<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>ผู้ติดสุราเรื้อรัง Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/ผู้ติดสุราเรื้อรัง/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:20:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>ผู้ติดสุราเรื้อรัง Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/ผู้ติดสุราเรื้อรัง/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>ความรุนแรงในครัวเรือน &#8211; ขาดสุรา &#8211; สภาวะจน เครียด กินเหล้า : เรื่องเหล้าเมื่อคราว COVID-19 ระบาด</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/no-alcohol-during-covid19/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=no-alcohol-during-covid19</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 May 2020 06:56:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[การงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[ความรุนแรงในครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ติดสุราเรื้อรัง]]></category>
		<category><![CDATA[ลงแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1801</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ก่อให้เกิดผลกระทบกับชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างมาก หลายประเทศต้องออกมาตรการทั้งทางกฎหมายและการรณรงค์ เพื่อจะหยุดการแพร่ระบาดในครั้งนี้ หนึ่งในมาตรการที่ประเทศไทยเริ่มประกาศใช้ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาคือ การออกคำสั่งห้ามจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพื่อลดความเสี่ยงของประชาชนในการสัมผัสเชื้อโรคในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งมาตรการดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิพากษ์ในวงกว้าง ท้ังจากผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ในขณะเดียวกัน มาตรการห้ามขายเหล้าก็อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบที่เราคาดไม่ถึง โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้ติดสุราเรื้อรังอย่างหนัก ที่อาจจะเกิดอาการลงแดงในช่วงห้ามจำหน่ายสุรา และนำไปสู่การเสียชีวิตได้ในที่สุด ด้วยเหตุนี้ จึงมีบุคลากรทางการแพทย์ รวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญและคนที่ทำงานเกี่ยวกับแอลกอฮอล์ออกมาให้ความรู้ รวมถึงแนะนำให้ผู้ที่ติดสุราเรื้อรังพบแพทย์ เพื่อจะได้รับคำแนะนำและการรักษาที่ถูกต้อง อย่างไรก็ดี ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศเดียวที่ห้ามจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงนี้ เพราะในบางประเทศก็มีการห้ามจำหน่ายสุราเช่นกัน เช่น ประเทศแอฟริกาใต้ ที่รัฐบาลประกาศห้ามขายเหล้าและงดการขนส่งเครื่องดื่มแอลกฮอล์ทุกชนิด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยให้เหตุผลว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มักเป็นการดื่มแบบรวมกลุ่ม ทำให้คนจำเป็นต้องพบปะกัน ซึ่งอาจส่งผลต่อการแพร่กระจายของไวรัสได้ นอกจากนี้ แอฟริกาใต้ยังมีเป้าหมายลดความรุนแรงในประเทศ เพราะประเทศต้องสำรองเตียงและบุคลากรทางการแพทย์ไว้สำหรับการแพร่ระบาดครั้งใหญ่นี้ นอกจากปัญหาที่เกิดกับผู้ติดสุราเรื้อรังแล้ว อีกหนึ่งปัญหาที่แม้ไม่ได้เกี่ยวกับแอลกอฮอล์โดยตรง แต่เป็นผลกระทบที่ถูก &#8216;เร่ง&#8217; ได้ด้วยแอลกอฮอล์คือ &#8216;ปัญหาความรุนแรงในครัวเรือน&#8217; ที่เพิ่มขึ้นสูงมากในช่วงโควิด-19 ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม การเงิน และความไม่แน่นอนของสังคม ที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยในบ้านอาจเกิดความเครียด และแปรเปลี่ยนเป็นผู้ก่อความรุนแรงได้ อีกปัจจัยหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้คือ การดื่มแอลกอฮอล์ ที่หากผู้ดื่มไม่ระมัดระวังการดื่มของตน ก็อาจจะทำให้ขาดสติจนก่อความรุนแรงกับคนในครอบครัวได้เช่นกัน เท่ากับว่า &#8216;บ้าน&#8217; ที่ดูจะเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุดในยุคไวรัสแพร่ระบาด อาจไม่ได้ปลอดภัยหรืออบอุ่นสำหรับทุกคน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็อาจส่งผลกระทบมากกว่าที่เราคิด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/no-alcohol-during-covid19/">ความรุนแรงในครัวเรือน &#8211; ขาดสุรา &#8211; สภาวะจน เครียด กินเหล้า : เรื่องเหล้าเมื่อคราว COVID-19 ระบาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ก่อให้เกิดผลกระทบกับชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างมาก หลายประเทศต้องออกมาตรการทั้งทางกฎหมายและการรณรงค์ เพื่อจะหยุดการแพร่ระบาดในครั้งนี้</p>
<p>หนึ่งในมาตรการที่ประเทศไทยเริ่มประกาศใช้ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาคือ การออกคำสั่งห้ามจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพื่อลดความเสี่ยงของประชาชนในการสัมผัสเชื้อโรคในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งมาตรการดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิพากษ์ในวงกว้าง ท้ังจากผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ในขณะเดียวกัน มาตรการห้ามขายเหล้าก็อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบที่เราคาดไม่ถึง โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้ติดสุราเรื้อรังอย่างหนัก ที่อาจจะเกิดอาการลงแดงในช่วงห้ามจำหน่ายสุรา และนำไปสู่การเสียชีวิตได้ในที่สุด</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ จึงมีบุคลากรทางการแพทย์ รวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญและคนที่ทำงานเกี่ยวกับแอลกอฮอล์ออกมาให้ความรู้ รวมถึงแนะนำให้ผู้ที่ติดสุราเรื้อรังพบแพทย์ เพื่อจะได้รับคำแนะนำและการรักษาที่ถูกต้อง</p>
<p>อย่างไรก็ดี ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศเดียวที่ห้ามจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงนี้ เพราะในบางประเทศก็มีการห้ามจำหน่ายสุราเช่นกัน เช่น ประเทศแอฟริกาใต้<span style="font-weight: 400;"> ที่รัฐบาลประกาศห้ามขายเหล้าและงดการขนส่งเครื่องดื่มแอลกฮอล์ทุกชนิด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยให้เหตุผลว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มักเป็นการดื่มแบบรวมกลุ่ม ทำให้คนจำเป็นต้องพบปะกัน ซึ่งอาจส่งผลต่อการแพร่กระจายของไวรัสได้ นอกจากนี้ แอฟริกาใต้ยังมีเป้าหมายลดความรุนแรงในประเทศ เพราะประเทศต้องสำรองเตียงและบุคลากรทางการแพทย์ไว้สำหรับการแพร่ระบาดครั้งใหญ่นี้</span></p>
<p>นอกจากปัญหาที่เกิดกับผู้ติดสุราเรื้อรังแล้ว อีกหนึ่งปัญหาที่แม้ไม่ได้เกี่ยวกับแอลกอฮอล์โดยตรง แต่เป็นผลกระทบที่ถูก &#8216;เร่ง&#8217; ได้ด้วยแอลกอฮอล์คือ &#8216;ปัญหาความรุนแรงในครัวเรือน&#8217; ที่เพิ่มขึ้นสูงมากในช่วงโควิด-19 ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม การเงิน และความไม่แน่นอนของสังคม ที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยในบ้านอาจเกิดความเครียด และแปรเปลี่ยนเป็นผู้ก่อความรุนแรงได้ อีกปัจจัยหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้คือ การดื่มแอลกอฮอล์ ที่หากผู้ดื่มไม่ระมัดระวังการดื่มของตน ก็อาจจะทำให้ขาดสติจนก่อความรุนแรงกับคนในครอบครัวได้เช่นกัน</p>
<p>เท่ากับว่า &#8216;บ้าน&#8217; ที่ดูจะเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุดในยุคไวรัสแพร่ระบาด อาจไม่ได้ปลอดภัยหรืออบอุ่นสำหรับทุกคน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็อาจส่งผลกระทบมากกว่าที่เราคิด ทั้งผลจากการห้ามขาย และผลจากการดื่มมากจนขาดการยับยั้งชั่งใจ</p>
<p>Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า สนทนากับ<strong>วิทย์ วิชัยดิษฐ</strong> นักวิจัยจาก<strong><a href="http://cas.or.th/cas/">ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.)</a> </strong>เกี่ยวกับ &#8216;เรื่องเหล้า&#8217; ในวันที่ไม่มีเหล้าขาย และโควิด-19 แพร่ระบาด ไล่เรียงตั้งแต่ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และความสัมพันธ์ระหว่างปัญหาดังกล่าวกับการดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงคุยเรื่องผลกระทบจากมาตรการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และมองสถานการณ์ &#8216;จน เครียด กินเหล้า&#8217; กับชีวิตในยุคโควิด-19</p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_1817" aria-describedby="caption-attachment-1817" style="width: 2048px" class="wp-caption alignnone"><img decoding="async" fetchpriority="high" class="size-full wp-image-1817" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC04316.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC04316.jpg 2048w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC04316-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC04316-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC04316-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /><figcaption id="caption-attachment-1817" class="wp-caption-text">ภาพโดย เมธิชัย เตียวนะ (The101.world)</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ปัจจุบัน ภาพรวมสถานการณ์ความรุนแรงของประเทศไทยเป็นอย่างไร และการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ความรุนแรงในครัวเรือนเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ อย่างไร</strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางศูนย์วิจัยปัญหาสุรามีการวิเคราะห์ข้อมูลการสำรวจของสำนักสถิติแห่งชาติในช่วงปี 2560 ซึ่งสำรวจการดื่มสุราและสูบบุหรี่ของประชากรไทย มีการสอบถามเรื่องพฤติกรรมการดื่มสุราในครัวเรือน และสอบถามคนในครัวเรือนนั้นๆ ว่า ที่ผ่านมา คุณเคยได้รับผลกระทบอะไรจากการดื่มสุราบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอเจอคำถามแบบนี้ คนส่วนใหญ่จะตอบว่า ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงทางวาจา ซึ่งเขาไม่ได้บอกนะ ว่าเกี่ยวกับอะไร แต่เราพออนุมานได้ว่า คงมีการตะคอกใส่กัน ส่วนการรายงานความรุนแรงทางกายมีค่อนข้างน้อย อาจจะเป็นเพราะเราถามเขาว่า เขาเจอความรุนแรงอะไรในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาบ้าง ไม่ใช่ว่าเจออะไรที่เป็นความรุนแรงต่อชีวิต คำตอบที่ได้เลย</span><span style="font-weight: 400;">น้อยกว่าความรุนแรงที่ผลสำรวจอื่นเจอ คือหญิงไทยประมาณ 1 ใน 6 บอกว่าเคยโดนแฟนหรือสามีทำร้ายร่างกาย แต่พอเป็นการสำรวจการดื่มสุราและสูบบุหรี่ของประชากรไทย เราพบเรื่องนี้น้อยมาก อาจจะเป็นเพราะเราจำกัดแค่ 12 เดือนอันเนื่องมาจากการบริโภคสุรา จึงอาจจะทำให้คนที่ตอบตัดสินเองว่าเพราะเหล้าเป็นเหตุ หรือเป็นเพราะบุคลิกของบุคคลนั้นหรือเปล่า ข้อมูลตรงนี้จึงอาจจะคลาดเคลื่อนได้</span></p>
