<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>สุวรรณา อรุณพงค์ไพศาล Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B2-%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/สุวรรณา-อรุณพงค์ไพศาล/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:16:19 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>สุวรรณา อรุณพงค์ไพศาล Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/สุวรรณา-อรุณพงค์ไพศาล/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>จาก ‘เมา’ สู่ภาวะ ‘ขาด’ สุรา: รู้จักและรับมือกับปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/drunk-and-alcohol-withdrawal/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=drunk-and-alcohol-withdrawal</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Aug 2019 08:14:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ดูแลคนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[การขาดแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[พ.อ.(พิเศษ)นพ.พิชัย แสงชาญชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะขาดสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะเมาสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[สาวิตรี อัษณางค์กรชัย]]></category>
		<category><![CDATA[สุวรรณา อรุณพงค์ไพศาล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1109</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ชนหน่อย หมดแก้ว” หมายถึงการชวนยกแก้วให้หมดภายในหนึ่งรอบ ซึ่งเป็นประโยคที่เรามักจะได้ยินอยู่เสมอยามสังสรรค์ในวงเหล้า ยิ่งเมื่อเดินผ่านย่านสถานบันเทิง บ้าน หรือหอพักในยามราตรีที่มีการตั้งวงสังสรรค์ โดยเฉพาะในทุกคืนค่ำวันหยุดหรือวันสุข (ศุกร์) สุดสัปดาห์ เสียงครึกครื้นในวงเหล้านี้ก็ยิ่งทวีความดังมากขึ้น แสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นของ ‘ปาร์ตี้’ แน่นอนว่าการที่ร่างกายรับสารแอลกอฮอล์เข้าไปอย่างรวดเร็วและมากเกินไป จะทำให้เกิดผลกระทบทั้งกับร่างกายและจิตใจของผู้ดื่ม รวมถึงผลกระทบต่อคนรอบข้าง เช่น อาการเมาสุรา ซึ่งเป็นอาการที่เราเห็นได้ชัดที่สุด และอาจจะก่อให้เกิดผลที่ไม่พึงปรารถนาตามมาด้วย อีกทั้ง เมื่อผู้ดื่มตัดสินใจที่จะบอกลาโต๊ะสังสรรค์ด้วยการตัดสินใจเลิกเหล้า หรืออยากจะงดเหล้าในช่วงเทศกาลสำคัญ ก็อาจต้องประสบกับภาวะขาดแอลกอฮอล์ ลองคิดดูสิว่า ปกติคุณดื่มแอลกอฮอล์ทุกวันหรือเกือบทุกวัน แล้วถ้าวันหนึ่ง สารที่คุณได้รับประจำหายไปแล้ว ร่างกายย่อมต้องได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า จึงขอพาไปรู้จักกับ ‘ภาวะเมาสุรา’ และ ‘ภาวะขาดสุรา’ อันเป็นผลกระทบจากการดื่มแอลกอฮอล์และจากการขาดแอลกอฮอล์ เพื่อที่จะได้รับมือกับภาวะดังกล่าวอย่างถูกวิธี วันหยุดนี้ถ้ามีฉลองก็อย่าลืมสังเกตอาการหรือคนตัวรอบตัว ไม่เช่นนั้น วันสุขหรรษาอาจจะพังไม่เป็นท่าได้   เมาเป็นแบบไหน อย่างไรเรียกว่าเมา? &#160; จากการสำรวจระบาดวิทยาสุขภาพจิตระดับชาติ ปี พ.