<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>วัดแอลกอฮอล์ Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%AE%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/วัดแอลกอฮอล์/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 14:59:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>วัดแอลกอฮอล์ Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/วัดแอลกอฮอล์/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>‘ระบบรถตรวจจับระดับแอลกอฮอล์’ เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตป้องกันการเมาแล้วขับ</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/car-non-drunk-driving-technology/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=car-non-drunk-driving-technology</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 21 Apr 2021 03:24:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[นวัตกรรมเลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบตรวจจับระดับแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[วัดแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีรถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เมาแล้วขับ]]></category>
		<category><![CDATA[เมาไม่ขับ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3703</guid>

					<description><![CDATA[<p>เคยไหมนั่งชมภาพยนตร์อยู่ดีๆ แล้วเกิดอาการอยากเลียนแบบเทคโนโลยีเจ๋งๆ ในจอภาพ ลองเอาเท้าไปสัมผัสกับคันเร่ง หรือทดลองเล่นกับฟังก์ชันภายในรถยนต์ที่ถูกออกแบบมาให้เราใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย แต่นอกเหนือไปจากความเร็วและความสะดวกสบาย สิ่งที่ต้องตามมากับการขับขี่ทุกครั้งคือความปลอดภัย ดังนั้น จะดียิ่งขึ้นไหม ถ้าหากเทคโนโลยีในรถยนต์แบบใหม่ คือเทคโนโลยีประเภทคอยตรวจจับแอลกอฮอล์ ที่จะไม่ยอมแม้แต่ให้คุณบิดกุญแจสตาร์ทหากมีระดับปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงเกินไป ย้อนมาดูเหตุผลกันสักนิดว่าทำไมเทคโนโลยีนี้จึงสำคัญ จากสถิติการเมาแล้วขับในช่วงเทศกาลปีใหม่ของประเทศไทย กรมคุมประพฤติ ระบุว่า วันที่ 29 ธันวาคม 2562 เพียงวันเดียวคดีขับรถขณะเมาสุรายอดพุ่งถึง 3,880 คดี คิดเป็นร้อยละ 99.64  เมื่อเปรียบเทียบสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติ สะสม 3 วัน ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2562 และ พ.ศ. 2563 พบว่า คดีขับรถขณะเมาสุรา ปี พ.ศ. 2562 มีจำนวน 2,944 คดี กับปี พ.ศ. 2563 มีจำนวน 4,452 คดี เพิ่มขึ้นถึง 1,508 คดี คิดเป็นร้อยละ 51.22   ขณะที่สถิติปี 2564 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/car-non-drunk-driving-technology/">‘ระบบรถตรวจจับระดับแอลกอฮอล์’ เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตป้องกันการเมาแล้วขับ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เคยไหมนั่งชมภาพยนตร์อยู่ดีๆ แล้วเกิดอาการอยากเลียนแบบเทคโนโลยีเจ๋งๆ ในจอภาพ ลองเอาเท้าไปสัมผัสกับคันเร่ง หรือทดลองเล่นกับฟังก์ชันภายในรถยนต์ที่ถูกออกแบบมาให้เราใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย</span></p>
<p>แต่นอกเหนือไปจากความเร็วและความสะดวกสบาย สิ่งที่ต้องตามมากับการขับขี่ทุกครั้งคือความปลอดภัย</p>
