<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>ความรุนแรง Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/ความรุนแรง/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:20:11 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>ความรุนแรง Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/ความรุนแรง/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>ถอดบทเรียนความรุนแรงและแอลกอฮอล์ในยุคโควิด-19 กับ &#8216;จะเด็จ เชาวน์วิไล&#8217;</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/interview-jaded-covid19/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=interview-jaded-covid19</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jun 2020 11:01:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[ความรุนแรง]]></category>
		<category><![CDATA[จะเด็จ เชาวน์วิไล]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1904</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังจากที่แนวโน้มการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น รัฐบาลจึงเริ่มคลายมาตรการ &#8216;ล็อกดาวน์&#8217; ลงบางส่วน ดังจะเห็นได้จากการประกาศให้ห้างร้านเริ่มเปิดบริการ  อนุญาตให้มีการรับประทานอาหารนอกบ้าน รวมถึงอนุญาตให้ซื้อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามปกติ อย่างไรก็ตาม จากการปิดเมืองที่ผ่านมา ส่งผลให้คนจำนวนมากต้องกักตัวอยู่ในเคหะสถาน ปัญหาความรุนแรงซึ่งเรื้อรังและแอบแฝงในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในบ้านและครอบครัว อาจเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากความเครียดเรื่องโรคระบาด ปัญหาเศรษฐกิจ ไปจนถึงการถูกกระตุ้นจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวน จะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล (มญช.) กลับมาคุยอีกครั้ง เพื่อย้อนมองปรากฏการณ์ความรุนแรงในครัวเรือนช่วงล็อกดาวน์ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างมาตรการงดจำหน่ายสุรา การดื่ม และการเกิดความรุนแรง ไปจนถึงแนวโน้มของปัญหาในอนาคตหลังจากนี้ &#160; สถานการณ์ความรุนแรงภายในครอบครัวที่เกิดขึ้นในช่วง &#8216;ล็อกดาวน์&#8217; เป็นอย่างไร  อันที่จริง ปัญหาความรุนแรงในสังคมเรา รวมถึงในครอบครัวเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ถ้าดูจากตัวเลขที่ทางมูลนิธิ (มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล) เป็นผู้เก็บข้อมูลจะเห็นชัดว่า ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวในสถานการณ์โควิด-19 ไม่ได้ลดลงไปแม้แต่น้อย ในทางกลับกันอาจเพิ่มขึ้นกว่าเดิมเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ ทั้งสถิติการฆ่า การทำร้ายกันของคนในสังคม ย้อนหลังช่วงสามเดือนที่ผ่านมากว่า 160 ข่าว มีตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง และการฆ่ากันสูงถึง 80 กว่าข่าวทีเดียว หากมองย้อนว่าทำไมตัวเลขหรือสถิติความรุนแรงถึงไม่ลดลง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/interview-jaded-covid19/">ถอดบทเรียนความรุนแรงและแอลกอฮอล์ในยุคโควิด-19 กับ &#8216;จะเด็จ เชาวน์วิไล&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากที่แนวโน้มการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น รัฐบาลจึงเริ่มคลายมาตรการ &#8216;ล็อกดาวน์&#8217; ลงบางส่วน ดังจะเห็นได้จากการประกาศให้ห้างร้านเริ่มเปิดบริการ  อนุญาตให้มีการรับประทานอาหารนอกบ้าน รวมถึงอนุญาตให้ซื้อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามปกติ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม จากการปิดเมืองที่ผ่านมา ส่งผลให้คนจำนวนมากต้องกักตัวอยู่ในเคหะสถาน ปัญหาความรุนแรงซึ่งเรื้อรังและแอบแฝงในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในบ้านและครอบครัว อาจเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากความเครียดเรื่องโรคระบาด ปัญหาเศรษฐกิจ ไปจนถึงการถูกกระตุ้นจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</p>
<p>Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวน<strong><a href="https://alcoholrhythm.com/interview-jaded/" target="_blank" rel="noopener"> จะเด็จ เชาวน์วิไล </a></strong>ผู้อำนวยการ<strong><a href="https://www.wmp.or.th/">มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล (มญช.)</a></strong><a href="https://www.wmp.or.th/"> </a>กลับมาคุยอีกครั้ง เพื่อย้อนมองปรากฏการณ์ความรุนแรงในครัวเรือนช่วงล็อกดาวน์ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างมาตรการงดจำหน่ายสุรา การดื่ม และการเกิดความรุนแรง ไปจนถึงแนวโน้มของปัญหาในอนาคตหลังจากนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>สถานการณ์ความรุนแรงภายในครอบครัวที่เกิดขึ้นในช่วง &#8216;ล็อกดาวน์&#8217;</strong><strong> เป็นอย่างไร </strong></h4>
<p>อันที่จริง ปัญหาความรุนแรงในสังคมเรา รวมถึงในครอบครัวเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ถ้าดูจากตัวเลขที่ทางมูลนิธิ (มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล) เป็นผู้เก็บข้อมูลจะเห็นชัดว่า ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวในสถานการณ์โควิด-19 ไม่ได้ลดลงไปแม้แต่น้อย ในทางกลับกันอาจเพิ่มขึ้นกว่าเดิมเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ ทั้งสถิติการฆ่า การทำร้ายกันของคนในสังคม ย้อนหลังช่วงสามเดือนที่ผ่านมากว่า 160 ข่าว มีตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง และการฆ่ากันสูงถึง 80 กว่าข่าวทีเดียว</p>
<p>หากมองย้อนว่าทำไมตัวเลขหรือสถิติความรุนแรงถึงไม่ลดลง เป็นเพราะ<strong> <em>หนึ่ง</em> </strong>แนวคิดชายเป็นใหญ่ไม่ได้เปลี่ยน หรือเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะที่ล่าช้ามาก การบ่มเพาะความคิดของผู้ชายที่เชื่อว่าตัวเองเป็นใหญ่กว่าผู้หญิงยังมีมาตลอด และถูกปลูกฝังผ่านระบบครอบครัว ระบบการศึกษา และสื่อต่างๆ</p>
<p>สถานการณ์ที่ผ่านมาอาจจะดีขึ้นบ้างในแง่กลไกเชิงนโยบาย เช่น เรามี พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว เกิดขึ้น มีบ้านพักเด็กและครอบครัว มีกลไกในการช่วยเหลือผู้หญิงจากความรุนแรง ทั้งกฎหมายคุ้มครองโดยตรงและมาตรการในการจัดการดูแล เรามีศูนย์พึ่งได้ของกระทรวงสาธารณสุขหลายศูนย์ ซึ่งช่วยเยียวยาผู้หญิงได้ในระดับหนึ่ง</p>
<p>แต่บางครั้ง กลไกพวกนี้ก็ใช้ไม่ได้ผล เพราะสาเหตุข้อที่<em><strong> สอง</strong></em> เรื่องปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย เรามีจำนวนตำรวจหรือพนักงานสอบสวนผู้หญิงที่คอยรับเรื่องน้อย ส่วนใหญ่คนทำงานเป็นตำรวจผู้ชาย ทำให้เวลาที่เราไปแจ้งความ ตำรวจบางคนก็อาจจะไม่รับแจ้งความ เพราะมองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องในครอบครัว บางครั้งกลไกในการบังคับใช้กฎหมายจึงบังคับใช้ได้ไม่ดีเท่าที่ควร</p>
<p>และเมื่อผลออกมาเป็นอย่างนั้น ผู้ชายหลายคนจึงไม่คิดว่าตนจะได้รับผลกระทบอะไรจากการใช้ความรุนแรง ประกอบกับการรายงานข่าวของสื่อมวลชน ที่เมื่อเกิดเหตุทำร้ายร่างกายกัน ก็มักรายงานว่า ผู้หญิงที่ถูกกระทำเป็นคนไม่ดี การนำเสนอข้อมูลแบบนี้ทำให้หลายคนรู้สึกว่า มีเหตุผลให้ต้องใช้ความรุนแรง</p>
<p>นอกจากนี้ สาเหตุข้อที่ <em><strong>สาม</strong></em> คือ อาวุธปืน อุปกรณ์สร้างความรุนแรง รวมถึงตัวกระตุ้นอย่างเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นั้นหาง่าย ทำให้ความรุนแรงเกิดขึ้นง่าย ไม่ลดน้อยลงไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>โควิด-19 ทำให้ปัญหาความรุนแรงในบ้านเพิ่มขึ้นได้อย่างไร </strong></h4>
<p>ถ้าให้ผมวิเคราะห์ สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลต่อความรุนแรงแน่นอน เพราะการแก้ปัญหาโควิด-19 ลดการแพร่เชื้อด้วยการให้ทุกคนอยู่บ้าน งดทำกิจกรรมนอกบ้าน ใช้มาตรการปิดเมืองบ้าง กึ่งปิดกึ่งเปิด ใช้เคอร์ฟิวบ้าง เมื่อต้องกลับไปอยู่บ้าน ระบบชายเป็นใหญ่ที่ปลูกฝังในครอบครัวว่า งานบ้านไม่ใช่งานของผู้ชาย ผู้ชายต้องออกจากบ้านไปทำงานหาเงิน ส่วนผู้หญิงต้องเลี้ยงลูกดูแลบ้าน พอผู้ชายกลับมาอยู่บ้านจึงเกิดปัญหา เพราะไม่คุ้นชินกับการทำงานบ้านและไม่ได้ถูกฝึกมา</p>