ศ. 2551 ของกรมสุขภาพจิต พบว่าคนไทยจำนวนประมาณ 3.2 ล้านคน เป็นโรคติดสุรา เสียงโหวกเหวกโวยวาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/drunk-and-alcohol-withdrawal/">จาก ‘เมา’ สู่ภาวะ ‘ขาด’ สุรา: รู้จักและรับมือกับปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ชนหน่อย หมดแก้ว” หมายถึงการชวนยกแก้วให้หมดภายในหนึ่งรอบ ซึ่งเป็นประโยคที่เรามักจะได้ยินอยู่เสมอยามสังสรรค์ในวงเหล้า ยิ่งเมื่อเดินผ่านย่านสถานบันเทิง บ้าน หรือหอพักในยามราตรีที่มีการตั้งวงสังสรรค์ โดยเฉพาะในทุกคืนค่ำวันหยุดหรือวันสุข (ศุกร์) สุดสัปดาห์ เสียงครึกครื้นในวงเหล้านี้ก็ยิ่งทวีความดังมากขึ้น แสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นของ ‘ปาร์ตี้’</p>
<p>แน่นอนว่าการที่ร่างกายรับสารแอลกอฮอล์เข้าไปอย่างรวดเร็วและมากเกินไป จะทำให้เกิดผลกระทบทั้งกับร่างกายและจิตใจของผู้ดื่ม รวมถึงผลกระทบต่อคนรอบข้าง เช่น อาการเมาสุรา ซึ่งเป็นอาการที่เราเห็นได้ชัดที่สุด และอาจจะก่อให้เกิดผลที่ไม่พึงปรารถนาตามมาด้วย อีกทั้ง เมื่อผู้ดื่มตัดสินใจที่จะบอกลาโต๊ะสังสรรค์ด้วยการตัดสินใจเลิกเหล้า หรืออยากจะงดเหล้าในช่วงเทศกาลสำคัญ ก็อาจต้องประสบกับภาวะขาดแอลกอฮอล์ ลองคิดดูสิว่า ปกติคุณดื่มแอลกอฮอล์ทุกวันหรือเกือบทุกวัน แล้วถ้าวันหนึ่ง สารที่คุณได้รับประจำหายไปแล้ว ร่างกายย่อมต้องได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน</p>
<p><strong>Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</strong> จึงขอพาไปรู้จักกับ ‘ภาวะเมาสุรา’ และ ‘ภาวะขาดสุรา’ อันเป็นผลกระทบจากการดื่มแอลกอฮอล์และจากการขาดแอลกอฮอล์ เพื่อที่จะได้รับมือกับภาวะดังกล่าวอย่างถูกวิธี วันหยุดนี้ถ้ามีฉลองก็อย่าลืมสังเกตอาการหรือคนตัวรอบตัว ไม่เช่นนั้น วันสุขหรรษาอาจจะพังไม่เป็นท่าได้</p>
<p><strong> </strong></p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>เมาเป็นแบบไหน อย่างไรเรียกว่าเมา</strong><strong>?</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>จากการสำรวจระบาดวิทยาสุขภาพจิตระดับชาติ ปี พ.ศ. 2551 ของกรมสุขภาพจิต พบว่าคนไทยจำนวนประมาณ 3.2 ล้านคน เป็นโรคติดสุรา</p>
<p>เสียงโหวกเหวกโวยวาย และการเดินโซซัดโซเซเป็นอาการที่เรามักจะเห็นกันบ่อยๆ ในช่วงเวลาหลังสถานบันเทิงปิดทำการ หรือตามงานเทศกาลที่มีการเฉลิมฉลองต่างๆ  ซึ่งลักษณะอากัปกริยานี้ หากมองเห็นเผินๆ เราก็อาจจะตีความได้ทันทีว่า บุคคลดังกล่าว ‘เมาสุรา’ เข้าให้แล้ว</p>
<p>โดยปกติ ร่างกายของเราสามารถเผาผลาญแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ได้ 10 กรัมต่อชั่วโมง ซึ่งหากเทียบให้เข้าใจง่ายๆ โดยประมาณ จะเท่ากับเบียร์ 1 กระป๋อง  สุรา 40 ดีกรี 25 ซีซี หรือไวน์ 1 แก้ว แน่นอนว่า หากดื่มในปริมาณมากๆ หรือรีบๆ ดื่มให้หมดแก้ว ซึ่งต้องดื่มด้วยความรวดเร็วนั้น ก็จะส่งผลให้เกิดอาการเมาขึ้นได้</p>
<p>ดังนั้น ‘ภาวะเมาสุรา’ จึงเกิดจากการดื่มสุราเข้าไปด้วยอัตราที่เร็วกว่าการทำลายเผาผลาญแอลกอฮอล์ของร่างกาย จนมีระดับแอลกอฮอล์ในกระแสโลหิตสูง ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อร่างกาย จิตใจ และเกิดพฤติกรรมที่ผิดปกติ รวมถึงความสามารถในการทำหน้าที่ต่าง ๆ ก็จะบกพร่องไปตามระดับความเมาด้วย ถ้าจะให้สรุปง่ายๆ คือ อาการเมาจะรุนแรงแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในเลือดนั่นเอง</p>
