<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>เอลตัน จอห์น Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B9%8C%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/เอลตัน-จอห์น/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:10:03 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>เอลตัน จอห์น Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/เอลตัน-จอห์น/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>เอลตัน จอห์น กับปลายทางคือการ (ต้อง) เลิกเหล้า</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/elton-john/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=elton-john</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Aug 2020 07:26:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าแล้วเปลี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[คนดังเลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[เรจินัลด์ ดไวต์]]></category>
		<category><![CDATA[เอลตัน จอห์น]]></category>
		<category><![CDATA[ไรอัน ไวต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=2107</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอลตัน จอห์น นักดนตรีเจ้าของรางวัลแกรมมี่ห้าสมัย เจ้าของเพลง Tiny Dancer ที่ทะยานขึ้นชาร์ตเพลงทั้งฝั่งสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาทันทีที่ถูกปล่อยออกมาในปี 1972 รวมถึงเจ้าของเครื่องแต่งกายสุดสวิงสวายบนเวที &#8230; นี่คือภาพที่เราทุกคนเห็นและจดจำจอห์น แต่เบื้องหลังชื่อเสียงที่ดังเป็นพลุแตก อีกบทบาทหนึ่งของจอห์นคือ ชายร่างเล็กเจ้าอารมณ์ ผู้ครั้งหนึ่งเคยเฉียดความตายเพราะการติดเหล้าและยามาแล้ว ก่อนที่จะมาเป็นนักดนตรีที่เมายาจนเกือบไม่ได้ลืมตาตื่น และก่อนที่จะมาเป็นศิลปินเจ้าของรางวัลมากมายและรายได้มหาศาล เอลตัน จอห์นคือเรจินัลด์ ดไวต์ เด็กชายตัวจิ๋วจากยานมิดเดิลเซ็กซ์ สหราชอาณาจักร ผู้ใช้ชีวิตวัยเยาวว์อย่างเรียบง่าย เขาขี้อาย พูดน้อย และใช้เวลาส่วนใหญ่หมกตัวอยู่ในห้องเปียโนกับแผ่นเสียงของครอบครัว ซึ่งเป็นต้นธารสำคัญของการบ่มเพาะความสามารถทางดนตรีอันสูงลิบของเขา ซึ่งปรากฏชัดในวัย 17 ที่เขากวาดคะแนนเต็มในวิชาดนตรี (แม้ว่าเขาจะสาธยายในภายหลังว่าเขาไม่ได้ลงแรงกับเรื่องพวกนี้มากนัก &#8220;ผมคือเด็กกลุ่มที่หนีซ้อมแต่ก็ยังสอบผ่านนั่นแหละ&#8221;) และเริ่มเห็นทางว่า เขาอาจจะใช้ความสามารถและความหลงใหลนี้เพื่อหาเลี้ยงชีพได้ ท่ามกลางสายตาคัดค้านของผู้เป็นพ่อซึ่งหวังอยากให้ลูกชายไปทำงานที่ดูมั่นคงและได้รับการยอมรับในยุค 50s อย่างงานธนาคาร