<p>นอกจากนี้ ระบบทุนนิยมยังทำให้ผู้ชายไม่อยู่ติดบ้าน เป็นระบบที่ดึงครอบครัวออกจากกัน เพราะในวันปกติ ผู้ชายก็ออกไปทำงาน ครอบครัวจึงได้เจอหน้ากันเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่ผู้ชายส่วนหนึ่งก็เลือกใช้วันหยุดสุดสัปดาห์ออกไปกินเหล้ากับเพื่อน นี่เป็นวิถีชีวิตแบบลูกผู้ชาย ผมไม่ได้พูดเกินจริงไปเลย ผู้ชายมักจะวนเวียนไปคลับ ไปบาร์ ไปสนามมวย แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เขาต้องอยู่แค่ที่บ้าน เมื่อขาดอิสระ ก็เกิดปัญหาความรุนแรงตามมาได้ง่าย</p>
<p>ตัวอย่างคือ ในช่วงกักตัว มีอยู่เคสหนึ่ง ผู้ชายอยากออกจากบ้านไปดื่มเหล้ากับเพื่อนๆ แต่ภรรยาไม่ยอมให้ไป เพราะกลัวว่าจะเกิดความเสี่ยงในการติดโรค จนเกิดความขัดแย้งกันในครอบครัว ดังนั้น โควิด-19 เองก็ทำให้เราเห็นภาพความรุนแรงที่เกิดจากแอลกอฮอล์ชัดเจนมากขึ้น</p>
<p>อีกกรณีหนึ่งคือ ผู้หญิงถูกเลิกจ้าง กลับบ้านที่ต่างจังหวัดและเจอสามีมาขอนอนด้วย ฝ่ายภรรยาไม่ยอม เพราะกลัวเรื่องการติดเชื้อโควิด-19 สามีจึงทำร้ายร่างกายเพราะคิดว่าภรรยาไปมีคนอื่น ส่วนอีกกรณี เป็นผู้หญิงทำร้านอาหาร พอเกิดวิกฤตโควิด-19 ก็ต้องหยุดงาน ไปหางานทำที่บาร์แห่งหนึ่ง ระยะต่อมาเมื่อเกิดการล็อกดาวน์จนต้องปิดบาร์ นายจ้างกลับร่วมมือกับเพื่อนคิดอุบายให้เธอดื่มเหล้า และรุมโทรมเธอในบาร์</p>
<p>การล็อกดาวน์หรือปิดเมืองในช่วงที่ผ่านมา ยังทำให้คนตกงานมากขึ้น พอตกงานก็ทำให้เกิดคนจนในสังคมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งชนชั้นกลางระดับล่างเหล่านี้ก็น่าจะมีเกือบสิบล้านคน และนำไปสู่ปัญหาความเครียด การใช้อำนาจชายเป็นใหญ่ในครอบครัว ปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงและครอบครัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>การทำงานของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลเรื่องความรุนแรงต้องเปลี่ยนไปอย่างไรในสถานการณ์โรคระบาด</strong></h4>
<p>เคสความรุนแรงที่รายงานเข้ามามีมากขึ้น และเราเห็นว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ตอนนี้ต้องยอมอดทน เพราะแค่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างการดูแลลูก เรื่องหากิน การออกนอกบ้าน เขาก็แย่แล้ว นอกจากนี้ เคสความรุนแรงในชุมชนก็มี กระทบกระทั่งกันเพราะปัญหาเศรษฐกิจ</p>
<p>ในตอนนี้มูลนิธิฯ ต้องหันมาแก้ไขปัญหาเฉพาะอย่างเรื่องปากท้องและความเครียด เพราะบางคนตกงาน เครียด เราก็ต้องช่วยเหลือเขา หากิจกรรมให้เขาได้ฟื้นฟูสุขภาพจิตใจ ด้านปัญหาเรื่องแอลกอฮอล์ก็มีบ้าง เช่น เคสที่ติดเหล้าแล้วลงแดง มีเคสหนึ่งเป็นหนักจนต้องพาไปโรงพยาบาล และเสียชีวิตไปแล้ว แต่น้อยลง เพราะหาซื้อเหล้ากันยากขึ้นในช่วงห้ามขายเหล้าที่ผ่านมา ปัญหาเรื่องยาเสพติดเองก็มีไม่มากเท่าแต่ก่อน เพราะคนไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อ</p>
<p>นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังช่วยให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพ ป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>จากสถิติของมูลนิธิฯ มูลเหตุและแรงจูงใจของความรุนแรงที่เกิดจากเรื่องแอลกอฮอล์ยังคงสูงที่สุดเมื่อเทียบกับสาเหตุอื่น แม้ในช่วงที่รัฐใช้มาตรการงดจำหน่ายสุรา เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น </strong></h4>
<p>สถิติที่เห็นว่ามีมากเป็นสถิติที่เก็บในช่วงที่ยังไม่ได้ล็อกดาวน์ งดขายเหล้าเต็มที่ ทำให้บางคนยังมีเหล้าเก็บไว้ ช่วงที่ยังมีเหล้าไว้ดื่มก็เลยเป็นมูลเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความรุนแรง แต่ในระยะหลัง เมื่อหาซื้อเหล้าไม่ได้ ความรุนแรงที่เกิดจากเหล้าในช่วงหลังก็เริ่มลดลง</p>
<p>ผมมองว่าการผ่อนปรนกลับมาขายเหล้า ทำให้เขาหาซื้อได้ ก็อาจทำให้ปัญหากลับมาอีก เพราะนอกจากเหล้าจะเป็นตัวกระตุ้นความรุนแรงจากฤทธิ์ของมันเองแล้ว ผู้ชายในสังคมชายเป็นใหญ่ยังคิดว่าเหล้าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตลูกผู้ชาย เป็นวิถีชีวิตร่วมกับกลุ่มเพื่อนกลุ่มใหญ่ ถ้าออกไปดื่ม แล้วกลับมา ภรรยาต่อว่าว่าไม่กลัวติดโรคเหรอ? เขาก็จะโกรธ รู้สึกว่าความเป็นลูกผู้ชายของเขาแตะไม่ได้ ยอมไม่ได้ ถ้ายอม ก็จะเสียหน้า วัฒนธรรมความเชื่อที่เกี่ยวกับเหล้าแบบนี้ก็กระตุ้นให้เกิดความรุนแรงเช่นกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>สถานการณ์ความรุนแรงและแนวโน้มการดื่มแอลกอฮอล์ในอนาคตจะเป็นอย่างไร    </strong></h4>
<p>ผมคิดว่า ความรุนแรงไม่ลดลงหรอก เพราะ <em><strong>หนึ่ง</strong></em> สังคมยังคงมีปัญหาเศรษฐกิจ คนมีความเครียดอีกหลายเดือน หลายๆ คนอาจจะยังไม่มีงานทำอยู่ ซึ่งความเครียดก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความรุนแรงยังเกิดขึ้น เรื่องที่น่าห่วงคือ หลายคนเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด รวมแล้วจำนวนหลายล้านคน อาจจะนำไปสู่การแย่งชิงทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดในต่างหวัด ไม่ว่าเรื่อง น้ำ ที่ดินอาหาร จะเกิดปัญหาทางสังคม และความรุนแรงเพิ่มตามมา</p>
<p><em><strong>สอง </strong></em>ต่อให้ไม่มีเหล้าเป็นตัวกระตุ้น แนวคิดชายเป็นใหญ่ก็ยังคงอยู่ แม้ว่าจะมีมาตรการห้ามซื้อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงที่ผ่านมา แต่ผมมองว่า หากยกเลิกมาตรการ การดื่มเหล้าก็อาจไม่มีแนวโน้มลดลง เพราะสุดท้าย ถ้าพื้นที่ทางสังคมน้อย ผู้คนไม่มีพื้นที่ในการระบายทุกข์ และมีการกดทับทางชนชั้นที่ยากจนไม่มีการรวมกลุ่ม การดื่มเหล้าจึงเหมือนการระบายความเครียดที่เกิดจากปัญหาเศรษฐกิจในเวลานี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>เราจะออกแบบวิธีการรับมือกับความรุนแรงจากการดื่มแอลกอฮอล์ที่อาจมากขึ้นเพราะปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างไร </strong></h4>
<p>เบื้องต้น จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นช่วงวิกฤตที่ทำให้เกิดปัญหาเรื่องรายได้ จากการลดชั่วโมงทำงาน ถูกเลิกจ้าง  ไม่มีเงินเลี้ยงดูครอบครัว บางคนเข้าไม่ถึงอาหาร ถุงยังชีพ และสวัสดิการจากภาครัฐ เนื่องจากเป็นคนต่างหวัดที่เข้ามาทำงานในเมือง จึงมีไม่มีสำเนาทะเบียนบ้าน ส่งผลให้ไม่ได้รับการช่วยเหลือ ในจุดนี้มูลนิธิฯ จึงขอรับบริจาคข้าวสารอาหารแห้งจากเครือข่าย ส่งต่อให้คนที่ตกหล่นจากหน่วยงานรัฐเหล่านี้</p>
<p>ต่อมา คือ การแก้ไขปัญหาและลดภาวะความเครียดให้กับคนที่ตกงานโดยทางมูลนิธิได้หาทางออกร่วมกันกับแกนนำชุมชน องค์กรพัฒนาเอกชน เช่น มูลนิธิชีววิถี  หน่วยงานภาครัฐ จัดหาอาชีพให้ทำ สร้างพื้นที่ปลูกผักเกษตรอินทรีย์ในชุมชน เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและเสริมรายได้ จัดประชุมเพื่อระบายความทุกข์ ลดปัญหาความเครียด และลดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว</p>
<p>ส่วนการแก้ปัญหาการดื่มเหล้านั้น จะให้สอดคล้องกับการแก้ปัญหาวิกฤตจากโควิด-19 โดยแทรกไปกับการทำกิจกรรมที่ระบายความทุกข์ การสนับสนุนให้ทำกิจกรรมเสริมรายได้ หรืออาชีพที่สอดคล้องในช่วงนี้ และมีกิจกรรมแลกเปลี่ยน เพื่อสะท้อนปัญหา ผลกระทบจากการดื่มเหล้า โดยที่ไม่เอาการดื่มเหล้าเป็นประเด็นปัญหาหลักก่อน  แต่จะเอาปัญหาที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ของผู้ดื่มเหล้าเป็นตัวนำ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/interview-jaded-covid19/">ถอดบทเรียนความรุนแรงและแอลกอฮอล์ในยุคโควิด-19 กับ &#8216;จะเด็จ เชาวน์วิไล&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1904</post-id>	</item>
		<item>
		<title>แอลกอฮอล์กับความรุนแรง: มองปัญหาและร่วมหาทางแก้</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-violence-3/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=alcohol-and-violence-3</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Apr 2019 04:23:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[การแก้ปัญหาความรุนแรง]]></category>
		<category><![CDATA[ความรุนแรง]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบของการดื่มสุรากับความรุนแรง]]></category>
		<category><![CDATA[ผลของแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=656</guid>

