<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>มาตรการควบคุมสุรา Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/มาตรการควบคุมสุรา/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:13:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>มาตรการควบคุมสุรา Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/มาตรการควบคุมสุรา/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>10 ยุทธศาสตร์การลดใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตรายจาก WHO ถึงรัฐบาลทั่วโลก</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/10-policy-to-reduce-harmful-alcohol/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=10-policy-to-reduce-harmful-alcohol</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Mar 2021 05:26:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[WHO]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการควบคุมสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[ยุทธศาสตร์แอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การอนามัยโลก]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3625</guid>

					<description><![CDATA[<p>เลิกเหล้าลำพังแล้วดันพังสมชื่อ คือสถานการณ์จริงที่อาจเกิดขึ้นกับใครหลายๆ คน ทว่าพวกเราเข้าใจเป็นอย่างดี เพราะการลด ละ เลิก แอลกอฮอล์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำสำเร็จด้วยตัวคนเดียว แต่ต้องอาศัยการ &#8216;ผลักดัน&#8217; จากหลายๆ ฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ดื่ม ในทุกๆ ปี มีคนกว่า 3 ล้านคนทั่วโลก ต้องเจอกับอันตรายที่เกิดขึ้นจากดื่มแอลกอฮอล์ แถมบางคนยังไม่ใช่ผู้ดื่มเองเสียด้วย ดังนั้น คงจะดีกว่าถ้าการติดแอลกอฮอล์จะไม่ถูกลดทอนให้เป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่มองไปถึงนโยบายหรือการวางระบบที่จะช่วยเหลือทุกๆ คนได้อย่างเท่าเทียม ‘การปรับปรุงผลลัพธ์ด้านสุขภาพ-สังคม สำหรับบุคคล ครอบครัวและชุมชน’ จึงเป็นยุทธศาสตร์ใหญ่ๆ ขององค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อลดความรุนแรงจากสถานการณ์ข้างต้น มีการคาดการณ์ว่ายุทธศาสตร์ดังกล่าวจะถูกผลักดันส่งเสริมไปยังระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค จนถึงระดับโลก Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า จึงขอชวนผู้อ่านสำรวจยุทธศาสตร์จาก WHO ถึงรัฐบาลทั่วโลกใน 10 ตัวเลือกนโยบายและการป้องกันระดับชาติ เพื่อบรรลุเป้าหมายการป้องกันและลดการใช้แอลกอฮอล์ให้ได้มากที่สุด  &#160; 1. ความเป็นผู้นำ ความตระหนักรู้ และพันธะ การปฏิบัติโดยยั่งยืนต้องการความเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง มีพื้นฐานของการตระหนักรู้ เจตจำนงทางการเมือง และพันธะ หรือการให้คำมั่นสัญญา พันธะควรแสดงออกอย่างเหมาะสมผ่านนโยบายระดับชาติ ซึ่งควรครอบคลุมและแยกส่วนที่จะต้องชี้แจง แบ่งความรับผิดชอบแก่ภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/10-policy-to-reduce-harmful-alcohol/">10 ยุทธศาสตร์การลดใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตรายจาก WHO ถึงรัฐบาลทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เลิกเหล้าลำพังแล้วดันพังสมชื่อ คือสถานการณ์จริงที่อาจเกิดขึ้นกับใครหลายๆ คน ทว่าพวกเราเข้าใจเป็นอย่างดี เพราะการลด ละ เลิก แอลกอฮอล์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำสำเร็จด้วยตัวคนเดียว แต่ต้องอาศัยการ &#8216;ผลักดัน&#8217; จากหลายๆ ฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ดื่ม</span></p>
<p>ในทุก<span style="font-weight: 400;">ๆ ปี มีคนกว่า 3 ล้านคนทั่วโลก ต้องเจอกับอันตรายที่เกิดขึ้นจากดื่มแอลกอฮอล์ แถมบางคนยังไม่ใช่ผู้ดื่มเองเสียด้วย ดังนั้น </span><span style="font-weight: 400;">คงจะดีกว่าถ้าการติดแอลกอฮอล์จะไม่ถูกลดทอนให้เป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่มองไปถึงนโยบายหรือการวางระบบที่จะช่วยเหลือทุกๆ คนได้อย่างเท่าเทียม </span><span style="font-weight: 400;">‘การปรับปรุงผลลัพธ์ด้านสุขภาพ-สังคม สำหรับบุคคล ครอบครัวและชุมชน’ จึงเป็นยุทธศาสตร์ใหญ่ๆ ขององค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อลดความรุนแรงจากสถานการณ์ข้างต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีการคาดการณ์ว่ายุทธศาสตร์ดังกล่าวจะถูกผลักดันส่งเสริมไปยังระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค จนถึงระดับโลก Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า จึงขอชวนผู้อ่านสำรวจยุทธศาสตร์จาก WHO ถึงรัฐบาลทั่วโลกใน 10 ตัวเลือกนโยบายและการป้องกันระดับชาติ เพื่อบรรลุเป้าหมายการป้องกันและลดการใช้แอลกอฮอล์ให้ได้มากที่สุด </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>1. ความเป็นผู้นำ ความตระหนักรู้ และพันธะ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การปฏิบัติโดยยั่งยืนต้องการความเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง มีพื้นฐานของการตระหนักรู้ เจตจำนงทางการเมือง