<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>นโยบายแอลกอฮอล์ Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%AE%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/นโยบายแอลกอฮอล์/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:02:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>นโยบายแอลกอฮอล์ Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/นโยบายแอลกอฮอล์/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>อ่านปัญหาในขวดสุราผ่านสายตา &#8216;หมอชาวบ้าน&#8217; กับ เนตรนภา ขุมทอง</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/netnapa-khumthong-quote/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=netnapa-khumthong-quote</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 May 2021 05:59:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[นวัตกรรมเลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[นิตยสารหมอชาวบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิปัญญาชาวบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[เนตรนภา ขุมทอง]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกเหล้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3761</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคที่ความรู้เรื่องสุขภาพ (แบบผิดๆ) กระจายไปไวกว่าไฟลามทุ่ง รวมถึงมีเทคโนโลยีเข้ามา disrupt ทำให้แต่ละองค์กรต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลง &#8216;มูลนิธิหมอชาวบ้าน&#8217; เป็นหนึ่งองค์กรที่ปรับตัวให้เข้ากับกระแสเทคโนโลยีได้อย่างงดงาม พร้อมทั้งยืนหยัดให้ความรู้สไตล์หมอชาวบ้าน เหมือนที่ทำมาตลอดสี่ทศวรรษ Alcohol Rhythm ชวนอ่านทัศนะบางส่วนของ ผศ.เนตรนภา ขุมทอง เลขาธิการมูลนิธิหมอชาวบ้าน ไล่เรียงตั้งแต่เรื่องราวความเป็นมาและการเดินทางของหมอชาวบ้าน รวมถึงการคุยสไตล์เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้าเกี่ยวกับเรื่อง ‘เหล้า’ ในมุมมองของหมอชาวบ้าน ซึ่งเนตรนภามองว่า ปัญหาส่วนหนึ่งอาจจะมาจากเรื่องระบบสาธารณสุข และรัฐควรจะต้อง &#8216;ลงทุน&#8217; ในเรื่องสุขภาพของประชาชน อ่านบทสัมภาษณ์ ผศ.เนตรนภา ขุมทอง ฉบับเต็มได้ ที่นี่ &#160; :: มองปัญหาแบบเชื่อมโยง :: &#160; &#160; คุณมองว่าแคมเปญการสื่อสารเรื่องสุรามีปัญหาอะไรบ้าง จริงๆ เราเข้าใจนะว่า ในการรณรงค์ต้องหาเรื่องที่จะสื่อไปถึงสาธารณะวงกว้างได้ โดยเฉพาะทางโทรทัศน์หรือโซเชียลมีเดีย พอเป็นในบริบทของเหล้า เราก็จะเห็นการจับกลุ่มคนจนเป็นหลัก เพราะมันมองง่าย รณรงค์ง่าย ทั้งที่จริงๆ มีกลุ่มอื่นอีก เวลาเรามองว่าคนจนจนเพราะดื่มเหล้า เราไม่ได้พยายามมองเขาแบบเข้าใจ มองแต่ว่าคนนี้จน เครียด ไม่มีการศึกษา เลยไปนั่งดื่มเหล้า แล้วก็วนเวียนไปแบบนี้แหละ แต่เราลงพื้นที่ชนบทและเห็นปัญหาอยู่แล้ว เลยไม่ค่อยเห็นด้วยกับความคิดแบบนี้เท่าไหร่ เพราะมันทำให้ภาพของคนจนกลายเป็นคนไม่รู้เรื่องโทษของสุรา จนแล้วไม่รู้จักใช้เงิน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/netnapa-khumthong-quote/">อ่านปัญหาในขวดสุราผ่านสายตา &#8216;หมอชาวบ้าน&#8217; กับ เนตรนภา ขุมทอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในยุคที่ความรู้เรื่องสุขภาพ (แบบผิดๆ) กระจายไปไวกว่าไฟลามทุ่ง รวมถึงมีเทคโนโลยีเข้ามา disrupt ทำให้แต่ละองค์กรต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลง &#8216;มูลนิธิหมอชาวบ้าน&#8217; เป็นหนึ่งองค์กรที่ปรับตัวให้เข้ากับกระแสเทคโนโลยีได้อย่างงดงาม พร้อมทั้งยืนหยัดให้ความรู้สไตล์หมอชาวบ้าน เหมือนที่ทำมาตลอดสี่ทศวรรษ</p>
<p>Alcohol Rhythm ชวนอ่านทัศนะบางส่วนของ <strong>ผศ</strong><strong>.</strong><strong>เนตรนภา ขุมทอง </strong>เลขาธิการมูลนิธิหมอชาวบ้าน ไล่เรียงตั้งแต่เรื่องราวความเป็นมาและการเดินทางของหมอชาวบ้าน รวมถึงการคุยสไตล์เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้าเกี่ยวกับเรื่อง ‘เหล้า’ ในมุมมองของหมอชาวบ้าน ซึ่งเนตรนภามองว่า ปัญหาส่วนหนึ่งอาจจะมาจากเรื่องระบบสาธารณสุข และรัฐควรจะต้อง &#8216;ลงทุน&#8217; ในเรื่องสุขภาพของประชาชน</p>
<p>อ่านบทสัมภาษณ์ ผศ.เนตรนภา ขุมทอง ฉบับเต็มได้ <strong><a href="https://alcoholrhythm.com/netnapa-khumthong-interview/">ที่นี่</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>:: มองปัญหาแบบเชื่อมโยง ::</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="alignnone size-full wp-image-3762" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/20210504-quotesnetnapa-1.png" alt="" width="2048" height="2048" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/20210504-quotesnetnapa-1.png 2048w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/20210504-quotesnetnapa-1-150x150.png 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/20210504-quotesnetnapa-1-300x300.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/20210504-quotesnetnapa-1-768x768.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/20210504-quotesnetnapa-1-1024x1024.png 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>คุณมองว่าแคมเปญการสื่อสารเรื่องสุรามีปัญหาอะไรบ้าง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงๆ เราเข้าใจนะว่า ในการรณรงค์ต้องหาเรื่องที่จะสื่อไปถึงสาธารณะวงกว้างได้ โดยเฉพาะทางโทรทัศน์หรือโซเชียลมีเดีย พอเป็นในบริบทของเหล้า เราก็จะเห็นการจับกลุ่มคนจนเป็นหลัก เพราะมันมองง่าย รณรงค์ง่าย ทั้งที่จริงๆ มีกลุ่มอื่นอีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวลาเรามองว่าคนจนจนเพราะดื่มเหล้า เราไม่ได้พยายามมองเขาแบบเข้าใจ มองแต่ว่าคนนี้จน เครียด ไม่มีการศึกษา เลยไปนั่งดื่มเหล้า แล้วก็วนเวียนไปแบบนี้แหละ แต่เราลงพื้นที่ชนบทและเห็นปัญหาอยู่แล้ว เลยไม่ค่อยเห็นด้วยกับความคิดแบบนี้เท่าไหร่ เพราะมันทำให้ภาพของคนจนกลายเป็นคนไม่รู้เรื่องโทษของสุรา จนแล้วไม่รู้จักใช้เงิน เครียดแล้วหาทางออกไม่ได้จนต้องดื่มเหล้า แต่จริงๆ แล้ว เป็นเพราะเราไม่สามารถให้การศึกษากับเขาเพียงพอหรือเปล่า และคนจนไม่มีอิสระในการเลือก (freedom of choice) คุณไม่สามารถอธิบายได้ว่า ทำไมระบบทั้งสังคมทำให้เขาเป็นแบบนี้ ระบบเศรษฐกิจและการศึกษาล้วนทำให้คนจนเป็นแบบนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าลองมองแบบเชื่อมโยงทุกมิติว่าคนดื่มเหล้าเพราะอะไร พยายามทำความเข้าใจคนแต่ละกลุ่ม แคมเปญที่ออกมาก็อาจจะเป็นความเข้าอกเข้าใจ ไม่ใช่ทำให้ศักดิ์ศรีความเป็นคนลดลงและทำให้เข้าไม่ถึงเขา เวลาเราสื่อสารต่อสาธารณะต้องมองให้เข้าใจบริบทและเชื่อมโยงกันได้ พอเข้าใจบริบทแล้วก็จะสื่อสารได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>:: หยุดกล่าวโทษ &#8211; ทำความเข้าใจ ::</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3763" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/20210504-quotesnetnapa-2.png" alt="" width="2048" height="2048" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/20210504-quotesnetnapa-2.png 2048w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/20210504-quotesnetnapa-2-150x150.png 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/20210504-quotesnetnapa-2-300x300.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/20210504-quotesnetnapa-2-768x768.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/20210504-quotesnetnapa-2-1024x1024.png 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ในวงการแพทย์ เป็นไปได้ไหมว่า แพทย์บางคนยังมีอคติกับผู้ติดสุราเพราะมองว่า เขาทำลายสุขภาพตนเอง ถ้าเป็นแบบนี้ เราจะแนะนำให้แพทย์และบุคลากรสาธารณสุขมีความเห็นอกเห็นใจ (empathy) คนติดเหล้าได้อย่างไร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเราจะแก้ หมอและบุคลากรสาธารณสุขต้องหยุดโทษคนไข้ก่อนว่า การดื่มเป็นเรื่องของคุณ คุณต้องรับผิดชอบ แต่ต้องพยายามเข้าใจว่าเขาดื่มเพราะอะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางกระทรวงสาธารณสุขก็ออกนโยบายเหมือนกันว่าให้ใช้ตามแบบองค์การอนามัยโลก (WHO) คือต้องเข้าใจคนดื่มเหล้า เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกว่าเขาดื่มทำไม ให้กำลังใจแม้เขาหยุดดื่มไปแล้วกลับมาดื่มซ้ำ และต้องทำงานร่วมกับครอบครัวด้วย เพราะถ้าหมอเข้าใจฝ่ายเดียว แต่ครอบครัวไม่เข้าใจก็ไม่สำเร็จ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ในบางพื้นที่ชนบทอาจไม่ได้มีหมอตลอดเวลา จึงต้องมีพยาบาลหรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขคอยดูแล ซึ่งพวกเขาจะต้องมีความเห็นอกเห็นใจให้มาก เข้าใจคนที่ดื่มว่าเป็นอย่างไร มีบริบทอะไร ซึ่งไม่ใช่เฉพาะคนจนนะ เพราะคนรวยติดเหล้าก็มีเยอะอยู่</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>:: รัฐต้องลงทุนเรื่องสุขภาพของประชาชน ::</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-3764" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/20210504-quotesnetnapa-3.png" alt="" width="2048" height="2048" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/20210504-quotesnetnapa-3.png 2048w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/20210504-quotesnetnapa-3-150x150.png 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/20210504-quotesnetnapa-3-300x300.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/20210504-quotesnetnapa-3-768x768.