ความขัดแย้งดังกล่าวพัฒนาไปเป็นการโต้เถียงหลายครั้งระหว่างเด็กหนุ่มกับพ่อ ก่อนจะกลายเป็นการสร้างบาดแผลลึกๆ ในจิตใจที่ทำให้เขาดิ้นรนอยากได้รับการยอมรับอยู่เสมอมา แม้ด้านหนึ่ง บาดแผลดังกล่าวจะเป็นแรงส่งให้เขาตะกายกัดฟันสู้จนประสบความสำเร็จในฐานะนักดนตรี แต่อีกด้าน หลุมดำนี้ก็ชักนำเขาไปสู่การดื่มแอลกอฮอล์และใช้ยาเสพติดอย่างหนัก อันเป็นเรื่องที่เราจะกล่าวถึงต่อไป &#160; จากเรจินัลด์ ดไวต์ เด็กชายขี้อายและพูดน้อย สู่เอลตัน จอห์น นักดนตรีชื่อดังระดับโลก &#160; เรจินัลด์ ดไวต์ ตั้งต้นอาชีพทางดนตรีด้วยการฟอร์มวงกับเพื่อนตั้งแต่ยังวัยรุ่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/elton-john/">เอลตัน จอห์น กับปลายทางคือการ (ต้อง) เลิกเหล้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอลตัน จอห์น</strong> นักดนตรีเจ้าของรางวัลแกรมมี่ห้าสมัย เจ้าของเพลง Tiny Dancer ที่ทะยานขึ้นชาร์ตเพลงทั้งฝั่งสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาทันทีที่ถูกปล่อยออกมาในปี 1972 รวมถึงเจ้าของเครื่องแต่งกายสุดสวิงสวายบนเวที &#8230; นี่คือภาพที่เราทุกคนเห็นและจดจำจอห์น</p>
<p>แต่เบื้องหลังชื่อเสียงที่ดังเป็นพลุแตก อีกบทบาทหนึ่งของจอห์นคือ ชายร่างเล็กเจ้าอารมณ์ ผู้ครั้งหนึ่งเคยเฉียดความตายเพราะการติดเหล้าและยามาแล้ว</p>
<p>ก่อนที่จะมาเป็นนักดนตรีที่เมายาจนเกือบไม่ได้ลืมตาตื่น และก่อนที่จะมาเป็นศิลปินเจ้าของรางวัลมากมายและรายได้มหาศาล เอลตัน จอห์นคือเรจินัลด์ ดไวต์ เด็กชายตัวจิ๋วจากยานมิดเดิลเซ็กซ์ สหราชอาณาจักร ผู้ใช้ชีวิตวัยเยาวว์อย่างเรียบง่าย เขาขี้อาย พูดน้อย และใช้เวลาส่วนใหญ่หมกตัวอยู่ในห้องเปียโนกับแผ่นเสียงของครอบครัว ซึ่งเป็นต้นธารสำคัญของการบ่มเพาะความสามารถทางดนตรีอันสูงลิบของเขา ซึ่งปรากฏชัดในวัย 17 ที่เขากวาดคะแนนเต็มในวิชาดนตรี (แม้ว่าเขาจะสาธยายในภายหลังว่าเขาไม่ได้ลงแรงกับเรื่องพวกนี้มากนัก &#8220;ผมคือเด็กกลุ่มที่หนีซ้อมแต่ก็ยังสอบผ่านนั่นแหละ&#8221;) และเริ่มเห็นทางว่า เขาอาจจะใช้ความสามารถและความหลงใหลนี้เพื่อหาเลี้ยงชีพได้ ท่ามกลางสายตาคัดค้านของผู้เป็นพ่อซึ่งหวังอยากให้ลูกชายไปทำงานที่ดูมั่นคงและได้รับการยอมรับในยุค 50s อย่างงานธนาคาร</p>
<p>ความขัดแย้งดังกล่าวพัฒนาไปเป็นการโต้เถียงหลายครั้งระหว่างเด็กหนุ่มกับพ่อ ก่อนจะกลายเป็นการสร้างบาดแผลลึกๆ ในจิตใจที่ทำให้เขาดิ้นรนอยากได้รับการยอมรับอยู่เสมอมา แม้ด้านหนึ่ง บาดแผลดังกล่าวจะเป็นแรงส่งให้เขาตะกายกัดฟันสู้จนประสบความสำเร็จในฐานะนักดนตรี แต่อีกด้าน หลุมดำนี้ก็ชักนำเขาไปสู่การดื่มแอลกอฮอล์และใช้ยาเสพติดอย่างหนัก อันเป็นเรื่องที่เราจะกล่าวถึงต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>จากเรจินัลด์ ดไวต์ เด็กชายขี้อายและพูดน้อย สู่เอลตัน จอห์น นักดนตรีชื่อดังระดับโลก</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรจินัลด์ ดไวต์ ตั้งต้นอาชีพทางดนตรีด้วยการฟอร์มวงกับเพื่อนตั้งแต่ยังวัยรุ่น และโชคชะตาก็เข้าข้าง เมื่อเขาจับพลัดจับผลู มีโอกาสได้เป็นคนแต่งทำนองเพลงคู่กันกับ เบอร์นี ตูปิน นักแต่งเพลงหนุ่มจากลอนดอนที่หวังมาตะกายความสำเร็จในอุตสาหกรรมดนตรีเหมือนกัน และนั่นเป็นการจับคู่ที่ทรงพลังอย่างยิ่ง โดยพวกเขารังสรรค์เพลงแรกที่ทำคู่กันขึ้นมาในนาม Scarecrow และ 6 เดือนหลังจากนั้น เมื่อเริ่มมีเส้นสายในแวดวงดนตรี เรจินัลด์ ดไวต์ผู้รู้สึกว่าชื่อของเขาไม่แปลกใหม่และไม่สะดุดหูพอ ตัดสินใจเอาชื่อของ เอลตัน ดีน นักแซ็กโซโฟนชื่อดังมาร่วมกันกับ ลอง จอห์น บัลดรี นักร้องชาวอังกฤษ-แคนาดา มารวมกันเป็น เอลตัน เฮอร์คิวลิส จอห์น และไม่เปลี่ยนเลยนับจากนั้น</p>
<p>เส้นทางความสำเร็จของเอลตัน จอห์น พุ่งขึ้นเป็นกราฟสูงลิ่วนับแต่นั้น โดยมีเบอร์นี ตูปิน กอดคอทำงานไปด้วยกัน จอห์นปล่อยอัลบั้มชื่อสุดเก๋อย่าง Empty Sky ซึ่งแม้จะสร้างชื่อให้เขาได้พอสมควรในสหราชอาณาจักร แต่ก็ยังไม่อาจข้ามไปยังแดนที่ใหญ่กว่าอย่างสหรัฐฯ ได้จนกระทั่งอีกหกปีให้หลัง นับจากนั้น จอห์นก็ทำผลงานสร้างชื่อเรื่อยมาและระเบิดเปรี้ยงเมื่อ Tiny Dancer จากอัลบั้ม Madman Across the Water ทะยานติดชาร์ต แต่นั่นยังเทียบไม่ได้กับความสำเร็จของอัลบั้มลำดับต่อๆ มาอย่าง Don&#8217;t Shoot Me I&#8217;m Only the Piano Player และ Goodbye Yellow Brick Road ที่เดินหน้ากวาดรางวัลจนแทบล้นบ้าน ทั้งยังทำให้จอห์นเดินสายออกทัวร์ครึ่งโลก</p>
<p>และนี่เองที่เป็นประตูบานแรกที่ดึงเขาเข้าสู่โลกของเหล้าและยาเสพติด</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>ชีวิต (เคย) ติดขวดเหล้าของเอลตัน จอห์น</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>ลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกาในยุค 70 นั้นคือแหล่งยาเสพติดชั้นดีที่ไม่มีเมืองไหนเทียบเคียง มันคือเมืองแห่งแสงสีและเมืองที่จอห์นใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่โรงแรมหรู ภายหลังจากออกแสดงคอนเสิร์ต เขาจะทิ้งตัวลงในห้องและมักจะมีมิตรสหายหรือผู้คนในแวดวงการทำเพลงแวะมาหา พร้อมกับส่งมอบน้ำสีอำพันเป็นเครื่องปลอบประโลมให้หายเหนื่อย ก่อนจะเลยเถิดไปเป็นบุหรี่ กัญชาและผงขาวที่ชื่อโคเคน</p>
<p>&#8220;ผมไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับยาเสพติดมาก่อนเลยจริงๆ คือเพื่อนร่วมวงเขาก็ปุ๊นกัญชาให้ผมเห็นตั้งเป็นปีๆ แต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมันนัก และทั้งชีวิตก็ไม่เคยเห็นเลยว่าเวลาคนเขาสูดโคเคนเขาทำกันยังไง&#8221; จอห์นบอก</p>
