<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>วัฒนธรรมการดื่ม Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%A1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/วัฒนธรรมการดื่ม/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:15:51 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>วัฒนธรรมการดื่ม Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/วัฒนธรรมการดื่ม/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>เจาะวัฒนธรรมการดื่มของชาวแพร่ และสร้างความตระหนักรู้กับเยาวชน สนทนากับ ภัทรธิดา สมรักษ์</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/pattarathida-somrak-interview/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=pattarathida-somrak-interview</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Jun 2021 11:02:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเรือนเพาะชำ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ติดสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[ภัทรธิดา สมรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมการดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[เยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[แพร่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3869</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;วันนั้นเป็นวันก่อนเข้าพรรษา มีผู้ชายวัยประมาณ 48 ปีมาเข้าร่วมอบรมกับเรา เขาดื่มเหล้ามาตั้งแต่อายุ 12-13 ติดเหล้าจนตาเหลือง หน้าเหลือง แต่อยากเลิกเหล้าตลอดชีวิต &#8220;ตอนเราอบรมเขาสนุกสนานแฮปปี้มาก แต่พอเขากลับไปที่บ้าน เช้าวันรุ่งขึ้น เขาเสียชีวิต มันทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่ควรละเลยเรื่องเหล่านี้ถึงขั้นมีคนตาย คนคนนี้มาเข้าร่วมกิจกรรมของเราเพราะเขากลัวตาย เราก็อยากทำให้เขาและทุกคนรู้สึกว่าชีวิตของตนเองมีคุณค่า&#8221; เรื่องเล่าจาก ภัทรธิดา สมรักษ์ หรือ ส้มโอ สมาชิกกลุ่มผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ &#8220;เรือนเพาะชำ&#8221; ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่สนใจทำงานพัฒนาชุมชน ผ่านการจัดค่ายและฝึกอบรมให้ความรู้เรื่องเอดส์ เพศศึกษา สารเสพติด ในจังหวัดแพร่ ทำให้เราเห็นว่าการติดสุราเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไข เข้าใจ และช่วยเหลือ แต่เพราะสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมในสังคมแต่ละแห่งล้วนแตกต่างกัน การทำความเข้าใจปัญหาผู้ติดสุราจึงอาจต้องผสมรวมกับความเข้าใจบริบทแวดล้อมคนดื่มด้วย ทุกวันนี้ส้มโอเดินหน้าทำงานกับชุมชนในเมืองแพร่ที่เธอเติบโตและใช้ชีวิตอย่างต่อเนื่องหลายปี ด้วยความตั้งใจอยากบรรเทาปัญหาผู้ติดสุรา และพยายามสร้างความตระหนักรู้ให้แก่คนรุ่นใหม่ ภายใต้บริบทเมืองแพร่ของเธอมีอะไรที่น่าสนใจ ทำอย่างไรจึงจะลดจำนวนนักดื่มหน้าใหม่ลงได้ Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวนคุณอ่านบทสนทนากับ ส้มโอ ภัทรธิดา สมรักษ์ ผู้มองว่าการช่วยเหลือผู้ติดสุรา ควรอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว ชุมชน ภาคการศึกษา ไปจนถึง สาธารณสุข  &#160; &#160; เจาะวัฒนธรรมดื่มเหล้าเมืองแพร่ และผลกระทบถึงเยาวชน  “วัฒนธรรมการดื่มกินของเมืองแพร่เป็นที่ร่ำลือของชาวล้านนาด้วยกัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/pattarathida-somrak-interview/">เจาะวัฒนธรรมการดื่มของชาวแพร่ และสร้างความตระหนักรู้กับเยาวชน สนทนากับ ภัทรธิดา สมรักษ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&#8220;วันนั้นเป็นวันก่อนเข้าพรรษา มีผู้ชายวัยประมาณ 48 ปีมาเข้าร่วมอบรมกับเรา เขาดื่มเหล้ามาตั้งแต่อายุ 12-13 ติดเหล้าจนตาเหลือง หน้าเหลือง แต่อยากเลิกเหล้าตลอดชีวิต</p>
<p>&#8220;ตอนเราอบรมเขาสนุกสนานแฮปปี้มาก แต่พอเขากลับไปที่บ้าน เช้าวันรุ่งขึ้น เขาเสียชีวิต มันทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่ควรละเลยเรื่องเหล่านี้ถึงขั้นมีคนตาย คนคนนี้มาเข้าร่วมกิจกรรมของเราเพราะเขากลัวตาย เราก็อยากทำให้เขาและทุกคนรู้สึกว่าชีวิตของตนเองมีคุณค่า&#8221;</p>
<p>เรื่องเล่าจาก <strong>ภัทรธิดา สมรักษ์</strong> หรือ <strong>ส้มโอ </strong>สมาชิก<a href="https://www.facebook.com/reunporcham" target="_blank" rel="noopener">กลุ่มผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ &#8220;เรือนเพาะชำ&#8221;</a> ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่สนใจทำงานพัฒนาชุมชน ผ่านการจัดค่ายและฝึกอบรมให้ความรู้เรื่องเอดส์ เพศศึกษา สารเสพติด ในจังหวัดแพร่ ทำให้เราเห็นว่าการติดสุราเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไข เข้าใจ และช่วยเหลือ</p>
<p>แต่เพราะสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมในสังคมแต่ละแห่งล้วนแตกต่างกัน การทำความเข้าใจปัญหาผู้ติดสุราจึงอาจต้องผสมรวมกับความเข้าใจบริบทแวดล้อมคนดื่มด้วย ทุกวันนี้ส้มโอเดินหน้าทำงานกับชุมชนในเมืองแพร่ที่เธอเติบโตและใช้ชีวิตอย่างต่อเนื่องหลายปี ด้วยความตั้งใจอยากบรรเทาปัญหาผู้ติดสุรา และพยายามสร้างความตระหนักรู้ให้แก่คนรุ่นใหม่</p>
<p>ภายใต้บริบทเมืองแพร่ของเธอมีอะไรที่น่าสนใจ ทำอย่างไรจึงจะลดจำนวนนักดื่มหน้าใหม่ลงได้ <span style="font-weight: 400;">Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวนคุณอ่านบทสนทนากับ ส้มโอ ภัทรธิดา สมรักษ์ ผู้มองว่า</span><span style="font-weight: 400;">การช่วยเหลือผู้ติดสุรา ควรอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว ชุมชน ภาคการศึกษา ไปจนถึง สาธารณสุข </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_3894" aria-describedby="caption-attachment-3894" style="width: 1080px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" fetchpriority="high" class="wp-image-3894 size-full" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/192150120_3821464504645642_6741608824724588709_n.jpg" alt="" width="1080" height="797" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/192150120_3821464504645642_6741608824724588709_n.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/192150120_3821464504645642_6741608824724588709_n-300x221.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/192150120_3821464504645642_6741608824724588709_n-768x567.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/192150120_3821464504645642_6741608824724588709_n-1024x756.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /><figcaption id="caption-attachment-3894" class="wp-caption-text">ส้มโอ &#8211; ภัทรธิดา สมรักษ์</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>เจาะวัฒนธรรมดื่มเหล้าเมืองแพร่ และผลกระทบถึงเยาวชน</b><span style="font-weight: 400;"> </span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><br />
