<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>เพศสภาพ Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A8%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/เพศสภาพ/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:17:23 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>เพศสภาพ Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/เพศสภาพ/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>ดื่มเหล้าเท่ากับ ‘แมน’ (?) : สำรวจมายาคติที่ทำให้ผู้ชายต้องดื่ม</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/alcohol-masculinity/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=alcohol-masculinity</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 Nov 2019 03:53:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[#ชายเป็นใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[toxic masculinity]]></category>
		<category><![CDATA[สุรากับผู้ชาย]]></category>
		<category><![CDATA[เพศสภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1234</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อกล่าวถึงวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ ภาพที่เราเห็นจนชินตามักเป็นผลกระทบต่อกลุ่มผู้หญิง เช่น การถูกเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ความไม่เท่าเทียมกันด้านโอกาสทางการศึกษาหรือสายอาชีพ รวมถึงการถูกควบคุมความประพฤติ ไม่ให้แตะต้องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเครื่องดื่มดังกล่าวมีไว้สำหรับผู้ชายเท่านั้น ผู้หญิงดื่มแล้วจะดูไม่งาม (อ่านพัฒนาการการต่อสู้ด้านสิทธิสตรีผ่านแก้วเหล้าได้ ที่นี่) แต่อีกด้านหนึ่ง วัฒนธรรมดังกล่าวก็ส่งผลต่อผู้ชายไม่แพ้กัน แม้ไม่ได้มาในรูปแบบการถูกกดขี่ ลิดรอนสิทธิ หรือตำหนิติเตียนความประพฤติ หากปรากฏอยู่ในรูปแบบ ‘ความคาดหวัง’ ให้คุณผู้ชายมีคุณลักษณะตามที่สังคมตีความว่า ‘มาดแมนสมชาย’ อย่างเคร่งครัดไม่ต่างจากกรอบกุลสตรีของผู้หญิง แน่นอนว่าการดื่มสุราก็ถูกนับเป็นการแสดงออกถึงความมาดแมนแบบหนึ่ง นั่นทำให้คุณผู้ชายหลายคนประสบปัญหา ‘ต้องดื่ม’ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะถ้าใครออกตัวว่าไม่ดื่ม หรือดื่มไม่เป็น ก็อาจถูกคนรอบข้างหัวเราะเยาะหยันและมองว่าไม่มีความเป็นลูกผู้ชายเอาเสียเลย แต่ลูกผู้ชายที่แท้จริงจำเป็นต้องดื่มเหล้าเสมอไปหรือ? Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ขอพาคุณไปทบทวนหาคำตอบของคำถามนี้อีกครั้ง ผ่านการเจาะลึกอีกมุมหนึ่งของวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ว่า ความเชื่อดังกล่าวสร้างมายาคติความเป็นชายผ่านแก้วเหล้าอย่างไร ผู้ชายบุคลิกแบบไหนที่มีแนวโน้มดื่มหนัก และการกดดันให้ผู้ชายดื่มสร้างความเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างไร &#160; นิยามของความ ‘แมน’ ที่ส่งผลให้คนดื่ม &#160; วัฒนธรรมชายเป็นใหญ่มีบทบาทอย่างมากในการนิยามลักษณะความเป็นชาย และเนื่องจากชุดความคิดนี้แพร่ขยายไปทั่วโลก บรรทัดฐานความประพฤติของผู้ชายแทบทุกสังคมจึงเหมือนหรือใกล้เคียงกันมากจนเรียกได้ว่าเป็นบรรทัดฐานสากล ในปี 2003 Mahalik J. R และคณะ ระบุรายละเอียดบุคลิกอันพึงประสงค์ของผู้ชายในสังคมปิตาธิปไตยผ่านรายงานเรื่อง “Development of the [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-masculinity/">ดื่มเหล้าเท่ากับ ‘แมน’ (?) : สำรวจมายาคติที่ทำให้ผู้ชายต้องดื่ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อกล่าวถึงวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ ภาพที่เราเห็นจนชินตามักเป็นผลกระทบต่อกลุ่มผู้หญิง เช่น การถูกเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ความไม่เท่าเทียมกันด้านโอกาสทางการศึกษาหรือสายอาชีพ รวมถึงการถูกควบคุมความประพฤติ ไม่ให้แตะต้องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเครื่องดื่มดังกล่าวมีไว้สำหรับผู้ชายเท่านั้น ผู้หญิงดื่มแล้วจะดูไม่งาม (อ่านพัฒนาการการต่อสู้ด้านสิทธิสตรีผ่านแก้วเหล้าได้ <a href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-gender-equality/"><u>ที่นี่</u></a>)</p>
<p>แต่อีกด้านหนึ่ง วัฒนธรรมดังกล่าวก็ส่งผลต่อผู้ชายไม่แพ้กัน แม้ไม่ได้มาในรูปแบบการถูกกดขี่ ลิดรอนสิทธิ หรือตำหนิติเตียนความประพฤติ หากปรากฏอยู่ในรูปแบบ ‘ความคาดหวัง’ ให้คุณผู้ชายมีคุณลักษณะตามที่สังคมตีความว่า ‘มาดแมนสมชาย’ อย่างเคร่งครัดไม่ต่างจากกรอบกุลสตรีของผู้หญิง</p>
<p>แน่นอนว่าการดื่มสุราก็ถูกนับเป็นการแสดงออกถึงความมาดแมนแบบหนึ่ง นั่นทำให้คุณผู้ชายหลายคนประสบปัญหา ‘ต้องดื่ม’ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะถ้าใครออกตัวว่าไม่ดื่ม หรือดื่มไม่เป็น ก็อาจถูกคนรอบข้างหัวเราะเยาะหยันและมองว่าไม่มีความเป็นลูกผู้ชายเอาเสียเลย</p>