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/20210504-quotesnetnapa-3-1024x1024.png 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>เป็นไปได้ไหมว่า นี่เป็นปัญหาของระบบสาธารณสุขด้วย เพราะคนที่ทำงานเกี่ยวกับสุรายังมีอยู่ไม่เพียงพอ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ค่ะ เราลงทุนตรงนี้น้อย จริงๆ รัฐต้องลงทุนเรื่องสุขภาพของประชาชน อย่างเราไปดูงบประมาณการซื้ออาวุธ จะเห็นว่ามีมากแบบมหาศาลเลย แต่ปัจจุบันอาวุธอาจจะไม่ได้สำคัญขนาดนั้นแล้ว ทำไมเราไม่เอาเงินมาลงทุนด้านการศึกษา สุขภาพ ทำให้เต็มที่ ทำให้คนพึ่งตนเองได้ ทำให้พวกเขาเข้มแข็งขึ้นมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องการสื่อสารก็สำคัญ สมมติว่าคนป่วยยังไม่พร้อมหรือไม่อยากไปพบแพทย์ เขาก็ต้องดูว่าจะแก้ปัญหาเองก่อนได้อย่างไร และถึงจะเห็นว่าขั้นตอนต่อไปจะทำอะไร เราต้องมีทางเลือกให้ประชาชน ไม่ใช่มีแต่ระบบบริการที่ยังมีข้อจำกัด ไม่สามารถเข้าถึงได้ทุกคนอยู่ เช่น ระบบสายด่วน (hotline) ที่ยังไม่มากพอที่จะให้คนเข้าถึงได้ กรณีที่ยังไม่พร้อมพบแพทย์</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>:: เชื่อมั่นในมนุษย์ ::</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-3765" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/20210504-quotesnetnapa-4.png" alt="" width="2048" height="2048" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/20210504-quotesnetnapa-4.png 2048w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/20210504-quotesnetnapa-4-150x150.png 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/20210504-quotesnetnapa-4-300x300.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/20210504-quotesnetnapa-4-768x768.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/20210504-quotesnetnapa-4-1024x1024.png 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ถ้าคิดจะเลิกเหล้า อะไรคือสิ่งสำคัญที่ทำให้คนที่คิดว่าจะเลิกเหล้ามีกำลังใจในการเลิกหรือเริ่มเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนได้จริง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หมอชาวบ้านเคยจัดโครงการหนึ่ง โดยเรานิมนต์พระมารูปหนึ่ง ให้ท่านช่วยพูดกับคนมีฐานะยากจนในเมือง เป็นกลุ่มคนหาเช้ากินค่ำ คือเป็นความพยายามในการเสริมพลังให้พวกเขา สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจและทำให้มีคนเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองได้คือ พระท่านตั้งคำถามว่า เราเคยดูแลร่างกายของตัวเองไหม เคยโอบกอดร่างกายตัวเองบ้างหรือเปล่า การดูแลร่างกายในที่นี้คือดูว่าที่ผ่านมาเราทานอาหารอย่างไร ทำให้ร่างกายดีไหม เราดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่หรือเปล่า ถ้าเรายังทำแบบนี้คือเรายังรักตัวเองไม่พอ และสิ่งที่พระท่านให้ทำคือ การโอบกอดร่างกายตัวเองด้วยความรัก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปรากฏว่าอีกเดือนหนึ่ง มีผู้หญิงคนหนึ่งกลับมาบอกว่า เชาเลิกบุหรี่ได้เด็ดขาดแล้วนะ เพราะพระท่านบอกว่าเราต้องรักตัวเอง เขาเลยพยายามเลิกจนสำเร็จทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยสำเร็จ แต่คำพูดนั้นมันฝังลึกเข้าไปในใจเลยว่า ที่ผ่านมาเราไม่ได้รักตัวเองเลยหรือเปล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า ถ้าการสื่อสารกระทบไปถึงจิตใจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมได้จริง อย่างการนำพระอาจารย์มาพูดก็เพราะเราศึกษาบริบทแล้วว่า คนกลุ่มนี้ชอบตักบาตรทำบุญ แสดงว่าพระก็มีอิทธิพลสูง อย่างที่เราเห็นว่ามันได้ผลและสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริงๆ เพราะฉะนั้น ถ้าเราระบุได้ว่าเขาศรัทธาหรือเชื่อมั่นเรื่องอะไร มีอะไรเป็นแรงบันดาลใจ ก็จะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าพูดให้ถึงที่สุด เราก่อตั้งหมอชาวบ้านมา 40 กว่าปี เราต้องเชื่อมั่นในมนุษย์ก่อนว่าเขาสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ เป็นเหมือนการสร้าง self-esteem ให้เขา เพราะที่ผ่านมา พวกเขาอาจไม่เคยเห็นคุณค่าหรือไม่ได้รักตัวเองเลย ทั้งที่คนที่เป็นเพื่อนที่ดีสุดของคุณก็คือตัวคุณเองนั่นแหละ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>:: จะมีสุขภาพที่ดีต้องลงทุนในทุกด้าน ::</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-3766" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/20210504-quotesnetnapa-5.png" alt="" width="2048" height="2048" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/20210504-quotesnetnapa-5.png 2048w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/20210504-quotesnetnapa-5-150x150.png 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/20210504-quotesnetnapa-5-300x300.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/20210504-quotesnetnapa-5-768x768.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/20210504-quotesnetnapa-5-1024x1024.png 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>เท่ากับว่า ถ้าอยากให้ประชาชนสุขภาพดี รัฐต้องลงทุนเรื่องสุขภาพด้วย</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ค่ะ ต้องลงทุนทั้งสุขภาพในแง่การเจ็บป่วยของประชาชนและลงทุนเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพ ตอนนี้เรามี สสส. แล้ว แต่มันยังไม่พอ เพราะเราต้องดูแลสุขภาพตั้งแต่ก่อนป่วย เรื่องอาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ จึงสำคัญมากที่ประชาชนต้องหันมาดูแลตนเอง โดยมีหน่วยงานของรัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชนมาสนับสนุน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้คนจนแทบเข้าถึงอะไรไม่ได้เลย สมมติอยากดูแลสุขภาพด้วยการทานอาหารคลีนก็ต้องจ่ายเงินเยอะอีก เราจึงต้องสนับสนุนเรื่องนี้ให้มากขึ้น อย่างที่เวียดนาม รัฐบาลสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกเกษตรอินทรีย์และทำวิจัยเอง เปรียบเทียบว่าปุ๋ยอย่างนี้ ปลูกพืชพันธุ์นี้ ผลผลิตจะเป็นอย่างไร ซึ่งบ้านเราก็มีเกษตรกรเยอะ มีทรัพยากรดี แต่รัฐบาลกลับไม่มีการบริหารจัดการที่ดีพอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกอย่างเชื่อมโยงกันนะคะ เรื่องสุขภาพไม่สามารถอยู่โดดๆ ได้ แต่เกี่ยวข้องกับบริบททางสังคม เศรษฐกิจ และบริบททางนโยบายด้วย ถ้าคุณดูแลสุขภาพได้ด้วยตนเองก็อาจจะไม่ต้องพึ่งยา เพราะร่างกายแข็งแรงแล้ว และปัญหาเรื่องการดื่มเหล้าหรือติดเหล้าก็น่าจะลดน้อยลงเช่นกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/netnapa-khumthong-quote/">อ่านปัญหาในขวดสุราผ่านสายตา &#8216;หมอชาวบ้าน&#8217; กับ เนตรนภา ขุมทอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3761</post-id>	</item>
		<item>
		<title>“รัฐต้องลงทุนในเรื่องสุขภาพของประชาชน” เนตรนภา ขุมทอง เลขาธิการมูลนิธิหมอชาวบ้าน</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/netnapa-khumthong-interview/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=netnapa-khumthong-interview</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Mar 2021 06:28:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[นวัตกรรมเลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[นิตยสารหมอชาวบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิปัญญาชาวบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิหมอชาวบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[เนตรนภา ขุมทอง]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกเหล้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3682</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากเข้าไปใน Facebook และลองค้นหาเพจชื่อ ‘มูลนิธิหมอชาวบ้าน’ สิ่งที่ปรากฏคือเพจที่ให้ความรู้สุขภาพเรื่องต่างๆ แบบเข้าใจง่าย แต่เปี่ยมไปด้วยสาระและถูกต้องตามหลักการแพทย์ การันตีด้วยยอดไลก์ประมาณ 2 ล้านกว่าคน (ข้อมูล ณ เดือนมีนาคม 2564) นอกจากการปรับตัวมาให้ความรู้ทางออนไลน์ หมอชาวบ้านยังให้ความรู้เรื่องสุขภาพผ่านทางนิตยสาร ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำมาก่อนหน้าจะมีโซเชียลมีเดีย ประกอบกับแอปพลิเคชันสีสันสดใสใช้งานง่ายอย่าง ‘DoctorMe’ ที่เป็นเหมือนแนวนำทางเบื้องต้นให้คนทั่วไปรู้ว่า ควรจะดูแลตนเองเบื้องต้นเมื่อเกิดอาการเจ็บป่วยอย่างไร ยิ่งทำให้หมอชาวบ้านเป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ปรับตัวได้อย่างงดงามในยุค digital disruption และเป็นเหมือนเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ของประชาชนที่สนใจอยากรู้เรื่องสุขภาพ ในยุคที่ข่าวปลอมและความเชื่อผิดๆ ด้านสุขภาพกระจายไปไวกว่าไฟลามทุ่ง Alcohol Rhythm นัดสนทนายาวๆ กับ ผศ.เนตรนภา ขุมทอง เลขาธิการมูลนิธิหมอชาวบ้าน ไล่เรียงตั้งแต่เส้นทางการเดินทางของหมอชาวบ้านตั้งแต่ยังเป็นนิตยสาร จนกระทั่งถึงการปรับตัวในยุคดิจิทัลเขย่าโลก รวมถึงการคุยสไตล์เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้าเกี่ยวกับเรื่อง ‘เหล้า’ ในมุมมองของหมอชาวบ้าน – ระบบบำบัด การสื่อสารเรื่องสุราในปัจจุบัน หรือแม้กระทั่งระบบสุขภาพในภาพรวมยังมีปัญหาอะไร เราจะเริ่มแก้ปัญหาได้อย่างไร &#8211; ปิดท้ายด้วยการชวนหมอชาวบ้านสนทนาเกี่ยวกับความเชื่อหรือภูมิปัญญาชาวบ้านที่ว่ากันว่าจะช่วยในการรักษาตัวเองได้ &#160;                                             นิตยสารหมอชาวบ้านมีที่มาที่ไปอย่างไร มีจุดมุ่งหมายอะไรในการก่อตั้ง ปรัชญาการก่อตั้งหมอชาวบ้านคือ “การทำชาวบ้านให้เป็นหมอ ทำหมอให้เป็นชาวบ้าน” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/netnapa-khumthong-interview/">“รัฐต้องลงทุนในเรื่องสุขภาพของประชาชน” เนตรนภา ขุมทอง เลขาธิการมูลนิธิหมอชาวบ้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หากเข้าไปใน Facebook และลองค้นหาเพจชื่อ <a href="https://www.facebook.com/folkdoctorthailand/">‘มูลนิธิหมอชาวบ้าน’</a> สิ่งที่ปรากฏคือเพจที่ให้ความรู้สุขภาพเรื่องต่างๆ แบบเข้าใจง่าย แต่เปี่ยมไปด้วยสาระและถูกต้องตามหลักการแพทย์ การันตีด้วยยอดไลก์ประมาณ 2 ล้านกว่าคน (ข้อมูล ณ เดือนมีนาคม 2564)</p>
