<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>ธวัชชัย กุศล Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/%E0%B8%98%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2-%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A8%E0%B8%A5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/ธวัชชัย-กุศล/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:17:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>ธวัชชัย กุศล Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/ธวัชชัย-กุศล/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>(Quote) บำบัดผู้ติดสุราผ่านสายตาคนเคยดื่ม: คุยกับ ‘ธวัชชัย กุศล’</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/quote-thawatchai/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=quote-thawatchai</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Feb 2020 10:57:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ดูแลคนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[การดูแลผู้ติดสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[การบำบัดสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[การบำบัดแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[ญาติผู้ติดสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[ธวัชชัย กุศล]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา 1413]]></category>
		<category><![CDATA[สายด่วนเลิกเหล้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1541</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประสบการณ์ที่ผ่านมาในฐานะคนติดเหล้า ญาติของคนติดเหล้า และผู้ได้รับผลกระทบจากคนติดเหล้า ทำให้ ธวัชชัย กุศล รองหัวหน้าโครงการศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา สายด่วนเลิกเหล้า 1413 เข้าใจว่าเบื้องหลังของการดื่มสุราของหลายๆ คน มีเรื่องราว ความทุกข์ และความเครียดที่ต้องการคนรับฟัง ดังนั้นสิ่งที่เขาเน้นย้ำอยู่เสมอ คือ การทำความเข้าใจ ให้กำลังใจ เพื่อช่วยให้คนสามารถเลิกเหล้าได้สำเร็จ Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า เก็บทัศนะส่วนหนึ่งจาก บทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ของธวัชชัย กุศล นักจิตวิทยาบำบัดผู้ติดสุรา และวิทยากรผู้จัดอบรมเคล็ดลับเลิกเหล้าในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า มาเล่าให้คุณฟังอย่างง่ายๆ ว่า ที่มาที่ไปของการติดสุราของคนส่วนใหญ่คืออะไร ทำไมคนเลิกเหล้ายาก และคนใกล้ชิดอย่างเราจะดูแลผู้ติดสุราได้อย่างไร &#160; :: จากลูกคนติดเหล้า คนดื่มเหล้า สู่นักบำบัด :: &#160; คุณเริ่มต้นสนใจการทำงานด้านการบำบัดผู้ติดสุราได้อย่างไร ผมมีคุณพ่อเป็นนักดื่มที่มีภาวะติดสุราเรื้อรัง (alcoholism) ตั้งแต่ก่อนผมเกิด ท่านเกิดในยุคสงครามโลกครั้งที่สองซึ่งเรียกได้ว่าเป็นช่วงที่มีความวุ่นวาย และต้องทำงานหนัก ดังนั้น เขาจึงเป็นคนที่มีความเครียดสูง ทีนี้ตัวคุณปู่เองก็เป็นคนดื่มเหล้าและมีภาวะติดสุราเรื้อรังเหมือนกัน ท่านจึงเห็นแบบอย่างมาจากคุณปู่ ต่อให้คุณพ่อไม่ได้ชอบปู่ที่กินเหล้า แต่เขาก็ดื่มเหล้าเวลาเขาเครียด และชอบใช้ความรุนแรงเวลาเมา ตัวผมเองมีส่วนคล้ายกับคุณพ่อ คือเป็นวัยรุ่นที่เห็นพ่อดื่มเหล้ามาตลอด และผมไม่ได้ชอบที่พ่อดื่มเหล้าแล้วใช้อารมณ์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/quote-thawatchai/">(Quote) บำบัดผู้ติดสุราผ่านสายตาคนเคยดื่ม: คุยกับ ‘ธวัชชัย กุศล’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ประสบการณ์ที่ผ่านมาในฐานะคนติดเหล้า ญาติของคนติดเหล้า และผู้ได้รับผลกระทบจากคนติดเหล้า ทำให้ <strong>ธวัชชัย กุศล</strong> รองหัวหน้าโครงการศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา สายด่วนเลิกเหล้า 1413 เข้าใจว่าเบื้องหลังของการดื่มสุราของหลายๆ คน มีเรื่องราว ความทุกข์ และความเครียดที่ต้องการคนรับฟัง</p>
<p>ดังนั้นสิ่งที่เขาเน้นย้ำอยู่เสมอ คือ การทำความเข้าใจ ให้กำลังใจ เพื่อช่วยให้คนสามารถเลิกเหล้าได้สำเร็จ</p>
<p>Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า เก็บทัศนะส่วนหนึ่งจาก <a href="https://alcoholrhythm.com/thawatchai-1413/"><strong>บทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม</strong></a> ของธวัชชัย กุศล นักจิตวิทยาบำบัดผู้ติดสุรา และวิทยากรผู้จัดอบรมเคล็ดลับเลิกเหล้าในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า มาเล่าให้คุณฟังอย่างง่ายๆ ว่า ที่มาที่ไปของการติดสุราของคนส่วนใหญ่คืออะไร ทำไมคนเลิกเหล้ายาก และคนใกล้ชิดอย่างเราจะดูแลผู้ติดสุราได้อย่างไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1></h1>
<h1 style="text-align: center;">:: จากลูกคนติดเหล้า คนดื่มเหล้า สู่นักบำบัด ::</h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="alignnone size-full wp-image-1544" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-1.jpg" alt="" width="1080" height="1081" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-1.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-1-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-1-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-1-768x769.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-1-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<h4>คุณเริ่มต้นสนใจการทำงานด้านการบำบัดผู้ติดสุราได้อย่างไร</h4>
<p style="background: white; margin: 0in 0in 22.5pt 0in;"><span lang="TH" style="font-size: 15.0pt; font-family: 'Cordia New',sans-serif; color: black;">ผมมีคุณพ่อเป็นนักดื่มที่มีภาวะติดสุราเรื้อรัง (</span><span style="font-size: 15.0pt; font-family: 'Cordia New',sans-serif; color: black;">alcoholism) <span lang="TH">ตั้งแต่ก่อนผมเกิด ท่านเกิดในยุคสงครามโลกครั้งที่สองซึ่งเรียกได้ว่าเป็นช่วงที่มีความวุ่นวาย และต้องทำงานหนัก ดังนั้น เขาจึงเป็นคนที่มีความเครียดสูง ทีนี้ตัวคุณปู่เองก็เป็นคนดื่มเหล้าและมีภาวะติดสุราเรื้อรังเหมือนกัน ท่านจึงเห็นแบบอย่างมาจากคุณปู่ ต่อให้คุณพ่อไม่ได้ชอบปู่ที่กินเหล้า แต่เขาก็ดื่มเหล้าเวลาเขาเครียด และชอบใช้ความรุนแรงเวลาเมา</span></span></p>
<p style="background: white; margin: 0in 0in 22.5pt 0in;"><span lang="TH" style="font-size: 15.0pt; font-family: 'Cordia New',sans-serif; color: black;">ตัวผมเองมีส่วนคล้ายกับคุณพ่อ คือเป็นวัยรุ่นที่เห็นพ่อดื่มเหล้ามาตลอด และผมไม่ได้ชอบที่พ่อดื่มเหล้าแล้วใช้อารมณ์ แต่ตัวเองก็ดื่มเหล้า เพราะมีเพื่อนชวน พอดื่มแล้วเรารู้สึกว่ามีสังคม มีความสุขกับการดื่ม เวลาเครียดเราก็ดื่ม จนกระทั่งวันหนึ่ง ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมเราถึงเกลียดพ่อ แต่ไม่เกลียดเหล้า</span></p>
<p style="background: white; margin: 0in 0in 22.5pt 0in;"><span lang="TH" style="font-size: 15.0pt; font-family: 'Cordia New',sans-serif; color: black;">ผมเริ่มสนใจว่ารากฐานความรุนแรงของคุณพ่อเป็นมาอย่างไร ทำไมเขาถึงดื่มเหล้า และผมอยากทำความเข้าใจตัวเอง ทำให้ผมเลือกเรียนจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง</span></p>
<p style="background: white; margin: 0in 0in 22.5pt 0in;"><span lang="TH" style="font-size: 15.0pt; font-family: 'Cordia New',sans-serif; color: black;">ที่รามคำแหงมีจิตวิทยาด้านหนึ่ง เรียกว่าจิตวิทยาครอบครัว เป็นการทำความเข้าใจว่าแต่ละคนมีรากฐานที่มาเป็นอย่างไร และส่งผลต่อพฤติกรรมอย่างไร เดิมผมรู้อยู่แล้วว่าพ่อมีปู่ที่ดื่มเหล้า เมื่อเรียนจึงได้เข้าใจว่าภายในครอบครัวผมส่งต่อปัญหาเรื่องดื่มเหล้ากันมา</span></p>
<p style="background: white; margin: 0in 0in 22.5pt 0in;"><span lang="TH" style="font-size: 15.0pt; font-family: 'Cordia New',sans-serif; color: black;">จากเดิมผมคิดว่าตัวเรากับคุณพ่อคงมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันไม่ได้ สุดท้ายผมก็เลือกคุยกับพ่อโดยตรงว่าเขาดื่มเหล้าเพราะอะไร ทำไมถึงใช้ความรุนแรง พ่อก็เล่าปัญหาของเขา และบอกว่าเขาเห็นปู่ทำแบบนี้ เรียนรู้มาแบบนี้ เขาไม่รู้ว่าเวลาเครียดต้องทำอย่างไรนอกจากดื่มเหล้าและใช้ความรุนแรง ตอนที่เขาเล่า เขาไม่ได้เล่าด้วยความรู้สึกสะใจหรือมีความสุข แต่เล่าด้วยความรู้สึกเสียใจ ผมจึงเข้าใจที่มาที่ไปทั้งหมด ว่าทำไมพ่อเป็นแบบนี้ และผมเป็นแบบนี้</span></p>
<p style="background: white; margin: 0in 0in 22.5pt 0in;"><span lang="TH" style="font-size: 15.0pt; font-family: 'Cordia New',sans-serif; color: black;">ตั้งแต่นั้นมาผมก็ไม่ได้เกลียดพ่อ และผมเข้าใจว่าทำไมหลายๆ คนใช้เหล้าเป็นทางออกของปัญหา เข้าใจผู้ที่ได้รับผลกระทบจากคนติดเหล้า รวมถึงตัวผมเองก็เคยติดเหล้าด้วย แต่เราก็มีชีวิตที่ดีได้ ในเมื่อเราทำได้ เราก็อยากให้คนอื่นทำได้เหมือนเรา นั่นทำให้ผมมาทำงานด้านนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;">:: เข้าใจปัญหา มองให้ลึกกว่าการดื่มสุรา ::</h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1545" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-2.jpg" alt="" width="1081" height="1081" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-2.jpg 1081w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-2-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-2-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-2-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-2-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1081px) 100vw, 1081px" /></p>
<h4>กระบวนการบำบัดคนติดสุรามีขั้นตอนอย่างไร</h4>
<p>เราเริ่มต้นจากการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้เข้ารับการบำบัด เพราะเวลาเราอยากรู้จักคนอื่น ต้องเริ่มจากมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันก่อน แล้วพูดคุยสำรวจปัญหาเพื่อทำความเข้าใจ ทั้งตัวเราเข้าใจเขา และทำให้เขาได้เข้าใจตัวเองว่าติดระดับไหน ต้องแอดมิทไหม ต้องบำบัดไหม หรือแค่เพิ่งเริ่มติด หยุดดื่มได้เองไม่ต้องพบหมอ หรือติดระดับปานกลาง กินยาแต่ไม่ต้องรับการบำบัด</p>
<p>เมื่อเขาเข้าใจจุดที่ตนเองยืนอยู่ กระบวนการถัดมาจะง่ายมาก คือหาทางแก้ไข ซึ่งไม่ใช่ว่าเราไปแก้ปัญหาให้กับเขา แต่ทำให้เขาย้อนมองว่าก่อนหน้านี้ได้ลงมือทำอะไรบ้าง ด้วยวิธีการอย่างไร ที่มันไม่สำเร็จเพราะอะไร สุดท้ายให้เขาได้สรุปจากการพูดคุยด้วยตัวเองว่า สาเหตุที่แท้จริงของการดื่มเหล้าคืออะไร แล้วจะทำอย่างไรต่อไป</p>