					<description><![CDATA[<p>การดื่มสุราถือเป็นเรื่องปกติของสังคมไทย โดยคนไทยคุ้นชินกับการดื่มสุรา และมีการดื่มสุราสอดแทรกอยู่ในเกือบทุกงานสังสรรค์ อีกทั้งในบางโอกาส เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการดื่มสุราจะช่วยให้บทสนทนาลื่นไหลมากขึ้น แต่กระนั้น การดื่มสุราที่จะก่อให้เกิดปัญหาแก่สังคมได้คือ การดื่มสุราที่ ‘มาก’ เกินไป เพราะสุราออกฤทธิ์ต่อสมอง ทำให้ผู้ดื่มที่ดื่มมากเกินไปไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เกิดอาการติด และบ่อยครั้งที่การดื่มสุรามากเกินไปจะนำไปสู่ความรุนแรง และจะนำไปสู่การทะเลาะวิวาทหรือการก่อคดีต่างๆ จากที่สองบทความแรกในชุด ‘แอลกอฮอล์กับความรุนแรง’ เราได้ศึกษาไปแล้วว่าสุราจะส่งผลกระทบต่อผู้ดื่มที่ดื่มมากเกินไปจนนำไปสู่ความรุนแรงได้อย่างไร ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปพบสิ่งที่เป็นเสมือน ‘ผลลัพธ์’ กล่าวคือเมื่อมีความรุนแรงเกิดขึ้น ย่อมมีผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงนั้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ดื่มเอง หรือคนรอบข้างก็ตาม Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ขอนำเสนอบทความสุดท้ายที่พูดถึงเรื่องแอลกอฮอล์กับความรุนแรง ว่าด้วยผลกระทบของความรุนแรงอันเกิดจากการดื่มสุรามากเกินไป รวมถึงแนวทางการจัดการกับปัญหาความรุนแรงดังกล่าว เมื่ออ่านจบ ลองเหลียวมองรอบตัวสักนิด และดูว่ามีใครที่กำลังได้รับผลกระทบจากความรุนแรงอยู่หรือไม่ เพราะแม้ความรุนแรงอันเกิดจากการดื่มสุรามากเกินไปจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยจนคนเริ่มชาชิน แต่สังคมไม่ควรจะชินชา เพราะไม่มีผู้ใดสมควรจะได้รับผลกระทบจากความรุนแรงทุกรูปแบบแต่อย่างใด &#160; ผลกระทบของการดื่มสุรากับความรุนแรง &#160; ดังที่เรารู้กันว่า การดื่มสุราจะส่งผลต่อผู้ดื่มในด้านต่างๆ ทั้่งทางชีวภาพ ทางจิตใจ และทางด้านครอบครัว สังคม และสิ่งแวดล้อม แต่สุราไม่ได้มีผลกระทบกับตัวผู้ดื่มเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อคนใกล้ชิดของผู้ดื่ม รวมถึงสังคมโดยรวมด้วย จากการศึกษาของศูนย์วิจัยยาเสพติดแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี การดื่มสุรามากเกินไปมีโอกาสก่อให้เกิดปัญหาทะเลาะวิวาท 15% [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-violence-3/">แอลกอฮอล์กับความรุนแรง: มองปัญหาและร่วมหาทางแก้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">การดื่มสุราถือเป็นเรื่องปกติของสังคมไทย โดยคนไทยคุ้นชินกับการดื่มสุรา และมีการดื่มสุราสอดแทรกอยู่ในเกือบทุกงานสังสรรค์ อีกทั้งในบางโอกาส เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการดื่มสุราจะช่วยให้บทสนทนาลื่นไหลมากขึ้น แต่กระนั้น การดื่มสุราที่จะก่อให้เกิดปัญหาแก่สังคมได้คือ การดื่มสุราที่ </span><b>‘มาก’</b><span style="font-weight: 400;"> เกินไป เพราะสุราออกฤทธิ์ต่อสมอง ทำให้ผู้ดื่มที่ดื่มมากเกินไปไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เกิดอาการติด และบ่อยครั้งที่การดื่มสุรามากเกินไปจะนำไปสู่ความรุนแรง และจะนำไปสู่การทะเลาะวิวาทหรือการก่อคดีต่างๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากที่สองบทความแรกในชุด ‘แอลกอฮอล์กับความรุนแรง’ เราได้ศึกษาไปแล้วว่าสุราจะส่งผลกระทบต่อผู้ดื่มที่ดื่มมากเกินไปจนนำไปสู่ความรุนแรงได้อย่างไร ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปพบสิ่งที่เป็นเสมือน ‘ผลลัพธ์’ กล่าวคือเมื่อมีความรุนแรงเกิดขึ้น ย่อมมีผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงนั้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ดื่มเอง หรือคนรอบข้างก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ขอนำเสนอบทความสุดท้ายที่พูดถึงเรื่องแอลกอฮอล์กับความรุนแรง ว่าด้วยผลกระทบของความรุนแรงอันเกิดจากการดื่มสุรามากเกินไป รวมถึงแนวทางการจัดการกับปัญหาความรุนแรงดังกล่าว เมื่ออ่านจบ ลองเหลียวมองรอบตัวสักนิด และดูว่ามีใครที่กำลังได้รับผลกระทบจากความรุนแรงอยู่หรือไม่ เพราะแม้ความรุนแรงอันเกิดจากการดื่มสุรามากเกินไปจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยจนคนเริ่มชาชิน แต่สังคมไม่ควรจะชินชา เพราะไม่มีผู้ใดสมควรจะได้รับผลกระทบจากความรุนแรงทุกรูปแบบแต่อย่างใด </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>ผลกระทบของการดื่มสุรากับความรุนแรง</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังที่เรารู้กันว่า การดื่มสุราจะส่งผลต่อผู้ดื่มในด้านต่างๆ ทั้่งทางชีวภาพ ทางจิตใจ และทางด้านครอบครัว สังคม และสิ่งแวดล้อม แต่สุราไม่ได้มีผลกระทบกับตัวผู้ดื่มเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อคนใกล้ชิดของผู้ดื่ม รวมถึงสังคมโดยรวมด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการศึกษาของศูนย์วิจัยยาเสพติดแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี การดื่มสุรามากเกินไปมีโอกาสก่อให้เกิดปัญหาทะเลาะวิวาท 15% เกิดปัญหาสุขภาพ 11% และเกิดอุบัติเหตุ 8% นอกจากการนี้ จากการศึกษาคดีฆาตกรรมและการถูกทำร้ายทางเพศพบว่า อย่างน้อย 50% มีแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้อง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>1.ผลกระทบต่อผู้ดื่ม</strong></p>
<p>ผลต่อสุขภาพ: เมื่อผู้ดื่มก่อความรุนแรงหรือได้รับความรุนแรงแล้ว ย่อมนำมาซึ่งอาการบาดเจ็บที่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย หรือถึงขั้นเสียชีวิต ทั้งนี้ เพราะสุราทำให้ผู้ดื่มขาดความสามารถในการประเมินความเสี่ยงในสถานการณ์ต่างๆ และทำให้ความสามารถในการดูแลตนเองลดลง</p>
<p>ผลต่อการใช้ชีวิต: การดื่มสุรามากเกินไปทำให้เกิดความสูญเสียและความเสียหายในชีวิตได้อย่างมาก เช่น ทำงานหรือเรียนได้ไม่ดีนักจนถูกไล่ออก หรือไปก่อความรุนแรงจนต้องติดคุก หลายคนเกิดความรู้สึกแย่กับตนเองเพราะขาดความภาคภูมิใจ รู้สึกว่าตนเป็นคนล้มเหลว ชีวิตว่างเปล่า และยังส่งผลต่อการใช้ชีวิตในสังคม รวมถึงอาจทำให้ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างย่ำแย่ลง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>2.ผลกระทบต่อคนใกล้ชิดและครอบครัว</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการศึกษาพบว่า ผู้ที่มีพฤติกรรมรุนแรงในครอบครัวจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ โดยผู้ชายจะเกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์คิดเป็น 45% และผู้หญิง 20% อีกทั้งผู้ที่ดื่มและติดแอลกอฮอล์แบบเรื้อรังยังมีแนวโน้มจะก่อความก้าวร้าวรุนแรงมากกว่าผู้ที่ไม่ดื่ม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งปัญหาที่เกิดจากการติดแอลกอฮอล์คือปัญหาเรื่องความรุนแรงในครอบครัว จากการวิจัยในต่างประเทศพบว่า 19.2 % ของสามีที่ดื่มสุรามีแนวโน้มทำร้ายภรรยา และมีการประมาณว่า สามีถึงหนึ่งในสี่ที่ทำร้ายภรรยามักจะดื่มสุราก่อนลงมือ ขณะที่ในประเทศไทย งานวิจัยของศูนย์วิจัยยาเสพติดแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในพื้นที่ลพบุรี พบว่า ครอบครัวที่มีหัวหน้าครอบครัวหรือคู่สมรสดื่มสุราเป็นประจำ จะมีปัญหาทะเลาะวิวาทจนถึงขั้นทำร้ายร่างกายคิดเป็น 68% และอาจลามไปจนถึงขั้นหย่าร้าง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>3.ผลกระทบต่อสังคม</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการวิจัยเกี่ยวกับปริมาณการดื่มสุรากับความถี่ของการเกิดความรุนแรงพบว่า 34-74% ของผู้ก่อความรุนแรงดื่มสุรา และ 30-79% ของเหยื่อที่ถูกทำร้ายมีการดื่มสุราเป็นสาเหตุร่วม ทั้งนี้ ในคดีของการล่วงละเมิดทางเพศผู้หญิงพบว่า กว่าครึ่งหนึ่งเกี่ยวข้องกับการดื่มสุรา ทั้งในส่วนผู้ทำร้าย และเหยื่อที่ถูกทำร้าย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วเราจะจัดการกับปัญหาความรุนแรงอันเกิดจากการดื่มสุรามากเกินไปได้อย่างไร ?</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังที่เรารู้กันว่าปัญหาการดื่มสุรามีความซับซ้อนและเกี่ยวพันกับตัวแสดงที่หลากหลาย ดังนั้น ในการจัดการกับปัญหาความรุนแรงที่เกี่ยวพันกับการดื่มสุราจึงแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ทั้งระดับต้น ระดับกลาง และระดับปลาย ซึ่งไล่เรียงตั้งแต่การจัดการในระดับครอบครัวและบุคคล ไปจนถึงการจัดการเพื่อป้องกันให้ผู้ติดสุราไม่กลับมาติดซ้ำอีก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ระดับต้น</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นระดับที่ป้องกันก่อนจะเกิดปัญหา คือการกำจัดสาเหตุหรือลดปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดปัญหาความรุนแรงจากการดื่มสุรา โดยการจัดการหรือเพิ่มปัจจัยป้องกันต่อปัญหาความรุนแรง ทั้งในส่วนชีวภาพ จิตใจ สังคมและครอบครัว ซึ่งการป้องกันในระดับต้นจะช่วยลดการเกิดปัญหาได้ ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">1.ระดับบุคคลและครอบครัว: ส่งเสริมให้ประชาชน ครอบครัว และชุมชน เข้าใจสาเหตุ และตระหนักถึงผลกระทบของปัญหาความรุนแรงที่มาจากการดื่มสุรามากเกินไป ซึ่งจะเป็นการช่วยหาแนวทางป้องกันปัญหา และช่วยให้เกิดการดูแลตัวเองและคนรอบข้างได้มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2.ระดับสังคม เช่น การสรุปแนวทางความรู้ เพื่อนำไปสู่การกำหนดนโยบายที่จริงจังต่อไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ระดับกลาง</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นความพยายามที่จะค้นหาผู้ที่กำลังเริ่มมีปัญหา และให้การรักษาอย่างทันท่วงทีเพื่อลดปัญหาในระยะเวลาอันสั้น โดยประกอบด้วยการรักษาทางกาย ทางจิตใจ และการจัดการกับสังคมและสิ่งแวดล้อม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">1.ส่งเสริมให้มีการวินิจฉัยโรคที่ทำให้เกิดการดื่มสุราและความรุนแรง ทั้งในส่วนกาย จิตใจ และสังคม โดยอาศัยความร่วมมือกันในกลุ่มสหวิชาชีพ ทั้งในกลุ่มบุคลากรด้านสาธารณสุข จนไปถึงนักสังคมสงเคราะห์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาให้ครบวงจร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2.บังคับรักษาและติดตามผลอย่างจริงจัง รวมถึงสร้างความเข้าใจและความตระหนักรู้ถึงปัญหาให้ผู้ป่วยและครอบครัว ถึงวิธีการดูแลรักษาตนเอง และคนในครอบครัวได้อย่างเหมาะสม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ระดับปลาย</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นระดับที่จะป้องกันการเสื่อมสภาพ (disability) และช่วยให้ผู้ดื่มปรับตัวกับสภาพแวดล้อมเพื่อจะเกิดคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และป้องกันการกลับไปติดสุราซ้ำ โดย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">1.ให้คำแนะนำปรึกษาปัญหากับผู้ป่วยและครอบครัวอย่างทั่วถึง รวมถึงอาจจะมีการตั้งกลุ่มบำบัดดูแลกันเองของคนในชุมชน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2.ฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งทางกายและใจ เพื่อบำบัดรักษาฟื้นฟูในการช่วยให้ผู้ป่วยได้กลับไปใช้ชีวิตปกติของตนเอง รวมถึงมีการติดตามผลที่มีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3.ครอบครัวและชุมชนควรจะเปิดใจและทำความเข้าใจกับผู้ที่เคยติดสุราเรื้อรัง ปฏิบัติต่อเขาด้วยความมีไมตรีจิตและความเข้าใจ รวมถึงอาจเข้ามาช่วยปรับสภาพแวดล้อมเพื่อลดการกระตุ้นให้อดีตผู้ติดสุรากลับไปดื่มสุราอีกครั้ง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ของทุกสิ่งในโลกนี้ย่อมมีทั้งประโยชน์และโทษ สุราเองก็เช่นกัน ในบางเวลา น้ำสีอำพันขวดหนึ่งสามารถเป็นเครื่องดื่มที่ไว้ใช้ในงานสังสรรค์ และไว้ช่วยให้การสนทนารวมถึงการเข้าสังคมเป็นไปอย่างลื่นไหลมากขึ้น แต่เมื่อใดก็ตามที่ผู้ดื่มไม่ได้ดื่มสุรา แต่ปล่อยให้สุราดื่มตนเองแล้ว การดื่มสุราที่มากเกินไปก็ย่อมจะนำมาซึ่งปัญหามากมาย ทั้งต่อตัวผู้ดื่มและตัวคนรอบข้างเอง ดังนั้น นอกจากการทำความเข้าใจกับปัจจัยต่างๆ ที่จะก่อให้เกิดความรุนแรงได้แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งคือ การศึกษาถึงผลกระทบของความรุนแรงจากการดื่มสุรามากไป รวมถึงรู้วิธีการจัดการกับปัญหาความรุนแรงที่มีประสิทธิภาพ เพื่อจะช่วยประคับประคองให้ผู้ดื่มสุราสามารถจัดการกับปัญหาดังกล่าวได้ และกลับมาเป็นคนดีที่น่ารักของสังคมได้ดังเดิม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<blockquote><p>อ่านบทความในชุดแอลกอฮอล์กับความรุนแรง  &#8216;ทำไมแอลกอฮอล์ถึงมักนำไปสู่ความรุนแรง? (1)&#8217; <a href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-violence/">ที่นี่</a> / &#8216;ทำไมแอลกอฮอล์ถึงมักนำไปสู่ความรุนแรง? (2)&#8217; <a href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-violence-2/">ที่นี่</a></p></blockquote>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p><span style="font-weight: 400;">ที่มา:</span> <a href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-violence-pdf/"><span style="font-weight: 400;">แอลกอฮอล์กับความรุนแรง (Alcohol and Violence) เรียบเรียงโดย พญ.ทานตะวัน สุรเดชาสกุล (2556) สนับสนุนโดย แผนงานการพัฒนาระบบการดูแลผู้มีปัญหาการดื่มสุรา (ผรส.)</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-violence-3/">แอลกอฮอล์กับความรุนแรง: มองปัญหาและร่วมหาทางแก้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">656</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ทำไมแอลกอฮอล์ถึงมักนำไปสู่ความรุนแรง? (2)</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-violence-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=alcohol-and-violence-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Feb 2019 03:06:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[ความรุนแรง]]></category>
		<category><![CDATA[ผลของแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=143</guid>

