<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>โครงการเลิกเหล้าเข้าพรรษา Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/โครงการเลิกเหล้าเข้าพร/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:19:32 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>โครงการเลิกเหล้าเข้าพรรษา Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/โครงการเลิกเหล้าเข้าพร/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>ศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา ‘1413’ สายนี้เพื่อคนอยากเลิกเหล้า: คุยกับ พ.อ.(พิเศษ)นพ.พิชัย แสงชาญชัย</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/interview-pichai/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=interview-pichai</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Aug 2019 03:11:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ดูแลคนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[1413]]></category>
		<category><![CDATA[พ.อ.(พิเศษ)นพ.พิชัย แสงชาญชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา 1413]]></category>
		<category><![CDATA[สายด่วนเลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการงดเหล้าเข้าพรรษา]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการเลิกเหล้าเข้าพรรษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=870</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัญหาการติดสุราในประเทศไทยเป็นหนึ่งในปัญหาที่ค่อนข้างซับซ้อน กล่าวคือ ด้วยความที่สุราจัดเป็นสารเสพติดที่ถูกกฎหมาย หาซื้อง่าย และมีวัฒนธรรมการดื่มแทรกอยู่ในทุกงานสังสรรค์ ทำให้คนจำนวนมากดื่มบ่อย จนกระทั่งเข้าสู่ภาวะติดสุราเรื้อรังและต้องเข้ารับการบำบัดรักษา แต่คนจำนวนมากที่ติดสุรากลับดึงดันไม่ยอมเข้ารับการรักษา อีกทั้งยังคิดว่าตนเองไม่ได้ติด และไม่มีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาแต่อย่างใด หรือในกรณีของผู้ที่ต้องการเข้ารับการบำบัด ก็อาจจะเจอกับปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งในการเข้าถึงบริการ ดังนั้น เราจึงจะเห็นว่า แม้จำนวนผู้ดื่มสุราในประเทศไทยจะสูง แต่ตัวเลขผู้ที่เข้ารับการบำบัดกลับสวนทางกับจำนวนผู้ดื่ม คือคิดเป็นจำนวนที่น้อยจนน่าใจหาย ในประเทศไทย มีความพยายามหลายอย่างที่จะลดช่องว่างการเข้าไม่ถึงบริการบำบัดรักษา และหนึ่งในนั้นคือโครงการศูนย์ปรึกษาปัญหาสุราทางโทรศัพท์ หรือที่เรารู้จักกันในนาม สายด่วนเลิกเหล้า 1413 ซึ่งเป็นรูปแบบการให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์หรือทางออนไลน์ โดยสายด่วนเลิกเหล้าเป็นนวัตกรรมเลิกเหล้าที่สะดวกและประหยัด เพราะผู้มาขอรับบริการสามารถติดต่อทางโทรศัพท์หรือทางออนไลน์ได้ มีความต่อเนื่องเพราะจะมีการให้บริการติดตามผลในช่วงเวลา 12 เดือน นับจากที่ผู้ขอรับบริการโทรมา และรวดเร็วเพราะผู้ขอรับบริการสามารถโทรเข้ามาขอคำปรึกษาได้ก่อน ซึ่งจะช่วยทำให้ผู้ดื่มเข้าสู่ระบบบำบัดได้เร็วขึ้น ทั้งหมดนี้ทำให้สายด่วนเลิกเหล้าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ติดสุรา หรือญาติของผู้ติดสุราที่ต้องการคำปรึกษา Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า สนทนากับ พ.อ.(พิเศษ)นพ.พิชัย แสงชาญชัย จิตแพทย์ กองจิตเวชและประสาทวิทยา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ไล่เรียงตั้งแต่เรื่องสถานการณ์การดื่มสุรา และช่องว่างในการเข้าไม่ถึงบริการบำบัดรักษาอาการติดสุรา รวมถึงเรื่องโครงการสายด่วนเลิกเหล้า 1413 และการบำบัดรักษาผู้ติดสุราในภาพรวม &#160; &#160; ตอนนี้สถานการณ์การดื่มสุราของคนไทยเป็นอย่างไร และที่บอกว่ายังมีช่องว่างในการเข้าไม่ถึงบริการบำบัดรักษา คุณหมอคิดว่าช่องว่างนี้เป็นอย่างไรบ้าง ถ้าเทียบในอดีตกับปัจจุบัน กรมสุขภาพจิตเคยทำการสำรวจในปีพ.