<p>เราต้องช่วยเขาทำความเข้าใจรากเหง้าของปัญหา เพื่อจะได้แก้ไขอย่างตรงจุด ยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่าเวลาคนเราปวดหัว มักจะนึกถึงยาพารา พอกินแล้วก็หายปวดหัว แต่ไม่ได้คิดต่อว่าสาเหตุของการปวดหัวคืออะไร พอปวดหัวอีกครั้ง ก็กินยาพาราอีก กินไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็ไม่ได้แก้ที่สาเหตุที่แท้จริงของปัญหา</p>
<p>ดังนั้น ปัญหาที่ทุกคนพามาหานักบำบัดจึงไม่ใช่แค่เรื่องเหล้า การดื่มเหล้าเป็นแค่วิธีการที่เขาแสดงออกว่ากำลังหนีทุกข์เพื่อหาสุข แต่ความสุขนี้กลายเป็นการเสพติด ต่อให้มีความสุขอย่างไร เมื่อถึงจุดหนึ่ง ร่างกายคุณจะทรมานถ้าไม่ได้ดื่ม หน้าที่ของเราจึงต้องฟังและช่วยเขาสรุปต้นตอของปัญหา ทำให้เขาเห็นมุมมองใหม่ๆ ว่ามีทางเลือกอื่นๆ ที่ดีกว่าการดื่มเหล้า ซึ่งตรงนี้ต้องใช้เวลาคุยกัน ฟังกัน สร้างความสัมพันธ์ที่ดี เปิดโอกาสให้เขาได้พูดในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าสิ่งที่ทำให้เขามีความสุขและอยากมีชีวิตอยู่คืออะไร รวมถึงให้กำลังใจว่าเขามีความหมายต่อเราอย่างไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;">:: หน้าที่ของนักจิตวิทยา คือการเดินเคียงข้าง ::</h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1546" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-3.jpg" alt="" width="1081" height="1081" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-3.jpg 1081w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-3-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-3-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-3-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-3-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1081px) 100vw, 1081px" /></p>
<h4><strong>ไม่ว่าศาสตร์จิตวิทยาด้านไหนก็ฟังดูเหมือนจะมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือการทำให้ผู้เข้ารับการบำบัดเข้าใจตัวเอง</strong></h4>
<p>ถูกต้อง และเมื่อเขาเข้าใจตัวเองแล้ว เราต้องช่วยทำให้เขารู้ว่าเป้าหมายของเขาคืออะไรด้วย โดยผ่านวิธีการที่เรียกว่า  motivation  interviewing หรือการคุยเพื่อสร้างแรงจูงใจ</p>
<p>เราจะถามว่าลึกๆ แล้วที่คุณอยากเลิกเหล้าเพราะคุณอยากให้อะไรเปลี่ยนไปจากเดิม สิ่งที่คุณต้องการคืออะไร ทำให้เขาเห็นและพูดในสิ่งที่เขาตั้งใจจะทำ สมมติถ้าเขาเล่าว่าอยากเลิกเหล้าเพื่อลูก อยากทำให้ลูกรับรู้ว่าตัวเองเป็นคุณพ่อที่มีความตั้งใจ ผมจะช่วยสะท้อนกลับไปว่าคุณเลิกเหล้าเพราะอยากเป็นพ่อที่ดี อยากเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก อยากให้ลูกมองว่าคุณเป็นพ่อที่ประสบความสำเร็จในชีวิต</p>
<p>หรือถ้าเขาเล่าว่า ถ้าเลิกเหล้าได้ ภรรยาจะไม่ทิ้งเขาไป ผมก็จะไม่แปลความว่าเพราะคุณกลัวถูกภรรยาทิ้งเลยอยากจะเปลี่ยน แต่จะบอกว่าคุณอยากเปลี่ยนเพราะต้องการครอบครัวที่อบอุ่น อยากให้มีคนรักมากขึ้น อยากมีคนให้กำลังใจมากขึ้น เขาจะรู้สึกว่าใช่</p>
<p>หน้าที่ของเราคือฟัง ใช้คำถาม และสะท้อนสิ่งที่เขาพูดให้เขาได้ยิน เพื่อทำให้เขาอยากไปถึงเป้าหมาย และการที่เขาตั้งเป้าหมายจะทำให้เขารู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะเปลี่ยน มีปัญหาอะไรที่ทำให้เขาเปลี่ยนไม่ได้ และจะแก้มันอย่างไร ซึ่งเราจะช่วยกันลดอุปสรรคตรงนั้นด้วย</p>
<p>ถ้าเราเสนอทางเลือกต่างๆ โดยไม่รู้เป้าหมายหรืออุปสรรคของเขา จะทำให้ช่วยเหลือเขาไม่สำเร็จ ฉะนั้น เราต้องรู้เป้าหมายของผู้เข้ารับการบำบัดเพื่อรู้วิธีว่าจะร่วมเดินไปกับเขาอย่างไร หน้าที่ของนักจิตวิทยาไม่ใช่การเดินนำหน้า แต่เป็นการเดินไปกับเขา ทำให้เขารู้ว่าตนเองมีศักยภาพ และไม่ได้กำลังเดินอยู่คนเดียว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เรายังอยู่กับเขา เมื่อทำแบบนี้แล้วทุกคนจะรู้สึกว่าสามารถเลิกได้ง่ายขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;">:: กำลังใจคือสิ่งสำคัญ ::</h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1547" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-4.jpg" alt="" width="1081" height="1081" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-4.jpg 1081w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-4-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-4-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-4-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-4-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1081px) 100vw, 1081px" /></p>
<h4><strong>การบำบัดของนักจิตวิทยามักเน้นการพูดคุยเป็นหลัก ถ้าผู้เข้ารับการบำบัดไม่ยอมเปิดใจพูด เราจะมีวิธีทำอย่างไรให้คนเปิดใจ</strong></h4>
<p>ส่วนใหญ่เราใช้วิธีสร้างความสัมพันธ์ ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ให้ช่วยเหลืออย่างไร เราจะไม่ถามเรื่องที่เป็นปัญหาเพราะเรารู้ว่าเป็นเรื่องอ่อนไหวและฟังดูเป็นความสงสัยใคร่รู้มากกว่าความใส่ใจ  เช่น เวลาเขาบอกว่าผมอยากจะเลิกเหล้า แล้วเราถามย้อนกลับไปว่าคุณมีปัญหาอะไร คุยแต่เรื่องที่เป็นปัญหาจะยิ่งทำให้เขาเครียด รู้สึกหดหู่ และไม่อยากคุยกับเรา เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าตัวเองมีปัญหา แต่เพราะมีปัญหาไงถึงได้มา</p>
<p>ตอนที่เขามาหาเราหมายความว่ามันถึงวิกฤตสำหรับเขาแล้ว ดังนั้นเขาจึงมาด้วยความหวัง ต้องการพลังใจและคนที่ไม่ซ้ำเติมเขา เราจึงไม่คุยเรื่องปัญหา แต่จะคุยเรื่องผลกระทบ ชี้ให้เขาเห็นว่าถ้าวันนี้ไม่เปลี่ยน ไม่ทำอะไรสักอย่าง มันจะเกิดอะไรขึ้น อีกสองสามปีจะเกิดอะไรขึ้น จากนั้นให้เขาตัดสินใจและตั้งเป้าหมายของตัวเอง</p>
<p>ถ้าเป็นการพบกันต่อหน้า ผมจะใช้การสบตา ภาษากาย บอกให้เขารู้ว่าผมเข้าใจ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผมเคยมีประสบการณ์มาก่อน แต่ถ้าเป็นการโทรเข้ามาที่สายด่วนเลิกเหล้า 1413 คำถามที่เราจะถามคือ โทรติดยากไหม คงต้องรอสายนานเพราะบริการสายให้คำปรึกษาของเรามีน้อย วันนี้ที่โทรเข้ามามีอะไรให้เราช่วยเหลือหรือเปล่า</p>
<p>คนอาจจะถามว่าง่ายแค่นี้เองเหรอ ใช่ครับ คนที่โทรเข้ามามีน้อยคนที่ไม่อยากพูดเรื่องราวของตัวเอง ต่อให้เขาโทรมาแล้วขอแค่วิธีการแบบไวๆ เราก็จะให้ข้อมูล แล้วสร้างความสัมพันธ์ผ่านคำถามที่ย้อนกลับไปสู่เรื่องราวของตัวเขา เช่น ตอนที่โทรเข้ามาคุณรู้สึกอย่างไร เหนื่อยไหม ที่คุณโทรเข้ามาเพราะมีเรื่องราวที่คุณต้องตัดสินใจเยอะเลยใช่ไหม เราย้อนถามถึงสิ่งที่อยู่ในใจของเขาเพื่อทำความรู้จักกับเขา ดูว่ามีอะไรที่เราสามารถให้เขาได้มากกว่าวิธีบำบัดอีก ถามถึงความตั้งใจที่ทำให้อยากจะโทรเข้ามา สาเหตุที่อยากจะเลิกเหล้าเพราะอะไร แล้วเดี๋ยวเขาจะพูดได้เยอะเลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;">:: อุปสรรคสำหรับคนเลิกเหล้า ::</h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1548" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-5.jpg" alt="" width="1081" height="1081" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-5.jpg 1081w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-5-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-5-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-5-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-5-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1081px) 100vw, 1081px" /></p>
<h4>นอกจากความไม่พร้อม ยังมีอุปสรรคอะไรอีกที่คนอยากเลิกเหล้าต้องเผชิญจนทำให้เลิกได้ยาก</h4>
<p style="background: white;"><span lang="TH" style="font-size: 15.0pt; font-family: 'Cordia New',sans-serif; color: black;">ความยากมีอยู่สองเรื่อง เรื่องแรกคือการต้องอดทนต่อความทรมานเวลาหยุดดื่ม คนเลิกดื่มเหล้าทุกคนจะมีอาการที่เรียกว่าถอนเหล้า คือ อาเจียน เหนื่อยเพลีย กินน้ำเยอะ และอาจมีโรคกระเพาะตามมา เราจะเตือนเขาว่าการเลิกเหล้าต้องเจออาการอะไรบ้าง ต้องหาทางจัดการกับมันอย่างไร ถ้าเป็นคนที่เคยลองเลิกมาก่อนแล้ว เราจะทวนให้เขาเตรียมใจว่าจะเจอกับอาการเหล่านั้นอีก ชักชวนให้เขาพูดวิธีที่จะจัดการกับตัวเองให้ฟัง ทำให้เขารู้ว่าเขามีศักยภาพที่จะอดทนต่อมัน</span></p>
<p style="background: white;"><span lang="TH" style="font-size: 15.0pt; font-family: 'Cordia New',sans-serif; color: black;">ความยากเรื่องที่สองคือการที่เขาต้องเจอกับสภาพแวดล้อมแบบเดิมๆ ที่กระตุ้นให้เขาอยากดื่ม เช่น สภาพแวดล้อมที่ทำให้เขาเกิดความเครียด ผมก็พยายามช่วยให้เขารู้ถึงสาเหตุจะได้ไปแก้ที่ต้นตอ และแนะนำว่าให้หาความสุขในแบบอื่น อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่การกลับไปดื่มเหล้า อาจจะเป็นเรื่องการดูแลตัวเองง่ายๆ อย่างเหนื่อยก็นอน หิวก็กิน หาความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันบ่อยๆ</span></p>
<p style="background: white;"><span lang="TH" style="font-size: 15.0pt; font-family: 'Cordia New',sans-serif; color: black;">บางคนก็บอกว่ากลับไปดื่มเพราะเพื่อน เพื่อนมักจะชวนดื่มจนทำให้เลิกไม่ได้ ดังนั้น สำหรับคนที่จะเลิกดื่ม ผมบอกเสมอว่าต้องไม่กลับไปเจอเหล้าอีก และพยายามให้เขาคิดวิธีปฏิเสธเวลาถูกชักชวน</span></p>
<p style="background: white; margin: 0in 0in 22.5pt 0in;"><span lang="TH" style="font-size: 15.0pt; font-family: 'Cordia New',sans-serif; color: black;">คนติดสุราหลายคนเชื่อว่าเมื่อมาบำบัดจนหาย จะสามารถกลับไปดื่มได้โดยไม่ติดอีก ซึ่งผมต้องบอกว่ามันไม่ได้ เพราะคุณเคยมีประสบการณ์และคุณไม่สามารถลืมได้ การเลิกเหล้าจึงจำเป็นต้องอาศัยวินัยของตัวเอง คุณอาจจะรู้สึกอึดอัด ต้องทำสิ่งที่ไม่ชอบ ไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่คุณต้องเปลี่ยน เพราะคุณเองก็รู้ว่าถ้าไม่เปลี่ยนจะเกิดอะไรขึ้น ผมแนะนำว่าเมื่อมีวินัยแล้ว อย่าลืมให้รางวัลกับตัวเองด้วย มิฉะนั้นสุดท้ายคุณจะเกิดความเบื่อ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;">:: ความสัมพันธ์ที่ดีต้องมาก่อนการแก้ปัญหา ::</h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1549" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-6.jpg" alt="" width="1080" height="1081" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-6.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-6-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-6-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-6-768x769.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-6-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<h4>ในมุมของคนที่มีพ่อเป็นผู้ติดสุรา คุณมองคุณพ่อเป็นอย่างไร และช่วยเหลือให้เขาเลิกเหล้าอย่างไร</h4>
<p>คุณพ่อของผมเป็นคนขยันขันแข็งมาก เวลาผมมองคุณพ่อจะมองเห็นผู้ชายที่เท่มากคนหนึ่ง เพราะเขายากจนแต่ตั้งใจทำงานจนทำให้ลูกมีชีวิตดีได้ แต่ผมก็เห็นคุณพ่อดื่มเหล้าเมาแล้วอาละวาดมาตลอด และรู้สึกไม่ชอบ จนกระทั่งผมเริ่มเปิดใจที่จะทำความเข้าใจเขา จึงรู้ว่าเขาดื่มเพราะมีความเครียด ถามว่าผิดไหมที่เขาเป็นคนเครียด ผิดไหมที่คาดหวังกับลูก คาดหวังกับชีวิต มันไม่ผิดเลย ถ้าเขารู้ว่ามีทางเลือกอื่นนอกจากการดื่มเหล้า เขาก็คงไม่ดื่ม ถ้ามีคนช่วยเตือน มีคนที่เข้าใจ เขาก็คงไม่เป็นแบบนี้</p>