					<description><![CDATA[<p>บทความสุดท้ายในชุดแอลกอฮอล์กับความรุนแรง ขอพาคุณไปร่วมศึกษาและหาคำตอบว่า เพราะเหตุใดแอลกอฮอล์จึงมักจะนำไปสู่การก่อความรุนแรง โดยหลังจากที่ศึกษาเรื่องปัจจัยทางชีวภาพไปในบทความแรกแล้ว บทความนี้จะพาคุณไปศึกษาในแง่มุมด้านจิตใจ และด้านครอบครัว สังคม และสิ่งแวดล้อม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-violence-2/">ทำไมแอลกอฮอล์ถึงมักนำไปสู่ความรุนแรง? (2)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>จาก<a href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-violence/">ตอนที่แล้ว</a> เราได้พาไปรู้จักกับผลกระทบของแอลกอฮอล์ที่มีต่อผู้ดื่มในทางชีวภาพซึ่งเป็นปัจจัยแรกสุด แต่นอกจากปัจจัยทางด้านชีวภาพแล้ว แอลกอฮอล์ก็ยังส่งผลกระทบในด้านอื่นที่คุณอาจมองไม่เห็นหรือไม่เคยสังเกตมาก่อนด้วย</p>



<p>Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ขอพาคุณไปพบกับภาคต่อของหัวข้อแอลกอฮอล์กับความรุนแรง โดยในตอนนี้เราจะพาคุณร่วมศึกษาอีกสองปัจจัยที่เหลือ อันได้แก่ ปัจจัยด้านจิตใจ และปัจจัยด้านครอบครัว สังคม และสิ่งแวดล้อม </p>