<p>อาการเมาที่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนคือ พูดไม่ชัด มีการเคลื่อนไหวที่ไม่ประสานกัน เดินโซเซ นัยน์ตากระตุก สมาธิหรือความทรงจำบกพร่อง และมีอาการซึมมากจนอาจถึงขั้นหมดสติ นอกจากนี้ ยังมีการแสดงอากัปกริยาด้านพฤติกรรมที่แสดงถึงภาวะความแปรปรวนภายใน (อารมณ์และจิต) อย่างเห็นได้ชัด เช่น การแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว หรือการร้องไห้ เป็นต้น</p>
<p>การเรียนรู้วิธีการช่วยเหลือเบื้องต้นจึงเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นอย่างมาก ถ้าหากคนใกล้ชิดของเรามีอาการเมาสุรา ญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูงสามารถดูแลผู้ที่มีภาวะเมาสุราแบบไม่รุนแรงได้ที่บ้าน โดยนำผู้ที่มีอาการเมาสุราออกจากสถานที่ที่มีการดื่ม และให้หยุดการดื่มในทันที พร้อมทั้งจัดสถานที่นอนหลับให้สะดวกสบายและปลอดภัย มีการเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด หากมีอะไรผิดปกติให้พาไปรักษายังโรงพยาบาลทันที</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><strong>จากอาการ </strong><strong>‘เมา’ สู่การ ‘ขาด’ สุรา</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อเริ่มดื่มได้ ก็ต้องเลิกดื่มได้ เรามักจะเห็นว่า มีผู้ดื่มสุราหลายๆ คนตัดสินใจจะวางแก้ว และออกจากวงการการดื่มสุราแบบถาวร โดยเฉพาะตามช่วงเทศกาลต่างๆ เช่น เทศกาลเข้าพรรษา ที่คนมักยึดเป็นหมุดหมายในการเลิกดื่ม แต่การงดเหล้าและหยุดดื่มถือเป็นอะไรที่ยากยิ่ง โดยเฉพาะกับผู้ดื่มที่ดื่มสุราเสมือนหนึ่งเป็นกิจวัตรประจำวัน หลายคนอาจเกิดอาการอยากและมีภาวะบางอย่างเกิดขึ้นกับร่างกาย จนต้องกลับมาคว้าแก้วดื่มอีกครั้ง</p>
<p>หากพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ผู้ป่วยเหล่านี้กำลังมีภาวะ ‘ขาด’ สุรา ซึ่งหมายถึง ผู้ที่มีสภาวะการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาหรือสภาวะทางจิตใจ ที่เกิดขึ้นหลังจากผู้ติดสุราหยุดดื่มสุราหรือลดปริมาณการดื่มลง</p>
<p>ข้อมูลจากสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สถาบันธัญญารักษ์เดิม) และกรมสุขภาพจิต รายงานสถิติผู้ป่วยที่มีปัญหาจากการดื่มสุรา ที่เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลทุกระดับในเกือบทุกภูมิภาคว่า มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากหนึ่งแสนคนเป็นสองแสนกว่าคนภายในระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2553-2555) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ป่วยที่มีภาวะขาดสุราระดับรุนแรงและซับซ้อน ซึ่งเป็นปัญหาที่บุคลากรทางการแพทย์เกือบทุกคนต้องเผชิญ</p>
