<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/category/เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:10:24 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/category/เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>เจาะวัฒนธรรมการดื่มของชาวแพร่ และสร้างความตระหนักรู้กับเยาวชน สนทนากับ ภัทรธิดา สมรักษ์</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/pattarathida-somrak-interview/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=pattarathida-somrak-interview</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Jun 2021 11:02:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเรือนเพาะชำ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ติดสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[ภัทรธิดา สมรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมการดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[เยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[แพร่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3869</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;วันนั้นเป็นวันก่อนเข้าพรรษา มีผู้ชายวัยประมาณ 48 ปีมาเข้าร่วมอบรมกับเรา เขาดื่มเหล้ามาตั้งแต่อายุ 12-13 ติดเหล้าจนตาเหลือง หน้าเหลือง แต่อยากเลิกเหล้าตลอดชีวิต &#8220;ตอนเราอบรมเขาสนุกสนานแฮปปี้มาก แต่พอเขากลับไปที่บ้าน เช้าวันรุ่งขึ้น เขาเสียชีวิต มันทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่ควรละเลยเรื่องเหล่านี้ถึงขั้นมีคนตาย คนคนนี้มาเข้าร่วมกิจกรรมของเราเพราะเขากลัวตาย เราก็อยากทำให้เขาและทุกคนรู้สึกว่าชีวิตของตนเองมีคุณค่า&#8221; เรื่องเล่าจาก ภัทรธิดา สมรักษ์ หรือ ส้มโอ สมาชิกกลุ่มผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ &#8220;เรือนเพาะชำ&#8221; ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่สนใจทำงานพัฒนาชุมชน ผ่านการจัดค่ายและฝึกอบรมให้ความรู้เรื่องเอดส์ เพศศึกษา สารเสพติด ในจังหวัดแพร่ ทำให้เราเห็นว่าการติดสุราเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไข เข้าใจ และช่วยเหลือ แต่เพราะสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมในสังคมแต่ละแห่งล้วนแตกต่างกัน การทำความเข้าใจปัญหาผู้ติดสุราจึงอาจต้องผสมรวมกับความเข้าใจบริบทแวดล้อมคนดื่มด้วย ทุกวันนี้ส้มโอเดินหน้าทำงานกับชุมชนในเมืองแพร่ที่เธอเติบโตและใช้ชีวิตอย่างต่อเนื่องหลายปี ด้วยความตั้งใจอยากบรรเทาปัญหาผู้ติดสุรา และพยายามสร้างความตระหนักรู้ให้แก่คนรุ่นใหม่ ภายใต้บริบทเมืองแพร่ของเธอมีอะไรที่น่าสนใจ ทำอย่างไรจึงจะลดจำนวนนักดื่มหน้าใหม่ลงได้ Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวนคุณอ่านบทสนทนากับ ส้มโอ ภัทรธิดา สมรักษ์ ผู้มองว่าการช่วยเหลือผู้ติดสุรา ควรอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว ชุมชน ภาคการศึกษา ไปจนถึง สาธารณสุข  &#160; &#160; เจาะวัฒนธรรมดื่มเหล้าเมืองแพร่ และผลกระทบถึงเยาวชน  “วัฒนธรรมการดื่มกินของเมืองแพร่เป็นที่ร่ำลือของชาวล้านนาด้วยกัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/pattarathida-somrak-interview/">เจาะวัฒนธรรมการดื่มของชาวแพร่ และสร้างความตระหนักรู้กับเยาวชน สนทนากับ ภัทรธิดา สมรักษ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&#8220;วันนั้นเป็นวันก่อนเข้าพรรษา มีผู้ชายวัยประมาณ 48 ปีมาเข้าร่วมอบรมกับเรา เขาดื่มเหล้ามาตั้งแต่อายุ 12-13 ติดเหล้าจนตาเหลือง หน้าเหลือง แต่อยากเลิกเหล้าตลอดชีวิต</p>
<p>&#8220;ตอนเราอบรมเขาสนุกสนานแฮปปี้มาก แต่พอเขากลับไปที่บ้าน เช้าวันรุ่งขึ้น เขาเสียชีวิต มันทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่ควรละเลยเรื่องเหล่านี้ถึงขั้นมีคนตาย คนคนนี้มาเข้าร่วมกิจกรรมของเราเพราะเขากลัวตาย เราก็อยากทำให้เขาและทุกคนรู้สึกว่าชีวิตของตนเองมีคุณค่า&#8221;</p>
<p>เรื่องเล่าจาก <strong>ภัทรธิดา สมรักษ์</strong> หรือ <strong>ส้มโอ </strong>สมาชิก<a href="https://www.facebook.com/reunporcham" target="_blank" rel="noopener">กลุ่มผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ &#8220;เรือนเพาะชำ&#8221;</a> ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่สนใจทำงานพัฒนาชุมชน ผ่านการจัดค่ายและฝึกอบรมให้ความรู้เรื่องเอดส์ เพศศึกษา สารเสพติด ในจังหวัดแพร่ ทำให้เราเห็นว่าการติดสุราเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไข เข้าใจ และช่วยเหลือ</p>
<p>แต่เพราะสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมในสังคมแต่ละแห่งล้วนแตกต่างกัน การทำความเข้าใจปัญหาผู้ติดสุราจึงอาจต้องผสมรวมกับความเข้าใจบริบทแวดล้อมคนดื่มด้วย ทุกวันนี้ส้มโอเดินหน้าทำงานกับชุมชนในเมืองแพร่ที่เธอเติบโตและใช้ชีวิตอย่างต่อเนื่องหลายปี ด้วยความตั้งใจอยากบรรเทาปัญหาผู้ติดสุรา และพยายามสร้างความตระหนักรู้ให้แก่คนรุ่นใหม่</p>
<p>ภายใต้บริบทเมืองแพร่ของเธอมีอะไรที่น่าสนใจ ทำอย่างไรจึงจะลดจำนวนนักดื่มหน้าใหม่ลงได้ <span style="font-weight: 400;">Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวนคุณอ่านบทสนทนากับ ส้มโอ ภัทรธิดา สมรักษ์ ผู้มองว่า</span><span style="font-weight: 400;">การช่วยเหลือผู้ติดสุรา ควรอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว ชุมชน ภาคการศึกษา ไปจนถึง สาธารณสุข </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_3894" aria-describedby="caption-attachment-3894" style="width: 1080px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" fetchpriority="high" class="wp-image-3894 size-full" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/192150120_3821464504645642_6741608824724588709_n.jpg" alt="" width="1080" height="797" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/192150120_3821464504645642_6741608824724588709_n.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/192150120_3821464504645642_6741608824724588709_n-300x221.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/192150120_3821464504645642_6741608824724588709_n-768x567.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/192150120_3821464504645642_6741608824724588709_n-1024x756.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /><figcaption id="caption-attachment-3894" class="wp-caption-text">ส้มโอ &#8211; ภัทรธิดา สมรักษ์</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>เจาะวัฒนธรรมดื่มเหล้าเมืองแพร่ และผลกระทบถึงเยาวชน</b><span style="font-weight: 400;"> </span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><br />
“วัฒนธรรมการดื่มกินของเมืองแพร่เป็นที่ร่ำลือของชาวล้านนาด้วยกัน (หัวเราะ) ด้วยความที่จังหวัดแพร่เป็นแหล่งผลิตสุราพื้นบ้านที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือก็ว่าได้ ประกอบกับจังหวัดแพร่เป็นจังหวัดที่ทำอาชีพเกษตรกรรมถึง 70 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ พอหลังเลิกงานชาวไร่ชาวสวนก็มักจะชวนกันดื่มกินเพื่อคลายเส้น บ้างก็ว่ากันว่าดื่มเป็นยา จนกลายเป็นการติดเหล้า&#8221; ส้มโอเริ่มต้นบทสนทนาด้วยการเล่าถึงวิถีชีวิตที่ทำให้คนแพร่กลายเป็นนักดื่มเลื่องชื่อในหมู่ชาวล้านนา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;</span><span style="font-weight: 400;">จังหวัดแพร่มีปัญหาเรื่องเหล้ายามากเพราะมีสุราพื้นบ้านเป็นของตัวเอง ซึ่งเราเคยทำวิจัยศึกษาเรื่องเหล้ายาเหล่านี้ พบว่าเด็กที่แพร่สามารถเข้าถึงแอลกอฮอล์ได้ภายใน 5 นาที&#8221; ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างมาก </span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p>&#8220;ถ้าให้ขยายความคือ เมื่อเรามองมิติด้านพฤติกรรมการซื้อขายเครื่อง<span style="font-weight: 400;">ดื่มแอลกอฮอล์ตามร้านขายของชำในหมู่บ้าน จะเห็นร้านในหมู่บ้านไม่ได้ใหญ่โต และคนในชุมชนต่างก็มองว่า</span><span style="font-weight: 400;">การจำหน่ายเหล้าเบียร์ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา บางทีพ่อแม่ก็ใช้ให้เด็กไปซื้อกลับมา จึงไม่แปลกที่เราจะบอกว่า เด็กอายุแค่ 11 ขวบ สามารถเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ภายในเวลา 5 นาที เพราะสภาพแวดล้อมรอบตัวเอื้อให้เขาทำเช่นนั้น และท้ายที่สุด เด็กๆ ก็จะมองว่าเป็นเรื่องปกติ”</span></p>
<p>ในจุดนี้ ส้มโอเน้นย้ำว่าครอบครัว คือส่วนสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันแก่เยาวชน</p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ครอบครัวถือเป็นต้นแบบของเด็กๆ หากคนในครอบครัวติดเหล้า จะมีแนวโน้มทำให้เด็กๆ มีโอกาสดื่มเหล้าได้ง่ายเช่นกัน หรือแม้กระทั่งครอบครัวที่ทะเลาะเบาะแว้งกันก็อาจส่งผลให้เด็กก้าวร้าวหรือมีพฤติกรรมเลียนแบบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในที่นี้อาจจะไม่ใช่เด็กทั้งหมดที่มีพฤติกรรมเลียนแบบ เพราะบางครอบครัวที่ติดเหล้าทั้งพ่อและแม่แต่ลูกไม่ดื่มก็มีให้เห็น แต่ทั้งนี้เรามองว่าครอบครัวเป็นรากฐานสำคัญที่จะสร้างความแข็งแกร่งทางด้านร่างกายและจิตใจให้กับเด็กๆ หากครอบครัวอบอุ่นก็จะมีแนวโน้มทำให้เด็กๆ เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ”</span></p>
<p>ส้มโอและทีมงานกลุ่มเรือนเพาะชำ จึงทำงานช่วยเหลือผู้ติดสุราที่เป็นผู้ใหญ่ พร้อมๆ กับรณรงค์ให้ความรู้เรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และทางเลือกกิจกรรมอื่นๆ ที่สร้างสรรค์แก่เยาวชน ผ่านการร่วมมือกับแกนนำในชุมชนเช่น อสม. ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนนายอำเภอ</p>
<p>ตัวอย่างโครงการช่วยเหลือนักดื่มให้เลิกเหล้า<span style="font-weight: 400;"> เช่น พรรษานี้หยอดกระปุก พรรษานี้เก็บค่าเหล้าเป็นค่านมลูก ปั่นฮอมบุญ (ปั่นจักรยานสะสมบุญ) เป็นต้น รวมถึงมีการสร้างเครือข่ายติดตามผู้เลิกเหล้า ซึ่งทำงานร่วมกับชุมชนและสาธารณสุขจังหวัด ตำรวจภูธร ในรูปแบบโครงการ &#8220;โทรถามตามเยี่ยม&#8221; ส้มโอมองว่า</span><span style="font-weight: 400;">เมื่อทุกภาคส่วนทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มกำลังจะทำให้เกิดเครือข่ายที่เข้มแข็ง เพราะเราทุกคนมีส่วนช่วยคนที่ติดกับดักของแอลกอฮอล์ได้ให้กลับมามีชีวิตที่มีความสุขได้</span></p>
<p>ด้านการรณรงค์ ให้ความรู้ และป้องกันเยาวชนไม่ให้ติดเหล้า เธอเล่าว่า <span style="font-weight: 400;">“เราสร้างกลุ่มนักกิจกรรมเยาวชน ชื่อ กลุ่มขันโตกแพร่ เป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่ชอบเล่นละครมารวมตัวกัน เดินสายฉายหนังทั่ววิทยาลัยอาชีวะศึกษาทั่วจังหวัดแพร่ เพราะเดิมเรามีต้นทุนเรื่องการทำละครเวที มีทักษะในการเล่นละคร จึงเลือกเริ่มต้นจากตรงนี้&#8221;</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_3891" aria-describedby="caption-attachment-3891" style="width: 2048px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-3891 size-full" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/192851205_295315328962147_5910204088275685294_n.jpg" alt="" width="2048" height="1536" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/192851205_295315328962147_5910204088275685294_n.jpg 2048w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/192851205_295315328962147_5910204088275685294_n-300x225.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/192851205_295315328962147_5910204088275685294_n-768x576.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/192851205_295315328962147_5910204088275685294_n-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /><figcaption id="caption-attachment-3891" class="wp-caption-text">ภาพการแสดงละครเวที (ภาพโดย ภัทรธิดา สมรักษ์)</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผลลัพธ์คือ &#8220;<span style="font-weight: 400;">พฤติกรรมการดื่มของเด็กอาสาสมัครก็ลดลงไปเยอะ เขาบอกว่าได้ซึมซับจากการเป็นสื่อรณรงค์ให้ผู้อื่นลดละเลิก ตนเองจึงอยากเป็นตัวอย่างที่ดี พวกเขารู้สึกว่าสิ่งที่ทำมีคุณค่า ได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ บางคนอาจจะไม่ถนัดในเรื่องการแสดงละคร ก็จะไปอยู่ฝ่ายคอสตูมบ้างแต่งหน้าให้บ้าง จัดบล็อกกิ้งบ้าง หรือแม้กระทั่งคุมเสียง หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การแสดงละคร แต่อยู่ที่กระบวนการซึ่งทำให้เกิดละครรณรงค์หนึ่งเรื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;</span><span style="font-weight: 400;">พอเด็กๆ ได้มาคลุกคลี พวกเขาก็จะเห็นปัญหาจริงๆ ที่เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การที่เขาตระหนักว่าปัญหาทุกอย่างไม่สามารถแก้ไขด้วยการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นั่นคือการบรรลุวัตถุประสงค์ของเราแล้ว แม้บางคนอาจจะไม่ได้เลิกขาดแต่อย่างน้อยพวกเขาลดละได้มากเลยทีเดียว&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้การทำงานกับร่วมกลุ่มเยาวชนอาจจะทำให้ส้มโอรู้สึกเหนื่อยบ้างเป็นบางครั้ง แต่เธอไม่เคยท้อ เพราะไม่ว่ากิจกรรมอย่างการทำละคร ค่ายฝึกอบรม สร้างพื้นที่ปลอดภัย เล่านิทานออนทัวร์ในรั้วโรงเรียน ทำตุ๊กตาหุ่นผ้า ฯลฯ ทั้งหมดเธอเชื่อว่าจะทำให้เยาวชนได้ซึมซับ ตระหนักถึงปัญหา รวมถึงการเปิดโอกาสให้เยาวชนมาทำงานร่วมกันจะทำให้พวกเขาได้เห็นว่าตนเองสามารถเลือกใช้ชีวิตอย่างที่ชอบ มีคุณค่า มีความสามารถหลากหลาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังเชื่ออีกว่าคือ ละครเวทีของตนที่เกิดจากเยาวชน จะทำให้กลุ่มเยาวชนด้วยกันเข้าใจและคล้อยตามสารที่ต้องการสื่อได้ดียิ่งขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“คนที่มาดูละคร เป็นผู้ที่เสพสื่อรณรงค์โดยตรง ถามว่าละครสามารถช่วยให้พวกเขาลดละเลิกดื่มได้ด้วยไหม นั่นอาจจะเป็นเรื่องยาก แต่เราเชื่อเสมอว่าการที่ให้เยาวชนในวัยเดียวกันเป็นกระบอกเสียง ผู้ชมที่เป็นเยาวชนด้วยกันจะเรียนรู้และเข้าใจได้ง่ายกว่าการที่ให้ผู้ใหญ่ไปสื่อสารและบอกว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ดี พูดง่ายๆ คืออย่างน้อยวัยรุ่นในพื้นที่เขาจะได้รับรู้ เข้าใจถึงสถานการณ์ ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอย่างน้อยการที่เราไปทำละคร ก็ทำให้พวกเขารู้ว่ามีกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งตั้งหน้าตั้งตาทำละครสะท้อนสังคม“</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_3893" aria-describedby="caption-attachment-3893" style="width: 2048px" class="wp-caption alignnone"><img decoding="async" class="wp-image-3893 size-full" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/192298289_800365264249185_2024126528033259010_n.jpg" alt="" width="2048" height="1536" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/192298289_800365264249185_2024126528033259010_n.jpg 2048w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/192298289_800365264249185_2024126528033259010_n-300x225.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/192298289_800365264249185_2024126528033259010_n-768x576.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/192298289_800365264249185_2024126528033259010_n-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /><figcaption id="caption-attachment-3893" class="wp-caption-text">(ภาพโดย ภัทรธิดา สมรักษ์)</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>เลิกได้ยากเพราะอะไร และเราทุกคนควรทำอย่างไร</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อเราถามเหตุผลที่คนเมืองแพร่อาจจะเลิกดื่มได้ยาก ส้มโอแสดงความคิดเห็นว่า &#8220;<span style="font-weight: 400;">ปัญหาหลักๆ เลยคือจิตใจไม่เข้มแข็งพอ และเขายังอยู่ในสังคม ชุมชนที่มีสภาพแวดล้อมยังดื่มกินอยู่ สภาพแวดล้อมรอบข้างเต็มไปด้วยคนเดิมๆ จะทำให้เขาไม่สามารถเลิกดื่มได้ </span><span style="font-weight: 400;">ต่อมาคือเรื่องของมุมมองที่มองว่าการดื่มเป็นเรื่องปกติ เป็นวัฒนธรรม ถ้าเป็นคนดื่ม เราคิดว่าเขาย่อมรู้เรื่องความเสี่ยง อันตรายที่เกิดจากแอลกฮอล์ เช่น หากดื่มแล้วขับก็เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ แต่ทั้งหมดนี้ ถ้ายังไม่เกิดกับตัวเอง พวกเขาก็อาจจะไม่ทันตระหนักถึงผลกระทบ ความร้ายแรงของมัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ส่วนวัยรุ่น ปัจจัยสำคัญคือเพื่อน หลายคนมักบอกว่ามิตรภาพเกิดขึ้นในวงเหล้า มันปลูกฝังให้วัยรุ่นและคนทุกวัยเชื่อแบบนั้นจริงๆ และเพื่อนมักเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนเลิกไม่ได้&#8221;  </span></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ส้มโอเน้นย้ำว่า <span style="font-weight: 400;">แม้สาเหตุที่หลายคนยังไม่สามารถเลิกเหล้าได้จะเกิดจากสภาพแวดล้อมรอบตัวแตกต่างกันไป แต่เราก็ไม่สามารถละเลยการให้ความรู้เชิงรุก เช่น การให้ความรู้จากภาคการศึกษาหรือสาธารณสุข เพราะทั้งหมดมีความสำคัญต่อเยาวชนผู้ซึ่งเป็นอนาคตของชาติอย่างมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ถ้าพูดในวงการศึกษา เรามองว่าเรายังอ่อนเรื่องการให้ความรู้กับนักเรียน เพราะเอาเข้าจริงแล้วครูในบางโรงเรียนก็ยังดื่มในสถานศึกษาให้เด็กเห็น จึงห้ามเด็กได้ไม่เต็มปากนักว่าห้ามดื่ม&#8221; </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น การเป็นตัวอย่างที่ดีจึงเป็นอีกหน้าที่หนึ่งที่ผู้ใหญ่ในสังคมต้องร่วมมือกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ส่วนระบบสาธารณสุข เราอาจมีหน่วยงานของสาธารณสุขจังหวัดที่รับผิดชอบในเรื่องกฎหมาย และโรงพยาบาลรับผิดชอบในเรื่องของการบำบัดรักษาก็จริง แต่เรายังมองว่าระบบเหล่านี้ของเมืองไทยเรายังไม่เข้มแข็ง เพราะคนส่วนใหญ่ต่างก็มองว่าการดื่มเป็นเรื่องปกติมาทุกยุคทุกสมัย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คงจะดีไม่น้อยหากภาคสาธารณสุขทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ตั้งรับและเดินหน้าสร้างความตระหนักรู้เชิงรุกร่วมกับภาคการศึกษาให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;เพราะเมื่อทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง คนในสังคมของเราน่าจะมีความสุขมากขึ้นได้แม้ไม่ต้องดื่มแอลกอฮอล์&#8221;</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/pattarathida-somrak-interview/">เจาะวัฒนธรรมการดื่มของชาวแพร่ และสร้างความตระหนักรู้กับเยาวชน สนทนากับ ภัทรธิดา สมรักษ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3869</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ย้อนดูแบบแผนความเสี่ยงช่วงสงกรานต์เพื่อออกแบบอนาคต  – ‘มาตรการสำเร็จรูป’ อาจไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/policy-drunk-driving/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=policy-drunk-driving</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 May 2021 08:59:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[ดื่มแล้วขับ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนะพงศ์ จินวงษ์]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายป้องกันอุบัติเหตุ]]></category>
		<category><![CDATA[ศวปถ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน]]></category>
		<category><![CDATA[สงกรานต์]]></category>
		<category><![CDATA[เมาแล้วขับ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3788</guid>

					<description><![CDATA[<p>  ดื่มเหล้าบ้านเพื่อน ขับเร็วแล้วไม่สวมหมวก คือ สาเหตุหลักของการเสียชีวิตในช่วงสงกรานต์ ไปแค่นี้เอง – หลายคนอาจจะเผลอพูดประโยคแบบนี้บ่อยครั้งเวลาที่ออกไปสังสรรค์บ้านเพื่อนแล้วถูกใครสักคนในครอบครัวหรือเพื่อนฝูงทักว่า ‘ไม่ควรขับรถไปแบบไม่สวมหมวกกันน็อก’ โดยหารู้ไม่ว่า ‘ไปแค่นี้’ เองนี่ล่ะคือเรื่องที่อันตรายที่สุด จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุในช่วงปีใหม่เมื่อปีที่แล้ว (พ.ศ. 2563) พบว่า อุบัติเหตุกว่า 80% เกิดจากการขับขี่รถจักรยานยนต์และอุบัติเหตุมักเกิดบนถนนของ อบต.และหมู่บ้านมากที่สุดถึง 37.9% ตัวเลขที่น่าสนใจกว่านั้นคือกว่า 19% หรือ 1 ใน 5 ของอุบัติเหตุที่เกิดจากมอเตอร์ไซค์จะเกิดในบริเวณที่ผู้ประสบอุบัติเหตุอยู่อาศัยในรัศมี 3 กิโลเมตร หรือถ้าขีดวงกว้างออกมาอีกนิด คือจะเกิดเหตุบริเวณที่คนคนนั้นอยู่อาศัยในรัศมี 5 กิโลเมตรถึงร้อยละ 39 &#160; เราเห็นอะไรจากตัวเลขนี้?   นายแพทย์ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) ตีความสถิติที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า เป็นตัวเลขสะท้อนรูปแบบการพบปะสังสรรค์ของคนชนบทที่ต่างจากคนกรุงเทพฯ หรือคนเมือง โดยปกติคนเมืองอาจจะเจอกันที่ร้านเหล้า สถานบันเทิง แต่สำหรับคนชนบท ถ้าไม่มีลักษณะการรวมตัวตามงานหมอลำ คอนเสิร์ต พวกเขาก็มักตั้งวงเหล้าดื่มกันง่ายๆ ที่บ้าน มอเตอร์ไซค์จึงกลายเป็นยานพาหนะหลักและเกือบทั้งหมดจะไม่ใส่หมวกกันน็อคเพราะเขามองว่าไปแค่นี้เอง “ลองนึกถึงภาพไปดื่มสังสรรค์ ตอนไปอาจจะคิดว่าแค่นี้ แต่ตอนกลับเขาเมาแล้ว และสิ่งที่เจอในช่วงเทศกาลทั้งปีใหม่และสงกรานต์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/policy-drunk-driving/">ย้อนดูแบบแผนความเสี่ยงช่วงสงกรานต์เพื่อออกแบบอนาคต  – ‘มาตรการสำเร็จรูป’ อาจไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong> </strong></p>
<h3 style="text-align: left;"><strong>ดื่มเหล้าบ้านเพื่อน ขับเร็วแล้วไม่สวมหมวก คือ</strong><strong> สาเหตุหลักของการเสียชีวิตในช่วงสงกรานต์</strong></h3>
<p><em>ไปแค่นี้เอง</em> – หลายคนอาจจะเผลอพูดประโยคแบบนี้บ่อยครั้งเวลาที่ออกไปสังสรรค์บ้านเพื่อนแล้วถูกใครสักคนในครอบครัวหรือเพื่อนฝูงทักว่า ‘ไม่ควรขับรถไปแบบไม่สวมหมวกกันน็อก’ โดยหารู้ไม่ว่า ‘ไปแค่นี้’ เองนี่ล่ะคือเรื่องที่อันตรายที่สุด</p>
<p>จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุในช่วงปีใหม่เมื่อปีที่แล้ว (พ.ศ. 2563) พบว่า อุบัติเหตุกว่า 80% เกิดจากการขับขี่รถจักรยานยนต์และอุบัติเหตุมักเกิดบนถนนของ อบต.และหมู่บ้านมากที่สุดถึง 37.9%</p>
<p>ตัวเลขที่น่าสนใจกว่านั้นคือกว่า 19% หรือ 1 ใน 5 ของอุบัติเหตุที่เกิดจากมอเตอร์ไซค์จะเกิดในบริเวณที่ผู้ประสบอุบัติเหตุอยู่อาศัยในรัศมี 3 กิโลเมตร หรือถ้าขีดวงกว้างออกมาอีกนิด คือจะเกิดเหตุบริเวณที่คนคนนั้นอยู่อาศัยในรัศมี 5 กิโลเมตรถึงร้อยละ 39</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><em>เราเห็นอะไรจากตัวเลขนี้? </em></p>
<p><em> </em></p>
<p><strong>นายแพทย์ธนะพงศ์ จินวงษ์</strong> <strong>ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน</strong> (ศวปถ.) ตีความสถิติที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า เป็นตัวเลขสะท้อนรูปแบบการพบปะสังสรรค์ของคนชนบทที่ต่างจากคนกรุงเทพฯ หรือคนเมือง โดยปกติคนเมืองอาจจะเจอกันที่ร้านเหล้า สถานบันเทิง แต่สำหรับคนชนบท ถ้าไม่มีลักษณะการรวมตัวตามงานหมอลำ คอนเสิร์ต พวกเขาก็มักตั้งวงเหล้าดื่มกันง่ายๆ ที่บ้าน มอเตอร์ไซค์จึงกลายเป็นยานพาหนะหลักและเกือบทั้งหมดจะไม่ใส่หมวกกันน็อคเพราะเขามองว่า<em>ไปแค่นี้เอง</em></p>
<p>“ลองนึกถึงภาพไปดื่มสังสรรค์ ตอนไปอาจจะคิดว่าแค่นี้ แต่ตอนกลับเขาเมาแล้ว และสิ่งที่เจอในช่วงเทศกาลทั้งปีใหม่และสงกรานต์ คืออุบัติเหตุที่เกิดในลักษณะนี้ประมาณ 40% – 50% ไม่มีคู่กรณี” หมอธนะพงศ์กล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>‘เมาไม่ขับ’</p>
<p>‘ดื่มไม่ขับ ขับไม่ดื่ม’</p>
<p>‘เมาไม่ขับ กลับบ้านปลอดภัย’</p>
<p>‘ลดเร็ว ลดเสี่ยง กลับบ้านปลอดภัย’</p>
<p>‘สงกรานต์นี้ ขับขี่ปลอดภัย ไม่มีใครเป็นหนึ่งในสถิติ’</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขับรถเร็ว – ไม่สวมหมวก – ดื่มแล้วขับ นี่คือความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุที่คุณหมอธนะพงศ์บอกไว้ นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เรามักได้ยินสโลแกนเหล่านี้บ่อยครั้ง</p>
<p><strong>แล้วแต่ละปีแต่ละพื้นที่ ความเสี่ยงเหล่านี้เหมือนหรือต่างกันหรือไม่?</strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p>“แบบแผนความเสี่ยงของช่วงเทศกาลไม่ค่อยแตกต่างกันนัก หลักๆ มีแค่ 2 แบบแผน คือ แบบแผนความเสี่ยงช่วงเดินทางเป็นเรื่องของการขับเร็ว และแบบแผนความเสี่ยงช่วงการเฉลิมฉลองจะเป็นเรื่องการเมาแล้วขับ การไม่สวมหมวกกันน็อกเป็นส่วนใหญ่” หมอธนะพงศ์ตอบ</p>
<p>แบบแผนความเสี่ยงไม่ต่าง แต่การมุ่งเน้นนั้นต่างกันซึ่งแต่ละปีก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขประกอบอื่นๆ เช่น นโยบายของรัฐหรือแม้กระทั่งการเกิดโรคระบาดอย่างไวรัสโคโรนา 2019</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-3790 size-full" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/Dr-J-13.jpg" alt="" width="1620" height="1080" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/Dr-J-13.jpg 1620w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/Dr-J-13-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/Dr-J-13-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/Dr-J-13-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1620px) 100vw, 1620px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong> </strong></p>