<p>นอกจากการปรับตัวมาให้ความรู้ทางออนไลน์ หมอชาวบ้านยังให้ความรู้เรื่องสุขภาพผ่านทางนิตยสาร ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำมาก่อนหน้าจะมีโซเชียลมีเดีย ประกอบกับแอปพลิเคชันสีสันสดใสใช้งานง่ายอย่าง ‘DoctorMe’ ที่เป็นเหมือนแนวนำทางเบื้องต้นให้คนทั่วไปรู้ว่า ควรจะดูแลตนเองเบื้องต้นเมื่อเกิดอาการเจ็บป่วยอย่างไร ยิ่งทำให้หมอชาวบ้านเป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ปรับตัวได้อย่างงดงามในยุค digital disruption และเป็นเหมือนเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ของประชาชนที่สนใจอยากรู้เรื่องสุขภาพ ในยุคที่ข่าวปลอมและความเชื่อผิดๆ ด้านสุขภาพกระจายไปไวกว่าไฟลามทุ่ง</p>
<p>Alcohol Rhythm นัดสนทนายาวๆ กับ <strong>ผศ</strong><strong>.</strong><strong>เนตรนภา ขุมทอง </strong>เลขาธิการมูลนิธิหมอชาวบ้าน ไล่เรียงตั้งแต่เส้นทางการเดินทางของหมอชาวบ้านตั้งแต่ยังเป็นนิตยสาร จนกระทั่งถึงการปรับตัวในยุคดิจิทัลเขย่าโลก รวมถึงการคุยสไตล์เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้าเกี่ยวกับเรื่อง ‘เหล้า’ ในมุมมองของหมอชาวบ้าน – ระบบบำบัด การสื่อสารเรื่องสุราในปัจจุบัน หรือแม้กระทั่งระบบสุขภาพในภาพรวมยังมีปัญหาอะไร เราจะเริ่มแก้ปัญหาได้อย่างไร &#8211; ปิดท้ายด้วยการชวนหมอชาวบ้านสนทนาเกี่ยวกับความเชื่อหรือภูมิปัญญาชาวบ้านที่ว่ากันว่าจะช่วยในการรักษาตัวเองได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-3696" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/netnapa-1.jpg" alt="" width="4032" height="3024" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/netnapa-1.jpg 4032w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/netnapa-1-300x225.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/netnapa-1-768x576.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/netnapa-1-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 4032px) 100vw, 4032px" /></p>
<p><strong>                                            </strong></p>
<h3><strong>นิตยสารหมอชาวบ้านมีที่มาที่ไปอย่างไร มีจุดมุ่งหมายอะไรในการก่อตั้ง</strong></h3>
<p>ปรัชญาการก่อตั้งหมอชาวบ้านคือ “การทำชาวบ้านให้เป็นหมอ ทำหมอให้เป็นชาวบ้าน” ซึ่งเรายึดถือมาตั้งแต่ก่อตั้งในปีพ.ศ. 2522 ว่าอยากเป็นสื่อที่เข้าถึงประชาชนได้ เพราะระบบสาธารณสุขในขณะนั้นยังไม่มีโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคที่จะเป็นหลักประกันสุขภาพให้ประชาชน ประชาชนต้องดูแลรักษาตัวเอง ถ้าเจ็บป่วยมากก็ต้องไปโรงพยาบาล คนยากจนในชนบทเลยได้รับผลกระทบมาก ต้องขายวัว ควาย เรียกได้ว่าล้มละลายกันจริงๆ</p>
<p>ช่วงที่ยังไม่มีโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งปัจจุบันเรียกว่าหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เราได้พานักศึกษาแพทย์ในวิชาเวชศาสตร์ชุมชนออกชนบทก็เห็นภาพเช่นนี้ เลยคิดว่า จะทำอย่างไรให้ประชาขนพึ่งตัวเองได้เรื่องสุขภาพ โดยไม่ต้องพึ่งการแพทย์หรือโรงพยาบาลที่คนแน่น แออัด แถมต้องจ่ายเงินราคาแพง เพราะโรคกว่า 80% ดูแลตนเองในเบื้องต้นแล้วหายได้ เช่น ปวดหัว ตัวร้อน ท้องเสีย ไม่ใช่ป่วยทีก็ต้องเข้าโรงพยาบาล หรือเข้าตอนที่อาการหนักแล้วเพราะไม่มีความรู้และทักษะ</p>
<p>เมื่อเป็นเช่นนี้ คณะผู้ก่อตั้งหมอชาวบ้านจึงออกนิตยสารหมอชาวบ้าน เพื่อเป็นสื่อในการเผยแพร่องค์ความรู้สุขภาพแก่ประชาชน โดยมีแพทย์ เภสัชกร นักกายภาพบำบัด หรือนักโภชนาการมาร่วมกันเขียนฟรีเป็นวิทยาทาน เพื่อให้นิตยสารมีราคาถูกและเข้าถึงชาวบ้านได้จริงๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>คำว่า </strong><strong>‘</strong><strong>พึ่งตนเอง</strong><strong>’ </strong><strong>ในที่นี้เป็นอย่างไร เราพอยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมได้ไหม</strong></h3>
<p>การพึ่งตนเองหมายถึงการเน้นให้ประชาชนดูแลตัวเองได้ เริ่มตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ป่วยว่าจะทำอย่างไรไม่ให้ป่วย หรือถ้าป่วยแล้ว จะดูแลตัวเองอย่างไรในเบื้องต้น เช่น ท้องเสียก็ทำน้ำเกลือแบบชาวบ้าน ไม่ต้องไปหาหมอ เราก็แนะนำวิธีว่าทำน้ำเกลืออย่างไร สัดส่วนเท่าไหร่ ถ้าต้องใช้ยาจะมียาอะไรบ้าง ราคาเท่าไหร่ เพื่อจะต่อรองกับร้านขายยาได้เพราะเขาจะรู้ราคายาแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เราจะแนะนำยาขององค์การเภสัชกรรมเพราะว่าราคาถูก ตรงนี้ถือเป็นการเสริมพลัง (empower) ให้ประชาชนรู้ ต่อรอง และสามารถพึ่งตนเองได้ ซึ่งเป็นปรัชญาสำคัญที่สุดของการตั้งหมอชาวบ้าน</p>
<p>พอหันกลับมาดูว่าการพึ่งตัวเองมีหลักการอะไร หลักๆ คือเขามีศักดิ์ศรี เชื่อมั่นว่าตนเองทำอะไรได้ในเบื้องต้น ไม่ใช่วิ่งไปหาหมออย่างเดียว นิตยสารของเราก็จะพยายามบอกว่าคุณพึ่งตัวเองได้นะ ไม่ต้องพึ่งคนอื่นตลอดเวลา อีกอย่างคือเราเชื่อว่า ทุกคนเป็นหมอได้โดยธรรมชาติ สมัยก่อนลูกป่วยแม่ก็พอดูแลได้ เราเชื่อว่าทุกคนเป็นหมอได้ เลยตั้งชื่อนิตยสารว่า ‘หมอชาวบ้าน’ เพราะเราทำชาวบ้านธรรมดาๆ ให้เป็นหมอดูแลตัวเองได้</p>
<p>แต่นอกจากทำชาวบ้านให้เป็นหมอ เรายังมุ่งทำหมอให้เป็นชาวบ้านด้วย คือให้เขาเข้าใจชาวบ้าน เข้าใจวิถีชีวิต ใช้คำพูดง่ายๆ ที่ชาวบ้านเข้าใจ เพราะฉะนั้น หมอที่มาเขียนหนังสือจะต้องใช้ภาษาเข้าใจง่าย แต่ถูกหลักวิชาการ และสามารถนำไปปฏิบัติได้ด้วย แต่นิตยสารอย่างเดียวคงไม่พอ เราเลยตั้งมูลนิธิหมอชาวบ้านขึ้นเพื่อทำการอบรมควบคู่ไปกับออกนิตยสารด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ก่อนหน้านี้หมอชาวบ้านให้ความรู้ผ่านทางนิตยสารเป็นหลัก แต่เมื่ออินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียเข้ามามีบทบาทในการสื่อสาร หมอชาวบ้านต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง</strong></h3>
<p>จำได้ว่า ช่วงประมาณปีพ.ศ. 2551 เริ่มมีโซเชียลมีเดียเข้ามา แต่ยังไม่ดังเลย ตั้งเว็บไซต์ขึ้นมาก็ยังไม่ค่อยมีคนเข้ามาดู ตอนนั้นเราเริ่มตั้ง Facebook page ช่วงแรกๆ ประมาณปี 2553-54 ก็มีคนมาดูเรือนหมื่นได้</p>
<p>จุดเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตอนปี 2557 ตอนนั้นสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เสนอให้เราพัฒนาโฉมหน้าใหม่ ปรากฏว่ามีคนเข้ามาดูเป็นล้านภายในไม่กี่เดือน จนกระทั่งในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 มีคนติดตามประมาณ 2 ล้านแล้ว นี่แสดงว่าประชาชนกระหายอยากรู้เรื่องสุขภาพ เราคิดว่าเป็นเพราะโซเชียลมีเดียเข้าถึงประชาชนมากขึ้น ประกอบกับพวกเขาเชื่อว่าหมอชาวบ้านเป็นแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ตลอดเวลา 40 กว่าปีของหมอชาวบ้านทั้งในรูปแบบนิตยสารและโซเชียลมีเดีย   หมอชาวบ้านได้ติดตามเรื่องสุรา พฤติกรรมการดื่มสุรา หรือโทษจากการดื่มสุรามากน้อยแค่ไหน เห็นประเด็นอะไรที่น่าสนใจไหม</strong></h3>
<p>เรามีเรื่องสุราลงในนิตยสารหมอชาวบ้านมานานแล้ว ถ้าย้อนกลับไปดูช่วงปี 2535 ยุครัฐบาลนายกฯ ชาติชาย ชุณหะวัณ ช่วงนั้นเศรษฐกิจดีมาก อุตสาหกรรมสุราในบ้านเราเติบโต คนดื่มเยอะทำให้มีปัญหาเยอะด้วย หมอชาวบ้านได้เขียนบทความเกี่ยวกับเหล้าเยอะมาก ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้ตั้ง สสส. เลย แต่พอตั้ง สสส. ในปี 2544 เรื่องเหล้ากับบุหรี่ก็กลายมาเป็นเรื่องรณรงค์ เพราะสสส. เอาภาษีบาป (ภาษีที่เก็บจากเหล้าและบุหรี่) มารณรงค์สร้างเสริมสุขภาพ และเน้นประเด็นเรื่องเหล้าและบุหรี่เป็นหลัก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-3694" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/หมอชาวบ้าน4.jpg" alt="" width="4032" height="3024" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/หมอชาวบ้าน4.jpg 4032w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/หมอชาวบ้าน4-300x225.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/หมอชาวบ้าน4-768x576.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/หมอชาวบ้าน4-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 4032px) 100vw, 4032px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ปรัชญาของหมอชาวบ้านคือการพึ่งตนเอง หันมาดูแลสุขภาพ ไม่ต้องไปพบแพทย์ตลอดเวลา ซึ่งดูจะขัดแย้งกับเรื่องสุรา ที่ทางการแพทย์มักมองว่าเป็นตัวร้ายทำลายสุขภาพ แล้วหมอชาวบ้านมีจุดยืนเกี่ยวกับเหล้าอย่างไร สามารถดื่มบ้างได้ไหม หรือไม่ควรจะดื่มเลย</strong></h3>
<p>ต้องเกริ่นก่อนว่า ปรัชญาของเราคือการพึ่งตนเอง ดูแลตนเอง แต่ไม่ได้หมายความว่าเราปฏิเสธการไปพบแพทย์นะ เพราะเราเขียนไว้ในคู่มือเลยว่า ถ้าดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้วไม่หายก็ให้ไปพบแพทย์ แต่ถ้าเป็นโรคทั่วไปก็มักจะหายแหละ เพียงแต่เราเน้นเป็นขั้นตอนมากกว่า</p>
<p>พอมาถึงเรื่องเหล้า นักวิชาชีพมักจะมองว่า การดื่มเหล้าไม่ดี อีกทั้งการแพทย์แผนปัจจุบันมักจะโทษเหยื่อ (blaming the victim) หรือเรียกง่ายๆ คือโทษคนไข้หรือประชาชนหมดเลยว่า เรื่องนี้ไม่ดี ทำแบบนั้นไม่ได้ เหมือนเป็นการมองด้านเดียวโดยไม่เข้าใจบริบทของคนเลย</p>
<p>เราเคยสอนนักศึกษาแพทย์วิชามานุษยวิทยาด้านการแพทย์ (Medical Anthropology) เพื่อให้นักศึกษาแพทย์เข้าใจบริบทว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่คนไข้เป็นคนผิดนะ เวลาเราบอกว่าเขาดื่มเหล้า เราต้องเข้าใจบริบทของเขาก่อนว่าทำไมเขาจึงดื่มเหล้า ไม่ใช่มองแต่ด้านที่เป็นลบของเขา</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>บริบทที่ว่าเช่นอะไรบ้าง</strong></h3>