<p>สาวิตรี อัษณางค์กรชัย ผู้ประพันธ์หนังสือ ‘ปัญหาและความผิดปกติจากการดื่มสุรา: ความสำคัญและการดูแลรักษาในประเทศไทย’ ให้ข้อสังเกตว่า ช่วงเวลาที่ผู้ป่วยที่มีภาวะขาดสุราถูกส่งตัวเข้ามารับการรักษา เป็นช่วงเวลาก่อนจะเริ่มเทศกาลเข้าพรรษา เนื่องจากผู้ติดสุราจำนวนหนึ่งได้ปฏิบัติตามกิจกรรมรณรงค์ ‘งดเหล้าเข้าพรรษา’ ซึ่งกลุ่มนักดื่มกลับใจเหล่านั้นจะหยุดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับน้ำเมาทันทีเมื่อเริ่มเข้าพรรษา จนเกิดอาการขาดสุราตามมา ดังนั้น ผลกระทบที่เกิดจากความรุนแรงของอาการขาดสุราอันกลายเป็นปัญหาและอุปสรรคของบรรดาอดีตนักดื่มคอทองแดง จึงเป็นเรื่องที่ผู้ป่วยและคนใกล้ชิดจะต้องรับรู้เพื่อเตรียมรับมือ</p>
<p>หนังสือแนวปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยภาวะขาดสุรา โดยสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี ได้มีการพูดถึงระดับความรุนแรงของการอาการขาดสุราไว้ 3 ระดับ ดังนี้</p>
<p><strong>ระดับแรก</strong> จะเป็นอาการขาดสุราเล็กน้อย สังเกตง่าย ๆ เมื่อผู้ป่วยมีอาการ มือสั่น หงุดหงิด วิตกกังกล (ในระดับเล็กน้อย) ปวดมึนศีรษะ เหงื่อออก เบื่ออาหาร มีความดันโลหิตสูง คลื่นไส้ อาเจียนและนอนไม่หลับ ซึ่งอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้น หลัง 6 ชั่วโมง จนถึง 36 ชั่วโมงหลังมีการดื่มครั้งสุดท้าย</p>
<p><strong>ระดับที่สอง</strong> จะเป็นอาการขาดสุราปานกลาง ซึ่งอาการของผู้ป่วยจะมีอาการชีพจรเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง กระวนกระวายกระสับกระส่ายมากขึ้น (กว่าระดับแรก) เบื่ออาหาร คลื่นไส้ และอาเจียน อาการจะเกิดในช่วง 24 ชั่วโมง ถึง 72 ชั่วโมง หลังการดื่มครั้งสุดท้าย</p>
<p><strong>ระดับสุดท้าย</strong> เป็นอาการขาดสุราขั้นรุนแรง ซึ่งจะมีอาการเกิดขึ้นในช่วง 48 ชั่วโมง ถึง 96 ชั่วโมงหลังการดื่มสุราครั้งสุดท้าย โดยผู้ป่วยจะมีภาวะสับสน วัน เวลา และ สถานที่ (Delirium Tremens) รวมถึงจะมีอาการกระสับกระส่ายอยู่นิ่งไม่ได้ร่วมอยู่ด้วย ทั้งนี้สมาธิของผู้ป่วยจะลดลง ชีพจรเต้นเร็วขึ้น มีไข้ และอาจเกิดภาพหลอน หูแว่ว ตลอดจนมีอาการหวาดระแวงรวมอยู่ด้วย</p>
<p>เพื่อช่วยรักษาอาการดังกล่าว ในทางสุขภาพและการแพทย์จึงมีหลักการบำบัดรักษาผู้ป่วยภาวะขาดสุรา อันเป็นกระบวนการที่จะช่วยให้ผู้ที่ติดสุราสามารถหยุดดื่มสุราได้ โดยให้มีอาการขาดสุราน้อยที่สุด เพราะผู้ที่เสพติดสุรามักมีอาการผิดปกติเมื่อหยุดดื่ม บางรายอาจรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตได้ ซึ่งหลักการรักษาภาวะขาดสุราประกอบด้วย</p>
<p><strong>การให้ยาระงับประสาทกับผู้ป่วย</strong> โดยการรูปแบบการให้ขนาดยาควรพิจารณาตามระดับความรุนแรงของผู้ป่วยแต่ละคน</p>
<p><strong>การบรรเทาอาการทางกาย</strong> ซึ่งเป็นเรื่องที่ที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะขาดสุรา มีความสำคัญเท่า ๆ กับการให้ยาระงับประสาท ผู้ป่วยควรได้รับการรักษาตามอาการที่เกิดขึ้น</p>
<p><strong>การเสริมวิตามินและเกลือแร่</strong> เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่กำลังอยู่ในช่วงถอนพิษสุรา</p>
