<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยระบบสุขภาพและการแพทย์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/%E0%B8%A8%E0%B8%B9%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/ศูนย์ความเป็นเลิศด้านก/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:13:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยระบบสุขภาพและการแพทย์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/ศูนย์ความเป็นเลิศด้านก/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>มองมาตรการควบคุมสุรา นอกกรอบสุขภาพและเสรีภาพ</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/udomsak-alcohol-policy/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=udomsak-alcohol-policy</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2020 04:39:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการควบคุมสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยระบบสุขภาพและการแพทย์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[อุดมศักดิ์  แซ่โง้ว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1890</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์  แซ่โง้ว[1]เรื่อง ทีมงาน Alcohol Rhythm ภาพประกอบ &#160; วิกฤต COVID-19 ที่เริ่มมาตั้งแต่ช่วงต้นปี ในประเทศไทยสถานการณ์การระบาดพัฒนาจนถึงจุดพีคในช่วงปลายเดือนมีนาคม จนรัฐบาลตัดสินใจประกาศใช้พระราชกำหนดฉุกเฉินเพื่อควบคุมสถานการณ์ มาตรการเข้มข้นที่ถูกนำมาใช้ เช่น เคอร์ฟิว ปิดพื้นที่สาธารณะ ปิดกิจการบางประเภท เป็นระยะเวลากว่า 1 เดือน เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรคเป็นที่มาของวลี “สุขภาพ นำ เสรีภาพ”  ในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนเทศกาลสงกรานต์ หลายจังหวัดทั่วประเทศเริ่มทยอยประกาศมาตรการห้ามขายสุราเพิ่มเติมไปจากมาตรการเดิมของพระราชกำหนดฉุกเฉินฉุกเฉิน จนวันที่ 13 เมษายน 2563 กลายเป็นวันที่มีการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการตั้งวงสังสรรค์ในช่วงสงกรานต์ การห้ามขายทอดยาวมาจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม รัฐบาลตัดสินใจผ่อนคลายอนุญาตให้ซื้อไปดื่มที่บ้านได้จนเกิดภาพแย่งกันซื้อเหล้าเบียร์ในซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งจนเกลี้ยงชั้นวาง เป็นที่มาของการดีเบตระหว่างแพทย์ที่ทำงานด้านการรณรงค์เรื่องงดเหล้าและอุบัติเหตุที่เสนอให้ห้ามขายต่อ กับ ตัวแทนธุรกิจสุราที่สนับสนุนการซื้อไปดื่มที่บ้านผ่านสื่อสาธารณะ การดีเบตเรื่องนโยบายห้ามขายเหล้ากลายเป็นเวทีประลองระหว่าง “สุขภาพ” และ “เสรีภาพ” เมื่อมองผ่านกรอบ เสรีนิยม-อนุรักษนิยม มาตรการห้ามขายเหล้ารวมถึงการรณรงค์ที่ผ่านมากำลังถูกวิจารณ์ว่าเป็นไปตามแนวคิดอนุรักษนิยม อำนาจนิยม และสุขภาพนิยม การมองการรณรงค์และมาตรการห้ามขายเหล้าผ่านเลนส์เสรีนิยม-อนุรักษนิยม หรือสุขภาพ-เสรีภาพนั้นหลีกเลี่ยงได้ยากในระบบนิเวศทางการเมืองและสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนเห็นว่า การดีเบตผ่านการตีกรอบข้างต้นละทิ้งแง่มุมอื่นๆ ของการรณรงค์และมาตรการควบคุมสุรา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/udomsak-alcohol-policy/">มองมาตรการควบคุมสุรา นอกกรอบสุขภาพและเสรีภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: right;">ผศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์  แซ่โง้ว<a href="#_ftn1" name="_ftnref1">[1]</a><span style="font-weight: 400;">เรื่อง</span></p>
