<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>Drinkers like me Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/drinkers-like-me/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/drinkers-like-me/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:19:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>Drinkers like me Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/drinkers-like-me/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>Drinkers like me สารคดีที่เริ่มต้นจาก ‘ผู้ดื่ม’ สู่ ‘ผู้มีปัญหาการดื่ม’</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/drinkers-like-me/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=drinkers-like-me</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 May 2019 04:07:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าแล้วเปลี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[Adrian Chiles]]></category>
		<category><![CDATA[Drinkers like me]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[การเลิกสุรา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=885</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ฉันรักการดื่ม แต่ไม่ได้ติดสุรา” คือหนึ่งในประโยคฮิตที่คนดื่มมักบอกกล่าวกับคนอื่น แน่นอน คงมีผู้คนไม่มากนักที่จะนิยามตัวเองว่าติดสุรา เมื่อมาตรวัดการติดสุราถูกพิจารณาร่วมกับความทรงจำดีๆ บทสนทนาคึกคักระหว่างดื่ม หรือความเมามายในโมงยามที่เหงาเปลี่ยว หลายคนจึงรวบรัดจนได้คำตอบอันน่าพอใจว่า “ฉันไม่ติด” พ่วงมาด้วยเหตุผลบางประการที่ทำให้รู้สึกดีกับพฤติกรรมการดื่มของตนเอง เช่น ไม่ได้เมาจนหมดสติ ไม่ได้จำเรื่องราวในคืนก่อนไม่ได้ ไม่เคยอาเจียน ฯลฯ ในสารคดี ‘Drinkers like me’ จากช่อง BBC  Adrian Chiles ผู้จัดรายการโทรทัศน์และวิทยุชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียงจากการเป็นหัวหน้าผู้จัดรายการข่าวฟุตบอล และเป็นเจ้าของสารคดีเรื่องนี้ ก็เริ่มต้นด้วยนิยามแบบเดียวกัน “ผมไม่ได้ติดสุราอย่างแน่นอน ผมมันก็แค่คนดื่มทั่วๆ ไป” สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะเขาไม่เคยพบว่าตัวเองหลับใหลอยู่หน้าบาร์ตอนตีสี่ ตื่นขึ้นมาบนเตียงพร้อมคนแปลกหน้า หรือทะเลาะเบาะแว้งกับใคร เขาเพียงแค่ดื่มกับเพื่อนสองสามแก้วในวันที่มีฟุตบอลแมตช์สำคัญ ยังไม่ทันห้าทุ่มก็แยกย้าย “เรามีข้ออ้างให้มันเสมอนั่นแหละ” เพื่อนของเอเดรียนกล่าว เอเดรียนไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธคำว่า ‘ข้ออ้าง’ พร้อมกับที่ไม่คิดว่าการดื่มของเขามีปัญหา