และพันธะ หรือการให้คำมั่นสัญญา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พันธะควรแสดงออกอย่างเหมาะสมผ่านนโยบายระดับชาติ ซึ่งควรครอบคลุมและแยกส่วนที่จะต้องชี้แจง แบ่งความรับผิดชอบแก่ภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี นโยบายต้องตั้งอยู่บนหลักฐานที่มีอยู่ และปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในท้องที่ โดยมีวัตถุประสงค์ กลยุทธ์ เป้าหมายชัดเจน ที่สำคัญ นโยบายควรมาพร้อมกับแผนปฏิบัติการเฉพาะ และได้รับการสนับสนุนจากกลไกการดำเนินการ การประเมินผลที่มีประสิทธิผลยั่งยืน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าสิ่งสำคัญคือต้องให้ภาคประชาสังคมและผู้ประกอบการทางเศรษฐกิจอย่างธุรกิจต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; พัฒนา หรือเสริมสร้างยุทธศาสตร์ระดับชาติโดยรวมและระดับย่อยๆ รวมถึงทำแผนพัฒนาการและกิจกรรมเพื่อลดการใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; จัดตั้งหรือแต่งตั้ง สถาบันหรือหน่วยงานตามหลักความเหมาะสม เพื่อรับผิดชอบติดตามนโยบายยุทธศาสตร์และแผนระดับชาติ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ประสานยุทธศาสตร์กับหน่วยงานในภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สร้างความร่วมมือระหว่างรัฐบาลในระดับต่างๆ รวมถึงยุทธศาสตร์และแผนงานด้านสุขภาพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สร้างความมั่นใจในว่าประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลเป็นวงกว้าง ตลอดจนได้รับการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ สร้างความตระหนักรู้ของประชาชนในทุกระดับของสังคมเกี่ยวกับอันตรายที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่พบในประเทศ และความจำเป็นของการดำรงอยู่ของมาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สร้างความตระหนักถึงอันตรายต่อผู้อื่นและในกลุ่มเสี่ยงที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ เลี่ยงการตีตราและกีดกันการเลือกปฏิบัติต่อกลุ่มและบุคคลที่ได้รับผลกระทบ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>2. การตอบสนองของบริการสาธารณสุข</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">บริการด้านสุขภาพเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการจัดการอันตรายในระดับบุคคล หรือก็คือผู้ที่มีความผิด</span><span style="font-weight: 400;">ปกติจากการใช้แอลกอฮอล์และสภาวะสุขภาพอื่นๆ ที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ </span><span style="font-weight: 400;">บริการดังกล่าวจึงควรจัดเตรียมมาตรการป้องกันและการรักษาแก่บุคคล ครอบครัวที่เสี่ยงหรือได้รับผลกระทบจากความผิดปกติจากการใช้แอลกอฮอล์และภาวะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น บทบาทสำคัญอีกประการหนึ่งของบริการด้านสุขภาพและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ คือการแจ้งให้สังคมทราบเกี่ยวกับสุขภาพของประชาชน และผลกระทบทางสังคมจากการใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตราย รวมถึงสนับสนุนชุมชนให้ลดการใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตราย เสริมสร้างการตอบสนองของสังคมอย่างประสิทธิภาพ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อนึ่ง บริการด้านสุขภาพควรติดต่อ รวบรวม และมีส่วนร่วมกับผู้คนที่หลากหลาย นอกเหนือจากภาคส่วนสุขภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุมสำหรับด้านบริการสุขภาพที่แนะนำมีดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; เพิ่มขีดความสามารถของระบบสวัสดิการด้านสุขภาพและสังคม เพื่อบริการการป้องกัน การรักษาและการดูแลความผิดปกติที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ โรคที่เกิดจากแอลกอฮอล์ และสภาวะที่เป็นโรคร่วม รวมถึงมีการสนับสนุนและการรักษาสำหรับครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หรือกิจกรรมช่วยเหลือตนเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สนับสนุนการริเริ่มคัดกรองและการป้องกันสั้นๆ สำหรับการดื่มที่เป็นอันตรายในสถานพยาบาลปฐมภูมิและสถานที่อื่น ๆ การริเริ่มดังกล่าวควรรวมถึงการระบุและการจัดการการดื่มที่เป็นอันตรายในสตรีมีครรภ์และสตรีในวัยเจริญพันธุ์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ปรับปรุงขีดความสามารถในการป้องกัน การระบุและการแทรกแซง สำหรับบุคคลและครอบครัวที่เป็นโรคแอลกอฮอล์ตอนตั้งครรภ์และความผิดปกติที่เกี่ยวข้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; พัฒนาและประสานงานสร้างกลยุทธ์การป้องกันการรักษาและการดูแลแบบบูรณาการ รวมถึงความผิดปกติของการใช้ยาภาวะซึมเศร้า การฆ่าตัวตาย เอชไอวี และวัณโรค</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; รักษาอัตราการเข้าถึงสุขภาพโดยถ้วนหน้า รวมถึงการเพิ่มความพร้อม ความสามารถในการเข้าถึงและความสามารถในการจ่ายบริการรักษาสำหรับกลุ่มที่มีสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมต่ำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สร้างและรักษาระบบการลงทะเบียน เพื่อการติดตามการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตที่เกิดจากแอลกอฮอล์ โดยมีกลไกการรายงานอย่างสม่ำเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; จัดบริการสุขภาพและสังคมที่อ่อนไหวทางวัฒนธรรมตามความเหมาะสม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>3. การดำเนินการของกลุ่ม/ชุมชน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลกระทบของการใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตรายต่อชุมชน สามารถกระตุ้น ส่งเสริมความคิดริเริ่ม และแนวทางแก้ไขปัญหาในท้องถิ่น</span></p>
