<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>COVID-19 Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/covid-19/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/covid-19/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:13:03 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>COVID-19 Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/covid-19/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>ดื่มแอลกอฮอล์หลังฉีดวัคซีน Covid-19 ควรทำหรือไม่ควรทำ?</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/drinking-after-vaccinated/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=drinking-after-vaccinated</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 31 May 2021 08:54:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิคุ้มกัน]]></category>
		<category><![CDATA[วัคซีนโควิด]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3814</guid>

					<description><![CDATA[<p>เด็กๆ วิ่งอย่างร่าเริงผ่านกล้อง รอบข้างมีคนหนุ่มสาวถึงวัยชรานั่งปิกนิกกันที่สวนสาธารณะ ในวิดีโอนั้นไม่มีผู้ใดสวมหน้ากากอนามัย เพราะในข้อความที่แนบมาข้างใต้โพสต์ระบุว่า “วันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคม 2564 ณ เซนทรัลปาร์ก นิวยอร์ก กลับมาสู่สถานการณ์ปกติ”  เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐอเมริกาประกาศข้อแนะนำใหม่ท่ามกลางการระบาดของ Covid-19 ว่า “ชาวอเมริกันผู้ได้รับวัคซีนป้องกัน Covid-19 ครบถ้วน ไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย” นั่นทำให้เราทยอยเห็นภาพข้างต้นเกิดขึ้น ไม่เพียงแค่ในสหรัฐอเมริกา แต่ยังรวมถึงประเทศอื่นๆ เช่น อิสราเอล ออสเตรเลีย ฯลฯ ต่างก็ได้ชีวิตก่อนการระบาดเมื่อ 2 ปีที่แล้วกลับมามากขึ้นเรื่อยๆ   เพื่อเฉลิมฉลองชีวิตที่ใครหลายๆ คนตั้งหน้าตั้งตารอมาแสนนาน การเทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะแชมเปญ เหล้า ไวน์ ฯลฯ และดื่มมันอย่างสะใจต้อนรับหลังได้รับภูมิคุ้มกัน Covid-19 จึงแลดูเป็นเรื่องน่าเย้ายวน แต่ในความเป็นจริงคือ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจเข้าไปรบกวนการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นภายในร่างกายหลังจากการฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 ก็เป็นได้ &#160; ยับยั้งภูมิคุ้มกัน เหตุเพราะดื่มหนัก &#160; การดื่มแอลกอฮอล์หนักและยาวนานจะไปยับยั้งการเกิดระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งขัดขวางการตอบสนองของวัคซีน ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า เราต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หลังการฉีดวัคซีนเพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันป้องกัน Covid-19 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/drinking-after-vaccinated/">ดื่มแอลกอฮอล์หลังฉีดวัคซีน Covid-19 ควรทำหรือไม่ควรทำ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เด็กๆ วิ่งอย่างร่าเริงผ่านกล้อง รอบข้างมีคนหนุ่มสาวถึงวัยชรานั่งปิกนิกกันที่สวนสาธารณะ ในวิดีโอนั้นไม่มีผู้ใดสวมหน้ากากอนามัย เพราะในข้อความที่</span><span style="font-weight: 400;">แนบมาข้างใต้โพสต์ระบุว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“วันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคม 2564 ณ เซนทรัลปาร์ก นิวยอร์ก กลับมาสู่สถานการณ์ปกติ” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐอเมริกาประกาศข้อแนะนำใหม่ท่ามกลางการระบาดของ Covid-19 ว่า </span><span style="font-weight: 400;">“ชาวอเมริกันผู้ได้รับวัคซีนป้องกัน Covid-19 ครบถ้วน ไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย” นั่นทำให้เราทยอยเห็นภาพข้างต้นเกิดขึ้น ไม่เพียงแค่ในสหรัฐอเมริกา แต่ยังรวมถึงประเทศอื่นๆ เช่น อิสราเอล ออสเตรเลีย ฯลฯ ต่างก็ได้ชีวิตก่อนการระบาดเมื่อ 2 ปีที่แล้วกลับมามากขึ้นเรื่อยๆ  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อเฉลิมฉลองชีวิตที่ใครหลายๆ คนตั้งหน้าตั้งตารอมาแสนนาน การเทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะแชมเปญ เหล้า ไวน์ ฯลฯ และดื่มมันอย่างสะใจต้อนรับหลังได้รับภูมิคุ้มกัน Covid-19 จึงแลดูเป็นเรื่องน่าเย้ายวน แต่ในความเป็นจริงคือ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจเข้าไปรบกวน</span><span style="font-weight: 400;">การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นภายในร่างกายหลังจากการฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 ก็เป็นได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>ยับยั้งภูมิคุ้มกัน เหตุเพราะดื่มหนัก</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">การดื่มแอลกอฮอล์หนักและยาวนานจะไปยับยั้งการเกิดระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งขัดขวางการตอบสนองของวัคซีน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า เราต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หลังการฉีดวัคซีนเพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันป้องกัน Covid-19 แต่ตราบใดที่คุณยังดื่มหนัก ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะเข้าไปขัดขวางการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่น่ากังวล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเป็นอันตรายเพราะส่งผลกระทบต่อระบบชีวภาพทั้งหมดในร่างกาย ซึ่งรวมไปถึงระบบภูมิคุ้มกัน และจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรงเมื่อการดื่มของคุณเพิ่มระดับขึ้น” Ilhem Messaoudi ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยไวรัสเมือง</span><span style="font-weight: 400;">เออร์ไวน์ รัฐแคลิฟอเนีย ซึ่ง</span><span style="font-weight: 400;">ทำวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบของแอลกอฮอล์ต่อการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันกล่าว เขาให้ฝูงลิงชนิดหนึ่งเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยระยะเวลา 7 เดือน </span><span style="font-weight: 400;">จากนั้นดูว่าร่างกายของพวกมันตอบสนองต่อวัคซีนป้องกันโรคฝีอย่างไร  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ลิงมีความคล้ายคลึงมนุษย์ กล่าวคือมีลิงจำพวกหนึ่งชอบดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งจะดื่มหนัก ในขณะที่บางตัวไม่ชอบดื่มแอลกอฮอล์ก็จำกัดตัวเองให้ดื่มในปริมาณเล็กๆ น้อยๆ โดยนักวิจัยพบว่าลิงที่ดื่มหนักและเรื้อรังมีการตอบสนองต่อวัคซีนที่อ่อนแอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> “พวกมันแทบจะไม่มีการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันเลย” </span><span style="font-weight: 400;">Dr. Messaoudi เน้นย้ำ เขาคิดว่านี่อาจจะสะท้อนให้เห็นว่าถ้าดื่มแอลกอฮอล์หลังรับวัคซีน Covid-19 แล้วก็ได้ผลคล้ายคลึงกัน </span></p>
<p>อย่างไรก็ดี รายงานของรอยเตอร์ระบุว่า <span style="font-weight: 400;">ความกังวลเล็กๆ ในช่วงแรกเกี่ยวกับประเด็นแอลกอออล์และการฉีดวัคซีน Covid-19 นั้นเริ่มต้นมาจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของประเทศรัสเซีย ออกโรงเตือนประชาชนเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วว่าทุกคนควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลา 2 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีน และเมื่อฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 เข้าไปแล้ว ให้งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อยอีก 6 สัปดาห์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เจ้าหน้าที่อ้างว่าแอลกอฮอล์สามารถขัดขวางความสามารถของร่างกายในการพัฒนาระบบภูมิคุ้มกันต่อไวรัส Covid-19 โดยคำเตือนของเจ้าหน้าที่นั้นกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญอย่างมากในประเทศรัสเซีย ซึ่งมีอัตราการดื่มที่สูงลิ่วระดับโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มาถึงในสหรัฐอเมริกา ผู้เชี่ยวชาญบางคนก็มีความกังวลถึงความปลอดภัยสำหรับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างการฉีดวัคซีน Covid-19 เช่นกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราได้รับคำถามในประเด็นนี้มากมายจากคนไข้” Dr. Angela Hewlett รองศาสตราจารย์ด้านโรคติดต่อ ผู้จัดการของทีมแพทย์การติดต่อไวรัส Covid-19 ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัย</span><span style="font-weight: 400;">เนแบรสกา เกริ่นเริ่มต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้ที่ได้รับวัคซีนย่อมต้องการความมั่นใจใน</span><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่พวกเขาทำว่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องปลอดภัยทั้งหมด ตั้งแต่เตรียมตัวฉีด ไปจนถึงหลังการฉีด เพื่อหวังผลดีสูงสุดต่อการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันของตนเอง แต่</span><span style="font-weight: 400;">วัคซีน Covid-19 ที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาในสหรัฐ ไม่ได้พิจารณาอย่างเฉพาะถึงผลกระทบจากแอลกอฮอล์ต่อประสิทธิภาพของวัคซีน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Dr. Hewlett กล่าวต่อว่า ปัจจุบันสิ่งที่ทราบส่วนใหญ่มาจากข้อมูลในงานวิจัยเ</span><span style="font-weight: 400;">กี่ยวกับผลกระทบของแอลกอฮอล์ต่อระบบภูมิคุ้มกันในมนุษย์ และวิธีการขัดขวางการตอบสนองภูมิคุ้มกันของสัตว์ที่ได้รับวัคซีนชนิดต่างๆ เท่านั้น ในอนาคตอาจจะมีข้อมูลเพิ่มเติมมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนในงานศึกษาตลอดมา คือ</span><span style="font-weight: 400;">การดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักทำให้การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันลดลงและเพิ่มความไวต่อการติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัส โดยเข้าไปขัดขวางเซลล์ภูมิคุ้มกันไม่ให้กระจายไปทั่วร่างกาย </span></p>
<p>เมื่อ<span style="font-weight: 400;">เจ้าเซลล์ที่ว่าไม่สามารถเข้าไปกำจัดไวรัส แบคทีเรีย หรือเซลล์ที่ติดเชื้อได้ เชื้อโรคที่เข้ามายังร่างกายของคุณจึงสามารถกระโจนเข้าสู่เซลล์ต่างๆ ภายในร่างกายอย่างง่ายดาย เพราะไม่มีอะไรมาคุ้มกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเหตุผลกระทบหนึ่งจากการดื่มหนักคืออาการเมาค้าง ซึ่งอาจจะทำให้อาการข้างเคียงของการฉีดวัคซีน เช่น เมื่อยตัว ปวดตัว เป็นไข้ รุนแรงขึ้น ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกแย่เพิ่มเข้าไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Dr. Hewlett จึงกล่าวเพิ่มเติมว่า</span><span style="font-weight: 400;">ผู้คนควรมีอิสระในการดื่ม และคิดว่าไม่แน่ว่าการดื่มอย่างเหมาะสมสักแก้วสองแก้วอาจทำได้บ้าง แต่ถ้าให้เธอแนะนำ คงเลือกไม่ดื่มสักพักอาจจะดีกว่า</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่มา : </span><span style="font-weight: 400;">Can You Have Alcohol After the Covid Vaccine? </span></p>
<p><a href="https://www.nytimes.com/2021/04/27/well/eat/alcohol-covid-vaccine.html?searchResultPosition=1&amp;fbclid=IwAR1atZzvrd_fGQ_ouZiHNfPsOjU3GLs8GXJnGV-BUhg3sCoSSeuyDtQihKM"><span style="font-weight: 400;">https://www.nytimes.com/2021/04/27/well/eat/alcohol-covid-vaccine.html?searchResultPosition=1&amp;fbclid=IwAR1atZzvrd_fGQ_ouZiHNfPsOjU3GLs8GXJnGV-BUhg3sCoSSeuyDtQihKM</span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/drinking-after-vaccinated/">ดื่มแอลกอฮอล์หลังฉีดวัคซีน Covid-19 ควรทำหรือไม่ควรทำ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3814</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ช่วงโควิดใครมีสิทธิ์เสี่ยงดื่มหนัก</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/covid-make-higher-alcohol-consumption/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=covid-make-higher-alcohol-consumption</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 May 2021 06:40:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[คนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ดื่มหนัก]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการกักตัว]]></category>
		<category><![CDATA[รับมือความเครียด]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3758</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 แพร่กระจายไปทั่วทุกมุมโลก ทำให้ประชาชนในหลายประเทศต้องเผชิญกับการกักตัวอยู่บ้าน นักร่ำสุราหน้าเก่าและหน้าใหม่หันมาใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์บรรเทาอาการเศร้าโศกหลังเกิดความสูญเสียทั้งทางชีวิตและทางเศรษฐกิจ Alcohol Rhythm จึงชวนมาคลี่รายละเอียดหาคำตอบว่า ใครกันบ้างที่มีสิทธิ์เสี่ยงดื่มแอลกอฮอล์หนักขึ้นในช่วงการระบาด เมื่อไปดูการวิจัยจากต่างประเทศ พบว่างานศึกษา “ความเปลี่ยนแปลงในการดื่มแอลกอฮอล์ของผู้ใหญ่และผลกระทบต่อเนื่องท่ามกลางการระบาดโควิดในประเทศสหรัฐอเมริกา (Changes in adult alcohol use and consequences during the COVID-19 pandemic in the US)” ที่ตีพิมพ์ใน JAMA Network Open เมื่อเดือนกันยายน ค.ศ. 2020 ให้ข้อมูลว่า ผู้บรรลุนิติภาวะดื่มเครื่องดื่มมึนเมาเพิ่มขึ้น 14% จากปี ค.ศ. 2019 โดยเฉพาะผู้หญิงชาวอเมริกันบริโภคสุราเพิ่มขึ้น 41% เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลที่เก็บไว้ในปีค.ศ.2019 สะท้อนให้เห็นว่ามีการดื่มสุราเพิ่มขึ้นจริง อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่าการดื่มเหล้าเบียร์ในช่วงโควิดเป็นหนึ่งในกลไกรับมือความเครียดและความสูญเสียที่เกิดขึ้น เดิมทีผู้คนสามารถจัดการความเครียดได้หลากหลาย ทั้งออกไปเดินเล่น ออกกำลังกาย ดูหนัง พบปะเพื่อนฝูง เมื่อทางเลือกลดน้อยลง กลุ่มคนที่เสี่ยงกับการดื่มหนักจึงมีตั้งแต่ คนตกงาน, คนหน้าด่านที่ต้องทำงานในสถานพยาบาล เนื่องจากต้องรับมือกับความกดดันสูง คนทำงาน work [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/covid-make-higher-alcohol-consumption/">ช่วงโควิดใครมีสิทธิ์เสี่ยงดื่มหนัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">จากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 แพร่กระจายไปทั่วทุกมุมโลก ทำให้ประชาชนในหลายประเทศต้องเผชิญกับการกักตัวอยู่บ้าน นักร่ำสุราหน้าเก่าและหน้าใหม่หันมาใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์บรรเทาอาการเศร้าโศกหลังเกิดความสูญเสียทั้งทางชีวิตและทางเศรษฐกิจ Alcohol Rhythm จึงชวนมาคลี่รายละเอียดหาคำตอบว่า ใครกันบ้างที่มีสิทธิ์เสี่ยงดื่มแอลกอฮอล์หนักขึ้นในช่วงการระบาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อไปดูการวิจัยจากต่างประเทศ พบว่างานศึกษา “ความเปลี่ยนแปลงในการดื่มแอลกอฮอล์ของผู้ใหญ่และผลกระทบต่อเนื่องท่ามกลางการระบาดโควิดในประเทศสหรัฐอเมริกา (Changes in adult alcohol use and consequences during the COVID-19 pandemic in the US)” ที่ตีพิมพ์ใน JAMA Network Open เมื่อเดือนกันยายน ค.ศ. 2020 ให้ข้อมูลว่า <em>ผู้บรรลุนิติภาวะดื่มเครื่องดื่มมึนเมาเพิ่มขึ้น</em> 14% จากปี ค.ศ. 2019 โดยเฉพาะผู้หญิงชาวอเมริกันบริโภคสุราเพิ่มขึ้น 41% เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลที่เก็บไว้ในปีค.ศ.2019 สะท้อนให้เห็นว่ามีการดื่มสุราเพิ่มขึ้นจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่าการดื่มเหล้าเบียร์ในช่วงโควิดเป็นหนึ่งในกลไกรับมือความเครียดและความสูญเสียที่เกิดขึ้น เดิมทีผู้คนสามารถจัดการความเครียดได้หลากหลาย ทั้งออกไปเดินเล่น ออกกำลังกาย ดูหนัง พบปะเพื่อนฝูง เมื่อทางเลือกลดน้อยลง กลุ่มคนที่เสี่ยงกับการดื่มหนักจึงมีตั้งแต่ <em>คนตกงาน, คนหน้าด่านที่ต้องทำงานในสถานพยาบาล</em> เนื่องจากต้องรับมือกับความกดดันสูง <em>คนทำงาน work from home</em> ที่จ้องจอจนไม่มีเส้นแบ่งการทำงานและชีวิตส่วนตัว,<em> คนที่สูญเสียคนรักจากโรคระบาด,</em> <em>ผู้ติดสุราที่ไม่ได้รับการรักษาต่อเนื่อง</em> เนื่องจากการเข้าถึงสถานพยาบาลเป็นไปได้ยาก ไปจนถึง<em>คุณพ่อ คุณแม่</em>ที่จะต้องรับมือกับการจัดการเรียนการสอนให้ลูกน้อยที่บ้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานวิจัยเรื่อง “ระดับความเครียดสูง เนื่องจากการระบาดของ SARS-CoV-2 ในกลุ่มผู้ปกครองของเด็กที่มีและไม่มีภาวะเรื้อรังทั่วสหรัฐอเมริกา (High Levels of Stress Due to the SARS-CoV-2 Pandemic among Parents of Children with and without Chronic Conditions across the USA)”สะท้อนให้เห็นว่าผู้ปกครองที่มีเด็กในบ้านมีอัตราความเครียด และอาการของการซึมเศร้า (depression) วิตกกังวล (anxiety) สูงกว่าผู้ปกครองที่ไม่มีเด็กในบ้านระหว่างสถานการณ์ระบาด ทำให้อาจอนุมานได้ว่า</span><span style="font-weight: 400;">ผู้ปกครองเหล่านี้มีความเสี่ยงสูงในการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้นตามไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยที่สนับสนุนการดื่มหนัก นอกจากเป็นเพราะต้องการรับมือความเครียดในช่วง</span><span style="font-weight: 400;">กักตัวอยู่บ้านแล้ว การวางแผนกักตุนเสบียงทั้งข้าวปลาอาหารแห้ง รวมไปถึงเหล้าเบียร์ในปริมาณมากก็ทำให้เป็นเรื่องง่ายที่จะเผลอดื่มหนักขึ้น เนื่องจากโดนเย้ายวนทุกครั้งที่เปิดตู้เย็น ยิ่งในประเทศไทยมีระเบียบการซื้อเหล้าเบียร์ในระยะเวลาที่จำกัด และในการระบาดรอบที่ 3 ร้านอาหารไม่อนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้านก็ทำให้นักดื่มมีสิทธิที่จะกักตุนเครื่องดื่มจำนวนมาก และยกแก้วในบริเวณที่พักมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการดื่มแอลกอฮอล์ในบ้านจะเป็นความสุนทรีย์ของใครหลายคน แต่ต้องอยู่ในพื้นฐานปริมาณการดื่มที่เหมาะสม นอกจากนี้การจัดการความเครียดยังสามารถทำได้อีกหลายวิธี เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาที่แท้จริงที่เกิดขึ้นในช่วงการแพร่ระบาด โดยไม่ต้องเสียสุขภาพ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่มา:</span><a href="https://www.verywellhealth.com/covid-19-higher-alcohol-consumption-5094355#citation-1"> <span style="font-weight: 400;">https://www.verywellhealth.com/covid-19-higher-alcohol-consumption-5094355#citation-1</span></a></p>
<p><a href="https://www.mdpi.com/2227-9067/7/10/193"><span style="font-weight: 400;">https://www.mdpi.com/2227-9067/7/10/193</span></a></p>
<p><a href="https://jamanetwork.com/journals/jamanetworkopen/fullarticle/2770975"><span style="font-weight: 400;">https://jamanetwork.com/journals/jamanetworkopen/fullarticle/2770975</span></a></p>
<p><a href="https://www.thebangkokinsight.com/598576/"><span style="font-weight: 400;">https://www.thebangkokinsight.com/598576/</span></a></p>
<p><a href="https://www.euro.who.int/__data/assets/pdf_file/0007/442690/FAQ-COVID-19-alcohol.pdf"><span style="font-weight: 400;">https://www.euro.who.int/__data/assets/pdf_file/0007/442690/FAQ-COVID-19-alcohol.pdf</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">https://www.euro.who.int/__data/assets/pdf_file/0010/437608/Alcohol-and-COVID-19-what-you-need-to-know.pdf</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/covid-make-higher-alcohol-consumption/">ช่วงโควิดใครมีสิทธิ์เสี่ยงดื่มหนัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3758</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ก้าวต่อไปของนโยบายเรื่อง &#8216;เหล้า&#8217; ในคราว COVID-19 ระบาด</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/alcohol-policy-during-covid19/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=alcohol-policy-during-covid19</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Jun 2020 03:07:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[คำนวณ อึ้งชูศักดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธีระ วัชระปราณี]]></category>
		<category><![CDATA[นิพนธ์ ชินานนท์เวช]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายแอลกอฮอล์ในยุคโควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[วิษณุ ศรีทะวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[สาวิตรี อัษณางค์กรชัย]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)]]></category>
		<category><![CDATA[อรทัย วลีวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[อุดมศักดิ์  แซ่โง้ว]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกเหล้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1886</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อราวเดือนสองเดือนที่ผ่านมา เราจะเห็นว่า ภาครัฐได้ออกมาตรการหลายอย่างเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ซึ่งนอกเหนือจากการประกาศปิดเมืองหรือล๊อกดาวน์แล้ว อีกนโยบายที่สำคัญและถูกกล่าวถึงมากที่สุดย่อมหนีไม่พ้นการประกาศงดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนถึงสิ้นเดือนเมษายน รวมถึงการงดตั้งวงสังสรรค์ทั้งนอกและในเคหะสถาน ดังที่เรารับรู้กัน แม้จะนโยบายดังกล่าวจะถูกพูดถึงและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก แต่ท้ายที่สุดแล้วปรากฏว่า ยอดผู้เสียชีวิตหรือประสบอุบัติเหตุจากกรณีเมาแล้วขับลดลงอย่างมาก เช่นเดียวกันกับยอดผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตในช่วงเจ็ดวันอันตรายของเทศกาลสงกรานต์ที่ลดลงเช่นกัน แต่ขณะเดียวกัน ก็ทำให้เกิดการลอบขายแอลกอฮอล์ตามร้านขายปลีก ร้านค้าออนไลน์ หรือมีบริการขายเหล้าแบบเดลิเวอรีเพิ่มขึ้น ทั้งหมดนี้นำมาซึ่งการพูดคุยกัน ถกเถียง และอภิปรายกันในหมู่ผู้กำหนดนโยบายและเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งเรื่องการขายเหล้าออนไลน์หรือขายเหล้าเดลิเวอรีที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการทำงานกับเกี่ยวกับเรื่องแอลกอฮอล์ทั้งในช่วงโควิด-19 และในช่วงหลังโรคระบาดนี้ ว่าจะเดินต่อไปในทิศทางใด ทั้งหมดนี้นำมาสู่งานสัมมนา ‘นโยบายแอลกอฮอล์ในยุคโควิด-19’ โดยศูนย์วิจัยปัญหาสุรา ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.พญ.สาวิตรี อัษณางค์กรชัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา หน่วยระบาดวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ เป็นผู้เปิดการสัมมนา ร่วมด้วย นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ คณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 และกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ผศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว รักษาการผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ สำนักวิชาแพทยศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์ ดร. ภญ.อรทัย วลีวงศ์ สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ นายธีระ วัชระปราณี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-policy-during-covid19/">ก้าวต่อไปของนโยบายเรื่อง &#8216;เหล้า&#8217; ในคราว COVID-19 ระบาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อราวเดือนสองเดือนที่ผ่านมา เราจะเห็นว่า ภาครัฐได้ออกมาตรการหลายอย่างเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ซึ่งนอกเหนือจากการประกาศปิดเมืองหรือล๊อกดาวน์แล้ว อีกนโยบายที่สำคัญและถูกกล่าวถึงมากที่สุดย่อมหนีไม่พ้นการประกาศงดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนถึงสิ้นเดือนเมษายน รวมถึงการงดตั้งวงสังสรรค์ทั้งนอกและในเคหะสถาน</p>
<p>ดังที่เรารับรู้กัน แม้จะนโยบายดังกล่าวจะถูกพูดถึงและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก แต่ท้ายที่สุดแล้วปรากฏว่า ยอดผู้เสียชีวิตหรือประสบอุบัติเหตุจากกรณีเมาแล้วขับลดลงอย่างมาก เช่นเดียวกันกับยอดผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตในช่วงเจ็ดวันอันตรายของเทศกาลสงกรานต์ที่ลดลงเช่นกัน แต่ขณะเดียวกัน ก็ทำให้เกิดการลอบขายแอลกอฮอล์ตามร้านขายปลีก ร้านค้าออนไลน์ หรือมีบริการขายเหล้าแบบเดลิเวอรีเพิ่มขึ้น</p>
<p>ทั้งหมดนี้นำมาซึ่งการพูดคุยกัน ถกเถียง และอภิปรายกันในหมู่ผู้กำหนดนโยบายและเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งเรื่องการขายเหล้าออนไลน์หรือขายเหล้าเดลิเวอรีที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการทำงานกับเกี่ยวกับเรื่องแอลกอฮอล์ทั้งในช่วงโควิด-19 และในช่วงหลังโรคระบาดนี้ ว่าจะเดินต่อไปในทิศทางใด</p>
<p>ทั้งหมดนี้นำมาสู่งานสัมมนา ‘นโยบายแอลกอฮอล์ในยุคโควิด-19’ โดยศูนย์วิจัยปัญหาสุรา ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมี <strong>ศาสตราจารย์ ดร.พญ.สาวิตรี อัษณางค์กรชัย</strong> ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา หน่วยระบาดวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ เป็นผู้เปิดการสัมมนา ร่วมด้วย <strong>นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์</strong> คณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 และกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ <strong>ผศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว</strong> รักษาการผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ สำนักวิชาแพทยศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์ <strong>ดร. ภญ.อรทัย วลีวงศ์</strong> สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ <strong>นายธีระ วัชระปราณี</strong> ผู้จัดการเครือข่ายองค์กรงดเหล้า <strong>นพ.นิพนธ์ ชินานนท์เวช</strong> ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล และ<strong>นายวิษณุ ศรีทะวงศ์</strong> ผู้จัดการแผนงานพัฒนากระบวนการนโยบายสาธารณะ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า</p>
<p>สาระสำคัญใหญ่ๆ จากงานสัมมนามีดังนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_1912" aria-describedby="caption-attachment-1912" style="width: 2048px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" fetchpriority="high" class="wp-image-1912 size-full" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/DSC04580.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/DSC04580.jpg 2048w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/DSC04580-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/DSC04580-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/DSC04580-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /><figcaption id="caption-attachment-1912" class="wp-caption-text">ภาพโดย เมธิชัย เตียวนะ (The101.world)</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-</strong><strong>19 </strong><strong>ในไทย และต่างประเทศ &#8211; นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องของโควิดมีผลเกี่ยวข้องกับการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอลทั้งด้านที่ดีและด้านที่ท้าทาย สถานการณ์การติดเชื้อทั่วโลกตอนนี้มีผู้ติดเชื้อ 4.1 ล้านเกือบทุกประเทศ เสียชีวิตแล้ว 2.8 แสนคน โดยสถานการณ์ซีกโลกทางตะวันตกนั้นรุนแรงกว่าประเทศในตะวันออก และเกือบทุกประเทศพยายามใช้มาตรการล็อกดาวน์ และเนื่องจากเชื้อโรคแพร่ระบาดด้วยความรวดเร็ว หลายประเทศจึงตั้งตัวไม่ทัน และส่งผลให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างมหาศาล</p>
<p>ขณะที่ไทยเราใช้มาตรการกึ่งล็อกดาวน์ ส่งผลให้คนตกงานราวสิบล้านคน ธุรกิจขาดสภาพคล่อง การบินไทยกำลังล้มละลาย และรัฐบาลเริ่มต้นให้มีการผ่อนปรนเป็นสี่ระยะ คือพื้นที่สีขาว เขียว เช่น ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ เหลืองและแดง สำหรับการระบาดระลอกแรกนั้นใกล้จะจบแล้ว ซึ่งเป็นไปได้ว่า อาจจะจบทั้งหมดหรือมีการระบาดระลอกที่สองและสามตามมาทีหลัง อย่างไรก็ตาม การระบาดครั้งนี้น่าจะกินเวลาราว 12 เดือนหรือถึงเดือนมิถุนายนปี 2564 ซึ่งต้องรอให้มีการผลิตวัคซีน หรือให้มีการติดเชื้อตามธรรมชาติให้ได้กว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งประเทศไทยมีการติดเชื้ออย่างหนักก็มีเพียง 10-15 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น จึงยังมีคนที่พร้อมจะติดเชื้ออีกมากทีเดียว นี่จึงเป็นไปได้ยากมากที่จะหยุดการแพร่เชื้ออย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และอาจต้องยอมรับให้มีการแพร่เชื้อในระดับที่ต่ำ แต่ก็ต้องดูด้วยว่า จะปล่อยให้มีการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในบางพื้นที่ในเวลาต่อไป หรืออาจจะปล่อยให้มีการติดเชื้อในระดับกว้างขวาง ซึ่งทางหลังนี้เป็นทางที่เราไม่ควรเลือก แต่ควรจะเลือกแบบให้มีการแพร่เชื้อในระดับต่ำเพื่อหาทางรับมือได้ทันท่วงที</p>
<p>ทั้งนี้ มาตรการทางสาธารณสุขในอีก 12 เดือนข้างหน้า จำต้องเพิ่มความเข้มข้นเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด เปลี่ยนรูปแบบให้ผู้คนในสังคมปฏิบัติเพื่อป้องกันตนเองจากไวรัส เช่น สวมหน้ากาก หรือเว้นระยะห่างอย่างสม่ำเสมอ และต้องปิดแหล่งแพร่โรคที่สำคัญ เช่น สถานบันเทิง ผับ บาร์ ซึ่งนับเป็นพื้นที่กลุ่มสีแดง ต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อนที่ พระราชกำหนดฉุกเฉินจะหมดระยะเวลาใช้ในเดือนมิถุนายนปี 2563 เนื่องจากนี่ไม่ใช่ พ.ร.ก. ที่จะใช้ได้ในระยะยาว บวกกับการเฝ้าระวัง ตรวจจับ และคาดการณ์ความรวดเร็วของการแพร่ระบาดในระดับประเทศ ส่วนตัวผมเสนอว่า หากมีการระบาดก็ต้องรีบปิดเฉพาะที่ แต่อย่าล็อกดาวน์เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างมาก</p>