<p style="text-align: right;">ทีมงาน Alcohol Rhythm ภาพประกอบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิกฤต COVID-19 </span><span style="font-weight: 400;">ที่เริ่มมาตั้งแต่ช่วงต้นปี ในประเทศไทยสถานการณ์การระบาดพัฒนาจนถึงจุดพีคในช่วงปลายเดือนมีนาคม จนรัฐบาลตัดสินใจประกาศใช้พระราชกำหนดฉุกเฉินเพื่อควบคุมสถานการณ์ มาตรการเข้มข้นที่ถูกนำมาใช้ เช่น เคอร์ฟิว ปิดพื้นที่สาธารณะ ปิดกิจการบางประเภท เป็นระยะเวลากว่า 1 เดือน เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรคเป็นที่มาของวลี “สุขภาพ นำ เสรีภาพ” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนเทศกาลสงกรานต์ หลายจังหวัดทั่วประเทศเริ่มทยอยประกาศมาตรการห้ามขายสุราเพิ่มเติมไปจากมาตรการเดิมของพระราชกำหนดฉุกเฉินฉุกเฉิน จนวันที่ 13 เมษายน 2563 กลายเป็นวันที่มีการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการตั้งวงสังสรรค์ในช่วงสงกรานต์ การห้ามขายทอดยาวมาจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม รัฐบาลตัดสินใจผ่อนคลายอนุญาตให้ซื้อไปดื่มที่บ้านได้จนเกิดภาพแย่งกันซื้อเหล้าเบียร์ในซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งจนเกลี้ยงชั้นวาง เป็นที่มาของการดีเบตระหว่างแพทย์ที่ทำงานด้านการรณรงค์เรื่องงดเหล้าและอุบัติเหตุที่เสนอให้ห้ามขายต่อ กับ ตัวแทนธุรกิจสุราที่สนับสนุนการซื้อไปดื่มที่บ้านผ่านสื่อสาธารณะ การดีเบตเรื่องนโยบายห้ามขายเหล้ากลายเป็นเวทีประลองระหว่าง “สุขภาพ” และ “เสรีภาพ” เมื่อมองผ่านกรอบ เสรีนิยม-อนุรักษนิยม มาตรการห้ามขายเหล้ารวมถึงการรณรงค์ที่ผ่านมากำลังถูกวิจารณ์ว่าเป็นไปตามแนวคิดอนุรักษนิยม อำนาจนิยม และสุขภาพนิยม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การมองการรณรงค์และมาตรการห้ามขายเหล้าผ่านเลนส์เสรีนิยม-อนุรักษนิยม หรือสุขภาพ-เสรีภาพนั้นหลีกเลี่ยงได้ยากในระบบนิเวศทางการเมืองและสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนเห็นว่า การดีเบตผ่านการตีกรอบข้างต้นละทิ้งแง่มุมอื่นๆ ของการรณรงค์และมาตรการควบคุมสุรา บทความนี้จึงนำเสนออีกมุมมองหนึ่งที่สามารถใช้อธิบายนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่อยู่นอกเหนือกรอบวิธีคิดด้านสุขภาพ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>สุรากับผลกระทบภายนอกต่อสังคม</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตามแนวคิดของตลาดแข่งขันเสรี สินค้าและบริการควรจะถูกซื้อขายแลกเปลี่ยนกันในตลาดได้อย่างเสรี การตัดสินใจผลิต ขาย หรือบริโภคควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้ผลิต ผู้ขาย และผู้บริโภค โดยที่รัฐบาลเข้ามาแทรกแซงน้อยที่สุดหรือต้องไม่แทรกแซงเลย มีเพียงในบางเงื่อนไขที่การแทรกแซงของรัฐมีความสมเหตุสมผล ได้แก่ กรณีที่มีความเสี่ยงของการผูกขาดในตลาด การมีผลกระทบภายนอก หรือการแทรกแซงเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุราถือเป็นสินค้าประเภทหนึ่งที่มีการซื้อขายในตลาด ว่ากันตามแนวคิดตลาดแข่งขันเสรีพื้นฐาน การซื้อ และบริโภคสุราก็ควรปล่อยให้เป็นการตัดสินใจของผู้บริโภคอย่างอิสระ หากแต่สุราเป็นสินค้าที่มีลักษณะเฉพาะบางประการเป็นเหตุให้รัฐต้องเข้ามาแทรกแซงตลาดสุราผ่านการกำกับควบคุมด้วยกฎหมาย เมื่อเดือนมิถุนายน 2562 นิตยสาร The Economist ซึ่งไม่ได้เป็นสื่อด้านสุขภาพและคงไม่ถือเป็นสื่ออนุรักษ์นิยม ได้ตีพิมพ์บทความชื่อ </span><strong><a href="https://www.economist.com/graphic-detail/2019/06/25/what-is-the-most-dangerous-drug">“What is the most dangerous drug?”</a></strong><a href="#_ftn2" name="_ftnref1">[2]</a>  (เข้าถึง<a href="https://alcoholrhythm.com/what-is-the-most-dangerous-drug/?fbclid=IwAR10cT2z-nEdXH0fxDrnFi2k1vR9WftUdwEwZN99rxRWbYcfFoaGq7RRVJ0"><em>บทความภาษาไทยได้<strong>ที่นี่</strong></em></a>) <span style="font-weight: 400;">เนื้อหาของบทความกล่าวถึง ยาเสพติดกว่า 10 ชนิด มีการให้คะแนนอันตรายของยาเสพติดแต่ละชนิด (คะแนนเต็ม 100) อันตรายของยาเสพติดถูกแบ่งออกเป็น อันตรายต่อผู้ใช้ยาเสพติด และอันตรายต่อผู้อื่น (ครอบครัว สังคม และเศรษฐกิจ) ยาเสพติดที่ได้คะแนนอันตรายสูงที่สุด คือ สุรา (72 คะแนน) ซึ่งสูงกว่าเฮโรอีน (55 คะแนน) และโคเคน (54 คะแนน) ที่ตามมาเป็นอันดับที่ 2 และ 3 ทั้งนี้ กว่า 60% ของคะแนนที่สุราได้ เป็นคะแนนจากอันตรายต่อผู้อื่น สุราจึงเป็นยาเสพติดก่อให้เกิดอันตรายมากที่สุดและมีอันตรายต่อผู้อื่นสูงที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มองผ่านแนวคิดตลาดแข่งขันเสรี ผู้บริโภคสุราทำธุรกรรมกับผู้ขายสุราในตลาด ผู้ซื้อได้รับความพึงพอใจจากการบริโภคสุราโดยรับรู้ถึงความเสี่ยงจากการบริโภค ผู้ขายได้รับเงินเป็นการตอบแทน หากมีเพียงผู้ซื้อกับผู้ขายที่ได้รับผลจากการแลกเปลี่ยนดังกล่าวแล้ว ก็ควรปล่อยให้มีการซื้อขายกันได้อย่างเสรี แต่เนื่องจากการบริโภคสุราก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้อื่น นั่นคือ บุคคลที่ 3 ที่ไม่มีส่วนร่วมรับประโยชน์ในรูปความรื่นรมย์จากการบริโภคหรือการได้รับเงินเป็นค่าตอบแทน แต่อาจได้รับผลกระทบในรูปแบบการถูกทำร้าย ได้รับอุบัติเหตุ หรือความเสียหายของทรัพย์สิน ทางเศรษฐศาสตร์เรียกสิ่งนี้ว่า “ผลกระทบภายนอก” ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้รัฐมีบทบาทเข้ามาแทรกแซงตลาดซึ่งไม่ได้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลิดรอนเสรีภาพของผู้บริโภค แต่เป็นไปเพื่อการปกป้องบุคคลที่ 3 หรือกล่าวในอีกแง่หนึ่ง การดื่มสุราเพิ่มโอกาสที่ผู้ดื่มจะไปลิดรอนสิทธิ์ของผู้อื่น แม้ว่าจะไม่ได้มาจากความตั้งใจก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุราเป็นสินค้าที่แตกต่างจากสินค้าอุปโภคบริโภคโดยทั่วไป คือ มีผลกระทบภายนอกจากการบริโภคในระดับสูง ซึ่งว่ากันด้วยหลักการทางเศรษฐศาสตร์เพียงอย่างเดียวก็มีเหตุผลให้รัฐเข้ามาแทรกแซงการซื้อขายสุราในตลาด ผ่านการกำกับดูแลด้วยกฎหมาย และการเก็บภาษีสรรพสามิตเพื่อเป็นการแก้ไขผลกระทบภายนอก (correct externalities) หรือเพื่อปกป้องบุคคลที่ 3 ที่อาจได้รับผลกระทบจากการดื่มสุราของผู้อื่น อันที่จริง แนวคิดการแทรกแซงตลาดโดยรัฐเพื่อแก้ไขผลกระทบภายนอกนี้ เป็นหลักการเดียวกับการที่รัฐกำกับดูแลธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น โรงไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หรือการก่อสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ ที่จำเป็นต้องมีการประเมินผลกระทบทางสุขภาพ (HIA) และสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งก็คือ ผลกระทบภายนอกที่เกิดจากกิจกรรมในตลาดแข่งขันเสรีนั่นเอง นักเคลื่อนไหวเพื่อสนับสนุนการควบคุมโดยรัฐในประเด็นสิ่งแวดล้อมนี้ หลายคนก็เป็นกลุ่มที่มีแนวคิดฝ่ายซ้ายด้วยซ้ำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแง่นี้ การกำกับควบคุมสุราจึงมีความชอบธรรมในเชิงหลักการ จึงไม่เป็นการยุติธรรมนักที่จะมองการกำกับควบคุมสุราว่ามุ่งเน้นแต่สุขภาพ อนุรักษนิยม และอำนาจนิยม โดยมองข้ามประเด็นผลกระทบภายนอกตามแง่มุมทางเศรษฐศาสตร์ของสินค้าสุราไป อย่างไรก็ตาม ระดับการควบคุมและวิธีการกำกับควบคุมควรเป็นอย่างไรนั้น ควรเปิดให้มีบทสนทนา ถกเถียง และมีส่วนร่วมจากสังคมให้มากที่สุด </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="#_ftnref1" name="_ftn1">[1]</a> ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยระบบสุขภาพและการแพทย์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และศูนย์วิจัยปัญหาสุรา</p>
<p><a href="#_ftnref2" name="_ftn1">[2]</a> The Economist. What is the most dangerous drug? 2019. <a href="https://www.economist.com/graphic-detail/2019/06/25/what-is-the-most-dangerous-drug">https://www.economist.com/graphic-detail/2019/06/25/what-is-the-most-dangerous-drug</a>.</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/udomsak-alcohol-policy/">มองมาตรการควบคุมสุรา นอกกรอบสุขภาพและเสรีภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1890</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