<p>หาก<span style="font-weight: 400;">ชุมชนได้รับการสนับสนุนผ่านการมอบอำนาจจากรัฐบาลและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ก็จะสามารถใช้ความรู้และความเชี่ยวชาญในท้องถิ่นของตน ค้นหาแนวทางป้องกันและลดการใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตรายที่มีประสิทธิภาพของตนเองได้ (แน่นอนว่าแนวทางนั้นต้องเน้น</span><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนพฤติกรรมส่วนรวมมากกว่าพฤติกรรมส่วนบุคคล) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น ตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุมจึงมีดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สนับสนุนการประเมินอย่างรวดเร็ว เพื่อระบุช่องว่าง และประเด็นสำคัญในการป้องกันระดับชุมชน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; เพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงความรู้เรื่องอันตรายที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ในระดับท้องถิ่น และส่งเสริมการตอบสนองที่เหมาะสมของการใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตรายและปัญหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; เสริมสร้างขีดความสามารถของหน่วยงานท้องถิ่นในการส่งเสริมและประสานการดำเนินงานร่วมกันของชุมชน  โดยเน้นสนับสนุนและส่งเสริม การพัฒนานโยบายของเทศบาลเรื่องลดการใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตราย รวมไปถึงความสามารถในการเสริมสร้างความร่วมมือและเครือข่ายของสถาบันชุมชนและองค์กรเอกชน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตามชุมชนที่มีประสิทธิผลและการเสริมสร้างขีดความสามารถในระดับชุมชนเกี่ยวกับการดำเนินการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ระดมพลังชุมชนเพื่อป้องกันการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของผู้ดื่มที่มีอายุต่ำกว่าเกณฑ์ และเพื่อพัฒนา สนับสนุนสภาพแวดล้อมที่ปราศจากแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเยาวชนและกลุ่มเสี่ยงอื่นๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ให้การดูแลชุมชนและการสนับสนุนบุคคลที่ได้รับผลกระทบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; พัฒนาหรือสนับสนุนโครงการและนโยบายชุมชนสำหรับประชากรกลุ่มย่อยที่มีความเสี่ยงโดยเฉพาะเช่น คนหนุ่มสาว คนว่างงาน และประชากรพื้นเมือง</span><b></b><b></b></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>4.นโยบายและมาตรการรับมือ ‘การดื่มแล้วขับ’</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นที่ทราบกันดีว่าการขับรถขณะมีแอลกอฮอล์อยู่ในร่างกายจะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อการตัดสินใจ และประสานการทำงานของกล้ามเนื้ออื่นๆ ที่ใช้ในการขับรถ และ</span><span style="font-weight: 400;">การเมาแล้วขับเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ดื่ม และผู้บริสุทธิ์ในหลายๆ กรณี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นโยบายป้องกันการดื่มแล้วขับจึงสำคัญ ซึ่งกลยุทธ์ในข้อนี้ยังรวมถึงมาตรการยับยั้งต่างๆ ที่มีเป้าหมายลดโอกาสการเมาแล้วขับ และมาตรการสร้างสภาพแวดล้อมในการขับขี่ที่ปลอดภัย เพื่อลดความเป็นไปได้และความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุม ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; แนะนำและบังคับใช้ กำหนดขีดจำกัดความเข้มข้นของระดับแอลกอฮอล์ในเลือด โดยลดระดับขีดจำกัดให้ต่ำลงสำหรับผู้ขับขี่มืออาชีพ และผู้ขับขี่ที่เป็นเด็กหรือมือใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ส่งเสริมจุดตรวจ และการสุ่มทดสอบลมหายใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ระงับใบอนุญาตขับขี่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ออกใบอนุญาตสำหรับผู้ขับขี่มือใหม่ที่มีความอดทนต่อการดื่มแล้วขับเท่ากับศูนย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ใช้</span><span style="font-weight: 400;">อุปกรณ์ตัดระบบสตาร์ทเครื่องยนต์เมื่อตรวจพบแอลกอฮอล์ </span><span style="font-weight: 400;">เพื่อลดเหตุการณ์ที่เกิดจากการดื่มแล้วขับในบริบทเฉพาะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ให้ความรู้ ให้คำปรึกษาและโปรแกรมการรักษาแก่พนักงานขับรถตามความเหมาะสม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สนับสนุนให้มีการใช้ขนส่งทางเลือก รวมถึงระบบขนส่งสาธารณะ จนกว่าจะถึงเวลาปิดสถานที่ดื่ม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ดำเนินการรณรงค์และรับรู้ ข้อมูลสาธารณะเพื่อสนับสนุนนโยบาย และเพื่อเพิ่มผลการป้องปรามโดยทั่วไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ดำเนินแคมเปญสื่อมวลชนที่มีการวางแผนอย่างรอบคอบเข้มงวด ดำเนินการอย่างดี โดยกำหนดเป้าหมายไปยังสถานการณ์เฉพาะเช่น ช่วงเทศกาลวันหยุด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>5. การมีอยู่ของแอลกอฮอล์</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">กลยุทธ์ด้านสาธารณสุขที่พยายามควบคุมการมีอยู่ของแอลกอฮอล์ในเชิงพาณิชย์หรือในที่สาธารณะโดยควบคุมผ่านกฎหมาย นโยบายและโครงการ อาจนับได้ว่าเป็นวิธีสำคัญที่ใช้ลดระดับพฤติกรรมใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตราย </span><span style="font-weight: 400;">กลยุทธ์ดังกล่าวควรจัดให้มีมาตรการที่จำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มเสี่ยงอย่างวัยรุ่นเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยง่าย นอกจากนี้ ควรคำนึงถึงปัจจัยที่ว่า การมีแอลกอฮอล์อยู่ในตลาด พื้นที่สาธารณะ อาจมีอิทธิพลต่อสังคม </span><span style="font-weight: 400;">ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบรรทัดฐานทางสังคมและวัฒนธรรมที่ส่งเสริมการใช้แอลกอฮอล์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในประเทศกำลังพัฒนาและรายได้ต่ำ-ปานกลางบางประเทศ เป็นแหล่งที่มาหลักของแอลกอฮอล์ในตลาดนอกระบบ การควบคุมการขายจึงอาจจำเป็นต้องเสริมข้อบังคับ กฎหมายเป็นรายกรณี </span></p>
<p>ทั้งนี้ ต้องพิจารณาร่วมด้วยว่ามาตรการการควบคุมที่เข้มงวดเกินไปอาจ<span style="font-weight: 400;">ส่งเสริมให้เกิดตลาดแอลกอฮอล์ผิดกฎหมายได้เช่นกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น ตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุม จึงได้แก่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; จัดตั้ง ดำเนินการและบังคับใช้ระบบที่เหมาะสมในการควบคุมการผลิต การขายส่งและการให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กำหนดข้อจำกัดที่สมเหตุสมผลในการจำหน่ายแอลกอฮอล์และการดำเนินการของร้านแอลกอฮอล์ตามบรรทัดฐานทางวัฒนธรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -แนะนำระบบการออกใบอนุญาตสำหรับการขายปลีกหรือการผูกขาดของรัฐบาล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -การควบคุมจำนวนและที่ตั้งของร้านเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -กำหนดวันและชั่วโมงการขายปลีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -ควบคุมรูปแบบการขายปลีกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -ควบคุมการขายปลีกในสถานที่บางแห่งหรือในช่วงกิจกรรมพิเศษ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; กำหนดอายุขั้นต่ำที่เหมาะสมสำหรับการซื้อหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และนโยบายอื่นๆ เพื่อเพิ่มอุปสรรคในการขายและการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของวัยรุ่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ใช้นโยบายป้องกันการขายให้กับบุคคลที่มึนเมาและผู้ที่มีอายุต่ำกว่าเกณฑ์ตามกฎหมาย และพิจารณาเรื่องกลไกการรับผิดของผู้ขาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการดื่มในที่สาธารณะหรือในกิจกรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ใช้นโยบายเพื่อลดและขจัดความพร้อมในการผลิตการขายและการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผิดกฎหมาย ตลอดจนควบคุมหรือขัดขวางแอลกอฮอล์นอกระบบ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>6. การตลาดของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การลดผลกระทบของการตลาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อคนหนุ่มสาวถือเป็นประเด็นพิจารณาที่สำคัญในการลดการใช้แอลกอฮอล์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำการตลาดผ่านการโฆษณาและเทคนิคการส่งเสริมการขายที่ซับซ้อน รวมถึงการเชื่อมโยงแบรนด์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับกิจกรรมกีฬาและวัฒนธรรม อีกทั้งยังมีเทคนิคการตลาดใหม่ๆ เช่น อีเมล SMS พอดคาสต์ สื่อสังคมออนไลน์ และเทคนิคการสื่อสารอื่นๆ จึงเป็น</span><span style="font-weight: 400;">เรื่องยากมากที่จะกำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้บริโภคให้มีแค่ผู้ใหญ่ และป้องกันกลุ่มเด็กหรือวัยรุ่นมาเจอการตลาดแบบเดียวกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเมื่อเนื้อหาการตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และปริมาณหนุ่มสาวที่พบเจอการตลาดนั้นๆ เป็นประเด็นสำคัญ การปกป้องเยาวชนจากเทคนิคการตลาดเหล่านี้จึงควรหยิบยกมาพิจารณา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือส่วนหนึ่งของตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; กำหนดกรอบการกำกับดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพื้นฐานทางกฎหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -ควบคุมเนื้อหาและปริมาณการตลาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -ควบคุมการตลาดทางตรงหรือทางอ้อมในสื่อบางประเภทหรือทั้งหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -ควบคุมกิจกรรมสปอนเซอร์ที่ส่งเสริมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -จำกัด