แต่มันจะเป็นเช่นนั้นเสมอไปหรือ สารคดีจะตอบคำถามนี้ให้กับเรา &#160; Alcohol Diary เอเดรียนพบอะไร เมื่อลองนับปริมาณการดื่ม &#160; แม้เขาจะรู้สึกว่าตนเองดื่มน้อยเมื่อเทียบกับคนอื่น แต่เพื่อจะยืนยันว่าการดื่มของเขาไม่เป็นปัญหา เขาจึงเริ่มบันทึกจำนวนแก้วที่ดื่ม (Alcohol diary) เพื่อเทียบกับปริมาณแอลกอฮอล์ต่อสัปดาห์ที่รัฐบาลอังกฤษแนะนำสำหรับประชากรหญิงชาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/drinkers-like-me/">Drinkers like me สารคดีที่เริ่มต้นจาก ‘ผู้ดื่ม’ สู่ ‘ผู้มีปัญหาการดื่ม’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ฉันรักการดื่ม แต่ไม่ได้ติดสุรา” คือหนึ่งในประโยคฮิตที่คนดื่มมักบอกกล่าวกับคนอื่น</p>
<p>แน่นอน คงมีผู้คนไม่มากนักที่จะนิยามตัวเองว่าติดสุรา เมื่อมาตรวัดการติดสุราถูกพิจารณาร่วมกับความทรงจำดีๆ บทสนทนาคึกคักระหว่างดื่ม หรือความเมามายในโมงยามที่เหงาเปลี่ยว หลายคนจึงรวบรัดจนได้คำตอบอันน่าพอใจว่า “ฉันไม่ติด” พ่วงมาด้วยเหตุผลบางประการที่ทำให้รู้สึกดีกับพฤติกรรมการดื่มของตนเอง เช่น ไม่ได้เมาจนหมดสติ ไม่ได้จำเรื่องราวในคืนก่อนไม่ได้ ไม่เคยอาเจียน ฯลฯ</p>
<p>ในสารคดี <a href="https://www.imdb.com/news/ni62187208">‘Drinkers like me’</a> จากช่อง BBC  <a href="https://www.imdb.com/name/nm1328621/">Adrian Chiles</a> ผู้จัดรายการโทรทัศน์และวิทยุชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียงจากการเป็นหัวหน้าผู้จัดรายการข่าวฟุตบอล และเป็นเจ้าของสารคดีเรื่องนี้ ก็เริ่มต้นด้วยนิยามแบบเดียวกัน</p>
<p>“ผมไม่ได้ติดสุราอย่างแน่นอน ผมมันก็แค่คนดื่มทั่วๆ ไป” สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะเขาไม่เคยพบว่าตัวเองหลับใหลอยู่หน้าบาร์ตอนตีสี่ ตื่นขึ้นมาบนเตียงพร้อมคนแปลกหน้า หรือทะเลาะเบาะแว้งกับใคร เขาเพียงแค่ดื่มกับเพื่อนสองสามแก้วในวันที่มีฟุตบอลแมตช์สำคัญ ยังไม่ทันห้าทุ่มก็แยกย้าย</p>
<p>“เรามีข้ออ้างให้มันเสมอนั่นแหละ” เพื่อนของเอเดรียนกล่าว เอเดรียนไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธคำว่า ‘ข้ออ้าง’ พร้อมกับที่ไม่คิดว่าการดื่มของเขามีปัญหา</p>
<p>แต่มันจะเป็นเช่นนั้นเสมอไปหรือ สารคดีจะตอบคำถามนี้ให้กับเรา</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>Alcohol Diary</strong><strong> เอเดรียนพบอะไร เมื่อลองนับปริมาณการดื่ม</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้เขาจะรู้สึกว่าตนเองดื่มน้อยเมื่อเทียบกับคนอื่น แต่เพื่อจะยืนยันว่าการดื่มของเขาไม่เป็นปัญหา เขาจึงเริ่มบันทึกจำนวนแก้วที่ดื่ม (Alcohol diary) เพื่อเทียบกับปริมาณแอลกอฮอล์ต่อสัปดาห์ที่รัฐบาลอังกฤษแนะนำสำหรับประชากรหญิงชาย ว่าจะไม่สร้างปัญหาให้ผู้ดื่ม และไม่ทำให้ผู้ดื่มกลายเป็นคนติดสุรา</p>