<p>ต่อมา เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผม<span style="font-weight: 400;">เจอรายงานความรุนแรงในครัวเรือนมากขึ้น คือการเกิดโควิด-19 ไม่ได้ทำให้ข่าวการเกิดอาชญากรรมลดลง ความรุนแรงก็ยังมีรายงานอยู่ อย่างน้อยในเชิงปริมาณ แปลว่าโควิด-19 ไม่ได้ทำให้ความรุนแรงหายไปเสียทีเดียว ยังมีการรายงานข่าวเกี่ยวกับความรุนแรงอยู่เป็นระยะๆ แต่เราต้องดูด้วยว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ด้วยไหม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>เราจะอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มแอลกอฮอล์กับความรุนแรงในครัวเรือนได้อย่างไรบ้าง</strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเราดูธรรมชาติของความรุนแรงในครัวเรือน ปัจจัยเสี่ยงที่มากที่สุดคือ พฤติกรรมของฝ่ายชายที่จะควบคุมฝ่ายหญิง </span><span style="font-weight: 400;">ถ้ามองจากตรงนี้ สุราจะทำหน้าที่เป็นตัว &#8216;เร่ง&#8217; ปฏิกิริยา ทำให้คนที่มีแนวโน้มจะใช้ความรุนแรงมีโอกาสใช้ความรุนแรงมากขึ้น เราเคยคุยกับนักปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ </span><span style="font-weight: 400;">(paramedics) ที่เป็นด่านแรกๆ ในการตอบสนองต่อคดีความรุนแรงในครอบครัว พบว่า เวลาเกิดเหตุการณ์พวกนี้ขึ้นมา </span><span style="font-weight: 400;">แพทเทิร์นมันจะคล้ายๆ กันเกือบทั้งโลกเลย คือแอลกอฮอล์เป็นตัวเร่งให้เกิดความรุนแรงได้ง่ายขึ้น</span></p>
<p>เพื่อให้เห็นภาพกลุ่มคนที่มีแนวโน้มจะใช้ความรุนแรงชัดขึ้น เราลองดูเหตุการณ์จำพวกวัยรุ่นตีกันตามงานสงกรานต์ก็ได้ เด็กกลุ่มนี้มีแนวโน้มจะตีกันอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่ที่ตีกันก็เพราะมีแอลกอฮอล์เป็นตัวเร่ง ส่วนคนที่ไม่มีแนวโน้มจะใช้ความรุนแรงก็จะดื่มเหล้ากันเฉยๆ แต่ก็จะมีความเสี่ยงอย่างอื่นแทน เช่น เมาแล้วขับ ดื่มแล้วขับ ซึ่งสามารถก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ แต่เรื่องการตีกัน แอลกอฮอล์จะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ทำให้ความยับยั้งช่างใจลดลง จากที่อาจจะแค่คิดเฉยๆ ก็เปลี่ยนเป็นใช้ความรุนแรงจริงๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>แล้วเราจะแก้ไขความรุนแรงในครัวเรือนได้อย่างไร</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวทางการแก้ไขทั้งของไทยและต่างประเทศคือ เราต้องสื่อสารกับผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบ ให้พวกเธอรู้ว่า ถ้าเกิดเหตุขึ้นมา เธอจะขอความช่วยเหลือได้ที่ไหนบ้าง และให้ผู้หญิงกลุ่มนี้ทราบว่า พวกเธอสามารถแจ้งหรือติดต่อตำรวจได้โดยตรง</span></p>
<p>ถ้าเป็นต่างประเทศ จะมีคำแนะนำด้วยว่า หากผู้หญิงที่ถูกกระทำความรุนแรงไปพบแพทย์หรือเภสัชกร และอยากจะรายงานเรื่องความรุนแรงที่เกิดขึ้น จะมีวิธีใช้คำพูดแบบสื่อสารทางอ้อมเพื่อจะสามารถส่งตัวผู้หญิงไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้</p>
<p>สุดท้ายคือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะ<span style="font-weight: 400;">จัดตั้งศูนย์พักพิงสำหรับผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบจากการใช้ความรุนแรงด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งประเด็นที่อยากเสริมคือ อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า ความรุนแรงในครัวเรือนมักจะเกิดจากพฤติกรรมที่ฝ่ายชายต้องการ &#8216;ควบคุม&#8217; ฝ่ายหญิง และความต้องการควบคุมอย่างหนึ่ง การควบคุมทางเศรษฐกิจ</span><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">ผู้หญิงจำนวนหนึ่งไม่สามารถหนีไปไหน เพราะกลัวว่าหากหนีไปแล้วจะไม่สามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ เราจึงอาจจะต้องหาทางให้ผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบตรงนี้มีแนวทางประกอบอาชีพด้วย </span><span style="font-weight: 400;">ให้เขาออกมาแล้วหาเลี้ยงตัวเองได้ ให้เขามีความพร้อม จะได้มีแรงจูงใจที่จะออกมาจากสถานการณ์ตรงนั้นได้มากขึ้น </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>อีกประเด็นคือ ตอนนี้มีประกาศห้ามจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในฐานะนักวิจัยเรื่องสุรา คุณมองเห็นอะไร มีคนกลุ่มไหนบ้างที่จะได้รับผลกระทบจากนโยบายนี้</strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าถามผม ผมมีความกังวลสองสามเรื่อง เรื่องแรกคือ เมื่อช่วงนี้ไม่สามารถขายแอลกอฮอล์ได้ตามช่องทางห้างร้านปกติ ก็อาจจะมีคนนำไปขายในตลาดมืดแทน อีกอย่างหนึ่ง มีการใช้สารชดเชยแอลกอฮอล์แทนในช่วงนี้ เช่นที่เร็วๆ นี้ ข่าวออกว่ามีการต้มน้ำกระท่อมแทนเพื่อเป็นการชดเชยแอลกอฮอล์</span><span style="font-weight: 400;"> และประเด็นที่สำคัญคือ ปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนที่เป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h4><b>มีการใช้สารทดแทนแอลกอฮอล์เกิดขึ้น แสดงว่ากฎหมายห้ามไม่ให้มีการซื้อขายแอลกอฮอล์ก็ส่งผลกระทบต่อผู้คนไม่น้อย ซึ่งรวมทั้งกลุ่มผู้ป่วยติดสุราด้วย?</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ครับ ในจังหวัดที่ห้ามขายเหล้าจะมีข่าวคนลงแดงตาย อาการหนัก แต่ช่วยเหลือไว้ได้ทันวันละ 1-2 ราย โรงพยาบาลต่างๆ ก็จะมีผู้ป่วยติดเหล้าเข้าการรักษาเสมอ มีอาการหลากหลายมาก ตั้งแต่ลงแดงไปจนถึงไม่ลงแดง ซึ่งก็จะมีบางรายที่เข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาลหลายครั้ง พอออกมาก็กลับไปดื่มอีก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการสำรวจระบาดวิทยาจิตเวชคาดว่า ในประเทศไทยมีประชากรเป็นโรคติดสุราประมาณ 9 แสน ถึง 1 ล้านคน คาดว่ามีผู้ที่ติดสุราในภาวะรุนแรงอยู่ราวๆ 5 หมื่นถึง 1 แสนคนทั่วประเทศ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>แล้วเราจะบอกได้อย่างไรว่า ผู้ที่ติดสุราคนนั้นเป็นผู้ที่ติดสุราเรื้อรัง และเราจะมีวิธีสังเกตอาการลงแดงหรือไม่ อย่างไร</strong></h4>
<p>นิยามของผู้ที่ติดสุราเรื้อรังคือ <span style="font-weight: 400;">ดื่มครึ่งขวดกลมขึ้นไปต่อวัน มีโรคประจำตัวทุกวันมา 5 ปีขึ้นไป หรือว่าเป็นตับแข็ง ก็อาจมีโอกาสเกิดภาวะขาดเหล้ารุนแรง เพราะฉะนั้น คนกลุ่มนี้ต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาล</span></p>
<p>ถ้าผู้ติดสุรามีอาการลงแดง อาการสามารถแสดงออก<span style="font-weight: 400;">ได้ตั้งแต่ 6 ชั่วโมงแรก ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่จะรู้อาการตัวเอง ส่วนมากจะหงุดหงิด เวียนหัว ร่วมกับอาการอื่นๆ ซึ่ง</span>ถ้ารู้ตัวแล้วว่ามีอาการลงแดงต้องรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะแพทย์จะมียาให้กินทดแทนพิษเหล้าได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>ในฐานะที่ศูนย์วิจัยปัญหาสุราทำการวิจัยด้านนี้โดยตรง อยากชวนลองประเมินภาพรวมระยะยาวหลังจากนี้ สถานการณ์การระบาดของโรคจะส่งผลให้ผู้คนดื่มเครื่องแอลกอฮอล์มากขึ้น หรือผู้ที่ติดสุราอยู่แล้วมีแนวโน้มของอาการมากขึ้นหรือไม่ เพราะในช่วงของการระบาดมีทั้งความเครียดจากเศรษฐกิจและความเครียดจากการกักตัว </b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงๆ การติดสุรามีหลายระดับ ถ้าดูภาพสังคมไทยโดยรวม ประชาชนไทยส่วนใหญ่ไม่ดื่มสุรา ส่วนในกลุ่มคนดื่มที่อยู่ในระดับติด ถ้าไม่ถึงขั้นลงแดง ก็จะมีระบบสนับสนุนอย่างอื่นเพื่อการควบคุมได้ ผมเลยคิดว่า จำนวนผู้ดื่มสุราที่ไม่ได้ติดหนัก ‘น่าจะลดลง’ </span><span style="font-weight: 400;">เพราะการดื่มในสังคมไทยโดยรวมเป็นการดื่มทางสังคมค่อนข้างเยอะ พอมีการปิดประเทศ ก็ไม่ได้มีบริบทของการชวนกันดื่ม พอไม่ได้เจอกันตัวต่อตัวก็ไม่ค่อยได้ดื่มมากเหมือนเดิม อีกทั้งยังมีคำสั่งห้ามขายและห้ามสังสรรค์ในงานใหญ่ๆ ด้วย </span>ดังนั้นแนวโน้มน่าจะลดลงโดยรวม</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนถ้าถามว่า จะมีสภาวะ ‘จน เครียด กินเหล้า’ เกิดขึ้นบ้างไหม โดยส่วนตัวผมมองว่าไม่น่าถึงขนาดนั้นนะ อาจจะมีบ้างที่กินเหล้าเพื่อลืมทุกข์ ซึ่งก็มีคนจำนวนหนึ่งที่มี Hoping Mechanism แบบนี้ แต่เท่าที่เห็นแนวโน้มในตอนนี้ </span><span style="font-weight: 400;">มันยังไม่น่าจะกระจายเพราะมีคำสั่งห้ามขายสุรา ตอนนี้เหมือนกับคนเข้าถึงสุราไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่า ถ้ายังมีคำสั่งห้ามขายแอลกอฮอล์อยู่ การดื่มแอลกอฮอล์น่าจะลดลง    </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_1818" aria-describedby="caption-attachment-1818" style="width: 2048px" class="wp-caption alignnone"><img decoding="async" class="size-full wp-image-1818" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC03088.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC03088.jpg 2048w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC03088-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC03088-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC03088-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /><figcaption id="caption-attachment-1818" class="wp-caption-text">ภาพโดย เมธิชัย เตียวนะ (The101.world)</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<blockquote><p><b><br />