<p>เยอะมากเลยค่ะ คือไม่ใช่ว่าคนดื่มเหล้าทุกคนเป็นคนทำลายสุขภาพหรือไม่รักสุขภาพนะ อย่างตอนที่เราไปเรียนต่อที่อังกฤษ เวลาอภิปรายหรือนำเสนออะไรในห้องเรียนแล้ว หลังเลิกเรียน อาจารย์ก็มักจะชวนไปนั่งคุยกันต่อที่ผับ (pub) ตอนนั้นก็จะการดื่มไวน์บ้างอะไรบ้าง แต่ถ้าอย่างเราเป็นผู้หญิงที่ไม่เคยดื่ม เขาก็จะสั่งพวกที่แอลกอฮอล์ต่ำให้แทน จะเห็นว่าในบริบทนี้ แอลกอฮอล์ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายเลย แต่ช่วยให้เกิดการพูดคุยทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง เหมือนคุยนอกรอบ และเป็นการทำให้ทุกคนผ่อนคลายมากกว่าอยู่ในห้องเรียน และกล้าที่จะอภิปราย ก็เป็นการเรียนรู้อีกแบบหนึ่งนอกห้องเรียน</p>
<p>แต่ต้องบอกว่า ที่นั่นเน้นมากเรื่องการรับผิดชอบตนเอง คุณทำอะไรต้องรับผิดชอบเอง อย่างคนที่ขับรถมาก็จะไม่ดื่ม เรียกว่าซื่อสัตย์กับตัวเองมากและคิดถึงผลกระทบต่อคนอื่น หรือบางคนก็รู้ว่าตัวเองดื่มได้มากขนาดไหน นี่เป็นเรื่องสำคัญเลยว่าเขาไม่ได้ห้ามดื่มเด็ดขาด แต่ให้ทุกคนรู้ลิมิตของตัวเอง ซึ่งเราคิดว่าเรื่องนี้ต้องปลูกฝังตั้งแต่ในครอบครัว ตั้งแต่ระบบการศึกษา ให้รู้ว่าคุณต้องรู้จักรับผิดชอบทั้งตัวเองและคนอื่น</p>
<p>กลับมาที่ไทย เราไม่ได้จัดการปัญหาสุราเป็นองค์รวม แต่ทำแยกส่วนกัน ทั้งที่ถ้าเราจะเข้าใจคนไข้ในทุกๆ โรค เราต้องเข้าใจที่มาที่ไปก่อน เวลารณรงค์ก็อาจจะไม่ได้หว่านรณรงค์กับทุกกลุ่ม เพราะถ้าเขารู้ลิมิต ดื่มแล้วรับผิดชอบตัวเองได้ ก็ไม่ได้มีผลเสียอะไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>คุณมองว่าแคมเปญการสื่อสารเรื่องสุรามีปัญหาอะไรบ้าง</strong></h3>
<p>จริงๆ เราเข้าใจนะว่า ในการรณรงค์ต้องหาเรื่องที่จะสื่อไปถึงสาธารณะวงกว้างได้ โดยเฉพาะทางโทรทัศน์หรือโซเชียลมีเดีย พอเป็นในบริบทของเหล้า เราก็จะเห็นการจับกลุ่มคนจนเป็นหลัก เพราะมันมองง่าย รณรงค์ง่าย ทั้งที่จริงๆ มีกลุ่มอื่นอีก</p>
<p>เวลาเรามองว่าคนจนจนเพราะดื่มเหล้า เราไม่ได้พยายามมองเขาแบบเข้าใจ มองแต่ว่าคนนี้จน เครียด ไม่มีการศึกษา เลยไปนั่งดื่มเหล้า แล้วก็วนเวียนไปแบบนี้แหละ แต่เราลงพื้นที่ชนบทและเห็นปัญหาอยู่แล้ว เลยไม่ค่อยเห็นด้วยกับความคิดแบบนี้เท่าไหร่ เพราะมันทำให้ภาพของคนจนกลายเป็นคนไม่รู้เรื่องโทษของสุรา จนแล้วไม่รู้จักใช้เงิน เครียดแล้วหาทางออกไม่ได้จนต้องดื่มเหล้า แต่จริงๆ แล้ว เป็นเพราะเราไม่สามารถให้การศึกษากับเขาเพียงพอหรือเปล่า และคนจนไม่มีอิสระในการเลือก (freedom of choice) คุณไม่สามารถอธิบายได้ว่า ทำไมระบบทั้งสังคมทำให้เขาเป็นแบบนี้ ระบบเศรษฐกิจและการศึกษาล้วนทำให้คนจนเป็นแบบนี้</p>
<p>ถ้าลองมองแบบเชื่อมโยงทุกมิติว่าคนดื่มเหล้าเพราะอะไร พยายามทำความเข้าใจคนแต่ละกลุ่ม แคมเปญที่ออกมาก็อาจจะเป็นความเข้าอกเข้าใจ ไม่ใช่ทำให้ศักดิ์ศรีความเป็นคนลดลงและทำให้เข้าไม่ถึงเขา เวลาเราสื่อสารต่อสาธารณะต้องมองให้เข้าใจบริบทและเชื่อมโยงกันได้ พอเข้าใจบริบทแล้วก็จะสื่อสารได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>แสดงว่าการสื่อสารหรือให้ความรู้เรื่องสุราตอนนี้ยังเป็นการจับผิด ไม่ได้เข้าใจภาพรวมเท่าที่ควร</strong><strong>?</strong></h3>
<p>เท่าที่เรารู้คนทำงานเขาก็มีความปรารถนาดีนะ พยายามเก็บข้อมูลออกมารณรงค์ แต่ก็ต้องยอมรับว่าข้อมูลบางอย่างอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ อย่างการรณรงค์ให้งดเหล้าช่วงเข้าพรรษาจะช่วยพักตับได้ คนก็เข้าใจว่าถ้างดเหล้าได้ในช่วงเข้าพรรษาตับก็จะดี ซึ่งมันถูกครึ่งเดียว เพราะตับจะดีได้ต้องเป็นตับที่ไม่ถูกทำลายเยอะ ยังดื่มมาไม่นาน แต่ถ้าตับถูกทำลายเยอะเกินครึ่งหนึ่งไปแล้ว เหลือแค่ 1/3 หรือ 1/4 ก็ไม่ได้หมายความว่าตับจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้</p>
<p>เพราะฉะนั้น สิ่งที่น่าจะเน้นมากกว่าคือ เมื่อคุณหยุดดื่มไปสักพักและกลับมาดื่มอีกครั้ง ตับก็จะถูกทำลายอีก ใช่ว่าหยุดดื่มแล้วตับจะกลับมาแข็งแรงทั้งหมด จริงๆ อาจจะต้องไปพบแพทย์ด้วยว่าตับทำงานเป็นอย่างไร เหลือเท่าไหร่ เพื่อที่จะได้คอยระวังและปรับเปลี่ยน ลดการดื่มจนกระทั่งหยุดได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-3693" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/หมอชาวบ้าน3.jpg" alt="" width="4032" height="3024" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/หมอชาวบ้าน3.jpg 4032w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/หมอชาวบ้าน3-300x225.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/หมอชาวบ้าน3-768x576.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/หมอชาวบ้าน3-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 4032px) 100vw, 4032px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ในวงการแพทย์ เป็นไปได้ไหมว่า แพทย์บางคนยังมีอคติกับผู้ติดสุราเพราะมองว่า เขาทำลายสุขภาพตนเอง ถ้าเป็นแบบนี้ เราจะแนะนำให้แพทย์และบุคลากรสาธารณสุขมีความเห็นอกเห็นใจ (</strong><strong>empathy</strong><strong>) คนติดเหล้าได้อย่างไร</strong></h3>
<p>ถ้าเราจะแก้ หมอและบุคลากรสาธารณสุขต้องหยุดโทษคนไข้ก่อนว่า การดื่มเป็นเรื่องของคุณ คุณต้องรับผิดชอบ แต่ต้องพยายามเข้าใจว่าเขาดื่มเพราะอะไร</p>
<p>ทางกระทรวงสาธารณสุขก็ออกนโยบายเหมือนกันว่าให้ใช้ตามแบบองค์การอนามัยโลก (WHO) คือต้องเข้าใจคนดื่มเหล้า เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกว่าเขาดื่มทำไม ให้กำลังใจแม้เขาหยุดดื่มไปแล้วกลับมาดื่มซ้ำ และต้องทำงานร่วมกับครอบครัวด้วย เพราะถ้าหมอเข้าใจฝ่ายเดียว แต่ครอบครัวไม่เข้าใจก็ไม่สำเร็จ</p>
<p>แต่ในบางพื้นที่ชนบทอาจไม่ได้มีหมอตลอดเวลา จึงต้องมีพยาบาลหรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขคอยดูแล ซึ่งพวกเขาจะต้องมีความเห็นอกเห็นใจให้มาก เข้าใจคนที่ดื่มว่าเป็นอย่างไร มีบริบทอะไร ซึ่งไม่ใช่เฉพาะคนจนนะ เพราะคนรวยติดเหล้าก็มีเยอะอยู่</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ถึงคนรวยจะติดเหล้าเหมือนกัน แต่สังคมมักมองว่าคนจนติดเหล้าเป็นปัญหามากกว่า ทำไมถึงเป็นเช่นนี้</strong></h3>
<p>เข้าใจว่าเวลาเข้าไปคุยขอความร่วมมือหรือสัมภาษณ์คนชนชั้นกลางหรือคนรวยจะทำได้ยากกว่า หรือคนกลุ่มนี้อาจจะมีทางเลือกในการช่วยเหลือตนเองได้เยอะกว่า แต่ใช่ว่าคนที่มีการศึกษาหรือคนมีฐานะจะไม่มีปัญหาเรื่องการติดเหล้า เราเคยเจอคนจบปริญญาเอกติดเหล้า เพราะเห็นภาพที่คุณพ่อดื่มมาตั้งแต่ยังเด็ก พอโตแล้วภาพนั้นยังอยู่ ดื่มมากเข้าก็กลายเป็นติดเลย หรือบางคนรู้สึกว่าชีวิตไม่ได้รับการเติมเต็ม มองว่าฉันน่าจะได้ทำได้มากกว่านี้ ประสบความสำเร็จมากกว่านี้ มีการเปรียบเทียบอยู่ตลอดเวลา เขาก็อาจจะเลือกดื่มเหล้าได้ด้วย</p>
<p>เพราะฉะนั้น จะรวยจะจนก็มีจุดร่วมเหมือนกันคือมองเหล้าเป็นทางออก ในวิทยาศาสตร์ก็มีหลักฐานรองรับชัดเจนว่า เหล้าทำให้เราลืมไปชั่วขณะหนึ่ง เวลาเจ็บปวดมากๆ ในปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น อกหัก ผิดหวังในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง บางคนเลยเลือกจะดื่มเหล้าเพื่อให้ลืม ไม่ต้องคิดเรื่องนั้นอีก พอดื่มบ่อยๆ ก็กลายเป็นติด แต่ถ้าคนมีฐานะก็มีทางเลือกเยอะกว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>เป็นไปได้ไหมว่า นี่เป็นปัญหาของระบบสาธารณสุขด้วย เพราะคนที่ทำงานเกี่ยวกับสุรายังมีอยู่ไม่เพียงพอ</strong></h3>
<p>ใช่ค่ะ เราลงทุนตรงนี้น้อย จริงๆ รัฐต้องลงทุนเรื่องสุขภาพของประชาชน อย่างเราไปดูงบประมาณการซื้ออาวุธ จะเห็นว่ามีมากแบบมหาศาลเลย แต่ปัจจุบันอาวุธอาจจะไม่ได้สำคัญขนาดนั้นแล้ว ทำไมเราไม่เอาเงินมาลงทุนด้านการศึกษา สุขภาพ ทำให้เต็มที่ ทำให้คนพึ่งตนเองได้ ทำให้พวกเขาเข้มแข็งขึ้นมา</p>
<p>เรื่องการสื่อสารก็สำคัญ สมมติว่าคนป่วยยังไม่พร้อมหรือไม่อยากไปพบแพทย์ เขาก็ต้องดูว่าจะแก้ปัญหาเองก่อนได้อย่างไร และถึงจะเห็นว่าขั้นตอนต่อไปจะทำอะไร เราต้องมีทางเลือกให้ประชาชน ไม่ใช่มีแต่ระบบบริการที่ยังมีข้อจำกัด ไม่สามารถเข้าถึงได้ทุกคนอยู่ เช่น ระบบสายด่วน (hotline) ที่ยังไม่มากพอที่จะให้คนเข้าถึงได้ กรณีที่ยังไม่พร้อมพบแพทย์</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>สมมติมีคนติดสุรามาขอคำแนะนำจากหมอชาวบ้านว่า จะดูแลตัวเองในเบื้องต้นได้อย่างไรบ้าง คุณจะแนะนำเขาอย่างไร</strong></h3>
<p>สิ่งแรกคือ คุณต้องเข้าใจก่อนว่าเขาดื่มเพราะอะไร ทำไมถึงดื่ม และให้เขาทบทวนว่าตัวเองมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร จากนั้นจึงถามตัวเองว่า ฉันพร้อมรึยังที่จะเปลี่ยนแปลง ซึ่งเราต้องให้เวลาเขาตัดสินใจด้วย อย่าไปเร่งเขามาก บางคนก็พร้อม บางคนอาจจะไม่พร้อม ซึ่งถ้ายังไม่พร้อมก็ต้องมีทางให้เขาเลือก ให้ข้อมูลเขาอย่างครบถ้วน เพื่อที่คนๆ นั้นจะได้เตรียมตัวว่า เขาต้องทำอย่างไรจึงจะเหมาะกับตนเองที่สุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-3692" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/netnapa-2.jpg" alt="" width="4032" height="3024" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/netnapa-2.jpg 4032w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/netnapa-2-300x225.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/netnapa-2-768x576.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/netnapa-2-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 4032px) 100vw, 4032px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ถ้าคิดจะเลิกเหล้า อะไรคือสิ่งสำคัญที่ทำให้คนที่คิดว่าจะเลิกเหล้ามีกำลังใจในการเลิกหรือเริ่มเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนได้จริง</strong></h3>
<p>หมอชาวบ้านเคยจัดโครงการหนึ่ง โดยเรานิมนต์พระมารูปหนึ่ง ให้ท่านช่วยพูดกับคนมีฐานะยากจนในเมือง เป็นกลุ่มคนหาเช้ากินค่ำ คือเป็นความพยายามในการเสริมพลังให้พวกเขา สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจและทำให้มีคนเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองได้คือ พระท่านตั้งคำถามว่า เราเคยดูแลร่างกายของตัวเองไหม เคยโอบกอดร่างกายตัวเองบ้างหรือเปล่า การดูแลร่างกายในที่นี้คือดูว่าที่ผ่านมาเราทานอาหารอย่างไร ทำให้ร่างกายดีไหม เราดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่หรือเปล่า ถ้าเรายังทำแบบนี้คือเรายังรักตัวเองไม่พอ และสิ่งที่พระท่านให้ทำคือ การโอบกอดร่างกายตัวเองด้วยความรัก</p>