<p>14 ยูนิตต่อสัปดาห์คือปริมาณที่ว่า และกลายเป็นตัวเลขที่มีอิทธิพลกับเอเดรียนในเวลาถัดมา เพราะเมื่อ 14 ยูนิต ถูกแปลงเป็นแอลกอฮอล์แล้วนั้น จะมีค่าเท่ากับเบียร์ 7 ไพน์ หรือไวน์เพียงแค่ขวดครึ่ง ซึ่งถือว่าน้อยมากสำหรับ ‘ผู้รักการดื่มที่ไม่ใช่คนติดสุรา’ น้อยจนเอเดรียนคิดว่าดื่มเลยมาตรฐานไปเสียหน่อยจะเป็นไรไป ปริมาณที่ว่าคงถูกกำหนดมาต่ำไป</p>
<p>เพียงแค่วันแรกปริมาณการดื่มของเขาเกือบจะเลยมาตรฐาน เขาไปดื่มกับเพื่อนหลังการแข่งฟุตบอลจบ และกลับมาจดบันทึกที่อพาร์ทเมนต์ พบว่าตัวเองดื่มไปถึง 32 ยูนิตในหนึ่งวัน “ผมไม่รู้เลยว่าจะเจอกับอะไรเมื่อครบหนึ่งสัปดาห์” เอเดรียนกล่าวขณะนั่งอยู่บนโต๊ะกินข้าว ฉากหลังเป็นชั้นวางขวดเหล้า ไวน์ และแก้วทรงสูงที่รายเรียง</p>
<p>ในแต่ละวันจำนวนแก้วค่อยๆ เพิ่มขึ้น หนึ่งสัปดาห์ที่เขาเริ่มบันทึก Alcohol diary เขาพบว่าปริมาณการดื่มของเขาอยู่ที่ 100 ยูนิต แม้จะเป็นตัวเลขที่น่าตกใจเมื่อเทียบกับเลขที่รัฐบาลกำหนด ซึ่งเขาก็ยังจัดว่าการดื่มของเขาไม่ใช่ปัญหา เพราะไม่ได้เมาจนล้มพับ รู้สึกป่วย หรือไปวิวาทกับใคร</p>
<p>แต่เพื่อให้ได้คำตอบที่แน่ชัด เขาจึงไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาล และได้รับคำตอบว่าระดับเลือดของเขาแสดงผลที่น่าพอใจ ดูเหมือนตับเขาจะไม่เป็นอันตราย กระทั่งคุณหมอชวนให้เขาสแกนตับเพื่อตรวจดูให้ชัดขึ้น ก็พบกับผลลัพธ์ที่น่าตกใจว่า เขาเริ่มมีพังผืดที่ตับในปริมาณกลางๆ และมีไขมันที่ตับในระดับนัยยะสำคัญ</p>
<p>ราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ คุณหมอกล่าวกับเอเดรียนว่า “คุณจะเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้นะ คุณกำลังเสี่ยงต่อภาวะตับแข็ง เสียงต่ออาการร้ายแรงที่นำไปสู่ภาวะตับทำงานล้มเหลว”</p>
<p>“และเสี่ยงต่อการตาย ใช่หรือเปล่า” เอเดรียนถาม</p>
<p>“ใช่ ความตายก็ด้วย” คุณหมอยืนยัน</p>
<p>เราทุกคนล้วนเสี่ยงกับความตาย เพียงแต่ว่าผู้ดื่มสุราอาจแลกมาด้วย 20 ปีที่หายไปของชีวิต เอเดรียนสามารถเปลี่ยนแปลงผลกระทบต่อร่างกายได้ แต่นั่นหมายความว่าเขาต้องดื่มให้น้อยลงมาก หรืออาจต้องมีวันปลอดแอลกอฮอล์ 3-4 วันต่อสัปดาห์ และเมื่อพิจารณาส่วนต่างที่ต้องเกิดขึ้นนั้น ความรู้สึกของเอเดรียนในตอนนี้อาจขมและเฝื่อน เหมือนเบียร์เก่าที่ถูกตั้งไว้ในอากาศร้อนมาสักพักก็ไม่ปาน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>Why we drink </strong><strong>คำตอบเมื่อตั้งคำถามต่อการดื่ม</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>David Nutt