<h3><strong>สถานการณ์เปลี่ยน แผนความเสี่ยงเปลี่ยนไปอย่างไร</strong></h3>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>เมื่อเปรียบเทียบ 2 ปีที่โดนโควิดเล่นงานจะเห็นสถิติดังนี้</strong></p>
<p>สงกรานต์ปี 2562      เกิดอุบัติเหตุ 3,338 ครั้ง <strong>เสียชีวิต </strong><strong>386 ราย</strong></p>
<p>สงกรานต์ปี 2563      อุบัติเหตุเกิดขึ้น 1,307 ครั้ง <strong>เสียชีวิต </strong><strong>167 ราย</strong></p>
<p>สงกรานต์ปี 2564      อุบัติเหตุรวม 2,365 ครั้ง <strong>เสียชีวิต </strong><strong>277 ราย</strong></p>
<p><strong>สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ </strong><strong>35.18 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 22.13</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถ้าดูจากสถิติจะเห็นได้ว่าปีที่แล้ว (พ.ศ. 2563) มีจำนวนอุบัติเหตุการเสียชีวิตลดลงกว่าครึ่ง ซึ่งเชื่อว่าเป็นผลพวงมาจาก ‘ยาแรงชุดใหญ่’ ที่รัฐฉีดไป ได้แก่</p>
<p>1. ล็อกดาวน์ ลดการเดินทาง ลดการออกจากบ้าน ลดงานรื่นเริง</p>
<p>2. มาตรการเคอร์ฟิวส์ หลังสี่ทุ่มห้ามออกจากบ้าน</p>
<p>3. มีมาตรการห้ามขายเหล้า</p>
<p>ยาแรง 3 หลอดนี้ทำให้การเสียชีวิตซึ่งปกติในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีจำนวนผู้เสียชีวิตเฉลี่ย 380 คน หรือคิดเป็น 54 รายต่อวัน ลดฮวบเหลือเพียง 167 รายในปีที่แล้ว หรือกล่าวได้ว่าลดลงไป 219 ราย คิดเป็นราว 56.7%</p>
<p>แม้การระบาดของโรคโควิด – 19 จะยังไม่ซาลงแต่ปีนี้เงื่อนไขกลับต่างจากปีที่แล้ว (พ.ศ. 2563) โดยหมอธนะพงศ์เปรียบเทียบให้ฟังว่าปีนี้ไม่มีการล็อกดาวน์ ไม่มีเคอร์ฟิวส์ ไม่มีการห้ามขายเหล้า มีเพียงแค่การขอความร่วมมือลดการรวมกลุ่ม ลดการสาดน้ำและหลีกเลี่ยงการจัดงานใหญ่ๆ รวมถึงตัวภาครัฐเองก็มีแนวโน้มอยากให้คนกลับบ้านเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงเทศกาล ซึ่งเห็นได้จากการให้มีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ฉะนั้นมันก็จะเป็นเงื่อนไขที่ส่งเสริมให้คนเดินทางกลับบ้าน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“ยิ่งมีโควิด คนยิ่งใช้รถส่วนบุคคลเพราะว่าคงไม่อยากไปใช้บริการกับรถสาธารณะ และใช้วิธีการทยอยกลับมากกว่าการรอเดินทางกลับในวันสุดท้าย นั่นแปลว่า เขามีโอกาสทำความเร็วได้”</p>
<p><em>ดังนั้นแบบแผนความเสี่ยงในช่วงการเดินทางของปีนี้คือ เรื่องความเร็ว</em><em>,</em> คุณหมอสรุป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้จะมีการตั้งจุดตรวจในช่วงสงกรานต์เพื่อดูแลการขับขี่รถยนต์-จักรยานยนต์ แต่อาจไม่ถึงขั้นดูแลครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยเฉพาะการคมนาคมบนถนนสายรองหรือถนนในหมู่บ้านได้ หมอธนะพงศ์จึงเสนอว่า “<strong>เราต้องคุยว่าทำยังไงให้ท้องถิ่นหรือชุมชนซึ่งเป็นเจ้าภาพของหมู่บ้านตัวเอง</strong> ลุกขึ้นมาบังคับใช้กฎหมายหรือไม่ก็ทำตามแบบแผนชุมชน คิดว่าเรื่องการทำให้ด่านชุมชนเป็นด่านเชิงบูรณาการ”</p>
<p>เรามักคุ้นชินกับภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. เฝ้าด่านตรวจวัดไข้ ใส่หน้ากากผู้ที่ขับรถสัญจรไปมาในหมู่บ้านช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ซึ่งหากชุมชนสามารถบูรณาการให้ด่านเหล่านี้ทำหน้าที่หลายอย่างรวมกัน คือ มีการตรวจวัดไข้ ใส่หน้ากากและสามารถตรวจแอลกอฮอล์ได้ด้วย ตรวจหมวกกันน็อกไปด้วยมันจะสามารถป้องกันได้ในระดับหนึ่ง</p>
<p>“เป็นการบูรณาการไปด้วยกันทั้งเรื่องโรคโควิด – 19 และความปลอดภัยบนท้องถนนในชุมชน”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-3791" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/DEEB1C9B-E219-4866-B381-826CE61946A2.jpg" alt="" width="2048" height="1536" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/DEEB1C9B-E219-4866-B381-826CE61946A2.jpg 2048w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/DEEB1C9B-E219-4866-B381-826CE61946A2-300x225.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/DEEB1C9B-E219-4866-B381-826CE61946A2-768x576.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/DEEB1C9B-E219-4866-B381-826CE61946A2-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p><strong> </strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>จากต้นน้ำถึงปลายน้ำ </strong><strong>‘มาตรการสำเร็จรูป’ อาจไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป</strong></h3>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถึงตรงนี้เราคงพอเห็นรูปแบบมาตรการการรองรับความเสี่ยงในช่วงการฉลองได้ตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ</p>
<p><strong>ต้นน้ำ</strong> คือ สถานที่พวกอุทยาน ชุมชน จุดจำหน่าย จุดรื่นเริงที่ต้องตัดวงจรการดื่มเหล้าให้ได้โดยเด็ดขาด</p>
<p><strong>กลางน้ำ</strong> คือ ด่านตรวจ ด่านชุมชน</p>
<p>และ<strong>ปลายน้ำ</strong> คือ เมื่อเกิดเหตุต้องตรวจแอลกอฮอล์ทุกราย ถ้าพบว่าเป็นเด็กก็ต้องสืบไปถึงต้นน้ำว่าใครขายเหล้าให้เด็กก็จะถูกลงโทษ</p>
<p>หมอธนะพงศ์บอกว่าถ้าสามารถบูรณาการได้แบบนี้จะทำให้มาตรการนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“ถ้าสังเกตจะเห็นว่าทิศทางมาตรการของรัฐบาลจะค่อยๆ มุ่งเน้นไปให้ความสำคัญกับระดับพื้นที่มากขึ้น”</p>
<p>หมอธนะพงศ์ยังอธิบายเพิ่มเติมว่าเดิมทีนโยบายหรือมาตรการต่างๆ มักมาจากส่วนกลาง แต่ตอนนี้นโยบายเริ่มกระจายแบบ area base โดยให้คนในพื้นที่เป็นผู้วิเคราะห์ปัญหาแล้วสร้างมาตรการระดับพื้นที่เอง เช่นเดียวกับกรณีการแพร่ระบาดของโรคโควิด &#8211; 19 ที่ตอนนี้เน้นทิศทางแบบ area base</p>
<p>“ตอนนี้รัฐบาลกลางจะไม่กล้าออกมาตรการแบบสูตรสำเร็จแต่ใช้แบบ area base ซึ่งถ้าเราสามารถทำให้ทิศทางนี้เป็นทิศทางหลักในการบริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนหรือเรื่องอื่นๆ แล้วให้ความสำคัญกับอำเภอ พื้นที่ ให้คนท้องถิ่นสามารถวิเคราะห์ความเสี่ยงแล้วจัดการความเสี่ยงได้เอง ผมมองว่าเป็นทิศทางที่ถูก <strong>เพราะฉะนั้นคำตอบของเรื่องนี้คือทำอย่างไรให้พื้นที่สามารถวิเคราะห์ความเสี่ยงและจัดการความเสี่ยงของตัวเองได้</strong><strong>”</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/policy-drunk-driving/">ย้อนดูแบบแผนความเสี่ยงช่วงสงกรานต์เพื่อออกแบบอนาคต  – ‘มาตรการสำเร็จรูป’ อาจไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3788</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เมาแล้วขับ – สร้างวัฒนธรรมความรับผิดชอบร่วมของรัฐ ร้านเหล้าและคนดื่ม</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/drunk-driving-responsibilty-culture/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=drunk-driving-responsibilty-culture</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 11 Apr 2021 09:09:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[Mayday]]></category>
		<category><![CDATA[กรวิชญ์ ขวัญอารีย์]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบขนส่งสาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร]]></category>
		<category><![CDATA[เมาแล้วขับ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3718</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในประเด็น ‘เมาแล้วขับ’ นอกจากตัวผู้ดื่ม เราเห็นใครอีกบ้าง? อาจจะเป็น รัฐ – ในฐานะผู้ออกนโยบายและมาตรการเพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ร้านเหล้า – ในฐานะผู้ขายและผู้ให้บริการ กฎหมาย – ในฐานะผู้รักษากฎเกณฑ์ทางสังคม หรืออาจจะเป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนของสังคมที่ต้องแก้ไขปัญหาไปพร้อมกัน Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า พูดคุยกับ กรวิชญ์ ขวัญอารีย์ ตัวแทน MAYDAY ทีมคนรุ่นใหม่ที่ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนและ เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส. สังกัดพรรคก้าวไกล เกี่ยวกับทางออกของประเด็นเมาแล้วขับในสังคมไทย &#160; &#160; ปรับปรุงรถเมล์กลางคืน &#160; “ในลอนดอน ประเทศอังกฤษจะมีรถเมล์จำเพาะคือรถเมล์กลางคืนซึ่งมีเส้นทางที่วิ่งเฉพาะในเวลากลางคืนเท่านั้น หมายถึงกลางวันวิ่งแบบหนึ่ง กลางคืนวิ่งอีกเส้นหนึ่งซึ่งมันถูกลากเส้นขึ้นมาเพื่อให้เหมาะสมกับคนที่เดินทางกลางคืนจริงๆ” ในฐานะคนที่ทำประเด็นเรื่องขนส่งสาธารณะ วิช – กรวิชญ์ ขวัญอารีย์ หนึ่งในหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญของทีม MAYDAY มองว่าเรื่องเมาแล้วขับมีความเชื่อมโยงกันไม่มากก็น้อยกับการขนส่งสาธารณะ – เพราะขนส่งสาธารณะที่ไม่เอื้อต่อการเดินทางของคนมากพออาจเป็นหนึ่งในส่วนเสริมที่ทำให้คนต้องเลือกขับรถไปในวันที่มีนัดปาร์ตี้หรือพบปะเพื่อนในช่วงเวลากลางคืน “ในลอนดอนจะมีรถไฟสายหนึ่งที่วิ่งผ่านดาวน์ทาวน์ใจกลางเมือง ผ่านย่านผับบาร์ซึ่งจะขยายเวลาเปิดถึงตีสอง มันเป็นการเอื้อให้ขนส่งสาธารณะมันสอดคล้องกับบริบทการเดินทางของคนจริงๆ” &#160; &#160; แล้วประเทศไทยล่ะ มีไหม? ,มี แต่มันไม่ได้ทำให้ถูกมองเห็น จากเซ็นทรัลเวิลด์ ถึง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/drunk-driving-responsibilty-culture/">เมาแล้วขับ – สร้างวัฒนธรรมความรับผิดชอบร่วมของรัฐ ร้านเหล้าและคนดื่ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในประเด็น ‘เมาแล้วขับ’ นอกจากตัวผู้ดื่ม เราเห็นใครอีกบ้าง?</p>
<p>อาจจะเป็น <strong>รัฐ </strong>– ในฐานะผู้ออกนโยบายและมาตรการเพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนน</p>
<p><strong>ร้านเหล้า</strong> – ในฐานะผู้ขายและผู้ให้บริการ</p>
<p><strong>กฎหมาย</strong> – ในฐานะผู้รักษากฎเกณฑ์ทางสังคม</p>
<p>หรืออาจจะเป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนของสังคมที่ต้องแก้ไขปัญหาไปพร้อมกัน</p>
<p>Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า พูดคุยกับ <strong>กรวิชญ์ ขวัญอารีย์</strong> ตัวแทน MAYDAY ทีมคนรุ่นใหม่ที่ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนและ <strong>เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร</strong> ส.ส. สังกัดพรรคก้าวไกล เกี่ยวกับทางออกของประเด็นเมาแล้วขับในสังคมไทย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>ปรับปรุงรถเมล์กลางคืน</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>“ในลอนดอน ประเทศอังกฤษจะมีรถเมล์จำเพาะคือรถเมล์กลางคืนซึ่งมีเส้นทางที่วิ่งเฉพาะในเวลากลางคืนเท่านั้น หมายถึงกลางวันวิ่งแบบหนึ่ง กลางคืนวิ่งอีกเส้นหนึ่งซึ่งมันถูกลากเส้นขึ้นมาเพื่อให้เหมาะสมกับคนที่เดินทางกลางคืนจริงๆ”</p>
<p>ในฐานะคนที่ทำประเด็นเรื่องขนส่งสาธารณะ <strong>วิช – กรวิชญ์ ขวัญอารีย์</strong> หนึ่งในหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญของทีม MAYDAY มองว่าเรื่องเมาแล้วขับมีความเชื่อมโยงกันไม่มากก็น้อยกับการขนส่งสาธารณะ – เพราะขนส่งสาธารณะที่ไม่เอื้อต่อการเดินทางของคนมากพออาจเป็นหนึ่งในส่วนเสริมที่ทำให้คนต้องเลือกขับรถไปในวันที่มีนัดปาร์ตี้หรือพบปะเพื่อนในช่วงเวลากลางคืน</p>
<p>“ในลอนดอนจะมีรถไฟสายหนึ่งที่วิ่งผ่านดาวน์ทาวน์ใจกลางเมือง ผ่านย่านผับบาร์ซึ่งจะขยายเวลาเปิดถึงตีสอง มันเป็นการเอื้อให้ขนส่งสาธารณะมันสอดคล้องกับบริบทการเดินทางของคนจริงๆ”</p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_3724" aria-describedby="caption-attachment-3724" style="width: 1201px" class="wp-caption alignnone"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-3724 size-full" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/04/20210411-arphoto_4.jpg" alt="กรวิชญ์ ขวัญอารีย์" width="1201" height="801" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/04/20210411-arphoto_4.jpg 1201w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/04/20210411-arphoto_4-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/04/20210411-arphoto_4-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/04/20210411-arphoto_4-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1201px) 100vw, 1201px" /><figcaption id="caption-attachment-3724" class="wp-caption-text">กรวิชญ์ ขวัญอารีย์</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p><em>แล้วประเทศไทยล่ะ มีไหม? </em><em>,มี แต่มันไม่ได้ทำให้ถูกมองเห็น</em></p>
<p><strong>จากเซ็นทรัลเวิลด์ ถึง ลาดพร้าว ใช้เวลาแค่ 30 นาที</strong> <strong>&#8211; นั่นคือศักยภาพที่รถเมล์ในช่วงเวลากลางคืนทำได้ ตามที่ Mayday เคยการันตีไว้!</strong></p>
<p>ถ้าอ้างอิงจากการเก็บรวบรวมข้อมูลของ Mayday ราว 2-3 ปีก่อน จะพบว่าประเทศไทยมีรถเมล์หลายสายที่ให้บริการในช่วงเวลากลางคืน ได้แก่</p>
<p>รถเมล์สาย 3 จาก หมอชิต 2 &#8211; คลองสาน</p>
<p>รถเมล์สาย 25 จาก ปากน้ำ – สนามหลวง</p>
<p>รถเมล์สาย 29 ที่วิ่งจาก ตลาดรังสิต &#8211; หัวลำโพง</p>
<p>“ในไทยไม่ได้เรียกว่ารถเมล์กลางคืน แต่เป็นรถเมล์ 24 ชั่วโมงเพราะวิ่งในเส้นทางเดิมแต่แค่มีในช่วงเวลากลางคืนด้วย ซึ่งบางสายผ่านย่านสถานบันเทิงก็สามารถตอบสนองคนที่กลับดึกได้ และไม่ใช่แค่คนที่ไปดื่มแต่พนักงานหรือคนทำงานกลางคืนเอง เขาก็จะได้มีระบบแบบนี้รองรับ ฉะนั้นมันเกิดขึ้นได้ในไทยแต่รัฐต้องมีข้อมูล”</p>
<p>ถ้าประเทศไทยต้องการสร้างเส้นทางพิเศษในเวลากลางคืนเพื่อรองรับการเดินทางของเหล่านักดื่มหรือเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงกลางคืนเอง สิ่งที่รัฐไทยต้องมีคือข้อมูลว่าในพื้นที่ไหนมีคนต้องการใช้บริการมากน้อยเท่าไหร่</p>
<p>เพราะต้องไม่ลืมว่าทุกการขีดเส้นทางใหม่ มันมีต้นทุนที่ตามมาเสมอ</p>
<p>วิชเสนอว่าการแก้ปัญหาเบื้องต้นจึงเป็นการทำให้ทุกคนรู้ข้อมูลก่อนว่ามีสิ่งนี้อยู่ ให้เขามีทางเลือกแล้วค่อยตัดสินใจว่าเขาไปได้หรือไม่ได้ และถ้าสามารถเก็บข้อมูลได้ว่าเขาไปไม่ได้เพราะอะไร ขาดอะไรไปก็จะสามารถนำข้อมูลมาพัฒนาต่อไปในอนาคต</p>
<p>“อาจจะลองทำในช่วงวันศุกร์ก่อนก็ได้เพราะวันศุกร์คนชอบไปพักผ่อน ลองให้รถเมล์บางเส้นทางมันเลิกดึกขึ้นมาหน่อยจาก 4 ทุ่มเป็น 5 ทุ่ม หรือเที่ยงคืน เป็นการทดลองค่อยๆ ทำไป อันนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน”</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ก่อนจะเกิดรถเมล์กลางคืนหรือขนส่งสาธารณะที่ตอบสนองบริบทการเดินทางกลางคืนได้ วิชพูดชัดว่ารัฐต้องเปลี่ยน mindset เสียก่อน</p>
<p>“สังคมต้องมองกลับมาก่อนว่าการดื่มสุราไม่ใช่เรื่องผิด การออกไปพบปะสังสรรค์กันในเวลากลางคืนไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดีเพราะว่าถ้ามองแบบนั้นเป็นบรรทัดฐานของสังคมแล้ว อะไรก็ตามที่ไปเอื้อสิ่งเหล่านี้มันก็จะถูกมองว่าไม่ดีตามไปด้วย&#8221;</p>
<p>วิชกล่าวว่าสิ่งเหล่านี้อาจเป็นผลพลอยได้จากกรอบของศาสนาและสังคมที่กำหนดไว้ แต่ถ้าต้องการช่วยเหลือคนเดินทาง ลดความเสี่ยงต่อการเมาแล้วขับ อาจต้องทำความเข้าใจ เปิดใจรับวิถีชีวิตหรือไลฟ์สไตล์คนที่แตกต่างกันยิ่งขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>สร้างร้านเหล้าที่ไม่ฆ่าลูกค้าตัวเอง</strong></h2>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>“ผมเชื่อว่าไม่มีผู้ประกอบการหรือคนทำเบียร์คนไหนอยากฆ่าลูกค้าตัวเอง”</strong></p>
<p>ไม่มีใครอยากให้ลูกค้าตัวเองไปชนคนอื่นตายหรือได้รับบาดเจ็บหรอกครับ, <strong>เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร</strong> ย้ำชัด หลายคนอาจคุ้นหน้าคุ้นตาเขาในฐานะส.ส. แต่สายนักดื่มมักจะรู้จักเขาในนามของคนทำคราฟต์เบียร์และผู้ประกอบการร้านเหล้า เท่าพิภพมองว่าร้านเหล้ามีพลังมากพอที่จะช่วยสร้างมาตรฐานสังคมเพื่อให้ความปลอดภัยบนท้องถนนของลูกค้ามีมากขึ้น</p>
<p>“ต้องรณรงค์ว่ามันเป็นเรี่องความรับผิดชอบของผู้ขายด้วยไม่ใช่แค่การตำหนิผู้ดื่มอย่างเดียว” – เขาบอกแบบนั้น</p>
<p>“ผู้ประกอบการควรมีมาตรการหลายทางเพื่อส่งเสริมให้อุบัติเหตุบนท้องถนนมันลดลง เพียงแต่แนวคิดนี้ยังไม่แพร่หลายและยังไม่มีใครทำให้ดูเท่าที่ควร”</p>
<p>ว่ากันตามจริงแล้วในฐานะผู้ขายและให้บริการด้านความบันเทิง ไม่ว่าจะร้านเหล้า ผับ บาร์ กลุ่มผู้ประกอบการควรเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ต้องพูดถึงในทุกๆ นโยบายของรัฐ แต่จนถึงตอนนี้เรากลับพบว่าบทบาทในแง่ของผู้ร่วมรับผิดชอบของร้านเหล้านั้นยังคงเป็นภาพที่ไม่ชัดเจนเท่าไหร่นัก</p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_3725" aria-describedby="caption-attachment-3725" style="width: 1200px" class="wp-caption alignnone"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-3725 size-full" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/04/20210411-arphoto_2.jpg" alt="เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร" width="1200" height="801" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/04/20210411-arphoto_2.jpg 1200w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/04/20210411-arphoto_2-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/04/20210411-arphoto_2-768x513.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/04/20210411-arphoto_2-1024x684.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption id="caption-attachment-3725" class="wp-caption-text">เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p><em>แล้วร้านเหล้าทำอะไรได้บ้าง?</em></p>
<p>“ผมไม่เคยทำร้านเหล้าที่มีที่จอดรถเลยเพราะผมรู้สึกว่าผมไม่สนับสนุนการดื่มแล้วขับ ดังนั้นร้านเหล้าไม่ควรมีที่จอดรถด้วยซ้ำ หรือถ้ามีก็ควรจำกัดที่จอดเพื่อทำให้มันยากขึ้น แม้แต่ในการโปรโมตร้านก็ไม่ควรบอกว่ามีที่จอดรถ” เท่าพิภพตอบคำถามนี้ในฐานะอดีตเจ้าของร้านเหล้า</p>
<p><em>ไม่ดื่ม ฉันขับ </em>&#8211; เป็นหนึ่งในมาตรการที่ร้านอาหารทั่วไปหรือร้านเหล้าสามารถทำได้ เช่น การติดสติกเกอร์ที่คนขับรถเพื่อบ่งบอกว่า ‘ฉันไม่ drink ฉัน drive’ &#8211; เพราะมันคือความรับผิดชอบของผู้ประกอบการที่ดูแลผู้ดื่ม</p>
<p>“อย่างน้อยร้านคราฟต์เบียร์ควรมีเปอร์เซ็นต์ของแอลกอฮอล์ว่าเท่าไหร่ หรือ อาจต้องมีเครื่องวัดแอลกอฮอล์ก็ได้ ถ้ามันเกินเกณฑ์ก็ไม่เสิร์ฟเพราะเขาอาจไม่มีข้อมูลเท่าเราว่ากินอันนี้เท่าไหร่ กินอันนี้แล้วไม่ควรต่อด้วยอันนี้ หรือกินอันนี้แล้วควรพักนะ มันควรเป็นความรับผิดชอบของผู้ขายที่ต้องให้ข้อมูลเขาเหมือนกัน”</p>
<p>“มันควรจะทำให้เป็น norm ด้วยซ้ำ” &#8211; เท่าพิภพเล่าต่อ</p>
<p>“เพื่อสักวันหนึ่งเขาจะรู้สึกว่าถ้าฉันขับรถมาฉันก็จะอดปาร์ตี้กับเพื่อนเพราะงั้นนั่งแท็กซี่มาดีกว่าง่ายกว่าและเมื่อถึงจุดนั้นขนส่งสาธารณะที่ดีก็จะเข้ามารองรับเขาได้มากขึ้น”</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>จ่ายแล้วจบ </strong><strong>&#8211; กฎหมายไทยไม่เคยเด็ดขาด</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้การพูดคุยกับผู้ประกอบการในฐานะผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเกิดขึ้นบ่อยครั้ง รวมถึงกับตัวหน่วยงานมูลนิธิเมาไม่ขับเอง ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าอยากทำให้มันปลอดภัยขึ้น แต่ประเด็นปัญหาอีกอย่างที่พบคือ ‘กฎหมาย’</p>
<p>“กฎหมายประเทศนี้คนรวยอยู่ง่าย จ่ายแล้วจบเหมือนซื้อตั๋วเข้าดิสนีย์แลนด์”เท่าพิภพกล่าว</p>
<p>การจ่ายค่าปรับในกฎหมายไทยสำหรับเท่าพิภพแล้ว นอกจากจะไม่ได้เป็นเครื่องมือที่ดีในการแก้ปัญหาเมาแล้วขับ มันยังเป็นแค่เครื่องตอกย้ำความไม่เท่าเทียมกันของการบังคับใช้กฎหมายในประเทศนี้</p>
<p><em>ค่าปรับ </em><em>2 หมื่นบาทอาจเป็นเงินที่คนรวยหาได้ในวันเดียว</em></p>
<p><em>แต่กับคนจนนั่นอาจหมายถึงเงินเก็บทั้งชีวิต</em></p>
<p><em>บทลงโทษจึงควรเป็นอะไรที่เด็ดขาดและเท่าเทียมกว่าการปรับด้วยเงิน</em></p>
<p>“สุดท้ายกฎหมายจะเป็นตัวบังคับ แต่บทลงโทษต้องหนักพอที่เขาจะไม่กล้าทำอีก เช่น การยึดใบขับขี่ตลอดชีวิต ยึดพาสปอร์ตหรือถ้าเป็นแพทย์ก็ยึดใบประกอบโรคศิลป์ ทนายความก็ยึดใบอนุญาตว่าความ หลายประเทศอย่างเกาหลีใต้ก็ใช้วิธีนี้มันจะทำให้คนไม่กล้าทำ”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ถึงอย่างนั้น, แม้เราจะมีกฎหมายที่เด็ดขาดพอ มีผู้ประกอบการที่รับผิดชอบต่อลูกค้า สังคมก็ยังคงต้องการผู้ดื่มที่รับผิดชอบต่อคนอื่นเช่นกัน</p>
<p><strong>“เราต้องสร้างวัฒนธรรมความรับผิดชอบร่วมกัน”</strong> – เท่าพิภพสรุป</p>
<p>เพราะแม้ว่ารัฐจะมีขนส่งสาธารณะ แต่เราลืมไม่ได้ว่ายังมีผู้ใช้บริการที่หลากหลายและปัญหาการดื่มสุราไม่ได้มีเพียงเรื่องเมาแล้วขับเพียงอย่างเดียว ทว่าอาจมีปัญหาทะเลาะวิวาท โวยวายเสียงดังในที่สาธารณะ ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็น Toxic สำหรับคนอื่นและสังคมเช่นเดียวกัน<strong> </strong></p>
<p>สำหรับวิชเอง นั่นก็เป็นอีกประเด็นที่เขาอยากให้ผู้ดื่มตระหนักถึง</p>
<p>“แม้ว่ารัฐจะมีขนส่งสาธารณะบริการในเวลากลางคืน แต่ก็อาจจะมีเงื่อนไขที่ตัวผู้ดื่มเองก็ต้องพร้อมด้วย อย่างเช่นหลายประเทศเองก็ไม่ให้คนเมาขึ้นรถไฟฟ้าหรือประเทศไทยเองก็ไม่อยากให้คนเมาขึ้นเหมือนกัน เพราะเขารับประกันไม่ได้ว่าคนเหล่านี้เมาแล้วจะก่อเรื่องหรือเปล่า? หรืออาเจียนหรือเปล่า? ซึ่งเขาไม่สามารถประเมินได้เลย</p>
<p><strong>เราจึงต้องขอความร่วมมือทั้งฝั่งคนดื่มเอง ผู้ประกอบการและรัฐด้วย</strong><strong>”</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/drunk-driving-responsibilty-culture/">เมาแล้วขับ – สร้างวัฒนธรรมความรับผิดชอบร่วมของรัฐ ร้านเหล้าและคนดื่ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3718</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ลากจุดเชื่อมโยงปัญหาการติดเหล้าในกลุ่มชาติพันธุ์: นโยบายไม่สอดรับ – นักวิจัยไร้ทุน – พลเมืองชั้นสาม</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/alcoholics-in-ethnic-group/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=alcoholics-in-ethnic-group</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Mar 2021 03:49:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มชาติพันธุ์กับการติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ความเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวลาหู่]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวอาข่า]]></category>
		<category><![CDATA[ธวัชชัย อภิเดชกุล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3641</guid>

					<description><![CDATA[<p>“การกำหนดนโยบายของภาครัฐไม่ว่าหน่วยงานไหนหรือเรื่องอะไรก็ตามควรจะยึดโยงกับข้อค้นพบที่แท้จริง” ข้างต้นคือข้อเสนอเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายเลิกเหล้าของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย อภิเดชกุล รองคณบดีสำนักวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ในฐานะนักวิชาการในพื้นที่ซึ่งทำงานวิจัยเกี่ยวกับพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์มานานนับสิบปี โดยเฉพาะพี่น้องชาวอาข่าและลาหู่ ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ธวัชชัยย้ำชัดว่า หากจะแก้ปัญหาการดื่มเหล้าในกลุ่มชาติพันธุ์ เราจำเป็นที่เราต้องเข้าใจ ‘ข้อค้นพบที่แท้จริง’ เหล่านั้นเสียก่อน เพราะสำหรับธวัชชัย การดื่มเหล้าเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งโดยมีฐานมาจากความเชื่อและความแร้นแค้นในชีวิต การจะเริ่มทำความเข้าใจปัญหาการดื่มเหล้าในกลุ่มชาติพันธุ์จึงต้องเข้าใจฐานของภูเขาน้ำแข็งเสียก่อน &#160;   2 ปัจจัย 1 จุดเปลี่ยน – ภาพกว้างของวิวัฒนาการการดื่มเหล้าในกลุ่มชาติพันธุ์   &#8220;ปัจจัยทางสังคมวัฒนธรรมเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งจะเกี่ยวโยงกับการดื่มสุราด้วย แต่ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นในกลุ่มผู้สูงวัย&#8221; ธวัชชัยอธิบายเพิ่มเติมว่า การจัดพิธีกรรมซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญคือ สุราหรือเหล้า คือจุดเริ่มต้นของการดื่มสุรา ซึ่งในแต่ละรอบปี ทั้งชาวลาหู่และชาวอาข่าจะมีพิธีกรรมหลากหลายรูปแบบ แต่ในทุก ๆ รูปแบบจะเกี่ยวโยงกับการใช้เหล้าเสมอ (อ่านเพิ่มเติม : สำรวจความสัมพันธ์ของชาติพันธุ์ พิธีกรรมกับความเมามาย) และใช่ มันเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้คนติดสุรา แต่อีกหนึ่งข้อค้นพบในฐานะนักวิจัยในพื้นที่ ธวัชชัยพบว่า ‘ความแร้นแค้น’ เป็นสิ่งกระตุ้นให้วัฒนธรรมการดื่มเหล้ายังคงอยู่ในหมู่ชาวชาติพันธุ์ &#8220;การที่ครอบครัวไม่สามารถหาเงินได้เพียงพอกับการดำรงชีวิตทำให้เกิดความแตกแยกขึ้น ระหว่างสามีภรรยา ส่วนคนในครอบครัวก็พูดคุยกันได้ไม่สนุก ตรงนี้ทำให้ผมมองเห็นได้ชัดเจนเลยว่า ทำไมชาวอาข่าหรือลาหู่จึงดื่มเหล้า&#8221; ถ้าพูดให้ชัดเจน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcoholics-in-ethnic-group/">ลากจุดเชื่อมโยงปัญหาการติดเหล้าในกลุ่มชาติพันธุ์: นโยบายไม่สอดรับ – นักวิจัยไร้ทุน – พลเมืองชั้นสาม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p><em>“การกำหนดนโยบายของภาครัฐไม่ว่าหน่วยงานไหนหรือเรื่องอะไรก็ตามควรจะยึดโยงกับข้อค้นพบที่แท้จริง”</em></p></blockquote>
<p>ข้างต้นคือข้อเสนอเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายเลิกเหล้าของ <strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย อภิเดชกุล</strong> รองคณบดีสำนักวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง</p>
