<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>บำบัดคนติดเหล้า Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/%E0%B8%9A%E0%B8%B3%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/บำบัดคนติดเหล้า/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:12:29 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>บำบัดคนติดเหล้า Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/บำบัดคนติดเหล้า/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>‘เริ่มดื่มเพราะหวังดี เลิกดื่มเพราะครอบครัว’ เรื่องราวของแม่ผู้ติดเหล้า</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/the-story-of-mom-alcoholic/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=the-story-of-mom-alcoholic</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Oct 2020 10:49:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าแล้วเปลี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มเหล้าของผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[การเลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[บำบัดคนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์คนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ติดเหล้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=2343</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; &#8211; เรื่องเล่าต่อไปนี้ถูกดัดแปลงมาจากประสบการณ์จริง โดยชื่อตัวละครที่ปรากฏในเรื่องแทนด้วยนามสมมติ &#8211; &#160; เหล้าแก้วแรกสำหรับใครหลายคนอาจเริ่มต้นดื่มเพราะความทุกข์ เพราะความอยากรู้อยากลอง เพราะความคึกคะนอง.. แต่สำหรับ ‘ป้านวล’ แล้ว เหล้าแก้วแรกของเธอดื่มเพราะความหวังดีที่มีต่อลูก “ป้าเริ่มดื่มเหล้า พวกเหล้าดองยาสมุนไพร หลังการอยู่ไฟคลอดลูกคนแรก” หญิงวัยใกล้ 60 ปีเริ่มต้นเล่าอดีตของเธอให้เราฟัง ดวงตาทั้งคู่ทอดมองไปไกลราวกับนึกย้อนความทรงจำ “มันเป็นความเชื่อ ตอนนั้นญาติผู้ใหญ่บอกว่าถ้าดื่มแล้วจะกินข้าวอร่อย กินได้เยอะ กินแล้วจะได้มีน้ำนมให้ลูก เราก็เลยดื่ม “พอดื่มไปได้สามเดือน ก็คิดว่าจะเลิก แต่เมื่อไม่ดื่มแล้วกลับกินข้าวไม่อร่อย ไม่อยากอาหาร ซึ่งถ้าไม่ได้กินข้าวเราก็ไม่มีนมให้ลูก สุดท้ายเลยต้องกลับไปดื่มเหล้าเพื่อให้กินได้ โดยพยายามลดให้เหลือน้อยที่สุด” สมัยป้านวลยังสาว เป็นคืนวันที่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ยังไม่แพร่หลายเหมือนปัจจุบัน กระทั่งการทำคลอดต้องอาศัยหมอตำแยในชุมชนแทนการฝากครรภ์ในโรงพยาบาล เธอจึงไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว หญิงให้นมบุตรไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะนอกจากทารกอาจได้รับแอลกอฮอล์ผ่านทางนมแม่แล้ว ฤทธิ์ของมันยังส่งผลต่อฮอร์โมนในร่างกาย ทำให้เธอมีน้ำนมน้อยลงอีกด้วย ป้านวลเพียงเข้าใจและจดจำว่าหลังดื่มเหล้าแล้ว เธอจะรู้สึกร้อน เหงื่อออกจนสบายตัว ทำให้อยากอาหารมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อตั้งครรภ์และคลอดลูกคนที่สอง เธอจึงทำแบบเดียวกัน จนกระทั่งรู้ตัวอีกที เหล้าก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเป็นแม่แทบทุกชั่วขณะ “พอลูกโตแล้ว แฟนเราก็ดันเป็นคนเจ้าชู้” ป้านวลเล่าต่อ “บางทีเขานอกใจเรา เรารู้สึกน้อยใจ ไม่รู้จะระบายออกมายังไงก็เลือกจะดื่มให้เมา ดื่มย้อมใจให้ลืมความเจ็บปวด” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/the-story-of-mom-alcoholic/">‘เริ่มดื่มเพราะหวังดี เลิกดื่มเพราะครอบครัว’ เรื่องราวของแม่ผู้ติดเหล้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><em>&#8211; เรื่องเล่าต่อไปนี้ถูกดัดแปลงมาจากประสบการณ์จริง โดยชื่อตัวละครที่ปรากฏในเรื่องแทนด้วยนามสมมติ &#8211;</em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เหล้าแก้วแรกสำหรับใครหลายคนอาจเริ่มต้นดื่มเพราะความทุกข์ เพราะความอยากรู้อยากลอง เพราะความคึกคะนอง..</p>
<p>แต่สำหรับ ‘ป้านวล’ แล้ว เหล้าแก้วแรกของเธอดื่มเพราะความหวังดีที่มีต่อลูก</p>
<p>“ป้าเริ่มดื่มเหล้า พวกเหล้าดองยาสมุนไพร หลังการอยู่ไฟคลอดลูกคนแรก” หญิงวัยใกล้ 60 ปีเริ่มต้นเล่าอดีตของเธอให้เราฟัง ดวงตาทั้งคู่ทอดมองไปไกลราวกับนึกย้อนความทรงจำ “มันเป็นความเชื่อ ตอนนั้นญาติผู้ใหญ่บอกว่าถ้าดื่มแล้วจะกินข้าวอร่อย กินได้เยอะ กินแล้วจะได้มีน้ำนมให้ลูก เราก็เลยดื่ม</p>
<p>“พอดื่มไปได้สามเดือน ก็คิดว่าจะเลิก แต่เมื่อไม่ดื่มแล้วกลับกินข้าวไม่อร่อย ไม่อยากอาหาร ซึ่งถ้าไม่ได้กินข้าวเราก็ไม่มีนมให้ลูก สุดท้ายเลยต้องกลับไปดื่มเหล้าเพื่อให้กินได้ โดยพยายามลดให้เหลือน้อยที่สุด”</p>
<p>สมัยป้านวลยังสาว เป็นคืนวันที่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ยังไม่แพร่หลายเหมือนปัจจุบัน กระทั่งการทำคลอดต้องอาศัยหมอตำแยในชุมชนแทนการฝากครรภ์ในโรงพยาบาล เธอจึงไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว หญิงให้นมบุตรไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะนอกจากทารกอาจได้รับแอลกอฮอล์ผ่านทางนมแม่แล้ว ฤทธิ์ของมันยังส่งผลต่อฮอร์โมนในร่างกาย ทำให้เธอมีน้ำนมน้อยลงอีกด้วย</p>
<p>ป้านวลเพียงเข้าใจและจดจำว่าหลังดื่มเหล้าแล้ว เธอจะรู้สึกร้อน เหงื่อออกจนสบายตัว ทำให้อยากอาหารมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อตั้งครรภ์และคลอดลูกคนที่สอง เธอจึงทำแบบเดียวกัน จนกระทั่งรู้ตัวอีกที เหล้าก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเป็นแม่แทบทุกชั่วขณะ</p>
<p>“พอลูกโตแล้ว แฟนเราก็ดันเป็นคนเจ้าชู้” ป้านวลเล่าต่อ “บางทีเขานอกใจเรา เรารู้สึกน้อยใจ ไม่รู้จะระบายออกมายังไงก็เลือกจะดื่มให้เมา ดื่มย้อมใจให้ลืมความเจ็บปวด”</p>
<p>เหล้ากลายเป็นเพื่อนคู่ทุกข์ยากของป้านวลยามโศกเศร้า และในขณะเดียวกัน หลังจากป้านวลและสามีคืนดีกัน เหล้าก็กลายเป็นเพื่อนร่วมฉลองความรัก เพราะ “แฟนเราก็เป็นคนชอบดื่ม บางครั้งเขาซื้อมาก็ชวนให้เราดื่มเป็นเพื่อน เราเคยดื่มอยู่แล้วก็ไม่ปฏิเสธ”</p>
<p>ไม่เพียงแค่สามีที่รู้ว่าเธอกลายเป็นนักดื่ม แต่บรรดาญาติสนิทมิตรสหายเองก็รู้เช่นเดียวกัน เวลาป้านวลไปเที่ยวบ้านคนอื่นๆ ทีไร พวกเขาจึงมักจะหาเหล้าและกับแกล้มมาต้อนรับขับสู้เธออยู่เสมอ</p>
<p>“ถ้าอยู่คนเดียวเราก็ไม่ได้อยากดื่มขนาดนั้น” ป้านวลพูดเสียงอ่อน “แต่พอเพื่อนฝูงชวนดื่มด้วยกัน เขาออกไปซื้อมาให้ เราก็ปฏิเสธไม่ได้”</p>
<p>แก้วแล้ว แก้วเล่า นานวันเข้าป้านวลกลับติดลมอย่างไม่ทันรู้ตัว ปริมาณแอลกอฮอล์ที่เคยทำให้เมาไม่ส่งผลเหมือนเดิม เพื่อนในวงเหล้าก็ดูเหมือนจะเพิ่มมากขึ้น ทุกๆ วันก่อนไปทำงานหรือทำกิจกรรมอะไรสักอย่าง ป้านวลต้องเริ่มต้นด้วยการดื่มเหล้าก่อนทุกครั้ง</p>
<p>“ดื่มแค่เป๊กเดียวก็ไม่อยู่นะ” ป้านวลว่า “บางครั้งดื่มไปหนึ่งเป๊กก็อาเจียนออกมา ต้องดื่มเป๊กที่สอง ที่สาม.. เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าร่างกายจะรู้สึกสบาย หายสั่นนั่นล่ะ ถึงจะไปทำงานได้</p>
<p>“ตอนทำงานก็ต้องรีบทำตอนที่ฤทธิ์เหล้ายังอยู่ในร่างกาย ถ้าหมดฤทธิ์เมื่อไรละก็ ร้อน เหงื่อแตก อยากจะอาบน้ำแต่ก็ไม่กล้า เพราะกลัวว่าจะช็อก”</p>
<p>น้ำเมาไม่ได้เปลี่ยนแค่วิถีชีวิตการทำงานของป้านวล แต่ยังเปลี่ยนการกินและการนอนของป้านวลไปโดยสิ้นเชิง</p>
<p>“เวลาเราดื่มจนเมา เราก็นอนผิดเวลา นอนตั้งแต่ 5-6 โมงไปตื่นตีสอง ตอนนอนก็นอนหลับไม่สนิท มีสะดุ้งตื่นเป็นพักๆ คืนหนึ่งมากกว่า 20 ครั้งจนสว่าง บางคืนถึงขั้นสะดุ้งตื่นกลางดึกเพื่อมาอาเจียนด้วยซ้ำ เวลาได้ยินเสียงไก่ขันนะ เราจะโอดครวญตลอดว่าไม่อยากให้ขันเลย ไม่อยากให้ถึงตอนเช้า</p>
<p>“ช่วงที่ติดหนักๆ ข้าวก็ไม่ตกถึงท้อง มันกินไม่ได้เลย อยู่ได้ด้วยเหล้า ผสมกับการกินเม็ดมะยม มะม่วง อาศัยเคี้ยวแล้วกินแต่น้ำ เพราะเนื้อหรือกากก็กลืนไม่ค่อยลง”</p>
<p>เพราะอาการติดเหล้าจน ‘กินไม่ได้ นอนไม่หลับ’ เช่นนี้เองที่ทำให้ร่างกายของป้านวลช่วงนั้นผ่ายผอมทรุดโทรม น้ำหนักตัวเหลือเพียง 38 กิโลกรัม จนลูกหลานที่ทั้งอยู่ร่วมกันและย้ายไปอยู่ในเมืองหลวงต่างทนดูไม่ได้ ต้องแวะเวียนมาขอร้องให้ป้านวลเลิกเหล้าเสียที</p>
<p>“เขาบอกว่าไม่สงสารลูกหลานบ้างเหรอ ลูกหลานเขาอายนะที่มีแม่มียายแบบนี้” ป้านวลกล่าว น้ำเสียงเซื่องซึมเล็กน้อยเมื่อพูดถึงความสัมพันธ์ของตนเองและบุตรหลานในช่วงนั้น เธอยอมรับว่าทั้งถูกขอร้อง ตำหนิ ประชดประชันมาทุกรูปแบบ จวบจนกระทั่งเธอค่อยๆ สำนึกได้เมื่อหลานสาวย้ายจากเมืองหลวงมาเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้านในต่างจังหวัด</p>
<p>“ลูกสาวบอกว่า แม่ หลานย้ายมาเรียนที่นี่ มาอยู่ที่นี่ ถ้าแม่ยังกินเหล้าเมา นอนไม่รู้เรื่องรู้ราว มีอะไรเกิดขึ้นกับหลาน มีโจรขโมยขึ้นบ้านมาทำร้ายหลาน แม่จะทำยังไง หลานจะทำยังไง” ด้วยความรักที่มีต่อครอบครัวนี้เองที่ทำให้ป้านวลเริ่มต้นคิดเรื่องเลิกเหล้าอย่างจริงจัง ประจวบเหมาะกับในช่วงนั้น สามีของเธอดื่มเหล้า เมาและทำร้ายร่างกายเธอจนหัวแตก ต้องไปโรงพยาบาล เธอจึงได้พูดคุยกับคุณหมอที่นั่น</p>
<p>“หมอเห็นเราแล้วก็บอกว่าป้าควรจะหยุดดื่มนะ แนะนำให้เราเอายาไปกิน แต่เรายังไม่กล้าเพราะกลัวจะเสียยาคุณหมอ เลยรับปากไปว่าจะพยายามหยุดเอง ถ้าไม่ไหวจริงๆ จะมานำยากลับไปกิน”</p>
<p>คำว่า ‘ยา’ อาจจะเป็นตัวกระตุ้นที่ดีสำหรับป้านวล เพราะเธอได้ยินจากคนเคยกินว่า ‘ยาเบื่อเหล้า’ ทำให้คนอาเจียนจนเบื่อเหล้า ฉะนั้นถ้าไม่อยากอาเจียนก็ต้องเลิก ป้านวลไม่อยากตกอยู่ในสภาพนั้น จึงกัดฟันทนเลิกเหล้าด้วยตัวเองให้ได้</p>
<p>“ตอนเริ่มเลิกใหม่ๆ ก็กลัวว่าจะช็อกเพราะถอนเหล้า เราต้องพยายามสังเกตตัวเอง ต้องค่อยๆ ลดการดื่มลง” ช่วงแรกๆ ป้านวลจึงยังวนเวียนอยู่กับการดื่มวันละนิดวันหน่อยเพื่อให้ร่างกายได้ปรับสภาพ แล้วค่อยๆ กินอาหารให้มีแรง</p>
<p>เริ่มจากการซดน้ำข้าวต้ม กินเนื้อข้าวต้มสักสองสามเม็ด ดื่มน้ำตาม วันต่อมาก็พยายามกินให้ได้มากขึ้น จนเปลี่ยนมาเป็นข้าวสวย เคี้ยวข้าวให้ละเอียดแล้วกินน้ำอุ่นตามให้คล่องคอ อดทนกินจนกว่าจะกินเท่าคนปกติ</p>
<p>“ตอนนั้น ทุกครั้งที่เรากินได้มากขึ้น จะรู้สึกภูมิใจเป็นพิเศษเลย” ป้านวลเสริมด้วยรอยยิ้ม ก่อนเล่าว่าชาวบ้านเอง เมื่อทราบข่าวว่าเธอต้องการเลิกเหล้า ก็พยายามแนะนำวิธีการต่างๆ นานา ให้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการต้มรางจืดกิน ดื่มโซดาแทนเหล้า ฯลฯ อะไรที่เขาว่าดี ป้านวลพยายามทำตามทั้งหมด “ซึ่งมันก็ดูเหมือนจะได้ผลอยู่บ้างนะ” เธอหัวเราะ</p>
<p>อีกสิ่งหนึ่งที่เธอทำ คือทุกครั้งที่พาสามีแวะเวียนไปตรวจร่างกาย รักษา เธอจะใช้เวลาระหว่างรอตรวจอ่านคู่มือ แผ่นพับ หรือบอร์ดให้ความรู้แนะนำการเลิกเหล้าที่โรงพยาบาล รวมถึงคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเคล็ดลับจากผู้ป่วยที่เข้าบำบัดอาการติดเหล้า ทำให้ป้านวลมีพื้นฐานความรู้เรื่องการดูแลตัวเองช่วงเลิกเหล้าอยู่มากพอสมควร</p>
<p>ความเปลี่ยนแปลงได้บังเกิดขึ้นทีละเล็ก ทีละน้อยกับตัวป้านวล มือของเธอไม่สั่น ไม่รู้สึกครั่นเนื้อตัว อยากดื่มเหล้าจนทนไม่ไหวอีกต่อไป</p>
<p>“ตอนหลังเราได้เจอหมอคนเดิม คนที่บอกให้หยุดดื่ม เพราะต้องไปเฝ้าแฟนรักษาตัวที่โรงพยาบาล เขาก็ถามว่าเลิกดื่มได้หรือยัง เราตอบเลยว่าเลิกแล้ว หมอหัวเราะใหญ่ บอกว่าถ้ายังไม่เลิก จะให้ยากลับไปกินเดี๋ยวนี้เลย”</p>
<p>แต่เส้นทางเลิกเหล้าของป้านวลก็คล้ายคลึงกับใครหลายคน คือตัดไม่ขาดทีเดียวในครั้งแรก เมื่อป้านวลต้องพบกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ คือการสูญเสียสามีไปเพราะโรคร้าย เธอก็หันกลับไปดื่มเหล้าให้ลืมทุกข์อีกครั้ง</p>
<p>หากเป็นครอบครัวของเธอเองที่คอยรั้งตัวเธอไว้ไม่ให้จมดิ่งกับเหล้าอีกหน “พอเขาเห็นเราเริ่มดื่มอีก ลูกก็มาถามเราว่าแม่ดื่มเพราะอะไร ทำไมต้องดื่ม เป็นเพราะคิดถึงพ่อเหรอ” ป้านวลยังจำได้ดีว่านั่นเป็นคำถามที่มาพร้อมน้ำตาของลูกสาวและลูกเขย “เขาบอกว่าแม่หยุดเถอะ พ่อก็เสียไปแล้ว ถ้าแม่ไม่หยุดแล้วเป็นอะไรไปขึ้นมาอีกคน จะไม่มีใครคอยดูแลลูกหลาน แม่อยากได้อะไรก็จะไม่ได้ อยากกินของอร่อยก็จะกินไม่ได้ แต่งตัวสวยก็ไม่ได้”</p>
<p>คำพูดของครอบครัวทำให้ป้านวลตระหนักได้ว่าเธอเกือบจะมองข้ามความรักความหวังดีของคนที่เหลืออยู่ไปพึ่งเหล้าเสียแล้ว  หลังจากนั้นเป็นต้นมา ป้านวลจึงเริ่มต้นกระบวนการเลิกเหล้าใหม่ เปลี่ยนไปหากิจกรรมอย่างอื่น เช่น ทำความสะอาดบ้าน เข้าวัดทำบุญ สวดมนต์ พบปะเพื่อนฝูงโดยไม่มีน้ำเมาในเวลาว่างแทน</p>
<p>“จนถึงตอนนี้ เราสามารถปฏิเสธเหล้าได้เด็ดขาดแล้ว” ป้านวลยิ้มกว้าง “ใครมาชวนก็บอกว่าฉันไม่ดื่ม ฉันจะอยู่ดูแลลูกหลานไปโรงเรียนนานๆ อีกอย่าง ถ้าดื่มแล้ว เงินมีเท่าไรก็หมด ต้องซื้อให้ตัวเอง ให้คนอื่น อยากเก็บเงินเลยไม่ดื่มดีกว่า</p>
<p>“เราหยุดดื่มเพื่อลูกหลาน เพื่อตัวเอง เลิกดื่มแล้วสุขภาพก็ดี ไม่เจ็บป่วยง่าย ลูกหลานเองก็ไม่มีอะไรดีใจเท่ากับแม่หยุดเหล้า เขาไม่อายเวลาพาเพื่อนมาบ้าน เมื่อก่อนนะ หลานไม่มองหน้าเราเลย ไม่ชอบเรา ตะคอกใส่ยายให้น้อยใจตลอด พอเราเลิกเท่านั้น หลานรักเรา เรียกยายทุกวัน สนิทสนมกันมากขึ้น</p>
<p>“ลูกๆ ทุกคนก็อยากมาเยี่ยม หลังจากที่ไม่ค่อยมาหาเลย ล่าสุดเขามาเยี่ยมวันแม่ มากราบเท้า บอกว่ามาขอพรจากแม่”</p>
<p>ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้ป้านวลตระหนักว่า ครอบครัวเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้นักดื่มมีกำลังใจในการเลิกเหล้า และยิ่งมั่นใจมากขึ้นเมื่อเห็นตัวอย่างนักดื่มที่ไม่สามารถเลิกได้เพราะคนในบ้านมีความสัมพันธ์แบบตั้งแง่ใส่กัน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ป้านวลเชื่อว่าทุกรอยร้าวในครอบครัวสามารถเริ่มต้นได้จากการหยุดดื่มแบบจริงจัง</p>
<p>“เราจะบอกผู้หญิงที่มีปัญหาเรื่องการดื่มและครอบครัวอยู่เสมอว่าให้ลองเริ่มหยุดเหล้าก่อน ไม่ว่าจะยากแค่ไหนก็ตาม เพราะมันช่วยให้ดีขึ้นได้จริงๆ ดูคนที่ดื่มหนักแบบเราสิยังเลิกได้ เธอเองก็ต้องเลิกได้”</p>
