<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>เมาไม่ขับ Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/เมาไม่ขับ/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:09:21 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>เมาไม่ขับ Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/เมาไม่ขับ/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>‘ระบบรถตรวจจับระดับแอลกอฮอล์’ เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตป้องกันการเมาแล้วขับ</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/car-non-drunk-driving-technology/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=car-non-drunk-driving-technology</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 21 Apr 2021 03:24:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[นวัตกรรมเลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบตรวจจับระดับแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[วัดแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีรถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เมาแล้วขับ]]></category>
		<category><![CDATA[เมาไม่ขับ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3703</guid>

					<description><![CDATA[<p>เคยไหมนั่งชมภาพยนตร์อยู่ดีๆ แล้วเกิดอาการอยากเลียนแบบเทคโนโลยีเจ๋งๆ ในจอภาพ ลองเอาเท้าไปสัมผัสกับคันเร่ง หรือทดลองเล่นกับฟังก์ชันภายในรถยนต์ที่ถูกออกแบบมาให้เราใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย แต่นอกเหนือไปจากความเร็วและความสะดวกสบาย สิ่งที่ต้องตามมากับการขับขี่ทุกครั้งคือความปลอดภัย ดังนั้น จะดียิ่งขึ้นไหม ถ้าหากเทคโนโลยีในรถยนต์แบบใหม่ คือเทคโนโลยีประเภทคอยตรวจจับแอลกอฮอล์ ที่จะไม่ยอมแม้แต่ให้คุณบิดกุญแจสตาร์ทหากมีระดับปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงเกินไป ย้อนมาดูเหตุผลกันสักนิดว่าทำไมเทคโนโลยีนี้จึงสำคัญ จากสถิติการเมาแล้วขับในช่วงเทศกาลปีใหม่ของประเทศไทย กรมคุมประพฤติ ระบุว่า วันที่ 29 ธันวาคม 2562 เพียงวันเดียวคดีขับรถขณะเมาสุรายอดพุ่งถึง 3,880 คดี คิดเป็นร้อยละ 99.64  เมื่อเปรียบเทียบสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติ สะสม 3 วัน ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2562 และ พ.ศ. 2563 พบว่า คดีขับรถขณะเมาสุรา ปี พ.ศ. 2562 มีจำนวน 2,944 คดี กับปี พ.ศ. 2563 มีจำนวน 4,452 คดี เพิ่มขึ้นถึง 1,508 คดี คิดเป็นร้อยละ 51.22   ขณะที่สถิติปี 2564 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/car-non-drunk-driving-technology/">‘ระบบรถตรวจจับระดับแอลกอฮอล์’ เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตป้องกันการเมาแล้วขับ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เคยไหมนั่งชมภาพยนตร์อยู่ดีๆ แล้วเกิดอาการอยากเลียนแบบเทคโนโลยีเจ๋งๆ ในจอภาพ ลองเอาเท้าไปสัมผัสกับคันเร่ง หรือทดลองเล่นกับฟังก์ชันภายในรถยนต์ที่ถูกออกแบบมาให้เราใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย</span></p>
<p>แต่นอกเหนือไปจากความเร็วและความสะดวกสบาย สิ่งที่ต้องตามมากับการขับขี่ทุกครั้งคือความปลอดภัย</p>
<p>ดังนั้น <span style="font-weight: 400;">จะดียิ่งขึ้นไหม ถ้าหากเทคโนโลยีในรถยนต์แบบใหม่ คือ</span><span style="font-weight: 400;">เทคโนโลยีประเภทคอยตรวจจับแอลกอฮอล์ ที่จะไม่ยอมแม้แต่ให้คุณบิดกุญแจสตาร์ทหากมีระดับปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงเกินไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนมาดูเหตุผลกันสักนิดว่าทำไมเทคโนโลยีนี้จึงสำคัญ จากสถิติการเมาแล้วขับในช่วงเทศกาลปีใหม่ของประเทศไทย กรมคุมประพฤติ ระบุว่า วันที่ 29 ธันวาคม 2562 เพียงวันเดียวคดีขับรถขณะเมาสุรายอดพุ่งถึง 3,880 คดี คิดเป็นร้อยละ 99.64 </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเปรียบเทียบสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติ สะสม 3 วัน ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2562 และ พ.ศ. 2563 พบว่า คดีขับรถขณะเมาสุรา ปี พ.ศ. 2562 มีจำนวน 2,944 คดี กับปี พ.ศ. 2563 มีจำนวน 4,452 คดี เพิ่มขึ้นถึง 1,508 คดี คิดเป็นร้อยละ 51.22  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่สถิติปี 2564 อธิบดีกรมคุมประพฤติ แถลงสถิติอุบัติเหตุบนถนนเกิดขึ้น 713 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 80 ราย ผู้บาดเจ็บ 709 คน สาเหตุหลักมาจากการ ‘เมาแล้วขับ’ ยอดอุบัติเหตุสะสม 4 วัน รวม 2,365 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 267 ราย ผู้บาดเจ็บ 2,362 คน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อได้เห็นสถิติดังที่กล่าวไป หลายคนอาจจะเริ่มคิดว่าดูเข้าท่า หากนำเทคโนโลยีระบบรถยนต์ตรวจจับแอลกอฮอล์มาปรับใช้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้นกำเนิดของเทคโนโลยีที่ว่ามานี้เกิดขึ้นที่สหรัฐอเมริกา โดย</span><span style="font-weight: 400;">สถานการณ์การเมาแล้วขับยังคงเป็นประเด็นร้อนแรงทุกปีไม่ต่างจากประเทศไทย แอลกอฮอล์คร่าชีวิตผู้คนที่เมาแล้วขับประมาณ 30%  และทศวรรษที่ผ่านมาตำรวจได้ดำเนินการจับกุมกลุ่มคนที่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของแอลกอฮอล์ขณะขับขี่ราวๆ ล้านคนต่อปี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าเทคโนโลยีช่วยหยุดยั้งไม่ให้ผู้ขับขี่ออกตัวหรือเคลื่อนที่ขณะร่างกายไม่พร้อมสามารถป้องกันผู้เสียชีวิตมากกว่า 1 ใน 4 ของประเทศและรักษาชีวิตผู้คนได้มากกว่า 9,000 ชีวิตต่อปี</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>สำรวจเทคโนโลยีสหรัฐฯ</b></h1>
<h1 style="text-align: center;"><b>‘ระบบรถตรวจจับระดับแอลกอฮอล์’</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">การศึกษาใหม่ที่เผยแพร่เมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2563 โดย</span><span style="font-weight: 400;">สถาบันประกันภัยเพื่อความปลอดภัยบนทางหลวง </span><span style="font-weight: 400;">(องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากอุตสาหกรรมรถยนต์) ตรวจสอบถึงศักยภาพการช่วยชีวิตในระบบตรวจจับแอลกอฮอล์บนรถยนต์ ซึ่งจะเปิดเผยตัวเลขเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ขับขี่ที่สูงกว่าขีดจำกัดที่กำหนดไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เรายังไม่มีความคืบหน้ามากนักในการพยายามต่อสู้กับอาการเมาแล้วขับตั้งแต่กลางทศวรรษที่ 1990” ชาร์ลลี ฟาร์มเมอร์ (Charles Farmer) รองประธานฝ่ายวิจัยและบริการทางสถิติของสถาบันและผู้เขียนบทความในแถลงการณ์ ระบุ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;แต่เทคโนโลยีการตรวจจับอาจทำให้เกิดแก้ปัญหาการเมาแล้วขับได้อย่างแท้จริง&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลรถชนที่ตรวจพบแอลกอฮอล์ในเลือดของคนขับเพื่อประเมินระบบของผลกระทบ จะต้องแบ่งคนขับรถยนต์ออกเป็นรายกรณี เช่น ผู้ที่มีระดับแอลกอฮอล์ในเลือด ผู้ที่มีแอลกอฮอล์ในเลือดมากกว่า 0.08% และ ผู้ที่มีความเชื่อมั่นในการขับขี่ที่บกพร่องจากแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการศึกษาเป็นระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ 2015-2018 นักวิจัยระบุว่า 1 ในส่วน 4 ของผู้เสียชีวิตจากรถยนต์ชนสามารถป้องกันได้ หากผู้ขับนั้นมีระดับความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในเลือดต่ำกว่า 0.08% และหากคนขับคนนั้นมีระดับความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในเลือดเป็น 0 ผู้เสียชีวิต 1 ในส่วน 3  หรือประมาณ 12,000 คนต่อปี อาจจะไม่เสียชีวิตจากการถูกรถชน</span></p>
