<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:14:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>(Quote) มองปัญหาเชิงโครงสร้างในขวดเหล้า กับ จะเด็จ เชาวน์วิไล</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/quote-jaded/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=quote-jaded</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 31 Aug 2020 07:14:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[คนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ความรุนแรงในครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[จะเด็จ เชาวน์วิไล]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาโครงสร้างสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบชายเป็นใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกเหล้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=2169</guid>

					<description><![CDATA[<p>การทำงานวิจัยร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ปีพ.ศ.2545 คือ จุดเปลี่ยนที่ทำให้ จะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล (มญช.) หันมาสนใจปัญหาจากการดื่มสุรา หลังพบว่าฤทธิ์แอลกอฮอล์ คือ ตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อวิเคราะห์ให้ลึกขึ้นไปอีกชั้น ปัญหาคนติดเหล้ายังยึดโยงเกี่ยวพันกับปัญหาเชิงโครงสร้างต่างๆ ในสังคม ไม่ว่าจะเป็นระบอบชายเป็นใหญ่ ความเหลื่อมล้ำของรายได้ ความยากจน ระบบบำบัดผู้ติดสุราไม่เอื้ออำนวย ฯลฯ จนยากจะแก้ไขหากไม่ทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวนคุณมองภาพปัญหาผู้ติดสุรา ที่ไม่ใช่แค่ปัญหาระดับบุคคล ผ่านทัศนะของจะเด็จ เชาวน์วิไล (อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ ที่นี่) &#160; :: จน ขี้เกียจ กินเหล้า? :: &#160; คุณมองระบบบำบัดเหล้าในปัจจุบันนี้อย่างไร ถ้าถามผม ตอนนี้ระบบการบำบัดสำหรับผู้หญิงล้มเหลวมาก ถ้าผู้ชายเลิกเหล้าจะมีคนสนับสนุนมากกว่า ขณะที่ผู้หญิงมักไม่ค่อยมีคนสนับสนุนเท่า สถานการณ์มันเลยไปกันใหญ่ บางคนจะมองว่าผู้หญิงที่ติดเหล้าว่า เป็นคนไม่ดี พอเป็นคนไม่ดีก็ไม่ต้องไปช่วยเขา มันจะเป็นภาพจำแบบนี้ ถามว่าเอาครอบครัวเข้ามาจะช่วยไหม มันก็ยาก เพราะส่วนมากที่ผู้หญิงติดเหล้าก็เพราะมีปัญหาในครอบครัวนี่แหละ แต่ถ้าเปลี่ยนมาเป็นผู้ชาย ภรรยาก็อยากให้เลิก ลูกก็อยากให้เลิก มันจะต่างกันตรงนี้ มีเคสหนึ่งเป็นผู้หญิงที่เคยมีสามีเป็นคนต่างชาติ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/quote-jaded/">(Quote) มองปัญหาเชิงโครงสร้างในขวดเหล้า กับ จะเด็จ เชาวน์วิไล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การทำงานวิจัยร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ปีพ.ศ.2545 คือ จุดเปลี่ยนที่ทำให้ <strong>จะเด็จ เชาวน์วิไล</strong> ผู้อำนวยการ<a href="https://www.wmp.or.th/">มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล (มญช.)</a> หันมาสนใจปัญหาจากการดื่มสุรา หลังพบว่าฤทธิ์แอลกอฮอล์ คือ ตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว</p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อวิเคราะห์ให้ลึกขึ้นไปอีกชั้น ปัญหาคนติดเหล้ายังยึดโยงเกี่ยวพันกับปัญหาเชิงโครงสร้างต่างๆ ในสังคม ไม่ว่าจะเป็นระบอบชายเป็นใหญ่ ความเหลื่อมล้ำของรายได้ ความยากจน ระบบบำบัดผู้ติดสุราไม่เอื้ออำนวย ฯลฯ จนยากจะแก้ไขหากไม่ทำความเข้าใจให้ถ่องแท้</p>
<p>Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวนคุณมองภาพปัญหาผู้ติดสุรา ที่ไม่ใช่แค่ปัญหาระดับบุคคล ผ่านทัศนะของจะเด็จ เชาวน์วิไล (อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ <a href="https://alcoholrhythm.com/interview-jaded/" target="_blank" rel="noopener"><em><strong>ที่นี่</strong></em></a>)</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>:: จน ขี้เกียจ กินเหล้า? ::</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="alignnone size-full wp-image-2167" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-1.jpg" alt="" width="1080" height="1080" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-1.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-1-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-1-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-1-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-1-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<h4><b>คุณมองระบบบำบัดเหล้าในปัจจุบันนี้อย่างไร</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าถามผม ตอนนี้ระบบการบำบัดสำหรับผู้หญิงล้มเหลวมาก ถ้าผู้ชายเลิกเหล้าจะมีคนสนับสนุนมากกว่า ขณะที่ผู้หญิงมักไม่ค่อยมีคนสนับสนุนเท่า สถานการณ์มันเลยไปกันใหญ่ บางคนจะมองว่าผู้หญิงที่ติดเหล้าว่า เป็นคนไม่ดี พอเป็นคนไม่ดีก็ไม่ต้องไปช่วยเขา มันจะเป็นภาพจำแบบนี้ ถามว่าเอาครอบครัวเข้ามาจะช่วยไหม มันก็ยาก เพราะส่วนมากที่ผู้หญิงติดเหล้าก็เพราะมีปัญหาในครอบครัวนี่แหละ แต่ถ้าเปลี่ยนมาเป็นผู้ชาย ภรรยาก็อยากให้เลิก ลูกก็อยากให้เลิก มันจะต่างกันตรงนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีเคสหนึ่งเป็นผู้หญิงที่เคยมีสามีเป็นคนต่างชาติ พอติดเหล้าก็เลิกกับสามี พอเธอกลับมาอยู่ในชุมชนก็ไปคุยๆ กับผู้ชายคนอื่น ซึ่งสำหรับสังคมไทย การมีปัญหาเรื่องเหล้าก็เท่ากับว่าเป็นคนไม่ดีแล้ว พอมาคุยกับคนอื่นอีก ผู้หญิงคนนี้เลยกลายเป็นผู้หญิงไม่ดีในสายตาชาวบ้านไปเลย แบบนี้ก็ต้องค่อยคุยๆ และหาตัวช่วย เพราะผู้หญิงหลายคนไม่อยากไปบำบัด เนื่องจากระบบส่วนใหญ่ยังกดทับผู้หญิงอยู่ แล้วบุคลากรบางคนในระบบก็ใช้คำพูดที่ดูไม่เป็นมิตรกับผู้หญิงด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้น ระบบบำบัดก็ต้องถูกปรับตัวและถูกปรับเปลี่ยน คุณต้องเข้าใจว่าการติดเหล้าเป็นโรค ไม่ใช่เป็นเรื่องของคนดีหรือคนไม่ดี เวลาคนติดเหล้าไปรักษา ประกันสังคมก็ไม่จ่ายให้อีก แบบนี้มันไม่ใช่ การติดเหล้าเกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่กล่าวมาแล้ว เพราะเขามีปัญหาจึงดื่มเหล้า ต่อมาเลยกลายเป็นโรค นี่แทบไม่เกี่ยวอะไรกับนิสัยเลย แต่ระบบบำบัดกลับมองว่า เขาติดเหล้าเพราะนิสัย เพราะเขาไปกินเอง เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดนี้ใหม่ ต้องเปลี่ยนความคิดที่ว่า “จน ขี้เกียจ เลยกินเหล้า” เราต้องเข้าใจและมองให้รอบด้าน มองในหลายมิติ เพราะจริงๆ แล้วเรื่องเหล้าเป็นเรื่องเชิงโครงสร้าง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>:: เหล้าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ::</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2166" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-2.jpg" alt="" width="1080" height="1080" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-2.