<p>คำแนะนำเหล่านี้รับประกันด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุขของคนเล่า ซึ่งเลิกเหล้าแล้วถาวร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/the-story-of-mom-alcoholic/">‘เริ่มดื่มเพราะหวังดี เลิกดื่มเพราะครอบครัว’ เรื่องราวของแม่ผู้ติดเหล้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2343</post-id>	</item>
		<item>
		<title>Sober Stick Figure ชีวประวัติของ แอมเบอร์ โทเซอร์ คน (เคย) ติดเหล้า</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/sober-stick-figure-amber-tozer/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=sober-stick-figure-amber-tozer</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 Oct 2020 04:45:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าแล้วเปลี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[Sober Stick Figure]]></category>
		<category><![CDATA[คนดังติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[คนดังเลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[บำบัดคนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[แอมเบอร์ โทเซอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=2309</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;การเลิกเหล้ามันไม่ได้ทำให้คุณฉลาดขึ้นในทันทีทันใดหรอก แต่มันจะสอนคุณอย่างหนักหน่วงไปเรื่อยๆ จนกว่าคุณจะโง่น้อยลงไปเอง&#8221; คงมีไม่กี่คนที่ผ่านประสบการณ์การติดเหล้ามาตั้งแต่เจ็ดขวบจนพาชีวิตซัดเซแทบลุกยืนไม่ไหว แต่เมื่อตั้งหลักได้ก็ตัดสินใจนำเรื่องราวความพินาศในชีวิตมาเล่าเป็นความเรียงผ่านหนังสือเปี่ยมอารมณ์ขันแบบที่ แอมเบอร์ โทเซอร์ ทำได้ อาจเป็นเพราะความได้เปรียบอย่างหนึ่งคือเธอมองโลกในแง่ดี และลำดับต่อมา เธอมีเซนส์ขำขัน -ไม่ว่าจะเมาหรือไม่เมา- อันหาได้ยาก ซึ่งทั้งสองข้อนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ Sober Stick Figure หนังสือชีวประวัติของเธอที่เล่าถึงชีวิตล้มลุกคลุกคลานหลังติดเหล้าของเธอกลายเป็นหนังสือขายดีและเปิดเปลือยชีวิตของคนที่ใช้เวลาครึ่งหนึ่งของวันหมดไปกับการประคองสติกับประคองแก้วเหล้า &#8220;ครั้งแรกที่ฉันได้ลองดื่มแอลกอฮอล์คือตอนอยู่ในบ้านคุณย่า อายุสักเจ็ดขวบได้ คุณลุงวูดดีเอาเบียร์ให้ฉันลองมาจิบๆ ดูซึ่งฉันคิดว่ารสชาติมันอย่างกะฉี่เปรี้ยวๆ แน่ะ อ้อ ฉันรู้ว่าฉี่รสชาติเป็นยังไงเพราะฉันเป็นเด็กบ๊องๆ น่ะ ในตอนนั้นนะ&#8221; โทเซอร์เขียนในหนังสือ Sober Stick Figure ประเด็นคือ ตัวโทเซอร์ในวัยเจ็ดขวบซึ่งเป็นเด็กบ๊องๆ ไม่คิดสักนิดว่าการได้ลองชิมเบียร์แถมยังไม่ประทับใจรสชาติเหมือนฉี่ของมันเท่าไหร่ จะกลายมาเป็นประตูบานสำคัญที่ทำให้เธอในวัยผู้ใหญ่หมกมุ่นกับการดื่มเหล้าและเบียร์แทบไม่ว่างเว้นแต่ละวัน เธอเติบโตในรัฐโคโลราโดท่ามกลางญาติมิตรและเพื่อนบ้านนักดื่ม แม้พวกเขาจะไม่ได้เชื้อเชิญให้เธอเข้ามาร่วมวงลองจิบทุกครั้งที่เปิดขวด แต่การห้อมล้อมและเห็นบรรยากาศเช่นนั้นตั้งแต่เด็กก็มีส่วนไม่น้อยที่ทำให้เธอโตมาพร้อมกับกำขวดเบียร์ไว้ในมือไม่ห่าง รู้ตัวอีกที เธอและคนรอบตัวก็นิยามว่าโทเซอร์กลายเป็น &#8220;คนติดเหล้า&#8221; อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว เช่นเดียวกับคนติดเหล้าอีกหลายล้านคนบนโลก โทเซอร์พบปัญหาสุขภาพที่ดิ่งลงเหวอย่างไม่อาจเยียวยาแก้ไข บวกกับความกดดันหลังพยายามห่างจากแอลกอฮอล์ ที่ยิ่งพยายามหักดิบมากเท่าไหร่ยิ่งกลายเป็นว่าเธอกลับไปหามันอย่างรวดเร็วและรุนแรงขึ้นเท่านั้น คนรักของเธอในเวลานั้นพยายามรับมือกับโทเซอร์ที่อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ และตัวติดหนึบกับเหล้า (เผลอๆ อาจจะมากกว่าเขา) จนต้องแยกย้ายกันไปอยู่คนละทิศคนละทาง ประกอบกับความรู้สึกเคว้งคว้างของชีวิตหลังย้ายมาอยู่ตัวคนเดียวในเมืองใหญ่ เผชิญเหตุการณ์ 911 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/sober-stick-figure-amber-tozer/">Sober Stick Figure ชีวประวัติของ แอมเบอร์ โทเซอร์ คน (เคย) ติดเหล้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&#8220;การเลิกเหล้ามันไม่ได้ทำให้คุณฉลาดขึ้นในทันทีทันใดหรอก แต่มันจะสอนคุณอย่างหนักหน่วงไปเรื่อยๆ จนกว่าคุณจะโง่น้อยลงไปเอง&#8221;</p>
<p>คงมีไม่กี่คนที่ผ่านประสบการณ์การติดเหล้ามาตั้งแต่เจ็ดขวบจนพาชีวิตซัดเซแทบลุกยืนไม่ไหว แต่เมื่อตั้งหลักได้ก็ตัดสินใจนำเรื่องราวความพินาศในชีวิตมาเล่าเป็นความเรียงผ่านหนังสือเปี่ยมอารมณ์ขันแบบที่ <strong>แอมเบอร์ โทเซอร์</strong> ทำได้ อาจเป็นเพราะความได้เปรียบอย่างหนึ่งคือเธอมองโลกในแง่ดี และลำดับต่อมา เธอมีเซนส์ขำขัน -ไม่ว่าจะเมาหรือไม่เมา- อันหาได้ยาก ซึ่งทั้งสองข้อนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ Sober Stick Figure หนังสือชีวประวัติของเธอที่เล่าถึงชีวิตล้มลุกคลุกคลานหลังติดเหล้าของเธอกลายเป็นหนังสือขายดีและเปิดเปลือยชีวิตของคนที่ใช้เวลาครึ่งหนึ่งของวันหมดไปกับการประคองสติกับประคองแก้วเหล้า</p>
<p>&#8220;ครั้งแรกที่ฉันได้ลองดื่มแอลกอฮอล์คือตอนอยู่ในบ้านคุณย่า อายุสักเจ็ดขวบได้ คุณลุงวูดดีเอาเบียร์ให้ฉันลองมาจิบๆ ดูซึ่งฉันคิดว่ารสชาติมันอย่างกะฉี่เปรี้ยวๆ แน่ะ อ้อ ฉันรู้ว่าฉี่รสชาติเป็นยังไงเพราะฉันเป็นเด็กบ๊องๆ น่ะ ในตอนนั้นนะ&#8221; โทเซอร์เขียนในหนังสือ Sober Stick Figure</p>
<p>ประเด็นคือ ตัวโทเซอร์ในวัยเจ็ดขวบซึ่งเป็นเด็กบ๊องๆ ไม่คิดสักนิดว่าการได้ลองชิมเบียร์แถมยังไม่ประทับใจรสชาติเหมือนฉี่ของมันเท่าไหร่ จะกลายมาเป็นประตูบานสำคัญที่ทำให้เธอในวัยผู้ใหญ่หมกมุ่นกับการดื่มเหล้าและเบียร์แทบไม่ว่างเว้นแต่ละวัน</p>
<p>เธอเติบโตในรัฐโคโลราโดท่ามกลางญาติมิตรและเพื่อนบ้านนักดื่ม แม้พวกเขาจะไม่ได้เชื้อเชิญให้เธอเข้ามาร่วมวงลองจิบทุกครั้งที่เปิดขวด แต่การห้อมล้อมและเห็นบรรยากาศเช่นนั้นตั้งแต่เด็กก็มีส่วนไม่น้อยที่ทำให้เธอโตมาพร้อมกับกำขวดเบียร์ไว้ในมือไม่ห่าง รู้ตัวอีกที เธอและคนรอบตัวก็นิยามว่าโทเซอร์กลายเป็น &#8220;คนติดเหล้า&#8221; อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว</p>
<p>เช่นเดียวกับคนติดเหล้าอีกหลายล้านคนบนโลก โทเซอร์พบปัญหาสุขภาพที่ดิ่งลงเหวอย่างไม่อาจเยียวยาแก้ไข บวกกับความกดดันหลังพยายามห่างจากแอลกอฮอล์ ที่ยิ่งพยายามหักดิบมากเท่าไหร่ยิ่งกลายเป็นว่าเธอกลับไปหามันอย่างรวดเร็วและรุนแรงขึ้นเท่านั้น</p>
<p>คนรักของเธอในเวลานั้นพยายามรับมือกับโทเซอร์ที่อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ และตัวติดหนึบกับเหล้า (เผลอๆ อาจจะมากกว่าเขา) จนต้องแยกย้ายกันไปอยู่คนละทิศคนละทาง ประกอบกับความรู้สึกเคว้งคว้างของชีวิตหลังย้ายมาอยู่ตัวคนเดียวในเมืองใหญ่ เผชิญเหตุการณ์ 911 ที่สั่นสะเทือนสหรัฐฯ โทเซอร์พบว่าทางออกเดียวที่เธอควานหาให้ตัวเองได้ในเวลานั้น คือการดื่มให้หนักกว่าที่เคยเพื่อให้ปัญหาทุกอย่างมันจางลงไปเอง</p>
<p>แน่นอนว่านั่นไม่ได้ผล หรือถ้าได้ผลก็แค่ในระยะสั้นเท่านั้น &#8220;ฉันรู้มาตลอดว่าพวกคนติดเหล้าน่ะเพี้ยนทั้งนั้นแหละ เราหมกมุ่น เรามีความในใจมากมาย และพยายามดื่มเหล้าเพื่อกลบฝังความในใจพวกนี้ให้เงียบไป ความกระหายที่จะดื่มนั้นแสนแข็งแรง เราจะดื่มจนกว่าจะสลบเหมือดไปเอง และก็นะ พอได้ลองดื่มแก้วแรก เดี๋ยวแก้วที่สองสามก็จะตามมาอีกเพียบ ร่างกายและจิตใจของพวกเรา -คนติดเหล้า- น่ะแตกต่างไปจากพวกคนปกติไปหลายช่วงตัวเลยล่ะ&#8221;</p>
<p>ภาวะติดเหล้าของโทเซอร์นั้นเลวร้ายลงเรื่อยๆ เธอเคยใช้เวลาดื่มเหล้าติดต่อกันหกเดือนทุกคืนแบบไม่ให้ตับได้พักผ่อน ซึ่งเธอบอกว่าเอาเข้าจริงก็จำเหตุการณ์ เรื่องราวอะไรในช่วงเวลานั้นไม่ได้มากนัก สิ่งเดียวที่เธอจำได้ก็แค่ &#8220;ตื่นขึ้น&#8221; กับ &#8220;โผล่มาผับสักแห่ง&#8221; แล้ววนเป็นวัฏจักรชีวิตยาวนานครึ่งปี</p>
<p>&#8220;มีอยู่ครั้งนึง ฉันตื่นขึ้นบนรถไฟในโคนีย์ ไอส์แลนด์ ดวงอาทิตย์กำลังจะขึ้นแล้ว ฉันเป็นแค่ผู้โดยสารเพียงคนเดียว แต่ก็นะ ฉันได้แต่บอกตัวเองว่ายังไงซะก็อยากมาที่นี่ตลอดเวลาอยู่แล้ว&#8221; เธอเล่า</p>
<p>&#8220;สภาพจิตใจฉันย่ำแย่ มีภาวะวิตกกังวล บางทีก็คิดว่าคนต้องเกลียดเราแน่ๆ บางทีเราก็เกลียดตัวเอง แล้วพอเป็นอย่างนั้น เราก็ขอผ่อนคลายด้วยไวน์สักแก้ว เบียร์สักเหยือกหรือไม่ก็ผสมๆ กันมาเลยก็แล้วกันวะ และนั่นแหละ ความรู้สึกเป็นมิตร อบอุ่นที่แอกกอฮอล์มอบให้เราตั้งแต่เรากรอกมันเข้าปากแล้วไหลพรวดลงไปในช่องท้อง&#8221; เธอบอก</p>
<p>&#8220;ไอ้ความรู้สึกนั้นมันเหมือนสัมผัสจากพระเจ้าเลย เหมือนพระองค์มาลูบผมเรา บอกว่าไม่เป็นไรน่ะ เดี๋ยวทุกอย่างก็ดีขึ้นเอง จากนั้นก็ขึ้นอยู่กับเราแล้วว่าจะดื่มแค่แก้วเดียวหรือสองแก้ว ซึ่งในกรณีของฉันคือสิบสี่แก้ว&#8221;</p>
<p>ความเศร้าคือ แม้เธอจะรู้ว่าแอลกอฮอล์และเหล้าสารพัดชนิดกำลังทำชีวิตเธอพัง แต่เธอก็ปล่อยมือจากมันไม่ได้จริงๆ และยิ่งทำให้เธอตกที่นั่งลำบากในการใช้ชีวิตจนถึงขั้นแทบจะล้มหมอนนอนเสื่อ ในทางกลับกัน มันก็ทำให้เธอเข้าอกเข้าใจคนที่ยังเลิกเหล้าไม่ได้</p>
<p>&#8220;เวลาคนทั่วไปบอกว่า &#8216;หยุดดื่มเหล้า หยุดใช้ยาพวกนั้นเถอะน่า เธอเลือกที่จะไม่ใช้พวกมันได้นี่ ใช้จิตสำนึกหน่อย&#8217; ฉันก็สวนกลับไปทุกทีแหละว่า &#8216;เงียบเหอะน่ะ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังพูดเรื่องอะไรอยู่ จงใช้สมองและตรรกะแบบปกติของตัวเองเพื่อแก้ปัญหาของตัวเองไปเถอะ แล้วปล่อยให้พวกเราเมาเรื้อนแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะหาทางออกได้เองก็แล้วกัน'&#8221; แต่ทั้งที่ตอบอย่างนั้น ตัวโทเซอร์เองก็รู้ว่ามันไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง เธอจึงตัดสินใจสมัครเข้ารับการบำบัดการเลิกเหล้าอย่างเป็นจริงเป็นจัง&#8230; และก็รู้ในทันทีว่า ทำไมที่ผ่านมา หลายคน -รวมทั้งเธอ- ถึงเลิกเหล้าเองได้ยากลำบากเหลือเกิน</p>
<p>&#8220;ตอนต้องไปเข้ารับการบำบัดกลุ่มผู้ติดเหล้า ฉันฉุนจัดเลยตอนถูกประเมินว่าเป็นคนติดแอลกอฮอล์ และฉุนกว่าเดิมเพราะว่าทำอะไรแก้ไอ้ความฉุนนี้ไม่ได้เลย (หัวเราะ) แค่ต้องนั่งจมอยู่กับความเดือดดาลของตัวเอง เฝ้ารอให้ความรู้สึกมันหายไปเอง และหวังว่าจะไม่ไปทำใครเจ็บตัวเข้าระหว่างเข้ารับการบำบัด และนั่นแหละที่ฟาดฉันเข้าอย่างจัง เพราะทางเดียวที่จะทำให้ทุกอย่างมันผ่านไปได้คือต้องดื่มไง! ดื่มให้ความรู้สึกพวกนี้มันหายไป ลองนึกภาพโลกที่ไม่มีคนเมาสิ เราคงฆ่ากันตายไปแล้ว&#8221;</p>
<p>แต่ทั้งที่ลำบากและแทบจะลุกไปทุบผู้ร่วมบำบัดด้วยความหงุดหงิดจากอาการอยากแอลกอฮอล์ โทเซอร์ก็รอดจากมันมาได้หลายปีแล้ว ทุกวันนี้เธอใช้ชีวิตเป็นนักเขียนอิสระกับเดี่ยวไมโครโฟนหญิงที่ขึ้นแสดงในผับเล็กๆ ซึ่งต่อให้เธอต้องเผชิญหน้ากับถังเหล้าขนาดยักษ์ในผับที่ขึ้นแสดงทุกวัน มันก็ไม่อาจสั่นสะเทือนอะไรเธอได้อีกแล้ว</p>
<p>&#8220;การดื่มเหล้ามันมีแต่กอบโกยไปจากเรา การเลิกเหล้านั้นมีแต่ให้ ความรื่นรมย์ที่ฉันพบระหว่างการพยายามเลิกเหล้ามันดียิ่งกว่าการใช้ยาหรือแอลกอฮอล์ตัวไหนอีก ความรื่นรมย์เล็กๆ น้อยๆ ทว่าแสนสวยงาม เราไม่ต้องพบเจอกับอาการเมาค้างนรกแตก ไม่ต้องคอยจัดการชีวิตแหลกเหลว และฉันก็ไม่ต้องตกเป็นทาสของสิ่งที่พร้อมจะฆ่าฉันให้ตายอีกต่อไป&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
<p>&nbsp;</p>
</div>
<p>ที่มา</p>
<p><a href="https://www.youtube.com/watch?v=R0gtJKnEwdE">https://www.youtube.com/watch?v=R0gtJKnEwdE</a></p>
<p><a href="https://joinclubsoda.com/product/sober-stick-figure-by-amber-tozer/">https://joinclubsoda.com/product/sober-stick-figure-by-amber-tozer/#</a></p>
<p>https://www.huffpost.com/entry/sober-stick-figure-a-unique-and-hilarious-story-of_b_577bfd63e4b00a3ae4ce64ef?guccounter=1</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/sober-stick-figure-amber-tozer/">Sober Stick Figure ชีวประวัติของ แอมเบอร์ โทเซอร์ คน (เคย) ติดเหล้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2309</post-id>	</item>
		<item>