<p>ผลพวงของโควิดหลังประกาศ พ.ร.ก. ส่งผลให้มีการปิดสถานบันเทิงและห้ามขายแอลกอฮอล์ ซึ่งเกิดผลดีมาก ต่อมาจึงอนุญาตให้ขายได้แต่ห้ามนั่งดื่มที่ร้าน ซึ่งหลายธุรกิจก็เชิญชวนให้ดื่มที่บ้านแทน จึงนำมาสู่คำถามว่า การดื่มที่บ้านมีผลดีหรือมีผลข้างเคียงอย่างไรเมื่อเทียบกับการดื่มนอกบ้าน ส่วนตัวผมมองว่า ไม่ดื่มเลยจะดีที่สุด และเป็นที่น่าหนักใจว่ามาตรการผ่อนปรนระยะที่สี่ ซึ่งมีข้อเสนอว่า ให้มีการเปิดสถานบันเทิงปลายเดือนมิถุนายน จะกระทบต่อโควิดและการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือไม่ ตรงนี้ต้องตั้งคำถามหรือดูแนวโน้มต่อไปว่า เราจะใช้พระราชบัญญัติอื่นที่เหมาะสมเพื่อรองรับกรณีเหล่านี้หรือไม่ ต่อไปด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>ผลกระทบสถานการณ์โควิดที่มีต่อการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในไทย &#8211; ผศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>สถานการณ์แอลกอฮอล์ก่อนหน้ามีโควิดนับจากปี 2544 ดูแนวโน้มแล้วค่อนข้างลดลงมาเรื่อยๆ โดยเพศชายลดลงเยอะกว่าเพศหญิง และกลุ่มคนอายุเยอะจะดื่มน้อยลง ขณะที่กลุ่มเยาวชนนั้นคงตัว พร้อมกันนั้น จากข้อมูลปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ของประชากรไทยพบว่า ปี 2561 มีอัตราการบริโภคต่ำที่สุดในรอบสิบปี และไม่มีแนวโน้มจะบริโภคเพิ่มขึ้น แต่ในช่วงโควิด เริ่มเกิดกระแสการดื่มออนไลน์ในบ้านตัวเอง หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากเกาหลีอย่าง &#8216;โซจู&#8217; ตามภาพยนตร์หรือซีรีย์ ซึ่งนับเป็นการกระตุ้นคนชนชั้นกลางซึ่งมีเวลาและกำลังทรัพย์ให้หาเครื่องดื่มตามสื่อมาดื่มบ้าง</p>
<p>ในกรณีของแอลกอฮอล์กับโรคปอด มีงานวิจัยว่า แอลกอฮอล์ไปทำลายกลไกในปอดด้วยการทำให้ผนังถุงลมและเม็ดเลือดขาวทำงานผิดปกติ จนไปเพิ่มอนุมูลอิสระในปอด และเพิ่มโอกาสติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจ ตลอดจนมีผลวิจัยว่าคนที่ดื่มแอลกอฮอล์หนักๆ มักมีภาวะทางเดินหายใจล้มเหลวแบบ ARDS มากกว่าผู้ที่ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ถึง 1.89 เท่าในกลุ่มผู้ป่วยหนัก ซึ่งภาวะ ARDS คือภาวะที่ทำให้ผู้ป่วยโควิดเสียชีวิต ดังนั้นจึงมีสมมติฐานว่า แอลกอฮอล์เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงของผู้ป่วยโควิดที่มีอาการหนัก</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ในไทยมีการแพร่ระบาดของโควิดจากวงเหล้าสองครั้งใหญ่ๆ คือที่ทองหล่อและจากกรณีคนขับรถเมล์ จนส่งให้มีผู้ป่วยเป็นวงกว้าง รัฐจึงประกาศห้ามขายแอลกอฮอล์โดยเริ่มที่จังหวัดสกลนครเป็นแห่งแรกเมื่อปลายเดือนมีนาคม และเมื่อวันที่ 10 เมษายน กรุงเทพฯ ก็ประกาศจนทุกจังหวัดตื่นตัว ก่อนที่กระทรวงมหาดไทยจะประกาศให้ทั้งประเทศห้ามขายแอลกอฮอล์เป็นเวลาราวสองสัปดาห์ ซึ่งการห้ามขายเป็นมาตรการที่องค์กรอนามัยโลก (WHO) แนะนำ เนื่องจากเป็นมาตรการที่ได้ผลและต้นทุนไม่สูง โดยเป็นการจำกัดการเข้าถึงทางกายภาพในการเข้าถึงแอลกอฮอล์ด้วยการจำกัดเวลาขาย</p>
<p>ภายหลังประเทศไทยห้ามขายแอลกอฮอล์ได้ราวหนึ่งสัปดาห์ มีการสำรวจประชากรราว 1,500 คน ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่า แอลกอฮอล์เป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพ ในกลุ่มที่สำรวจนี้มีคนดื่มประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ ในนี้ราว 81 เปอร์เซ็นต์ตอบว่าดื่มลดลงหรือไม่ได้ดื่มเลยในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากหาซื้อได้ยาก กลัวจะติดเชื้อ ไม่มีเงินและไม่มีเพื่อนดื่ม ตลอดจนเหตุผลเรื่องสุขภาพ ดังนั้น แปลว่าคนรับรู้ว่าแอลกอฮอล์คือความเสี่ยง แต่แน่นอนว่าคนที่ดื่มแอลกอฮอล์นั้นยังเข้าถึงแหล่งดื่มได้ โดยราว 1 ใน 3 คนตุนไว้ก่อน ขณะที่อีกส่วนหนึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายของชำหรือผลิตเองที่บ้าน</p>
<p>ขณะที่ฝั่งธุรกิจ มีการเชิญชวนให้ดื่มแอลกอฮอล์ในโซเชียลมีเดีย เป็นที่น่าสังเกตว่าภายหลังโควิดระบาด มีการโพสต์กระตุ้นการขายเพิ่มขึ้นมากภายในเวลาไม่นานจนถึงวันที่ 13 เมษายนซึ่งมีการประกาศมาตรการล็อกดาวน์</p>
<p>อย่างไรก็ดี ถ้าพูดถึงการแบนแอลกอฮอล์ในช่วงสงกรานต์ จะเห็นว่า โดยทั่วไปมาตรการที่เริ่มใช้ในช่วงสงกรานต์ตั้งแต่ปี 2551 ค่อนข้างได้ผลดีมาโดยตลอด เนื่องจากยอดผู้เสียชีวิตจากแอลกอฮอล์ลดลง โดยเฉพาะในปีนี้ที่ลดลงมาราว 85 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนว่ามาตรการการห้ามขายช่วยลดสาเหตุได้จริง และยังลดสัดส่วนผู้ได้รับอุบัติเหตุจากการดื่มแอลกอฮอล์จาก 30 เปอร์เซ็นต์เหลือ 12 เปอร์เซ็นต์ สำหรับมูลค่าความเสียหาย ความสูญเสียทางใจในภาพรวมที่มีสาเหตุเกี่ยวกับแอลกอฮอล์คิดเป็นมูลค่าราว 400-634 ล้านบาท</p>
<p>สำหรับมาตรการห้ามขายของภาครัฐ ถือว่าค่อนข้างฉุกละหุกจนประชาชนออกมาซื้อแอลกอฮอล์ตุนไว้ และเมื่อจะกลับมาเปิดขาย คนก็กลับมาซื้อตุนอีกครั้งเนื่องจากไม่มั่นใจในนโยบายของรัฐบาลที่เปลี่ยนแปลงอยู่เกือบตลอดเวลา ส่วนตัวผมคิดว่า ถ้ารัฐบาลสื่อสารได้ดีกว่านี้ สถานการณ์เช่นนี้ก็อาจจะเกิดขึ้นน้อยลง</p>
<p>ทั้งนี้ ธุรกิจแอลกอฮอล์พยายามใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อเชิญชวนให้ผู้คนกลับมาดื่มอีกครั้ง รวมทั้งมีการตั้งแคมเปญจากเพจสาธารณะเพื่อสนับสนุนให้ดื่มที่บ้านอย่างรับผิดชอบเพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลออกมาตรการห้ามขายแอลกอฮอล์อีก</p>
<p>สิ่งที่น่าสนใจคือ มีแนวคิดจากหลายเพจสาธารณะที่วิพากษ์วิจารณ์นโยบายห้ามขายแอลกอฮอล์ของภาครัฐ และแนวคิดการดื่มในไทยที่จำกัดสิทธิเสรีภาพการดื่มส่วนบุคคล เน้นการนำเสนอว่าสิ่งใดก็ตามที่เป็นพฤติกรรมส่วนบุคคลนั้น รัฐไม่ควรมายุ่งเกี่ยวโดยเฉพาะแอลกอฮอล์ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายด้วย</p>
<p>ทั้งนี้ แคมเปญดื่มอย่างรับผิดชอบนั้นเป็นแคมเปญที่รณรงค์โดยธุรกิจแอลกอฮอล์ทั่วโลกและถูกบรรจุเป็นยุทธศาสตร์หลักของธุรกิจ เช่น มีการกำหนดว่าต้องมีการจัดแคมเปญนี้ปีละกี่ครั้ง อย่างไรก็ตาม มีผลการวิจัยว่าแคมเปญเหล่านี้ไม่ได้ช่วยลดการดื่มหรือผลกระทบจากการดื่ม ในทางกลับกัน แคมเปญเหล่านี้ยังมีส่วนช่วยในการเพิ่มยอดขายหรือสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกต่อธุรกิจแอลกอฮอล์ด้วย และเป็นที่น่าสังเกตว่า ข้อแนะนำเรื่องการดื่มแอลกอฮอล์ของ WHO ไม่มีคำว่าดื่มอย่างรับผิดชอบรวมอยู่ด้วย มีเพียงคำแนะนำว่าแอลกอฮอล์มีอันตรายอย่างไร</p>
<p>ผมคิดว่า ก่อนหน้าการระบาดของ COVID-19 พฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอลของคนไทยค่อนข้างอยู่ตัว ในภาพรวมอาจลดลงด้วยซ้ำไป ทั้งนี้ ในช่วงที่ไวรัสระบาด แอลกอฮอล์ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันในปอดได้รับการก่อกวน เสี่ยงต่อการเกิดระบบทางเดินหายใจล้มเหลว และมาตรการห้ามขายแอลกอฮอล์ก็ส่งผลให้ประชาชนไม่ดื่ม แม้จะยังมีการกักตุนและหาซื้อได้อยู่บ้าง แต่การใช้มาตรการอย่างไร้ความคาดหมายของรัฐก็ทำให้เกิดความวุ่นวายอยู่ประมาณหนึ่ง</p>
<p>ทั้งนี้ มีโอกาสอย่างมากที่ไวรัสจะระบาดรอบสอง แทนที่รัฐจะประกาศห้ามขายตลอดทั้งวัน ก็อาจเปลี่ยนเป็นจำกัดเวลาขาย เช่น ช่วงเวลา 11.00-14.00 น. ซึ่งเป็นหนทางที่ไม่ตึงและไม่หย่อนเกินไป และในระยะยาว ผับ บาร์ ควรเปลี่ยนเป็นร้านอาหารเพื่อความอยู่รอด และมีมาตรการควบคุมการขายออนไลน์ ซึ่งต้องใช้องค์ความรู้ทางกฎหมายที่ทันสมัยและเรียนรู้จากต่างประเทศมากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_1913" aria-describedby="caption-attachment-1913" style="width: 2048px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-1913 size-full" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/DSC04615.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/DSC04615.jpg 2048w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/DSC04615-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/DSC04615-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/DSC04615-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /><figcaption id="caption-attachment-1913" class="wp-caption-text">ภาพโดย เมธิชัย เตียวนะ (The101.world)</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>สถานการณ์เด่นและบทเรียนควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในยุคโควิด &#8211; ดร.ภญ.อรทัย วลีวงศ์</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>จากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้เกิดมาตรการใหม่ๆ จากภาครัฐมากมาย เช่น การกักตัวอยู่บ้านหรือการปิดการบริการที่ไม่จำเป็น การจำกัดการเดินทางหรือการปิดโรงเรียน นโยบายเหล่านี้จะส่งผลต่อความกังวลใจ ทำให้เกิดความเครียดและเบื่อ รวมทั้งส่งผลให้คนตกงาน ว่างงาน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะยาว</p>
<p>ทั้งหมดนี้ส่งผลให้เกิดความกังวลใจต่อประชาชนโดยตรง การกักตัวอยู่บ้านที่ทำให้เกิดความเบื่อจึงทำให้หลายคนหันมาดื่มแอลกอฮอล์แก้เบื่อ ประเทศไหนที่ร้านขายแอลกอฮอล์ยังเปิดอยู่ก็จะมีอัตราการดื่มเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ความกังวลจากการว่างงานอาจทำให้ผู้คนทั้งดื่มมากขึ้นเพื่อบรรเทาความเครียดหรือดื่มน้อยลงเพราะกำลังซื้อต่ำลง ตลอดจนการกักตัวและความเครียดจากภาวะเศรษฐกิจยังก่อให้เกิดแนวโน้มการใช้ความรุนแรงในครอบครัว และแอลกอฮอล์จะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเหล่านี้ จะเห็นว่า หากตัดการบริโภคแอลกอฮอล์ไปแล้วจะแก้ปัญหาในภาพรวมได้ค่อนข้างดี ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าประเทศไทยแก้ปัญหาได้อย่างถูกจุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลกเลยทีเดียว</p>
<p>เมื่อมาดูกิจกรรมการตลาดของอุตสาหกรรมแอลกอฮอล์ ในระดับนานาชาติจะมีการกระตุ้นให้กักตุนสินค้า เช่น ออกโปรเจ็กต์ใหม่ๆ หรือโฆษณาเรื่องการดื่มเหล้าออนไลน์ ตลอดจนมีการผลิตเจลล้างมือแจกจ่ายเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้องค์กร สถิติในออสเตรเลียบอกว่า ในช่วงการระบาดที่ผ่านมา มีการโฆษณาเกี่ยวกับแอลกอฮอล์ทั้งสิ้น 107 ชิ้นทางออนไลน์ โดยเนื้อหาส่วนใหญ่เชิญชวนให้ไปซื้อแอลกอฮอล์โดยไม่ต้องออกจากบ้าน</p>
<p>การเปลี่ยนแปลงนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงโรคระบาด และปัจจัยสำคัญเกี่ยวกับแอลกอฮอล์ต่อการออกแบบนโยบายรับมือกับโรคระบาดจะขึ้นกับว่า ประเทศนั้นๆ มองแอลกอฮอล์เป็นสินค้าจำเป็นหรือไม่ หรือร้านขายแอลกอฮอล์จัดเป็นบริการจำเป็นหรือเปล่า ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละประเทศมีคนดื่มมากน้อยเพียงใดและอิทธิพลของผู้ผลิตแอลกอฮอล์ในแต่ละประเทศจะเข้าไปแทรกแซงนโยบายได้หรือไม่ ดังนั้น จึงมีการควบคุมการดื่มทางกายภาพทั้งห้ามขายหรือจำกัดเวลาขาย เช่น บางประเทศในยุโรปจำกัดเวลาขายในช่วงเย็น เป็นต้น ในสหรัฐฯ ร้านขายแอลกอฮอล์จัดเป็นสินค้าจำเป็น แม้ในช่วงเวลาปิดเมืองก็ยังขายได้จนยอดขายแอลกอฮอล์พุ่งขึ้น ผู้คนเองก็ดื่มมากขึ้น และเมื่อมีการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ ผู้คนก็เริ่มออกมาดื่มในที่สาธารณะ เช่นเดียวกับทางสหราชอาณาจักรที่จัดให้แอลกอฮอล์เป็นสินค้าจำเป็นจึงอนุญาตให้ขาย แต่ปิดผับ บาร์ หรือสถานที่นั่งดื่ม</p>
<p>ประเทศที่ใกล้เคียงกับประเทศไทยคือแอฟริกาใต้ โดยมีการจัดแอลกอฮอล์ไว้ในรายการสินค้าไม่จำเป็นและปิดการขายหรือบริการไป มีการจำกัดจำนวนลูกค้าไม่ให้เข้าไปในผับบาร์เกิน 50 คน และเปลี่ยนเวลาขายแอลกอฮอล์ เมื่อมีการปิดเมืองก็ปิดร้านค้าอย่างเข้มข้น เนื่องจากมีแนวคิดเรื่องการลดภาระจากที่เกิดจากแอลกอฮอล์เช่น ด้านความรุนแรงต่างๆ ซึ่งนโยบายห้ามขายช่วยลดการเสียชีวิตราว 15 รายต่อวันเลยทีเดียว</p>
<p>ขณะที่ประเทศแห่งการผลิตวอดก้าอย่างรัสเซียที่มีสถิติผู้คนดื่มมากขึ้น ก็มีการปรับกฎหมายอายุขั้นต่ำของผู้ซื้อแอลกอฮอล์ให้เพิ่มขึ้นจาก 18 ปีเป็น 21 ปี ส่วนประเทศอินเดียมีมิติการห้ามที่แตกต่างกันไป เนื่องจากเป็นประเทศที่กังวลเรื่องการสูญเสียรายได้จากการปิดร้านเหล้า จึงมีนโยบายเก็บภาษีร้านเหล้าโคโรนาไวรัส หรือให้ประชาชนไปลงทะเบียนเพื่อซื้อแอลกอฮอล์ อันจะเป็นการจำกัดจำนวนผู้คนไม่ให้แออัดในยามที่ไปซื้อแอลกอฮอล์</p>
<p>ถ้ามองมุมผลกระทบจากช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ แน่นอนว่าในระยะสั้น ผู้คนจะดื่มลดลง แต่ในระยะยาวจะมีการดื่มเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะมาจากความกังวลเรื่องสุขภาพและความกังวลเรื่องปากท้อง ขณะที่ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอลมีการคาดการณ์ว่าจะฟื้นตัวกลับมาได้เร็ว</p>
<p>สรุปแล้ว ในภาพรวมสำหรับประเทศไทย จำต้องใช้ฐานข้อมูลมากขึ้นเพื่อใช้ติดตามพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลง หาประชากรกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบมาก ซึ่งการทำฐานข้อมูลจะใช้เพื่อดูว่านโยบายที่ทำนั้นได้ผลหรือไม่ ขณะที่บทบาททางธุรกิจ อาจมีการแทรกแซงนโยบายโดยอุตสาหกรรมแอลกอฮอล์ซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ในประเทศไทย และรัฐจำเป็นต้องให้คำจำกัดความให้ชัดเจนว่าผลประโยชน์ทับซ้อนนั้นเป็นอย่างไร</p>
<p>โจทย์ที่สำคัญคือ เราจะยังวางตำแหน่งแอลกอฮอล์ให้เป็นสินค้าไม่จำเป็นต่อไปได้อย่างไร เพื่อให้ได้รับการยอมรับในเวลาที่รัฐออกนโยบายควบคุมการดื่ม</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>แนวทางปรับตัวเข้าสู่ </strong><strong>new normal </strong><strong>ในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบไทยๆ</strong> <strong>&#8211; ธีระ วัชระปราณี</strong><strong> </strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่ผ่านมา เราเจอกับวิกฤติสุขภาพนำมาสู่มาตรการล็อกดาวน์และส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจ บวกรวมกับปัญหาภัยแล้ง การเกษตรที่เกิดขึ้นในเดือนเมษายน และตอนนี้เมื่อคลายล็อกดาวน์แล้ว ประเด็นหัวข้อทางการเมืองจึงถูกนำมาถกเถียงบ่อยขึ้น โดยเฉพาะจากนโยบายให้เงินเยียวยาของรัฐที่ไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย เท่ากับว่า ในเวลานี้ ประเทศไทยเผชิญหน้ากับวิกฤตเศรษฐกิจ วิกฤตสุขภาพ วิกฤตการเมืองและวิกฤตสังคม ซ้อนกันสี่วิกฤต</p>
<p>โดยส่วนตัว ผมเห็นโอกาสในการสร้างแรงกระตุ้นให้คนเลิกบุหรี่และเหล้าในช่วงเดือนเมษายนซึ่งมีมาตรการงดขายแอลกอฮอล์ และควรสนับสนุนให้คนเลิกแอลกอฮอล์ในระยะยาวจนถึงช่วงปลายปีซึ่งมีเทศกาลงดเหล้าเข้าพรรษา ซึ่งนับเป็น new normal ในการควบคุมแอลกอฮอล์ อย่างไรก็ดี คำว่า new normal เกิดขึ้นตลอดเวลา แต่ภาวะ COVID-19 ทำให้เกิดสิ่งใหม่ๆ เร็วขึ้นรวมถึงการควบคุมแอลกอฮอล์ที่มีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น เช่นใน พ.ศ. 2554 ที่มีนโยบายงดเหล้าเข้าพรรษาของ สสส. และพ.ศ. 2551 ที่มีพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมความท้าทายต่างๆ ในยุคก่อนโรคระบาด เช่น การเรียกร้องให้มีการจำหน่ายเบียร์หรือสุราอย่างเสรี การทำการตลาดออนไลน์ เป็นต้น</p>
<p>แต่เมื่อเกิดการระบาดของ COVID-19 และแอลกอฮอล์ก็มีแนวโน้มจะกลายเป็นปัจจัยหนึ่งทีก่อให้เกิดการแพร่ระบาด จึงเกิดการชะงักงันของกลุ่มธุรกิจ มีการสั่งห้ามขายแอลกอฮอล์ รวมทั้งเป็นประเด็นในสื่อ เมื่อมีผู้เสียชีวิตจากการขาดสุรา ซึ่งทางศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) และกระทรวงสาธารณสุขก็ได้ออกมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับแอลกอฮอล์</p>