</b><b>เกร็ดน่ารู้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ผู้ชายไทยประมาณ 3.5% เป็นโรคติดสุรา (alcohol dependence) ส่วนผู้หญิงเป็นโรคติดสุราแค่ 0.2% เท่านั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ความผิดปกติของดื่มแอลกอฮอล์ (alcohol use disorder เป็นโรคซึ่งคล้ายโรคติดสุรา แต่ความรุนแรงน้อยกว่า) ความชุกของอาการฯ สูงที่สุดในภาคเหนือ (ประมาณ 3.5%) และในกลุ่มคนอายุ 25-34 ปี (ประมาณ 9.1%) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; การใช้สารชดเชยสุรา (เช่น น้ำกระท่อม) ในช่วงนี้ พบว่ามีการเสพน้ำต้มใบกระท่อม (สี่คูณร้อย) เพิ่มขึ้นหลังประกาศ พรก.ฉุกเฉิน ห้ามขายเหล้าเบียร์ทั่วประเทศ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ว่า มีการจับกุมกลุ่มบุคคลมั่วสุมขัด พรก.ฉุกเฉิน เสพยาบ้า-กัญชา-ต้มสี่คูณร้อยดื่มที่ปทุมธานีและศรีสะเกษ ส่วนที่ภูเก็ตมีพนักงานส่งอาหารลักลอบขนใบกระท่อมและน้ำสี่คูณร้อย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; แม้ในวันที่ 10 มีนาคม 2563 ทางคณะรัฐมนตรีจะมีมติอนุมัติหลักการตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ โดยให้ยกเลิกพืชกระท่อมออกจากยาเสพติดประเภทที่ 5 และเลิกบทกำหนดโทษ แต่ยังมีข้อจำกัดให้การใช้กระท่อมอยู่ในบริบทของวิถีชาวบ้าน ส่วนการค้าขายหรือส่งออกกระท่อมยังต้องอยู่ภายใต้การได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไม่ให้มีการค้าเสรีแต่อย่างใด </span></p></blockquote>
<p>&nbsp;</p>
<p>อ่านสรุปข้อควรระวังเรื่องเหล้าและการดูแลผู้ติดเหล้าที่ต้องหยุดดื่มจนอาจ ‘ลงแดง’ ได้ <a href="https://alcoholrhythm.com/aud-treatment-covid19/"><strong>ที่นี่</strong></a> (ข้อมูลจากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา และ สสส.)</p>
<blockquote><p>&nbsp;</p></blockquote>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>ที่มา:</p>
<p>WHO. Thailand.  Global Alcohol Report. 2018. Accessed on 22 April 2020. URL: <a href="https://www.who.int/substance_abuse/publications/global_alcohol_report/profiles/tha.pdf">https://www.who.int/substance_abuse/publications/global_alcohol_report/profiles/tha.pdf</a></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> ปริทรรศ ศิลปกิจ และคณะ. ความชุดของความผิดปกติของการดื่มแอลกอฮอล์ในคนไทย โรคร่วมทางจิตเวชและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง. ว.สุขภาพจิตแห่งประเทศไทย 2560; 25(2): 107-121. URL: </span><a href="https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jmht/article/view/142712/105660"><span style="font-weight: 400;">https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jmht/article/view/142712/105660</span></a></p>
<p><a href="https://www.komchadluek.net/news/breaking-news/427884">แฉขาเมายุคโควิด-19 ห้ามขายสุราหันเสพดื่มน้ำกระท่อม</a></p>
<p><a href="https://www.mcot.net/viewtna/5e96ac48e3f8e40af8431629">นายกฯ กำชับ “สมศักดิ์” เข้มคดีต้ม 4 คูณ100 พุ่ง หลังประกาศห้ามขายเหล้า</a></p>
<p><a href="https://www.prachachat.net/economy/news-430437">ครม.เตรียมปลดล็อก “กระท่อม” ออกจากยาเสพติดประเภท 5 ใช้เพื่อ การแพทย์-เศรษฐกิจ</a></p>
<p class="section_title section_title_medium_var2"><a href="https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/873526">ความรุนแรงในครอบครัว คือภัยเงียบในวิกฤติ ‘โควิด-19</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/no-alcohol-during-covid19/">ความรุนแรงในครัวเรือน &#8211; ขาดสุรา &#8211; สภาวะจน เครียด กินเหล้า : เรื่องเหล้าเมื่อคราว COVID-19 ระบาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1801</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ลินเซย์ โลฮาน ผู้ผ่านการบำบัดเลิกเหล้ามาแล้ว 4 ครั้ง</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/lindsay-lohan-alcohol/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=lindsay-lohan-alcohol</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Apr 2020 06:40:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าแล้วเปลี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[lindsay lohan]]></category>
		<category><![CDATA[การบำบัดอาการติดสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[คนดังติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ติดสุราเรื้อรัง]]></category>
		<category><![CDATA[ลินเซย์ โลฮาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1736</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; &#160; มีอยู่สองช่วงใหญ่ๆ ที่ชื่อของ ลินเซย์ โลฮาน (Lindsay Lohan) นักแสดงและนักร้องสาวชาวอเมริกัน ปรากฏอยู่บนหน้าสื่อสิ่งพิมพ์และหน้าแท็ปลอยด์ทุกฉบับ &#160; ช่วงแรก คือช่วงเวลาแห่งความรุ่งโรจน์ของเธอ หรือตั้งแต่โลฮานอายุได้ 12 ปี และโด่งดังเป็นพลุแตกหลังรับบทเป็นเด็กฝาแฝดในหนังครองใจคนทั้งอเมริกาอย่าง The Parent Trap (1998) (ทั้งที่ก่อนหน้านี้ โลฮานเข้าวงการบันเทิงมาด้วยฐานะนางแบบเสื้อผ้าเด็กตั้งแต่อายุเพียง 3 ขวบ!) ตัวหนังกวาดเงินไปทั้งสิ้น 92 ล้านเหรียญฯ และส่งผลให้โลฮานได้ทำงานร่วมกับค่ายดิสนีย์ในฐานะนักแสดงและนักร้อง &#160; ต่อมาในปี 2004 ยิ่งกล่าวได้ว่าเป็นปีของลินเซย์ โลฮานอย่างแท้จริง เพราะไม่ว่าจะปล่อยผลงานเพลงหรืองานแสดงออกมาก็ถูกอกถูกใจมวลชนไปเสียหมด อย่างผลงานเพลงอัลบั้มแรกอย่าง Speak ที่ปล่อยออกมาก็มียอดขายพุ่งกระฉูด รั้งตำแหน่งอัลบั้มที่ขายดีที่สุดของค่ายอยู่นานหลายปี  ได้รับคำวิจารณ์แง่บวกจากหลายสำนัก และทำให้โลฮานเป็นที่จดจำในฐานะนักร้อง-นักแสดงสาวผู้สดใส เป็นที่รักของอเมริกันชนด้วยเนื้อเพลงแนวป๊อปลูกกวาดฟังสบาย &#160; นอกจากนี้ยังมีหนัง Mean Girls (2004) ที่ว่าด้วยแก๊ง &#8216;พลาสติก&#8217; และชีวิตวัยรุ่นในรั้วโรงเรียนไฮสคูล ซึ่งโลฮานรับบทเป็นเด็กสาวผู้เข้ามาเรียนรู้โลกของนักล่าในคราบเด็กสาว ก็เป็นหนังที่ทำเงินและประสบความสำเร็จอย่างน่าประทับใจจนนักวิจารณ์หลายคนลงความเห็นว่ามันเป็นหนัง &#8216;ทีนเอจ&#8217; (Teenage) ที่ล้ำยุคสมัยและแสนจะเข้าอกเข้าใจวัยรุ่น &#160; ตอนนั้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/lindsay-lohan-alcohol/">ลินเซย์ โลฮาน ผู้ผ่านการบำบัดเลิกเหล้ามาแล้ว 4 ครั้ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="wp-image-1749 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/Lindsay_Lohan_2019_2-259x300.png" alt="" width="500" height="580" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/Lindsay_Lohan_2019_2-259x300.png 259w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/Lindsay_Lohan_2019_2.png 734w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มีอยู่สองช่วงใหญ่ๆ ที่ชื่อของ ลินเซย์ โลฮาน (Lindsay Lohan) นักแสดงและนักร้องสาวชาวอเมริกัน ปรากฏอยู่บนหน้าสื่อสิ่งพิมพ์และหน้าแท็ปลอยด์ทุกฉบับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ช่วงแรก คือช่วงเวลาแห่งความรุ่งโรจน์ของเธอ หรือตั้งแต่โลฮานอายุได้ 12 ปี และโด่งดังเป็นพลุแตกหลังรับบทเป็นเด็กฝาแฝดในหนังครองใจคนทั้งอเมริกาอย่าง The Parent Trap (1998) (ทั้งที่ก่อนหน้านี้ โลฮานเข้าวงการบันเทิงมาด้วยฐานะนางแบบเสื้อผ้าเด็กตั้งแต่อายุเพียง 3 ขวบ!) ตัวหนังกวาดเงินไปทั้งสิ้น 92 ล้านเหรียญฯ และส่งผลให้โลฮานได้ทำงานร่วมกับค่ายดิสนีย์ในฐานะนักแสดงและนักร้อง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ต่อมาในปี 2004 ยิ่งกล่าวได้ว่าเป็นปีของลินเซย์ โลฮานอย่างแท้จริง เพราะไม่ว่าจะปล่อยผลงานเพลงหรืองานแสดงออกมาก็ถูกอกถูกใจมวลชนไปเสียหมด อย่างผลงานเพลงอัลบั้มแรกอย่าง Speak ที่ปล่อยออกมาก็มียอดขายพุ่งกระฉูด รั้งตำแหน่งอัลบั้มที่ขายดีที่สุดของค่ายอยู่นานหลายปี  ได้รับคำวิจารณ์แง่บวกจากหลายสำนัก และทำให้โลฮานเป็นที่จดจำในฐานะนักร้อง-นักแสดงสาวผู้สดใส เป็นที่รักของอเมริกันชนด้วยเนื้อเพลงแนวป๊อปลูกกวาดฟังสบาย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีหนัง Mean Girls (2004) ที่ว่าด้วยแก๊ง &#8216;พลาสติก&#8217; และชีวิตวัยรุ่นในรั้วโรงเรียนไฮสคูล ซึ่งโลฮานรับบทเป็นเด็กสาวผู้เข้ามาเรียนรู้โลกของนักล่าในคราบเด็กสาว ก็เป็นหนังที่ทำเงินและประสบความสำเร็จอย่างน่าประทับใจจนนักวิจารณ์หลายคนลงความเห็นว่ามันเป็นหนัง &#8216;ทีนเอจ&#8217; (Teenage) ที่ล้ำยุคสมัยและแสนจะเข้าอกเข้าใจวัยรุ่น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตอนนั้น โลฮานเพิ่งอายุราว 18 ปี แต่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จถึงขีดสุด เป็นที่รักของอุตสาหกรรมฮอลลีวูดและค่ายเพลง คนดูหนังเอ็นดูเธอ คนฟังเพลงก็ชื่นชมเธอ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดังนั้น ใครจะไปเชื่อว่าในอีกสามปีถัดมา รูปถ่ายมักช็อต -หรือรูปที่ถ่ายนักโทษจากโรงพัก- ของเธอจะถูกตีพิมพ์เกลื่อนหน้าสื่อแท็ปลอยด์ และไม่ใช่ปี 2007 แค่ปีเดียว แต่ยังตามมาด้วยรูปทำนองเดียวกันในปี 2010, 2011 และ 2013 ตามลำดับ ยังไม่นับรวมว่า แต่ละปีนั้นยังมีรูปมักช็อตเหล่านี้หลุดออกมาอีกหลายระลอก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นั่นเป็นช่วงชีวิตครั้งที่สองที่ชื่อและใบหน้าของลินเซย์ โลฮาน กลายเป็นขวัญใจแท็ปลอยด์ เพียงแต่พวกเขาไม่ได้เล่าว่าเธอน่ารักอย่างไร ประสบความสำเร็จอย่างไร