<p>ดังนั้น <span style="font-weight: 400;">จะดียิ่งขึ้นไหม ถ้าหากเทคโนโลยีในรถยนต์แบบใหม่ คือ</span><span style="font-weight: 400;">เทคโนโลยีประเภทคอยตรวจจับแอลกอฮอล์ ที่จะไม่ยอมแม้แต่ให้คุณบิดกุญแจสตาร์ทหากมีระดับปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงเกินไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนมาดูเหตุผลกันสักนิดว่าทำไมเทคโนโลยีนี้จึงสำคัญ จากสถิติการเมาแล้วขับในช่วงเทศกาลปีใหม่ของประเทศไทย กรมคุมประพฤติ ระบุว่า วันที่ 29 ธันวาคม 2562 เพียงวันเดียวคดีขับรถขณะเมาสุรายอดพุ่งถึง 3,880 คดี คิดเป็นร้อยละ 99.64 </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเปรียบเทียบสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติ สะสม 3 วัน ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2562 และ พ.ศ. 2563 พบว่า คดีขับรถขณะเมาสุรา ปี พ.ศ. 2562 มีจำนวน 2,944 คดี กับปี พ.ศ. 2563 มีจำนวน 4,452 คดี เพิ่มขึ้นถึง 1,508 คดี คิดเป็นร้อยละ 51.22  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่สถิติปี 2564 อธิบดีกรมคุมประพฤติ แถลงสถิติอุบัติเหตุบนถนนเกิดขึ้น 713 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 80 ราย ผู้บาดเจ็บ 709 คน สาเหตุหลักมาจากการ ‘เมาแล้วขับ’ ยอดอุบัติเหตุสะสม 4 วัน รวม 2,365 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 267 ราย ผู้บาดเจ็บ 2,362 คน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อได้เห็นสถิติดังที่กล่าวไป หลายคนอาจจะเริ่มคิดว่าดูเข้าท่า หากนำเทคโนโลยีระบบรถยนต์ตรวจจับแอลกอฮอล์มาปรับใช้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้นกำเนิดของเทคโนโลยีที่ว่ามานี้เกิดขึ้นที่สหรัฐอเมริกา โดย</span><span style="font-weight: 400;">สถานการณ์การเมาแล้วขับยังคงเป็นประเด็นร้อนแรงทุกปีไม่ต่างจากประเทศไทย แอลกอฮอล์คร่าชีวิตผู้คนที่เมาแล้วขับประมาณ 30%  และทศวรรษที่ผ่านมาตำรวจได้ดำเนินการจับกุมกลุ่มคนที่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของแอลกอฮอล์ขณะขับขี่ราวๆ ล้านคนต่อปี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าเทคโนโลยีช่วยหยุดยั้งไม่ให้ผู้ขับขี่ออกตัวหรือเคลื่อนที่ขณะร่างกายไม่พร้อมสามารถป้องกันผู้เสียชีวิตมากกว่า 1 ใน 4 ของประเทศและรักษาชีวิตผู้คนได้มากกว่า 9,000 ชีวิตต่อปี</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>สำรวจเทคโนโลยีสหรัฐฯ</b></h1>
<h1 style="text-align: center;"><b>‘ระบบรถตรวจจับระดับแอลกอฮอล์’</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">การศึกษาใหม่ที่เผยแพร่เมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2563 โดย</span><span style="font-weight: 400;">สถาบันประกันภัยเพื่อความปลอดภัยบนทางหลวง </span><span style="font-weight: 400;">(องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากอุตสาหกรรมรถยนต์) ตรวจสอบถึงศักยภาพการช่วยชีวิตในระบบตรวจจับแอลกอฮอล์บนรถยนต์ ซึ่งจะเปิดเผยตัวเลขเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ขับขี่ที่สูงกว่าขีดจำกัดที่กำหนดไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เรายังไม่มีความคืบหน้ามากนักในการพยายามต่อสู้กับอาการเมาแล้วขับตั้งแต่กลางทศวรรษที่ 1990” ชาร์ลลี ฟาร์มเมอร์ (Charles Farmer) รองประธานฝ่ายวิจัยและบริการทางสถิติของสถาบันและผู้เขียนบทความในแถลงการณ์ ระบุ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;แต่เทคโนโลยีการตรวจจับอาจทำให้เกิดแก้ปัญหาการเมาแล้วขับได้อย่างแท้จริง&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลรถชนที่ตรวจพบแอลกอฮอล์ในเลือดของคนขับเพื่อประเมินระบบของผลกระทบ จะต้องแบ่งคนขับรถยนต์ออกเป็นรายกรณี เช่น ผู้ที่มีระดับแอลกอฮอล์ในเลือด ผู้ที่มีแอลกอฮอล์ในเลือดมากกว่า 0.08% และ ผู้ที่มีความเชื่อมั่นในการขับขี่ที่บกพร่องจากแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการศึกษาเป็นระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ 2015-2018 นักวิจัยระบุว่า 1 ในส่วน 4 ของผู้เสียชีวิตจากรถยนต์ชนสามารถป้องกันได้ หากผู้ขับนั้นมีระดับความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในเลือดต่ำกว่า 0.08% และหากคนขับคนนั้นมีระดับความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในเลือดเป็น 0 ผู้เสียชีวิต 1 ในส่วน 3  หรือประมาณ 12,000 คนต่อปี อาจจะไม่เสียชีวิตจากการถูกรถชน</span></p>
<p>ดังนั้นในปัจจุบัน จึงมีเทคโนโลยี<span style="font-weight: 400;">อุปกรณ์เชื่อมต่อจุดระเบิดแอลกอฮอล์ (innigtion interlock) อธิบายง่ายๆ อุปกรณ์นี้คล้ายๆ ที่เป่าวัดแอลกอฮอล์ แต่ต่างที่จะถูกติดไว้กับคอนโซลรถ ถ้าเป่าแล้วเกิน สตาร์ทรถไม่ได้ </span></p>
<p>มีรายงานระบุว่าอุปกรณ์ดังกล่าวถูกนำไปใช้ลดการเมาแล้วขับในสหรัฐฯ โดยเขตอำนาจศาลหลายแห่งกำหนดให้ผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดปกติด้านเมาแล้วขับติดเจ้าสิ่งนี้ไว้ในรถ ผลคือเมื่อบังคับให้<span style="font-weight: 400;">ผู้ขับขี่ติดอุปกรณ์ดังกล่าว ร่วมกับกฎหมายที่ลงโทษผู้กระทำความผิดเมาแล้วขับแล้วนั้น ผู้จับจ่</span><span style="font-weight: 400;">มีโอกาสน้อยที่จะกระทำความผิดซ้ำ แสดงให้เห็นว่า</span><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้ช่วยลดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการชนที่เกิดจากการเมาแล้วขับได้</span></p>
<p>รายงานดังกล่าวยังเสนอแนะด้วยว่าหากรัฐบาลกลางช่วยผลักดันกฎระเบียบให้เทคโนโลยีตรวจจับเหล่านี้ถูกนำไปใช้อย่างกว้างขวางจะต่อสู้กับปัญหาเมาแล้วขับได้ดียิ่งขึ้น เพราะตอนนี้มีผู้ผลิตบางราย อย่าง<span style="font-weight: 400;">วอลโว่</span><span style="font-weight: 400;"> (Volvo) ได้ทดลองนำเสนอเทคโนโลยีนี้เป็นอุปกรณ์เสริมในรถของตนเองแล้ว และคาดว่าผู้ผลิตอีกหลายรายจะเร่งสร้างมาตรฐานเทคโนโลยีตรวจจับให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเร็วๆนี้ ก่อนมีกฎหมายออกบังคับใช้อย่างจริงจัง</span></p>
<p>นอกจากนี้ ในสหรัฐฯ ยังมี<span style="font-weight: 400;">โปรเจกต์</span><span style="font-weight: 400;">ระบบตรวจจับแอลกอฮอล์ของผู้ขับขี่เพื่อความปลอดภัย </span><span style="font-weight: 400;">(DADSS) ซึ่งความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน กล่าวคือ </span><span style="font-weight: 400;">สถาบันประกันภัยเพื่อความปลอดภัยบนทางหลวง</span><span style="font-weight: 400;">ได้รับทุนจากผู้ผลิตรถยนต์มาทำการทดสอบเซนเซอร์แอลกอฮอล์บนท้องถนน เพื่อตรวจจับระดับความเข้นข้นของแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ขับขี่ผ่านการวัดอากาศโดยรอบในรถยนต์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เจ้าของโปรเจค DADSS </span>คาดว่าผู้ผลิตบางรายจะเริ่มนำเสนอระบบที่วัดระดับแอลกอฮอล์ผ่านอากาศโดยรอบเป็นตัวเลือกในช่วงต้นปี 2025 ถือเป็นทางเลือกใหม่ของเทคโนโลยีป้องกันการเมาแล้วขับที่น่าจับตาเช่นกัน</p>
