<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>เพศและการบำบัด Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A8%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B3%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%94/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/เพศและการบำบัด/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:09:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>เพศและการบำบัด Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/เพศและการบำบัด/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>มองคนติดสุราอย่างเข้าใจ: เมื่ออุปสรรคการเข้าถึงระบบบำบัดผู้ติดสุราซับซ้อนกว่าที่คิด</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/barriers-to-alcohol-addiction-treatment/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=barriers-to-alcohol-addiction-treatment</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Jul 2020 08:14:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[การบำบัดสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[คนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[รักษาคนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[อุปสรรคเข้าถึงการบำบัด]]></category>
		<category><![CDATA[เพศและการบำบัด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=2031</guid>

					<description><![CDATA[<p>รายงานล่าสุดของกรมสุขภาพจิตปี 2556 ระบุว่า ประชากรไทยป่วยเป็นโรคติดสุราเรื้อรัง จำนวน 2,749,024 คน แต่เข้ารับการบำบัดเพียง 4 หมื่นกว่าคน หรือคิดเป็นร้อยละ 1.6 ของผู้ติดสุราเรื้อรังทั้งหมด ต่อมา ข้อมูลจาก พญ.พันธุ์นภา กิตติรัตนไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารระบบบริการสุขภาพจิต ตามที่ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนเมื่อเดือนกันยายน 2561 ชี้ว่า ประชากรไทยมีปัญหาการดื่มสุรา 5 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นโรคติดสุรา 3 ล้านคน แต่ขอเข้ารับการบำบัดในสถานพยาบาลเพียงร้อยละ 6 หรือราว 180,000 คน แม้จำนวนผู้เข้ารับการบำบัดจะแลดูเหมือนเพิ่มสูงขึ้น แต่ก็ยังไม่อาจเรียกได้ว่าครอบคลุม สะท้อนว่าการเข้าถึงการบำบัดผู้ติดสุราอาจไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนปอกกล้วย ตรงกันข้าม กลับซับซ้อนจนทำให้ประชากรไทยบางส่วนยังคงสถานะติดสุรา และต้องพบกับปัญหาการดำเนินชีวิตต่อตัวเองและครอบครัว  ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวนทุกคนไปสำรวจอุปสรรคการเข้าถึงการบำบัดผู้ติดสุรา ซึ่งเป็นชนวนเหตุทำให้นักดื่มหลายๆ คนเมินการรักษา ผ่านงานวิจัย &#8220;Barriers To Alcohol Addiction Treatment In Women And Men Experiencing [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/barriers-to-alcohol-addiction-treatment/">มองคนติดสุราอย่างเข้าใจ: เมื่ออุปสรรคการเข้าถึงระบบบำบัดผู้ติดสุราซับซ้อนกว่าที่คิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">รายงานล่าสุดของกรมสุขภาพจิตปี 2556 ระบุว่า ประชากรไทยป่วยเป็นโรคติดสุราเรื้อรัง จำนวน 2,749,024 คน แต่เข้ารับการบำบัดเพียง 4 หมื่นกว่าคน หรือคิดเป็นร้อยละ 1.6 ของผู้ติดสุราเรื้อรังทั้งหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อมา ข้อมูลจาก พญ.พันธุ์นภา กิตติรัตนไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารระบบบริการสุขภาพจิต ตามที่ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนเมื่อเดือนกันยายน 2561 ชี้ว่า ประชากรไทยมีปัญหาการดื่มสุรา 5 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นโรคติดสุรา 3 ล้านคน แต่ขอเข้ารับการบำบัดในสถานพยาบาลเพียงร้อยละ 6 หรือราว 180,000 คน</span></p>
