<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>ดาราฮอลลีวูด Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%AE%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B9%E0%B8%94/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/ดาราฮอลลีวูด/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:15:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>ดาราฮอลลีวูด Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/ดาราฮอลลีวูด/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>แบรดลีย์ คูเปอร์ เปลี่ยนบทบันทึกการเลิกเหล้า สู่บทหนังชิงรางวัลออสการ์</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/bradley-cooper/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=bradley-cooper</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 May 2020 06:12:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าแล้วเปลี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[bradley cooper]]></category>
		<category><![CDATA[คนดังติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ดาราฮอลลีวูด]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[แบรดลีย์ คุูเปอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1873</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;ผมเลิกเหล้าแล้ว -อย่างเด็ดขาด- การเลิกเหล้าน่ะยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว&#8221; แบรดลีย์ คูเปอร์ กล่าวไว้เช่นนั้น ก่อนจะมารับบทนำในหนังที่ว่าด้วยคนขี้เมาเรื้อนเละไปทั้งเรื่องอย่าง The Hangover (2009) &#160; &#160; น่าประทับใจทีเดียวที่นักแสดงหนุ่มฮอตของฮอลลีวูด ซึ่งแจ้งเกิดจากบท ฟิล หนุ่มหน้าหล่อขี้เมาแห่งแฟรนไชส์ The Hangover อย่างคูเปอร์นั้นปฏิเสธการดื่มเหล้าอย่างเด็ดขาด นั่นเพราะว่าก่อนหน้านี้ คูเปอร์ดื่มแอลกอฮอล์หนักขนาดที่ว่าเมื่อรู้สึกตัวอีกที นอกจากสติสตังจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว เขายังมีแนวโน้มจะไร้สติถึงขั้นพลั้งมือทำร้ายตัวเองจนถึงแก่ชีวิตเอาได้ง่ายๆ &#160; ภายหลัง เขานำประสบการณ์ภาวะติดเหล้าอย่างหนักมาใช้ในงานกำกับหนังเรื่องแรกในชีวิตอย่าง A Star Is Born (2018) &#160; คูเปอร์เริ่มต้นชีวิตนักแสดงด้วยการรับบทสมทบเล็กจิ๋วจากซีรีส์ที่ดังระเบิดระเบ้อเมื่อช่วงต้นปี 2000 อย่าง Sex and the City ก่อนจะค่อยๆ รับบทสมทบในหนังออกฉายทางโทรทัศน์ แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไรนัก นี่เองที่เป็นสาเหตุหลักๆ ที่คูเปอร์เผยว่าเป็นต้นธารของการดื่มอย่างหนักเพื่อลบความรู้สึกไม่มั่นคง ไม่ปลอดภัยและเคร่งเครียดจากอาชีพการงานที่แข่งขันกันดุเดือดสุดขีดในฮอลลีวูด เขาเป็นเด็กจากฟิลาเดลเฟีย เข้ามาเรียนการแสดงในนิวยอร์ก ขวนขวายอยู่ในวงการด้วยการรับบทเล็กจิ๋วในวัย 24 ปี เพื่อพบว่าเส้นทางอาชีพนี้ไม่ง่ายเลยสักนิด &#160; &#8220;ผมเอาแต่กังวลว่าคนอื่นจะคิดยังไงกับผมนะ ว่าตัวเองจะต้องเจออะไรอีก ว่าจะเอาชีวิตรอดจากวันนี้ยังไง&#8221; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/bradley-cooper/">แบรดลีย์ คูเปอร์ เปลี่ยนบทบันทึกการเลิกเหล้า สู่บทหนังชิงรางวัลออสการ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&#8220;ผมเลิกเหล้าแล้ว -อย่างเด็ดขาด- การเลิกเหล้าน่ะยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว&#8221; แบรดลีย์ คูเปอร์ กล่าวไว้เช่นนั้น ก่อนจะมารับบทนำในหนังที่ว่าด้วยคนขี้เมาเรื้อนเละไปทั้งเรื่องอย่าง The Hangover (2009)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter wp-image-1893 size-large" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/Glasto17-44_35547413626_Cropped-683x1024.jpg" alt="" width="640" height="960" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/Glasto17-44_35547413626_Cropped-683x1024.jpg 683w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/Glasto17-44_35547413626_Cropped-200x300.jpg 200w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/Glasto17-44_35547413626_Cropped.jpg 734w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>น่าประทับใจทีเดียวที่นักแสดงหนุ่มฮอตของฮอลลีวูด ซึ่งแจ้งเกิดจากบท ฟิล หนุ่มหน้าหล่อขี้เมาแห่งแฟรนไชส์ The Hangover อย่างคูเปอร์นั้นปฏิเสธการดื่มเหล้าอย่างเด็ดขาด นั่นเพราะว่าก่อนหน้านี้ คูเปอร์ดื่มแอลกอฮอล์หนักขนาดที่ว่าเมื่อรู้สึกตัวอีกที นอกจากสติสตังจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว เขายังมีแนวโน้มจะไร้สติถึงขั้นพลั้งมือทำร้ายตัวเองจนถึงแก่ชีวิตเอาได้ง่ายๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ภายหลัง เขานำประสบการณ์ภาวะติดเหล้าอย่างหนักมาใช้ในงานกำกับหนังเรื่องแรกในชีวิตอย่าง A Star Is Born (2018)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คูเปอร์เริ่มต้นชีวิตนักแสดงด้วยการรับบทสมทบเล็กจิ๋วจากซีรีส์ที่ดังระเบิดระเบ้อเมื่อช่วงต้นปี 2000 อย่าง Sex and the City ก่อนจะค่อยๆ รับบทสมทบในหนังออกฉายทางโทรทัศน์ แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไรนัก</p>
<p>นี่เองที่เป็นสาเหตุหลักๆ ที่คูเปอร์เผยว่าเป็นต้นธารของการดื่มอย่างหนักเพื่อลบความรู้สึกไม่มั่นคง ไม่ปลอดภัยและเคร่งเครียดจากอาชีพการงานที่แข่งขันกันดุเดือดสุดขีดในฮอลลีวูด เขาเป็นเด็กจากฟิลาเดลเฟีย เข้ามาเรียนการแสดงในนิวยอร์ก ขวนขวายอยู่ในวงการด้วยการรับบทเล็กจิ๋วในวัย 24 ปี เพื่อพบว่าเส้นทางอาชีพนี้ไม่ง่ายเลยสักนิด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ผมเอาแต่กังวลว่าคนอื่นจะคิดยังไงกับผมนะ ว่าตัวเองจะต้องเจออะไรอีก ว่าจะเอาชีวิตรอดจากวันนี้ยังไง&#8221; เขาอธิบาย &#8220;เอาจริงๆ ผมมักรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนนอกอยู่ตลอดเวลาเลย และคิดอะไรเยอะแยะในหัวไปหมด จนในที่สุด ก็กลัวจับใจว่าอาจจะไปไกลกว่านี้ไม่ได้ ซึ่งทำให้ผมหลอนจนสติแทบแตก หวาดหวั่นว่านี่เราทำชีวิตพังไปหรือยังวะ&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คูเปอร์จึงหาทางดับความวิตกกังวลนี้ด้วยแอลกอฮอล์และยาเสพติดเรื่อยมา มันทำให้เขาลืมเรื่องราวเหล่านั้นไปได้ชั่วคราวในระหว่างที่ต้องวิ่งคัดตัว หางานในเมืองใหญ่ ซึ่งถึงที่สุดแล้ว คูเปอร์ก็พบว่าเขายังไม่พอใจตำแหน่งแห่งที่ของตัวเองในงานหนังโทรทัศน์หรือซีรีส์ที่รับแสดงเท่าไรนัก ประกอบกับการอยู่ในตัวเมืองเปี่ยมแสงสีอย่างนิวยอร์ก ในอุตสาหกรรมบันเทิงที่เต็มไปด้วยผู้คนหลากหลาย รู้ตัวอีกทีเขาก็มักพาตัวเองไปอยู่ในงานปาร์ตี้ทุกคืน และนั่นยิ่งทำให้เขาถอนตัวจากแอลกอฮอล์ยากลำบากขึ้นอีกหลายเท่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผลจากการปาร์ตี้ครั้งนั้น มีเหตุการณ์หนึ่งที่เขาจำได้ไม่ลืม และน่าจะทิ้งรอยแผลเป็นไว้ตรงไหนสักแห่งบนศีรษะเขา &#8220;ผมขลุกอยู่ในงานปาร์ตี้ แล้วมีอยู่วันหนึ่งที่ผมอยากโชว์เก๋าให้คนอื่นๆ ในงานได้ดู เลยเอาหัวฟาดพื้นคอนกรีตเต็มแรง เงยหน้ามาอีกที เลือดก็พุ่งไปทุกทิศทุกทาง ผมเลยเอาหัวฟาดพื้นอีกรอบและใช้เวลาทั้งคืนนั้นหมดไปที่โรงพยาบาลเซนต์ วินเซนต์ เพื่อประคบน้ำแข็งเป็นตันๆ รอให้พยาบาลมาเย็บแผล&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้วยสภาพการณ์เช่นนี้ มิตรสหายหลายคนรอบตัวจึงเริ่มรู้สึกว่า &#8216;เจ้าแบรด&#8217; ของพวกเขาเริ่มจะหนักข้อขึ้นทุกวันๆ และพยายามลากเพื่อนรักกลับมาอยู่ในโลกแห่งความมีสติสตังให้ได้มากที่สุด ซึ่งปรากฏว่าไม่ได้ผลเท่าไรนัก แบรดลีย์ คูเปอร์ ผู้เอาหัวฟาดพื้นยังคงไม่คิดว่านั่นเป็นพฤติกรรมที่หลุดโลกไปแล้ว (เอ่อ&#8230;)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;เพื่อนผมก็พยายามเตือนกันมาตลอดแหละ ซึ่งใจหนึ่งผมก็เชื่อพวกเขานะ แต่อีกใจก็ไม่เชื่อ&#8221; คูเปอร์ว่า และใช้เวลาหลังจากนั้นอยู่กับกองเหล้าเบียร์มากเท่าที่พอจะหาได้เช่นเคย ไม่ว่าเพื่อนจะเตือนเท่าไร คูเปอร์ก็ยังคิดว่า การล่องลอยอยู่ในโลกของความมึนเมานั้นเป็นความจำเป็นในชีวิตอยู่ดี และเลยเถิดไปถึงขั้นที่ทำให้เขาคิดอยากทำร้ายตัวเองอย่างจริงจัง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ช่วงที่คูเปอร์ &#8216;ดำดิ่ง&#8217; กับโลกแอลกอฮอล์มากที่สุด คือช่วงที่ Alias ซีรีส์โทรทัศน์เมื่อปี 2001 กำลังออกฉาย ตัวซีรีส์ว่าด้วยชีวิตของ ซิดนีย์ (เจนนิเฟอร์ การ์เนอร์) หญิงสาวผู้รู้สึกว่าถูกรัฐบาลหักหลังและตัดสินใจทวงแค้นทุกอย่างด้วยความสามารถที่มี โดยได้รับความช่วยเหลือจาก วิลล์ (คูเปอร์) หนึ่งในอดีตเพื่อนร่วมงานของเธอ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ซีรีส์ที่มีความยาว 5 ซีซั่นเรื่องนี้ จับจ้องไปยังตัวละครซิดนีย์เป็นหลัก และตัวละครวิลล์นั้นปรากฏออกมาเพียงซีซั่นแรกๆ ทำให้คูเปอร์วิตกจริตสุดขีด เพราะเขากลัวว่า ในที่สุดแล้ว ตนจะไม่ได้ปรากฏตัวในซีรีส์เรื่องนี้อีกต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ความรู้สึกตึงเครียดที่คูเปอร์หาทางกลบทับด้วยแอลกอฮอล์ คายผลออกมาเป็นพิษ &#8220;มันมีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมคิดว่า &#8216;อยากฆ่าตัวตายจังโว้ย&#8217; อะไรแบบนั้น&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หนักหนากว่านั้น ในตอนที่คูเปอร์ยังไม่ทันจัดชีวิตให้เข้าที่เข้าทาง เขากลับประสบอุบัติเหตุทำเอ็นร้อยหวายตัวเองฉีกจากการเล่นบาสเกตบอล ลงเอยด้วยการถูกส่งตัวไปอยู่โรงพยาบาล และต้องกลืนยาไวโคดิน (Vicodin) ซึ่งมีฤทธิ์บรรเทาปวดเป็นกำๆ</p>
<p>แม้ด้านหนึ่ง ยาดังกล่าวจะช่วยเยียวยาอาการบาดเจ็บของแผล แต่ในมุมกลับ มันก็ทำให้คูเปอร์เสพติดเจ้ายาตัวนี้ไปโดยปริยาย มันออกฤทธิ์ให้เคลิ้มหนักทวีคูณเมื่อผสมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชนิดที่ว่าถึงอาการบาดเจ็บจะหายขาด คูเปอร์ก็ยังวนเวียนอยู่กับเหล้าผสมเจ้ายาไวโคดินอยู่อีกนานหลายปี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ผมคิดเหมือนกันนะ ว่าถ้าขืนยังทำแบบนี้ต่อ คงได้ทำลายชีวิตตัวเองเข้าแน่ๆ&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่แล้ว บทจะได้กลิ่นแหม่งๆ ว่าชีวิตตัวเองเริ่มลงเหว ก็เกิดขึ้นง่ายดายกับคูเปอร์ในเช้าแสนธรรมดาวันหนึ่ง &#8220;ผมตื่นขึ้นตอนเช้าตรู่ มองออกไปนอกหน้าต่าง จำได้ว่านึกถึงชีวิตตัวเอง อพาร์ตเมนต์ที่อยู่ บรรดาหมาๆ แล้วก็ถามขึ้นมาว่า &#8216;เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย'&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คูเปอร์ต้องกัดฟันเลิกนิสัยติดเหล้าซึ่งสลัดหลุดออกยากเหลือเกิน พอดีกันกับช่วงที่หน้าที่การงานของเขาดูจะเข้ารูปเข้ารอยได้เสียที เมื่อเขาเริ่มขยับจากการแสดงหนังฉายทางโทรทัศน์และซีรีส์ มาสู่การแสดงหนังฉายโรง ที่แม้จะไม่ประสบความสำเร็จหรือยังไม่ได้รับบทนำ แต่ก็พอจะพูดได้ว่า ชื่อของคูเปอร์เริ่มเป็นที่จดจำบ้างแล้วจาก The Midnight Meat Train (2008) และ Yes Man (2008) เรื่อยมาจนหนังที่ทำให้เขาได้ประกบกับเจ้าแม่หนังรอม-คอมอย่าง แซนดรา บูลล็อค ใน All About Steve (2009)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ผมถ่ายทำหนังพวกนี้ ได้เจอแซนดรา บูลล็อค ได้เจอเพื่อนร่วมงานมากมาย แล้วตอนนั้นแหละที่ผมเริ่มเลิกเหล้าได้&#8221; คูเปอร์ว่า &#8220;มันแบบ &#8216;ว้าว กลับมาเป็นตัวเองซะทีนะเรา ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งปั้นหน้าว่าเป็นคนอื่น ต่อให้เราเป็นเรา คนเหล่านี้ก็อยากร่วมงานกับเราอยู่ดี มันยังไงน้อ&#8217; อะไรแบบนี้ฮะ ผมว่าการทำงานมันช่วยผมได้มากเลย โคตรจะเจ๋ง&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>และนั่นคือปีเดียวกันกับที่ The Hangover ออกฉาย หนังทุนสร้าง 35 ล้านเหรียญฯ ที่ว่าด้วยกลุ่มเพื่อนชายต้องตามเช็ดตามล้างวีรกรรมที่พวกเขาก่อไว้ตอนเมาไม่ได้สติในลาส เวกัส ทำเงินไปทั้งสิ้น 467 ล้านเหรียญฯ (!!) แถมยังงอกแฟรนไชส์ต่อมาอีกสองภาค นี่เองที่เป็นบทแจ้งเกิดคูเปอร์อย่างจริงๆ จังๆ และเขาได้รับการจดจำในฐานะ &#8216;ไอ้หน้าหล่อของกลุ่มขี้เมา&#8217; ในหนัง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ถ้าผมยังติดเหล้าอยู่ ผมคงไม่มีทางมานั่งคุยกับคนอื่นๆ ได้แบบนี้แน่ๆ คงติดหล่มอยู่กับตัวเอง และบางทีอาจจะลากคนอื่นลงเหวไปด้วยก็ได้ ถ้ายังไม่ปรับเปลี่ยนรูปแบบชีวิต คงสานสัมพันธ์หลายอย่างที่มีแบบตอนนี้ไม่ได้ คงไม่มีปัญญาดูแลพ่อตัวเองแบบที่ผมทำในช่วงที่เขาป่วยน่ะ&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม คูเปอร์นำเอาประสบการณ์เลิกเหล้าของเขามาใช้ใน A Star Is Born ว่าด้วยเรื่องของ แจ็คสัน เมน (คูเปอร์ -เล่นเองกำกับเอง) นักดนตรีคันทรีผู้ประสบความสำเร็จในวงกว้าง พบรักกับ อัลลี (เลดี กาก้า) หญิงสาวธรรมดาที่เขาบังเอิญเจอในผับและมีพลังเสียงที่หมดจด จนในที่สุดก็เดินหน้าเป็นศิลปินเช่นเดียวกันกับแจ็คสัน</p>
<p>หากแต่ความน่าเศร้าคือ ท่ามกลางชื่อเสียงอันรุ่งโรจน์ของอัลลีนั้น แจ็คสันพบว่าอาชีพการงานของเขากำลังมอดไหม้ ที่พึ่งสุดท้ายของเขาคือการดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก จนนำมาความพินาศทั้งในเชิงการงาน ความสัมพันธ์กับอัลลีและคนรอบตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;สิ่งที่เกิดขึ้นในหนังนั้นมาจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ลึกที่สุดของผม และนี่เป็นวิธีเดียวที่ผมคิดว่าผมจะสื่อสารกับคนอื่นๆ ได้&#8221; คูเปอร์บอก จึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะเห็นตัวละครแจ็คสันทุรนทุรายจากอาการขาดเหล้า หรือล่องลอยไม่ได้สติในห้วงเวลาที่เขาตกอยู่ในฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ซึ่งคูเปอร์แสดงได้อย่างสมจริงสมจัง และเข้าชิงรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมของออสการ์ (ก่อนจะพ่ายให้ รามี มาเล็ค แห่งหนังพลังร็อค Bohemian Rhapsody)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;เวลาคุณพยายามเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจริง คุณต้องหวนกลับไปยังเรื่องราวในอดีตที่มันเคยเกิดขึ้นกับคุณ ไม่อย่างนั้นคุณก็ต้องหาอ่านจากประสบการณ์จริงของคนอื่นเอา&#8221; คูเปอร์อธิบาย &#8220;และการได้หยิบจับเอาสิ่งที่คุณเคยผ่านมาแล้วมาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวมันก็ช่างงดงามจริงๆ ผมว่ามันเป็นหนทางระบายบางอย่างออกไปจากตัวด้วยนะ จำได้ว่าเรียนเรื่องนี้สมัยอยู่โรงเรียน