<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>John Mayer Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/john-mayer/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/john-mayer/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:11:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>John Mayer Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/john-mayer/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>บทบันทึกการเลิกเหล้าของยอดนักดนตรีปากมอมแห่งยุคสมัย &#8216;จอห์น เมเยอร์&#8217;</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/john-mayer/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=john-mayer</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Apr 2020 08:16:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าแล้วเปลี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[John Mayer]]></category>
		<category><![CDATA[การติดแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[การเลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[คนดังติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[จอห์น เมเยอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1739</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไม่ว่าคุณจะเป็นคอเพลงสากลหรือไม่ คุณน่าจะเคยได้ยินเนื้อเพลงหวานซึ้งตีคู่มากับเสียงกรีดกีตาร์ชวนใจสลายอย่าง Gravity, Heartbreak Warfare, Never on the Day You Leave หรือ Who Says ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นบทเพลงของ &#8216;จอห์น เมเยอร์&#8217; (John Mayer) ที่ถล่มชาร์ตเพลงมาแล้วตั้งแต่ปี 2000 จนถึงปัจจุบัน  แต่ใครจะเชื่อว่าจอห์น เมเยอร์ ผู้อยู่เบื้องหลังเพลงรักเหล่านี้ คือคนเดียวกับเจ้าของวีรกรรมชวนเวียนหัว วาทะแสบคัน อารมณ์ขันล้ำลึกและประสบการณ์ติดเหล้าแบบงอมแงม! ในอดีต เด็กชายเมเยอร์เติบโตมาในครอบครัวเชื้อสายยิวและค่อนข้างผูกพันกับวัฒนธรรมแบบศาสนายูดาห์ (judaism) ความหลงใหลในดนตรีของเขาเริ่มต้นขึ้น เมื่อเมเยอร์ได้มีโอกาสดูฉากที่ ไมเคิล เจ ฟ็อกซ์ โซโล่กีตาร์ระเบิดระเบ้อในหนัง Back to the Future (1985) ก่อนจะถลำลึกเมื่อฟังเทปเพลง (ที่เพื่อนบ้านให้ยืมมาอีกที) ของนักดนตรีบูลส์ระดับตำนานอย่าง สตีวี เรย์ วอห์น จนเจ้าหนุ่มมุ่งมั่นจะเดินทางสายนี้อย่างเต็มตัว และลงเอยด้วยการไม่เข้าเรียนวิทยาลัยเพื่อจะไปลงทะเบียนเรียนในวิทยาลัยดนตรีอย่างเป็นเรื่องเป็นราว สามปีต่อมา ปฐมบทความสำเร็จแบบสุดขีดของเมเยอร์เริ่มขึ้น เมื่ออัลบั้มสตูดิโออัลบั้มแรก &#8216;Room for Squares&#8217; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/john-mayer/">บทบันทึกการเลิกเหล้าของยอดนักดนตรีปากมอมแห่งยุคสมัย &#8216;จอห์น เมเยอร์&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าคุณจะเป็นคอเพลงสากลหรือไม่ คุณน่าจะเคยได้ยินเนื้อเพลงหวานซึ้งตีคู่มากับเสียงกรีดกีตาร์ชวนใจสลายอย่าง </span><span style="font-weight: 400;">Gravity, Heartbreak Warfare, Never on the Day You Leave </span><span style="font-weight: 400;">หรือ </span><span style="font-weight: 400;">Who Says ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็น</span><span style="font-weight: 400;">บทเพลงของ &#8216;จอห์น เมเยอร์&#8217; (John Mayer) ที่ถล่มชาร์ตเพลงมาแล้วตั้งแต่ปี 2000 จนถึงปัจจุบัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ใครจะเชื่อว่าจอห์น เมเยอร์ ผู้อยู่เบื้องหลังเพลงรักเหล่านี้ คือคนเดียวกับเจ้าของวีรกรรมชวนเวียนหัว วาทะแสบคัน อารมณ์ขันล้ำลึกและประสบการณ์ติดเหล้าแบบงอมแงม!</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในอดีต เด็กชายเมเยอร์เติบโตมาในครอบครัวเชื้อสายยิวและค่อนข้างผูกพันกับวัฒนธรรมแบบศาสนายูดาห์ (</span><span style="font-weight: 400;">judaism) ความหลงใหลในดนตรีของเขาเริ่มต้นขึ้น เมื่อเมเยอร์ได้มีโอกาสดูฉากที่</span><span style="font-weight: 400;"> ไมเคิล เจ ฟ็อกซ์ โซโล่กีตาร์ระเบิดระเบ้อในหนัง </span><span style="font-weight: 400;">Back to the Future (</span><span style="font-weight: 400;">1985) ก่อนจะถลำลึกเมื่อฟังเทปเพลง (ที่เพื่อนบ้านให้ยืมมาอีกที) ของนักดนตรีบูลส์ระดับตำนานอย่าง สตีวี เรย์ วอห์น จนเจ้าหนุ่มมุ่งมั่นจะเดินทางสายนี้อย่างเต็มตัว และลงเอยด้วยการไม่เข้าเรียนวิทยาลัยเพื่อจะไปลงทะเบียนเรียนในวิทยาลัยดนตรีอย่างเป็นเรื่องเป็นราว</span></p>
<p>สามปีต่อมา ปฐมบทความสำเร็จแบบสุดขีดของเมเยอร์เริ่มขึ้น <span style="font-weight: 400;">เมื่ออัลบั้มสตูดิโออัลบั้มแรก &#8216;</span><span style="font-weight: 400;">Room for Squares&#8217; ถูก</span><span style="font-weight: 400;">ปล่อยมาในปี 2001 และทำยอดขายถล่มทลาย และในช่วงนี้เองที่เมเยอร์ระบุออกสื่ออยู่บ่อยๆ ว่าเขานั้น &#8220;หลีกเลี่ยงการเสพยา ดื่มเหล้า เข้าผับ งานสังคมไฮโซหรืออะไรต่อมิอะไรก็ตามที่ทำให้เขาไขว้เขวจากงานเพลง&#8221; แต่ในปี 2006 เขาก็บอกหน้าตาเฉยว่าแสนจะสุขใจกับการปุ๊นกัญชา (อ้าว) แถมยังควง เจสสิกา ซิมป์สัน นักแสดงสาวสุดเซ็กซี่ในฐานะคนรัก (อ้าว -อีกครั้ง) หลังจากนั้น ก็ดูเหมือนว่าจอห์น เมเยอร์ จะแจ้งเกิดในฐานะนักดนตรีตัวเอ้ของอุตสาหกรรมเพลงอเมริกา</span></p>
<p>เมเยอร์ได้รับฉายาว่าเป็น &#8216;มนุษย์ปากมอม&#8217; (blabbermouth) คนหนึ่ง จากบทสัมภาษณ์สุดก๋ากั่นของเขา<span style="font-weight: 400;"> ทั้งการบอกว่าซิมป์สัน คน (เคย) รักของเขาเด็ดดวงเรื่องเซ็กซ์มาก (&#8220;ผมยอมขายบ้านขายรถเพื่อจะได้อึ๊บเธอเลยเอ้า!&#8221;)</span><span style="font-weight: 400;">, </span><span style="font-weight: 400;">ออกรายการใหญ่ยักษ์อย่าง </span><span style="font-weight: 400;">The Ellen Show </span><span style="font-weight: 400;">แล้วบอกด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจริงจังว่า &#8220;สามสิ่งที่ผมต้องทำทุกวันคือชงกาแฟก่อนมื้อเช้าจะเสร็จในไมโครเวฟ ออกกำลังกายและดูรูปโป๊!