<p>&nbsp;</p>



<p><strong>ปัจจัยด้านจิตใจที่ทำให้ผู้ดื่มสุราก่อความรุนแรง ฝ่ายผู้กระทำความรุนแรง </strong></p>



<p><strong>ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่&#8230;</strong></p>



<ol>
<li>ปัจจัยด้านบุคคล</li>
</ol>



<p><em>บุคลิกภาพแบบ antisocial personality disorder</em>: เป็นบุคลิกที่มักพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง คือบุคลิกของการขาดการสำนึกผิด ไม่วิตกกับการกระทำที่ไม่ดีของตนและยังไม่สนใจความรู้สึกของผู้อื่น หลายครั้งคนที่มีบุคลิกเช่นนี้จึงมีพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น ใจร้อน ก้าวร้าว ทำร้ายผู้อื่นได้ง่าย และจากบุคลิกทั้งหมดพบว่า บุคลิกนี้มีส่วนสัมพันธ์ในเรื่องแอลกอฮอล์กับความรุนแรงมากที่สุด  งานวิจัยยังพบอีกด้วยว่าผู้ที่มีบุคลิกแบบนี้มีโอกาสติดสุราสูงกว่าคนทั่วไปถึง 21 เท่า </p>



<p><em>บุคลิกภาพแบบ borderlined personality disorder</em>: เป็นบุคลิกที่มักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย คือมีอารมณ์แปรปรวน ทนความเหงาไม่ค่อยได้และซึมเศร้าได้ง่าย และมักทำร้ายตัวเองหรือแม้แต่พยายามฆ่าตัวตายเพราะต้องการให้คนอื่นสนใจตนเอง บุคลิกนี้สัมพันธ์กับการดื่มสุราในแง่ที่ว่าการดื่มทำให้คนกลุ่มนี้รู้สึกมีที่พึ่ง มีทางออก และลืมความรู้สึกย่ำแย่ในขณะดื่ม จึงทำให้มีโอกาสดื่มสุราได้มากกว่า แต่ในแง่ของการก่อความรุนแรงยังถือว่าน้อยกว่าบุคลิกภาพแบบแรก</p>



<p><em>ลักษณะพื้นอารมณ์ชอบความรุนแรง</em>: ลักษณะคนที่ชอบความเสี่ยงและความรุนแรงอาจก่อให้เกิดการใช้สุราในทางที่ผิด อีกทั้งคนที่ชอบความรุนแรงมักจะเลือกอยู่ในสถานการณ์ที่กระตุ้นให้มีการดื่มสุราอย่างหนัก และการดื่มสุราอย่างหนักก็จะนำไปสู่ความรุนแรงต่อไป</p>



<p><em>บุคลิกภาพและลักษณะอื่นๆ</em>: บุคลิกภาพแบบ paranoid personality disorder และ narcissistic personality disorder ลักษณะอื่นๆ ได้แก่ บุคคลที่มีทัศนคติที่ไม่ดี มีปัญหาในการปรับตัว เหงาและอ้างว้างอยู่เป็นนิจ และบุคคลที่รู้สึกว่าตนเองไร้ค่า</p>



<p>2. ปัจจัยด้านครอบครัว </p>



<p><em>เด็กที่ถูกทำร้ายร่างกาย</em>: มักมีพฤติกรรมต่อต้านสังคม เช่น ก้าวร้าว ชอบใช้ความรุนแรง มีโอกาสทำผิดกฎหมายและใช้สุราได้มาก การที่คนกลุ่มนี้ใช้สุราก็อาจเป็นกลไกในการแก้ปัญหา ที่จะจัดการกับรอยแผลในใจจากการถูกทำร้ายในอดีต ช่วยให้ตนหนีจากความเจ็บปวดและความทุกข์ใจ และการดื่มสุราเพื่อช่วยให้ตนเองรู้สึกดีขึ้นอาจนำไปสู่การกลายเป็นกลุ่มผู้ดื่มแบบเกิดปัญหา (alcohol abuse) ได้ในที่สุด</p>