		<title>‘ติดเหล้าไม่โดดเดี่ยว’ 19 แอปพลิเคชันที่จะช่วยคุณเลิกเหล้า</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/smartphone-application-alcohol-recovery/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=smartphone-application-alcohol-recovery</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Sep 2020 15:51:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[นวัตกรรมเลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[คนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมบำบัดคนติดสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[บำบัดคนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[แอปพลิเคชันเลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[แอปเลิกเหล้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=2190</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในปี 2558 มีรายงานว่าชาวอเมริกันกว่า 20 ล้านคนเข้าเกณฑ์การใช้สารเสพติดและแอลกอฮอล์ผิดปกติ และประมาณ 1 ใน 12 ต้องการเข้ารับการบำบัด แต่ทว่าด้วยปัจจัยต่างๆ เช่น ค่าใช้จ่าย ภาระการเลี้ยงดูครอบครัวหรือบุตรหลาน กระทั่งความกลัวที่จะสูญเสียงาน ทำให้พวกเขาไม่สามารถเข้าถึงระบบการรักษาได้ ตัดภาพมาที่ประเทศไทยซึ่งดูเหมือนจะประสบปัญหาในทำนองเดียวกัน จากสถิติของกรมสุขภาพจิตปี 2556 ระบุว่า มีผู้ติดสุราประมาณ 2.7 ล้านคนทั่วประเทศ และถึงจะมีระบบการบำบัดรักษาผู้ติดสุรา แต่ผู้ที่เข้ามาบำบัดในระบบกลับมีไม่เกินร้อยละ 7 ของผู้ป่วยทั้งหมดที่มีอยู่ การเข้ารับการบำบัดภาวะติดสุราอาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน อย่างไรก็ดี เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้ามากขึ้น นักพัฒนาแอปพลิเคชันจึงพยายามเพิ่มการเข้าถึงทรัพยากร จัดสรรให้เกิดตัวเลือกสำหรับการบำบัดแอลกอฮอล์ ผ่านการสร้าง ‘แอปพลิเคชัน’ ที่มีบทเรียนช่วยเลิกเหล้า สร้างชุมชนแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ รวมถึงช่วยสังเกตสภาพอารมณ์และจิตใจของคุณ Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวนคุณทำความรู้จัก 19 แอปพลิเคชันที่จะมาเป็นผู้ช่วยบำบัด เลิกเหล้าให้กับคุณ และสามารถอยู่กับคุณได้ตลอด 24 ชั่วโมงขอแค่มีสมาร์ตโฟน &#160; 1. แอปพลิเคชัน ‘Pear reSET’  &#160; &#160; Pear reSET [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/smartphone-application-alcohol-recovery/">‘ติดเหล้าไม่โดดเดี่ยว’ 19 แอปพลิเคชันที่จะช่วยคุณเลิกเหล้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ในปี 2558 มีรายงานว่าชาวอเมริกันกว่า 20 ล้านคนเข้าเกณฑ์การใช้สารเสพติดและแอลกอฮอล์ผิดปกติ และประมาณ 1 </span><span style="font-weight: 400;">ใน 12 ต้องการเข้ารับการบำบัด แต่ทว่าด้วยปัจจัยต่างๆ เช่น ค่าใช้จ่าย ภาระการเลี้ยงดูครอบครัวหรือบุตรหลาน กระทั่งความกลัวที่จะสูญเสียงาน ทำให้พวกเขาไม่สามารถเข้าถึงระบบการรักษาได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัดภาพมาที่ประเทศไทยซึ่งดูเหมือนจะประสบปัญหาในทำนองเดียวกัน จากสถิติของกรมสุขภาพจิตปี 2556 ระบุว่า มีผู้ติดสุราประมาณ 2.7 ล้านคนทั่วประเทศ และถึงจะมีระบบการบำบัดรักษาผู้ติดสุรา แต่ผู้ที่เข้ามาบำบัดในระบบกลับมีไม่เกินร้อยละ 7 ของผู้ป่วยทั้งหมดที่มีอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเข้ารับการบำบัดภาวะติดสุราอาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน </span><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้ามากขึ้น นักพัฒนาแอปพลิเคชันจึงพยายามเพิ่มการเข้าถึงทรัพยากร จัดสรรให้เกิดตัวเลือกสำหรับการบำบัดแอลกอฮอล์ ผ่านการสร้าง ‘แอปพลิเคชัน’ ที่มีบทเรียนช่วยเลิกเหล้า สร้างชุมชนแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ รวมถึงช่วยสังเกตสภาพอารมณ์และจิตใจของคุณ</span></p>
<p>Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวนคุณทำความรู้จัก 19 แอปพลิเคชันที่จะมาเป็นผู้ช่วยบำบัด เลิกเหล้าให้กับคุณ และสามารถอยู่กับคุณได้ตลอด 24 ชั่วโมงขอแค่มีสมาร์ตโฟน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: left;"><strong>1. แอปพลิเคชัน ‘Pear reSET’ </strong></h4>
<p>&nbsp;</p>
<h4><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-2202" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/Capture-150x150.jpg" alt="" width="200" height="201" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/Capture-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/Capture.jpg 269w" sizes="(max-width: 200px) 100vw, 200px" /></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">Pear reSET เป็นแอปฯ ทางการแพทย์ที่ช่วยรักษาความผิดปกติการใช้สารเสพติดและแอลกอฮอล์บนมือถือตัวแรก โดยได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาในสหรัฐอเมริกา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลการทดลองทางคลินิก 12 สัปดาห์ของผู้ป่วย 399 คน พบว่า Pear reSET ช่วยให้ผลการรักษาดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยอัตราการเลิกบุหรี่สูงขึ้น 40.3% เทียบกับ กับกลุ่มไม่ได้ใช้แอปฯ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แอปฯ นี้จะแนะนำวิธีการบำบัดแก่ผู้ใช้ผ่านชุดบทเรียนที่น่าสนใจ ซึ่งผู้ใช้สามารถเรียนจนจบบทได้ด้วยตัวเอง และทำแบบทดสอบหลังเรียนในแต่ละบทเพื่อรับรางวัลเสมือนจริง </span><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี Pear reSET สามารถดาวน์โหลดได้เฉพาะบุคคลที่มีอายุเกิน 17 ปีและมีใบสั่งยาจากแพทย์เท่านั้น </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>2. แอปพลิเคชัน Sober Grid</strong></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-2209" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/sobergrid-300x300.png" alt="" width="200" height="200" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/sobergrid-300x300.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/sobergrid-150x150.png 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/sobergrid.png 512w" sizes="(max-width: 200px) 100vw, 200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">Sober Grid เป็นแพลตฟอร์มชุมชนออนไลน์ คล้ายๆ Facebook โดยให้ผู้ใช้สามารถสร้างบัญชีส่วนตัว และเข้าไปมีส่วนร่วมกับคนอื่นๆ ที่กำลังบำบัดแอลกอฮอล์เหมือนกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ถ้าผู้ใช้เปิดระบุตำแหน่ง GPS จะสามารถพบปะกับคนอื่นๆ ที่พยายามเลิกดื่มเหมือนกันในบริเวณใกล้ๆ ทำให้สามารถทำความรู้จัก แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเคล็ดลับจากเพื่อนเลิกดื่มได้อย่างใกล้ชิด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณลักษณะพิเศษอีกอย่างหนึ่งของแอปฯ นี้ คือ สามารถสร้างภารกิจที่ต้องทำประจำวัน เช่น อ่านคำคมแรงบันดาลใจ หรือเขียนสิ่งที่อยากขอบคุณลงในสมุดบันทึก เชื่อหรือไม่ว่า เมื่อคุณทำได้ตามเป้าหมายเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ จะช่วย</span><span style="font-weight: 400;">พัฒนาอารมณ์และลดความคิดเชิงลบไปได้มากทีเดียว</span></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณอยากใช้แอปฯ นี้โดยไม่ให้ใครรู้จัก ก็สามารถใช้ฟังก์ชันของแอปผ่านรูปแบบไม่ระบุตัวตนได้อีกทางหนึ่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>3. แอปพลิเคชัน Nomo</strong></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-2214" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/Capture1.jpg" alt="" width="200" height="199" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/Capture1.jpg 334w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/Capture1-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/Capture1-300x300.jpg 300w" sizes="(max-width: 200px) 100vw, 200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">Nomo เป็นนาฬิกาที่สามารถทำเครื่องหมายจุดเปลี่ยนทางอารมณ์ ซึ่งจะทำให้คุณสามารถสังเกตจังหวะ หรือช่วงเวลาที่อารมณ์คุณเกิดความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่รบกวนจิตใจ ทำให้คุณโกรธ เศร้า กระทั่งมีความสุข </span></p>
<p>นอกจากนี้ คุณยัง<span style="font-weight: 400;">สามารถแบ่งปันความรู้สึกกลัว สุข หรือ อับอาย ที่มักพบเจอได้ในชีวิตประจำวันลงในแอปฯ เพื่อรับเอฟเฟ็กต์ก้อนกำลังใจใหญ่ๆ วิ่งใส่ให้คุณรู้สึกดีขึ้น และสามารถแบ่งปันไปยังกลุ่มผู้ใช้งานที่คุณอยากให้พวกเขาให้กำลังใจได้อย่าง เพื่อน ครอบครัว คู่รัก หรือคนที่คอยให้ปรึกษา  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขอบอกเลยว่าแอปฯ นี้จะช่วยให้คุณรู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลงเมื่อต้องบำบัดสารเสพติดหรือแอลกอฮอล์อย่างแน่นอน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>4. แอปพลิเคชัน SoberTool</strong></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-2215" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/sober-tool.png" alt="" width="200" height="200" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/sober-tool.png 512w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/sober-tool-150x150.png 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/sober-tool-300x300.png 300w" sizes="(max-width: 200px) 100vw, 200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าวันไหนเกิดลังเลใจ อยากจะดื่มขึ้นมา ลองเรียกหาแอปฯ </span><span style="font-weight: 400;">SoberTool ช่วยคุณดู   </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แอปฯ นี้มีข้อความสร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งจะแจ้งเตือนผู้บำบัดสารเสพติดหรือแอลกอฮอล์</span><span style="font-weight: 400;">ทุกวันเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย และสามารถรับรางวัลจากวันที่ไม่ดื่มได้อย่างง่ายๆ อีกทั้งยังช่วย</span><span style="font-weight: 400;">คำนวณเงินออมโดยประมาณจากการไม่ดื่มแอลกอฮอล์ของผู้ใช้อีกด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในเครื่องมือที่มีเอกลักษณ์ที่สุดในแอปฯ นี้ ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ การทำความรู้จักตัวกระตุ้นและวิธีหลีกเลี่ยงอาการอยากดื่มกำเริบ หากผู้ใช้รู้สึกว่าอยากดื่มมาก เขาสามารถหาคำตอบว่าอะไรคือสาเหตุ และรับคำแนะนำผ่านข้อความที่เป็นประโยชน์ ส่งเสริมแรงบันดาลใจให้ไม่ดื่มได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>5. แอปพลิเคชัน WEconnect</strong></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-2216" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/weconnect.png" alt="" width="200" height="200" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/weconnect.png 512w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/weconnect-150x150.png 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/weconnect-300x300.png 300w" sizes="(max-width: 200px) 100vw, 200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">WEconnect เป็นที่แอปฯ ที่จะแจ้งเตือนผู้ใช้ทุกวันเพื่อติดตามว่าคุณทำตามแผนการบำบัดอยู่หรือเปล่า และถ้าเริ่มรู้สึกโดดเดี่ยว หมดกำลังใจล่ะก็ แอปฯ ยังสามารถเตือนให้คุณออกไปพบปะผู้คน โทรหาใครสักคน </span><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าจะเป็น เพื่อน คนรัก ครอบครัว เพื่อช่วยเติมกำลังใจให้ตนเอง กระทั่งมีฟังก์ชัน &#8220;SOS&#8221; ที่จะมอบความช่วยเหลือพิเศษตอนคุณรู้สึกแย่อีกด้วย  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น แอปฯ นี้สามารถเขียนบันทึกเหมือนไดอารี่ได้ตลอดทั้งวัน เช่น แปดโมงเช้าออกไปวิ่งที่สวนสาธารณะ บ่ายโมงไปพบแพทย์ ห้าโมงนั่งฟังเพลงหรือใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติ และเป็นช่องทางแจ้งข่าว</span><span style="font-weight: 400;">ให้ผู้ใช้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เช่น ออกแบบวิธีบำบัดอย่างไรดี ในรูปแบบกลุ่มหรือการพูดคุยแบบตัวต่อตัวกับผู้สนับสนุน </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>6. แอปพลิเคชัน rTribe</strong></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-2218" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/Capture3.jpg" alt="" width="200" height="196" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/Capture3.jpg 373w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/Capture3-300x294.jpg 300w" sizes="(max-width: 200px) 100vw, 200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับผู้ที่ดาวน์โหลดแอปฯ นี้จะต้องทำการทดสอบ เพื่อประเมินความรุนแรงของการติดยาเสพติดหรือระดับความรุนแรงในการติดแอลกอฮอล์ และแอปฯ จะตอบสนองโดยป้อนผลลัพธ์ออกมาในรูปแบบคำแนะนำที่เกี่ยวกับแผนการบำบัด ซึ่งผู้</span><span style="font-weight: 400;">ใช้สามารถสร้างบัญชีแบบไม่ระบุตัวตน เพื่อเชื่อมต่อกับเพื่อนผู้บำบัดคนอื่นๆ คอยบันทึกแผนการบำบัดของตัวเอง รวมถึงแบ่งปันขั้นตอนการบำบัดแก่เพื่อนๆ ได้ </span></p>
<p>นอกจากนี้ แอปฯ ยังช่วย<span style="font-weight: 400;">ระบุช่วงเวลาที่ผู้ใช้รู้สึก &#8220;ถูกกระตุ้น&#8221; ให้ใช้สารเสพติดหรือดื่มแอลกอฮอล์ วิธีนี้จะช่วยวางแผนป้องกันการกำเริบของโรคและหาทางรับมือกับตัวกระตุ้นต่างๆ ทั้ง</span><span style="font-weight: 400;">ยังมีบทความ วิดีโอ วิธีช่วยเหลือเบื้องต้นเมื่อเกิดอาการอยากดื่มหรือเสพให้แก่ผู้ใช้อีกด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>7. แอปพลิเคชัน AA Big Book Free – For Alcoholics Anonymous</strong></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-2219" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/246x0w.png" alt="" width="200" height="200" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/246x0w.png 246w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/246x0w-150x150.png 150w" sizes="(max-width: 200px) 100vw, 200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">AA Big Book Free ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงเนื้อหาทั้งหมดเกี่ยวกับการเลิกแอลกอฮอล์ ซึ่งมาพร้อมกับโปรแกรมการค้นหาการนัดพบ พอดแคสต์ บทสวดมนต์ และเรื่องราวประสบการณ์ส่วนตัว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้ใช้สามารถใช้แอปฯ นี้ในการ &#8216;บุ๊คมาร์ก&#8217; หรือเก็บประโยคที่ชอบ ที่มีความหมายต่อชีวิตพวกเขา และสร้างบันทึกความคิดเห็นส่วนตัวได้ในแต่ละบท ทั้ง</span><span style="font-weight: 400;">ยังมีเครื่องคำนวณการไม่ดื่มของผู้ใช้ เพื่อให้ติดตามความคืบหน้าการบำบัดแอลกอฮอล์ได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>8. แอปพลิเคชัน 24 Hours a Day</strong></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-2220" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/aa1050product.jpg" alt="" width="200" height="200" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/aa1050product.jpg 260w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/aa1050product-150x150.jpg 150w" sizes="(max-width: 200px) 100vw, 200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;"> 24 Hours a Day สร้างจากหนังสือขายดีของ Richard Walker ตัวแอปฯ มาพร้อมกับ การอ่านทำสมาธิ 366 วัน ที่ผู้ใช้สามารถอ่านได้ตลอดทุกช่วงเวลา ยามที่รู้สึกว่าต้องการแรงสนับสนุน </span></p>