<p>แม้จำนวนผู้เข้ารับการบำบัดจะแลดูเหมือนเพิ่มสูงขึ้น แต่ก็ยังไม่อาจเรียกได้ว่าครอบคลุม สะท้อนว่าการเข้าถึงการบำบัดผู้ติดสุราอาจไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนปอกกล้วย ตรงกันข้าม กลับซับซ้อน<span style="font-weight: 400;">จนทำให้ประชากรไทยบางส่วนยังคงสถานะติดสุรา และต้องพบกับปัญหาการดำเนินชีวิตต่อตัวเองและครอบครัว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวนทุกคนไปสำรวจอุปสรรคการเข้าถึงการบำบัดผู้ติดสุรา ซึ่งเป็นชนวนเหตุทำให้นักดื่มหลายๆ คนเมินการรักษา ผ่าน</span><span style="font-weight: 400;">งานวิจัย<a href="https://www.semanticscholar.org/paper/Barriers-to-alcohol-addiction-treatment-in-women-in-Hanpatchaiyakul/86f914dc6453441a2fc8f076783bbdb962d746a1" target="_blank" rel="noopener"><strong><em> &#8220;Barriers To Alcohol Addiction Treatment In Women And Men Experiencing Alcohol Addiction In A Thai Context&#8221;</em></strong></a> ปี 2016 ของกุลนรี หาญพัฒนชัยกูร </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"></h2>
<h2 style="text-align: center;"><b>อุปสรรคระดับบุคคล : </b></h2>
<h2 style="text-align: center;"><b>ขาดความตระหนักในการดื่มและมองคุณค่าทางเพศไม่เท่ากัน</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">‘ผู้ชายและผู้หญิงไม่ได้ตระหนักถึงปัญหาการดื่ม’ คือเหตุผลสำคัญข้อแรกๆ ที่ทำให้คนเมินเฉยต่อการบำบัด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากงานวิจัย อุปสรรคต่อการรักษาสารเสพติดในชนบทประชากรของอินเดียของ Barman และคณะ กับงานวิจัยบุคคลและอุปสรรคของการรักษาแอลกอฮอล์ของ Saunders กล่าวในทำนองเดียวกันว่า </span><span style="font-weight: 400;">พื้นฐานของการไม่ตระหนักถึงปัญหาการดื่ม มักมีที่มาจากการขาดความรู้เรื่องการบำบัดผู้ติดสุรา ความไม่มั่นใจในตนเองของผู้ติดสุรา และทัศนคติด้านลบเรื่องการบำบัดของผู้ติดสุรา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เบื้องต้นมักพบปัญหาความไม่ทันตระหนักรู้ในสังคมที่มีสภาพแวดล้อมของการทำงาน และการให้คุณค่าในการดื่มแบบผิดๆ ยกตัวอย่างเช่น คนไทยคิดว่าการดื่มจะเป็นตัวช่วยอำนวยความสะดวกในการเข้าสังคมและเสริมสัมพันธภาพระหว่างบุคคล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่การมองคุณค่าทางเพศไม่เท่ากันก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่เป็นอุปสรรคใหญ่ของบุคคลสำหรับการเข้าถึงการบำบัดผู้ติดสุราเช่นกัน กล่าวคือ </span><span style="font-weight: 400;">‘คุณค่าของความคิดเรื่องชายเป็นใหญ่แสดงให้เห็นว่าผู้ชาย &#8216;ต้องดื่ม&#8217; เพื่อให้ตรงกับคุณค่าทางวัฒนธรรมหลักของไทย’ </span><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลจาก Jongudomkarn และงานวิจัยโดย West และ Zimmerman ต่างชี้ว่า ผู้ชายส่วนใหญ่คิดว่าการดื่มสนับสนุนบทบาททางเพศ ทำให้ดูเป็นชายชาตรียิ่งขึ้น และงานของ McDonnell  และ Griffin ยังระบุว่า การดื่มหนักเป็นที่ยอมรับในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงอีกด้วย</span></p>