ศ. [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/interview-pichai/">ศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา ‘1413’ สายนี้เพื่อคนอยากเลิกเหล้า: คุยกับ พ.อ.(พิเศษ)นพ.พิชัย แสงชาญชัย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปัญหาการติดสุราในประเทศไทยเป็นหนึ่งในปัญหาที่ค่อนข้างซับซ้อน กล่าวคือ ด้วยความที่สุราจัดเป็นสารเสพติดที่ถูกกฎหมาย หาซื้อง่าย และมีวัฒนธรรมการดื่มแทรกอยู่ในทุกงานสังสรรค์ ทำให้คนจำนวนมากดื่มบ่อย จนกระทั่งเข้าสู่ภาวะติดสุราเรื้อรังและต้องเข้ารับการบำบัดรักษา แต่คนจำนวนมากที่ติดสุรากลับดึงดันไม่ยอมเข้ารับการรักษา อีกทั้งยังคิดว่าตนเองไม่ได้ติด และไม่มีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาแต่อย่างใด หรือในกรณีของผู้ที่ต้องการเข้ารับการบำบัด ก็อาจจะเจอกับปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งในการเข้าถึงบริการ ดังนั้น เราจึงจะเห็นว่า แม้จำนวนผู้ดื่มสุราในประเทศไทยจะสูง แต่ตัวเลขผู้ที่เข้ารับการบำบัดกลับสวนทางกับจำนวนผู้ดื่ม คือคิดเป็นจำนวนที่น้อยจนน่าใจหาย</p>
<p>ในประเทศไทย มีความพยายามหลายอย่างที่จะลดช่องว่างการเข้าไม่ถึงบริการบำบัดรักษา และหนึ่งในนั้นคือโครงการศูนย์ปรึกษาปัญหาสุราทางโทรศัพท์ หรือที่เรารู้จักกันในนาม <a href="http://www.1413.in.th"><strong>สายด่วนเลิกเหล้า 1413</strong></a> ซึ่งเป็นรูปแบบการให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์หรือทางออนไลน์ โดยสายด่วนเลิกเหล้าเป็นนวัตกรรมเลิกเหล้าที่<em>สะดวก</em>และ<em>ประหยัด </em>เพราะผู้มาขอรับบริการสามารถติดต่อทางโทรศัพท์หรือทางออนไลน์ได้ มีความ<em>ต่อเนื่อง</em>เพราะจะมีการให้บริการติดตามผลในช่วงเวลา 12 เดือน นับจากที่ผู้ขอรับบริการโทรมา และ<em>รวดเร็ว</em>เพราะผู้ขอรับบริการสามารถโทรเข้ามาขอคำปรึกษาได้ก่อน ซึ่งจะช่วยทำให้ผู้ดื่มเข้าสู่ระบบบำบัดได้เร็วขึ้น ทั้งหมดนี้ทำให้สายด่วนเลิกเหล้าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ติดสุรา หรือญาติของผู้ติดสุราที่ต้องการคำปรึกษา</p>
<p>Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า สนทนากับ <strong>พ</strong><strong>.อ.(พิเศษ)นพ.พิชัย แสงชาญชัย </strong>จิตแพทย์ กองจิตเวชและประสาทวิทยา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ไล่เรียงตั้งแต่เรื่องสถานการณ์การดื่มสุรา และช่องว่างในการเข้าไม่ถึงบริการบำบัดรักษาอาการติดสุรา รวมถึงเรื่องโครงการสายด่วนเลิกเหล้า 1413 และการบำบัดรักษาผู้ติดสุราในภาพรวม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="alignnone size-full wp-image-1046" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/08/DSC00940.jpg" alt="" width="5930" height="3953" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/08/DSC00940.jpg 5930w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/08/DSC00940-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/08/DSC00940-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/08/DSC00940-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 5930px) 100vw, 5930px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ตอนนี้สถานการณ์การดื่มสุราของคนไทยเป็นอย่างไร และที่บอกว่ายังมีช่องว่างในการเข้าไม่ถึงบริการบำบัดรักษา คุณหมอคิดว่าช่องว่างนี้เป็นอย่างไรบ้าง ถ้าเทียบในอดีตกับปัจจุบัน</strong></h4>
<p>กรมสุขภาพจิตเคยทำการสำรวจในปีพ.ศ. 2556 พบว่า คนที่มีปัญหาการดื่มสุราทั้งประเทศมีประมาณ 2.7 ล้านคน และในจำนวนนี้จะมีผู้ที่ดื่มแบบอันตรายประมาณ 1.8 ล้านคน และคนที่อยู่ในข่ายติดประมาณ 900,000 คน</p>