<p>เพราะฉะนั้นแม้ว่าคุณพ่อจะยังดื่มเหล้าอยู่ แต่ผมก็พยายามเข้าใจเขา ผมเชื่อว่าหัวใจหลักของการช่วยเหลือเขาเริ่มจากมีความสัมพันธ์ที่ดี ดังนั้นทุกครั้งที่คุณพ่อกลับบ้าน ผมจะเป็นคนหนึ่งที่นั่งฟังเขา ช่วยเยียวยาเขา เราไม่จำเป็นต้องเป็นนักจิตวิทยาก็ได้ แต่เป็นลูก เป็นคนที่เขารู้สึกว่ามีพื้นที่ที่สามารถระบายความในใจ อยู่กับเขาก็พอ</p>
<p>จุดเปลี่ยนอยู่ที่ตอนคุณพ่ออายุ 70 วันหนึ่งแม่ผมบอกว่าพ่อล้มเพราะเมา ไม่มีใครดูแล แม่เองก็ไม่อยากดูแล ผมกลับไปถึงบ้านเจอพ่อเป็นแผลเลือดออก ก็พาไปหาหมอ ช่วยดูแลร่างกาย ถามพ่อว่าเกิดอะไรขึ้น ล้มเพราะอะไร พอคุณพ่อตอบ ผมก็ถามต่อว่าแล้วรู้ไหมทำไมทุกคนไม่มาดูแลพ่อ พ่อบอกว่าพ่อไม่รู้ ผมเลยเปิดคลิปวิดีโอที่เคยอัดไว้ตอนคุณพ่อเมาให้เขาดู เขาดูจบก็บอกว่ารู้สึกแย่ ละอายใจ เขาจำไม่ได้ว่าทำอะไรตอนเมาเพราะคนดื่มเหล้าจะมีภาวะ Black-Outs Drunk หรือเมาจนภาพตัด สมองเสื่อมชั่วขณะทำให้จำอะไรไม่ได้</p>
<p>พอผมถามพ่อต่อว่าจะเอาอย่างไร พ่อก็บอกว่าเขาจะเลิก เดิมทีพ่อผมก็ไม่ได้ดื่มเหล้าทุกวัน และเขาเป็นคนนิยมความสมบูรณ์แบบ (Perfectionist) พอเขารู้ว่าตัวเองเป็นคนไม่ดี เขาก็อยากจะเปลี่ยน ผมช่วยให้เขาไปพบจิตแพทย์ ให้ยาตามอาการ หลังๆ เขาก็เลิกได้เอง จากอายุ 70 พ่ออยู่กับผมจนถึงอายุ 83 ปีถึงเสีย ตลอด 13 ปีที่เหลือ เขาไม่เคยกลับไปดื่มเหล้าอีกเลย</p>
<p>โดยรวมแล้ว วิธีการของผมคือให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ก่อนการแก้ไขปัญหา เพราะถ้าความสัมพันธ์ดี ทำให้คนมีความต้องการอยากเปลี่ยน และจะเปลี่ยนได้ ผมเชื่อว่าคนจะเลิกเหล้าต้องมีความตั้งใจและมีคนคอยช่วยเหลือ ให้กำลังใจ อย่างผมเองก็ชมคุณพ่อมาตลอดตั้งแต่ตอนเปิดใจคุยครั้งแรกว่าสำหรับผม พ่อคือฮีโร่ พ่อคือคนที่ผมอยากเป็นมากที่สุด ก่อนหน้านี้ที่ผมเกลียดคุณพ่อ ลึกๆ เป็นเพราะผมรักเขา ในทางจิตวิทยา ถ้าเราเกลียดใครในครอบครัว เพราะเดิมเราเคยรักเขามาก่อน เคยให้ความสำคัญกับเขา เราอยากให้เขาเห็นความสำคัญของเรา แต่เขาไม่เคยทำ จนทำให้เราอยากตัดขาดความสัมพันธ์ คุณพ่อของผมก็มักจะบอกว่าผมไม่ได้เรื่อง แต่สุดท้ายผมได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าได้เรื่องสำหรับเขา ทำให้เขายอมรับและภูมิใจได้ เราทุกคนก็มีความสุข</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;">:: ถึงญาติผู้ติดเหล้า ::</h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1550" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-7.jpg" alt="" width="1081" height="1081" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-7.jpg 1081w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-7-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-7-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-7-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/20200130-QuitAlcohol-quote-7-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1081px) 100vw, 1081px" /></p>
<h4>ถ้าญาติอยากช่วยเหลือคนติดสุราในบ้าน ควรเข้าใจหลักการหรือปฏิบัติตัวอย่างไรบ้างถึงจะดีต่อตัวผู้ดื่ม และไม่ทำให้ตัวเองเครียดเกินไป</h4>
<p>ข้อแรกญาติต้องเข้าใจเรื่องการติดเหล้า ว่าคนติดเหล้าไม่ได้ตั้งใจอยากจะติด แต่เลิกไม่ได้เพราะสมองเสพติดไปแล้ว ต่อมาคือต้องเข้าใจตัวเอง เป็นคนที่เห็นคุณค่าในตัวเอง ให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี เวลาคุยอย่าไปตัดสินคนติดเหล้า ให้ถามว่าเหนื่อยไหม ทรมานไหม ทำความเข้าใจว่าเขากำลังเป็นอย่างไร แล้วถามต่อไปว่าอยากให้ช่วยเหลืออย่างไร แนะนำตัวช่วย เสนอช่องทางให้เขา พาไปหาหมอด้วยกัน ทำอย่างนี้แล้วจะช่วยให้คนเลิกเหล้าได้สำเร็จ</p>
<p>อีกเรื่องหนึ่งคือต้องไม่คุย ไม่ทะเลาะกับคนเมา ต้องเข้าใจหลักของ Black-Outs Drunk ว่าความจำเสื่อมชั่วขณะ การดูแลตอนเขาเมาจนภาพตัดมันเหนื่อยฟรี ทะเลาะกันฟรีๆ ดังนั้นไม่ต้องพูดอะไร ไม่ต้องดูแล ปล่อยให้เขาเมา อาเจียน ตัวเหม็น แล้วตื่นมาเห็นสภาพของตัวเอง เขาจะรู้สึกว่าเราเป็นขนาดนี้เลยเหรอ เราเป็นอะไรไป ถึงไม่มีใครตำหนิแต่เขาจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าอาย</p>
<p>ถ้าที่ผ่านมาทุกคนไม่เคยปล่อยให้เขาเห็นสภาพของตัวเอง มัวแต่ปกป้องดูแล เขาจะไม่มีทางเปลี่ยน ฉะนั้น พ่อ แม่ ลูก ภรรยาต้องหยุดพฤติกรรมการเสริมแรงทางอ้อม หยุดปกป้องเขาไม่ให้เจอผลเลวร้ายจากการดื่ม ต้องปล่อยให้เขาเผชิญหน้าอย่างตรงไปตรงมา โดยที่เราไม่ต้องดุด่าเขา พอสร่างเมา เราแค่ถามเขาว่ารู้สึกอย่างไรกับตัวเอง หิวข้าวไหม ดูแลเขาเหมือนคนปกติ ทำความดีในตอนที่เขารับรู้ ไม่ใช่ตอนเมา ทำแบบนี้ญาติเองจะไม่เหนื่อย การช่วยเหลือคนติดเหล้าอย่าทำจนตัวเองไม่ไหว อย่าทำจนกลายเป็นการทรมานตัวเอง เราต้องหันกลับมาดูแลตัวเองด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
</div>
<div class="link-tag"></div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/quote-thawatchai/">(Quote) บำบัดผู้ติดสุราผ่านสายตาคนเคยดื่ม: คุยกับ ‘ธวัชชัย กุศล’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1541</post-id>	</item>
		<item>
		<title>‘แล้วสักวันจะเป็นเวลาของเรา’: เข้า (ข้าง) ใจ มั่นคง และผ่อนปรน เพื่อช่วยคนรักให้เลิกเหล้าได้สำเร็จ</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/tips-for-alcoholic-relatives/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=tips-for-alcoholic-relatives</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Nov 2019 04:18:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ดูแลคนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ธวัชชัย กุศล]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา 1413]]></category>
		<category><![CDATA[อบรม 5 เคล็ดลับช่วยคนรักเลิกเหล้าให้สำเร็จ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการสายด่วนเลิกเหล้า 1413]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1279</guid>

					<description><![CDATA[<p>“แม่ติดตามลูกที่ดื่มมาตลอด ตั้งแต่เขาวัยรุ่นจนกระทั่งตอนนี้อายุ 40 กว่าปี ความกลุ้มใจ ตรอมใจ ไม่ได้เกิดแค่กับแม่ แต่เกิดกับทั้งครอบครัวที่ต้องทะเลาะกันเพราะสุรา พอเขาเลิกดื่มได้ ก็เหมือนมีกำลังใจขึ้นมา รู้สึกสบายใจ มีความหวัง และมีกำลังใจมากขึ้นที่จะสู้ชีวิตต่อไป” ป้านวล (นามสมมติ) เริ่มต้นด้วยการบอกเล่าเรื่องราวในฐานะ ‘คุณแม่ของคน (เคย) ติดเหล้า’ ในวงอบรม ‘5 เคล็ดลับช่วยคนรักเลิกเหล้าให้สำเร็จ’ จัดโดยศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา 1413 สายด่วนเลิกเหล้า ซึ่งมุ่งให้ผู้เข้ารับการอบรมเรียนรู้ พัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับผู้ดื่ม และให้กล้าที่จะสื่อสารเพื่อจูงใจ และช่วยเหลือผู้ติดสุราให้สามารถเลิกสุราได้สำเร็จ แม้การอบรมในครั้งนี้จะเน้นไปที่ญาติหรือผู้ใกล้ชิดของคนติดเหล้า แต่ผู้ที่มาเข้าร่วมนั้นมีความหลากหลาย ทั้งญาติ ผู้ที่ทำงานเพื่อสังคม ไปจนถึงผู้ติดเหล้าและอดีตคนที่เคยติดเหล้าเอง แน่นอนว่าทุกคนที่เข้าร่วมการอบรมล้วนมาจากต่างที่ ต่างวาระ และมีเรื่องเล่าต่างกัน แต่สิ่งที่เราเห็นได้จากทุกคนคือ แววตากระตือรือร้นที่จะเข้ารับการอบรม เพื่อนำเนื้อหาไปปรับใช้กับชีวิตของตนเอง และแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังว่า ผู้เป็นที่รักของพวกเขาจะเอาชนะอาการติดเหล้าได้ ในกรณีของป้านวล สิ่งที่เราเห็นได้ชัดเจนคือ ความปลื้มปิติที่คุณนัท (นามสมมติ) ลูกชายของเธอ เลิกเหล้าได้แล้วเป็นระยะเวลา 2 เดือน แม้ระยะเวลาในการเลิกเหล้าที่ถือว่าเป็นผู้ที่สามารถเลิกได้คือราว 1-2 ปีขึ้นไป ระยะเวลา 2 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/tips-for-alcoholic-relatives/">‘แล้วสักวันจะเป็นเวลาของเรา’: เข้า (ข้าง) ใจ มั่นคง และผ่อนปรน เพื่อช่วยคนรักให้เลิกเหล้าได้สำเร็จ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“แม่ติดตามลูกที่ดื่มมาตลอด ตั้งแต่เขาวัยรุ่นจนกระทั่งตอนนี้อายุ 40 กว่าปี ความกลุ้มใจ ตรอมใจ ไม่ได้เกิดแค่กับแม่ แต่เกิดกับทั้งครอบครัวที่ต้องทะเลาะกันเพราะสุรา พอเขาเลิกดื่มได้ ก็เหมือนมีกำลังใจขึ้นมา รู้สึกสบายใจ มีความหวัง และมีกำลังใจมากขึ้นที่จะสู้ชีวิตต่อไป”</p>
<p>ป้านวล (นามสมมติ) เริ่มต้นด้วยการบอกเล่าเรื่องราวในฐานะ ‘คุณแม่ของคน (เคย) ติดเหล้า’ ในวงอบรม ‘5 เคล็ดลับช่วยคนรักเลิกเหล้าให้สำเร็จ’ จัดโดย<a href="http://www.1413.in.th/">ศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา 1413 สายด่วนเลิกเหล้า</a> ซึ่งมุ่งให้ผู้เข้ารับการอบรมเรียนรู้ พัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับผู้ดื่ม และให้กล้าที่จะสื่อสารเพื่อจูงใจ และช่วยเหลือผู้ติดสุราให้สามารถเลิกสุราได้สำเร็จ</p>
<p>แม้การอบรมในครั้งนี้จะเน้นไปที่ญาติหรือผู้ใกล้ชิดของคนติดเหล้า แต่ผู้ที่มาเข้าร่วมนั้นมีความหลากหลาย ทั้งญาติ ผู้ที่ทำงานเพื่อสังคม ไปจนถึงผู้ติดเหล้าและอดีตคนที่เคยติดเหล้าเอง</p>
<p>แน่นอนว่าทุกคนที่เข้าร่วมการอบรมล้วนมาจากต่างที่ ต่างวาระ และมีเรื่องเล่าต่างกัน แต่สิ่งที่เราเห็นได้จากทุกคนคือ แววตากระตือรือร้นที่จะเข้ารับการอบรม เพื่อนำเนื้อหาไปปรับใช้กับชีวิตของตนเอง และแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังว่า ผู้เป็นที่รักของพวกเขาจะเอาชนะอาการติดเหล้าได้</p>
<p>ในกรณีของป้านวล สิ่งที่เราเห็นได้ชัดเจนคือ ความปลื้มปิติที่คุณนัท (นามสมมติ) ลูกชายของเธอ เลิกเหล้าได้แล้วเป็นระยะเวลา 2 เดือน</p>
<p>แม้ระยะเวลาในการเลิกเหล้าที่ถือว่าเป็นผู้ที่สามารถเลิกได้คือราว 1-2 ปีขึ้นไป ระยะเวลา 2 เดือนที่คุณนัทไม่ดื่มเหล้าจึงยังไม่นับเป็นระยะปลอดภัย แต่อย่างน้อย นี่ก็นับเป็นก้าวแรกที่ดีอย่างปฏิเสธไม่ได้</p>
<p>“แล้วคุณนัทรู้สึกอย่างไรบ้างครับที่คุณแม่ภูมิใจในตัวคุณ” วิทยากรหันไปถามทางคุณนัทที่นั่งข้างแม่ของเขา</p>
<p>“ผมก็ภูมิใจกับตัวเองเหมือนกัน” คุณนัทตอบกลับมา</p>
<p>แม้มองไม่เห็นสีหน้าของเขา แต่จากน้ำเสียง เราสัมผัสได้ถึงรอยยิ้มในนั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_1225" aria-describedby="caption-attachment-1225" style="width: 1080px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-1225 size-full" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-6.png" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-6.png 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-6-300x200.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-6-768x512.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-6-1024x683.png 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /><figcaption id="caption-attachment-1225" class="wp-caption-text">อาจารย์ธวัชชัย กุศล รองหัวหน้าโครงการศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา สายด่วนเลิกเหล้า 1413 และวิทยากรผู้จัดอบรมเคล็ดลับเลิกเหล้าในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>-1-</strong></h2>