&#8221; (แถมย้ำว่า &#8220;ทุกวันครับ&#8221;) หรือเปิดเผยว่า การปลดปล่อยตัวเองจากอาการตีบตันไอเดียในการเขียนเพลงคือการ เอ่อ&#8230; ช่วยตัวเอง (อะแฮ่ม) ซึ่งเขาทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อสุขภาพที่ดีและสมองที่ปลอดโปร่ง ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการเขียนเพลง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถึงอย่างนั้น ตัวช่วยในการเขียนเพลงของเมเยอร์ก็ไม่ได้มีแค่สมองปลอดโปร่งและหัวโล่งๆ อย่างเดียวเท่านั้น เมื่อถึงในจุดหนึ่ง เขาก็พบว่าสิ่งที่ทำให้เขาหัวแล่นได้มากพอคือ เหล้าและเบียร์จำนวนมากที่สะสมเป็นลังอยู่ในห้องครัว แม้เขาจะไม่เคยมีข่าวคราวเมาเรื้อนหรือก่อคดีใหญ่โต (ส่วนมากที่เป็นข่าวก็แค่วาทะชวนขมวดคิ้ว ซึ่งก็ไม่ได้เป็นเพราะเมา) แต่ถึงจุดหนึ่ง แอลกอฮอล์ส่งผลต่อร่างกายเขาโดยตรง โดยเฉพาะเส้นเสียงที่บอบช้ำสุดขีดจากการกรอกเหล้าเข้าปากอยู่บ่อยๆ บวกกับการกินอาหารไม่ตรงเวลาที่ทำให้เขาทรมานกับโรคกรดไหลย้อนอยู่นานนับเดือน ซึ่ง</span><span style="font-weight: 400;">หนักหนาจนขัดขวางการดำเนินชีวิตประจำวันของเขา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ผมเข้ารับการรักษาหลากหลายวิธีมาก&#8221; เมเยอร์ว่า &#8220;แต่มันไม่ได้ผลเลย จนผมอยู่ในช่วงพักการใช้เส้นเสียงที่ทำให้ผมต้องงดดื่มเหล้า งดการกินอาหารรสจัด และงดพูด ตลอดทั้งเดือนกันยายนนั้นผมไม่ได้ปริปากพูดเลยสักกะคำ ผมต้องพกคีย์บอร์ดบลูทูธไว้กับตัวเพื่อพิมพ์สื่อสารสิ่งที่อยากบอก อ้อ แล้วทั้งเดือนนั่นผมก็ต้องจิ้มที่เมนูเพื่อสั่งอาหารตลอดเลย&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่หนทางการเลิกเหล้าไม่ได้ง่ายนัก เมเยอร์หักดิบด้วยการปุ๊นกัญชาแทน (&#8230;) อย่างไรก็ตาม บทเรียนสำคัญที่เขาเรียนรู้เกี่ยวกับการดื่มเกินขนาดคือมันไม่มีจุดสิ้นสุด &#8220;มันทำให้ต้องถามตัวเองว่าเมื่อไหร่ถึงจะพอ&#8221; เขาบอก &#8220;ผมกำหนดปริมาณที่เหมาะสมทุกครั้งแหละเวลาดื่มเหล้าน่ะ แต่ไม่เคยสำเร็จเลย ผมรู้สึกเหมือนถลำลึกลงไปเรื่อยๆ แบบว่าขอสองแก้ว ต่อมาก็สามแล้ว ทีนี้นี่กำลังถือแก้วที่สี่ละ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;จำได้ว่ามีอยู่วันนึง ผมมองไปรอบๆ แล้วรู้สึกว่า </span><span style="font-weight: 400;">&#8216;</span><span style="font-weight: 400;">นี่มันไม่ใช่ละ ต้องพักสักที</span><span style="font-weight: 400;">&#8216;&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จนในปี 2017 เมเยอร์ออกมาประกาศผ่านทางทวิตเตอร์ว่า เขาเลิกเหล้าแน่นอนแล้ว แถมผ่านมาได้ตั้งปีนึงแล้วต่างหาก! &#8220;เมื่อหนึ่งปีก่อน ผมตัดสินใจว่าจะพักการดื่มเหล้าละ ซึ่งมันเป็นเรื่องส่วนตัวของทุกคนเลยนะ&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คืนที่เขาตัดสินใจจะเลิกเหล้าคือ งานปาร์ตี้วันเกิดอายุครบ 30 ของ เดร็ค แร็ปเปอร์ชื่อดัง ซึ่งเขาไปร่วมฉลองด้วยและฟาดเหล้าไปเต็มคราบ หนักขนาดที่ว่าเขาตื่นมาแล้วจำรายละเอียดอะไรแทบไม่ได้เลย