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-2-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-2-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-2-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-2-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<h4><b>อยากให้ช่วยขยายคำว่า ‘เหล้าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง’ ให้ฟังหน่อย</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">รัฐและทุนเหล้าต้องการให้คนในสังคมดื่มเหล้าผ่านการใช้การโฆษณา ขณะเดียวกันก็พยายามให้สังคมมองคนดื่มเหล้า โดยเฉพาะคนยากจน ว่าเป็นปัญหาในระดับปัจเจก ว่าง่ายๆ คือคุณดื่มเหล้าเพราะคุณอยากดื่มเอง ถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้น ไม่ว่าจะเป็นดื่มแล้วไปทำร้ายคนในครอบครัว หรือไปขับรถชนใครเข้า ก็ต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมวิเคราะห์จากคนงานกรรมกรและคนระดับทั่วๆ ไป เพราะพวกเขามีโอกาสน้อยกว่าชนชั้นอื่นๆ และมักจะถูกครอบงำด้วยมายาคติ “โง่ จน เจ็บ” อย่างที่บอกไป คนมักจะมองว่า “ก็เพราะคุณเป็นพวกขี้เกียจ ไม่ไปทำงานแต่ดันไปดื่มเหล้า ไปเล่นการพนัน“ นี่คือมายาคติ คนไปดื่มเหล้าบำบัดทุกข์เลยกลายเป็นเรื่องส่วนบุคคลไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกอย่างหนึ่งคือ การโฆษณาของบริษัทเหล้ามักจะแสดงออกว่า เหล้าคือทางออกของการแก้ปัญหา หรือช่วยดับความทุกข์จากเศรษฐกิจ ความเครียดจากการทำงาน ทุกข์จากครอบครัว ความรัก และปัญหาอื่นๆ คนจนที่เครียดเพราะไม่มีอันจะกินเลยเลือกที่จะดื่มเหล้าเพื่อดับทุกข์พวกนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น ผมเลยวิเคราะห์ปัญหาว่า เหล้าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง เพราะคนดื่มถูกโครงสร้างสังคมหรือถูกมายาคติต่างๆ กดทับ ถ้าจะแก้ปัญหาได้ก็จะต้องสร้างพื้นที่ให้คนยากจน หรือแม้แต่คนทั่วไปก็ควรมีการรวมกลุ่มเพื่อให้มีอำนาจต่อรอง เพื่อแก้ปัญหา และเพื่อระบายทุกข์จากการดื่มเหล้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ดูปัจจุบันนี้สิ คุณจะรวมกลุ่มกันเป็นสหภาพแรงงานก็ไม่ค่อยได้ เพราะไม่มีพื้นที่ให้ทำกิจกรรม หรือถ้ามีก็น้อยมาก ยกตัวอย่างกลุ่มคนงาน เขามีระบบที่เรียกว่า ‘แปดสามแปด‘ คือแปดแรกทำงาน แปดสองพักผ่อน และแปดสามรวมกลุ่ม ดังนั้น ถ้าพวกเขาพอมีเวลาก็จะมักจะหันไปหาเรื่องอบายมุข ไม่ใช่แค่เหล้า แต่รวมถึงบุหรี่กับการพนันด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมมองว่า ชนชั้นนำอยากให้เรามีชีวิตกันแบบนี้อยู่แล้ว มันไม่มีเสรีภาพ ไม่มีการรวมกลุ่ม พวกเขาจึงมีพื้นที่ที่วนเวียนอยู่กับการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เล่นการพนัน หรือถึงจะรวมกลุ่มได้ แต่ถ้าไม่มีใครไปสนับสนุนเขาก็จะลำบาก รัฐก็ช่วยเหลืออย่างฉาบฉวย ไม่ได้ทำเพื่อให้เขามีศักดิ์ศรีหรือมีตัวตนขึ้นมาจริงๆ การรวมกลุ่มที่เกิดขึ้นผ่านรัฐจึงกลายเป็นแค่เรื่องการฝึกอาชีพเท่านั้น ส่วนภาคประชาสังคมที่ทำงานเชิงรุกกับคนติดเหล้าก็น้อยลงเรื่อยๆ ทั้งหมดนี้เป็นปัญหาเชิงรุกในการทำงานกับคนติดเหล้าหมดเลย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>:: ชายเป็นใหญ่ ทำให้ผู้หญิงดื่ม ::</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2165" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-3.jpg" alt="" width="1080" height="1080" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-3.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-3-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-3-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-3-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-3-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<h4><b>คุณบอกว่า แนวความคิดชายเป็นใหญ่ผลักให้ผู้ชายดื่มเหล้าเพื่อแสดงความเป็นชาย แต่ถ้ามองอีกแง่หนึ่ง ความเท่าเทียมทางเพศที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้การดื่มแอลกอฮอล์ของผู้หญิงดูเป็นเรื่องปกติ ผู้หญิงหันมาดื่มมากขึ้น บางแบรนด์ถึงกับผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เน้นกลุ่มลูกค้าผู้หญิงออกมา ตรงนี้คุณมองอย่างไร</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">มันมีส่วนนะครับ แต่ผมคิดว่า เราต้องแยกกลุ่มผู้หญิงออกจากกันด้วย ถ้าเป็นผู้หญิงในพื้นที่ที่มีความเป็นเมืองก็อาจจะเป็นแบบที่ว่ามา แต่ถ้าเป็นผู้หญิงในชนบทจะเป็นอีกแบบหนึ่งเลย คือพวกเขาต้องการพื้นที่ เวลาผมไปลงชุมชน ผมจะเห็นเลยว่า ผู้หญิงที่ติดเหล้าเกิดจากปัญหาความรุนแรงในครอบครัวทั้งนั้น ซึ่งความรุนแรงนี้ก็มาจากแนวคิดชายเป็นใหญ่นั่นแหละ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้ามองให้ลึกลงไปอีก ความรุนแรงไม่ได้หมายถึงแค่การทุบตี แต่ยังรวมถึงการจำกัดเสรีภาพ หรือดุด่าด้วย ซึ่งระบบชายเป็นใหญ่จะทำให้ผู้ชายมีที่ทาง และจำกัดพื้นที่ของผู้หญิง เราจะเห็นว่าพื้นที่ของผู้หญิงมีแค่ที่บ้านกับที่ทำงาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างแคบ แต่ผู้ชายมีพื้นที่ไม่จำกัด พอมีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้น ผู้หญิงก็จะถูกตั้งคำถามจากที่บ้านและที่ทำงานในทำนองว่า “เป็นผู้หญิงทำไมไม่ทำตัวให้ดี” หรือถ้าพวกเธอถูกคุกคามทางเพศก็อาจจะโดนถามว่า “วันนั้นคุณแต่งตัวแบบไหน” ผู้หญิงเลยต้องหาพื้นที่เพื่อระบายและปลดปล่อย ซึ่งเหล้าก็เป็นส่วนหนึ่งในนั้น ผู้หญิงหลายคนที่โดนทำร้ายจึงรู้สึกว่าเหล้าคือทางออกของชีวิต</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>:: ทุกคนสามารถเปลี่ยนตัวเองได้ ::</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-2164" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-4.jpg" alt="" width="1080" height="1080" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-4.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-4-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-4-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-4-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-4-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<h4><b>ในฐานะคนที่ทำงานในพื้นที่จริง คุณคิดว่าอะไรเป็นปัจจัยให้คนที่อยากเลิกเหล้าสามารถเลิกได้ และสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริงๆ</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างแรก ผมว่ามันมาจากความรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่ามากขึ้น แต่ถ้าเกิดสังคมไปตีตราเขาว่าเขาเป็นคนชั่วคนเลวมันก็ไม่ได้ เราต้องทำยังไงก็ได้ให้เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้เลว และทำให้เขารู้สึกว่า จริงๆ มันก็เปลี่ยนได้นี่ หลายครั้ง คนในเคสที่เราเจอก็กลายเป็นผู้นำชุมชนด้วย เพราะสามารถสร้างความท้าทายให้คนในชุมชนได้เรียนรู้ว่า เหล้ามันเลิกได้จริงอย่างที่ตัวเขาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ งานแบบนี้ก็ใช้เวลาพอควรนะ บางคนเป็นปี บางคนสองปี แต่พอวันหนึ่งเขาเปลี่ยนได้ เรื่องอื่นๆ ก็จะตามมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เรายังสนับสนุนให้มีองค์กรชาวบ้าน เพราะอยู่ดีๆ จะไปทำเรื่องเลิกเหล้าอย่างเดียวก็ไม่ได้ ตอนนี้หลายพื้นที่ก็มีเครือข่ายชาวบ้าน เช่น ชุมพรมีการตั้งเป็นมูลนิธิแก้ปัญหาเรื่องเหล้ากับความรุนแรงต่อผู้หญิง ก็จะมีเรื่องเหล้า ความรุนแรง และแตกขยายไปเรื่องอื่นๆ เช่น ประเด็นสุขภาพ สิ่งแวดล้อม สร้างอาชีพให้คนเลิกเหล้าด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่ผมบอก ถ้าคนรู้สึกว่าพวกเขาไม่มีพื้นที่และไม่มีการรวมกลุ่ม แล้วก็ไปรณรงค์อย่างเดียว มันไปไม่รอด เขาต้องรู้สึกว่าตัวเองมีพื้นที่แสดงตัวตนและแสดงออกด้วย ถ้าคุณไม่คิดว่า ปัญหาเรื่องเหล้าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง แล้วก็ไปรณรงค์ รณรงค์ รณรงค์ สุดท้ายคุณก็จะได้แค่สติกเกอร์ โปสเตอร์ และซีดีเท่านั้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>:: หลายหัวดีกว่าตัวคนเดียว ::</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-2163" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-5.jpg" alt="" width="1080" height="1080" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-5.