หรือแบนการโปรโมตที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่มีเป้าหมายเป็นกลุ่มเยาวชน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -ควบคุมเทคนิคการตลาดแอลกอฮอล์รูปแบบใหม่ เช่น โซเชียลมีเดีย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; พัฒนาหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานอิสระของระบบเฝ้าระวังการตลาดแอลกอฮอล์ ให้มีประสิทธิผล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; วางระบบการบริหารและการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสำหรับการละเมิดข้อ จำกัด ทางการตลาด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>7. นโยบายราคา</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้บริโภคที่หมายรวมไปถึงผู้ดื่มหนักและคนหนุ่มสาวมักมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาเครื่องดื่ม </span><span style="font-weight: 400;">นโยบายการกำหนดราคาจึงอาจลดการดื่มของผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และหยุดยั้งการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเพิ่มราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นมาตรการหนึ่งที่ได้รับผลดีที่สุดในการลดการใช้แอลกอฮอล์ โดยปัจจัยสำคัญสำหรับความสำเร็จของนโยบายดังกล่าวนี้ คือระบบการจัดเก็บภาษีที่มีประสิทธิผลที่สอดคล้องการจัดเก็บและการบังคับใช้ภาษี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุมมีดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; จัดทำระบบสำหรับการเก็บภาษีเฉพาะภายในประเทศสำหรับแอลกอฮอล์ พร้อมกับระบบการบังคับใช้ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจคำนึงถึงปริมาณแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มตามความเหมาะสม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ทบทวนราคาอย่างสม่ำเสมอโดยสัมพันธ์กับระดับเงินเฟ้อและรายได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ห้ามหรือ จำกัด การใช้โปรโมชั่นราคาทั้งทางตรงและทางอ้อม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; กำหนดราคาขั้นต่ำสำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (หากมี)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ให้สิ่งจูงใจด้านราคาสำหรับเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ลดหรือหยุดการให้เงินอุดหนุนแก่ผู้ประกอบการทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>8. การลดผลเสียจากการดื่มสุรา และสุราเป็นพิษ</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เป้าหมายนี้รวมถึงตัวเลือกนโยบายและการเข้าควบคุมที่มุ่งเน้นลดอันตรายจากการมึนเมาและการดื่มแอลกอฮอล์โดยตรง และไม่จำเป็นว่าต้องส่งผลกระทบต่อการบริโภคแอลกอฮอล์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุมมีดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ควบคุมบริบทการดื่มเพื่อลดความรุนแรงและพฤติกรรมก่อกวน รวมถึงการเสิร์ฟแอลกอฮอล์ในภาชนะพลาสติกหรือแก้วกันแตก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; บังคับใช้กฎหมายต่อต้านการให้บริการของมึนเมา และรับผิดทางกฏหมายจากผลของอันตรายที่เกิดจากความมึนเมาในการให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; กำหนดนโยบาย การจัดการที่เกี่ยวข้องกับการเสิร์ฟเครื่องดื่มในสถานที่อย่างมีความรับผิดชอบ และฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ในภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ลดความแรงของแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มประเภทต่างๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ให้การดูแลหรือที่พักพิงที่จำเป็นสำหรับผู้ที่มึนเมาอย่างรุนแรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ให้ข้อมูลผู้บริโภคเกี่ยวกับการติดฉลากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อระบุอันตรายที่เกี่ยวข้อง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>9. การลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนจากแอลกอฮอล์ที่ผิดกฎหมาย</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การบริโภคแอลกอฮอล์ที่ผิดกฎหมายนั้นอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น เพราะบางประเภทมีปริมาณเอทานอลสูงกว่าปกติ และอาจพบการปนเปื้อนของสารพิษ เช่น เมทานอล ฯลฯ อีกทั้งยังอาขัดขวางการเก็บภาษีของรัฐบาล และมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผลิตถูกต้องตามกฎหมาย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน การผลิตและการจำหน่ายแอลกอฮอล์นอกระบบฝังรากลึกในหลายวัฒนธรรม และไม่ถูกควบคุมจากทางการ ดังนั้นมาตรการควบคุมที่เกิดขึ้นอาจแตกต่างกันไปสำหรับแอลกอฮอล์ที่ถูกกฎหมายกับแอลกอฮอล์ที่ผิดกฎหมาย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุมส่วนหนึ่ง