<p>ใน 900,000 คนนี้ มีคนที่เข้าสู่ระบบการบำบัดรักษาประมาณ 6.1% และยังไม่เข้าอีก 94% ซึ่งถือว่าสูงมาก ตรงนี้เรียกว่าเป็นช่องว่าง (Gap) ที่คนมีปัญหาการดื่มไม่ได้เข้าสู่การรักษา ผมคิดว่า ช่องว่างตรงนี้เกิดจากการที่สังคมอาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องอาการติดสุรา ว่าเป็นโรคที่บำบัดรักษาได้ ไม่รู้ว่าถ้าจะรักษาต้องไปหาใคร ไปพบแพทย์ด้านไหน อีกทั้งสถานบำบัดก็ยังมีอยู่จำกัด ในแง่ของการเบิกค่ารักษา ก็ยังเบิกไม่ได้เพราะภาครัฐไม่ได้สนับสนุนตรงนี้ ซึ่งก็เป็นเหตุผลรวมๆ ที่ทำให้ช่องว่างที่ว่านี้มีขนาดใหญ่</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>โครงการศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา </strong><strong>1413 หรือสายด่วนเลิกเหล้า ที่เริ่มต้นในปีพ.ศ. 2548 มีจุดเริ่มต้นมาจากอะไร</strong></h4>
<p>จุดเริ่มต้นคือสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เริ่มทำโครงการเลิกเหล้าเข้าพรรษา ซึ่งเมื่อทำการรณรงค์ให้ประชาชนเลิกเหล้าในช่วงเข้าพรรษา คนก็มีความต้องการอยากจะเลิก แต่พออยากจะเลิก ก็จะมีคนไข้บางคนที่มีอาการถอนพิษรุนแรง และอาจจะเป็นอันตรายได้ ซึ่งอันตรายจากการถอนพิษที่ว่าคือ ชัก สมองสับสน มีโรคแทรกซ้อน ซึ่งคนกลุ่มนี้จะมีประมาณ 5% จากทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ ทางสสส. จึงได้จัดตั้งสายด่วนเลิกเหล้าขึ้น เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจ และความช่วยเหลือแก่ผู้ดื่มที่อยากจะหยุดดื่มให้สามารถหยุดดื่มได้อย่างปลอดภัย และโครงการนี้ก็ดำเนินต่อเนื่องมาเรื่อยๆ</p>
<p>เมื่อมาถึงยุคของแผนงานการพัฒนาระบบ รูปแบบ และวิธีการบำบัดรักษาผู้มีปัญหาการบริโภคสุราแบบบูรณาการ (ผรส.) ทางสสส.เห็นว่า การทำงานเรื่องสายด่วนควรจะมีฝั่งวิชาการเข้ามาร่วมด้วย จึงให้ทางผรส.เข้ามาดูแล ซึ่งผมก็เข้ามาดูแลในช่วงนี้ คือในปีพ.ศ. 2556 โดยมีการพัฒนาเรื่องทางวิชาการ และทำการศึกษาวิจัยเพื่อให้ได้ระบบรูปแบบที่ชัดเจน และมีหลักฐานทางวิชาการรองรับว่าดี</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ในตอนที่คุณหมอเข้ามาดูแลโครงการนี้ เห็นความสำเร็จหรือจุดแข็งอย่างไรบ้าง</strong></h4>
<p>สิ่งที่ได้เห็นคือ สายด่วนมีศักยภาพในการให้บริการ ซึ่งผมคิดว่านี่เป็นช่องทางที่จะช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ โดยเมื่อคนไข้หรือญาติโทรเข้ามาขอคำปรึกษา แล้วเราให้คำปรึกษาไป 1 ครั้ง จากนั้น เราไปติดตามวัดผลแล้วพบว่า มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม คือดื่มน้อยลง และการดื่มมีความรุนแรงน้อยลง ญาติก็มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น อันนี้เรียกได้ว่าเป็นจุดแข็งของสายด่วนเลิกเหล้า</p>
<p>อีกหนึ่งจุดแข็งคือ การให้ความรู้กับสังคมและเป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างชุมชนกับสถานบำบัด ซึ่งเป็นการช่วยลดช่องว่างในการเข้าถึงบริการบำบัดรักษา (Treatment gap) ด้วยส่วนหนึ่ง อีกทั้งโครงการนี้ยังเป็นที่ฝึกและสร้างนักให้คำปรึกษาหน้าใหม่เพิ่มมากขึ้น เพื่อที่จะเข้าไปให้ความรู้ ความเข้าใจ และให้คำปรึกษาแก่ผู้ดื่มและญาติ อีกทั้งสายด่วนยังร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในการรณรงค์ให้ความรู้และความเข้าใจแก่คนในสังคม เกี่ยวกับเรื่องการลดปริมาณการดื่ม การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการเลิกสุราอย่างปลอดภัย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>นักให้คำปรึกษาหน้าใหม่คือคนกลุ่มใดบ้าง</strong></h4>
<p>โครงการเราจะมีนักศึกษาระดับปริญญาตรี คณะจิตวิทยา สาขาการให้คำปรึกษา มาฝึกงาน โดยมีมหาวิทยาลัยต่างๆ ส่งนักศึกษามาฝึกงานที่นี่ประมาณ 3-4 เดือนต่อรุ่น ซึ่งเรามีโอกาสฝึกฝนนักศึกษากลุ่มนี้ให้มีศักยภาพในการให้คำปรึกษาผู้ดื่มและญาติ โดยมีหลักสูตรฝึกฝนที่ชัดเจน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>กลุ่มคนส่วนใหญ่ที่โทรเข้ามาขอคำปรึกษาเป็นกลุ่มใด ระหว่างญาติกับตัวผู้ติดสุราเอง</strong></h4>