“วัฒนธรรมการดื่มกินของเมืองแพร่เป็นที่ร่ำลือของชาวล้านนาด้วยกัน (หัวเราะ) ด้วยความที่จังหวัดแพร่เป็นแหล่งผลิตสุราพื้นบ้านที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือก็ว่าได้ ประกอบกับจังหวัดแพร่เป็นจังหวัดที่ทำอาชีพเกษตรกรรมถึง 70 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ พอหลังเลิกงานชาวไร่ชาวสวนก็มักจะชวนกันดื่มกินเพื่อคลายเส้น บ้างก็ว่ากันว่าดื่มเป็นยา จนกลายเป็นการติดเหล้า&#8221; ส้มโอเริ่มต้นบทสนทนาด้วยการเล่าถึงวิถีชีวิตที่ทำให้คนแพร่กลายเป็นนักดื่มเลื่องชื่อในหมู่ชาวล้านนา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;</span><span style="font-weight: 400;">จังหวัดแพร่มีปัญหาเรื่องเหล้ายามากเพราะมีสุราพื้นบ้านเป็นของตัวเอง ซึ่งเราเคยทำวิจัยศึกษาเรื่องเหล้ายาเหล่านี้ พบว่าเด็กที่แพร่สามารถเข้าถึงแอลกอฮอล์ได้ภายใน 5 นาที&#8221; ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างมาก </span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p>&#8220;ถ้าให้ขยายความคือ เมื่อเรามองมิติด้านพฤติกรรมการซื้อขายเครื่อง<span style="font-weight: 400;">ดื่มแอลกอฮอล์ตามร้านขายของชำในหมู่บ้าน จะเห็นร้านในหมู่บ้านไม่ได้ใหญ่โต และคนในชุมชนต่างก็มองว่า</span><span style="font-weight: 400;">การจำหน่ายเหล้าเบียร์ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา บางทีพ่อแม่ก็ใช้ให้เด็กไปซื้อกลับมา จึงไม่แปลกที่เราจะบอกว่า เด็กอายุแค่ 11 ขวบ สามารถเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ภายในเวลา 5 นาที เพราะสภาพแวดล้อมรอบตัวเอื้อให้เขาทำเช่นนั้น และท้ายที่สุด เด็กๆ ก็จะมองว่าเป็นเรื่องปกติ”</span></p>
<p>ในจุดนี้ ส้มโอเน้นย้ำว่าครอบครัว คือส่วนสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันแก่เยาวชน</p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ครอบครัวถือเป็นต้นแบบของเด็กๆ หากคนในครอบครัวติดเหล้า จะมีแนวโน้มทำให้เด็กๆ มีโอกาสดื่มเหล้าได้ง่ายเช่นกัน หรือแม้กระทั่งครอบครัวที่ทะเลาะเบาะแว้งกันก็อาจส่งผลให้เด็กก้าวร้าวหรือมีพฤติกรรมเลียนแบบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในที่นี้อาจจะไม่ใช่เด็กทั้งหมดที่มีพฤติกรรมเลียนแบบ เพราะบางครอบครัวที่ติดเหล้าทั้งพ่อและแม่แต่ลูกไม่ดื่มก็มีให้เห็น แต่ทั้งนี้เรามองว่าครอบครัวเป็นรากฐานสำคัญที่จะสร้างความแข็งแกร่งทางด้านร่างกายและจิตใจให้กับเด็กๆ หากครอบครัวอบอุ่นก็จะมีแนวโน้มทำให้เด็กๆ เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ”</span></p>
<p>ส้มโอและทีมงานกลุ่มเรือนเพาะชำ จึงทำงานช่วยเหลือผู้ติดสุราที่เป็นผู้ใหญ่ พร้อมๆ กับรณรงค์ให้ความรู้เรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และทางเลือกกิจกรรมอื่นๆ ที่สร้างสรรค์แก่เยาวชน ผ่านการร่วมมือกับแกนนำในชุมชนเช่น อสม. ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนนายอำเภอ</p>
<p>ตัวอย่างโครงการช่วยเหลือนักดื่มให้เลิกเหล้า<span style="font-weight: 400;"> เช่น พรรษานี้หยอดกระปุก พรรษานี้เก็บค่าเหล้าเป็นค่านมลูก ปั่นฮอมบุญ (ปั่นจักรยานสะสมบุญ) เป็นต้น รวมถึงมีการสร้างเครือข่ายติดตามผู้เลิกเหล้า ซึ่งทำงานร่วมกับชุมชนและสาธารณสุขจังหวัด ตำรวจภูธร ในรูปแบบโครงการ &#8220;โทรถามตามเยี่ยม&#8221; ส้มโอมองว่า</span><span style="font-weight: 400;">เมื่อทุกภาคส่วนทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มกำลังจะทำให้เกิดเครือข่ายที่เข้มแข็ง เพราะเราทุกคนมีส่วนช่วยคนที่ติดกับดักของแอลกอฮอล์ได้ให้กลับมามีชีวิตที่มีความสุขได้</span></p>
<p>ด้านการรณรงค์ ให้ความรู้ และป้องกันเยาวชนไม่ให้ติดเหล้า เธอเล่าว่า <span style="font-weight: 400;">“เราสร้างกลุ่มนักกิจกรรมเยาวชน ชื่อ กลุ่มขันโตกแพร่ เป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่ชอบเล่นละครมารวมตัวกัน เดินสายฉายหนังทั่ววิทยาลัยอาชีวะศึกษาทั่วจังหวัดแพร่ เพราะเดิมเรามีต้นทุนเรื่องการทำละครเวที มีทักษะในการเล่นละคร จึงเลือกเริ่มต้นจากตรงนี้&#8221;</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_3891" aria-describedby="caption-attachment-3891" style="width: 2048px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-3891 size-full" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/192851205_295315328962147_5910204088275685294_n.jpg" alt="" width="2048" height="1536" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/192851205_295315328962147_5910204088275685294_n.jpg 2048w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/192851205_295315328962147_5910204088275685294_n-300x225.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/192851205_295315328962147_5910204088275685294_n-768x576.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/192851205_295315328962147_5910204088275685294_n-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /><figcaption id="caption-attachment-3891" class="wp-caption-text">ภาพการแสดงละครเวที (ภาพโดย ภัทรธิดา สมรักษ์)</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผลลัพธ์คือ &#8220;<span style="font-weight: 400;">พฤติกรรมการดื่มของเด็กอาสาสมัครก็ลดลงไปเยอะ เขาบอกว่าได้ซึมซับจากการเป็นสื่อรณรงค์ให้ผู้อื่นลดละเลิก ตนเองจึงอยากเป็นตัวอย่างที่ดี พวกเขารู้สึกว่าสิ่งที่ทำมีคุณค่า ได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ บางคนอาจจะไม่ถนัดในเรื่องการแสดงละคร ก็จะไปอยู่ฝ่ายคอสตูมบ้างแต่งหน้าให้บ้าง จัดบล็อกกิ้งบ้าง หรือแม้กระทั่งคุมเสียง หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การแสดงละคร แต่อยู่ที่กระบวนการซึ่งทำให้เกิดละครรณรงค์หนึ่งเรื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;</span><span style="font-weight: 400;">พอเด็กๆ ได้มาคลุกคลี พวกเขาก็จะเห็นปัญหาจริงๆ ที่เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การที่เขาตระหนักว่าปัญหาทุกอย่างไม่สามารถแก้ไขด้วยการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นั่นคือการบรรลุวัตถุประสงค์ของเราแล้ว แม้บางคนอาจจะไม่ได้เลิกขาดแต่อย่างน้อยพวกเขาลดละได้มากเลยทีเดียว&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้การทำงานกับร่วมกลุ่มเยาวชนอาจจะทำให้ส้มโอรู้สึกเหนื่อยบ้างเป็นบางครั้ง แต่เธอไม่เคยท้อ เพราะไม่ว่ากิจกรรมอย่างการทำละคร ค่ายฝึกอบรม สร้างพื้นที่ปลอดภัย เล่านิทานออนทัวร์ในรั้วโรงเรียน ทำตุ๊กตาหุ่นผ้า ฯลฯ ทั้งหมดเธอเชื่อว่าจะทำให้เยาวชนได้ซึมซับ ตระหนักถึงปัญหา รวมถึงการเปิดโอกาสให้เยาวชนมาทำงานร่วมกันจะทำให้พวกเขาได้เห็นว่าตนเองสามารถเลือกใช้ชีวิตอย่างที่ชอบ มีคุณค่า มีความสามารถหลากหลาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังเชื่ออีกว่าคือ ละครเวทีของตนที่เกิดจากเยาวชน