<p>ปรากฏว่าอีกเดือนหนึ่ง มีผู้หญิงคนหนึ่งกลับมาบอกว่า เชาเลิกบุหรี่ได้เด็ดขาดแล้วนะ เพราะพระท่านบอกว่าเราต้องรักตัวเอง เขาเลยพยายามเลิกจนสำเร็จทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยสำเร็จ แต่คำพูดนั้นมันฝังลึกเข้าไปในใจเลยว่า ที่ผ่านมาเราไม่ได้รักตัวเองเลยหรือเปล่า</p>
<p>เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า ถ้าการสื่อสารกระทบไปถึงจิตใจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมได้จริง อย่างการนำพระอาจารย์มาพูดก็เพราะเราศึกษาบริบทแล้วว่า คนกลุ่มนี้ชอบตักบาตรทำบุญ แสดงว่าพระก็มีอิทธิพลสูง อย่างที่เราเห็นว่ามันได้ผลและสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริงๆ เพราะฉะนั้น ถ้าเราระบุได้ว่าเขาศรัทธาหรือเชื่อมั่นเรื่องอะไร มีอะไรเป็นแรงบันดาลใจ ก็จะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้</p>
<p>ถ้าพูดให้ถึงที่สุด เราก่อตั้งหมอชาวบ้านมา 40 กว่าปี เราต้องเชื่อมั่นในมนุษย์ก่อนว่าเขาสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ เป็นเหมือนการสร้าง self-esteem ให้เขา เพราะที่ผ่านมา พวกเขาอาจไม่เคยเห็นคุณค่าหรือไม่ได้รักตัวเองเลย ทั้งที่คนที่เป็นเพื่อนที่ดีสุดของคุณก็คือตัวคุณเองนั่นแหละ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ในกรณีของผู้ที่ติดสุรา ไม่เพียงแต่คนที่ติดเท่านั้น แต่เราจะเห็นคนใกล้ชิดพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย โดยเฉพาะด้านจิตใจ เราควรแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร</strong></h3>
<p>สำหรับคนกลุ่มนี้ เรื่องสำคัญคือเรื่องสุขภาพจิตเลย บางทีเวลาเราบำบัดอาจจะต้องทำในเชิงครอบครัวด้วย นำทั้งคนติดเหล้าและครอบครัวมานั่งคุยพร้อมกัน เป็นการบำบัดแบบครอบครัว (family therapy) ให้ผู้ที่ดื่มเหล้าได้เห็นความทุกข์ใจของคนใกล้ชิด โดยมีผู้เชี่ยวชาญหรือคนที่ 3 ที่เข้าใจทั้งสองฝ่ายทำหน้าที่เป็นคนกลาง ในกรณีที่คนที่ 3 เป็นเพื่อนหรือคนใกล้ชิด เขาจะต้องเป็นคนกลางจริงๆ ที่เข้าใจทั้งสองฝ่ายและไม่สามารถเลือกข้างได้</p>
<p>เราต้องชี้ให้คนใกล้ตัวเข้าใจว่า ทำไมคนดื่มถึงดื่ม การดื่มมีสาเหตุมาจากอะไร และชี้ให้คนดื่มเห็นว่า การดื่มแบบขาดสติของคุณทำร้ายคนใกล้ตัวอย่างไร ให้ทั้งสองฝ่ายได้เห็นอารมณ์ความรู้สึกของอีกฝ่าย รวมถึงเห็นความปรารถนาดีและมีความเข้าอกเข้าใจกัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าบำบัดครั้งเดียวจะได้ผล ต้องทำหลายๆ ครั้งจนถึงจุดที่คนติดสุราคิดว่า เขาพร้อมจะหยุดแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ถ้ามองระบบการบำบัดสุราในภาพรวม คิดว่าระบบมีปัญหาอะไรอยู่ เราจะต้องปรับปรุงแก้ไขตรงนั้นอีกบ้าง</strong></h3>
<p>อย่างแรกคือ ตัวระบบที่เป็นสายด่วนบางแห่งยังไม่ได้ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งที่บางที เวลาคนอยากขอคำปรึกษาเขาก็จะมาตอนดึกๆ หลังเลิกงาน หรือในช่วงวิกฤตนั้นเขาต้องการใครสักคนรับฟังหรือช่วยเหลือ แต่ก็ไม่มีใคร อีกอย่างคือ การโทรขอคำปรึกษาของเอกชนก็มีค่าใช้จ่ายอื่นๆ พ่วงมาด้วย ทำให้คนที่ฐานะไม่ค่อยดีอาจจะคุยไม่ได้นานเพราะเขาแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ตรงนี้เราคิดว่า งบประมาณต้องเพียงพอ มีคนรอรับสายมากพอและทำงานตลอด 24 ชั่วโมง สมมติว่าเวลานี้มีคนโทรมาเยอะ คุณก็มีบุคลากรเพียงพอที่จะรับสายได้ ถ้างบประมาณเพียงพอก็จัดการได้อยู่แล้ว ทั้งเรื่องบุคลากร หรือการเก็บข้อมูลการโทรเพื่อบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>
<p>อีกเรื่องหนึ่งคือ การสื่อสาร การทำความเข้าใจด้วยมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และต้องเข้าถึงทุกกลุ่มแบบไม่มีเงื่อนไขหรือข้อจำกัด ทุกกลุ่มเปราะบาง ทุกกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ต้องขัง คนเร่ร่อน คุณต้องเข้าไปให้ถึงเขา อันนี้คือสิ่งที่เราอยากเน้นย้ำเลย และเป็นโจทย์ท้าทายด้วยว่า คุณจะจัดระบบบริหารจัดการให้เข้าถึงคนทุกกลุ่มจริงๆ ได้อย่างไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>นอกจากระบบสาธารณสุขแบบที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบัน การดื่มเหล้าและเลิกเหล้ายังมีเรื่องความเชื่อมาเกี่ยวข้องด้วย เราจะได้ยินว่า มีคนดื่มยาดองเหล้าเพราะเชื่อว่าเป็นการรักษาตัวตามภูมิปัญญาชาวบ้าน ในมุมของหมอชาวบ้าน ยาดองเหล้าพวกนี้ก่อให้เกิดผลอะไรจริงๆ หรือเปล่า หรือจะเสี่ยงต่อการติดเหล้ามากขึ้น</strong></h3>
<p>เรื่องยาดองเหล้ามีมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว เวลาลงพื้นที่ชนบทก็เจอ อย่างผู้หญิงหลังคลอดลูกใหม่ๆ เขาก็จะดื่มยาดองเหล้าเพื่อขับเลือด แต่ก็กลายเป็นว่านี่เป็นต้นเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้หญิงบางคนติดเหล้าเหมือนกัน</p>
<p>แต่ในภายหลัง เวลาพูดถึงยาดองเหล้า มีคนไปเจอเหมือนว่ามีการผสมสารบางอย่างที่จะทำให้เกิดอันตราย เช่น ผสมดินประสิว ซึ่งเป็นการผสมเพื่อการค้ามากขึ้น สนับสนุนให้คนดื่มมากขึ้น แตกต่างจากเดิมที่เขาไม่ได้ผสมอะไรเยอะ ดื่มแค่พอเป็นกระษัย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>นอกจากเรื่องยาดองเหล้าแล้ว ยังมีการดื่มน้ำโซดาหรือต้มสมุนไพรบางอย่างดื่ม แบบนี้น่าเชื่อถือไหม</strong></h3>
<p>บางอย่างที่ไม่อันตรายก็ใช้ได้ค่ะ อย่างการศึกษาของทางเหนือที่เรียกว่าการแพทย์ล้านนา เขาจะมองว่า คนติดเหล้าคือคนที่มีธาตุต่างๆ ในร่างกายไม่สมดุล เลยจะนำสมุนไพรไปช่วยทำให้ธาตุสมดุลกัน</p>
<p>อย่างแรกคือให้สมุนไพรล้างพิษ เพราะพิษอยู่ที่ตับ ล้างเสร็จแล้วก็ปรับสมดุลด้วยอาหารหรือสมุนไพร เพื่อให้สมดุลร่างกายกลับมาทำงานเป็นปกติ อันนี้เรามองว่าเป็นเหตุเป็นผลกันและไม่อันตราย เช่น การนำรางจืดมาต้มกินเพื่อล้างพิษก็ไม่ได้อันตรายอะไร ยอมรับได้ว่าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีมาก่อนแพทย์แผนปัจจุบัน แต่ในปัจจุบัน มีธุรกิจที่นำสมุนไพรมาแยกเดี่ยวๆ หรือสกัดก็อาจจะเกิดผลเสียได้</p>
<p>เราเคยได้ยินคนพูดกันเยอะเรื่องการดื่มน้ำมะนาวเพื่อช่วยให้หยุดดื่มเหล้า อันนี้จริงๆ ก็ไม่อันตรายและจะช่วยขับพิษด้วย เพราะน้ำมะนาวมีความเปรี้ยว มีกรดที่ทำให้สมดุลของร่างกายเป็นด่าง เมื่อเป็นด่างก็สร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาในร่างกาย ภูมิคุ้มกันก็ไปขับสารพิษออก ซึ่งพอเหล้าเป็นพิษอยู่ที่ตับ ความเปรี้ยวก็จะช่วยขับพิษออกมาได้ แต่ในระยะยาวยังไม่มีการศึกษาว่า ดื่มมะนาวอย่างเดียวช่วยเลิกเหล้าได้จริงไหม หรือในกรณีของคนที่กำลังเมาเหล้า มีการทดลองให้คนเมาดื่มน้ำมะนาวสดๆ ก็ช่วยให้คลายเมาลงได้ คือถ้าดื่มมะนาวที่มาจากธรรมชาติเพียวๆ ไม่ได้มีสารเคมีอะไร หรือผสมเกลือลงไปนิดหนึ่ง อันนี้พอรับได้อยู่บ้างที่เป็นการช่วยเบื้องต้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ดูเหมือนว่าสมุนไพรหรือของตามธรรมชาติก็มีประโยชน์และช่วยเสริมกับแพทย์แผนปัจจุบันได้ แต่ปัจจุบัน เรากลับไม่เห็นการทำงานวิจัยเกี่ยวกับสมุนไพรไทยสักเท่าไหร่</strong></h3>
<p>ใช่ค่ะ นี่เป็นจุดอ่อนของสมุนไพรไทยเลย คือมีการศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบที่ยังไม่มากพอ จะเป็นลักษณะเล่าต่อๆ กันมามากกว่า แต่อย่าลืมว่าทุกอย่างมีข้อควรระวังหมด อย่างขี้เหล็ก แต่เดิมเอามาทำยานอนหลับ ทำให้คนหลับง่าย แต่ต้องกินในรูปแบบอาหารเท่านั้น พอเอามากินแบบขี้เหล็กสกัดตัวเดียวก็ส่งผลต่อตับมาก จนตอนนี้ต้องสั่งให้เลิกผลิตเป็นเม็ดแล้ว</p>
<p>เราจึงต้องทำการศึกษาวิจัยว่า ถ้านำสมุนไพรแต่ละตัวมาสกัดเป็นแคปซูล จากแต่เดิมที่กินผสมกับอาหาร ต้องระวังอะไร และถ้ายังไม่มีงานวิจัยออกมาชัดๆ ก็จะไม่สามารถพูดอะไรในที่สาธารณะได้ ได้แต่บอกว่าต้องไปตรวจสุขภาพดูก่อน ไม่ใช่บอกเลยว่ากินแล้วจะดี และต้องปรับพฤติกรรมควบคู่ไปด้วย</p>
<p>แต่ก็อย่างที่ว่าไป งานวิจัยยังมีไม่มากพอ ต้องใช้เงิน ซึ่งก็กลับมาที่โจทย์ว่ารัฐยังไม่สนับสนุนงบประมาณมากเท่าที่ควร เพราะถ้าเราทำวิจัยได้ มีเงินทุน มีงบประมาณมากพอจนสามารถทำวิจัยและพัฒนา (R&amp;D) ก็จะทำให้เราพึ่งตัวเองได้ในอนาคต</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>เท่ากับว่า ถ้าอยากให้ประชาชนสุขภาพดี รัฐต้องลงทุนเรื่องสุขภาพด้วย</strong></h3>
<p>ใช่ค่ะ ต้องลงทุนทั้งสุขภาพในแง่การเจ็บป่วยของประชาชนและลงทุนเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพ ตอนนี้เรามี สสส. แล้ว แต่มันยังไม่พอ เพราะเราต้องดูแลสุขภาพตั้งแต่ก่อนป่วย เรื่องอาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ จึงสำคัญมากที่ประชาชนต้องหันมาดูแลตนเอง โดยมีหน่วยงานของรัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชนมาสนับสนุน</p>
<p>ตอนนี้คนจนแทบเข้าถึงอะไรไม่ได้เลย สมมติอยากดูแลสุขภาพด้วยการทานอาหารคลีนก็ต้องจ่ายเงินเยอะอีก เราจึงต้องสนับสนุนเรื่องนี้ให้มากขึ้น อย่างที่เวียดนาม รัฐบาลสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกเกษตรอินทรีย์และทำวิจัยเอง เปรียบเทียบว่าปุ๋ยอย่างนี้ ปลูกพืชพันธุ์นี้ ผลผลิตจะเป็นอย่างไร ซึ่งบ้านเราก็มีเกษตรกรเยอะ มีทรัพยากรดี แต่รัฐบาลกลับไม่มีการบริหารจัดการที่ดีพอ</p>
<p>ทุกอย่างเชื่อมโยงกันนะคะ เรื่องสุขภาพไม่สามารถอยู่โดดๆ ได้ แต่เกี่ยวข้องกับบริบททางสังคม เศรษฐกิจ และบริบททางนโยบายด้วย ถ้าคุณดูแลสุขภาพได้ด้วยตนเองก็อาจจะไม่ต้องพึ่งยา เพราะร่างกายแข็งแรงแล้ว และปัญหาเรื่องการดื่มเหล้าหรือติดเหล้าก็น่าจะลดน้อยลงเช่นกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/netnapa-khumthong-interview/">“รัฐต้องลงทุนในเรื่องสุขภาพของประชาชน” เนตรนภา ขุมทอง เลขาธิการมูลนิธิหมอชาวบ้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3682</post-id>	</item>