<p>ผมมองว่านี่เป็นโอกาสที่จะเพิ่มสัดส่วนประชากรคนไม่ดื่ม:คนดื่ม เป็นจำนวน 70:30 และยังนับเป็นโอกาสสำคัญที่จะสามารถเพิ่มสัดส่วนคนที่ไม่ดื่มให้มากขึ้น เนื่องจากช่วงนี้คนดูแลสุขภาพมากขึ้น และยังมีโอกาสในการควบคุมสินค้าออนไลน์รวมทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และโอกาสควบคุมแอลกอฮอล์ในระดับจังหวัดให้เข้มแข็งขึ้น เนื่องจากแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุของการแพร่ระบาด พร้อมกันนี้ก็ป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ด้วยการคิดกิจกรรมสร้างสรรค์ระหว่างการกักตัว และสุดท้ายคือการช่วยเหลือคนติดเหล้าในช่วงโรคแพร่ระบาดนี้</p>
<p>สำหรับประเด็นสำคัญเร่งด่วนที่ผมอยากเสนอให้มีการจัดการ คือการเสนอมาตรการเพิ่มการโฆษณาและการขายออนไลน์ เดลิเวอร์รี่, การทำ CSR และการสร้างกระแสดื่มอย่างรับผิดชอบ ซึ่งนับเป็นปัจจัยที่ยากพอสมควรเนื่องจากเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ขาวสะอาดให้อุตสาหกรรม ส่วนในกรณีการห้ามขายทั้งประเทศ เราอาจจะศึกษาจากจังหวัดบุรีรัมย์ที่เป็นจังหวัดเดียวที่มีการห้ามขาย และสุดท้ายคือการงดเหล้าเข้าพรรษา ซึ่งเป็นเรื่องด่วนอันสำคัญที่ควรต้องทำ</p>
<p>ส่วนเรื่องสำคัญแต่ยังไม่ด่วนหรือต้องใช้เวลาระยะยาวในการจัดการ คือร่วมทำแผนปฏิบัติการควบคุมแอลกอฮอล์ระดับชาติที่สำนักควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และทำให้เกิดแผนปฏิบัติการควบคุมแอลกอฮอล์ในระดับจังหวัด ตลอดจนการส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์เยาวชน ป้องกันให้เกิดนักดื่มหน้าใหม่และส่งเสริมการฟื้นฟูชุมชนในสถานการณ์ที่ยากลำบากทางเศรษฐกิจในชุมชน</p>
<p>ดังนั้น ช่วงระยะงดเหล้าเข้าพรรษาจึงนับเป็นโอกาสอันดีที่จะรณรงค์ให้มีการเลิกเหล้าในประชาชนอย่างต่อเนื่อง นับจากช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19</p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_1914" aria-describedby="caption-attachment-1914" style="width: 2048px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-1914 size-full" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/DSC04724.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/DSC04724.jpg 2048w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/DSC04724-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/DSC04724-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/DSC04724-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /><figcaption id="caption-attachment-1914" class="wp-caption-text">ภาพโดย เมธิชัย เตียวนะ (The101.world)</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>ความท้าทายและโอกาสการพัฒนาในการทำงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของภาครัฐในยุคโควิด-</strong><strong>19 </strong><strong>&#8211; นพ.นิพนธ์ ชินานนท์เวช</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>การห้ามแอลกอฮอล์ในช่วงสงกรานต์เพราะ COVID-19 และการที่ผู้คนไม่เคลื่อนย้ายออกจากบ้าน เนื่องจากมาตรการล๊อกดาวน์เพราะ COVID-19 ทำให้ภาครัฐได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีรายงานคดีเมาแล้วขับเป็นระยะ เนื่องจากร้านค้าย่อยในชุมชนยังมีสินค้าในสต็อก และไม่มีเจ้าพนักงานไปไล่จับ ผู้บริโภคจึงยังหาซื้อได้ เมื่อเปิดขายแอลกอฮอล์จึงเกิดภาวะผู้คนและร้านค้าย่อย รวมถึงผู้ประกอบการมาแย่งซื้อเป็นจำนวนมาก จนสินค้าหมดทั้งแผงในเวลาอันรวดเร็ว จึงมีผู้เสนอว่า น่าจะมีการพูดถึงกฎหมายห้ามขายแอลกอฮอล์ในวันที่ 13 เมษายนอีกครั้ง</p>
<p>ประเด็นน่าสนใจที่เราพบจากการลงสำรวจคือ คนดื่มน้อยลงเพราะเข้าถึงสินค้าได้ยากขึ้น และส่วนใหญ่ที่ดื่มคือหาซื้อได้จากร้านค้ารายย่อยหรือร้านชำ รวมถึงมีผู้ติดสุราที่เกิดอาการลงแดงเมื่อไม่ได้ดื่มจนเกิดผลกระทบด้านสุขภาพอย่างฉับพลัน รวมไปถึงการนำยาแผนโบราณที่มีแอลกอฮอล์มาดื่มแทนด้วยการผสมกับโซดาเป็นสินค้าทดแทนเหล้าหรือเบียร์ด้วย</p>
<p>ดังนั้น สิ่งสำคัญคือ ทำอย่างไรให้เมื่อมีการเปิดขายแอลกอฮอล์แล้วจะไม่ทำให้คนที่เลิกเหล้าแล้วหวนกลับมาดื่มอีก เราจึงอาจจะจัดกิจกรรมที่น่าจะทำต่อเนื่อง เป็นแคมเปญชวนเชิญให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ชวนตัวเองและครอบครัว รวมถึงคนใกล้เคียง ลด ละ เลิก เหล้าเพื่อป้องกัน COVID-19 และเป็นการเลิกเหล้าในระยะยาว</p>
<p>อีกปัญหาที่เราพบคือ มีการขายออนไลน์เยอะมากจนต้องมีการดำเนินคดีเพจออนไลน์เหล่านี้ตลอด ผมเชื่อว่าทุกจังหวัดสามารถตรวจสอบเรื่องพวกนี้ได้ และเครือข่ายต่างๆ สามารถดำเนินการเรื่องการบังคับใช้กฎหมายได้ในทันที รวมถึงควรมีการเสนอกฎหมายห้ามขายออนไลน์โดยมีเป้าหมายคือให้การเลิกเหล้าในประชาชนเกิดความยั่งยืนมากขึ้น เพื่อลดอุบัติเหตุและลดการป่วยเรื้อรังของผู้คน และจัดทำแนวทางควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในยุค COVID-19 เพื่อให้เกิดความชัดเจนในทางปฏิบัติของผู้ปฏิบัติงาน ผู้ประกอบการและประชาชน และผลักดันการออกอนุบัญญัติฯ ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอลในลักษณะการขายออนไลน์และห้ามขายในช่วงเทศกาลด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>ความท้าทายและโอกาสการพัฒนาในการทำงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของภาคประชาสังคมในยุคโควิด &#8211; วิษณุ ศรีทะวงศ์</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้เกิดมาตารการต่างๆ มากมายที่เอื้อให้กระบวนการงดเหล้าได้ผลไปด้วย แต่ถึงอย่างนั้น แม้วงสังสรรค์จะลดลง รวมถึงเหล้า บาร์ก็ปิดตามมาตรการล็อกดาวน์ แต่ในขณะเดียวกัน การขายแอลกอฮอล์ออนไลน์กลับเพิ่มมากขึ้นจนถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่ากังวล</p>
<p>ในระยะแรก ทางภาคประชาสังคมมีความพยายามที่จะช่วยสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ โดยหลายภาคส่วนช่วยกันทำหน้ากากผ้าและเจลล้างมือ รวมถึงระดมทุน ทรัพยากรเพื่อช่วยบุคลากรทางการแพทย์และขยับขยายไปยังอีกหลายจังหวัด ในมุมนี้ภาคประชาสังคมควรจะต้องทำอยู่เรื่อยๆ และสร้างพันธมิตรในการทำงานเพื่อป้องกันการระบาดของไวรัส เพราะเจลล้างมือยังจำเป็นอยู่แม้ในปัจจุบัน</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีมาตรการ work from home ซึ่งน่าจะอยู่กับเราไประยะยาว ซึ่งทำให้เราอยู่กับบ้านและครอบครัวได้มากขึ้น มีการทำกิจกรรมต่างๆ ในบ้าน หลายคนมีโอกาสได้อ่านหนังสือเล่มโปรด มีการปลูกผัก ซึ่งเราพบว่าร้านขายวัสดุอุปกรณ์การเกษตรคึกคักขึ้นอย่างมาก เครือข่ายงดเหล้าในภาคเหนือก็มีการชวนเยาวชนไปเรียนรู้กระบวนการปลูกผัก ไปลงพื้นที่ และยังมีกิจกรรมซ่อมแซม ต่อเติมบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงวงเหล้า ตลอดจนกิจกรรมทำอาหารด้วยเมนูต่างๆ หรือเรียนคอร์สอบรมออนไลน์เพื่อพัฒนาตัวเอง โดยเฉพาะเยาวชนที่โรงเรียนยังไม่เปิด ก็ลงทะเบียนเรียนออนไลน์กิจกรรมต่างๆ เช่น กีตาร์ หรือตัดต่อวิดีโอ</p>
<p>เราจึงอาจมองได้ว่า ในช่วงกักตัวและทำงานที่บ้าน ผู้คนมีกิจกรรมให้ทำมากขึ้น การตั้งวงดื่มเหล้าจึงลดลง แต่ปัญหาหนึ่งที่เราเจอคือ การส่งเสริมการขายแอลกอฮอล์ออนไลน์ ซึ่งกิจกรรมการส่งเสริมการขายของธุรกิจเหล้าเป็นเสมือนพาหะสำคัญที่อาจทำให้การระบาดเกิดขึ้นมาอีกรอบได้ จึงจำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด</p>
<p>อย่างไรก็ตาม มี new normal หรือความปกติรูปแบบใหม่คือ นักดื่มหน้าใหม่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์เลยเนื่องจากสนใจกิจกรรมอย่างอื่นมากกว่า เช่น การพัฒนาตนเองหรือศักยภาพ ขณะที่นักดื่มตามโอกาสเพื่อเข้าสังคมก็ลดปริมาณการดื่ม เรื่องจากไม่มีวงสังสรรค์และไม่มีร้านค้าเปิด ส่วนนักดื่มประจำนั้นลดปริมาณและความถี่ในการดื่ม อาจจะมีการสั่งซื้อทางออนไลน์หรือเดลิเวอร์รี่บ้างตามโอกาสซึ่งหาได้ยากขึ้น ส่วนนักดื่มหนักหรือมีภาวะติดสุราเรื้อรังก็ต้องเข้าระบบบำบัด ซึ่งต้องช่วยกันดูแลต่อไป</p>
<p>เราทราบกันดีว่า สังคมไทยมีงานบุญประเพณีค่อนข้างเยอะ แต่ด้วยการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ปีนี้คงต้องยกเลิกงานใหญ่ๆ เพื่อปรับตัวในช่วงโรคระบาด เช่น งานสงกรานต์ เหลือเพียงกิจกรรมชุมชนเล็กๆ เช่น ทำข้าวแช่หรืองานบุญงานบวชหรืองานศพเท่านั้น ขณะที่งานเทศกาลอาหาร งานถนนคนเดินก็มีการปรับตัวด้วยการจัดเสวนาออนไลน์หรือหามาตรการแนวทางสู้ COVID-19</p>
<p>ดังนั้น ภาคประชาสังคมจึงยังต้องร่วมมือกันดำเนินนโยบายเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง สร้างความตระหนักรู้เรื่องสุขภาพต่อประชาชน ฟื้นฟูความทุกข์ยาก และช่วยเหลือประชาชนที่ตกทุกข์ได้ยาก อันเป็นเรื่องทางโครงสร้างที่จะต้องขับเคลื่อนต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_1915" aria-describedby="caption-attachment-1915" style="width: 2048px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-1915 size-full" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/DSC04997.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/DSC04997.jpg 2048w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/DSC04997-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/DSC04997-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/DSC04997-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /><figcaption id="caption-attachment-1915" class="wp-caption-text">ภาพโดย เมธิชัย เตียวนะ (The101.world)</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>เรื่อง: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>ภาพ: เมธิชัย เตียวนะ (The101.world)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-policy-during-covid19/">ก้าวต่อไปของนโยบายเรื่อง &#8216;เหล้า&#8217; ในคราว COVID-19 ระบาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1886</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เมื่อ Covid-19 มาเยือน : ความท้าทายในการรักษาและระบบยาหลังจากนี้</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/covid19-treatment-and-medicine/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=covid19-treatment-and-medicine</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 May 2020 03:43:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[ยาบำบัดอาการติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยารักษาคนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[รักษาคนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[สุจิระ ปรีชาวิทย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1839</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลจากการประกาศใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) และการงดจำหน่ายสุราในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทำให้ผู้ติดเหล้าอาจต้องเผชิญอาการถอนพิษสุราเพราะหยุดดื่มฉับพลัน อีกทั้งไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้ดังเช่นปกติ หรือเกิดความไม่ต่อเนื่องในการบำบัด จนกลายเป็นว่าบางส่วนเลือกกลับไปดื่มอีกครั้ง ในทำนองเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องทุกคน ต่างก็ต้องเจอกับความท้าทายใหม่ ทั้งวิธีให้บริการ การติดตามผลผู้ป่วย รวมไปถึงการดูแลตัวเองให้ห่างไกลโรคระบาดระหว่างปฏิบัติหน้าที่ จากผลกระทบเหล่านี้ทำให้เกิดคำถามถึงอนาคตของวงการสาธารณสุข การบำบัดผู้ติดเหล้า และระบบยาของประเทศไทยว่า ควรปรับเปลี่ยนไปในทิศทางไหน Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า คุยกับ นพ.สุจิระ ปรีชาวิทย์ จากโรงพยาบาลจิตเวชสระแก้วราชนครินทร์ ถึงประเด็นเรื่องการรักษาผู้ติดเหล้าในสถานการณ์โควิด-19 การปรับระบบยาให้เท่าทันกับสถานการณ์โรคระบาด และสิ่งที่ควรใส่ใจเพิ่มขึ้นหลังเกิดการระบาดเป็นต้นไป &#160; โควิด-19 กับผลกระทบต่อการรักษาผู้ติดเหล้า &#160; ก่อนที่จะเริ่มการสนทนา นพ.สุจิระเอ่ยปากก่อนว่าอาจจะไม่สามารถตอบแทนโรงพยาบาลทั่วประเทศได้ แต่ขอตอบจากความคิดเห็นที่เห็นในโรงพยาบาลที่ตนเองรับผิดชอบ และโรงพยาบาลในจังหวัด โดยมองว่าสถานการณ์โควิด-19 มีผลกระทบต่อการรักษาผู้ติดเหล้า โดยเฉพาะเรื่องการเข้าถึงการรักษา “ถึงแม้ว่าประกาศของรัฐบาลจะผ่อนปรนให้ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องพบแพทย์สามารถเดินทางได้ แต่การระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้การเดินทางยากลำบากมากขึ้น ตั้งแต่การใช้รถโดยสารประจำทาง การเดินทางร่วมกัน การขอความร่วมมือจากผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรงให้งดไปโรงพยาบาลซึ่งเป็นสถานที่แออัด หรือจากความวิตกกังวลของผู้ป่วยและญาติเองที่ไม่อยากไปโรงพยาบาล เพราะกลัวการติดเชื้อโควิด ทำให้ผู้ติดสุราบางส่วนตัดสินใจยังไม่เริ่มต้นกระบวนการรักษา หรือผู้ป่วยเก่าบางรายไม่มาโรงพยาบาลตามนัด” นพ.สุจิระเล่าให้ฟังว่าเรื่องเหล่านี้ ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของการรักษาลดลง แต่อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องรักษาภาวะติดสุรา ทางโรงพยาบาลก็สามารถให้การดูแลได้ตามมาตรฐาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/covid19-treatment-and-medicine/">เมื่อ Covid-19 มาเยือน : ความท้าทายในการรักษาและระบบยาหลังจากนี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลจากการประกาศใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) และการงดจำหน่ายสุราในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทำให้ผู้ติดเหล้าอาจต้องเผชิญอาการถอนพิษสุราเพราะหยุดดื่มฉับพลัน อีกทั้งไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้ดังเช่นปกติ หรือเกิดความไม่ต่อเนื่องในการบำบัด จนกลายเป็นว่าบางส่วนเลือกกลับไปดื่มอีกครั้ง</p>
<p>ในทำนองเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องทุกคน ต่างก็ต้องเจอกับความท้าทายใหม่ ทั้งวิธีให้บริการ การติดตามผลผู้ป่วย รวมไปถึงการดูแลตัวเองให้ห่างไกลโรคระบาดระหว่างปฏิบัติหน้าที่ จากผลกระทบเหล่านี้ทำให้เกิดคำถามถึงอนาคตของวงการสาธารณสุข การบำบัดผู้ติดเหล้า และระบบยาของประเทศไทยว่า ควรปรับเปลี่ยนไปในทิศทางไหน</p>
<p>Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า คุยกับ <strong>นพ.สุจิระ ปรีชาวิทย์</strong> จากโรงพยาบาลจิตเวชสระแก้วราชนครินทร์ ถึงประเด็นเรื่องการรักษาผู้ติดเหล้าในสถานการณ์โควิด-19 การปรับระบบยาให้เท่าทันกับสถานการณ์โรคระบาด และสิ่งที่ควรใส่ใจเพิ่มขึ้นหลังเกิดการระบาดเป็นต้นไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>โควิด-19 กับผลกระทบต่อการรักษาผู้ติดเหล้า</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>ก่อนที่จะเริ่มการสนทนา นพ.สุจิระเอ่ยปากก่อนว่าอาจจะไม่สามารถตอบแทนโรงพยาบาลทั่วประเทศได้ แต่ขอตอบจากความคิดเห็นที่เห็นในโรงพยาบาลที่ตนเองรับผิดชอบ และโรงพยาบาลในจังหวัด โดยมองว่าสถานการณ์โควิด-19 มีผลกระทบต่อการรักษาผู้ติดเหล้า โดยเฉพาะเรื่องการเข้าถึงการรักษา</p>