<p>ไม่เพียงแต่จะอ่านบทความได้อย่างสะดวกสบาย ผู้ใช้ยังสามารถแบ่งปันข้อความที่ชอบกับเพื่อนผ่านอีเมลหรือระบบส่งข้อความในโทรศัพท์ ค้นหาวิธีทำสมาธิผ่านการใช้คีย์เวิร์ด และแจ้งเตือนให้คุณอ่านบทความอยู่เป็นประจำ <span style="font-weight: 400;">ถือเป็นเครื่องมือที่ดีในการช่วยให้ผู้ใช้ลดความอยากดื่มแอลกอฮอล์ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>9. แอปพลิเคชัน 12 Steps AA Companion</strong></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-2221" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/Capture4.jpg" alt="" width="200" height="203" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/Capture4.jpg 298w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/Capture4-296x300.jpg 296w" sizes="(max-width: 200px) 100vw, 200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">12 Steps AA Companion เหมาะสำหรับคนที่เข้าร่วมบำบัดแอลกอฮอล์กับกลุ่ม </span><span style="font-weight: 400;">Alcoholics Anonymous </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่งแอปฯ นี้จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับวิธีการบำบัดผู้ติดสุรา</span> โดยผู้ใช้สามารถอ่าน<span style="font-weight: 400;">บทสวด คำสัญญา เน้นจุดสำคัญบนข้อความ และแลกเปลี่ยนเรื่องราวที่บันทึก โดยแต่ละขั้นตอนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบำบัดและฟื้นฟู</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>10. แอปพลิเคชัน Came to Believe in Sobriety</strong></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-2222" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/unnamed.png" alt="" width="200" height="200" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/unnamed.png 512w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/unnamed-150x150.png 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/unnamed-300x300.png 300w" sizes="(max-width: 200px) 100vw, 200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">Came to Believe in Sobriety </span><span style="font-weight: 400;">แอปฯ ที่ใช้งานง่าย ถูกออกแบบโดยอดีตผู้ติดยาและผู้ติดแอลกฮฮล์ เพื่อให้การสนับสนุนคนบำบัดแอลกอฮอล์นี้ จะมี</span><span style="font-weight: 400;">ตัวละครนกฮูกนำผู้ใช้ไปสู่การฟื้นตัว ช่วยในการตั้งเป้าหมาย บันทึกความคืบหน้า และฉลองให้กับความอดทน หรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่สำคัญต่อผู้ใช้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเด่นของแอปฯ นี้ คือ โทนของความสนุกสนานและเป็นมิตร เหมาะสำหรับผู้คนทุกวัยที่กำลังฟื้นฟูจากอาการติดแอลกอฮอล์</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>11. แอปพลิเคชัน SMART Recovery Cost Benefit Analysis</strong></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-2223" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/ดาวน์โหลด.jpg" alt="" width="200" height="200" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/ดาวน์โหลด.jpg 225w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/ดาวน์โหลด-150x150.jpg 150w" sizes="(max-width: 200px) 100vw, 200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">The SMART Recovery Cost Benefit Analysis (CBA) เป็นส่วนเสริมของ SMART Recovery groups ใช้เครื่องมือ CBA หรือ</span><span style="font-weight: 400;">การประเมินของคำถาม 4 ข้อ ประกอบไปด้วย  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">1 ข้อดีของการใช้ / ทำคืออะไร?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2 ข้อเสียของการใช้ / ทำคืออะไร?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3 ข้อดีของการไม่ใช้ / ไม่ทำคืออะไร?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">4 ข้อเสียของการไม่ใช้ / ไม่ทำคืออะไร?</span></p>
<p>การตอบคำถามเหล่านี้จะทำให้ผู้ใช้ได้ทบทวนตัวเอง และช่วย<span style="font-weight: 400;">ให้ผู้คนจำนวนมากฟื้นฟูจากการเสพติดตั้งแต่การใช้สารเสพติด แอลกอฮอล์ ไปจนถึงการเสพติดทางเพศ ได้ง่ายขึ้น </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>12. แอปพลิเคชัน Headspace</strong></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-2224" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/logo_com.getsomeheadspace.android.jpg" alt="" width="200" height="200" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/logo_com.getsomeheadspace.android.jpg 360w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/logo_com.getsomeheadspace.android-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/logo_com.getsomeheadspace.android-300x300.jpg 300w" sizes="(max-width: 200px) 100vw, 200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">Headspace ออกแบบมาเพื่อให้การนั่งทำสมาธิเป็นเรื่องง่ายและสะดวก ซึ่งการนั่งสมาธิสามารถสร้างฐานคิดแบบใหม่ ๆ อีกทั้งช่วยให้มองโลกในแง่บวกมากกว่าแง่ลบ </span><span style="font-weight: 400;">โดยการศึกษา ระบุว่า การทำสมาธิสามารถทำให้จิตใจสงบและช่วยลดความเครียดทางจิตใจได้ เช่น ความวิตกกังวล ความเจ็บปวดและภาวะซึมเศร้า เพราะงั้นจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่งที่ดีสำหรับการบำบัดหรือเลิกเหล้า</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>13. แอปพลิเคชัน Simple Habit</strong></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-2225" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/unnamed-1.png" alt="" width="200" height="200" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/unnamed-1.png 512w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/unnamed-1-150x150.png 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/unnamed-1-300x300.png 300w" sizes="(max-width: 200px) 100vw, 200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งแอปพลิเคชันที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายสำหรับการทำสมาธิ ยิ่งถ้าวิถีชีวิตของคุณพบเจอแต่ความวุ่นวาย นี่เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมที่จะช่วยให้ผ่อนคลาย ลดความเครียด และหายใจช้าลง ไม่ว่าจะเจอเหตุการณ์ที่ดูจะสร้างความวิตกกังวล เช่น เช้านี้ต้องเข้าประชุมใหญ่หรือนัดเดทครั้งแรก ทั้ง</span><span style="font-weight: 400;">ยังเป็นเครื่องมือทำให้นอนหลับสบายได้อีกด้วย</span></p>
<p>เพราะการพักผ่อนก็เป็นอีกเรื่องสำคัญที่ทำให้สุขภาพหลังเลิกเหล้าอย่างไรล่ะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>14. แอปพลิเคชัน Tide</strong></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-2226" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/unnamed-2.png" alt="" width="200" height="200" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/unnamed-2.png 512w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/unnamed-2-150x150.png 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/unnamed-2-300x300.png 300w" sizes="(max-width: 200px) 100vw, 200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้างความสมดุลเรื่องงานและชีวิตให้ดีเป็นสิ่งที่สำคัญมาก โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังบำบัดอาการติดสารเสพติดหรือแอลกอฮอล์ เพราะเป็นช่วงที่ง่ายต่อการเกิดความเครียด ซึ่งเจ้าความเครียดนี้ก็มักผลักดันให้กลับไปติดสุราหรือยาเสพติดอีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Tide จะช่วยให้ผู้ใช้มีสมาธิและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยเสียงชวนผ่อนคลายเล็กๆ น้อยๆ เช่น เสียงป่า เสียงฝน เสียงทะเล และตัวจับเวลา โดยตัวจับเวลาสร้างสมาธิสามารถตั้งได้นานถึงครั้งละ 25 นาที </span><span style="font-weight: 400;">และคั่นด้วยช่วงพักสั้น ๆ 5 นาที เมื่อมีสมาธิทำงานมากขึ้น งานสำเร็จลุล่วง ก็จะมีเวลาพักผ่อนที่ดีมากขึ้น ถือเป็นตัวจัดระเบียบชีวิตอีกหนึ่งแอปฯ ที่น่าสนใจ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>15. แอปพลิเคชัน Strides</strong></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-2227" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/uC77aIqI.jpg" alt="" width="200" height="200" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/uC77aIqI.jpg 800w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/uC77aIqI-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/uC77aIqI-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/uC77aIqI-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 200px) 100vw, 200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">Strides ช่วยให้ผู้ใช้มีความรับผิดชอบ และกำหนดความก้าวหน้าเพื่อไปสู่เป้าหมายของตนเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้ดาวน์โหลดแอปฯ นี้สามารถติดตาม วิธีการกินอาหารที่ดี วิธีทำสมาธิ การออกกำลัง และอื่นๆ โดย Stridesให้ผู้ใช้ปรับแต่งประเภทของการติดตามได้ 4 ประเภท คือ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">1 เลือก ‘Target’ ถ้าต้องการไปถึงเป้าหมายในเวลาที่แน่นอน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2 เลือก ‘Habit’ ถ้าต้องการเลิกพฤติกรรมที่ไม่ดี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3 เลือก ‘Average” เพื่อติดตามค่าเฉลี่ยในช่วงเวลาหนึ่งๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และ 4 เลือก ‘Milestones’ เพื่อติดตามความก้าวของผู้ใช้เพื่อทำโครงการให้สำเร็จ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>16. แอปพลิเคชัน Yonder</strong></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-2228" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/od6ki1n5.jpg" alt="" width="200" height="200" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/od6ki1n5.jpg 400w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/od6ki1n5-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/od6ki1n5-300x300.jpg 300w" sizes="(max-width: 200px) 100vw, 200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;"> ท่ามกลางช่วงเวลาของการบำบัด บางคนอาจต้องการประสบการณ์การท่องเที่ยวใหม่ๆ เพื่อทำให้จิตใจผ่อนคลาย และหลงลืมการดื่มแอลกอฮอล์ไป Yonder จะช่วยวางแผนการผจญภัยครั้งใหม่ของผู้ใช้ โดยสามารถวางแผนการเดินทาง ทั้งเดินป่า ทริปพายเรือคายัค ปีนเขา ฯลฯ ที่จะทำให้คุณมีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดีขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>17. แอปพลิเคชัน Forks Over Knives</strong></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-2229" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/unnamed-3.png" alt="" width="200" height="200" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/unnamed-3.png 512w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/unnamed-3-150x150.png 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/unnamed-3-300x300.png 300w" sizes="(max-width: 200px) 100vw, 200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">แอปฯ นี้ออกแบบโดยผู้สร้างภาพยนตร์เรื่อง Forks Over Knives และมีสูตรอาหารที่มาจากพืชผัก มากกว่า 300 สูตร ที่จะช่วยให้ผู้ใช้ได้กินอาหารคลีนและผ่านการแปรรูปน้อยที่สุด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยแต่ละเมนูมีวิธีทำอาการแบบทีละขั้นตอน และยังมีรูปภาพที่ช่วยให้เตรียมอาหารได้อย่างง่าย ๆ ซึ่งผู้ใช้สามารถสร้างบันทึกอาหารจารโปรดและสร้างรายการการซื้อของได้อีกด้วย ถ้าลด ละ เลิกจากการดื่มเหล้าได้แล้ว ก็อย่าลืมหันมาใส่ใจอาหารการกินเพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>18. แอปพลิเคชัน Nudge</strong></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-2230" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/image-asset.jpeg" alt="" width="200" height="200" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/image-asset.jpeg 988w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/image-asset-150x150.jpeg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/image-asset-300x300.jpeg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/image-asset-768x768.jpeg 768w" sizes="(max-width: 200px) 100vw, 200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">แอปฯ นี้สามารถ &#8216;ติดตาม&#8217; กิจกรรมทั้งหมดของผู้ใช้ ทั้งจำนวนก้าวเดิน การวิ่ง และ Apple Health เพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมายในการอดอาหารหรือลดน้ำหนัก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แอปฯ นี้สามารถเชื่อต่อกับชมรมต่าง ๆ เพื่อรับคำแนะนำ การสนับสนุน และแรงบันดาลใจจากผู้ใช้งานคนอื่นได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Nudge ยังเชื่อมต่อคุณกับโค้ชส่วนตัวของผู้ใช้ </span><span style="font-weight: 400;">ถ้าหากต้องการรักษาสุขภาพหลังเลิกดื่มและแรงบันดาลใจมากกว่าเดิม Nudge ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ไม่เลว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>19. แอปพลิเคชัน Lose It!