<p>สุดท้ายคือ <strong>การจัดการสิ่งแวดล้อม</strong> ซึ่งควรจัดให้เงียบสงบ มีแสงสว่างเพียงพอ และมีอากาศเย็นสบาย ไม่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกตกใจหรือหวาดกลัว เนื่องจากสิ่งแวดล้อมที่มีเสียงดังรบกวน ไม่สะดวกสบาย หรือมีสิ่งเร้ามากเกินไป จะทำให้อาการขาดสุราทวีความรุนแรงมากขึ้น และควรมีเจ้าหน้าที่ที่มีทักษะการใช้เทคนิคการจัดการทางพฤติกรรมเพื่อบรรเทา และรักษาอาการตื่นกลัวของผู้ป่วย นอกจากนี้ ยังควรแยกผู้ป่วยเพื่อจำกัดการพบปะของผู้ป่วยหรือบุคคลอื่น ๆ หรือให้น้อยที่สุดถ้าผู้ป่วยมีอาการสับสน ไม่รับรู้เกี่ยวกับบุคคล เวลา และสถานที่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จะเห็นว่าภาวะเมาและขาดสุราเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ และถ้ารุนแรง ก็อาจจะทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ดื่มสุรา หรือคนใกล้ตัวของผู้ดื่มสุรา ควรจะมีความรู้ ความเข้าใจ ในภาวะเมาและขาดสุรา รวมถึงคอยสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อที่ปาร์ตี้ชิกๆ ในวันฉลองของคุณจะได้ไม่กลายเป็นปาร์ตี้พังล่มไม่เป็นท่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา:</p>
<p><strong>ปัญหาและความผิดปกติจากการดื่มสุรา </strong><strong>: ความสำคัญและการดูแลรักษาในประเทศไทย</strong> โดย สาวิตรี อัษณางค์กรชัย, สุวรรณา อรุณพงค์ไพศาล</p>
<p><strong>แนวปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยภาวะขาดสุรา</strong> โดย สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี  กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข</p>
<p><strong>พิชัย แสงชัยชาญ</strong> (ม.ป.ป.) สายด่วน 1413 ศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/drunk-and-alcohol-withdrawal/">จาก ‘เมา’ สู่ภาวะ ‘ขาด’ สุรา: รู้จักและรับมือกับปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1109</post-id>	</item>
		<item>
		<title>‘ภาวะโรคร่วม’ อันตรายที่พ่วงมาจากการดื่มสุราที่ใครหลายคนมองข้าม</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/alcoholics-joint-disease/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=alcoholics-joint-disease</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Aug 2019 05:11:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[การรักษาโรคร่วมจากการดื่มสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[ความผิดปกติจากการดื่มสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโรคร่วม]]></category>
		<category><![CDATA[สาวิตรี อัษณางค์กรชัย]]></category>
		<category><![CDATA[สุวรรณา อรุณพงค์ไพศาล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1090</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนึ่งในปัญหาที่มาพร้อมกับอาการติดสุราเรื้อรังคือ ภาวะโรคร่วม ซึ่งประเภทที่พบได้บ่อยคือ ภาวะโรคร่วมระหว่างความผิดปกติจากการดื่มสุราและโรคทางจิตเวชอื่น ซึ่งผู้ป่วยที่มีภาวะโรคร่วม ย่อมมีอาการรุนแรงมากกว่าผู้ป่วยที่ไม่มีภาวะโรคร่วม และต้องการการดูแลที่มากขึ้น แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น เรากลับพบว่า ผู้ป่วยประเภทนี้ไม่ค่อยเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ หรือถ้าเข้าสู่บริการสุขภาพแล้ว ก็มีอัตราการไม่มารับการรักษาตามนัดสูง ส่งผลให้การรักษาไม่ดี และอาจจะนำไปสู่ความเสี่ยงอื่นๆ ต่อไป เช่น