ครูบอกว่าเวลาเล่าเรื่องอะไรให้ใช้ความดำมืด ความเปราะบางในใจของเรามาใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อเล่าถึงความจริงได้&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จนปัจจุบัน คูเปอร์มาไกลจากนักแสดงหนุ่มหน้าใหม่ที่เครียดจัดจากการไม่ประสบความสำเร็จในอดีตจนต้องหันไปพึ่งเหล้ายาดับความวิตก มาสู่การเป็นนักแสดงแถวหน้าค่าตัวหลายล้านเหรียญฯ เข้าชิงออสการ์มาแล้วสี่หนและยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดชะงักลงในเร็ววันนี้ ซึ่งทั้งหมดนี้คงเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากเขาไม่ตัดสินใจเลิกเหล้าในเช้าวันนั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา :</p>
<div class="jetpack-video-wrapper"><iframe class="youtube-player" width="640" height="360" src="https://www.youtube.com/embed/cmtW-W6cPEI?version=3&#038;rel=1&#038;showsearch=0&#038;showinfo=1&#038;iv_load_policy=1&#038;fs=1&#038;hl=en-US&#038;autohide=2&#038;wmode=transparent" allowfullscreen="true" style="border:0;" sandbox="allow-scripts allow-same-origin allow-popups allow-presentation"></iframe></div>
<div class="jetpack-video-wrapper"><iframe class="youtube-player" width="640" height="360" src="https://www.youtube.com/embed/zJfiB-hZdPo?version=3&#038;rel=1&#038;showsearch=0&#038;showinfo=1&#038;iv_load_policy=1&#038;fs=1&#038;hl=en-US&#038;autohide=2&#038;wmode=transparent" allowfullscreen="true" style="border:0;" sandbox="allow-scripts allow-same-origin allow-popups allow-presentation"></iframe></div>
<p>https://www.leaf.tv/13717378/how-sobriety-changed-bradley-coopers-life-and-made-a-star-is-born-possible/</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ : ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/bradley-cooper/">แบรดลีย์ คูเปอร์ เปลี่ยนบทบันทึกการเลิกเหล้า สู่บทหนังชิงรางวัลออสการ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1873</post-id>	</item>
		<item>
		<title>แบรด พิตต์ ปลายทางการเลิกเหล้าและยาคือการยอมรับตัวเอง</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/brad-pitt/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=brad-pitt</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Jan 2020 03:54:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าแล้วเปลี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[brad pitt]]></category>
		<category><![CDATA[คนดังติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ดาราฮอลลีวูด]]></category>
		<category><![CDATA[ติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[บำบัดผู้ติดสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[แบรด พิตต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1446</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในสังเวียนโหดหินอย่างฮอลลีวูด ชื่อชั้นของ แบรด พิตต์ (Brad Pitt) ไม่เคยห่างหายไปจากการปรากฏตัวในแวดวงหรือหน้าสื่อ เขาคือหนึ่งในคนที่รั้งตำแหน่งนักแสดงแถวหน้ามาเกือบสามทศวรรษตั้งแต่จับคู่ร่วมงานกับผู้กำกับคู่บุญอย่างเดวิด ฟินเชอร์ใน Se7en (1995) เรื่อยมาจนล่าสุด เขาเพิ่งคว้ารางวัลสมทบชายยอดเยี่ยมเวทีลูกโลกทองคำจากบทสตันต์แมนผู้ภักดีใน Once Upon a Time&#8230; in Hollywood (2019) &#160; &#160; แน่แท้ว่าชื่อเสียงและความสำเร็จนำพาเงินหลายล้านเหรียญสหรัฐฯ มาสู่พิตต์ ขณะเดียวกัน เงินยังเป็นใบเบิกทางชั้นดีให้เขาเข้าถึงแอลกอฮอล์และยาเสพติดสารพัดชนิด จนในเวลาต่อมา พิตต์ก็ใช้สิ่งเหล่านี้ปลอบโยนตัวเองในช่วงขาลงของชีวิต กล่าวกันว่าช่วงหนึ่ง ปาปารัซซี่มักจะดักเจอตัวพิตต์ได้พร้อมๆ กับขวดเหล้าและบุหรี่ในมือเสมอ กินเวลาอีกหลายปีทีเดียวกว่าพิตต์จะเอาตัวเองออกห่างจากสิ่งเสพติดที่ครั้งหนึ่งเคยช่วยพาเขาหลีกหนีความจริงไปได้ &#160; อันที่จริง พิตต์เป็นเด็กชายที่เติบโตมากับครอบครัวและสังคมเคร่งศาสนา อยู่ห่างจากเหล้ายาแทบจะคนละขอบโลก ใช้ชีวิตในโรงเรียนด้วยการเป็นนักกีฬาตัวกลั่น เข้าเรียนวิทยาลัยในตัวเมือง แต่ลาออกกลางทางเพื่อไล่ตามฝันเป็นนักแสดงกับค่าตัวแรกเริ่มแค่ไม่กี่พันเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งนั่นกลายเป็นจุดแรกเริ่มที่ทำให้ชีวิตของพิตต์วนเวียนอยู่กับเหล้ายา &#160; &#8220;นับตั้งแต่ออกจากวิทยาลัย ผมก็จำไม่ได้แล้วว่ามีวันไหนบ้างที่ไม่เมา&#8221; เขาเล่า &#8220;มันเบลอไปหมด รู้ตัวอีกทีรอบๆ คุณก็มีแต่บุหรี่หรืออะไรต่อมิอะไรที่ทำให้คุณลอยเคลิ้ม  ผมแค่อยากหนีออกจากสิ่งที่ตัวเองรู้สึกแค่นั้นล่ะ และรู้สึกดีด้วยที่ได้ทำแบบนั้น ในที่สุด ตอนที่เริ่มมีครอบครัวของตัวเอง ผมก็ทำทุกอย่างยกเว้นเลิกเหล้า&#8221; &#160; &#8220;มันตั้งแต่ยุค 90 ที่อยู่ดีๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/brad-pitt/">แบรด พิตต์ ปลายทางการเลิกเหล้าและยาคือการยอมรับตัวเอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในสังเวียนโหดหินอย่างฮอลลีวูด ชื่อชั้นของ แบรด พิตต์ (Brad Pitt) ไม่เคยห่างหายไปจากการปรากฏตัวในแวดวงหรือหน้าสื่อ เขาคือหนึ่งในคนที่รั้งตำแหน่งนักแสดงแถวหน้ามาเกือบสามทศวรรษตั้งแต่จับคู่ร่วมงานกับผู้กำกับคู่บุญอย่างเดวิด ฟินเชอร์ใน Se7en (1995) เรื่อยมาจนล่าสุด เขาเพิ่งคว้ารางวัลสมทบชายยอดเยี่ยมเวทีลูกโลกทองคำจากบทสตันต์แมนผู้ภักดีใน Once Upon a Time&#8230; in Hollywood (2019)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class=" wp-image-1514 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/01/399px-Brad_Pitt_2019_by_Glenn_Francis.jpg" alt="" width="371" height="557" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/01/399px-Brad_Pitt_2019_by_Glenn_Francis.jpg 399w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/01/399px-Brad_Pitt_2019_by_Glenn_Francis-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 371px) 100vw, 371px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แน่แท้ว่าชื่อเสียงและความสำเร็จนำพาเงินหลายล้านเหรียญสหรัฐฯ มาสู่พิตต์ ขณะเดียวกัน เงินยังเป็นใบเบิกทางชั้นดีให้เขาเข้าถึงแอลกอฮอล์และยาเสพติดสารพัดชนิด จนในเวลาต่อมา พิตต์ก็ใช้สิ่งเหล่านี้ปลอบโยนตัวเองในช่วงขาลงของชีวิต กล่าวกันว่าช่วงหนึ่ง ปาปารัซซี่มักจะดักเจอตัวพิตต์ได้พร้อมๆ กับขวดเหล้าและบุหรี่ในมือเสมอ กินเวลาอีกหลายปีทีเดียวกว่าพิตต์จะเอาตัวเองออกห่างจากสิ่งเสพติดที่ครั้งหนึ่งเคยช่วยพาเขาหลีกหนีความจริงไปได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อันที่จริง พิตต์เป็นเด็กชายที่เติบโตมากับครอบครัวและสังคมเคร่งศาสนา อยู่ห่างจากเหล้ายาแทบจะคนละขอบโลก ใช้ชีวิตในโรงเรียนด้วยการเป็นนักกีฬาตัวกลั่น เข้าเรียนวิทยาลัยในตัวเมือง แต่ลาออกกลางทางเพื่อไล่ตามฝันเป็นนักแสดงกับค่าตัวแรกเริ่มแค่ไม่กี่พันเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งนั่นกลายเป็นจุดแรกเริ่มที่ทำให้ชีวิตของพิตต์วนเวียนอยู่กับเหล้ายา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;นับตั้งแต่ออกจากวิทยาลัย