<p>ดังนั้นในปัจจุบัน จึงมีเทคโนโลยี<span style="font-weight: 400;">อุปกรณ์เชื่อมต่อจุดระเบิดแอลกอฮอล์ (innigtion interlock) อธิบายง่ายๆ อุปกรณ์นี้คล้ายๆ ที่เป่าวัดแอลกอฮอล์ แต่ต่างที่จะถูกติดไว้กับคอนโซลรถ ถ้าเป่าแล้วเกิน สตาร์ทรถไม่ได้ </span></p>
<p>มีรายงานระบุว่าอุปกรณ์ดังกล่าวถูกนำไปใช้ลดการเมาแล้วขับในสหรัฐฯ โดยเขตอำนาจศาลหลายแห่งกำหนดให้ผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดปกติด้านเมาแล้วขับติดเจ้าสิ่งนี้ไว้ในรถ ผลคือเมื่อบังคับให้<span style="font-weight: 400;">ผู้ขับขี่ติดอุปกรณ์ดังกล่าว ร่วมกับกฎหมายที่ลงโทษผู้กระทำความผิดเมาแล้วขับแล้วนั้น ผู้จับจ่</span><span style="font-weight: 400;">มีโอกาสน้อยที่จะกระทำความผิดซ้ำ แสดงให้เห็นว่า</span><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้ช่วยลดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการชนที่เกิดจากการเมาแล้วขับได้</span></p>
<p>รายงานดังกล่าวยังเสนอแนะด้วยว่าหากรัฐบาลกลางช่วยผลักดันกฎระเบียบให้เทคโนโลยีตรวจจับเหล่านี้ถูกนำไปใช้อย่างกว้างขวางจะต่อสู้กับปัญหาเมาแล้วขับได้ดียิ่งขึ้น เพราะตอนนี้มีผู้ผลิตบางราย อย่าง<span style="font-weight: 400;">วอลโว่</span><span style="font-weight: 400;"> (Volvo) ได้ทดลองนำเสนอเทคโนโลยีนี้เป็นอุปกรณ์เสริมในรถของตนเองแล้ว และคาดว่าผู้ผลิตอีกหลายรายจะเร่งสร้างมาตรฐานเทคโนโลยีตรวจจับให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเร็วๆนี้ ก่อนมีกฎหมายออกบังคับใช้อย่างจริงจัง</span></p>
<p>นอกจากนี้ ในสหรัฐฯ ยังมี<span style="font-weight: 400;">โปรเจกต์</span><span style="font-weight: 400;">ระบบตรวจจับแอลกอฮอล์ของผู้ขับขี่เพื่อความปลอดภัย </span><span style="font-weight: 400;">(DADSS) ซึ่งความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน กล่าวคือ </span><span style="font-weight: 400;">สถาบันประกันภัยเพื่อความปลอดภัยบนทางหลวง</span><span style="font-weight: 400;">ได้รับทุนจากผู้ผลิตรถยนต์มาทำการทดสอบเซนเซอร์แอลกอฮอล์บนท้องถนน เพื่อตรวจจับระดับความเข้นข้นของแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ขับขี่ผ่านการวัดอากาศโดยรอบในรถยนต์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เจ้าของโปรเจค DADSS </span>คาดว่าผู้ผลิตบางรายจะเริ่มนำเสนอระบบที่วัดระดับแอลกอฮอล์ผ่านอากาศโดยรอบเป็นตัวเลือกในช่วงต้นปี 2025 ถือเป็นทางเลือกใหม่ของเทคโนโลยีป้องกันการเมาแล้วขับที่น่าจับตาเช่นกัน</p>
<p>แล้วทางผู้ขับขี่ล่ะ คิดเห็นอย่างไรกับเทคโนโลยีเหล่านี้? จาก<span style="font-weight: 400;">การสำรวจผู้ขับขี่ในสหรัฐฯ เมื่อหลายปีก่อน เกือบ 2 ใน 3 สนับสนุนการติดตั้งระบบตรวจจับแอลกอฮอล์ในรถยนต์ทุกคัน ตราบเท่าที่อุปกรณ์นั้น รวดเร็ว แม่นยำ และไม่สร้างความรำคาญ และส่วนหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่า พวกเขายินดีจะจ่ายเพิ่มหากระบบมีราคาต่ำกว่า 500 เหรียญดอลลาร์</span></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ข้อสรุปของงานวิจัย<span style="font-weight: 400;">โดย</span><span style="font-weight: 400;">สถาบันประกันภัยเพื่อความปลอดภัยบนทางหลวงคือ หากมีการใช้ระบบตรวจจับแอลกอฮอล์เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถรุ่นใหม่ทั้งหมดในปีนี้ ก็อาจจะต้องใช้เวลาเกือบ 12 ปี กว่าจะติดตั้งในยานพาหนะรุ่นเก่าที่มีอยู่บนท้องถนน ซึ่งเป็นเวลาที่ช้าพอสมควร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“มีอุปกรณ์เสริมด้านความปลอดภัยจำนวนมาก ที่เริ่มต้นจากการเป็นตัวเลือก จนกลายเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างรวดเร็ว” ชาร์ลลีกล่าว “เทคโนโลยีนี้อาจต้องใช้เวลาเพื่อให้เกิดศักยภาพเต็มที่ แต่อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ในการลดความบกพร่องในการขับขี่”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>เมาแล้วไม่ขับ</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">การดื่มสังสรรค์เป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะเป็นวาระสำคัญ ฉลองวันเกิด ฉลองปีใหม่ หรือแม้แต่การเที่ยวกลางคืน คนเราย่อมมีโอกาสเมาได้ แต่ต้องพึงระลึกไว้ว่าการเมานั้นจะทำให้ขาดสติ เวลาขับรถก็อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวเองและผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ หากเทคโนโลยีอุปกรณ์รถยนต์ตรวจจับแอลกอฮอล์ถูกนำมาใช้ประโยชน์ เพราะอย่างน้อยที่สุดเทคโนโลยีที่</span><span style="font-weight: 400;">ว่านี้ก็ยังช่วยเตือนให้เหล่านักดื่มต่างๆ ไม่ชะล่าใจในการขับขี่ แล้วหันรบกวนเพื่อนไปส่งที่บ้าน หาที่พักแถวๆ นั้น หรือนั่งแท็กซี่กลับ ฯลฯ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะชีวิตแห่งอนาคต ควรจะเป็นชีวิตที่ ‘เมาแล้วไม่ขับ’ แต่สามารถกลับบ้านได้อย่างสุขใจและปลอดภัย </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา: Technology To Stop Drunk Drivers Could Significantly Slash Traffic Crash Deaths : <a href="https://www.forbes.com/sites/tanyamohn/2020/07/26/technology-to-stop-drunk-drivers-could-significantly-slash-traffic-crash-deaths/?sh=5d9a84bb4942">https://www.forbes.com/sites/tanyamohn/2020/07/26/technology-to-stop-drunk-drivers-could-significantly-slash-traffic-crash-deaths/?sh=5d9a84bb4942</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/car-non-drunk-driving-technology/">‘ระบบรถตรวจจับระดับแอลกอฮอล์’ เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตป้องกันการเมาแล้วขับ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3703</post-id>	</item>
		<item>
		<title>(Quote) เปลี่ยนมุมมองเรื่องเมาแล้วขับ กับ นพ.แท้จริง ศิริพานิช</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/quote-taejing-siripanij/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=quote-taejing-siripanij</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Jul 2020 10:14:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิเมาไม่ขับ]]></category>
		<category><![CDATA[อุบัติเหตุบนท้องถนน]]></category>
		<category><![CDATA[เมาแล้วขับ]]></category>
		<category><![CDATA[เมาไม่ขับ]]></category>
		<category><![CDATA[แท้จริง ศิริพานิช]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=2076</guid>