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-5-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-5-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-5-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-5-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<h4><b>เคยเจอเคสที่เราช่วยเหลือแต่เขากลับไปดื่มเหล้าบ้างไหม</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เคยเจอครับ แต่เราก็ไม่เคยทิ้งเคสแบบนี้เลย ผมคิดว่าคนเราสามารถผิดพลาดกันได้ บางคนเจอปัญหาหนักถึงขั้นลูกเสียชีวิต เขาก็กลับไปดื่ม อาสาสมัครก็จะลงไปช่วย ไม่เคยทิ้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่า การเลิกเหล้าด้วยตัวเองเป็นเรื่องยาก ดังนั้นกระบวนการกลุ่มจึงสำคัญ เพราะมันตอบโจทย์ในหลายๆ มิติ ทำให้คนที่ไม่มีโอกาสในสังคม หรือคนที่ถูกกดทับในสังคมได้แสดงพลัง ได้เห็นคุณค่าในตัวเอง สิ่งที่สังคมพยายามบอกว่า พวกเขา ขี้เกียจ จน หรือติดพนัน จะถูกทำลายลงจากการรวมกลุ่ม เพราะการรวมกลุ่มจะให้พื้นที่กับเขา ทำให้เขาเห็นว่า ตนเองก็เป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกับคนอื่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้น การเลิกเหล้าจะทำแค่ในมิติของสุขภาพอย่างเดียวไม่ได้ แต่เขาจะต้องเห็นอำนาจในตัวเองว่า เขาเปลี่ยนแปลงได้ และมีกลุ่มที่ได้แสดงพลังต่อรองปัญหาอื่นๆ เหมือนที่ชุมชนไทยเกรียง ตอนนี้ก็เป็นสมาคมไปแล้ว พอมีการรวมกลุ่ม มีพื้นที่ มันก็ขยายประเด็นในการต่อสู้ออกไป เช่น สิ่งแวดล้อม สิทธิ แรงงาน หลายๆ พื้นที่ก็เป็นแบบนี้ เช่น อำนาจเจริญ พอพวกเขารวมกลุ่มกันได้ เขาก็ไม่ได้สู้กับแค่เหล้าและความรุนแรง แต่ยังมีพื้นที่ให้สู้ต่อกับเรื่องความมั่นคงทางอาหาร ไม่ใช้สารเคมี เพราะพวกเขาอยู่ในภาคการเกษตร แบบนี้ก็เกิดขึ้นได้ด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/quote-jaded/">(Quote) มองปัญหาเชิงโครงสร้างในขวดเหล้า กับ จะเด็จ เชาวน์วิไล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2169</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ถอดบทเรียนความรุนแรงและแอลกอฮอล์ในยุคโควิด-19 กับ &#8216;จะเด็จ เชาวน์วิไล&#8217;</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/interview-jaded-covid19/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=interview-jaded-covid19</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jun 2020 11:01:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[ความรุนแรง]]></category>
		<category><![CDATA[จะเด็จ เชาวน์วิไล]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1904</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังจากที่แนวโน้มการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น รัฐบาลจึงเริ่มคลายมาตรการ &#8216;ล็อกดาวน์&#8217; ลงบางส่วน ดังจะเห็นได้จากการประกาศให้ห้างร้านเริ่มเปิดบริการ  อนุญาตให้มีการรับประทานอาหารนอกบ้าน รวมถึงอนุญาตให้ซื้อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามปกติ อย่างไรก็ตาม จากการปิดเมืองที่ผ่านมา ส่งผลให้คนจำนวนมากต้องกักตัวอยู่ในเคหะสถาน ปัญหาความรุนแรงซึ่งเรื้อรังและแอบแฝงในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในบ้านและครอบครัว อาจเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากความเครียดเรื่องโรคระบาด ปัญหาเศรษฐกิจ ไปจนถึงการถูกกระตุ้นจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวน จะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล (มญช.) กลับมาคุยอีกครั้ง เพื่อย้อนมองปรากฏการณ์ความรุนแรงในครัวเรือนช่วงล็อกดาวน์ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างมาตรการงดจำหน่ายสุรา การดื่ม และการเกิดความรุนแรง ไปจนถึงแนวโน้มของปัญหาในอนาคตหลังจากนี้ &#160; สถานการณ์ความรุนแรงภายในครอบครัวที่เกิดขึ้นในช่วง &#8216;ล็อกดาวน์&#8217; เป็นอย่างไร  อันที่จริง ปัญหาความรุนแรงในสังคมเรา รวมถึงในครอบครัวเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ถ้าดูจากตัวเลขที่ทางมูลนิธิ (มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล) เป็นผู้เก็บข้อมูลจะเห็นชัดว่า ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวในสถานการณ์โควิด-19 ไม่ได้ลดลงไปแม้แต่น้อย ในทางกลับกันอาจเพิ่มขึ้นกว่าเดิมเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ ทั้งสถิติการฆ่า การทำร้ายกันของคนในสังคม ย้อนหลังช่วงสามเดือนที่ผ่านมากว่า 160 ข่าว มีตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง และการฆ่ากันสูงถึง 80 กว่าข่าวทีเดียว หากมองย้อนว่าทำไมตัวเลขหรือสถิติความรุนแรงถึงไม่ลดลง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/interview-jaded-covid19/">ถอดบทเรียนความรุนแรงและแอลกอฮอล์ในยุคโควิด-19 กับ &#8216;จะเด็จ เชาวน์วิไล&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากที่แนวโน้มการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น รัฐบาลจึงเริ่มคลายมาตรการ &#8216;ล็อกดาวน์&#8217; ลงบางส่วน ดังจะเห็นได้จากการประกาศให้ห้างร้านเริ่มเปิดบริการ  อนุญาตให้มีการรับประทานอาหารนอกบ้าน รวมถึงอนุญาตให้ซื้อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามปกติ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม จากการปิดเมืองที่ผ่านมา ส่งผลให้คนจำนวนมากต้องกักตัวอยู่ในเคหะสถาน ปัญหาความรุนแรงซึ่งเรื้อรังและแอบแฝงในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในบ้านและครอบครัว อาจเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากความเครียดเรื่องโรคระบาด ปัญหาเศรษฐกิจ ไปจนถึงการถูกกระตุ้นจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</p>
<p>Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวน<strong><a href="https://alcoholrhythm.com/interview-jaded/" target="_blank" rel="noopener"> จะเด็จ เชาวน์วิไล </a></strong>ผู้อำนวยการ<strong><a href="https://www.wmp.or.th/">มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล (มญช.)</a></strong><a href="https://www.wmp.or.th/"> </a>กลับมาคุยอีกครั้ง เพื่อย้อนมองปรากฏการณ์ความรุนแรงในครัวเรือนช่วงล็อกดาวน์ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างมาตรการงดจำหน่ายสุรา การดื่ม และการเกิดความรุนแรง ไปจนถึงแนวโน้มของปัญหาในอนาคตหลังจากนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>สถานการณ์ความรุนแรงภายในครอบครัวที่เกิดขึ้นในช่วง &#8216;ล็อกดาวน์&#8217;</strong><strong> เป็นอย่างไร </strong></h4>
<p>อันที่จริง ปัญหาความรุนแรงในสังคมเรา รวมถึงในครอบครัวเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ถ้าดูจากตัวเลขที่ทางมูลนิธิ (มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล) เป็นผู้เก็บข้อมูลจะเห็นชัดว่า ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวในสถานการณ์โควิด-19 ไม่ได้ลดลงไปแม้แต่น้อย ในทางกลับกันอาจเพิ่มขึ้นกว่าเดิมเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ ทั้งสถิติการฆ่า การทำร้ายกันของคนในสังคม ย้อนหลังช่วงสามเดือนที่ผ่านมากว่า 160 ข่าว มีตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง และการฆ่ากันสูงถึง 80 กว่าข่าวทีเดียว</p>
<p>หากมองย้อนว่าทำไมตัวเลขหรือสถิติความรุนแรงถึงไม่ลดลง เป็นเพราะ<strong> <em>หนึ่ง</em> </strong>แนวคิดชายเป็นใหญ่ไม่ได้เปลี่ยน หรือเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะที่ล่าช้ามาก การบ่มเพาะความคิดของผู้ชายที่เชื่อว่าตัวเองเป็นใหญ่กว่าผู้หญิงยังมีมาตลอด และถูกปลูกฝังผ่านระบบครอบครัว ระบบการศึกษา และสื่อต่างๆ</p>
<p>สถานการณ์ที่ผ่านมาอาจจะดีขึ้นบ้างในแง่กลไกเชิงนโยบาย เช่น เรามี พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว เกิดขึ้น มีบ้านพักเด็กและครอบครัว มีกลไกในการช่วยเหลือผู้หญิงจากความรุนแรง ทั้งกฎหมายคุ้มครองโดยตรงและมาตรการในการจัดการดูแล เรามีศูนย์พึ่งได้ของกระทรวงสาธารณสุขหลายศูนย์ ซึ่งช่วยเยียวยาผู้หญิงได้ในระดับหนึ่ง</p>
<p>แต่บางครั้ง กลไกพวกนี้ก็ใช้ไม่ได้ผล เพราะสาเหตุข้อที่<em><strong> สอง</strong></em> เรื่องปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย เรามีจำนวนตำรวจหรือพนักงานสอบสวนผู้หญิงที่คอยรับเรื่องน้อย ส่วนใหญ่คนทำงานเป็นตำรวจผู้ชาย ทำให้เวลาที่เราไปแจ้งความ ตำรวจบางคนก็อาจจะไม่รับแจ้งความ เพราะมองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องในครอบครัว บางครั้งกลไกในการบังคับใช้กฎหมายจึงบังคับใช้ได้ไม่ดีเท่าที่ควร</p>
<p>และเมื่อผลออกมาเป็นอย่างนั้น ผู้ชายหลายคนจึงไม่คิดว่าตนจะได้รับผลกระทบอะไรจากการใช้ความรุนแรง ประกอบกับการรายงานข่าวของสื่อมวลชน ที่เมื่อเกิดเหตุทำร้ายร่างกายกัน ก็มักรายงานว่า ผู้หญิงที่ถูกกระทำเป็นคนไม่ดี การนำเสนอข้อมูลแบบนี้ทำให้หลายคนรู้สึกว่า มีเหตุผลให้ต้องใช้ความรุนแรง</p>
<p>นอกจากนี้ สาเหตุข้อที่ <em><strong>สาม</strong></em> คือ อาวุธปืน อุปกรณ์สร้างความรุนแรง รวมถึงตัวกระตุ้นอย่างเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นั้นหาง่าย ทำให้ความรุนแรงเกิดขึ้นง่าย ไม่ลดน้อยลงไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>โควิด-19 ทำให้ปัญหาความรุนแรงในบ้านเพิ่มขึ้นได้อย่างไร </strong></h4>
<p>ถ้าให้ผมวิเคราะห์ สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลต่อความรุนแรงแน่นอน เพราะการแก้ปัญหาโควิด-19 ลดการแพร่เชื้อด้วยการให้ทุกคนอยู่บ้าน งดทำกิจกรรมนอกบ้าน ใช้มาตรการปิดเมืองบ้าง กึ่งปิดกึ่งเปิด ใช้เคอร์ฟิวบ้าง เมื่อต้องกลับไปอยู่บ้าน ระบบชายเป็นใหญ่ที่ปลูกฝังในครอบครัวว่า งานบ้านไม่ใช่งานของผู้ชาย ผู้ชายต้องออกจากบ้านไปทำงานหาเงิน ส่วนผู้หญิงต้องเลี้ยงลูกดูแลบ้าน พอผู้ชายกลับมาอยู่บ้านจึงเกิดปัญหา เพราะไม่คุ้นชินกับการทำงานบ้านและไม่ได้ถูกฝึกมา</p>
<p>นอกจากนี้ ระบบทุนนิยมยังทำให้ผู้ชายไม่อยู่ติดบ้าน เป็นระบบที่ดึงครอบครัวออกจากกัน เพราะในวันปกติ ผู้ชายก็ออกไปทำงาน ครอบครัวจึงได้เจอหน้ากันเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่ผู้ชายส่วนหนึ่งก็เลือกใช้วันหยุดสุดสัปดาห์ออกไปกินเหล้ากับเพื่อน นี่เป็นวิถีชีวิตแบบลูกผู้ชาย ผมไม่ได้พูดเกินจริงไปเลย ผู้ชายมักจะวนเวียนไปคลับ ไปบาร์ ไปสนามมวย แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เขาต้องอยู่แค่ที่บ้าน เมื่อขาดอิสระ ก็เกิดปัญหาความรุนแรงตามมาได้ง่าย</p>
<p>ตัวอย่างคือ ในช่วงกักตัว มีอยู่เคสหนึ่ง ผู้ชายอยากออกจากบ้านไปดื่มเหล้ากับเพื่อนๆ แต่ภรรยาไม่ยอมให้ไป เพราะกลัวว่าจะเกิดความเสี่ยงในการติดโรค จนเกิดความขัดแย้งกันในครอบครัว ดังนั้น โควิด-19 เองก็ทำให้เราเห็นภาพความรุนแรงที่เกิดจากแอลกอฮอล์ชัดเจนมากขึ้น</p>
<p>อีกกรณีหนึ่งคือ ผู้หญิงถูกเลิกจ้าง กลับบ้านที่ต่างจังหวัดและเจอสามีมาขอนอนด้วย ฝ่ายภรรยาไม่ยอม เพราะกลัวเรื่องการติดเชื้อโควิด-19 สามีจึงทำร้ายร่างกายเพราะคิดว่าภรรยาไปมีคนอื่น ส่วนอีกกรณี เป็นผู้หญิงทำร้านอาหาร พอเกิดวิกฤตโควิด-19 ก็ต้องหยุดงาน ไปหางานทำที่บาร์แห่งหนึ่ง ระยะต่อมาเมื่อเกิดการล็อกดาวน์จนต้องปิดบาร์ นายจ้างกลับร่วมมือกับเพื่อนคิดอุบายให้เธอดื่มเหล้า และรุมโทรมเธอในบาร์</p>
<p>การล็อกดาวน์หรือปิดเมืองในช่วงที่ผ่านมา ยังทำให้คนตกงานมากขึ้น พอตกงานก็ทำให้เกิดคนจนในสังคมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งชนชั้นกลางระดับล่างเหล่านี้ก็น่าจะมีเกือบสิบล้านคน และนำไปสู่ปัญหาความเครียด การใช้อำนาจชายเป็นใหญ่ในครอบครัว ปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงและครอบครัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>การทำงานของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลเรื่องความรุนแรงต้องเปลี่ยนไปอย่างไรในสถานการณ์โรคระบาด</strong></h4>
<p>เคสความรุนแรงที่รายงานเข้ามามีมากขึ้น และเราเห็นว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ตอนนี้ต้องยอมอดทน เพราะแค่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างการดูแลลูก เรื่องหากิน การออกนอกบ้าน เขาก็แย่แล้ว นอกจากนี้ เคสความรุนแรงในชุมชนก็มี กระทบกระทั่งกันเพราะปัญหาเศรษฐกิจ</p>
<p>ในตอนนี้มูลนิธิฯ ต้องหันมาแก้ไขปัญหาเฉพาะอย่างเรื่องปากท้องและความเครียด เพราะบางคนตกงาน เครียด เราก็ต้องช่วยเหลือเขา หากิจกรรมให้เขาได้ฟื้นฟูสุขภาพจิตใจ ด้านปัญหาเรื่องแอลกอฮอล์ก็มีบ้าง เช่น เคสที่ติดเหล้าแล้วลงแดง มีเคสหนึ่งเป็นหนักจนต้องพาไปโรงพยาบาล และเสียชีวิตไปแล้ว แต่น้อยลง เพราะหาซื้อเหล้ากันยากขึ้นในช่วงห้ามขายเหล้าที่ผ่านมา ปัญหาเรื่องยาเสพติดเองก็มีไม่มากเท่าแต่ก่อน เพราะคนไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อ</p>
<p>นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังช่วยให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพ ป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>จากสถิติของมูลนิธิฯ มูลเหตุและแรงจูงใจของความรุนแรงที่เกิดจากเรื่องแอลกอฮอล์ยังคงสูงที่สุดเมื่อเทียบกับสาเหตุอื่น แม้ในช่วงที่รัฐใช้มาตรการงดจำหน่ายสุรา เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น </strong></h4>
<p>สถิติที่เห็นว่ามีมากเป็นสถิติที่เก็บในช่วงที่ยังไม่ได้ล็อกดาวน์ งดขายเหล้าเต็มที่ ทำให้บางคนยังมีเหล้าเก็บไว้ ช่วงที่ยังมีเหล้าไว้ดื่มก็เลยเป็นมูลเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความรุนแรง แต่ในระยะหลัง เมื่อหาซื้อเหล้าไม่ได้ ความรุนแรงที่เกิดจากเหล้าในช่วงหลังก็เริ่มลดลง</p>
<p>ผมมองว่าการผ่อนปรนกลับมาขายเหล้า ทำให้เขาหาซื้อได้ ก็อาจทำให้ปัญหากลับมาอีก เพราะนอกจากเหล้าจะเป็นตัวกระตุ้นความรุนแรงจากฤทธิ์ของมันเองแล้ว ผู้ชายในสังคมชายเป็นใหญ่ยังคิดว่าเหล้าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตลูกผู้ชาย เป็นวิถีชีวิตร่วมกับกลุ่มเพื่อนกลุ่มใหญ่ ถ้าออกไปดื่ม แล้วกลับมา ภรรยาต่อว่าว่าไม่กลัวติดโรคเหรอ? เขาก็จะโกรธ รู้สึกว่าความเป็นลูกผู้ชายของเขาแตะไม่ได้ ยอมไม่ได้ ถ้ายอม ก็จะเสียหน้า วัฒนธรรมความเชื่อที่เกี่ยวกับเหล้าแบบนี้ก็กระตุ้นให้เกิดความรุนแรงเช่นกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>สถานการณ์ความรุนแรงและแนวโน้มการดื่มแอลกอฮอล์ในอนาคตจะเป็นอย่างไร    </strong></h4>
<p>ผมคิดว่า ความรุนแรงไม่ลดลงหรอก เพราะ <em><strong>หนึ่ง</strong></em> สังคมยังคงมีปัญหาเศรษฐกิจ คนมีความเครียดอีกหลายเดือน หลายๆ คนอาจจะยังไม่มีงานทำอยู่ ซึ่งความเครียดก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความรุนแรงยังเกิดขึ้น เรื่องที่น่าห่วงคือ หลายคนเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด รวมแล้วจำนวนหลายล้านคน อาจจะนำไปสู่การแย่งชิงทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดในต่างหวัด ไม่ว่าเรื่อง น้ำ ที่ดินอาหาร จะเกิดปัญหาทางสังคม และความรุนแรงเพิ่มตามมา</p>
<p><em><strong>สอง </strong></em>ต่อให้ไม่มีเหล้าเป็นตัวกระตุ้น แนวคิดชายเป็นใหญ่ก็ยังคงอยู่ แม้ว่าจะมีมาตรการห้ามซื้อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงที่ผ่านมา แต่ผมมองว่า หากยกเลิกมาตรการ การดื่มเหล้าก็อาจไม่มีแนวโน้มลดลง เพราะสุดท้าย ถ้าพื้นที่ทางสังคมน้อย ผู้คนไม่มีพื้นที่ในการระบายทุกข์ และมีการกดทับทางชนชั้นที่ยากจนไม่มีการรวมกลุ่ม การดื่มเหล้าจึงเหมือนการระบายความเครียดที่เกิดจากปัญหาเศรษฐกิจในเวลานี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>เราจะออกแบบวิธีการรับมือกับความรุนแรงจากการดื่มแอลกอฮอล์ที่อาจมากขึ้นเพราะปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างไร </strong></h4>
<p>เบื้องต้น จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นช่วงวิกฤตที่ทำให้เกิดปัญหาเรื่องรายได้ จากการลดชั่วโมงทำงาน ถูกเลิกจ้าง  ไม่มีเงินเลี้ยงดูครอบครัว บางคนเข้าไม่ถึงอาหาร ถุงยังชีพ และสวัสดิการจากภาครัฐ เนื่องจากเป็นคนต่างหวัดที่เข้ามาทำงานในเมือง จึงมีไม่มีสำเนาทะเบียนบ้าน ส่งผลให้ไม่ได้รับการช่วยเหลือ ในจุดนี้มูลนิธิฯ จึงขอรับบริจาคข้าวสารอาหารแห้งจากเครือข่าย ส่งต่อให้คนที่ตกหล่นจากหน่วยงานรัฐเหล่านี้</p>
<p>ต่อมา คือ การแก้ไขปัญหาและลดภาวะความเครียดให้กับคนที่ตกงานโดยทางมูลนิธิได้หาทางออกร่วมกันกับแกนนำชุมชน องค์กรพัฒนาเอกชน เช่น มูลนิธิชีววิถี  หน่วยงานภาครัฐ จัดหาอาชีพให้ทำ สร้างพื้นที่ปลูกผักเกษตรอินทรีย์ในชุมชน เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและเสริมรายได้ จัดประชุมเพื่อระบายความทุกข์ ลดปัญหาความเครียด และลดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว</p>