แถมกินเวลานานหลายวันด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ผมต้องคุยกับตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้นหว่า ก็จำได้นะว่าไปไหนมาบ้าง แต่ผมเมาค้างอยู่หกวันเต็มอะ! หนักขนาดนั้นเลย &#8230; </span><span style="font-weight: 400;">ผมมองออกไปที่หน้าต่าง คิดในใจว่า </span><span style="font-weight: 400;">&#8216;</span><span style="font-weight: 400;">เอาล่ะจอห์น มึงอยากจะมีชีวิตที่เต็มที่สักกี่เปอร์เซ็นต์วะ ถ้ามึงบอกเอาแค่ 60 เปอร์เซ็นต์ก็พอ มึงก็เอาไอ้อีก 40 เปอร์เซ็นต์ไปสนุกให้พับเลย ไม่เป็นไร แต่ถามจริงๆ นะว่ามึงอยากได้กี่เปอร์เซ็นต์แน่ มันมีคำตอบเดียวว่ะพวก แม่งคือร้อยเปอร์เซ็นต์</span><span style="font-weight: 400;">&#8216;&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ผมจำได้ว่าทุกวันศุกร์และวันเสาร์ ส่วนมากแล้วผมจะโพสต์บอกทุกคนในทวิตเตอร์ว่าดื่มหนักแค่ไหน จนผมถามตัวเองว่า มันจะเป็นยังไงถ้าเช้าวันเสาร์และวันอาทิตย์ ผมตื่นขึ้นมาเอาเท้าสัมผัสพื้นและไม่เมาค้าง จากนั้นก็ประกาศให้ทุกคนรู้ผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งมันเป็นแรงบันดาลใจให้หลายๆ คนได้นะ เพราะผมว่าคนเราชอบลืมไปว่าคุณก็มีทางเลือกที่จะไม่ดื่มนี่หว่า ถ้าคุณมองการดื่มเหล้าแบบเดียวกับที่มองอย่างอื่น ซึ่งถ้าทำสำเร็จจะมีรางวัลตอบแทน ระหว่างนั้นคุณก็จะถามตัวเองว่า แล้วถ้าล้มเลิกซะตอนนี้จะเป็นยังไงนะ หรือถ้าไม่ยอมแพ้แล้วจะได้อะไร ประมาณนั้นน่ะครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;อีกอย่างนะ ผมโชคดีด้วยล่ะ ผมไม่รู้คนอื่นเป็นยังไง ผมเลิกเหล้าได้เด็ดขาดและเรียบๆ เหมือนตอนที่ ฟอร์เรสต์ กัมป์ วิ่งข้ามรัฐแล้วตัดสินใจว่าจะหยุดวิ่งละ แบบนั้นเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;การห่างจากแอลกอฮอล์ จะแค่สองสัปดาห์ก็เป็นเรื่องที่ดีแล้ว โดยเฉพาะเมื่อคุณตกอยู่ในสถานะที่ดื่มเกินปริมาณที่ควรต่อวัน&#8221; เขาแนะนำ &#8220;ปีต่อมาผมต้องเล่นคอนเสิร์ตสี่ที่ วงดนตรีอีกสองวง และมีความสุขเอามากๆ นี่แหละคือผลของการหยุดดื่มเหล้า แรกเริ่มคุณจะรู้สึกเบื่อเป็นบ้า แต่พอผ่านมันมาได้ ทุกอย่างก็จะราบรื่นขึ้นเอง&#8221; เขาตบท้าย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
<p>ที่มา: <a href="https://www.youtube.com/watch?v=CpKQeZOCZSI">John Mayer Is an Instagram Influencer (Clip)</a></p>
<p class="article__headline"><a href="https://www.billboard.com/articles/news/8484674/john-mayer-talks-being-2-years-sober-it-is-the-most-personal-thing-to-people">John Mayer Talks Being 2 Years Sober: &#8216;It Is the Most Personal Thing to People&#8217;</a></p>
</div>
</div>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/john-mayer/">บทบันทึกการเลิกเหล้าของยอดนักดนตรีปากมอมแห่งยุคสมัย &#8216;จอห์น เมเยอร์&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1739</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