					<description><![CDATA[<p>นอกจากเป็นจักษุแพทย์แล้ว อีกหนึ่งหน้าที่ของ ‘นพ.แท้จริง ศิริพานิช’ คือเลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ และนั่นทำให้หลายคนรู้จักเขาในชื่อ ‘หมอเมาไม่ขับ’ การทำงานรณรงค์มาอย่างต่อเนื่องทำให้นพ.แท้จริง เห็นภาพของสังคมในหลากหลายมุม และนั่นนำมาซึ่งความคิดตกผลึกของเขาว่า อุบัติเหตุไม่ใช่เรื่องของโชคชะตาหรือความเคราะห์ร้าย แต่มีส่วนมาจากโครงสร้างของสังคมที่บิดเบี้ยว ดังนั้น หากเราจะแก้ปัญหาเรื่องอุบัติเหตุได้อย่างยั่งยืน เราจะต้องแก้ปัญหาไปถึงรากฐานของสังคมไทยด้วย Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวนอ่านทัศนะของ นพ.แท้จริง ศิริพานิช ผู้ทำงานรณรงค์เรื่องเมาไม่ขับมากว่า 23 ปี และยังคงทำต่อไปจนกว่าสังคมไทยจะปลอดภัยกว่านี้ – ภาพอุบัติเหตุในสังคมไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเป็นอย่างไร และเราจะแก้ปัญหาอุบัติเหตุในสังคมไทยให้ยั่งยืนได้อย่างไร ชวนหาคำตอบได้ด้านล่างนี้ (อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ที่นี่) &#160; :: ดื่มเหล้า แต่เราต้องไม่ขับ :: &#160; ได้ยินว่าคุณหมอทำงานเรื่องเมาไม่ขับมา 23 ปี อะไรเป็นแรงผลักดันให้เริ่มทำเรื่องนี้ และทำมาได้ต่อเนื่องยาวนานขนาดนี้ ตอบง่ายๆ เลยนะ เพราะว่าเมาแล้วขับเป็นเรื่องที่อันตรายไง ผมคิดว่า เวลาออกไปนอกบ้าน ไปทำงาน ผมมีโอกาสโดนคนเมาขับรถชนตาย ก็รู้สึกว่าชีวิตไม่ปลอดภัยแล้ว ถ้าผมทำเรื่องนี้สำเร็จ ก็จะได้ความปลอดภัยในชีวิตคืนมาด้วย นี่มันต่างกับคนสูบบุหรี่นะ เพราะถ้าเห็นคนสูบบุหรี่ เราก็อาจจะเลี่ยงไม่เข้าใกล้ได้ ป้องกันตัวเองได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/quote-taejing-siripanij/">(Quote) เปลี่ยนมุมมองเรื่องเมาแล้วขับ กับ นพ.แท้จริง ศิริพานิช</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นอกจากเป็นจักษุแพทย์แล้ว อีกหนึ่งหน้าที่ของ ‘นพ.แท้จริง ศิริพานิช’ คือเลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ และนั่นทำให้หลายคนรู้จักเขาในชื่อ ‘หมอเมาไม่ขับ’ การทำงานรณรงค์มาอย่างต่อเนื่องทำให้นพ.แท้จริง เห็นภาพของสังคมในหลากหลายมุม และนั่นนำมาซึ่งความคิดตกผลึกของเขาว่า อุบัติเหตุไม่ใช่เรื่องของโชคชะตาหรือความเคราะห์ร้าย แต่มีส่วนมาจากโครงสร้างของสังคมที่บิดเบี้ยว ดังนั้น หากเราจะแก้ปัญหาเรื่องอุบัติเหตุได้อย่างยั่งยืน เราจะต้องแก้ปัญหาไปถึงรากฐานของสังคมไทยด้วย</p>
<p>Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวนอ่านทัศนะของ นพ.แท้จริง ศิริพานิช ผู้ทำงานรณรงค์เรื่องเมาไม่ขับมากว่า 23 ปี และยังคงทำต่อไปจนกว่าสังคมไทยจะปลอดภัยกว่านี้ – ภาพอุบัติเหตุในสังคมไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเป็นอย่างไร และเราจะแก้ปัญหาอุบัติเหตุในสังคมไทยให้ยั่งยืนได้อย่างไร ชวนหาคำตอบได้ด้านล่างนี้ (อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้<a href="https://alcoholrhythm.com/taejing-siripanich-interview/" target="_blank" rel="noopener"><em><strong>ที่นี่</strong></em></a>)</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;">:: ดื่มเหล้า แต่เราต้องไม่ขับ ::</h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="alignnone size-full wp-image-2069" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/07/20200722-quote-1.jpg" alt="" width="1080" height="1080" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/07/20200722-quote-1.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/07/20200722-quote-1-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/07/20200722-quote-1-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/07/20200722-quote-1-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/07/20200722-quote-1-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<h4><b>ได้ยินว่าคุณหมอทำงานเรื่องเมาไม่ขับมา 23 ปี อะไรเป็นแรงผลักดันให้เริ่มทำเรื่องนี้ และทำมาได้ต่อเนื่องยาวนานขนาดนี้</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอบง่ายๆ เลยนะ เพราะว่าเมาแล้วขับเป็นเรื่องที่อันตรายไง ผมคิดว่า เวลาออกไปนอกบ้าน ไปทำงาน ผมมีโอกาสโดนคนเมาขับรถชนตาย ก็รู้สึกว่าชีวิตไม่ปลอดภัยแล้ว ถ้าผมทำเรื่องนี้สำเร็จ ก็จะได้ความปลอดภัยในชีวิตคืนมาด้วย นี่มันต่างกับคนสูบบุหรี่นะ เพราะถ้าเห็นคนสูบบุหรี่ เราก็อาจจะเลี่ยงไม่เข้าใกล้ได้ ป้องกันตัวเองได้ แต่สำหรับคนเมาแล้วขับ คุณรู้ได้ยังไงว่าเขาจะไม่ขับมาชนเรา หรือเราจะรู้ได้ยังไงว่าเขาเมา เรามีโอกาสโดนคนเมาชนได้ทุกเมื่อแหละ ป้องกันตัวเองไม่ได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเทศไทยมีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนปีละราว 2 หมื่นคน ครึ่งหนึ่งเกิดขึ้นเพราะเมาแล้วขับ จริงๆ เมื่อก่อนหนักกว่านี้ คือคิดเป็นราว 80% ของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เราทำการรณรงค์เรื่องนี้มานาน จะว่าสำเร็จก็สำเร็จ แต่จะว่าไม่ก็ไม่ เพราะถึงมันจะลดลงมาได้ครึ่งหนึ่ง แต่เมาแล้วขับก็ยังเป็นสาเหตุใหญ่อยู่ดี และสถิตินี้ นับแค่เฉพาะกรณีที่โดนเรียกตรวจแอลกอฮอล์แล้วเจอว่าเมา (มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดมากกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์) ยังมีคนอีกเยอะที่หลุดไปได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้น หากถามว่าทำไมผมยังรณรงค์เรื่องนี้อยู่ ก็เพราะมันยังไม่ปลอดภัยไง พอคนเมาขับรถชนคนอื่น บอกแค่ว่า “ขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมแค่เมา” คนไทยก็จะมองว่า อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมา เรื่องก็จบไป เรามองคนเมาแล้วขับเป็นมิตรเกินไป เหล้ากับสังคมเป็นอะไรที่แยกกันไม่ออก ซึ่งต้องบอกก่อนว่า เราไม่ได้ห้ามคุณดื่มเหล้านะ การดื่มเป็นสิทธิของคุณ แต่จะดื่มแล้วไปขับรถไม่ได้ เราไม่ยอมเรื่องนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;">:: เพราะชีวิตเอาคืนมาไม่ได้ ::</h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2070" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/07/20200722-quote-2.jpg" alt="" width="1080" height="1080" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/07/20200722-quote-2.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/07/20200722-quote-2-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/07/20200722-quote-2-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/07/20200722-quote-2-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/07/20200722-quote-2-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<h4><b>มีส่วนไหนของการรณรงค์ที่คุณคิดว่า ยังเป็นความท้าทาย หรือต้องพยายามให้มากขึ้น</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมยังไม่พอใจเรื่องผลลัพธ์เท่าไหร่ จำนวนคนที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุยังไม่ได้เปลี่ยนไปมาก เราไม่ได้บอกว่า ห้ามเกิดอุบัติเหตุ มันเกิดได้ แต่ถ้าเกิดแล้ว ไม่มีคนเสียชีวิตได้ไหม ขาหักดามได้ แต่ชีวิตเอากลับคืนมาไม่ได้ แล้วส่วนใหญ่อุบัติเหตุรุนแรงเพราะความเมา ถ้าเรามีสติ เรายังพอควบคุมได้ แต่ถ้าเมาเราไม่รู้เรื่องเลย ทำอะไรลงไปไม่รู้ ยกโทษให้ที แล้วคนอื่นก็บ้าจี้ตาม บอกว่าอย่าถือสาคนเมา คือมันไม่ได้ไง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ก่อนตอนเราเริ่มรณรงค์ใหม่ๆ มีคนบอกว่า “จะบ้าเหรอ คนไทยเมาทั้งประเทศ มีเหล้าขายเยอะขนาดนี้ จะรณรงค์ไปทำไม” คนไทยชอบมองว่าอุบัติเหตุเป็นเรื่องของโชคชะตา ถ้าดวงดีก็ไม่ตาย ซึ่งมันไม่ใช่ ตอนนี้คนไทยเริ่มรับแนวคิดเมาไม่ขับแล้ว แต่ถ้าถามว่าคนเมายังขับไหม ก็ยังขับอยู่ แถมเยอะด้วย เวลาดื่มเหล้ากับเพื่อนเสร็จ แทนที่จะบอกกันว่า “เมาไม่ขับนะ” คนส่วนใหญ่กลับบอกว่า “ขับรถดีๆ” แทน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณจะดื่มเราไม่ว่า แต่อย่าขับออกไป เราไม่โอเค คุณจะดื่มหรือไม่ดื่ม มันคือทางเลือกของคุณ แต่ถ้าคุณขับออกไป คุณอาจจะเลือกแทนคนอื่น ซึ่งเขาไม่ได้เลือก เขาไม่ได้เมากับคุณด้วย แต่เขาอาจจะต้องเสียชีวิตเพราะคุณ มันไม่แฟร์ การเลือกคืออิสระของมนุษย์ ทุกคนมีสิทธิเลือก ผมเลือกที่จะตายเองได้ มันเป็นชีวิตของผม แต่ถ้าคนเมามายัดเยียดให้ ผมไม่ยอม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;">:: เพราะคนไทยอาจไม่มีวินัยมากพอ(?) ::</h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2071" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/07/20200722-quote-3.jpg" alt="" width="1080" height="1080" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/07/20200722-quote-3.