ผู้เชี่ยวชาญทางด้านประสาทวิทยาที่เอเดรียนเดินทางไปพบกล่าวว่า “ครึ่งหนึ่งของผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ ดื่มเพื่อเยียวยาอาการวิตกกังวล และซึมเศร้า” ตัวเอเดรียนเองก็เช่นกัน เขาเข้ารับการรักษาอาการวิตกกังวลและซึมเศร้าซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงหน้าที่การงานในช่วงชีวิตที่ผ่านมา และเพื่อขุดคุ้ยเหตุผลการดื่มของตัวเองให้ลึกขึ้น เขาจึงนัดพบกับ John McKeown นักจิตวิทยาการบำบัดที่เชี่ยวชาญเรื่องการเสพติด</p>
<p>จอห์นแสดงความเห็นว่าปัญหาสุขภาพจิต ทั้งอาการวิตกกังวลและความเศร้าที่เกิดขึ้นกับเขานั้น อาจเป็นผลพวงจากการดื่ม</p>
<p>“คุณปล่อยให้อารมณ์ขึ้นอยู่กับการดื่ม” เอเดรียนพยักหน้ารับคำของจอห์นช้าๆ เมื่อจอนห์อธิบายว่าแอลกอฮอล์ทำให้เอเดรียนรู้สึกเปลี่ยนไปกับตัวตนของเขาเอง</p>
<p>“บางครั้งผมรู้สึกแทบไม่อยากขยับไปไหน ไม่มีแรงบันดาลใจ และเพื่อที่จะออกจากความรู้สึกนั้นผมต้องออกไปเดินทอดน่อง หรือดื่มเบียร์สักสองไพน์ เมื่อนั้นแหละที่ผมรู้สึกว่าโลกไม่ได้เลวร้ายจนเกินไปและชีวิตเต็มไปด้วยความเป็นไปได้อีกครั้ง ไม่รู้สิ ผมไม่เคยพูดเกี่ยวกับการดื่มของตัวเองอย่างเจาะจงเลย เหมือนผมโกหกตัวเองเรื่องการดื่มอยู่ตลอดเวลา หรืออาจจะเรียกอีกอย่างว่าผมไม่เคยนับว่าดื่มไปเท่าไหร่แล้ว จนกระทั่งตอนนี้”</p>
<p>“คุณรู้สึกยังไงเมื่อมีคนบอกว่า คุณดื่มได้แค่ 14 ยูนิต เท่านั้น” จอห์นถาม</p>
<p>“ก่อนจะมาทำสารคดีนี้ ผมรู้สึกว่ามันต่ำมาก ผมจะทำเป็นไม่สนใจมัน ผมมั่นใจว่าในประเทศอื่นๆ ระดับแอลกอฮอล์มาตรฐานอาจจะสูงกว่านี้ด้วยซ้ำ ผมเลยคิดว่าช่างปะไร”</p>
<p>“บางทีนี่อาจเป็นวิธีการปฏิเสธที่จะมีส่วนร่วมหรือเข้าใกล้คำว่า ‘เสพติด’ ก็ได้นะ ไม่ว่าวิทยาศาสตร์ หรือมาตรฐานจะบอกว่าอย่างไร คุณก็ยังรู้สึกว่าไม่ละ ฉันรู้ดีว่ามันไม่เป็นไร” จอห์นกล่าวกับเอเดรียนว่าเอเดรียนพึ่งพาสิ่งที่แอลกอฮอล์อาจให้กับเขามากเกินไป ทั้งการบรรเทาความเบื่อหน่าย ความสามารถในการผ่อนคลาย ดูเหมือนว่าการเปลี่ยนอารมณ์หรือบรรยากาศจะกลายเป็นเหตุผลสำคัญของการดื่ม ทั้งหมดดูพุ่งไปที่ ‘ผมอยากจะเปลี่ยนมู้ด เพราะผมไม่ชอบความรู้สึกตอนนี้เลย ผมไม่ชอบคนที่ผมกำลังเป็น’</p>
<p>เขาถามเอเดรียนว่าถ้าคุณไม่ดื่ม คุณคิดว่าตัวเองจะรู้สึกอย่างไร แน่นอน เอเดรียนไม่รู้ เพราะเขาไม่เคยไม่ดื่ม</p>
<p>“ถ้าคุณดื่มเพราะไม่ชอบตัวเอง คุณแค่ต้องถามตัวเองว่าจะทำยังไงให้ตัวของคุณเป็นที่ชื่นชอบอีกครั้ง ถามตัวเองอีกครั้งว่าคุณกำลังดื่มเพราะอยากรู้สึกดีขึ้นใช่ไหม” จอห์นเสริม</p>
<p>“คุณรู้ไหม เพื่อนของผมเคยบอกว่าโลกที่ไร้แอลกอฮอล์สีสันมันดูจืดชืด แต่ดูสิ พอมองฟ้ามองต้นไม้ โลกก็ยังเป็นของมันอย่างเดิม ทำไมเราต้องใช้แอลกอฮอล์สามสี่แก้วเพื่อให้สิ่งที่เราเห็นมาตลอดชีวิตดูสวยขึ้นด้วย”</p>