แต่เล่าว่าเธอล้มเหลวอย่างไรต่างหาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>น่าเศร้าที่ข่าวทำนองนี้ขายดีและได้รับความนิยมจนมันกลายเป็นภาพติดตาของเธอในเวลาต่อมาอย่างเลี่ยงไม่ได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปี 2007 ซึ่งเป็นปีแรกที่เธอโดนจับในข้อหาดื่มขณะขับรถจำนวนสองครั้ง โลฮานถูกส่งไปบำบัดอาการติดเหล้าอย่างเร่งด่วนภายหลังถูกปล่อยตัวจากเรือนจำ และผลปรากฏว่า นอกจากดื่มเหล้า โลฮานยังไปไกลถึงขั้นใช้โคเคน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่หลังจากที่เธอเล่าว่าเพิ่งลองใช้มันเป็นครั้งแรก ทำให้เธอไม่ต้องเข้ารับการบำบัดอาการเสพติดยาดังกล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;มันเป็นครั้งแรกเลยจริงๆ นะที่ฉันหัดใช้ยา ตอนนั้นเพิ่งออกมาจากคลับกับเพื่อนๆ ที่ฉันไม่ควรไปอยู่ด้วย แล้วก็ลองเล่นโคเคนดู จากนั้นก็ขับรถ โง่ชะมัด&#8221; เธอว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงสถานบำบัด สิ่งที่โลฮานต้องเจอคือการบำบัดอาการติดเหล้าเรื้อรัง ซึ่งนับว่าน่าตกใจมากสำหรับคนวัยยี่สิบต้นๆ อย่างเธอ ทั้งยังต้องบำบัดอาการทางจิตที่เธอบอกว่าได้มาจากการถ่ายทำหนังธริลเลอร์ทุนต่ำ (และรายได้ก็ต่ำอย่างน่าเศร้าเช่นกัน) อย่าง I Know Who Killed Me (2007)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในหนังเรื่องนั้น โลฮานรับบทเป็นหญิงสาวที่หายสาบสูญ และหวนกลับมาอีกครั้งโดยไม่มีความทรงจำเหลืออยู่เลย เธอจึงต้องออกตามสืบว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอในอดีต ซึ่ง &#8220;ตอนถ่ายทำหนังเรื่องนี้ ฉันฝันร้ายทุกคืน&#8221; โลฮานบอกอย่างทุกข์ตรม &#8220;มันโคตรทรมานจิตเลย&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่พึ่งของเธอ หากไม่ใช่เพื่อนฝูงในกองถ่าย จึงกลายเป็นแอลกอฮอล์ในที่สุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โลฮานเล่าว่า ก่อนหน้านี้ เธอไม่เคยแตะเหล้าเลยแม้แต่น้อย จนเพิ่งมาลองเมาครั้งแรกเมื่ออายุ 17 ปี และเมาหนักถึงขั้นที่แม่ต้องปล่อยเธอหลับกับกองอ้วก (เอ่อ&#8230;)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ยังจำได้เลยนะว่านั่นน่ะน่ากลัวมาก&#8221; และเธอคงไม่คิดเหมือนกันว่าในเวลาอีกไม่กี่ปีถัดมา เธอจะเสพติดเจ้าสิ่งที่ทำให้เธอต้องนอนจมกองอ้วกทั้งคืนแบบนั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ฉันใช้เหล้าเพื่อหนีปัญหาที่รุมล้อมรอบๆ ตัว&#8221; เธอบอกถึงเหตุผล อันที่จริง หากสาวให้ลึกลงไปกว่านั้น จะพบว่ามีหลายครั้งที่โลฮานเปรยๆ ว่า เธอดื่มเหล้าเพื่อหนีจากชื่อเสียง แท็ปลอยด์ รวมถึงปัญหาครอบครัวที่ยุ่งเหยิง เธอมักมีปากเสียงกับพ่อผู้เหินห่างตั้งแต่ยังเด็ก และบ่อยครั้ง โลฮานพยายามลากเขากลับเข้ามาอยู่ในชีวิตเธอ เพียงเพื่อจะพบว่า นั่นไม่ใช่สิ่งที่พ่อต้องการ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>และมันทำให้เธอใจสลาย &#8220;ทุกครั้งที่ฉันพยายามเอาเขากลับมาอยู่ในชีวิต เขาต้องป่วนทุกอย่างจนเละเทะไปหมด เขาเคยดีกว่านี้นะ ดีกว่ามากๆ&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้วยปัญหาทั้งหมดทั้งมวล โลฮานจึงมักทิ้งตัวลงกับแอลกอฮอล์ ดื่มจนรับรู้อะไรไม่ได้และสูดโคเคนที่เธอใช้บ่อยขึ้นในเวลาต่อมา (&#8220;ขอโทษเถอะค่ะ ฉันไม่เคยสูบนะ ฉันสูดมันเข้าจมูกเลย&#8221; เธอให้สัมภาษณ์) น็อกหลับ และตื่นมายามเช้าเพื่อคว้าแก้วเหล้าขึ้นมาเป็นอย่างแรก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พอต้องเข้ารับการบำบัด เธอจำเป็นต้องเขียนบันทึกความคิด และความรู้สึกขณะอยู่ห่างจากเหล้า สำหรับโลฮาน นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายและน่าพิสมัยเท่าไร แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;มันเหมือนเรื่องไร้สาระสำหรับฉันเหมือนกันนะโดยเฉพาะช่วงแรกๆ ไม่รู้จะทำเพื่ออะไร ฉันคิดว่ามันเหมือนเรื่องตลก เป็นเรื่องที่ไว้ทำฆ่าเวลา&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นั่นทำให้การบำบัดครั้งแรกไม่ได้ผล และมีการจับกุมเธออีกหลายครั้งในปีถัดๆ มา จนข่าวที่เธอถูกหิ้วเข้าเรือนจำกลายเป็นพาดหัวร้อนของสื่อ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อันที่จริง นอกจากชีวิตส่วนตัวที่พังเพราะเหล้า หน้าที่การงานของเธอก็ล้มเหลวไม่แพ้กัน เธอแทบไม่ปรากฏตัวในหนังที่ประสบความสำเร็จอีกเลยแม้แต่เรื่องเดียว และมักไปโผล่อยู่ตามมิวสิกวิดีโอหรือหนังสั้นมากกว่า ความทรุดโทรมของชื่อเสียง (ตลอดจนคำวิจารณ์จากสำนักข่าวที่มักแซวว่าเธอดูไม่สะสวยเหมือนเดิมแล้ว) ยิ่งทำให้เธอกลัดกลุ้ม และหันกลับไปหามิตรรักเพื่อนเก่าอย่างเหล้าอีกหน เพื่อที่จะถูกจับฐานเมาแล้วขับอีกหนเช่นกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ไม่นาน คนก็เริ่มชินชากับข่าวที่ว่าเธอถูกจับได้ ซึ่งน่าเศร้าว่ามันยิ่งทำให้เธอรู้สึกเลวร้ายหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เหตุการณ์เหล่านี้จึงเปรียบเสมือนวังวนที่โลฮานดิ้นไม่หลุดอยู่หลายปี จนกระทั่งราวปี 2013 ที่เธอถูกจับ (อีกครั้ง) และเข้ารับการบำบัด (อีกครั้งเหมือนกัน) เธอตัดสินใจทำตามกฎของการบำบัดอย่างเคร่งครัดพอสมควร และไม่มีท่าทีแบบ &#8216;ทีเล่นทีจริง&#8217; เหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลังกินเวลานานหลายเดือน จนเมื่อได้รับการปล่อยตัว แม้แต่โลฮานเองก็แทบไม่เชื่อว่าเธอห่างจากแอลกอฮอล์ได้แล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;บ้าชะมัดที่ฉันได้เข้ารับการบำบัดจริงๆ&#8221; เธอว่า &#8220;เพราะก่อนนี้ฉันพูดตลอดอะว่าคงตายก่อนได้เข้ารับการบำบัดแน่ๆ&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่โลฮานไม่ตาย ไม่เพียงเท่านั้น ตอนนี้เธอยังมีชีวิตอย่างสงบ ห่างหายจากการแสดงหนังใหญ่ไปพักหนึ่ง เพื่อใช้เวลาอยู่กับตัวเองเป็นหลัก และหันมาใช้เวลาไปกับการเป็นโปรดิวเซอร์หนังแทน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา:</p>
</div>
<p><a href="https://edition.cnn.com/2013/05/05/showbiz/lindsay-lohan-rehab/index.html">https://edition.cnn.com/2013/05/05/showbiz/lindsay-lohan-rehab/index.html</a></p>
<p><a href="https://www.youtube.com/watch?v=GCY8giPElsg&amp;feature=emb_title">https://www.youtube.com/watch?v=GCY8giPElsg&amp;feature=emb_title</a></p>
<p><a href="https://filtermag.org/lindsay-lohan-recovery/">https://filtermag.org/lindsay-lohan-recovery/</a></p>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ : ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/lindsay-lohan-alcohol/">ลินเซย์ โลฮาน ผู้ผ่านการบำบัดเลิกเหล้ามาแล้ว 4 ครั้ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1736</post-id>	</item>
		<item>
		<title>บำบัดผู้ติดสุราผ่านสายตาคนเคยดื่ม: คุยกับ ‘ธวัชชัย กุศล’</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/thawatchai-1413/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=thawatchai-1413</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Nov 2019 04:11:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ดูแลคนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[การดูแลผู้ติดสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[การบำบัดดูแลทางโทรศัพท์]]></category>
		<category><![CDATA[ธวัชชัย กุศล]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ติดสุราเรื้อรัง]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา 1413]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการสายด่วนเลิกเหล้า 1413]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1273</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ผมมีคุณพ่อที่ติดเหล้า เคยเป็นคนติดเหล้า และเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากคนติดเหล้า” ประโยคข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางชีวิตของ ธวัชชัย กุศล ก่อนเป็นที่รู้จักในนามรองหัวหน้าโครงการศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา สายด่วนเลิกเหล้า 1413 และวิทยากรผู้จัดอบรมเคล็ดลับเลิกเหล้าในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ธวัชชัยเป็นนักจิตวิทยาที่มีความรู้หลากหลายแขนง ทั้งศาสตร์การรู้จักตนเอง (Enneagram type) จิตบำบัดแนวซาเทียร์ (Satir Transformational Systemic Therapy) ศาสตร์ NLP (Neuro &#8211; Linguistic Programming) และจิตบำบัดเสริมสร้างแรงจูงใจ(motivational enhancement therapy) เขาให้คำปรึกษาปัญหาชีวิตแก่คนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความรัก ครอบครัว หรือการค้นหาเป้าหมายในชีวิต แต่สิ่งที่ธวัชชัยสนใจและทุ่มเทมากที่สุดคือบทบาทของการให้คำปรึกษาแก่ผู้ติดสุรา จากการที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นทั้งผู้ดื่มและญาติของผู้ดื่ม ทำให้ธวัชชัยเป็นนักบำบัดผู้เข้าใจมุมมองของคนทุกด้าน และรู้ว่าเบื้องหลังแก้วเหล้าแต่ละแก้ว ประกอบไปด้วยเรื่องราวมากมายที่อยู่ในใจคนดื่ม “บางครั้งตัวเหล้าเองไม่ใช่ปัญหา แต่คนดื่มเหล้าเพราะมีปัญหา” Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ขอพาคุณเข้าไปร่วมวงสนทนากับ ธวัชชัย กุศล เพื่อฟังความในใจของเหล่านักดื่ม ความรู้สึกของญาติที่มีนักดื่มในบ้าน กระบวนการบำบัดและวิธีช่วยเหลือคนติดเหล้าอย่างง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้โดยเริ่มต้นจากความเข้าใจ &#160; &#160; คุณเริ่มต้นสนใจการทำงานด้านการบำบัดผู้ติดสุราได้อย่างไร ผมมีคุณพ่อเป็นนักดื่มที่มีภาวะติดสุราเรื้อรัง (alcoholism) ตั้งแต่ก่อนผมเกิด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/thawatchai-1413/">บำบัดผู้ติดสุราผ่านสายตาคนเคยดื่ม: คุยกับ ‘ธวัชชัย กุศล’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“</strong>ผมมีคุณพ่อที่ติดเหล้า เคยเป็นคนติดเหล้า และเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากคนติดเหล้า”</p>
