<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>แอมเบอร์ โทเซอร์ Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/แอมเบอร์-โทเซอร์/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:03:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>แอมเบอร์ โทเซอร์ Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/แอมเบอร์-โทเซอร์/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>Sober Stick Figure ชีวประวัติของ แอมเบอร์ โทเซอร์ คน (เคย) ติดเหล้า</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/sober-stick-figure-amber-tozer/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=sober-stick-figure-amber-tozer</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 Oct 2020 04:45:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าแล้วเปลี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[Sober Stick Figure]]></category>
		<category><![CDATA[คนดังติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[คนดังเลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[บำบัดคนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[แอมเบอร์ โทเซอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=2309</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;การเลิกเหล้ามันไม่ได้ทำให้คุณฉลาดขึ้นในทันทีทันใดหรอก แต่มันจะสอนคุณอย่างหนักหน่วงไปเรื่อยๆ จนกว่าคุณจะโง่น้อยลงไปเอง&#8221; คงมีไม่กี่คนที่ผ่านประสบการณ์การติดเหล้ามาตั้งแต่เจ็ดขวบจนพาชีวิตซัดเซแทบลุกยืนไม่ไหว แต่เมื่อตั้งหลักได้ก็ตัดสินใจนำเรื่องราวความพินาศในชีวิตมาเล่าเป็นความเรียงผ่านหนังสือเปี่ยมอารมณ์ขันแบบที่ แอมเบอร์ โทเซอร์ ทำได้ อาจเป็นเพราะความได้เปรียบอย่างหนึ่งคือเธอมองโลกในแง่ดี และลำดับต่อมา เธอมีเซนส์ขำขัน -ไม่ว่าจะเมาหรือไม่เมา- อันหาได้ยาก ซึ่งทั้งสองข้อนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ Sober Stick Figure หนังสือชีวประวัติของเธอที่เล่าถึงชีวิตล้มลุกคลุกคลานหลังติดเหล้าของเธอกลายเป็นหนังสือขายดีและเปิดเปลือยชีวิตของคนที่ใช้เวลาครึ่งหนึ่งของวันหมดไปกับการประคองสติกับประคองแก้วเหล้า &#8220;ครั้งแรกที่ฉันได้ลองดื่มแอลกอฮอล์คือตอนอยู่ในบ้านคุณย่า อายุสักเจ็ดขวบได้ คุณลุงวูดดีเอาเบียร์ให้ฉันลองมาจิบๆ ดูซึ่งฉันคิดว่ารสชาติมันอย่างกะฉี่เปรี้ยวๆ แน่ะ อ้อ ฉันรู้ว่าฉี่รสชาติเป็นยังไงเพราะฉันเป็นเด็กบ๊องๆ น่ะ ในตอนนั้นนะ&#8221; โทเซอร์เขียนในหนังสือ Sober Stick Figure ประเด็นคือ ตัวโทเซอร์ในวัยเจ็ดขวบซึ่งเป็นเด็กบ๊องๆ ไม่คิดสักนิดว่าการได้ลองชิมเบียร์แถมยังไม่ประทับใจรสชาติเหมือนฉี่ของมันเท่าไหร่ จะกลายมาเป็นประตูบานสำคัญที่ทำให้เธอในวัยผู้ใหญ่หมกมุ่นกับการดื่มเหล้าและเบียร์แทบไม่ว่างเว้นแต่ละวัน เธอเติบโตในรัฐโคโลราโดท่ามกลางญาติมิตรและเพื่อนบ้านนักดื่ม แม้พวกเขาจะไม่ได้เชื้อเชิญให้เธอเข้ามาร่วมวงลองจิบทุกครั้งที่เปิดขวด