<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>สตีเฟน คิง Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%9F%E0%B8%99-%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/สตีเฟน-คิง/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:03:05 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>สตีเฟน คิง Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/สตีเฟน-คิง/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>‘แค่ต้องสัมผัสจุดตกต่ำที่สุด’ บทบันทึกการเลิกเหล้าของ สตีเฟน คิง ผ่านงานเขียน</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/stephen-king/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=stephen-king</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Oct 2020 09:27:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าแล้วเปลี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[คนดังเลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[สตีเฟน คิง]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกเหล้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=2307</guid>

					<description><![CDATA[<p>Cujo คือนิยายสยองขวัญตามสไตล์ &#8216;สตีเฟน คิง&#8217; ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 1981 ว่าด้วยเจ้าหมาเซนต์เบอร์นาร์ดตัวยักษ์แสนเป็นมิตรนาม &#8216;คูโจ&#8217; ซึ่งบังเอิญติดเชื้อสุนัขบ้ากลับมาที่บ้านและไล่กัดสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ขวางหน้ามัน จะเห็นว่าพล็อตเรื่องแสนดุเดือดจนตัวนิยายประสบความสำเร็จระเบิดระเบ้อ แถมยังถูกสร้างเป็นหนังชื่อเดียวกันเมื่อปี 1983 แต่ถ้าไปถามคิงว่า จำช่วงเวลาที่เขียนนิยายเรื่องนี้ได้ไหม คิงอาจจะอ้อมๆ แอ้มๆ ตอบว่าจำได้บ้างไม่ได้บ้าง เพราะความทรงจำครึ่งหนึ่งของชีวิตในช่วงนั้นถูกครอบครองโดยแอลกอฮอล์ตัวร้ายจนทำให้เขาจำอะไรไม่ได้มาก นอกจากตื่นมาพร้อมอาการเมาค้าง (แต่ก็ยังเขียนหนังสือได้นะ!) ถ้าถามคิงว่าอะไรที่ผลักให้เขาดื่มเหล้าอย่างเอาเป็นเอาตายมากขนาดนั้น เขาอาจตอบได้ไม่ชัดนัก แต่เป็นไปได้ว่าความหวาดวิตกที่กัดกินเขามาตั้งแต่เด็กมีส่วนสำคัญในการไสส่งให้เขาทิ้งตัวลงกับน้ำกลั่นและสารพัดสารเสพติด เพราะย้อนกลับไปในวัยเด็ก คิงเติบโตมาในครอบครัวที่อยู่มาวันหนึ่ง พ่อก็เดินหายไปจากบ้าน ทิ้งเขาและพี่น้องไว้กับแม่เพียงลำพัง และอาการตกใจสุดขีดหลังตื่นมาไม่เจอพ่อนี่เองที่หล่อเลี้ยงให้คิงอยู่กับความกลัวมาตั้งแต่ยังเด็กว่าวันหนึ่ง แม่ก็อาจจะจากเขาไปแบบนั้นได้เหมือนกัน เขากลายเป็นเด็กขาดความมั่นใจและมักจะฝันร้าย ควบคู่กับมีอาการเครียดเกร็งผิดปกติเสมอ คิงยังกลัวว่าจะถูกสูบลงไปในคอห่านชักโครกและปีนกลับขึ้นมาไม่ได้ กลัวตัวตลกในสวนสนุก กลัวสิ่งสามัญธรรมดาต่างๆ ว่ามันอาจจะลุกขึ้นมากลืนกินเขาจนตาย หลังจากทุกข์ทรมานกับความกลัวเหล่านี้อยู่หลายปีเต็ม เมื่อโตขึ้น คิงพบว่าทางออกที่ดีที่สุดคือการเขียนมันออกมาเป็นนิยาย ดัดแปลงความหวาดกลัวนั้นให้เป็นเรื่องเล่าและตัวหนังสือ น่าเสียดายที่ระหว่างกระบวนการเขียน คิงมักจะต้องใช้แอลกอฮอล์เป็นตัวช่วยอยู่เนืองๆ รวมไปถึงกัญชาและแอลเอสดีตั้งแต่ยังเรียนมหาวิทยาลัยในรัฐเมน และก่อความวุ่นวายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในรัฐไม่รู้จบด้วยการเมาพับอยู่ที่บาร์จนกลับบ้านเองไม่ได้ หรือขโมยกรวยจราจรซึ่งอยู่ดีๆ ก็ดูเย้ายวนชวนหลงใหลขึ้นมาดื้อๆ ตอนเขาเมา &#8220;หลังจากที่ผมใช้เวลาทั้งคืนดื่ม Long Island Iced Tea (ค็อกเทลที่ผสมเหล้าห้าชนิดเข้าด้วยกัน) แบบหนักเป็นบ้าตรงแถวๆ มหาวิทยาลัย ผมฉวยเอากรวยจราจรอันนึงระหว่างขับรถกลับบ้านมาด้วย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/stephen-king/">‘แค่ต้องสัมผัสจุดตกต่ำที่สุด’ บทบันทึกการเลิกเหล้าของ สตีเฟน คิง ผ่านงานเขียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>Cujo</em> คือนิยายสยองขวัญตามสไตล์ &#8216;สตีเฟน คิง&#8217; ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 1981 ว่าด้วยเจ้าหมาเซนต์เบอร์นาร์ดตัวยักษ์แสนเป็นมิตรนาม &#8216;คูโจ&#8217; ซึ่งบังเอิญติดเชื้อสุนัขบ้ากลับมาที่บ้านและไล่กัดสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ขวางหน้ามัน</p>
<p>จะเห็นว่าพล็อตเรื่องแสนดุเดือดจนตัวนิยายประสบความสำเร็จระเบิดระเบ้อ แถมยังถูกสร้างเป็นหนังชื่อเดียวกันเมื่อปี 1983 แต่ถ้าไปถามคิงว่า จำช่วงเวลาที่เขียนนิยายเรื่องนี้ได้ไหม คิงอาจจะอ้อมๆ แอ้มๆ ตอบว่าจำได้บ้างไม่ได้บ้าง เพราะความทรงจำครึ่งหนึ่งของชีวิตในช่วงนั้นถูกครอบครองโดยแอลกอฮอล์ตัวร้ายจนทำให้เขาจำอะไรไม่ได้มาก นอกจากตื่นมาพร้อมอาการเมาค้าง (แต่ก็ยังเขียนหนังสือได้นะ!)</p>
<p>ถ้าถามคิงว่าอะไรที่ผลักให้เขาดื่มเหล้าอย่างเอาเป็นเอาตายมากขนาดนั้น เขาอาจตอบได้ไม่ชัดนัก แต่เป็นไปได้ว่าความหวาดวิตกที่กัดกินเขามาตั้งแต่เด็กมีส่วนสำคัญในการไสส่งให้เขาทิ้งตัวลงกับน้ำกลั่นและสารพัดสารเสพติด เพราะย้อนกลับไปในวัยเด็ก คิงเติบโตมาในครอบครัวที่อยู่มาวันหนึ่ง พ่อก็เดินหายไปจากบ้าน ทิ้งเขาและพี่น้องไว้กับแม่เพียงลำพัง และอาการตกใจสุดขีดหลังตื่นมาไม่เจอพ่อนี่เองที่หล่อเลี้ยงให้คิงอยู่กับความกลัวมาตั้งแต่ยังเด็กว่าวันหนึ่ง แม่ก็อาจจะจากเขาไปแบบนั้นได้เหมือนกัน เขากลายเป็นเด็กขาดความมั่นใจและมักจะฝันร้าย ควบคู่กับมีอาการเครียดเกร็งผิดปกติเสมอ คิงยังกลัวว่าจะถูกสูบลงไปในคอห่านชักโครกและปีนกลับขึ้นมาไม่ได้ กลัวตัวตลกในสวนสนุก กลัวสิ่งสามัญธรรมดาต่างๆ ว่ามันอาจจะลุกขึ้นมากลืนกินเขาจนตาย</p>