<p>ประโยคข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางชีวิตของ <strong>ธวัชชัย กุศล</strong> ก่อนเป็นที่รู้จักในนามรองหัวหน้าโครงการศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา สายด่วนเลิกเหล้า 1413 และวิทยากรผู้จัดอบรมเคล็ดลับเลิกเหล้าในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า</p>
<p>ธวัชชัยเป็นนักจิตวิทยาที่มีความรู้หลากหลายแขนง ทั้งศาสตร์การรู้จักตนเอง (Enneagram type) จิตบำบัดแนวซาเทียร์ (Satir Transformational Systemic Therapy) ศาสตร์ NLP (Neuro &#8211; Linguistic Programming) และจิตบำบัดเสริมสร้างแรงจูงใจ(motivational enhancement therapy) เขาให้คำปรึกษาปัญหาชีวิตแก่คนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความรัก ครอบครัว หรือการค้นหาเป้าหมายในชีวิต</p>
<p>แต่สิ่งที่ธวัชชัยสนใจและทุ่มเทมากที่สุดคือบทบาทของการให้คำปรึกษาแก่ผู้ติดสุรา</p>
<p>จากการที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นทั้งผู้ดื่มและญาติของผู้ดื่ม ทำให้ธวัชชัยเป็นนักบำบัดผู้เข้าใจมุมมองของคนทุกด้าน และรู้ว่าเบื้องหลังแก้วเหล้าแต่ละแก้ว ประกอบไปด้วยเรื่องราวมากมายที่อยู่ในใจคนดื่ม</p>
<p>“บางครั้งตัวเหล้าเองไม่ใช่ปัญหา แต่คนดื่มเหล้าเพราะมีปัญหา”</p>
<p>Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ขอพาคุณเข้าไปร่วมวงสนทนากับ ธวัชชัย กุศล เพื่อฟังความในใจของเหล่านักดื่ม ความรู้สึกของญาติที่มีนักดื่มในบ้าน กระบวนการบำบัดและวิธีช่วยเหลือคนติดเหล้าอย่างง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้โดยเริ่มต้นจากความเข้าใจ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1221" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-2.png" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-2.png 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-2-300x200.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-2-768x512.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-2-1024x683.png 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>คุณเริ่มต้นสนใจการทำงานด้านการบำบัดผู้ติดสุราได้อย่างไร</strong></h4>
<p>ผมมีคุณพ่อเป็นนักดื่มที่มีภาวะติดสุราเรื้อรัง (alcoholism) ตั้งแต่ก่อนผมเกิด ท่านเกิดในยุคสงครามโลกครั้งที่สองซึ่งเรียกได้ว่าเป็นช่วงที่มีความวุ่นวาย และต้องทำงานหนัก ดังนั้น เขาจึงเป็นคนที่มีความเครียดสูง ทีนี้ตัวคุณปู่เองก็เป็นคนดื่มเหล้าและมีภาวะติดสุราเรื้อรังเหมือนกัน ท่านจึงเห็นแบบอย่างมาจากคุณปู่ ต่อให้คุณพ่อไม่ได้ชอบปู่ที่กินเหล้า แต่เขาก็ดื่มเหล้าเวลาเขาเครียด และชอบใช้ความรุนแรงเวลาเมา</p>
<p>ตัวผมเองมีส่วนคล้ายกับคุณพ่อ คือเป็นวัยรุ่นที่เห็นพ่อดื่มเหล้ามาตลอด และผมไม่ได้ชอบที่พ่อดื่มเหล้าแล้วใช้อารมณ์ แต่ตัวเองก็ดื่มเหล้า เพราะมีเพื่อนชวน พอดื่มแล้วเรารู้สึกว่ามีสังคม มีความสุขกับการดื่ม เวลาเครียดเราก็ดื่ม จนกระทั่งวันหนึ่ง ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมเราถึงเกลียดพ่อ แต่ไม่เกลียดเหล้า</p>
<p>ผมเริ่มสนใจว่ารากฐานความรุนแรงของคุณพ่อเป็นมาอย่างไร ทำไมเขาถึงดื่มเหล้า และผมอยากทำความเข้าใจตัวเอง ทำให้ผมเลือกเรียนจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง</p>
<p>ที่รามคำแหงมีจิตวิทยาด้านหนึ่ง เรียกว่าจิตวิทยาครอบครัว เป็นการทำความเข้าใจว่าแต่ละคนมีรากฐานที่มาเป็นอย่างไร และส่งผลต่อพฤติกรรมอย่างไร เดิมผมรู้อยู่แล้วว่าพ่อมีปู่ที่ดื่มเหล้า เมื่อเรียนจึงได้เข้าใจว่าภายในครอบครัวผมส่งต่อปัญหาเรื่องดื่มเหล้ากันมา</p>
<p>จากเดิมผมคิดว่าตัวเรากับคุณพ่อคงมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันไม่ได้ สุดท้ายผมก็เลือกคุยกับพ่อโดยตรงว่าเขาดื่มเหล้าเพราะอะไร ทำไมถึงใช้ความรุนแรง พ่อก็เล่าปัญหาของเขา และบอกว่าเขาเห็นปู่ทำแบบนี้ เรียนรู้มาแบบนี้ เขาไม่รู้ว่าเวลาเครียดต้องทำอย่างไรนอกจากดื่มเหล้าและใช้ความรุนแรง ตอนที่เขาเล่า เขาไม่ได้เล่าด้วยความรู้สึกสะใจหรือมีความสุข แต่เล่าด้วยความรู้สึกเสียใจ ผมจึงเข้าใจที่มาที่ไปทั้งหมด ว่าทำไมพ่อเป็นแบบนี้ และผมเป็นแบบนี้</p>
<p>ตั้งแต่นั้นมาผมก็ไม่ได้เกลียดพ่อ และผมเข้าใจว่าทำไมหลายๆ คนใช้เหล้าเป็นทางออกของปัญหา เข้าใจผู้ที่ได้รับผลกระทบจากคนติดเหล้า รวมถึงตัวผมเองก็เคยติดเหล้าด้วย แต่เราก็มีชีวิตที่ดีได้ ในเมื่อเราทำได้ เราก็อยากให้คนอื่นทำได้เหมือนเรา นั่นทำให้ผมมาทำงานด้านนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>หัวใจสำคัญของการเริ่มต้นเป็นนักจิตวิทยาที่ช่วยบำบัดผู้ติดสุราคืออะไร</strong></h4>
<p>เราศึกษาจิตวิทยาเพื่อทำความเข้าใจคนเป็นหลัก ศึกษาที่มาที่ไปของพฤติกรรมว่ามีสาเหตุอย่างไร มาจากไหน แต่ก่อนจะทำความเข้าใจใคร สิ่งสำคัญคือนักจิตวิทยาต้องรู้จักตัวเองก่อนว่าเราเป็นใคร มาจากไหน มีข้อดีข้อเสียอย่างไร ชอบหรือไม่ชอบอะไร การเป็นนักจิตวิทยาไม่ได้แปลว่าต้องเก่ง ต้องอ่านใจคนออก แค่ต้องเข้าใจตัวเองอย่างชัดเจน จากนั้นจึงจะทำความเข้าใจคนอื่นได้</p>
<p>อีกเรื่องหนึ่งคือต้องเป็นคนที่เห็นคุณค่าของตัวเอง ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่เรียนจิตวิทยาก็ได้ การเป็นคนเห็นคุณค่าของตัวเองนี้ก็ต้องใช้เวลา และต้องหัดฟังตัวเองโดยไม่ตัดสิน ทุกข์หรือสุขก็ต้องฟัง ทั้งข้อดีข้อเสียเราต้องรับได้ทั้งหมด เมื่อฟังตัวเองไปเรื่อยๆ เราจะสามารถยอมรับและชื่นชมตัวเองได้ในทุกวัน เมื่อถึงตอนนั้น เราจะมีพลังและสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้อย่างจริงใจ</p>
<p>ผมบอกนักจิตวิทยาของเราทุกคนว่านอกจากทำหน้าที่ให้พลังคนอื่น ช่วยเหลือคนอื่นแล้วก็ต้องให้พลังตัวเอง ให้พลังซึ่งกันและกันด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>กระบวนการบำบัดคนติดสุรามีขั้นตอนอย่างไร</strong></h4>
<p>เราเริ่มต้นจากการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้เข้ารับการบำบัด เพราะเวลาเราอยากรู้จักคนอื่น ต้องเริ่มจากมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันก่อน แล้วพูดคุยสำรวจปัญหาเพื่อทำความเข้าใจ ทั้งตัวเราเข้าใจเขา และทำให้เขาได้เข้าใจตัวเองว่าติดระดับไหน ต้องแอดมิทไหม ต้องบำบัดไหม หรือแค่เพิ่งเริ่มติด หยุดดื่มได้เองไม่ต้องพบหมอ หรือติดระดับปานกลาง กินยาแต่ไม่ต้องรับการบำบัด</p>
<p>เมื่อเขาเข้าใจจุดที่ตนเองยืนอยู่ กระบวนการถัดมาจะง่ายมาก คือหาทางแก้ไข ซึ่งไม่ใช่ว่าเราไปแก้ปัญหาให้กับเขา แต่ทำให้เขาย้อนมองว่าก่อนหน้านี้ได้ลงมือทำอะไรบ้าง ด้วยวิธีการอย่างไร ที่มันไม่สำเร็จเพราะอะไร สุดท้ายให้เขาได้สรุปจากการพูดคุยด้วยตัวเองว่า สาเหตุที่แท้จริงของการดื่มเหล้าคืออะไร แล้วจะทำอย่างไรต่อไป</p>
<p>เราต้องช่วยเขาทำความเข้าใจรากเหง้าของปัญหา เพื่อจะได้แก้ไขอย่างตรงจุด ยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่าเวลาคนเราปวดหัว มักจะนึกถึงยาพารา พอกินแล้วก็หายปวดหัว แต่ไม่ได้คิดต่อว่าสาเหตุของการปวดหัวคืออะไร พอปวดหัวอีกครั้ง ก็กินยาพาราอีก กินไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็ไม่ได้แก้ที่สาเหตุที่แท้จริงของปัญหา</p>
<p>ดังนั้น ปัญหาที่ทุกคนพามาหานักบำบัดจึงไม่ใช่แค่เรื่องเหล้า การดื่มเหล้าเป็นแค่วิธีการที่เขาแสดงออกว่ากำลังหนีทุกข์เพื่อหาสุข แต่ความสุขนี้กลายเป็นการเสพติด ต่อให้มีความสุขอย่างไร เมื่อถึงจุดหนึ่ง ร่างกายคุณจะทรมานถ้าไม่ได้ดื่ม หน้าที่ของเราจึงต้องฟังและช่วยเขาสรุปต้นตอของปัญหา ทำให้เขาเห็นมุมมองใหม่ๆ ว่ามีทางเลือกอื่นๆ ที่ดีกว่าการดื่มเหล้า ซึ่งตรงนี้ต้องใช้เวลาคุยกัน ฟังกัน สร้างความสัมพันธ์ที่ดี เปิดโอกาสให้เขาได้พูดในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าสิ่งที่ทำให้เขามีความสุขและอยากมีชีวิตอยู่คืออะไร รวมถึงให้กำลังใจว่าเขามีความหมายต่อเราอย่างไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>คุณศึกษาศาสตร์จิตวิทยามาหลายด้าน มีด้านไหนบ้างที่คุณนำมาประยุกต์ใช้ในการบำบัดผู้ติดสุรา </strong></h4>
<p>ผมเริ่มจากการทำความเข้าใจคนด้วยศาสตร์ที่เกี่ยวกับบุคลิก 9 ประเภท เรียกว่านพลักษณ์ ศาสตร์นพลักษณ์จะช่วยให้เรารู้ว่าคนแต่ประเภทมีโลกทัศน์อย่างไร วิธีมองโลกที่แตกต่างกันจะทำให้คนเรามีปฏิสัมพันธ์ต่อสิ่งต่างๆ ไม่เหมือนกัน เราจะทำความเข้าใจโลกทัศน์ของเขาโดยที่ไม่ตัดสินว่าชุดความคิดของเขาผิด</p>
<p>ต่อมาคือการใช้ศาสตร์ NLP หรือ Neuro-linguistic programming เพื่อให้ผู้เข้ารับการบำบัดเข้าใจว่าสิ่งเร้าต่างๆ รอบตัวเขาส่งผลต่อสมองและทำให้เขาอยากดื่มอย่างไร กระบวนการง่ายๆ ที่ผมเคยทำคือหยิบขวดเบียร์ออกมาให้เขาเห็น บรรยายว่าตอนนี้ในมือของผมคือขวดเบียร์ ขวดเบียร์นี้เพิ่งหยิบออกมาจากตู้เย็น เย็นฉ่ำมาก เมื่อผมเปิดขวดเบียร์ออกมา ฟองเริ่มไหล แล้วผมก็เทเบียร์ใส่แก้ว เสร็จแล้วผมถามว่าเขารู้สึกอย่างไร เขาตอบว่าคุณหมอครับ อยากดื่มแล้วครับ</p>
<p>ดังนั้นอะไรก็ตามที่คุณเคยเห็น เคยรับรู้ เคยสัมผัส มันคือสิ่งที่ประทับอยู่ในสมองคุณ ศาสตร์ NLP ช่วยอธิบายว่าทำไมคนที่อยากเลิกเหล้าต้องไม่เห็นขวดเหล้า ร้านเหล้า หรือเพื่อน เพราะมันทำให้นึกถึงเหล้า แล้วก็กลับไปดื่มต่อ</p>
<p>นอกจากนี้ผมยังใช้จิตบำบัดแนวซาเทียร์ (Satir Transformational Systemic Therapy) ช่วยให้เขาเข้าใจว่าการที่คุณดื่มเหล้าอยู่ตอนนี้ไม่ได้เกิดจากปัญหาในตอนนี้เท่านั้น แต่บางครั้งเป็นผลกระทบมาจากเรื่องในอดีตด้วย เช่น คนในครอบครัวบอกว่าเขาไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต ล้มเหลวในชีวิตซ้ำๆ จนกลายเป็นความรู้สึกตอกย้ำ เครียด ไม่เชื่อมั่นในตัวเองและจบลงที่การดื่มเหล้า หน้าที่เราคือการทำให้เขาเข้าใจในสิ่งที่เขาเป็น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ไม่ว่าศาสตร์ด้านไหนก็ฟังดูเหมือนจะมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือการทำให้ผู้เข้ารับการบำบัดเข้าใจตัวเอง </strong></h4>
<p>ถูกต้อง และเมื่อเขาเข้าใจตัวเองแล้ว เราต้องช่วยทำให้เขารู้ว่าเป้าหมายของเขาคืออะไรด้วย โดยผ่านวิธีการที่เรียกว่า  motivation  interviewing หรือการคุยเพื่อสร้างแรงจูงใจ</p>