		<item>
		<title>10 ยุทธศาสตร์การลดใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตรายจาก WHO ถึงรัฐบาลทั่วโลก</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/10-policy-to-reduce-harmful-alcohol/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=10-policy-to-reduce-harmful-alcohol</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Mar 2021 05:26:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[WHO]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการควบคุมสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[ยุทธศาสตร์แอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การอนามัยโลก]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3625</guid>

					<description><![CDATA[<p>เลิกเหล้าลำพังแล้วดันพังสมชื่อ คือสถานการณ์จริงที่อาจเกิดขึ้นกับใครหลายๆ คน ทว่าพวกเราเข้าใจเป็นอย่างดี เพราะการลด ละ เลิก แอลกอฮอล์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำสำเร็จด้วยตัวคนเดียว แต่ต้องอาศัยการ &#8216;ผลักดัน&#8217; จากหลายๆ ฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ดื่ม ในทุกๆ ปี มีคนกว่า 3 ล้านคนทั่วโลก ต้องเจอกับอันตรายที่เกิดขึ้นจากดื่มแอลกอฮอล์ แถมบางคนยังไม่ใช่ผู้ดื่มเองเสียด้วย ดังนั้น คงจะดีกว่าถ้าการติดแอลกอฮอล์จะไม่ถูกลดทอนให้เป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่มองไปถึงนโยบายหรือการวางระบบที่จะช่วยเหลือทุกๆ คนได้อย่างเท่าเทียม ‘การปรับปรุงผลลัพธ์ด้านสุขภาพ-สังคม สำหรับบุคคล ครอบครัวและชุมชน’ จึงเป็นยุทธศาสตร์ใหญ่ๆ ขององค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อลดความรุนแรงจากสถานการณ์ข้างต้น มีการคาดการณ์ว่ายุทธศาสตร์ดังกล่าวจะถูกผลักดันส่งเสริมไปยังระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค จนถึงระดับโลก Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า จึงขอชวนผู้อ่านสำรวจยุทธศาสตร์จาก WHO ถึงรัฐบาลทั่วโลกใน 10 ตัวเลือกนโยบายและการป้องกันระดับชาติ เพื่อบรรลุเป้าหมายการป้องกันและลดการใช้แอลกอฮอล์ให้ได้มากที่สุด  &#160; 1. ความเป็นผู้นำ ความตระหนักรู้ และพันธะ การปฏิบัติโดยยั่งยืนต้องการความเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง มีพื้นฐานของการตระหนักรู้ เจตจำนงทางการเมือง และพันธะ หรือการให้คำมั่นสัญญา พันธะควรแสดงออกอย่างเหมาะสมผ่านนโยบายระดับชาติ ซึ่งควรครอบคลุมและแยกส่วนที่จะต้องชี้แจง แบ่งความรับผิดชอบแก่ภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/10-policy-to-reduce-harmful-alcohol/">10 ยุทธศาสตร์การลดใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตรายจาก WHO ถึงรัฐบาลทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เลิกเหล้าลำพังแล้วดันพังสมชื่อ คือสถานการณ์จริงที่อาจเกิดขึ้นกับใครหลายๆ คน ทว่าพวกเราเข้าใจเป็นอย่างดี เพราะการลด ละ เลิก แอลกอฮอล์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำสำเร็จด้วยตัวคนเดียว แต่ต้องอาศัยการ &#8216;ผลักดัน&#8217; จากหลายๆ ฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ดื่ม</span></p>
<p>ในทุก<span style="font-weight: 400;">ๆ ปี มีคนกว่า 3 ล้านคนทั่วโลก ต้องเจอกับอันตรายที่เกิดขึ้นจากดื่มแอลกอฮอล์ แถมบางคนยังไม่ใช่ผู้ดื่มเองเสียด้วย ดังนั้น </span><span style="font-weight: 400;">คงจะดีกว่าถ้าการติดแอลกอฮอล์จะไม่ถูกลดทอนให้เป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่มองไปถึงนโยบายหรือการวางระบบที่จะช่วยเหลือทุกๆ คนได้อย่างเท่าเทียม </span><span style="font-weight: 400;">‘การปรับปรุงผลลัพธ์ด้านสุขภาพ-สังคม สำหรับบุคคล ครอบครัวและชุมชน’ จึงเป็นยุทธศาสตร์ใหญ่ๆ ขององค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อลดความรุนแรงจากสถานการณ์ข้างต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีการคาดการณ์ว่ายุทธศาสตร์ดังกล่าวจะถูกผลักดันส่งเสริมไปยังระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค จนถึงระดับโลก Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า จึงขอชวนผู้อ่านสำรวจยุทธศาสตร์จาก WHO ถึงรัฐบาลทั่วโลกใน 10 ตัวเลือกนโยบายและการป้องกันระดับชาติ เพื่อบรรลุเป้าหมายการป้องกันและลดการใช้แอลกอฮอล์ให้ได้มากที่สุด </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>1. ความเป็นผู้นำ ความตระหนักรู้ และพันธะ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การปฏิบัติโดยยั่งยืนต้องการความเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง มีพื้นฐานของการตระหนักรู้ เจตจำนงทางการเมือง และพันธะ หรือการให้คำมั่นสัญญา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พันธะควรแสดงออกอย่างเหมาะสมผ่านนโยบายระดับชาติ ซึ่งควรครอบคลุมและแยกส่วนที่จะต้องชี้แจง แบ่งความรับผิดชอบแก่ภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี นโยบายต้องตั้งอยู่บนหลักฐานที่มีอยู่ และปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในท้องที่ โดยมีวัตถุประสงค์ กลยุทธ์ เป้าหมายชัดเจน ที่สำคัญ นโยบายควรมาพร้อมกับแผนปฏิบัติการเฉพาะ และได้รับการสนับสนุนจากกลไกการดำเนินการ การประเมินผลที่มีประสิทธิผลยั่งยืน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าสิ่งสำคัญคือต้องให้ภาคประชาสังคมและผู้ประกอบการทางเศรษฐกิจอย่างธุรกิจต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; พัฒนา หรือเสริมสร้างยุทธศาสตร์ระดับชาติโดยรวมและระดับย่อยๆ รวมถึงทำแผนพัฒนาการและกิจกรรมเพื่อลดการใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; จัดตั้งหรือแต่งตั้ง สถาบันหรือหน่วยงานตามหลักความเหมาะสม เพื่อรับผิดชอบติดตามนโยบายยุทธศาสตร์และแผนระดับชาติ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ประสานยุทธศาสตร์กับหน่วยงานในภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สร้างความร่วมมือระหว่างรัฐบาลในระดับต่างๆ รวมถึงยุทธศาสตร์และแผนงานด้านสุขภาพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สร้างความมั่นใจในว่าประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลเป็นวงกว้าง ตลอดจนได้รับการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ สร้างความตระหนักรู้ของประชาชนในทุกระดับของสังคมเกี่ยวกับอันตรายที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่พบในประเทศ และความจำเป็นของการดำรงอยู่ของมาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สร้างความตระหนักถึงอันตรายต่อผู้อื่นและในกลุ่มเสี่ยงที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ เลี่ยงการตีตราและกีดกันการเลือกปฏิบัติต่อกลุ่มและบุคคลที่ได้รับผลกระทบ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>2. การตอบสนองของบริการสาธารณสุข</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">บริการด้านสุขภาพเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการจัดการอันตรายในระดับบุคคล หรือก็คือผู้ที่มีความผิด</span><span style="font-weight: 400;">ปกติจากการใช้แอลกอฮอล์และสภาวะสุขภาพอื่นๆ ที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ </span><span style="font-weight: 400;">บริการดังกล่าวจึงควรจัดเตรียมมาตรการป้องกันและการรักษาแก่บุคคล ครอบครัวที่เสี่ยงหรือได้รับผลกระทบจากความผิดปกติจากการใช้แอลกอฮอล์และภาวะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น บทบาทสำคัญอีกประการหนึ่งของบริการด้านสุขภาพและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ คือการแจ้งให้สังคมทราบเกี่ยวกับสุขภาพของประชาชน และผลกระทบทางสังคมจากการใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตราย รวมถึงสนับสนุนชุมชนให้ลดการใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตราย เสริมสร้างการตอบสนองของสังคมอย่างประสิทธิภาพ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อนึ่ง บริการด้านสุขภาพควรติดต่อ รวบรวม และมีส่วนร่วมกับผู้คนที่หลากหลาย นอกเหนือจากภาคส่วนสุขภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุมสำหรับด้านบริการสุขภาพที่แนะนำมีดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; เพิ่มขีดความสามารถของระบบสวัสดิการด้านสุขภาพและสังคม เพื่อบริการการป้องกัน การรักษาและการดูแลความผิดปกติที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ โรคที่เกิดจากแอลกอฮอล์ และสภาวะที่เป็นโรคร่วม รวมถึงมีการสนับสนุนและการรักษาสำหรับครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หรือกิจกรรมช่วยเหลือตนเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สนับสนุนการริเริ่มคัดกรองและการป้องกันสั้นๆ สำหรับการดื่มที่เป็นอันตรายในสถานพยาบาลปฐมภูมิและสถานที่อื่น ๆ การริเริ่มดังกล่าวควรรวมถึงการระบุและการจัดการการดื่มที่เป็นอันตรายในสตรีมีครรภ์และสตรีในวัยเจริญพันธุ์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ปรับปรุงขีดความสามารถในการป้องกัน การระบุและการแทรกแซง สำหรับบุคคลและครอบครัวที่เป็นโรคแอลกอฮอล์ตอนตั้งครรภ์และความผิดปกติที่เกี่ยวข้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; พัฒนาและประสานงานสร้างกลยุทธ์การป้องกันการรักษาและการดูแลแบบบูรณาการ รวมถึงความผิดปกติของการใช้ยาภาวะซึมเศร้า การฆ่าตัวตาย เอชไอวี และวัณโรค</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; รักษาอัตราการเข้าถึงสุขภาพโดยถ้วนหน้า รวมถึงการเพิ่มความพร้อม ความสามารถในการเข้าถึงและความสามารถในการจ่ายบริการรักษาสำหรับกลุ่มที่มีสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมต่ำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สร้างและรักษาระบบการลงทะเบียน เพื่อการติดตามการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตที่เกิดจากแอลกอฮอล์ โดยมีกลไกการรายงานอย่างสม่ำเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; จัดบริการสุขภาพและสังคมที่อ่อนไหวทางวัฒนธรรมตามความเหมาะสม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>3. การดำเนินการของกลุ่ม/ชุมชน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลกระทบของการใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตรายต่อชุมชน สามารถกระตุ้น ส่งเสริมความคิดริเริ่ม และแนวทางแก้ไขปัญหาในท้องถิ่น</span></p>