จะทำให้กลุ่มเยาวชนด้วยกันเข้าใจและคล้อยตามสารที่ต้องการสื่อได้ดียิ่งขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“คนที่มาดูละคร เป็นผู้ที่เสพสื่อรณรงค์โดยตรง ถามว่าละครสามารถช่วยให้พวกเขาลดละเลิกดื่มได้ด้วยไหม นั่นอาจจะเป็นเรื่องยาก แต่เราเชื่อเสมอว่าการที่ให้เยาวชนในวัยเดียวกันเป็นกระบอกเสียง ผู้ชมที่เป็นเยาวชนด้วยกันจะเรียนรู้และเข้าใจได้ง่ายกว่าการที่ให้ผู้ใหญ่ไปสื่อสารและบอกว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ดี พูดง่ายๆ คืออย่างน้อยวัยรุ่นในพื้นที่เขาจะได้รับรู้ เข้าใจถึงสถานการณ์ ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอย่างน้อยการที่เราไปทำละคร ก็ทำให้พวกเขารู้ว่ามีกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งตั้งหน้าตั้งตาทำละครสะท้อนสังคม“</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_3893" aria-describedby="caption-attachment-3893" style="width: 2048px" class="wp-caption alignnone"><img decoding="async" class="wp-image-3893 size-full" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/192298289_800365264249185_2024126528033259010_n.jpg" alt="" width="2048" height="1536" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/192298289_800365264249185_2024126528033259010_n.jpg 2048w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/192298289_800365264249185_2024126528033259010_n-300x225.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/192298289_800365264249185_2024126528033259010_n-768x576.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/192298289_800365264249185_2024126528033259010_n-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /><figcaption id="caption-attachment-3893" class="wp-caption-text">(ภาพโดย ภัทรธิดา สมรักษ์)</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>เลิกได้ยากเพราะอะไร และเราทุกคนควรทำอย่างไร</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อเราถามเหตุผลที่คนเมืองแพร่อาจจะเลิกดื่มได้ยาก ส้มโอแสดงความคิดเห็นว่า &#8220;<span style="font-weight: 400;">ปัญหาหลักๆ เลยคือจิตใจไม่เข้มแข็งพอ และเขายังอยู่ในสังคม ชุมชนที่มีสภาพแวดล้อมยังดื่มกินอยู่ สภาพแวดล้อมรอบข้างเต็มไปด้วยคนเดิมๆ จะทำให้เขาไม่สามารถเลิกดื่มได้ </span><span style="font-weight: 400;">ต่อมาคือเรื่องของมุมมองที่มองว่าการดื่มเป็นเรื่องปกติ เป็นวัฒนธรรม ถ้าเป็นคนดื่ม เราคิดว่าเขาย่อมรู้เรื่องความเสี่ยง อันตรายที่เกิดจากแอลกฮอล์ เช่น หากดื่มแล้วขับก็เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ แต่ทั้งหมดนี้ ถ้ายังไม่เกิดกับตัวเอง พวกเขาก็อาจจะไม่ทันตระหนักถึงผลกระทบ ความร้ายแรงของมัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ส่วนวัยรุ่น ปัจจัยสำคัญคือเพื่อน หลายคนมักบอกว่ามิตรภาพเกิดขึ้นในวงเหล้า มันปลูกฝังให้วัยรุ่นและคนทุกวัยเชื่อแบบนั้นจริงๆ และเพื่อนมักเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนเลิกไม่ได้&#8221;  </span></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ส้มโอเน้นย้ำว่า <span style="font-weight: 400;">แม้สาเหตุที่หลายคนยังไม่สามารถเลิกเหล้าได้จะเกิดจากสภาพแวดล้อมรอบตัวแตกต่างกันไป แต่เราก็ไม่สามารถละเลยการให้ความรู้เชิงรุก เช่น การให้ความรู้จากภาคการศึกษาหรือสาธารณสุข เพราะทั้งหมดมีความสำคัญต่อเยาวชนผู้ซึ่งเป็นอนาคตของชาติอย่างมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ถ้าพูดในวงการศึกษา เรามองว่าเรายังอ่อนเรื่องการให้ความรู้กับนักเรียน เพราะเอาเข้าจริงแล้วครูในบางโรงเรียนก็ยังดื่มในสถานศึกษาให้เด็กเห็น จึงห้ามเด็กได้ไม่เต็มปากนักว่าห้ามดื่ม&#8221; </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น การเป็นตัวอย่างที่ดีจึงเป็นอีกหน้าที่หนึ่งที่ผู้ใหญ่ในสังคมต้องร่วมมือกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ส่วนระบบสาธารณสุข เราอาจมีหน่วยงานของสาธารณสุขจังหวัดที่รับผิดชอบในเรื่องกฎหมาย และโรงพยาบาลรับผิดชอบในเรื่องของการบำบัดรักษาก็จริง แต่เรายังมองว่าระบบเหล่านี้ของเมืองไทยเรายังไม่เข้มแข็ง เพราะคนส่วนใหญ่ต่างก็มองว่าการดื่มเป็นเรื่องปกติมาทุกยุคทุกสมัย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คงจะดีไม่น้อยหากภาคสาธารณสุขทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ตั้งรับและเดินหน้าสร้างความตระหนักรู้เชิงรุกร่วมกับภาคการศึกษาให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;เพราะเมื่อทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง คนในสังคมของเราน่าจะมีความสุขมากขึ้นได้แม้ไม่ต้องดื่มแอลกอฮอล์&#8221;</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/pattarathida-somrak-interview/">เจาะวัฒนธรรมการดื่มของชาวแพร่ และสร้างความตระหนักรู้กับเยาวชน สนทนากับ ภัทรธิดา สมรักษ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3869</post-id>	</item>
		<item>
		<title>คนอังกฤษและแอลกอฮอล์: วัฒนธรรมที่ว่าด้วยการดื่มจนฝังราก</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/british-drinking-culture/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=british-drinking-culture</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 May 2020 08:19:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[ดื่มเบียร์]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมการดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1827</guid>

					<description><![CDATA[<p>“อ้าว แฮกริด อย่างเดิมใช่ไหม” ฉากที่แฮกริด สุภาพบุรุษตัวเบิ้ม หนึ่งตัวละครสำคัญในภาพยนตร์ชุดชื่อดังจากเกาะอังกฤษอย่าง แฮร์รี่ พอตเตอร์ ถูกต้อนรับด้วยเสียงทักทายจากทอม เจ้าของร้านหม้อใหญ่รั่ว ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่นที่คลาคล่ำไปด้วยนักดื่มเต็มร้าน คงเป็นฉากหนึ่งในภาพยนตร์ที่หลายคนทั่วโลกคุ้นตา  หรือถ้าคุณเป็นแฟนตัวยงของภาพยนตร์สายลับอันดับหนึ่งอย่าง เจมส์ บอนด์ คุณคงคุ้นเคยกับวลีเด็ดติดหูอย่าง &#8220;เขย่า แต่ไม่คน&#8221; ที่เจมส์ บอนด์ จะพูดวลีนี้เกือบทุกครั้งที่มีการปรุงมาร์ตินีตามแบบฉบับของเขา ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เราจะเห็นภาพยนตร์หรือซีรีส์ของแต่ละชาติสอดแทรกวัฒนธรรม หรือเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยประจำชาติของตนลงไปด้วย และในกรณีของภาพยนตร์หรือซีรีส์จากเกาะอังกฤษ หนึ่งในวัฒนธรรมที่เรามักเห็นบ่อยๆ คือ วัฒนธรรมการดื่มแอลกอฮอล์ ปฏิเสธไม่ได้ว่า &#8216;สหราชอาณาจักร&#8217; หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อ &#8216;อังกฤษ&#8217; ถือเป็น 1 ในประเทศนักดื่มตัวยงของโลก จากรายงานขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ปี 2010 พบว่า ค่าเฉลี่ยรวมทั้งประเทศของคนอังกฤษ 1 คนมีปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ถึง 