<h2 style="text-align: center;"><strong>ทุกเรื่องเล่ามี </strong><strong>‘เหล้า’ เป็นองค์ประกอบ</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>“ทำไมคนเราต้องดื่มเหล้า?”</p>
<p><a href="https://alcoholrhythm.com/thawatchai-1413/">อาจารย์ธวัชชัย กุศล</a> รองหัวหน้าโครงการศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา สายด่วนเลิกเหล้า 1413 และวิทยากรผู้จัดอบรมเคล็ดลับเลิกเหล้าในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เริ่มต้นเนื้อหาการอบรมด้วยคำถามที่ฟังดูง่าย แต่ตอบยากแสนยาก</p>
<p>“เหตุผลมีไม่กี่คำครับ ให้จำคำ 4 คำนี้เอาไว้ ต้องการความสุข คลายทุกข์ เคยชินทุกกิจกรรม และสุขทุกข์คิดถึงเหล้า” ธวัชชัยกล่าวต่อ “ผมอยากให้เข้าใจก่อนว่า เราเริ่มดื่มเหล้า เพราะสังคมเชิญชวนเรา เราเห็นคำว่ามิตรภาพที่ผูกโยงเข้ากับการดื่ม จึงเริ่มดื่มเพื่อเข้าสังคม จนกลายเป็นการดื่มคนเดียว ดื่มทุกวัน และกลายเป็นการดื่มทั้งวันในที่สุด”</p>
<p>เขาขยายความว่า เมื่อดื่มไปมากๆ เข้าจนเริ่มติดแล้ว ต่อให้ไม่เจอวงเหล้าหรือไม่มีขวดเหล้าอยู่ตรงหน้า ก็สามารถนึกถึงเหล้าได้ บางคนแค่เข้าครัวและลงมือทำกับข้าว ก็พาลนึกถึงบรรยากาศตอนทำกับแกล้มกินกับเหล้า ทั้งบรรยากาศ สถานที่ และสิ่งแวดล้อม จึงล้วนเป็นตัวกระตุ้นได้ทั้งสิ้น</p>
<p>“ทุกอย่างมีเรื่องเล่า และเรื่องเล่าพวกนั้นก็เกี่ยวกับเหล้า ต่อให้ไม่หยิบขวดเหล้าก็จะพาลนึกถึงเรื่องเหล้าโดยธรรมชาติ” ธวัชชัยกล่าวสรุป</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>-2-</strong></h2>
<h2 style="text-align: center;"><strong>สุรานำพาโรค</strong></h2>
<h2 style="text-align: center;"></h2>
<p>คนหลายคนอาจคุ้นชินกับความคิดที่ว่า ดื่มเหล้ามากๆ จะก่อให้เกิดโรคตับแข็ง แต่อันที่จริง การจะเป็นโรคตับต้องใช้เวลาอย่างน้อย 10 กว่าปีขึ้นไป จนบางครั้ง ผู้ดูแลคนติดเหล้าเสียชีวิตไปก่อนคนติดเหล้าเสียด้วยซ้ำ แต่การดื่มสุราสามารถนำมาซึ่งโรคอื่นที่เราอาจคาดไม่ถึงได้ด้วย</p>
<p>“ส่วนใหญ่แล้ว คนดื่มสุราร้อยละ 51 เป็นโรคเครียด ร้อยละ 48 มีอาการซึมเศร้า ต้องได้รับการบำบัด และร้อยละ 11 มีความคิดอยากฆ่าตัวตายหรืออาจอยากฆ่าคนอื่น” ธวัชชัยอธิบาย และเสริมว่า ในกรณีที่พ่อแม่ดื่มเหล้า ลูกที่เกิดมามีโอกาสจะมีปัญหาสุขภาพจิตมากกว่าคนทั่วไปถึงร้อยละ 11</p>
<p>โรคต่อมาคือโรคกระเพาะ เพราะคนที่ดื่มเหล้ามักจะดื่มตอนท้องว่าง แต่ลักษณะของกระเพาะคนเราเป็นเนื้อเยื่อ การที่ดื่มแอลกอฮอล์ตอนท้องว่าง ก็เหมือนกับการเอาแอลกอฮอล์ราดใส่แผลสด ทำให้ผู้ดื่มบางคนอาจจะเกิดภาวะเลือดซึม เมื่อถึงระดับที่ร่างกายเก็บไว้ไม่ไหว ก็จะอาเจียนหรือถ่ายออกมาเป็นเลือดสด ซึ่งธวัชชัยให้ข้อสังเกตไว้ว่า ที่อาเจียนออกมาเป็นเลือดสด เพราะร่างกายเก็บเลือดไว้ไม่นาน แต่ถ้าอาเจียนออกมาเป็นเลือดดำเมื่อไหร่ นั่นอาจเป็นสัญญาณของมะเร็งลำไส้หรือมะเร็งกระเพาะอาหาร</p>
<p>“อีกโรคหนึ่งที่คนไม่ค่อยเข้าใจ คือเบาหวาน” ธวัชชัยว่า “ต้องบอกก่อนว่า ร่างกายเรามีตับอ่อน ซึ่งตัวของตับอ่อนด้านหลังจะทำหน้าที่ควบคุมน้ำตาล แต่สุราจะไปจำกัดน้ำตาล หรือทำให้น้ำตาลมีมากเกินไป จนตับอ่อนอักเสบ และผลิตอินซูลินยับยั้งน้ำตาลไม่ได้ ทำให้เกิดเป็นแผลง่าย”</p>
<p>ในขณะที่โรคสุดท้ายซึ่งต้องใช้เวลานานในการเกิด แต่เป็นโรคที่คนมักรู้จักกันดีที่สุดคือ โรคตับ สาเหตุที่โรคนี้เกิดขึ้นช้าที่สุด เพราะตับมีความแข็งมาก แต่น้ำตาลจากเบียร์ เหล้า จะก่อให้เกิดไขมันพอกตับ นำมาซึ่งอาการตับอักเสบ จนนำไปสู่อาการตับแข็ง อีกทั้ง ด้วยความที่ตับมีหน้าที่ขจัดของเหลวและสารพิษทุกอย่างของร่างกาย แต่เมื่อตับไม่ทำงาน จึงทำให้ร่างกายเกิดอาการบวมน้ำ ตาบวม ท้องมวน (ท้องมาน) ตามมา</p>
<p>นอกจากโรคสารพัดที่จะเกิดจากการดื่มเหล้ามากเกินไปแล้ว แอลกอฮอล์จะทำให้สมรรถภาพทางเพศของผู้ดื่มเสื่อม ถ้าเป็นผู้ชายอสุจิจะฝ่อ ไม่แข็งแรง มีลูกยาก และอาจจะมีหน้าอกโต เพราะความเป็นชายทำงานได้ไม่ดี ในขณะที่ผู้หญิงซึ่งดื่มเหล้าขณะตั้งครรภ์ ลูกที่จะเกิดออกมามีความเสี่ยงเป็นดาวน์ซินโดรม สมาธิสั้น หรือออทิสติก</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>-3-</strong></h2>
<h2 style="text-align: center;"><strong>ติดเหล้า</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>หนึ่งในคำถามที่ใครหลายคนคงคาใจคือ อาการ ‘ติดเหล้า’ เกิดจากอะไร และเป็นแบบไหน</p>
<p>ธวัชชัยตอบคำถามดังกล่าวว่า การติดเหล้าคือการที่เหล้าเข้าไปที่สมองมากๆ เป็นอาการเจ็บป่วยอย่างหนึ่ง คนที่ติดเหล้าจะมีอาการกระสับกระส่าย คันตัว หูแว่ว หรือแม้กระทั่งประสาทหลอน ซึ่งญาติหรือคนใกล้ชิดอาจไม่เข้าใจ และคิดว่าเป็นเรื่องของพฤติกรรมเสียมากกว่า</p>
<p>“ถ้าถามว่า ทำไมต้องดื่มเหล้า ต้องถามก่อนว่าถ้าคุณนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย คุณทรมานไหม นึกภาพสิว่าเราควบคุมเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ แต่เรารู้ว่ามียาวิเศษคือเหล้า กินแล้วหาย คนดื่มเลยดื่มเพื่อดับอาการนั้น อย่างสมมติว่าคุณปวดหัวเพราะเครียด ทำไมคุณไม่แก้ที่ต้นเหตุ แต่กลับไปกินยาแก้ปวดบรรเทาอาการแทน เพราะอาการมันปวดตอนนี้ มันต้องหายตอนนี้ใช่ไหม คนติดเหล้าเองเช่นกัน เขากินเหล้าแล้วหาย ดับความทรมานได้ นี่ถึงเรียกว่าอาการลงแดง”</p>
<p>อีกอาการหนึ่งที่บ่งชี้ว่าคุณติดเหล้าเข้าให้แล้ว คืออาการติดลม หลายคนคงเคยคิดว่าจะดื่มแค่นิดเดียวแล้วไปนอน แค่พอประคองร่างกายให้อยู่ได้ แต่ทำไปทำมากลับติดลมบน ทำให้พลอยดื่มยาวนานกว่าที่ตั้งใจ ซึ่งธวัชชัยชี้ว่านี่เป็นผลมาจากอาการสมองติดเหล้า ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ก็จะคิดถึงเหล้า และมีเหล้าเป็นองค์ประกอบทั้งหมด</p>
<p>“นอกจากนี้ คนติดเหล้าจะหมกมุ่นกับการหาเหล้ามาดื่ม ไม่ว่าจะกี่โมง จะไกลแค่ไหน ก็จะดั้นด้นไปหามาดื่มจนได้ ซึ่งแม้จะมีอาการข้างเคียง แต่อีกด้านคือความสุข สุขจนลืมไปว่ามันมีผลเสียอย่างไร”</p>
<p>เมื่อเหล้าเข้าสู่ร่างกาย จะออกฤทธิ์ต่อสมอง 2 ส่วน ได้แก่สมองส่วนอยาก ที่ถูก<em>กระตุ้น</em>ให้หลั่งสารแห่งความสุข ผ่อนคลาย ออกมา เมื่อเหล้าหมดฤทธิ์ก็จะต้องหาเหล้าดื่มอีก จนเกิดเป็นอาการเสพติด และลงแดงเวลาไม่ดื่ม ขณะที่สมองอีกส่วนคือสมองส่วนคิด ที่ถูก<em>กด</em>ทำให้มึนงง ตัดสินใจได้ไม่ดี นานวันเข้าก็จะมีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง และฉุนเฉียวง่าย สุดท้ายจะเกิดอาการสมองเสื่อม นำไปสู่อาการทางจิตและโรคจิตแบบถาวรได้</p>
<p>ธวัชชัยอธิบายให้เราเห็นภาพง่ายขึ้นว่า คนทุกคนย่อมเอาตนเองรอดเป็นอย่างแรก โดยเฉพาะเมื่อเราเจ็บปวด นี่ไม่ใช่เรื่องเห็นแก่ตัว แต่เป็นเรื่องสัญชาตญาณของมนุษย์ที่จะรักตัวเองก่อน เยียวยาตัวเองก่อน แม้จะเป็นความรักแบบผิดๆ ก็ตาม เหล้าออกฤทธิ์ต่อสมอง เพราะฉะนั้น คนติดเหล้าจึงพลอยไม่ได้นึกถึงญาติหรือคนใกล้ชิด ตรงนี้เป็นอะไรที่ญาติและคนใกล้ชิดอาจต้องพยายามทำความเข้าใจ เพื่อจะดูแลจิตใจของตนเองด้วย</p>
<p>“ทีนี้ ถามว่าเราจะบอกเขาเรื่องติดเหล้าอย่างไร เราอาจไม่จำเป็นต้องบอกเขาตรงๆ ยิ่งอ้างว่าหมอบอกมายิ่งไม่ต้อง เพราะคนที่จะเลิกเหล้าร้อยทั้งร้อย มักจะเลิกเพราะสุขภาพ ไม่ก็เลิกเพื่อคนที่รัก ลองเอาเช็กลิสต์ง่ายๆ ไปให้เขาดู ให้เขาทำความเข้าใจด้วยตนเองก่อนว่า เขาติดเหล้าแล้ว แล้วจึงหาวิธีการพูดกันต่อไป”</p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_1281" aria-describedby="caption-attachment-1281" style="width: 239px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-1281" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/11/Capture.png" alt="" width="239" height="530" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/11/Capture.png 239w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/11/Capture-135x300.png 135w" sizes="(max-width: 239px) 100vw, 239px" /><figcaption id="caption-attachment-1281" class="wp-caption-text">เอกสารประกอบจากศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา 1413</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>-4-</strong></h2>
<h2 style="text-align: center;"><strong>เข้าข้างใจ</strong></h2>
<p><strong> </strong></p>
<p>“ก่อนจะให้เขายอมรับว่าเขาติดเหล้า เราต้องคิดไว้ก่อนว่า มนุษย์เราห่วงตัวเองมากที่สุด ที่เขาดื่มก็เพื่อดับอาการอะไรสักอย่าง เช่น ท้องไส้ปั่นป่วน ทรมาน เขาดื่มเพื่อดับทุกข์ตรงนี้ ให้แสดงว่าเราเป็นห่วงเขา เรารู้ว่าเขาทรมาน เข้าข้างใจที่ทรมานนั้นก่อน ให้เขารับรู้ว่าเรากำลังคุยภาษาเดียวกัน ถ้าวันนี้เรายังเข้าข้างใจเขาไม่ได้ เราก็ยังไม่เข้าใจเขาจริงๆ เวลาคนติดรู้สึกว่ามีคนเข้าใจเขา มันจะไปสู่กระบวนการต่อไปได้ เราไม่รู้หรอกว่ามันจะถึงเวลาเมื่อไหร่ แค่รับมือให้ดี เมื่อถึงเวลาที่เขาพร้อม เขาจะยินดีมาบำบัดเอง”</p>
<p>เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ธวัชชัยได้ให้ผู้เข้าร่วมการอบรมคนหนึ่งรับบทเป็นภรรยาที่เพิ่งเผชิญกับอาการเมามายของสามีมาเมื่อคืนนี้ และถามสามีของตนในตอนเช้าที่เขาสร่างเมาแล้วว่า ‘ดื่มเหล้าแล้วมีความสุขไหม?’ จากนั้นจึงถามความรู้สึกของคนได้ยินว่า รู้สึกอย่างไรกับประโยคนี้</p>
<p>แน่นอน คนฟังรู้สึกเหมือนตนเองถูกกล่าวหา ถูกประชด แต่ต้องอย่าลืมว่า ตัวคนพูดเองก็เพิ่งเผชิญและเจ็บปวดกับอาการเมาอย่างหนักของสามีมาเมื่อคืนเช่นกัน</p>
<p>“พอคนเมาเมามากๆ แล้วภาพจะตัดไปเลย (black out) จำอะไรไม่ได้ คุยไปก็คุยไม่รู้เรื่อง จนคนคุยด้วยพาลอารมณ์เสียเปล่าๆ และจะพกอารมณ์ขุ่นมัวติดตัวมาด้วยในตอนเช้า แต่คนเมาที่เพิ่งสร่างเมาเขาจำอะไรไม่ได้เลย แต่จะให้เราถามเขาว่า สบายดีไหม ก็พูดไม่ออก เพราะเมื่อวานเราก็โดนอารมณ์ของเขาซัดมาเหมือนกัน”</p>
<p>ธวัชชัยเปรียบเทียบว่า การคุยกับคนเมาเปรียบได้กับการยืนอยู่หน้าพายุ ถ้าเราเห็นว่าข้างหน้ามีพายุ เราจะยังเดินฝ่าเข้าไปในพายุหรือไม่ การคุยกับคนเมาก็เหมือนการเดินเข้าไปในพายุ อย่างไรเราก็เหนื่อย ขณะที่เขาไม่รู้ตัวเลย ดังนั้น คำแนะนำจากนักจิตวิทยาผู้นี้คือ ถ้าเจอคนเมา อย่าพูดอะไร มันไม่มีประโยชน์ เพราะเขาไม่มีสติพอ</p>
<p>“ถ้าเจอคนใกล้ตัวเมา อย่างแรกคืออย่ายุ่ง ตัวใครตัวมัน ไม่ต้องคุยด้วย ต้องรู้ว่าเราอยู่กับคนเมา ไม่ใช่สามี พ่อ แม่ หรือลูกคนเดิมของเรา ผมถามก่อนว่าทำไมก่อนหน้านี้คุณถึงให้เขาดื่ม ทำไมถึงยังอยู่กับเขา ทำไมเคยคิดว่าเหล้าไม่ใช่ปัญหา เพราะเราคิดว่าเรารับมือได้ใช่ไหม คิดว่านิดเดียวไม่เป็นไร ผมขอบอกว่าเหล้าเป็นสารเสพติด ควบคุมไม่ได้ ถ้าใครสักคนต้องใช้เหล้าเป็นเครื่องมือทำให้ตัวเองอยู่รอด เขาจะไม่มีทางดื่มนิดเดียวได้ แต่เขาจะ ‘เสพ’ มันแทน”</p>