<p>แต่ลูกผู้ชายที่แท้จริงจำเป็นต้องดื่มเหล้าเสมอไปหรือ? Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ขอพาคุณไปทบทวนหาคำตอบของคำถามนี้อีกครั้ง ผ่านการเจาะลึกอีกมุมหนึ่งของวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ว่า ความเชื่อดังกล่าวสร้างมายาคติความเป็นชายผ่านแก้วเหล้าอย่างไร ผู้ชายบุคลิกแบบไหนที่มีแนวโน้มดื่มหนัก และการกดดันให้ผู้ชายดื่มสร้างความเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>นิยามของความ </strong><strong>‘แมน’ ที่ส่งผลให้คนดื่ม</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>วัฒนธรรมชายเป็นใหญ่มีบทบาทอย่างมากในการนิยามลักษณะความเป็นชาย และเนื่องจากชุดความคิดนี้แพร่ขยายไปทั่วโลก บรรทัดฐานความประพฤติของผู้ชายแทบทุกสังคมจึงเหมือนหรือใกล้เคียงกันมากจนเรียกได้ว่าเป็นบรรทัดฐานสากล</p>
<p>ในปี 2003 Mahalik J. R และคณะ ระบุรายละเอียดบุคลิกอันพึงประสงค์ของผู้ชายในสังคมปิตาธิปไตยผ่านรายงานเรื่อง “Development of the Conformity to Masculine Norms Inventory” ว่าผู้ชายต้อง ‘นำเสนอตนเองว่าเป็นรักต่างเพศ’ (heterosexual presentation) ไม่แสดงแนวโน้มเป็นเกย์หรือคนรักเพศเดียวกัน นำมาสู่บุคลิก ‘เจ้าชู้’ (playboy) มีคู่นอนหลายคน รักสนุกแต่ไม่คิดผูกพัน ต้องเป็นฝ่าย ‘ควบคุมผู้หญิง’ (power over women) มีอำนาจเหนือกว่าแทบทุกด้าน และมีสิทธิ์ในการ ‘ใช้ความรุนแรง’ (violence) เพื่อแสดงออกถึงอำนาจตามธรรมชาติของร่างกายที่เหนือกว่าผู้หญิงหรือกระทั่งผู้ชายด้วยกัน</p>
<p>อีกด้านหนึ่ง ผู้ชายต้องพยายาม ‘ยกระดับตัวเอง’ ให้มีหน้ามีตาในสังคม (pursuit of status) ‘ให้ความสำคัญกับการทำงาน’ (primacy of work) ‘รักการแข่งขัน ชอบเอาชนะ’ (winning) ‘มีความสามารถในการควบคุมอารมณ์’ (emotional control) ‘พึ่งพาตนเอง’ ไม่ร้องขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น (self-reliance) ‘มีความเป็นผู้นำ’ (dominance) สุดท้าย ผู้ชายต้องมีความ ‘กล้าได้กล้าเสีย รักความท้าทาย’ (risk taking) จึงจะนับได้ว่าเป็นลูกผู้ชายที่แท้จริง</p>
<p>บุคลิกภาพตามบรรทัดฐานความเป็นชายเหล่านี้มีส่วนสนับสนุนให้เกิดพฤติกรรมการดื่มสุรา อ้างอิงจากงานวิจัยในปี 2014 เรื่อง “College men and alcohol use: Positive alcohol expectancies as a mediator between distinct masculine norms and alcohol use” โดย Derek Kenji Iwamoto และคณะ ระบุว่าบุคลิกภาพแบบชอบเอาชนะ (winning) กล้าได้กล้าเสีย (risk taking) ใช้ความรุนแรง (violence) มีอำนาจเหนือผู้หญิง (power over women) และเจ้าชู้ (playboy) ก่อให้เกิดการดื่มสุราในกลุ่มนักดื่มชายอย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p>สอดคล้องกับงานวิจัยในปีเดียวกันเรื่อง “Linking Masculinity to Negative Drinking Consequences: The Mediating Roles of Heavy Episodic Drinking and Alcohol Expectancies” โดย Samantha Wells และคณะ ซึ่งเผยว่านอกจากบุคลิกข้างต้นแล้ว กระทั่งความพยายามนำเสนอตัวเองว่า ‘แมนแท้’  (heterosexual presentation) ก็ส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมดื่มหนัก และปัญหาอื่นๆ ตามมาพร้อมการดื่ม เช่น เมาแล้วขับ มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ใช้ความรุนแรง ทะเลาะวิวาท เป็นต้น</p>
<p>แม้กระทั่งบุคลิกที่ดูเหมือนจะเป็นข้อดีอย่างสามารถควบคุมอารมณ์ตนเอง (emotional control) หรือการพึ่งพาตนเอง (self-reliance) ยังทำให้ผู้ชายมีแนวโน้มดื่มเพิ่มขึ้นเช่นกัน ขณะที่บุคลิกให้ความสำคัญกับงาน (Primacy of work) กลายเป็นบุคลิกเพียงด้านเดียวที่ได้รับการพิสูจน์ว่าทำให้ผู้ชายดื่มเหล้าน้อยลง</p>
<p>นอกจากนี้ ผลการศึกษาของ McCreary D. R. เรื่อง “The male role, alcohol use, and alcohol problems: A structural modeling examination in adult women and men” ตั้งแต่ปี 1999 ยังสะท้อนภาพความเชื่อมโยงระหว่างวัฒนธรรมและพฤติกรรมดื่มสุราว่า ยิ่งสังคมมีการส่งเสริมขนบความเป็นชายมากขึ้น ยิ่งสามารถคาดเดาได้ว่าจำนวนปริมาณการดื่มของคน ความถี่ในการดื่ม และจำนวนผู้เจ็บป่วยจากการดื่มจะเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งถ้าตัวผู้ดื่มเองยึดมั่นในขนบความเป็นชายอย่างเคร่งครัด ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสทำพฤติกรรมเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ บาดเจ็บ และเสียชีวิตมากขึ้นอีกด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>เหตุผลที่ความ </strong><strong>‘แมน’ ส่งเสริมให้คนดื่ม</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>นักวิจัยจากหลายสำนักพยายามไขปริศนาความสัมพันธ์ระหว่าง ‘บุคลิกแมนๆ’ แต่ละด้านและพฤติกรรมการดื่มสุราว่าส่งเสริมซึ่งกันและกันอย่างไร</p>