<p>ภายใต้โฉมหน้าของนักร้องหนุ่มที่แต่งชุดเต็มยศ -อันหมายความถึงปีกนก ลูกปัด เสื้อรัดรูปสีจัดจ้านกับแว่นตากรอบประดับเพชร รวมไปถึง &#8216;เครื่องหัว&#8217; สารพัดชนิดที่คนดูวาดหวังอยากเห็น- ผู้แสดงบทเพลงอย่างเต็มพลังทุกครั้งที่เขาปรากฏตัวบนเวที เอลตัน จอห์นคือนักร้องที่ใส่ส้นสูงหนาสามฟุตขึ้นไปปีนเล่นเปียโนแล้วกระโดดทิ้งตัวลงมา หรือวิ่งจากด้านหนึ่งของเวทีไปยังอีกด้านหนึ่งตลอดทั้งการแสดงแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เขาคืออดีตเด็กชายขี้อาย พูดน้อยและก้มหน้าคุยกับมือตัวเองทุกครั้งที่ต้องสนทนากับคนอื่นๆ แต่ชื่อเสียงทำให้เขาต้องพบปะผู้คนมากมาย อันเป็นสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจอย่างที่สุดสำหรับคนที่เข้าสังคมไม่เก่งอย่างเขา</p>
<p>&#8220;ผมมั่นใจแบบสุดขีดเสมอเวลาผมอยู่บนเวที เพราะเวทีเป็นพื้นที่ของผม นี่เป็นงานที่ผมรัก แต่ว่าพอลงจากเวทีนี่สิ&#8221; เขาเล่าอย่างกลุ้มใจ &#8220;ผมหาจุดสมดุลให้ตัวเองไม่ได้เลย ผมก็ยังเป็นเด็กขี้อายคนเดิม เวลาผมขึ้นแสดงโชว์ ผมก็ต้องทำอะไรสนุกๆ เพื่อให้ได้โชว์ที่ดี แต่นั่นแหละ มันไม่มีสมดุลในชีวิต ผมพบว่าตอนนั้นเองที่โคเคนทำให้ผมกล้าเปิดใจกับคนอื่นๆ มากขึ้น มันทำให้ผมคุยกับคนแปลกหน้าได้&#8221;</p>
<p>และหลังจากที่เขาสูดผงขาวนั่นเข้าจมูก เอลตัน จอห์น หายหน้าไปจากทุกคนสองสัปดาห์เต็มเพื่อหาทางประคับประคองสติของตัวเองหลังจากนั้น ซึ่งเขาบรรยายตัวเองว่า &#8220;กลายเป็นคนไม่มีเหตุผล ไร้ความรับผิดชอบ และหมกมุ่นอยู่แต่กับตัวเอง&#8221;</p>
<p>มากไปกว่าเรื่องชื่อเสียงและชีวิตส่วนตัวที่หายไปทีละน้อย จอห์นยังพบว่า เขาพยายามวิ่งหนีการยอมรับตัวตนที่แท้จริงของตัวเองด้วยการแต่งงานกับ เรเน็ต เบาล์เอล วิศวกรเสียงที่ได้ร่วมงานกันกับเขา และภายหลังอยู่กินกันได้สี่ปี ทั้งสองก็ตัดสินใจแยกทางกัน โดยเฉพาะเมื่อจอห์นเปิดตัวอย่างตรงไปตรงมาว่าเขาเป็นเกย์</p>
<p>&#8220;ผมเสียใจจนทุกวันนี้ที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อเรเน็ต&#8221; จอห์นกล่าว &#8220;ผมแต่งงานกับเธอทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าที่จริงผมไม่ได้เป็นแบบนั้น เธอเป็นคนสวยและจะทำลายชีวิตผมทิ้งก็ได้ แต่เธอก็ไม่ทำ ซึ่งนี่แหละที่ผมเรียกว่าเพื่อนแท้&#8221;</p>
<p>ข่าวคราวการหย่าของเขากลายเป็นอาหารอันโอชะของหนังสือพิมพ์แท็ปลอยด์ทั้งฝั่งอเมริกาและอังกฤษ ทำให้เขายิ่งเครียดและระเบิดความกราดเกรี้ยวลงในแก้วเหล้า ซึ่งเขาดื่มและเสพอย่างหนัก จนภายหลังเขาออกมาบอกว่า &#8220;มีหลายครั้งเลยที่ผมเจ็บหน้าอกอย่างหนัก ไม่ได้นอนติดกันสามวัน มีอาการกล้ามเนื้อกระตุกอยู่บ่อยๆ ทีมงานมักจะพบว่าผมนอนแหมะอยู่บนพื้น จนพวกเขาต้องหามไปวางไว้บนเตียงแทน เพื่ออีกชั่วโมงต่อมาผมจะลุกขึ้นมาเมาแล้วลงไปทำอย่างเดิม</p>