</strong></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-2231" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/56ad213236c4c700f4fdd7561a3d5aa9.jpg" alt="" width="200" height="200" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/56ad213236c4c700f4fdd7561a3d5aa9.jpg 280w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/56ad213236c4c700f4fdd7561a3d5aa9-150x150.jpg 150w" sizes="(max-width: 200px) 100vw, 200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่า Lose it! จะเป็นแอปฯ ที่ดูเหมือนใช้เพื่อลดน้ำหนัก แต่ด้วยฟังก์ชันสูตรอาหารเพื่อสุขภาพ และภารกิจท้าทายในการออกกำลังกาย ตลอดจนวิธีติดตามเป้าหมายการออกกำลังกายของผู้ใช้ รวมถึง</span><span style="font-weight: 400;">คุณประโยชน์ที่เป็นเอกลักษณ์ คือ การมี The embodyDNA ที่ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับอาหาร เครื่องดื่มและกิจกรรมที่สามารถช่วยให้ลดน้ำหนัก ทำให้เป็นอีกแอปฯ หนึ่งที่เราอยากให้คุณรู้จักไว้เพื่อรักษาสุขภาพของตนเองในระยะยาว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่กล่าวมาทั้งหมด คือ แอปฯ ที่เปรียบเสมือนเพื่อนแท้ คอยชุบชูใจในสถานการณ์ความเมาและไม่เมาที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกอยากบำบัดอาการติดเหล้าหรืออยากเป็นตัวช่วยผลักดันให้คนที่ติดเหล้า ลด ละ เลิกเหล้าให้ได้นั้น เพียงแค่</span><span style="font-weight: 400;">คว้าโทรศัพท์ แล้วกดเลือกดาวน์โหลดแอปฯ ตามที่ต้องการ เพียงเท่านี้การเดินทางบำบัดก็สามารถเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย และเท่ากับว่าจุดหมายการเลิกเหล้าได้ใกล้เข้ามาอีกขั้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
<p>ที่มา:</p>
</div>
</div>
<p><span style="font-weight: 400;">https://www.rehabs.com/smartphone-apps-for-recovery/?fbclid=IwAR1OrOaVdMaWS79Hq4QomY0Uu5eIdDgEpLaOR5JIh067nTNB9DOKHN_oCSE</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/smartphone-application-alcohol-recovery/">‘ติดเหล้าไม่โดดเดี่ยว’ 19 แอปพลิเคชันที่จะช่วยคุณเลิกเหล้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2190</post-id>	</item>
		<item>
		<title>จะเลิก/ลดเหล้าให้ดี ต้องมีเป้าหมายแรกร่วมกัน</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/alcoholic-treatment-goal/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=alcoholic-treatment-goal</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Jun 2020 07:13:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ดูแลคนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[APA]]></category>
		<category><![CDATA[บำบัดคนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[รักษาคนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมจิตแพทย์อเมริกัน]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมายการรักษา]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกเหล้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1965</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อพูดการรักษาอาการติดเหล้า หลายคนเข้าใจว่าต้องเข้าบำบัดเพื่อให้เลิกขาด ชาตินี้อย่ามายุ่งเกี่ยว ทำให้คนที่แค่ต้องการหาวิธีลดปริมาณการดื่มลง หรืออยากเลิกดื่มในสถานการณ์เสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นเลิกยกแก้วชนในที่ทำงาน เลิกซดก่อนขับรถ หรือช่วงที่ต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูลูกหลานในบ้าน อาจเลือกไม่เข้ารับการบำบัดเพราะคิดว่าคงไม่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตน แต่แท้จริงแล้ว เป้าหมายในการรักษาโรคติดสุราอาจไม่จำเป็นต้องทำให้เลิกดื่มอย่างเด็ดขาด ในแนวทางการรักษาด้วยการใช้ยากับความผิดปกติของพฤติกรรมดื่มสุราฉบับล่าสุด (PRACTICE GUIDELINE FOR THE Pharmacological Treatment of Patients With Alcohol Use Disorder) ของสมาคมจิตแพทย์อเมริกัน (THE AMERICAN PSYCHIATRIC ASSOCIATION : APA) ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนมกราคมปี 2018 และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ระบุถึงเรื่อง &#8216;การกำหนดเป้าหมาย&#8217; เช่นเดียวกันว่า ในช่วงเริ่มต้นของการรักษาโรคติดสุรา ควรมีการทำงานร่วมกันระหว่างแพทย์ที่ทำการรักษา ตัวผู้ป่วยเอง รวมไปถึงความคิดเห็นของสมาชิกในครอบครัว เพื่อช่วยกันวางเป้าหมายให้ชัดเจน  ว่าจะเลิกขาด ลดการดื่ม หรือลดการดื่มในสถานการณ์เสี่ยงอย่างที่กล่าวไปข้างต้น การมีเป้าหมายที่ตรงกับความต้องการของผู้ป่วยนี้เองที่อาจเป็นหัวใจสำคัญของการบำบัดยุคใหม่ และช่วยให้การรักษาประสบความสำเร็จได้ดียิ่งขึ้น &#160; &#160; สื่อสารคือหลักการสำคัญ &#160; การเริ่มต้นกำหนดเป้าหมาย อาจเริ่มจากการสัมภาษณ์เพื่อสร้างแรงจูงใจ (Motivational Interviewing : MI) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcoholic-treatment-goal/">จะเลิก/ลดเหล้าให้ดี ต้องมีเป้าหมายแรกร่วมกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพูดการรักษาอาการติดเหล้า หลายคนเข้าใจว่าต้องเข้าบำบัดเพื่อให้เลิกขาด ชาตินี้อย่ามายุ่งเกี่ยว ทำให้คนที่แค่ต้องการหาวิธีลดปริมาณการดื่มลง หรืออยากเลิกดื่มในสถานการณ์เสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นเลิกยกแก้วชนในที่ทำงาน เลิกซดก่อนขับรถ หรือช่วงที่ต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูลูกหลานในบ้าน อาจเลือกไม่เข้ารับการบำบัดเพราะคิดว่าคงไม่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตน</span></p>
<p>แต่แท้จริงแล้ว เป้าหมายในการรักษาโรคติดสุราอาจไม่จำเป็นต้องทำให้เลิกดื่มอย่างเด็ดขาด ในแนวทางก<span style="font-weight: 400;">ารรักษาด้วยการใช้ยากับความผิดปกติของพฤติกรรมดื่มสุราฉบับล่าสุด (PRACTICE GUIDELINE FOR THE Pharmacological Treatment of Patients With Alcohol Use Disorder) ของสมาคมจิตแพทย์อเมริกัน (THE AMERICAN PSYCHIATRIC ASSOCIATION : APA) ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนมกราคมปี 2018 และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ระบุถึงเรื่อง &#8216;การกำหนดเป้าหมาย&#8217; เช่นเดียวกันว่า ในช่วงเริ่มต้นของการรักษาโรคติดสุรา ควรมีการทำงานร่วมกันระหว่างแพทย์ที่ทำการรักษา ตัวผู้ป่วยเอง รวมไปถึงความคิดเห็นของสมาชิกในครอบครัว เพื่อช่วยกันวางเป้าหมายให้ชัดเจน  ว่าจะเลิกขาด ลดการดื่ม หรือลดการดื่มในสถานการณ์เสี่ยงอย่างที่กล่าวไปข้างต้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การมีเป้าหมายที่ตรงกับความต้องการของผู้ป่วยนี้เองที่อาจเป็นหัวใจสำคัญของการบำบัดยุคใหม่ และช่วยให้การรักษาประสบความสำเร็จได้ดียิ่งขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>สื่อสารคือหลักการสำคัญ</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเริ่มต้นกำหนดเป้าหมาย อาจเริ่มจากการสัมภาษณ์เพื่อสร้างแรงจูงใจ (Motivational Interviewing : MI) ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธี &#8216;ละลายพฤติกรรม&#8217; สร้างความใกล้ชิด และความไว้ใจระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทสนทนาอาจเริ่มต้นด้วยการที่แพทย์ขออนุญาตผู้เข้ารับการรักษา พูดคุยเกี่ยวกับประเด็นการดื่มสุรา หลังจากยินยอมแล้ว ก็เริ่มตั้งคำถามให้พวกเขาระบายความรู้สึก แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมุมมองการดื่มสุรา โดยถามถึงข้อดีและข้อเสียของการใช้แอลกอฮอล์ พร้อมๆ กับประเมินความพร้อมในการลดปริมาณการดื่ม และความมั่นใจของผู้ป่วยที่จะก้าวไปสู่เป้าหมายที่เขาต้องการ  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ระหว่างการสื่อสาร แพทย์ควรตระหนักว่าไม่ใช่การสื่อผ่านคำพูดเพียงเท่านั้น แต่อวัจนภาษา อย่างสีหน้า ท่าทางก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ในแนวทางของสมาคมจิตแพทย์อเมริกันยังบอกอีกว่า แพทย์ควรให้ความสนใจในสิ่งที่คนไข้พูด ไม่ตัดสินหรือตั้งแง่  และในขณะเดียวกัน ควรแสดงออกว่าคำนึงของคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของผู้ป่วยด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>บันทึกการเปลี่ยนแปลงช่วยย้ำเตือนเป้าหมาย</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพูดคุย ทำความเข้าใจ จนได้เป้าหมายร่วมกันแล้ว แพทย์ควรบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับเป้าหมายลงในเวชระเบียนอย่างชัดเจน เช่น สรุปในเอกสารบันทึกความก้าวหน้าอาการทางการแพทย์ (progress note) นอกจากนี้ ยังอาจบันทึกข้อมูลในเอกสารอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา อาทิ ผลกระทบทางสุขภาพที่ตามมาจากการใช้แอลกอฮอล์ หรือพฤติกรรมของผู้ป่วย เช่น ผู้ป่วยอาจจะตกลงแค่ลดการดื่ม แต่ก็ยังดื่มในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการผิดกฎหมาย ขับขี่ขณะมึนเมา เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เอกสารที่บันทึกการเปลี่ยนแปลงของคนไข้เหล่านี้เป็นเครื่องมือที่ดีที่จะช่วยสะท้อนภาพรวมให้ทั้งแพทย์และคนไข้เข้าใจเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน เห็นอุปสรรคที่จะนำไปสู่การถกปัญหา พูดคุยเพื่อหาทางก้าวข้าม และวางแผนการรักษา อีกทั้งผู้ป่วยยังสามารถกลับมาย้ำเตือนตัวเองถึงความตั้งใจแรกเริ่มได้อีกด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>เลิกหรือลดอยู่ที่เรา</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อดีของการตั้งเป้าหมายที่มาจากการตกลงกันระหว่างคนไข้กับแพทย์ คือการเพิ่มความรู้สึกมีส่วนร่วมของคนไข้ ทำให้เขามีแรงผลักดันสู่เป้าหมาย และช่วยสร้างบรรยากาศในการตัดสินใจร่วมกัน จนเกิดรูปแบบความสัมพันธ์ทางการรักษาระหว่างคนไข้และแพทย์ที่ดี ซึ่งเป้าหมายของคนไข้จะมีผลอย่างมากต่อการเลือกรักษาด้วยยา โดยเฉพาะในการใช้ยา disulfiram ที่มีข้อจำกัดห้ามใช้กับคนที่ยังดื่มระหว่างรักษา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม เมื่อแพทย์และคนไข้ร่วมก่อร่างสร้างถนนเพื่อมุ่งหน้าสู่เป้าหมายในการลดหรือเลิกสุรา แต่ถ้าระหว่างทางพบหลุมบ่อหรือทางแยกที่ทำให้ไม่อาจก้าวไปในเส้นทางเดิม เช่น ผลตอบสนองจากการรักษาไม่ค่อยดี, มีทางเลือกอื่นเหมาะสมกว่า หรือเกิดผลกระทบต่อสุขภาพจากการรักษา เป็นต้นว่าความอยากอาหารลดลง คนไข้และแพทย์ควรหันกลับมาพูดคุย เพื่อปรับเปลี่ยนเป้าหมายในการรักษาให้มีประสิทธิภาพ สร้างเส้นทางเส้นใหม่ที่ดีและเหมาะสมกว่าเดิมได้เสมอ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>ที่มา: <a href="https://psychiatryonline.org/doi/pdf/10.1176/appi.books.9781615371969?fbclid=IwAR2YnJewcu67cWq6B6sDU56ek0Fhm3gf3ZW_cN4rXDwL0l20pFc9el7oLmg"> <span style="font-weight: 400;">https://psychiatryonline.org/doi/pdf/10.1176/appi.books.9781615371969?fbclid=IwAR2YnJewcu67cWq6B6sDU56ek0Fhm3gf3ZW_cN4rXDwL0l20pFc9el7oLmg</span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ : ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcoholic-treatment-goal/">จะเลิก/ลดเหล้าให้ดี ต้องมีเป้าหมายแรกร่วมกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1965</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เมื่อโลกเปลี่ยนไป การรักษาระยะไกล ‘Telemedicine’ อาจเป็นทางเลือกใหม่ของผู้ติดสุรา</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/telemedicine/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=telemedicine</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Jun 2020 07:46:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[นวัตกรรมเลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[telemedicine]]></category>