<p>หาก<span style="font-weight: 400;">ชุมชนได้รับการสนับสนุนผ่านการมอบอำนาจจากรัฐบาลและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ก็จะสามารถใช้ความรู้และความเชี่ยวชาญในท้องถิ่นของตน ค้นหาแนวทางป้องกันและลดการใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตรายที่มีประสิทธิภาพของตนเองได้ (แน่นอนว่าแนวทางนั้นต้องเน้น</span><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนพฤติกรรมส่วนรวมมากกว่าพฤติกรรมส่วนบุคคล) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น ตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุมจึงมีดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สนับสนุนการประเมินอย่างรวดเร็ว เพื่อระบุช่องว่าง และประเด็นสำคัญในการป้องกันระดับชุมชน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; เพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงความรู้เรื่องอันตรายที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ในระดับท้องถิ่น และส่งเสริมการตอบสนองที่เหมาะสมของการใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตรายและปัญหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; เสริมสร้างขีดความสามารถของหน่วยงานท้องถิ่นในการส่งเสริมและประสานการดำเนินงานร่วมกันของชุมชน  โดยเน้นสนับสนุนและส่งเสริม การพัฒนานโยบายของเทศบาลเรื่องลดการใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตราย รวมไปถึงความสามารถในการเสริมสร้างความร่วมมือและเครือข่ายของสถาบันชุมชนและองค์กรเอกชน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตามชุมชนที่มีประสิทธิผลและการเสริมสร้างขีดความสามารถในระดับชุมชนเกี่ยวกับการดำเนินการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ระดมพลังชุมชนเพื่อป้องกันการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของผู้ดื่มที่มีอายุต่ำกว่าเกณฑ์ และเพื่อพัฒนา สนับสนุนสภาพแวดล้อมที่ปราศจากแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเยาวชนและกลุ่มเสี่ยงอื่นๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ให้การดูแลชุมชนและการสนับสนุนบุคคลที่ได้รับผลกระทบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; พัฒนาหรือสนับสนุนโครงการและนโยบายชุมชนสำหรับประชากรกลุ่มย่อยที่มีความเสี่ยงโดยเฉพาะเช่น คนหนุ่มสาว คนว่างงาน และประชากรพื้นเมือง</span><b></b><b></b></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>4.นโยบายและมาตรการรับมือ ‘การดื่มแล้วขับ’</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นที่ทราบกันดีว่าการขับรถขณะมีแอลกอฮอล์อยู่ในร่างกายจะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อการตัดสินใจ และประสานการทำงานของกล้ามเนื้ออื่นๆ ที่ใช้ในการขับรถ และ</span><span style="font-weight: 400;">การเมาแล้วขับเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ดื่ม และผู้บริสุทธิ์ในหลายๆ กรณี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นโยบายป้องกันการดื่มแล้วขับจึงสำคัญ ซึ่งกลยุทธ์ในข้อนี้ยังรวมถึงมาตรการยับยั้งต่างๆ ที่มีเป้าหมายลดโอกาสการเมาแล้วขับ และมาตรการสร้างสภาพแวดล้อมในการขับขี่ที่ปลอดภัย เพื่อลดความเป็นไปได้และความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุม ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; แนะนำและบังคับใช้ กำหนดขีดจำกัดความเข้มข้นของระดับแอลกอฮอล์ในเลือด โดยลดระดับขีดจำกัดให้ต่ำลงสำหรับผู้ขับขี่มืออาชีพ และผู้ขับขี่ที่เป็นเด็กหรือมือใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ส่งเสริมจุดตรวจ และการสุ่มทดสอบลมหายใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ระงับใบอนุญาตขับขี่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ออกใบอนุญาตสำหรับผู้ขับขี่มือใหม่ที่มีความอดทนต่อการดื่มแล้วขับเท่ากับศูนย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ใช้</span><span style="font-weight: 400;">อุปกรณ์ตัดระบบสตาร์ทเครื่องยนต์เมื่อตรวจพบแอลกอฮอล์ </span><span style="font-weight: 400;">เพื่อลดเหตุการณ์ที่เกิดจากการดื่มแล้วขับในบริบทเฉพาะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ให้ความรู้ ให้คำปรึกษาและโปรแกรมการรักษาแก่พนักงานขับรถตามความเหมาะสม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สนับสนุนให้มีการใช้ขนส่งทางเลือก รวมถึงระบบขนส่งสาธารณะ จนกว่าจะถึงเวลาปิดสถานที่ดื่ม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ดำเนินการรณรงค์และรับรู้ ข้อมูลสาธารณะเพื่อสนับสนุนนโยบาย และเพื่อเพิ่มผลการป้องปรามโดยทั่วไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ดำเนินแคมเปญสื่อมวลชนที่มีการวางแผนอย่างรอบคอบเข้มงวด ดำเนินการอย่างดี โดยกำหนดเป้าหมายไปยังสถานการณ์เฉพาะเช่น ช่วงเทศกาลวันหยุด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>5. การมีอยู่ของแอลกอฮอล์</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">กลยุทธ์ด้านสาธารณสุขที่พยายามควบคุมการมีอยู่ของแอลกอฮอล์ในเชิงพาณิชย์หรือในที่สาธารณะโดยควบคุมผ่านกฎหมาย นโยบายและโครงการ อาจนับได้ว่าเป็นวิธีสำคัญที่ใช้ลดระดับพฤติกรรมใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตราย </span><span style="font-weight: 400;">กลยุทธ์ดังกล่าวควรจัดให้มีมาตรการที่จำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มเสี่ยงอย่างวัยรุ่นเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยง่าย นอกจากนี้ ควรคำนึงถึงปัจจัยที่ว่า การมีแอลกอฮอล์อยู่ในตลาด พื้นที่สาธารณะ อาจมีอิทธิพลต่อสังคม </span><span style="font-weight: 400;">ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบรรทัดฐานทางสังคมและวัฒนธรรมที่ส่งเสริมการใช้แอลกอฮอล์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในประเทศกำลังพัฒนาและรายได้ต่ำ-ปานกลางบางประเทศ เป็นแหล่งที่มาหลักของแอลกอฮอล์ในตลาดนอกระบบ การควบคุมการขายจึงอาจจำเป็นต้องเสริมข้อบังคับ กฎหมายเป็นรายกรณี </span></p>
<p>ทั้งนี้ ต้องพิจารณาร่วมด้วยว่ามาตรการการควบคุมที่เข้มงวดเกินไปอาจ<span style="font-weight: 400;">ส่งเสริมให้เกิดตลาดแอลกอฮอล์ผิดกฎหมายได้เช่นกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น ตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุม จึงได้แก่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; จัดตั้ง ดำเนินการและบังคับใช้ระบบที่เหมาะสมในการควบคุมการผลิต การขายส่งและการให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กำหนดข้อจำกัดที่สมเหตุสมผลในการจำหน่ายแอลกอฮอล์และการดำเนินการของร้านแอลกอฮอล์ตามบรรทัดฐานทางวัฒนธรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -แนะนำระบบการออกใบอนุญาตสำหรับการขายปลีกหรือการผูกขาดของรัฐบาล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -การควบคุมจำนวนและที่ตั้งของร้านเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -กำหนดวันและชั่วโมงการขายปลีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -ควบคุมรูปแบบการขายปลีกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -ควบคุมการขายปลีกในสถานที่บางแห่งหรือในช่วงกิจกรรมพิเศษ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; กำหนดอายุขั้นต่ำที่เหมาะสมสำหรับการซื้อหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และนโยบายอื่นๆ เพื่อเพิ่มอุปสรรคในการขายและการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของวัยรุ่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ใช้นโยบายป้องกันการขายให้กับบุคคลที่มึนเมาและผู้ที่มีอายุต่ำกว่าเกณฑ์ตามกฎหมาย และพิจารณาเรื่องกลไกการรับผิดของผู้ขาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการดื่มในที่สาธารณะหรือในกิจกรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ใช้นโยบายเพื่อลดและขจัดความพร้อมในการผลิตการขายและการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผิดกฎหมาย ตลอดจนควบคุมหรือขัดขวางแอลกอฮอล์นอกระบบ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>6. การตลาดของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การลดผลกระทบของการตลาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อคนหนุ่มสาวถือเป็นประเด็นพิจารณาที่สำคัญในการลดการใช้แอลกอฮอล์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำการตลาดผ่านการโฆษณาและเทคนิคการส่งเสริมการขายที่ซับซ้อน รวมถึงการเชื่อมโยงแบรนด์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับกิจกรรมกีฬาและวัฒนธรรม อีกทั้งยังมีเทคนิคการตลาดใหม่ๆ เช่น อีเมล SMS พอดคาสต์ สื่อสังคมออนไลน์ และเทคนิคการสื่อสารอื่นๆ จึงเป็น</span><span style="font-weight: 400;">เรื่องยากมากที่จะกำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้บริโภคให้มีแค่ผู้ใหญ่ และป้องกันกลุ่มเด็กหรือวัยรุ่นมาเจอการตลาดแบบเดียวกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเมื่อเนื้อหาการตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และปริมาณหนุ่มสาวที่พบเจอการตลาดนั้นๆ เป็นประเด็นสำคัญ การปกป้องเยาวชนจากเทคนิคการตลาดเหล่านี้จึงควรหยิบยกมาพิจารณา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือส่วนหนึ่งของตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; กำหนดกรอบการกำกับดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพื้นฐานทางกฎหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -ควบคุมเนื้อหาและปริมาณการตลาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -ควบคุมการตลาดทางตรงหรือทางอ้อมในสื่อบางประเภทหรือทั้งหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -ควบคุมกิจกรรมสปอนเซอร์ที่ส่งเสริมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -จำกัด หรือแบนการโปรโมตที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่มีเป้าหมายเป็นกลุ่มเยาวชน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -ควบคุมเทคนิคการตลาดแอลกอฮอล์รูปแบบใหม่ เช่น โซเชียลมีเดีย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; พัฒนาหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานอิสระของระบบเฝ้าระวังการตลาดแอลกอฮอล์ ให้มีประสิทธิผล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; วางระบบการบริหารและการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสำหรับการละเมิดข้อ จำกัด ทางการตลาด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>7. นโยบายราคา</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้บริโภคที่หมายรวมไปถึงผู้ดื่มหนักและคนหนุ่มสาวมักมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาเครื่องดื่ม </span><span style="font-weight: 400;">นโยบายการกำหนดราคาจึงอาจลดการดื่มของผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และหยุดยั้งการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเพิ่มราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นมาตรการหนึ่งที่ได้รับผลดีที่สุดในการลดการใช้แอลกอฮอล์ โดยปัจจัยสำคัญสำหรับความสำเร็จของนโยบายดังกล่าวนี้ คือระบบการจัดเก็บภาษีที่มีประสิทธิผลที่สอดคล้องการจัดเก็บและการบังคับใช้ภาษี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุมมีดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; จัดทำระบบสำหรับการเก็บภาษีเฉพาะภายในประเทศสำหรับแอลกอฮอล์ พร้อมกับระบบการบังคับใช้ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจคำนึงถึงปริมาณแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มตามความเหมาะสม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ทบทวนราคาอย่างสม่ำเสมอโดยสัมพันธ์กับระดับเงินเฟ้อและรายได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ห้ามหรือ จำกัด การใช้โปรโมชั่นราคาทั้งทางตรงและทางอ้อม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; กำหนดราคาขั้นต่ำสำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (หากมี)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ให้สิ่งจูงใจด้านราคาสำหรับเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ลดหรือหยุดการให้เงินอุดหนุนแก่ผู้ประกอบการทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>8. การลดผลเสียจากการดื่มสุรา และสุราเป็นพิษ</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เป้าหมายนี้รวมถึงตัวเลือกนโยบายและการเข้าควบคุมที่มุ่งเน้นลดอันตรายจากการมึนเมาและการดื่มแอลกอฮอล์โดยตรง และไม่จำเป็นว่าต้องส่งผลกระทบต่อการบริโภคแอลกอฮอล์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุมมีดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ควบคุมบริบทการดื่มเพื่อลดความรุนแรงและพฤติกรรมก่อกวน รวมถึงการเสิร์ฟแอลกอฮอล์ในภาชนะพลาสติกหรือแก้วกันแตก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; บังคับใช้กฎหมายต่อต้านการให้บริการของมึนเมา และรับผิดทางกฏหมายจากผลของอันตรายที่เกิดจากความมึนเมาในการให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; กำหนดนโยบาย การจัดการที่เกี่ยวข้องกับการเสิร์ฟเครื่องดื่มในสถานที่อย่างมีความรับผิดชอบ และฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ในภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ลดความแรงของแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มประเภทต่างๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ให้การดูแลหรือที่พักพิงที่จำเป็นสำหรับผู้ที่มึนเมาอย่างรุนแรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ให้ข้อมูลผู้บริโภคเกี่ยวกับการติดฉลากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อระบุอันตรายที่เกี่ยวข้อง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>9. การลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนจากแอลกอฮอล์ที่ผิดกฎหมาย</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การบริโภคแอลกอฮอล์ที่ผิดกฎหมายนั้นอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น เพราะบางประเภทมีปริมาณเอทานอลสูงกว่าปกติ และอาจพบการปนเปื้อนของสารพิษ เช่น เมทานอล ฯลฯ อีกทั้งยังอาขัดขวางการเก็บภาษีของรัฐบาล และมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผลิตถูกต้องตามกฎหมาย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน การผลิตและการจำหน่ายแอลกอฮอล์นอกระบบฝังรากลึกในหลายวัฒนธรรม และไม่ถูกควบคุมจากทางการ ดังนั้นมาตรการควบคุมที่เกิดขึ้นอาจแตกต่างกันไปสำหรับแอลกอฮอล์ที่ถูกกฎหมายกับแอลกอฮอล์ที่ผิดกฎหมาย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุมส่วนหนึ่ง เป็นดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ควบคุมคุณภาพการผลิต และการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ควบคุมการขายแอลกอฮอล์ที่ผลิตอย่างไม่ถูกต้อง และนำเข้าสู่ระบบการจัดเก็บภาษี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สร้างระบบการควบคุม และบังคับใช้ที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการตราภาษี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; พัฒนาหรือเสริมสร้างระบบติดตามแอลกอฮอล์ที่ผิดกฎหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สร้างความมั่นใจในความร่วมมือ และแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการต่อต้านแอลกอฮอล์ผิดกฎหมายระหว่างหน่วยงานในระดับภูมิภาคและระดับโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ออกคำเตือนเกี่ยวกับสารปนเปื้อน และภัยคุกคามสุขภาพอื่นๆ จากแอลกอฮอล์ที่ผิดกฎหมายแก่สาธารณะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>10.การติดตามและเฝ้าระวัง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลจากการติดตามและเฝ้าระวัง ถือเป็นความสำเร็จและส่งเสริมนโยบายอีก 9 ตัวข้างต้น </span><span style="font-weight: 400;">เราจำเป็นต้องติดตามและเฝ้าระวังทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค จนถึงระดับโลก เพื่อตรวจสอบแนวโน้มความอันตราย เสริมสร้างการกำหนดนโยบาย และประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นจากนโยบายนั้นๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาระบบข้อมูลในระดับท้องถิ่นที่ยั่งยืนต้องใช้ตัวชี้วัด คำจำกัดความ และขั้นตอนรวบรวมข้อมูลที่เข้ากันได้กับระบบข้อมูลในระดับโลกและระดับภูมิภาคของ WHO เพื่อประเมินผลอย่างมีประสิทธิผล และติดตามแนวโน้มในอนาคตสำหรับการใช้แอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุมจึงเป็นดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; กำหนดกรอบกิจกรรมการติดตามและเฝ้าระวังที่มีประสิทธิผล รวมถึงสำรวจการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับท้องถิ่นเป็นระยะๆ โดยมีการแลกเปลี่ยนและเผยแพร่ข้อมูล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; จัดตั้งหรือกำหนดสถาบัน หน่วยงานที่รับผิดชอบในการรวบรวม จัดเรียง วิเคราะห์ และเผยแพร่ข้อมูลที่มีอยู่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; กำหนดและติดตามชุดตัวบ่งชี้ทั่วไปของการใช้แอลกอฮอล์ และดูการตอบสนองของนโยบาย และการแทรกแซงดังกล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สร้างที่เก็บข้อมูลในระดับประเทศตามตัวชี้วัดที่ตกลงกันในระดับสากล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; พัฒนากลไกการประเมินผลด้วยข้อมูลที่รวบรวม เพื่อจะได้สร้างนโยบายหรือโครงการต่อไปในอนาคต </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">10 ยุทธศาสตร์ที่ได้กล่าวมา อาจเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเริ่มต้นลดใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตราย ซึ่งอย่างน้อยที่สุดหากมีการนำมาปรับใช้ภายในแต่ละประเทศ ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นสามารถที่จะช่วยเหลือให้คนติดเหล้าไม่โดดเดี่ยว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะในวันที่ตัวเขาเองอยากจะเลิกเหล้า สภาพแวดล้อมในสังคมก็ควรจะเอื้อให้เขาเลิกเหล้าได้ด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ที่มา</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">10 areas governments could work with to reduce the harmful use of alcohol</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">https://www.who.int/news-room/feature-stories/detail/10-areas-for-national-action-on-alcohol?fbclid=IwAR2hFCgHOZKHpUlhLUUK26-o5UxQt6WVY_c9SpqHLS-Sl8S3sUYX8nVUhpc</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/10-policy-to-reduce-harmful-alcohol/">10 ยุทธศาสตร์การลดใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตรายจาก WHO ถึงรัฐบาลทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3625</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