<p><em>เด็กที่ถูกทอดทิ้งและการเลียนแบบพฤติกรรมของผู้ใหญ่</em>: การที่เด็กคนหนึ่งถูกผู้เลี้ยงดูทอดทิ้งมักจะกระตุ้นให้เด็กคนนั้นเกิดพฤติกรรมก้าวร้าวมากกว่าเด็กทั่วไป โดยเด็กกลุ่มที่ถูกทอดทิ้งนี้จะมีระดับของสาร serotonin ลดลงกว่าเด็กกลุ่มอื่น ขณะที่ในแง่ความสัมพันธ์ในครอบครัวพบว่า ครอบครัวที่ใช้สุรามักจะละเลยในการดูแลเด็กจนทำให้เด็กถูกทอดทิ้ง อันจะส่งผลให้เด็กก้าวร้าวได้ง่าย ร่วมกับการเลียนแบบพฤติกรรมการใช้สุรามาจากผู้ใหญ่ ยิ่งถ้าเป็นครอบครัวที่ทั้งดื่มสุราและใช้ความรุนแรง เด็กก็มีโอกาสจะเลียนแบบพฤติกรรมทั้งสองอย่างมาจากผู้ใหญ่ด้วย</p>



<p><em>ครอบครัวที่ใช้อารมณ์โต้เถียงกันบ่อยๆ</em><em>: </em>เด็กที่อยู่ในครอบครัวที่ใช้อารมณ์โต้เถียงกันบ่อยๆ มีแนวโน้มจะแสดงความก้าวร้าวอย่างมากทั้งด้านพฤติกรรมและการพูดจา การใช้สุรามีส่วนสัมพันธ์ทั้งเป็นเหตุให้เกิดการโต้เถียงและเป็นผลให้เกิดการดื่มสุรา และเมื่อใช้สุราก็จะทำให้เกิดความรุนแรงตามมาต่อ กลายเป็นวงจรที่วนเวียนไปมา หาทางออกของปัญหาดังกล่าวไม่ได้</p>



<p><em>ความรุนแรงในคู่สมรส</em>: ถ้าคู่ครองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งติดสุรา ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดการทำร้ายร่างกายกันมากกว่าคู่ที่ไม่มีฝ่ายใดติดสุราเลย ในกรณีที่ผู้ชายมีประวัติการทำร้ายคู่ครองพบว่า เขามีแนวโน้มจะทำร้ายคู่ครองของตนมากขึ้นเมื่อดื่มสุรา นอกจากนี้การดื่มสุรายังสัมพันธ์กับการเกิดการโต้เถียงกันบ่อยๆ ในครอบครัว และคู่ที่ครองคู่กันนานยังมีแนวโน้มว่าอาจจะเกิดการใช้ความรุนแรงมากขึ้นอีกด้วย</p>



<p>3. ปัจจัยทางสังคมและสิ่งแวดล้อม</p>



<p><em>การเลียนแบบพฤติกรรมจากสังคม</em>: สังคมที่มองความรุนแรงว่าเป็นเรื่องปกติจะส่งผลให้ผู้คนในสังคมเกิดการเลียนแบบพฤติกรรมดังกล่าว ยิ่งถ้าสังคมมองว่าการดื่มสุราเป็นเรื่องปกติ ยอมรับได้ ก็จะยิ่งกระตุ้นให้เกิดการดื่มสุราได้มาก เมื่อสองสิ่งนี้ประกอบกันก็ยิ่งทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบได้ง่ายและเป็นวงกว้าง เช่น กรณีความรุนแรงในละครโทรทัศน์ของประเทศไทย หรือประเด็นความรุนแรงในสื่อ เป็นต้น จะเห็นว่าบริบทของสังคมไทยก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดปัญหาการใช้แอลกอฮอล์และความรุนแรงได้มากขึ้นเช่นกัน</p>



<p><em>สถานะทางสังคมเศรษฐกิจต่ำ</em>: มีการค้นพบว่ากลุ่มคนที่อยู่ในสถานะทางสังคมเศรษฐกิจที่ต่ำเป็นปัจจัยส่งเสริมให้เกิดการดื่มสุรา และเกิดปัญหาได้มากกว่าคนที่อยู่ในสถานะที่ดีกว่า เนื่องมาจากสาเหตุด้านความยากจน การศึกษาน้อย ไม่มีงานทำ ทำให้เกิดการก่ออาชญากรรมและความรุนแรงได้มากกว่า</p>



<p><strong>ปัจจัยกระตุ้น ได้แก่&#8230;</strong></p>



<ol>
<li>ปัจจัยด้านบุคคล</li>
</ol>



<p><em>ความคาดหวัง</em>: หลายคนจะมีความคาดหวังเกี่ยวกับผลของแอลกอฮอล์ต่อพฤติกรรมบางประการ เช่น เชื่อว่าหากดื่มจะเป็นมิตรมากขึ้น หรือกล้าพูดกล้าทำมากขึ้น ดังนั้น จึงอาจบ่งชี้ได้ว่าคนที่มีนิสัยก้าวร้าวอยู่แล้วก็จะมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวมากขึ้น เพราะเขาเหล่านั้นเชื่อว่าแอลกอฮอล์จะช่วยให้พวกเขาก้าวร้าวมากขึ้น แต่ในบางกรณี เราอาจมองได้ว่าการดื่มสุรากระตุ้นความก้าวร้าวรุนแรง เพราะคนเหล่านี้ต้องการแสดงพฤติกรรมรุนแรงอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นจึงมีบางคนนำเอาการดื่มสุรามาเป็นข้ออ้างหรือข้อแก้ตัวเพื่อจะช่วยให้พ้นผิดได้ นอกจากนี้ยังมีความต้องการอื่นๆ เช่น ต้องการให้รู้สึกเข้มแข็ง กล้าแสดงออก ต้องการหลีกเลี่ยงการถูกทำโทษหรือติเตียน เป็นต้น</p>



<p>2. ปัจจัยด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม</p>



<p>แม้ว่าแอลกอฮอล์จะกระตุ้นให้เกิดความก้าวร้าวรุนแรงได้ แต่พบว่าความก้าวร้าวมักจะเกิดเมื่อผู้ดื่มรู้สึกว่าตนโดนคุกคาม ขณะที่สถานที่ที่เกิดเหตุรุนแรงบ่อยสุด คือตามท้องถนนและสวนสาธารณะ และเวลาที่มักเกิดความรุนแรงมากสุดคือช่วง 18.00-24.00 น.</p>



<p>3. ปัจจัยจากการใช้แอลกอฮอล์</p>



<p>ช่วงเวลาของการใช้ความรุนแรงหรือทำร้ายร่างกายมักเกิดขึ้นในช่วงระหว่างการดื่มหรือหลังจากเพิ่งดื่มเสร็จ ในขณะที่เรื่องปริมาณการดื่มนั้นพบว่า การดื่มสุรามากทำให้เกิดภาวะความเป็นพิษจากแอลกอฮอล์ได้ (intoxication) นอกจากนี้หากดื่มมากมีแนวโน้มจะส่งผลให้เกิดความรุนแรงได้มาก</p>



<p><strong>ฝ่ายผู้ถูกกระทำความรุนแรง</strong></p>



<ol>
<li>ปัจจัยด้านบุคคล ประกอบด้วย</li>
</ol>



<p><em>มีลักษณะชอบการโต้เถียง</em>: ท่าทีชอบโต้เถียงและลักษณะก้าวร้าวรุนแรงอาจจะกระตุ้นให้เกิดการทะเลาะ หรือกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกว่าถูกคุกคามจนโดนทำร้ายได้</p>



<p><em>ประวัติถูกทำร้ายในวัยเด็ก</em>: การถูกทำร้ายในวัยเด็กอาจส่งผลให้จัดการชีวิตได้ไม่ดีนัก นำไปสู่การเลือกอยู่หรือเลือกทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม จนเสี่ยงที่จะถูกกระทำความรุนแรงได้โดยง่าย</p>



<p><em>วิธีการเลือกคบคนหรือเลือกคู่ครองไม่เหมาะสม</em>: การสร้างความสัมพันธ์กับคนที่ติดสุรา เคยทำร้ายผู้อื่นหรือคู่ครอง รวมถึงการสนิทสนมกับคนแปลกหน้าได้ง่าย เป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะถูกทำร้ายได้จากคนที่สร้างความสัมพันธ์ด้วย</p>