<p>ในตอนแรก พบว่าส่วนใหญ่เป็นญาติ โดยมีอัตราส่วนประมาณสัก 60:40 ซึ่งน่าจะมาจากการที่ตัวผู้ดื่มเองไม่ได้คิดอยากจะเลิก จึงไม่ได้หาข้อมูล มีแต่ญาติที่เดือดร้อน แต่พอเราทำไปเรื่อยๆ พบว่าอัตราส่วนตรงนี้เปลี่ยนไป กลายเป็น 50:50 ซึ่งเข้าใจว่า น่าจะเป็นผลมาจากการรณรงค์ทำให้ผู้ดื่มรับรู้ว่ามีช่องทางขอความช่วยเหลืออยู่ จึงโทรมาเองมากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>กระบวนการให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ของสายด่วนเลิกเหล้าตั้งแต่ต้นจนจบประกอบด้วยขั้นตอนใดบ้าง</strong></h4>
<p>การให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์จะมีอยู่ 3 ประเภท ได้แก่ <strong>(</strong><strong>1) reactive call </strong>คือเขาโทรเข้ามาหาเรา เราก็ให้บริการ <strong>(</strong><strong>2) proactive call </strong>คือเราเป็นฝ่ายโทรไปเอง และ <strong>(</strong><strong>3) follow up call </strong>คือการโทรติดตามผล ซึ่งเมื่อเราเปิดบริการสายด่วน 1413 ทางสสส.ก็ช่วยประชาสัมพันธ์ให้คนรับรู้ว่ามีสายด่วนนี้อยู่ เมื่อคนโทรเข้ามา เรานับเป็นครั้งแรก และให้คำปรึกษาพูดคุยไป โดยเฉลี่ยประมาณครึ่งชั่วโมงต่อคน</p>
<p>วัตถุประสงค์ของสายด่วนเลิกเหล้าคือ การช่วยให้เขาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและมีแรงจูงใจในการเลิก ถ้าเป็นญาติ ก็ช่วยในด้านจิตใจ เพราะญาติมักจะได้รับผลกระทบจากผู้ดื่มและพยายามหาความช่วยเหลือ เมื่อเราคุยเสร็จแล้ว จะขอเบอร์ติดต่อเพื่อโทรกลับไปติดตามผล โดยเราตั้งโปรแกรมไว้ว่าจะติดตาม 5 ครั้งในหนึ่งปี โดยแบ่งเป็นโทรในช่วง 1 สัปดาห์ถัดไป 1 เดือนถัดไป 3 เดือนถัดไป 6 เดือนถัดไป และ 12 เดือนถัดไป เพราะฉะนั้น คนที่เข้ามารับบริการจะได้รับบริการให้คำปรึกษาประมาณ 6 ครั้ง</p>
<p>นอกจากนี้ เรายังพบองค์ความรู้ว่า การบำบัดที่ได้ผลดีคือการเสริมสร้างแรงจูงใจ จึงเกิดนวัตกรรมใหม่ขึ้นมา เรียกว่า Telephone Motivational Enhancement Therapy (TMET) คือการบำบัดเพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจทางโทรศัพท์ ซึ่งเป็นผลพวงจากการดำเนินโครงการ โดยเมื่อเราพบว่า วิธีและโครงสร้างแบบนี้ได้ผลดี เราก็ทำการศึกษาวิจัย เปรียบเทียบระหว่างกลุ่มที่ได้รับคำปรึกษาตามปกติ กับกลุ่มที่ได้รับคำปรึกษาแบบเสริมสร้างแรงจูงใจแล้วติดตามผล 6 เดือน ซึ่งเราพบว่ามีความแตกต่างชัดเจนทั้งกับตัวผู้ดื่มและญาติ ฉะนั้น TMET จึงเป็นวิธีการที่เราปฏิบัติต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>การเสริมสร้างแรงจูงใจกับการให้คำปรึกษาตามปกติให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างไร</strong></h4>
<p>จากการวัดผลพบว่า ระดับความรุนแรงของการดื่มลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ ในส่วนของญาติ สภาพอารมณ์ จิตใจก็ดีขึ้น และมีหนทางในการแก้ไขปัญหาที่ดีกว่า เช่น สามารถพูดเสริมสร้างแรงจูงใจ หรือพาผู้ดื่มไปสู่สถานบำบัดได้มากกว่า เพราะว่าในตอนเริ่มต้น ผู้ดื่มหรือญาติจะพยายามแสวงหาวิธีการหยุด ลด ละ เลิกสุราเอง พอทำไปสักพักแล้วไม่สำเร็จ ก็จะเลิกล้มความตั้งใจ รอจนเจ็บป่วยหนักแล้วถึงคิดจะเลิก ตอนนั้นถึงจะเลิกได้ แต่สุขภาพก็ย่ำแย่ไปแล้ว ดังนั้น แรงจูงใจในการเปลี่ยนแปลงจึงมีความสำคัญมาก และที่สำคัญกว่านั้นคือ การสร้างแรงจูงใจควรจะมีความต่อเนื่อง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญจะอยู่ในช่วง 6-12 เดือนแรก เพราะฉะนั้น การบริการของเราจึงครอบคลุมเวลาการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อส่งเสริมให้เขามีแรงจูงใจในการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะได้เกิดผลสำเร็จมากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>อะไรคือความเข้าใจผิดหรือความไม่รู้ รวมถึงคำถามที่พบบ่อยจากกลุ่มคนที่โทรเข้ามาที่ 1413</strong></h4>