<p>เราจะถามว่าลึกๆ แล้วที่คุณอยากเลิกเหล้าเพราะคุณอยากให้อะไรเปลี่ยนไปจากเดิม สิ่งที่คุณต้องการคืออะไร ทำให้เขาเห็นและพูดในสิ่งที่เขาตั้งใจจะทำ สมมติถ้าเขาเล่าว่าอยากเลิกเหล้าเพื่อลูก อยากทำให้ลูกรับรู้ว่าตัวเองเป็นคุณพ่อที่มีความตั้งใจ ผมจะช่วยสะท้อนกลับไปว่าคุณเลิกเหล้าเพราะอยากเป็นพ่อที่ดี อยากเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก อยากให้ลูกมองว่าคุณเป็นพ่อที่ประสบความสำเร็จในชีวิต</p>
<p>หรือถ้าเขาเล่าว่า ถ้าเลิกเหล้าได้ ภรรยาจะไม่ทิ้งเขาไป ผมก็จะไม่แปลความว่าเพราะคุณกลัวถูกภรรยาทิ้งเลยอยากจะเปลี่ยน แต่จะบอกว่าคุณอยากเปลี่ยนเพราะต้องการครอบครัวที่อบอุ่น อยากให้มีคนรักมากขึ้น อยากมีคนให้กำลังใจมากขึ้น เขาจะรู้สึกว่าใช่</p>
<p>หน้าที่ของเราคือฟัง ใช้คำถาม และสะท้อนสิ่งที่เขาพูดให้เขาได้ยิน เพื่อทำให้เขาอยากไปถึงเป้าหมาย และการที่เขาตั้งเป้าหมายจะทำให้เขารู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะเปลี่ยน มีปัญหาอะไรที่ทำให้เขาเปลี่ยนไม่ได้ และจะแก้มันอย่างไร ซึ่งเราจะช่วยกันลดอุปสรรคตรงนั้นด้วย</p>
<p>ถ้าเราเสนอทางเลือกต่างๆ โดยไม่รู้เป้าหมายหรืออุปสรรคของเขา จะทำให้ช่วยเหลือเขาไม่สำเร็จ ฉะนั้น เราต้องรู้เป้าหมายของผู้เข้ารับการบำบัดเพื่อรู้วิธีว่าจะร่วมเดินไปกับเขาอย่างไร หน้าที่ของนักจิตวิทยาไม่ใช่การเดินนำหน้า แต่เป็นการเดินไปกับเขา ทำให้เขารู้ว่าตนเองมีศักยภาพ และไม่ได้กำลังเดินอยู่คนเดียว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เรายังอยู่กับเขา เมื่อทำแบบนี้แล้วทุกคนจะรู้สึกว่าสามารถเลิกได้ง่ายขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1224" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-5.png" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-5.png 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-5-300x200.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-5-768x512.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-5-1024x683.png 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>การที่ผู้เข้ารับการบำบัดได้พูดเป้าหมายของตัวเองออกมา ต่างจากการคิดแต่ไม่พูดอย่างไร</strong></h4>
<p>ต่างกันมาก เวลาเขาพูดจะรู้สึกเหมือนให้คำสัญญากับตัวเอง จะรู้ตัวว่าอะไรคือสิ่งที่เขาอยากได้ ในทางจิตวิทยามีทฤษฎีที่เรียกว่า Self Perception Theory หรือทฤษฎีการรับรู้ตนเอง เมื่อเราได้ยินสิ่งที่เราพูด เราจะรับรู้ถึงตัวตนที่เราอยากเป็น และอยากจะพัฒนาตัวเองมากขึ้น</p>
<p>อีกเรื่องคือเมื่อพูดออกมาแล้ว มีคนรับฟัง ผมเองก็ช่วยสะท้อนให้เขาได้ยินว่าคุณได้พยายามมาตลอด ผมรับรู้ถึงความตั้งใจของคุณ และคุณสามารถทำได้แน่นอน เพราะคุณยังไม่หยุดพยายาม เขาจะรับรู้ว่ามีคนเห็นคุณค่าของเขา ทำให้เขาอยากทำต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>การบำบัดของนักจิตวิทยามักเน้นการพูดคุยเป็นหลัก ถ้าผู้เข้ารับการบำบัดไม่ยอมเปิดใจพูด เราจะมีวิธีทำอย่างไรให้คนเปิดใจ</strong></h4>
<p>ส่วนใหญ่เราใช้วิธีสร้างความสัมพันธ์ ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ให้ช่วยเหลืออย่างไร เราจะไม่ถามเรื่องที่เป็นปัญหาเพราะเรารู้ว่าเป็นเรื่องอ่อนไหวและฟังดูเป็นความสงสัยใคร่รู้มากกว่าความใส่ใจ  เช่น เวลาเขาบอกว่าผมอยากจะเลิกเหล้า แล้วเราถามย้อนกลับไปว่าคุณมีปัญหาอะไร คุยแต่เรื่องที่เป็นปัญหาจะยิ่งทำให้เขาเครียด รู้สึกหดหู่ และไม่อยากคุยกับเรา เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าตัวเองมีปัญหา แต่เพราะมีปัญหาไงถึงได้มา</p>
<p>ตอนที่เขามาหาเราหมายความว่ามันถึงวิกฤตสำหรับเขาแล้ว ดังนั้นเขาจึงมาด้วยความหวัง ต้องการพลังใจและคนที่ไม่ซ้ำเติมเขา เราจึงไม่คุยเรื่องปัญหา แต่จะคุยเรื่องผลกระทบ ชี้ให้เขาเห็นว่าถ้าวันนี้ไม่เปลี่ยน ไม่ทำอะไรสักอย่าง มันจะเกิดอะไรขึ้น อีกสองสามปีจะเกิดอะไรขึ้น จากนั้นให้เขาตัดสินใจและตั้งเป้าหมายของตัวเอง</p>
<p>ถ้าเป็นการพบกันต่อหน้า ผมจะใช้การสบตา ภาษากาย บอกให้เขารู้ว่าผมเข้าใจ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผมเคยมีประสบการณ์มาก่อน แต่ถ้าเป็นการโทรเข้ามาที่สายด่วนเลิกเหล้า 1413 คำถามที่เราจะถามคือ โทรติดยากไหม คงต้องรอสายนานเพราะบริการสายให้คำปรึกษาของเรามีน้อย วันนี้ที่โทรเข้ามามีอะไรให้เราช่วยเหลือหรือเปล่า</p>
<p>คนอาจจะถามว่าง่ายแค่นี้เองเหรอ ใช่ครับ คนที่โทรเข้ามามีน้อยคนที่ไม่อยากพูดเรื่องราวของตัวเอง ต่อให้เขาโทรมาแล้วขอแค่วิธีการแบบไวๆ เราก็จะให้ข้อมูล แล้วสร้างความสัมพันธ์ผ่านคำถามที่ย้อนกลับไปสู่เรื่องราวของตัวเขา เช่น ตอนที่โทรเข้ามาคุณรู้สึกอย่างไร เหนื่อยไหม ที่คุณโทรเข้ามาเพราะมีเรื่องราวที่คุณต้องตัดสินใจเยอะเลยใช่ไหม เราย้อนถามถึงสิ่งที่อยู่ในใจของเขาเพื่อทำความรู้จักกับเขา ดูว่ามีอะไรที่เราสามารถให้เขาได้มากกว่าวิธีบำบัดอีก ถามถึงความตั้งใจที่ทำให้อยากจะโทรเข้ามา สาเหตุที่อยากจะเลิกเหล้าเพราะอะไร แล้วเดี๋ยวเขาจะพูดได้เยอะเลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ความท้าทายของการให้คำปรึกษาผ่านทางโทรศัพท์คืออะไร </strong></h4>
<p>การที่เราฟังผ่านทางโทรศัพท์ ทำให้ได้ยินแต่น้ำเสียง เราแทบไม่เห็นอะไรของเขาเลย ดังนั้นเราต้องตั้งคำถามให้ชัดเจน เช่น เป้าหมายของคุณคืออะไร คุณอยากให้อะไรเปลี่ยนไปจากเดิม ก่อนหน้านี้คุณทำอะไรสำเร็จบ้างและทำอย่างไร ต้องสังเกตน้ำเสียงของเขาว่ามีความตั้งใจ ความเครียด หรือความวิตกกังวลอย่างไร แล้วเราจำเป็นต้องทำให้เขาเชื่อมโยงตนเองเข้ากับประสบการณ์ดีๆ ให้เขามีกำลังใจ เพราะคนเหล่านี้ไม่ค่อยนึกถึงเรื่องดีๆ ในชีวิตประจำวัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ข้อดีของบริการให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์เมื่อเทียบกับการเข้าพบแพทย์โดยตรงคืออะไร </strong></h4>
<p>สำหรับคนกินเหล้ามักมีภาพจำอย่างหนึ่ง คือ การไปหาหมอเท่ากับว่าตัวเองกำลังป่วยหรือเป็นโรคจิต และการบอกว่าตัวเราป่วยเป็นเรื่องที่แย่มาก สูญเสียความมั่นใจ (self-confident) แต่ถ้าเป็นการยกหูโทรศัพท์มันง่ายกว่ามาก เขาจะรู้สึกแค่มาถามคำถามเฉยๆ เราเองก็พยายามทำให้กระบวนการต่างๆ ง่าย คุยเสร็จอยากนัดเจอนักจิตวิทยา อยากเจอหมอ ขอแค่บอก เราจะช่วยตอบสนองให้ ไม่เหมือนการพบแพทย์ในโรงพยาบาลที่มีขั้นตอนมากมาย</p>
<p>แต่เราไม่ได้บอกว่าให้เขาเข้ามาที่โรงพยาบาลเลย ถ้าคุณไม่พร้อมไม่จำเป็นต้องมาหาหมอก็ได้ แค่ทำให้เขารู้ว่าจุดที่เขายืนอยู่เป็นแบบไหน และคุยถึงทางเลือกที่เขาอยากได้ ทั้งวิธีการเลิกเหล้าแบบไม่พบแพทย์ เลิกด้วยตัวเองแบบปลอดภัย ถ้าถามเรื่องสถานบำบัดเราก็ให้ข้อมูลไป ตอบสนองความต้องการทุกอย่าง และที่สำคัญคือมีการติดตามผล</p>
<p>สายด่วน 1413 ไม่ใช่ Hotline แต่เป็น Helpline ที่คุณจะโทรมาตอนไหนก็ได้ เราจะชื่อไว้ทุกเคสและโทรติดตาม เพราะเราพบว่าวงจรของคนส่วนใหญ่มักเริ่มต้นจากมีความตั้งใจในช่วงแรก พอลงมือทำได้สักพัก ก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม เปลี่ยนไม่ได้แล้วรู้สึกท้อแท้สิ้นหวัง หน้าที่ของเราคือช่วยตัดวงจรนี้ คุณโทรมา 1 ครั้ง 1 สัปดาห์ผ่านไปเราโทรหาคุณ จากนั้น 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือนโทรหา ช่วยดูแลคุณไปจนกระทั่งครบปี</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ถ้าการไปพบแพทย์ทำให้เขารู้สึกแย่ว่าตัวเองกำลังป่วย งั้นนักบำบัดต้องพยายามทำให้คนที่เข้ารับการบำบัดรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เจ็บป่วยอยู่หรือเปล่า</strong></h4>
<p>ไม่ครับ เราทำให้เขารู้ว่าเขากำลังเป็นอะไร แต่แค่ไม่ไปตัดสินเขาว่าคุณติดเหล้าแล้ว เราจะเริ่มถามเขาก่อนว่าอยากรู้ไหมว่าอาการที่เป็นอยู่คืออะไร แล้วใช้คำถามแบบคัดกรองผู้ติดสุราง่ายๆ อย่างเช่น  ปัจจุบันนี้คุณต้องเพิ่มปริมาณการดื่มเพื่อให้ตัวเองเมาไหม 1-2 แก้วไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว เคยเป็นไหมที่ตั้งใจจะหยุดดื่ม 2- 3วันแล้วมีอาการหงุดหงิด มือสั่น คลื่นไส้อาเจียน แล้วเคยไหมที่ตั้งใจว่าจะดื่มแค่แก้วสองแก้วแต่ติดลม เคยไหมที่ตั้งใจจะลด ละ เลิก แต่ไม่สำเร็จ ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่ดีแต่ก็ยังดื่ม มีบ้างไหมที่คนในครอบครัวหรือเจ้านายเคยบอกให้เราเลิก</p>
<p>ถ้าตอบว่าใช่ อย่างน้อยแค่ 3 ข้อก็เรียกว่าติดเหล้านะครับ คุณคิดว่าอย่างไรครับ เขาก็ว่าอ๋อ คงใช่ครับ นั่นล่ะครับ เราไม่ได้ตัดสินเขา แต่ทำให้เขาสามารถรู้ได้ด้วยตัวเอง พอเราอยากให้เขารู้ด้วยความเป็นห่วงจริงๆ เขาจะมีความรู้สึกอยากเลิกขึ้นมาเอง จากนั้นเราค่อยประเมินต่อว่าเคยหยุดดื่มได้นานที่สุดเท่าไร ถ้าเขาตอบว่า 3-4 เดือนก็ไม่จำเป็นต้องไปหาหมอ แค่ถามว่าถ้าเขาเคยทำได้ จะกลับไปทำแบบนั้นอีกได้ไหม อาจจะต้องทนอาการทรมานสัก 3-4 วัน คุณทนได้ไหม ถ้าไม่ได้เรามีตัวช่วยให้ แล้วเราก็เริ่มเข้าสู่กระบวนการจูงใจให้พบแพทย์ บอกรายละเอียดให้เขา จนหาทางออกที่เหมาะกับเขาได้</p>
<p><strong> </strong></p>
<h4><strong>ดูเหมือนคนที่เข้ามาขอคำปรึกษาจะเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นในการเลิกเหล้าเป็นทุนเดิม แล้วถ้าเขาไม่มีความมุ่งมั่นจะเลิก เราควรช่วยผลักดันเขาอย่างไร  </strong></h4>
<p>จากประสบการณ์ของผม น้อยมากที่จะเจอคนที่ไม่มีความตั้งใจ หลายคนบอกว่าลองทำมาทุกอย่างแล้ว แม้กระทั่งไปหาหมอ เวลาเราย้อนถามคนที่มาปรึกษาว่าคุณเคยลองเลิกมากี่ครั้ง คำตอบที่ได้คือมากกว่า 10 ครั้ง ฉะนั้นผมกล้าพูดได้เลยว่าไม่มีมนุษย์คนไหนที่ไม่พยายามช่วยเหลือตนเอง แล้วไม่มีมนุษย์คนไหนอยากให้คนอื่นช่วยเหลือถ้าไม่จำเป็นจริงๆ คนติดเหล้าก็เช่นกัน ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงจริงๆ ก็จะไม่ร้องขอ แต่เพราะส่วนใหญ่ล้มเหลวมาหลายรอบ การที่เขามาหาเราหมายความว่ามันถึงวิกฤตแล้ว เขามาด้วยความหวัง เชื่อว่าเราเป็นทางออก ต้องการพลังใจจากคนที่ไม่ซ้ำเติมเขา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1220" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-1.png" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-1.png 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-1-300x200.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-1-768x512.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-1-1024x683.png 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>เหตุผลส่วนใหญ่ที่ทำให้คนอยากเลิกเหล้าคืออะไร</strong></h4>