<p><em>มีลักษณะการดื่มไม่เหมาะสม</em>: เช่น การดื่มกับคนแปลกหน้า หรือดื่มอย่างหนักจนทำให้การรับรู้สิ่งต่างๆ ผิดปกติ การประเมินความเสี่ยงแย่ลง และทำให้การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อบกพร่องไปด้วย จึงทำให้การตัดสินใจ การดูแลตนเองแย่ลง ป้องกันตนเองได้ไม่ดีนัก หากเป็นผู้หญิงก็อาจนำไปสู่การถูกทำร้ายทางเพศได้</p>



<p>2. ปัจจัยด้านครอบครัว สังคม หรือสิ่งแวดล้อม </p>



<p>คือการอยู่ในครอบครัวหรือสังคมที่มีความรุนแรงนั่นเอง</p>



<p>&nbsp;</p>



<p>เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว เราเชื่อว่าคุณคงจะพอเห็นภาพบ้างว่าเพราะเหตุใดการดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะสุรา จึงมักนำไปสู่การก่อความรุนแรงจนเกิดเป็นข่าว หรือเหตุการณ์ที่เราได้ยินหรือเห็นกันจนชินตา ทั้งนี้แอลกอฮอล์ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบกับตัวผู้ดื่ม แต่ยังส่งผลกระทบต่อคนที่ใกล้ชิดกับผู้ดื่มอีกด้วย ดังนั้นแม้ว่าข่าวความรุนแรงอันเกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์แบบไม่รู้จักประมาณตนจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจนคนในสังคมเริ่ม ‘ชิน’ แต่สิ่งที่เราควรพึงระลึกไว้เสมอคือความรุนแรง ไม่ว่าจะเกิดกับใคร ที่ไหน หรืออย่างไร ก็ไม่ใช่เรื่องที่เราควรยอมรับได้หรือควรจะ ‘ชิน’ กับมันแต่อย่างใด</p>


<hr class="wp-block-separator" />




<p>ที่มา:<strong> </strong><a href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-violence-pdf/">แอลกอฮอล์กับความรุนแรง (Alcohol and Violence) เรียบเรียงโดย พญ.ทานตะวัน สุรเดชาสกุล (2556) สนับสนุนโดยแผนงานการพัฒนาระบบการดูแลผู้มีปัญหาการดื่มสุรา (ผรส.)</a></p>



<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-violence-2/">ทำไมแอลกอฮอล์ถึงมักนำไปสู่ความรุนแรง? (2)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">143</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ทำไมแอลกอฮอล์ถึงมักนำไปสู่ความรุนแรง? (1)</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-violence/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=alcohol-and-violence</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Feb 2019 03:06:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[ความรุนแรง]]></category>
		<category><![CDATA[ผลของแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=136</guid>

					<description><![CDATA[<p>บทความแรกในชุดแอลกอฮอล์กับความรุนแรง ขอพาคุณไปร่วมศึกษาและหาคำตอบว่า เพราะเหตุใดแอลกอฮอล์จึงมักจะนำไปสู่การก่อความรุนแรง โดยในบทความแรกนี้จะเริ่มนำเสนอด้วยปัจจัยทางชีวภาพ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-violence/">ทำไมแอลกอฮอล์ถึงมักนำไปสู่ความรุนแรง? (1)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>‘งานวิจัยเผย ดื่มสุราเป็นต้นเหตุความรุนแรงในครอบครัว’</p>



<p>‘หนุ่มปืนดุ เมากระหน่ำยิงเพื่อนตายคาวง 2 ศพ’</p>



<p>สำหรับประชาชนคนไทย เชื่อว่าพาดหัวข่าวในทำนองด้านบนคงเป็นพาดหัวข่าวที่คุ้นเคยและเห็นได้บ่อยจนชินตา เพราะเมื่อพูดถึงแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะการดื่มสุรา หนึ่งในสิ่งที่มักจะเกิดตามมาหากผู้ดื่มไม่สามารถควบคุมตนเองได้คือการใช้ความรุนแรง ซึ่งอาจจะนำไปสู่การข่มขืน การทะเลาะวิวาท หรือการทำร้ายคนในครอบครัวตนเอง</p>



<p>แล้วคุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมแอลกอฮอล์ถึงมักจะนำไปสู่ความรุนแรง&#8230;?</p>



<p>Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ขออาสาพาคุณไปร่วมศึกษาผลกระทบของแอลกอฮอล์ที่ก่อให้เกิดความรุนแรงผ่านทางสามปัจจัย อันได้แก่ ปัจจัยทางด้านชีวภาพ ด้านจิตใจ และด้านสังคม และเมื่ออ่านจบ คุณอาจจะพบว่าแอลกอฮอล์ส่งผลอะไรมากกว่าที่คุณเคยคิด</p>



<p>&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="text-align: center;"><strong>เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หมายถึง?</strong></h3>



<p>&nbsp;</p>



<p>เมื่อพูดถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลายคนอาจนึกถึงเฉพาะสุรา แต่อันที่จริงแล้วคำนี้มีความหมายที่ครอบคลุมมากกว่านั้น โดยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หมายถึง สารที่มีส่วนประกอบของเอทิลแอลกอฮอล์ทุกชนิดในปริมาณไม่เกินร้อยละ 60 ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ใช้ดื่มได้ (เกณฑ์ที่ว่าเป็นเกณฑ์กำหนดสากล) เพราะฉะนั้นสุรา รวมถึงเบียร์และไวน์ ก็ล้วนจัดเข้าเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เหมือนกันหมด</p>



<p>แต่ถึงเกณฑ์สากลจะกำหนดไว้ที่ไม่เกินร้อยละ 60 แต่ในประเทศไทยกลับอนุญาตให้มีเอทิลแอลกอฮอล์ผสมได้ในปริมาณสูงไม่เกินร้อยละ 80 เท่ากับว่าสูงกว่าเกณฑ์ในระดับสากลถึงร้อยละ 20 เลยทีเดียว</p>



<p>&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="text-align: center;"><strong>คนไทยกับการดื่มแอลกอฮอล์</strong></h3>



<p>&nbsp;</p>



<p>สำนักงานสถิติแห่งชาติได้เปิดเผยผลการสำรวจพฤติกรรมการดื่มสุราของประชากรในปีพ.ศ. 2560 พบว่าจากจำนวนประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปจำนวน 55.9 ล้านคน มีผู้ดื่มแอลกอฮอล์ในรอบปีที่แล้วประมาณ 15.9 ล้านคน โดยคนที่ดื่มสม่ำเสมอมีจำนวน 6.98 ล้านคน และกลุ่มที่มีอัตราการดื่มสูงที่สุดคือกลุ่มอายุ 25-44 ปี </p>



<p>&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="text-align: center;"><strong>ทำไมแอลกอฮอล์ถึงนำไปสู่ความรุนแรงได้?</strong></h3>



<p>&nbsp;</p>



<p>ใครหลายๆ คนอาจจะคิดว่า ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์มักจะอยู่ในสถานะของผู้ที่กระทำความรุนแรงเสมอ นั่นเป็นความคิดที่ผิด เพราะการที่แอลกอฮอล์ทำปฏิกิริยากับร่างกาย จิตใจ และส่งผลกระทบกับสังคมของผู้ดื่ม ทำให้ผู้ดื่มแอลกอฮอล์ก็สามารถตกอยู่ในสถานะของผู้<em>ถูก</em>กระทำได้เช่นกัน โดยในบทความชิ้นนี้จะเริ่มจากพาคุณพิจารณาปัจจัยแรกเริ่มที่ทำให้ผู้ดื่มก่อความรุนแรง นั่นคือปัจจัยทางชีวภาพ</p>



<p>&nbsp;</p>



<p>&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="text-align: center;"><strong>ปัจจัยด้านชีวภาพที่ทำให้ผู้ดื่มสุราก่อความรุนแรง</strong></h3>