<p>“ถึงแม้ว่าประกาศของรัฐบาลจะผ่อนปรนให้ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องพบแพทย์สามารถเดินทางได้ แต่การระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้การเดินทางยากลำบากมากขึ้น ตั้งแต่การใช้รถโดยสารประจำทาง การเดินทางร่วมกัน การขอความร่วมมือจากผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรงให้งดไปโรงพยาบาลซึ่งเป็นสถานที่แออัด หรือจากความวิตกกังวลของผู้ป่วยและญาติเองที่ไม่อยากไปโรงพยาบาล เพราะกลัวการติดเชื้อโควิด ทำให้ผู้ติดสุราบางส่วนตัดสินใจยังไม่เริ่มต้นกระบวนการรักษา หรือผู้ป่วยเก่าบางรายไม่มาโรงพยาบาลตามนัด” นพ.สุจิระเล่าให้ฟังว่าเรื่องเหล่านี้ ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของการรักษาลดลง แต่อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องรักษาภาวะติดสุรา ทางโรงพยาบาลก็สามารถให้การดูแลได้ตามมาตรฐาน</p>
<p>ไม่เพียงแต่เรื่องการเข้าถึงการรักษาที่ดูจะยากมากขึ้น อีกด้านหนึ่ง มาตรการของภาครัฐที่ออกมาพยายามควบคุมการระบาดอย่างการสั่งปิดสถานที่แออัดที่อาจจะเป็นแหล่งแพร่เชื้อ ทั้งห้างสรรพสินค้า สถานประกอบการบันเทิง ผับ บาร์ และการสั่งห้ามขายเหล้า มาตรการเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงกับผู้ติดเหล้าโดยตรง  ทั้งในด้านบวกและด้านลบ</p>
<p>“ด้านบวกของมาตรการดังกล่าว คือ ทำให้โอกาสที่ประชาชนเข้าถึงสุราลดลง ชะลอการเกิดนักดื่มหน้าใหม่ ส่วนผู้ที่ดื่มสุราอยู่แล้วโอกาสดื่มสุราก็น้อยลงเช่นกัน ทำให้ลดผลกระทบของสุราต่อสุขภาพ และลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุจากการดื่มสุราได้</p>
<p>&#8220;สำหรับด้านลบของมาตรการดังกล่าว ได้แก่ การหยุดดื่มสุรากะทันหัน ทำให้ผู้ป่วยที่ดื่มสุราแบบหนักเป็นระยะเวลานานเสี่ยงต่ออาการถอนพิษสุรารุนแรง บางรายอาจมีอาการชักหรือภาวะเพ้อสับสนจนเสียชีวิต นอกจากนี้ การหยุดจำหน่ายสุราอาจทำให้ประชาชนบางส่วนหันไปต้มสุราเถื่อนบริโภคเอง ซึ่งมีความเสี่ยงต่อสุขภาพมากจนทำให้พิการหรือเสียชีวิตได้” นพ.สุจิระกล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>การเข้ารับการรักษาในช่วงไวรัสแพร่ระบาด</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>“ความท้าทายที่สำคัญของการรักษาผู้ติดสุรา คือ การประเมินผู้ติดสุราให้ได้ว่า ใครจำเป็นต้องได้รับการรักษาแบบใดจึงจะปลอดภัยสูงสุด โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 ของผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล นอกจากนั้นต้องคำนึงถึงทรัพยากรของโรงพยาบาลที่ต้องเตรียมพร้อมรองรับผู้ป่วยโควิดในโรงพยาบาลด้วย” นพ.สุจิระกล่าวและเสริมว่า ทางโรงพยาบาลมีความพยายามติดตามให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงและรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>“เนื่องจากโรงพยาบาลมีการติดตามผู้ป่วยที่ไม่ได้มาตามนัด จะมีพยาบาลโทรเข้าไปสอบถามอาการว่าคนไข้ที่ไม่ได้มาตามนัดไปรักษาต่อที่ไหน อาการเป็นอย่างไรบ้าง</p>
<p>ข้อมูลส่วนหนึ่งก็พบว่าคนไข้ที่ไม่ได้มาตามนัดก็กลับไปดื่มสุราซ้ำ พอรู้แบบนี้ พยาบาลก็จะแจ้งให้คนไข้รักษาต่อเนื่อง บางรายไปรับยาต่อที่อนามัยหรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงพยาบาลจะส่งยาไปให้ ในบางรายที่อาการไม่ดีหรืออาการรุนแรง เราก็จะทำนัดให้เขามาตรวจที่โรงพยาบาล เป็นต้น</p>
<p>หรืออีกกรณี คือ จะส่งข้อมูลไปที่เครือข่ายอย่างโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลให้ดูแลติดตามต่อ โอนจากที่โรงพยาบาลไปรับยาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหรือโรงพยาบาลที่อำเภอ” นพ.สุจิระอธิบาย</p>
<p>“จริงๆ ระบบนี้ทำมาก่อนที่จะมีโควิด-19 คนไข้ที่ไม่ได้มาตามนัดจะถูกติดตาม เรามีการประสานไปที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเป็นปกติอยู่แล้ว เพียงแต่ช่วงที่มีโควิด-19 นโยบายมันได้รับการสนับสนุนมากขึ้น มีความตื่นตัวโทรไปถามคนไข้หรือญาติคนไข้ว่าอาการเป็นอย่างไรก่อนที่จะถึงกำหนดวันนัด ถ้าอาการดี อยากรับยาทางไปรษณีย์ หรือ อยากให้ส่งยาไปที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลก็จะดำเนินการให้</p>
<p>อีกสิ่งที่ต่าง คือ ก่อนที่จะมีโควิด-19 เดิมคนไข้จะต้องมาโรงพยาบาล แล้วแจ้งความประสงค์ว่าอยากรับยาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เพราะเราไม่มีส่งไปรษณีย์ แต่พอมีโควิด-19 เข้ามา เจ้าหน้าที่ของเราก็จะแอคทีฟในการโทรหาผู้ป่วย ประเมินอาการแล้วถามความต้องการว่าจะให้ส่งยาไปที่ไหน หรือจะมารับยาเอง”</p>
<p>นพ.สุจิระยังเสริมอีกว่า นอกจากการรับยาด้วยตัวเองที่โรงพยาบาล การไปรับที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแล้ว ทางโรงพยาบาลยังมีบริการไดร์ฟทรู (drive thru) สำหรับคนไข้บางคนที่ผ่านโรงพยาบาล แต่ไม่อยากเข้ามาติดต่อใกล้ชิดในโรงพยาบาล โรงพยาบาลจะเตรียมยา แล้วนัดรับยาตรงจุดป้อมยามตามเวลาที่นัดหมาย หรือผู้ป่วยบางคนอาศัยอยู่ใกล้ เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลก็จะโทรประเมินอาการ และฝากเจ้าหน้าที่ที่รู้จักกันมารับยาแทน</p>
<p>จะสังเกตได้ว่า ท่ามกลางสถานการณ์ที่ต้องรับมือกับวิกฤตสุขภาพครั้งใหญ่ การรักษาผู้ติดเหล้าต้องพิจารณาร่วมกับการควบคุมการแพร่ระบาด ซึ่งสอดคล้องกับเอกสารจาก<em>สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติ บรมราชชนนี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข</em> ที่ได้ออกแนวทางป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) สำหรับสถานพยาบาลยาเสพติด โดยแนวทางเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการรับผู้ป่วยไปจนถึงการติดตามผลการรักษา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับขั้นตอนการรับผู้ป่วย มีแนวทางที่เพิ่มความระมัดระวังในการรักษา ได้แก่</p>
<p>&#8211; การซักถาม ประเมินอาการ ควรให้ผู้ป่วย ญาติ และผู้นำส่งสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างระหว่างผู้ป่วยและผู้ให้การรักษา 5-2 เมตร สำหรับเจ้าหน้าที่ให้สวมหน้ากากอนามัย และ/หรือ Face shield ด้วย</p>
<p>&#8211; การซักถามประวัติ สอบถามพูดคุย ควรใช้เวลาให้น้อยที่สุด และเพิ่มช่องทางการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์เพื่อสอบถาม ข้อมูลเพิ่มเติม รวมทั้งการประสาน หรือให้การช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง</p>
<p>&#8211; เพิ่มความรู้ความเข้าใจกับผู้ป่วย และญาติ เรื่องการป้องกันการติดและแพร่กระจายเชื้อ เพื่อหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง งดการมั่วสุมรวมกลุ่มสังสรรค์ การใช้อุปกรณ์การเสพร่วมกัน และให้เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ส่วนขั้นตอนการบำบัดฟื้นฟู เป็นขั้นตอนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากการบำบัดส่วนใหญ่เป็นการบำบัดแบบกลุ่ม ซึ่งการรวมกลุ่มอาจมีความเสี่ยงในการระบาดของโรค แนวทางส่วนใหญ่จึงเป็นการงดเว้นการบำบัด และมีแนวทางอื่นๆ ในการบำบัดฟื้นฟู ดังต่อไปนี้</p>
<p>&#8211; งดเว้นการบำบัดฟื้นฟูในรูปแบบบำบัด ทั้งผู้ป่วยและญาติ รวมถึงการบำบัดแบบค่าย/ศูนย์ปรับเปลี่ยน พฤติกรรม หรือการบำบัดอื่นที่เป็นการรวมกลุ่มผู้ป่วย</p>
<p>&#8211; งดเว้น/ยืดหยุ่นระยะเวลาการนัดผู้ป่วยมาสถานพยาบาล และใช้วิธีช่วยเหลือ/บำบัดผ่านช่องทางการสื่อสารอื่นแทน เช่น โทรศัพท์ ไลน์ หรือช่องทางอื่นๆ เช่น การเยี่ยมบ้านโดย รพ.สต.หรือ อสม. หรือรูปแบบการบำบัดโดยชุมชชน</p>
<p>&#8211; หากมีความจำเป็นต้องให้การช่วยเหลือ/บำบัด ให้ใช้วิธีการแบบรายบุคคล (Individual) และใช้อุปกรณ์ป้องกันโดยผู้ป่วยให้ใส่หน้ากากอนามัย ส่วนผู้บำบัดใส่หน้ากากอนามัย และ/หรือ Face shield</p>
<p>&#8211; ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องรับยาต่อเนื่องให้ใช้ระบบบริหารจัดการเช่นเดียวกับการรับส่งยาสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรังของสถานพยาบาลนั้นๆ</p>
<p>&#8211; กรณีผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องรับไว้รักษาแบบผู้ป่วยใน เช่น ผู้ป่วยที่มีอาการถอนพิษสุรารุนแรง ควรใช้ระบบการป้องกัน ควบคุมการติดเชื้อ เช่นเดียวกับกลุ่มเสี่ยง/สัมผัสโรคโควิด-19</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้านขั้นติดตามการรักษา มีแนวทางหลีกเลี่ยงการเข้าพบที่สถานพยาบาล แต่ให้ใช้วิธีเพิ่มช่องทางการติดตามช่วยเหลือผ่านทางโทรศัพท์ หรือไลน์ รวมถึงติดตามโดยใช้เครือข่ายในชุมชน หรือ อสม.ในพื้นที่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในมุมมองของนพ.สุจิระนั้น แม้จะมีแนวทางหลีกเลี่ยงการเข้าพบที่สถานพยาบาล แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าประสิทธิภาพการรักษาที่ต่ำลง</p>
<p>“ภาพรวมของการรักษาพยาบาลพบว่าเคส walk-in คือเคสที่มาโรงพยาบาลน้อยลง แต่จำนวนเคสที่ได้รับการรักษาไม่ต่างจากเดิม ถ้านับเฉพาะเคสที่เดินทางมาโรงพยาบาลน้อยลงแน่นอน เพราะเราส่งยาไปโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเยอะขึ้น เรามีระบบแล้วไดร์ฟทรู (drive thru) คนไข้ส่วนนี้ทำให้คนไข้ที่ walk-in มาโรงพยาบาลน้อยลง แต่คนไข้ทั้งหมดที่รับการรักษาทั้งผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD) ไม่ต่างจากช่วงที่ก่อนโควิด-19”</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>หรือจะถึงเวลาของการปรับระบบยา</strong><strong>?</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผลกระทบจากการงดเว้นการบำบัดตามมาตรการเว้นระยะห่างทางกายภาพ ทำให้การรักษาด้วยยาเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สำคัญต่อการรักษาผู้ติดเหล้า นพ.สุจิระเองก็เป็นหนึ่งคนที่สนใจศึกษาในเรื่องดังกล่าว และเคยได้นำเสนอวิจัย <a href="https://alcoholrhythm.com/medicine-for-aud/" target="_blank" rel="noopener">“<em><strong>การทบทวนวรรณกรรมเรื่องยาสำหรับดูแลผู้มีปัญหาการดื่มสุราในประเทศไทย</strong></em>”</a> ในงานเสวนาการพัฒนาข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการใช้ยาในการบำบัดรักษาผู้ติดสุรา เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยมีตัวเลือกของยารักษาการติดเหล้ามากขึ้น มีผลข้างเคียงที่ต่ำลง</p>
<p>โดยทั่วไป ยาที่ใช้รักษาภาวะติดสุราในประเทศไทยเป็นตัวหลัก คือ disulfiram นอกจากนี้ยังมี gabapentin และ topiramate แต่การใช้ยังไม่แพร่หลาย มาวันนี้การกระจายยาสำหรับรักษาภาวะติดสุราและภาวะถอนพิษสุราในโรงพยาบาลยังไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากมีการกระจายยาจากโรงพยาบาลหลักไปยังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจําตําบลเพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาได้มากขึ้น แต่นี่อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนเพิ่มโอกาสที่จะพัฒนาระบบยาเพื่อนำเข้ายาใหม่ และยามาตรฐานบางชนิดยังไม่มีใช้ในประเทศไทย</p>
<p>“เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนให้ผู้เกี่ยวข้องได้กลับมาทบทวนระบบการนำเข้ายาฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วน และการนำเข้ายาที่จำเป็นอื่นๆ สำหรับการดูแลผู้ป่วยในประเทศไทย ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น เช่น การลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และการวิเคราะห์ความจำเป็นต่อการใช้ยาแต่ละชนิด เพื่อให้ประเทศไทยมียาที่ดีพอสำหรับรักษาผู้ป่วยโดยคำนึงถึงความคุ้มค่าในด้านอื่นๆด้วย”</p>
<p>อย่างไรก็ตาม นพ.สุจิระยังคงมองว่าการปรับเปลี่ยนระบบยา หรือนำเข้ายาใหม่ที่มีประสิทธิภาพต้องใช้ระยะเวลานาน เพราะมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากหลากหลายวิชาชีพ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์, พยาบาล และเภสัชกร ทำให้การปรับเปลี่ยนแต่ละครั้งต้องมีการวางแผนปรึกษาหารือกัน เพื่อหาคำตอบที่ดีและเหมาะสมที่สุดกับบริบทของประเทศไทย</p>
<p>“ระบบยาจะต้องถูกทบทวนเพื่อพัฒนาระบบที่เป็นอยู่ให้มีประสิทธิภาพและความเหมาะสมมากขึ้น สอดคล้องไปกับเทคโนโลยีดิจิทัลที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตต่างๆ ของคนในสังคม แต่การพัฒนาไปในทิศทางใด ย่อมต้องพิจารณาความพร้อมของคนในประเทศและองคาพยพของระบบสาธารณสุขเป็นสำคัญ เพื่อให้เกิดระบบการดูแลสุขภาพแบบไร้รอยต่อได้ในที่สุด”</p>
<p>นอกจากนี้ นพ.สุจิระยังเชื่อว่าเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการแพทย์ปัจจุบันและจะถูกใช้มากขึ้นในอนาคต ทั้งเรื่องของการจัดทำฐานข้อมูลต่างๆ การวางระบบสาธารณสุขเพื่อส่งเสริม ป้องกัน รักษา และฟื้นฟูผู้ป่วย การใช้เทคโนโลยีจะช่วยให้การวินิจฉัยและการรักษาโรคมีความถูกต้องแม่นยำเพิ่มมากยิ่งขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>ความท้าทายหลังจากนี้</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้วัคซีนจะเป็นความหวังของคนทั่วโลกที่จะช่วยหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ในฐานะที่ทำงานเกี่ยวข้องกับจิตเวชอย่างนพ.สุจิระมองว่า หลังโควิด-19 จะเป็นช่วงที่เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ยังต้องทำงานหนักต่อเพื่อช่วยดูแลสุขภาพจิตของประชาชน</p>
<p>“สิ่งที่จะกระทบกับจิตเวชมากกว่าคือช่วงหลังโควิด-19 เพราะว่ามาตรการที่เข้มข้นในช่วงโควิด-19 มันมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและเรื่องการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ ปัญหาปากท้อง รายได้ไม่พอรายจ่าย ไม่มีงานทำคนก็จะเครียดเรื่องปากท้อง ยิ่งถ้ามีโรคประจำตัวเดิมอยู่แล้วและแก้ไขไม่ได้ก็จะเป็นความเสี่ยงที่จะทำให้ทำร้ายตัวเอง ฆ่าตัวตายหรือแม้กระทั่งความรุนแรงในครอบครัว คนเครียดก็หงุดหงิด อารมณ์ฉุนเฉียวมากอาจจะพึ่งพาสุรา ยาเสพติดแล้วก็เป็นประเด็นความรุนแรงตามมา</p>
<p>“กระทรวงสาธารณสุขและกรมสุขภาพจิตก็เห็นแนวโน้ม และคาดการณ์ไว้ว่า เรื่องของการดูแลสุขภาพของประชาชนยังมีงานอยู่เรื่อยๆ ถึงแม้สถานการณ์ของโรคระบาดมันจะทุเลาลง เรื่องนี้เราก็วางแผนแล้วว่าจะต้องประเมิน เฝ้าระวัง ป้องกันในเรื่องของภาวะการทำร้ายตัวเอง การฆ่าตัวตาย การจัดการความเครียด ประเมินความเครียดของเจ้าหน้าที่เอง ผู้ป่วยและผู้ป่วยที่ติดโควิด-19 ตรงนี้กรมสุขภาพจิตเองก็มีการวางแผนและมอบหมายให้หน่วยงานราชการต่างๆ ที่ดูแลไปสำรวจและเตรียมข้อมูลที่จะดูแลต่อ”</p>
<p>สิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นความท้าทายในเหตุการณ์ถัดไปสำหรับผู้ติดเหล้าเช่นเดียวกันที่จะต้องเผชิญ และจัดการกับความเครียดโดยไม่พึ่งน้ำเมามากจนเกินไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา:</p>
<p><a href="https://waymagazine.org/covid-19-pharmacy/">https://waymagazine.org/covid-19-pharmacy/</a></p>
<p><a href="https://www.slideshare.net/elixer/ss-40807023">https://www.slideshare.net/elixer/ss-40807023</a></p>
<p><a href="https://alcoholrhythm.com/medicine-for-aud/">https://alcoholrhythm.com/medicine-for-aud/</a></p>
<p><a href="https://www.qualitythestory.com/ptc-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99/">https://www.qualitythestory.com/ptc-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99/</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/covid19-treatment-and-medicine/">เมื่อ Covid-19 มาเยือน : ความท้าทายในการรักษาและระบบยาหลังจากนี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1839</post-id>	</item>