เป็นดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ควบคุมคุณภาพการผลิต และการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ควบคุมการขายแอลกอฮอล์ที่ผลิตอย่างไม่ถูกต้อง และนำเข้าสู่ระบบการจัดเก็บภาษี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สร้างระบบการควบคุม และบังคับใช้ที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการตราภาษี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; พัฒนาหรือเสริมสร้างระบบติดตามแอลกอฮอล์ที่ผิดกฎหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สร้างความมั่นใจในความร่วมมือ และแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการต่อต้านแอลกอฮอล์ผิดกฎหมายระหว่างหน่วยงานในระดับภูมิภาคและระดับโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ออกคำเตือนเกี่ยวกับสารปนเปื้อน และภัยคุกคามสุขภาพอื่นๆ จากแอลกอฮอล์ที่ผิดกฎหมายแก่สาธารณะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>10.การติดตามและเฝ้าระวัง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลจากการติดตามและเฝ้าระวัง ถือเป็นความสำเร็จและส่งเสริมนโยบายอีก 9 ตัวข้างต้น </span><span style="font-weight: 400;">เราจำเป็นต้องติดตามและเฝ้าระวังทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค จนถึงระดับโลก เพื่อตรวจสอบแนวโน้มความอันตราย เสริมสร้างการกำหนดนโยบาย และประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นจากนโยบายนั้นๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาระบบข้อมูลในระดับท้องถิ่นที่ยั่งยืนต้องใช้ตัวชี้วัด คำจำกัดความ และขั้นตอนรวบรวมข้อมูลที่เข้ากันได้กับระบบข้อมูลในระดับโลกและระดับภูมิภาคของ WHO เพื่อประเมินผลอย่างมีประสิทธิผล และติดตามแนวโน้มในอนาคตสำหรับการใช้แอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุมจึงเป็นดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; กำหนดกรอบกิจกรรมการติดตามและเฝ้าระวังที่มีประสิทธิผล รวมถึงสำรวจการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับท้องถิ่นเป็นระยะๆ โดยมีการแลกเปลี่ยนและเผยแพร่ข้อมูล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; จัดตั้งหรือกำหนดสถาบัน หน่วยงานที่รับผิดชอบในการรวบรวม จัดเรียง วิเคราะห์ และเผยแพร่ข้อมูลที่มีอยู่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; กำหนดและติดตามชุดตัวบ่งชี้ทั่วไปของการใช้แอลกอฮอล์ และดูการตอบสนองของนโยบาย และการแทรกแซงดังกล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สร้างที่เก็บข้อมูลในระดับประเทศตามตัวชี้วัดที่ตกลงกันในระดับสากล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; พัฒนากลไกการประเมินผลด้วยข้อมูลที่รวบรวม เพื่อจะได้สร้างนโยบายหรือโครงการต่อไปในอนาคต </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">10 ยุทธศาสตร์ที่ได้กล่าวมา อาจเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเริ่มต้นลดใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตราย ซึ่งอย่างน้อยที่สุดหากมีการนำมาปรับใช้ภายในแต่ละประเทศ ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นสามารถที่จะช่วยเหลือให้คนติดเหล้าไม่โดดเดี่ยว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะในวันที่ตัวเขาเองอยากจะเลิกเหล้า สภาพแวดล้อมในสังคมก็ควรจะเอื้อให้เขาเลิกเหล้าได้ด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ที่มา</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">10 areas governments could work with to reduce the harmful use of alcohol</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">https://www.who.int/news-room/feature-stories/detail/10-areas-for-national-action-on-alcohol?fbclid=IwAR2hFCgHOZKHpUlhLUUK26-o5UxQt6WVY_c9SpqHLS-Sl8S3sUYX8nVUhpc</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/10-policy-to-reduce-harmful-alcohol/">10 ยุทธศาสตร์การลดใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตรายจาก WHO ถึงรัฐบาลทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3625</post-id>	</item>
		<item>
		<title>มองมาตรการควบคุมสุรา นอกกรอบสุขภาพและเสรีภาพ</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/udomsak-alcohol-policy/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=udomsak-alcohol-policy</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2020 04:39:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการควบคุมสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยระบบสุขภาพและการแพทย์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[อุดมศักดิ์  แซ่โง้ว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1890</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์  แซ่โง้ว[1]เรื่อง ทีมงาน Alcohol Rhythm ภาพประกอบ &#160; วิกฤต COVID-19 ที่เริ่มมาตั้งแต่ช่วงต้นปี ในประเทศไทยสถานการณ์การระบาดพัฒนาจนถึงจุดพีคในช่วงปลายเดือนมีนาคม