<p>&nbsp;</p>



<p><strong>ฝ่ายผู้กระทำความรุนแรง</strong></p>



<p><strong>ผลของแอลกอฮอล์ต่อสมอง</strong></p>



<p>แอลกอฮอล์มีความเป็นพิษต่อสมอง ทั้งส่วนที่ส่งผลทำลายเนื้อสมองในกรณีของผู้ที่ดื่มสุราเป็นประจำ และส่วนที่เกิดจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ต่อสมองซึ่งเกิดขณะดื่มสุราหรือลดปริมาณแอลกอฮอล์กะทันหัน ผลที่เกิดขึ้นคือสมองทำงานด้อยลง ทำให้สมองส่วนที่เกี่ยวกับการตัดสินใจ การใช้เหตุผล การยับยั้งชั่งใจ การวางแผน และความเข้าใจพลอยบกพร่องไปด้วย สิ่งนี้จะทำให้เกิดการแปลการรับรู้ที่ผิดเพี้ยนและเกิดการประเมินที่ผิดพลาด ซึ่งสามารถนำไปสู่ความรุนแรงได้ เช่น การรับสารหรือการแปลสัญญาณที่ผิดเพี้ยน คือเข้าใจว่าตนเองกำลังถูกคุกคาม หรือแปลความเป็นมิตรของผู้หญิงไปในนัยยะทางเพศหรือการยั่วยวน เมื่อประกอบกับการที่ความสามารถในการยับยั้งชั่งใจและการตัดสินใจด้อยลง ทำให้เกิดการแสดงออกถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น แสดงความก้าวร้าวรุนแรงออกมาง่ายขึ้นเพราะถูกยั่วยุได้ง่าย นอกจากนี้ ในกรณีของผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ แอลกอฮอล์จะมีผลทำลายเนื้อสมองให้เสื่อมลง การทำงานของสมองโดยรวมจึงแย่ลง และยังทำให้เกิดความหงุดหงิดและอารมณ์เปลี่ยนแปลงง่ายอีกด้วย</p>



<p><em>การเปลี่ยนแปลงของสารเคมีบางชนิด</em></p>



<p><em>สาร Serotonin</em>: เป็นสารสื่อประสาทในสมองที่ทำหน้าที่ควบคุมพฤติกรรมและเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมต่างๆ ของมนุษย์ เช่น การนอน ความอยากอาหาร แอลกอฮอล์จะส่งผลกับระดับสาร Serotonin ในสมอง ซึ่งส่วนมากแล้วแอลกอฮอล์จะทำให้สารนี้ลดลง มีการค้นพบว่าผู้ที่มีระดับ Serotonin ต่ำกว่าในระบบประสาทส่วนกลางจะมีพฤติกรรมรุนแรงมากกว่าผู้ที่มีระดับสารนี้สูงกว่า และนี่ยังเกี่ยวข้องกับการที่ cognitive function ทำงานบกพร่องด้วย</p>



<p><em>สาร GABA</em>: เป็นสารสื่อประสาทชนิด inhibitory ที่สำคัญในสมองโดยกดการทำงานของเซลล์ประสาท จากการศึกษาในสัตว์ทดลองทำให้พบว่า แอลกอฮอล์อาจจะเพิ่มความก้าวร้าวในส่วนที่เกี่ยวกับการออกฤทธิ์ที่ GABA</p>



<p><em>ฮอร์โมน</em>: เทสโทสเตอโรน (Testosterone) เป็นฮอร์โมนประเภทสเตอรอยด์ (Steroid) ที่มีหน้าที่พัฒนาลักษณะพฤติกรรมทางเพศในผู้ชาย ในหมู่อาชญากร ผู้ที่มีฮอร์โมนประเภทนี้สูงมักเกี่ยวข้องกับการก่อความรุนแรง การตั้งตนเป็นปรปักษ์กับคนอื่น และการระแวงคนอื่น ในการทดลองกับสัตว์ นักวิจัยได้ทำการเพิ่มปริมาณแอลกอฮอล์ให้ลิงจ่าฝูงที่มีระดับเทสโทสเตอโรนสูงกว่าลิงตัวอื่นและพบว่ามันมีความก้าวร้าวมากขึ้น การศึกษาดังกล่าวสามารถสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงของมนุษย์ที่มักเกิดขึ้นในกลุ่มวัยรุ่นและผู้ชายในวัยผู้ใหญ่ตอนต้นที่มีระดับเทสโทสเตอโรนสูง</p>



<p><em>พันธุกรรม</em></p>



<p>ในกรณีของบุตรที่บิดามารดามีปัญหาแอลกอฮอล์ เมื่อโตขึ้น ตัวบุตรก็มักมีปัญหาแอลกอฮอล์และมักมีพฤติกรรมก้าวร้าว (aggression) และหุนหันพลันแล่น (impulsivity) สูงกว่าคนทั่วไป จากการศึกษาพบว่า ผลด้านพันธุกรรมสามารถส่งผลให้การทำงานของสาร Serotonin ลดระดับลงในช่วงเริ่มต้นของชีวิต ซึ่งนี่อาจเป็นผลทางพันธุกรรมที่บุตรได้รับจากบิดา (ที่มีปัญหาแอลกอฮอล์) นั่นเอง</p>



<p><em>ฤทธิ์ของยาเสพติดอื่นที่ใช้ร่วมด้วย</em></p>



<p>จากผลการวิจัยพบว่าผู้เสพสุรามักจะใช้ยาเสพติดอื่นร่วมด้วย ยาจึงมีส่วนก่อให้เกิดความรุนแรงได้</p>



<p>&nbsp;</p>



<p>&nbsp;</p>



<p><strong>ฝ่ายผู้ถูกกระทำความรุนแรง</strong></p>



<p><strong>ผลต่อสมอง</strong></p>



<p>ด้าน cognitive จะทำงานแย่ลง ทำให้สูญเสียการประเมินความเสี่ยงและมีการตัดสินใจที่ไม่ดี ซึ่งอาจจะทำให้บุคคลนั้นพาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อความรุนแรงได้ เช่น การสร้างความสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า หรือขาดการพิจารณาไตร่ตรองดูแลตนเองอย่างเหมาะสม </p>



<p>นอกจากนี้ ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ยังทำให้เกิดการรับรู้ที่ผิดปกติไป เนื่องจากภาวะเป็นพิษ (intoxication) หรือภาวะขาดแอลกอฮอล์ หรือภาวะที่มีอาการทางจิต แปรสิ่งเร้ารอบตัวผิดไป มีอาการหูแว่ว หลงผิดหวาดระแวง ซึ่งนี่อาจจะกระตุ้นให้เกิดการโต้แย้งกับบุคคลอื่นๆ จนนำมาซึ่งการถูกทำร้ายได้</p>



<p><em>ผลต่อการใช้กล้ามเนื้อในการเคลื่อนไหวบกพร่องไป</em></p>



<p>เมื่อการใช้กล้ามเนื้อในการเคลื่อนไหวบกพร่องลงไป จะทำให้ไม่สามารถต่อสู้ขัดขืนหรือป้องกันตนเองได้ดี จึงทำให้ถูกทำร้ายได้ง่ายมากขึ้นนั่นเอง</p>



<p>&nbsp;</p>



<p>ทุกคนย่อมรู้กันดีว่า แอลกอฮอล์มีผลกระทบต่อร่างกายและสังคมของผู้ดื่ม จนสามารถนำไปสู่ความรุนแรงได้ แต่ปัจจัยทางชีวภาพเป็นเพียงปัจจัยแรกเริ่มสุดเท่านั้น บทความหน้า เราจะพาคุณไปร่วมศึกษาอีกสองปัจจัยที่เหลือ คือปัจจัยทางด้านจิตใจ ที่ไม่อาจมองเห็นได้แต่ส่งผลกระทบต่อตัวผู้ดื่มอย่างมาก รวมถึงปัจจัยด้านสังคมที่ไม่เพียงส่งผลต่อตัวผู้ดื่ม แต่ยังส่งผลต่อผู้คนรอบข้างชนิดที่แม้แต่ตัวผู้ดื่มเองก็อาจจะคิดไม่ถึงอีกด้วย </p>



<p>ทั้งนี้ ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือการดื่มแอลกอฮอล์ไม่ใช่เรื่องผิด แต่การดื่มแบบไม่ประมาณและไม่รู้จักควบคุมตนเองต่างหากที่เป็นเรื่องผิด และการใช้แอลกอฮอล์ก็มิใช่ข้ออ้างในการก่อความรุนแรงแต่อย่างใด </p>


<hr class="wp-block-separator" />




<p>ที่มา:<strong> </strong><a href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-violence-pdf/">แอลกอฮอล์กับความรุนแรง (Alcohol and Violence) เรียบเรียงโดย พญ.ทานตะวัน สุรเดชาสกุล (2556) สนับสนุนโดยแผนงานการพัฒนาระบบการดูแลผู้มีปัญหาการดื่มสุรา (ผรส.)</a></p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>



<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-violence/">ทำไมแอลกอฮอล์ถึงมักนำไปสู่ความรุนแรง? (1)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">136</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