<p>&#8220;ผมดื่มจอห์นนี วอล์คเกอร์เข้าไปทั้งขวด แหกตาตื่นอยู่สามวันเต็มๆ แล้วทิ้งตัวลงนอนหลับไปหนึ่งวันครึ่ง จากนั้นก็ตื่นขึ้นมาและพบว่าตัวเองหิวไส้แทบขาดเพราะไม่ได้กินอะไรเลย ก็เลยกวาดเอาแซนด์วิชเบคอน ไอศกรีมถังใหญ่ กับเหล้าอีกขวดเข้าปาก แล้วอ้วกออกมาจนหมดเพราะตอนนั้นผมเริ่มเป็นโรคบูลิเมีย (ภาวะความผิดปกติในเรื่องของการรับประทานอาหาร) แล้วค่อยไปดื่มเหล้าใหม่อีกหนจนตาค้างไปอีกสามวัน&#8221;</p>
<p>การใช้ชีวิตที่เพิ่มปริมาณแอลกอฮอลให้เลือดมากกว่าน้ำเปล่าเช่นนี้ทำให้ร่างกายของจอห์นพังอย่างรวดเร็ว เขาเคยหมดสติและหายใจไม่ออก จนมีคนมาเจอว่าเขานอนฟุบอยู่บนพื้น (อีกแล้ว) และต้องหามเขาไปรักษาอย่างด่วน แต่ถึงอย่างนั้น การเข้าใกล้ความตายก้าวใหญ่ๆ ครั้งนี้ก็ไม่อาจหยุดการเป็นนักดื่มของเขาแต่อย่างใด</p>
<p>&#8220;ตอนนั้นผมพบว่า คนรอบตัวผมล้มหายตายจากไปเยอะมาก แต่ผมก็ยังห้ามตัวเองไม่ให้ใช้ชีวิตแบบเดิมไม่ได้ซะที ซึ่งนั่นแหละเป็นเรื่องที่น่ากลัวที่สุดของการติดเหล้าและยาน่ะ เวลาคุณเสพยา ดื่มเหล้าและผสมไอ้สองอย่างนี้เข้าด้วยกัน คุณจะเข้าใจไปเองว่าตัวเองเป็นอมตะ</p>
<p>&#8220;ผมใช้ชีวิตเสี่ยงสุดขีด ไม่ใช่แค่เรื่องมีเซ็กซ์แบบไม่ปลอดภัยด้วยนะ แต่ยังรวมถึงเรื่องการใช้เหล้าใช้ยานี่แหละ&#8221;</p>
<p>และนั่นคือก่อนที่เขาจะได้รู้จักกับ ไรอัน ไวต์ เด็กชายจากอินเดียน่าที่เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล โดยไวต์ไม่เพียงเป็นต้นธารให้จอห์นหยุดใช้ยาเสพติดและเลิกเหล้า แต่ยังมีส่วนสำคัญในการทำให้จอห์นเคลื่อนไหวให้ความรู้เรื่องโรค AIDS และตั้งมูลนิธิขึ้นมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>ไรอัน ไวต์ เด็กชายผู้เปลี่ยนชีวิต</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>ไรอัน ไวต์ เป็นเด็กหนุ่มที่มีโรคทางพันธุกรรมคือโรคโมฟีเลีย (โรคเลือดไหลไม่หยุด) จึงต้องได้รับบริจาคเลือดอย่างสม่ำเสมอ โศกนาฏกรรมเกิดขึ้นเมื่อปี 1984 ที่เด็กชายรับเลือดจากโรงพยาบาลและพบว่าเขาได้รับเชื้อเอชไอวีโดยไม่รู้ตัว ในเวลานั้น เทคโนโลยีทางการแพทย์ยังไม่ก้าวหน้ามากพอจะผลิตยารักษาที่ต้านอาการป่วยต่างๆ ได้ แพทย์จึงวินิจฉัยว่าที่สุดแล้ว ไวต์จะมีชีวิตอยู่ได้หลังจากนั้นอีกเพียงครึ่งปี (อย่างไรก็ตาม ไวต์มีชีวิตหลังจากได้รับวินิจฉัยนาน 6 ปี และเสียชีวิตในวัย 19 ปี)</p>