ผมก็จำไม่ได้แล้วว่ามีวันไหนบ้างที่ไม่เมา&#8221; เขาเล่า &#8220;มันเบลอไปหมด รู้ตัวอีกทีรอบๆ คุณก็มีแต่บุหรี่หรืออะไรต่อมิอะไรที่ทำให้คุณลอยเคลิ้ม  ผมแค่อยากหนีออกจากสิ่งที่ตัวเองรู้สึกแค่นั้นล่ะ และรู้สึกดีด้วยที่ได้ทำแบบนั้น ในที่สุด ตอนที่เริ่มมีครอบครัวของตัวเอง ผมก็ทำทุกอย่างยกเว้นเลิกเหล้า&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;มันตั้งแต่ยุค 90 ที่อยู่ดีๆ ก็เหมือนว่าทุกคนพุ่งความสนใจมาที่ผม&#8221; พิตต์เล่าอย่างอึดอัด เพราะนับตั้งแต่เขาปรากฏตัวในบทหนุ่มฮ็อตจากหนังของริดลีย์ สก็อตต์อย่าง Thelma &amp; Louise (1991) เรื่อยมาจน Se7en เขาก็ไม่เคยห่างหายจากความสนใจของสื่อมวลชนเลย &#8220;แล้วผมก็ไม่ได้ชอบเท่าไรด้วยนะ เหมือนอยู่ดีๆ ทุกคนก็เอาแต่วิจารณ์คุณมั่ง คาดหวังคุณมั่ง ตัดสินคุณมั่ง&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในช่วงเวลานั้น พิตต์แทบจะเป็นทุกอย่างของฮอลลีวูด เขาคือนักแสดงชายหน้าหล่อที่มีค่าตัวสูงสุด ควงกับนักแสดงสาวลำดับต้นๆ ของวงการอย่าง เจนนิเฟอร์ อนิสตัน  มีหนังเข้าฉายให้ได้เห็นหน้ากันทุกปี ทั้งหนังขายหล่อแบบ Meet Joe Black (1998) ที่ทำเงินไป 140 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือหนังดิบเถื่อนที่กลายเป็นหนึ่งในหนังอมตะที่สุดเรื่องหนึ่งของเขาอย่าง Fight Club (1999) เรื่อยมาจนต้นปีของอีกทศวรรษอย่าง Ocean&#8217;s Eleven (2001), Troy (2004) และ Mr. &amp; Mrs. Smith (2005) หนังทำเงินของ ดักจ์ ไลแมน ที่จับเอาพิตต์มาขึ้นจอคู่กับนักแสดงฝ่ายหญิงผู้ทรงพลังที่สุดของยุคนั้นอย่างแองเจลิน่า โจลี่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อมีข่าวคราวว่าพิตต์เลิกกับอนิสตันเพื่อไปคบกับโจลี่ ทั้งที่ยังไม่ทันจะปิดกล้องดี ชื่อของพิตต์จึงอยู่บนพาดหัวของหนังสือพิมพ์แท็ปลอยด์ทุกเจ้าอีกครั้ง จนเขาต้องหาทางหลีกหนีข่าวสารเหล่านี้ด้วยเหล้าและกัญชา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พิตต์ไม่เคยปกปิดเรื่องติดแอลกอฮอล์ -หรืออย่างน้อยก็พยายามปิดแล้วแต่ไม่อาจหลุดรอดสายตาแหลมคมของสื่อไปได้- เขาดื่มหนักมาตลอดจนรู้ตัวอีกทีก็ก่อปัญหาสารพัดที่ทำให้คนรอบตัวทนไม่ได้ แม้แต่โจลี่ ซึ่งในเวลาต่อมาแต่งงานและสร้างครอบครัวด้วยกันกับเขายังออกมาเปรยๆ ว่าพิตต์มีปัญหาเรื่องติดสุราเรื้อรัง ก่อนที่ข่าวการจบความสัมพันธ์ของ ‘โจลี่-พิตต์’ ในปี 2016 จะยิ่งทำให้พิตต์อาการแย่ลง เขาแทบไม่ปรากฏตัวออกสื่อและเป็นที่ร่ำลือกันว่าพิตต์ในวัย 50 จมดิ่งอยู่กับเหล้าอย่างถอนตัวไม่ขึ้น โดยเฉพาะเมื่อโจลี่ขอหย่าพร้อมยื่นเรื่องเลี้ยงดูลูกทุกคน ทั้งลูกแฝดและลูกบุญธรรมทั้งหมด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;มันหนักหนาเกินกว่าที่ผมจะรับไหวไปมาก ผมเมาเละเทะ&#8221; พิตต์ยอมรับตรงๆ หลังจากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นและจบลงไปแล้วในอีกสองสามปีให้หลัง &#8220;แล้วตอนนั้นล่ะที่มันมีแค่ปัญหา ซึ่งผมดีใจนะที่ผ่านมันมาได้ในที่สุด มันชวนช้ำใจอยู่ก็จริง แต่ที่สุดแล้ว ปลายนิ้วผมก็เริ่มกลับมามีความรู้สึกอีกครั้ง&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในที่สุด หลังผ่านมรสุมชีวิต พิตต์เริ่มต้นเลิกเหล้า แต่ก็กินเวลาพักใหญ่กว่าที่ร่างกายของเขาจะกลับฟื้นคืนมาแข็งแรงเหมือนเคย เพราะไม่ใช่แค่ต้องห่างจากเหล้าและเบียร์ รวมถึงไวน์สารพัดชนิดที่เขาโปรดปรานมาโดยตลอด แต่ยังต้องคุมอาหารอย่างเข้มงวด ตามที่พิตต์บอกอย่างภาคภูมิใจว่า &#8220;ผมต้องดื่มพวกน้ำผลไม้แคนเบอร์รี่หรือไม่ก็พวกโซดาแทน