<p>ด้วยเหตุนี้ บางครั้งความเป็นชายจึงกลายเป็นอุปสรรค<span style="font-weight: 400;">ต่อการบำบัดรักษาการติดสุรา เนื่องจากผู้ชายให้ความสำคัญกับความเจ็บป่วยทางกายมากกว่าทางจิตใจ พวกเขาเชื่อมั่นว่าตนเองสามารถดื่มได้ตราบใดที่ไม่ส่งผลกระทบทางร่างกาย ถึงแม้จะรับรู้ว่าครอบครัวหรือคนสำคัญคาดหวังให้พวกเขาหยุดดื่มก็ตาม อีกทั้งผู้ชายมักไม่ต้องการเปิดเผยความเจ็บป่วยทางจิตใจหรืออารมณ์เท่าผู้หญิง นั่นทำให้เขาอาจไม่อยากเข้าร่วมการบำบัดที่เปิดเผย พูดคุยเรื่องปัญหาชีวิต ต้นตอของการดื่มเท่าไรนัก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัดภาพมาที่ผู้หญิงแม้จะก้าวออกมาจากบทบาทดั้งเดิม คือ สามารถเป็นหัวหน้าครอบครัว หาเลี้ยงลูก พ่อ แม่ โดยการทำงานหนักและมีรายได้เพียงพอในเชิงเศรษฐกิจ แต่ส่วนมากก็ยังถูกลดคุณค่าโดยครอบครัวและสังคม ทำให้</span><span style="font-weight: 400;">พวกเธอมักครุ่นคิดถึงสิ่งที่อาจทำผิดไป เกิดความละอายใจ ไม่ก็ความสิ้นหวังบ่อยครั้ง ดังที่ข้อมูล</span><span style="font-weight: 400;">จากวิจัย &#8220;การใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่มั่นคง ขณะที่พยายามทำสิ่งต่างๆ ให้เป็นปกติ-ความหมายของการใช้ชีวิตในฐานะผู้หญิงติดเหล้า&#8221; ของ Thurang และ Tops ระบุว่า ผู้หญิงมักมีแนวโน้มตำหนิตัวเองและทำให้ตัวเองเสื่อมถอย ซึ่งอาจเป็นเพราะสังคมกดดันแต่เดิม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัวในวัฒนธรรมไทยเป็นเรื่องเครียด และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ดููเหมือนจะเป็นตัวเลือกที่สามารถปลดปล่อยความเครียดได้ </span><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากการศึกษาของ Day Gough และ McFadden อธิบายว่า นอกจากแอลกอฮอล์สร้างความเสียหายต่อสุขภาพของผู้หญิงแล้ว ความเชื่อที่ว่าการดื่มไม่เหมาะสำหรับผู้หญิง บางครั้งก็อาจนำไปสู่การต่อต้านอย่างรุนแรงจากคู่ครองและครอบครัว ส่งผลถึงความสัมพันธ์ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ยังมีผลการศึกษาพบว่า ความรุนแรงในครอบครัวมักพุ่งเป้าไปยังผู้หญิงที่ติดสุรา และเมื่อผู้หญิงกลัวว่าคนอื่นๆ อาจจะทำร้ายพวกเธอทั้งทางร่างกายและจิตใจ จะเป็นผลให้พวกเธอมักแยกตัวเองออกจากสังคม เก็บตัวมากขึ้น ซึ่ง</span><span style="font-weight: 400;">นั่นไม่ใช่สิ่งที่ดีต่อการเข้ารับการบำบัดที่ควรพบหมออย่างต่อเนื่องเสียเลย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>อุปสรรคระดับองค์กร : </b></h2>
<h2 style="text-align: center;"><b>ความรู้-การมีส่วนร่วม-บุคลากร ไม่เพียงพอ และทัศนคติด้านลบต่อผู้ติดเหล้า</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในคำให้สัมภาษณ์ของพยาบาลในงานศึกษาของกุลนรี คือ ‘ยังมีความกังวลเรื่องของการขาดความรู้ตามหลักมาตราฐานสำหรับการบำบัดผู้ป่วยติดสุรา’ </span></p>
<p>คำบอกเล่านี้<span style="font-weight: 400;">สอดคล้องไปกับความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญว่า การขาดความรู้ ขาดทักษะของบุคลากรทางการแพทย์ และการมีทัศนคติด้านลบต่อผู้ติดเหล้า เป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับ</span><span style="font-weight: 400;">การเข้าถึงระบบบำบัดรักษาผู้ติดสุรา </span><span style="font-weight: 400;">และปฎิเสธไม่ได้เลยว่า ปัจจุบันบทบาทของพยาบาลในการรักษาอาการติดสุราและยาเสพติดไม่ได้รวมอยู่ในหลักสูตรการศึกษาทางการพยาบาล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น