		<item>
		<title>คนอังกฤษและแอลกอฮอล์: วัฒนธรรมที่ว่าด้วยการดื่มจนฝังราก</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/british-drinking-culture/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=british-drinking-culture</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 May 2020 08:19:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[ดื่มเบียร์]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมการดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1827</guid>

					<description><![CDATA[<p>“อ้าว แฮกริด อย่างเดิมใช่ไหม” ฉากที่แฮกริด สุภาพบุรุษตัวเบิ้ม หนึ่งตัวละครสำคัญในภาพยนตร์ชุดชื่อดังจากเกาะอังกฤษอย่าง แฮร์รี่ พอตเตอร์ ถูกต้อนรับด้วยเสียงทักทายจากทอม เจ้าของร้านหม้อใหญ่รั่ว ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่นที่คลาคล่ำไปด้วยนักดื่มเต็มร้าน คงเป็นฉากหนึ่งในภาพยนตร์ที่หลายคนทั่วโลกคุ้นตา  หรือถ้าคุณเป็นแฟนตัวยงของภาพยนตร์สายลับอันดับหนึ่งอย่าง เจมส์ บอนด์ คุณคงคุ้นเคยกับวลีเด็ดติดหูอย่าง &#8220;เขย่า แต่ไม่คน&#8221; ที่เจมส์ บอนด์ จะพูดวลีนี้เกือบทุกครั้งที่มีการปรุงมาร์ตินีตามแบบฉบับของเขา ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เราจะเห็นภาพยนตร์หรือซีรีส์ของแต่ละชาติสอดแทรกวัฒนธรรม หรือเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยประจำชาติของตนลงไปด้วย และในกรณีของภาพยนตร์หรือซีรีส์จากเกาะอังกฤษ หนึ่งในวัฒนธรรมที่เรามักเห็นบ่อยๆ คือ วัฒนธรรมการดื่มแอลกอฮอล์ ปฏิเสธไม่ได้ว่า &#8216;สหราชอาณาจักร&#8217; หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อ &#8216;อังกฤษ&#8217; ถือเป็น 1 ในประเทศนักดื่มตัวยงของโลก จากรายงานขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ปี 2010 พบว่า ค่าเฉลี่ยรวมทั้งประเทศของคนอังกฤษ 1 คนมีปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ถึง 11 ลิตรต่อปี และการเก็บสถิติล่าสุดในปี 2016 พบว่า ค่าเฉลี่ยมีปริมาณเพิ่มขึ้นเป็น 12 ลิตรต่อปี  การดื่มแอลกอฮอล์ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สำหรับคนเมืองผู้ดีแล้ว การดื่มแอลกอฮอล์ดูจะเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของชีวิตที่ขาดไปไม่ได้ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่า ชาวบริติชทั้งหลายดื่มกันมาอย่างยาวนาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/british-drinking-culture/">คนอังกฤษและแอลกอฮอล์: วัฒนธรรมที่ว่าด้วยการดื่มจนฝังราก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">“อ้าว แฮกริด อย่างเดิมใช่ไหม”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉากที่แฮกริด สุภาพบุรุษตัวเบิ้ม หนึ่งตัวละครสำคัญในภาพยนตร์ชุดชื่อดังจากเกาะอังกฤษอย่าง <em>แฮร์รี่ พอตเตอร์ </em>ถูกต้อนรับด้วยเสียงทักทายจากทอม เจ้าของร้านหม้อใหญ่รั่ว ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่นที่คลาคล่ำไปด้วยนักดื่มเต็มร้าน คงเป็นฉากหนึ่งในภาพยนตร์ที่หลายคนทั่วโลกคุ้นตา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือถ้าคุณเป็นแฟนตัวยงของภาพยนตร์สายลับอันดับหนึ่งอย่าง <em>เจมส์ บอนด์</em> คุณคงคุ้นเคยกับวลีเด็ดติดหูอย่าง &#8220;เขย่า แต่ไม่คน&#8221; ที่เจมส์ บอนด์ จะพูดวลีนี้เกือบทุกครั้งที่มีการปรุงมาร์ตินีตามแบบฉบับของเขา</span></p>
<p>ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เราจะเห็นภาพยนตร์หรือซีรีส์ของแต่ละชาติสอดแทรกวัฒนธรรม หรือเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยประจำชาติของตนลงไปด้วย และในกรณีของภาพยนตร์หรือซีรีส์จากเกาะอังกฤษ หนึ่งในวัฒนธรรมที่เรามักเห็นบ่อยๆ คือ วัฒนธรรมการดื่มแอลกอฮอล์</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปฏิเสธไม่ได้ว่า &#8216;สหราชอาณาจักร&#8217; หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อ &#8216;อังกฤษ&#8217; ถือเป็น 1 ในประเทศนักดื่มตัวยงของโลก จากรายงานขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ปี 2010 พบว่า ค่าเฉลี่ยรวมทั้งประเทศของคนอังกฤษ 1 คนมีปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ถึง 11 ลิตรต่อปี และการเก็บสถิติล่าสุดในปี 2016 พบว่า ค่าเฉลี่ยมีปริมาณเพิ่มขึ้นเป็น 12 ลิตรต่อปี </span></p>
<p>การดื่มแอลกอฮอล์ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สำหรับคนเมืองผู้ดีแล้ว การดื่มแอลกอฮอล์ดูจะเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของชีวิตที่ขาดไปไม่ได้ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่า ชาวบริติชทั้งหลายดื่มกันมาอย่างยาวนาน นานพอกับเวลาที่คนเฒ่าคนแก่เล่าอดีตตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหาเลยทีเดียว</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทำไมคนอังกฤษถึงชอบดื่มแอลกอฮอล์ ชวนหาคำตอบได้ในบทความด้านล่างนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>เพราะเบียร์สะอาดกว่าน้ำเปล่า? อดีตว่าด้วยการดื่มของคนเมืองผู้ดี</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>เราไม่ทราบแน่ชัดว่า คนอังกฤษเริ่มดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่เมื่อใด<span style="font-weight: 400;"> แต่ข้อมูลจากบทความประวัติศาสตร์แอลกอฮอล์อังกฤษของแองโกโทเปีย (Anglotopia) เล่าว่า มีนักโบราณคดีค้นพบหลักฐานว่าทหารโรมันมักจะเพลิดเพลินกับการชงเบียร์และซื้อเบียร์ดื่มจากชาวเคลต์ (Celts) คนท้องถิ่นบนเกาะอังกฤษในขณะนั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานที่แสดงว่า ชนเผ่า</span><span style="font-weight: 400;">เจอร์แมนิก</span><span style="font-weight: 400;"> (Germanic) ทั้งชาวแองเกิล (Angles) ที่อพยพมาจากด้านเหนือสุดของประเทศเยอรมนี ชาวจูท (Jutes) ชนเผ่าจากคาบสมุทรจูลแลนดิก (Jutlandic) ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างประเทศเดนมาร์กกับเยอรมัน และชาวแซกซัน (Saxons) กลุ่มพันธมิตรที่อาศัยอยู่ทางที่ราบลุ่มเยอรมัน ได้เข้ามาบุกรุกเกาะอังกฤษระหว่างปี ค.ศ. 450 ถึง 1100 โดยขับไล่ ดูดกลืน รวมถึงทำลายชนเผ่าเคลต์ที่เคยอยู่เกาะนี้มาก่อน และหลังจากชนเผ่าทั้ง 3 นี้ทำศึกสำเร็จ พวกเขาก็มักจะดื่มเบียร์เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองบนทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่ดุจห้องโถงหรูหรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี เมื่อเวลาผ่านไป เบียร์ยิ่งกลายเป็นเครื่องดื่มที่โดดเด่นมากเนื่องจากสภาพอากาศของอังกฤษไม่เอื้อต่อการปลูกพืชชนิดอื่นๆ ยกเว้นข้าวบาร์เลย์ </span><span style="font-weight: 400;">โดยในยุคกลาง เบียร์เป็นที่ต้องการมากขึ้น และเป็นที่ต้องการมากกว่าน้ำดื่มทั่วไปเสียด้วย</span><span style="font-weight: 400;"> เนื่องจากการต้มที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตเบียร์ทำให้เกิดความมั่นใจว่าจะได้เบียร์ที่สะอาดกว่าน้ำดื่ม ทำให้ผู้คนแห่มาดื่มเบียร์มากขึ้น โดยที่ไม่มีใครสนถึงผลกระทบที่ทำให้มึนเมา นอกจากนี้ ยังมีการพิสูจน์อีกว่า </span><span style="font-weight: 400;">แคลอรี่และโภชนาการของเบียร์มีประโยชน์ต่อคนทำงานและคนชนชั้นนำด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 18-19 เป็นยุคที่นำไปสู่การขยายจำนวนโรงเบียร์และทำให้เบียร์มีชื่อเสียง เช่น เบียร์กินเนสส์ (Guinness) เบียร์บอร์ดดิงตัน (Boddington) และ เบียร์ฟูลเลอร์ (Fuller&#8217;s) ต่อมาต้นศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นช่วงสงคราม ส่งผลกระทบให้ปริมาณเบียร์ลดลงทั้งการผลิตและบริโภค แต่เทคโนโลยีสมัยใหม่หลังสงครามทำให้เบียร์กลับมาเป็นที่นิยมตามเดิม นอกจากนี้ ยังมีการบรรจุเบียร์ลงกระป๋องพาสเจอร์ไรซ์ (Pasteurization)</span> <span style="font-weight: 400;">และคาร์บอเนต (</span><span style="font-weight: 400;">Carbonate</span><span style="font-weight: 400;">) ซึ่งนำไปสู่การกระจายผลิตภัณฑ์ที่ดีมากนอกอังกฤษ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันนี้ ความพร้อมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนผสม เทคโนโลยี การขนส่ง ยิ่งทำให้การดื่มและผลิตเบียร์เปิดกว้างมากขึ้น ผู้ผลิตมีความหลากหลายทั้งพยายามหาวัตถุดิบอื่นๆ เป็นส่วนผสม ใช้ส่วนประกอบบางอย่างน้อยลงเพื่อลดต้นทุน หรือแม้แต่กลุ่มผู้บริโภคเองก็ยังแสวงหาเบียร์ที่ดีที่สุดมาดื่ม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>‘จะสุข จะเศร้า ขอเล่า (เหล้า) ไว้ก่อน’</b></h1>
<p><b> </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบัน การดื่มเบียร์หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ยังเป็นเรื่องปกติของคนอังกฤษ</span><span style="font-weight: 400;"> เอาเป็นว่าทุกๆ ที่ที่มีตู้เย็นย่อมมีเบียร์บรรจุอยู่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี </span><span style="font-weight: 400;">ความคิดเห็นจากบทความ <em>&#8216;<strong><a href="https://www.bbc.com/future/article/20151102-why-do-the-british-drink-so-much">ทำไมคนอังกฤษถึงดื่มหนัก&#8217; (Why do the British drink so much?)</a></strong> </em></span>ของ BBC Future ระบุว่า ความจริงแล้ว การดื่มไม่ใช่เรื่องปกติสำหรับคนรุ่นใหม่ แต่เป็นการยากที่จะปฏิเสธว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเช่นกัน เพราะคนรุ่นใหม่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในทีวี ทั้งยังถูกรายล้อมไปด้วยเหล้าราคาถูกมากมายในซูเปอร์มาร์เก็ต แม้ในทุกวันนี้ โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะถูกควบคุมอย่างเข้มงวดมากขึ้น แต่การประกวดในรายการทีวียังคงสนับสนุนแอลกอฮอล์ และเสื้อฟุตบอลก็ยังมีตราเบียร์อยู่ เหมือนจะคอยเตือนพวกเขาอยู่เสมอว่า แอลกอฮอล์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ เรายังคุ้นเคยกับการเห็นผู้คนในย่านดังๆ ของอังกฤษไปผับบาร์หลังเลิกงานในวันศุกร์ จนสถานที่เหล่านั้น</span><span style="font-weight: 400;">แน่นขนัด</span> <span style="font-weight: 400;">ยิ่งตอนมีเทศกาลสำคัญด้วยแล้วเรียกได้ว่า คนดันล้นทะลักออกมาข้างนอกร้านเลยทีเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานวิจัย <a href="https://link.springer.com/article/10.1007/s40750-016-0058-4"><strong><em>‘ประโยชน์เชิงหน้าที่ของการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่พอดี’</em> </strong>(</a></span>Functional Benefits of (Modest) Alcohol Consumption<span style="font-weight: 400;">) จาก Springe Link สำรวจกลุ่มตัวอย่างแบบสุ่มในอังกฤษจำนวน 2,254 คน ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป พบว่า การดื่มของพวกเขาส่งผลให้</span><span style="font-weight: 400;">แอลกอฮอล์กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนเอนดอร์ฟิน ดังนั้น พวกเขาจึงพร้อมที่จะสนทนากับเพื่อนพ้องและคนไม่รู้จักในผับบาร์ ซึ่งการ</span><span style="font-weight: 400;">พูดคุยของพวกเขาได้</span><span style="font-weight: 400;">สร้างผลที่ดีต่อการกระชับความสัมพันธ์ ทำให้รู้สึกมีความสุขในชีวิตมากขึ้นและมีแนวโน้มที่จะเชื่อใจคนอื่นๆ ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ การวิจัยจากอังกฤษที่รวบรวมข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันแมปปี้เนส (Mappiness) ที่ถูกพัฒนาโดย The London School of Economics and Political Science (LSE) พบว่า การดื่มแอลกอฮอล์เกี่ยวข้องกับความสุขที่มากขึ้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจแต่อย่างใด แต่อีกสิ่งที่น่าสนใจคือ ในอีกนัยหนึ่ง นักวิจัยพบว่าการดื่มสังสรรค์กับเพื่อนไม่เพียงแต่เป็นสิ่งที่น่ายินดี แต่มันสามารถไปได้ไกลถึงขั้นบรรเทาความเจ็บปวดจากกิจกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น การ</span><span style="font-weight: 400;">ดื่มเพื่อกลบความเศร้า</span><span style="font-weight: 400;"> เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่จึงอาจจะเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้คนอังกฤษ (ไม่ทั้งหมด) ยังคงดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะดื่มเพราะมีความสุขมากๆ หรือดื่มเพราะกำลังรู้สึกเศร้าแบบจะเป็นจะตายก็ตามแต่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อนึ่ง จากสถิติจากสำนักงานสถิติแห่งชาติในสหราชอาณาจักร </span><span style="font-weight: 400;">(National statistics) </span><span style="font-weight: 400;">ช่วงปี 2017 พบว่า มีผู้ป่วย 338,000 คน ที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล</span><span style="font-weight: 400;"> (admit) ด้วยสาเหตุหลักคือ แอลกอฮอล์ โดยเป็นโรคต่างๆ ที่เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ เช่น สุราเรื้อรัง มะเร็ง ฯลฯ ตัวเลขดังกล่าวใกล้เคียงกับปี 2016 แต่ว่าสูงกว่าปี 2007 ถึง 15 % และจำนวนผู้ที่ถูกหามส่งเข้าโรงพยาบาลด้วยสาเหตุดังกล่าว เพิ่มจำนวนสูงขึ้นมาในช่วงอายุตั้งแต่ 55-64 ปี โดย 61% เป็นผู้ชาย ซึ่งกว่า 1 ส่วน 4 ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง และ 23% เกิดอุบัติเหตุจากความประมาท </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้กรมสุขภาพและอนามัยของสหราชอาณาจักร  (Department of Health &amp; Social Care) ได้ตั้งนโยบายในทางปฏิบัติปี 2010-2015 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(1) ทางรัฐบาลกำหนดให้ผู้ชายไม่ควรดื่มเกิน 3-4 ยูนิตต่อวัน และผู้หญิง 2-3 ยูนิตต่อวัน โดยออกโรงเตือนว่า ถ้าดื่มมากกว่านั้นจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(2) ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่ม สร้างแคมเปญขึ้นมาเพื่อให้ข้อมูล เทคนิค เครื่องมือต่างๆ และที่สำคัญคือ เพิ่มการทำแบบประเมินความเสี่ยงของคนที่คาดว่าจะติดแอลกอฮอล์ให้มากขึ้น ตลอดจนจ่ายเงิน 448 ล้านปอนด์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับครอบครัวที่มีปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับแอลกอฮอล์ ซึ่งมีมากถึง 120,000 ครอบครัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(3) ปี 2013 ตั้งศูนย์กลางเพื่อสุขภาพท้องถิ่น ซึ่งมีส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ โดยสำนักงานเขตจะทำงานร่วมกับระบบสุขภาพในสหราชอาณาจักร (National Health Service &#8211; NHS) และหน่วยกรมอนามัยในสหราชอาณาจักรและชุมชน</span> <span style="font-weight: 400;">(Public Health England and local communities) เพื่อสร้างความเข้าใจว่า ท้องถิ่นต้องการอะไรบ้าง จากนั้นจึงจัดลำดับความสำคัญของการให้บริการ เพื่อจะสามารถให้การป้องกันและช่วยเหลือคนที่มีปัญหาเรื่องแอลกอฮอล์ได้อย่างใกล้ชิด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(4) ปรับปรุงการรักษาโรคติดสุรา ด้วยการปล่อยโปรแกรมนำร่องโดยการจ่ายให้การบริการรักษาเพื่อจะได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในสามด้าน คือ คนที่ใช้หายจากอาการติดเหล้าและยา ลดการที่จะกลับไปติดซ้ำ พัฒนาสุขภาพและความเป็นอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(5) ขึ้นราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อช่วยลดอุปสงค์ของผู้ซื้อที่ชอบดื่มหนักๆ และเป็นการช่วยลดความรุนแรงด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(6) ตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างการโฆษณาเครื่องดื่มกับเด็กที่อายุน้อยกว่า 18 ปี ซึ่งได้มีกฏออกมาว่า ให้หยุดโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี โดยดำเนินการตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่า โฆษณาที่ส่งเสริมแอลกอฮอล์จะไม่ปรากฏในรายการที่มีเยาวชนจำนวนมาก และทำงานกับภาคอุตสาหกรรมเพื่อพัฒนารูปแบบการตรวจสอบอายุที่แท้จริงของผู้คน เพื่อใช้ในเว็บไซต์ของบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และโซเชียลมีเดียเกี่ยวข้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จะเห็นได้ว่าภาครัฐบาลพยายามหาทางแก้ไขให้คนอังกฤษดื่มน้อยลงหรือเลิกดื่มเช่นกัน แต่ก็ต้องมาติดตามกันว่า ความพยายามเหล่านี้จะได้ผลมากน้อยแค่ไหน?