<p>ในฐานะนักวิชาการในพื้นที่ซึ่งทำงานวิจัยเกี่ยวกับพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์มานานนับสิบปี โดยเฉพาะพี่น้องชาวอาข่าและลาหู่ ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ธวัชชัยย้ำชัดว่า หากจะแก้ปัญหาการดื่มเหล้าในกลุ่มชาติพันธุ์ เราจำเป็นที่เราต้องเข้าใจ ‘ข้อค้นพบที่แท้จริง’ เหล่านั้นเสียก่อน</p>
<p>เพราะสำหรับธวัชชัย การดื่มเหล้าเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งโดยมีฐานมาจากความเชื่อและความแร้นแค้นในชีวิต การจะเริ่มทำความเข้าใจปัญหาการดื่มเหล้าในกลุ่มชาติพันธุ์จึงต้องเข้าใจฐานของภูเขาน้ำแข็งเสียก่อน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-3653" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/Picture2.jpg" alt="" width="1003" height="702" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/Picture2.jpg 1003w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/Picture2-300x210.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/Picture2-768x538.jpg 768w" sizes="(max-width: 1003px) 100vw, 1003px" /></p>
<p><strong> </strong></p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>2 ปัจจัย 1 จุดเปลี่ยน – ภาพกว้างของวิวัฒนาการการดื่มเหล้าในกลุ่มชาติพันธุ์</strong></h2>
<p><strong> </strong></p>
<p>&#8220;ปัจจัยทางสังคมวัฒนธรรมเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งจะเกี่ยวโยงกับการดื่มสุราด้วย แต่ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นในกลุ่มผู้สูงวัย&#8221;</p>
<p>ธวัชชัยอธิบายเพิ่มเติมว่า การจัดพิธีกรรมซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญคือ สุราหรือเหล้า คือจุดเริ่มต้นของการดื่มสุรา ซึ่งในแต่ละรอบปี ทั้งชาวลาหู่และชาวอาข่าจะมีพิธีกรรมหลากหลายรูปแบบ แต่ในทุก ๆ รูปแบบจะเกี่ยวโยงกับการใช้เหล้าเสมอ <a href="https://alcoholrhythm.com/ethnicity-belief-and-drinking/">(อ่านเพิ่มเติม : สำรวจความสัมพันธ์ของชาติพันธุ์ พิธีกรรมกับความเมามาย)</a></p>
<p>และใช่ มันเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้คนติดสุรา</p>
<p>แต่อีกหนึ่งข้อค้นพบในฐานะนักวิจัยในพื้นที่ ธวัชชัยพบว่า ‘ความแร้นแค้น’ เป็นสิ่งกระตุ้นให้วัฒนธรรมการดื่มเหล้ายังคงอยู่ในหมู่ชาวชาติพันธุ์</p>
<p>&#8220;การที่ครอบครัวไม่สามารถหาเงินได้เพียงพอกับการดำรงชีวิตทำให้เกิดความแตกแยกขึ้น ระหว่างสามีภรรยา ส่วนคนในครอบครัวก็พูดคุยกันได้ไม่สนุก ตรงนี้ทำให้ผมมองเห็นได้ชัดเจนเลยว่า ทำไมชาวอาข่าหรือลาหู่จึงดื่มเหล้า&#8221;</p>
<p>ถ้าพูดให้ชัดเจน เราจะเห็นภาพความรุนแรงจากการดื่มเหล้า หรือแม้แต่การเริ่มต้นดื่มเหล้าได้บ่อยในกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีรายได้น้อย และจะเจอน้อยลงในกลุุ่มชาติพันธุ์ที่มีรายได้มากขึ้น โดยในที่นี้ ชาวลาหู่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีรายได้น้อยกว่ากลุ่มอื่น รองลงมาคือชาวอาข่า</p>
<p>เมื่อเป็นเช่นนี้ เราจึงมักจะพบภาพของการดื่มเหล้าในกลุ่มชาวลาหู่ได้ทั่วไป ไม่ว่าจะในผู้ชายหรือผู้หญิง แต่ในกลุ่มชาวอาข่า ภาพเหล่านี้จะปรากฏในหมู่ผู้ชายมากกว่า ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากโครงสร้างสังคมชายเป็นใหญ่ ซึ่งธวัชชัยสรุปว่า การที่ผู้ชายออกไปกินเหล้าหรือเที่ยวข้างนอกไม่ถือว่าเป็นความผิดในมุมมองของชาวอาข่า แต่ไม่ใช่สำหรับผู้หญิง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ธวัชชัยสรุปว่า การดื่มสุรากับปัจจัยด้านเศรษฐกิจเกี่ยวข้องกันอย่างไม่ต้องสงสัย ถ้าพูดให้ชัดขึ้น เราอาจพูดได้ว่า ความเชื่อเป็นฉากหลัง โดยมีความแร้นแค้นเป็นปัจจัยหนุนเสริม แต่จุดเปลี่ยนในกลุ่มชาวอาข่าอย่างหนึ่งที่ต้องพูดถึงอย่างเลี่ยงไม่ได้คือ ศาสนา</p>
<p>“ถ้าเราเห็นผู้หญิงชาวอาข่าในหมู่บ้านหนึ่งกำลังดื่มเหล้า เราสามารถสันนิษฐานได้เลยว่า เขานับถือศาสนาคริสต์และต้องเป็นนิกายคาทอลิกด้วย”</p>
<p>แต่เดิม ชาวอาข่านับถือศาสนาดั้งเดิมตามบรรพบุรุษ ซึ่งผู้หญิงจะไม่นิยมกินเหล้า แต่ชาวอาข่าหลายกลุ่ม หลายหมู่บ้าน เปลี่ยนจากศาสนาดั้งเดิมมานับถือศาสนาคริสต์ ซึ่งแบ่งเป็นนิกายโปรเตสแตนต์และนิกายคาทอลิก จากการทำงานวิจัยของธวัชชัยพบว่า กลุ่มนิกายโปรเตสแตนต์จะไม่ดื่มเหล้า แต่จะพบการดื่มเหล้าได้ในกลุ่มนิกายคาทอลิก</p>
<p>ทว่าไม่ว่าจะเป็นความเชื่อ ความแร้นแค้น หรือปัจจัยอื่นใดอีกหลายอย่างที่ทำให้การดื่มเหล้ากลายเป็นภาพที่พบเห็นได้อย่างทั่วไป แต่ผลพวงที่ร้ายกาจที่สุดจากการดื่มเหล้าคือ ความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งถูกทำให้เป็น ‘เรื่องปกติ’</p>
<p>“เราพบว่าเด็กผู้หญิงอายุต่ำกว่า 14 ปีและผู้ที่อายุเกิน 60 ปี ล้วนได้รับผลกระทบจากผู้ดื่มสุราทั้งสิ้น เช่น ผู้สูงอายุจะโดนไล่ออกจากบ้าน เด็กจะโดนบังคับให้ดื่มเหล้า ไปยืมของไปซื้อของ ถ้าเป็นผู้หญิงก็จะโดนทุบตีและคุกคามทางเพศ ซึ่งภาพเหล่านี้จะเจอได้ทั้งในชนเผ่าอาข่าและลาหู่”</p>
<p>อีกภาพที่ธวัชชัยได้จากการสัมภาษณ์เชิงลึกคือ อุบัติเหตุที่เกิดจากการดื่มสุรา ซึ่งร้ายแรงขนาดที่บางรายถึงขั้นเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต แต่สิ่งเหล่านี้ก็ยังคงถูกมองเป็น ‘เรื่องปกติ’</p>
<p>“ภาพความรุนแรงหรือผลกระทบจากการดื่มสุราเป็นภาพจากฝั่งนักวิชาการ แต่ในภาพของประชาชนกลับไม่ค่อยเห็นภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้น หรือไม่ได้เข้าใจเลยว่าการดื่มสุราจะมีผลกระทบต่อเขาอย่างไร”</p>
<p>เหตุผลเพราะมีกำแพงบางอย่างซึ่งปิดกั้นพวกเขาเอาไว้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-3652 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/Picture1.jpg" alt="" width="790" height="593" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/Picture1.jpg 790w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/Picture1-300x225.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/03/Picture1-768x576.jpg 768w" sizes="(max-width: 790px) 100vw, 790px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>3 ตัวละคร กับ กำแพงที่มองไม่เห็น: </strong><strong>นโยบายไม่สอดรับ </strong><strong>– นักวิจัยไร้ทุน – พลเมืองชั้นสาม</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากเราถอยออกมาจากปัญหาแล้วกวาดสายตามองทั้งหน้ากระดาน เราจะพบตัวละครสำคัญในเรื่องนี้ ทั้งตัวรัฐซึ่งเป็นผู้ออกนโยบาย ตัวนักวิจัยในฐานะผู้ค้นหาข้อเท็จจริง และกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ในฐานะพลเมืองชั้นสาม ซึ่งธวัชชัยอธิบายว่า:</p>
<p>“หน่วยงานของรัฐไม่เคยเปิดใจพูดถึงประเด็นปัญหาของกลุ่มประชากรนี้ เขาไม่ได้ให้ความสนใจและความสำคัญเลย รัฐมองว่าปัญหาสุราและอุบัติเหตุเกิดขึ้นทั่วประเทศและเป็นปัญหาใหญ่ในทุกกลุ่ม ดังนั้น กลุ่มประชากรชาติพันธุ์จึงไม่ได้รับความสนใจในเรื่องนี้”</p>
<p>เรื่องการดื่มเหล้าของกลุ่มชาติพันธุ์จึงกลายเป็นปัญหารองทันที เพราะปัญหาแรกคือเรื่องความเป็นอยู่ สถานภาพทางเศรษฐกิจ ครอบครัว และทักษะการมีชีวิตครอบครัว แต่แท้จริงแล้ว ปัญหาเรื่องการดื่มสุราของชนชาติพันธุ์ โดยเฉพาะกลุ่มชนเผ่าอาข่าและลาหู่ เป็นปัญหาใหญ่มากและเป็นแหล่งของปัญหาทุก ๆ เรื่อง</p>
<p>ในฝั่งนักวิจัย ธวัชชัยเล่าว่ามีหลายครั้งที่นักวิจัยพยายามทำโครงการ แต่โครงการเหล่านี้ไม่เคยได้รับความสนใจจากเจ้าของทุนมากเท่าที่ควร รวมถึงหลายโครงการที่ได้รับทุนก็จำเพาะเจาะจงไปที่เรื่องรูปแบบและพฤติกรรมการดื่มเหล้า แต่ไม่เคยมีงานวิจัยชิ้นไหนที่พูดถึงผลกระทบจากการดื่มเหล้าในกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์เลย</p>
<p>“ประเด็นที่ 3 คือ กลุ่มชาติพันธุ์ไม่เคยถูกมองว่าเป็นคนไทย เขาไม่เคยถูกยอมรับว่าเป็นพลเมืองไทย พวกเขาเป็นแค่พลเมืองรอง”</p>
<p>แม้เราจะถกเถียงได้ว่าขอบเขตความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธ์ุในประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีมากขึ้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า พวกเขายังคงถูกตีตราว่าเป็นกลุ่มผู้สร้างปัญหาหรือเป็นกลุ่มผู้ค้ายา สิ่งเหล่านี้ยิ่งกดทับให้พวกเขาไม่มีพลังในการบอกเล่าหรือเรียกร้อง เพราะปัจจัยทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา ทำให้ธวัชชัยมองว่า คนกลุ่มนี้ถูก &#8220;มองข้ามไปหมด&#8221;</p>
<p>แค่การใช้ชีวิตให้อยู่รอดยังเป็นเรื่องยาก การเข้าถึงความรู้ การสาธารณสุข หรือแม้กระทั่งการบำบัด จึงเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้ อีกทั้งกลุ่มชาติพันธุ์ยังต้องเจอกับกำแพงที่สูงที่สุดคือ ‘กำแพงภาษา’</p>
<p>&#8220;คนอายุ 30-40 ปีขึ้นไป เขียนหนังสือไม่ได้ อ่านหนังสือไม่ออก ทั้งหมดนี้ทำให้เขาเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ได้น้อย เราลองจินตนาการดูสิว่า ถ้าเราเขียนหนังสือไม่ได้หรืออ่านหนังสือไม่ออก เราจะรับข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานรัฐหรือภาคสาธารณสุขได้อย่างไร มันแทบเป็นไปไม่ได้เลย&#8221;</p>
<p>นี่นำมาสู่คำถามชวนคิดของธวัชชัยว่า เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว กลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์จะเข้าใจเรื่องผลกระทบจากการดื่มเหล้าได้หรือไม่ ซึ่งคำตอบของเขาคือ ไม่ได้ ที่ผ่านมา ก็มีกรณีที่คนหัวใจวายซึ่งเป็นผลพวงมาจากการดื่มเหล้าด้วย แต่พวกเขาก็อาจจะไม่เข้าใจ และเชื่อว่าเป็นผลมาจากสิ่งลี้ลับมากกว่า</p>
<p>“ผมรู้สึกว่า กระบวนการเกิดปัญหาใด ๆ ของชนชาติพันธุ์มักจะไม่ค่อยซับซ้อนเหมือนคนข้างล่าง เพียงแต่เราไม่เคยคิดจะเข้าไปทำความเข้าใจและเริ่มต้นแก้ปัญหาในกลุ่มชาติพันธุ์เองมากกว่า ดังนั้น ผู้ที่ทำงานด้านนโยบายและกลุ่มนักวิจัยต้องลงมือเข้าไปทำงานในพื้นที่อย่างจริงจัง”</p>
<p>ข้อเสนอแรกของธวัชชัยคือ การเริ่มต้นจากการค้นหาความจริง โดยการทำวิจัยเพิ่มเติมเพื่อค้นหาข้อมูลให้ได้มากพอ ขณะเดียวกัน ระหว่างทำงานวิจัยก็ต้องเริ่มคิดด้วยว่า เราจะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร ซึ่งเขามองว่า นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดในเชิงวิชาการ เพราะกลุ่มชาติพันธุ์มีสังคมวัฒนธรรมรวมและภาษาที่แตกต่างกันออกไป จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดจึงเป็นการค้นคว้าวิจัยอย่างจริงจัง ค้นหาปัจจัยและองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องในทุกมิติ การร่างนโยบายจึงจะดำเนินการได้</p>
<p>ทั้งนี้ ธวัชชัยทิ้งท้ายว่า:</p>
<p>“ทุกครั้งที่เราตั้งนโยบายของภาครัฐ ไม่ว่าหน่วยงานไหนหรือเรื่องอะไรก็ตาม ควรจะยึดโยงกับข้อค้นพบที่แท้จริง”</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>เรื่อง: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>ภาพ: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย อภิเดชกุล</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcoholics-in-ethnic-group/">ลากจุดเชื่อมโยงปัญหาการติดเหล้าในกลุ่มชาติพันธุ์: นโยบายไม่สอดรับ – นักวิจัยไร้ทุน – พลเมืองชั้นสาม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3641</post-id>	</item>
		<item>
		<title>10 ยุทธศาสตร์การลดใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตรายจาก WHO ถึงรัฐบาลทั่วโลก</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/10-policy-to-reduce-harmful-alcohol/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=10-policy-to-reduce-harmful-alcohol</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Mar 2021 05:26:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[WHO]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการควบคุมสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[ยุทธศาสตร์แอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การอนามัยโลก]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3625</guid>

					<description><![CDATA[<p>เลิกเหล้าลำพังแล้วดันพังสมชื่อ คือสถานการณ์จริงที่อาจเกิดขึ้นกับใครหลายๆ คน ทว่าพวกเราเข้าใจเป็นอย่างดี เพราะการลด ละ เลิก แอลกอฮอล์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำสำเร็จด้วยตัวคนเดียว แต่ต้องอาศัยการ &#8216;ผลักดัน&#8217; จากหลายๆ ฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ดื่ม ในทุกๆ ปี มีคนกว่า 3 ล้านคนทั่วโลก ต้องเจอกับอันตรายที่เกิดขึ้นจากดื่มแอลกอฮอล์ แถมบางคนยังไม่ใช่ผู้ดื่มเองเสียด้วย ดังนั้น คงจะดีกว่าถ้าการติดแอลกอฮอล์จะไม่ถูกลดทอนให้เป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่มองไปถึงนโยบายหรือการวางระบบที่จะช่วยเหลือทุกๆ คนได้อย่างเท่าเทียม ‘การปรับปรุงผลลัพธ์ด้านสุขภาพ-สังคม สำหรับบุคคล ครอบครัวและชุมชน’ จึงเป็นยุทธศาสตร์ใหญ่ๆ ขององค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อลดความรุนแรงจากสถานการณ์ข้างต้น มีการคาดการณ์ว่ายุทธศาสตร์ดังกล่าวจะถูกผลักดันส่งเสริมไปยังระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค จนถึงระดับโลก Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า จึงขอชวนผู้อ่านสำรวจยุทธศาสตร์จาก WHO ถึงรัฐบาลทั่วโลกใน 10 ตัวเลือกนโยบายและการป้องกันระดับชาติ เพื่อบรรลุเป้าหมายการป้องกันและลดการใช้แอลกอฮอล์ให้ได้มากที่สุด  &#160; 1. ความเป็นผู้นำ ความตระหนักรู้ และพันธะ การปฏิบัติโดยยั่งยืนต้องการความเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง มีพื้นฐานของการตระหนักรู้ เจตจำนงทางการเมือง และพันธะ หรือการให้คำมั่นสัญญา พันธะควรแสดงออกอย่างเหมาะสมผ่านนโยบายระดับชาติ ซึ่งควรครอบคลุมและแยกส่วนที่จะต้องชี้แจง แบ่งความรับผิดชอบแก่ภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/10-policy-to-reduce-harmful-alcohol/">10 ยุทธศาสตร์การลดใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตรายจาก WHO ถึงรัฐบาลทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เลิกเหล้าลำพังแล้วดันพังสมชื่อ คือสถานการณ์จริงที่อาจเกิดขึ้นกับใครหลายๆ คน ทว่าพวกเราเข้าใจเป็นอย่างดี เพราะการลด ละ เลิก แอลกอฮอล์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำสำเร็จด้วยตัวคนเดียว แต่ต้องอาศัยการ &#8216;ผลักดัน&#8217; จากหลายๆ ฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ดื่ม</span></p>
<p>ในทุก<span style="font-weight: 400;">ๆ ปี มีคนกว่า 3 ล้านคนทั่วโลก ต้องเจอกับอันตรายที่เกิดขึ้นจากดื่มแอลกอฮอล์ แถมบางคนยังไม่ใช่ผู้ดื่มเองเสียด้วย ดังนั้น </span><span style="font-weight: 400;">คงจะดีกว่าถ้าการติดแอลกอฮอล์จะไม่ถูกลดทอนให้เป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่มองไปถึงนโยบายหรือการวางระบบที่จะช่วยเหลือทุกๆ คนได้อย่างเท่าเทียม </span><span style="font-weight: 400;">‘การปรับปรุงผลลัพธ์ด้านสุขภาพ-สังคม สำหรับบุคคล ครอบครัวและชุมชน’ จึงเป็นยุทธศาสตร์ใหญ่ๆ ขององค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อลดความรุนแรงจากสถานการณ์ข้างต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีการคาดการณ์ว่ายุทธศาสตร์ดังกล่าวจะถูกผลักดันส่งเสริมไปยังระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค จนถึงระดับโลก Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า จึงขอชวนผู้อ่านสำรวจยุทธศาสตร์จาก WHO ถึงรัฐบาลทั่วโลกใน 10 ตัวเลือกนโยบายและการป้องกันระดับชาติ เพื่อบรรลุเป้าหมายการป้องกันและลดการใช้แอลกอฮอล์ให้ได้มากที่สุด </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>1. ความเป็นผู้นำ ความตระหนักรู้ และพันธะ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การปฏิบัติโดยยั่งยืนต้องการความเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง มีพื้นฐานของการตระหนักรู้ เจตจำนงทางการเมือง และพันธะ หรือการให้คำมั่นสัญญา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พันธะควรแสดงออกอย่างเหมาะสมผ่านนโยบายระดับชาติ ซึ่งควรครอบคลุมและแยกส่วนที่จะต้องชี้แจง แบ่งความรับผิดชอบแก่ภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี นโยบายต้องตั้งอยู่บนหลักฐานที่มีอยู่ และปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในท้องที่ โดยมีวัตถุประสงค์ กลยุทธ์ เป้าหมายชัดเจน ที่สำคัญ นโยบายควรมาพร้อมกับแผนปฏิบัติการเฉพาะ และได้รับการสนับสนุนจากกลไกการดำเนินการ การประเมินผลที่มีประสิทธิผลยั่งยืน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าสิ่งสำคัญคือต้องให้ภาคประชาสังคมและผู้ประกอบการทางเศรษฐกิจอย่างธุรกิจต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; พัฒนา หรือเสริมสร้างยุทธศาสตร์ระดับชาติโดยรวมและระดับย่อยๆ รวมถึงทำแผนพัฒนาการและกิจกรรมเพื่อลดการใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; จัดตั้งหรือแต่งตั้ง สถาบันหรือหน่วยงานตามหลักความเหมาะสม เพื่อรับผิดชอบติดตามนโยบายยุทธศาสตร์และแผนระดับชาติ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ประสานยุทธศาสตร์กับหน่วยงานในภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สร้างความร่วมมือระหว่างรัฐบาลในระดับต่างๆ รวมถึงยุทธศาสตร์และแผนงานด้านสุขภาพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สร้างความมั่นใจในว่าประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลเป็นวงกว้าง ตลอดจนได้รับการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ สร้างความตระหนักรู้ของประชาชนในทุกระดับของสังคมเกี่ยวกับอันตรายที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่พบในประเทศ และความจำเป็นของการดำรงอยู่ของมาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สร้างความตระหนักถึงอันตรายต่อผู้อื่นและในกลุ่มเสี่ยงที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ เลี่ยงการตีตราและกีดกันการเลือกปฏิบัติต่อกลุ่มและบุคคลที่ได้รับผลกระทบ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>2. การตอบสนองของบริการสาธารณสุข</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">บริการด้านสุขภาพเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการจัดการอันตรายในระดับบุคคล หรือก็คือผู้ที่มีความผิด</span><span style="font-weight: 400;">ปกติจากการใช้แอลกอฮอล์และสภาวะสุขภาพอื่นๆ ที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ </span><span style="font-weight: 400;">บริการดังกล่าวจึงควรจัดเตรียมมาตรการป้องกันและการรักษาแก่บุคคล ครอบครัวที่เสี่ยงหรือได้รับผลกระทบจากความผิดปกติจากการใช้แอลกอฮอล์และภาวะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น บทบาทสำคัญอีกประการหนึ่งของบริการด้านสุขภาพและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ คือการแจ้งให้สังคมทราบเกี่ยวกับสุขภาพของประชาชน และผลกระทบทางสังคมจากการใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตราย รวมถึงสนับสนุนชุมชนให้ลดการใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตราย เสริมสร้างการตอบสนองของสังคมอย่างประสิทธิภาพ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อนึ่ง บริการด้านสุขภาพควรติดต่อ รวบรวม และมีส่วนร่วมกับผู้คนที่หลากหลาย นอกเหนือจากภาคส่วนสุขภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุมสำหรับด้านบริการสุขภาพที่แนะนำมีดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; เพิ่มขีดความสามารถของระบบสวัสดิการด้านสุขภาพและสังคม เพื่อบริการการป้องกัน การรักษาและการดูแลความผิดปกติที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ โรคที่เกิดจากแอลกอฮอล์ และสภาวะที่เป็นโรคร่วม รวมถึงมีการสนับสนุนและการรักษาสำหรับครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หรือกิจกรรมช่วยเหลือตนเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สนับสนุนการริเริ่มคัดกรองและการป้องกันสั้นๆ สำหรับการดื่มที่เป็นอันตรายในสถานพยาบาลปฐมภูมิและสถานที่อื่น ๆ การริเริ่มดังกล่าวควรรวมถึงการระบุและการจัดการการดื่มที่เป็นอันตรายในสตรีมีครรภ์และสตรีในวัยเจริญพันธุ์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ปรับปรุงขีดความสามารถในการป้องกัน การระบุและการแทรกแซง สำหรับบุคคลและครอบครัวที่เป็นโรคแอลกอฮอล์ตอนตั้งครรภ์และความผิดปกติที่เกี่ยวข้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; พัฒนาและประสานงานสร้างกลยุทธ์การป้องกันการรักษาและการดูแลแบบบูรณาการ รวมถึงความผิดปกติของการใช้ยาภาวะซึมเศร้า การฆ่าตัวตาย เอชไอวี และวัณโรค</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; รักษาอัตราการเข้าถึงสุขภาพโดยถ้วนหน้า รวมถึงการเพิ่มความพร้อม ความสามารถในการเข้าถึงและความสามารถในการจ่ายบริการรักษาสำหรับกลุ่มที่มีสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมต่ำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สร้างและรักษาระบบการลงทะเบียน เพื่อการติดตามการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตที่เกิดจากแอลกอฮอล์ โดยมีกลไกการรายงานอย่างสม่ำเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; จัดบริการสุขภาพและสังคมที่อ่อนไหวทางวัฒนธรรมตามความเหมาะสม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>3. การดำเนินการของกลุ่ม/ชุมชน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลกระทบของการใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตรายต่อชุมชน สามารถกระตุ้น ส่งเสริมความคิดริเริ่ม และแนวทางแก้ไขปัญหาในท้องถิ่น</span></p>
<p>หาก<span style="font-weight: 400;">ชุมชนได้รับการสนับสนุนผ่านการมอบอำนาจจากรัฐบาลและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ก็จะสามารถใช้ความรู้และความเชี่ยวชาญในท้องถิ่นของตน ค้นหาแนวทางป้องกันและลดการใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตรายที่มีประสิทธิภาพของตนเองได้ (แน่นอนว่าแนวทางนั้นต้องเน้น</span><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนพฤติกรรมส่วนรวมมากกว่าพฤติกรรมส่วนบุคคล) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น ตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุมจึงมีดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สนับสนุนการประเมินอย่างรวดเร็ว เพื่อระบุช่องว่าง และประเด็นสำคัญในการป้องกันระดับชุมชน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; เพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงความรู้เรื่องอันตรายที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ในระดับท้องถิ่น และส่งเสริมการตอบสนองที่เหมาะสมของการใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตรายและปัญหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; เสริมสร้างขีดความสามารถของหน่วยงานท้องถิ่นในการส่งเสริมและประสานการดำเนินงานร่วมกันของชุมชน  โดยเน้นสนับสนุนและส่งเสริม การพัฒนานโยบายของเทศบาลเรื่องลดการใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตราย รวมไปถึงความสามารถในการเสริมสร้างความร่วมมือและเครือข่ายของสถาบันชุมชนและองค์กรเอกชน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตามชุมชนที่มีประสิทธิผลและการเสริมสร้างขีดความสามารถในระดับชุมชนเกี่ยวกับการดำเนินการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ระดมพลังชุมชนเพื่อป้องกันการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของผู้ดื่มที่มีอายุต่ำกว่าเกณฑ์ และเพื่อพัฒนา สนับสนุนสภาพแวดล้อมที่ปราศจากแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเยาวชนและกลุ่มเสี่ยงอื่นๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ให้การดูแลชุมชนและการสนับสนุนบุคคลที่ได้รับผลกระทบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; พัฒนาหรือสนับสนุนโครงการและนโยบายชุมชนสำหรับประชากรกลุ่มย่อยที่มีความเสี่ยงโดยเฉพาะเช่น คนหนุ่มสาว คนว่างงาน และประชากรพื้นเมือง</span><b></b><b></b></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>4.นโยบายและมาตรการรับมือ ‘การดื่มแล้วขับ’</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นที่ทราบกันดีว่าการขับรถขณะมีแอลกอฮอล์อยู่ในร่างกายจะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อการตัดสินใจ และประสานการทำงานของกล้ามเนื้ออื่นๆ ที่ใช้ในการขับรถ และ</span><span style="font-weight: 400;">การเมาแล้วขับเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ดื่ม และผู้บริสุทธิ์ในหลายๆ กรณี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นโยบายป้องกันการดื่มแล้วขับจึงสำคัญ ซึ่งกลยุทธ์ในข้อนี้ยังรวมถึงมาตรการยับยั้งต่างๆ ที่มีเป้าหมายลดโอกาสการเมาแล้วขับ และมาตรการสร้างสภาพแวดล้อมในการขับขี่ที่ปลอดภัย เพื่อลดความเป็นไปได้และความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุม ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; แนะนำและบังคับใช้ กำหนดขีดจำกัดความเข้มข้นของระดับแอลกอฮอล์ในเลือด โดยลดระดับขีดจำกัดให้ต่ำลงสำหรับผู้ขับขี่มืออาชีพ และผู้ขับขี่ที่เป็นเด็กหรือมือใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ส่งเสริมจุดตรวจ และการสุ่มทดสอบลมหายใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ระงับใบอนุญาตขับขี่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ออกใบอนุญาตสำหรับผู้ขับขี่มือใหม่ที่มีความอดทนต่อการดื่มแล้วขับเท่ากับศูนย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ใช้</span><span style="font-weight: 400;">อุปกรณ์ตัดระบบสตาร์ทเครื่องยนต์เมื่อตรวจพบแอลกอฮอล์ </span><span style="font-weight: 400;">เพื่อลดเหตุการณ์ที่เกิดจากการดื่มแล้วขับในบริบทเฉพาะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ให้ความรู้ ให้คำปรึกษาและโปรแกรมการรักษาแก่พนักงานขับรถตามความเหมาะสม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สนับสนุนให้มีการใช้ขนส่งทางเลือก รวมถึงระบบขนส่งสาธารณะ จนกว่าจะถึงเวลาปิดสถานที่ดื่ม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ดำเนินการรณรงค์และรับรู้ ข้อมูลสาธารณะเพื่อสนับสนุนนโยบาย และเพื่อเพิ่มผลการป้องปรามโดยทั่วไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ดำเนินแคมเปญสื่อมวลชนที่มีการวางแผนอย่างรอบคอบเข้มงวด ดำเนินการอย่างดี โดยกำหนดเป้าหมายไปยังสถานการณ์เฉพาะเช่น ช่วงเทศกาลวันหยุด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>5. การมีอยู่ของแอลกอฮอล์</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">กลยุทธ์ด้านสาธารณสุขที่พยายามควบคุมการมีอยู่ของแอลกอฮอล์ในเชิงพาณิชย์หรือในที่สาธารณะโดยควบคุมผ่านกฎหมาย นโยบายและโครงการ อาจนับได้ว่าเป็นวิธีสำคัญที่ใช้ลดระดับพฤติกรรมใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตราย </span><span style="font-weight: 400;">กลยุทธ์ดังกล่าวควรจัดให้มีมาตรการที่จำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มเสี่ยงอย่างวัยรุ่นเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยง่าย นอกจากนี้ ควรคำนึงถึงปัจจัยที่ว่า การมีแอลกอฮอล์อยู่ในตลาด พื้นที่สาธารณะ อาจมีอิทธิพลต่อสังคม </span><span style="font-weight: 400;">ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบรรทัดฐานทางสังคมและวัฒนธรรมที่ส่งเสริมการใช้แอลกอฮอล์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในประเทศกำลังพัฒนาและรายได้ต่ำ-ปานกลางบางประเทศ เป็นแหล่งที่มาหลักของแอลกอฮอล์ในตลาดนอกระบบ การควบคุมการขายจึงอาจจำเป็นต้องเสริมข้อบังคับ กฎหมายเป็นรายกรณี </span></p>