<p>แล้วทางผู้ขับขี่ล่ะ คิดเห็นอย่างไรกับเทคโนโลยีเหล่านี้? จาก<span style="font-weight: 400;">การสำรวจผู้ขับขี่ในสหรัฐฯ เมื่อหลายปีก่อน เกือบ 2 ใน 3 สนับสนุนการติดตั้งระบบตรวจจับแอลกอฮอล์ในรถยนต์ทุกคัน ตราบเท่าที่อุปกรณ์นั้น รวดเร็ว แม่นยำ และไม่สร้างความรำคาญ และส่วนหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่า พวกเขายินดีจะจ่ายเพิ่มหากระบบมีราคาต่ำกว่า 500 เหรียญดอลลาร์</span></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ข้อสรุปของงานวิจัย<span style="font-weight: 400;">โดย</span><span style="font-weight: 400;">สถาบันประกันภัยเพื่อความปลอดภัยบนทางหลวงคือ หากมีการใช้ระบบตรวจจับแอลกอฮอล์เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถรุ่นใหม่ทั้งหมดในปีนี้ ก็อาจจะต้องใช้เวลาเกือบ 12 ปี กว่าจะติดตั้งในยานพาหนะรุ่นเก่าที่มีอยู่บนท้องถนน ซึ่งเป็นเวลาที่ช้าพอสมควร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“มีอุปกรณ์เสริมด้านความปลอดภัยจำนวนมาก ที่เริ่มต้นจากการเป็นตัวเลือก จนกลายเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างรวดเร็ว” ชาร์ลลีกล่าว “เทคโนโลยีนี้อาจต้องใช้เวลาเพื่อให้เกิดศักยภาพเต็มที่ แต่อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ในการลดความบกพร่องในการขับขี่”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>เมาแล้วไม่ขับ</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">การดื่มสังสรรค์เป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะเป็นวาระสำคัญ ฉลองวันเกิด ฉลองปีใหม่ หรือแม้แต่การเที่ยวกลางคืน คนเราย่อมมีโอกาสเมาได้ แต่ต้องพึงระลึกไว้ว่าการเมานั้นจะทำให้ขาดสติ เวลาขับรถก็อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวเองและผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ หากเทคโนโลยีอุปกรณ์รถยนต์ตรวจจับแอลกอฮอล์ถูกนำมาใช้ประโยชน์ เพราะอย่างน้อยที่สุดเทคโนโลยีที่</span><span style="font-weight: 400;">ว่านี้ก็ยังช่วยเตือนให้เหล่านักดื่มต่างๆ ไม่ชะล่าใจในการขับขี่ แล้วหันรบกวนเพื่อนไปส่งที่บ้าน หาที่พักแถวๆ นั้น หรือนั่งแท็กซี่กลับ ฯลฯ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะชีวิตแห่งอนาคต ควรจะเป็นชีวิตที่ ‘เมาแล้วไม่ขับ’ แต่สามารถกลับบ้านได้อย่างสุขใจและปลอดภัย </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา: Technology To Stop Drunk Drivers Could Significantly Slash Traffic Crash Deaths : <a href="https://www.forbes.com/sites/tanyamohn/2020/07/26/technology-to-stop-drunk-drivers-could-significantly-slash-traffic-crash-deaths/?sh=5d9a84bb4942">https://www.forbes.com/sites/tanyamohn/2020/07/26/technology-to-stop-drunk-drivers-could-significantly-slash-traffic-crash-deaths/?sh=5d9a84bb4942</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/car-non-drunk-driving-technology/">‘ระบบรถตรวจจับระดับแอลกอฮอล์’ เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตป้องกันการเมาแล้วขับ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3703</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