เสี่ยงต่อการมีพฤติกรรมรุนแรง มีปัญหาครอบครัว หรือมีปัญหาทางกฎหมาย เมื่อเป็นเช่นนี้ เท่ากับว่า ภาวะโรคร่วมเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ทั้งตัวผู้ดื่มและคนใกล้ชิดพึงใส่ใจและสังเกต เพราะเมื่อใดก็ตามที่ผู้ติดสุรามีภาวะโรคร่วมแล้ว ก็ย่อมมีโอกาสสูงที่จะเกิดความเสี่ยงกับสังคมส่วนรวมและสุขภาพของผู้ดื่มเอง เพื่อเป็นการรู้จักภาวะโรคร่วมทางจิตเวชให้มากขึ้น Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า จึงขอนำเสนอบทความย่อยง่าย ว่าด้วยเรื่องภาวะโรคร่วมทางจิตเวชที่เกิดร่วมกับอาการติดสุรา อ่านจบแล้วอย่าลืมสังเกตคนรอบตัวคุณ เพื่อที่ว่าถ้าเขามีอาการผิดปกติอะไร จะได้ทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที &#160; ภาวะโรคร่วมคืออะไร? &#160; &#160; ภาวะโรคร่วม คือ โรคที่เกิดจากการที่ผู้ป่วยมีความผิดปกติจากการดื่มสุราร่วมกับโรคอื่น ๆ ทางจิตเวช (โรคหรืออาการที่ผิดปกติทางจิต) ที่มีการเกิดร่วมกัน ซึ่งส่งผลให้การดูแลรักษามีความยากเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากผู้ที่มีภาวะโรคร่วม จะมีอาการรุนแรงมากกว่าผู้ที่ไม่มีภาวะนี้ โรคจิตเวชที่มักพบร่วมกับความผิดปกติจากการดื่มสุรา เช่น โรคซึมเศร้า โรคอารมณ์แปรปรวน โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (PTSD) หรือบุคลิกภาพผิดปกติแบบต่อต้านสังคม เป็นต้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcoholics-joint-disease/">‘ภาวะโรคร่วม’ อันตรายที่พ่วงมาจากการดื่มสุราที่ใครหลายคนมองข้าม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หนึ่งในปัญหาที่มาพร้อมกับอาการติดสุราเรื้อรังคือ ภาวะโรคร่วม ซึ่งประเภทที่พบได้บ่อยคือ ภาวะโรคร่วมระหว่างความผิดปกติจากการดื่มสุราและโรคทางจิตเวชอื่น ซึ่งผู้ป่วยที่มีภาวะโรคร่วม ย่อมมีอาการรุนแรงมากกว่าผู้ป่วยที่ไม่มีภาวะโรคร่วม และต้องการการดูแลที่มากขึ้น</p>
<p>แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น เรากลับพบว่า ผู้ป่วยประเภทนี้ไม่ค่อยเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ หรือถ้าเข้าสู่บริการสุขภาพแล้ว ก็มีอัตราการไม่มารับการรักษาตามนัดสูง ส่งผลให้การรักษาไม่ดี และอาจจะนำไปสู่ความเสี่ยงอื่นๆ ต่อไป เช่น เสี่ยงต่อการมีพฤติกรรมรุนแรง มีปัญหาครอบครัว หรือมีปัญหาทางกฎหมาย</p>
<p>เมื่อเป็นเช่นนี้ เท่ากับว่า ภาวะโรคร่วมเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ทั้งตัวผู้ดื่มและคนใกล้ชิดพึงใส่ใจและสังเกต เพราะเมื่อใดก็ตามที่ผู้ติดสุรามีภาวะโรคร่วมแล้ว ก็ย่อมมีโอกาสสูงที่จะเกิดความเสี่ยงกับสังคมส่วนรวมและสุขภาพของผู้ดื่มเอง</p>
<p>เพื่อเป็นการรู้จักภาวะโรคร่วมทางจิตเวชให้มากขึ้น Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า จึงขอนำเสนอบทความย่อยง่าย ว่าด้วยเรื่องภาวะโรคร่วมทางจิตเวชที่เกิดร่วมกับอาการติดสุรา อ่านจบแล้วอย่าลืมสังเกตคนรอบตัวคุณ เพื่อที่ว่าถ้าเขามีอาการผิดปกติอะไร จะได้ทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 style="text-align: center;"><strong>ภาวะโรคร่วมคืออะไร</strong><strong>?