<p>ปี 2015 Richard O. de Visser และ Jonathan A. Smith ทำงานวิจัยเรื่อง “Alcohol consumption and masculine identity among young men” ด้วยการสัมภาษณ์นักดื่มชายนายหนึ่งเกี่ยวกับเหตุผลของการดื่มสุรา และเขาตอบว่า “ดื่มเพื่อแสดงให้ผู้อื่นเห็นว่าเรามีดีกว่าพวกเขา ถ้าเราดื่มได้มากกว่าใคร ก็ยิ่งหมายความว่าเราเหนือกว่า” ขณะที่ผู้ให้สัมภาษณ์อีกคนย้ำว่านอกจากผู้ชายต้องดื่มให้เป็น ยังต้องดื่มได้โดยไม่เมาเป็นเวลานาน หรือที่เรียกกันว่า ‘คอแข็ง’ อีกด้วย</p>
<p>เมื่อผู้ชายถูกปลูกฝังให้รักการแข่งขัน ชอบเอาชนะ และต้องเป็นผู้นำถึงจะสมชาย วงน้ำเมาจึงกลายเป็นหนึ่งในเวทีชิงดีชิงเด่น การดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากถูกมองเป็นวิธีพิสูจน์ความเหนือกว่า แกร่งกว่า แมนกว่า และคนที่คอแข็งที่สุดมักได้รับเสียงชื่นชม ยกย่องให้เป็นผู้นำของกลุ่ม ตอบสนองต่อบุคลิกชอบเอาชนะ (winning) และต้องเป็นผู้นำ (dominance) ได้เป็นอย่างดี</p>
<p>ตรงกันข้าม หากชายใดคออ่อน ดื่มแก้วสองแก้วแล้วเมาล้มพับ ก็อาจถูกตราหน้าว่าอ่อนแอเหมือนผู้หญิง ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเชื่อที่ว่าผู้ชายควรแสดงออกให้แตกต่างจากหญิงอย่างชัดเจน (heterosexual presentation) ทำให้สุดท้ายแล้วผู้ชายต้องดื่มหนักขึ้น หนักขึ้นเพื่อฝึกฝนตัวเองให้คอแข็งยิ่งกว่าเดิม</p>
<p>อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เมื่อกลายเป็นผู้ชายแมนๆ คือการเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์มัดใจสาว บุคลิกเจ้าชู้เพลย์บอยจึงเป็นบุคลิกอันดับต้นๆ ที่ส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมดื่มหนักเมื่อเทียบกับด้านอื่นๆ เพราะแม้ว่าการมีคู่นอนหลายคนจะยิ่งดูเท่ ดูดี การันตีเสน่ห์ความเป็นชาย แต่หลายคนก็ต้องการตัวช่วยอย่างเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากระตุ้นความกล้าในการเข้าหาเพศตรงข้าม ตามที่ปรากฏในงานวิจัยเรื่อง “The perilous world where boys become men” ของ Kimmel M. ว่าวัยรุ่นชายต่างดื่มแอลกอฮอล์กันหนักขึ้นเนื่องจากเชื่อว่าแอลกอฮอล์เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้พวกเขา ‘ไปต่อ’ กับสาวๆ ได้ง่าย</p>
<p>แต่สำหรับชายหนุ่มบางกลุ่มกลับมองว่าสุราเป็นเครื่องมือที่ทำให้พวกเขากล้าปลดปล่อยความทุกข์ อันเป็นผลจากการที่สังคมคาดหวังให้ผู้ชายมีบุคลิกหนักแน่น สามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้ สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างสุขุม พวกเขาจึงไม่สามารถแสดงออกความเศร้า เหงา กลัว หรือคับข้องใจ เว้นเสียแต่จะทำให้ตนเอง ‘เมา’ ถึงกล้าแสดงอารมณ์อ่อนไหวและระบายความรู้สึกออกมา บางครั้งเมื่อผนวกกับความเชื่อว่าผู้ชายควรพึ่งพาตัวเองเท่านั้น (self-reliance) ทำให้ผู้ชายไม่ร้องขอความช่วยเหลือหรือปรึกษาคนอื่นๆ แต่เลือกดื่มเพื่อคลายทุกข์เป็นอันดับแรก และกล้าดื่มหนัก เพราะเชื่อว่าตนสามารถจัดการปัญหาต่างๆ ที่ตามมาจากการดื่มได้</p>
<p>ในทางกลับกัน สาเหตุที่ชายผู้มีบุคลิกให้ความสำคัญกับงาน (primacy of work) มีแนวโน้มดื่มสุราน้อยกว่าบุคลิกด้านอื่น เพราะพวกเขาคิดว่าถ้าดื่มจนเมา ย่อมส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานหรือการเรียนในวันต่อๆ ไป จึงลด ละ เลือกจะไม่ดื่ม</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>วัฒนธรรมและโฆษณาที่สนับสนุนวัยรุ่นชายให้ดื่ม</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้วยความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นระหว่างบุคลิกความเป็นชายและพฤติกรรมดื่มสุรานี้เองที่ทำให้นานวันเข้า การบริโภคแอลกอฮอล์กลายเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของการเป็นลูกผู้ชายเต็มตัว และผู้ได้รับผลกระทบจากการปลูกฝังวัฒนธรรมเหล่านี้มากที่สุดคงไม่แคล้วเป็นกลุ่มหนุ่มวัยรุ่นซึ่งอยู่บนรอยต่อระหว่างสถานะ ‘เด็ก’ และ ‘ผู้ใหญ่’</p>
<p>งานวิจัยเรื่อง “College alcohol use and the embodiment of hegemonic masculinity among European American men” ของ Peralta R. L. ปี 2007 เผยว่านักศึกษามหาวิทยาลัยชายและหญิงส่วนใหญ่ต่างเข้าใจว่าการดื่มสุราเป็นพฤติกรรมปกติของผู้ชาย อีกทั้งฝั่งนักศึกษาชายยังเชื่อว่าการได้เมามายร่วมกับผองเพื่อนถือเป็นการสร้างมิตรภาพตามแบบฉบับชายแท้ และภูมิใจที่ได้แสดงให้คนอื่นเห็นว่าตนดื่มเหล้าเก่ง ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ผลการวิจัยของ Derek Kenji Iwamoto และคณะในปี 2011 เรื่อง ““Man-ing” up and Getting Drunk: The Role of Masculine Norms, Alcohol Intoxication and Alcohol-Related Problems among College Men” จะชี้ให้เห็นว่าถ้าผู้ชายยึดมั่นในมิตรภาพ (fraternity) สูงหรือมีทัศนคติที่ดีต่อการดื่มยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการดื่มจนเมา และปัญหาอื่นๆ ที่จะตามมาหลังบริโภคแอลกอฮอล์</p>