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/07/20200722-quote-3-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/07/20200722-quote-3-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/07/20200722-quote-3-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/07/20200722-quote-3-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<h4><b>สภาพสังคมไทยก็เป็นตัวเอื้อให้เกิดอุบัติเหตุด้วย?</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ครับ ผมเชื่อนะว่าคนไม่ได้ไม่รู้เรื่องกฎหมาย จะเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว หรือขับย้อนศร เขารู้หมด แต่ถามว่ารู้แล้วทำไมยังทำ ก็เพราะเขารู้ว่า ทำแล้วมันรอดได้ ลองเป็นคนไทยที่ทำผิดกฎจราจรไปขับรถที่ญี่ปุ่นสิ ขับดี เคารพวินัยจราจรเชียว เพราะกฎหมายเขาไม่มีช่องว่าง เขาไม่รู้ว่าจะหาใครมาช่วยได้ เลยต้องขับรถให้ดีๆ นี่เป็นตรรกะเดียวกับฝรั่งที่มาเมืองไทยแล้วทำตัวตามสบายนั่นแหละ คนไทยเราโดนปลูกฝังแบบนี้มานานโดยที่เราไม่รู้ตัว เราอยู่ในประเทศที่โคตรสบาย ไร้ระเบียบวินัยโดยสิ้นเชิง ปัญหาที่เราพูดถึงกันมันเป็นแค่ 10% ของยอดภูเขาน้ำแข็ง สิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างใต้อีก 90% เป็นพวกความเชื่อเรื่องเวรกรรม โชค ดวง ฉะนั้น คนไทยชุ่ยเพราะระบบโครงสร้างสังคมที่เป็นแบบนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;">:: สร้างจิตสำนึก คือทางออก(?) ::</h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-2072" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/07/20200722-quote-4.jpg" alt="" width="1080" height="1080" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/07/20200722-quote-4.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/07/20200722-quote-4-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/07/20200722-quote-4-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/07/20200722-quote-4-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/07/20200722-quote-4-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<h4><b>คุณหมอคิดว่า ด้วยสภาพสังคมไทยที่เป็นแบบนี้ เราจะสร้างจิตสำนึกยังไงดี</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">การจะสร้างจิตสำนึกได้ต้องมีสภาพและเงื่อนไขที่เหมาะสม จิตสำนึกก็เหมือนต้นไม้ จะสร้างจิตสำนึกคือการปลูกต้นไม้ ต้องมีดินดี น้ำดี อากาศดี และแดดดี ตอนนี้จิตสำนึกของสังคมเราเหมือนโดนบังแดดอยู่ แล้วในเมื่อต้นไม้ที่เราปลูกไม่เคยโดนแดดเลย ถามว่ามันจะเจริญงอกงามไหม ไม่หรอก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถามว่าอะไรเป็นตัวบังแดดของเรา นั่นคือสิ่งที่พูดมาทั้งหมด ทั้งระบบอุปถัมภ์ การคอร์รัปชัน พวกนี้เป็นตัวบังแดดทั้งนั้น มนุษย์ส่วนหนึ่งคิดถึงแต่ตัวเองและเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง จะทำตามแต่ที่ตัวเองพอใจ มีแต่ประเทศไทยเท่านั้นแหละที่ยอม ลองไปอยู่ประเทศอื่นสิ ไม่ได้หรอก ประเทศอื่นไม่มีระเบียบอยู่ไม่ได้ แต่ประเทศไทยอยู่ไม่ได้ถ้ามีระเบียบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณจำได้ไหม ย้อนกลับไปสมัยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีแนวคิดว่า คนเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุจากการนั่งหลังรถกระบะ เลยจะออกกฎหมายห้ามนั่งหลังกระบะ ทีนี้โวยวายกันใหญ่ จน คสช. ต้องถอย ให้นั่งได้แต่ไม่เกิน 7 คน เห็นไหมว่านี่คือสังคมไทย เอาระเบียบเข้ามาจับ จะพังทันทีเลย แถมบางทีอ้างความจนอีก สุดท้ายก็ไม่เคยมีใครพูดถึงกฎหมายฉบับนี้อีกเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ดังนั้น ผมว่าเราต้องทำการแก้พฤติกรรมก่อน คำว่าพฤติกรรมมันไม่ตรงไปตรงมา เพราะเรากำลังทำเรื่องนี้กับคน ซึ่งมีความลึกซึ้ง แต่ถ้าเราแก้ถูกจุด คลิกกับเขาแล้ว มันจะง่ายเลย ผมเชื่อว่า ตอนนี้เรากำลังหาลูกกุญแจมาไขปัญหาเรื่องอุบัติเหตุ เราบอกว่าเราไม่มีแสงแดด แต่จำเป็นต้องเป็นแสงจากดวงอาทิตย์เท่านั้นไหม อาจจะไม่ เพราะเดี๋ยวนี้เรามีเทคโนโลยีที่อาจจะเอามาช่วยส่องแสงให้ต้นไม้หรือจิตสำนึกของเราแทนได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;">:: ร่วมด้วยช่วยกัน ระวังอย่างต่อเนื่อง ::</h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-2073" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/07/20200722-quote-5.jpg" alt="" width="1080" height="1080" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/07/20200722-quote-5.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/07/20200722-quote-5-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/07/20200722-quote-5-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/07/20200722-quote-5-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/07/20200722-quote-5-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<h4><b>มีคนบอกว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่กับสงกรานต์ยอดผู้เสียชีวิตจะพุ่งมาก เรื่องนี้เท็จจริงยังไง</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงครับ เราจึงเอาเทศกาลปีใหม่กับสงกรานต์เป็นตัวตั้ง ผลักดันเรื่อง 7 วันอันตราย อย่างที่บอกว่า เมื่อก่อนคนไม่ได้สนใจเรื่องอุบัติเหตุ การนำเรื่องเทศกาลเข้ามาก็เป็นลูกเล่นหนึ่งที่จะทำให้คนสนใจและตระหนักได้ว่า มันอันตราย ถามว่าได้ผลไหม ก็ได้ผลนะ เพราะเมื่อก่อนนี้ สักช่วงสมัยที่ ดร.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ 7 วันอันตรายมีคนตายราว 700 คนเลย ตอนนี้เหลือประมาณ 400 แล้ว แต่มันก็ลดแค่ 7 วันแหละ อีก 300 กว่าวันเรายังทำไม่ได้ เหมือนพอครบ 7 วันก็ปิดสวิตช์เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้ เรายังมองอุบัติเหตุเหมือนเป็นภัยธรรมชาติ ซึ่งมันไม่ใช่ อุบัติเหตุเกิดทุกวัน ต้องทำทุกวัน ผมยกตัวอย่างว่า ถ้าคุณอยากฟันดี ลงทุนไปหาหมอฟันปีหนึ่งสองครั้ง นอน 7 วันให้หมอฟันทำความสะอาดฟันทุกอย่าง แต่พอกลับมาไม่เคยแปรงฟันเลย ถามว่าฟันคุณจะดีไหมล่ะ นี่ก็เหมือนกัน เรายังต้องทำตลอด ทำทุกวัน ไม่ใช่ 7 หรือ 14 วันต่อปี</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
</div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/quote-taejing-siripanij/">(Quote) เปลี่ยนมุมมองเรื่องเมาแล้วขับ กับ นพ.แท้จริง ศิริพานิช</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2076</post-id>	</item>
		<item>
		<title>“เรามองอุบัติเหตุเป็นเหมือนภัยธรรมชาติ และอยู่กับมันอย่างมีความสุข” คุยกับ ‘หมอเมาไม่ขับ’ นพ.แท้จริง ศิริพานิช</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/taejing-siripanich-interview/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=taejing-siripanich-interview</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Jul 2020 10:36:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิเมาไม่ขับ]]></category>