<p>หลังจากทุกข์ทรมานกับความกลัวเหล่านี้อยู่หลายปีเต็ม เมื่อโตขึ้น คิงพบว่าทางออกที่ดีที่สุดคือการเขียนมันออกมาเป็นนิยาย ดัดแปลงความหวาดกลัวนั้นให้เป็นเรื่องเล่าและตัวหนังสือ น่าเสียดายที่ระหว่างกระบวนการเขียน คิงมักจะต้องใช้แอลกอฮอล์เป็นตัวช่วยอยู่เนืองๆ รวมไปถึงกัญชาและแอลเอสดีตั้งแต่ยังเรียนมหาวิทยาลัยในรัฐเมน และก่อความวุ่นวายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในรัฐไม่รู้จบด้วยการเมาพับอยู่ที่บาร์จนกลับบ้านเองไม่ได้ หรือขโมยกรวยจราจรซึ่งอยู่ดีๆ ก็ดูเย้ายวนชวนหลงใหลขึ้นมาดื้อๆ ตอนเขาเมา</p>
<p>&#8220;หลังจากที่ผมใช้เวลาทั้งคืนดื่ม Long Island Iced Tea (ค็อกเทลที่ผสมเหล้าห้าชนิดเข้าด้วยกัน) แบบหนักเป็นบ้าตรงแถวๆ มหาวิทยาลัย ผมฉวยเอากรวยจราจรอันนึงระหว่างขับรถกลับบ้านมาด้วย แล้วเป็นไงมาไงไม่รู้ มันฉีกท่อไอเสียเจ้ารถฟอร์ดวากอนเก่าแก่ของผมจนพังเละเลย ซึ่งสำหรับตรรกะแบบคนเมานะ ผมเลยตัดสินใจจะขับวนไปทั่วทั้งเมืองในสภาพแบบนั้น ขับอย่างช้าๆ ปลอดภัยเหลือแสน แล้วหยิบเอากรวยจราจรที่เห็นตามทางติดมือกลับบ้านมาหมด พอตื่นในเช้าวันต่อมาก็เห็นกรวยจราจรเต็มบ้าน กับท่อไอเสียพังๆ ของเจ้าแก่ฟอร์ดวากอน ผมไม่โทษเลยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะโกรธจัดขนาดนั้น&#8221; คิงเล่า</p>
<p>แม้จะเรียนจบ ทำงาน และมีครอบครัวเป็นของตัวเองแล้ว คิงก็ยังไม่เลิกนิสัยนักดื่ม (แม้จะไม่ขโมยกรวยขราจรอีกแล้วก็ตาม) แม้หลายคนจะตั้งข้อสังเกตว่าดูเหมือนเขาจะ &#8216;ตระหนักรู้&#8217; ภาวะติดเหล้าของตัวเองอยู่เนืองๆ ผ่านการเขียนถึงตัวละครที่มีสภาวะนี้ ซึ่งปรากฏเด่นชัดในตัวละคร แจ็ค ทอร์แรนซ์ จากนิยายปี 1977 <em>The Shining</em> ที่ว่าด้วยชายนักเขียนผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวซึ่งติดเหล้าอย่างรุนแรง และต้องหอบเอาครอบครัวไปเขียนนิยายเรื่องใหม่ในโรงแรมร้างห่างไกลผู้คน นำมาสู่โศกนาฏกรรมท้ายเรื่องในที่สุด</p>
<p>อย่างไรก็ดี ความสำเร็จจากนิยายเรื่องก่อนๆ รวมถึง <em>The Shining</em> นั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าการดื่มเหล้าไปเขียนหนังสือไปมีส่วนช่วยเขาได้มากทีเดียว และท้ายที่สุด แม้แต่คิงเองก็ออกปากว่า มันช่างเป็นส่วนผสมของชีวิตที่น่ามหัศจรรย์เสียจริงๆ ก่อนที่ฮอลลีวูดจะพาเขาไปอีกขั้น เมื่อนิยายหลายๆ เรื่องของเขาถูกสร้างเป็นหนัง คิงมีโอกาสได้พบเจอคนในแวดวงภาพยนตร์ซึ่งมาพร้อมโคเคน สารเสพติดหน้าใหม่ที่คิงเชื่อว่าจะทำให้เขาผ่อนคลายและเขียนงานได้มากขึ้น และบทลงเอยของการเสพโคเคนไปพลาง ดื่มเหล้าไปพลางคือ <em>Maximum Overdrive</em> (1986) หนังเรื่องแรกและเรื่องเดียวในชีวิตที่เขากำกับเอง ซึ่งออกมาชวนหดหู่อย่างน่าเศร้าใจ</p>