ข้อเสนอจากงานวิจัยของ Geirsson Ley Jeffery Bennun Mccaren Johnson Jackson Guillaume Meier และ Goyder จึงระบุว่า ผู้ให้บริการทางการแพทย์ ควรมีฝึกอบรมเพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถและเพิ่มมุมมองทัศนคติต่อการติดสุรา รวมไปถึงการรักษาที่มากขึ้น ฝ่าย Nordfjaern และคณะ ก็เสนอว่า ผู้ให้บริการทางการแพทย์จำเป็นต้องมีการร่วมมือกับคนที่ติดสุรามากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยเลิกยาก่อนกำหนด เข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องและเหมาะสม อีกทั้งในการติดตามผลการรักษา ควรเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างแพทย์และคนติดสุรา รวมถึงแพทย์ด้วยกันเอง เพื่อรับมือ จัดการผลกระทบทางด้านลบที่เกิดจากการรักษา อาทิ การถอนตัวออกกลางคัน เรียกว่าการบำบัดคนติดเหล้าเป็นเรื่องที่ต้องร่วมมือกันอย่างเป็นระบบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ </span><span style="font-weight: 400;">การแสดงทัศนคติเชิงลบต่อผู้ป่วยของผู้ให้บริการทางการแพทย์เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่อาจทำให้ผู้ป่วยติดสุราไม่อยากเข้ารับการรักษา โดยงานวิจัย &#8220;การตีตราในหมู่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพต่อผู้ป่วยที่มีความผิดปกติในการใช้สารเสพติด&#8221; ของ van Boekel และคณะ ระบุว่า ทัศนคติเชิงลบของผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพอาจทำให้ความร่วมมือในการรักษาระหว่างผู้เชี่ยวชาญและผู้ป่วยลดลงได้ ฝ่ายผู้ให้บริการและผู้เชี่ยวชาญจึงควรต้องระมัดระวังท่าทีของตนเองด้วย</span></p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้น อุปสรรคอีกด้านที่ผู้ให้บริการทางการแพทย์เผยในงานวิจัย คือ การไม่แบ่งแยกตึกผู้ป่วยชายหญิง เมื่อมีทั้ง<span style="font-weight: 400;">ผู้ชายและผู้หญิงในตึกผู้ป่วยเดียวกันก็ยากต่อการจัดการ เพราะมีความเสี่ยงสูงที่ผู้ป่วยหญิงจะถูกล่วงละเมิดทางเพศ (ในไทยเองก็มีกรณีผู้ป่วยหญิงถูกละเมิดในระหว่างกระบวนการบำบัดยาเสพติด-แอลกอฮอล์ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขเช่นเดียวกัน) </span><span style="font-weight: 400;">รวมถึงความยากในการสัมผัสทางร่างกายระหว่างผู้ป่วยหญิงและผู้ช่วยพยาบาลชายในขั้นตอนการล้างพิษ ด้วยเพศของให้บริการทางแพทย์ส่วนใหญ่นั้นมีความไม่สมดุลกัน พยาบาลทั้งหมดเป็นผู้หญิงและผู้ช่วยพยาบาลทั้งหมดเป็นผู้ชาย เมื่อผู้หญิงที่เข้ารับการรักษานั้นมีจำนวนน้อย ขั้นตอนการล้างพิษสำหรับผู้หญิงจึงไม่ได้รับการจัดการที่ดี ซึ่งทั้งหมดนี้ อาจมีสาเหตุมาจากการประหยัดค่าใช้จ่ายขององค์กรหรือสถานพยาบาล ทำให้ไม่มีการจัดหอผู้ป่วยหรือการดูแลผู้หญิงที่ดีมากพอ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b> อุปสรรคระดับโครงสร้าง :</b></h2>
<h2 style="text-align: center;"><b>หลักประกันสุขภาพ และระบบการรักษา</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาการติดสุราในระดับโครงสร้าง เริ่มต้นจากมุมมองของคนในสังคมต่อผู้ติดสุรา </span><span style="font-weight: 400;">จากการศึกษาพบว่า การขาดทักษะและทัศนคติเชิงลบของผู้ให้บริการทางการแพทย์มีสาเหตุจากการหล่อหลอมของสังคม ซึ่งมองผู้ติดสุราในแง่ร้าย จนกลายเป็นปัญหาว่าผู้ให้บริการที่เปรียบเสมือนด่านหน้ารับผู้ป่วยติดสุราเข้าสู่การบำบัด กลับกีดกัน ยากจะยอมรับผู้ป่วยได้ ทำให้กระบวนการบำบัดตลอดจนการส่งต่อผู้ป่วยติดขัด </span></p>