<p>สำหรับผู้ดื่ม เราพบว่าเมื่อผู้ดื่มต้องการจะเลิกสุรา เขาจะคิดถึงวิธีหักดิบ คือหยุดด้วยตัวเอง แต่ไม่ได้คิดถึงการมาบำบัด และผู้ดื่มก็ไม่เข้าใจว่าอาการติดสุราเป็นโรค ที่มีความเกี่ยวข้องกับสมองหรือพฤติกรรม แต่จะมีมุมมองคล้ายๆ กันว่า ตนเองมีอุปนิสัยที่ชอบดื่ม เพราะฉะนั้นถ้าจะเลิกดื่ม ก็ต้องเปลี่ยนนิสัยที่ว่า แค่นั้นจบ เรายังพบต่อว่า ผู้ดื่มที่พยายามจะเลิกดื่มก็มักจะเจอความล้มเหลวซ้ำๆ เมื่อเขาล้มเหลว เขาก็จะหายไปนานทีเดียวกว่าจะกลับมา ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่เราต้องเติมความรู้ความเข้าใจให้ผู้ดื่มว่า การติดสุราเป็นโรคที่สามารถบำบัดรักษาได้ และต้องมีการดูแลที่ต่อเนื่อง</p>
<p>สำหรับญาติ สิ่งที่เราพบคือ ญาติจะต้องการให้ผู้ดื่มหยุดดื่ม จนลืมดูแลสภาพอารมณ์และจิตใจของตนเอง เพราะญาติก็เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบด้านร่างกายและจิตใจจากผู้ดื่มเช่นกัน ฉะนั้น เราจะช่วยญาติในเรื่องของจิตใจ คือทำให้เขาผ่อนคลาย รู้สึกดีขึ้นว่ามีคนมาช่วยเหลือ แล้วก็จะมีหนทางไปช่วยปรับเปลี่ยนผู้ดื่มอีกทีหนึ่ง คืออย่ามุ่งแต่ช่วยผู้ดื่มจนลืมดูแลตัวเอง บางรายอาจจะถูกผู้ดื่มสุราทำร้ายซ้ำๆ หรือตัวญาติเองเครียดจนต้องไปรักษากับจิตแพทย์ก็มี ซึ่งเราก็จะช่วยญาติก่อน</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีคำถามหนึ่งที่เราจะพบบ่อยๆ คือเรื่องของยาเบื่อเหล้า (Disulfiram) เป็นคำถามยอดฮิตเลยว่า จะหาซื้อยาเบื่อเหล้าได้ที่ไหน ซึ่งความจริงแล้ว ยาเบื่อเหล้าเป็นยาที่ค่อนข้างอันตราย อย่างที่เราเห็นในข่าวว่า ญาติอยากให้ผู้ติดสุราเลิกดื่ม ก็ไปซื้อยาเบื่อเหล้าจากร้านขายยามาแอบใส่ให้ผู้ติดสุราทาน สุดท้ายก็เกิดผลข้างเคียงรุนแรงและเสียชีวิตไปก็มี เพราะฉะนั้น ถ้าจะใช้ยาเบื่อเหล้าต้องไปปรึกษาแพทย์ ซึ่งเรื่องยาเบื่อเหล้านี้ก็เป็นเรื่องที่จะต้องพูดคุยและชี้แจงกันพอสมควร เพื่อจะได้ใช้ยาอย่างถูกต้อง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1047" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/08/DSC00846.jpg" alt="" width="6000" height="4000" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/08/DSC00846.jpg 6000w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/08/DSC00846-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/08/DSC00846-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/08/DSC00846-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 6000px) 100vw, 6000px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>จากที่ติดตามสถิติของผู้ที่โทรเข้ามาขอรับคำปรึกษา มีช่วงไหนบ้างไหมที่จำนวนคนโทรเข้ามาจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ</strong></h4>
<p>เนื่องจากโครงการสายด่วนเลิกเหล้าเป็นโครงการที่ได้รับการประชาสัมพันธ์โดยสสส. ซึ่งจะรณรงค์ประชาสัมพันธ์มากในช่วงฤดูกาลเข้าพรรษา เพราะฉะนั้น จะมีคนโทรเข้ามามากในช่วง 3 เดือนของฤดูกาลเข้าพรรษา เรียกได้ว่าเป็นสัดส่วน 2 ใน 3 ของงานทั้งหมด</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ตอนนี้ ทางสายด่วนเลิกเหล้ามีความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ อย่างไรบ้าง</strong></h4>
<p>เราร่วมรณรงค์กับภาคีเครือข่าย หลักๆ คือทาง สสส. และกรมควบคุมโรค เมื่อมีงานรณรงค์อะไร เราก็จะไปออกบูธร่วมรณรงค์และประชาสัมพันธ์ ว่า นี่เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ประชาชนจะขอความรู้ ความเข้าใจ และคำปรึกษาได้ ในส่วนความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข เราเป็นวิทยากรฝึกอบรมด้านการให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ และการให้คำปรึกษาเพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจ ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม เช่น เราได้ให้การสนับสนุนสายด่วนเลิกพนัน 1323 ของกรมสุขภาพจิต โดยไปเป็นพี่เลี้ยงในการฝึกให้ความรู้ด้านการให้คำปรึกษา และการเสริมสร้างแรงจูงใจ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>แล้วมีแผนที่จะขยายความร่วมมือไปยังภาคส่วนอื่นในอนาคตอย่างไร</strong></h4>