<p>ส่วนการแก้ปัญหาการดื่มเหล้านั้น จะให้สอดคล้องกับการแก้ปัญหาวิกฤตจากโควิด-19 โดยแทรกไปกับการทำกิจกรรมที่ระบายความทุกข์ การสนับสนุนให้ทำกิจกรรมเสริมรายได้ หรืออาชีพที่สอดคล้องในช่วงนี้ และมีกิจกรรมแลกเปลี่ยน เพื่อสะท้อนปัญหา ผลกระทบจากการดื่มเหล้า โดยที่ไม่เอาการดื่มเหล้าเป็นประเด็นปัญหาหลักก่อน  แต่จะเอาปัญหาที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ของผู้ดื่มเหล้าเป็นตัวนำ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/interview-jaded-covid19/">ถอดบทเรียนความรุนแรงและแอลกอฮอล์ในยุคโควิด-19 กับ &#8216;จะเด็จ เชาวน์วิไล&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1904</post-id>	</item>
		<item>
		<title>จะเด็จ เชาวน์วิไล : เพราะเหล้าเป็นเรื่องเชิงโครงสร้าง</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/interview-jaded/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=interview-jaded</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Mar 2020 09:21:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[ความรุนแรงในครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[จะเด็จ เชาวน์วิไล]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาโครงสร้างสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบชายเป็นใหญ่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1599</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;คนติดเหล้าไม่ใช่คนไม่ดี แต่เป็นเพราะมิติที่ซ้อนทับทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ตลอดจนวัฒนธรรมที่ถมอยู่ ทำให้คนหันไปพึ่งพิงแอลกอฮอล์ และด้วยความที่คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจมิติตรงนี้ ทำให้สังคมเข้าใจคนติดเหล้าผิดอย่างยากที่จะแก้ไข&#8221; ข้างต้นคือทัศนะบางส่วนของ จะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล (มญช.) ที่มองว่า ‘เหล้า’ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง การจะแก้ปัญหาเรื่องเหล้าจึงไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่มิติของสุขภาพ แต่ต้องมองให้รอบด้าน หลากมิติ ตั้งแต่สังคม การเมือง จนไปถึงวัฒนธรรม ด้วยความที่มูลนิธิหญิงชายก้าวไกลมีการทำงานลงพื้นที่ และผลักดันหลากหลายประเด็นโดยเฉพาะมิติที่เกี่ยวข้องกับเพศสภาพ ทำให้จะเด็จสามารถมองเห็นปัญหาได้รอบด้าน และวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาเรื่องเหล้าที่เกี่ยวพันกับโครงสร้างสังคมได้อย่างแหลมคม “ถ้าคุณไม่คิดว่า ปัญหาเรื่องเหล้าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง แล้วก็ไปรณรงค์ รณรงค์ รณรงค์ สุดท้ายคุณก็จะได้แค่สติกเกอร์ โปสเตอร์ และซีดีเท่านั้น” สำหรับจะเด็จ เขาเชื่อว่าปัญหาเรื่องเหล้าสามารถถูกถอดรื้อและสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ แต่ต้องเริ่มจากการปรับความคิด มุมมอง และวิธีการดำเนินงาน ที่สำคัญคือ ต้อง ‘ตีโจทย์ให้แตก’ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาคนติดเหล้า Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า สนทนากับ จะเด็จ เชาวน์วิไล เกี่ยวกับเรื่องแอลกอฮอล์ ระบบชายเป็นใหญ่ และปัญหาเรื่องโครงสร้างสังคมที่ตระหง่านคร่อมคร่าชีวิตของคนอีกหลายคน ซึ่งการสนทนากับจะเด็จบอกเราอย่างชัดเจนว่า เราจะไม่มีวันทำความเข้าใจเรื่องเหล้าได้เลย หากไม่ทำความเข้าใจปัญหาเชิงโครงสร้างเหล่านี้ &#160; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/interview-jaded/">จะเด็จ เชาวน์วิไล : เพราะเหล้าเป็นเรื่องเชิงโครงสร้าง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&#8220;คนติดเหล้าไม่ใช่คนไม่ดี แต่เป็นเพราะมิติที่ซ้อนทับทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ตลอดจนวัฒนธรรมที่ถมอยู่ ทำให้คนหันไปพึ่งพิงแอลกอฮอล์ และด้วยความที่คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจมิติตรงนี้ ทำให้สังคมเข้าใจคนติดเหล้าผิดอย่างยากที่จะแก้ไข&#8221;</p>
<p>ข้างต้นคือทัศนะบางส่วนของ <strong>จะเด็จ เชาวน์วิไล </strong>ผู้อำนวยการ<a href="https://www.wmp.or.th/">มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล (มญช.)</a> ที่มองว่า ‘เหล้า’ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง การจะแก้ปัญหาเรื่องเหล้าจึงไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่มิติของสุขภาพ แต่ต้องมองให้รอบด้าน หลากมิติ ตั้งแต่สังคม การเมือง จนไปถึงวัฒนธรรม</p>
<p>ด้วยความที่มูลนิธิหญิงชายก้าวไกลมีการทำงานลงพื้นที่ และผลักดันหลากหลายประเด็นโดยเฉพาะมิติที่เกี่ยวข้องกับเพศสภาพ ทำให้จะเด็จสามารถมองเห็นปัญหาได้รอบด้าน และวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาเรื่องเหล้าที่เกี่ยวพันกับโครงสร้างสังคมได้อย่างแหลมคม</p>
<p>“ถ้าคุณไม่คิดว่า ปัญหาเรื่องเหล้าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง แล้วก็ไปรณรงค์ รณรงค์ รณรงค์ สุดท้ายคุณก็จะได้แค่สติกเกอร์ โปสเตอร์ และซีดีเท่านั้น”</p>
<p>สำหรับจะเด็จ เขาเชื่อว่าปัญหาเรื่องเหล้าสามารถถูกถอดรื้อและสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ แต่ต้องเริ่มจากการปรับความคิด มุมมอง และวิธีการดำเนินงาน ที่สำคัญคือ ต้อง ‘ตีโจทย์ให้แตก’ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาคนติดเหล้า</p>
<p>Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า สนทนากับ <strong>จะเด็จ เชาวน์วิไล </strong>เกี่ยวกับเรื่องแอลกอฮอล์ ระบบชายเป็นใหญ่ และปัญหาเรื่องโครงสร้างสังคมที่ตระหง่านคร่อมคร่าชีวิตของคนอีกหลายคน ซึ่งการสนทนากับจะเด็จบอกเราอย่างชัดเจนว่า เราจะไม่มีวันทำความเข้าใจเรื่องเหล้าได้เลย หากไม่ทำความเข้าใจปัญหาเชิงโครงสร้างเหล่านี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1663" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-1.png" alt="" width="1381" height="921" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-1.png 1381w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-1-300x200.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-1-768x512.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-1-1024x683.png 1024w" sizes="(max-width: 1381px) 100vw, 1381px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ถ้าพูดถึงมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เรามักนึกถึงภาพของมูลนิธิที่ส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ หรือดูแลเรื่องปัญหาความรุนแรงในครอบครัว จึงอยากเริ่มต้นด้วยการชวนคุยว่า ทำไมคุณถึงได้เริ่มทำงานกับผู้ติดสุรา</strong></h4>
<p>ในตอนแรก ผมค่อนข้างสนใจประเด็นเรื่องที่เกี่ยวกับเพศสภาพ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับผู้หญิงเป็นหลัก แต่เมื่อประมาณปี 2545 ผมได้มีโอกาสทำวิจัยร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เรื่องสุรากับปัจจัยที่ทำให้เกิดความรุนแรงในครอบครัว คือหาว่าสุราจะทำให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวได้ยังไง ตรงนั้นเป็นจุดเริ่มต้น ซึ่งถ้าเรามองจากมุมหรือประเด็นเกี่ยวกับผู้หญิง สุราไม่ใช่ตัวหลักที่ก่อให้เกิดปัญหาและความรุนแรงในครอบครัว แต่เป็นปัจจัยกระตุ้น</p>
<p>ตอนทำวิจัย เราได้ลงไปเก็บข้อมูลในหลายจังหวัด ข้อมูลที่ได้ค่อนข้างชัดเลยว่า การดื่มเหล้ามากกว่า 70% จะนำไปสู่ปัญหาความรุนแรง และยังเห็นมากกว่านั้นอีกว่า นี่ไม่ใช่แค่เรื่องแอลกอฮอล์ แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับทัศนคติชายเป็นใหญ่และความไม่เท่าเทียมทางเพศด้วย</p>
<p>งานวิจัยยังทำให้ผมเริ่มตั้งคำถามว่า ถ้าเราลองลงไปเก็บข้อมูลจากฝั่งผู้ชายในชุมชนจะช่วยอะไรได้บ้างไหม เพราะอย่างที่บอก เหล้าเป็นปัญหาแน่นอน แต่ไม่ใช่สาเหตุหลัก ปัญหาหลักคือความรุนแรงทางเพศและความรุนแรงในครอบครัว ที่มาจากแนวคิดชายเป็นใหญ่และโครงสร้างทางสังคมที่กดทับอยู่</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>แล้วมูลนิธิได้เข้ามาสนับสนุนและทำงานกับประเด็นที่ว่าอย่างไรบ้าง</strong></h4>