		<category><![CDATA[อุบัติเหตุบนท้องถนน]]></category>
		<category><![CDATA[เมาแล้วขับ]]></category>
		<category><![CDATA[เมาไม่ขับ]]></category>
		<category><![CDATA[แท้จริง ศิริพานิช]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1994</guid>

					<description><![CDATA[<p>เข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวคราวใด ย่อมได้ยินเรื่องราว &#8216;อุบัติเหตุบนท้องถนน&#8217; คร่าชีวิตคนไทยจำนวนมากอยู่เป็นระยะ และสาเหตุอันดับต้นๆ ของเหตุเลวร้ายดังกล่าว ย่อมมี &#8216;เมาแล้วขับ&#8217; ติดโผแทบทุกครั้ง กลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่มีหลายฝ่ายพยายามรณรงค์เพื่อแก้ปัญหานี้มาอย่างต่อเนื่อง นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ คือหนึ่งในผู้ที่เดินบนเส้นทางการรณรงค์มายาวนานกว่าสองทศวรรษ นั่นทำให้เขามองเห็นแนวโน้มและภาพรวมของปัญหาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมเห็นรากลึกที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้ภูเขาน้ำแข็งมานาน “เราทุกคนมีโอกาสเสียชีวิตจากคนเมาแล้วขับกันหมด ทั้งผม ทั้งคุณ” คือคำกล่าวแรกของคุณหมอแท้จริงตอนเริ่มต้นสนทนากัน “วันนี้คุณสัมภาษณ์ผมเสร็จ ตอนออกไปอาจจะเจอคนเมาก็ได้ ใครจะไปรู้ และนั่นคือสาเหตุที่เราต้องทำเรื่องนี้อยู่ตลอด” Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวน นพ.แท้จริง ศิริพานิช สนทนาเกี่ยวกับเส้นทางการรณรงค์ตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา &#8211; ปัญหาเมาแล้วขับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเป็นอย่างไร อะไรคือสิ่งที่ถูกซ่อนอยู่ใต้ยอดภูเขาน้ำแข็ง และเราจะร่วมกันแก้ปัญหาเรื้อรังดังกล่าวได้อย่างไร หาคำตอบได้ นับจากบรรทัดด้านล่างนี้ &#160; &#160; ได้ยินว่าคุณหมอทำงานเรื่องเมาไม่ขับมา 23 ปี อะไรเป็นแรงผลักดันให้เริ่มทำเรื่องนี้ และทำมาได้ต่อเนื่องยาวนานขนาดนี้ ตอบง่ายๆ เลยนะ เพราะว่าเมาแล้วขับเป็นเรื่องที่อันตรายไง ผมคิดว่า เวลาออกไปนอกบ้าน ไปทำงาน ผมมีโอกาสโดนคนเมาขับรถชนตาย ก็รู้สึกว่าชีวิตไม่ปลอดภัยแล้ว ถ้าผมทำเรื่องนี้สำเร็จ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/taejing-siripanich-interview/">“เรามองอุบัติเหตุเป็นเหมือนภัยธรรมชาติ และอยู่กับมันอย่างมีความสุข” คุยกับ ‘หมอเมาไม่ขับ’ นพ.แท้จริง ศิริพานิช</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวคราวใด ย่อมได้ยินเรื่องราว &#8216;อุบัติเหตุบนท้องถนน&#8217; คร่าชีวิตคนไทยจำนวนมากอยู่เป็นระยะ และสาเหตุอันดับต้นๆ ของเหตุเลวร้ายดังกล่าว ย่อมมี &#8216;เมาแล้วขับ&#8217; ติดโผแทบทุกครั้ง กลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่มีหลายฝ่ายพยายามรณรงค์เพื่อแก้ปัญหานี้มาอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>นพ.แท้จริง ศิริพานิช </strong>เลขาธิการ<em><a href="https://www.ddd.or.th/">มูลนิธิเมาไม่ขับ</a> </em>คือหนึ่งในผู้ที่เดินบนเส้นทางการรณรงค์มายาวนานกว่าสองทศวรรษ นั่นทำให้เขามองเห็นแนวโน้มและภาพรวมของปัญหาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมเห็นรากลึกที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้ภูเขาน้ำแข็งมานาน</p>
<p>“เราทุกคนมีโอกาสเสียชีวิตจากคนเมาแล้วขับกันหมด ทั้งผม ทั้งคุณ” คือคำกล่าวแรกของคุณหมอแท้จริงตอนเริ่มต้นสนทนากัน “วันนี้คุณสัมภาษณ์ผมเสร็จ ตอนออกไปอาจจะเจอคนเมาก็ได้ ใครจะไปรู้ และนั่นคือสาเหตุที่เราต้องทำเรื่องนี้อยู่ตลอด”</p>
<p>Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวน นพ.แท้จริง ศิริพานิช สนทนาเกี่ยวกับเส้นทางการรณรงค์ตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา &#8211; ปัญหาเมาแล้วขับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเป็นอย่างไร อะไรคือสิ่งที่ถูกซ่อนอยู่ใต้ยอดภูเขาน้ำแข็ง และเราจะร่วมกันแก้ปัญหาเรื้อรังดังกล่าวได้อย่างไร</p>
<p>หาคำตอบได้ นับจากบรรทัดด้านล่างนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1996" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/20200317-AR-14.png" alt="" width="1380" height="921" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/20200317-AR-14.png 1380w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/20200317-AR-14-300x200.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/20200317-AR-14-768x513.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/20200317-AR-14-1024x683.png 1024w" sizes="(max-width: 1380px) 100vw, 1380px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ได้ยินว่าคุณหมอทำงานเรื่องเมาไม่ขับมา</strong><strong> 23 ปี อะไรเป็นแรงผลักดันให้เริ่มทำเรื่องนี้ และทำมาได้ต่อเนื่องยาวนานขนาดนี้</strong></h4>
<p>ตอบง่ายๆ เลยนะ เพราะว่าเมาแล้วขับเป็นเรื่องที่อันตรายไง ผมคิดว่า เวลาออกไปนอกบ้าน ไปทำงาน ผมมีโอกาสโดนคนเมาขับรถชนตาย ก็รู้สึกว่าชีวิตไม่ปลอดภัยแล้ว ถ้าผมทำเรื่องนี้สำเร็จ ก็จะได้ความปลอดภัยในชีวิตคืนมาด้วย นี่มันต่างกับคนสูบบุหรี่นะ เพราะถ้าเห็นคนสูบบุหรี่ เราก็อาจจะเลี่ยงไม่เข้าใกล้ได้ ป้องกันตัวเองได้ แต่สำหรับคนเมาแล้วขับ คุณรู้ได้ยังไงว่าเขาจะไม่ขับมาชนเรา หรือเราจะรู้ได้ยังไงว่าเขาเมา เรามีโอกาสโดนคนเมาชนได้ทุกเมื่อแหละ ป้องกันตัวเองไม่ได้เลย</p>
<p>ประเทศไทยมีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนปีละราว 2 หมื่นคน ครึ่งหนึ่งเกิดขึ้นเพราะเมาแล้วขับ จริงๆ เมื่อก่อนหนักกว่านี้ คือคิดเป็นราว 80% ของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เราทำการรณรงค์เรื่องนี้มานาน จะว่าสำเร็จก็สำเร็จ แต่จะว่าไม่ก็ไม่ เพราะถึงมันจะลดลงมาได้ครึ่งหนึ่ง แต่เมาแล้วขับก็ยังเป็นสาเหตุใหญ่อยู่ดี และสถิตินี้ นับแค่เฉพาะกรณีที่โดนเรียกตรวจแอลกอฮอล์แล้วเจอว่าเมา (มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดมากกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์) ยังมีคนอีกเยอะที่หลุดไปได้</p>
<p>เพราะฉะนั้น หากถามว่าทำไมผมยังรณรงค์เรื่องนี้อยู่ ก็เพราะมันยังไม่ปลอดภัยไง พอคนเมาขับรถชนคนอื่น บอกแค่ว่า “ขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมแค่เมา” คนไทยก็จะมองว่า อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมา เรื่องก็จบไป เรามองคนเมาแล้วขับเป็นมิตรเกินไป เหล้ากับสังคมเป็นอะไรที่แยกกันไม่ออก ซึ่งต้องบอกก่อนว่า เราไม่ได้ห้ามคุณดื่มเหล้านะ การดื่มเป็นสิทธิของคุณ แต่จะดื่มแล้วไปขับรถไม่ได้ เราไม่ยอมเรื่องนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>คุณหมอรณรงค์เรื่องเมาแล้วขับมานาน และเคยโดนคนเมาขับรถชนด้วย อยากให้เล่าเรื่องนี้ให้ฟังหน่อย</strong></h4>
<p>เมื่อสักตอนปี 2559 ผมรณรงค์เรื่องเมาไม่ขับช่วงสงกรานต์เสร็จ ก็ไปหาคุณพ่อที่สระบุรีกับภรรยา ตอนขับรถเข้าบ้าน ผมโดนคนเมาขับชนท้ายรถจนบู้บี้ไปหมด เรียกได้ว่ารถผมเละเลย หมุนไปสองสามตลบ จนผมคิดว่าตัวเองตายแน่แล้ว เผอิญมีคนมาช่วยพอดี เขาบอกว่า รถที่ชนผมจอดอยู่ข้างหน้า คงชนหนักมากจนขับต่อไปไม่ได้ ผมโมโหจึงวิ่งไปหาเจ้าของรถคันนั้น ปรากฏว่าเจอคนขับเดินเมาแอ๋ลงมาเลย</p>