<p>งานแรกที่เราคิดว่าต้องขยับขยายคือ เราจะเชื่อมระบบกับสถานบำบัดเข้าด้วยกัน เช่น เมื่อสถานบำบัดให้การบำบัดผู้ติดสุราแล้ว จะส่งต่อรายชื่อมาที่เรา ให้เราติดตามเพื่อช่วยให้ผู้ดื่มเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง และเป็นการตรวจดูผลลัพธ์ของการบำบัดด้วยว่า ที่บำบัดไปแล้วได้ผลอย่างไรบ้าง</p>
<p>สำหรับโครงการใหม่ที่จะเชื่อมระบบกับภาคส่วนอื่นๆ เราจะไปร่วมมือกับกรมควบคุมโรค ซึ่งทางกรมจะช่วยประชาสัมพันธ์สายด่วนนี้ในวงกว้าง ดังนั้น เราก็หวังว่าในภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ดื่มจะช่วยเราประชาสัมพันธ์มากขึ้น เพื่อที่ผู้ดื่มและญาติจะโทรมามากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ตอนนี้ทางสายด่วนเจอปัญหาหรืออุปสรรคอะไรบ้างไหม</strong></h4>
<p>ผู้ป่วยสุราถือว่าเป็นผู้ป่วยที่ซับซ้อน คือมีปัญหาโรคร่วมทั้งทางกายและทางจิต รวมถึงปัญหาอื่นๆ ด้วย ดังนั้น คนที่ให้คำปรึกษาต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ เพราะเราเคยใช้อาสาสมัครคนทั่วไป แล้วพบว่าอาจจะเกิดความผิดพลาดในการให้คำปรึกษาได้ เนื่องจากนี่ไม่ใช่แค่การให้ข้อมูลแบบตรงไปตรงมา แต่ต้องใช้กระบวนการให้คำปรึกษา และต้องมีความรู้ความเข้าใจทางการแพทย์เกี่ยวกับอาการติดสุราและโรคร่วม บางครั้งอาจจะมีเรื่องสารเสพติดหรือโรคจิตเวชอื่นๆ ด้วย ดังนั้น ผู้ที่จะมาให้คำปรึกษาต้องมีความรู้ทางการแพทย์มากพอสมควร เราจึงต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นพยาบาล นักสังคมสงเคราะห์ หรือนักจิตวิทยา ทำให้นี่เป็นข้อจำกัดอย่างหนึ่งในเรื่องเจ้าหน้าที่ที่จะมาให้คำปรึกษา ซึ่งเราจะต้องพยายามสร้างคนใหม่ๆ ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ตรงนึ้ขึ้นมาด้วย</p>
<p>อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องงาน เพราะตัวงานจะเติบโตไปพร้อมกับการประชาสัมพันธ์ ซึ่งปกติงบประมาณด้านการประชาสัมพันธ์จะค่อนข้างสูงอยู่แล้ว ดังนั้น งบที่จะมาลงตรงนี้ก็อาจจะมีข้อจำกัด และต้องใช้งบประมาณในการประชาสัมพันธ์มากพอสมควร</p>
<p>นอกจากนี้ อีกประเด็นหนึ่งคือเรื่องการเบิกค่ารักษาของการบำบัด ซึ่งภาครัฐยังไม่ได้สนับสนุนให้สามารถเบิกค่าบำบัดสุราได้ ผู้ดื่มบางคนจึงอาจจะมีปัญหาในเรื่องของค่าใช้จ่าย ดังนั้น ถ้าภาครัฐสนับสนุนเรื่องงบประมาณในการบำบัดรักษา ก็จะเป็นโอกาสที่ทำให้ผู้ดื่มเข้าสู่สถานบำบัดได้มากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ในทางการแพทย์ การติดสุราแตกต่างจากการติดสารเสพติดชนิดอื่นอย่างไร</strong></h4>
<p>สุราถือเป็นสารเสพติดที่ถูกกฎหมาย เข้าถึงได้ง่าย อีกทั้งการดื่มสุราก็เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมทางสังคม งานแต่ง งานบวช หรืองานเฉลิมฉลองอะไรต่างๆ ก็มักจะมีสุราเข้าไปเกี่ยวข้อง ภาวะติดกับภาวะปกติจึงอยู่ใกล้กันมาก ทำให้ผู้ดื่มมักไม่รู้ตัวว่าตัวเองติด กว่าจะรู้ตัวก็เป็นมากแล้ว ดังนั้นจึงอาจจะรักษาค่อนข้างยาก อีกทั้งผู้ดื่มสุราจะมีโรคร่วมมาก ไม่ว่าทางกาย เช่น โรคตับ โรคกระเพาะ โรคหัวใจ รวมถึงโรคจิตเวช เช่น ภาวะซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวน วิตกกังวล ดังนั้น ปัญหาการติดสุราจึงเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง ที่ยังมีปัญหาอยู่ข้างใต้อีกจำนวนมาก การจะดูแลแก้ไขต้องได้รับการประเมินโดยถี่ถ้วน ดูแลต่อเนื่อง และดูแลในหลายๆ ปัญหา</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>คนติดสุราหลายคนมักไม่รู้ว่าตัวเองติด และมักจะไม่ยอมมาบำบัด ถ้าเกิดว่าเราเป็นญาติหรือคนใกล้ชิดของคนติดสุรา จะมีวิธีง่ายๆ อย่างไรในการสังเกตอาการติดสุรา และจะมีวิธีพูดอย่างไรให้ผู้ติดยอมมาเข้ารับการบำบัดรักษา</strong></h4>
