชอบเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ แม้แต่ชนชาติที่พระนั่งกลั่นเหล้าให้ญาติโยมดื่มอย่างญี่ปุ่นก็ตาม แต่แม้จะไม่ชอบแค่ไหน หลายๆ คนก็ไม่สามารถปฏิเสธชั่วโมงการดื่มนี้ได้ เพราะค่านิยมของคนที่นั่นก็คือ การดื่มถือเป็น</span><span style="font-weight: 400;">การให้เกียรติหัวหน้า บริษัท และเป็นการพักผ่อนจากชั่วโมงงานที่เคร่งเครียด ถ้าซาลารี่มันคนไหนปฏิเสธการดื่มกับเพื่อนร่วมงานและคนในบริษัทแล้ว พวกเขาอาจ</span><span style="font-weight: 400;">ถูกมองว่ากำลัง ‘ดูถูก’ บริษัทอยู่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การดื่มที่มีแรงกดดันถือเป็นความเลวร้ายรูปแบบหนึ่งของวัฒนธรรม Nomikai ซึ่งหากคุณมีโอกาสไปเยือนแดนปลาดิบและได้แวะเวียนไปที่ร้านแบบ Isakaya ในยามค่ำคืนแล้วล่ะก็ คุณอาจจะเห็นซาลารี่มันหลายคนที่ไม่ชอบดื่มเหล้า แต่ต้องกล้ำกลืนฝืนดื่มแต่ละจอกซ้ำไปซ้ำมา โดยมีหัวหน้าที่เมาจนจมูกแดง ตาหวานเยิ้ม คอยตะโกนด่าและตะคอกใส่ก็เป็นได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>บอกลา Nomikai กันเถอะ</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราคงเห็นกันแล้วว่า ชั่วโมง Nomikai ไม่ใช่แค่โมงยามแห่งความสุข เพราะการดื่มเหล้าที่เกินขนาดจะนำไปสู่ปัญหาด้านสุขภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างน้อยที่สุด อาการมองไม่เห็น ตาพร่าเลือน อาเจียนใส่สิ่งของสาธารณะ ก่อนที่จะหงายล้มตึงลงข้างถังขยะตามข้างทาง ตามบันไดรถไฟฟ้า ดังที่แคมเปญ Nomisugi นำเสนอ </span><span style="font-weight: 400;">ก็เป็นสิ่งยืนยันได้แล้วว่า ชั่วโมงการดื่มนี้เป็นชั่วโมงที่ออกจะเลวร้ายเสียด้วยซ้ำ </span><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ การดื่มแอลกอฮอลล์สามารถนำไปสู่ความเครียด การใช้ความรุนแรง และอาการติดแอลกอฮอลล์เรื้อรังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</span></p>
<p>อีกสิ่งที่น่ากังวลคือ จากรายงานของ American Psychiatric Association ที่สำรวจสถิติที่ลดลงในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วพบว่า จำนวนผู้เป็นโรคติดแอลกอฮอลล์เรื้อรังลดลง แต่ทว่าสถิตินี้กลับใช้ไม่ได้กับคนญี่ปุ่น เพราะชาวญี่ปุ่นมีสถิติการติดแอลกอฮอลล์สูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ปัญหาที่สร้างความปวดหัวมากกว่านั้นคือ พวกเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับอาการดังกล่าว และไม่ได้มองมันในฐานะโรคที่จะต้องรักษา แต่มองว่าเป็นอาการทางสังคมของคนที่อ่อนแอ และไม่สามารถจัดการกับภาวะที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอลล์ของตัวเองได้</p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ทั้งนี้ ก็มีหลายบริษัทญี่ปุ่นพยายามจัดการกับวัฒนธรรมเจ้าปัญหาดังกล่าว โดยหนึ่งในตัวอย่างของความพยายามนี้คือบริษัทมิตซูบิชิ โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงอย่าง ‘ซาอิโกะ นันริ’ ได้ประกาศต่อหน้าลูกน้องของเธอว่า ชั่วโมง Nomikai จบลงแล้ว และตัวเธอเองก็มองว่า การเข้าสังคมโดยอาศัยวัฒนธรรมการดื่มหลังเลิกงานไม่ได้เกิดประโยชน์และทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพขึ้นแต่อย่างใด ซ้ำร้าย การดื่มแบบนี้ยังไม่ต่างอะไรจากการลงโทษครอบครัวของเหล่าซาลารี่มันทั้งหลาย เพราะวัฒนธรรมเหล่านี้ทำให้ผู้ชายจำต้องทอดทิ้งครอบครัว ทิ้งให้ภรรยาเลี้ยงดูลูกหรือดูแลบ้านตามลำพัง และยังกระทบกับคุณแม่ working woman ที่อาจจะต้องออกมาสังสรรค์กับเพื่อนหลังเลิกงานเป็นครั้งคราวด้วยเช่นกัน</span></p>
<p>แม้จะมีความพยายามหรือการสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องนี้ แต่อะไรที่ฝังรากลึกในสังคมอาจจะแก้ยาก และต้องใช้เวลายาวนาน นี่จึงเป็นอีกหนึ่งโจทย์ท้าทายของสังคมญี่ปุ่นว่า จะทำอย่างไรเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องพิษภัยจากการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป และช่วยกันกำจัดค่านิยมและความเข้าใจเรื่องการดื่มแบบผิดๆ ให้หมดไปจากสังคมญี่ปุ่นเสียที</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p><span style="font-weight: 400;">ที่มา:</span></p>
<p><a href="https://www.carterjmrn.com/market-research-blog/nomikai-drinking-culture-in-japan.php">Nomikai Culture in Japan: The Liquid Approach to Building Bonds and Social Capital</a></p>
<p><a href="https://www.japantimes.co.jp/opinion/2014/01/27/editorials/alcohol-dependency-in-japan/#.XmcodXIzaM9">Alcohol dependency in Japan</a></p>
<p class="has-side-spacing"><a href="https://blog.gaijinpot.com/japans-toxic-drinking-culture-no-one-talks-about/">Japan’s Toxic Drinking Culture No One Talks About</a></p>
<p class="top-area-title__TopAreaTitleH1-a6xjql-0 eIVmYo"><a href="https://theculturetrip.com/asia/japan/articles/a-brief-history-of-japanese-sake/">A Brief History of Japanese Sake</a></p>
<p><a href="https://anitime.in.th/culture/nomikai/">‘โนมิไค’ วัฒนธรรมกินดื่มหลังเลิกงานที่จะกลับก็ไม่ให้ จะไม่ไปก็ไม่ได้!</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/nomikai-japanese-drinking-culture/">ความเลวร้ายของ &#8216;Nomikai&#8217; วัฒนธรรมการดื่มของชาวญี่ปุ่นที่ทุกคนแกล้งลืม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1651</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