<p>ความเชื่อและทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับเรื่องเหล้าของเยาวชนไม่เพียงแต่เกิดจากการสังเกตผู้ใหญ่ใกล้ตัว ส่วนหนึ่งยังรับรู้ผ่านสื่อโฆษณาที่แสดงถึงความเท่ของการดื่ม ไลฟ์สไตล์สนุกสุดเหวี่ยง หรือตลกขบขันโดนใจวัยรุ่น ทั้งยังใช้กลยุทธ์นำเสนอภาพความเป็นชายควบคู่ไปกับการดื่มเหล้า โดยงานวิจัยของ Messner และ Montez de Oca ในปี 2005 พบว่าโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ส่วนใหญ่มักนำเสนอเรื่องราวของผู้ชายในแง่คนขี้แพ้ (Loser) และผองเพื่อน (Buddies) มากที่สุด</p>
<p>เหตุผลที่ภาพลักษณ์ความขี้แพ้ (Loser) ได้รับความนิยมในโฆษณาเพราะต้องการแสดงให้เห็นว่าผู้ชายได้พยายามอย่างเต็มที่ในการแข่งขันหรือไขว่คว้าโอกาสต่างๆ แล้ว แต่ถ้าผลลัพธ์นั้นน่าผิดหวัง อกหักช้ำรัก หรือท้อแท้ใจ ก็ยังสามารถใช้สุราปลดปล่อยความทุกข์ ด้านการนำเสนอเรื่องราวระหว่างผองเพื่อน (Buddies) ในโฆษณานั้นเป็นการหยิบยกความเชื่อเรื่องมิตรภาพของผู้ชายในวงน้ำเมาไปใช้ สร้างภาพจำเกี่ยวกับบางกิจกรรมของผู้ชายว่าต้องมีเหล้าเบียร์มาเพิ่มความสนุกสนาน เช่น งานสังสรรค์ดูบอล งานแข่งกีฬา หรืองานแสดงดนตรี เป็นต้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>ผลลัพธ์ที่ผู้ชาย (อาจ) ต้องเจอจากการดื่ม</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>การปลูกฝังวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่พร้อมกับการดื่มสุราอาจก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา ทั้งปัญหาความรุนแรงเพราะผู้ชายเชื่อว่าตนแข็งแกร่ง ต้องการแสดงอำนาจ ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้ความยับยั้งชั่งใจน้อยลงจนเกิดการทะเลาะวิวาท ใช้ความรุนแรงกับคนในครอบครัว และปัญหาสุขภาพของตัวผู้ดื่มเอง</p>
<p>การดื่มเหล้ามากเกินไปทำให้ผู้ชายเสี่ยงต่อการเป็นโรคตับ โรคหัวใจ โรคกระดูก มะเร็ง เบาหวาน ภาวะซึมเศร้า ที่สำคัญยังส่งผลต่อระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (testosterone) หรือฮอร์โมนเพศชาย ทำให้สมรรถทางเพศเสื่อมลง การสร้างอสุจิลดน้อยลงและเติบโตได้ไม่สมบูรณ์ เคลื่อนที่ไปยังไข่ได้น้อย รวมถึงทำให้หน้าอกดูใหญ่ขึ้น ผมร่วง และเกิดโรคผิวหนังได้</p>
<p>จะเห็นได้ว่ามิติทางวัฒนธรรมเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผู้ชายยากจะปฏิเสธการดื่มเหล้า และทางออกของปัญหานี้ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกคนในสังคม ช่วยกันเปลี่ยนความคิดที่ว่าลูกผู้ชายตัวจริงต้องดื่มสุรา รวมถึงหันกลับมาดูแลคนใกล้ชิด ไม่ให้เผลอดื่มมากไปเพราะความเชื่อผิดๆ เหล่านี้อีก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา:</p>
<p>-Samantha Wells, Andrea Flynn, Paul F. Tremblay, Tara Dumas, Peter Miller and Kathryn Graham. Linking Masculinity to Negative Drinking Consequences: The Mediating Roles of Heavy Episodic Drinking and Alcohol Expectancies.  Available at <a href="https://pdfs.semanticscholar.org/3153/042ca2a901a5bc78b6e52aa28ad832c57184.pdf?_ga=2.244657222.2108357313.1568603730-1134059579.1568603730&amp;fbclid=IwAR19LBJtml0tU23r52xFuqlR1nnxaUiS9WfWNDvR5SSX3h4VoVu07KmKVm4">https://pdfs.semanticscholar.org/3153/042ca2a901a5bc78b6e52aa28ad832c57184.pdf?_ga=2.244657222.2108357313.1568603730-1134059579.1568603730&amp;fbclid=IwAR19LBJtml0tU23r52xFuqlR1nnxaUiS9WfWNDvR5SSX3h4VoVu07KmKVm4</a></p>
<p>-Derek Kenji Iwamoto, Alice Cheng, Christina S. Lee, Stephanie Takamatsu and Derrick Gordon.  2011.   “Man-ing” up and Getting Drunk: The Role of Masculine Norms, Alcohol Intoxication and Alcohol-Related Problems among College Men.  Available at <a href="https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3118921/?fbclid=IwAR211-vYvrQYeIfQGJ6TbeMsSvkxF1a3w5agb_S-eLInAQKwxwSTqg6OA7U">https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3118921/?fbclid=IwAR211-vYvrQYeIfQGJ6TbeMsSvkxF1a3w5agb_S-eLInAQKwxwSTqg6OA7U</a></p>
<p>-Beachway Therapy Center. Alcoholism and Toxic Masculinity: Why Men Are Driven To Drink.  Available at <a href="https://www.beachway.com/toxic-masculinity-and-alcoholism/?fbclid=IwAR0__Ld-NaFxEvo6oCya1vipvkfaA_Pu6rnSEXZEQkXvSgz1o_xLU4i6c5M">https://www.beachway.com/toxic-masculinity-and-alcoholism/?fbclid=IwAR0__Ld-NaFxEvo6oCya1vipvkfaA_Pu6rnSEXZEQkXvSgz1o_xLU4i6c5M</a></p>
<p>-Richard O. de Visser and Jonathan A. Smith.  2015.  Alcohol consumption and masculine identity among young men.  Available at file:///C:/Users/New/Downloads/devisser2007.pdf</p>