<p>ทั้งนี้ ต้องพิจารณาร่วมด้วยว่ามาตรการการควบคุมที่เข้มงวดเกินไปอาจ<span style="font-weight: 400;">ส่งเสริมให้เกิดตลาดแอลกอฮอล์ผิดกฎหมายได้เช่นกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น ตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุม จึงได้แก่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; จัดตั้ง ดำเนินการและบังคับใช้ระบบที่เหมาะสมในการควบคุมการผลิต การขายส่งและการให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กำหนดข้อจำกัดที่สมเหตุสมผลในการจำหน่ายแอลกอฮอล์และการดำเนินการของร้านแอลกอฮอล์ตามบรรทัดฐานทางวัฒนธรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -แนะนำระบบการออกใบอนุญาตสำหรับการขายปลีกหรือการผูกขาดของรัฐบาล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -การควบคุมจำนวนและที่ตั้งของร้านเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -กำหนดวันและชั่วโมงการขายปลีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -ควบคุมรูปแบบการขายปลีกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -ควบคุมการขายปลีกในสถานที่บางแห่งหรือในช่วงกิจกรรมพิเศษ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; กำหนดอายุขั้นต่ำที่เหมาะสมสำหรับการซื้อหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และนโยบายอื่นๆ เพื่อเพิ่มอุปสรรคในการขายและการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของวัยรุ่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ใช้นโยบายป้องกันการขายให้กับบุคคลที่มึนเมาและผู้ที่มีอายุต่ำกว่าเกณฑ์ตามกฎหมาย และพิจารณาเรื่องกลไกการรับผิดของผู้ขาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการดื่มในที่สาธารณะหรือในกิจกรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ใช้นโยบายเพื่อลดและขจัดความพร้อมในการผลิตการขายและการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผิดกฎหมาย ตลอดจนควบคุมหรือขัดขวางแอลกอฮอล์นอกระบบ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>6. การตลาดของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การลดผลกระทบของการตลาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อคนหนุ่มสาวถือเป็นประเด็นพิจารณาที่สำคัญในการลดการใช้แอลกอฮอล์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำการตลาดผ่านการโฆษณาและเทคนิคการส่งเสริมการขายที่ซับซ้อน รวมถึงการเชื่อมโยงแบรนด์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับกิจกรรมกีฬาและวัฒนธรรม อีกทั้งยังมีเทคนิคการตลาดใหม่ๆ เช่น อีเมล SMS พอดคาสต์ สื่อสังคมออนไลน์ และเทคนิคการสื่อสารอื่นๆ จึงเป็น</span><span style="font-weight: 400;">เรื่องยากมากที่จะกำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้บริโภคให้มีแค่ผู้ใหญ่ และป้องกันกลุ่มเด็กหรือวัยรุ่นมาเจอการตลาดแบบเดียวกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเมื่อเนื้อหาการตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และปริมาณหนุ่มสาวที่พบเจอการตลาดนั้นๆ เป็นประเด็นสำคัญ การปกป้องเยาวชนจากเทคนิคการตลาดเหล่านี้จึงควรหยิบยกมาพิจารณา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือส่วนหนึ่งของตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; กำหนดกรอบการกำกับดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพื้นฐานทางกฎหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -ควบคุมเนื้อหาและปริมาณการตลาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -ควบคุมการตลาดทางตรงหรือทางอ้อมในสื่อบางประเภทหรือทั้งหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -ควบคุมกิจกรรมสปอนเซอร์ที่ส่งเสริมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -จำกัด หรือแบนการโปรโมตที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่มีเป้าหมายเป็นกลุ่มเยาวชน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -ควบคุมเทคนิคการตลาดแอลกอฮอล์รูปแบบใหม่ เช่น โซเชียลมีเดีย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; พัฒนาหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานอิสระของระบบเฝ้าระวังการตลาดแอลกอฮอล์ ให้มีประสิทธิผล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; วางระบบการบริหารและการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสำหรับการละเมิดข้อ จำกัด ทางการตลาด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>7. นโยบายราคา</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้บริโภคที่หมายรวมไปถึงผู้ดื่มหนักและคนหนุ่มสาวมักมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาเครื่องดื่ม </span><span style="font-weight: 400;">นโยบายการกำหนดราคาจึงอาจลดการดื่มของผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และหยุดยั้งการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเพิ่มราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นมาตรการหนึ่งที่ได้รับผลดีที่สุดในการลดการใช้แอลกอฮอล์ โดยปัจจัยสำคัญสำหรับความสำเร็จของนโยบายดังกล่าวนี้ คือระบบการจัดเก็บภาษีที่มีประสิทธิผลที่สอดคล้องการจัดเก็บและการบังคับใช้ภาษี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุมมีดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; จัดทำระบบสำหรับการเก็บภาษีเฉพาะภายในประเทศสำหรับแอลกอฮอล์ พร้อมกับระบบการบังคับใช้ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจคำนึงถึงปริมาณแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มตามความเหมาะสม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ทบทวนราคาอย่างสม่ำเสมอโดยสัมพันธ์กับระดับเงินเฟ้อและรายได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ห้ามหรือ จำกัด การใช้โปรโมชั่นราคาทั้งทางตรงและทางอ้อม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; กำหนดราคาขั้นต่ำสำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (หากมี)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ให้สิ่งจูงใจด้านราคาสำหรับเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ลดหรือหยุดการให้เงินอุดหนุนแก่ผู้ประกอบการทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>8. การลดผลเสียจากการดื่มสุรา และสุราเป็นพิษ</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เป้าหมายนี้รวมถึงตัวเลือกนโยบายและการเข้าควบคุมที่มุ่งเน้นลดอันตรายจากการมึนเมาและการดื่มแอลกอฮอล์โดยตรง และไม่จำเป็นว่าต้องส่งผลกระทบต่อการบริโภคแอลกอฮอล์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุมมีดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ควบคุมบริบทการดื่มเพื่อลดความรุนแรงและพฤติกรรมก่อกวน รวมถึงการเสิร์ฟแอลกอฮอล์ในภาชนะพลาสติกหรือแก้วกันแตก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; บังคับใช้กฎหมายต่อต้านการให้บริการของมึนเมา และรับผิดทางกฏหมายจากผลของอันตรายที่เกิดจากความมึนเมาในการให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; กำหนดนโยบาย การจัดการที่เกี่ยวข้องกับการเสิร์ฟเครื่องดื่มในสถานที่อย่างมีความรับผิดชอบ และฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ในภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ลดความแรงของแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มประเภทต่างๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ให้การดูแลหรือที่พักพิงที่จำเป็นสำหรับผู้ที่มึนเมาอย่างรุนแรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ให้ข้อมูลผู้บริโภคเกี่ยวกับการติดฉลากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อระบุอันตรายที่เกี่ยวข้อง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>9. การลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนจากแอลกอฮอล์ที่ผิดกฎหมาย</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การบริโภคแอลกอฮอล์ที่ผิดกฎหมายนั้นอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น เพราะบางประเภทมีปริมาณเอทานอลสูงกว่าปกติ และอาจพบการปนเปื้อนของสารพิษ เช่น เมทานอล ฯลฯ อีกทั้งยังอาขัดขวางการเก็บภาษีของรัฐบาล และมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผลิตถูกต้องตามกฎหมาย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน การผลิตและการจำหน่ายแอลกอฮอล์นอกระบบฝังรากลึกในหลายวัฒนธรรม และไม่ถูกควบคุมจากทางการ ดังนั้นมาตรการควบคุมที่เกิดขึ้นอาจแตกต่างกันไปสำหรับแอลกอฮอล์ที่ถูกกฎหมายกับแอลกอฮอล์ที่ผิดกฎหมาย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุมส่วนหนึ่ง เป็นดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ควบคุมคุณภาพการผลิต และการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ควบคุมการขายแอลกอฮอล์ที่ผลิตอย่างไม่ถูกต้อง และนำเข้าสู่ระบบการจัดเก็บภาษี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สร้างระบบการควบคุม และบังคับใช้ที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการตราภาษี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; พัฒนาหรือเสริมสร้างระบบติดตามแอลกอฮอล์ที่ผิดกฎหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สร้างความมั่นใจในความร่วมมือ และแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการต่อต้านแอลกอฮอล์ผิดกฎหมายระหว่างหน่วยงานในระดับภูมิภาคและระดับโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ออกคำเตือนเกี่ยวกับสารปนเปื้อน และภัยคุกคามสุขภาพอื่นๆ จากแอลกอฮอล์ที่ผิดกฎหมายแก่สาธารณะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>10.การติดตามและเฝ้าระวัง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลจากการติดตามและเฝ้าระวัง ถือเป็นความสำเร็จและส่งเสริมนโยบายอีก 9 ตัวข้างต้น </span><span style="font-weight: 400;">เราจำเป็นต้องติดตามและเฝ้าระวังทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค จนถึงระดับโลก เพื่อตรวจสอบแนวโน้มความอันตราย เสริมสร้างการกำหนดนโยบาย และประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นจากนโยบายนั้นๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาระบบข้อมูลในระดับท้องถิ่นที่ยั่งยืนต้องใช้ตัวชี้วัด คำจำกัดความ และขั้นตอนรวบรวมข้อมูลที่เข้ากันได้กับระบบข้อมูลในระดับโลกและระดับภูมิภาคของ WHO เพื่อประเมินผลอย่างมีประสิทธิผล และติดตามแนวโน้มในอนาคตสำหรับการใช้แอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุมจึงเป็นดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; กำหนดกรอบกิจกรรมการติดตามและเฝ้าระวังที่มีประสิทธิผล รวมถึงสำรวจการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับท้องถิ่นเป็นระยะๆ โดยมีการแลกเปลี่ยนและเผยแพร่ข้อมูล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; จัดตั้งหรือกำหนดสถาบัน หน่วยงานที่รับผิดชอบในการรวบรวม จัดเรียง วิเคราะห์ และเผยแพร่ข้อมูลที่มีอยู่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; กำหนดและติดตามชุดตัวบ่งชี้ทั่วไปของการใช้แอลกอฮอล์ และดูการตอบสนองของนโยบาย และการแทรกแซงดังกล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สร้างที่เก็บข้อมูลในระดับประเทศตามตัวชี้วัดที่ตกลงกันในระดับสากล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; พัฒนากลไกการประเมินผลด้วยข้อมูลที่รวบรวม เพื่อจะได้สร้างนโยบายหรือโครงการต่อไปในอนาคต </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">10 ยุทธศาสตร์ที่ได้กล่าวมา อาจเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเริ่มต้นลดใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตราย ซึ่งอย่างน้อยที่สุดหากมีการนำมาปรับใช้ภายในแต่ละประเทศ ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นสามารถที่จะช่วยเหลือให้คนติดเหล้าไม่โดดเดี่ยว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะในวันที่ตัวเขาเองอยากจะเลิกเหล้า สภาพแวดล้อมในสังคมก็ควรจะเอื้อให้เขาเลิกเหล้าได้ด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ที่มา</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">10 areas governments could work with to reduce the harmful use of alcohol</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">https://www.who.int/news-room/feature-stories/detail/10-areas-for-national-action-on-alcohol?fbclid=IwAR2hFCgHOZKHpUlhLUUK26-o5UxQt6WVY_c9SpqHLS-Sl8S3sUYX8nVUhpc</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/10-policy-to-reduce-harmful-alcohol/">10 ยุทธศาสตร์การลดใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตรายจาก WHO ถึงรัฐบาลทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3625</post-id>	</item>
		<item>
		<title>อ่านปัญหาการบำบัดสุราในประเทศไทย กับ ดนัย ชินคำ</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/interview-danai-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=interview-danai-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Feb 2021 05:10:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[HITAP]]></category>
		<category><![CDATA[การบำบัดอาการติดสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[การลดการเข้าไม่ถึงบริการบำบัดสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[ดนัย ชินคำ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3538</guid>

					<description><![CDATA[<p>ย้อนกลับไปเมื่อราวปีกว่า ก่อนที่โลกจะรู้จักโรคระบาดอย่างโควิด-19 ดนัย ชินคำ นักวิจัยจากโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) เป็นหนึ่งในทีมที่เริ่มทำโครงการวิจัยเรื่อง  ‘การประเมินปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงบริการดูแลผู้มีปัญหาการดื่มสุรา’ ถ้าพูดให้ง่ายกว่านั้น สิ่งที่ดนัยและคณะต้องการค้นหาคำตอบคือ &#8220;เพราะเหตุใดคนจึงไม่เข้าถึงบริการบำบัดอาการติดสุรา?&#8221; เป็นคำถามที่ถามกันมานาน แต่ก็ดูยากที่จะตอบถึงสาเหตุที่แท้จริง ในช่วงเริ่มแรกของการทำวิจัย เราได้สนทนากับดนัยถึงที่มาที่ไปของโครงการ รวมถึงประสบการณ์จากการลงพื้นที่จังหวัดแรกๆ ตามแพลนที่โครงการวางไว้ ซึ่งพอฉายภาพคร่าวๆ ของปัญหาการติดสุราและการบำบัดสุราในไทยให้เราเห็น เวลาผ่านไปจนกระทั่งทีมวิจัยได้ลงพื้นที่เสร็จสิ้นครบ 4 จังหวัดตามที่ตั้งใจไว้ เราจึงชวนดนัยสนทนายาวๆ กันอีกครั้งถึงความคืบหน้าของงานวิจัย ประสบการณ์จากการลงพื้นที่ รวมถึงผลกระทบของโควิด-19 ที่มีต่อบริการบำบัดสุรา งานวิจัยและการลงพื้นที่ที่ผ่านมาทำให้ดนัยและทีมวิจัยเห็นอะไร แนวโน้มของการบำบัดสุราที่ผ่านมาเป็นเช่นไร เราจะสามารถมีนโยบายอะไรต่อไปได้ในอนาคต หาคำตอบได้ในบรรทัดด้านล่างนี้ &#160; &#160; จากที่คุณได้ไปลงพื้นที่ชุมชน เห็นประเด็นอะไรที่น่าสนใจในเรื่องการบำบัดสุราบ้างไหม ทางทีมวิจัยได้ไปลงพื้นที่เพิ่มเติมสองจังหวัด (จากที่เคยลงมาก่อนหน้านี้สองจังหวัด) ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ก็จะเห็นบริบทที่มีความแตกต่างกันระหว่างสองจังหวัดนี้ อย่างจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงคนไทยบางคนที่อาจจะประกอบอาชีพที่ต้องเกี่ยวพันกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น คนที่ทำงานในสถานบันเทิง ถ้าถามต่อว่า แล้วพื้นที่ดังกล่าวดำเนินการอย่างไรในเรื่องการตรวจคัดกรองและบำบัดฟื้นฟูผู้ที่มีปัญหาการดื่มสุรา ส่วนมากจะมีการรณรงค์ให้ความรู้ว่าสุราส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร และจะทำอย่างไรหากต้องการเข้ารับการบำบัด แต่ก็ต้องยอมรับว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นส่วนหนึ่งของการประกอบอาชีพของคนในพื้นที่ เลยอาจจะควบคุมยากหน่อย ต้องอาศัยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งด้านสาธารณสุขและด้านบังคับใช้กฏหมายให้มาทำงานร่วมกัน แต่ถ้าเจาะไปที่ด้านสาธารณสุขเลยก็อาจจะเป็นการทำงานเชิงตั้งรับมากกว่า ซึ่งเราก็พอมองเห็นข้อจำกัดของคนทำงานในพื้นที่เหมือนกัน เช่น คนทำงานคนหนึ่งต้องรับภาระหลายอย่าง ส่วนถ้าเป็นพื้นที่ที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวก็จะเข้าไปยังพื้นที่ง่ายกว่า เพราะไม่ได้มีคนไหลเข้าออกเยอะเหมือนจังหวัดท่องเที่ยว   [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/interview-danai-2/">อ่านปัญหาการบำบัดสุราในประเทศไทย กับ ดนัย ชินคำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ย้อนกลับไปเมื่อราวปีกว่า ก่อนที่โลกจะรู้จักโรคระบาดอย่างโควิด-19 <strong>ดนัย ชินคำ </strong>นักวิจัยจากโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) เป็นหนึ่งในทีมที่เริ่มทำโครงการวิจัยเรื่อง  ‘การประเมินปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงบริการดูแลผู้มีปัญหาการดื่มสุรา’ ถ้าพูดให้ง่ายกว่านั้น สิ่งที่ดนัยและคณะต้องการค้นหาคำตอบคือ &#8220;เพราะเหตุใดคนจึงไม่เข้าถึงบริการบำบัดอาการติดสุรา?&#8221;</p>
<p>เป็นคำถามที่ถามกันมานาน แต่ก็ดูยากที่จะตอบถึงสาเหตุที่แท้จริง</p>
<p>ในช่วงเริ่มแรกของการทำวิจัย เราได้<a href="https://alcoholrhythm.com/interview-danai/"><strong>สนทนา</strong></a>กับดนัยถึงที่มาที่ไปของโครงการ รวมถึงประสบการณ์จากการลงพื้นที่จังหวัดแรกๆ ตามแพลนที่โครงการวางไว้ ซึ่งพอฉายภาพคร่าวๆ ของปัญหาการติดสุราและการบำบัดสุราในไทยให้เราเห็น เวลาผ่านไปจนกระทั่งทีมวิจัยได้ลงพื้นที่เสร็จสิ้นครบ 4 จังหวัดตามที่ตั้งใจไว้ เราจึงชวนดนัยสนทนายาวๆ กันอีกครั้งถึงความคืบหน้าของงานวิจัย ประสบการณ์จากการลงพื้นที่ รวมถึงผลกระทบของโควิด-19 ที่มีต่อบริการบำบัดสุรา</p>
<p>งานวิจัยและการลงพื้นที่ที่ผ่านมาทำให้ดนัยและทีมวิจัยเห็นอะไร แนวโน้มของการบำบัดสุราที่ผ่านมาเป็นเช่นไร เราจะสามารถมีนโยบายอะไรต่อไปได้ในอนาคต</p>
<p>หาคำตอบได้ในบรรทัดด้านล่างนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-3571" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/02/20190628-ดนัย-interview-edit1.png" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/02/20190628-ดนัย-interview-edit1.png 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/02/20190628-ดนัย-interview-edit1-300x200.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/02/20190628-ดนัย-interview-edit1-768x512.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/02/20190628-ดนัย-interview-edit1-1024x683.png 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>จากที่คุณได้ไปลงพื้นที่ชุมชน เห็นประเด็นอะไรที่น่าสนใจในเรื่องการบำบัดสุราบ้างไหม</strong></h4>
<p>ทางทีมวิจัยได้ไปลงพื้นที่เพิ่มเติมสองจังหวัด (จากที่เคยลงมาก่อนหน้านี้สองจังหวัด) ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ก็จะเห็นบริบทที่มีความแตกต่างกันระหว่างสองจังหวัดนี้ อย่างจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงคนไทยบางคนที่อาจจะประกอบอาชีพที่ต้องเกี่ยวพันกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น คนที่ทำงานในสถานบันเทิง</p>
<p>ถ้าถามต่อว่า แล้วพื้นที่ดังกล่าวดำเนินการอย่างไรในเรื่องการตรวจคัดกรองและบำบัดฟื้นฟูผู้ที่มีปัญหาการดื่มสุรา ส่วนมากจะมีการรณรงค์ให้ความรู้ว่าสุราส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร และจะทำอย่างไรหากต้องการเข้ารับการบำบัด แต่ก็ต้องยอมรับว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นส่วนหนึ่งของการประกอบอาชีพของคนในพื้นที่ เลยอาจจะควบคุมยากหน่อย ต้องอาศัยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งด้านสาธารณสุขและด้านบังคับใช้กฏหมายให้มาทำงานร่วมกัน แต่ถ้าเจาะไปที่ด้านสาธารณสุขเลยก็อาจจะเป็นการทำงานเชิงตั้งรับมากกว่า ซึ่งเราก็พอมองเห็นข้อจำกัดของคนทำงานในพื้นที่เหมือนกัน เช่น คนทำงานคนหนึ่งต้องรับภาระหลายอย่าง</p>
<p>ส่วนถ้าเป็นพื้นที่ที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวก็จะเข้าไปยังพื้นที่ง่ายกว่า เพราะไม่ได้มีคนไหลเข้าออกเยอะเหมือนจังหวัดท่องเที่ยว</p>
<p><strong> </strong></p>
<h4><strong>เรานำข้อมูลหรือสิ่งที่เจอจากการลงพื้นที่มาต่อยอดในโครงการวิจัยอย่างไรบ้าง</strong></h4>
<p>จากที่ลงพื้นที่มา 3-4 จังหวัด เราพอได้ข้อมูลชุดหนึ่งที่เกิดจากการนำข้อมูลย่อยทั้งหมดมาบูรณาการร่วมกัน จะเห็นว่าแต่ละจังหวัดก็มีจุดที่เหมือนและจุดที่ต่างกันออกไป ถ้าจุดที่เหมือนกันของแต่ละจังหวัดคือ ทำอย่างไรให้คนมารับบริการมากขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าสาธารณสุขยินดีอย่างยิ่งที่จะให้คนในพื้นที่เข้ามารับบริการตรวจคัดกรอง รวมถึงสนับสนุนให้เลิกดื่ม แต่อีกส่วนที่สำคัญมากคือ &#8216;ผู้รับบริการ&#8217; หรือ &#8216;ผู้ติดสุรา&#8217; เจ้าหน้าที่ทุกคนจะพูดเหมือนกันว่า การเลิกสุราขึ้นอยู่กับ ‘ใจ’ ของผู้ติดสุรา เพราะแม้บุคลากรด้านสาธารณสุขจะพยายามแค่ไหน แต่ถ้าคนติดสุราไม่ตระหนักหรือไม่เข้ามารับบริการก็ทำไม่ได้</p>
<p>อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ สังคมรอบข้าง เพราะคนในหลายๆ พื้นที่ยังมองว่า คนติดสุราเป็นปัญหาของสังคมอยู่ เขาก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งเท่าที่ควร ตรงนี้ก็เป็นปัญหาอย่างหนึ่งเหมือนกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>เราเห็นความแตกต่างอะไรระหว่างคนในเมืองกับชนบทไหม</strong></h4>
<p>จริงๆ เรื่องการติดสุราเป็นปัญหาของทุกสังคม ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเมืองหรือชนบท เราลองนึกภาพว่ามีคนเมาสุรา คุมสติไม่อยู่จนทะเลาะวิวาท เรื่องแบบนี้กระทบทุกคน ถ้าเกิดอุบัติเหตุก็กระทบกันเป็นลูกโซ่ต่อไป ฉะนั้นสุราถือเป็นปัญหาของชุมชน ไม่ใช่แค่ปัญหาระดับบุคคล</p>
<p>ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดคือ ตอนที่ทางทีมวิจัยได้ไปลงพื้นที่ที่จังหวัดแห่งหนึ่ง ซึ่งมีความร่วมมือทั้งจากภาคสาธารณสุข รวมถึงชุมชนก็เข้ามาช่วยกันอย่างแข็งขัน เพราะพวกเขามองว่านี่เป็นปัญหาของคนในชุมชนและช่วยกันแก้ปัญหา ทำให้ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาเป็นอย่างมาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>แล้วถ้าเป็นมุมของหน่วยงานที่ให้บริการด้านสุขภาพ</strong><strong> เรามองได้ไหมว่าในเมืองจะมีหน่วยบริการมากกว่าจึงทำให้คนเข้าถึงบริการได้มากกว่า</strong></h4>
<p>อาจจะมองแบบนั้นได้ไม่ชัดเจนมากครับ คือเรื่องการบริการ ไม่ว่าจะเมืองหรือชนบทก็ให้บริการเหมือนกันอยู่แล้ว แต่คนในเมืองอาจจะเข้าถึงหน่วยบริการได้มากกว่า เพราะจำนวนหน่วยบริการและการเดินทางที่อาจจะสะดวกกว่าด้วย แต่ขณะนี้พื้นที่ชนบทจะมีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่ให้บริการอยู่แล้ว ในตัวจังหวัดก็มีจะโรงพยาบาลและศูนย์สุขภาพชุมชน ก็ถือว่าอยู่ใกล้กับคนในพื้นที่มากขึ้น อย่างที่บอกครับว่าขึ้นกับคนติดสุราด้วยว่า จะเข้ามารับบริการหรือไม่</p>
<p>ที่น่าสนใจอย่างหนึ่งคือ ลักษณะพิเศษของทุกพื้นที่ที่จะมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ซึ่งเป็นบุคลากรสาธารณสุขที่อยู่ใกล้ชิดชุมชน อสม. แต่ละคนจะมีครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบเป็นของตัวเอง ประมาณ 4-5 หลังคาเรือน และด้วยความใกล้ชิดนี่แหละทำให้ อสม. รู้ว่าครอบครัวไหนบ้างที่มีคนติดสุราหรือมีปัญหาสุขภาพอื่นๆ</p>