<p>เมื่อสร่างเมาแล้ว คำแนะนำต่อมาจากธวัชชัยคือ อย่าด่า อย่ากระตุ้น ให้อยู่นิ่งๆ ไว้ เพราะปัญหาของคนติดเหล้าคือไม่รู้ว่าตัวเองติด ไม่ได้มองว่าเหล้าเป็นปัญหา แต่มองว่าคือตัวช่วยดับความทรมาน ดังนั้น หน้าที่เราคือการให้เขาประเมินตัวเอง ให้ยอมรับว่าตนเองติดเหล้าแล้ว เพื่อจะเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>-5-</strong></h2>
<h2 style="text-align: center;"><strong>เมื่อสามีคุณติดเหล้า</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>เคสภรรยาทะเลาะกับสามีที่ติดเหล้าเป็นปัญหาคลาสสิกอย่างหนึ่งในสังคมไทยที่ธวัชชัยหยิบยกขึ้นมา เขาฉายภาพให้เห็นว่า สภาพครอบครัวไทยส่วนใหญ่มักปลูกฝังว่า ภรรยาต้องรักสามี ต้องเป็นภรรยาที่ดี ดังนั้น เวลาสามีเมากลับบ้านมา ภรรยาก็คอยดูแล คอยปรนนิบัติ เมื่ออาเจียนก็คอยเก็บกวาดให้ ซึ่งธวัชชัยบอกว่า การกระทำเหล่านี้อาจไม่ได้ทำให้เขาเห็นคุณค่าในตัวเรา แต่กลับทำให้สามีได้ใจมากขึ้น</p>
<p>“สุราจะกดสมองส่วนคิดเอาไว้ เพราะฉะนั้น เขาจะไม่ได้คิดถึงความดีของเรา ไม่ใช่ว่าเราไม่มีความดีนะ แต่สามีจะเข้าใจว่าภรรยายอมรับการกระทำนี้ได้ คือเวลาคนหิวมากๆ ต้องกินข้าว เหม็นทั้งตัวก็อาบน้ำ เพราะสมองส่วนสัญชาตญาณทำงานทำให้เราต้องรักตัวเองก่อน แต่พอภรรยาดูแลสามี สามีก็อาจจะมองว่า ยังไงเราก็มาจะเก็บกวาดให้ นี่คือการส่งเสริมทางอ้อม คือการที่คุณยอมรับสิ่งนี้ไปแล้ว”</p>
<p>อีกปัญหาหนึ่งคือ ปัญหาในครอบครัว เมื่อลูกเห็นแม่โดนพ่อว่าตอนเมา ก็จะพลอยเกลียดพ่อไปด้วย จากประสบการณ์บำบัดคู่สามีภรรยาของธวัชชัย ภรรยาส่วนมากมักจะบอกว่า ไม่อยากเลิกกับสามี เพราะกลัวลูกไม่มีพ่อ แต่คำถามที่แท้จริงคือ ลูกยังเห็นพ่อเป็นพ่ออยู่ไหม ลูกบางคนไม่ได้เห็นพ่อ แต่เห็นแม่ที่ถูกกระทำมากกว่า</p>
<p>“จะมีสักกี่คนที่เข้าใจเรื่องสมองติดเหล้า คุณลองดูจำนวนผู้ติดเหล้า แล้วคนติดเหล้านั้นต้องมีภรรยา มีลูก มีครอบครัว ก็จะมีผู้ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นเข้าไปอีก เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ทำไมมันเป็นปัญหา”</p>
<p>“ถ้าคุณเป็นภรรยาและแม่ ให้ดูแลตัวเองให้ดี มีความสุขให้ได้ก่อน ไม่งั้นจะส่งผลต่อลูก และลูกก็อาจจะมีปัญหาตามมา เราต้องรู้ว่า เขาไม่ได้พยายามจะออกมาจากตรงนั้น ยิ่งเราดึงเขา เราก็จะจมตามเขาไปด้วย สุดท้ายเราก็จะเหนื่อยและป่วย สิ่งที่ต้องทำคือญาติต้องดูแลตัวเองก่อน รักษาใจตัวเองก่อน”</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>-6-</strong></h2>
<h2 style="text-align: center;"><strong>สักวันจะเป็นเวลาของเรา</strong></h2>
<p><strong> </strong></p>
<p>หลายคนอาจคิดว่า การรักษาด้วยการพบแพทย์และทานยาก็เพียงพอ แต่ธวัชชัยอธิบายว่า การที่จะถือว่าเป็นผู้ที่สามารถเลิกได้ต้องใช้เวลาราว 1-2 ปีขึ้นไป เพราะฉะนั้น การเลิกเหล้าไม่ใช่แค่การหยุดดื่มหรือทานยา แต่คือการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของตนเอง</p>
<p>และเพราะสมองติดเหล้าไปแล้ว ทำให้การเกิดเหล้านั้นยากยิ่งขึ้น ซ้ำยังมีตัวกระตุ้นอยู่มากมายคอยแต่จะดึงรั้งผู้ดื่มให้กลับไปหาขวดเหล้า ซึ่งตัวกระตุ้นแบ่งเป็นภายนอก ได้แก่ อุปกรณ์การดื่ม สถานที่ที่เคยดื่ม เห็นเพื่อนดื่ม ส่วนตัวกระตุ้นภายในคือความรู้สึกทุกอย่างที่เรามี ไม่ว่าจะรู้สึกอะไร เราจะมีข้ออ้างในการดื่มให้ตนเองเสมอ</p>
<p>“ถ้าคนใกล้ตัวเราติดเหล้า อย่างแรกที่ต้องถามตัวเองคือ เขาดื่มเพราะตัวกระตุ้นอะไร เป็นเพราะเราไหม มันเป็นเรื่องภายใน เรื่องความเจ็บปวด ต้องมีการบำบัดที่มากกว่าหาหมอ กินยา เลิกเหล้า แต่ต้องขจัดความเจ็บปวดของเขาให้หมดไป”</p>
<p>“แต่ถ้าวันนี้คุณทุกข์ คุณจำเป็นต้องดูแลตัวเองก่อน หาคนช่วย ร้องไห้ออกมาให้เต็มที่ เพราะเราไม่ใช่คนวิเศษหรือสมบูรณ์แบบ สักวันหนึ่ง เราจะมีเวลาดูแลตัวเอง เข้าใจคนอื่น และเป็นพลังให้กับคนอื่นได้ มันอาจไม่ใช่วันนี้ แต่สักวันจะเป็นเวลาของเราเอง” ธวัชชัยกล่าวทิ้งท้ายการอบรม</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>หมายเหตุ: เก็บความจากการอบรม &#8216;5 เคล็ดลับช่วยคนรักเลิกเหล้าให้สำเร็จ&#8217; จัดขึ้นวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2562 โดยศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา 1413 สายด่วนเลิกเหล้า ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/tips-for-alcoholic-relatives/">‘แล้วสักวันจะเป็นเวลาของเรา’: เข้า (ข้าง) ใจ มั่นคง และผ่อนปรน เพื่อช่วยคนรักให้เลิกเหล้าได้สำเร็จ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1279</post-id>	</item>
		<item>
		<title>บำบัดผู้ติดสุราผ่านสายตาคนเคยดื่ม: คุยกับ ‘ธวัชชัย กุศล’</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/thawatchai-1413/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=thawatchai-1413</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Nov 2019 04:11:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ดูแลคนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[การดูแลผู้ติดสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[การบำบัดดูแลทางโทรศัพท์]]></category>
		<category><![CDATA[ธวัชชัย กุศล]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ติดสุราเรื้อรัง]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา 1413]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการสายด่วนเลิกเหล้า 1413]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1273</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ผมมีคุณพ่อที่ติดเหล้า เคยเป็นคนติดเหล้า และเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากคนติดเหล้า” ประโยคข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางชีวิตของ ธวัชชัย กุศล ก่อนเป็นที่รู้จักในนามรองหัวหน้าโครงการศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา สายด่วนเลิกเหล้า 1413 และวิทยากรผู้จัดอบรมเคล็ดลับเลิกเหล้าในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ธวัชชัยเป็นนักจิตวิทยาที่มีความรู้หลากหลายแขนง ทั้งศาสตร์การรู้จักตนเอง (Enneagram type) จิตบำบัดแนวซาเทียร์ (Satir Transformational Systemic Therapy) ศาสตร์ NLP (Neuro &#8211; Linguistic Programming) และจิตบำบัดเสริมสร้างแรงจูงใจ(motivational enhancement therapy) เขาให้คำปรึกษาปัญหาชีวิตแก่คนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความรัก ครอบครัว หรือการค้นหาเป้าหมายในชีวิต แต่สิ่งที่ธวัชชัยสนใจและทุ่มเทมากที่สุดคือบทบาทของการให้คำปรึกษาแก่ผู้ติดสุรา จากการที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นทั้งผู้ดื่มและญาติของผู้ดื่ม ทำให้ธวัชชัยเป็นนักบำบัดผู้เข้าใจมุมมองของคนทุกด้าน และรู้ว่าเบื้องหลังแก้วเหล้าแต่ละแก้ว ประกอบไปด้วยเรื่องราวมากมายที่อยู่ในใจคนดื่ม “บางครั้งตัวเหล้าเองไม่ใช่ปัญหา แต่คนดื่มเหล้าเพราะมีปัญหา” Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ขอพาคุณเข้าไปร่วมวงสนทนากับ ธวัชชัย กุศล เพื่อฟังความในใจของเหล่านักดื่ม ความรู้สึกของญาติที่มีนักดื่มในบ้าน กระบวนการบำบัดและวิธีช่วยเหลือคนติดเหล้าอย่างง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้โดยเริ่มต้นจากความเข้าใจ &#160; &#160; คุณเริ่มต้นสนใจการทำงานด้านการบำบัดผู้ติดสุราได้อย่างไร ผมมีคุณพ่อเป็นนักดื่มที่มีภาวะติดสุราเรื้อรัง (alcoholism) ตั้งแต่ก่อนผมเกิด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/thawatchai-1413/">บำบัดผู้ติดสุราผ่านสายตาคนเคยดื่ม: คุยกับ ‘ธวัชชัย กุศล’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“</strong>ผมมีคุณพ่อที่ติดเหล้า เคยเป็นคนติดเหล้า และเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากคนติดเหล้า”</p>
<p>ประโยคข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางชีวิตของ <strong>ธวัชชัย กุศล</strong> ก่อนเป็นที่รู้จักในนามรองหัวหน้าโครงการศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา สายด่วนเลิกเหล้า 1413 และวิทยากรผู้จัดอบรมเคล็ดลับเลิกเหล้าในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า</p>
<p>ธวัชชัยเป็นนักจิตวิทยาที่มีความรู้หลากหลายแขนง ทั้งศาสตร์การรู้จักตนเอง (Enneagram type) จิตบำบัดแนวซาเทียร์ (Satir Transformational Systemic Therapy) ศาสตร์ NLP (Neuro &#8211; Linguistic Programming) และจิตบำบัดเสริมสร้างแรงจูงใจ(motivational enhancement therapy) เขาให้คำปรึกษาปัญหาชีวิตแก่คนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความรัก ครอบครัว หรือการค้นหาเป้าหมายในชีวิต</p>
<p>แต่สิ่งที่ธวัชชัยสนใจและทุ่มเทมากที่สุดคือบทบาทของการให้คำปรึกษาแก่ผู้ติดสุรา</p>
<p>จากการที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นทั้งผู้ดื่มและญาติของผู้ดื่ม ทำให้ธวัชชัยเป็นนักบำบัดผู้เข้าใจมุมมองของคนทุกด้าน และรู้ว่าเบื้องหลังแก้วเหล้าแต่ละแก้ว ประกอบไปด้วยเรื่องราวมากมายที่อยู่ในใจคนดื่ม</p>
<p>“บางครั้งตัวเหล้าเองไม่ใช่ปัญหา แต่คนดื่มเหล้าเพราะมีปัญหา”</p>
<p>Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ขอพาคุณเข้าไปร่วมวงสนทนากับ ธวัชชัย กุศล เพื่อฟังความในใจของเหล่านักดื่ม ความรู้สึกของญาติที่มีนักดื่มในบ้าน กระบวนการบำบัดและวิธีช่วยเหลือคนติดเหล้าอย่างง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้โดยเริ่มต้นจากความเข้าใจ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1221" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-2.png" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-2.png 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-2-300x200.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-2-768x512.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-2-1024x683.png 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>คุณเริ่มต้นสนใจการทำงานด้านการบำบัดผู้ติดสุราได้อย่างไร</strong></h4>
<p>ผมมีคุณพ่อเป็นนักดื่มที่มีภาวะติดสุราเรื้อรัง (alcoholism) ตั้งแต่ก่อนผมเกิด ท่านเกิดในยุคสงครามโลกครั้งที่สองซึ่งเรียกได้ว่าเป็นช่วงที่มีความวุ่นวาย และต้องทำงานหนัก ดังนั้น เขาจึงเป็นคนที่มีความเครียดสูง ทีนี้ตัวคุณปู่เองก็เป็นคนดื่มเหล้าและมีภาวะติดสุราเรื้อรังเหมือนกัน ท่านจึงเห็นแบบอย่างมาจากคุณปู่ ต่อให้คุณพ่อไม่ได้ชอบปู่ที่กินเหล้า แต่เขาก็ดื่มเหล้าเวลาเขาเครียด และชอบใช้ความรุนแรงเวลาเมา</p>
<p>ตัวผมเองมีส่วนคล้ายกับคุณพ่อ คือเป็นวัยรุ่นที่เห็นพ่อดื่มเหล้ามาตลอด และผมไม่ได้ชอบที่พ่อดื่มเหล้าแล้วใช้อารมณ์ แต่ตัวเองก็ดื่มเหล้า เพราะมีเพื่อนชวน พอดื่มแล้วเรารู้สึกว่ามีสังคม มีความสุขกับการดื่ม เวลาเครียดเราก็ดื่ม จนกระทั่งวันหนึ่ง ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมเราถึงเกลียดพ่อ แต่ไม่เกลียดเหล้า</p>