<p>อย่างที่บอกว่าตอนแรก ผมสนใจประเด็นเกี่ยวกับผู้หญิง ต่อมา เมื่อหันมาทำประเด็นเกี่ยวกับผู้ชายร่วมด้วย จึงใช้ชื่อว่า ‘มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล’</p>
<p>มูลนิธิฯ ของเรามีความเชื่อในสามประเด็น <strong>ประเด็นแรก</strong> เราเชื่อว่า ปัญหาความไม่เท่าเทียมทางเพศมาจากเรื่องชายเป็นใหญ่ ซึ่งเป็นโครงสร้างที่กดทับสังคมหนักมาก จริงอยู่ที่เดี๋ยวนี้ผู้ชายกับผู้หญิงเท่าเทียมกันแล้ว แต่แนวคิดนี้ก็ยังอยู่ ไม่หายไปไหน เรายังเห็นเคสและสถิติความรุนแรงเต็มไปหมด ดังนั้น ถ้าจะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ต้องจัดการกับเรื่องนี้ให้ได้ก่อน นี่เป็นจุดยืนขององค์กร</p>
<p>ส่วน <strong>ประเด็นที่สอง</strong> เราเชื่อมั่นในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน และ <strong>ประเด็นสุดท้าย </strong>คือความยากจน ซึ่งเป็นประเด็นที่โยงกับเรื่องของแอลกอฮอล์ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>คุณคิดว่า อะไรเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงแนวคิดชายเป็นใหญ่ให้ยังมีอิทธิพลอยู่ได้ในสังคม </strong></h4>
<p>เรื่องนี้เริ่มตั้งแต่ระบบสถาบันครอบครัวเลย เช่น บางครอบครัวยังสอนลูกชายว่า งานบ้านเป็นเรื่องของผู้หญิงเท่านั้น ต่อมาคือระบบการศึกษา ที่ในหลักสูตรยังระบุบทบาทหน้าที่เฉพาะให้ผู้หญิง ผู้หญิงต้องเป็นแม่บ้านบ้างล่ะ หรือยังมีบางบทเรียนที่กดทับเรื่องเพศของผู้หญิง พอเด็กไปเรียนหนังสือก็ถูกปลูกฝังแบบนี้ แล้วยังมีสื่อ ละครทั้งหลายที่ครอบงำเราชัดเจน ทั้งหมดนี้รวมๆ กันจนกลายเป็นวัฒนธรรมที่กดทับผู้หญิงเอาไว้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>แล้วเราจะนำกรอบแนวคิดชายเป็นใหญ่มาอธิบายเรื่องเหล้าได้อย่างไร</strong></h4>
<p>ผู้ชายหลายคนถูกปลูกฝังมาแต่เด็กว่า เกิดเป็นชายชาตรีแล้วต้องดื่มเหล้าถึงจะแมน หรือบางคนก็อยากดื่มเพื่อเข้ากลุ่ม ดื่มเพราะไม่อยากถูกมองว่าเป็นคนอ่อนแอ พอกลับมาบ้าน เจอภรรยาถามเพราะความเป็นห่วง ก็จะไม่ค่อยพอใจ หรือภรรยาบางคนบุกไปตามสามีในวงเหล้า ก็ทำให้สามีรู้สึกเสียหน้าจนอาจนำไปสู่การใช้ความรุนแรงทำร้ายร่างกายได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>เมื่อกี้คุณบอกว่า เรื่องความยากจนเชื่อมโยงกับประเด็นแอลกอฮอล์ อยากให้ช่วยขยายความตรงนี้สักหน่อย</strong></h4>
<p>มูลนิธิของเราได้ลงไปทำงานกับชุมชนอยู่บ่อยๆ ซึ่งส่วนมาก คนที่พวกเราเจอจะเป็นคนที่มีฐานะยากจน ถ้าเจอคนที่ดื่มเหล้า เราก็จะต้องวิเคราะห์ว่า เขาดื่มเหล้าเพราะอะไร เครียดจากเศรษฐกิจ ไม่มีงานทำ หรือว่างงาน เราต้องวิเคราะห์แบบนี้เพื่อจะแก้ปัญหาให้ถูกทาง เมื่อรู้ว่าต้นเหตุเกิดจากเรื่องอะไร ก็ไปแก้ปัญหาที่เรื่องนั้น ถ้าเราจะมองแค่มิติใดมิติหนึ่งมันแก้ปัญหาไม่ได้</p>
<p>ข้อจำกัดอย่างหนึ่งของการลงไปทำงานกับคนติดเหล้าคือ ถ้าเรามองแค่เรื่องสิทธิหรือมิติสุขภาพก็จะมองไม่เห็นมิติอื่นๆ และไม่พยายามหาเครื่องมืออื่นมาแก้ไขปัญหา เช่น ที่เรามองว่าปัญหาความรุนแรงเกิดมาจากแนวคิดชายเป็นใหญ่ มันก็ใช่นะ แต่จริงๆ เรื่องนี้ยังสามารถเชื่อมโยงไปหาปัญหามิติอื่นๆ เช่น สุขภาพ หรือความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1664" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-3.png" alt="" width="1381" height="921" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-3.png 1381w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-3-300x200.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-3-768x512.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-3-1024x683.png 1024w" sizes="(max-width: 1381px) 100vw, 1381px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>อยากชวนย้อนคุยไปถึงตอนที่คุณลงพื้นที่ทำวิจัยกับสสส. ตอนนั้นเห็นอะไรน่าสนใจบ้างไหม</strong></h4>
<p>ตอนแรกที่เราไปเก็บข้อมูล เรายังเห็นอะไรไม่ชัดเจน จะเห็นประเด็นชายเป็นใหญ่มากกว่า ต่อมาเราถึงเห็นประเด็นผู้หญิงเมื่อเราลงไปในชุมชนแล้ว</p>
<p>แต่สิ่งหนึ่งที่เราเห็นคือ ผู้ชายจะมีรูปแบบการดื่มที่คล้ายกัน โดยเฉพาะกลุ่มที่อายุ 35-40 ปีขึ้นไป ที่ดื่มเพื่อแสดงออกถึงความเป็นชาย รู้สึกถึงความมีอำนาจ บางคนก็คิดว่าเมาแล้วจะไปจีบหญิง แบบนี้คือความเป็นชายที่ถูกวัฒนธรรมปลูกฝังมาเลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>แล้วปัจจุบันนี้</strong><strong>?</strong></h4>
<p>ผมคิดว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเท่าไหร่นะ จริงอยู่ที่คนรุ่นใหม่ก็มีเปลี่ยนแหละ แต่แนวคิดเรื่องความเป็นชายมันก็ยังมีอยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องพึงระวังคือ เวลาพูดถึงคนรุ่นใหม่ ต้องบอกด้วยว่าเป็นคนกลุ่มไหน สถานะแบบใด เพราะคนแต่ละกลุ่มก็ย่อมมีความแตกต่างกันอยู่แล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>คุณบอกว่า แนวความคิดชายเป็นใหญ่ผลักให้ผู้ชายดื่มเหล้าเพื่อแสดงความเป็นชาย แต่ถ้ามองอีกแง่หนึ่ง ความเท่าเทียมทางเพศที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้การดื่มแอลกอฮอล์ของผู้หญิงดูเป็นเรื่องปกติ ผู้หญิงหันมาดื่มมากขึ้น บางแบรนด์ถึงกับผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เน้นกลุ่มลูกค้าผู้หญิงออกมา ตรงนี้คุณมองอย่างไร </strong></h4>
<p>มันมีส่วนนะครับ แต่ผมคิดว่า เราต้องแยกกลุ่มผู้หญิงออกจากกันด้วย ถ้าเป็นผู้หญิงในพื้นที่ที่มีความเป็นเมืองก็อาจจะเป็นแบบที่ว่ามา แต่ถ้าเป็นผู้หญิงในชนบทจะเป็นอีกแบบหนึ่งเลย คือพวกเขาต้องการพื้นที่ เวลาผมไปลงชุมชน ผมจะเห็นเลยว่า ผู้หญิงที่ติดเหล้าเกิดจากปัญหาความรุนแรงในครอบครัวทั้งนั้น ซึ่งความรุนแรงนี้ก็มาจากแนวคิดชายเป็นใหญ่นั่นแหละ</p>
<p>ถ้ามองให้ลึกลงไปอีก ความรุนแรงไม่ได้หมายถึงแค่การทุบตี แต่ยังรวมถึงการจำกัดเสรีภาพ หรือดุด่าด้วย ซึ่งระบบชายเป็นใหญ่จะทำให้ผู้ชายมีที่ทาง และจำกัดพื้นที่ของผู้หญิง เราจะเห็นว่าพื้นที่ของผู้หญิงมีแค่ที่บ้านกับที่ทำงาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างแคบ แต่ผู้ชายมีพื้นที่ไม่จำกัด พอมีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้น ผู้หญิงก็จะถูกตั้งคำถามจากที่บ้านและที่ทำงานในทำนองว่า “เป็นผู้หญิงทำไมไม่ทำตัวให้ดี” หรือถ้าพวกเธอถูกคุกคามทางเพศก็อาจจะโดนถามว่า “วันนั้นคุณแต่งตัวแบบไหน” ผู้หญิงเลยต้องหาพื้นที่เพื่อระบายและปลดปล่อย ซึ่งเหล้าก็เป็นส่วนหนึ่งในนั้น ผู้หญิงหลายคนที่โดนทำร้ายจึงรู้สึกว่าเหล้าคือทางออกของชีวิต</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>เท่าที่ฟังดู เหล้ามีอิทธิพลและมีอำนาจกับชีวิตของคนมาก แล้วคุณคิดว่า ทำไมเหล้าถึงกลายเป็นเหมือนตัวแทนของอำนาจ ไม่ว่าจะสำหรับชนชั้นใดก็ตาม</strong></h4>
<p>ผมคิดว่าเพราะทางเลือกมันน้อยไง แต่สำหรับคนยากจน มันมีประเด็นหนึ่งคือ พวกเขามักจะถูกครอบงำด้วยมายาคติ “โง่ จน เจ็บ” คุณเป็นพวกขี้เกียจ เล่นพนัน ดื่มเหล้า ลองดูสิว่า คนจนที่กินเหล้าจะถูกประณามมากกว่าคนชนชั้นกลางด้วย ผมเคยคุยกับคนติดเหล้าที่เป็นคนจน เขาบอกตรงๆ เลยว่า คนส่วนหนึ่งก็มองเขาแบบเหยียด แต่พอเพื่อนชนชั้นกลางของเขามาดื่มเหล้าด้วย คนก็จะมองว่า คนชนชั้นกลางไปคบกับคนพวกนี้ได้ยังไง นี่ก็สะท้อนภาพชนชั้นในสังคมไทยที่เข้มข้นมาก</p>
<p>ถ้ามองดูตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ปัญหาเรื่องชนชั้นของเราไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีเลย สังคมยังมองคนยากจนแบบนี้อยู่ มันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่เกิดจากทั้งระบบทุนและระบบการเมือง</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>อยากให้ช่วยขยายคำว่า </strong><strong>‘ปัญหาเชิงโครงสร้าง’ ในที่นี้ให้ฟังหน่อย</strong></h4>