แต่การห้อมล้อมและเห็นบรรยากาศเช่นนั้นตั้งแต่เด็กก็มีส่วนไม่น้อยที่ทำให้เธอโตมาพร้อมกับกำขวดเบียร์ไว้ในมือไม่ห่าง รู้ตัวอีกที เธอและคนรอบตัวก็นิยามว่าโทเซอร์กลายเป็น &#8220;คนติดเหล้า&#8221; อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว เช่นเดียวกับคนติดเหล้าอีกหลายล้านคนบนโลก โทเซอร์พบปัญหาสุขภาพที่ดิ่งลงเหวอย่างไม่อาจเยียวยาแก้ไข บวกกับความกดดันหลังพยายามห่างจากแอลกอฮอล์ ที่ยิ่งพยายามหักดิบมากเท่าไหร่ยิ่งกลายเป็นว่าเธอกลับไปหามันอย่างรวดเร็วและรุนแรงขึ้นเท่านั้น คนรักของเธอในเวลานั้นพยายามรับมือกับโทเซอร์ที่อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ และตัวติดหนึบกับเหล้า (เผลอๆ อาจจะมากกว่าเขา) จนต้องแยกย้ายกันไปอยู่คนละทิศคนละทาง ประกอบกับความรู้สึกเคว้งคว้างของชีวิตหลังย้ายมาอยู่ตัวคนเดียวในเมืองใหญ่ เผชิญเหตุการณ์ 911 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/sober-stick-figure-amber-tozer/">Sober Stick Figure ชีวประวัติของ แอมเบอร์ โทเซอร์ คน (เคย) ติดเหล้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&#8220;การเลิกเหล้ามันไม่ได้ทำให้คุณฉลาดขึ้นในทันทีทันใดหรอก แต่มันจะสอนคุณอย่างหนักหน่วงไปเรื่อยๆ จนกว่าคุณจะโง่น้อยลงไปเอง&#8221;</p>
<p>คงมีไม่กี่คนที่ผ่านประสบการณ์การติดเหล้ามาตั้งแต่เจ็ดขวบจนพาชีวิตซัดเซแทบลุกยืนไม่ไหว แต่เมื่อตั้งหลักได้ก็ตัดสินใจนำเรื่องราวความพินาศในชีวิตมาเล่าเป็นความเรียงผ่านหนังสือเปี่ยมอารมณ์ขันแบบที่ <strong>แอมเบอร์ โทเซอร์</strong> ทำได้ อาจเป็นเพราะความได้เปรียบอย่างหนึ่งคือเธอมองโลกในแง่ดี และลำดับต่อมา เธอมีเซนส์ขำขัน -ไม่ว่าจะเมาหรือไม่เมา- อันหาได้ยาก ซึ่งทั้งสองข้อนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ Sober Stick Figure หนังสือชีวประวัติของเธอที่เล่าถึงชีวิตล้มลุกคลุกคลานหลังติดเหล้าของเธอกลายเป็นหนังสือขายดีและเปิดเปลือยชีวิตของคนที่ใช้เวลาครึ่งหนึ่งของวันหมดไปกับการประคองสติกับประคองแก้วเหล้า</p>
<p>&#8220;ครั้งแรกที่ฉันได้ลองดื่มแอลกอฮอล์คือตอนอยู่ในบ้านคุณย่า อายุสักเจ็ดขวบได้ คุณลุงวูดดีเอาเบียร์ให้ฉันลองมาจิบๆ ดูซึ่งฉันคิดว่ารสชาติมันอย่างกะฉี่เปรี้ยวๆ แน่ะ อ้อ ฉันรู้ว่าฉี่รสชาติเป็นยังไงเพราะฉันเป็นเด็กบ๊องๆ น่ะ ในตอนนั้นนะ&#8221; โทเซอร์เขียนในหนังสือ Sober Stick Figure</p>
<p>ประเด็นคือ ตัวโทเซอร์ในวัยเจ็ดขวบซึ่งเป็นเด็กบ๊องๆ ไม่คิดสักนิดว่าการได้ลองชิมเบียร์แถมยังไม่ประทับใจรสชาติเหมือนฉี่ของมันเท่าไหร่ จะกลายมาเป็นประตูบานสำคัญที่ทำให้เธอในวัยผู้ใหญ่หมกมุ่นกับการดื่มเหล้าและเบียร์แทบไม่ว่างเว้นแต่ละวัน</p>
<p>เธอเติบโตในรัฐโคโลราโดท่ามกลางญาติมิตรและเพื่อนบ้านนักดื่ม แม้พวกเขาจะไม่ได้เชื้อเชิญให้เธอเข้ามาร่วมวงลองจิบทุกครั้งที่เปิดขวด แต่การห้อมล้อมและเห็นบรรยากาศเช่นนั้นตั้งแต่เด็กก็มีส่วนไม่น้อยที่ทำให้เธอโตมาพร้อมกับกำขวดเบียร์ไว้ในมือไม่ห่าง รู้ตัวอีกที เธอและคนรอบตัวก็นิยามว่าโทเซอร์กลายเป็น &#8220;คนติดเหล้า&#8221; อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว</p>