<p>อย่างไรก็ดี อสม. ก็จะมีขอบเขตการทำงานของตัวเองด้วย เช่น ทำการคัดกรองเบื้องต้นได้ ให้คำปรึกษาได้บ้าง หรือคอยติดตามเฝ้าระวังและลงพื้นที่ไปเยี่ยมบ้าน เรียกได้ว่าเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขใน รพ.สต.</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-3573" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/02/20190628-ดนัย-interview-edit3.png" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/02/20190628-ดนัย-interview-edit3.png 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/02/20190628-ดนัย-interview-edit3-300x200.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/02/20190628-ดนัย-interview-edit3-768x512.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/02/20190628-ดนัย-interview-edit3-1024x683.png 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ในภาพรวม การระบาดของโควิด-19 ส่งผลต่อผู้ติดสุราหรือระบบการบำบัดรักษาอย่างไร เราเจอปัญหาหรือโอกาสอะไรจากวิกฤตในครั้งนี้บ้างไหม</strong></h4>
<p>ที่เห็นชัดๆ เลยคือ ตอนโควิดมีนโยบายห้ามขายเหล้า พอจำกัดการเข้าถึงก็ทำให้คนเมาน้อยลง เคสอุบัติเหตุหรือการทะเลาะวิวาทที่มีสาเหตุมาจากสุราก็จะพลอยลดลงไปด้วย แต่ถ้าเป็นคนที่ดื่มเหล้าอยู่แล้วก็อาจจะทำให้เขาขาดสุรา บางคนถึงขั้นเกิดอาการลงแดงกะทันหัน แต่ทางโรงพยาบาลก็มีการวางแผนรับมือเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ส่วนในพื้นที่ บางทีกลุ่ม อสม. ก็มีรายชื่ออยู่แล้ว เขาก็รู้ว่าจะต้องเฝ้าระวังใครหรือครอบครัวใดเป็นพิเศษ</p>
<p>นอกจากนี้ บางโรงพยาบาลก็ถือจังหวะนี้โปรโมทเรื่องสุราไปในตัว เช่น สุราส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร ทำไมช่วงโควิดถึงห้ามขายสุรา แต่หลายพื้นที่ก็พูดตรงกันว่า พองดขายสุราสถานการณ์บางอย่างก็ดีขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ถ้าเรามองเห็นโอกาสจากเรื่องนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำอะไรให้เป็นรูปธรรมมากขึ้นไหม</strong></h4>
<p>มีบางหน่วยที่เฝ้าระวังอยู่ครับ เช่น กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เขาก็มีสถิติอยู่ว่า ก่อนโควิดมีผู้ติดสุราและลงแดงเท่าไหร่ และหลังโควิดมีเพิ่มเท่าไหร่ ประมาณนี้</p>
<p>ถ้าเป็นในพื้นที่ เราจะเห็นว่าเขาเน้นตั้งรับคนลงแดง เหมือนเป็นการเฝ้าระวังคนในพื้นที่ เพราะในพื้นที่จะพอมีข้อมูลอยู่แล้วว่าใครติดสุรา เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็เป็นการเฝ้าระวัง</p>
<p>อีกอย่างคือ ภาคกฎหมายก็มีความเข้มแข็ง ทำตามนโยบายของภาครัฐที่ห้ามจำหน่าย คนในพื้นที่หลายคน เช่น เจ้าหน้าที่ รพสต. ผู้นำชุมชน ก็ชอบนโยบายนี้ เพราะเห็นว่าเป็นโอกาสในการเลิกเหล้าไปในตัวสำหรับบางคน แต่ถามว่าจะต่อยอดอะไรจากนโยบายนี้ได้ไหม ก็อาจจะต้องคิดต่อด้วยว่า ควรจะมีระบบมารองรับไหม จะทำอย่างไรกับผู้ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ถ้าเราลงไปดูวิถีชีวิตของชาวบ้านในบางพื้นที่ จะเห็นว่าบางที่มีการทำสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เป็นสินค้าอุตสาหกรรม มองมุมหนึ่งก็เป็นการสร้างรายได้ให้ชาวบ้านหรือมีการจ้างงานคนในพื้นที่ แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง นี่อาจเอื้อให้คนเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นได้ด้วย คุณมองว่าเรามีวิธีสร้างสมดุลระหว่างเรื่องเศรษฐกิจกับสุขภาพไหม</strong></h4>
<p>จริงๆ ทุกวันนี้มีการขึ้นทะเบียนผู้ผลิตสุราในชุมชนอยู่ พูดง่ายๆ คือผลิตและจำหน่ายในชุมชนได้ ในพื้นที่ที่เราเคยไปก็มีอุตสาหกรรมในชุมชน ฉะนั้นถ้าถามว่ามีทางไหม มีครับ กฎหมายก็เปิดให้ผลิตและจำหน่าย ขึ้นทะเบียน และเสียภาษีอย่างถูกกฎหมายเหมือนกับบริษัท เรามองว่าก็มีการสร้างสมดุลตรงนี้อยู่ เพราะบางพื้นที่ก็ชำนาญในการผลิต มีโรงงานหรือธุรกิจ SMEs เล็กๆ ที่ต้องจ้างแรงงานหรือใช้วัตถุดิบจากในชุมชน ตรงนี้ก็จะเป็นการช่วยสร้างรายได้ สร้างความเข้มแข็ง เป็นการช่วยเรื่องเศรษฐกิจในพื้นที่</p>
<p>อย่างไรก็ดี เราควรมองอีกมุมด้วยว่า การที่มีโรงงานผลิตตั้งอยู่ในชุมชนอาจจะทำให้เกิดผลกระทบบางอย่างเพิ่มขึ้นด้วย เช่น เพิ่มแหล่งซื้อให้ชุมชน หรือทำให้คนในชุมชนเข้าถึงได้ง่ายมากๆ ตรงนี้ก็อาจมองได้ว่า เป็นหนึ่งปัจจัยที่ทำให้บางคนยังดื่มและเลิกสุราไม่ได้</p>
<p>จริงๆ ไม่ใช่แค่ในพื้นที่ แต่สำหรับภาคอุตสาหกรรมใหญ่ก็มีประเด็นคล้ายกัน เพราะถ้าพูดกันตรงๆ เขาก็มีเรื่องการตลาดหรือการแสวงหากำไรของเขา ส่วนภาคสาธารณสุขก็อาจจะรับหน้าที่ในการให้ข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็น เราต้องหาสมดุลกันให้เจอ เพราะภาคธุรกิจก็มองเรื่องธุรกิจ ส่วนภาคสาธารณสุขก็มองเรื่องสุขภาพ จุดสำคัญคือการมาเจอกันตรงจุดกึ่งกลาง ซึ่งนี่คือสิ่งที่ผู้กำหนดนโยบายพยายามทำอยู่โดยการเจรจากับภาคธุรกิจ เช่น การจำกัดอายุการเข้าถึง จำกัดประเภทหรือจำกัดเวลาขาย รวมถึงพูดคุยเรื่องการโฆษณา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-3577" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/02/20190628-ดนัย-interview-edit7.png" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/02/20190628-ดนัย-interview-edit7.png 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/02/20190628-ดนัย-interview-edit7-300x200.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/02/20190628-ดนัย-interview-edit7-768x512.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/02/20190628-ดนัย-interview-edit7-1024x683.png 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>จาก</strong><a href="https://alcoholrhythm.com/interview-danai/"><strong>บทสัมภาษณ์ครั้งที่แล้ว</strong></a> <strong>คุณบอกว่าสนใจประเด็นที่เกี่ยวกับหน่วยบริการนอกระบบสุขภาพ ทำไมคุณถึงสนใจประเด็นนี้ และเมื่อลงพื้นที่เพิ่มขึ้นแล้ว เห็นอะไรที่น่าสนใจไหม</strong></h4>
<p>เราว่าหน่วยบริการนอกระบบสุขภาพเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การเลิกสุราประสบผลสำเร็จ เพราะนอกจากหน่วยงานในระบบสุขภาพแล้ว ชุมชนก็มีส่วนสำคัญมากๆ เพราะผู้นำชุมชนหรือคนในชุมชนเขาอยู่ใกล้ชิดกันอยู่แล้ว และรู้จักคนในพื้นที่ด้วย เมื่อผู้นำเห็นความสำคัญของการบำบัดสุรา คนในชุมชนก็มีแนวโน้มจะเกิดความตระหนักและสานต่อเรื่องนี้ ซึ่งจะช่วยเรื่องจิตใจเป็นหลัก แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าหน่วยบริการนอกระบบต้องอาศัยการเข้ามามีส่วนร่วมของหน่วยบริการในระบบด้วย โดยเฉพาะในเรื่ององค์ความรู้ เหมือนกับเข้ามาดูแลในเรื่องร่างกายควบคู่กันไป</p>
<p>อีกอย่างหนึ่ง ถ้าเราเปรียบเทียบพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จกับพื้นที่ที่ยังเจอความท้าทายอยู่ จะเห็นว่าพื้นที่ที่ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรจะมีลักษณะคือ ผู้นำยังไม่ค่อยเห็นความสำคัญ มองว่าสุราเป็นเรื่องปกติที่ดื่มกัน เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต คนในพื้นที่ก็มองว่านี่ไม่ใช่ปัญหา เวลาดื่มเขาก็ดื่มอยู่บ้านกัน ในฐานะนักวิจัยที่ทำงานในหน่วยงานด้านสาธารณสุข เรามองว่า ถ้าคนตระหนักถึงผลเสียของการดื่มสุรามากเกินไปก็จะเป็นเรื่องดี ทั้งต่อชุมชนและตัวผู้ดื่มเองด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>สุดท้ายนี้ คุณมีข้อเสนอแนะอะไรให้ผู้กำหนดนโยบายบ้างไหม</strong></h4>
<p>เท่าที่ทบทวนวรรณกรรมและการลงพื้นที่ไปเก็บข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้อง เราพอมีข้อเสนอคร่าวๆ เช่น การขับเคลื่อนและผลักดันการคัดกรองและบำบัดสุราให้เป็นแผนระดับประเทศเพื่อพัฒนาระบบบริการสุขภาพที่หน่วยงานภาคสาธารณสุขจะยึดปฏิบัติ ซึ่งเราเห็นว่าแต่ละพื้นที่จะให้ความสำคัญต่างกันและมีรูปแบบบริการที่แตกต่างกันอยู่ แต่แกนหลักคือการคัดกรอง เมื่อเจอปัญหาก็เข้ากระบวนการบำบัด</p>
<p>อีกอย่างหนึ่งคืองานสุราจะมีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งภาคสาธารณสุข ภาคการปกครอง หรือองค์กรท้องถิ่น ดังนั้น อีกโจทย์หนึ่งคือการหาวิธีการทำงานร่วมกันเพื่อให้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น เพราะบางที่อาจจะยังแยกความรับผิดชอบกันอยู่ ส่วนพื้นที่ที่ทำงานร่วมกันก็ทำงานประสานกันได้อย่างดี เราเลยอยากเสนอเรื่องการทำงานบูรณาร่วมกัน และมีการกำกับติดตามร่วมกัน</p>
<p>สำหรับผู้รับบริการเอง เราคิดว่ามีประเด็นคือ ทำอย่างไรให้คนที่ติดสุราเห็นว่าเขาควรเข้ารับการบำบัด ซึ่งตอนนี้ก็มีการรณรงค์หรือประชาสัมพันธ์อยู่ แต่ความท้าทายคือจะทำอย่างไรให้เข้าถึงพวกเขา และจะทำอย่างไรให้เขาเห็นความสำคัญจริงๆ เพราะตอนนี้เราก็เริ่มเห็นมีการโฆษณา หรือในโรงพยาบาลเอง เวลามีคนรับบริการก็จะมีการให้ข้อมูลประชาสัมพันธ์ แต่มันก็จะไปถึงเฉพาะคนมารับบริการซึ่งอาจจะยังเป็นยอดภูเขาน้ำแข็ง แล้วเราจะทำอย่างไรให้คนที่อยู่ใต้ยอดภูเขาน้ำแข็งเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ นี่ก็เป็นข้อเสนอและความท้าทายที่ต้องทำงานกันต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-3575" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/02/20190628-ดนัย-interview-edit5.png" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/02/20190628-ดนัย-interview-edit5.png 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/02/20190628-ดนัย-interview-edit5-300x200.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/02/20190628-ดนัย-interview-edit5-768x512.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/02/20190628-ดนัย-interview-edit5-1024x683.png 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/interview-danai-2/">อ่านปัญหาการบำบัดสุราในประเทศไทย กับ ดนัย ชินคำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3538</post-id>	</item>
		<item>
		<title>(Quote) ทำไมธุรกิจต้องขายแอลกอฮอล์อย่างรับผิดชอบ &#8211; อ่านความคิดเภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/quote-songkran/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=quote-songkran</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Nov 2020 05:43:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[การโฆษณาแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาของธุรกิจแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2551]]></category>
		<category><![CDATA[พระราชบัญญัติแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[ภก.สงกรานต์ ภาคโชคดี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=2396</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อไม่นานมานี้ กระแสการเรียกร้องให้ยกเลิกการใช้มาตรา 32 ของ พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ว่าด้วยเรื่องการกำหนดให้การโฆษณาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นความผิด มีโทษจำคุก 1 ปี ปรับเป็นเงินสูงสุด 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ปะทุขึ้นมาในสังคมไทย เนื่องจากเป็นข้อกฎหมายที่ถูกมองว่ามีบทลงโทษรุนแรงเกินกว่าเหตุ ซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่นๆ ที่ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงอาจเป็นการละเมิดสิทธิ์ในการรับรู้ข่าวสารข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าของประชาชนต่างๆ นานา แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์เซ็งแซ่ แต่ถ้าลองย้อนกลับไปหลายปีก่อนหน้า ความตั้งใจแรกเริ่มของ เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี หนึ่งในผู้ผลักดันพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้สัมฤทธิผล คือต้องการให้ภาคธุรกิจในขณะนั้นรับผิดชอบต่อผู้ดื่ม ไม่ทำแผนการตลาดสร้างค่านิยมเกี่ยวกับการดื่มที่ผิดโดยไม่คำนึงถึงสังคมภาพรวม หรือผลักภาระให้ผู้ดื่มกลายเป็นผู้ร้าย กลายเป็นเพียงปัญหาระดับปัจเจกหากเกิดเรื่องร้ายแรงตามมาจากการสังสรรค์ &#8220;เราพูดอยู่เสมอว่าไม่ได้รังเกียจคนที่ดื่มเหล้า&#8221; คือสิ่งที่เภสัชกรสงกรานต์เน้นย้ำตลอดบทสนทนา  Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวนย้อนอ่านทัศนะของเภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดีอีกครั้ง เพื่อทำความเข้าใจจุดประสงค์ดั้งเดิม บริบทในสังคมไทยที่ทำให้ต้องมีพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 และเหตุผลที่เขาคิดว่าต้องระมัดระวังในการตลาดของธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ &#160; :: ธุรกิจต้องรับผิดชอบผู้ดื่ม :: &#160; พระราชบัญญัติที่ใช้ในปัจจุบันยังมีช่องโหว่หรือจุดอ่อนในการควบคุมตรงไหนอีกหรือไม่ มีแน่นอน นอกจากเรื่องโฆษณายังมีเรื่องการควบคุมสถานที่จำหน่าย เกณฑ์การกำหนดปริมาณแอลกอฮอล์ที่นับว่าเป็นสุรา และการแอบอ้างเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ว่าเป็นยา เป็นผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร ทำให้สามารถใส่ขวดขายตามร้านค้าได้เหมือนเครื่องดื่มชูกำลัง ทำการตลาดโฆษณาได้ บางคนทั้งรู้และไม่รู้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/quote-songkran/">(Quote) ทำไมธุรกิจต้องขายแอลกอฮอล์อย่างรับผิดชอบ &#8211; อ่านความคิดเภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อไม่นานมานี้ <a href="https://prachatai.com/journal/2020/06/87950" target="_blank" rel="noopener">กระแสการเรียกร้องให้ยกเลิกการใช้มาตรา 32</a> ของ พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ว่าด้วยเรื่องการกำหนดให้การโฆษณาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นความผิด มีโทษจำคุก 1 ปี ปรับเป็นเงินสูงสุด 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ปะทุขึ้นมาในสังคมไทย เนื่องจากเป็นข้อกฎหมายที่ถูกมองว่ามีบทลงโทษรุนแรงเกินกว่าเหตุ ซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่นๆ ที่ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงอาจเป็นการละเมิดสิทธิ์ในการรับรู้ข่าวสารข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าของประชาชนต่างๆ นานา</p>
<p>แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์เซ็งแซ่ แต่ถ้าลองย้อนกลับไปหลายปีก่อนหน้า ความตั้งใจแรกเริ่มของ <strong>เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี </strong>หนึ่งในผู้ผลักดันพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้สัมฤทธิผล คือต้องการให้ภาคธุรกิจในขณะนั้นรับผิดชอบต่อผู้ดื่ม ไม่ทำแผนการตลาดสร้างค่านิยมเกี่ยวกับการดื่มที่ผิดโดยไม่คำนึงถึงสังคมภาพรวม หรือผลักภาระให้ผู้ดื่มกลายเป็นผู้ร้าย กลายเป็นเพียงปัญหาระดับปัจเจกหากเกิดเรื่องร้ายแรงตามมาจากการสังสรรค์</p>
<p>&#8220;เราพูดอยู่เสมอว่าไม่ได้รังเกียจคนที่ดื่มเหล้า&#8221; คือสิ่งที่เภสัชกรสงกรานต์เน้นย้ำตลอด<a href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-songkran-interview/" target="_blank" rel="noopener">บทสนทนา </a></p>
<p>Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวนย้อนอ่านทัศนะของเภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดีอีกครั้ง เพื่อทำความเข้าใจจุดประสงค์ดั้งเดิม บริบทในสังคมไทยที่ทำให้ต้องมีพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 และเหตุผลที่เขาคิดว่าต้องระมัดระวังในการตลาดของธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>:: ธุรกิจต้องรับผิดชอบผู้ดื่ม ::</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1863" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/20200304-สงกรานต์-Quote2.jpg" alt="" width="1080" height="1081" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/20200304-สงกรานต์-Quote2.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/20200304-สงกรานต์-Quote2-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/20200304-สงกรานต์-Quote2-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/20200304-สงกรานต์-Quote2-768x769.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/20200304-สงกรานต์-Quote2-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<h4><strong>พระราชบัญญัติที่ใช้ในปัจจุบันยังมีช่องโหว่หรือจุดอ่อนในการควบคุมตรงไหนอีกหรือไม่</strong></h4>
<p>มีแน่นอน นอกจากเรื่องโฆษณายังมีเรื่องการควบคุมสถานที่จำหน่าย เกณฑ์การกำหนดปริมาณแอลกอฮอล์ที่นับว่าเป็นสุรา และการแอบอ้างเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ว่าเป็นยา เป็นผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร ทำให้สามารถใส่ขวดขายตามร้านค้าได้เหมือนเครื่องดื่มชูกำลัง ทำการตลาดโฆษณาได้ บางคนทั้งรู้และไม่รู้ ซื้อมาดื่มก็เมา แม้แต่พระสงฆ์</p>
<p>หัวใจหลักของพรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์คือเราต้องการควบคุมภาคธุรกิจมากกว่าควบคุมคนดื่ม สำหรับคนดื่มเราจะห้ามแค่ในสถานที่ที่ไม่ควรดื่มอยู่แล้ว เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล หรือสถานที่ราชการ ซึ่งบางทีก็ถูกโจมตีจากนักมานุษยวิทยาว่าไปลิดรอนสิทธิคน ทั้งที่จริงๆ เป้าหมายของเราคือต้องการป้องกันสังคม เราพูดอยู่เสมอว่าไม่ได้รังเกียจคนที่ดื่มเหล้า ถ้าดื่มแล้วไม่สร้างปัญหาอะไรให้สังคม เราก็เคารพสิทธิของเขาและไม่ได้ว่าอะไร แต่ขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีคนจำนวนหนึ่งสร้างปัญหาหลังดื่มเหล้า ทั้งกับตนเอง ครอบครัวและสังคม ที่ชัดเจนคือเมาแล้วขับ ก่ออาชญากรรมตามที่เห็นข่าวบนหน้าสื่อแทบทุกวัน ดังนั้นเราจึงต้องทำการรณรงค์ให้คนเหล่านี้ลดการดื่มเหล้าลงหรือเลิกดื่มเพื่อลดปัญหาสังคม</p>
<p>บางทีธุรกิจก็ออกมาพูดให้คนดื่มอย่างรับผิดชอบ แต่เรามองว่านั่นเป็นการโยนความผิดให้ลูกค้าตัวเอง เหมือนบอกว่าผลิตภัณฑ์ของเขาไม่มีปัญหา ปัญหาอยู่ที่คนดื่ม ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าแอลกอฮอล์เป็นสารเสพติด และตัวมันเองก็มีโทษต่อสุขภาพอีกมาก องค์การอนามัยโลก (WHO) บอกว่าเหล้าเป็นสาเหตุหนึ่งของ 200 โรคและการบาดเจ็บ ดังนั้นเราต้องการให้เขาเริ่มต้นทำการตลาดและขายอย่างรับผิดชอบมากกว่า อย่าพยายามเลี่ยงกฎหมายและอย่าเห็นเยาวชนเป็นเหยื่อ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>:: ผลกระทบจากการตลาดของธุรกิจแอลกอฮอล์ ::</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1864" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/20200304-สงกรานต์-Quote1.jpg" alt="" width="1080" height="1081" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/20200304-สงกรานต์-Quote1.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/20200304-สงกรานต์-Quote1-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/20200304-สงกรานต์-Quote1-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/20200304-สงกรานต์-Quote1-768x769.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/20200304-สงกรานต์-Quote1-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<h4><strong>ช่วงที่เริ่มรณรงค์เรื่องเหล้า มีความท้าทายอะไรในสังคมไทยบ้าง</strong></h4>
<p>สังคมไทยไม่มีคนรณรงค์เรื่องนี้อย่างจริงจังมาก่อน และสมัยนั้นยังไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับเหล้ามาก เป็นแค่ความรู้พื้นๆ ทั่วไปไม่ได้เจาะลึก บางครั้งคนที่รณรงค์ยังโดนข่มขู่จากธุรกิจแอลกอฮอล์ ทำให้การรณรงค์เรื่องเหล้าไม่ได้เป็นกระแสในสังคมเท่าไร ฉะนั้น สังคมไทยจึงรู้สึกว่าการดื่มเป็นเรื่องปกติธรรมดา และยิ่งมีคนรู้สึกว่าธรรมดาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากการทำการตลาด การโฆษณาของภาคธุรกิจ ซึ่งมีผลทำให้พฤติกรรมการดื่มในสังคมไทยเปลี่ยนไปมาก</p>
<p>ในหนังสือของพระไพศาล วิสาโลเกี่ยวกับเหล้าและสังคมไทยซึ่งอ้างอิงจากบันทึกของฝรั่งที่เข้ามาอยู่ในไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงต้นรัตนโกสินทร์กล่าวว่าเดิมคนไทยที่ดื่มสุรามีน้อยมาก ในหนึ่งหมู่บ้านจะมีคนดื่มแค่คนสองคน ส่วนผู้หญิงไม่มีการดื่มเลย ยุคต้นรัตนโกสินทร์ ถ้าข้าราชการคนไหนไปดื่มให้ชาวบ้านเห็นจะถูกลงโทษอย่างหนักเพราะถือว่าเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี แต่เมื่อเหล้ากลายเป็นสินค้าเสรี โฆษณาได้อย่างเสรี ทำให้สังคมเปลี่ยนไป การดื่มกลายเป็นเรื่องสนุกสนานปกติ และมีค่านิยมผิดๆ เกิดขึ้น เช่น ถ้าผู้ชายไม่ดื่มก็ถือว่าไม่ใช่ลูกผู้ชาย เหยียดหยามคนที่ไม่ดื่ม</p>
<p>ผลกระทบจากการทำการตลาดและโฆษณาที่เห็นได้อย่างชัดเจนอีกเรื่องคือพฤติกรรมการดื่มเบียร์ ถ้าถอยหลังไปหลายสิบปีก่อนหน้านี้จะเห็นว่าคนไทยดื่มเบียร์ไม่เป็น ดื่มแต่เหล้าขาว เหล้าสาโท เหล้าพื้นบ้าน แต่ด้วยกลยุทธ์การตลาด เช่น ขายเหล้าพ่วงเบียร์ให้กับร้านค้า ทำให้ร้านค้าต้องพยายามขายเบียร์ และทุกคนเข้าถึงเบียร์ได้ง่าย ใช้พรีเซนเตอร์เป็นนักร้องดังมาร้องเพลงประกอบโฆษณา จนทุกวันนี้คนไทยดื่มเบียร์มากที่สุด และตลาดเบียร์ไทยมีมูลค่ากว่าสองแสนล้านบาท</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>:: บุหรี่ vs เหล้า ::</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1862" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/20200304-สงกรานต์-Quote3.jpg" alt="" width="1081" height="1081" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/20200304-สงกรานต์-Quote3.jpg 1081w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/20200304-สงกรานต์-Quote3-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/20200304-สงกรานต์-Quote3-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/20200304-สงกรานต์-Quote3-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/20200304-สงกรานต์-Quote3-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1081px) 100vw, 1081px" /></p>
<h4><strong>เมื่อเปรียบเทียบระหว่างเหล้ากับบุหรี่ ดูเหมือนกฎหมายควบคุมบุหรี่จะเด็ดขาดและเข้มแข็งกว่า เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น</strong></h4>
<p>เหตุผลแรกคือการยอมรับในสังคม ในปัจจุบัน ถ้าเทียบระหว่างเหล้ากับบุหรี่ คนจะรู้สึกปฏิเสธบุหรี่มากกว่า แน่นอนว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีการรณรงค์เรื่องบุหรี่ก่อนแอลกอฮอล์มานับ 20 ปีตั้งแต่ก่อนสสส.เกิด ดังนั้นมันจึงเป็นกระแสในสังคมมากกว่า สำหรับแอลกอฮอล์ตอนนี้ยังเป็นเรื่องที่สังคมยังไม่ตระหนักมากนัก ทั้งๆ ที่เราเห็นข่าวปัญหาจากน้ำเมาแทบทุกวัน หรือกระทั่งในระดับโลกยังรู้สึกการดื่มไม่เป็นปัญหา เพิ่งจะเริ่มตื่นตัวมากขึ้น</p>
<p>เหตุผลต่อมาเป็นเรื่องของกฎหมาย บุหรี่มีกฎหมายระดับโลกควบคุม เป็นมาตรฐานสากลที่บังคับให้ประเทศไทยต้องออกกฎหมายตาม แต่เหล้ายังไม่มี ซึ่งถ้าว่ากันตามจริงแล้วแอลกอฮอล์ก่อให้เกิดปัญหาสังคมหลายมิติมากกว่าบุหรี่ บุหรี่มีปัญหาเรื่องของสุขภาพคนสูบเป็นหลักและใช้เวลา แต่คนดื่มจนสร้างปัญหาต่อคนอื่นๆ อย่างมากและอาจเกิดเฉียบพลัน ตอนนี้เราจึงเริ่มมีคำว่า “เหล้ามือสอง” เพิ่มมาในการรณรงค์ ซึ่งมีความ  หมายในทำนองเดียวกับ “ควันบุหรี่มือสอง” คือคนรอบข้างได้รับผลกระทบจากคนดื่ม ทั้งความรุนแรงในครอบครัว จากงานวิจัยของมูลนิธิเพื่อนหญิงบอกว่าความรุนแรงในครอบครัวที่มีคนดื่มมีมากกว่าครอบครัวที่ไม่มีคนดื่ม 3-4 เท่า หรือปัญหาชัดเจนอย่างการเมาแล้วขับก็เป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของการเสียชีวิตบนท้องถนน จนทำให้ประเทศไทยมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นอันดับต้นๆ ของโลกอีกด้วย ยิ่งในช่วงเทศกาลยิ่งมีมากขึ้น</p>
<p>ปัญหาอื่นๆ ที่ตามมาจากการดื่มแอลกอฮอล์ คือปัญหาเยาวชน กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนเคยทำวิจัยพบว่าเยาวชนเกือบครึ่งที่อยู่ในสถานพินิจทำความผิดหลังจากดื่มแอลกอฮอล์ภายใน 5 ชั่วโมง ดังนั้นแอลกอฮอล์ก็ทำให้เด็กเสียอนาคตเช่นกัน ส่วนปัญหาเอดส์ ถึงยังไม่มีงานวิจัยที่ระบุตัวเลขชัดเจน แต่พระอาจารย์อลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุเคยพูดไว้ว่าคนส่วนใหญ่ติดเอดส์เพราะเมาแล้วมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ด้านข้อมูลจากศูนย์วิจัยปัญหาสุราบอกว่าถ้าคำนวณผู้เสียชีวิตจากการดื่มเหล้าอย่างละเอียดโดยนับโรคต่างๆ ที่เกิดจากการดื่ม (BOD) ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม เฉลี่ยไม่ต่ำกว่าห้าหมื่นคนต่อปี เรียกได้ว่าแอลกอฮอล์ก็ทำลายสังคมหลายมิติ</p>
<p>อีกเหตุผลหนึ่งคือเรื่องการขายเหล้าอย่างเสรีในประเทศไทย ถ้าเปรียบเทียบธุรกิจแอลกอฮอล์กับบุหรี่ ธุรกิจโรงงานยาสูบเป็นรัฐวิสาหกิจ แต่ธุรกิจแอลกอฮอล์ของไทยส่วนใหญ่เป็นเอกชน แม้เราจะพูดอยู่เสมอว่าการค้าเสรีไม่ควรใช้กับสินค้าที่ทำลายสุขภาพ รัฐควรจะเป็นคนขาย เพราะเมื่อรัฐเป็นคนทำ เขาจะขายเท่าที่จำเป็นในวงที่จำกัด ซึ่งเดิมไทยก็ทำอย่างนั้น แต่ต่อมารัฐปล่อยให้เอกชนทำเพราะเชื่อว่าช่วยเรื่องพัฒนาเศรษฐกิจ พอรัฐไม่ได้ทำจึงควบคุมได้ยาก และธุรกิจแอลกอฮอล์ของเอกชนเป็นทุนใหญ่ของพรรคการเมืองแทบทุกพรรค ดังนั้นไม่ว่าใครเป็นรัฐบาลก็ยังมีอิทธิพลต่อฝ่ายการเมือง ทำให้การออกกฎหมายหรือนโยบายสาธารณะเป็นเรื่องยาก</p>
<p>อีกด้านหนึ่ง เราพยายามมองหาโอกาสจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ถือโอกาสเปลี่ยนเรื่องร้ายในสังคมให้กลายเป็นการควบคุม ตัวอย่างที่ชัดเจนมากที่สุดคือการห้ามขายเหล้าบนรถไฟ เมื่อก่อนเราเสนอการรถไฟแห่งประเทศไทยว่าห้ามขายเหล้าบนรถไฟ ไม่มีใครฟัง เพราะติดเรื่องผลประโยชน์ แต่เมื่อเกิดคดีฆ่าข่มขืน เป็นข่าวดังมาก พอเราไปเสนอเลยไม่มีใครกล้าปฏิเสธ ทุกวันนี้จึงเกิดข้อบัญญัติเรื่องห้ามขายห้ามดื่มเหล้าบนรถไฟ</p>