<p>รัฐและทุนเหล้าต้องการให้คนในสังคมดื่มเหล้าผ่านการใช้การโฆษณา ขณะเดียวกันก็พยายามให้สังคมมองคนดื่มเหล้า โดยเฉพาะคนยากจน ว่าเป็นปัญหาในระดับปัจเจก ว่าง่ายๆ คือคุณดื่มเหล้าเพราะคุณอยากดื่มเอง ถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้น ไม่ว่าจะเป็นดื่มแล้วไปทำร้ายคนในครอบครัว หรือไปขับรถชนใครเข้า ก็ต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง</p>
<p>ตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมวิเคราะห์จากคนงานกรรมกรและคนระดับทั่วๆ ไป เพราะพวกเขามีโอกาสน้อยกว่าชนชั้นอื่นๆ และมักจะถูกครอบงำด้วยมายาคติ &#8220;โง่ จน เจ็บ&#8221; อย่างที่บอกไป คนมักจะมองว่า “ก็เพราะคุณเป็นพวกขี้เกียจ ไม่ไปทำงานแต่ดันไปดื่มเหล้า ไปเล่นการพนัน“ นี่คือมายาคติ คนไปดื่มเหล้าบำบัดทุกข์เลยกลายเป็นเรื่องส่วนบุคคลไป</p>
<p>อีกอย่างหนึ่งคือ การโฆษณาของบริษัทเหล้ามักจะแสดงออกว่า เหล้าคือทางออกของการแก้ปัญหา หรือช่วยดับความทุกข์จากเศรษฐกิจ ความเครียดจากการทำงาน ทุกข์จากครอบครัว ความรัก และปัญหาอื่นๆ คนจนที่เครียดเพราะไม่มีอันจะกินเลยเลือกที่จะดื่มเหล้าเพื่อดับทุกข์พวกนี้</p>
<p>ดังนั้น ผมเลยวิเคราะห์ปัญหาว่า เหล้าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง เพราะคนดื่มถูกโครงสร้างสังคมหรือถูกมายาคติต่างๆ กดทับ ถ้าจะแก้ปัญหาได้ก็จะต้องสร้างพื้นที่ให้คนยากจน หรือแม้แต่คนทั่วไปก็ควรมีการรวมกลุ่มเพื่อให้มีอำนาจต่อรอง เพื่อแก้ปัญหา และเพื่อระบายทุกข์จากการดื่มเหล้า</p>
<p>แต่ดูปัจจุบันนี้สิ คุณจะรวมกลุ่มกันเป็นสหภาพแรงงานก็ไม่ค่อยได้ เพราะไม่มีพื้นที่ให้ทำกิจกรรม หรือถ้ามีก็น้อยมาก ยกตัวอย่างกลุ่มคนงาน เขามีระบบที่เรียกว่า ‘แปดสามแปด‘ คือแปดแรกทำงาน แปดสองพักผ่อน และแปดสามรวมกลุ่ม ดังนั้น ถ้าพวกเขาพอมีเวลาก็จะมักจะหันไปหาเรื่องอบายมุข ไม่ใช่แค่เหล้า แต่รวมถึงบุหรี่กับการพนันด้วย</p>
<p>ผมมองว่า ชนชั้นนำอยากให้เรามีชีวิตกันแบบนี้อยู่แล้ว มันไม่มีเสรีภาพ ไม่มีการรวมกลุ่ม พวกเขาจึงมีพื้นที่ที่วนเวียนอยู่กับการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เล่นการพนัน หรือถึงจะรวมกลุ่มได้ แต่ถ้าไม่มีใครไปสนับสนุนเขาก็จะลำบาก รัฐก็ช่วยเหลืออย่างฉาบฉวย ไม่ได้ทำเพื่อให้เขามีศักดิ์ศรีหรือมีตัวตนขึ้นมาจริงๆ การรวมกลุ่มที่เกิดขึ้นผ่านรัฐจึงกลายเป็นแค่เรื่องการฝึกอาชีพเท่านั้น ส่วนภาคประชาสังคมที่ทำงานเชิงรุกกับคนติดเหล้าก็น้อยลงเรื่อยๆ ทั้งหมดนี้เป็นปัญหาเชิงรุกในการทำงานกับคนติดเหล้าหมดเลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1665" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-6.png" alt="" width="1381" height="921" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-6.png 1381w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-6-300x200.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-6-768x512.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-6-1024x683.png 1024w" sizes="(max-width: 1381px) 100vw, 1381px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>แล้วคุณคิดว่า เราจะจัดการกับปัญหาเชิงโครงสร้างแบบนี้ยังไง</strong></h4>
<p>ผมมองว่า ถ้าจะแก้ปัญหาพวกนี้จริงๆ เราต้องลงไปทำงานกับเขา จะมาแค่รณรงค์เลิกเหล้ามันไม่ได้ แต่ต้องรณรงค์เรื่องความสำคัญของความเป็นธรรมในสังคมในหลายมิติด้วย</p>
<p>ดังนั้น เราจึงต้องลงไปทำงานเชิงรุก ไปเรียนรู้คนที่ดื่มเหล้าในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นคนจนหรือคนชนชั้นกลาง เพื่อดูว่าเขามีวิถีในการดื่มเหล้าอย่างไร และลงไปคลุกคลีในพื้นที่เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เขามีการรวมกลุ่มเพื่อระบายปัญหาและหาทางออก</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>แสดงว่าเราต้องอาศัยอำนาจรัฐเข้ามาช่วยแก้ปัญหาด้วยใช่ไหม</strong></h4>
<p>ใช่ครับ แต่ตอนนี้ปัญหาคือ ภาครัฐยังรวมศูนย์อำนาจอยู่ ซึ่งถ้าคุณจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย มันจะต้องมีการกระจายอำนาจออกไปมากกว่านี้ เพราะเรื่องเหล้าไม่ได้เกี่ยวข้องกับแค่ภาครัฐ แต่เกี่ยวกับภาคส่วนอื่นด้วย เช่น นายทุนที่ผูกขาดเรื่องเหล้า</p>
<p>จริงๆ แล้วผมมองว่า ปัญหาเรื่องเหล้าส่วนหนึ่งเกิดจากความต้องการของพวกนายทุนหรือชนชั้นนำ ที่ต้องการให้คนยากจนอยู่กันแบบนี้ คุณเห็นไหมว่า เขาไม่เคยสนับสนุนให้เกิดพื้นที่ในการรวมกลุ่ม แต่ก็ยังไม่เคยมีการตั้งคำถามจริงๆ ว่า คนมีปัญหาคือใคร ทำไมถึงมีปัญหา</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีพวกมายาคติที่มองว่า ติดเหล้าเพราะยากจน หรือติดเหล้าเพราะบาปกรรม คนติดเหล้าเป็นคนที่ไม่ทำงาน ไม่ขยัน ไม่อดทน ทุกอย่างมันวนเวียนกันอยู่แค่นี้แหละ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>คุณทำงานรณรงค์และเคลื่อนไหวเรื่องการผลักดันกฎหมายมาเยอะมาก แล้วถ้าเป็นเรื่องเหล้า คุณมองการรณรงค์ที่ผ่านมายังไง</strong></h4>
<p>ผมรู้สึกว่ามันล้มเหลว ถ้าคุณไม่มีสหภาพที่เข้มแข็ง ไม่มีการรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย อย่างเราทำเรื่องเหล้า เมื่อก่อนมีเรื่องที่คนติดเหล้าฆ่ากันตายในงานเลี้ยงปีใหม่ สหภาพทนไม่ไหวก็เลยเข้ามาจัดการเรื่องนี้ นายจ้างก็พลอยได้ประโยชน์ไปด้วย จะเห็นว่ามันไม่ได้มีแค่เรื่องเหล้า แต่มีบุหรี่ การพนัน อุบัติเหตุ หรือเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวด้วย แต่ตอนนี้เราทำแค่รณรงค์ รณรงค์อย่างเดียว ไม่ได้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเลย เราก็จะมองแค่ว่าคนกินเหล้าไม่ดี เรื่องเหล้าก็จะวนเวียนอยู่แต่กับปัญหาตรงนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>แล้วคุณคิดว่าทางแก้ปัญหาควรจะเป็นแบบไหน</strong></h4>
<p>ยิ่งผมลงไปทำงานกับคนยากจน ผมยิ่งเห็นว่าเขาถูกกดทับจากความคิด ความเชื่อ และมายาคติของสังคม เพราะฉะนั้น เราต้องเปลี่ยนมายาคติใหม่ คือเปลี่ยนพวกเขาให้เห็นการรวมกลุ่ม เห็นพลังของผู้คน และเห็นพลังในตนเองที่จะลุกขึ้นมาตั้งคำถามและสร้างความเปลี่ยนแปลง ให้เห็นว่า ถึงคุณจะติดเหล้า แต่คุณก็ยังสามารถเปลี่ยนแปลงตนเองได้ พอเปลี่ยนแปลงตนเองได้ ก็จะเป็นพลังให้ทั้งตนเอง และเอื้อให้เกิดการรวมกลุ่มกันด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>แล้วการทำงานของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลมีลักษณะอย่างไร</strong></h4>
<p>เราทำงานผ่านทางอาสาสมัครที่เข้าไปทำงานในชุมชน โดยอาสาสมัครจะลงไปทำงานกับคนติดเหล้า และอบรมพวกเขาด้วยการให้คำปรึกษา อบรมเรื่องความไม่เป็นธรรมทางสังคม ความไม่เป็นธรรมทางเพศ และอบรบเรื่องการทำงานกลุ่ม เช่น กลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน หรือบางเคสที่เราแก้เองไม่ได้ เราก็ต้องมีกระบวนการส่งต่อ เช่น คนที่เป็นโรคติดสุรา (alcoholism) ต้องส่งไปที่โรงพยาบาล หรือเคสที่ใช้ความรุนแรง ก็อาจจะต้องดึงตำรวจ นักจิตวิทยา หรือนักสังคมสงเคราะห์เข้ามาช่วยด้วย</p>
<p>อาสาสมัครของเรามีความหลากหลาย มีทั้งหญิงและชาย บางคนเคยเป็นผู้ประสบปัญหามาก่อน เคยติดเหล้า เคยใช้ความรุนแรง แต่จะไม่ได้เป็นอาสาสมัครแบบผู้นำชุมชนที่มีหมวกหลายใบแก้ได้ทุกเรื่อง เพราะมีหมวกหลายใบทำได้ทุกเรื่องแบบนั้นแก้อะไรไม่ได้ และในชุมชนก็จะมีศูนย์ที่คอยช่วยทำกระบวนการกลุ่ม ให้คำแนะนำ ไปจนถึงการรณรงค์ระดับชุมชน เช่น ในงานเข้าพรรษา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1666" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-7.png" alt="" width="1381" height="921" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-7.png 1381w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-7-300x200.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-7-768x512.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-7-1024x683.png 1024w" sizes="(max-width: 1381px) 100vw, 1381px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>เห็นอะไรจากการลงพื้นที่บ้าง</strong></h4>