11 ลิตรต่อปี และการเก็บสถิติล่าสุดในปี 2016 พบว่า ค่าเฉลี่ยมีปริมาณเพิ่มขึ้นเป็น 12 ลิตรต่อปี  การดื่มแอลกอฮอล์ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สำหรับคนเมืองผู้ดีแล้ว การดื่มแอลกอฮอล์ดูจะเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของชีวิตที่ขาดไปไม่ได้ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่า ชาวบริติชทั้งหลายดื่มกันมาอย่างยาวนาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/british-drinking-culture/">คนอังกฤษและแอลกอฮอล์: วัฒนธรรมที่ว่าด้วยการดื่มจนฝังราก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">“อ้าว แฮกริด อย่างเดิมใช่ไหม”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉากที่แฮกริด สุภาพบุรุษตัวเบิ้ม หนึ่งตัวละครสำคัญในภาพยนตร์ชุดชื่อดังจากเกาะอังกฤษอย่าง <em>แฮร์รี่ พอตเตอร์ </em>ถูกต้อนรับด้วยเสียงทักทายจากทอม เจ้าของร้านหม้อใหญ่รั่ว ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่นที่คลาคล่ำไปด้วยนักดื่มเต็มร้าน คงเป็นฉากหนึ่งในภาพยนตร์ที่หลายคนทั่วโลกคุ้นตา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือถ้าคุณเป็นแฟนตัวยงของภาพยนตร์สายลับอันดับหนึ่งอย่าง <em>เจมส์ บอนด์</em> คุณคงคุ้นเคยกับวลีเด็ดติดหูอย่าง &#8220;เขย่า แต่ไม่คน&#8221; ที่เจมส์ บอนด์ จะพูดวลีนี้เกือบทุกครั้งที่มีการปรุงมาร์ตินีตามแบบฉบับของเขา</span></p>
<p>ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เราจะเห็นภาพยนตร์หรือซีรีส์ของแต่ละชาติสอดแทรกวัฒนธรรม หรือเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยประจำชาติของตนลงไปด้วย และในกรณีของภาพยนตร์หรือซีรีส์จากเกาะอังกฤษ หนึ่งในวัฒนธรรมที่เรามักเห็นบ่อยๆ คือ วัฒนธรรมการดื่มแอลกอฮอล์</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปฏิเสธไม่ได้ว่า &#8216;สหราชอาณาจักร&#8217; หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อ &#8216;อังกฤษ&#8217; ถือเป็น 1 ในประเทศนักดื่มตัวยงของโลก จากรายงานขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ปี 2010 พบว่า ค่าเฉลี่ยรวมทั้งประเทศของคนอังกฤษ 1 คนมีปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ถึง 11 ลิตรต่อปี และการเก็บสถิติล่าสุดในปี 2016 พบว่า ค่าเฉลี่ยมีปริมาณเพิ่มขึ้นเป็น 12 ลิตรต่อปี </span></p>
<p>การดื่มแอลกอฮอล์ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สำหรับคนเมืองผู้ดีแล้ว การดื่มแอลกอฮอล์ดูจะเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของชีวิตที่ขาดไปไม่ได้ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่า ชาวบริติชทั้งหลายดื่มกันมาอย่างยาวนาน นานพอกับเวลาที่คนเฒ่าคนแก่เล่าอดีตตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหาเลยทีเดียว</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทำไมคนอังกฤษถึงชอบดื่มแอลกอฮอล์ ชวนหาคำตอบได้ในบทความด้านล่างนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>เพราะเบียร์สะอาดกว่าน้ำเปล่า? อดีตว่าด้วยการดื่มของคนเมืองผู้ดี</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>เราไม่ทราบแน่ชัดว่า คนอังกฤษเริ่มดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่เมื่อใด<span style="font-weight: 400;"> แต่ข้อมูลจากบทความประวัติศาสตร์แอลกอฮอล์อังกฤษของแองโกโทเปีย (Anglotopia) เล่าว่า มีนักโบราณคดีค้นพบหลักฐานว่าทหารโรมันมักจะเพลิดเพลินกับการชงเบียร์และซื้อเบียร์ดื่มจากชาวเคลต์ (Celts) คนท้องถิ่นบนเกาะอังกฤษในขณะนั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานที่แสดงว่า ชนเผ่า</span><span style="font-weight: 400;">เจอร์แมนิก</span><span style="font-weight: 400;"> (Germanic) ทั้งชาวแองเกิล (Angles) ที่อพยพมาจากด้านเหนือสุดของประเทศเยอรมนี ชาวจูท (Jutes) ชนเผ่าจากคาบสมุทรจูลแลนดิก (Jutlandic) ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างประเทศเดนมาร์กกับเยอรมัน และชาวแซกซัน (Saxons) กลุ่มพันธมิตรที่อาศัยอยู่ทางที่ราบลุ่มเยอรมัน ได้เข้ามาบุกรุกเกาะอังกฤษระหว่างปี ค.ศ. 450 ถึง 1100 โดยขับไล่ ดูดกลืน รวมถึงทำลายชนเผ่าเคลต์ที่เคยอยู่เกาะนี้มาก่อน และหลังจากชนเผ่าทั้ง 3 นี้ทำศึกสำเร็จ พวกเขาก็มักจะดื่มเบียร์เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองบนทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่ดุจห้องโถงหรูหรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี เมื่อเวลาผ่านไป เบียร์ยิ่งกลายเป็นเครื่องดื่มที่โดดเด่นมากเนื่องจากสภาพอากาศของอังกฤษไม่เอื้อต่อการปลูกพืชชนิดอื่นๆ ยกเว้นข้าวบาร์เลย์ </span><span style="font-weight: 400;">โดยในยุคกลาง เบียร์เป็นที่ต้องการมากขึ้น และเป็นที่ต้องการมากกว่าน้ำดื่มทั่วไปเสียด้วย</span><span style="font-weight: 400;"> เนื่องจากการต้มที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตเบียร์ทำให้เกิดความมั่นใจว่าจะได้เบียร์ที่สะอาดกว่าน้ำดื่ม ทำให้ผู้คนแห่มาดื่มเบียร์มากขึ้น โดยที่ไม่มีใครสนถึงผลกระทบที่ทำให้มึนเมา นอกจากนี้ ยังมีการพิสูจน์อีกว่า </span><span style="font-weight: 400;">แคลอรี่และโภชนาการของเบียร์มีประโยชน์ต่อคนทำงานและคนชนชั้นนำด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 18-19 เป็นยุคที่นำไปสู่การขยายจำนวนโรงเบียร์และทำให้เบียร์มีชื่อเสียง เช่น เบียร์กินเนสส์ (Guinness) เบียร์บอร์ดดิงตัน (Boddington) และ เบียร์ฟูลเลอร์ (Fuller&#8217;s) ต่อมาต้นศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นช่วงสงคราม ส่งผลกระทบให้ปริมาณเบียร์ลดลงทั้งการผลิตและบริโภค แต่เทคโนโลยีสมัยใหม่หลังสงครามทำให้เบียร์กลับมาเป็นที่นิยมตามเดิม นอกจากนี้ ยังมีการบรรจุเบียร์ลงกระป๋องพาสเจอร์ไรซ์ (Pasteurization)</span> <span style="font-weight: 400;">และคาร์บอเนต (</span><span style="font-weight: 400;">Carbonate</span><span style="font-weight: 400;">) ซึ่งนำไปสู่การกระจายผลิตภัณฑ์ที่ดีมากนอกอังกฤษ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันนี้ ความพร้อมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนผสม เทคโนโลยี การขนส่ง ยิ่งทำให้การดื่มและผลิตเบียร์เปิดกว้างมากขึ้น ผู้ผลิตมีความหลากหลายทั้งพยายามหาวัตถุดิบอื่นๆ เป็นส่วนผสม ใช้ส่วนประกอบบางอย่างน้อยลงเพื่อลดต้นทุน หรือแม้แต่กลุ่มผู้บริโภคเองก็ยังแสวงหาเบียร์ที่ดีที่สุดมาดื่ม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>‘จะสุข จะเศร้า ขอเล่า (เหล้า) ไว้ก่อน’</b></h1>