จนรัฐบาลตัดสินใจประกาศใช้พระราชกำหนดฉุกเฉินเพื่อควบคุมสถานการณ์ มาตรการเข้มข้นที่ถูกนำมาใช้ เช่น เคอร์ฟิว ปิดพื้นที่สาธารณะ ปิดกิจการบางประเภท เป็นระยะเวลากว่า 1 เดือน เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรคเป็นที่มาของวลี “สุขภาพ นำ เสรีภาพ”  ในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนเทศกาลสงกรานต์ หลายจังหวัดทั่วประเทศเริ่มทยอยประกาศมาตรการห้ามขายสุราเพิ่มเติมไปจากมาตรการเดิมของพระราชกำหนดฉุกเฉินฉุกเฉิน จนวันที่ 13 เมษายน 2563 กลายเป็นวันที่มีการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการตั้งวงสังสรรค์ในช่วงสงกรานต์ การห้ามขายทอดยาวมาจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม รัฐบาลตัดสินใจผ่อนคลายอนุญาตให้ซื้อไปดื่มที่บ้านได้จนเกิดภาพแย่งกันซื้อเหล้าเบียร์ในซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งจนเกลี้ยงชั้นวาง เป็นที่มาของการดีเบตระหว่างแพทย์ที่ทำงานด้านการรณรงค์เรื่องงดเหล้าและอุบัติเหตุที่เสนอให้ห้ามขายต่อ กับ ตัวแทนธุรกิจสุราที่สนับสนุนการซื้อไปดื่มที่บ้านผ่านสื่อสาธารณะ การดีเบตเรื่องนโยบายห้ามขายเหล้ากลายเป็นเวทีประลองระหว่าง “สุขภาพ” และ “เสรีภาพ” เมื่อมองผ่านกรอบ เสรีนิยม-อนุรักษนิยม มาตรการห้ามขายเหล้ารวมถึงการรณรงค์ที่ผ่านมากำลังถูกวิจารณ์ว่าเป็นไปตามแนวคิดอนุรักษนิยม อำนาจนิยม และสุขภาพนิยม การมองการรณรงค์และมาตรการห้ามขายเหล้าผ่านเลนส์เสรีนิยม-อนุรักษนิยม หรือสุขภาพ-เสรีภาพนั้นหลีกเลี่ยงได้ยากในระบบนิเวศทางการเมืองและสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนเห็นว่า การดีเบตผ่านการตีกรอบข้างต้นละทิ้งแง่มุมอื่นๆ ของการรณรงค์และมาตรการควบคุมสุรา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/udomsak-alcohol-policy/">มองมาตรการควบคุมสุรา นอกกรอบสุขภาพและเสรีภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: right;">ผศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์  แซ่โง้ว<a href="#_ftn1" name="_ftnref1">[1]</a><span style="font-weight: 400;">เรื่อง</span></p>
<p style="text-align: right;">ทีมงาน Alcohol Rhythm ภาพประกอบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิกฤต COVID-19 </span><span style="font-weight: 400;">ที่เริ่มมาตั้งแต่ช่วงต้นปี ในประเทศไทยสถานการณ์การระบาดพัฒนาจนถึงจุดพีคในช่วงปลายเดือนมีนาคม จนรัฐบาลตัดสินใจประกาศใช้พระราชกำหนดฉุกเฉินเพื่อควบคุมสถานการณ์ มาตรการเข้มข้นที่ถูกนำมาใช้ เช่น เคอร์ฟิว ปิดพื้นที่สาธารณะ ปิดกิจการบางประเภท เป็นระยะเวลากว่า 1 เดือน เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรคเป็นที่มาของวลี “สุขภาพ นำ เสรีภาพ” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนเทศกาลสงกรานต์ หลายจังหวัดทั่วประเทศเริ่มทยอยประกาศมาตรการห้ามขายสุราเพิ่มเติมไปจากมาตรการเดิมของพระราชกำหนดฉุกเฉินฉุกเฉิน จนวันที่ 13 เมษายน 2563 กลายเป็นวันที่มีการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการตั้งวงสังสรรค์ในช่วงสงกรานต์ การห้ามขายทอดยาวมาจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม รัฐบาลตัดสินใจผ่อนคลายอนุญาตให้ซื้อไปดื่มที่บ้านได้จนเกิดภาพแย่งกันซื้อเหล้าเบียร์ในซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งจนเกลี้ยงชั้นวาง เป็นที่มาของการดีเบตระหว่างแพทย์ที่ทำงานด้านการรณรงค์เรื่องงดเหล้าและอุบัติเหตุที่เสนอให้ห้ามขายต่อ กับ ตัวแทนธุรกิจสุราที่สนับสนุนการซื้อไปดื่มที่บ้านผ่านสื่อสาธารณะ การดีเบตเรื่องนโยบายห้ามขายเหล้ากลายเป็นเวทีประลองระหว่าง “สุขภาพ” และ “เสรีภาพ” เมื่อมองผ่านกรอบ เสรีนิยม-อนุรักษนิยม มาตรการห้ามขายเหล้ารวมถึงการรณรงค์ที่ผ่านมากำลังถูกวิจารณ์ว่าเป็นไปตามแนวคิดอนุรักษนิยม อำนาจนิยม และสุขภาพนิยม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การมองการรณรงค์และมาตรการห้ามขายเหล้าผ่านเลนส์เสรีนิยม-อนุรักษนิยม หรือสุขภาพ-เสรีภาพนั้นหลีกเลี่ยงได้ยากในระบบนิเวศทางการเมืองและสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนเห็นว่า การดีเบตผ่านการตีกรอบข้างต้นละทิ้งแง่มุมอื่นๆ ของการรณรงค์และมาตรการควบคุมสุรา บทความนี้จึงนำเสนออีกมุมมองหนึ่งที่สามารถใช้อธิบายนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่อยู่นอกเหนือกรอบวิธีคิดด้านสุขภาพ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>สุรากับผลกระทบภายนอกต่อสังคม</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตามแนวคิดของตลาดแข่งขันเสรี สินค้าและบริการควรจะถูกซื้อขายแลกเปลี่ยนกันในตลาดได้อย่างเสรี การตัดสินใจผลิต ขาย หรือบริโภคควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้ผลิต ผู้ขาย และผู้บริโภค โดยที่รัฐบาลเข้ามาแทรกแซงน้อยที่สุดหรือต้องไม่แทรกแซงเลย มีเพียงในบางเงื่อนไขที่การแทรกแซงของรัฐมีความสมเหตุสมผล ได้แก่ กรณีที่มีความเสี่ยงของการผูกขาดในตลาด การมีผลกระทบภายนอก หรือการแทรกแซงเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุราถือเป็นสินค้าประเภทหนึ่งที่มีการซื้อขายในตลาด ว่ากันตามแนวคิดตลาดแข่งขันเสรีพื้นฐาน การซื้อ และบริโภคสุราก็ควรปล่อยให้เป็นการตัดสินใจของผู้บริโภคอย่างอิสระ หากแต่สุราเป็นสินค้าที่มีลักษณะเฉพาะบางประการเป็นเหตุให้รัฐต้องเข้ามาแทรกแซงตลาดสุราผ่านการกำกับควบคุมด้วยกฎหมาย เมื่อเดือนมิถุนายน 2562 นิตยสาร The Economist ซึ่งไม่ได้เป็นสื่อด้านสุขภาพและคงไม่ถือเป็นสื่ออนุรักษ์นิยม ได้ตีพิมพ์บทความชื่อ </span><strong><a href="https://www.economist.com/graphic-detail/2019/06/25/what-is-the-most-dangerous-drug">“What is the most dangerous drug?”