<p>แรกๆ เราก็ไม่เข้าใจหรอก เลยต้องลงไปเรียนรู้กับอาสาสมัครในศูนย์ เราเคยมองแค่ว่าอยากให้ผู้ชายเลิกเหล้า และอยากให้เขาหลุดพ้นจากความรุนแรง แต่พอทำไปก็รู้เลยว่า ถ้าวันหนึ่งเขาเลิกเหล้าได้แล้ว แต่ปัญหาเศรษฐกิจ สังคมยังคงอยู่ ก็เลิกเหล้าถาวรไม่ได้ เพราะมันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างไง</p>
<p>บางพื้นที่แก้ปัญหาตรงๆ ไม่ได้ ถ้ามีบางคนเขาใช้ความรุนแรงหนักมาก ชาวบ้านเขาก็ต้องมาวิเคราะห์กัน ต้องให้คนที่พูดคุยได้ลงพื้นที่ไปแลกเปลี่ยน ดูว่าคนติดเหล้าคนนี้เขาสนิทกับใครก็ลงไปหาคนนั้น จากนั้นค่อยเข้าไปหาคนติดเหล้า พอลงไปก็ไม่ได้พูดเรื่องเหล้านะ แต่จะถามสารทุกข์สุกดิบ ให้เขาระบายและแลกเปลี่ยนออกมา เพราะคนที่ดื่มเหล้าหนักๆ เขามักจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไม่ดีและไม่มีใครเข้าใจเขา แต่พอมีอาสาสมัครไปช่วยเขาก็จะรู้สึกว่า &#8220;จะมาช่วยทำไม ไม่ใช่ญาติพี่น้องสักหน่อย ทำไมอยู่ดีๆ มาเห็นใจเรา&#8221; แต่พออาสาสมัครลงไปพูดคุยด้วยบ่อยๆ เขาก็จะเริ่มเชื่อใจและสามารถทำงานเชิงรุกได้มากขึ้น ไปเจอที่บ้านได้มากขึ้น</p>
<p>เมื่อเริ่มสนิทกันแล้ว เขาก็จะค่อยๆ พูดและระบายออกมาว่ามีความทุกข์อย่างไร และจะค่อยๆ อยากลด ละ เลิก เหล้า เรามีอาสาสมัครหลายคนที่เคยดื่มเหล้ามาก่อน ก็เอาประสบการณ์ของตัวเองไปแลกเปลี่ยนด้วย พอคนฟังแล้วเขาก็จะอยากเลิกบ้าง นี่ก็เป็นกระบวนการกลุ่มแบบเพื่อนช่วยเพื่อนที่เอาประสบการณ์ที่เคยดื่มเหล้ามาแลกเปลี่ยนกันให้เห็นว่า การดื่มเหล้าส่งผลกระทบอะไรในครอบครัว รวมถึงช่วยกันหาทางออก ซึ่งก็เป็นงานที่ลึกขึ้นเรื่อยๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>คุณเจอเคสอะไรที่น่าสนใจบ้างไหม</strong></h4>
<p>เราเคยเจอเคสที่ชุมชนหนึ่ง พ่อทำร้ายแม่ ลูกก็ทั้งไม่มีความสุขทั้งอาย ไม่อยากให้เพื่อนเห็นเวลาพ่อไปส่งเขาที่โรงเรียน ครอบครัวนี้อยากเปลี่ยนแปลงกันทั้งครอบครัว ก็เลยมาเข้าค่ายกัน เราก็มีหลักสูตรและมีพื้นที่ให้พวกเขาได้เจอกัน คุยกัน และทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน ซึ่งก็ทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวดีขึ้นตามลำดับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ในฐานะคนที่ทำงานในพื้นที่จริง คุณคิดว่าอะไรเป็นปัจจัยให้คนที่อยากเลิกเหล้าสามารถเลิกได้ และสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริงๆ</strong></h4>
<p>อย่างแรก ผมว่ามันมาจากความรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่ามากขึ้น แต่ถ้าเกิดสังคมไปตีตราเขาว่าเขาเป็นคนชั่วคนเลวมันก็ไม่ได้ เราต้องทำยังไงก็ได้ให้เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้เลว และทำให้เขารู้สึกว่า จริงๆ มันก็เปลี่ยนได้นี่ หลายครั้ง คนในเคสที่เราเจอก็กลายเป็นผู้นำชุมชนด้วย เพราะสามารถสร้างความท้าทายให้คนในชุมชนได้เรียนรู้ว่า เหล้ามันเลิกได้จริงอย่างที่ตัวเขาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ งานแบบนี้ก็ใช้เวลาพอควรนะ บางคนเป็นปี บางคนสองปี แต่พอวันหนึ่งเขาเปลี่ยนได้ เรื่องอื่นๆ ก็จะตามมา</p>
<p>นอกจากนี้ เรายังสนับสนุนให้มีองค์กรชาวบ้าน เพราะอยู่ดีๆ จะไปทำเรื่องเลิกเหล้าอย่างเดียวก็ไม่ได้ ตอนนี้หลายพื้นที่ก็มีเครือข่ายชาวบ้าน เช่น ชุมพรมีการตั้งเป็นมูลนิธิแก้ปัญหาเรื่องเหล้ากับความรุนแรงต่อผู้หญิง ก็จะมีเรื่องเหล้า ความรุนแรง และแตกขยายไปเรื่องอื่นๆ เช่น ประเด็นสุขภาพ สิ่งแวดล้อม สร้างอาชีพให้คนเลิกเหล้าด้วย</p>
<p>อย่างที่ผมบอก ถ้าคนรู้สึกว่าพวกเขาไม่มีพื้นที่และไม่มีการรวมกลุ่ม แล้วก็ไปรณรงค์อย่างเดียว มันไปไม่รอด เขาต้องรู้สึกว่าตัวเองมีพื้นที่แสดงตัวตนและแสดงออกด้วย ถ้าคุณไม่คิดว่า ปัญหาเรื่องเหล้าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง แล้วก็ไปรณรงค์ รณรงค์ รณรงค์ สุดท้ายคุณก็จะได้แค่สติกเกอร์ โปสเตอร์ และซีดีเท่านั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>แล้วเคยเจอเคสที่กลับไปดื่มเหล้าบ้างไหม</strong></h4>
<p>เคยเจอครับ แต่เราก็ไม่เคยทิ้งเคสแบบนี้เลย ผมคิดว่าคนเราสามารถผิดพลาดกันได้ บางคนเจอปัญหาหนักถึงขั้นลูกเสียชีวิต เขาก็กลับไปดื่ม อาสาสมัครก็จะลงไปช่วย ไม่เคยทิ้ง</p>
<p>ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่า การเลิกเหล้าด้วยตัวเองเป็นเรื่องยาก ดังนั้นกระบวนการกลุ่มจึงสำคัญ เพราะมันตอบโจทย์ในหลายๆ มิติ ทำให้คนที่ไม่มีโอกาสในสังคม หรือคนที่ถูกกดทับในสังคมได้แสดงพลัง ได้เห็นคุณค่าในตัวเอง สิ่งที่สังคมพยายามบอกว่า พวกเขา ขี้เกียจ จน หรือติดพนัน จะถูกทำลายลงจากการรวมกลุ่ม เพราะการรวมกลุ่มจะให้พื้นที่กับเขา ทำให้เขาเห็นว่า ตนเองก็เป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกับคนอื่น</p>
<p>เพราะฉะนั้น การเลิกเหล้าจะทำแค่ในมิติของสุขภาพอย่างเดียวไม่ได้ แต่เขาจะต้องเห็นอำนาจในตัวเองว่า เขาเปลี่ยนแปลงได้ และมีกลุ่มที่ได้แสดงพลังต่อรองปัญหาอื่นๆ เหมือนที่ชุมชนไทยเกรียง ตอนนี้ก็เป็นสมาคมไปแล้ว พอมีการรวมกลุ่ม มีพื้นที่ มันก็ขยายประเด็นในการต่อสู้ออกไป เช่น สิ่งแวดล้อม สิทธิ แรงงาน หลายๆ พื้นที่ก็เป็นแบบนี้ เช่น อำนาจเจริญ พอพวกเขารวมกลุ่มกันได้ เขาก็ไม่ได้สู้กับแค่เหล้าและความรุนแรง แต่ยังมีพื้นที่ให้สู้ต่อกับเรื่องความมั่นคงทางอาหาร ไม่ใช้สารเคมี เพราะพวกเขาอยู่ในภาคการเกษตร แบบนี้ก็เกิดขึ้นได้ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>คุณมองระบบบำบัดเหล้าในปัจจุบันนี้อย่างไร</strong></h4>
<p>ถ้าถามผม ตอนนี้ระบบการบำบัดสำหรับผู้หญิงล้มเหลวมาก ถ้าผู้ชายเลิกเหล้าจะมีคนสนับสนุนมากกว่า ขณะที่ผู้หญิงมักไม่ค่อยมีคนสนับสนุนเท่า สถานการณ์มันเลยไปกันใหญ่ บางคนจะมองว่าผู้หญิงที่ติดเหล้าว่า เป็นคนไม่ดี พอเป็นคนไม่ดีก็ไม่ต้องไปช่วยเขา มันจะเป็นภาพจำแบบนี้ ถามว่าเอาครอบครัวเข้ามาจะช่วยไหม มันก็ยาก เพราะส่วนมากที่ผู้หญิงติดเหล้าก็เพราะมีปัญหาในครอบครัวนี่แหละ แต่ถ้าเปลี่ยนมาเป็นผู้ชาย ภรรยาก็อยากให้เลิก ลูกก็อยากให้เลิก มันจะต่างกันตรงนี้</p>
<p>มีเคสหนึ่งเป็นผู้หญิงที่เคยมีสามีเป็นคนต่างชาติ พอติดเหล้าก็เลิกกับสามี พอเธอกลับมาอยู่ในชุมชนก็ไปคุยๆ กับผู้ชายคนอื่น ซึ่งสำหรับสังคมไทย การมีปัญหาเรื่องเหล้าก็เท่ากับว่าเป็นคนไม่ดีแล้ว พอมาคุยกับคนอื่นอีก ผู้หญิงคนนี้เลยกลายเป็นผู้หญิงไม่ดีในสายตาชาวบ้านไปเลย แบบนี้ก็ต้องค่อยคุยๆ และหาตัวช่วย เพราะผู้หญิงหลายคนไม่อยากไปบำบัด เนื่องจากระบบส่วนใหญ่ยังกดทับผู้หญิงอยู่ แล้วบุคลากรบางคนในระบบก็ใช้คำพูดที่ดูไม่เป็นมิตรกับผู้หญิงด้วย</p>
<p>เพราะฉะนั้น ระบบบำบัดก็ต้องถูกปรับตัวและถูกปรับเปลี่ยน คุณต้องเข้าใจว่าการติดเหล้าเป็นโรค ไม่ใช่เป็นเรื่องของคนดีหรือคนไม่ดี เวลาคนติดเหล้าไปรักษา ประกันสังคมก็ไม่จ่ายให้อีก แบบนี้มันไม่ใช่ การติดเหล้าเกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่กล่าวมาแล้ว เพราะเขามีปัญหาจึงดื่มเหล้า ต่อมาเลยกลายเป็นโรค นี่แทบไม่เกี่ยวอะไรกับนิสัยเลย แต่ระบบบำบัดกลับมองว่า เขาติดเหล้าเพราะนิสัย เพราะเขาไปกินเอง เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดนี้ใหม่ ต้องเปลี่ยนความคิดที่ว่า “จน ขี้เกียจ เลยกินเหล้า” เราต้องเข้าใจและมองให้รอบด้าน มองในหลายมิติ เพราะจริงๆ แล้วเรื่องเหล้าเป็นเรื่องเชิงโครงสร้าง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1667" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-15.png" alt="" width="1381" height="921" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-15.png 1381w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-15-300x200.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-15-768x512.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/03/จะเด็จ-15-1024x683.png 1024w" sizes="(max-width: 1381px) 100vw, 1381px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/interview-jaded/">จะเด็จ เชาวน์วิไล : เพราะเหล้าเป็นเรื่องเชิงโครงสร้าง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1599</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