<p>&#8220;ปัญหาคือ ในระหว่างถ่ายหนัง ผมเสพโคเคนเกือบตลอดเวลาจนไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่&#8221; เขาบอก พร้อมกันนั้นเอง นิยายหลายๆ เรื่องของเขาก็เผชิญกับคำวิจารณ์รุนแรงว่าไม่มีอะไรอื่นนอกจากความกลวงเปล่าและเส้นเรื่องที่วนไปวนมาอยู่เรื่อยๆ ซึ่งคิงทำอะไรไม่ได้ นอกจากก้มหน้ารับคำวิจารณ์เผ็ดร้อนนั้นและกลับมาเขียนนิยายเรื่องใหม่ เพียงเพื่อจะพบกับคำวิจารณ์ชุดเดิม</p>
<p>แต่การเปลี่ยนแปลงก็เริ่มขึ้นอย่างเรียบง่ายในวันหนึ่ง เมื่อ ทาบิธา คิง ภรรยารักที่เข้าอกเข้าใจถึงภาระการงานและสุขภาพของสามีทุกประการ โกยเอาโคเคน บุหรี่ และขวดเหล้าทุกยี่ห้อที่คิงมีไว้ในครอบครอง โยนโครมลงกลางห้องนั่งเล่นต่อหน้าต่อตาสามี เพื่อนฝูง และสมาชิกของครอบครัว นั่นเป็นนาทีที่คิงรู้ว่าจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ เขาจึงตัดสินใจเข้ารับการบำบัด</p>
<p>หลังจากเลิกเหล้า สิ่งหนึ่งที่คิงค้นพบคือนิยายของเขากลับมาเป็นที่รักของนักวิจารณ์และผู้อ่านอีกหน โดยเฉพาะตัวละครที่ไม่ได้เอาแต่เผชิญหน้ากับสิ่งสยองขวัญอย่างกลวงเปล่า แต่ยังมีมิติของการต่อสู้และการหลอกหลอนโดยตัวเองอีกด้วย เช่น  <em>The Green Mile</em> นิยายที่ในเวลาต่อมาถูกสร้างเป็นหนังชื่อเดียวกันปี 1999 ซึ่งพูดถึงภาวะการต่อสู้ในจิตใจของตัวละครในสภาพแวดล้อมชวนเป็นบ้าอย่างเรือนจำและโทษประหารชีวิต รวมถึงงานเขียนของเขาในยุคหลังเลิกเหล้าได้ครบทศวรรษอย่าง <em>Doctor Sleep</em> ซึ่งเพิ่งถูกสร้างเป็นหนังในปี 2019 ราวกับเป็นการอุทิศให้ตัวตนของเขาในช่วงยุค 80 ที่ติดเหล้าอย่างหนัก ผ่านตัวละคร แดนนี ชายหนุ่มซึ่งเป็นลูกชายของแจ็คใน <em>The Shining</em> และเติบโตมาพร้อมกับภาพจำฝังใจรุนแรงเกี่ยวกับพ่อ ก่อนจะลงเอยด้วยการติดเหล้าอย่างหนักเช่นเดียวกัน โดยคิงเฉือนเศษเสี้ยวของตัวเองลงไปในเรื่องเล่านี้ ตามคำแนะนำของ โอเวน ลูกชายซึ่งปัจจุบันเติบโตเป็นชายหนุ่ม</p>
<p>&#8220;เงื่อนไขเดียวคือเราต้องเขียนถึงความจริง&#8221; คิงบอก &#8220;เขียนถึงสถานการณ์เฉพาะอย่างซึ่งมีแค่คุณเท่านั้นที่รู้ และที่ผ่านมา ผมไม่เคยปริปากเล่าเรื่องนี้กับใครว่ามันเป็นประสบการณ์ของผมในช่วงที่กำลังบำบัดเลิกเหล้า&#8221;</p>
<p>หลังโอเวนอ่านต้นฉบับร่างแรกของ <em>Doctor Sleep</em> ที่พ่อเขียน เขาออกความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่ามีบางอย่างขาดหายไป &#8220;ลูกบอกผมว่า มีอยู่ฉากหนึ่งจาก <em>The Shining</em> ที่เขาฝังใจมากคือฉากที่แจ็ค ทอร์เรนซ์กับเพื่อนเมายับกันในคืนหนึ่ง พวกเขาลงเอยด้วยการขับรถมอเตอร์ไซค์ไปชนอะไรเข้าโครมใหญ่และเข้าใจกันว่าคงฆ่าเด็กสักคนไปแล้ว และพวกเขาบอกว่า &#8216;จบเห่ เราจะไม่ดื่มอีกแล้ว&#8217; และโอเวนบอกผมว่า &#8216;ในหนังสือ Doctor Sleep มันไม่มีฉากที่เอาไว้ใช้เปรียบเทียบแบบนี้ พ่อต้องเขียนให้คนอ่านเห็นเลยว่าจุดต่ำสุดของแดนอยู่ตรงไหน&#8217; ซึ่งผมว่าโอเวนพูดถูกเผงเลย&#8221;</p>