		<category><![CDATA[บำบัดคนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[พบหมอออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[รักษาทางไกล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1899</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมมติว่าจู่ๆ พายุก็โหมกระหน่ำเข้ามาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพัก ในวันที่คุณต้องออกไปโรงพยาบาลตามใบนัดของแพทย์ หรือต้องพาญาติไปบำบัดอาการติดเหล้าด้วยการพบปะพูดคุยกับจิตแพทย์ คุณจะทำอย่างไร?  คุณอาจต้องเลื่อนนัดออกไป กินเวลาอีกหลายเดือนกว่าจะได้พบหมออีกครั้ง แต่ถ้าไม่สามารถเปลี่ยนวัน ก็คงต้องพาร่างกายไปปะทะอากาศอันเลวร้ายแบบยอมจำนน บ้างก็ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว ได้แต่หวังพึ่งรถโดยสารสาธารณะที่คาดว่าคงได้เปียกระหว่างการเดินทางไม่มากก็น้อย บ้างก็ยอมจ่ายค่ารถเพิ่มมาอีกเท่าตัว นั่งแท็กซี่เพื่อความสะดวกสบายขึ้นมาอีกนิด หากทั้งหมดทั้งมวลล้วนกล่าวได้ว่าลำบากกว่าวันท้องฟ้าแจ่มใสแน่นอน นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของสถานการณ์ &#8216;ไม่ปกติ&#8217; ที่อาจพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน ยังไม่นับรวมถึงสภาวะวิกฤต เช่น การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งบังคับให้ทุกคนต้องเว้นระยะห่างทางสังคม พยายามไม่รวมกลุ่มกัน หรือ หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีความเสี่ยง ตามมาตรการดูแลประชาชนของรัฐ สิ่งเหล่านี้คือความท้าทายที่ทำให้คนอาจเข้าถึงบริการทางการแพทย์ลำบากกว่าเดิม แต่หลายๆ ครั้ง เรื่องสุขภาพและชีวิตเป็นสิ่งที่รอไม่ได้ ในเมื่อมีผู้คนต้องการการรักษาแทบตลอดเวลา และการเดินทางมาโรงพยาบาลอาจมีอุปสรรคมากมาย เราจึงต้องมองหาทางเลือกใหม่ของการรักษา ที่เรียกกันว่า &#8216;การรักษาทางไกล  (Telemedicine)&#8217; เข้ามาช่วยเหลือ &#160; ทำความรู้จัก Telemedicine   &#160; คำจำกัดความกว้างๆ ของ Telemedicine คือ การหลอมรวมวิทยาศาสตร์เข้ากับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองและปรับให้เข้ากับความต้องการด้านสุขภาพในบริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป อาจเปรียบให้เห็นภาพด้วยการ์ตูนสมัยเด็กๆ อย่างโดราเอม่อน เราจะเห็นได้ว่าหุ่นยนต์สีฟ้ารูปร่างคล้ายแมวมักนำของวิเศษจากกระเป๋าหน้าท้องออกมาช่วยโนบิตะตัวเอกของเรื่องอยู่เสมอ โดยของทุกชิ้นก็ถูกผลิตขึ้นด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ในศตวรรษที่ 22 เพื่อตอบสนองคนสมัยนั้นเช่นกัน ขณะเดียวกัน องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ให้คำนิยาม Telemedicine [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/telemedicine/">เมื่อโลกเปลี่ยนไป การรักษาระยะไกล ‘Telemedicine’ อาจเป็นทางเลือกใหม่ของผู้ติดสุรา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">สมมติว่าจู่ๆ พายุก็โหมกระหน่ำเข้ามาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพัก ในวันที่คุณต้องออกไปโรงพยาบาลตามใบนัดของแพทย์ หรือต้องพาญาติไปบำบัดอาการติดเหล้าด้วยการพบปะพูดคุยกับจิตแพทย์ คุณจะทำอย่างไร? </span></p>
<p>คุณอาจต้องเลื่อนนัดออกไป กินเวลาอีกหลายเดือนกว่าจะได้พบหมออีกครั้ง แต่ถ้าไม่สามารถเปลี่ยนวัน ก็คงต้องพาร่างกายไปปะทะอากาศอันเลวร้ายแบบยอมจำนน</p>
<p>บ้างก็ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว ได้แต่หวังพึ่งรถโดยสารสาธารณะที่คาดว่าคงได้เปียกระหว่างการเดินทางไม่มากก็น้อย บ้างก็ยอมจ่ายค่ารถเพิ่มมาอีกเท่าตัว นั่งแท็กซี่เพื่อความสะดวกสบายขึ้นมาอีกนิด หากทั้งหมดทั้งมวลล้วนกล่าวได้ว่าลำบากกว่าวันท้องฟ้าแจ่มใสแน่นอน</p>
<p>นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของสถานการณ์ &#8216;ไม่ปกติ&#8217; ที่อาจพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน <span style="font-weight: 400;">ยังไม่นับรวมถึงสภาวะวิกฤต เช่น การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งบังคับให้ทุกคนต้องเว้นระยะห่างทางสังคม </span><span style="font-weight: 400;">พยายามไม่รวมกลุ่มกัน หรือ หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีความเสี่ยง ตามมาตรการดูแลประชาชนของรัฐ สิ่งเหล่านี้คือความท้าทายที่ทำให้คนอาจเข้าถึงบริการทางการแพทย์ลำบากกว่าเดิม</span></p>
<p>แต่หลายๆ <span style="font-weight: 400;">ครั้ง เรื่องสุขภาพและชีวิตเป็นสิ่งที่รอไม่ได้ ในเมื่อมีผู้คน</span><span style="font-weight: 400;">ต้องการการรักษาแทบตลอดเวลา และการเดินทางมาโรงพยาบาลอาจมีอุปสรรคมากมาย เราจึงต้องมองหาทางเลือกใหม่ของการรักษา ที่เรียกกันว่า &#8216;การรักษาทางไกล  (Telemedicine)&#8217; เข้ามาช่วยเหลือ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>ทำความรู้จัก Telemedicine  </b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำจำกัดความกว้างๆ ของ Telemedicine คือ การหลอมรวมวิทยาศาสตร์เข้ากับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองและปรับให้เข้ากับความต้องการด้านสุขภาพในบริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาจเปรียบให้เห็นภาพด้วยการ์ตูนสมัยเด็กๆ อย่างโดราเอม่อน เราจะเห็นได้ว่าหุ่นยนต์สีฟ้ารูปร่างคล้ายแมวมักนำของวิเศษจากกระเป๋าหน้าท้องออกมาช่วยโนบิตะตัวเอกของเรื่องอยู่เสมอ โดยของทุกชิ้นก็ถูกผลิตขึ้นด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ในศตวรรษที่ 22 เพื่อตอบสนองคนสมัยนั้นเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ให้คำนิยาม Telemedicine ว่าเป็น &#8216;การรักษาระยะไกล&#8217; ซึ่งใน</span><span style="font-weight: 400;">ทางปฏิบัติหมายถึง การส่งมอบบริการด้านการดูแลสุขภาพที่อาจมีข้อจำกัดเรื่องระยะทางเข้ามาเป็นอุปสรรค </span><span style="font-weight: 400;">ทำนองว่าบ้านของคนไข้อยู่ไกลจากโรงพยาบาล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพจะนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเข้ามาเป็นตัวช่วยในการแลกเปลี่ยนข้อมูลสำหรับการวินิจฉัย การป้องกันโรค และการประเมินผลผู้ป่วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ระบบ Telemedicine มีลักษณะพื้นฐาน อยู่ 4 ข้อ ได้แก่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">1) มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่สถานพยาบาล </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2) มีวัตถุประสงค์เพื่อเอาชนะอุปสรรคทางภูมิศาสตร์ เชื่อมโยงผู้ป่วยที่ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งทางกายภาพเดียวกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3. มีความเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารประเภทต่างๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">4. เป้าหมายคือเพื่อพัฒนาด้านสุขภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สรุปอย่างง่ายที่สุด </span><span style="font-weight: 400;"> Telemedicine คือ การนําเทคโนโลยีมาช่วยให้ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์พูดคุยโต้ตอบกันได้แบบ Real-time (เวลาจริง ณ ขณะนั้น) โดยที่แพทย์สามารถทำการรักษา วินิจฉัยโรค และให้คำปรึกษาในรูปแบบที่ผู้ป่วยไม่ต้องเดินทางเข้ามาที่โรงพยาบาล</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>Telemedicine : ต้นกำเนิด 500 ปีก่อนคริสตศักราชและประโยชน์แบบไม่ลับ</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ Telemedicine จะฟังดูเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือ แต่รู้หรือไม่ว่า แนวคิดแบบ Telemedicine เริ่มมีมาตั้งแต่ยุคกรีกโบราณและโรม ประมาณ 500 ปีก่อนคริสตศักราช </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในตอนนั้นมนุษย์มีความเชี่ยวชาญด้านการเกษตรและอาศัยอยู่ในหมู่บ้านหรือเมืองเล็กๆ หลายแห่ง ทำให้เกิดการสื่อสารระหว่างเมืองหนึ่งสู่เมืองใกล้เคียง และ</span><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าสิ่งที่พวกเขาสื่อสาร ย่อมรวมถึงคำแนะนำด้านสุขภาพ การรักษาหรือยารักษาโรคจากแพทย์อีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เทคโนโลยีและวิธีการสื่อสารพัฒนาตามยุคสมัยมาเรื่อยๆ จนกระทั่งปี 2533 อินเทอร์เน็ตได้ถือกำเนิดขึ้น นำมาซึ่งการสื่อสารแบบไร้ขอบเขต และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสร้างประโยชน์มหาศาลสำหรับการแพทย์ระยะไกล </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบัน Telemedicine ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในระบบการดูแลสุขภาพหลายแห่ง เพื่อเป็นตัวเลือกให้ผู้ป่วยสามารถใช้บริการทางการแพทย์ได้ด้วยตนเอง ซึ่ง</span><span style="font-weight: 400;">บทความ &#8220;</span><span style="font-weight: 400;">Telemedicine benefits: For patients and professionals&#8221; ของเว็บไซต์ Medical news today ระบุไว้ว่า </span><span style="font-weight: 400;">ข้อดีของ </span><span style="font-weight: 400;">Telemedicine ประกอบไปด้วย</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">1) มี</span><span style="font-weight: 400;">ค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการไปโรงพยาบาล เพราะไม่มีค่าเดินทาง อย่างค่าน้ำมันรถหรือค่าตั๋วรถสาธารณะเข้ามาเกี่ยวข้อง และบางครั้งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าการดูแลเด็กที่ต้องฝากไว้กับพี่เลี้ยงเมื่อต้องไปพบแพทย์ อีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2) ช่วยปรับปรุงการเข้าถึงการรักษาสำหรับประชากรอื่นๆ ที่อยู่ห่างไกล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3) ช่วยให้ผู้คนเข้าถึงการดูแลป้องกันสุขภาพของตนเองได้ง่ายมากขึ้น และพวกเขาสามารถวางแผนดูแลสุขภาพในระยะยาวได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">4) เพิ่มสะดวกสบายและเป็นส่วนตัวในบ้านของตนเอง นี่อาจหมายความว่าผู้คนไม่จำเป็นต้องหยุดงานหรือหยุดเรียน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และท้ายที่สุด 5) ชะลอการแพร่กระจายของการติดเชื้อ เพราะการไปโรงพยาบาลอาจต้องอยู่ใกล้คนป่วย ซึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ </span></p>
<p>จากข้อดีทั้งหลายนี้ จึงเป็นคำตอบว่า<span style="font-weight: 400;">ทำไม Telemedicine อาจตอบโจทย์การรักษาโรคของคนในอนาคต</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>Telemedicine เครื่องมือใกล้ตัวช่วยเหลือผู้ป่วยติดสุรา</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากจะเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการรักษาโรคทั่วไปแล้ว ไม่แน่ว่า Telemedicine อาจช่วยเหลือผู้ป่วยติดสุราได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย</p>
<p>อ้างอิงจากงานวิจัยเรื่อง &#8220;Measures of Effectiveness, Efficiency, and Quality of Telemedicine in the Management of Alcohol Abuse, Addiction, and Rehabilitation&#8221; ของ<span style="font-weight: 400;">ศาสตราจารย์สก็อต ครูซ (Scott Kruse) แห่งมหาวิทยาลัยรัฐเท็กซัส ที่ศึกษาผ่านการวิเคราะห์บทความทั้ง 22 เรื่องเกี่ยวกับ Telemedicine และการติดสุรา ว่า Telemedicine จะมีประสิทธิภาพพอจะฟื้นฟูอาการของผู้ป่วยติดสุรา (ซึ่งมีมากกว่า 18 ล้านคนในสหรัฐอเมริกา) ได้หรือไม่?</span></p>
<p>ผลลัพธ์คือ <span style="font-weight: 400;">Telemedicine สามารถใช้เป็นเครื่องมือช่วยลดการบริโภคแอลกอฮอล์ได้ และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงผู้ให้บริการได้มากขึ้นในเวลาที่ต้องการ เพราะ</span><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในสิ่งสำคัญสำหรับการฟื้นฟูผู้ป่วยโรคติดสุราเรื้อรัง คือ การบำบัดพฤติกรรมและการให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วย </span><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น Telemedicine ที่สามารถสื่อสารระหว่างผู้ป่วยและผู้ให้บริการทางการแพทย์อย่างไร้ขอบเขต จะตอบโจทย์ดังกล่าวได้ดี</span></p>
<p>นอกจากนี้ ไม่แน่ว่าการบำบัดผ่าน Telemedicine อาจทำให้<span style="font-weight: 400;">ยอดผู้ป่วยติดสุรา และจำนวนผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับสุราลดลง รวมถึง</span><span style="font-weight: 400;">อาจลดค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านบทความ ‘Associate professor examines telemedicine as tool for alcohol use disorder management’ จาก Newswise รายงานเพิ่มเติมถึงความเห็นของครูซ เจ้าของวิจัยในข้างต้นว่า Telemedicine ช่วยลดปัญหาผู้ติดสุราได้ด้วยความใกล้ชิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ข้อมูลจะถูกประมวลผลโดยผู้ใช้แบบเวลาจริง ณ ขณะนั้น ซึ่งบางครั้งมีประสิทธิภาพมากกว่าการสื่อสารด้วยการพูดคุยกับสมาชิกในครอบครัวเสียอีก&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูซพบว่าการใช้ Telemedicine ในการรักษาโรคติดสุราเพิ่มการเข้าถึงของผู้ป่วยไปยังผู้ให้บริการหลายรายและถือเป็นการลดความแออัดในโรงพยาบาล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ผู้ป่วยจำนวนมากรู้สึกว่ามีข้อดีในการรักษาทาง Telemedicine มากกว่าการเดินเข้าโรงพยาบาล&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม แม้ว่า Telemedicine แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยติดสุรา แต่วิจัยนี้ก็ปิดท้ายว่า Telemedicine ควรได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติมและปรับปรุงอยู่ตลอด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>ย้อนมอง Telemedicine ในไทย</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัดภาพกลับมาที่ประเทศไทย ข้อมูลจากบทความ ‘COVID-19 จะเป็น Game Changer ของ Telemedicine หรือไม่?’ จากเว็บไซต์ Techsauce  ระบุว่า เมื่อปี 2562 ประเทศไทยมีกระแสการพัฒนาระบบ Telemedicine เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น Chiiwii (ชีวี) See Doctor Now และ Samitivej Virtual Hospital </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_1953" aria-describedby="caption-attachment-1953" style="width: 300px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-1953 size-medium" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/unnamed-300x300.png" alt="" width="300" height="300" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/unnamed-300x300.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/unnamed-150x150.png 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/06/unnamed.png 512w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /><figcaption id="caption-attachment-1953" class="wp-caption-text">แอปพลิเคชันพบหมอ See Doctor Now</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือ ‘เป็ดไทยสู้ภัย’ ที่เป็นความร่วมมือของสมาคมไทยเทคสตาร์ทอัพ โดยได้นำเอาเทคโนโลยีหรือแพลตฟอร์มของตัวเองมาร่วมกันพัฒนาเป็นเซอร์วิสด้านต่างๆ เพื่อช่วยให้ความรู้ ป้องกัน และควบคุมการระบาดของโควิด-19 </span></p>