<p>ผมเริ่มสนใจว่ารากฐานความรุนแรงของคุณพ่อเป็นมาอย่างไร ทำไมเขาถึงดื่มเหล้า และผมอยากทำความเข้าใจตัวเอง ทำให้ผมเลือกเรียนจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง</p>
<p>ที่รามคำแหงมีจิตวิทยาด้านหนึ่ง เรียกว่าจิตวิทยาครอบครัว เป็นการทำความเข้าใจว่าแต่ละคนมีรากฐานที่มาเป็นอย่างไร และส่งผลต่อพฤติกรรมอย่างไร เดิมผมรู้อยู่แล้วว่าพ่อมีปู่ที่ดื่มเหล้า เมื่อเรียนจึงได้เข้าใจว่าภายในครอบครัวผมส่งต่อปัญหาเรื่องดื่มเหล้ากันมา</p>
<p>จากเดิมผมคิดว่าตัวเรากับคุณพ่อคงมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันไม่ได้ สุดท้ายผมก็เลือกคุยกับพ่อโดยตรงว่าเขาดื่มเหล้าเพราะอะไร ทำไมถึงใช้ความรุนแรง พ่อก็เล่าปัญหาของเขา และบอกว่าเขาเห็นปู่ทำแบบนี้ เรียนรู้มาแบบนี้ เขาไม่รู้ว่าเวลาเครียดต้องทำอย่างไรนอกจากดื่มเหล้าและใช้ความรุนแรง ตอนที่เขาเล่า เขาไม่ได้เล่าด้วยความรู้สึกสะใจหรือมีความสุข แต่เล่าด้วยความรู้สึกเสียใจ ผมจึงเข้าใจที่มาที่ไปทั้งหมด ว่าทำไมพ่อเป็นแบบนี้ และผมเป็นแบบนี้</p>
<p>ตั้งแต่นั้นมาผมก็ไม่ได้เกลียดพ่อ และผมเข้าใจว่าทำไมหลายๆ คนใช้เหล้าเป็นทางออกของปัญหา เข้าใจผู้ที่ได้รับผลกระทบจากคนติดเหล้า รวมถึงตัวผมเองก็เคยติดเหล้าด้วย แต่เราก็มีชีวิตที่ดีได้ ในเมื่อเราทำได้ เราก็อยากให้คนอื่นทำได้เหมือนเรา นั่นทำให้ผมมาทำงานด้านนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>หัวใจสำคัญของการเริ่มต้นเป็นนักจิตวิทยาที่ช่วยบำบัดผู้ติดสุราคืออะไร</strong></h4>
<p>เราศึกษาจิตวิทยาเพื่อทำความเข้าใจคนเป็นหลัก ศึกษาที่มาที่ไปของพฤติกรรมว่ามีสาเหตุอย่างไร มาจากไหน แต่ก่อนจะทำความเข้าใจใคร สิ่งสำคัญคือนักจิตวิทยาต้องรู้จักตัวเองก่อนว่าเราเป็นใคร มาจากไหน มีข้อดีข้อเสียอย่างไร ชอบหรือไม่ชอบอะไร การเป็นนักจิตวิทยาไม่ได้แปลว่าต้องเก่ง ต้องอ่านใจคนออก แค่ต้องเข้าใจตัวเองอย่างชัดเจน จากนั้นจึงจะทำความเข้าใจคนอื่นได้</p>
<p>อีกเรื่องหนึ่งคือต้องเป็นคนที่เห็นคุณค่าของตัวเอง ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่เรียนจิตวิทยาก็ได้ การเป็นคนเห็นคุณค่าของตัวเองนี้ก็ต้องใช้เวลา และต้องหัดฟังตัวเองโดยไม่ตัดสิน ทุกข์หรือสุขก็ต้องฟัง ทั้งข้อดีข้อเสียเราต้องรับได้ทั้งหมด เมื่อฟังตัวเองไปเรื่อยๆ เราจะสามารถยอมรับและชื่นชมตัวเองได้ในทุกวัน เมื่อถึงตอนนั้น เราจะมีพลังและสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้อย่างจริงใจ</p>
<p>ผมบอกนักจิตวิทยาของเราทุกคนว่านอกจากทำหน้าที่ให้พลังคนอื่น ช่วยเหลือคนอื่นแล้วก็ต้องให้พลังตัวเอง ให้พลังซึ่งกันและกันด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>กระบวนการบำบัดคนติดสุรามีขั้นตอนอย่างไร</strong></h4>
<p>เราเริ่มต้นจากการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้เข้ารับการบำบัด เพราะเวลาเราอยากรู้จักคนอื่น ต้องเริ่มจากมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันก่อน แล้วพูดคุยสำรวจปัญหาเพื่อทำความเข้าใจ ทั้งตัวเราเข้าใจเขา และทำให้เขาได้เข้าใจตัวเองว่าติดระดับไหน ต้องแอดมิทไหม ต้องบำบัดไหม หรือแค่เพิ่งเริ่มติด หยุดดื่มได้เองไม่ต้องพบหมอ หรือติดระดับปานกลาง กินยาแต่ไม่ต้องรับการบำบัด</p>
<p>เมื่อเขาเข้าใจจุดที่ตนเองยืนอยู่ กระบวนการถัดมาจะง่ายมาก คือหาทางแก้ไข ซึ่งไม่ใช่ว่าเราไปแก้ปัญหาให้กับเขา แต่ทำให้เขาย้อนมองว่าก่อนหน้านี้ได้ลงมือทำอะไรบ้าง ด้วยวิธีการอย่างไร ที่มันไม่สำเร็จเพราะอะไร สุดท้ายให้เขาได้สรุปจากการพูดคุยด้วยตัวเองว่า สาเหตุที่แท้จริงของการดื่มเหล้าคืออะไร แล้วจะทำอย่างไรต่อไป</p>
<p>เราต้องช่วยเขาทำความเข้าใจรากเหง้าของปัญหา เพื่อจะได้แก้ไขอย่างตรงจุด ยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่าเวลาคนเราปวดหัว มักจะนึกถึงยาพารา พอกินแล้วก็หายปวดหัว แต่ไม่ได้คิดต่อว่าสาเหตุของการปวดหัวคืออะไร พอปวดหัวอีกครั้ง ก็กินยาพาราอีก กินไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็ไม่ได้แก้ที่สาเหตุที่แท้จริงของปัญหา</p>
<p>ดังนั้น ปัญหาที่ทุกคนพามาหานักบำบัดจึงไม่ใช่แค่เรื่องเหล้า การดื่มเหล้าเป็นแค่วิธีการที่เขาแสดงออกว่ากำลังหนีทุกข์เพื่อหาสุข แต่ความสุขนี้กลายเป็นการเสพติด ต่อให้มีความสุขอย่างไร เมื่อถึงจุดหนึ่ง ร่างกายคุณจะทรมานถ้าไม่ได้ดื่ม หน้าที่ของเราจึงต้องฟังและช่วยเขาสรุปต้นตอของปัญหา ทำให้เขาเห็นมุมมองใหม่ๆ ว่ามีทางเลือกอื่นๆ ที่ดีกว่าการดื่มเหล้า ซึ่งตรงนี้ต้องใช้เวลาคุยกัน ฟังกัน สร้างความสัมพันธ์ที่ดี เปิดโอกาสให้เขาได้พูดในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าสิ่งที่ทำให้เขามีความสุขและอยากมีชีวิตอยู่คืออะไร รวมถึงให้กำลังใจว่าเขามีความหมายต่อเราอย่างไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>คุณศึกษาศาสตร์จิตวิทยามาหลายด้าน มีด้านไหนบ้างที่คุณนำมาประยุกต์ใช้ในการบำบัดผู้ติดสุรา </strong></h4>
<p>ผมเริ่มจากการทำความเข้าใจคนด้วยศาสตร์ที่เกี่ยวกับบุคลิก 9 ประเภท เรียกว่านพลักษณ์ ศาสตร์นพลักษณ์จะช่วยให้เรารู้ว่าคนแต่ประเภทมีโลกทัศน์อย่างไร วิธีมองโลกที่แตกต่างกันจะทำให้คนเรามีปฏิสัมพันธ์ต่อสิ่งต่างๆ ไม่เหมือนกัน เราจะทำความเข้าใจโลกทัศน์ของเขาโดยที่ไม่ตัดสินว่าชุดความคิดของเขาผิด</p>
<p>ต่อมาคือการใช้ศาสตร์ NLP หรือ Neuro-linguistic programming เพื่อให้ผู้เข้ารับการบำบัดเข้าใจว่าสิ่งเร้าต่างๆ รอบตัวเขาส่งผลต่อสมองและทำให้เขาอยากดื่มอย่างไร กระบวนการง่ายๆ ที่ผมเคยทำคือหยิบขวดเบียร์ออกมาให้เขาเห็น บรรยายว่าตอนนี้ในมือของผมคือขวดเบียร์ ขวดเบียร์นี้เพิ่งหยิบออกมาจากตู้เย็น เย็นฉ่ำมาก เมื่อผมเปิดขวดเบียร์ออกมา ฟองเริ่มไหล แล้วผมก็เทเบียร์ใส่แก้ว เสร็จแล้วผมถามว่าเขารู้สึกอย่างไร เขาตอบว่าคุณหมอครับ อยากดื่มแล้วครับ</p>
<p>ดังนั้นอะไรก็ตามที่คุณเคยเห็น เคยรับรู้ เคยสัมผัส มันคือสิ่งที่ประทับอยู่ในสมองคุณ ศาสตร์ NLP ช่วยอธิบายว่าทำไมคนที่อยากเลิกเหล้าต้องไม่เห็นขวดเหล้า ร้านเหล้า หรือเพื่อน เพราะมันทำให้นึกถึงเหล้า แล้วก็กลับไปดื่มต่อ</p>
<p>นอกจากนี้ผมยังใช้จิตบำบัดแนวซาเทียร์ (Satir Transformational Systemic Therapy) ช่วยให้เขาเข้าใจว่าการที่คุณดื่มเหล้าอยู่ตอนนี้ไม่ได้เกิดจากปัญหาในตอนนี้เท่านั้น แต่บางครั้งเป็นผลกระทบมาจากเรื่องในอดีตด้วย เช่น คนในครอบครัวบอกว่าเขาไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต ล้มเหลวในชีวิตซ้ำๆ จนกลายเป็นความรู้สึกตอกย้ำ เครียด ไม่เชื่อมั่นในตัวเองและจบลงที่การดื่มเหล้า หน้าที่เราคือการทำให้เขาเข้าใจในสิ่งที่เขาเป็น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ไม่ว่าศาสตร์ด้านไหนก็ฟังดูเหมือนจะมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือการทำให้ผู้เข้ารับการบำบัดเข้าใจตัวเอง </strong></h4>
<p>ถูกต้อง และเมื่อเขาเข้าใจตัวเองแล้ว เราต้องช่วยทำให้เขารู้ว่าเป้าหมายของเขาคืออะไรด้วย โดยผ่านวิธีการที่เรียกว่า  motivation  interviewing หรือการคุยเพื่อสร้างแรงจูงใจ</p>
<p>เราจะถามว่าลึกๆ แล้วที่คุณอยากเลิกเหล้าเพราะคุณอยากให้อะไรเปลี่ยนไปจากเดิม สิ่งที่คุณต้องการคืออะไร ทำให้เขาเห็นและพูดในสิ่งที่เขาตั้งใจจะทำ สมมติถ้าเขาเล่าว่าอยากเลิกเหล้าเพื่อลูก อยากทำให้ลูกรับรู้ว่าตัวเองเป็นคุณพ่อที่มีความตั้งใจ ผมจะช่วยสะท้อนกลับไปว่าคุณเลิกเหล้าเพราะอยากเป็นพ่อที่ดี อยากเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก อยากให้ลูกมองว่าคุณเป็นพ่อที่ประสบความสำเร็จในชีวิต</p>
<p>หรือถ้าเขาเล่าว่า ถ้าเลิกเหล้าได้ ภรรยาจะไม่ทิ้งเขาไป ผมก็จะไม่แปลความว่าเพราะคุณกลัวถูกภรรยาทิ้งเลยอยากจะเปลี่ยน แต่จะบอกว่าคุณอยากเปลี่ยนเพราะต้องการครอบครัวที่อบอุ่น อยากให้มีคนรักมากขึ้น อยากมีคนให้กำลังใจมากขึ้น เขาจะรู้สึกว่าใช่</p>
<p>หน้าที่ของเราคือฟัง ใช้คำถาม และสะท้อนสิ่งที่เขาพูดให้เขาได้ยิน เพื่อทำให้เขาอยากไปถึงเป้าหมาย และการที่เขาตั้งเป้าหมายจะทำให้เขารู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะเปลี่ยน มีปัญหาอะไรที่ทำให้เขาเปลี่ยนไม่ได้ และจะแก้มันอย่างไร ซึ่งเราจะช่วยกันลดอุปสรรคตรงนั้นด้วย</p>
<p>ถ้าเราเสนอทางเลือกต่างๆ โดยไม่รู้เป้าหมายหรืออุปสรรคของเขา จะทำให้ช่วยเหลือเขาไม่สำเร็จ ฉะนั้น เราต้องรู้เป้าหมายของผู้เข้ารับการบำบัดเพื่อรู้วิธีว่าจะร่วมเดินไปกับเขาอย่างไร หน้าที่ของนักจิตวิทยาไม่ใช่การเดินนำหน้า แต่เป็นการเดินไปกับเขา ทำให้เขารู้ว่าตนเองมีศักยภาพ และไม่ได้กำลังเดินอยู่คนเดียว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เรายังอยู่กับเขา เมื่อทำแบบนี้แล้วทุกคนจะรู้สึกว่าสามารถเลิกได้ง่ายขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1224" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-5.png" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-5.png 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-5-300x200.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-5-768x512.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-5-1024x683.png 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>การที่ผู้เข้ารับการบำบัดได้พูดเป้าหมายของตัวเองออกมา ต่างจากการคิดแต่ไม่พูดอย่างไร</strong></h4>
<p>ต่างกันมาก เวลาเขาพูดจะรู้สึกเหมือนให้คำสัญญากับตัวเอง จะรู้ตัวว่าอะไรคือสิ่งที่เขาอยากได้ ในทางจิตวิทยามีทฤษฎีที่เรียกว่า Self Perception Theory หรือทฤษฎีการรับรู้ตนเอง เมื่อเราได้ยินสิ่งที่เราพูด เราจะรับรู้ถึงตัวตนที่เราอยากเป็น และอยากจะพัฒนาตัวเองมากขึ้น</p>
<p>อีกเรื่องคือเมื่อพูดออกมาแล้ว มีคนรับฟัง ผมเองก็ช่วยสะท้อนให้เขาได้ยินว่าคุณได้พยายามมาตลอด ผมรับรู้ถึงความตั้งใจของคุณ และคุณสามารถทำได้แน่นอน เพราะคุณยังไม่หยุดพยายาม เขาจะรับรู้ว่ามีคนเห็นคุณค่าของเขา ทำให้เขาอยากทำต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>การบำบัดของนักจิตวิทยามักเน้นการพูดคุยเป็นหลัก ถ้าผู้เข้ารับการบำบัดไม่ยอมเปิดใจพูด เราจะมีวิธีทำอย่างไรให้คนเปิดใจ</strong></h4>
<p>ส่วนใหญ่เราใช้วิธีสร้างความสัมพันธ์ ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ให้ช่วยเหลืออย่างไร เราจะไม่ถามเรื่องที่เป็นปัญหาเพราะเรารู้ว่าเป็นเรื่องอ่อนไหวและฟังดูเป็นความสงสัยใคร่รู้มากกว่าความใส่ใจ  เช่น เวลาเขาบอกว่าผมอยากจะเลิกเหล้า แล้วเราถามย้อนกลับไปว่าคุณมีปัญหาอะไร คุยแต่เรื่องที่เป็นปัญหาจะยิ่งทำให้เขาเครียด รู้สึกหดหู่ และไม่อยากคุยกับเรา เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าตัวเองมีปัญหา แต่เพราะมีปัญหาไงถึงได้มา</p>
<p>ตอนที่เขามาหาเราหมายความว่ามันถึงวิกฤตสำหรับเขาแล้ว ดังนั้นเขาจึงมาด้วยความหวัง ต้องการพลังใจและคนที่ไม่ซ้ำเติมเขา เราจึงไม่คุยเรื่องปัญหา แต่จะคุยเรื่องผลกระทบ ชี้ให้เขาเห็นว่าถ้าวันนี้ไม่เปลี่ยน ไม่ทำอะไรสักอย่าง มันจะเกิดอะไรขึ้น อีกสองสามปีจะเกิดอะไรขึ้น จากนั้นให้เขาตัดสินใจและตั้งเป้าหมายของตัวเอง</p>