<p>ส่วนมากคนไข้มักจะไม่ได้มารับบริการเองตั้งแต่ต้น คำแนะนำคือ ญาติสามารถไปปรึกษาแพทย์ได้ก่อน ไม่ต้องรอจนกระทั่งคนไข้มา ซึ่งนี่จะช่วยย่นระยะเวลาการไม่เข้าสู่การบำบัดรักษาได้ และเวลาที่ญาติเริ่มคุยกับคนไข้เรื่องมาพบแพทย์ ก็อย่าเพิ่งไปเน้นเรื่องการติดสุรา เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้ติดจะรับรู้น้อยที่สุดและจะปฏิเสธ แต่ให้เน้นที่ปัญหาซึ่งเขาพอจะรู้สึกได้ว่ามันเป็นปัญหาของเขา เช่น เรื่องสุขภาพ บอกว่าเราห่วงใยสุขภาพของเขา อยากพาไปพบแพทย์เพื่อเช็คสุขภาพ จากนั้นแพทย์จะพูดคุยเชื่อมโยงไปยังเรื่องอาการติดสุรา และนำไปสู่การบำบัดรักษาต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1049" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/08/DSC00917.jpg" alt="" width="6000" height="4000" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/08/DSC00917.jpg 6000w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/08/DSC00917-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/08/DSC00917-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/08/DSC00917-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 6000px) 100vw, 6000px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>หนึ่งในปัญหาเกี่ยวกับการติดสุราคือ คนจำนวนมากเข้าไม่ถึงการบำบัดทำให้เกิดช่องว่างในการบำบัดขึ้น คิดว่าภาครัฐหรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้องควรมีมาตรการอะไรที่เป็นรูปธรรมในการสนับสนุนผู้ติดสุราเพื่อลดช่องว่างที่ว่านี้</strong></h4>
<p>ในส่วนของภาครัฐ ผมอยากจะให้ภาครัฐเข้ามาสนับสนุนงบประมาณในการบำบัดรักษา คือให้สามารถเบิกค่าบำบัดสุราได้เหมือนกับโรคเรื้อรังโดยทั่วไป เพราะการติดสุราเป็นเหมือนกับโรคเรื้อรัง ถ้าเราดูแลและแก้ปัจจัยเสี่ยงตรงนี้ โรคต่างๆ ที่จะตามมาจะลดน้อยลง และยังอยากให้ภาครัฐช่วยพัฒนาขีดความสามารถของสถานบำบัดในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขให้สามารถบำบัดผู้ป่วยสุราได้ และมีมาตรการคัดกรองในระบบสุขภาพเกี่ยวกับพฤติกรรมการดื่ม เพื่อเพิ่มโอกาสในการพบผู้ดื่มตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อจะจูงใจให้เขาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้เร็ว ปัญหาจะได้ทุเลาลง</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ปัจจุบัน ประเทศไทยมีองค์ความรู้เรื่องการติดสุรามากน้อยแค่ไหน และหากคนเริ่มเข้ารับบริการบำบัดรักษาในระบบมากขึ้น ระบบของเราพร้อมไหมในการรับคนที่จะเข้ามา</strong></h4>
<p>จากการที่ สสส.ได้ดำเนินแผนงานการพัฒนาระบบ รูปแบบ และวิธีการบำบัดรักษาผู้มีปัญหาการบริโภคสุราแบบบูรณาการ (ผรส.) เป็นเวลามากกว่า 10 ปี องค์ความรู้เรื่องการคัดกรอง การบำบัด และการฟื้นฟูค่อนข้างชัดเจนแล้ว เรียกได้ว่ามีองค์ความรู้ที่สอดคล้องกับบริบทของไทย เพียงแต่ยังติดขัดในเรื่องการขยายผลและการนำเข้าสู่ระบบการบริการสาธารณสุขโดยทั่วไป ซึ่งผู้กำหนดนโยบายควรจะนำความรู้ไปบังคับใช้ในระบบสาธารณสุขปกติด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>คุณหมอคิดว่ายังมีโจทย์สำคัญอะไรที่นักวิจัย หรือผู้กำหนดนโยบายต้องนำไปคิดต่อ</strong></h4>