<p>คิงจึงเขียนฉาก &#8216;จุดตำต่ำ&#8217; ของแดนนี ทอร์เรนซ์ในวัยผู้ใหญ่ ที่ลุกขึ้นมากลางดึกหลังร่วมรักกับหญิงแปลกหน้าที่เจอในผับ ขโมยเงินเธอมาและทิ้งลูกชายทารกของเธอไว้กับผ้าอ้อมที่ถึงเวลาเปลี่ยนได้แล้ว พลางควานหายาเสพติดที่อาจจะหลงเหลืออยู่บนโต๊ะกาแฟ &#8220;ผมว่าฉากนี้แหละ ที่คนติดเหล้าน่าจะเทียบเคียงตัวเองด้วยได้ มันคือช่วงเวลาที่เป็นจุดตกต่ำของคุณน่ะ</p>
<p>&#8220;แต่ผมเองไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรแบบนั้นหรอกนะ แน่ล่ะว่าในนิยาย เราต้องเล่าถึงอะไรที่มันรุนแรงสุดโต่ง&#8221; เขาออกตัว &#8220;สำหรับผม เมื่อมองย้อนกลับไป ผมจำได้ว่าไปงานแข่งเบสบอลลิตเติลลีกของลูกชาย ใส่เบียร์กระป๋องนึงได้มั้งลงไปในถุงกระดาษ โค้ชของทีมพุ่งเข้ามาหาผมและบอกว่า &#8216;ถ้านั่นเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ล่ะก็ คุณต้องออกไปจากที่นี่นะครับ&#8217; และนั่นแหละเป็นจังหวะที่ผมบอกตัวเองว่า จะไม่มีวันแพร่งพรายเรื่องนี้ให้คนอื่นรู้อย่างเด็ดขาด จะเก็บเป็นแค่ความลับไว้กับตัวเอง&#8221;</p>
<p>ด้านหนึ่ง ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม เรื่องราวของสองพ่อลูกทอร์เรนซ์จาก <em>The Shining</em> ถึง <em>Doctor Sleep</em> กลายเป็นเสมือนบันทึกการต่อสู้ของสตีเฟน คิง ที่เขามีต่ออาการติดเหล้ามาโดยตลอด และน่ายินดีอย่างยิ่งที่ในเวลานี้ เขาประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับตัวละครแดนนี ทอร์เรนซ์ ที่ตั้งหลักใช้ชีวิตต่อไปได้โดยไม่ต้องพึ่งแอลกอฮอล์อีกเลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<div dir="auto">
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
<p>ที่มา:</p>
<p class="content__headline "><a href="https://www.theguardian.com/books/2013/sep/21/stephen-king-shining-sequel-interview"><span class="content__headline--interview-wrapper">Stephen King: on alcoholism and returning to the Shining</span></a></p>
</div>
</div>
<p class="entry-title"><a href="https://detoxtorehab.com/celebrity/stephen-king-alcoholism-drug-addiction-and-fame">Stephen King: Alcoholism, Drug Addiction and Fame</a></p>
<p class="rr-page-header"><a href="https://www.thefix.com/stephen-kings-scariest-monster-addiction">Stephen King&#8217;s Scariest Monster: Addiction</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/stephen-king/">‘แค่ต้องสัมผัสจุดตกต่ำที่สุด’ บทบันทึกการเลิกเหล้าของ สตีเฟน คิง ผ่านงานเขียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2307</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