<p>คืนนั้นผมไปนอนพักที่โรงพยาบาล ความรู้สึกแวบแรกคือ น้อยใจ เรารณรงค์เรื่องนี้มาเป็นสิบปี แต่วันนี้โดนคนเมาชนเอง มันล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ผมยังบอกภรรยาเลยว่า จะเลิกรณรงค์แล้ว แต่เช้าวันต่อมา ผมคิดได้ว่า ขนาดเรารณรงค์มาสิบกว่าปียังโดน ถ้าเลิกจะไม่ยิ่งแย่กว่าเดิมเหรอ อีกอย่าง การโดนรถชนมันไม่เหมือนเป็นหวัดนะ ไม่ใช่ว่าโดนแล้วจะมีภูมิคุ้มกัน โดนแล้วก็โดนอีกได้ ผมเลยรณรงค์ต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ตั้งแต่เริ่มรณรงค์จนถึงปัจจุบัน แนวโน้มของเรื่องนี้ในสังคมไทยเป็นอย่างไรบ้าง คนตระหนักเรื่องอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับเพิ่มขึ้นบ้างไหม</strong></h4>
<p>ผมคิดว่าดีขึ้นนะ สมัยก่อนโน้นไม่มีใครตระหนักเรื่องอุบัติเหตุเลย เรายังไม่มีเครื่องเป่าแอลกอฮอล์ด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ทุกคนเริ่มรู้แล้วว่า มันอันตราย อย่างน้อย ปีใหม่กับสงกรานต์ก็ออกมารณรงค์กันเต็มไปหมด เราดีใจที่คนเริ่มเห็นตรงนี้แล้ว และการรณรงค์ทำอย่างต่อเนื่องด้วย แน่นอนว่า คนขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจไม่ค่อยชอบเราเพราะเขาอาจขายของได้น้อยลง แต่เราทำเพื่อความปลอดภัยของสังคมส่วนรวม ถ้าสังคมปลอดภัย พวกเราก็ปลอดภัยด้วย</p>
<p>ปัจจุบันนี้ ภาคส่วนต่างๆ เช่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ก็เริ่มมาร่วมด้วย มีคนช่วยทำการรณรงค์ต่างๆ เพิ่มขึ้น จะเห็นได้ว่าเมื่อ 20 กว่าปีก่อน เราเริ่มจากเมาไม่ขับ ตอนนี้เริ่มมีโทรไม่ขับ ง่วงไม่ขับ เร็วไม่ขับ ตามมา สังคมโดยรวมเห็นความสำคัญของเรื่องนี้มากขึ้น รัฐบาลเริ่มเอาใจใส่เรื่องนี้มากขึ้น นี่เป็นสิ่งที่เราดีใจ เพราะมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตคน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>แล้วมีส่วนไหนของการรณรงค์ที่คุณคิดว่า ยังเป็นความท้าทาย หรือต้องพยายามให้มากขึ้น</strong></h4>
<p>ผมยังไม่พอใจเรื่องผลลัพธ์เท่าไหร่ จำนวนคนที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุยังไม่ได้เปลี่ยนไปมาก เราไม่ได้บอกว่า ห้ามเกิดอุบัติเหตุ มันเกิดได้ แต่ถ้าเกิดแล้ว ไม่มีคนเสียชีวิตได้ไหม ขาหักดามได้ แต่ชีวิตเอากลับคืนมาไม่ได้ แล้วส่วนใหญ่อุบัติเหตุรุนแรงเพราะความเมา ถ้าเรามีสติ เรายังพอควบคุมได้ แต่ถ้าเมาเราไม่รู้เรื่องเลย ทำอะไรลงไปไม่รู้ ยกโทษให้ที แล้วคนอื่นก็บ้าจี้ตาม บอกว่าอย่าถือสาคนเมา คือมันไม่ได้ไง</p>
<p>แต่ก่อนตอนเราเริ่มรณรงค์ใหม่ๆ มีคนบอกว่า “จะบ้าเหรอ คนไทยเมาทั้งประเทศ มีเหล้าขายเยอะขนาดนี้ จะรณรงค์ไปทำไม” คนไทยชอบมองว่าอุบัติเหตุเป็นเรื่องของโชคชะตา ถ้าดวงดีก็ไม่ตาย ซึ่งมันไม่ใช่ ตอนนี้คนไทยเริ่มรับแนวคิดเมาไม่ขับแล้ว แต่ถ้าถามว่าคนเมายังขับไหม ก็ยังขับอยู่ แถมเยอะด้วย เวลาดื่มเหล้ากับเพื่อนเสร็จ แทนที่จะบอกกันว่า “เมาไม่ขับนะ” คนส่วนใหญ่กลับบอกว่า “ขับรถดีๆ” แทน</p>
<p>คุณจะดื่มเราไม่ว่า แต่อย่าขับออกไป เราไม่โอเค คุณจะดื่มหรือไม่ดื่ม มันคือทางเลือกของคุณ แต่ถ้าคุณขับออกไป คุณอาจจะเลือกแทนคนอื่น ซึ่งเขาไม่ได้เลือก เขาไม่ได้เมากับคุณด้วย แต่เขาอาจจะต้องเสียชีวิตเพราะคุณ มันไม่แฟร์ การเลือกคืออิสระของมนุษย์ ทุกคนมีสิทธิเลือก ผมเลือกที่จะตายเองได้ มันเป็นชีวิตของผม แต่ถ้าคนเมามายัดเยียดให้ ผมไม่ยอม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1998" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/20200317-AR-3.png" alt="" width="1381" height="921" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/20200317-AR-3.png 1381w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/20200317-AR-3-300x200.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/20200317-AR-3-768x512.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/20200317-AR-3-1024x683.png 1024w" sizes="(max-width: 1381px) 100vw, 1381px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>คุณหมอบอกว่าสมัยก่อนยังไม่มีเครื่องเป่าแอลกอฮอล์ แล้วสังคมเราในตอนนั้นเป็นยังไง มีมาตรการอย่างไรกับคนเมาแล้วขับ</strong></h4>
<p>จริงๆ เรามีกฎหมายจราจรที่ห้ามคนเมาขับรถมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2522 แล้ว แต่ด้วยความที่เรายังไม่มีเครื่องเป่าแอลกอฮอล์ ยังวัดอะไรไม่ได้ พอตำรวจไปถามคนเมาว่าเมาไหม แน่นอน เขาก็ตอบว่า ไม่เมา ตำรวจไม่รู้จะทำยังไงเลยต้องปล่อยเขาไป เราจึงต้องมาผลักดันว่า อะไรคือความเมา เพราะไม่มีใครยอมรับหรอกว่าตัวเองเมา</p>
<p>พอดูต่างประเทศ เราเห็นว่าเขาใช้วิธีวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด ซึ่งแต่ละประเทศกำหนดต่างกันไปว่า ต้องมีแอลกอฮอล์อยู่ในเลือดกี่มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ถึงจะจัดว่าเมา บางประเทศห้ามมีเลย แต่บางประเทศก็ให้สูงถึง 80 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ได้ ส่วนไทยเราเดินสายกลาง คือกำหนดเป็นเกณฑ์ไว้ที่ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์เหมือนประเทศส่วนใหญ่</p>
<p>พอกำหนดเกณฑ์แล้วก็ต้องมีเครื่องตรวจ เราไปช่วยผลักดันเรื่องเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ ให้กรมมาตรฐานการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เป็นคนรับรองมาตรฐานเครื่องวัด ทำให้ทุกวันนี้ ไทยเป็นประเทศเดียวที่เครื่องมือวัดแอลกอฮอล์เป็นเครื่องมือแพทย์ ต้องผ่านมาตรฐานสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทุกๆ 6 เดือน ไม่งั้นก็เอามาใช้ไม่ได้</p>
<p>แต่ถึงจะมีเกณฑ์ มีเครื่องตรวจแล้ว เราก็ยังมีปัญหาอยู่สองข้อใหญ่ๆ <strong>ข้อแรก</strong>คือ ตำรวจตอนนั้นยังไม่ค่อยอยากตั้งด่าน เพราะจับคนปกติก็เถียงกันจะตายอยู่แล้ว พอเป็นคนเมายิ่งคุยกันไม่รู้เรื่อง เราผลักดันเรื่องนี้จนมาสำเร็จในสมัยที่พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว เป็นผู้การฯ จราจร ท่านสนับสนุนจนตอนนี้มีการตรวจแอลกอฮอล์ ทุกสถานีตำรวจมีเครื่องวัดแอลกอฮอล์หมด</p>
<p>ส่วนปัญหา<strong>ข้อที่สอง</strong>คือ คนไม่ยอมเป่า ตำรวจก็บังคับให้เป่าไม่ได้เพราะจะละเมิดสิทธิมนุษยชน จึงต้องใช้วิธีเก็บหลักฐานฟ้อง แต่กว่าจะขึ้นศาล ก็หายเมาไปแล้ว ถามว่าแจ้งข้อหาคนไม่เป่าได้ไหม ได้นะครับ แต่แจ้งได้เฉพาะข้อหาขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ซึ่งปรับหนึ่งพันบาท เราเลยผลักดันให้แก้กฎหมาย ใช้เวลาราว 5-6 ปีกว่าจะแก้สำเร็จ ว่าถ้าคุณไม่ยอมเป่า จะถือว่าคุณเมาทันที ไม่จำเป็นต้องมีสลิปบอกมิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แล้วศาลท่านลงโทษด้วย เพราะถ้าคุณไม่เมาจริง ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่คุณจะไม่เป่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>แล้วถ้าเป็นปัจจุบันนี้ คุณหมอคิดว่ามาตรการลงโทษคนเมาแล้วขับมีประสิทธิภาพพอหรือยัง</strong></h4>
<p>ยังไม่พอ ถ้าพอคนก็กลัวสิ กระบวนการทางกฎหมายยังมีช่องโหว่ ถึงจะมีโทษจำคุก แต่โทษจำคุกรอลงอาญาได้ เพราะแนวคิดที่มีต่อคนเมาคือ เขาประมาท ไม่ได้ตั้งใจขับรถชน ก็จริงนะ แต่มันใช่เหรอ (หัวเราะ) คนไม่เมายังมีโอกาสขับรถชนเลย แล้วนี่ยิ่งคนเมา เราจะไปคิดไม่ได้ว่าเขาแค่เมา แค่ประมาท อย่างที่บอกว่า คนไทยไม่ได้เห็นคนเมาเป็นเรื่องใหญ่ เพราะบริบทการยอมรับเรื่องสุราในสังคมไทยมันฝังรากลึกมาก ลึกกว่าบุหรี่อีก</p>