<h1></h1>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>:: ครอบครัวสำคัญต่อคนเลิกเหล้า ::</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1860" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/20200304-สงกรานต์-Quote5.jpg" alt="" width="1081" height="1081" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/20200304-สงกรานต์-Quote5.jpg 1081w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/20200304-สงกรานต์-Quote5-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/20200304-สงกรานต์-Quote5-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/20200304-สงกรานต์-Quote5-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/20200304-สงกรานต์-Quote5-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1081px) 100vw, 1081px" /></p>
<h4><strong>อะไรเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้คนส่วนใหญ่เลิกดื่มได้</strong></h4>
<p>ส่วนใหญ่คนจะเลิกเหล้าเลิกบุหรี่ได้เพราะคนในครอบครัว โดยเฉพาะลูกเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ลูกเป็นแรงจูงใจที่ดีในการขอให้พ่อแม่งดเหล้า และถ้าเขาได้ลองงด บางคนจะคิดว่าทำไมงดแค่เข้าพรรษา ในเมื่องดต่อไปได้ ต่อไปก็จะมีกำลังใจในการเลิกเหล้าได้ตลอดชีวิต ดังนั้นเราจึงจัดโครงการให้คนในครอบครัว อย่างลูกหรือภรรยามาพูดความในใจให้คนดื่มฟัง ว่ามีความทุกข์อย่างไรบ้าง ตัวคนดื่มจะได้ตระหนักและรู้สึกอยากเลิกเพื่อคนสำคัญ หรือตอนนี้เราจัดโครงการโพธิสัตว์น้อยในโรงเรียน ให้ลูกเขียนจดหมายขอพ่อแม่ลด ละ เลิกเหล้าช่วงเข้าพรรษาและเลิกต่อไป พร้อมกับการรณรงค์ต่อเนื่องทุกปีเพื่อช่วยกระตุ้นให้คนเลิกเหล้า</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>:: กฎหมายที่ไม่เหมือนความตั้งใจเดิม ::</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1861" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/20200304-สงกรานต์-Quote4.jpg" alt="" width="1081" height="1081" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/20200304-สงกรานต์-Quote4.jpg 1081w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/20200304-สงกรานต์-Quote4-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/20200304-สงกรานต์-Quote4-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/20200304-สงกรานต์-Quote4-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/05/20200304-สงกรานต์-Quote4-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1081px) 100vw, 1081px" /></p>
<h4><strong>กว่า 11 ปีหลังจากประกาศพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 คุณเห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรในสังคมไทยบ้าง และอะไรที่ไม่เปลี่ยนไปเลย</strong></h4>
<p>มีคนเปรียบเทียบว่าเราเสนออาวุธเป็นกระบองไปแต่สุดท้ายผลลัพธ์ออกมาได้เป็นไม้จิ้มฟัน เพราะกฎหมายของเราถูกเปลี่ยนแปลงไปมาก และปัญหาหนึ่งของประเทศไทยคือการบังคับใช้กฎหมายอ่อนแอ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ที่ทำงานด้านนี้เคยทำแต่งานที่เป็นคุณแก่ประชาชน เช่น ไปให้ความรู้คน เมื่อต้องมาทำงานคอยควบคุมคนตามกฎหมาย ต้องไปขัดแย้งกับคนอื่นๆ เขาก็รู้สึกไม่อยากทำ เจ้าหน้าที่บางคนที่มีตำแหน่งคอยควบคุมดูแลเรื่องควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้กระตือรือร้นเข้าร่วมประชุมหารือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น  นอกจากนี้ยังมีเรื่องอิทธิพลของธุรกิจแอลกอฮอล์ในแต่ละพื้นที่ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับนักการเมืองท้องถิ่น ฉะนั้นการบังคับใช้กฎหมายจึงยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทั้งๆ ที่ด้วยกฎหมายมากมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน ถ้าบังคับใช้ได้จริงจะช่วยควบคุมและแก้ไขปัญหาได้มาก</p>
<p>แต่โดยรวมยังเป็นแนวโน้มที่ดีขึ้นกว่าการไม่มีกฎหมายบังคับเลย กฎหมายทำให้มีการทำงานเชื่อมกันระหว่างภาคประชาสังคมในแต่ละจังหวัด ช่วยกันทำหน้าที่เป็นหมาเฝ้ายาม (Watchdog) เฝ้าระวังธุรกิจแอลกอฮอล์ และร้องเรียนต่อสำนักงานควบคุมแอลกอฮอล์หรือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้ดำเนินการตามกฎหมาย ฝ่ายเจ้าหน้าที่ที่ดีและเอาจริงก็มี หลายคดีที่เป็นการโฆษณาที่ผิดอย่างชัดเจนก็ถูกฟ้องและถูกปรับไปแล้ว หรือถ้าเราลงโทษไม่ได้อย่างน้อยก็สามารถปรามได้ เช่น ครั้งหนึ่งเคยมีคนทำงานภาคประชาสังคมไปร้องเรียนหน่วยราชการหนึ่งในจังหวัดเรื่องการจัดงานเลี้ยง ดื่มเหล้ากันในบริเวณสถานที่ราชการ ถึงอีกฝ่ายจะแถลงว่าไม่ได้มีการดื่มเหล้าจริง แต่เบื้องหลังเขาก็ไปกำชับกันเองว่าห้ามไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก ดังนั้นถึงเราจะเป็นแค่ไม้จิ้มฟัน แต่อย่างน้อยถ้าเป็นไม้จิ้มฟันที่คอยทิ่มแทงให้ถูกที่อยู่เรื่อยๆ ก็ส่งผลต่อสังคมเช่นกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/quote-songkran/">(Quote) ทำไมธุรกิจต้องขายแอลกอฮอล์อย่างรับผิดชอบ &#8211; อ่านความคิดเภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2396</post-id>	</item>
		<item>
		<title>(Quote) มองปัญหาเชิงโครงสร้างในขวดเหล้า กับ จะเด็จ เชาวน์วิไล</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/quote-jaded/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=quote-jaded</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 31 Aug 2020 07:14:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[คนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ความรุนแรงในครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[จะเด็จ เชาวน์วิไล]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาโครงสร้างสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบชายเป็นใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกเหล้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=2169</guid>

					<description><![CDATA[<p>การทำงานวิจัยร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ปีพ.ศ.2545 คือ จุดเปลี่ยนที่ทำให้ จะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล (มญช.) หันมาสนใจปัญหาจากการดื่มสุรา หลังพบว่าฤทธิ์แอลกอฮอล์ คือ ตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อวิเคราะห์ให้ลึกขึ้นไปอีกชั้น ปัญหาคนติดเหล้ายังยึดโยงเกี่ยวพันกับปัญหาเชิงโครงสร้างต่างๆ ในสังคม ไม่ว่าจะเป็นระบอบชายเป็นใหญ่ ความเหลื่อมล้ำของรายได้ ความยากจน ระบบบำบัดผู้ติดสุราไม่เอื้ออำนวย ฯลฯ จนยากจะแก้ไขหากไม่ทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวนคุณมองภาพปัญหาผู้ติดสุรา ที่ไม่ใช่แค่ปัญหาระดับบุคคล ผ่านทัศนะของจะเด็จ เชาวน์วิไล (อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ ที่นี่) &#160; :: จน ขี้เกียจ กินเหล้า? :: &#160; คุณมองระบบบำบัดเหล้าในปัจจุบันนี้อย่างไร ถ้าถามผม ตอนนี้ระบบการบำบัดสำหรับผู้หญิงล้มเหลวมาก ถ้าผู้ชายเลิกเหล้าจะมีคนสนับสนุนมากกว่า ขณะที่ผู้หญิงมักไม่ค่อยมีคนสนับสนุนเท่า สถานการณ์มันเลยไปกันใหญ่ บางคนจะมองว่าผู้หญิงที่ติดเหล้าว่า เป็นคนไม่ดี พอเป็นคนไม่ดีก็ไม่ต้องไปช่วยเขา มันจะเป็นภาพจำแบบนี้ ถามว่าเอาครอบครัวเข้ามาจะช่วยไหม มันก็ยาก เพราะส่วนมากที่ผู้หญิงติดเหล้าก็เพราะมีปัญหาในครอบครัวนี่แหละ แต่ถ้าเปลี่ยนมาเป็นผู้ชาย ภรรยาก็อยากให้เลิก ลูกก็อยากให้เลิก มันจะต่างกันตรงนี้ มีเคสหนึ่งเป็นผู้หญิงที่เคยมีสามีเป็นคนต่างชาติ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/quote-jaded/">(Quote) มองปัญหาเชิงโครงสร้างในขวดเหล้า กับ จะเด็จ เชาวน์วิไล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การทำงานวิจัยร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ปีพ.ศ.2545 คือ จุดเปลี่ยนที่ทำให้ <strong>จะเด็จ เชาวน์วิไล</strong> ผู้อำนวยการ<a href="https://www.wmp.or.th/">มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล (มญช.)</a> หันมาสนใจปัญหาจากการดื่มสุรา หลังพบว่าฤทธิ์แอลกอฮอล์ คือ ตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว</p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อวิเคราะห์ให้ลึกขึ้นไปอีกชั้น ปัญหาคนติดเหล้ายังยึดโยงเกี่ยวพันกับปัญหาเชิงโครงสร้างต่างๆ ในสังคม ไม่ว่าจะเป็นระบอบชายเป็นใหญ่ ความเหลื่อมล้ำของรายได้ ความยากจน ระบบบำบัดผู้ติดสุราไม่เอื้ออำนวย ฯลฯ จนยากจะแก้ไขหากไม่ทำความเข้าใจให้ถ่องแท้</p>
<p>Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวนคุณมองภาพปัญหาผู้ติดสุรา ที่ไม่ใช่แค่ปัญหาระดับบุคคล ผ่านทัศนะของจะเด็จ เชาวน์วิไล (อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ <a href="https://alcoholrhythm.com/interview-jaded/" target="_blank" rel="noopener"><em><strong>ที่นี่</strong></em></a>)</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>:: จน ขี้เกียจ กินเหล้า? ::</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-2167" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-1.jpg" alt="" width="1080" height="1080" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-1.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-1-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-1-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-1-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-1-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<h4><b>คุณมองระบบบำบัดเหล้าในปัจจุบันนี้อย่างไร</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าถามผม ตอนนี้ระบบการบำบัดสำหรับผู้หญิงล้มเหลวมาก ถ้าผู้ชายเลิกเหล้าจะมีคนสนับสนุนมากกว่า ขณะที่ผู้หญิงมักไม่ค่อยมีคนสนับสนุนเท่า สถานการณ์มันเลยไปกันใหญ่ บางคนจะมองว่าผู้หญิงที่ติดเหล้าว่า เป็นคนไม่ดี พอเป็นคนไม่ดีก็ไม่ต้องไปช่วยเขา มันจะเป็นภาพจำแบบนี้ ถามว่าเอาครอบครัวเข้ามาจะช่วยไหม มันก็ยาก เพราะส่วนมากที่ผู้หญิงติดเหล้าก็เพราะมีปัญหาในครอบครัวนี่แหละ แต่ถ้าเปลี่ยนมาเป็นผู้ชาย ภรรยาก็อยากให้เลิก ลูกก็อยากให้เลิก มันจะต่างกันตรงนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีเคสหนึ่งเป็นผู้หญิงที่เคยมีสามีเป็นคนต่างชาติ พอติดเหล้าก็เลิกกับสามี พอเธอกลับมาอยู่ในชุมชนก็ไปคุยๆ กับผู้ชายคนอื่น ซึ่งสำหรับสังคมไทย การมีปัญหาเรื่องเหล้าก็เท่ากับว่าเป็นคนไม่ดีแล้ว พอมาคุยกับคนอื่นอีก ผู้หญิงคนนี้เลยกลายเป็นผู้หญิงไม่ดีในสายตาชาวบ้านไปเลย แบบนี้ก็ต้องค่อยคุยๆ และหาตัวช่วย เพราะผู้หญิงหลายคนไม่อยากไปบำบัด เนื่องจากระบบส่วนใหญ่ยังกดทับผู้หญิงอยู่ แล้วบุคลากรบางคนในระบบก็ใช้คำพูดที่ดูไม่เป็นมิตรกับผู้หญิงด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้น ระบบบำบัดก็ต้องถูกปรับตัวและถูกปรับเปลี่ยน คุณต้องเข้าใจว่าการติดเหล้าเป็นโรค ไม่ใช่เป็นเรื่องของคนดีหรือคนไม่ดี เวลาคนติดเหล้าไปรักษา ประกันสังคมก็ไม่จ่ายให้อีก แบบนี้มันไม่ใช่ การติดเหล้าเกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่กล่าวมาแล้ว เพราะเขามีปัญหาจึงดื่มเหล้า ต่อมาเลยกลายเป็นโรค นี่แทบไม่เกี่ยวอะไรกับนิสัยเลย แต่ระบบบำบัดกลับมองว่า เขาติดเหล้าเพราะนิสัย เพราะเขาไปกินเอง เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดนี้ใหม่ ต้องเปลี่ยนความคิดที่ว่า “จน ขี้เกียจ เลยกินเหล้า” เราต้องเข้าใจและมองให้รอบด้าน มองในหลายมิติ เพราะจริงๆ แล้วเรื่องเหล้าเป็นเรื่องเชิงโครงสร้าง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>:: เหล้าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ::</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-2166" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-2.jpg" alt="" width="1080" height="1080" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-2.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-2-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-2-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-2-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-2-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<h4><b>อยากให้ช่วยขยายคำว่า ‘เหล้าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง’ ให้ฟังหน่อย</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">รัฐและทุนเหล้าต้องการให้คนในสังคมดื่มเหล้าผ่านการใช้การโฆษณา ขณะเดียวกันก็พยายามให้สังคมมองคนดื่มเหล้า โดยเฉพาะคนยากจน ว่าเป็นปัญหาในระดับปัจเจก ว่าง่ายๆ คือคุณดื่มเหล้าเพราะคุณอยากดื่มเอง ถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้น ไม่ว่าจะเป็นดื่มแล้วไปทำร้ายคนในครอบครัว หรือไปขับรถชนใครเข้า ก็ต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมวิเคราะห์จากคนงานกรรมกรและคนระดับทั่วๆ ไป เพราะพวกเขามีโอกาสน้อยกว่าชนชั้นอื่นๆ และมักจะถูกครอบงำด้วยมายาคติ “โง่ จน เจ็บ” อย่างที่บอกไป คนมักจะมองว่า “ก็เพราะคุณเป็นพวกขี้เกียจ ไม่ไปทำงานแต่ดันไปดื่มเหล้า ไปเล่นการพนัน“ นี่คือมายาคติ คนไปดื่มเหล้าบำบัดทุกข์เลยกลายเป็นเรื่องส่วนบุคคลไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกอย่างหนึ่งคือ การโฆษณาของบริษัทเหล้ามักจะแสดงออกว่า เหล้าคือทางออกของการแก้ปัญหา หรือช่วยดับความทุกข์จากเศรษฐกิจ ความเครียดจากการทำงาน ทุกข์จากครอบครัว ความรัก และปัญหาอื่นๆ คนจนที่เครียดเพราะไม่มีอันจะกินเลยเลือกที่จะดื่มเหล้าเพื่อดับทุกข์พวกนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น ผมเลยวิเคราะห์ปัญหาว่า เหล้าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง เพราะคนดื่มถูกโครงสร้างสังคมหรือถูกมายาคติต่างๆ กดทับ ถ้าจะแก้ปัญหาได้ก็จะต้องสร้างพื้นที่ให้คนยากจน หรือแม้แต่คนทั่วไปก็ควรมีการรวมกลุ่มเพื่อให้มีอำนาจต่อรอง เพื่อแก้ปัญหา และเพื่อระบายทุกข์จากการดื่มเหล้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ดูปัจจุบันนี้สิ คุณจะรวมกลุ่มกันเป็นสหภาพแรงงานก็ไม่ค่อยได้ เพราะไม่มีพื้นที่ให้ทำกิจกรรม หรือถ้ามีก็น้อยมาก ยกตัวอย่างกลุ่มคนงาน เขามีระบบที่เรียกว่า ‘แปดสามแปด‘ คือแปดแรกทำงาน แปดสองพักผ่อน และแปดสามรวมกลุ่ม ดังนั้น ถ้าพวกเขาพอมีเวลาก็จะมักจะหันไปหาเรื่องอบายมุข ไม่ใช่แค่เหล้า แต่รวมถึงบุหรี่กับการพนันด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมมองว่า ชนชั้นนำอยากให้เรามีชีวิตกันแบบนี้อยู่แล้ว มันไม่มีเสรีภาพ ไม่มีการรวมกลุ่ม พวกเขาจึงมีพื้นที่ที่วนเวียนอยู่กับการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เล่นการพนัน หรือถึงจะรวมกลุ่มได้ แต่ถ้าไม่มีใครไปสนับสนุนเขาก็จะลำบาก รัฐก็ช่วยเหลืออย่างฉาบฉวย ไม่ได้ทำเพื่อให้เขามีศักดิ์ศรีหรือมีตัวตนขึ้นมาจริงๆ การรวมกลุ่มที่เกิดขึ้นผ่านรัฐจึงกลายเป็นแค่เรื่องการฝึกอาชีพเท่านั้น ส่วนภาคประชาสังคมที่ทำงานเชิงรุกกับคนติดเหล้าก็น้อยลงเรื่อยๆ ทั้งหมดนี้เป็นปัญหาเชิงรุกในการทำงานกับคนติดเหล้าหมดเลย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>:: ชายเป็นใหญ่ ทำให้ผู้หญิงดื่ม ::</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-2165" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-3.jpg" alt="" width="1080" height="1080" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-3.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-3-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-3-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-3-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-3-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<h4><b>คุณบอกว่า แนวความคิดชายเป็นใหญ่ผลักให้ผู้ชายดื่มเหล้าเพื่อแสดงความเป็นชาย แต่ถ้ามองอีกแง่หนึ่ง ความเท่าเทียมทางเพศที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้การดื่มแอลกอฮอล์ของผู้หญิงดูเป็นเรื่องปกติ ผู้หญิงหันมาดื่มมากขึ้น บางแบรนด์ถึงกับผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เน้นกลุ่มลูกค้าผู้หญิงออกมา ตรงนี้คุณมองอย่างไร</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">มันมีส่วนนะครับ แต่ผมคิดว่า เราต้องแยกกลุ่มผู้หญิงออกจากกันด้วย ถ้าเป็นผู้หญิงในพื้นที่ที่มีความเป็นเมืองก็อาจจะเป็นแบบที่ว่ามา แต่ถ้าเป็นผู้หญิงในชนบทจะเป็นอีกแบบหนึ่งเลย คือพวกเขาต้องการพื้นที่ เวลาผมไปลงชุมชน ผมจะเห็นเลยว่า ผู้หญิงที่ติดเหล้าเกิดจากปัญหาความรุนแรงในครอบครัวทั้งนั้น ซึ่งความรุนแรงนี้ก็มาจากแนวคิดชายเป็นใหญ่นั่นแหละ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้ามองให้ลึกลงไปอีก ความรุนแรงไม่ได้หมายถึงแค่การทุบตี แต่ยังรวมถึงการจำกัดเสรีภาพ หรือดุด่าด้วย ซึ่งระบบชายเป็นใหญ่จะทำให้ผู้ชายมีที่ทาง และจำกัดพื้นที่ของผู้หญิง เราจะเห็นว่าพื้นที่ของผู้หญิงมีแค่ที่บ้านกับที่ทำงาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างแคบ แต่ผู้ชายมีพื้นที่ไม่จำกัด พอมีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้น ผู้หญิงก็จะถูกตั้งคำถามจากที่บ้านและที่ทำงานในทำนองว่า “เป็นผู้หญิงทำไมไม่ทำตัวให้ดี” หรือถ้าพวกเธอถูกคุกคามทางเพศก็อาจจะโดนถามว่า “วันนั้นคุณแต่งตัวแบบไหน” ผู้หญิงเลยต้องหาพื้นที่เพื่อระบายและปลดปล่อย ซึ่งเหล้าก็เป็นส่วนหนึ่งในนั้น ผู้หญิงหลายคนที่โดนทำร้ายจึงรู้สึกว่าเหล้าคือทางออกของชีวิต</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>:: ทุกคนสามารถเปลี่ยนตัวเองได้ ::</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-2164" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-4.jpg" alt="" width="1080" height="1080" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-4.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-4-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-4-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-4-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-4-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<h4><b>ในฐานะคนที่ทำงานในพื้นที่จริง คุณคิดว่าอะไรเป็นปัจจัยให้คนที่อยากเลิกเหล้าสามารถเลิกได้ และสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริงๆ</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างแรก ผมว่ามันมาจากความรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่ามากขึ้น แต่ถ้าเกิดสังคมไปตีตราเขาว่าเขาเป็นคนชั่วคนเลวมันก็ไม่ได้ เราต้องทำยังไงก็ได้ให้เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้เลว และทำให้เขารู้สึกว่า จริงๆ มันก็เปลี่ยนได้นี่ หลายครั้ง คนในเคสที่เราเจอก็กลายเป็นผู้นำชุมชนด้วย เพราะสามารถสร้างความท้าทายให้คนในชุมชนได้เรียนรู้ว่า เหล้ามันเลิกได้จริงอย่างที่ตัวเขาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ งานแบบนี้ก็ใช้เวลาพอควรนะ บางคนเป็นปี บางคนสองปี แต่พอวันหนึ่งเขาเปลี่ยนได้ เรื่องอื่นๆ ก็จะตามมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เรายังสนับสนุนให้มีองค์กรชาวบ้าน เพราะอยู่ดีๆ จะไปทำเรื่องเลิกเหล้าอย่างเดียวก็ไม่ได้ ตอนนี้หลายพื้นที่ก็มีเครือข่ายชาวบ้าน เช่น ชุมพรมีการตั้งเป็นมูลนิธิแก้ปัญหาเรื่องเหล้ากับความรุนแรงต่อผู้หญิง ก็จะมีเรื่องเหล้า ความรุนแรง และแตกขยายไปเรื่องอื่นๆ เช่น ประเด็นสุขภาพ สิ่งแวดล้อม สร้างอาชีพให้คนเลิกเหล้าด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่ผมบอก ถ้าคนรู้สึกว่าพวกเขาไม่มีพื้นที่และไม่มีการรวมกลุ่ม แล้วก็ไปรณรงค์อย่างเดียว มันไปไม่รอด เขาต้องรู้สึกว่าตัวเองมีพื้นที่แสดงตัวตนและแสดงออกด้วย ถ้าคุณไม่คิดว่า ปัญหาเรื่องเหล้าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง แล้วก็ไปรณรงค์ รณรงค์ รณรงค์ สุดท้ายคุณก็จะได้แค่สติกเกอร์ โปสเตอร์ และซีดีเท่านั้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>:: หลายหัวดีกว่าตัวคนเดียว ::</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-2163" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-5.jpg" alt="" width="1080" height="1080" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-5.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-5-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-5-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-5-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/08/20200827-quote-5-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<h4><b>เคยเจอเคสที่เราช่วยเหลือแต่เขากลับไปดื่มเหล้าบ้างไหม</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เคยเจอครับ แต่เราก็ไม่เคยทิ้งเคสแบบนี้เลย ผมคิดว่าคนเราสามารถผิดพลาดกันได้ บางคนเจอปัญหาหนักถึงขั้นลูกเสียชีวิต เขาก็กลับไปดื่ม อาสาสมัครก็จะลงไปช่วย ไม่เคยทิ้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่า การเลิกเหล้าด้วยตัวเองเป็นเรื่องยาก ดังนั้นกระบวนการกลุ่มจึงสำคัญ เพราะมันตอบโจทย์ในหลายๆ มิติ ทำให้คนที่ไม่มีโอกาสในสังคม หรือคนที่ถูกกดทับในสังคมได้แสดงพลัง ได้เห็นคุณค่าในตัวเอง สิ่งที่สังคมพยายามบอกว่า พวกเขา ขี้เกียจ จน หรือติดพนัน จะถูกทำลายลงจากการรวมกลุ่ม เพราะการรวมกลุ่มจะให้พื้นที่กับเขา ทำให้เขาเห็นว่า ตนเองก็เป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกับคนอื่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้น การเลิกเหล้าจะทำแค่ในมิติของสุขภาพอย่างเดียวไม่ได้ แต่เขาจะต้องเห็นอำนาจในตัวเองว่า เขาเปลี่ยนแปลงได้ และมีกลุ่มที่ได้แสดงพลังต่อรองปัญหาอื่นๆ เหมือนที่ชุมชนไทยเกรียง ตอนนี้ก็เป็นสมาคมไปแล้ว พอมีการรวมกลุ่ม มีพื้นที่ มันก็ขยายประเด็นในการต่อสู้ออกไป เช่น สิ่งแวดล้อม สิทธิ แรงงาน หลายๆ พื้นที่ก็เป็นแบบนี้ เช่น อำนาจเจริญ พอพวกเขารวมกลุ่มกันได้ เขาก็ไม่ได้สู้กับแค่เหล้าและความรุนแรง แต่ยังมีพื้นที่ให้สู้ต่อกับเรื่องความมั่นคงทางอาหาร ไม่ใช้สารเคมี เพราะพวกเขาอยู่ในภาคการเกษตร แบบนี้ก็เกิดขึ้นได้ด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/quote-jaded/">(Quote) มองปัญหาเชิงโครงสร้างในขวดเหล้า กับ จะเด็จ เชาวน์วิไล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2169</post-id>	</item>
		<item>
		<title>‘สุรากับวัยรุ่น’ ถอดบทเรียนแนวทางการดูแล-ป้องกันพฤติกรรมการดื่มของเยาวชน</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/teenager-alcoholic-prevention/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=teenager-alcoholic-prevention</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Aug 2020 09:08:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[ดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์]]></category>
		<category><![CDATA[ดูแลวัยรุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ธีระ วัชรปราณี]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียนดื่มเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[รัศมน กัลยาศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[รัศมี สังข์ทอง]]></category>
		<category><![CDATA[วัยรุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[วัยรุ่นดื่มเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[วิทย์ ชัยดิษฐ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=2135</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด&#8221; คำคำนี้อาจไม่ใช่คำที่ฟังดูไกลตัวมากนัก หากต้องเทียบกับประสบการณ์ตอนวัยเด็กที่แต่ละคนเคยได้เจอ เช่น ความขัดแย้งทางครอบครัว การกลั่นแกล้งจากเพื่อนหรือคนรู้จัก ผลการเรียนไม่เป็นไปตามความคาดหวัง เป็นต้น จากหลากหลายความเจ็บปวดที่ว่ามานั้น ทำให้บางครั้ง เด็กๆ ก็อาจเลือกดื่มสุราเพื่อบรรเทาไม่ต่างจากผู้ใหญ่ ข้อมูลจากสำนักงานสถิติ ระบุว่า เยาวชนไทยมีสัดส่วนเกี่ยวข้องกับการดื่มราว 1-2 ล้านคน ขณะที่อัตราการเกิดของเด็กไทยในปีหนึ่งอยู่ที่ประมาณ 8 แสนกว่าคน ถือเป็นกลุ่มประชากรขนาดใหญ่ และคงน่าเสียดาย หากพวกเขาเหล่านั้นจะมีปัญหาการดื่มสุราตั้งแต่อายุยังน้อย ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้วัยรุ่นเกิดพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ วันที่ 4 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา จึงร่วมกับ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จัดงานสัมมนา &#8216;การดูแลและป้องกันปัญหาการดื่มสุราในเด็กและเยาวชน’ อภิปรายเกี่ยวกับข้อเสนอแนะจากงานวิจัย ประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญที่เคยลงมือปฏิบัติงาน ถอดบทเรียน ค้นหาแนวทางการดูแลและป้องกันปัญหาการดื่มสุราในเด็กและเยาวชนอย่างเหมาะสม &#160; เปิดแนวโน้มการดื่มสุราของวัยรุ่น &#8211; ดร.วิทย์ วิชัยดิษฐ  &#160; “สุรา คือ ยาเสพติดที่วัยรุ่นไทยใช้เยอะที่สุด ” ดร.วิทย์ วิชัยดิษฐ จากหน่วยระบาดวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เกริ่นนำถึงการศึกษาแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้สุราและพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพวัยรุ่นไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/teenager-alcoholic-prevention/">‘สุรากับวัยรุ่น’ ถอดบทเรียนแนวทางการดูแล-ป้องกันพฤติกรรมการดื่มของเยาวชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>&#8220;เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด&#8221;</em></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำคำนี้อาจไม่ใช่คำที่ฟังดูไกลตัวมากนัก หากต้องเทียบกับประสบการณ์ตอนวัยเด็กที่แต่ละคนเคยได้เจอ เช่น ความขัดแย้งทางครอบครัว การกลั่นแกล้งจากเพื่อนหรือคนรู้จัก ผลการเรียนไม่เป็นไปตามความคาดหวัง เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากหลากหลายความเจ็บปวดที่ว่ามานั้น ทำให้บางครั้ง เด็กๆ ก็อาจเลือกดื่มสุราเพื่อบรรเทาไม่ต่างจากผู้ใหญ่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลจากสำนักงานสถิติ ระบุว่า เยาวชนไทยมีสัดส่วนเกี่ยวข้องกับการดื่มราว 1-2 ล้านคน ขณะที่อัตราการเกิดของเด็กไทยในปีหนึ่งอยู่ที่ประมาณ 8 แสนกว่าคน ถือเป็นกลุ่มประชากรขนาดใหญ่ และคงน่าเสียดาย หากพวกเขาเหล่านั้นจะมีปัญหาการดื่มสุราตั้งแต่อายุยังน้อย</span></p>