<p>คำตอบของจอห์นคือ คนเรามักผูกโยงแอลกอฮอล์ไว้กับช่วงเวลาดีๆ และจนกว่าคุณจะหยุด และแก้ไขความเชื่อนี้ คุณก็จะมองโลกจืดชืดต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>GO or No </strong><strong>จะลดหรือจะเลิก</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>การไปพบนักจิตวิทยาการบำบัดทำให้เอเดรียนได้อะไรมากกว่าที่คิด เขาไม่เคยพูดถึงการดื่มของตัวเองอย่างเป็นจริงเป็นจังมาก่อน เพราะเขากลัวทุกเส้นทางที่จะนำไปสู่การยอมรับว่าเขาติดสุรา แต่ทันทีที่เขาเข้าใจเหตุผลและรู้อาการของตัวเอง มันก็ทำให้เขารู้ว่า เขาห่างจากปลายทางอีกไกลหรือใกล้เท่าไหร่ ต่อจุดที่สุราจะกลายเป็นโรคร้ายสำหรับเขา</p>
<p><a href="https://www.theguardian.com/tv-and-radio/2018/apr/24/frank-skinner-johnny-cash-started-me-on-the-rocky-road-to-alcoholism-ostrich-attack">Frank Skinner</a> นักแสดงตลกและเพื่อนของเอเดรียนที่เลิกเหล้าขาดมาเป็นเวลา 30 ปี กล่าวกับเอเดรียนว่า หลายคนไม่ยอมเลิกเหล้าเพราะกลัวว่าจะไม่สามารถเข้าสังคมหรือไม่มีเพื่อน ในมุมมองของเขา เราจะรู้อย่างแน่ชัดว่าเพื่อนจะอยู่กับเราไหมหากไม่มีแอลกอฮอล์ในความสัมพันธ์ก็ต่อเมื่อเราเลิกเหล้าจริงๆ เสียก่อน ไม่ลองก็ไม่มีวันรู้ ส่วนตัวเขาไม่พบความเปลี่ยนแปลงใดต่อความสัมพันธ์</p>
<p>เขายังบอกอีกว่า จะไม่ออกปากสนับสนุนให้เอเดรียนเลิกเหล้าให้ขาด ถ้าเอเดรียนไม่ได้จำเป็นต้องเลิกจริงๆ เขาเข้าใจว่าความสุขจากแอลกอฮอล์เป็นอย่างไร จนถึงขั้นกล่าวว่า ‘คงไม่มีอะไรมาแทนอุณหภูมิอุ่นๆ และความสนุกสนานที่ได้รับจากการดื่มได้’</p>
<p>‘เอาสิ ดื่มเลย ในเมื่อคุณดื่มได้’ เขาพูดกับเอเดรียน เพราะเขาก็บอกตัวเองอย่างนั้นในช่วงแรกเริ่มของการเลิกเหล้าเช่นกัน ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่เคยยกแก้วจิบแม้สักอึก อาจเพราะรู้ลิมิตของตัวเอง ไม่ไว้ใจความหลงใหลที่มีต่อมัน หรืออาจเพราะเมื่อเขาตัดสินใจเลิก เขาก็แค่ต้องเลิกด้วยความเต็มใจเท่านั้นเอง</p>
<p>สองเดือนหลังจากถ่ายทำสารคดี เอเดรียนมีวันปลอดแอลกอฮอล์สำหรับตัวเขาเอง หันไปดื่มเบียร์ไร้แอลกอฮอล์บ้างเป็นครั้งคราว ปริมาณแอลกอฮอล์รายสัปดาห์ของเอเดรียนลดจาก 100 ยูนิต เหลือ 25 ยูนิต ต่อสัปดาห์  และเขาถือว่านั่นเป็นความสำเร็จของเขาในก้าวแรกแล้ว</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/drinkers-like-me/">Drinkers like me สารคดีที่เริ่มต้นจาก ‘ผู้ดื่ม’ สู่ ‘ผู้มีปัญหาการดื่ม’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">885</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