<p><b> </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบัน การดื่มเบียร์หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ยังเป็นเรื่องปกติของคนอังกฤษ</span><span style="font-weight: 400;"> เอาเป็นว่าทุกๆ ที่ที่มีตู้เย็นย่อมมีเบียร์บรรจุอยู่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี </span><span style="font-weight: 400;">ความคิดเห็นจากบทความ <em>&#8216;<strong><a href="https://www.bbc.com/future/article/20151102-why-do-the-british-drink-so-much">ทำไมคนอังกฤษถึงดื่มหนัก&#8217; (Why do the British drink so much?)</a></strong> </em></span>ของ BBC Future ระบุว่า ความจริงแล้ว การดื่มไม่ใช่เรื่องปกติสำหรับคนรุ่นใหม่ แต่เป็นการยากที่จะปฏิเสธว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเช่นกัน เพราะคนรุ่นใหม่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในทีวี ทั้งยังถูกรายล้อมไปด้วยเหล้าราคาถูกมากมายในซูเปอร์มาร์เก็ต แม้ในทุกวันนี้ โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะถูกควบคุมอย่างเข้มงวดมากขึ้น แต่การประกวดในรายการทีวียังคงสนับสนุนแอลกอฮอล์ และเสื้อฟุตบอลก็ยังมีตราเบียร์อยู่ เหมือนจะคอยเตือนพวกเขาอยู่เสมอว่า แอลกอฮอล์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ เรายังคุ้นเคยกับการเห็นผู้คนในย่านดังๆ ของอังกฤษไปผับบาร์หลังเลิกงานในวันศุกร์ จนสถานที่เหล่านั้น</span><span style="font-weight: 400;">แน่นขนัด</span> <span style="font-weight: 400;">ยิ่งตอนมีเทศกาลสำคัญด้วยแล้วเรียกได้ว่า คนดันล้นทะลักออกมาข้างนอกร้านเลยทีเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานวิจัย <a href="https://link.springer.com/article/10.1007/s40750-016-0058-4"><strong><em>‘ประโยชน์เชิงหน้าที่ของการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่พอดี’</em> </strong>(</a></span>Functional Benefits of (Modest) Alcohol Consumption<span style="font-weight: 400;">) จาก Springe Link สำรวจกลุ่มตัวอย่างแบบสุ่มในอังกฤษจำนวน 2,254 คน ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป พบว่า การดื่มของพวกเขาส่งผลให้</span><span style="font-weight: 400;">แอลกอฮอล์กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนเอนดอร์ฟิน ดังนั้น พวกเขาจึงพร้อมที่จะสนทนากับเพื่อนพ้องและคนไม่รู้จักในผับบาร์ ซึ่งการ</span><span style="font-weight: 400;">พูดคุยของพวกเขาได้</span><span style="font-weight: 400;">สร้างผลที่ดีต่อการกระชับความสัมพันธ์ ทำให้รู้สึกมีความสุขในชีวิตมากขึ้นและมีแนวโน้มที่จะเชื่อใจคนอื่นๆ ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ การวิจัยจากอังกฤษที่รวบรวมข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันแมปปี้เนส (Mappiness) ที่ถูกพัฒนาโดย The London School of Economics and Political Science (LSE) พบว่า การดื่มแอลกอฮอล์เกี่ยวข้องกับความสุขที่มากขึ้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจแต่อย่างใด แต่อีกสิ่งที่น่าสนใจคือ ในอีกนัยหนึ่ง นักวิจัยพบว่าการดื่มสังสรรค์กับเพื่อนไม่เพียงแต่เป็นสิ่งที่น่ายินดี แต่มันสามารถไปได้ไกลถึงขั้นบรรเทาความเจ็บปวดจากกิจกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น การ</span><span style="font-weight: 400;">ดื่มเพื่อกลบความเศร้า</span><span style="font-weight: 400;"> เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่จึงอาจจะเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้คนอังกฤษ (ไม่ทั้งหมด) ยังคงดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะดื่มเพราะมีความสุขมากๆ หรือดื่มเพราะกำลังรู้สึกเศร้าแบบจะเป็นจะตายก็ตามแต่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อนึ่ง จากสถิติจากสำนักงานสถิติแห่งชาติในสหราชอาณาจักร </span><span style="font-weight: 400;">(National statistics) </span><span style="font-weight: 400;">ช่วงปี 2017 พบว่า มีผู้ป่วย 338,000 คน ที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล</span><span style="font-weight: 400;"> (admit) ด้วยสาเหตุหลักคือ แอลกอฮอล์ โดยเป็นโรคต่างๆ ที่เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ เช่น สุราเรื้อรัง มะเร็ง ฯลฯ ตัวเลขดังกล่าวใกล้เคียงกับปี 2016 แต่ว่าสูงกว่าปี 2007 ถึง 15 % และจำนวนผู้ที่ถูกหามส่งเข้าโรงพยาบาลด้วยสาเหตุดังกล่าว เพิ่มจำนวนสูงขึ้นมาในช่วงอายุตั้งแต่ 55-64 ปี โดย 61% เป็นผู้ชาย ซึ่งกว่า 1 ส่วน 4 ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง และ 23% เกิดอุบัติเหตุจากความประมาท </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้กรมสุขภาพและอนามัยของสหราชอาณาจักร  (Department of Health &amp; Social Care) ได้ตั้งนโยบายในทางปฏิบัติปี 2010-2015 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(1) ทางรัฐบาลกำหนดให้ผู้ชายไม่ควรดื่มเกิน 3-4 ยูนิตต่อวัน และผู้หญิง 2-3 ยูนิตต่อวัน โดยออกโรงเตือนว่า ถ้าดื่มมากกว่านั้นจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(2) ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่ม สร้างแคมเปญขึ้นมาเพื่อให้ข้อมูล เทคนิค เครื่องมือต่างๆ และที่สำคัญคือ เพิ่มการทำแบบประเมินความเสี่ยงของคนที่คาดว่าจะติดแอลกอฮอล์ให้มากขึ้น ตลอดจนจ่ายเงิน 448 ล้านปอนด์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับครอบครัวที่มีปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับแอลกอฮอล์ ซึ่งมีมากถึง 120,000 ครอบครัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(3) ปี 2013 ตั้งศูนย์กลางเพื่อสุขภาพท้องถิ่น ซึ่งมีส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ โดยสำนักงานเขตจะทำงานร่วมกับระบบสุขภาพในสหราชอาณาจักร (National Health Service &#8211; NHS) และหน่วยกรมอนามัยในสหราชอาณาจักรและชุมชน</span> <span style="font-weight: 400;">(Public Health England and local communities) เพื่อสร้างความเข้าใจว่า ท้องถิ่นต้องการอะไรบ้าง จากนั้นจึงจัดลำดับความสำคัญของการให้บริการ เพื่อจะสามารถให้การป้องกันและช่วยเหลือคนที่มีปัญหาเรื่องแอลกอฮอล์ได้อย่างใกล้ชิด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(4) ปรับปรุงการรักษาโรคติดสุรา ด้วยการปล่อยโปรแกรมนำร่องโดยการจ่ายให้การบริการรักษาเพื่อจะได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในสามด้าน คือ คนที่ใช้หายจากอาการติดเหล้าและยา ลดการที่จะกลับไปติดซ้ำ พัฒนาสุขภาพและความเป็นอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(5) ขึ้นราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อช่วยลดอุปสงค์ของผู้ซื้อที่ชอบดื่มหนักๆ และเป็นการช่วยลดความรุนแรงด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(6) ตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างการโฆษณาเครื่องดื่มกับเด็กที่อายุน้อยกว่า 18 ปี ซึ่งได้มีกฏออกมาว่า ให้หยุดโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี โดยดำเนินการตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่า โฆษณาที่ส่งเสริมแอลกอฮอล์จะไม่ปรากฏในรายการที่มีเยาวชนจำนวนมาก และทำงานกับภาคอุตสาหกรรมเพื่อพัฒนารูปแบบการตรวจสอบอายุที่แท้จริงของผู้คน เพื่อใช้ในเว็บไซต์ของบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และโซเชียลมีเดียเกี่ยวข้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จะเห็นได้ว่าภาครัฐบาลพยายามหาทางแก้ไขให้คนอังกฤษดื่มน้อยลงหรือเลิกดื่มเช่นกัน แต่ก็ต้องมาติดตามกันว่า ความพยายามเหล่านี้จะได้ผลมากน้อยแค่ไหน?