<p>เหตุผลส่วนใหญ่ของคนอยากเลิกเหล้าคืออยากทำเพื่อสุขภาพ เพราะเริ่มเจ็บป่วยแล้ว ตกงาน ผมเคยเจอเคสหนึ่งเล่าว่าเขาเห็นโฆษณาของสสส.แล้วอยากเลิกมาหลายรอบ แต่กว่าจะได้ติดต่อมาหาเราก็ผ่านไปครึ่งปี เหตุผลคือสุขภาพเริ่มไม่ดีแล้ว เจ้านายเริ่มว่า ถ้าให้ผมเปรียบเทียบการดื่มเหล้าก็คงเหมือนยืนอยู่บนทรายดูด เวลาเราไปทะเล แล้วเจอทรายดูดถึงแค่ตาตุ่มก็ไม่รู้สึกว่าเป็นปัญหา มันก็เพลินดี สนุกดี มีความสุขดี แต่พอทรายดูดเริ่มไปถึงเอว เราเริ่มรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว ต้องตะโกนแหกปากให้คนช่วย</p>
<p>อีกเคสหนึ่งที่ผมเจอในโครงการอบรมคือมีผู้ชายคนหนึ่งมากับภรรยา ภรรยาบอกว่าถ้าครั้งนี้ไม่เปลี่ยนจะเลิกคบ ตัวเขาก็ยังไม่สลดนะ แต่พอได้ยินผู้เข้าร่วมอบรมอีกคนเล่าว่าเขาดื่มจนเป็นโรคตับระยะสุดท้าย ปรากฏผู้ชายคนนี้บอกว่าพี่ ผมขอบคุณมาก ผมไม่อยากเป็นแบบพี่ เขาไม่ได้กลัวเมียเลิก แต่กลัวโรคเลยตั้งใจจะเลิกดื่ม</p>
<p>บางคนที่เลิกเพื่อครอบครัวก็มี ส่วนใหญ่อยากทำเพื่อลูกเพราะอยากให้ลูกเคารพ หรือไม่ก็อยากทำเพื่อแม่เพราะแม่รักเรา มีผู้ชายคนหนึ่งมาหาผมพร้อมกับแม่ เคสนี้ดื่มจนท้องมาน ตาเหลืองแล้ว เขาบอกกับผมว่าเขาไม่กลัวตาย แต่ที่มาเพราะเขารักแม่ เขาเห็นแม่ทรมาน เจ็บปวดที่เขาเป็นแบบนี้ เขาจึงอยากบอกแม่ว่าเขาพยายามแล้ว และอยากให้แม่เข้าใจว่าเขาทรมานเหมือนกัน ตลอดเวลาหลายสิบปีที่ดื่มเหล้า ไม่มีสักวันที่เขาไม่อยากเลิก แต่เขาไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ไปทำไม เขาไม่มีอะไรให้ห่วงนอกจากแม่และไม่อยากให้แม่ต้องทุกข์ทรมานเพราะเขา</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>สำหรับเคสแบบนี้ นักบำบัดจะเข้าไปมีช่วยเหลืออย่างไร </strong></h4>
<p>สิ่งที่ผมทำคือเปิดโอกาสให้เขาพูดคุยกัน และช่วยแปลงความหมายที่เขาต้องการจะสื่อออกมา ต้องเข้าใจก่อนว่าหลายครั้งเวลาคนเราพูด เราไม่ได้พูดจากใจ แต่พูดด้วยอารมณ์และมักจะตัดสินจากสิ่งที่เห็น ยกตัวอย่างเวลาแม่เห็นลูกเมา แม่จะตัดสินว่าลูกไม่ได้เรื่องและตำหนิ เมื่อลูกอยากจะอธิบายก็อธิบายไปด้วยอารมณ์ เพราะฉะนั้นต่างฝ่ายต่างจะไม่รับรู้ถึงความหมายลึกๆ ที่พวกเขาต้องการจะสื่อจริงๆ หน้าที่ของผมจึงเป็นการช่วยแปลงมันออกมาให้เข้าใจตรงกันทั้งสองฝ่าย</p>
<p>เคสนั้นเมื่อเขาพูดกับแม่ได้ แม่เขาก็บอกว่าเข้าใจ และรับรู้ว่าลูกตั้งใจที่จะเปลี่ยน ไม่ซ้ำเติมเขา ทำให้เขาตัดสินใจไปหาหมอเพื่อรักษา บอกว่าผมจะเปลี่ยนเพราะผมอยากมีชีวิต อยากทำให้แม่ภูมิใจได้สักครั้ง</p>
<p>จริงๆ ผมคิดว่าทุกคนหวังดีต่อกัน แต่ปัญหาคือวิธีการแสดงออกอาจจะไม่เหมาะสมหรือไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ต้องการสื่อเท่านั้นเอง</p>
<p><strong> </strong></p>
<h4><strong>คุณคิดว่าอุปสรรคในการบำบัดคนติดเหล้ามีอะไรบ้าง  </strong></h4>
<p>บางทีวิธีการที่เรานำเสนอไปก็ไม่ได้ผล เพราะเขายังไม่พร้อมที่จะทำ อาจจะมีปัญหาทั้งเรื่องเวลา เรื่องงาน ไม่มีเงิน ซึ่งผมก็บอกว่าไม่เป็นไร สะดวกเมื่อไรก็มา ทางโทรศัพท์เอง ถ้ายังไม่พร้อมปรึกษา ต้องการให้เราโทรกลับคราวหลัง เราก็มีบริการโทรกลับเช่นกัน</p>
<p>ผมยอมรับว่าคนทำงานสายด่วนเลิกเหล้าต้องทำงานหนักมาก เพราะคนหนึ่งคนต้องคุยกับคนไข้หนึ่งเคสไม่ต่ำกว่า 20 นาที ในวันหนึ่งต้องคุยเกือบ 10-20 คน ผมเลยจัดโครงการอบรมเลิกเหล้าขึ้นด้วย ให้คนเข้ามาฟังและทำกระบวนการบำบัดโดยตรง ถึงจะเป็นห้องเล็กๆ รับคนได้น้อย แต่ผมก็อยากสนับสนุนคนในทีม เพราะงานสายนี้ไม่ได้ทำเพื่อเงินเป็นหลัก ทุกคนต่างมาทำงานด้วยความหวังและพลังใจที่อยากช่วยเหลือคนอื่นๆ</p>
<p><strong> </strong></p>
<h4><strong>นอกจากความไม่พร้อม ยังมีอุปสรรคอะไรอีกที่คนอยากเลิกเหล้าต้องเผชิญจนทำให้เลิกได้ยาก</strong></h4>
<p>ความยากมีอยู่สองเรื่อง เรื่องแรกคือการต้องอดทนต่อความทรมานเวลาหยุดดื่ม คนเลิกดื่มเหล้าทุกคนจะมีอาการที่เรียกว่าถอนเหล้า คือ อาเจียน เหนื่อยเพลีย กินน้ำเยอะ และอาจมีโรคกระเพาะตามมา เราจะเตือนเขาว่าการเลิกเหล้าต้องเจออาการอะไรบ้าง ต้องหาทางจัดการกับมันอย่างไร ถ้าเป็นคนที่เคยลองเลิกมาก่อนแล้ว เราจะทวนให้เขาเตรียมใจว่าจะเจอกับอาการเหล่านั้นอีก ชักชวนให้เขาพูดวิธีที่จะจัดการกับตัวเองให้ฟัง ทำให้เขารู้ว่าเขามีศักยภาพที่จะอดทนต่อมัน</p>
<p>ความยากเรื่องที่สองคือการที่เขาต้องเจอกับสภาพแวดล้อมแบบเดิมๆ ที่กระตุ้นให้เขาอยากดื่ม เช่น สภาพแวดล้อมที่ทำให้เขาเกิดความเครียด ผมก็พยายามช่วยให้เขารู้ถึงสาเหตุจะได้ไปแก้ที่ต้นตอ และแนะนำว่าให้หาความสุขในแบบอื่น อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่การกลับไปดื่มเหล้า อาจจะเป็นเรื่องการดูแลตัวเองง่ายๆ อย่างเหนื่อยก็นอน หิวก็กิน หาความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันบ่อยๆ</p>
<p>บางคนก็บอกว่ากลับไปดื่มเพราะเพื่อน เพื่อนมักจะชวนดื่มจนทำให้เลิกไม่ได้ ดังนั้น สำหรับคนที่จะเลิกดื่ม ผมบอกเสมอว่าต้องไม่กลับไปเจอเหล้าอีก และพยายามให้เขาคิดวิธีปฏิเสธเวลาถูกชักชวน</p>
<p>คนติดสุราหลายคนเชื่อว่าเมื่อมาบำบัดจนหาย จะสามารถกลับไปดื่มได้โดยไม่ติดอีก ซึ่งผมต้องบอกว่ามันไม่ได้ เพราะคุณเคยมีประสบการณ์และคุณไม่สามารถลืมได้ การเลิกเหล้าจึงจำเป็นต้องอาศัยวินัยของตัวเอง คุณอาจจะรู้สึกอึดอัด ต้องทำสิ่งที่ไม่ชอบ ไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่คุณต้องเปลี่ยน เพราะคุณเองก็รู้ว่าถ้าไม่เปลี่ยนจะเกิดอะไรขึ้น ผมแนะนำว่าเมื่อมีวินัยแล้ว อย่าลืมให้รางวัลกับตัวเองด้วย มิฉะนั้นสุดท้ายคุณจะเกิดความเบื่อ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>อยากให้คุณช่วยเล่าประสบการณ์ในฐานะคนที่เคยติดเหล้าว่าคิดอย่างไรและเลิกได้อย่างไร</strong></h4>
<p>ผมเริ่มดื่มเหล้าตั้งแต่อายุ 13 จนถึงอายุ 18 ไปกินทุกวันศุกร์กับเพื่อนๆ เราไม่เคยคิดว่าเหล้าเป็นปัญหาเลย เพราะเวลาดื่มมันผ่อนคลาย มันได้เพื่อน ได้มิตรภาพ ทำให้เรารู้สึกดี แต่การดื่มตั้งแต่อายุยังน้อยมีผลกระทบต่อสมอง เพราะสุราเป็นสารกดประสาท ส่งผลต่อการเติบโตของเซลล์สมอง นี่จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งว่าทำไมคนถึงพยายามไม่ให้เด็กกินเหล้า ผมก็รู้ตัวว่าความจำไม่ดีเพราะเหล้า บางทีดื่มมาจนแฮงค์ ก็เรียนหนังสือไม่ได้</p>
<p>หลายคนมักบอกว่าผมหน้าตาดี แต่เรียนหนังสือแย่ นานไปผมก็คิดว่าแค่หน้าตาดีมันทำอะไรไม่ได้ ถ้าเรามีครอบครัว เราก็เลี้ยงดูใครไม่ได้เพราะเรียนหนังสือไม่เก่ง สมองไม่ดี จึงอยากจะเลิก</p>
<p>แต่ผมยอมรับว่ามันเลิกยาก เพราะมีเพื่อนกินเหล้า ถ้าเราไม่กินก็โดนล้อ กลัวเพื่อนไม่ยอมรับ เรารู้ตัวว่าติดเหล้าเพราะความภาคภูมิใจในตัวเองต่ำ คิดว่าถ้าเราไม่มีอะไรดี อย่างน้อยเราก็ยังมีเพื่อน ขณะเดียวกัน ผมก็รู้ว่าเพื่อนไม่ได้ช่วยทำให้เรารวยหรือเก่งขึ้น</p>
<p>ดังนั้นกว่าผมจะเลิกเหล้าได้คือตอนที่จบม.6 ได้ออกมาจากสภาพแวดล้อมเดิม ต่อให้คุณไม่สามารถเปลี่ยนเพื่อนได้ แต่คุณเลือกคบเพื่อนได้ อย่างที่ผมพาตัวเองไปเจอคนดีๆ ไปเจอนักจิตวิทยาเก่งๆ หาความรู้ ความช่วยเหลือเพื่อเลิกเหล้า</p>
<p>แน่นอนว่าตอนเลิกเหล้าใหม่ๆ ก็เจออาการมือสั่น ตื่นมาทุกเช้ารู้สึกทรมานมาก แต่ผมใช้แรงใจอดทนต่อความอยากดื่มเพราะอยากเปลี่ยนตัวเอง และรู้ว่ามีทางอื่นที่ช่วยให้หายทรมาน พักผ่อนก็หาย กินวิตามิน ดื่มน้ำหวานก็หาย สุดท้ายก็เลิกเหล้าได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1222" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-3.png" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-3.png 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-3-300x200.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-3-768x512.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-3-1024x683.png 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong> ในมุมของคนที่มีพ่อเป็นผู้ติดสุรา คุณมองคุณพ่อเป็นอย่างไร และช่วยเหลือให้เขาเลิกเหล้าอย่างไร </strong></h4>
<p>คุณพ่อของผมเป็นคนขยันขันแข็งมาก เวลาผมมองคุณพ่อจะมองเห็นผู้ชายที่เท่มากคนหนึ่ง เพราะเขายากจนแต่ตั้งใจทำงานจนทำให้ลูกมีชีวิตดีได้ แต่ผมก็เห็นคุณพ่อดื่มเหล้าเมาแล้วอาละวาดมาตลอด และรู้สึกไม่ชอบ จนกระทั่งผมเริ่มเปิดใจที่จะทำความเข้าใจเขา จึงรู้ว่าเขาดื่มเพราะมีความเครียด ถามว่าผิดไหมที่เขาเป็นคนเครียด ผิดไหมที่คาดหวังกับลูก คาดหวังกับชีวิต มันไม่ผิดเลย ถ้าเขารู้ว่ามีทางเลือกอื่นนอกจากการดื่มเหล้า เขาก็คงไม่ดื่ม ถ้ามีคนช่วยเตือน มีคนที่เข้าใจ เขาก็คงไม่เป็นแบบนี้</p>
<p>เพราะฉะนั้นแม้ว่าคุณพ่อจะยังดื่มเหล้าอยู่ แต่ผมก็พยายามเข้าใจเขา ผมเชื่อว่าหัวใจหลักของการช่วยเหลือเขาเริ่มจากมีความสัมพันธ์ที่ดี ดังนั้นทุกครั้งที่คุณพ่อกลับบ้าน ผมจะเป็นคนหนึ่งที่นั่งฟังเขา ช่วยเยียวยาเขา เราไม่จำเป็นต้องเป็นนักจิตวิทยาก็ได้ แต่เป็นลูก เป็นคนที่เขารู้สึกว่ามีพื้นที่ที่สามารถระบายความในใจ อยู่กับเขาก็พอ</p>
<p>จุดเปลี่ยนอยู่ที่ตอนคุณพ่ออายุ 70 วันหนึ่งแม่ผมบอกว่าพ่อล้มเพราะเมา ไม่มีใครดูแล แม่เองก็ไม่อยากดูแล ผมกลับไปถึงบ้านเจอพ่อเป็นแผลเลือดออก ก็พาไปหาหมอ ช่วยดูแลร่างกาย ถามพ่อว่าเกิดอะไรขึ้น ล้มเพราะอะไร พอคุณพ่อตอบ ผมก็ถามต่อว่าแล้วรู้ไหมทำไมทุกคนไม่มาดูแลพ่อ พ่อบอกว่าพ่อไม่รู้ ผมเลยเปิดคลิปวิดีโอที่เคยอัดไว้ตอนคุณพ่อเมาให้เขาดู เขาดูจบก็บอกว่ารู้สึกแย่ ละอายใจ เขาจำไม่ได้ว่าทำอะไรตอนเมาเพราะคนดื่มเหล้าจะมีภาวะ Black-Outs Drunk หรือเมาจนภาพตัด สมองเสื่อมชั่วขณะทำให้จำอะไรไม่ได้</p>