<p>ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้วัยรุ่นเกิดพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ <span style="font-weight: 400;">วันที่ 4 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา จึงร่วมกับ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า </span><span style="font-weight: 400;">จัดงานสัมมนา &#8216;การดูแลและป้องกันปัญหาการดื่มสุราในเด็กและเยาวชน’ อภิปรายเกี่ยวกับข้อเสนอแนะจากงานวิจัย ประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญที่เคยลงมือปฏิบัติงาน ถอดบทเรียน ค้นหาแนวทางการดูแลและป้องกันปัญหาการดื่มสุราในเด็กและเยาวชนอย่างเหมาะสม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>เปิดแนวโน้มการดื่มสุราของวัยรุ่น </b></h1>
<h1 style="text-align: center;"><b>&#8211; ดร.วิทย์ วิชัยดิษฐ </b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สุรา คือ ยาเสพติดที่วัยรุ่นไทยใช้เยอะที่สุด ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.วิทย์ วิชัยดิษฐ จากหน่วยระบาดวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เกริ่นนำถึงการศึกษาแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้สุราและพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพวัยรุ่นไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยเก็บข้อมูลเด็กมัธยมทั่วประเทศตั้งแต่ปี 2550 ถึง 2561 จัดทำทุกๆ 2 ปี ขนาดตัวอย่างประมาณ 20,000-50,000 คน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลการศึกษาพบว่า แนวโน้มการดื่มสุราของนักเรียนชายช่วงปี 2550 ถึง 2552 ความชุกพฤติกรรมการดื่มสุราแบบต่างๆ เพิ่มขึ้น ทั้งการดื่มใน 1 ปีและการดื่มใน 30 วัน แต่ลดลงช้าๆ หลังจากนั้นในช่วง 8 ปีที่เหลือ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับภาพรวมนักดื่มในไทย แม้ส่วนมากจะเป็นเพศชายมากกว่าหญิง ทว่าสิ่งที่พบระหว่างปี 2550 ถึง 2552 คือ นักเรียนหญิงมีแนวโน้มดื่มสุราเพิ่มขึ้นมากกว่านักเรียนชาย ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการดื่มใน 12 เดือน การดื่มใน 30 วัน การดื่มหนัก 5 แก้วขึ้นไปใน 30 วัน รวมถึงการดื่มจนเมา โดยเฉพาะ 3 ส่วนแรกเพิ่มขึ้นเกือบ 1 เท่าตัว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ การดื่มสุรายังมีผลต่อสุขภาพจิตของผู้ดื่ม โดยจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้องปี 2558 ถึง 2560 พบว่า การดื่มสุราเชื่อมโยงกับโรคซึมเศร้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลงานวิจัยดังกล่าว ระบุว่า นักเรียนหญิงวัยมัธยมต้นส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการดื่มค่อนข้างน้อย แต่เด็กที่ซึมเศร้ากับไม่ซึมเศร้ามีความแตกต่างด้านการดื่มค่อนข้างชัดเจน โดยต่างกันประมาณ 2.4 เท่าสำหรับการดื่มในช่วง 12 เดือน และการดื่มใน 30 วัน ซึ่งเด็กที่ซึมเศร้าจะมีโอกาสดื่มหนักในช่วง 2 สัปดาห์มากกว่าเด็กไม่ซึมเศร้าประมาณ 2 เท่า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกับกลุ่มนักเรียนชายมัธยมต้น เด็กที่ซึมเศร้า 1 ใน 3 จะดื่มภายใน 12 เดือน แต่เด็กที่ไม่ซึมเศร้า ประมาณ 1 ใน 6 จะดื่มภายใน 12 เดือน เกิดความแตกต่าง แต่ว่าไม่ถึง 2 เท่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับกลุ่มนักเรียนมัธยมปลายหญิงและปวช. หญิง พฤติกรรมการดื่มจะมีความแตกต่างกันระหว่างซึมเศร้ากับไม่ซึมเศร้าประมาณ 1.6 เท่า ส่วน</span><span style="font-weight: 400;">กลุ่มนักเรียนมัธยมปลายชายหรือปวช. ชายซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงพฤติกรรมการดื่มเยอะที่สุด มีความแตกต่างด้านการดื่มระหว่างเด็กที่ซึมเศร้ากับไม่ซึมเศร้า ไม่มาก ประมาณ 1 เท่า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กล่าวโดยสรุป ถ้าเกิดเจอนักเรียนหญิงชั้นมัธยมต้นที่มีอาการซึมเศร้า ควรช่วยกันดูแลและทำการเฝ้าพฤติกรรมการดื่มตั้งแต่ระยะแรก ขณะเดียวกัน ถ้าเกิดเจอนักเรียนชายระดับมัธยมปลายถึงปวช. จะซึมเศร้าหรือไม่ซึมเศร้า ก็ควรดูแลทั่วถึงกัน เพราะมีพฤติกรรมการดื่มอยู่ที่ประมาณ 30-50% เป็นปกติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือจากข้อมูลข้างต้น ดร.วิทย์ทิ้งท้ายถึงปัญหาเกี่ยวกับระบบการศึกษา ว่าอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลต่อแนวโน้มพฤติกรรมการดื่มและพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพของวัยรุ่นไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ประเด็นสุดท้ายที่ควรพิจารณาควบคู่ไปด้วยกันกับข้อมูลที่นำเสนอ อาจจะต้องพูดถึงปัญหาของระบบการศึกษาไทยเกี่ยวกับเด็กที่เรียนไม่จบหรือว่าต้องออกกลางคันด้วยสาเหตุต่างๆ เช่น ฐานะทางการเงินที่บ้านไม่เพียงพอกับรายจ่ายทางการศึกษาหรือ เกิดการตั้งครรภ์ก่อนวัยสมควร ฯลฯ&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยสถิติรายสถานการณ์การศึกษาไทยปี 2557 ระบุว่า เด็กที่เข้าเรียนประถมศึกษาปีที่ 1 เมื่อปี 2545 พอถึงปี 2557 ซึ่งเป็นปีที่ต้องจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 กลับมีเด็กจบเพียง 2 ใน 3 และเรียนไม่จบมัธยมปีที่ 3 อยู่ประมาณ 1 ใน 10 </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เพราะฉะนั้นระบบการศึกษายังคงเป็นปัญหาสำคัญและต้องหาทางแก้ไขเพื่อเปลี่ยนแปลงแนวโน้มพฤติกรรมการดื่มสุราและพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพในวัยรุ่น” </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>จากสุราในมือผู้ใหญ่สู่การดื่มในกลุ่มวัยรุ่น </b></h1>
<h1 style="text-align: center;"><b>&#8211; พญ.รัศมน กัลยาศิริ</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">วงสัมมนาไปต่อที่การแลกเปลี่ยนผลวิจัยความสัมพันธ์ในครอบครัว สมรรถนะส่วนบุคคล และสิ่งแวดล้อมทางสังคมต่อปัญหาการดื่มสุราของวัยรุ่นไทย โดย พญ.รัศมน กัลยาศิริ จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สืบเนื่องมาจากงานศึกษาใน</span><span style="font-weight: 400;">ประเทศออสเตรเลียเกี่ยวกับการที่พ่อแม่หรือผู้ปกครองให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับลูกหลานตั้งแต่เด็ก ค้นพบว่า เด็กเสี่ยงที่จะดื่มมากขึ้นเมื่อเขาโตเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งขัดแย้งกับความเชื่อของใครหลายคนที่ว่า การทำให้เด็กๆ คุ้นชินกับการดื่มแอลกอฮอล์ตอนอยู่ที่บ้านและมีครอบครัวคอยดูแล เป็นการป้องกันการติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัดภาพกลับมาที่ประเทศไทย หลังเริ่มทำวิจัยในทำนองเดียวกันกับออสเตรเลีย โดยใช้เด็กกลุ่มมัธยมศึกษาปีที่ 1 ทั้งโรงเรียนรัฐและโรงเรียนเอกชน จากหลายภูมิภาครวมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราติดตามเด็กตั้งแต่มัธยมศึกษาปีที่ 1 ไปจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 2 และ 3 เพื่อดูว่าการใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร และดูความสัมพันธ์ที่พ่อแม่หรือผู้ปกครองหยิบยื่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับอย่างไร” พญ.รัศมนกล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลการศึกษาเบื้องต้นจาก 6,000 ตัวอย่าง พบว่า เด็กนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 เป็นเด็กที่เคยดื่มอย่างน้อยเต็มแก้วอยู่ประมาณ 12.7% ถ้านับรวมถึงคนที่เคยจิบหรือเคยทดลอง อยู่ที่ประมาณ 32.9% ในขณะที่เด็กจำนวนกว่า 54.4% ที่ไม่เคยจิบหรือไม่เคยทดลอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา เฉพาะกลุ่มเด็กที่เคยจิบหรือว่าดื่มสุรา ซึ่งมีทั้งหมด 2,765 คน เคยประสบเหตุการณ์ที่เป็นอันตรายแล้วเกิดความต้องการสุราสูง สะท้อนว่าพวกเขานึกถึงสุราเป็นทางออกลำดับต้นๆ เมื่อเจอปัญหาหรือความเครียด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น จากผลวิจัยซึ่งทำการติดตามเด็กอายุเฉลี่ย 12 ปี พบเพิ่มเติมว่า มีเด็กเริ่มดื่มอายุน้อยกว่า 10 ปี สูงถึง 17% และความถี่ที่พวกเขาดื่มก็สูงพอสมควร มีคนดื่มเดือนละ 1 ครั้งหรือว่ามากกว่านั้นประมาณ 1 ใน 5 อีกทั้งยังมีเด็กดื่มแบบไม่บันยะบันยังถึง 40% </span></p>
<p>พญ.รัศมนเล่าผลการศึกษาเกี่ยวกับแรงจูงใจว่า เด็กมักมีสาเหตุการดื่มมาจากปัจจัยด้านสังคม เช่น ได้รับเครื่องดื่มมาจากผู้ปกครอง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลุงป้าน้าอา หรือเครือญาติในครอบครัวมากกว่าพ่อแม่ และมักดื่มโดยที่มีผู้ปกครองอยู่ด้วย อันดับต่อมาให้เหตุผลว่า <span style="font-weight: 400;">ดื่มเพื่อปรับตัวไม่ให้เครียด ดื่มเพื่อให้รู้สึกร่าเริงทั้งๆ ที่ตนเองไม่ได้เศร้า และสุดท้าย คือดื่มตามเพื่อน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อนึ่ง เด็กช่วงวัยรุ่นมีการวางแผนอนาคต ว่าเขาจะดื่มหรือไม่ ณ ปัจจุบัน เทียบกับการที่เขาจะดื่มหรือไม่ในเดือนต่อไป ซึ่งพบว่า ทีแรกเด็กส่วนใหญ่ตั้งใจว่าจะไม่ดื่มต่อในอนาคตค่อนข้างสูง กระนั้น พอเวลาผ่านไปจนอายุครบ 18 ปี คนที่เคยบอกจะไม่ดื่มแน่นอนกลับมีแนวโน้มที่จะดื่ม เพราะเขาคิดว่าอายุถึงแล้วมีสิทธิ์ที่จะดื่มอย่างอิสระ เรียกได้ว่าเป็นค่านิยมประการหนึ่ง</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พญ.รัศมนสรุปว่า วัยรุ่นมีแรงจูงใจในการดื่มหลายปัจจัย แต่สิ่งที่ส่งผลมากที่สุด คือ เรื่องเครือญาติ ดังจะเห็นได้ว่าบางงานเลี้ยง เมื่อญาติผู้ใหญ่นั่งดื่มกันแล้วเห็นเด็กเดินเข้ามา ก็จะหยิบยื่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ลองชิม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การศึกษานี้ทำให้เรารู้ว่ากลุ่มเด็กจะดื่มเมื่อไร ปัจจัยอะไรที่มีผลต่อเขาบ้าง อย่างน้อยจะได้รู้ภาพรวมสิ่งแวดล้อมที่เขาเจอและเชื่อมโยงหาทางป้องกันในอนาคต” พญ.รัศมน ทิ้งท้าย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>“ทำให้เด็กเห็นคุณค่าในตนเอง” กลยุทธ์ป้องกันการดื่มสุราในวัยรุ่น </b></h1>
<h1 style="text-align: center;"><b>&#8211; ธีระ วัชรปราณี</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำงานกับเด็กและเยาวชนที่มุ่งเอาแต่ลดปัจจัยเสี่ยง อาจไม่สามารถที่จะเข้าไปแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แท้จริงแล้ว การทำงานกับเด็กๆ เราต้องค่อยๆ สร้างเสริมปัจจัยด้านการเสริมสุขภาพ เพื่อให้เขาตระหนักรู้ด้วยตนเอง อย่างบอกว่าสุราไม่ดี ห้ามดื่ม เขาฟัง แต่การฟังเพียงเท่านั้นไม่เกิดผล ต้องทำให้เด็กเห็นคุณค่าในตนเอง เพื่อที่ท้ายที่สุด เขาจะเลือกได้ว่าตนเองจะดื่มหรือว่าไม่ดื่ม” </span>ธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายงดเหล้าเอ่ยขึ้น พร้อมกับเล่าปัญหาการทำงานป้องกันการดื่มแอลกอฮอล์ในเด็กที่ผ่านมา ดังนี้</p>
<p><span style="font-weight: 400;">(1) โครงการหรือกิจกรรมที่จัดทำเพื่อให้เด็กห่างไกลจากสุรามีความไม่ต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(2) ขาดกลไกในการเชื่อมโยง ตั้งแต่เด็กไปจนถึงวัยรุ่น ซึ่งต้องการความร่วมมือจากหลายฝ่าย และหัวใจสำคัญ คือ การสร้างเสริมกิจกรรมให้เป็นลักษณะหยิบมาสร้างสรรค์ ดังนั้น ต้องอาศัยการประสานงาน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(3) นำงานวิชาการหรืองานความรู้มาสนับสนุนน้อยเกินไป ที่สำคัญไม่ได้สะท้อนกลับไปถึงคุณครูและผู้ปกครอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(4) กิจกรรมที่เด็กได้ทำไม่ครอบคลุมความต้องการของเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(5) การควบคุมปัจจัยเสี่ยง หรือก็คือการควบคุมผ่านกฎหมายอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องอาศัยความร่วมมือของภาคประชาสังคมด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี ธีระเสนอว่า วิธีแก้ไขในทางปฏิบัติต้องใช้พื้นที่ตัวอำเภอเป็นสำคัญ นำข้อมูลที่มีอยู่ในมือสะท้อนกลับไปยังครอบครัวและสถานศึกษาเพื่อให้ครอบครัวและสถานศึกษามีส่วนรับรู้ว่าเด็กๆ คิดอย่างไร ต้องทำทั้งเด็กเล็กและเด็กโต ตลอดจนสร้างกลไกให้เกิดระบบการเรียนรู้แก่เด็กในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทำแคมเปญต่างๆ เช่น รับน้องปลอดเหล้า และที่สำคัญที่สุด คือ ต้องเสริมสร้างการเห็นคุณค่าในตนเองของเด็ก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ธีระบรรยายก่อนยกตัวอย่างกรณีหนึ่งในต่างประเทศที่ว่าด้วยการสร้างเสริมและป้องกันการดื่มสุรา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ทางรัฐบาลเขาให้คูปองกับเด็กและเยาวชน โดยเปลี่ยนการใช้งบประมาณแบบเดิมไปสร้างการเข้าถึงกิจกรรมต่างๆ เพื่อไม่ให้เด็กไปยุ่งกับแอลกอฮอล์ กล่าวคือ เขาให้คูปองกับเด็กประเทศเขา เด็กเหล่านี้ก็ใช้คูปองไปลงตารางว่าเขาสนใจ อยากเรียนอะไร หรือจะใช้เวลาว่างทำอะไร ซึ่งหากในอำเภอนั้นๆ ไม่มีให้เรียนตามที่เด็กต้องการ เช่น กลุ่มเพื่อนนายบีอยากเรียนเทควันโด 5 คน แต่ในอำเภอนั้นไม่เปิดสอน ผู้ใหญ่ก็ต้องรีบดำเนินการเด็กกลุ่มนั้นได้เรียนเทควันโด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ไม่ว่าจะยากดีมีจน เด็กเขาก็มีโอกาสที่สามารถทำกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์ได้ตามใจต้องการ&#8221; ซึ่งถ้าหากประเทศไทยส่งเสริมให้เด็กได้ทำกิจกรรมอย่างมีอิสระเช่นนั้น ภาพการสังสรรค์ผ่านวงเหล้าของวัยรุ่นก็คงแปรเปลี่ยนไปไม่มากก็น้อย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>จิตวิทยาเชิงบวกกับการป้องการดื่มสุราของวัยรุ่น</b></h1>
<h1 style="text-align: center;"><b>&#8211; ผศ.ดร.รัศมี สังข์ทอง</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถัดมา ผศ.ดร.รัศมี สังข์ทอง จากหน่วยงานระบาดวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้บ่งชี้ว่า การดื่มสุราเป็นผลมาจากการเรียนรู้ที่ผ่านมาในอดีตของแต่ละคน ที่เมื่อเหตุปัจจัยพร้อมในเวลาเหมาะสมจะแสดงออกมาเป็นพฤติกรรมเสี่ยงนั้นๆ โดยส่วนใหญ่จะแสดงออกมาช่วงวัยรุ่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่สะสมพฤติกรรมมีอยู่หลายมิติ นอกจากสภาพแวดล้อมในครอบครัว โรงเรียน ครู เพื่อน ชุมชน สังคม ตลอดจนประเทศชาติแล้ว ยังมีเรื่องของกายภาพ เช่น ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ หรือแม้กระทั่งพันธุกรรม ที่ถูกค้นพบว่า ครอบครัวซึ่งมีพ่อติดสุรา อาจมีการถ่ายทอดพันธุกรรมที่ทำให้ติดสุราได้ง่ายกว่าคนที่อยู่ในครอบครัวไม่ดื่มสุรา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องการเรียนรู้ในสมอง เรียกว่า mirror neuron กล่าวคือ มนุษย์สามารถเรียนรู้จากการเห็นและเลียนแบบได้ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเด็กเห็นพ่อยิ้มหรืออ้าปาก ก็สามารถเลียนแบบได้ เพราะสมองมีการกระตุ้นตั้งแต่ตอนเห็นภาพนั้นๆ </span><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น การให้เด็กเลียนแบบแต่เรื่องดีๆ ก็จะเป็นการลดพฤติกรรมเสี่ยงหรือพฤติกรรมด้านลบได้มากขึ้</span><span style="font-weight: 400;">น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผศ.ดร.รัศมี ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า </span><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้เด็กเติบโตได้ดี ผู้ใหญ่ควรเข้าใจเรื่องพัฒนาการและความต้องการของเด็กแต่ละวัย </span><span style="font-weight: 400;">เช่น เด็กทารกต้องการความปลอดภัยทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เมื่อโตขึ้นมา ก็ต้องการอิสระในการควบคุมตัวเอง ความสนุกสนาน ต้องการเพื่อนที่ดี มีครอบครัวอบอุ่น หากมอบสิ่งเหล่านั้นให้ตรงความต้องการของเด็กแต่ละวัยได้ ก็จะนำไปสู่การพัฒนาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในทางกลับกัน หากเด็กไม่ได้รับการเติมเต็มตามพัฒนาการมาตั้งแต่วัยเด็ก จะเริ่มมีความเสี่ยงที่นำไปสู่การใช้สารเสพติด การใช้แอลกอฮอล์ ที่ทำให้เขารู้สึกปลอดภัย สนุกสนาน มีเพื่อน และท้าทายแทน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จะเห็นได้ว่าสมองของเด็กวัยรุ่นเริ่มต้องการความยอมรับจากสังคมที่กว้างขึ้น และต้องการพื้นที่ที่จะแสดงออกถึงการเป็นตัวของตนเอง เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะจัดสรรสิ่งต่างๆ ให้ตอบโจทย์พัฒนาการของวัยรุ่นได้ดีพอ มีกิจกรรมดีๆ ให้ทำ ก็จะลดความเสี่ยงต่อการมีพฤติกรรมเสี่ยง” ผศ.ดร.รัศมีเน้นย้ำ พร้อมเสริมว่า </span><span style="font-weight: 400;">สิ่งหนึ่งที่จะเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมของมนุษย์ในการดื่มสุรา คือ ผลลัพธ์จากพฤติกรรมก่อนหน้านั้น เช่น เกิดสิ่งกระตุ้นเร้าบางอย่างที่กระตุ้นให้เกิดพฤติกรรม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ยกตัวอย่าง เช่น เด็กๆ อยากได้ของเล่น แต่ว่าไม่ได้ เด็กก็จะทำตามสัญชาตญาณ คือ ร้องไห้ พอร้องไห้ พ่อแม่ก็อาจจะใจอ่อน แล้วยอมให้ของเล่น เมื่อเด็กเกิดการเรียนรู้ว่า ร้องไห้แล้วได้ของเล่น ส่งผลให้มีโอกาสที่เด็กจะร้องไห้ในครั้งต่อไปเมื่อต้องการของเล่น เพราะฉะนั้นผลลัพธ์ในพฤติกรรมก่อนหน้าในเรื่องเดียวกัน จะเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมครั้งต่อๆ ไปได้มาก&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเมื่อการตอบสนองของผู้ใหญ่ต่อพฤติกรรมของเด็กมีอิทธิพลมาก ถ้าเราตอบสนองต่อพฤติกรรมในเชิงบวก เด็กก็จะพัฒนาพฤติกรรมที่เหมาะสม และก็เติบโตมาลดพฤติกรรมเสี่ยงได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ดังนั้น จึงอยากให้ลองหันมาใช้วิธีการส่งเสริมป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ โดยการใช้จิตวิทยาเชิงบวก ติดอาวุธและภูมิคุ้มกันให้กับเด็กและเยาวชน” ผศ.ดร.รัศมีปิดท้าย </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>อุปสรรคที่ต้องฝ่า เพื่อช่วยเยาวชนติดสุรา</b></h1>
<h1 style="text-align: center;"><b>&#8211; พญ.ดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หนูโดนแมวจับกินวันละตัว ฝูงหนูคุยกันว่าทำอย่างไรถึงจะปลอดภัย และมีหนูตัวหนึ่งเสนอว่า ให้เอากระพรวนไปแขวนคอแมว เวลาแมวเดินมาพวกเราจะได้รู้ตัว แต่สุดท้ายไม่มีหนูตัวไหนอาสาออกไปแขวนกระพรวนแมวสักตัว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;สำหรับเรื่องสุราและสารเสพติดของเยาวชนกำลังเจอปัญหาคล้ายๆ อย่างนี้”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พญ.ดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนคริทร์ เปรียบเปรยถึงการแก้ปัญหาพฤติกรรมการดื่มในวัยรุ่น ณ ขณะนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“คนวิเคราะห์ค้นหาทางออกสำหรับเรื่องนี้นับไม่ถ้วน แต่สุดท้ายใครจะเป็นคนทำ ภาพนี้ไม่เคยชัด และไม่มีงบประมาณสำหรับการสนับสนุนเชิงระบบ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พญ.ดุษฎี แจกแจงว่า</span><span style="font-weight: 400;">ช่วงที่ผ่านมา ได้พยายามทำงานหลายรูปแบบและเจอปัญหาแฝงหลายประการด้วยกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น (1) การทำเรื่อง 1 โรงเรียน 1 โรงพยาบาล จับมือกันระหว่างโรงเรียนกับโรงพยาบาล คัดกรองค้นหาเด็กที่มีปัญหาการดื่มเพื่อส่งเด็กเข้าสู่ระบบการดูแล แต่กลายเป็นว่าเพิ่มภาระงานให้คุณครู ทำให้โรงเรียนไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ดี พอเกิดปัญหาภาระงาน ก็ส่งผลให้เกิดแรงต้านจากโรงเรียนในการทำงานด้านสุขภาพร่วมกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(2) การจัดโปรแกรมทักษะชีวิต ทำให้วัยรุ่นมีทักษะชีวิตที่ดี สิ่งที่เป็นอุปสรรสำหรับการพัฒนาของโครงการนี้ คือ ยังไม่มีการประเมินผลในเชิงผลลัพธ์ว่าจริงๆ แล้วเยาวชนที่เข้ากลุ่มมีพฤติกรรมดีขึ้นมากหรือน้อยแค่ไหน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(3) กรมสุขภาพจิตพยายามปรับปรุงเครื่องมือที่จะพัฒนาเยาวชนในหลายๆ Q ทั้ง IQ RQ EQ ปีหน้าจะมี MQ ที่เป็น Moral Quotient (</span><span style="font-weight: 400;">ความฉลาดทางศีลธรรม</span><span style="font-weight: 400;">) เข้ามา แต่ปัญหาที่เจอสำหรับการทำเครื่องมือ Q เหล่านี้ คือ แม้จะมีเครื่องมือวิชาการที่หลากหลาย แต่เราไม่พบว่า หลังจากที่ทำเครื่องมือเหล่านี้แล้ว ประสิทธิภาพของการใช้เป็นอย่างไรและไม่มีการนำเครื่องมือสารพัด Q ไปขยายผลให้ครอบคลุม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มากไปกว่าการดำเนินงานข้างต้น ฝั่งที่เป็นผู้เล่นสำคัญอย่าง</span><span style="font-weight: 400;">สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</span><span style="font-weight: 400;"> (สพฐ.) มีเด็กและวัยรุ่นที่ดูแลอยู่ประมาณ 7 ล้านคน จากประชากรวัยรุ่นประมาณ 12 ล้านคน ซึ่งที่ผ่านมา งานของสพฐ. ขับเคลื่อนโดยมีการกระตุ้นจากฝั่งระบบสุขภาพ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ปัญ</span>หา คือ ครูจำนวนมากขาดทักษะในการคัดกรองเด็กที่มีปัญหาการดื่มสุรา ทำให้เหลือเพียงคุณครูที่รู้จักนักเรียนรายบุคคล คัดกรองแล้วส่งต่อเข้าสู่ระบบการดูแลรักษา จนทำให้เกิดระบบการส่งเสริมพัฒนา หรือช่วยเหลือ ป้องกันเด็กในโรงเรียนได้ยาก<span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในส่วนที่เป็นภาพรวมงานดูแลสุขภาพวัยรุ่น พบว่า  มีการรวมตัวของกรมอนามัย กรมสุขภาพจิต และกรมควบคุมโรคช่วงปี 2558 ถึง 2559 เพื่อทำงานส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคตามกลุ่มวัย  </span><span style="font-weight: 400;">โดยการพัฒนาการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน จะเป็นแนวทางที่มีลักษณะคล้ายๆ Quality Assurance (การประกันคุณภาพ) มี Quality Accreditation (การรับรองคุณภาพ) ออกมาเป็น Youth Friendly Health Services (YFHS) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากผลดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่า โรงพยาบาลชุมชนประมาณ 65% หรือ 2 ใน 3 มีมาตรฐานอยู่ระดับปานกลาง ส่วนที่เหลืออีก 34% อยู่ในมาตรฐานระดับดี สามารถจัดบริการที่เป็นมิตรกับวัยรุ่นได้ค่อนข้างดี แต่ก็มีอุปสรรคว่าลักษณะของบริการนี้ก็ยังเข้าไม่ถึงวัยรุ่นมากนัก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;สิ่งที่อยากชวนมอง คือ ขณะนี้เราทำกระจายๆ กลายเป็นเบี้ยหัวแตก จะเป็นไปได้ไหมถ้า 1 จังหวัด มี 1 อำเภอเป็นต้นแบบด้านสุขภาพวัยรุ่น แล้วใช้การพัฒนาเชิงพื้นที่อำเภออื่นๆ เรียนรู้จากพื้นที่ต้นแบบ ถ้าเราสามารถพัฒนาพื้นที่ต้นแบบด้านสุขภาพวัยรุ่นอย่างเป็นองค์รวมได้ แล้วให้พื้นที่ต้นแบบนั้นเป็นต้นแบบของพื้นที่ตัวเองและขยายไป  เป็นเช่นนี้จะมีโอกาสเห็นผลลัพธ์การป้องการพฤติกรรมดื่มสุราในวัยรุ่นได้อย่างครอบคลุม&#8221; พญ.ดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์ จบท้ายการแลกเปลี่ยน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการสัมมนาข้างต้นทำให้เห็นภาพของความพยายามในการแก้ปัญหาพฤติกรรมการดื่มในเด็กและเยาวชนจากหลายภาคส่วน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ยังคงพบขวากหนามอุปสรรคอยู่เป็นจำนวนมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คงต้องติดตามกันต่อไปว่าแนวทางการดูแลและป้องกันการดื่มสุราในเด็กและเยาวชนจะขับเคลื่อนเดินไปข้างหน้าและได้ข้อสรุปในทางปฏิบัติต่ออย่างไร ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเด็กๆ ช่วยให้พวกเขาลด ละ เลิก ความจะอยากลองดื่ม และใช้ชีวิตไม่ติดสุรายามเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
<p>&nbsp;</p>
</div>
</div>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/teenager-alcoholic-prevention/">‘สุรากับวัยรุ่น’ ถอดบทเรียนแนวทางการดูแล-ป้องกันพฤติกรรมการดื่มของเยาวชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2135</post-id>	</item>
		<item>