</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>โควิด-19 ระบาดหนัก! ทราบแล้วแต่ไม่เปลี่ยน </b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ ทุกคนทราบกันถ้วนหน้าว่า เกิดการระบาดของโควิด-19 ทำให้วิถีชีวิตแบบเดิมๆ ต้องปรับเปลี่ยน ทั้งนี้ แม้ผับและบาร์จะถูกสั่งให้ปิดทำการในอังกฤษ แต่รายได้จากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีใบอนุญาตมียอดขายสูงขึ้น 22% ในเดือนมีนาคม และจากรายงานของนักวิเคราะห์ผู้บริโภค คานทาร์ (Kantar) ยอดขายไวน์ เบียร์ และเหล้าสูงถึง 1.1 พันล้านปอนด์ในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา (นับถึง 22 มีนาคม) ซึ่งถือว่า เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2019</span> <span style="font-weight: 400;">และอีกหนึ่งข้อยืนยันคือ </span><span style="font-weight: 400;">ถังขยะรีไซเคิลก็เต็มไปด้วยขวดไวน์และเบียร์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานวิจัยใหม่จากองค์กรการกุศล Alcohol Change UK ระบุว่า คนอังกฤษ 1 ใน 5 คน (คิดเป็น 21%) ดื่มมากขึ้นเมื่อพบการระบาดใหญ่ แต่ 1 ใน 3 คิดเป็น 35% ดื่มน้อยลงหรืออ้างว่าหยุดดื่มโดยสิ้นเชิง </span><span style="font-weight: 400;">และงานวิจัยยังสำรวจคนจำนวน 2,000 คน พบว่า 14% บอกว่าพวกเขาไม่ดื่มแอลกอฮอล์ มี 6% ของผู้ที่ดื่มก่อนหน้านี้กล่าวว่าพวกเขาไม่ดื่มแอลกอฮอล์เลย และ 47% ของผู้ที่ดื่มสัปดาห์ละครั้งหรือน้อยกว่านั้นได้ลดหรือหยุดดื่ม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะเดียวกัน 27% ของคนที่ดื่ม ดื่มระหว่างสองถึงหกครั้งต่อสัปดาห์และ 17% ของนักดื่มรายวันลดหรือหยุดการดื่มในขณะที่กักตัว ขณะที่ 18% ของนักดื่มรายวันดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แคลร์ (Clare) ผู้เขียนโครงการความจริงแท้ (The Authenticity Project) และสมุดบันทึกความสร่างเมา (Sober Diaries) กล่าวว่า มีเหตุผลมากมายว่าทำไมในตอนนี้บางคนพบว่าตัวเองดื่มมากขึ้น ซึ่งเหตุผลที่ว่าก็คือ การดื่มแอลกอฮอล์และความวิตกกังวลเชื่อมโยงกันชัดเจนนั่นเอง อีกทั้งอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็มีการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ เช่น มีบริการจัดส่ง และเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing)</span></p>
<p>ทั้งหมดนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่คนอังกฤษยังคงดื่ม และอาจจะดื่มมากขึ้นในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนนี้</p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม แม้คนอังกฤษจะมีวัฒนธรรมการดื่มที่ฝังราก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ‘ทุกคน’ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนอังกฤษจะต้องดื่มแอลกอฮอล์เป็นชีวิตจิตใจ ทั้งนี้ หากใครจะไปเยี่ยมเยือนเมืองผู้ดีหลังสถานการณ์โควิด-19 สามารถทดลองดื่มตามวัฒนธรรมของเขาได้ แต่ควรอยู่ในเกณฑ์ที่พอเหมาะพอ และไม่สร้างอันตรายให้ตัวเองหรือทำวีรกรรมแปลกๆ ที่พาลเดือดร้อนผู้อื่น ไม่เช่นนั้นทริปสุดสนุกอาจจะจบลงด้วยความพังพินาศแบบคิดไม่ถึงแทน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>ที่มา:</p>
<p><a href="https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_countries_by_alcohol_consumption_per_capita#2015_WHO_data_for_OECD_countries">List of countries by alcohol consumption per capita</a></p>
<p class="entry-title"><a href="https://www.anglotopia.net/british-history/brief-history-british-ale/">DOWN AT THE PUB: A BRIEF HISTORY OF BRITISH ALE</a></p>
<p><a href="https://www.bbc.com/future/article/20151102-why-do-the-british-drink-so-much">Why do the British drink so much?</a></p>
<p class="c-article-title u-h1" data-test="article-title"><a href="https://link.springer.com/article/10.1007/s40750-016-0058-4">Functional Benefits of (Modest) Alcohol Consumption</a></p>
<p class=" font--headline gray-darkest mb-sm null " data-qa="headline"><a href="https://www.washingtonpost.com/news/wonk/wp/2016/05/24/scientists-have-figured-out-exactly-how-much-fun-it-is-to-get-drunk/">Scientists have figured out exactly how much fun it is to get drunk</a></p>
<p class="story-body__h1"><a href="https://www.bbc.com/news/uk-52329679">Coronavirus: Is my lockdown drinking normal?</a></p>
<p class="local-header__title" data-uipath="document.title"><a href="https://digital.nhs.uk/data-and-information/publications/statistical/statistics-on-alcohol/2019/part-1">Statistics on Alcohol, England 2019 [PAS]</a></p>
<p><a href="https://www.gov.uk/government/publications/2010-to-2015-government-policy-harmful-drinking/2010-to-2015-government-policy-harmful-drinking"><span class="govuk-caption-xl gem-c-title__context">Policy paper &#8216;</span>2010 to 2015 government policy: harmful drinking&#8217;</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/british-drinking-culture/">คนอังกฤษและแอลกอฮอล์: วัฒนธรรมที่ว่าด้วยการดื่มจนฝังราก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1827</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เหล้าและเกาหลี : เพราะชีวิตขาดโซจูไม่ได้</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/korean-soju/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=korean-soju</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Feb 2020 04:08:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[Korean Wave]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[ดาราเกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมการดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีใต้]]></category>