<p>เช่นเดียวกับคนติดเหล้าอีกหลายล้านคนบนโลก โทเซอร์พบปัญหาสุขภาพที่ดิ่งลงเหวอย่างไม่อาจเยียวยาแก้ไข บวกกับความกดดันหลังพยายามห่างจากแอลกอฮอล์ ที่ยิ่งพยายามหักดิบมากเท่าไหร่ยิ่งกลายเป็นว่าเธอกลับไปหามันอย่างรวดเร็วและรุนแรงขึ้นเท่านั้น</p>
<p>คนรักของเธอในเวลานั้นพยายามรับมือกับโทเซอร์ที่อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ และตัวติดหนึบกับเหล้า (เผลอๆ อาจจะมากกว่าเขา) จนต้องแยกย้ายกันไปอยู่คนละทิศคนละทาง ประกอบกับความรู้สึกเคว้งคว้างของชีวิตหลังย้ายมาอยู่ตัวคนเดียวในเมืองใหญ่ เผชิญเหตุการณ์ 911 ที่สั่นสะเทือนสหรัฐฯ โทเซอร์พบว่าทางออกเดียวที่เธอควานหาให้ตัวเองได้ในเวลานั้น คือการดื่มให้หนักกว่าที่เคยเพื่อให้ปัญหาทุกอย่างมันจางลงไปเอง</p>
<p>แน่นอนว่านั่นไม่ได้ผล หรือถ้าได้ผลก็แค่ในระยะสั้นเท่านั้น &#8220;ฉันรู้มาตลอดว่าพวกคนติดเหล้าน่ะเพี้ยนทั้งนั้นแหละ เราหมกมุ่น เรามีความในใจมากมาย และพยายามดื่มเหล้าเพื่อกลบฝังความในใจพวกนี้ให้เงียบไป ความกระหายที่จะดื่มนั้นแสนแข็งแรง เราจะดื่มจนกว่าจะสลบเหมือดไปเอง และก็นะ พอได้ลองดื่มแก้วแรก เดี๋ยวแก้วที่สองสามก็จะตามมาอีกเพียบ ร่างกายและจิตใจของพวกเรา -คนติดเหล้า- น่ะแตกต่างไปจากพวกคนปกติไปหลายช่วงตัวเลยล่ะ&#8221;</p>
<p>ภาวะติดเหล้าของโทเซอร์นั้นเลวร้ายลงเรื่อยๆ เธอเคยใช้เวลาดื่มเหล้าติดต่อกันหกเดือนทุกคืนแบบไม่ให้ตับได้พักผ่อน ซึ่งเธอบอกว่าเอาเข้าจริงก็จำเหตุการณ์ เรื่องราวอะไรในช่วงเวลานั้นไม่ได้มากนัก สิ่งเดียวที่เธอจำได้ก็แค่ &#8220;ตื่นขึ้น&#8221; กับ &#8220;โผล่มาผับสักแห่ง&#8221; แล้ววนเป็นวัฏจักรชีวิตยาวนานครึ่งปี</p>
<p>&#8220;มีอยู่ครั้งนึง ฉันตื่นขึ้นบนรถไฟในโคนีย์ ไอส์แลนด์ ดวงอาทิตย์กำลังจะขึ้นแล้ว ฉันเป็นแค่ผู้โดยสารเพียงคนเดียว แต่ก็นะ ฉันได้แต่บอกตัวเองว่ายังไงซะก็อยากมาที่นี่ตลอดเวลาอยู่แล้ว&#8221; เธอเล่า</p>
<p>&#8220;สภาพจิตใจฉันย่ำแย่ มีภาวะวิตกกังวล บางทีก็คิดว่าคนต้องเกลียดเราแน่ๆ บางทีเราก็เกลียดตัวเอง แล้วพอเป็นอย่างนั้น เราก็ขอผ่อนคลายด้วยไวน์สักแก้ว เบียร์สักเหยือกหรือไม่ก็ผสมๆ กันมาเลยก็แล้วกันวะ และนั่นแหละ ความรู้สึกเป็นมิตร อบอุ่นที่แอกกอฮอล์มอบให้เราตั้งแต่เรากรอกมันเข้าปากแล้วไหลพรวดลงไปในช่องท้อง&#8221; เธอบอก</p>
<p>&#8220;ไอ้ความรู้สึกนั้นมันเหมือนสัมผัสจากพระเจ้าเลย เหมือนพระองค์มาลูบผมเรา บอกว่าไม่เป็นไรน่ะ เดี๋ยวทุกอย่างก็ดีขึ้นเอง จากนั้นก็ขึ้นอยู่กับเราแล้วว่าจะดื่มแค่แก้วเดียวหรือสองแก้ว ซึ่งในกรณีของฉันคือสิบสี่แก้ว&#8221;</p>
<p>ความเศร้าคือ แม้เธอจะรู้ว่าแอลกอฮอล์และเหล้าสารพัดชนิดกำลังทำชีวิตเธอพัง แต่เธอก็ปล่อยมือจากมันไม่ได้จริงๆ และยิ่งทำให้เธอตกที่นั่งลำบากในการใช้ชีวิตจนถึงขั้นแทบจะล้มหมอนนอนเสื่อ ในทางกลับกัน มันก็ทำให้เธอเข้าอกเข้าใจคนที่ยังเลิกเหล้าไม่ได้</p>