<p>&#8211; Gregory Hall and Robert Kappe.  2018.  Gender, Alcohol, and the Media: The Portrayal of Men and Women in Alcohol Commercials.  Available at <a href="https://www.researchgate.net/publication/326822796_Gender_Alcohol_and_the_Media_The_Portrayal_of_Men_and_Women_in_Alcohol_Commercials">https://www.researchgate.net/publication/326822796_Gender_Alcohol_and_the_Media_The_Portrayal_of_Men_and_Women_in_Alcohol_Commercials</a></p>
<p>-drinkaware.  Alcohol and men.  Available at <a href="https://www.drinkaware.co.uk/alcohol-facts/health-effects-of-alcohol/alcohol-and-gender/alcohol-and-men/">https://www.drinkaware.co.uk/alcohol-facts/health-effects-of-alcohol/alcohol-and-gender/alcohol-and-men/</a></p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-masculinity/">ดื่มเหล้าเท่ากับ ‘แมน’ (?) : สำรวจมายาคติที่ทำให้ผู้ชายต้องดื่ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1234</post-id>	</item>
		<item>
		<title>มองเพศสภาพผ่านขวดเหล้า: เมื่อจำนวนผู้หญิง ‘เมาแล้วขับ’ เพิ่มขึ้น</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/increasing-female-drink-driving/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=increasing-female-drink-driving</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Sep 2019 04:52:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[#สุรากับผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มเหล้าของผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้หญิงเมาแล้วขับ]]></category>
		<category><![CDATA[เพศสภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1138</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถูกมองว่าเป็นเครื่องดื่มสำหรับผู้ชาย ที่สามารถดื่มและนั่งสังสรรค์กับเพื่อนฝูงได้อย่างเสรี ขณะที่ผู้หญิงคล้ายจะถูกลบเลือนและลิดรอนสิทธิในการดื่ม ด้วยถูกวัฒนธรรมและกรอบความคาดหวังของสังคมกดทับเอาไว้ แต่เมื่อโลกเริ่มก้าวไปข้างหน้า ผลักให้ความเท่าเทียมทางเพศกลายมาเป็นประเด็นสำคัญที่คนตระหนักถึง กรอบที่เคยครอบผู้หญิงออกจากการดื่มแอลกอฮอล์เริ่มเลือนรางลง ผู้หญิงหันมาดื่มมากขึ้น และกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลายแบรนด์เริ่มผลิตเครื่องดื่มเพื่อตอบโจทย์ผู้หญิง โดยเพิ่มรสชาติให้มีความหวานมากขึ้น และมีแคลอรี่ลดลง ถ้าจะกล่าวว่า ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กำลังมุ่งหน้าเข้าหาผู้หญิงมากขึ้น ก็คงไม่ผิดนัก อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่ความเท่าเทียมในการดื่มที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่สถิติของผู้หญิงที่ ‘เมาแล้วขับ’ ก็เพิ่มขึ้นด้วย โดยการศึกษาของ Social Research Associates พบว่า ในสหราชอาณาจักร แม้ผู้ชายจะยังเป็นกลุ่มใหญ่ที่เมาแล้วขับ แต่ในปี 2012 จำนวนผู้หญิงที่เมาแล้วขับเพิ่มขึ้นจาก 9% เป็น 17% และยังพบอีกว่า ในผู้หญิง 6 คน มี 1 คนที่ยอมรับว่าตัวเองเคยเมาแล้วขับในปีที่ผ่านมา ตัวเลขดังกล่าวยังสอดคล้องกับสถิติของประเทศไทย โดยนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์สถิติการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางจราจรในช่วงสงกรานต์ ปี 2562 พบว่า มีรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นผู้หญิงที่ดื่มแล้วขับเพิ่มมากขึ้น Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า จึงขอชวนคุณไปร่วมหาสาเหตุการเพิ่มขึ้นของผู้หญิงที่เมาแล้วขับ &#8211; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/increasing-female-drink-driving/">มองเพศสภาพผ่านขวดเหล้า: เมื่อจำนวนผู้หญิง ‘เมาแล้วขับ’ เพิ่มขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถูกมองว่าเป็นเครื่องดื่มสำหรับผู้ชาย ที่สามารถดื่มและนั่งสังสรรค์กับเพื่อนฝูงได้อย่างเสรี ขณะที่ผู้หญิงคล้ายจะถูกลบเลือนและลิดรอนสิทธิในการดื่ม ด้วยถูกวัฒนธรรมและกรอบความคาดหวังของสังคมกดทับเอาไว้</p>
<p>แต่เมื่อโลกเริ่มก้าวไปข้างหน้า ผลักให้ความเท่าเทียมทางเพศกลายมาเป็นประเด็นสำคัญที่คนตระหนักถึง กรอบที่เคยครอบผู้หญิงออกจากการดื่มแอลกอฮอล์เริ่มเลือนรางลง ผู้หญิงหันมาดื่มมากขึ้น และกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลายแบรนด์เริ่มผลิตเครื่องดื่มเพื่อตอบโจทย์ผู้หญิง โดยเพิ่มรสชาติให้มีความหวานมากขึ้น และมีแคลอรี่ลดลง ถ้าจะกล่าวว่า ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กำลังมุ่งหน้าเข้าหาผู้หญิงมากขึ้น ก็คงไม่ผิดนัก</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่ความเท่าเทียมในการดื่มที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่สถิติของผู้หญิงที่ ‘เมาแล้วขับ’ ก็เพิ่มขึ้นด้วย โดยการศึกษาของ Social Research Associates พบว่า ในสหราชอาณาจักร แม้ผู้ชายจะยังเป็นกลุ่มใหญ่ที่เมาแล้วขับ แต่ในปี 2012 จำนวนผู้หญิงที่เมาแล้วขับเพิ่มขึ้นจาก 9% เป็น 17% และยังพบอีกว่า ในผู้หญิง 6 คน มี 1 คนที่ยอมรับว่าตัวเองเคยเมาแล้วขับในปีที่ผ่านมา</p>