		<category><![CDATA[โซจู]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1568</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังปี 2000 เป็นต้นมา คลื่นวัฒนธรรมเกาหลีใต้ที่มีชื่อเรียกกันว่า Korean Wave ก็แผ่ขยายขนาดคลื่นลมไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วทุกมุมโลก และยิ่งโหมกระหน่ำขึ้น เมื่อเกาหลีใต้ขึ้นเวที &#8216;เดบิวต์&#8217; กับชาวโลก ในฐานะเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกร่วมกับประเทศญี่ปุ่น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ผู้คนมักจดจำเกาหลีใต้เป็นประเทศด้อยพัฒนาเพราะสงครามและความยากจน การเปิดตัวดังกล่าวได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ของประเทศ กลายเป็นผู้นำทางวัฒนธรรมอย่างที่ไม่มีใครปฏิเสธได้   Korean Wave เดินทางไปเทียบฝั่งในหลายๆ แห่งทั่วโลก โดยหอบเอาเรื่องความเป็นเกาหลี ผ่านละคร อาหาร รวมถึงดนตรีป็อบไปยังที่นั้น แน่นอนว่าแนวกันชนบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างประเทศในโซนเอเชียด้วยกันก็ถูกคลื่นลูกใหม่นี้โถมท่วมคลื่นวัฒนธรรมเก่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ (และบางครั้งก็ดูเหมือนจะเต็มอกเต็มใจเสียด้วย) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ &#8216;태국&#8217; ที่ออกเสียงอย่างโอปป้าออนนี่ชาวเกาหลีว่า ‘แทกุก’ หรือ ประเทศไทย นั่นเอง  สำหรับประเทศไทย การเปิดประตูรับวัฒนธรรมดังกล่าว เริ่มต้นขึ้นเมื่อ ซีรีส์เรื่อง &#8216;Jewel in the Palace&#8217; หรือ &#8216;แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง&#8217; มาเยือนถึงหน้าบ้าน และถ่ายทอดผ่านช่องโทรทัศน์ชื่อดังในเย็นวันหยุด เราได้เห็นอาหารการกินและวัฒนธรรมการดื่มของคนเกาหลีผ่านละครเรื่องนี้ไม่น้อย โดยเฉพาะฉากที่พระราชากินอาหาร พลางกระดกจอกเหล้าเล็กดื่มตบท้าย สิ่งที่อยู่ในจอกเล็กๆ ที่ว่าคือเหล้า หรือ ‘โซจู’ เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ของชาวเกาหลี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/korean-soju/">เหล้าและเกาหลี : เพราะชีวิตขาดโซจูไม่ได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">หลังปี 2000 เป็นต้นมา คลื่นวัฒนธรรมเกาหลีใต้ที่มีชื่อเรียกกันว่า Korean Wave ก็แผ่ขยายขนาดคลื่นลมไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วทุกมุมโลก และยิ่ง</span><span style="font-weight: 400;">โหมกระหน่ำขึ้น เมื่อเกาหลีใต้ขึ้นเวที &#8216;เดบิวต์&#8217; กับชาวโลก ในฐานะเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกร่วมกับประเทศญี่ปุ่น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ผู้คนมักจดจำเกาหลีใต้เป็นประเทศด้อยพัฒนาเพราะสงครามและความยากจน การเปิดตัวดังกล่าวได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ของประเทศ กลายเป็นผู้นำทางวัฒนธรรมอย่างที่ไม่มีใครปฏิเสธได้  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Korean Wave เดินทางไปเทียบฝั่งในหลายๆ แห่งทั่วโลก โดยหอบเอาเรื่องความเป็นเกาหลี ผ่านละคร อาหาร รวมถึงดนตรีป็อบไปยังที่นั้น แน่นอนว่าแนวกันชนบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างประเทศในโซนเอเชียด้วยกันก็ถูกคลื่นลูกใหม่นี้โถมท่วมคลื่นวัฒนธรรมเก่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ (และบางครั้งก็ดูเหมือนจะเต็มอกเต็มใจเสียด้วย) </span><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ &#8216;</span><span style="font-weight: 400;">태국&#8217; ที่ออกเสียงอย่างโอปป้าออนนี่ชาวเกาหลีว่า ‘แทกุก’ หรือ </span><span style="font-weight: 400;">ประเทศไทย นั่นเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับประเทศไทย การเปิดประตูรับวัฒนธรรมดังกล่าว เริ่มต้นขึ้นเมื่อ ซีรีส์เรื่อง &#8216;Jewel in the Palace&#8217; หรือ &#8216;แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง&#8217; มาเยือนถึงหน้าบ้าน และถ่ายทอดผ่านช่องโทรทัศน์ชื่อดังในเย็นวันหยุด เราได้เห็นอาหารการกินและวัฒนธรรมการดื่มของคนเกาหลีผ่านละครเรื่องนี้ไม่น้อย โดยเฉพาะฉากที่พระราชากินอาหาร พลางกระดกจอกเหล้าเล็กดื่มตบท้าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่อยู่ในจอกเล็กๆ ที่ว่าคือเหล้า หรือ ‘โซจู’ เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ของชาวเกาหลี นั่นเอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>โซจู &#8211; ตัวแทนวัฒนธรรมการดื่มของชาวเกาหลี</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">โซจูเป็นเหล้าไร้สี ไร้กลิ่น เดิมผลิตจากข้าวหมัก แต่ปัจจุบันใช้มันฝรั่งหรือมันเทศเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่ง</span><span style="font-weight: 400;">ถ้าเทียบกับเครื่องดื่มในบ้านเราก็คือเหล้าขาวดีๆ นี่เอง</span></p>
<p>คนเกาหลีใต้นิยมดื่มโซจูกันมาก โดยมี<span style="font-weight: 400;">สถิติรายงานว่า ชาวเกาหลีดื่มแอลกอฮอลล์ (โซจู) คิดเป็นค่าเฉลี่ย 13.7 ชอตต่อสัปดาห์ ซึ่งเป็นชนชาติที่ดื่มหนักที่สุดในโลก และกลุ่มคนที่บรรลุนิติภาวะ (20 ปีขึ้นไป) แล้ว ดื่มเฉลี่ย 87 ขวดต่อปี หรือเฉลี่ย 1 ขวดครึ่งต่อสัปดาห์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ยังมีรายงานสถิติการซื้อขายแอลกอฮอลล์ในประเทศเกาหลีใต้ ที่แม้จะระบุว่า ในปี 2018 ยอดการขายแอลกอฮอลล์ภายในประเทศ  &#8211; 5.94 เปอร์เซ็น แต่ก็ยังคงมีมูลค่าสูงถึง 4.95 ล้านล้านวอน โดยคิดเป็นส่วนแบ่งในตลาดเป็น 8.5 เปอร์เซ็น  </span></p>
<p>วัฒนธรรมการดื่มโซจูไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ภายในเกาหลีใต้เท่านั้น แต่กลายเป็นตัวแทนวัฒนธรรมการดื่มของแดนกิมจิที่ขยายตัวไปทั่วโลก <span style="font-weight: 400;">เราจะเห็นการจัดวางเครื่องดื่มชนิดนี้ให้มีมิติทางอารมณ์ในภาพยนตร์หรือซีรีส์เกาหลี เช่น เวลาตัวละครดีใจ ก็ต้องดื่มเหล้าโซจูเพื่อเฉลิมฉลองพร้อมเนื้อย่างดีๆ สักชุด หรือถ้าเป็น</span><span style="font-weight: 400;">นางเอกสายสู้ชีวิตที่ต้องเผชิญกับสภาวะลำบาก ตกงาน ยากจน ชีวิตบัดซบ ก็มีฉาก</span><span style="font-weight: 400;">ดื่มโซจูจนเมาหัวราน้ำ ก่อนจะด่ากราดน้องชาย (หากมี) เป็นแพทเทิร์นที่ผลิตซ้ำไปซ้ำมาในละคร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ความน่าประหลาดใจอีกสิ่งหนึ่งสำหรับประเทศที่ยึดมั่นในหลักศาสนาและมีกฎหมายควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเคร่งครัด คงเป็นการที่นางเอกคนดัง หรือไอดอลสาวสวยกลายเป็น</span><span style="font-weight: 400;">พรีเซนเตอร์โฆษณาเครื่องดื่มเหล่านี้อย่างเปิดเผย ซึ่งสาเหตุที่</span><span style="font-weight: 400;">ประเทศเกาหลีสามารถโฆษณาโซจูได้ เพราะ</span><span style="font-weight: 400;">ประชากรส่วนใหญ่ไม่ได้นับถือศาสนา และที่สำคัญยิ่งกว่า คือ โซจูถือเป็นเครื่องดื่มแห่งสาธารณรัฐ ถึงขั้นว่าหากใครบรรลุนิติภาวะตามหลักของคนเกาหลีแล้ว โซจูนี่ล่ะ คือสิ่งแรกที่ควรลิ้มลอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_1570" aria-describedby="caption-attachment-1570" style="width: 940px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-1570 size-full" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/เหล้าเกาหลี-ไอดอล1.png" alt="" width="940" height="529" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/เหล้าเกาหลี-ไอดอล1.png 940w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/เหล้าเกาหลี-ไอดอล1-300x169.