<p>เราไม่มีทางให้คนส่วนใหญ่มองคนเมาเป็นผู้ร้ายได้เลย ทั้งที่บางครั้งคนเมายังสร้างความเดือดร้อนให้ตัวเอง ครอบครัวตัวเอง และคนอื่น แต่คนยอมรับได้ เพราะบางทีสื่อหรือโฆษณามีการสื่อสารภาพคนเมาออกมาในลักษณะของเพื่อนอีก ดูเฮฮา ไปไหนไปกัน ฉลองเทศกาลต่างๆ นี่แหละคือบริบทสังคมที่ยากมาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>แล้วเราควรจะต้องมีมาตรการอย่างไรจึงจะช่วยอุดช่องโหว่ของกฎหมายได้ด้วย</strong></h4>
<p>ผมเคยเสนอครั้งหนึ่งว่า เวลาคนเมาแล้วไปขับรถหรือเมาแล้วไปทำผิดต้องได้รับโทษสองเท่าของคนไม่เมา เพราะคุณเสี่ยงมากกว่า ถ้าคุณรู้ว่าคุณดื่มเหล้าแล้วเมา ต้องอยู่ในบ้าน อย่าออกไปเพ่นพ่านหรืออย่าออกไปขับรถ คนที่คอยดูแลก็ต้องคอยดูแลให้ดีด้วย ถ้าคนเมาไปก่อเรื่องอะไร คนดูแลก็ควรจะต้องรับผิดชอบด้วย</p>
<p>อันที่จริง ถ้าถามว่าโทษของเมาแล้วขับหนักไหม ก็หนักอยู่นะ แต่ด้วยช่องว่างของกฎหมาย ทำให้โทษที่ว่าอาจจัดการคนเมาได้ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร แล้วเรายังมีทั้งปัญหาคอร์รัปชันกับระบบอุปถัมภ์ บางคนมีเส้นสายหรือมีเงินหน่อยก็อาจจะไม่ต้องรับโทษแล้ว คนถึงพูดกันไงว่า “คุกมีไว้ขังคนจน” ต้องยอมรับว่า ระบบของไทยยังไม่เหมือนต่างประเทศ การจะเอากฎหมายมาใช้จัดการทั้งหมดเลยเป็นเรื่องยากมาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>เท่ากับว่า สภาพสังคมไทยก็เป็นตัวเอื้อให้เกิดอุบัติเหตุด้วย</strong><strong>?</strong></h4>
<p>ใช่ครับ ผมเชื่อนะว่าคนไม่ได้ไม่รู้เรื่องกฎหมาย จะเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว หรือขับย้อนศร เขารู้หมด แต่ถามว่ารู้แล้วทำไมยังทำ ก็เพราะเขารู้ว่า ทำแล้วมันรอดได้ ลองเป็นคนไทยที่ทำผิดกฎจราจรไปขับรถที่ญี่ปุ่นสิ ขับดี เคารพวินัยจราจรเชียว เพราะกฎหมายเขาไม่มีช่องว่าง เขาไม่รู้ว่าจะหาใครมาช่วยได้ เลยต้องขับรถให้ดีๆ นี่เป็นตรรกะเดียวกับฝรั่งที่มาเมืองไทยแล้วทำตัวตามสบายนั่นแหละ คนไทยเราโดนปลูกฝังแบบนี้มานานโดยที่เราไม่รู้ตัว เราอยู่ในประเทศที่โคตรสบาย ไร้ระเบียบวินัยโดยสิ้นเชิง ปัญหาที่เราพูดถึงกันมันเป็นแค่ 10% ของยอดภูเขาน้ำแข็ง สิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างใต้อีก 90% เป็นพวกความเชื่อเรื่องเวรกรรม โชค ดวง ฉะนั้น คนไทยชุ่ยเพราะระบบโครงสร้างสังคมที่เป็นแบบนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1999" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/20200317-AR-13.png" alt="" width="1381" height="921" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/20200317-AR-13.png 1381w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/20200317-AR-13-300x200.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/20200317-AR-13-768x512.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/20200317-AR-13-1024x683.png 1024w" sizes="(max-width: 1381px) 100vw, 1381px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ถ้างั้นเราต้องแก้ที่จิตสำนึก</strong><strong>?</strong></h4>
<p>จริงๆ นี่ก็เป็นกับดักอันหนึ่งเหมือนกัน ถามว่าต้องสร้างจิตสำนึกใช่ไหม ใช่ครับ ถ้าคนมีจิตสำนึกดี กฎหมายก็แทบจะไม่ต้องใช้เลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>คุณหมอคิดว่า ด้วยสภาพสังคมไทยที่เป็นแบบนี้ เราจะสร้างจิตสำนึกยังไงดี</strong></h4>
<p>การจะสร้างจิตสำนึกได้ต้องมีสภาพและเงื่อนไขที่เหมาะสม จิตสำนึกก็เหมือนต้นไม้ จะสร้างจิตสำนึกคือการปลูกต้นไม้ ต้องมีดินดี น้ำดี อากาศดี และแดดดี ตอนนี้จิตสำนึกของสังคมเราเหมือนโดนบังแดดอยู่ แล้วในเมื่อต้นไม้ที่เราปลูกไม่เคยโดนแดดเลย ถามว่ามันจะเจริญงอกงามไหม ไม่หรอก</p>
<p>ถามว่าอะไรเป็นตัวบังแดดของเรา นั่นคือสิ่งที่พูดมาทั้งหมด ทั้งระบบอุปถัมภ์ การคอร์รัปชัน พวกนี้เป็นตัวบังแดดทั้งนั้น มนุษย์ส่วนหนึ่งคิดถึงแต่ตัวเองและเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง จะทำตามแต่ที่ตัวเองพอใจ มีแต่ประเทศไทยเท่านั้นแหละที่ยอม ลองไปอยู่ประเทศอื่นสิ ไม่ได้หรอก ประเทศอื่นไม่มีระเบียบอยู่ไม่ได้ แต่ประเทศไทยอยู่ไม่ได้ถ้ามีระเบียบ</p>
<p>คุณจำได้ไหม ย้อนกลับไปสมัยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีแนวคิดว่า คนเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุจากการนั่งหลังรถกระบะ เลยจะออกกฎหมายห้ามนั่งหลังกระบะ ทีนี้โวยวายกันใหญ่ จน คสช. ต้องถอย ให้นั่งได้แต่ไม่เกิน 7 คน เห็นไหมว่านี่คือสังคมไทย เอาระเบียบเข้ามาจับ จะพังทันทีเลย แถมบางทีอ้างความจนอีก สุดท้ายก็ไม่เคยมีใครพูดถึงกฎหมายฉบับนี้อีกเลย</p>
<p>นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ดังนั้น ผมว่าเราต้องทำการแก้พฤติกรรมก่อน คำว่าพฤติกรรมมันไม่ตรงไปตรงมา เพราะเรากำลังทำเรื่องนี้กับคน ซึ่งมีความลึกซึ้ง แต่ถ้าเราแก้ถูกจุด คลิกกับเขาแล้ว มันจะง่ายเลย ผมเชื่อว่า ตอนนี้เรากำลังหาลูกกุญแจมาไขปัญหาเรื่องอุบัติเหตุ เราบอกว่าเราไม่มีแสงแดด แต่จำเป็นต้องเป็นแสงจากดวงอาทิตย์เท่านั้นไหม อาจจะไม่ เพราะเดี๋ยวนี้เรามีเทคโนโลยีที่อาจจะเอามาช่วยส่องแสงให้ต้นไม้หรือจิตสำนึกของเราแทนได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>แล้วอะไรคือ </strong><strong>‘แสง’ ที่ว่า?</strong></h4>
<p>แสงที่ว่าคือพวกกล้องหน้ารถ บันทึกได้ทุกอย่างว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ต้องเถียงกัน หลักฐานเห็นชัดเจน ผมจึงมีแนวคิดการทำงานกับมูลนิธิมาราว 2 ปีแล้วว่า แทนที่เราจะไปบอกตำรวจให้จับ สู้สนับสนุนให้รถทุกคันมีกล้องหน้ารถดีกว่า ทำระบบให้ดี ถ้าใครมีคลิปโชว์ให้เห็นพฤติกรรมที่ไม่ดีของคนได้ ก็ให้รางวัลไปเลย เหมือนพวกถ่ายมอเตอร์ไซค์วิ่งบนทางเท้า แต่ทำให้ง่ายกว่านั้น ทำให้คนเห็นว่า เราจัดการคนที่มีพฤติกรรมไม่ดีบนท้องถนนได้ด้วยตัวเรา ทุกคนมีส่วนช่วยสังคมได้ คนไทยชอบจับผิดนะ (หัวเราะ) ลองเป็นแบบนี้สิ ทุกคนจับผิดซึ่งกันและกันได้ ยิ่งเดี๋ยวนี้มีพวก social media แล้ว สืบเสาะหาคนทำผิดง่ายมาก พอเจอแบบนี้มากเข้า คนทำผิดมาหาตำรวจเองเลยก็มี</p>
<p>อีกอย่างหนึ่ง เมื่อเรามีกล้องคอยจับผิดคนอื่น พอเราคิดจะทำผิดขึ้นมาจะตระหนักได้ว่า กล้องคนอื่นก็จับเราอยู่เหมือนกัน ตอนนี้ เรากำลังผลักดันให้รถใหม่ทุกคันที่ออกมามีกล้องติดหน้ารถ และทำให้มีระบบแจ้งเบาะแสเพื่อรับเงินตอบแทน นำภาคเอกชนเข้ามาร่วมมือด้วย หาคนสนับสนุนที่ดี เราอาจไม่ต้องใช้งบประมาณมาก ตำรวจก็ไม่ต้องลงพื้นที่ไปจับเอง มันจะช่วยให้เราเปลี่ยนพฤติกรรมได้จริงด้วย</p>
<p>สำหรับการรณรงค์เรื่องเมาไม่ขับก็ต้องทำต่อนะ เพียงแต่ผมคิดว่า แนวคิดนี้น่าจะเป็นตัวเสริมกันได้ วันนี้เรามีพร้อมแล้ว ดิน น้ำ อากาศ นี่คือการเปิดให้แสงแดดส่อง ปลูกให้ต้นจิตสำนึกที่เราบอกว่าปลูกไม่ได้สักทีเจริญงอกงาม</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ปกติในช่วงเทศกาล โดยเฉพาะเทศกาลปีใหม่กับสงกรานต์ เรามักเห็นแคมเปญรณรงค์เรื่องเมาไม่ขับ แต่แคมเปญเหล่านี้มักเร่งรณรงค์กันในช่วงเทศกาล พอหมดเทศกาลแล้วก็แผ่วลงไป คุณหมอคิดว่าการรณรงค์ระยะสั้นแบบนี้มีประสิทธิภาพพอหรือเปล่า </strong></h4>