</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>โควิด-19 ระบาดหนัก! ทราบแล้วแต่ไม่เปลี่ยน </b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ ทุกคนทราบกันถ้วนหน้าว่า เกิดการระบาดของโควิด-19 ทำให้วิถีชีวิตแบบเดิมๆ ต้องปรับเปลี่ยน ทั้งนี้ แม้ผับและบาร์จะถูกสั่งให้ปิดทำการในอังกฤษ แต่รายได้จากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีใบอนุญาตมียอดขายสูงขึ้น 22% ในเดือนมีนาคม และจากรายงานของนักวิเคราะห์ผู้บริโภค คานทาร์ (Kantar) ยอดขายไวน์ เบียร์ และเหล้าสูงถึง 1.1 พันล้านปอนด์ในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา (นับถึง 22 มีนาคม) ซึ่งถือว่า เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2019</span> <span style="font-weight: 400;">และอีกหนึ่งข้อยืนยันคือ </span><span style="font-weight: 400;">ถังขยะรีไซเคิลก็เต็มไปด้วยขวดไวน์และเบียร์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานวิจัยใหม่จากองค์กรการกุศล Alcohol Change UK ระบุว่า คนอังกฤษ 1 ใน 5 คน (คิดเป็น 21%) ดื่มมากขึ้นเมื่อพบการระบาดใหญ่ แต่ 1 ใน 3 คิดเป็น 35% ดื่มน้อยลงหรืออ้างว่าหยุดดื่มโดยสิ้นเชิง </span><span style="font-weight: 400;">และงานวิจัยยังสำรวจคนจำนวน 2,000 คน พบว่า 14% บอกว่าพวกเขาไม่ดื่มแอลกอฮอล์ มี 6% ของผู้ที่ดื่มก่อนหน้านี้กล่าวว่าพวกเขาไม่ดื่มแอลกอฮอล์เลย และ 47% ของผู้ที่ดื่มสัปดาห์ละครั้งหรือน้อยกว่านั้นได้ลดหรือหยุดดื่ม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะเดียวกัน 27% ของคนที่ดื่ม ดื่มระหว่างสองถึงหกครั้งต่อสัปดาห์และ 17% ของนักดื่มรายวันลดหรือหยุดการดื่มในขณะที่กักตัว ขณะที่ 18% ของนักดื่มรายวันดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แคลร์ (Clare) ผู้เขียนโครงการความจริงแท้ (The Authenticity Project) และสมุดบันทึกความสร่างเมา (Sober Diaries) กล่าวว่า มีเหตุผลมากมายว่าทำไมในตอนนี้บางคนพบว่าตัวเองดื่มมากขึ้น ซึ่งเหตุผลที่ว่าก็คือ การดื่มแอลกอฮอล์และความวิตกกังวลเชื่อมโยงกันชัดเจนนั่นเอง อีกทั้งอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็มีการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ เช่น มีบริการจัดส่ง และเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing)</span></p>
<p>ทั้งหมดนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่คนอังกฤษยังคงดื่ม และอาจจะดื่มมากขึ้นในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนนี้</p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม แม้คนอังกฤษจะมีวัฒนธรรมการดื่มที่ฝังราก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ‘ทุกคน’ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนอังกฤษจะต้องดื่มแอลกอฮอล์เป็นชีวิตจิตใจ ทั้งนี้ หากใครจะไปเยี่ยมเยือนเมืองผู้ดีหลังสถานการณ์โควิด-19 สามารถทดลองดื่มตามวัฒนธรรมของเขาได้ แต่ควรอยู่ในเกณฑ์ที่พอเหมาะพอ และไม่สร้างอันตรายให้ตัวเองหรือทำวีรกรรมแปลกๆ ที่พาลเดือดร้อนผู้อื่น ไม่เช่นนั้นทริปสุดสนุกอาจจะจบลงด้วยความพังพินาศแบบคิดไม่ถึงแทน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>ที่มา:</p>
<p><a href="https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_countries_by_alcohol_consumption_per_capita#2015_WHO_data_for_OECD_countries">List of countries by alcohol consumption per capita</a></p>
<p class="entry-title"><a href="https://www.anglotopia.net/british-history/brief-history-british-ale/">DOWN AT THE PUB: A BRIEF HISTORY OF BRITISH ALE</a></p>
<p><a href="https://www.bbc.com/future/article/20151102-why-do-the-british-drink-so-much">Why do the British drink so much?</a></p>
<p class="c-article-title u-h1" data-test="article-title"><a href="https://link.springer.com/article/10.1007/s40750-016-0058-4">Functional Benefits of (Modest) Alcohol Consumption</a></p>
<p class=" font--headline gray-darkest mb-sm null " data-qa="headline"><a href="https://www.washingtonpost.com/news/wonk/wp/2016/05/24/scientists-have-figured-out-exactly-how-much-fun-it-is-to-get-drunk/">Scientists have figured out exactly how much fun it is to get drunk</a></p>
<p class="story-body__h1"><a href="https://www.bbc.com/news/uk-52329679">Coronavirus: Is my lockdown drinking normal?</a></p>
<p class="local-header__title" data-uipath="document.title"><a href="https://digital.nhs.uk/data-and-information/publications/statistical/statistics-on-alcohol/2019/part-1">Statistics on Alcohol, England 2019 [PAS]</a></p>
<p><a href="https://www.gov.uk/government/publications/2010-to-2015-government-policy-harmful-drinking/2010-to-2015-government-policy-harmful-drinking"><span class="govuk-caption-xl gem-c-title__context">Policy paper &#8216;</span>2010 to 2015 government policy: harmful drinking&#8217;</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/british-drinking-culture/">คนอังกฤษและแอลกอฮอล์: วัฒนธรรมที่ว่าด้วยการดื่มจนฝังราก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1827</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ความรุนแรงในครัวเรือน &#8211; ขาดสุรา &#8211; สภาวะจน เครียด กินเหล้า : เรื่องเหล้าเมื่อคราว COVID-19 ระบาด</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/no-alcohol-during-covid19/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=no-alcohol-during-covid19</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 May 2020 06:56:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[การงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[ความรุนแรงในครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ติดสุราเรื้อรัง]]></category>
		<category><![CDATA[ลงแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1801</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ก่อให้เกิดผลกระทบกับชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างมาก หลายประเทศต้องออกมาตรการทั้งทางกฎหมายและการรณรงค์ เพื่อจะหยุดการแพร่ระบาดในครั้งนี้ หนึ่งในมาตรการที่ประเทศไทยเริ่มประกาศใช้ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาคือ การออกคำสั่งห้ามจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพื่อลดความเสี่ยงของประชาชนในการสัมผัสเชื้อโรคในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งมาตรการดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิพากษ์ในวงกว้าง ท้ังจากผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ในขณะเดียวกัน มาตรการห้ามขายเหล้าก็อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบที่เราคาดไม่ถึง โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้ติดสุราเรื้อรังอย่างหนัก ที่อาจจะเกิดอาการลงแดงในช่วงห้ามจำหน่ายสุรา และนำไปสู่การเสียชีวิตได้ในที่สุด ด้วยเหตุนี้ จึงมีบุคลากรทางการแพทย์ รวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญและคนที่ทำงานเกี่ยวกับแอลกอฮอล์ออกมาให้ความรู้ รวมถึงแนะนำให้ผู้ที่ติดสุราเรื้อรังพบแพทย์ เพื่อจะได้รับคำแนะนำและการรักษาที่ถูกต้อง อย่างไรก็ดี ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศเดียวที่ห้ามจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงนี้ เพราะในบางประเทศก็มีการห้ามจำหน่ายสุราเช่นกัน เช่น ประเทศแอฟริกาใต้ ที่รัฐบาลประกาศห้ามขายเหล้าและงดการขนส่งเครื่องดื่มแอลกฮอล์ทุกชนิด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยให้เหตุผลว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มักเป็นการดื่มแบบรวมกลุ่ม ทำให้คนจำเป็นต้องพบปะกัน ซึ่งอาจส่งผลต่อการแพร่กระจายของไวรัสได้ นอกจากนี้ แอฟริกาใต้ยังมีเป้าหมายลดความรุนแรงในประเทศ เพราะประเทศต้องสำรองเตียงและบุคลากรทางการแพทย์ไว้สำหรับการแพร่ระบาดครั้งใหญ่นี้ นอกจากปัญหาที่เกิดกับผู้ติดสุราเรื้อรังแล้ว อีกหนึ่งปัญหาที่แม้ไม่ได้เกี่ยวกับแอลกอฮอล์โดยตรง แต่เป็นผลกระทบที่ถูก &#8216;เร่ง&#8217; ได้ด้วยแอลกอฮอล์คือ &#8216;ปัญหาความรุนแรงในครัวเรือน&#8217; ที่เพิ่มขึ้นสูงมากในช่วงโควิด-19 ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม การเงิน และความไม่แน่นอนของสังคม ที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยในบ้านอาจเกิดความเครียด และแปรเปลี่ยนเป็นผู้ก่อความรุนแรงได้ อีกปัจจัยหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้คือ การดื่มแอลกอฮอล์ ที่หากผู้ดื่มไม่ระมัดระวังการดื่มของตน ก็อาจจะทำให้ขาดสติจนก่อความรุนแรงกับคนในครอบครัวได้เช่นกัน เท่ากับว่า &#8216;บ้าน&#8217; ที่ดูจะเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุดในยุคไวรัสแพร่ระบาด อาจไม่ได้ปลอดภัยหรืออบอุ่นสำหรับทุกคน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็อาจส่งผลกระทบมากกว่าที่เราคิด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/no-alcohol-during-covid19/">ความรุนแรงในครัวเรือน &#8211; ขาดสุรา &#8211; สภาวะจน เครียด กินเหล้า : เรื่องเหล้าเมื่อคราว COVID-19 ระบาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ก่อให้เกิดผลกระทบกับชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างมาก หลายประเทศต้องออกมาตรการทั้งทางกฎหมายและการรณรงค์ เพื่อจะหยุดการแพร่ระบาดในครั้งนี้</p>
<p>หนึ่งในมาตรการที่ประเทศไทยเริ่มประกาศใช้ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาคือ การออกคำสั่งห้ามจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพื่อลดความเสี่ยงของประชาชนในการสัมผัสเชื้อโรคในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งมาตรการดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิพากษ์ในวงกว้าง ท้ังจากผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ในขณะเดียวกัน มาตรการห้ามขายเหล้าก็อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบที่เราคาดไม่ถึง โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้ติดสุราเรื้อรังอย่างหนัก ที่อาจจะเกิดอาการลงแดงในช่วงห้ามจำหน่ายสุรา และนำไปสู่การเสียชีวิตได้ในที่สุด</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ จึงมีบุคลากรทางการแพทย์ รวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญและคนที่ทำงานเกี่ยวกับแอลกอฮอล์ออกมาให้ความรู้ รวมถึงแนะนำให้ผู้ที่ติดสุราเรื้อรังพบแพทย์ เพื่อจะได้รับคำแนะนำและการรักษาที่ถูกต้อง</p>
<p>อย่างไรก็ดี ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศเดียวที่ห้ามจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงนี้ เพราะในบางประเทศก็มีการห้ามจำหน่ายสุราเช่นกัน เช่น ประเทศแอฟริกาใต้<span style="font-weight: 400;"> ที่รัฐบาลประกาศห้ามขายเหล้าและงดการขนส่งเครื่องดื่มแอลกฮอล์ทุกชนิด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยให้เหตุผลว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มักเป็นการดื่มแบบรวมกลุ่ม ทำให้คนจำเป็นต้องพบปะกัน ซึ่งอาจส่งผลต่อการแพร่กระจายของไวรัสได้ นอกจากนี้ แอฟริกาใต้ยังมีเป้าหมายลดความรุนแรงในประเทศ เพราะประเทศต้องสำรองเตียงและบุคลากรทางการแพทย์ไว้สำหรับการแพร่ระบาดครั้งใหญ่นี้</span></p>
<p>นอกจากปัญหาที่เกิดกับผู้ติดสุราเรื้อรังแล้ว อีกหนึ่งปัญหาที่แม้ไม่ได้เกี่ยวกับแอลกอฮอล์โดยตรง แต่เป็นผลกระทบที่ถูก &#8216;เร่ง&#8217; ได้ด้วยแอลกอฮอล์คือ &#8216;ปัญหาความรุนแรงในครัวเรือน&#8217; ที่เพิ่มขึ้นสูงมากในช่วงโควิด-19 ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม การเงิน และความไม่แน่นอนของสังคม ที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยในบ้านอาจเกิดความเครียด และแปรเปลี่ยนเป็นผู้ก่อความรุนแรงได้ อีกปัจจัยหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้คือ การดื่มแอลกอฮอล์ ที่หากผู้ดื่มไม่ระมัดระวังการดื่มของตน ก็อาจจะทำให้ขาดสติจนก่อความรุนแรงกับคนในครอบครัวได้เช่นกัน</p>
<p>เท่ากับว่า &#8216;บ้าน&#8217; ที่ดูจะเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุดในยุคไวรัสแพร่ระบาด อาจไม่ได้ปลอดภัยหรืออบอุ่นสำหรับทุกคน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็อาจส่งผลกระทบมากกว่าที่เราคิด ทั้งผลจากการห้ามขาย และผลจากการดื่มมากจนขาดการยับยั้งชั่งใจ</p>