<p>&#8220;ผมโชคดีมากๆ ที่ได้พบกับไรอัน ไวต์และครอบครัวของเขา&#8221; จอห์นบอก &#8220;ผมอยากช่วยเหลืออะไรสักอย่างแก่พวกเขา แต่ลงเอยที่พวกเขาเป็นฝ่ายช่วยเหลือผมมากกว่า ไรอันเป็นแรงบันดาลใจให้ผมเลิกเหล้ายาและตั้งมูลนิธิเกี่ยวกับโรคเอดส์ ภายหลังจากที่เขาเสียชีวิตได้หกเดือน ผมก็เลิกเหล้าได้ และไม่หวนไปแตะมันอีกเลยนับแต่นั้น&#8221;</p>
<p>ภายหลังจากเข้าร่วมงานศพของไวต์ ซึ่งจอห์นได้ร่วมแสดงเพลง Skyline Pigeon เพื่อส่งเด็กหนุ่มเป็นครั้งสุดท้าย เขาก็ออกมาตั้งมูลนิธิซึ่งระดมทุนได้มากกว่า 400 ล้านเหรียญฯ ตลอดระยะเวลาเกือบสามทศวรรษ</p>
<p>&#8220;หลังจากที่เขาจากไป ผมก็รู้ตัวว่าผมเหลือทางเลือกแค่สองทาง คืออยู่หรือไป ทางเลือกไหนที่ผมอยากมี จนผมพูดกับตัวเองว่า &#8216;ฉันต้องให้คนช่วย&#8217; หรือไม่ก็ &#8216;ใครก็ได้ช่วยที&#8217; แล้วจากนั้นแหละที่ชีวิตผมพลิกกลับ หลังจากที่ใช้ชีวิตในฐานะมนุษย์อย่างเลอะเทอะสุดขีดมา 16 ปีเต็ม&#8221;</p>
<p>อย่างไรก็ดี จอห์นเข้าใจดีว่ากระบวนการเลิกเหล้านั้นไม่ง่าย เขาเขียนบทความที่หวนรำลึกถึงตัวเองภายหลังหายขาดจากอาการติดแอลกอฮอล์ลงนิตยสาร variety ในปี 2019 ว่า &#8220;พอคุณพ้นจากช่วงบำบัด คุณจะรู้สึกเหมือนเกิดใหม่เลย เหมือนมีคนถอดคุณออกมาจากสิ่งเก่าๆ คุณจะรู้สึกเปราะบางเหลือเกิน เหมือนได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้งกับคู่มือการใช้ชีวิตเล่มใหม่ ผมกังวลอยู่บ้างว่าจะกลับมาทำงานทำการได้อีกไหม แต่ในกระบวนการบำบัดคนติดเหล้าจะสอนให้คุณใช้ชีวิตกับปัจจุบัน ใช้ชีวิตอยู่กับวันนี้ ช่วงนี้นั่นแหละ&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
<p>ที่มา:</p>
<p class="m-detail-header--title"><a href="https://www.biography.com/news/elton-john-drugs-alcohol-addiction">Elton John&#8217;s Past Struggles With Drugs and Alcohol</a></p>
<p class="c-heading larva a-font-primary-regular-2xl"><a href="https://variety.com/2019/music/uncategorized/elton-john-sober-addiction-recovery-1203392566/">Elton John Recalls Performing for the First Time Since Getting Sober: ‘I Was Terrified’</a></p>
</div>
</div>
<p><a href="https://www.thesun.co.uk/tvandshowbiz/10445370/elton-john-drug-alcohol-addiction-sober/">Was Elton John addicted to drugs and alcohol and when did he get sober?</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<div class="content">
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/elton-john/">เอลตัน จอห์น กับปลายทางคือการ (ต้อง) เลิกเหล้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2107</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