<p>ไม่มีไงครับ ถ้ามีแล้วเราคงไม่ต้องมาทำตรงนี้หรอก แคมเปญต้องทำตลอดปี ทำระยะสั้นไม่ได้หรอก ถ้าเราจะทำแคมเปญระยะสั้นเพื่อให้ความรู้พอได้ แต่ถ้าจะทำให้เป็นนิสัยต้องทำตลอดทั้งปี และต้องมีดินดี น้ำดี อากาศดี มีแสงแดด มีให้ครบเลย เพราะต่อให้ทำแคมเปญตลอดปี แต่ถ้าไม่มีแดดก็ไม่ส่งผล ต้นไม้รากเน่า สำลักน้ำตายพอดี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-2000" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/20200317-AR-8.png" alt="" width="1380" height="921" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/20200317-AR-8.png 1380w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/20200317-AR-8-300x200.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/20200317-AR-8-768x513.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/20200317-AR-8-1024x683.png 1024w" sizes="(max-width: 1380px) 100vw, 1380px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>มีคนบอกว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่กับสงกรานต์ยอดผู้เสียชีวิตจะพุ่งมาก เรื่องนี้เท็จจริงยังไง </strong></h4>
<p>จริงครับ เราจึงเอาเทศกาลปีใหม่กับสงกรานต์เป็นตัวตั้ง ผลักดันเรื่อง 7 วันอันตราย อย่างที่บอกว่า เมื่อก่อนคนไม่ได้สนใจเรื่องอุบัติเหตุ การนำเรื่องเทศกาลเข้ามาก็เป็นลูกเล่นหนึ่งที่จะทำให้คนสนใจและตระหนักได้ว่า มันอันตราย ถามว่าได้ผลไหม ก็ได้ผลนะ เพราะเมื่อก่อนนี้ สักช่วงสมัยที่ ดร.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ 7 วันอันตรายมีคนตายราว 700 คนเลย ตอนนี้เหลือประมาณ 400 แล้ว แต่มันก็ลดแค่ 7 วันแหละ อีก 300 กว่าวันเรายังทำไม่ได้ เหมือนพอครบ 7 วันก็ปิดสวิตช์เลย</p>
<p>ตอนนี้ เรายังมองอุบัติเหตุเหมือนเป็นภัยธรรมชาติ ซึ่งมันไม่ใช่ อุบัติเหตุเกิดทุกวัน ต้องทำทุกวัน ผมยกตัวอย่างว่า ถ้าคุณอยากฟันดี ลงทุนไปหาหมอฟันปีหนึ่งสองครั้ง นอน 7 วันให้หมอฟันทำความสะอาดฟันทุกอย่าง แต่พอกลับมาไม่เคยแปรงฟันเลย ถามว่าฟันคุณจะดีไหมล่ะ นี่ก็เหมือนกัน เรายังต้องทำตลอด ทำทุกวัน ไม่ใช่ 7 หรือ 14 วันต่อปี</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>คุณหมอคิดว่า อะไรทำให้เราไม่สามารถใช้มาตรการระยะยาวได้ตลอด</strong></h4>
<p>เพราะคนยังไม่มองว่าเรื่องนี้สำคัญไง ถามว่าแล้วทำไมยังมองแบบนี้ เราต้องย้อนกลับไปที่ระบบสังคมไทยเลย สมมติใครสักคนโดนรถชนเสียชีวิต ญาติๆ ก็จะมองว่า โชคดีไม่ดี ทำบุญมาแค่นี้ ถึงเวลาไปสบายแล้ว จริงๆ เขารู้ปัญหานะ แต่เมื่อคิดเรื่องโชคไม่ดี ก็อาจจะทำให้เขารับได้มากกว่าการโดนคนขับรถชน และถ้าเป็นเรื่องอุบัติเหตุ เรามีการชดเชย มีระบบเยียวยาและมีประกันให้ แต่เรายังไม่มีการป้องกันแก้ไข</p>
<p>ต้องบอกว่า เราอยู่กับอุบัติเหตุอย่างมีความสุข หลายคนไม่คิดหรอกว่า ปัญหานี้ต้องจัดการ ระบบเราก็เอื้อให้เกิดด้วย ถามว่าวันนี้ตำรวจไม่ตั้งด่านเราเดือดร้อนไหม ไม่ ไม่โวยวาย ไม่ถามด้วยว่าทำไมไม่ตั้งด่าน นี่แหละคือความสำคัญของการใส่เรื่องความคิดกับทัศนคติลงไป มันมีบทบาทหมด ซึ่งเราไม่คิดถึงตรงนี้ด้วยซ้ำ</p>
<p>อย่างเรื่องบุหรี่ หลายคนไม่ชอบหรือรำคาญควันบุหรี่ แต่นี่เราไม่ได้รำคาญคนเมา เห็นเขาขับรถก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเมา เพราะเราไม่เห็นเหมือนคนสูบบุหรี่ มันคนละบริบทกัน พอบอกให้ตำรวจเข้ามาหรือให้แก้กฎหมาย มันก็ใช้กับประเทศอื่นได้นะเพราะเขาเคารพกฎหมาย แต่พอมาใช้กับเมืองไทย เราก็จัดการกฎหมายหมดเลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ถ้าดูประเทศในอาเซียน ประเทศไหนที่จัดการเรื่องอุบัติเหตุได้ดีบ้าง </strong></h4>
<p>ประเทศในอาเซียนที่ทำได้ดีที่สุดคือสิงคโปร์ กฎหมายเขาเข้มงวดมาก และที่สำคัญสิงคโปร์เขามีแดด มีสังคมที่ดี เช่น เป็นประเทศใหม่ ไม่มีระบบเจ้าขุนมูลนายอุปถัมภ์ คอร์รัปชันก็น้อยด้วย จิตสำนึกเขาเลยเกิด ระเบียบวินัยเขาดีกว่าเรา</p>
<p>เพราะบริบทสังคมเราต่างกัน เราจึงบอกว่าต้องแก้ปัญหาให้ถูกจริตกับสังคมไทย เช่น คนไทยชอบจับผิดคนอื่น ก็นำกล้องหน้ารถเข้ามาใช้ ผมคิดว่า สมัยนี้ไม่ใช่สมัยที่เราจะวางแผนระยะยาว อะไรที่พอทำได้ก็ต้องรีบทำ ถ้าใช้ไม่ได้ก็หาอย่างอื่นมาทำแทน โลกเปลี่ยนไป เทคโนโลยีเข้ามาแล้ว จะคิดจะทำแบบเดิมไม่ได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-2001" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/20200317-AR-11.png" alt="" width="1380" height="921" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/20200317-AR-11.png 1380w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/20200317-AR-11-300x200.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/20200317-AR-11-768x513.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/20200317-AR-11-1024x683.png 1024w" sizes="(max-width: 1380px) 100vw, 1380px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>จากประสบการณ์ที่คุณหมอเคยเป็นคนประสานงานกับมูลนิธิหรือหน่วยฉุกเฉินต่างๆ อุบัติเหตุจากคนเมาแล้วขับกระทบระบบสาธารณสุขโดยรวมยังไงบ้าง อยากชวนให้ฉายภาพผลกระทบตรงนี้หน่อย</strong></h4>
<p>กระทบมากครับ บุคลากรจะมีเท่าไหร่ก็ไม่พอ เราถึงต้องมาทำเรื่องป้องกัน เพราะรู้ว่าระบบสาธารณสุขรับเคสแบบนี้ไม่พอ ถ้าปล่อยให้คนเมาแล้วขับก็อาจจะมีคนเสียชีวิตอีกเยอะ ผมขอใช้คำว่า แค่ ‘ตรึง’ ไว้ได้ แต่ยังไม่สามารถลดได้ ยังไม่สามารถจัดการได้หมด ผมยังเชื่อนะว่า เรามีทุนจำกัดเรื่องนี้ไว้ได้อีกเยอะ ถึงจะยังแก้ปัญหาเมาไม่ขับให้หมดไปเลยไม่ได้ แต่ให้มันดีกว่านี้แค่ครึ่งหนึ่ง เสียชีวิตน้อยกว่านี้สักครึ่งหนึ่ง เราก็รักษาชีวิตคนไทยได้ปีหนึ่งเป็นหมื่นๆ คนเลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>มีคนวิจารณ์ว่า ปัญหาเรื่องเมาแล้วขับเชื่อมโยงกับเรื่องความเหลื่อมล้ำด้วย เช่น คนที่มีฐานะยากจนมีแนวโน้มจะถูกจับหรือถูกลงโทษมากกว่า คุณหมอมองเรื่องนี้ยังไง</strong></h4>
<p>เวลาที่เราพูดถึงความเหลื่อมล้ำ สิ่งหนึ่งที่เราต้องระวังคือ ความเหลื่อมล้ำไม่ได้เกี่ยวกับแค่ฐานะ จริงอยู่ที่ความยากจนหรือร่ำรวยจัดเป็นความเหลื่อมล้ำชนิดหนึ่ง แต่ยังมีความเหลื่อมล้ำแบบอื่นอีก เช่น พวกเส้นสาย ความเหลื่อมล้ำหมายถึงความไม่ยุติธรรมทั้งหมด และนี่ก็คือตัวบังแดดอย่างหนึ่งด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>แน่นอนว่า การจะแก้ปัญหาเมาแล้วขับไม่ใช่แค่อาศัยภาครัฐหรือบุคลากรในระบบสาธารณสุข แต่เราทุกคนต้องช่วยกัน แล้วประชาชนทั่วไปจะเข้ามามีส่วนร่วมแก้ปัญหานี้ได้ยังไงบ้าง</strong></h4>
<p>อย่างที่ผมบอกเลย ทุกคนไปติดกล้องหน้ารถ แล้วทำตัวเป็นตาวิเศษหรือตาของสังคม ให้เราคิดว่า วันนี้เราจัดการคนไม่ดีบนท้องถนนได้ด้วยเครื่องมือของเรา ใช้เทคโนโลยีกับ social media ให้เป็นประโยชน์ อย่ายึดติดกับวิธีการเดิมๆ แล้วเราต้องทำให้ทุกคนรู้สึกว่า ถ้าคุณทำผิดบนท้องถนน คุณจะโดนสังคมลงโทษ ซึ่งการลงโทษจากสังคมนี่เจ็บกว่าอีกนะ นี่แหละการอาศัยความชอบจับผิดและความอิจฉาลึกๆ ของคนเราให้เป็นประโยชน์ เพราะทุกคนจะโดนตรวจสอบแบบเท่าเทียมกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-2002" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/20200317-AR-15.png" alt="" width="1381" height="921" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/20200317-AR-15.png 1381w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/20200317-AR-15-300x200.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/20200317-AR-15-768x512.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/20200317-AR-15-1024x683.png 1024w" sizes="(max-width: 1381px) 100vw, 1381px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/taejing-siripanich-interview/">“เรามองอุบัติเหตุเป็นเหมือนภัยธรรมชาติ และอยู่กับมันอย่างมีความสุข” คุยกับ ‘หมอเมาไม่ขับ’ นพ.แท้จริง ศิริพานิช</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1994</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