<p>พอผมถามพ่อต่อว่าจะเอาอย่างไร พ่อก็บอกว่าเขาจะเลิก เดิมทีพ่อผมก็ไม่ได้ดื่มเหล้าทุกวัน และเขาเป็นคนนิยมความสมบูรณ์แบบ (Perfectionist) พอเขารู้ว่าตัวเองเป็นคนไม่ดี เขาก็อยากจะเปลี่ยน ผมช่วยให้เขาไปพบจิตแพทย์ ให้ยาตามอาการ หลังๆ เขาก็เลิกได้เอง จากอายุ 70 พ่ออยู่กับผมจนถึงอายุ 83 ปีถึงเสีย ตลอด 13 ปีที่เหลือ เขาไม่เคยกลับไปดื่มเหล้าอีกเลย</p>
<p>โดยรวมแล้ว วิธีการของผมคือให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ก่อนการแก้ไขปัญหา เพราะถ้าความสัมพันธ์ดี ทำให้คนมีความต้องการอยากเปลี่ยน และจะเปลี่ยนได้ ผมเชื่อว่าคนจะเลิกเหล้าต้องมีความตั้งใจและมีคนคอยช่วยเหลือ ให้กำลังใจ อย่างผมเองก็ชมคุณพ่อมาตลอดตั้งแต่ตอนเปิดใจคุยครั้งแรกว่าสำหรับผม พ่อคือฮีโร่ พ่อคือคนที่ผมอยากเป็นมากที่สุด ก่อนหน้านี้ที่ผมเกลียดคุณพ่อ ลึกๆ เป็นเพราะผมรักเขา ในทางจิตวิทยา ถ้าเราเกลียดใครในครอบครัว เพราะเดิมเราเคยรักเขามาก่อน เคยให้ความสำคัญกับเขา เราอยากให้เขาเห็นความสำคัญของเรา แต่เขาไม่เคยทำ จนทำให้เราอยากตัดขาดความสัมพันธ์ คุณพ่อของผมก็มักจะบอกว่าผมไม่ได้เรื่อง แต่สุดท้ายผมได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าได้เรื่องสำหรับเขา ทำให้เขายอมรับและภูมิใจได้ เราทุกคนก็มีความสุข</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ญาติของผู้ติดสุราที่เข้ามาขอคำปรึกษาจากคุณ เขามักจะมีมุมมองต่อผู้ติดสุราอย่างไร</strong></h4>
<p>ส่วนใหญ่เขาจะรู้สึกอยากช่วย แต่พอช่วยไม่สำเร็จจะเริ่มรู้สึกเหนื่อย เบื่อ สุดท้ายก็ปล่อย ยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่าภรรยาที่มีสามีดื่มเหล้า ระยะแรกเขาจะพยายามห้าม ถ้าสามีเมา อาเจียน ภรรยาก็อดทนดูแล ปรนนิบัติอย่างดี ซึ่งสามีไม่รู้หรอกว่าภรรยาดูแลอย่างไรเพราะเมาจนภาพตัด ฝ่ายภรรยาเองได้แต่เหนื่อย ระยะที่สองภรรยาจะพยายามปกป้องสามี ไม่ให้ออกจากบ้านไปดื่มเหล้า แต่คนที่ติดเหล้าอย่างไรก็หาวิธีไปจนได้ นานวันเข้า ภรรยาเห็นว่าดูแลก็แล้ว ห้ามก็แล้ว ไม่ได้ผล สุดท้ายก็ปล่อย ไม่สนใจ ไม่ดูแล อยากกินก็กินไป</p>
<p>แต่หลายคนก็เครียดเพราะคนในครอบครัวเลิกเหล้าไม่ได้ ผมทดสอบญาติที่มาร่วมการอบรมแล้วพบว่าหลายคนเป็นโรคเครียด โรคซึมเศร้า หรือมีอาการอยากฆ่าตัวตายด้วยซ้ำ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>คุณให้คำปรึกษาหรือบำบัดญาติผู้ติดสุราที่รู้สึกเหนื่อยหรือมีอาการซึมเศร้าอย่างไร</strong></h4>
<p>เราถามเขาว่าเหนื่อยใช่ไหม ทรมานใช่ไหม พักผ่อนบ้างหรือยัง ญาติส่วนมากเชื่อว่าถ้าคนในบ้านเลิกดื่มเหล้า เขาจะหายเครียด เราต้องทำให้เข้าใจว่าการเลิกเหล้ามีความยากอย่างไร ต้องใช้เวลาค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่แค่กินยา มาบำบัดแล้วก็จบ ไม่อย่างนั้นถ้าเขากลับไปดื่มเหล้าอีก ญาติจะเจอปัญหาเดิม จนสุดท้ายกลายเป็นโรคซึมเศร้า และถ้าญาติอยู่กับคนติดเหล้าจนป่วย ก็ต้องรู้ตัวว่าตัวเองป่วย ต้องมารักษา อย่ารีบร้อนทำอะไร</p>
<p>บางครั้งญาติที่มาเข้าร่วมโครงการอบรมของผมก็แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับญาติด้วยกัน หรือกระทั่งมานั่งฟังมุมมองจากผู้ดื่ม ญาติได้ฟังก็มีมุมมองต่อคนติดเหล้าเปลี่ยนไป ฝ่ายคนดื่มได้ยินว่าญาติรู้สึกทรมาน เป็นห่วงก็สะท้อนกลับมาที่ตัวเองและทำให้อยากเลิก เป็นการบำบัดช่วยเหลือกันและกันอย่างหนึ่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ถ้าญาติอยากช่วยเหลือคนติดสุราในบ้าน ควรเข้าใจหลักการหรือปฏิบัติตัวอย่างไรบ้างถึงจะดีต่อตัวผู้ดื่ม และไม่ทำให้ตัวเองเครียดเกินไป  </strong></h4>
<p>ข้อแรกญาติต้องเข้าใจเรื่องการติดเหล้า ว่าคนติดเหล้าไม่ได้ตั้งใจอยากจะติด แต่เลิกไม่ได้เพราะสมองเสพติดไปแล้ว ต่อมาคือต้องเข้าใจตัวเอง เป็นคนที่เห็นคุณค่าในตัวเอง ให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี เวลาคุยอย่าไปตัดสินคนติดเหล้า ให้ถามว่าเหนื่อยไหม ทรมานไหม ทำความเข้าใจว่าเขากำลังเป็นอย่างไร แล้วถามต่อไปว่าอยากให้ช่วยเหลืออย่างไร แนะนำตัวช่วย เสนอช่องทางให้เขา พาไปหาหมอด้วยกัน ทำอย่างนี้แล้วจะช่วยให้คนเลิกเหล้าได้สำเร็จ</p>
<p>อีกเรื่องหนึ่งคือต้องไม่คุย ไม่ทะเลาะกับคนเมา ต้องเข้าใจหลักของ Black-Outs Drunk ว่าความจำเสื่อมชั่วขณะ การดูแลตอนเขาเมาจนภาพตัดมันเหนื่อยฟรี ทะเลาะกันฟรีๆ ดังนั้นไม่ต้องพูดอะไร ไม่ต้องดูแล ปล่อยให้เขาเมา อาเจียน ตัวเหม็น แล้วตื่นมาเห็นสภาพของตัวเอง เขาจะรู้สึกว่าเราเป็นขนาดนี้เลยเหรอ เราเป็นอะไรไป ถึงไม่มีใครตำหนิแต่เขาจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าอาย</p>
<p>ถ้าที่ผ่านมาทุกคนไม่เคยปล่อยให้เขาเห็นสภาพของตัวเอง มัวแต่ปกป้องดูแล เขาจะไม่มีทางเปลี่ยน ฉะนั้น พ่อ แม่ ลูก ภรรยาต้องหยุดพฤติกรรมการเสริมแรงทางอ้อม หยุดปกป้องเขาไม่ให้เจอผลเลวร้ายจากการดื่ม ต้องปล่อยให้เขาเผชิญหน้าอย่างตรงไปตรงมา โดยที่เราไม่ต้องดุด่าเขา พอสร่างเมา เราแค่ถามเขาว่ารู้สึกอย่างไรกับตัวเอง หิวข้าวไหม ดูแลเขาเหมือนคนปกติ ทำความดีในตอนที่เขารับรู้ ไม่ใช่ตอนเมา ทำแบบนี้ญาติเองจะไม่เหนื่อย การช่วยเหลือคนติดเหล้าอย่าทำจนตัวเองไม่ไหว อย่าทำจนกลายเป็นการทรมานตัวเอง เราต้องหันกลับมาดูแลตัวเองด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1223" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-4.png" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-4.png 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-4-300x200.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-4-768x512.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-4-1024x683.png 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/thawatchai-1413/">บำบัดผู้ติดสุราผ่านสายตาคนเคยดื่ม: คุยกับ ‘ธวัชชัย กุศล’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1273</post-id>	</item>
		<item>
		<title>คู่มือ: การดูแลตนเองของผู้ติดสุราและสารเสพติด สำหรับการบำบัดดูแลทางโทรศัพท์</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/phone-addiction-treatment-for-alcoholics/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=phone-addiction-treatment-for-alcoholics</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Oct 2019 06:33:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ชุดเครื่องมือเลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ติดสุราเรื้อรัง]]></category>
		<category><![CDATA[การบำบัดดูแลทางโทรศัพท์]]></category>
		<category><![CDATA[คู่มือการดูแลตนเองสำหรับผู้ติดสุรา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=710</guid>

					<description><![CDATA[<p>Download &#62;&#62; 11.phonelink ดูแลตนเอง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/phone-addiction-treatment-for-alcoholics/">คู่มือ: การดูแลตนเองของผู้ติดสุราและสารเสพติด สำหรับการบำบัดดูแลทางโทรศัพท์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-712" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/04/Capture-2-211x300.png" alt="" width="299" height="425" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/04/Capture-2-211x300.png 211w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/04/Capture-2.png 506w" sizes="(max-width: 299px) 100vw, 299px" /></p>
<p>Download &gt;&gt; <a href="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/04/11.phonelink-ดูแลตนเอง.pdf">11.phonelink ดูแลตนเอง</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/phone-addiction-treatment-for-alcoholics/">คู่มือ: การดูแลตนเองของผู้ติดสุราและสารเสพติด สำหรับการบำบัดดูแลทางโทรศัพท์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">710</post-id>	</item>
		<item>
		<title>คู่มือการดูแลตัวเองเพื่อ ลด ละ เลิก สารเสพติด</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/self-help-guide-for-stopping-using-substance/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=self-help-guide-for-stopping-using-substance</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 10 Feb 2019 10:52:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ชุดเครื่องมือเลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ติดสุราเรื้อรัง]]></category>
		<category><![CDATA[การดูแลผู้ติดสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[คู่มือการดูแลตนเองสำหรับผู้ติดสุรา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=242</guid>

					<description><![CDATA[<p>สนับสนุนโดย: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข แผนงานการพัฒนาระบบการดูแลผู้มีปัญหาการดื่มสุรา (ผรส.) แผนงานวิชาการสารเสพติดชุมชน &#160;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/self-help-guide-for-stopping-using-substance/">คู่มือการดูแลตัวเองเพื่อ ลด ละ เลิก สารเสพติด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" class="wp-image-244" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/คู่มือการดูแลตัวเองเพื่อ-ลด-ละ-เลิกสารเสพติด-1.pdf" alt="" /></figure>



<div class="wp-block-file"><a href="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/คู่มือการดูแลตัวเองเพื่อ-ลด-ละ-เลิกสารเสพติด.pdf"><br /><br /><br /><br /></a><a class="wp-block-file__button" href="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/คู่มือการดูแลตัวเองเพื่อ-ลด-ละ-เลิกสารเสพติด.pdf" download="">Download</a></div>



<p>สนับสนุนโดย: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข แผนงานการพัฒนาระบบการดูแลผู้มีปัญหาการดื่มสุรา (ผรส.) แผนงานวิชาการสารเสพติดชุมชน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/self-help-guide-for-stopping-using-substance/">คู่มือการดูแลตัวเองเพื่อ ลด ละ เลิก สารเสพติด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">242</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