<p>ตัวเลขดังกล่าวยังสอดคล้องกับสถิติของประเทศไทย โดยนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์สถิติการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางจราจรในช่วงสงกรานต์ ปี 2562 พบว่า มีรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นผู้หญิงที่ดื่มแล้วขับเพิ่มมากขึ้น</p>
<p>Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า จึงขอชวนคุณไปร่วมหาสาเหตุการเพิ่มขึ้นของผู้หญิงที่เมาแล้วขับ &#8211; เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร และเราจะมีวิธีป้องกันอะไรได้บ้าง</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>แค่แก้วเดียวเอง ไม่เมาหรอกน่ะ</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>Lauren Booker ที่ปรึกษาด้านแอลกอฮอล์ในสหราชอาณาจักร ผู้มีหน้าที่จัดคอร์สบำบัดฟื้นฟูให้กับผู้กระทำผิดเมาแล้วขับ บอกว่า อายุผู้หญิงที่ต้องเข้าคอร์สบำบัดของเธอมีตั้งแต่ 17 ไปจนถึง 78 ปี และมาจากทุกชนชั้นทางสังคม บางคนมีปัญหาเรื้อรังเรื่องแอลกอฮอล์ ยิ่งไปกว่านั้น บางคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ตนเองขับรถขณะมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกำหนด</p>
<p>มีหลายเหตุผลที่ทำให้จำนวนผู้หญิงเมาแล้วขับเพิ่มขึ้น แต่ Booker เชื่อว่า หนึ่งในเหตุผลนั้นมาจากความสับสนเกี่ยวกับความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ (alcohol concentrations) และขีดจำกัดของแอลกอฮอล์</p>
<p>“ผู้หญิงส่วนมากชอบดื่มไวน์ และคิดว่า ‘แค่แก้วเดียวเอง ไม่เมาหรอกน่ะ’ แต่ไวน์ที่ดื่มกันตามผับส่วนใหญ่จะมีปริมาณ 175 มิลลิลิตร หรือ 250 มิลลิลิตร ทั้งๆ ที่ควรจะดื่มแค่ 125 มิลลิลิตรเท่านั้น แถมการเข้าสังคม หรือเทรนด์ที่ว่าต้องดื่มเครื่องดื่มแก้วใหญ่ๆ ก็ยิ่งทำให้คนต้องดื่มในปริมาณที่เพิ่มขึ้นๆ ด้วย” Booker กล่าว</p>
<p>ความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ยังทำให้การคำนวณหน่วยการดื่มมาตรฐานซับซ้อนยิ่งขึ้น โดย Booker อธิบายว่า “ไวน์ที่มีปริมาณ 125 มิลลิกรัม คือไวน์หวาน (sweet wines) เช่น German Riesling ที่ไม่ได้รับความนิยมสักเท่าไหร่ ส่วนไวน์ที่พวกเรานิยมดื่มกันทุกวัน เช่น Chardonnay และ Shiraz มีความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ที่สูงกว่านั้น คือราว 13-14% ซึ่งหมายความว่า ไวน์ทั้งสองยี่ห้อนี้ในปริมาณ 125 มิลลิลิตรจะถูกนับเป็น 1.5 หน่วย”</p>
<p><strong> </strong></p>
<blockquote><p>การคำนวณการดื่มมาตรฐานเป็นวิธีการที่ช่วยคำนวณปริมาณแอลกอฮอล์ในการดื่มแต่ละครั้ง  (unit) เพื่อให้สามารถควบคุมปริมาณการดื่ม และไม่ให้ส่งผลกระทบกับผู้ดื่มมากเท่าที่ควร หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงการดื่มได้ ผู้ชายควรดื่มไม่เกิน 3-4 หน่วย/วัน และผู้หญิงควรดื่มไม่เกิน 2-3 หน่วย/วัน</p></blockquote>
<p><strong> </strong></p>
<p>อีกสาเหตุหนึ่งที่น่าสนใจคือ ปัจจัยทางชีวภาพ โดย Andrew Misell ผู้อำนวยการ Alcohol Change ในสหราชอาณาจักรและเวลส์อธิบายว่า โดยเฉลี่ยแล้ว การเผาผลาญแอลกอฮอล์ของผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะมีประสิทธิภาพน้อยกว่าผู้ชาย เพราะว่าผู้หญิงมีอัตราส่วนน้ำต่อไขมันในร่างกายต่ำกว่า ทำให้เกิดกระบวนการเผาผลาญแอลกอฮอล์ได้ยากกว่า ซึ่งจะทำให้ผู้หญิงเมาง่ายกว่าผู้ชาย</p>
<p>Misell สรุปว่า การที่เราพยายามจะคำนวณหน่วยการดื่มและเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์ เพื่อที่จะหาว่า ดื่มเท่าไหร่จึงจะปลอดภัย เป็นการคำนวณที่ไม่มีทางได้คำตอบที่ถูกต้อง ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือ ถ้าจะดื่มแอลกอฮอล์ก็อย่าขับรถ อย่ามีความคิดประมาณว่า <strong>‘</strong>ไปแค่หัวมุมข้างหน้านี้เอง<strong>’ </strong>เพราะดื่มไปแค่แก้วสองแก้วก็อาจจะทำให้ผู้หญิงเมามากกว่าที่คิดแล้ว</p>
<p>สิ่งที่ Booker และ Misell อธิบายยังสอดคล้องกับข้อค้นพบในงานวิจัย<a href="http://www.reesjeffreys.co.uk/wp-content/uploads/2010/10/Drinking-among-British-Women-Social-Research-Associates.pdf"> ‘Drinking among British and its impact on their pedestrian and driving activities’</a> (โดย Social Research Associates) อีกด้วย นอกจากนี้ งานวิจัยดังกล่าวยังได้สัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้หญิง ซึ่งได้แสดงทัศนะบางส่วนที่น่าสนใจว่า เมื่อวัฒนธรรมเปิดกว้างมากขึ้น จำนวนผู้หญิงที่เริ่มดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็เพิ่มขึ้นจากเมื่อก่อน ทำให้จำนวนผู้หญิงที่เมาแล้วขับเพิ่มขึ้นตามไปด้วย</p>