</a></strong><a href="#_ftn2" name="_ftnref1">[2]</a>  (เข้าถึง<a href="https://alcoholrhythm.com/what-is-the-most-dangerous-drug/?fbclid=IwAR10cT2z-nEdXH0fxDrnFi2k1vR9WftUdwEwZN99rxRWbYcfFoaGq7RRVJ0"><em>บทความภาษาไทยได้<strong>ที่นี่</strong></em></a>) <span style="font-weight: 400;">เนื้อหาของบทความกล่าวถึง ยาเสพติดกว่า 10 ชนิด มีการให้คะแนนอันตรายของยาเสพติดแต่ละชนิด (คะแนนเต็ม 100) อันตรายของยาเสพติดถูกแบ่งออกเป็น อันตรายต่อผู้ใช้ยาเสพติด และอันตรายต่อผู้อื่น (ครอบครัว สังคม และเศรษฐกิจ) ยาเสพติดที่ได้คะแนนอันตรายสูงที่สุด คือ สุรา (72 คะแนน) ซึ่งสูงกว่าเฮโรอีน (55 คะแนน) และโคเคน (54 คะแนน) ที่ตามมาเป็นอันดับที่ 2 และ 3 ทั้งนี้ กว่า 60% ของคะแนนที่สุราได้ เป็นคะแนนจากอันตรายต่อผู้อื่น สุราจึงเป็นยาเสพติดก่อให้เกิดอันตรายมากที่สุดและมีอันตรายต่อผู้อื่นสูงที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มองผ่านแนวคิดตลาดแข่งขันเสรี ผู้บริโภคสุราทำธุรกรรมกับผู้ขายสุราในตลาด ผู้ซื้อได้รับความพึงพอใจจากการบริโภคสุราโดยรับรู้ถึงความเสี่ยงจากการบริโภค ผู้ขายได้รับเงินเป็นการตอบแทน หากมีเพียงผู้ซื้อกับผู้ขายที่ได้รับผลจากการแลกเปลี่ยนดังกล่าวแล้ว ก็ควรปล่อยให้มีการซื้อขายกันได้อย่างเสรี แต่เนื่องจากการบริโภคสุราก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้อื่น นั่นคือ บุคคลที่ 3 ที่ไม่มีส่วนร่วมรับประโยชน์ในรูปความรื่นรมย์จากการบริโภคหรือการได้รับเงินเป็นค่าตอบแทน แต่อาจได้รับผลกระทบในรูปแบบการถูกทำร้าย ได้รับอุบัติเหตุ หรือความเสียหายของทรัพย์สิน ทางเศรษฐศาสตร์เรียกสิ่งนี้ว่า “ผลกระทบภายนอก” ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้รัฐมีบทบาทเข้ามาแทรกแซงตลาดซึ่งไม่ได้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลิดรอนเสรีภาพของผู้บริโภค แต่เป็นไปเพื่อการปกป้องบุคคลที่ 3 หรือกล่าวในอีกแง่หนึ่ง การดื่มสุราเพิ่มโอกาสที่ผู้ดื่มจะไปลิดรอนสิทธิ์ของผู้อื่น แม้ว่าจะไม่ได้มาจากความตั้งใจก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุราเป็นสินค้าที่แตกต่างจากสินค้าอุปโภคบริโภคโดยทั่วไป คือ มีผลกระทบภายนอกจากการบริโภคในระดับสูง ซึ่งว่ากันด้วยหลักการทางเศรษฐศาสตร์เพียงอย่างเดียวก็มีเหตุผลให้รัฐเข้ามาแทรกแซงการซื้อขายสุราในตลาด ผ่านการกำกับดูแลด้วยกฎหมาย และการเก็บภาษีสรรพสามิตเพื่อเป็นการแก้ไขผลกระทบภายนอก (correct externalities) หรือเพื่อปกป้องบุคคลที่ 3 ที่อาจได้รับผลกระทบจากการดื่มสุราของผู้อื่น อันที่จริง แนวคิดการแทรกแซงตลาดโดยรัฐเพื่อแก้ไขผลกระทบภายนอกนี้ เป็นหลักการเดียวกับการที่รัฐกำกับดูแลธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น โรงไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หรือการก่อสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ ที่จำเป็นต้องมีการประเมินผลกระทบทางสุขภาพ (HIA) และสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งก็คือ ผลกระทบภายนอกที่เกิดจากกิจกรรมในตลาดแข่งขันเสรีนั่นเอง นักเคลื่อนไหวเพื่อสนับสนุนการควบคุมโดยรัฐในประเด็นสิ่งแวดล้อมนี้ หลายคนก็เป็นกลุ่มที่มีแนวคิดฝ่ายซ้ายด้วยซ้ำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแง่นี้ การกำกับควบคุมสุราจึงมีความชอบธรรมในเชิงหลักการ จึงไม่เป็นการยุติธรรมนักที่จะมองการกำกับควบคุมสุราว่ามุ่งเน้นแต่สุขภาพ อนุรักษนิยม และอำนาจนิยม โดยมองข้ามประเด็นผลกระทบภายนอกตามแง่มุมทางเศรษฐศาสตร์ของสินค้าสุราไป อย่างไรก็ตาม ระดับการควบคุมและวิธีการกำกับควบคุมควรเป็นอย่างไรนั้น ควรเปิดให้มีบทสนทนา ถกเถียง และมีส่วนร่วมจากสังคมให้มากที่สุด </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="#_ftnref1" name="_ftn1">[1]</a> ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยระบบสุขภาพและการแพทย์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และศูนย์วิจัยปัญหาสุรา</p>
<p><a href="#_ftnref2" name="_ftn1">[2]</a> The Economist. What is the most dangerous drug? 2019. <a href="https://www.economist.com/graphic-detail/2019/06/25/what-is-the-most-dangerous-drug">https://www.economist.com/graphic-detail/2019/06/25/what-is-the-most-dangerous-drug</a>.</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/udomsak-alcohol-policy/">มองมาตรการควบคุมสุรา นอกกรอบสุขภาพและเสรีภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1890</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