<p>Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า สนทนากับ<strong>วิทย์ วิชัยดิษฐ</strong> นักวิจัยจาก<strong><a href="http://cas.or.th/cas/">ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.)</a> </strong>เกี่ยวกับ &#8216;เรื่องเหล้า&#8217; ในวันที่ไม่มีเหล้าขาย และโควิด-19 แพร่ระบาด ไล่เรียงตั้งแต่ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และความสัมพันธ์ระหว่างปัญหาดังกล่าวกับการดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงคุยเรื่องผลกระทบจากมาตรการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และมองสถานการณ์ &#8216;จน เครียด กินเหล้า&#8217; กับชีวิตในยุคโควิด-19</p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_1817" aria-describedby="caption-attachment-1817" style="width: 2048px" class="wp-caption alignnone"><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-1817" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC04316.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC04316.jpg 2048w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC04316-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC04316-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC04316-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /><figcaption id="caption-attachment-1817" class="wp-caption-text">ภาพโดย เมธิชัย เตียวนะ (The101.world)</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ปัจจุบัน ภาพรวมสถานการณ์ความรุนแรงของประเทศไทยเป็นอย่างไร และการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ความรุนแรงในครัวเรือนเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ อย่างไร</strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางศูนย์วิจัยปัญหาสุรามีการวิเคราะห์ข้อมูลการสำรวจของสำนักสถิติแห่งชาติในช่วงปี 2560 ซึ่งสำรวจการดื่มสุราและสูบบุหรี่ของประชากรไทย มีการสอบถามเรื่องพฤติกรรมการดื่มสุราในครัวเรือน และสอบถามคนในครัวเรือนนั้นๆ ว่า ที่ผ่านมา คุณเคยได้รับผลกระทบอะไรจากการดื่มสุราบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอเจอคำถามแบบนี้ คนส่วนใหญ่จะตอบว่า ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงทางวาจา ซึ่งเขาไม่ได้บอกนะ ว่าเกี่ยวกับอะไร แต่เราพออนุมานได้ว่า คงมีการตะคอกใส่กัน ส่วนการรายงานความรุนแรงทางกายมีค่อนข้างน้อย อาจจะเป็นเพราะเราถามเขาว่า เขาเจอความรุนแรงอะไรในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาบ้าง ไม่ใช่ว่าเจออะไรที่เป็นความรุนแรงต่อชีวิต คำตอบที่ได้เลย</span><span style="font-weight: 400;">น้อยกว่าความรุนแรงที่ผลสำรวจอื่นเจอ คือหญิงไทยประมาณ 1 ใน 6 บอกว่าเคยโดนแฟนหรือสามีทำร้ายร่างกาย แต่พอเป็นการสำรวจการดื่มสุราและสูบบุหรี่ของประชากรไทย เราพบเรื่องนี้น้อยมาก อาจจะเป็นเพราะเราจำกัดแค่ 12 เดือนอันเนื่องมาจากการบริโภคสุรา จึงอาจจะทำให้คนที่ตอบตัดสินเองว่าเพราะเหล้าเป็นเหตุ หรือเป็นเพราะบุคลิกของบุคคลนั้นหรือเปล่า ข้อมูลตรงนี้จึงอาจจะคลาดเคลื่อนได้</span></p>
<p>ต่อมา เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผม<span style="font-weight: 400;">เจอรายงานความรุนแรงในครัวเรือนมากขึ้น คือการเกิดโควิด-19 ไม่ได้ทำให้ข่าวการเกิดอาชญากรรมลดลง ความรุนแรงก็ยังมีรายงานอยู่ อย่างน้อยในเชิงปริมาณ แปลว่าโควิด-19 ไม่ได้ทำให้ความรุนแรงหายไปเสียทีเดียว ยังมีการรายงานข่าวเกี่ยวกับความรุนแรงอยู่เป็นระยะๆ แต่เราต้องดูด้วยว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ด้วยไหม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>เราจะอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มแอลกอฮอล์กับความรุนแรงในครัวเรือนได้อย่างไรบ้าง</strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเราดูธรรมชาติของความรุนแรงในครัวเรือน ปัจจัยเสี่ยงที่มากที่สุดคือ พฤติกรรมของฝ่ายชายที่จะควบคุมฝ่ายหญิง </span><span style="font-weight: 400;">ถ้ามองจากตรงนี้ สุราจะทำหน้าที่เป็นตัว &#8216;เร่ง&#8217; ปฏิกิริยา ทำให้คนที่มีแนวโน้มจะใช้ความรุนแรงมีโอกาสใช้ความรุนแรงมากขึ้น เราเคยคุยกับนักปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ </span><span style="font-weight: 400;">(paramedics) ที่เป็นด่านแรกๆ ในการตอบสนองต่อคดีความรุนแรงในครอบครัว พบว่า เวลาเกิดเหตุการณ์พวกนี้ขึ้นมา </span><span style="font-weight: 400;">แพทเทิร์นมันจะคล้ายๆ กันเกือบทั้งโลกเลย คือแอลกอฮอล์เป็นตัวเร่งให้เกิดความรุนแรงได้ง่ายขึ้น</span></p>
<p>เพื่อให้เห็นภาพกลุ่มคนที่มีแนวโน้มจะใช้ความรุนแรงชัดขึ้น เราลองดูเหตุการณ์จำพวกวัยรุ่นตีกันตามงานสงกรานต์ก็ได้ เด็กกลุ่มนี้มีแนวโน้มจะตีกันอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่ที่ตีกันก็เพราะมีแอลกอฮอล์เป็นตัวเร่ง ส่วนคนที่ไม่มีแนวโน้มจะใช้ความรุนแรงก็จะดื่มเหล้ากันเฉยๆ แต่ก็จะมีความเสี่ยงอย่างอื่นแทน เช่น เมาแล้วขับ ดื่มแล้วขับ ซึ่งสามารถก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ แต่เรื่องการตีกัน แอลกอฮอล์จะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ทำให้ความยับยั้งช่างใจลดลง จากที่อาจจะแค่คิดเฉยๆ ก็เปลี่ยนเป็นใช้ความรุนแรงจริงๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>แล้วเราจะแก้ไขความรุนแรงในครัวเรือนได้อย่างไร</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวทางการแก้ไขทั้งของไทยและต่างประเทศคือ เราต้องสื่อสารกับผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบ ให้พวกเธอรู้ว่า ถ้าเกิดเหตุขึ้นมา เธอจะขอความช่วยเหลือได้ที่ไหนบ้าง และให้ผู้หญิงกลุ่มนี้ทราบว่า พวกเธอสามารถแจ้งหรือติดต่อตำรวจได้โดยตรง</span></p>
<p>ถ้าเป็นต่างประเทศ จะมีคำแนะนำด้วยว่า หากผู้หญิงที่ถูกกระทำความรุนแรงไปพบแพทย์หรือเภสัชกร และอยากจะรายงานเรื่องความรุนแรงที่เกิดขึ้น จะมีวิธีใช้คำพูดแบบสื่อสารทางอ้อมเพื่อจะสามารถส่งตัวผู้หญิงไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้</p>
<p>สุดท้ายคือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะ<span style="font-weight: 400;">จัดตั้งศูนย์พักพิงสำหรับผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบจากการใช้ความรุนแรงด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งประเด็นที่อยากเสริมคือ อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า ความรุนแรงในครัวเรือนมักจะเกิดจากพฤติกรรมที่ฝ่ายชายต้องการ &#8216;ควบคุม&#8217; ฝ่ายหญิง และความต้องการควบคุมอย่างหนึ่ง การควบคุมทางเศรษฐกิจ</span><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">ผู้หญิงจำนวนหนึ่งไม่สามารถหนีไปไหน เพราะกลัวว่าหากหนีไปแล้วจะไม่สามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ เราจึงอาจจะต้องหาทางให้ผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบตรงนี้มีแนวทางประกอบอาชีพด้วย </span><span style="font-weight: 400;">ให้เขาออกมาแล้วหาเลี้ยงตัวเองได้ ให้เขามีความพร้อม จะได้มีแรงจูงใจที่จะออกมาจากสถานการณ์ตรงนั้นได้มากขึ้น </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>อีกประเด็นคือ ตอนนี้มีประกาศห้ามจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในฐานะนักวิจัยเรื่องสุรา คุณมองเห็นอะไร มีคนกลุ่มไหนบ้างที่จะได้รับผลกระทบจากนโยบายนี้</strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าถามผม ผมมีความกังวลสองสามเรื่อง เรื่องแรกคือ เมื่อช่วงนี้ไม่สามารถขายแอลกอฮอล์ได้ตามช่องทางห้างร้านปกติ ก็อาจจะมีคนนำไปขายในตลาดมืดแทน อีกอย่างหนึ่ง มีการใช้สารชดเชยแอลกอฮอล์แทนในช่วงนี้ เช่นที่เร็วๆ นี้ ข่าวออกว่ามีการต้มน้ำกระท่อมแทนเพื่อเป็นการชดเชยแอลกอฮอล์</span><span style="font-weight: 400;"> และประเด็นที่สำคัญคือ ปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนที่เป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h4><b>มีการใช้สารทดแทนแอลกอฮอล์เกิดขึ้น แสดงว่ากฎหมายห้ามไม่ให้มีการซื้อขายแอลกอฮอล์ก็ส่งผลกระทบต่อผู้คนไม่น้อย ซึ่งรวมทั้งกลุ่มผู้ป่วยติดสุราด้วย?</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ครับ ในจังหวัดที่ห้ามขายเหล้าจะมีข่าวคนลงแดงตาย อาการหนัก แต่ช่วยเหลือไว้ได้ทันวันละ 1-2 ราย โรงพยาบาลต่างๆ ก็จะมีผู้ป่วยติดเหล้าเข้าการรักษาเสมอ มีอาการหลากหลายมาก ตั้งแต่ลงแดงไปจนถึงไม่ลงแดง ซึ่งก็จะมีบางรายที่เข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาลหลายครั้ง พอออกมาก็กลับไปดื่มอีก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการสำรวจระบาดวิทยาจิตเวชคาดว่า ในประเทศไทยมีประชากรเป็นโรคติดสุราประมาณ 9 แสน ถึง 1 ล้านคน คาดว่ามีผู้ที่ติดสุราในภาวะรุนแรงอยู่ราวๆ 5 หมื่นถึง 1 แสนคนทั่วประเทศ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>แล้วเราจะบอกได้อย่างไรว่า ผู้ที่ติดสุราคนนั้นเป็นผู้ที่ติดสุราเรื้อรัง และเราจะมีวิธีสังเกตอาการลงแดงหรือไม่ อย่างไร</strong></h4>
<p>นิยามของผู้ที่ติดสุราเรื้อรังคือ <span style="font-weight: 400;">ดื่มครึ่งขวดกลมขึ้นไปต่อวัน มีโรคประจำตัวทุกวันมา 5 ปีขึ้นไป หรือว่าเป็นตับแข็ง ก็อาจมีโอกาสเกิดภาวะขาดเหล้ารุนแรง เพราะฉะนั้น คนกลุ่มนี้ต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาล</span></p>
<p>ถ้าผู้ติดสุรามีอาการลงแดง อาการสามารถแสดงออก<span style="font-weight: 400;">ได้ตั้งแต่ 6 ชั่วโมงแรก ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่จะรู้อาการตัวเอง ส่วนมากจะหงุดหงิด เวียนหัว ร่วมกับอาการอื่นๆ ซึ่ง</span>ถ้ารู้ตัวแล้วว่ามีอาการลงแดงต้องรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะแพทย์จะมียาให้กินทดแทนพิษเหล้าได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>ในฐานะที่ศูนย์วิจัยปัญหาสุราทำการวิจัยด้านนี้โดยตรง อยากชวนลองประเมินภาพรวมระยะยาวหลังจากนี้ สถานการณ์การระบาดของโรคจะส่งผลให้ผู้คนดื่มเครื่องแอลกอฮอล์มากขึ้น หรือผู้ที่ติดสุราอยู่แล้วมีแนวโน้มของอาการมากขึ้นหรือไม่ เพราะในช่วงของการระบาดมีทั้งความเครียดจากเศรษฐกิจและความเครียดจากการกักตัว </b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงๆ การติดสุรามีหลายระดับ ถ้าดูภาพสังคมไทยโดยรวม ประชาชนไทยส่วนใหญ่ไม่ดื่มสุรา ส่วนในกลุ่มคนดื่มที่อยู่ในระดับติด ถ้าไม่ถึงขั้นลงแดง ก็จะมีระบบสนับสนุนอย่างอื่นเพื่อการควบคุมได้ ผมเลยคิดว่า จำนวนผู้ดื่มสุราที่ไม่ได้ติดหนัก ‘น่าจะลดลง’ </span><span style="font-weight: 400;">เพราะการดื่มในสังคมไทยโดยรวมเป็นการดื่มทางสังคมค่อนข้างเยอะ พอมีการปิดประเทศ ก็ไม่ได้มีบริบทของการชวนกันดื่ม พอไม่ได้เจอกันตัวต่อตัวก็ไม่ค่อยได้ดื่มมากเหมือนเดิม อีกทั้งยังมีคำสั่งห้ามขายและห้ามสังสรรค์ในงานใหญ่ๆ ด้วย </span>ดังนั้นแนวโน้มน่าจะลดลงโดยรวม</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนถ้าถามว่า จะมีสภาวะ ‘จน เครียด กินเหล้า’ เกิดขึ้นบ้างไหม โดยส่วนตัวผมมองว่าไม่น่าถึงขนาดนั้นนะ อาจจะมีบ้างที่กินเหล้าเพื่อลืมทุกข์ ซึ่งก็มีคนจำนวนหนึ่งที่มี Hoping Mechanism แบบนี้ แต่เท่าที่เห็นแนวโน้มในตอนนี้ </span><span style="font-weight: 400;">มันยังไม่น่าจะกระจายเพราะมีคำสั่งห้ามขายสุรา ตอนนี้เหมือนกับคนเข้าถึงสุราไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่า ถ้ายังมีคำสั่งห้ามขายแอลกอฮอล์อยู่ การดื่มแอลกอฮอล์น่าจะลดลง    </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_1818" aria-describedby="caption-attachment-1818" style="width: 2048px" class="wp-caption alignnone"><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-1818" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC03088.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC03088.jpg 2048w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC03088-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC03088-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC03088-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /><figcaption id="caption-attachment-1818" class="wp-caption-text">ภาพโดย เมธิชัย เตียวนะ (The101.world)</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<blockquote><p><b><br />
</b><b>เกร็ดน่ารู้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ผู้ชายไทยประมาณ 3.5% เป็นโรคติดสุรา (alcohol dependence) ส่วนผู้หญิงเป็นโรคติดสุราแค่ 0.2% เท่านั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ความผิดปกติของดื่มแอลกอฮอล์ (alcohol use disorder เป็นโรคซึ่งคล้ายโรคติดสุรา แต่ความรุนแรงน้อยกว่า) ความชุกของอาการฯ สูงที่สุดในภาคเหนือ (ประมาณ 3.5%) และในกลุ่มคนอายุ 25-34 ปี (ประมาณ 9.1%) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; การใช้สารชดเชยสุรา (เช่น น้ำกระท่อม) ในช่วงนี้ พบว่ามีการเสพน้ำต้มใบกระท่อม (สี่คูณร้อย) เพิ่มขึ้นหลังประกาศ พรก.ฉุกเฉิน ห้ามขายเหล้าเบียร์ทั่วประเทศ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ว่า มีการจับกุมกลุ่มบุคคลมั่วสุมขัด พรก.ฉุกเฉิน เสพยาบ้า-กัญชา-ต้มสี่คูณร้อยดื่มที่ปทุมธานีและศรีสะเกษ ส่วนที่ภูเก็ตมีพนักงานส่งอาหารลักลอบขนใบกระท่อมและน้ำสี่คูณร้อย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; แม้ในวันที่ 10 มีนาคม 2563 ทางคณะรัฐมนตรีจะมีมติอนุมัติหลักการตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ โดยให้ยกเลิกพืชกระท่อมออกจากยาเสพติดประเภทที่ 5 และเลิกบทกำหนดโทษ แต่ยังมีข้อจำกัดให้การใช้กระท่อมอยู่ในบริบทของวิถีชาวบ้าน ส่วนการค้าขายหรือส่งออกกระท่อมยังต้องอยู่ภายใต้การได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไม่ให้มีการค้าเสรีแต่อย่างใด </span></p></blockquote>
<p>&nbsp;</p>
<p>อ่านสรุปข้อควรระวังเรื่องเหล้าและการดูแลผู้ติดเหล้าที่ต้องหยุดดื่มจนอาจ ‘ลงแดง’ ได้ <a href="https://alcoholrhythm.com/aud-treatment-covid19/"><strong>ที่นี่</strong></a> (ข้อมูลจากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา และ สสส.)</p>
<blockquote><p>&nbsp;</p></blockquote>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>ที่มา:</p>
<p>WHO. Thailand.  Global Alcohol Report. 2018. Accessed on 22 April 2020. URL: <a href="https://www.who.int/substance_abuse/publications/global_alcohol_report/profiles/tha.pdf">https://www.who.int/substance_abuse/publications/global_alcohol_report/profiles/tha.pdf</a></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> ปริทรรศ ศิลปกิจ และคณะ. ความชุดของความผิดปกติของการดื่มแอลกอฮอล์ในคนไทย โรคร่วมทางจิตเวชและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง. ว.สุขภาพจิตแห่งประเทศไทย 2560; 25(2): 107-121. URL: </span><a href="https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jmht/article/view/142712/105660"><span style="font-weight: 400;">https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jmht/article/view/142712/105660</span></a></p>
<p><a href="https://www.komchadluek.net/news/breaking-news/427884">แฉขาเมายุคโควิด-19 ห้ามขายสุราหันเสพดื่มน้ำกระท่อม</a></p>
<p><a href="https://www.mcot.net/viewtna/5e96ac48e3f8e40af8431629">นายกฯ กำชับ “สมศักดิ์” เข้มคดีต้ม 4 คูณ100 พุ่ง หลังประกาศห้ามขายเหล้า</a></p>
<p><a href="https://www.prachachat.net/economy/news-430437">ครม.เตรียมปลดล็อก “กระท่อม” ออกจากยาเสพติดประเภท 5 ใช้เพื่อ การแพทย์-เศรษฐกิจ</a></p>
<p class="section_title section_title_medium_var2"><a href="https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/873526">ความรุนแรงในครอบครัว คือภัยเงียบในวิกฤติ ‘โควิด-19</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/no-alcohol-during-covid19/">ความรุนแรงในครัวเรือน &#8211; ขาดสุรา &#8211; สภาวะจน เครียด กินเหล้า : เรื่องเหล้าเมื่อคราว COVID-19 ระบาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1801</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