<p>คิดว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิธีการบำบัดรักษาฟื้นฟู ว่าแบบไหนที่จะคุ้มค่าคุ้มทุน และเป็นแบบที่รัฐมีงบประมาณสนับสนุนให้ได้ประโยชน์สูงสุด ในส่วนของวิธีการค่อนข้างชัดเจนอยู่แล้ว แต่โจทย์ที่ต้องศึกษาต่อไปคือ จะเลือกวิธีการใด ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ และในระบบสุขภาพระดับไหน เพื่อจะเป็นแนวทางให้ผู้กำหนดนโยบายตัดสินใจว่า จะใช้จ่ายงบประมาณกับเรื่องอะไร เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า และทั้งระบบได้รับการดูแลตามสมควร</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ในต่างประเทศ มีโมเดลเกี่ยวกับการเลิกสุราโมเดลใดที่น่าสนใจ และอาจจะนำมาปรับใช้กับประเทศไทยได้ไหม</strong></h4>
<p>พฤติกรรมการดื่มสุรามีหลายกลุ่ม ในต่างประเทศก็อาจจะเน้นจุดเฉพาะเรื่องมากขึ้น เช่น ผู้ที่มีคดีเมาแล้วขับ หรือกลุ่มผู้ก่อคดีที่สัมพันธ์กับการดื่มสุรา หรือเน้นไปที่กลุ่มเยาวชนในสถานศึกษาหรือคนทำงานในสถานประกอบการ เรียกว่าเป็นวิธีการที่ลงไปกับกลุ่มเฉพาะเรื่อง นอกจากนี้ยังมีการคัดกรองการบำบัดอย่างสั้นหรือการจูงใจ ที่จะทำหลังจากที่เราคัดกรองว่าคนนี้ดื่มหนักและเป็นอันตรายด้วย</p>
<p>ขณะที่รูปแบบอื่นๆ เช่น กลุ่มช่วยเหลือตนเอง (self-help group) เป็นกลุ่มที่ผู้ดื่มและผู้ที่มีปัญหาแต่เลิกแล้วมารวมตัวกันเพื่อช่วยเหลือกัน เรียกว่าเป็นการบำบัดภาคประชาชน ซึ่งจะมาช่วยเสริมการบำบัดของภาครัฐ โดยรูปแบบนี้ต่างประเทศมีมาก แต่ในไทยอาจจะยังมีน้อย</p>
<p>อีกเรื่องหนึ่งที่ประเทศไทยยังไม่ค่อยมีคือการบำบัดทางยา เพราะในไทย ยาในการบำบัดสุรามีน้อยมาก ถ้ามีก็คือยาเบื่อเหล้าซึ่งอันตรายและใช้ยาก ภาครัฐจึงควรจะจัดหาให้มียาในการบำบัดรักษาผู้ติดสุรา เพื่อจะทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมในการบำบัดรักษาการติดสุราดีขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>อยากจะสื่อสารอะไรกับกลุ่มญาติหรือผู้ที่ติดสุรา</strong></h4>
<p>อยากจะบอกกับสังคมว่า การติดสุราเป็นโรค สามารถป้องกันได้ รักษาได้ อย่าปล่อยให้เรื้อรัง ถ้าเกิดคนที่เขารักหรือคนในครอบครัวมีปัญหาการดื่ม และมีปัญหาอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสุขภาพ พฤติกรรม หรืออารมณ์ ก็ควรมาพบแพทย์ โดยแพทย์ที่ดูแลหลักๆ คือจิตแพทย์ อีกทั้งปัจจุบันคลินิกเลิกสุราหรือคลินิกบำบัดยาเสพติดมีอยู่ทุกโรงพยาบาล สามารถไปขอรับความช่วยเหลือได้ อย่าปล่อยให้เรื้อรัง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1050" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/08/DSC00944-copy.jpg" alt="" width="5210" height="3643" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/08/DSC00944-copy.jpg 5210w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/08/DSC00944-copy-300x210.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/08/DSC00944-copy-768x537.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/08/DSC00944-copy-1024x716.jpg 1024w" sizes="(max-width: 5210px) 100vw, 5210px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;">รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับศูนย์ปรึกษาปัญหาสุราทางโทรศัพท์</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-1058 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/08/1413.jpg" alt="" width="750" height="531" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/08/1413.jpg 750w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/08/1413-300x212.jpg 300w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
</div>
<div class="link-tag"></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/interview-pichai/">ศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา ‘1413’ สายนี้เพื่อคนอยากเลิกเหล้า: คุยกับ พ.อ.(พิเศษ)นพ.พิชัย แสงชาญชัย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">870</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