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/เหล้าเกาหลี-ไอดอล1-768x432.png 768w" sizes="(max-width: 940px) 100vw, 940px" /><figcaption id="caption-attachment-1570" class="wp-caption-text">ไอดอลกับการเป็นพรีเซนเตอร์เหล้าโซจูถือเป็นเรื่องปกติ</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อหลายประเทศสมาทานเอาคลื่นวัฒนธรรมของเกาหลีเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวัน วัฒนธรรมการดื่มก็เป็นของที่ได้รับมาอย่างปฏิเสธไม่ได้เช่นกัน แม้จริงๆ แล้ววัฒนธรรมการดื่มโซจูมีอยู่หลายแบบ แต่</span><span style="font-weight: 400;">วิธีการดื่มที่กำลังส่งต่อไปยังที่ต่างๆ ในโลกผ่านการผลิตซ้ำในอุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลี คือการดื่มแบบ  ‘กังโซจู’ หรือการดื่มร่วมกับอาหาร ถ้าใครพอนึกภาพร้านอาหารเกาหลีออก หลังจากย่างหมูควันคลุ้ง ห่อหมูสีแดงฉ่ำซอสเกาหลีไว้ภายในผักสลัดเขียวสดสีสันตัดกัน ก่อนยัดปากคำใหญ่แล้วเทน้ำข้าวหมักบาดคอตบท้าย นี่ต่างหากคือวัฒนธรรมที่คนเกาหลีทำกัน (ไม่มีใครดื่มโซจูกันแบบเพียวเท่าไหร่ เพราะปริมาณแอลกอฮอล์ของเหล้าชนิดนี้สูงมาก) </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>วัฒนธรรมการดื่มโซจูและความอดอยาก ยากจน </strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าใครเป็นคอซีรีส์ วาไรตี้ชาวเกาหลี แล้วมีการพูดคุยหรือสัมภาษณ์ เวฮัลมอนี (คุณยาย) หรือเวฮาราบอจี (คุณตา) เราอาจจะจับน้ำเสียงความหวาดกลัวและฝังใจกับบรรยากาศของความยากจน ความอดอยากที่เกิดขึ้นในสังคมเกาหลียุคเก่าๆ ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นักประวัติศาสตร์สังคมวิทยากลุ่มหนึ่งพยายามศึกษาหาความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมการดื่มกับเรื่องเศรษฐกิจการเมืองของคนในประเทศนี้ และพบว่าบรรยากาศการสร้างชาติของชาวเกาหลีนั้นมีส่วนอย่างมากต่อวัฒนธรรมการดื่ม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภายหลังการแบ่งแยกดินแดน การก่อรูปรัฐชาติขึ้นมาใหม่ อัตลักษณ์ วัฒนธรรม ทุกอย่างจำเป็นต้องมีการกำหนดขึ้นใหม่ เมื่อผนวกกับความยากจนจากสภาวะสงคราม ทำให้คนต้องทำงานหนักขึ้น หนักขึ้น และหนักขึ้น กลายเป็นบรรยากาศแห่งความกดดันจากการเร่งพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม </span><span style="font-weight: 400;">ดังที่เราจะได้ยินคำพูดทำนองว่า “ผมจะพยายามให้มากกว่านี้นะครับ” (พร้อมกับโค้งตัวเก้าสิบองศา) จากปากคนดังชาวเกาหลีใต้อยู่เนืองๆ </span></p>
<p>สิ่งเดียวที่ช่วยปลดปล่อย<span style="font-weight: 400;">คนที่นี่ให้หลุดพ้นจากโซ่ตรวนแห่งความตึงเครียด จึงเป็นการสังสรรค์และดื่มแอลกอฮอล์ กล่าวได้ว่า วัฒนธรรมแบบทำงานทั้งวัน สังสรรค์ทั้งคืน และการดื่มแบบเมาหัวราน้ำส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากการใช้ชีวิตไล่ตามความฝัน แบกภาระการพัฒนาสาธารณรัฐเกาหลีให้ยิ่งใหญ่ จนส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น เปลี่ยนโซจูซึ่ง</span><span style="font-weight: 400;">เป็นเครื่องดื่มภูมิปัญญาชาวบ้านและมีมานานแสนนานให้กลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยม หาดื่มง่ายในเวลาอันรวดเร็ว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-1571 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/เหล้าเกาหลี-โซจู.png" alt="" width="940" height="537" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/เหล้าเกาหลี-โซจู.png 940w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/เหล้าเกาหลี-โซจู-300x171.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/02/เหล้าเกาหลี-โซจู-768x439.png 768w" sizes="(max-width: 940px) 100vw, 940px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ปัจจุบัน เกาหลีใต้สามารถเปลี่ยนตัวเองจากการเป็นประเทศยากจน สู่การเป็นหนึ่งในประเทศสโมสรคนรวยอย่าง OECD  แต่วัฒนธรรม</span>การดื่มโซจูยังคงหลงเหลืออยู่ ไม่ว่าจะหลังเลิกงาน การรวมกลุ่ม เมาแอ๋หลังจากสิ้นภารกิจจับโจรผู้ร้าย เสร็จภารกิจทำยอดขายทะลุเป้าของบริษัท เลี้ยงฉลองลูกสาวลูกชายบรรลุนิติภาวะ สอบเข้ามหาวิทยาลัยรัฐบาลได้ โซจูจะปรากฎอยู่ในทุกๆ ฉากชีวิตที่สำคัญและมีความหมายกับคนเกาหลีใต้ทั้งสิ้น</p>
<p>และหลังจากวัฒนธรรมเกาหลีแผ่ไปไพศาล คงยากที่จะปิดกั้นโลกไม่ให้รู้จักกับเครื่องดื่มสีขาวไร้กลิ่นอย่างโซจู ฤทธิ์ของมันอาจช่วยให้ผู้คนจำวันชื่นคืนสุขได้ชัดขึ้น หรือไม่ก็ช่วยคนให้ลืมความทุกข์ทรมานเพียงแค่เทมันลงคอได้ <span style="font-weight: 400;">แต่โปรดจำไว้อีกอย่างหนึ่งว่า แอลกอฮอลล์ในโซจูนั้นมีสูงกว่าเบียร์และไวน์ โดยมี</span>ปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ประมาณ 17% &#8211; 45% ซึ่ง<span style="font-weight: 400;">มากพอที่จะทำให้เราลืมไปเลยว่าโลกใบนี้หน้าตาเป็นอย่างไร</span><span style="font-weight: 400;"> ยังไม่นับว่าการดื่มมากเกินไปจะก่อให้เกิดผลเสียตามมามากมาย ทั้งการนำไปสู่อาการติดสุรา เกิดภาวะโรคร่วม หรืออาจมีปัญหากับคนใกล้ชิดได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น ถ้าคุณอยากทดลองดื่มโซจูดูสักครั้ง คิดให้ถี่ถ้วนสักนิดก่อนตัดสินใจดื่ม อย่าลืมกะปริมาณการดื่มให้พอดี ให้ได้อารมณ์ชาวเกาหลีแบบที่ไม่เมาลืมโลกก็พอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
<p>ที่มา:</p>
</div>
</div>
<p><span style="font-weight: 400;">หนังสือเรื่อง </span><a href="http://openworlds.in.th/books/korea-the-impossible-country/"><em>Korea the impossible country มหัศจรรย์เกาหลี จากเถ้าถ่านสู่มหาอำนาจทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม<span style="font-weight: 400;"> </span></em></a></p>
<p class="title-101"><a href="https://www.the101.world/101-one-on-one-ep-30-jakkrit/">อ่านเกาหลีผ่านวัฒนธรรมบันเทิงร่วมสมัย กับ จักรกริช สังขมณี</a></p>
<p><a href="https://worldoffoodanddrink.worldtravelguide.net/drink/drink-korean-soju/">How to drink Korean soju</a></p>
<p class="entry-title"><a href="https://www.koreaboo.com/news/red-velvet-irene-soju-commercial/">Red Velvet’s Irene In New Fantasy-Inspired Soju Commercial Leaves Fans Shocked</a></p>
<p class="_21349 context-article"><a href="https://qz.com/171191/south-koreans-drink-twice-as-much-liquor-as-russians-and-more-than-four-times-as-much-as-americans/">South Koreans drink twice as much liquor as Russians and more than four times as much as Americans</a></p>
<p class="info__headline headline"><a href="https://www.scmp.com/magazines/post-magazine/food-drink/article/3035475/soju-secret-drinking-south-koreas-favourite">Soju: the secret to drinking South Korea’s favourite tipple, not to be confused with Japanese shochu</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่อง : ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/korean-soju/">เหล้าและเกาหลี : เพราะชีวิตขาดโซจูไม่ได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1568</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