<p>ยังไม่รวมข้อค้นพบในการศึกษาที่ระบุว่า ร<span style="font-weight: 400;">ะบบการส่งต่อผู้ป่วยในไทยนั้นยังไม่สมบูรณ์ จำเป็นต้องมีการฝึกอบรมแก่บุคคลากร เพื่อให้มีศักยภาพที่เหมาะสมสำหรับการทำงานกับผู้ติดสุรา มากกว่านี้ ทั้งยังมีทรัพยากรในการรักษาไม่เพียงพอ เช่น จำนวนเตียงที่มีอยู่ไม่พอ และต้นทุนทางเศรษฐกิจของการเดินทางมายังสถานพยาบาลสูง รวมแล้วโครงสร้างของสถานพยาบาลในภาพรวม อาจยังไม่เหมาะสมกับการรองรับและดูแลผู้ป่วยติดสุราเท่าไรนัก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านหลักประกันสุขภาพต่างๆ ก็มีความสำคัญไม่ต่างกัน งานวิจัย &#8220;ผลกระทบของการได้รับสารเสพติดด้วยยาบังคับต่อการหลีกเลี่ยงการดูแลสุขภาพของผู้ใช้ยาฉีดในประเทศไทย&#8221; ของ Kerr และคณะ กับงานวิจัยศูนย์กักกันยาเสพติดภาคบังคับในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Kamarulzaman และ McBrayer ให้ความเห็นด้วยว่าควรให้การรักษาแบบ &#8216;ไม่มีค่าใช้จ่าย&#8217; แก่ผู้ป่วย เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและดึงดูดให้คนเข้ารับการบำบัดมากขึ้น ซึ่ง</span><span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา ประเทศไทยได้จัดให้มีการรักษาฟรีสำหรับผู้ติดยาเสพติด แต่ไม่ได้จัดให้ผู้ติดสุรา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ แง่มุมเรื่องเพศเองเป็นอีกหนึ่งปัญหาในอุปสรรคระดับโครงสร้าง จากงาน</span><span style="font-weight: 400;">วิจัย &#8220;ระบบความไม่เสมอภาค เพศ ระดับและการแข่งขันในองค์กร&#8221; ของ Acker ระบุว่า สำหรับผู้หญิงในประเทศไทย ลักษณะของสังคมที่เป็นลำดับขั้น และความสัมพันธ์ทางสังคม ทำให้ผู้ชายมีอำนาจและสิทธิพิเศษมากกว่าผู้หญิง เป็นผลให้การรักษาอาการติดสุราในประเทศไทยนั้นมักถูกปรับให้เหมาะกับความต้องการของผู้ชายเพียงอย่างเดียว ขณะที่ผู้หญิงที่ประสบปัญหาติดสุรากลับด้อยโอกาสในสังคม และขาดการเข้าถึงการให้บริการด้านสุขภาพ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยปกติ การให้บริการด้านการรักษาพยาบาลจะให้บริการทั่วไปมากกว่าบริการเฉพาะทางตามเพศ แต่ในรายละเอียดการรักษา ความละเอียดอ่อนก็ถือว่าสำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้น ผู้ให้บริการทางการแพทย์ ไปจนถึงสังคมควรตระหนักเรื่องความแตกต่างทางเพศ เพื่อให้เกิดสิทธิเท่าเทียมในบริการด้านการดูแลสุขภาพสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากข้อมูลทั้งหมดในข้างต้นชี้ให้เห็นว่าสังคมไทยต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างน้อย 3 ระดับ คือ อุปสรรคระดับบุคคล อุปสรรคระดับองค์กร และอุปสรรคระดับโครงสร้าง เพื่อแก้ไขปัญหาการติดสุรา ทำให้ผู้ติดสุราสามารถเข้าถึงการบำบัด และได้รับสิทธิสุขภาพอย่างเท่าเทียม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>&nbsp;</p>
<p><b>อ้างอิงเพิ่มเติม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ‘บำบัดครึ่งปี-เสี่ยงถูกไล่ออก บีบนักดื่มเมินการรักษา’ หนังสือพิมพ์ลูกศิลป์ปีที่ 8 </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/barriers-to-alcohol-addiction-treatment/">มองคนติดสุราอย่างเข้าใจ: เมื่ออุปสรรคการเข้าถึงระบบบำบัดผู้ติดสุราซับซ้อนกว่าที่คิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2031</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