<p><strong> </strong></p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>เมื่อแอลกอฮอล์รบกวนการขับรถ</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ลองคิดดูว่า คุณเป็นแม่บ้านคนหนึ่งที่เพิ่งเสร็จจากการดื่มเบียร์สังสรรค์กับเพื่อนสาวในยามบ่าย และตัดสินใจจะขับรถกลับบ้านที่อยู่ตรงหัวมุมข้างหน้านี้ เพราะคิดว่า ดื่มไปแค่แก้วสองแก้วเอง ไม่เมาหรอก ไม่เป็นไรหรอก</p>
<p>ชีวิตมักมอบทางเลือกให้เราเสมอ ถ้าโชคดี คุณอาจจะได้กลับบ้านโดยมีของแถมเป็นอาการมึนเมา แต่ถ้าโชคร้าย คุณอาจจะถูกตำรวจเรียกตรวจ เป่าเครื่องทดสอบเพื่อจะพบว่าปริมาณแอลกอฮอล์ของตัวเองเกินกำหนด หรือถ้าโชคร้ายกว่านั้น คุณอาจจะประสบอุบัติเหตุระหว่างทางได้</p>
<p>เมื่อคุณดื่ม แอลกอฮอล์จะยืดระยะเวลาที่สมองจะรับรู้ภาพจากตา กระบวนการรับรู้ข้อมูลจะพร่อง และการส่งสัญญาณจากสมองไปยังกล้ามเนื้อจะใช้เวลานานขึ้น ทั้งหมดนี้ทำให้ปฏิกิริยาของคุณช้าลง นอกจากนี้ การดื่มยังทำให้คุณเกิดภาพซ้อนหรือมองเห็นทางข้างหน้าได้ไม่ชัดเจน หรืออาจจะทำให้คุณมั่นใจขึ้น และมีแนวโน้มจะทำอะไรเสี่ยงมากขึ้น จึงไม่มีคำว่า <strong>‘</strong>ใกล้นิดเดียว<strong>’ </strong>หรือ <strong>‘</strong>แค่แก้วเดียว<strong>’ </strong>สำหรับการดื่มแล้วขับ</p>
<p>เพราะแค่เสี้ยววินาที ทุกอย่างก็อาจจะสายเกินไป&#8230;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong> </strong></p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>เมื่อผู้หญิงและผู้ชายดื่มแอลกอฮอล์</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>แน่นอนว่า การสร้างความตระหนักถึงเรื่อง ‘เมาไม่ขับ’ เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก และไม่ว่าเพศใดก็ไม่ควรขับขณะที่เมาทั้งนั้น แต่ในกรณีของผู้หญิง มีปัจจัยบางอย่างที่ทำให้การสร้างความตระหนักและการป้องกันเรื่องเมาไม่ขับเกิดขึ้นไม่ง่ายนัก</p>
<p>ข้อแรกคือ สไตล์การขับรถที่แตกต่างกันของผู้หญิงกับผู้ชาย เมื่ออยู่ภายใต้ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ โดย Booker อธิบายว่า คนจำนวนมากมักจะมองว่า เมื่อผู้ชายเมาแล้วขับ พวกเขาจะขับเร็วกว่า และมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกว่า แต่ผู้หญิงจะขับช้ากว่าและระมัดระวังมากกว่า ทำให้พฤติกรรมของผู้ชายที่เมาแล้วขับดึงดูดสายตาของตำรวจและโดนเรียกตรวจ ขณะที่ผู้หญิงก็อาจจะรอดตัวไป</p>
<p>อีกปัญหาหนึ่งคือ สื่อ ที่มักจะฉายภาพผู้ชายที่เมาแล้วขับมากกว่าผู้หญิง เช่น ใน<a href="https://www.youtube.com/watch?v=kndStP86PTY">ภาพยนตร์สั้นสาธารณะที่ทำขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีของแคมเปญต่อต้านการเมาแล้วขับ</a> ซึ่งเป็นเรื่องของผู้ชายที่ดื่มแอลกอฮอล์จนเมา แต่ก็ยังฝืนขับรถจนนำมาซึ่งอุบัติเหตุบนท้องถนน ขณะที่ผู้หญิงรับบทบาทเป็นเหยื่อจากอุบัติเหตุ เป็นเด็กหญิงที่กำลังร้องไห้ และเป็นภรรยาที่กำลังเศร้าโศก ซึ่งนี่สอดคล้องกับความเห็นของ Kris Beuret ผู้อำนวยการของ Social Research Association และผู้ร่วมวิจัยที่มองว่า สาระสำคัญ [เรื่องเมาไม่ขับ] ไม่ได้ถูกสื่อสารไปถึงผู้หญิงเท่าที่ควร เพราะแคมเปญต่อต้านการเมาแล้วขับยังถูกภาพลักษณ์ของผู้ชายครอบงำอยู่</p>
<p>ดังนั้น หนึ่งในวิธีที่อาจจะช่วยลดอัตราการเมาแล้วขับของผู้หญิงได้ คือการปล่อยสื่อที่มุ่งสื่อสารไปยังผู้หญิงโดยตรง เช่น หนังสั้นของ The South Wales Fire and Rescue service ‘Should have crashed at yours?’ เกี่ยวกับผู้หญิงสองคนที่กำลังดื่มไวน์และสนทนากันอยู่ในบาร์ หนังแสดงให้เราเห็นตอนจบสองแบบ แบบแรกเป็นแบบที่ผู้หญิงฝืนขับรถทั้งที่เมาและประสบอุบัติเหตุ และแบบที่สองเป็นแบบที่เธอตัดสินใจนอนพักที่บ้านเพื่อนก่อน และทุกอย่างก็จบลงด้วยดี</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="jetpack-video-wrapper"><iframe class="youtube-player" width="640" height="360" src="https://www.youtube.com/embed/HE-fBdbW15s?version=3&#038;rel=1&#038;showsearch=0&#038;showinfo=1&#038;iv_load_policy=1&#038;fs=1&#038;hl=en-US&#038;autohide=2&#038;wmode=transparent" allowfullscreen="true" style="border:0;" sandbox="allow-scripts allow-same-origin allow-popups allow-presentation"></iframe></div>
<p>&nbsp;</p>
<p>“ทุกวันนี้ เวลาเราพูดถึงเรื่องเมาแล้วขับ ไม่ว่าจะเป็นในแคมเปญเพื่อความปลอดภัยหรือละครทีวี จะเห็นว่าพวกเขาชอบโฟกัสที่ผู้ชายขี้เมาหลังพวงมาลัยเท่านั้น จริงอยู่ที่อัตราการเมาแล้วขับของผู้หญิงอาจจะยังน้อยกว่าผู้ชาย แต่เราก็อาจได้รับผลกระทบจากอัตราที่<em>น้อย</em>นั้นเช่นกัน”</p>
<p>“เพราะฉะนั้น เราอาจจะต้องคิดแคมเปญต่อต้านการเมาแล้วขับ ที่ให้ผู้หญิงรู้สึกเชื่อมโยงกับตัวละครในนั้น และทำให้ผู้หญิงตระหนักได้ว่า อุบัติเหตุและการเสียชีวิตไม่ได้เกิดจากเพศใดเพศหนึ่งโดยเฉพาะ แต่เกิดจากทุกคนที่เมาแล้วยังฝืนนั่งอยู่หลังพวงมาลัย” Booker ปิดท้าย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>เราจะหลีกเลี่ยงการเมาแล้วขับได้อย่างไร</strong><strong>?</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>สิ่งที่คุณควรพึงระลึกไว้เสมอคือ เราดื่มเพื่อปลดปล่อยและผ่อนคลาย แต่เวลาขับรถ เราต้องการความตื่นตัวและการตระหนักถึงเรื่องความปลอดภัย ซึ่งสองสิ่งนี้ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง</p>
<p>เพราะฉะนั้น ถ้าไม่ว่ายังไงๆ คุณจะต้องขับรถเอง วิธีการที่ดีที่สุดคือ ไม่ต้องดื่มแอลกอฮอล์</p>
<p>แต่ถ้าจำเป็นต้องดื่มจริงๆ ลองบันทึกเบอร์ของแท็กซี่หรือรถสาธารณะที่ไว้ใจได้ไว้ในโทรศัพท์ เพื่อที่ว่าคุณจะสามารถเรียกรถได้ทันทีที่ต้องการ หรือหาคนในครอบครัว เพื่อน หรือคนที่ไว้ใจได้มาช่วยขับรถกลับให้ ระลึกไว้เสมอว่า อย่าเริ่มดื่มเด็ดขาดถ้าคุณยังไม่มีคนขับรถให้ หรือยังไม่รู้ว่าจะนอนที่ไหนในคืนนี้</p>
<p>อีกประการหนึ่งที่ผู้คนอาจคิดไม่ถึงคือ การนอนไปตื่นหนึ่งไม่ได้ช่วยให้ปริมาณแอลกอฮอล์ของคุณอยู่ในระดับที่ปลอดภัย ถ้าคุณดื่มในคืนนี้ยันผับปิด เช้าวันต่อมา คุณก็ยังมีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกำหนดอยู่ การนอน อาบน้ำเย็นๆ หรือดื่มกาแฟไม่ได้ช่วยให้คุณสร่างเมา สิ่งเดียวที่คุณทำได้คือ รอให้ปริมาณแอลกอฮอล์หมดไป</p>
<p>อย่างที่เราย้ำเสมอว่า การเลือกที่จะดื่ม แม้จะยังเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ถ้าเลือกแล้ว ผู้ดื่มจะต้องอย่างมีความรับผิดชอบ ไม่ให้ผู้อื่นเดือดร้อน มิเช่นนั้น การอ้างสิทธิส่วนบุคคลก็เป็นการอ้างที่เลื่อนลอย  ทางที่ดีที่สุดคือ หลีกเลี่ยงการดื่มไปเลย เพราะแม้คุณจะคิดว่า คุณขับรถในระยะทาง ‘สั้น’ และ ‘ปลอดภัย’ แล้ว แต่เมื่อแอลกอฮอล์ออกฤทธิ์ ก็ไม่มีระยะทางที่ ‘ปลอดภัย’ อีกต่อไป</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>ที่มา:</p>
<p class="ask__title"><em>ALCOHOL UNITS ดื่มมาตรฐาน – หน่วยอ้างอิงของปริมาณการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</em>. 2562. available at &lt;<a href="https://www.honestdocs.co/alcohol-units">https://www.honestdocs.co/alcohol-units</a>&gt;.</p>
<p><em>พบผู้หญิงดื่มแล้วขับเพิ่มมากขึ้น</em>. 2562. available at &lt;<a href="https://www.thaipost.net/main/detail/36026">https://www.thaipost.net/main/detail/36026</a>&gt;.</p>
<p class="entry-title instapaper_title"><em>How alcohol companies are using International Women’s Day to sell more drinks to women</em>. 2019. available at &lt;<a href="https://theconversation.com/how-alcohol-companies-are-using-international-womens-day-to-sell-more-drinks-to-women-113081">https://theconversation.com/how-alcohol-companies-are-using-international-womens-day-to-sell-more-drinks-to-women-113081</a>&gt;.</p>
<p class="content-hed standard-hed"><em>Time to raise awareness of female drink-driving</em>. 2019. available at &lt;<a href="https://www.goodhousekeeping.com/uk/consumer-advice/car-advice/a27539495/the-facts-female-drink-driving/">https://www.goodhousekeeping.com/uk/consumer-advice/car-advice/a27539495/the-facts-female-drink-driving/</a>&gt;.</p>
<p class="text---white"><em>How Male-Driven Alcohol Brands Are Pivoting to Target Women More Effectively</em>. 2018. available at &lt;<a href="https://www.gospotcheck.com/blog/how-male-driven-alcohol-brands-are-pivoting-to-target-women-more-effectively">https://www.gospotcheck.com/blog/how-male-driven-alcohol-brands-are-pivoting-to-target-women-more-effectively</a>&gt;.</p>
<p><em>Number of Women Convicted of Drink Driving on the Rise</em>. 2015. available at &lt;<a href="https://www.drivelikeagirl.com/number-of-women-convicted-of-drink-driving-on-the-rise">https://www.drivelikeagirl.com/number-of-women-convicted-of-drink-driving-on-the-rise</a>&gt;.</p>
<p class="page-title">เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/increasing-female-drink-driving/">มองเพศสภาพผ่านขวดเหล้า: เมื่อจำนวนผู้หญิง ‘เมาแล้วขับ’ เพิ่มขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1138</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