<p>ถ้าเป็นการพบกันต่อหน้า ผมจะใช้การสบตา ภาษากาย บอกให้เขารู้ว่าผมเข้าใจ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผมเคยมีประสบการณ์มาก่อน แต่ถ้าเป็นการโทรเข้ามาที่สายด่วนเลิกเหล้า 1413 คำถามที่เราจะถามคือ โทรติดยากไหม คงต้องรอสายนานเพราะบริการสายให้คำปรึกษาของเรามีน้อย วันนี้ที่โทรเข้ามามีอะไรให้เราช่วยเหลือหรือเปล่า</p>
<p>คนอาจจะถามว่าง่ายแค่นี้เองเหรอ ใช่ครับ คนที่โทรเข้ามามีน้อยคนที่ไม่อยากพูดเรื่องราวของตัวเอง ต่อให้เขาโทรมาแล้วขอแค่วิธีการแบบไวๆ เราก็จะให้ข้อมูล แล้วสร้างความสัมพันธ์ผ่านคำถามที่ย้อนกลับไปสู่เรื่องราวของตัวเขา เช่น ตอนที่โทรเข้ามาคุณรู้สึกอย่างไร เหนื่อยไหม ที่คุณโทรเข้ามาเพราะมีเรื่องราวที่คุณต้องตัดสินใจเยอะเลยใช่ไหม เราย้อนถามถึงสิ่งที่อยู่ในใจของเขาเพื่อทำความรู้จักกับเขา ดูว่ามีอะไรที่เราสามารถให้เขาได้มากกว่าวิธีบำบัดอีก ถามถึงความตั้งใจที่ทำให้อยากจะโทรเข้ามา สาเหตุที่อยากจะเลิกเหล้าเพราะอะไร แล้วเดี๋ยวเขาจะพูดได้เยอะเลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ความท้าทายของการให้คำปรึกษาผ่านทางโทรศัพท์คืออะไร </strong></h4>
<p>การที่เราฟังผ่านทางโทรศัพท์ ทำให้ได้ยินแต่น้ำเสียง เราแทบไม่เห็นอะไรของเขาเลย ดังนั้นเราต้องตั้งคำถามให้ชัดเจน เช่น เป้าหมายของคุณคืออะไร คุณอยากให้อะไรเปลี่ยนไปจากเดิม ก่อนหน้านี้คุณทำอะไรสำเร็จบ้างและทำอย่างไร ต้องสังเกตน้ำเสียงของเขาว่ามีความตั้งใจ ความเครียด หรือความวิตกกังวลอย่างไร แล้วเราจำเป็นต้องทำให้เขาเชื่อมโยงตนเองเข้ากับประสบการณ์ดีๆ ให้เขามีกำลังใจ เพราะคนเหล่านี้ไม่ค่อยนึกถึงเรื่องดีๆ ในชีวิตประจำวัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ข้อดีของบริการให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์เมื่อเทียบกับการเข้าพบแพทย์โดยตรงคืออะไร </strong></h4>
<p>สำหรับคนกินเหล้ามักมีภาพจำอย่างหนึ่ง คือ การไปหาหมอเท่ากับว่าตัวเองกำลังป่วยหรือเป็นโรคจิต และการบอกว่าตัวเราป่วยเป็นเรื่องที่แย่มาก สูญเสียความมั่นใจ (self-confident) แต่ถ้าเป็นการยกหูโทรศัพท์มันง่ายกว่ามาก เขาจะรู้สึกแค่มาถามคำถามเฉยๆ เราเองก็พยายามทำให้กระบวนการต่างๆ ง่าย คุยเสร็จอยากนัดเจอนักจิตวิทยา อยากเจอหมอ ขอแค่บอก เราจะช่วยตอบสนองให้ ไม่เหมือนการพบแพทย์ในโรงพยาบาลที่มีขั้นตอนมากมาย</p>
<p>แต่เราไม่ได้บอกว่าให้เขาเข้ามาที่โรงพยาบาลเลย ถ้าคุณไม่พร้อมไม่จำเป็นต้องมาหาหมอก็ได้ แค่ทำให้เขารู้ว่าจุดที่เขายืนอยู่เป็นแบบไหน และคุยถึงทางเลือกที่เขาอยากได้ ทั้งวิธีการเลิกเหล้าแบบไม่พบแพทย์ เลิกด้วยตัวเองแบบปลอดภัย ถ้าถามเรื่องสถานบำบัดเราก็ให้ข้อมูลไป ตอบสนองความต้องการทุกอย่าง และที่สำคัญคือมีการติดตามผล</p>
<p>สายด่วน 1413 ไม่ใช่ Hotline แต่เป็น Helpline ที่คุณจะโทรมาตอนไหนก็ได้ เราจะชื่อไว้ทุกเคสและโทรติดตาม เพราะเราพบว่าวงจรของคนส่วนใหญ่มักเริ่มต้นจากมีความตั้งใจในช่วงแรก พอลงมือทำได้สักพัก ก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม เปลี่ยนไม่ได้แล้วรู้สึกท้อแท้สิ้นหวัง หน้าที่ของเราคือช่วยตัดวงจรนี้ คุณโทรมา 1 ครั้ง 1 สัปดาห์ผ่านไปเราโทรหาคุณ จากนั้น 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือนโทรหา ช่วยดูแลคุณไปจนกระทั่งครบปี</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ถ้าการไปพบแพทย์ทำให้เขารู้สึกแย่ว่าตัวเองกำลังป่วย งั้นนักบำบัดต้องพยายามทำให้คนที่เข้ารับการบำบัดรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เจ็บป่วยอยู่หรือเปล่า</strong></h4>
<p>ไม่ครับ เราทำให้เขารู้ว่าเขากำลังเป็นอะไร แต่แค่ไม่ไปตัดสินเขาว่าคุณติดเหล้าแล้ว เราจะเริ่มถามเขาก่อนว่าอยากรู้ไหมว่าอาการที่เป็นอยู่คืออะไร แล้วใช้คำถามแบบคัดกรองผู้ติดสุราง่ายๆ อย่างเช่น  ปัจจุบันนี้คุณต้องเพิ่มปริมาณการดื่มเพื่อให้ตัวเองเมาไหม 1-2 แก้วไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว เคยเป็นไหมที่ตั้งใจจะหยุดดื่ม 2- 3วันแล้วมีอาการหงุดหงิด มือสั่น คลื่นไส้อาเจียน แล้วเคยไหมที่ตั้งใจว่าจะดื่มแค่แก้วสองแก้วแต่ติดลม เคยไหมที่ตั้งใจจะลด ละ เลิก แต่ไม่สำเร็จ ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่ดีแต่ก็ยังดื่ม มีบ้างไหมที่คนในครอบครัวหรือเจ้านายเคยบอกให้เราเลิก</p>
<p>ถ้าตอบว่าใช่ อย่างน้อยแค่ 3 ข้อก็เรียกว่าติดเหล้านะครับ คุณคิดว่าอย่างไรครับ เขาก็ว่าอ๋อ คงใช่ครับ นั่นล่ะครับ เราไม่ได้ตัดสินเขา แต่ทำให้เขาสามารถรู้ได้ด้วยตัวเอง พอเราอยากให้เขารู้ด้วยความเป็นห่วงจริงๆ เขาจะมีความรู้สึกอยากเลิกขึ้นมาเอง จากนั้นเราค่อยประเมินต่อว่าเคยหยุดดื่มได้นานที่สุดเท่าไร ถ้าเขาตอบว่า 3-4 เดือนก็ไม่จำเป็นต้องไปหาหมอ แค่ถามว่าถ้าเขาเคยทำได้ จะกลับไปทำแบบนั้นอีกได้ไหม อาจจะต้องทนอาการทรมานสัก 3-4 วัน คุณทนได้ไหม ถ้าไม่ได้เรามีตัวช่วยให้ แล้วเราก็เริ่มเข้าสู่กระบวนการจูงใจให้พบแพทย์ บอกรายละเอียดให้เขา จนหาทางออกที่เหมาะกับเขาได้</p>
<p><strong> </strong></p>
<h4><strong>ดูเหมือนคนที่เข้ามาขอคำปรึกษาจะเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นในการเลิกเหล้าเป็นทุนเดิม แล้วถ้าเขาไม่มีความมุ่งมั่นจะเลิก เราควรช่วยผลักดันเขาอย่างไร  </strong></h4>
<p>จากประสบการณ์ของผม น้อยมากที่จะเจอคนที่ไม่มีความตั้งใจ หลายคนบอกว่าลองทำมาทุกอย่างแล้ว แม้กระทั่งไปหาหมอ เวลาเราย้อนถามคนที่มาปรึกษาว่าคุณเคยลองเลิกมากี่ครั้ง คำตอบที่ได้คือมากกว่า 10 ครั้ง ฉะนั้นผมกล้าพูดได้เลยว่าไม่มีมนุษย์คนไหนที่ไม่พยายามช่วยเหลือตนเอง แล้วไม่มีมนุษย์คนไหนอยากให้คนอื่นช่วยเหลือถ้าไม่จำเป็นจริงๆ คนติดเหล้าก็เช่นกัน ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงจริงๆ ก็จะไม่ร้องขอ แต่เพราะส่วนใหญ่ล้มเหลวมาหลายรอบ การที่เขามาหาเราหมายความว่ามันถึงวิกฤตแล้ว เขามาด้วยความหวัง เชื่อว่าเราเป็นทางออก ต้องการพลังใจจากคนที่ไม่ซ้ำเติมเขา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1220" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-1.png" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-1.png 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-1-300x200.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-1-768x512.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-1-1024x683.png 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>เหตุผลส่วนใหญ่ที่ทำให้คนอยากเลิกเหล้าคืออะไร</strong></h4>
<p>เหตุผลส่วนใหญ่ของคนอยากเลิกเหล้าคืออยากทำเพื่อสุขภาพ เพราะเริ่มเจ็บป่วยแล้ว ตกงาน ผมเคยเจอเคสหนึ่งเล่าว่าเขาเห็นโฆษณาของสสส.แล้วอยากเลิกมาหลายรอบ แต่กว่าจะได้ติดต่อมาหาเราก็ผ่านไปครึ่งปี เหตุผลคือสุขภาพเริ่มไม่ดีแล้ว เจ้านายเริ่มว่า ถ้าให้ผมเปรียบเทียบการดื่มเหล้าก็คงเหมือนยืนอยู่บนทรายดูด เวลาเราไปทะเล แล้วเจอทรายดูดถึงแค่ตาตุ่มก็ไม่รู้สึกว่าเป็นปัญหา มันก็เพลินดี สนุกดี มีความสุขดี แต่พอทรายดูดเริ่มไปถึงเอว เราเริ่มรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว ต้องตะโกนแหกปากให้คนช่วย</p>
<p>อีกเคสหนึ่งที่ผมเจอในโครงการอบรมคือมีผู้ชายคนหนึ่งมากับภรรยา ภรรยาบอกว่าถ้าครั้งนี้ไม่เปลี่ยนจะเลิกคบ ตัวเขาก็ยังไม่สลดนะ แต่พอได้ยินผู้เข้าร่วมอบรมอีกคนเล่าว่าเขาดื่มจนเป็นโรคตับระยะสุดท้าย ปรากฏผู้ชายคนนี้บอกว่าพี่ ผมขอบคุณมาก ผมไม่อยากเป็นแบบพี่ เขาไม่ได้กลัวเมียเลิก แต่กลัวโรคเลยตั้งใจจะเลิกดื่ม</p>
<p>บางคนที่เลิกเพื่อครอบครัวก็มี ส่วนใหญ่อยากทำเพื่อลูกเพราะอยากให้ลูกเคารพ หรือไม่ก็อยากทำเพื่อแม่เพราะแม่รักเรา มีผู้ชายคนหนึ่งมาหาผมพร้อมกับแม่ เคสนี้ดื่มจนท้องมาน ตาเหลืองแล้ว เขาบอกกับผมว่าเขาไม่กลัวตาย แต่ที่มาเพราะเขารักแม่ เขาเห็นแม่ทรมาน เจ็บปวดที่เขาเป็นแบบนี้ เขาจึงอยากบอกแม่ว่าเขาพยายามแล้ว และอยากให้แม่เข้าใจว่าเขาทรมานเหมือนกัน ตลอดเวลาหลายสิบปีที่ดื่มเหล้า ไม่มีสักวันที่เขาไม่อยากเลิก แต่เขาไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ไปทำไม เขาไม่มีอะไรให้ห่วงนอกจากแม่และไม่อยากให้แม่ต้องทุกข์ทรมานเพราะเขา</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>สำหรับเคสแบบนี้ นักบำบัดจะเข้าไปมีช่วยเหลืออย่างไร </strong></h4>
<p>สิ่งที่ผมทำคือเปิดโอกาสให้เขาพูดคุยกัน และช่วยแปลงความหมายที่เขาต้องการจะสื่อออกมา ต้องเข้าใจก่อนว่าหลายครั้งเวลาคนเราพูด เราไม่ได้พูดจากใจ แต่พูดด้วยอารมณ์และมักจะตัดสินจากสิ่งที่เห็น ยกตัวอย่างเวลาแม่เห็นลูกเมา แม่จะตัดสินว่าลูกไม่ได้เรื่องและตำหนิ เมื่อลูกอยากจะอธิบายก็อธิบายไปด้วยอารมณ์ เพราะฉะนั้นต่างฝ่ายต่างจะไม่รับรู้ถึงความหมายลึกๆ ที่พวกเขาต้องการจะสื่อจริงๆ หน้าที่ของผมจึงเป็นการช่วยแปลงมันออกมาให้เข้าใจตรงกันทั้งสองฝ่าย</p>
<p>เคสนั้นเมื่อเขาพูดกับแม่ได้ แม่เขาก็บอกว่าเข้าใจ และรับรู้ว่าลูกตั้งใจที่จะเปลี่ยน ไม่ซ้ำเติมเขา ทำให้เขาตัดสินใจไปหาหมอเพื่อรักษา บอกว่าผมจะเปลี่ยนเพราะผมอยากมีชีวิต อยากทำให้แม่ภูมิใจได้สักครั้ง</p>
<p>จริงๆ ผมคิดว่าทุกคนหวังดีต่อกัน แต่ปัญหาคือวิธีการแสดงออกอาจจะไม่เหมาะสมหรือไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ต้องการสื่อเท่านั้นเอง</p>
<p><strong> </strong></p>
<h4><strong>คุณคิดว่าอุปสรรคในการบำบัดคนติดเหล้ามีอะไรบ้าง  </strong></h4>
<p>บางทีวิธีการที่เรานำเสนอไปก็ไม่ได้ผล เพราะเขายังไม่พร้อมที่จะทำ อาจจะมีปัญหาทั้งเรื่องเวลา เรื่องงาน ไม่มีเงิน ซึ่งผมก็บอกว่าไม่เป็นไร สะดวกเมื่อไรก็มา ทางโทรศัพท์เอง ถ้ายังไม่พร้อมปรึกษา ต้องการให้เราโทรกลับคราวหลัง เราก็มีบริการโทรกลับเช่นกัน</p>
<p>ผมยอมรับว่าคนทำงานสายด่วนเลิกเหล้าต้องทำงานหนักมาก เพราะคนหนึ่งคนต้องคุยกับคนไข้หนึ่งเคสไม่ต่ำกว่า 20 นาที ในวันหนึ่งต้องคุยเกือบ 10-20 คน ผมเลยจัดโครงการอบรมเลิกเหล้าขึ้นด้วย ให้คนเข้ามาฟังและทำกระบวนการบำบัดโดยตรง ถึงจะเป็นห้องเล็กๆ รับคนได้น้อย แต่ผมก็อยากสนับสนุนคนในทีม เพราะงานสายนี้ไม่ได้ทำเพื่อเงินเป็นหลัก ทุกคนต่างมาทำงานด้วยความหวังและพลังใจที่อยากช่วยเหลือคนอื่นๆ</p>
<p><strong> </strong></p>
<h4><strong>นอกจากความไม่พร้อม ยังมีอุปสรรคอะไรอีกที่คนอยากเลิกเหล้าต้องเผชิญจนทำให้เลิกได้ยาก</strong></h4>
<p>ความยากมีอยู่สองเรื่อง เรื่องแรกคือการต้องอดทนต่อความทรมานเวลาหยุดดื่ม คนเลิกดื่มเหล้าทุกคนจะมีอาการที่เรียกว่าถอนเหล้า คือ อาเจียน เหนื่อยเพลีย กินน้ำเยอะ และอาจมีโรคกระเพาะตามมา เราจะเตือนเขาว่าการเลิกเหล้าต้องเจออาการอะไรบ้าง ต้องหาทางจัดการกับมันอย่างไร ถ้าเป็นคนที่เคยลองเลิกมาก่อนแล้ว เราจะทวนให้เขาเตรียมใจว่าจะเจอกับอาการเหล่านั้นอีก ชักชวนให้เขาพูดวิธีที่จะจัดการกับตัวเองให้ฟัง ทำให้เขารู้ว่าเขามีศักยภาพที่จะอดทนต่อมัน</p>