<p>ขณะเดียวกัน เมื่อปี <span style="font-weight: 400;">2560 กรมสุขภาพจิตมีนโยบายให้โรงพยาบาลจิตเวชนำการรักษาทางไกลระบบ Telemedicine</span> <span style="font-weight: 400;">มาใช้ในถิ่นทุรกันดาร หลังพบผู้ป่วยโรคทางจิตเวช เช่น โรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า โรคจิตเวชที่เกิดจากการติดเหล้า เข้ารับการรักษาจำนวนน้อยมากประมาณร้อยละ 5-10 ของผู้ป่วยทั้งหมด ทำให้ผู้ป่วยประเภทดังกล่าวนี้เกิดอาการกำเริบรุนแรง </span></p>
<p>เนื่องจาก<span style="font-weight: 400;">ผู้ป่วยทางจิตเวชต้องได้รับการดูแล กินยาควบคุมอาการอย่างต่อเนื่อง แล้วต้องพบจิตแพทย์ตามนัดปีละไม่ต่ำกว่า 4 ครั้ง การนำ Telemedicine เข้ามาประยุกต์ใช้จะทำให้ผู้ป่วยได้รับการบริการอย่างทั่วถึง  โดยกำหนดให้โรงพยาบาลสวนปรุง จ.เชียงใหม่ เริ่มดำเนินการเป็นแห่งแรก เนื่องจากเป็นศูนย์กลางสถานพยาบาลที่ช่วยดูแลจังหวัดภาคเหนือตอนบนทั้งหมดและมีชาวเขาจำนวนมาก ก่อนขยายผลในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภายใต้ความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ไม่เคยหยุดยั้ง เราอาจจะได้บทบาทของ </span>Telemedicine ในฐานะนวัตกรรมการบำบัดรักษาผู้ติดสุราที่สำคัญของโลกอนาคตก็เป็นได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>ที่มา:</p>
<p><span style="font-weight: 400;">https://www.who.int/goe/publications/goe_telemedicine_2010.pdf</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">http://mdportal.com/education/history-of-telemedicine/</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">https://www.medicalnewstoday.com/articles/telemedicine-benefits#disadvantages</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">https://www.newswise.com/articles/associate-professor-examines-telemedicine-as-tool-for-alcohol-use-disorder-management</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">https://www.jmir.org/2020/1/e13252/</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">https://techsauce.co/tech-and-biz/covid19-the-real-game-changer-of-telemedicine</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">http://thainews.prd.go.th/th/news/print_news/TNSOC6011270010079</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/telemedicine/">เมื่อโลกเปลี่ยนไป การรักษาระยะไกล ‘Telemedicine’ อาจเป็นทางเลือกใหม่ของผู้ติดสุรา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1899</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เรื่อง “เหล้า” ของนักกีฬาว่ายน้ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทศวรรษ ไมเคิล เฟลป์ส</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/michael-phelps/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=michael-phelps</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 May 2020 06:50:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าแล้วเปลี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[คนดังติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[นักว่ายน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[บำบัดคนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[โอลิมปิก]]></category>
		<category><![CDATA[ไมเคิล เฟลป์ส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1869</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปี 2008 โลกทั้งใบต้องจดจำชื่อ ไมเคิล เฟลป์ส ในฐานะนักกีฬาสัญชาติอเมริกันที่กวาดเหรียญทองจากการแข่งว่ายน้ำมาทั้งหมด 8 เหรียญในงานโอลิมปิกฤดูร้อนที่ประเทศจีน และไม่เพียงแค่คว้าจำนวนเหรียญทองกลับบ้านไปเยอะที่สุด แต่ในปีนั้น เขายังทำลายสถิติการแข่งขันว่ายน้ำระยะ 200 เมตรที่สถิติ 1:55.84 คว่ำสถิติเก่าของตัวเอง (!!) ที่ความเร็ว 1:55.94 ซึ่งเขาทำไว้เมื่อปี 2003 ไปเพียงเสี้ยววินาที โอลิมปิกปี 2008 ไม่ใช่การแข่งขันครั้งแรกของเฟลป์ส แต่มันคือสังเวียนแรกที่เขากวาดเหรียญทองล้วนกลับบ้านเกิด &#160; &#160; ก่อนหน้านี้ เฟลป์สลงแข่งว่ายน้ำหลายรายการมาตั้งแต่ยังเด็ก จนมาลงแข่งการว่ายน้ำสนามใหญ่ครั้งแรกๆ ราวปี 2001 ในรายการท่าผีเสื้อระยะทาง 200 เมตรที่เขาคว้าเหรียญทอง -ด้วยวัยเพียง 16 ปี- มาได้ในที่สุด &#160; ปีต่อมาเขาลงแข่งชิงถ้วยจากแพน แปซิฟิก สวิมมิ่ง ซึ่งถือเป็นเวทีใหญ่และได้เหรียญทองกลับบ้านมา 3 เหรียญ เหรียญเงินอีกสอง จากนั้นก็แทบไม่มีรายการกีฬาใหญ่ๆ รายการใดเลยที่เฟลป์สจะพลาดชิงชัย &#160; แต่หนทางความสำเร็จระดับโลกไม่ใช่เรื่องง่าย เฟลป์สต้องแลกกับการเคี่ยวกรำฝึกซ้อมล้มประดาตาย แม้ผลของมันจะนำความสำเร็จมาให้เขา แต่อีกด้าน เขาก็พบว่ามันไม่สวยงาม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/michael-phelps/">เรื่อง “เหล้า” ของนักกีฬาว่ายน้ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทศวรรษ ไมเคิล เฟลป์ส</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปี 2008 โลกทั้งใบต้องจดจำชื่อ ไมเคิล เฟลป์ส ในฐานะนักกีฬาสัญชาติอเมริกันที่กวาดเหรียญทองจากการแข่งว่ายน้ำมาทั้งหมด 8 เหรียญในงานโอลิมปิกฤดูร้อนที่ประเทศจีน และไม่เพียงแค่คว้าจำนวนเหรียญทองกลับบ้านไปเยอะที่สุด แต่ในปีนั้น เขายังทำลายสถิติการแข่งขันว่ายน้ำระยะ 200 เมตรที่สถิติ 1:55.84 คว่ำสถิติเก่าของตัวเอง (!!) ที่ความเร็ว 1:55.94 ซึ่งเขาทำไว้เมื่อปี 2003 ไปเพียงเสี้ยววินาที</p>
<p>โอลิมปิกปี 2008 ไม่ใช่การแข่งขันครั้งแรกของเฟลป์ส แต่มันคือสังเวียนแรกที่เขากวาดเหรียญทองล้วนกลับบ้านเกิด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-1877 size-large aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/Michael_Phelps_Rio_Olympics_2016-775x1024.jpg" alt="" width="640" height="846" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/Michael_Phelps_Rio_Olympics_2016-775x1024.jpg 775w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/Michael_Phelps_Rio_Olympics_2016-227x300.jpg 227w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/Michael_Phelps_Rio_Olympics_2016-768x1015.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/Michael_Phelps_Rio_Olympics_2016.jpg 1094w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ก่อนหน้านี้ เฟลป์สลงแข่งว่ายน้ำหลายรายการมาตั้งแต่ยังเด็ก จนมาลงแข่งการว่ายน้ำสนามใหญ่ครั้งแรกๆ ราวปี 2001 ในรายการท่าผีเสื้อระยะทาง 200 เมตรที่เขาคว้าเหรียญทอง -ด้วยวัยเพียง 16 ปี- มาได้ในที่สุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปีต่อมาเขาลงแข่งชิงถ้วยจากแพน แปซิฟิก สวิมมิ่ง ซึ่งถือเป็นเวทีใหญ่และได้เหรียญทองกลับบ้านมา 3 เหรียญ เหรียญเงินอีกสอง จากนั้นก็แทบไม่มีรายการกีฬาใหญ่ๆ รายการใดเลยที่เฟลป์สจะพลาดชิงชัย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่หนทางความสำเร็จระดับโลกไม่ใช่เรื่องง่าย เฟลป์สต้องแลกกับการเคี่ยวกรำฝึกซ้อมล้มประดาตาย แม้ผลของมันจะนำความสำเร็จมาให้เขา แต่อีกด้าน เขาก็พบว่ามันไม่สวยงาม ทำให้เขาเครียดจัด จนต้องหันหน้าไปพึ่งแอลกอฮอล์และยาเสพติดในที่สุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เฟลป์สเริ่มเรียนว่ายน้ำตั้งแต่อายุราว 7 ขวบแค่เพราะอยากเรียนตามพี่สาวเท่านั้น &#8220;ตอนนั้นเหตุผลเดียวที่ทำให้ผมไปว่ายน้ำ คือ แม่อยากให้ผมว่ายน้ำเป็น แค่นั้นเลย&#8221; เขาว่า</p>
<p>ในอีก 3 ปีต่อมา เขาก็ล้ำหน้าเด็กวัยเดียวกันด้วยการคว้าแชมป์เยาวชนหลายรายการ และถูกส่งไปฝึกซ้อมกับโค้ชชื่อดังอย่าง บ็อบ โบว์แมน ซึ่งตารางการฝึกซ้อมของโบว์แมนนั้นเรียกได้ว่า &#8216;เดือด&#8217; เสียจนเฟลป์สแทบไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นอย่างเด็กวัยเดียวกัน</p>
<p>แน่นอนว่ามันเป็นราคาที่เขาพร้อมจะจ่าย แต่ถึงอย่างนั้น ความสำเร็จที่มาเร็วเกินคาดก็ได้เพิ่มความกดดันให้เฟลป์สทีละน้อยโดยที่เขาไม่ทันรู้ตัว ในวัยเพียง 15 ปี เขาคือนักกีฬาที่อายุน้อยที่สุดที่ได้ลงแข่งโอลิมปิกปี 2000 และแม้จะกลับบ้านมามือเปล่าโดยไร้เหรียญ แต่มันก็เป็นการแจ้งเกิดเขาในฐานะนักกีฬาอาชีพที่น่าจับตาอย่างยิ่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เฟลป์สว่ายน้ำ 7 วันต่อสัปดาห์ (!!) ในระยะทางราว 70,000-100,000 หลาทุกวัน เข้านอนเป็นเวลา 8 ชั่วโมงตั้งแต่หัวค่ำ (&#8220;การพักผ่อนมันสำคัญมากอย่างบอกไม่ถูก ผมว่าคนไม่ค่อยตระหนักถึงเรื่องนี้เท่าไหร่นะ&#8221; เขายืนยัน) ตื่นเช้ามาฝึกตอนเจ็ดโมงและยกน้ำหนักตอนเก้าโมง พักเที่ยง นอนกลางวัน และว่ายน้ำอีกครั้ง ก่อนจะเข้านอนตอนสี่ทุ่มตรง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เฟลป์สจำเป็นต้องเพิ่มน้ำหนักตัวเพื่อให้เหมาะสมกับส่วนสูงตามธรรมชาติที่ 193 ซม. ซึ่งทำให้เขาได้เปรียบเรื่องระยะการวาดช่วงแขน &#8220;ก่อนหน้าไปแข่งที่ปักกิ่ง ประเทศจีน ผมเพิ่มน้ำหนักตัวเองด้วยเวตเทรนนิ่ง เรา (เขากับโบว์แมนผู้เป็นโค้ช) กำหนดน้ำหนักที่เหมาะสมสำหรับผม นอกจากนี้ยังต้องวิ่งออกกำลังกายด้วย ผมวิ่งมากกว่าที่เคยวิ่งมาทั้งชีวิตอีก รวมทั้งพวกวิดพื้นอะไรแบบนี้ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ผมจะไม่บอกหรอกว่าเรื่องพวกนี้มันง่าย แต่ถ้าคุณทุ่มเท ฝึกหนักมากพอ รู้ให้ได้ว่าอุปสรรคเล็กจิ๋วที่ขวางกั้นคุณกับความสำเร็จคืออะไร และมีทีมงานที่เหมาะสมอยู่ข้างๆ ตัว มันก็ง่ายขึ้นมาหน่อย&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากตารางการฝึกสุดโหด เฟลป์สยังต้องดูแลอาหารการกินอย่างเคร่งครัด เพราะมันส่งผลโดยตรงต่อร่างกาย สำหรับนักกีฬาว่ายน้ำ ค่าของเม็ดเลือดแดงสัมพันธ์กันกับระดับออกซิเจนในปอดและในร่างกายเสมอ ซึ่งค่าของเม็ดเลือดแดงที่เหมาะสมนั้น ย่อมอยู่ที่การวัดระดับวิตามินในร่าง เฟลป์สจึงเข้มงวดกับอาหารมาก &#8220;ถ้าธาตุเหล็ก วิตามินบีหรือวิตามินดี หรืออะไรก็ตามในเลือดผมต่ำลงเมื่อไหร่ เราต้องหาทางแก้ไขมันในทันที&#8221; เขาว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่างที่เห็น ทั้งหมดนี้น่าจะทำให้เขาห่างไกลจากสิ่งที่เรียกว่าแอลกอฮอล์</p>
<p>ดังนั้น จึงแทบไม่มีใครเชื่อว่า ในอีกไม่กี่ปีต่อมา ภายหลังความสำเร็จระดับโลก  เฟลป์สจะต้องเข้ารับการบำบัดการติดเหล้าอย่างจริงจัง ท่ามกลางความเอาใจช่วยของครอบครัวและแฟนกีฬา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อันที่จริงก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2004 ด้วยอายุ 19 ซึ่งเพิ่งจะพ้นเกณฑ์ดื่มสุราอย่างถูกกฎหมายของอเมริกามาหมาดๆ พ่อหนุ่มเฟลป์สเคยถูกจับข้อหาเมาแล้วขับในรัฐแมรี่แลนด์มาแล้ว และในปี 2009 ชื่อเสียงของเขาก็อื้อฉาวภายหลังมีภาพเขากำลังปุ๊นกัญชาด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้ม และอีกครั้งในปี 2014 ที่เขาถูกจับด้วยข้อหาเมาแล้วขับอีกครั้ง เรื่องนี้เองที่ทำให้เฟลป์สเข้ารับการบำบัดในทันที นำไปสู่การรื้อหาสาเหตุที่ทำให้เขาทิ้งตัวลงในน้ำเมาเหล่านั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ผมเครียดมาก รู้สึกได้เลยว่าไม่ได้รักตัวเองอีกแล้ว และเอาเข้าจริงๆ ผมไม่ได้อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้วด้วยซ้ำ&#8221; เขาว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปรากฏว่าเฟลป์สไม่ได้แค่ติดเหล้าอย่างเดียวเท่านั้น แต่เขายังมีภาวะซึมเศร้าที่ทำให้เขาต้องหาทางบรรเทาทุกข์ด้วยการดื่ม ซึ่งรังแต่จะทำให้ทุกปัญหาหนักข้อยิ่งขึ้นไปอีก ความกดดันจากความสำเร็จระดับปรากฏการณ์ตั้งแต่อายุยังน้อยบีบให้เฟลป์สรู้สึกเสมอว่าเขายังทำได้ไม่ดีพอ และกระหน่ำเฆี่ยนตีตัวเองทางจิตใจเรื่อยมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;การเป็นนักกีฬามันทำให้คุณรู้สึกว่าคุณต้องเข้มแข็งตลอดเวลา ต้องก้าวข้ามทุกอุปสรรคได้เสมอ แต่ผมพบว่าอาชีพนี้ทำให้ผมต้องซุกซ่อนปัญหาตัวเองไว้อย่างดีที่สุด&#8221; เฟลป์สบอก &#8220;ตอนนั้นมันเป็นช่วงเวลาที่โคตรบ้าเลย ผมไม่อยากเจอหน้าใคร เห็นแต่ตัวเองในฐานะที่ทำให้คนอื่นผิดหวัง มันยากที่จะรับได้นะครับ&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สภาพจิตใจที่จมดิ่ง ร่างกายลงเหวกว่าที่เคยเพราะแอลกอฮอล์ วันหนึ่ง เฟลป์สก็พบว่าเขาจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว &#8220;ผมขอความช่วยเหลือจากคนรอบตัวในทันที ซึ่งมันโอเคนะ เปลี่ยนชีวิตผมเลยล่ะ ที่ผ่านมาตลอดทั้งชีวิตการเป็นนักกีฬาอาชีพ ผมไม่เคยต้องขอความช่วยเหลือจากใคร นี่เป็นครั้งแรก ผมทิ้งตัวนั่งลงคุกเข่าและร้องไห้ขอความช่วยเหลือจากคนรอบๆ ตัว&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เฟลป์สต้องเข้าพบนักบำบัดเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจและสภาพร่างกาย &#8220;ผมรู้แล้วว่าที่ผ่านมาผมพลาดอะไรตรงไหนไป และรู้ว่าทำเรื่องแย่มากๆ แต่ตอนนี้ผมก็ต้องมองไปข้างหน้ายังอนาคตที่สุกสว่างมากกว่าจะจมอยู่กับอดีต&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ดี แม้จะต้องเข้าพบนักบำบัด แต่เฟลป์สก็ไม่เคยระบุว่าเขาเป็นคนติดเหล้าอย่างจริงจัง เขาให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า &#8220;ด้วยความสัตย์นะ ผมไม่รู้เหมือนกันว่าจะเรียกตัวเองว่าคนติดเหล้าได้ไหม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ผมตระหนักดีว่านี่เป็นข้อผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่เหลือเกิน และได้เรียนรู้แล้วว่าทำอะไรลงไปบ้างและจะเรียนรู้ถึงความผิดพลาดนี้ไปตลอดชีวิตที่เหลือของผม&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>และนั่นเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้เฟลป์สกัดฟันตั้งมั่นว่าเขาจะไม่ดื่มอีก หากจะยังเดินอยู่ในถนนของนักกีฬาอาชีพต่อไป เขาต้องขึ้นศาลเพื่อว่าความภายหลังถูกหมายเรียกเมาแล้วขับก่อนหน้าการมาถึงของโอลิมปิกที่เมืองริโอ เดอ จาเนโร บราซิลในปี 2016</p>