<p>&#8220;เวลาคนทั่วไปบอกว่า &#8216;หยุดดื่มเหล้า หยุดใช้ยาพวกนั้นเถอะน่า เธอเลือกที่จะไม่ใช้พวกมันได้นี่ ใช้จิตสำนึกหน่อย&#8217; ฉันก็สวนกลับไปทุกทีแหละว่า &#8216;เงียบเหอะน่ะ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังพูดเรื่องอะไรอยู่ จงใช้สมองและตรรกะแบบปกติของตัวเองเพื่อแก้ปัญหาของตัวเองไปเถอะ แล้วปล่อยให้พวกเราเมาเรื้อนแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะหาทางออกได้เองก็แล้วกัน'&#8221; แต่ทั้งที่ตอบอย่างนั้น ตัวโทเซอร์เองก็รู้ว่ามันไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง เธอจึงตัดสินใจสมัครเข้ารับการบำบัดการเลิกเหล้าอย่างเป็นจริงเป็นจัง&#8230; และก็รู้ในทันทีว่า ทำไมที่ผ่านมา หลายคน -รวมทั้งเธอ- ถึงเลิกเหล้าเองได้ยากลำบากเหลือเกิน</p>
<p>&#8220;ตอนต้องไปเข้ารับการบำบัดกลุ่มผู้ติดเหล้า ฉันฉุนจัดเลยตอนถูกประเมินว่าเป็นคนติดแอลกอฮอล์ และฉุนกว่าเดิมเพราะว่าทำอะไรแก้ไอ้ความฉุนนี้ไม่ได้เลย (หัวเราะ) แค่ต้องนั่งจมอยู่กับความเดือดดาลของตัวเอง เฝ้ารอให้ความรู้สึกมันหายไปเอง และหวังว่าจะไม่ไปทำใครเจ็บตัวเข้าระหว่างเข้ารับการบำบัด และนั่นแหละที่ฟาดฉันเข้าอย่างจัง เพราะทางเดียวที่จะทำให้ทุกอย่างมันผ่านไปได้คือต้องดื่มไง! ดื่มให้ความรู้สึกพวกนี้มันหายไป ลองนึกภาพโลกที่ไม่มีคนเมาสิ เราคงฆ่ากันตายไปแล้ว&#8221;</p>
<p>แต่ทั้งที่ลำบากและแทบจะลุกไปทุบผู้ร่วมบำบัดด้วยความหงุดหงิดจากอาการอยากแอลกอฮอล์ โทเซอร์ก็รอดจากมันมาได้หลายปีแล้ว ทุกวันนี้เธอใช้ชีวิตเป็นนักเขียนอิสระกับเดี่ยวไมโครโฟนหญิงที่ขึ้นแสดงในผับเล็กๆ ซึ่งต่อให้เธอต้องเผชิญหน้ากับถังเหล้าขนาดยักษ์ในผับที่ขึ้นแสดงทุกวัน มันก็ไม่อาจสั่นสะเทือนอะไรเธอได้อีกแล้ว</p>
<p>&#8220;การดื่มเหล้ามันมีแต่กอบโกยไปจากเรา การเลิกเหล้านั้นมีแต่ให้ ความรื่นรมย์ที่ฉันพบระหว่างการพยายามเลิกเหล้ามันดียิ่งกว่าการใช้ยาหรือแอลกอฮอล์ตัวไหนอีก ความรื่นรมย์เล็กๆ น้อยๆ ทว่าแสนสวยงาม เราไม่ต้องพบเจอกับอาการเมาค้างนรกแตก ไม่ต้องคอยจัดการชีวิตแหลกเหลว และฉันก็ไม่ต้องตกเป็นทาสของสิ่งที่พร้อมจะฆ่าฉันให้ตายอีกต่อไป&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
<p>&nbsp;</p>
</div>
<p>ที่มา</p>
<p><a href="https://www.youtube.com/watch?v=R0gtJKnEwdE">https://www.youtube.com/watch?v=R0gtJKnEwdE</a></p>
<p><a href="https://joinclubsoda.com/product/sober-stick-figure-by-amber-tozer/">https://joinclubsoda.com/product/sober-stick-figure-by-amber-tozer/#</a></p>
<p>https://www.huffpost.com/entry/sober-stick-figure-a-unique-and-hilarious-story-of_b_577bfd63e4b00a3ae4ce64ef?guccounter=1</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/sober-stick-figure-amber-tozer/">Sober Stick Figure ชีวประวัติของ แอมเบอร์ โทเซอร์ คน (เคย) ติดเหล้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2309</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