<p>ความยากเรื่องที่สองคือการที่เขาต้องเจอกับสภาพแวดล้อมแบบเดิมๆ ที่กระตุ้นให้เขาอยากดื่ม เช่น สภาพแวดล้อมที่ทำให้เขาเกิดความเครียด ผมก็พยายามช่วยให้เขารู้ถึงสาเหตุจะได้ไปแก้ที่ต้นตอ และแนะนำว่าให้หาความสุขในแบบอื่น อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่การกลับไปดื่มเหล้า อาจจะเป็นเรื่องการดูแลตัวเองง่ายๆ อย่างเหนื่อยก็นอน หิวก็กิน หาความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันบ่อยๆ</p>
<p>บางคนก็บอกว่ากลับไปดื่มเพราะเพื่อน เพื่อนมักจะชวนดื่มจนทำให้เลิกไม่ได้ ดังนั้น สำหรับคนที่จะเลิกดื่ม ผมบอกเสมอว่าต้องไม่กลับไปเจอเหล้าอีก และพยายามให้เขาคิดวิธีปฏิเสธเวลาถูกชักชวน</p>
<p>คนติดสุราหลายคนเชื่อว่าเมื่อมาบำบัดจนหาย จะสามารถกลับไปดื่มได้โดยไม่ติดอีก ซึ่งผมต้องบอกว่ามันไม่ได้ เพราะคุณเคยมีประสบการณ์และคุณไม่สามารถลืมได้ การเลิกเหล้าจึงจำเป็นต้องอาศัยวินัยของตัวเอง คุณอาจจะรู้สึกอึดอัด ต้องทำสิ่งที่ไม่ชอบ ไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่คุณต้องเปลี่ยน เพราะคุณเองก็รู้ว่าถ้าไม่เปลี่ยนจะเกิดอะไรขึ้น ผมแนะนำว่าเมื่อมีวินัยแล้ว อย่าลืมให้รางวัลกับตัวเองด้วย มิฉะนั้นสุดท้ายคุณจะเกิดความเบื่อ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>อยากให้คุณช่วยเล่าประสบการณ์ในฐานะคนที่เคยติดเหล้าว่าคิดอย่างไรและเลิกได้อย่างไร</strong></h4>
<p>ผมเริ่มดื่มเหล้าตั้งแต่อายุ 13 จนถึงอายุ 18 ไปกินทุกวันศุกร์กับเพื่อนๆ เราไม่เคยคิดว่าเหล้าเป็นปัญหาเลย เพราะเวลาดื่มมันผ่อนคลาย มันได้เพื่อน ได้มิตรภาพ ทำให้เรารู้สึกดี แต่การดื่มตั้งแต่อายุยังน้อยมีผลกระทบต่อสมอง เพราะสุราเป็นสารกดประสาท ส่งผลต่อการเติบโตของเซลล์สมอง นี่จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งว่าทำไมคนถึงพยายามไม่ให้เด็กกินเหล้า ผมก็รู้ตัวว่าความจำไม่ดีเพราะเหล้า บางทีดื่มมาจนแฮงค์ ก็เรียนหนังสือไม่ได้</p>
<p>หลายคนมักบอกว่าผมหน้าตาดี แต่เรียนหนังสือแย่ นานไปผมก็คิดว่าแค่หน้าตาดีมันทำอะไรไม่ได้ ถ้าเรามีครอบครัว เราก็เลี้ยงดูใครไม่ได้เพราะเรียนหนังสือไม่เก่ง สมองไม่ดี จึงอยากจะเลิก</p>
<p>แต่ผมยอมรับว่ามันเลิกยาก เพราะมีเพื่อนกินเหล้า ถ้าเราไม่กินก็โดนล้อ กลัวเพื่อนไม่ยอมรับ เรารู้ตัวว่าติดเหล้าเพราะความภาคภูมิใจในตัวเองต่ำ คิดว่าถ้าเราไม่มีอะไรดี อย่างน้อยเราก็ยังมีเพื่อน ขณะเดียวกัน ผมก็รู้ว่าเพื่อนไม่ได้ช่วยทำให้เรารวยหรือเก่งขึ้น</p>
<p>ดังนั้นกว่าผมจะเลิกเหล้าได้คือตอนที่จบม.6 ได้ออกมาจากสภาพแวดล้อมเดิม ต่อให้คุณไม่สามารถเปลี่ยนเพื่อนได้ แต่คุณเลือกคบเพื่อนได้ อย่างที่ผมพาตัวเองไปเจอคนดีๆ ไปเจอนักจิตวิทยาเก่งๆ หาความรู้ ความช่วยเหลือเพื่อเลิกเหล้า</p>
<p>แน่นอนว่าตอนเลิกเหล้าใหม่ๆ ก็เจออาการมือสั่น ตื่นมาทุกเช้ารู้สึกทรมานมาก แต่ผมใช้แรงใจอดทนต่อความอยากดื่มเพราะอยากเปลี่ยนตัวเอง และรู้ว่ามีทางอื่นที่ช่วยให้หายทรมาน พักผ่อนก็หาย กินวิตามิน ดื่มน้ำหวานก็หาย สุดท้ายก็เลิกเหล้าได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1222" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-3.png" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-3.png 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-3-300x200.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-3-768x512.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-3-1024x683.png 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong> ในมุมของคนที่มีพ่อเป็นผู้ติดสุรา คุณมองคุณพ่อเป็นอย่างไร และช่วยเหลือให้เขาเลิกเหล้าอย่างไร </strong></h4>
<p>คุณพ่อของผมเป็นคนขยันขันแข็งมาก เวลาผมมองคุณพ่อจะมองเห็นผู้ชายที่เท่มากคนหนึ่ง เพราะเขายากจนแต่ตั้งใจทำงานจนทำให้ลูกมีชีวิตดีได้ แต่ผมก็เห็นคุณพ่อดื่มเหล้าเมาแล้วอาละวาดมาตลอด และรู้สึกไม่ชอบ จนกระทั่งผมเริ่มเปิดใจที่จะทำความเข้าใจเขา จึงรู้ว่าเขาดื่มเพราะมีความเครียด ถามว่าผิดไหมที่เขาเป็นคนเครียด ผิดไหมที่คาดหวังกับลูก คาดหวังกับชีวิต มันไม่ผิดเลย ถ้าเขารู้ว่ามีทางเลือกอื่นนอกจากการดื่มเหล้า เขาก็คงไม่ดื่ม ถ้ามีคนช่วยเตือน มีคนที่เข้าใจ เขาก็คงไม่เป็นแบบนี้</p>
<p>เพราะฉะนั้นแม้ว่าคุณพ่อจะยังดื่มเหล้าอยู่ แต่ผมก็พยายามเข้าใจเขา ผมเชื่อว่าหัวใจหลักของการช่วยเหลือเขาเริ่มจากมีความสัมพันธ์ที่ดี ดังนั้นทุกครั้งที่คุณพ่อกลับบ้าน ผมจะเป็นคนหนึ่งที่นั่งฟังเขา ช่วยเยียวยาเขา เราไม่จำเป็นต้องเป็นนักจิตวิทยาก็ได้ แต่เป็นลูก เป็นคนที่เขารู้สึกว่ามีพื้นที่ที่สามารถระบายความในใจ อยู่กับเขาก็พอ</p>
<p>จุดเปลี่ยนอยู่ที่ตอนคุณพ่ออายุ 70 วันหนึ่งแม่ผมบอกว่าพ่อล้มเพราะเมา ไม่มีใครดูแล แม่เองก็ไม่อยากดูแล ผมกลับไปถึงบ้านเจอพ่อเป็นแผลเลือดออก ก็พาไปหาหมอ ช่วยดูแลร่างกาย ถามพ่อว่าเกิดอะไรขึ้น ล้มเพราะอะไร พอคุณพ่อตอบ ผมก็ถามต่อว่าแล้วรู้ไหมทำไมทุกคนไม่มาดูแลพ่อ พ่อบอกว่าพ่อไม่รู้ ผมเลยเปิดคลิปวิดีโอที่เคยอัดไว้ตอนคุณพ่อเมาให้เขาดู เขาดูจบก็บอกว่ารู้สึกแย่ ละอายใจ เขาจำไม่ได้ว่าทำอะไรตอนเมาเพราะคนดื่มเหล้าจะมีภาวะ Black-Outs Drunk หรือเมาจนภาพตัด สมองเสื่อมชั่วขณะทำให้จำอะไรไม่ได้</p>
<p>พอผมถามพ่อต่อว่าจะเอาอย่างไร พ่อก็บอกว่าเขาจะเลิก เดิมทีพ่อผมก็ไม่ได้ดื่มเหล้าทุกวัน และเขาเป็นคนนิยมความสมบูรณ์แบบ (Perfectionist) พอเขารู้ว่าตัวเองเป็นคนไม่ดี เขาก็อยากจะเปลี่ยน ผมช่วยให้เขาไปพบจิตแพทย์ ให้ยาตามอาการ หลังๆ เขาก็เลิกได้เอง จากอายุ 70 พ่ออยู่กับผมจนถึงอายุ 83 ปีถึงเสีย ตลอด 13 ปีที่เหลือ เขาไม่เคยกลับไปดื่มเหล้าอีกเลย</p>
<p>โดยรวมแล้ว วิธีการของผมคือให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ก่อนการแก้ไขปัญหา เพราะถ้าความสัมพันธ์ดี ทำให้คนมีความต้องการอยากเปลี่ยน และจะเปลี่ยนได้ ผมเชื่อว่าคนจะเลิกเหล้าต้องมีความตั้งใจและมีคนคอยช่วยเหลือ ให้กำลังใจ อย่างผมเองก็ชมคุณพ่อมาตลอดตั้งแต่ตอนเปิดใจคุยครั้งแรกว่าสำหรับผม พ่อคือฮีโร่ พ่อคือคนที่ผมอยากเป็นมากที่สุด ก่อนหน้านี้ที่ผมเกลียดคุณพ่อ ลึกๆ เป็นเพราะผมรักเขา ในทางจิตวิทยา ถ้าเราเกลียดใครในครอบครัว เพราะเดิมเราเคยรักเขามาก่อน เคยให้ความสำคัญกับเขา เราอยากให้เขาเห็นความสำคัญของเรา แต่เขาไม่เคยทำ จนทำให้เราอยากตัดขาดความสัมพันธ์ คุณพ่อของผมก็มักจะบอกว่าผมไม่ได้เรื่อง แต่สุดท้ายผมได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าได้เรื่องสำหรับเขา ทำให้เขายอมรับและภูมิใจได้ เราทุกคนก็มีความสุข</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ญาติของผู้ติดสุราที่เข้ามาขอคำปรึกษาจากคุณ เขามักจะมีมุมมองต่อผู้ติดสุราอย่างไร</strong></h4>
<p>ส่วนใหญ่เขาจะรู้สึกอยากช่วย แต่พอช่วยไม่สำเร็จจะเริ่มรู้สึกเหนื่อย เบื่อ สุดท้ายก็ปล่อย ยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่าภรรยาที่มีสามีดื่มเหล้า ระยะแรกเขาจะพยายามห้าม ถ้าสามีเมา อาเจียน ภรรยาก็อดทนดูแล ปรนนิบัติอย่างดี ซึ่งสามีไม่รู้หรอกว่าภรรยาดูแลอย่างไรเพราะเมาจนภาพตัด ฝ่ายภรรยาเองได้แต่เหนื่อย ระยะที่สองภรรยาจะพยายามปกป้องสามี ไม่ให้ออกจากบ้านไปดื่มเหล้า แต่คนที่ติดเหล้าอย่างไรก็หาวิธีไปจนได้ นานวันเข้า ภรรยาเห็นว่าดูแลก็แล้ว ห้ามก็แล้ว ไม่ได้ผล สุดท้ายก็ปล่อย ไม่สนใจ ไม่ดูแล อยากกินก็กินไป</p>
<p>แต่หลายคนก็เครียดเพราะคนในครอบครัวเลิกเหล้าไม่ได้ ผมทดสอบญาติที่มาร่วมการอบรมแล้วพบว่าหลายคนเป็นโรคเครียด โรคซึมเศร้า หรือมีอาการอยากฆ่าตัวตายด้วยซ้ำ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>คุณให้คำปรึกษาหรือบำบัดญาติผู้ติดสุราที่รู้สึกเหนื่อยหรือมีอาการซึมเศร้าอย่างไร</strong></h4>
<p>เราถามเขาว่าเหนื่อยใช่ไหม ทรมานใช่ไหม พักผ่อนบ้างหรือยัง ญาติส่วนมากเชื่อว่าถ้าคนในบ้านเลิกดื่มเหล้า เขาจะหายเครียด เราต้องทำให้เข้าใจว่าการเลิกเหล้ามีความยากอย่างไร ต้องใช้เวลาค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่แค่กินยา มาบำบัดแล้วก็จบ ไม่อย่างนั้นถ้าเขากลับไปดื่มเหล้าอีก ญาติจะเจอปัญหาเดิม จนสุดท้ายกลายเป็นโรคซึมเศร้า และถ้าญาติอยู่กับคนติดเหล้าจนป่วย ก็ต้องรู้ตัวว่าตัวเองป่วย ต้องมารักษา อย่ารีบร้อนทำอะไร</p>
<p>บางครั้งญาติที่มาเข้าร่วมโครงการอบรมของผมก็แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับญาติด้วยกัน หรือกระทั่งมานั่งฟังมุมมองจากผู้ดื่ม ญาติได้ฟังก็มีมุมมองต่อคนติดเหล้าเปลี่ยนไป ฝ่ายคนดื่มได้ยินว่าญาติรู้สึกทรมาน เป็นห่วงก็สะท้อนกลับมาที่ตัวเองและทำให้อยากเลิก เป็นการบำบัดช่วยเหลือกันและกันอย่างหนึ่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ถ้าญาติอยากช่วยเหลือคนติดสุราในบ้าน ควรเข้าใจหลักการหรือปฏิบัติตัวอย่างไรบ้างถึงจะดีต่อตัวผู้ดื่ม และไม่ทำให้ตัวเองเครียดเกินไป  </strong></h4>
<p>ข้อแรกญาติต้องเข้าใจเรื่องการติดเหล้า ว่าคนติดเหล้าไม่ได้ตั้งใจอยากจะติด แต่เลิกไม่ได้เพราะสมองเสพติดไปแล้ว ต่อมาคือต้องเข้าใจตัวเอง เป็นคนที่เห็นคุณค่าในตัวเอง ให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี เวลาคุยอย่าไปตัดสินคนติดเหล้า ให้ถามว่าเหนื่อยไหม ทรมานไหม ทำความเข้าใจว่าเขากำลังเป็นอย่างไร แล้วถามต่อไปว่าอยากให้ช่วยเหลืออย่างไร แนะนำตัวช่วย เสนอช่องทางให้เขา พาไปหาหมอด้วยกัน ทำอย่างนี้แล้วจะช่วยให้คนเลิกเหล้าได้สำเร็จ</p>
<p>อีกเรื่องหนึ่งคือต้องไม่คุย ไม่ทะเลาะกับคนเมา ต้องเข้าใจหลักของ Black-Outs Drunk ว่าความจำเสื่อมชั่วขณะ การดูแลตอนเขาเมาจนภาพตัดมันเหนื่อยฟรี ทะเลาะกันฟรีๆ ดังนั้นไม่ต้องพูดอะไร ไม่ต้องดูแล ปล่อยให้เขาเมา อาเจียน ตัวเหม็น แล้วตื่นมาเห็นสภาพของตัวเอง เขาจะรู้สึกว่าเราเป็นขนาดนี้เลยเหรอ เราเป็นอะไรไป ถึงไม่มีใครตำหนิแต่เขาจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าอาย</p>
<p>ถ้าที่ผ่านมาทุกคนไม่เคยปล่อยให้เขาเห็นสภาพของตัวเอง มัวแต่ปกป้องดูแล เขาจะไม่มีทางเปลี่ยน ฉะนั้น พ่อ แม่ ลูก ภรรยาต้องหยุดพฤติกรรมการเสริมแรงทางอ้อม หยุดปกป้องเขาไม่ให้เจอผลเลวร้ายจากการดื่ม ต้องปล่อยให้เขาเผชิญหน้าอย่างตรงไปตรงมา โดยที่เราไม่ต้องดุด่าเขา พอสร่างเมา เราแค่ถามเขาว่ารู้สึกอย่างไรกับตัวเอง หิวข้าวไหม ดูแลเขาเหมือนคนปกติ ทำความดีในตอนที่เขารับรู้ ไม่ใช่ตอนเมา ทำแบบนี้ญาติเองจะไม่เหนื่อย การช่วยเหลือคนติดเหล้าอย่าทำจนตัวเองไม่ไหว อย่าทำจนกลายเป็นการทรมานตัวเอง เราต้องหันกลับมาดูแลตัวเองด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1223" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-4.png" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-4.png 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-4-300x200.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-4-768x512.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191015-AR-4-1024x683.png 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/thawatchai-1413/">บำบัดผู้ติดสุราผ่านสายตาคนเคยดื่ม: คุยกับ ‘ธวัชชัย กุศล’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1273</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