<p>&#8220;ก่อนผมไปขึ้นศาล ผมบอกตัวเองว่าจะไม่ดื่มเหล้าอย่างเด็ดขาดจนกว่าการแข่งขันที่ริโอจะผ่านพ้นไป -นั่นหมายถึงว่าหากผมอยากกลับมาดื่มน่ะนะ&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>และแน่นอน ดังที่เรารู้กัน โอลิมปิกในครั้งนั้น เขาคว้าเหรียญทองกลับบ้านมานอนกอดที่ 5 เหรียญ และเหรียญเงินอีก 1 เหรียญในรายการแข่งท่าผีเสื้อ 100 เมตร ก่อนประกาศรีไทร์ในปีนั้นนั่นเอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา</p>
<div class="jetpack-video-wrapper"><iframe loading="lazy" class="youtube-player" width="640" height="360" src="https://www.youtube.com/embed/-Bmb-mdEbXohttps://www.nytimes.com/2014/12/20/sports/michael-phelps-pleads-guilty-admits-alcohol-problem.html?version=3&#038;rel=1&#038;showsearch=0&#038;showinfo=1&#038;iv_load_policy=1&#038;fs=1&#038;hl=en-US&#038;autohide=2&#038;wmode=transparent" allowfullscreen="true" style="border:0;" sandbox="allow-scripts allow-same-origin allow-popups allow-presentation"></iframe></div>
<p>&nbsp;</p>
<p id="link-cf030ad" class="css-1j5ig2m e1h9rw200" data-test-id="headline"><a href="https://www.nytimes.com/2014/12/20/sports/michael-phelps-pleads-guilty-admits-alcohol-problem.html?auth=link-dismiss-google1tap">Michael Phelps Pleads Guilty and Admits Alcohol Problem</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ : ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/michael-phelps/">เรื่อง “เหล้า” ของนักกีฬาว่ายน้ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทศวรรษ ไมเคิล เฟลป์ส</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1869</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เอมิเน็ม เพราะสุดท้ายแล้ว การแรป คือสิ่งเสพติดของเขา</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/alcoholic-eminem/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=alcoholic-eminem</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2020 06:27:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าแล้วเปลี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[eminem]]></category>
		<category><![CDATA[คนดังติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[บำบัดคนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[เอมิเน็ม]]></category>
		<category><![CDATA[แรปเปอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1734</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อไม่นานมานี้ เอมิเน็ม ฉลองการประกาศเลิกเหล้าของตัวเองลงอินสตาแกรม พร้อมข้อความ &#8220;11 ปีแล้วนะ &#8211; ไม่กลัวเหมือนเคย&#8221; &#160; &#160; หลายปีก่อนหน้านั้น ราวๆ สักสามทศวรรษ นายเอมิเน็มหรือ มาร์แชลล์ บรูซ มาเธอร์ที่สาม คือเด็กหนุ่มผิวขาวที่เติบโตในย่านคนดำ หลงใหลในเพลงฮิปฮอปและเริ่มร้องเพลงแรปกับเพื่อนตั้งแต่อายุเพียง 14 ปี ในร้านฮิปฮอปช็อป รัฐดีทรอยต์ เจ้าหนุ่มผิวขาวหน้าตาสะอาดสะอ้านบุกขึ้นไปโชว์แรปให้คนดำในร้านฟัง และได้รับคำชมกราวใหญ่ &#160; อาจพูดได้ว่าเจ้าหนุ่มก้าวเข้าสู่โลกของผู้ใหญ่และสารเสพติดเร็วพอสมควร เอมิเน็มเรียนไม่เก่งนัก เขาจึงมักใช้เวลาส่วนมากที่ควรจะอยู่ในโรงเรียนหมดไปกับการขลุกอยู่ในบาร์กับเพื่อนๆ รวมตัวกันทำเพลงแรป อบอวลตัวเองด้วยกลิ่นควันบุหรี่และแอลกอฮอล์ ที่เขาน่าจะเริ่มลิ้มลองมันครั้งแรกก่อนจะแตกหนุ่มเต็มตัวเสียอีก หลัง &#8216;พระเจ้าเพลงแรป&#8217; ในวัยเด็กได้ย่างก้าวเข้าไปในโลกของเหล้ายา เขาก็ไม่ห่างจากมันเลยอีกหลายสิบปี &#160; อันที่จริง เส้นทางระหว่างเอมิเน็มกับแอลกอฮอล์นั้นดูจะเข้ากันได้ดีนับตั้งแต่เขาเริ่มมีชื่อเสียงด้วยซ้ำ ไม่ต่างจากคนดังหลายๆ คนที่มีโอกาสเข้าถึงเหล้ายาได้มากกว่าคนทำอาชีพอื่นๆ ไม่ช้า เอมิเน็มในวัยยังไม่ถึงสามสิบ ก็มีเหล้าชั้นดี  ไวน์ราคาแพงและเบียร์จำนวนมหาศาลอยู่รอบตัว บ่อยครั้งที่เขาบอกว่าใช้มันเพื่อให้สมองไหลลื่นเวลาแต่งเพลง แต่ก็มีอีกไม่น้อย ที่เขาใช้มันเพื่อเยียวยาแผลลึกๆ บางอย่างในใจ -ซึ่งเอาเข้าจริงก็ไม่ค่อยได้ผลนัก- เขาบอกว่าอย่างเก่ง มันแค่ทำให้เขาไม่รู้สึกอะไรเท่านั้น &#160; แผลลึกดังกล่าว ส่วนหนึ่งคือวัยเด็กอันเจ็บปวดของเขา เอมิเน็มมักถูกกลั่นแกล้งจากเพื่อนร่วมชั้นเรียนอยู่บ่อยๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcoholic-eminem/">เอมิเน็ม เพราะสุดท้ายแล้ว การแรป คือสิ่งเสพติดของเขา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อไม่นานมานี้ เอมิเน็ม ฉลองการประกาศเลิกเหล้าของตัวเองลงอินสตาแกรม พร้อมข้อความ &#8220;11 ปีแล้วนะ &#8211; ไม่กลัวเหมือนเคย&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-1752 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/eminem_photo_by_dave_j_hogan_getty_images_entertainment_getty_187596325-300x300.jpg" alt="" width="500" height="500" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/eminem_photo_by_dave_j_hogan_getty_images_entertainment_getty_187596325-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/eminem_photo_by_dave_j_hogan_getty_images_entertainment_getty_187596325-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/eminem_photo_by_dave_j_hogan_getty_images_entertainment_getty_187596325-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/eminem_photo_by_dave_j_hogan_getty_images_entertainment_getty_187596325-1024x1024.jpg 1024w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/eminem_photo_by_dave_j_hogan_getty_images_entertainment_getty_187596325.jpg 1200w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลายปีก่อนหน้านั้น ราวๆ สักสามทศวรรษ นายเอมิเน็มหรือ มาร์แชลล์ บรูซ มาเธอร์ที่สาม คือเด็กหนุ่มผิวขาวที่เติบโตในย่านคนดำ หลงใหลในเพลงฮิปฮอปและเริ่มร้องเพลงแรปกับเพื่อนตั้งแต่อายุเพียง 14 ปี ในร้านฮิปฮอปช็อป รัฐดีทรอยต์ เจ้าหนุ่มผิวขาวหน้าตาสะอาดสะอ้านบุกขึ้นไปโชว์แรปให้คนดำในร้านฟัง และได้รับคำชมกราวใหญ่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อาจพูดได้ว่าเจ้าหนุ่มก้าวเข้าสู่โลกของผู้ใหญ่และสารเสพติดเร็วพอสมควร เอมิเน็มเรียนไม่เก่งนัก เขาจึงมักใช้เวลาส่วนมากที่ควรจะอยู่ในโรงเรียนหมดไปกับการขลุกอยู่ในบาร์กับเพื่อนๆ รวมตัวกันทำเพลงแรป อบอวลตัวเองด้วยกลิ่นควันบุหรี่และแอลกอฮอล์ ที่เขาน่าจะเริ่มลิ้มลองมันครั้งแรกก่อนจะแตกหนุ่มเต็มตัวเสียอีก หลัง &#8216;พระเจ้าเพลงแรป&#8217; ในวัยเด็กได้ย่างก้าวเข้าไปในโลกของเหล้ายา เขาก็ไม่ห่างจากมันเลยอีกหลายสิบปี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อันที่จริง เส้นทางระหว่างเอมิเน็มกับแอลกอฮอล์นั้นดูจะเข้ากันได้ดีนับตั้งแต่เขาเริ่มมีชื่อเสียงด้วยซ้ำ ไม่ต่างจากคนดังหลายๆ คนที่มีโอกาสเข้าถึงเหล้ายาได้มากกว่าคนทำอาชีพอื่นๆ ไม่ช้า เอมิเน็มในวัยยังไม่ถึงสามสิบ ก็มีเหล้าชั้นดี  ไวน์ราคาแพงและเบียร์จำนวนมหาศาลอยู่รอบตัว บ่อยครั้งที่เขาบอกว่าใช้มันเพื่อให้สมองไหลลื่นเวลาแต่งเพลง แต่ก็มีอีกไม่น้อย ที่เขาใช้มันเพื่อเยียวยาแผลลึกๆ บางอย่างในใจ -ซึ่งเอาเข้าจริงก็ไม่ค่อยได้ผลนัก- เขาบอกว่าอย่างเก่ง มันแค่ทำให้เขาไม่รู้สึกอะไรเท่านั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แผลลึกดังกล่าว ส่วนหนึ่งคือวัยเด็กอันเจ็บปวดของเขา เอมิเน็มมักถูกกลั่นแกล้งจากเพื่อนร่วมชั้นเรียนอยู่บ่อยๆ (มีคนบอกว่าเอมิเน็มในวัยเด็กนั้น &#8220;น่ารักดีแต่ค่อนข้างโดดเดี่ยว&#8221;) และไม่ได้ประสบความสำเร็จในการเรียนเท่าไรนัก รวมทั้งไม่ได้มีสภาพครอบครัวที่ดี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มิหนำซ้ำ เมื่อเติบโตขึ้นมา เขายังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนใจจากความตายของเพื่อนสนิทอย่าง พรูฟ แรปเปอร์ชื่อดังที่ถูกฆาตกรรมในปี 2006 (ภายหลัง เอมิเน็มสักชื่อพรูฟหรือ Proof ไว้ที่แขนซ้ายข้างถนัดของเขา) ทำให้เอมิเน็มรู้สึกแย่มากยิ่งขึ้น และเขาพบว่าหนทางเดียวที่จะเยียวยาตัวเองได้อย่างรวดเร็วที่สุด อาจเป็นการใช้สารเสพติดและเหล้าช่วยกอบกู้ซากชีวิตขึ้นมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>และในปีถัดมาหลังการตายของพรูฟ เอมิเน็มต้องประสบกับภาวะหมดสติจากการดื่มเหล้าและเสพยาเกินขนาด เขาเล่าว่า &#8220;ผมกินยาเกินขนาดจนต้องเข้าโรงพยาบาล ตอนนั้นน้ำหนักตัวพุ่งขึ้นไปถึง 230 ปอนด์ (ราวๆ 104 กิโลกรัม) ไม่รู้เหมือนกันว่าอ้วนขึ้นขนาดนั้นได้ยังไง แต่อาจจะเพราะไวโคดิน (ยาแก้ปวด) กับแวเลียม (ยาที่ใช้ในการสงบสติอารมณ์) ที่ผมกินมาหลายปีติดต่อกันมั้ง ที่ทำให้กระเพาะเป็นรู เพราะงั้นผมเลยปวดท้องตลอด และเพื่อหลีกเลี่ยงอาการนี้เลยต้องกินเยอะๆ ให้กระเพาะไม่ว่าง&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เอมิเน็มยังบอกอีกว่าเขาเคยใช้ไวโอดิน 30 เม็ดและแวเลียมอีก 60 เม็ดต่อวัน (!!) ซึ่งความรุนแรงเทียบเท่ากับการกรอกเฮโรอีนสี่ถุงใหญ่ลงท้อง ทำให้เขาห่างจากความตายเพียงคืบเดียวเท่านั้น หากว่าคนที่บ้านนำตัวเขาส่งโรงพยาบาลช้าไปอีกสองชั่วโมง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สิ่งที่เราว่ามานี้ ยังไม่ได้รวมถึงเหล้า ไวน์ เบียร์และแอลกอฮอล์อีกหลายชนิดที่เขาใช้ประคองสุขภาพจิตตัวเองให้ดำเนินไปได้ในแต่ละวัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ความรู้สึกมันเหมือนกับ &#8216;อ้า โล่งจริง&#8217; ไม่ใช่แค่ทุกอย่างรอบตัวคุณกำลังละลายนะ แต่ผมไม่รู้สึกกระทั่งความเจ็บปวดด้วยซ้ำ และไม่รู้ด้วยว่ามันกลายเป็นปัญหาตั้งแต่เมื่อไร รู้ตัวอีกทีก็ชอบไอ้เหล้ายาพวกนี้มากขึ้นเรื่อยๆ คนรอบตัวก็บอกผมล่ะ ว่าผมน่ะเริ่มมีปัญหาแล้ว แต่ผมจะสวนกลับไปว่า &#8216;อย่ามาเสือกน่ะ&#8217; แค่นั้น&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ผมเป็นประเภทที่ย่ำแย่ที่สุดของการเสพติดแล้ว&#8221; เขาว่า &#8220;ผมดำดิ่งไปกับมันลึกมากเสียจนถึงจุดหนึ่ง ผมก็นึกภาพตัวเองทำอะไรอย่างอื่นไม่ออกเลยนอกจากเสพยาและดื่มเหล้า&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้ว่าเอมิเน็มจะใช้ยาจำนวนมาก แต่เขาใช้ยาที่ถูกกฎหมาย และค่อนข้างระวังตัวในการใช้สารเสพติด ทำให้เขาไม่มีประวัติการใช้โคเคนหรือเฮโรอีนแม้แต่ครั้งเดียว และส่วนใหญ่ ยาที่เขาใช้นั้นก็เพื่อช่วยให้ตัวเองตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาจากการโหมงานหนัก เขาจึงมักใช้ยาแก้ปวดหรือยาคลายประสาทช่วยให้เขาหลับได้เร็วขึ้นหรือกระปรี้กระเปร่าเวลาอยู่บนเวที</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ถึงไม่ใช่ยาที่ผิดกฎหมาย แต่การ &#8216;เสพติด&#8217; ยาและแอลกอฮอล์ก็ส่งผลร้ายต่อตัวเขา จนเอมิเน็มต้องเข้ารับการบำบัดอย่างเร่งด่วนภายหลังจากออกจากโรงพยาบาล ซึ่งเขาพบว่าเป็นกระบวนการที่ เอ่อ&#8230; ไม่น่าพิสมัยเอาเสียเลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นบั๊กส์ บันนี่ ในสถานที่บำบัดน่ะ&#8221; ราชาเพลงแรปเล่าอย่างกลุ้มใจ &#8220;แบบว่าพอบั๊กส์ บันนี่เดินไปไหนต่อไหน คนก็เอาแต่หันมามอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;แล้วก็นะ คนในสถานที่บำบัดเอาแต่ขโมยหมวก ปากกาและสมุดของผมอยู่เรื่อย แถมยังอ้อนจะขอลายเซ็น จนผมไม่มีสมาธิจดจ่อกับการบำบัดเลย&#8221; (โถ)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เขาใช้เวลากับการบำบัดนานหลายเดือน และเมื่อออกมา ก็ไม่วายต้องออกกำลังกายครั้งใหญ่เพื่อลดน้ำหนัก ด้วยการวิ่งบนลู่อย่างบ้าคลั่ง จนน้ำหนักลงอย่างสม่ำเสมอและไม่เป็นการทำร้ายตัวเอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ตอนออกมาจากการบำบัด ผมตั้งใจว่าต้องลดน้ำหนักลงให้ได้” เขากล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จากวันนั้น จนถึงนาทีนี้ ก็เหยียบเข้าปีที่ 12 แล้วที่เอมิเน็มเลิกเหล้าและยาอย่างเด็ดขาด เขาจะใช้มันก็ต่อเมื่อในกรณีพิเศษ ทั้งจิบเบาๆ หลังงานจบ หรือในโอกาสเฉลิมฉลองบางอย่างเท่านั้น &#8211;นั่นเพราะเหล้าไม่ใช่สิ่งที่เขาเสพติดอีกต่อไปแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ผมกลับมาแล้ว การแรปคือสิ่งเสพติดของผม มันช่วยให้ผมเมา เท่ากับที่มันช่วยหยุดไม่ให้ผมเมาไปกว่านั้น&#8221; เขาทิ้งท้าย</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
<p>ที่มา:</p>
</div>
</div>
<p><a href="https://www.cheatsheet.com/entertainment/which-member-of-outkast-has-the-highest-net-worth.html/">https://www.cheatsheet.com/entertainment/which-member-of-outkast-has-the-highest-net-worth.html/</a></p>
<p><a href="https://eng.amomama.com/146677-eminem-marks-11-years-sobriety.html">https://eng.amomama.com/146677-eminem-marks-11-years-sobriety.html</a></p>
<p><a href="https://www.youtube.com/watch?v=l3nVUwf3gv8">https://www.youtube.com/watch?v=l3nVUwf3gv8</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ : ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcoholic-eminem/">เอมิเน็ม เพราะสุดท้ายแล้ว การแรป คือสิ่งเสพติดของเขา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1734</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