		<title>&#8216;เพราะการติดสุราเป็นอันตรายต่อสุขภาพและสังคม’ เปิด 10 นโยบายลดพฤติกรรมการใช้แอลกอฮอล์จากองค์การอนามัยโลก</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/who-alcohol-policy/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=who-alcohol-policy</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2020 15:25:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[คำแนะนำในการเลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายลดพฤติกรรมการใช้แอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การอนามัยโลก]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกเหล้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=2104</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘คนนั้นชัก’ เสียงเด็กผู้หญิงที่เพิ่งเดินผ่านหน้าห้องฉุกเฉินตะโกนเสียงดังด้วยความตกใจตามวัยของเธอ ขณะที่เสียงดังก้องจากเด็กคนนั้นทำให้คนจำนวนหนึ่งหันไปมองอย่างสนใจ  ‘แม่ เขาเป็นอะไร’ เด็กน้อยถาม  ‘เขาไม่สบาย’ แม่ตอบเสียงตื่นๆ เสียงทุ้มๆ จากบุรุษพยาบาลเข็นเตียงแทรกขึ้นมาว่า ‘เขาดื่มของบางอย่าง แล้วเลิกดื่มไม่ได้’ เด็กน้อยเงยหน้าอย่างฉงน ขณะที่แม่ของเธอยิ้มตอบรับให้บุรุษพยาบาลและจูงเธอเข้าอาคารเดินหายลับไป นี่เป็น 1 เหตุการณ์ ‘ขาดสุราจนเกิดอาการเจ็บป่วย’ ที่ใครหลายคนอาจจะเคยเห็นตามโรงพยาบาลต่างๆ หรืออย่างน้อยที่สุด น่าจะเคยเห็นจากละครหลังข่าวบนจอโทรทัศน์ ซีรีส์บางตอนในมือถือ หรือฉากหนึ่งที่โรงภาพยนตร์  ขณะที่ในความเป็นจริง สถิติบอกเราว่า ในแต่ละปี มีคนเสียชีวิตจากการติดสุราปีละ 3 ล้านคนทั่วโลก และเรายังต้องยอมรับว่าปัญหาที่เกิดจากการใช้แอลกอฮอล์จนเป็นอันตรายเช่นนี้เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบทั้งกับตัวผู้ดื่ม และขยายวงกว้างไปถึงสังคม เมื่อเป็นเช่นนี้ World Health Organization (WHO) หรือ องค์การอนามัยโลก จึงพยายามหาทางออกให้กับเรื่องนี้ โดยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการวางนโยบายเพื่อให้หลายๆ ประเทศทั่วทุกมุมโลกนำนโยบายที่ว่านี้ไปปรับใช้ในการลดพฤติกรรมการใช้แอลกอฮอล์ &#160; 10 นโยบายลดพฤติกรรมการใช้แอลกอฮอล์จากองค์การอนามัยโลก &#160; นโยบายที่ 1 ความเป็นผู้นำ ความตระหนัก และความมุ่งมั่น การลดพฤติกรรมการใช้แอลกอฮอล์อย่างยั่งยืนต้องอาศัยความเป็นผู้นำที่ตระหนักรู้ถึงแก่นแท้ของปัญหา โดยมีพันธะสัญญาอย่างเหมาะสมผ่านนโยบายระดับชาติที่ครอบคลุม ที่สำคัญไปกว่านั้น การลดพฤติกรรมการใช้แอลกอฮอล์ควรมาพร้อมกับแผนปฏิบัติการเฉพาะ และได้รับการสนับสนุนจากกลไกการประเมินที่มีประสิทธิผล  ตัวเลือกของนโยบายที่สามารถนำไปปฏิบัติประกอบด้วย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/who-alcohol-policy/">&#8216;เพราะการติดสุราเป็นอันตรายต่อสุขภาพและสังคม’ เปิด 10 นโยบายลดพฤติกรรมการใช้แอลกอฮอล์จากองค์การอนามัยโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">‘คนนั้นชัก’ เสียงเด็กผู้หญิงที่เพิ่งเดินผ่านหน้าห้องฉุกเฉินตะโกนเสียงดังด้วยความตกใจตามวัยของเธอ ขณะที่เสียงดังก้องจากเด็กคนนั้นทำให้คนจำนวนหนึ่งหันไปมองอย่างสนใจ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">‘แม่ เขาเป็นอะไร’ เด็กน้อยถาม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">‘เขาไม่สบาย’ แม่ตอบเสียงตื่นๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เสียงทุ้มๆ จากบุรุษพยาบาลเข็นเตียงแทรกขึ้นมาว่า ‘เขาดื่มของบางอย่าง แล้วเลิกดื่มไม่ได้’</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เด็กน้อยเงยหน้าอย่างฉงน ขณะที่แม่ของเธอยิ้มตอบรับให้บุรุษพยาบาลและจูงเธอเข้าอาคารเดินหายลับไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่เป็น 1 เหตุการณ์ ‘ขาดสุราจนเกิดอาการเจ็บป่วย’ ที่ใครหลายคนอาจจะเคยเห็นตามโรงพยาบาลต่างๆ หรืออย่างน้อยที่สุด น่าจะเคยเห็นจากละครหลังข่าวบนจอโทรทัศน์ ซีรีส์บางตอนในมือถือ หรือฉากหนึ่งที่โรงภาพยนตร์ </span></p>
<p>ขณะที่ในความเป็นจริง สถิติบอกเราว่า ในแต่ละปี <span style="font-weight: 400;">มีคนเสียชีวิตจากการติดสุราปีละ 3 ล้านคนทั่วโลก และเรายัง</span><span style="font-weight: 400;">ต้องยอมรับว่าปัญหาที่เกิดจากการใช้แอลกอฮอล์จนเป็นอันตรายเช่นนี้เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบทั้งกับตัวผู้ดื่ม และขยายวงกว้างไปถึงสังคม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเป็นเช่นนี้ World Health Organization (</span><span style="font-weight: 400;">WHO) หรือ องค์การอนามัยโลก จึงพยายามหาทางออกให้กับเรื่องนี้ โดยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการวางนโยบายเพื่อให้หลายๆ ประเทศทั่วทุกมุมโลกนำนโยบายที่ว่านี้ไปปรับใช้ในการลดพฤติกรรมการใช้แอลกอฮอล์</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>10 นโยบายลดพฤติกรรมการใช้แอลกอฮอล์จากองค์การอนามัยโลก</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>นโยบายที่ 1 ความเป็นผู้นำ ความตระหนัก และความมุ่งมั่น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การลดพฤติกรรมการใช้แอลกอฮอล์อย่างยั่งยืนต้องอาศัยความเป็นผู้นำที่ตระหนักรู้ถึงแก่นแท้ของปัญหา โดยมีพันธะสัญญาอย่างเหมาะสมผ่านนโยบายระดับชาติที่ครอบคลุม ที่</span><span style="font-weight: 400;">สำคัญไปกว่านั้น การลดพฤติกรรมการใช้แอลกอฮอล์ควรมาพร้อมกับแผนปฏิบัติการเฉพาะ และได้รับการสนับสนุนจากกลไกการประเมินที่มีประสิทธิผล </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลือกของนโยบายที่สามารถนำไปปฏิบัติประกอบด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(1) พัฒนาหรือเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลยุทธ์ เช่น สร้างแผนปฏิบัติการ/กิจกรรมต่างๆ เพื่อลดการใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตรายระดับชาติและระดับท้องถิ่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(2) จัดตั้งหรือแต่งตั้งหน่วยงานหลักตามความเหมาะสม เพื่อรับผิดชอบการติดตามแผนงานต่างๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(3) ประสานยุทธศาสตร์ที่ตั้งเป้าไว้เกี่ยวกับแอลกอฮอล์กับหน่วยงานภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(4) สร้างความมั่นใจในการเข้าถึงข้อมูล เพื่อสร้างจิตสำนึกสาธารณะเกี่ยวกับอันตรายที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(5) สร้างความตระหนักรู้ถึงอันตรายต่อกลุ่มเสี่ยงที่เกิดจากการดื่ม ขณะเดียวกัน ก็ควรหลีกเลี่ยงการตีตราและการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลที่ได้รับผลกระทบด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>นโยบายที่ 2 การตอบสนองบริการด้านสุขภาพ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การบริการด้านสุขภาพเป็นหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาอันตรายระดับบุคคลจากการใช้แอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น บทบาทที่สำคัญของการดำเนินงาน คือ การที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพต้องแจ้งผู้ป่วยถึงผลกระทบทางสุขภาพและสังคมที่จะเกิดขึ้นเมื่อใช้แอลกอฮอล์ มากไปกว่านั้น จะต้องตอบสนองการบริการอย่างมีคุณภาพโดยให้ไปถึงชุมชน เพื่อจะได้สร้างประสิทธิภาพในการ ลด ละ เลิก สุราอย่างถ้วนหน้า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้บริการด้านสุขภาพควรเอื้ออำนวยให้เข้าถึงกับคนทุกกลุ่ม โดย</span><span style="font-weight: 400;">ตัวเลือกของนโยบายที่สามารถนำไปปฏิบัติประกอบไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(1) เพิ่มขีดความสามารถสวัสดิการทางสังคมในการรักษาและดูแลผู้ป่วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(2) สนับสนุนการป้องกันสำหรับผู้มีความเสี่ยงจะใช้แอลกอฮอล์ตั้งแต่เนิ่นๆ โดยอาจจะเริ่มจากการคัดกรองในสถานพยาบาลปฐมภูมิ เช่น อนามัย  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(3) ปรับปรุงขีดความสามารถสำหรับการป้องกันครอบครัวที่อาศัยอยู่กับคนใช้แอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(4) พัฒนาประสิทธิภาพของกลยุทธ์แบบบูรณาการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(5) รักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงการบริการสุขภาพ และพัฒนาการเข้าถึงบริการสุขภาพของคนทุกกลุ่ม แม้จะมีสถานะทางเศรษฐกิจหรือวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(6) จัดตั้งระบบการลงทะเบียน ตรวจสอบทั้งความเจ็บป่วยและการเสียชีวิตเนื่องจากใช้แอลกอฮอล์ด้วยกลไกการติดตามอย่างสม่ำเสมอ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>นโยบายที่ 3 การปฏิบัติในชุมชน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากคนหนึ่งคนที่ติดสุราสามารถส่งต่อพฤติกรรมไปให้อีกหลายคนในชุมชน</span><span style="font-weight: 400;"> ตรงนี้เป็นเครื่องชี้ชัดว่า การใช้แอลกอฮอล์สร้างผลกระทบให้กับชุมชน </span><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น ชุมชนควรได้รับการสนับสนุนและเพิ่มขีดความสามารถจากรัฐบาลและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยนำเอาวิธีการความรู้มาแก้ปัญหา ซึ่งจะได้ผลลัพธ์เป็นกลุ่มก้อนมากกว่าตัวบุคคล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลือกของนโยบายที่สามารถนำไปปฏิบัติประกอบไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(1) อำนวยความสะดวกด้านข้อมูล เพื่อเพิ่มความรู้เกี่ยวกับอันตรายของแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(2) เสริมขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ในชุมชน และประสานงานดำเนินการร่วมกันเป็นเครือข่าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(3) ให้ข้อมูลการช่วยเหลือตามชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(4) ระดมคนในชุมชนเพื่อป้องกันการขายและการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเน้นไปในกลุ่มอายุต่ำกว่ากำหนด เพื่อช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ปราศจากแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(5) ดูแลชุมชนด้วยการสนับสนุนผู้ที่ได้ผลกระทบ ทั้งตัวคนใช้แอลกอฮอล์และครอบครัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(6) พัฒนาโครงการต่างๆ ที่จะช่วยให้คนลดการใช้แอลกอฮอล์ได้</span><span style="font-weight: 400;"> เช่น จัดแข่งขันกีฬาในเทศกาลเมือง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>นโยบายที่ 4 มาตรการรักษาความปลอดภัยเมาแล้วขับ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การขับหรือขี่รถส่วนบุคคลในสภาวะที่มีแอลกอฮอล์อยู่เต็มร่างกายมักทำลายระบบการตัดสินใจ และหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น ก็จะส่งผลกระทบด้านลบต่อตัวผู้ดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงคนอื่นที่ใช้รถใช้ถนนอยู่ด้วย เราจึงควรมีมาตรการยับยั้งการเมาแล้วขับอย่างจริงจัง </span><span style="font-weight: 400;">เพื่อลดโอกาสในการใช้แอลกอฮอล์ และสร้างสภาพแวดล้อมการขับขี่ที่ปลอดภัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลือกของนโยบายที่สามารถนำไปปฏิบัติประกอบไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(1) กำหนดค่าความเข้มข้นแอลกอฮอล์ในเลือดอย่างละเอียด และสำหรับผู้ขับขี่อายุน้อย หรือมือใหม่หัดขับ ควรจะถูกจำกัดค่าความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในเลือดให้ต่ำกว่ามาตรฐานที่ตั้งไว้ด้วย</span></p>
<p>(2) <span style="font-weight: 400;">สนับสนุนให้มีจุดตรวจตามท้องถนน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(3) ระงับใบอนุญาตขับรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุจากการใช้แอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(4) ให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้แอลกอฮอล์ในการขับขี่ว่า &#8220;ไม่ควรทำ&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(5) สนับสนุนให้มีขนส่งสาธารณะทางเลือกที่หลากหลาย </span><span style="font-weight: 400;">และสามารถใช้บริการได้จนกว่าจะถึงเวลาปิดของผับ บาร์ ร้านอาหาร ฯลฯ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(6) รณรงค์ดื่มไม่ขับ โดยเน้นย้ำเป็นพิเศษในสถานการณ์เฉพาะ เช่น ช่วงวันหยุดเทศกาล</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><em>*ในบริบทของประเทศไทย ผู้ที่สนใจสามารถอ่านบทสัมภาษณ์เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ: “เรามองอุบัติเหตุเป็นเหมือนภัยธรรมชาติ และอยู่กับมันอย่างมีความสุข” คุยกับ ‘หมอเมาไม่ขับ’ นพ.แท้จริง ศิริพานิช ได้ <strong><a href="https://alcoholrhythm.com/taejing-siripanich-interview/">ที่นี่</a></strong></em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>นโยบายที่ 5 ความพร้อมของการได้มาซึ่งการใช้แอลกอฮอล์</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การควบคุมการจำหน่ายแอลกอฮอล์ในเชิงพาณิชย์เป็นวิธีสำคัญที่จะช่วยลดพฤติกรรมการใช้แอลกอฮอล์ </span><span style="font-weight: 400;">อนึ่ง การได้แอลกอฮอล์มาอย่างง่ายดาย</span><span style="font-weight: 400;">สามารถเปลี่ยนแปลงบรรทัดฐานทางสังคมและวัฒนธรรมที่เคยเป็นอยู่ได้ กล่าวคือ จากที่ไม่เคยใช้แอลกอฮอล์ ก็กลับกลายเป็นไปส่งเสริมให้ใช้แอลกอฮอล์เพิ่มมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่ในประเทศกำลังพัฒนาและประเทศที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ตลาดนอกระบบเป็นแหล่งสำคัญของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดังนั้นจึงต้องได้รับการควบคุมอย่างเป็นทางการ โดยสนับสนุนให้แก้ไขปัญหากฎหมายที่เอื้อประโยชน์ดังกล่าว  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลือกของนโยบายที่สามารถนำไปปฏิบัติประกอบไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(1) บังคับใช้ระบบการควบคุมการผลิต การค้าส่ง และการให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเหมาะสม เช่น ควบคุมจำนวนที่ตั้งของร้านขายแอลกอฮอล์ การกำหนดวันและเวลาทำการของการขายปลีก เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(2) กำหนดอายุขั้นต่ำที่เหมาะสมสำหรับการซื้อหรือการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และนโยบายอื่นๆ เพื่อเพิ่มอุปสรรคต่อการขายและการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัยรุ่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(3) ป้องกันการขายสุราให้กับคนติดสุรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(4) กำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการดื่มในที่สาธารณะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(5) ใช้นโยบายลดและขจัดความพร้อมซึ่งได้มาอย่างง่ายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงการจำหน่ายแจกจ่าย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>นโยบายที่ 6 การตลาดของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มักทำการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมใช้เทคนิคโฆษณาและส่งเสริมการขายที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น การเชื่อมโยงแบรนด์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ากับกิจกรรมกีฬาและวัฒนธรรมที่เป็นมิตรต่อผู้คน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การตลาดจึงถือเป็นข้อพิจารณาที่สำคัญในการเลือกว่าจะใช้แอลกอฮอล์หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต่อคนหนุ่มสาวที่ดำเนินการตัดสินใจตามเทรนด์ที่อาจจะเกิดจากโฆษณา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ การเปิดรับการสื่อสารทางการตลาดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์เป็นสิ่งที่น่ากังวลพอๆ กับการตั้งตลาดแอลกอฮอล์ใหม่ในประเทศกำลังพัฒนาที่มีความชุกในการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่ำหรือมีอัตราการเลิกบุหรี่สูง ดังนั้น รัฐจึงต้องเร่งวางกฎหมายหรือข้อบังคับต่างๆ เพื่อกำกับดูแลโฆษณาทั้งหลายเหล่านี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลือกของนโยบายที่สามารถนำไปปฏิบัติประกอบไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(1) กำกับดูแลการทำการตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น ควบคุมกิจกรรมสปอนเซอร์ที่ส่งเสริมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จำกัดหรือแบนการโปรโมทที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่อาจจะนำไปสู่การใช้แอลกอฮอล์ เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(2) พัฒนาหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานอิสระ เพื่อเฝ้าระวังการทำการตลาดผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์ให้ได้ประสิทธิผลที่ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(3) วางระบบการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสำหรับการละเมิดข้อจำกัดการทำการตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>นโยบายที่ 7 ราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การกำหนดราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถช่วยลดการพฤติกรรมการใช้แอลกอฮอล์ได้อย่างเห็นผล </span><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ การจัดเก็บภาษีที่มีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยสำคัญในความสำเร็จของนโยบายที่เกี่ยวข้องกับราคาในการลดการใช้แอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อนึ่ง ปัจจัยต่างๆ มีความแตกต่างกัน เช่น ความชอบ ทางเลือกของผู้บริโภค การเปลี่ยนแปลงรายได้ แหล่งที่มาของแอลกอฮอล์ทางเลือกในประเทศหรือจากประเทศเพื่อนบ้าน อาจส่งผลต่อประสิทธิผลของการเลือกใช้ตัวเลือกนโยบายนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่การมีอยู่ของตลาดแอลกอฮอล์ที่ผิดกฎหมายจำนวนมาก ทำให้การพิจารณานโยบายเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีในหลายประเทศมีความซับซ้อน ในสถานการณ์เช่นนี้ การเปลี่ยนแปลงภาษีจะต้องมาพร้อมกับความพยายามในการนำตลาดที่ผิดกฎหมายหรือนอกระบบมาอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ การเก็บภาษีที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้เกิดการต่อต้านจากกลุ่มผู้บริโภคและผู้ประกอบ แต่จะได้รับการสนับสนุนจากข้อมูลสาธารณสุข</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลือกของนโยบายที่สามารถนำไปปฏิบัติประกอบไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(1) สร้างระบบสำหรับการเก็บภาษีเฉพาะสำหรับแอลกอฮอล์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(2) ตรวจสอบราคาอย่างสม่ำเสมอโดยให้สัมพันธ์กับระดับเงินเฟ้อและรายได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(3) ห้ามหรือจำกัดการใช้โปรโมชั่นราคาทั้งทางตรงและทางอ้อม การลดราคา การขายต่ำกว่าราคาทุน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(4) กำหนดราคาขั้นต่ำสำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(5) ให้ราคาจูงใจสำหรับเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(6) ลดหรือหยุดการให้เงินอุดหนุนแก่ผู้ประกอบการทางผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>นโยบายที่ 8 ลดผลกระทบด้านลบจากการใช้แอลกอฮอล์</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นโยบายนี้มุ่งเน้นโดยตรงไปที่การลดอันตรายจากการมึนเมา และการดื่มโดยไม่จำเป็นที่ส่งผลต่อการบริโภคแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลือกของนโยบายที่สามารถนำไปปฏิบัติประกอบไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(1) ควบคุมบริบทการดื่มเพื่อลดความรุนแรงและพฤติกรรมก่อกวน รวมถึงการเสิร์ฟแอลกอฮอล์ในภาชนะพลาสติกหรือแก้วกันแตก และการจัดการปัญหาเกี่ยวกับแอลกอฮอล์ในงานสาธารณะขนาดใหญ่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(2) บังคับใช้กฎหมายต่อต้านการให้บริการเพื่อความมึนเมา และความรับผิดตามกฎหมายสำหรับผลกระทบของอันตรายที่เกิดจากการมึนเมา ซึ่งเกิดจากการให้บริการของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(3) กำหนดนโยบายการจัดการที่เกี่ยวข้องกับการเสิร์ฟเครื่องดื่มอย่างมีความรับผิดชอบ และฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการป้องกันและจัดการผู้ดื่มที่มึนเมาและก้าวร้าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(4) ลดฤทธิ์หรือความแรงของแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มประเภทต่างๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(5) ให้การดูแลหรือที่พักพิงที่จำเป็นสำหรับผู้ที่มึนเมาอย่างรุนแรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(6) ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้บริโภค และติดฉลากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อบ่งชี้อันตรายที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>นโยบายที่ 9 แอลกอฮอล์ผิดกฎหมายหรือแอลกอฮอล์ที่ผลิตนอกระบบ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผิดกฎหมายหรือแอลกอฮอล์ผลิตนอกระบบ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพมากขึ้นกว่าปกติ เนื่องจากอาจมีปริมาณเอทานอลที่สูงขึ้นเกินกำหนดหรืออาจพบสารพิษปนเปื้อน นอกจากนี้ การผลิตดังกล่าวยังขัดขวางความสามารถของรัฐบาลในการจัดเก็บภาษีอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม รัฐควรสร้างกรอบกฎหมายที่เหมาะสมบังคับใช้อย่างจริงจัง เพราะเราต้องไม่ลืมว่า </span><span style="font-weight: 400;">การผลิตและจำหน่ายแอลกอฮอล์นอกระบบถูกฝังอยู่ในวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน ดังนั้น มาตรการควบคุมอาจแตกต่างกันไประหว่างแอลกอฮอล์ที่ที่ผลิตนอกระบบกับแอลกอฮอล์ที่ถูกผลิตอย่างผิดกฎหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลือกของนโยบายที่สามารถนำไปปฏิบัติประกอบไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(1) ควบคุมคุณภาพที่ดีของการผลิตและการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(2) ควบคุมการขายแอลกอฮอล์ที่ผลิตนอกระบบและนำเข้าสู่ระบบการจัดเก็บภาษี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(3) พัฒนาระบบติดตามแอลกอฮอล์ที่ถูกผลิตแบบผิดกฎหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(4) แลกเปลี่ยนข้อมูลการต่อต้านแอลกอฮอล์ที่ผิดกฎหมายระหว่างหน่วยงานในระดับชาติและระดับนานาชาติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(5) ออกคำเตือนสาธารณะเกี่ยวกับสารปนเปื้อนจากแอลกอฮอล์นอกระบบหรือแอลกอฮอล์ที่ถูกผลิตอย่างผิดกฎหมาย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>นโยบายที่ 10 การติดตามและเฝ้าระวัง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8216;ข้อมูลจากการติดตามและเฝ้าระวัง&#8217; เรียกได้ว่าเป็นพื้นฐานสำคัญของนโยบาย 9 ข้อที่เสนอไปข้างต้น ทำให้</span><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาระบบข้อมูลระดับชาติที่ยั่งยืน โดยใช้ตัวชี้วัดจากคำจำกัดความและขั้นตอนการรวบรวมข้อมูลที่ได้จาก WHO จึงเป็นแก่นสำคัญในการประเมินผลการลดการใช้แอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ การรวบรวม การจัดเรียง และการวิเคราะห์ข้อมูลต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้สามารถเสนอทางแก้ไขได้อย่างทันท่วงทีต่อผู้กำหนดนโยบายและผู้ที่เกี่ยวข้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลือกของนโยบายที่สามารถนำไปปฏิบัติประกอบไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(1) กำหนดกรอบที่มีประสิทธิผลสำหรับการติดตามและเฝ้าระวัง รวมถึงทำการสำรวจระดับชาติเป็นระยะเกี่ยวกับการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(2) จัดตั้งองค์กรที่รับผิดชอบในการรวบรวม จัดเรียง วิเคราะห์ และเผยแพร่ข้อมูลที่มีอยู่ รวมถึงการเผยแพร่รายงานระดับนานาชาติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(3) ติดตามข้อมูลตัวบ่งชี้ทั่วไปของการใช้แอลกอฮอล์ และการตอบสนองนโยบายเพื่อป้องกันและลดการใช้ดังกล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(4) สร้างที่เก็บข้อมูลระดับชาติตามตัวชี้วัดที่ตกลงกันในระดับสากล และทำข้อมูลรายงานในรูปแบบที่ตกลงกับ WHO </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(5) พัฒนากลไกการประเมินจากข้อมูลที่เก็บรวบรวมไว้ เพื่อประเมินผลกระทบของมาตรการนโยบายที่จัดทำขึ้นสำหรับการลดพฤติกรรมการใช้แอลกอฮอล์</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>‘ต้องแก้อย่างเป็นระบบ’ เมื่อการลดพฤติกรรมการใช้แอลกอฮอล์ไม่ใช่แค่ปัญหาของตัวบุคคล </b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">จาก 10 นโยบายในข้างต้นของ WHO ไม่ว่าจะเป็นการวางฐานกฏหมายหรือข้อกำหนดต่างๆ ของภาครัฐในระดั</span><span style="font-weight: 400;">บโครงสร้าง การสร้างแนวทางการปฏิบัติบริการสาธารณสุขเพื่อสุขภาพของประชาชน หรือแม้แต่การจัดการสร้างระเบียบควบคุมโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ ฯลฯ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า </span><span style="font-weight: 400;">การลดพฤติกรรมการใช้แอลกอฮอล์เป็นปัญหา ไม่เพียงแต่ตัวบุคคล แต่แทรกซึมเข้าไปในสังคมทั้งระบบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่านโยบายข้างต้นเป็นเพียงกลยุทธ์โดยทั่วไปที่ต้องนำมาปรับใช้ให้เข้ากับแต่ละประเทศ และที่สำคัญคือ ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายๆ ภาคส่วน ต่อยอดหาทางปฏิบัติอย่างเหมาะสม เพื่อจะได้เจอทางออกของปัญหาในท้ายที่สุด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
<p>&nbsp;</p>
</div>
</div>
<p><b>ที่มา: </b><a href="https://www.who.int/news-room/feature-stories/detail/10-areas-for-national-action-on-alcohol?fbclid=IwAR3HpBa3D8NNrspZyFcGCUdpo4s2WNo9VWzkJ-Lgn7IWJPfD5BU3S8-Ig8Y"><span style="font-weight: 400;">10 areas governments could work with to reduce the harmful use of alcohol</span></a></p>
<p><strong>เรื่องและภาพ:</strong> ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/who-alcohol-policy/">&#8216;เพราะการติดสุราเป็นอันตรายต่อสุขภาพและสังคม’ เปิด 10 นโยบายลดพฤติกรรมการใช้แอลกอฮอล์จากองค์การอนามัยโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2104</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