สาบานได้เลยว่าตอนนี้ท่อปัสสาวะผมนี่สะอาดที่สุดในแอลเอแล้ว&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้ เขายังเข้ารับการบำบัดอาการติดเหล้าอย่างจริงจัง เพื่อพบว่ามันไม่ใช่แค่กระบวนการพาตัวเองออกจากแอลกอฮอล์เท่านั้น แต่ยังเป็นการเผชิญหน้ากับปัญหาและการยอมรับตัวเองด้วย &#8220;มันเลวร้ายมาก ผมต้องนั่งสำรวจความรู้สึกตัวเองอย่างละเอียด พยายามเข้าใจมัน วางตำแหน่งแห่งที่ให้มัน จนที่สุดแล้ว ผมก็ต้องยอมรับว่าผมเป็นทุกอย่างที่ตัวเองเกลียด มันเป็นส่วนหนึ่งของผมและผมไม่อาจปฏิเสธมันได้อีกแล้ว เราได้แต่ต้องยอมรับมันน่ะ&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พิตต์หมกมุ่นอยู่กับงานฝีมือยิบย่อยเพื่อช่วยดึงสมาธิออกห่างจากแอลกอฮอล์ เขาปั้นดินเผา แกะสลักไม้ และสร้างงานชิ้นเล็กชิ้นน้อยในแบบที่ไม่เคยรู้ว่าตัวเองทำได้มาก่อน (&#8220;แหม เอาจริงๆ ผมเซอร์ไพรส์ตัวเองมากนะ&#8221; เขาว่า) มันช่วยพาเขาออกห่างจากความสับสนของแสงสี เหล้ายา และดึงให้เขาอยู่กับตัวเองได้นานหลายชั่วโมง จนกระทั่งกลับมารับงานแสดงและดูแลบริษัททำหนังได้ในที่สุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จนถึงนาทีนี้ พิตต์ห่างหายจากอาการติดแอลกอฮอล์แล้ว เขาอาจจะดื่มเหล้าและไวน์บ้างตามโอกาส แต่ก็ระมัดระวังตัวไม่ให้หวนกลับไปรับมันมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอีก &#8220;ผมว่ามันเป็นความท้าทายหนึ่งในฐานะมนุษย์เลยนะ ว่าคุณจะปฏิเสธความรู้สึกทุกอย่างในชีวิตทิ้งไป หรือโอบรับมันมาทั้งหมดแล้วก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมของตัวเองน่ะ&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
<p>ที่มา :</p>
<div><a href="https://www.harpersbazaar.com/celebrity/latest/a30106074/brad-pitt-quitting-alcohol-interview-magazine/" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.harpersbazaar.com/celebrity/latest/a30106074/brad-pitt-quitting-alcohol-interview-magazine/&amp;source=gmail&amp;ust=1579162268138000&amp;usg=AFQjCNHjEfsnj1zQcb0goaXVb9iVRZxMMA">https://www.harpersbazaar.com/<wbr />celebrity/latest/a30106074/<wbr />brad-pitt-quitting-alcohol-<wbr />interview-magazine/</a></div>
<div><a href="https://www.gq.com/story/brad-pitt-gq-style-cover-story" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.gq.com/story/brad-pitt-gq-style-cover-story&amp;source=gmail&amp;ust=1579162268138000&amp;usg=AFQjCNFIXnTQ8DE4YKJ_3GGrbAlXQk5lVA">https://www.gq.com/story/brad-<wbr />pitt-gq-style-cover-story</a></div>
<div><a href="https://www.cheatsheet.com/entertainment/why-brad-pitt-had-to-remove-his-drinking-privileges.html/" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.cheatsheet.com/entertainment/why-brad-pitt-had-to-remove-his-drinking-privileges.html/&amp;source=gmail&amp;ust=1579162268138000&amp;usg=AFQjCNH1CKEyKbJBYsCx2KYnGCHAgrZWXQ">https://www.cheatsheet.com/<wbr />entertainment/why-brad-pitt-<wbr />had-to-remove-his-drinking-<wbr />privileges.html/</a></div>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
</div>
<div class="link-tag"></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/brad-pitt/">แบรด พิตต์ ปลายทางการเลิกเหล้าและยาคือการยอมรับตัวเอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1446</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