</strong></h3>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="size-full wp-image-1091 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/08/โรคร่วม.png" alt="" width="666" height="418" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/08/โรคร่วม.png 666w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/08/โรคร่วม-300x188.png 300w" sizes="(max-width: 666px) 100vw, 666px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ภาวะโรคร่วม คือ โรคที่เกิดจากการที่ผู้ป่วยมีความผิดปกติจากการดื่มสุราร่วมกับโรคอื่น ๆ ทางจิตเวช (โรคหรืออาการที่ผิดปกติทางจิต) ที่มีการเกิดร่วมกัน ซึ่งส่งผลให้การดูแลรักษามีความยากเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากผู้ที่มีภาวะโรคร่วม จะมีอาการรุนแรงมากกว่าผู้ที่ไม่มีภาวะนี้ โรคจิตเวชที่มักพบร่วมกับความผิดปกติจากการดื่มสุรา เช่น โรคซึมเศร้า โรคอารมณ์แปรปรวน โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (PTSD) หรือบุคลิกภาพผิดปกติแบบต่อต้านสังคม เป็นต้น</p>
<p>ในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มีการศึกษาระบาดวิทยาของโรคจิตเวช ที่ให้ข้อมูลความชุกของภาวะโรคร่วมระหว่างความผิดปกติจากการดื่มสุราและโรคจิตเวชหลายโครงการ ซึ่งหนึ่งในโครงการที่น่าสนใจ คือ โครงการ NESARC ที่ได้ทำการสํารวจประชากรทั่วไปที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 43,093 คน ในปี พ.ศ. 2544 &#8211; 2545 และอีกสามปีถัดมา ได้มีการกลับมาสำรวจซ้ำในกลุ่มเดิมจำนวน 35,653 คน ผลการศึกษาของโครงการนี้พบว่า ผู้ที่มีความผิดปกติจากการดื่มสุรามีโอกาสสูงที่จะเป็นโรคจิตเวชอื่นๆ ร่วมด้วย โดยพบว่าภาวะดื่มแบบผิดแผน (alcohol abuse) ทีเกิดขึ้นในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา สัมพันธ์กับความผิดปกติจากการใช้สารเสพติดชนิดอื่นใน 12 เดือนที่ผ่านมา แต่ไม่สัมพันธ์กับโรคจิตเวชอื่นๆ ขณะที่โรคติดสุรา (alcohol dependence) สัมพันธ์กับการใช้สารเสพติดชนิดอื่นทุกชนิด รวมถึงโรคจิตเวชอื่นๆ ได้แก่ กลุ่มโรคอารมณ์แปรปรวน กลุ่มโรควิตกกังวล และโรคบุคลิกภาพผิดปกติอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยมีอัตราส่วนเสี่ยง 2.1-4.8</p>
<p>สําหรับประเทศไทย ผลสำรวจจากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ปี พ.ศ. 2551 พบว่า ความชุกของความผิดปกติจากการดื่มสุราในประชากรไทยเท่ากับร้อยละ 10.9 ซึ่งกลุ่มผู้ที่มีความผิดปกติจากการดื่มสุราร้อยละ 7.1 มีโรคทางจิตเวชอย่างน้อยอีกหนึ่งโรคร่วมด้วย ซึ่งโรคที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ โรคในกลุ่มโรคอารมณ์แปรปรวน รองลงมา คือ กลุ่มโรควิตกกังวล และกลุ่มโรคจิต</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 style="text-align: center;"><strong>โรคร่วมเกิดได้แบบไหนบ้าง</strong><strong>?</strong></h3>
<p>&nbsp;</p>
<p>โรคร่วมจะเกิดได้ทั้งหมด 4 ลักษณะ</p>
<p><strong>ลักษณะแรก</strong> คือ ความผิดปกติจากการดื่มสุรากับโรคจิตเวชชนิดอื่นเกิดขึ้นพร้อมกัน พูดง่าย ๆ คือ โรคทั้งสองนี้เป็นอิสระต่อกัน กล่าวคือ โรคทั้งสองอาจเกิดขึ้นมาเองโดยไม่มีอะไรร่วมกัน หรืออาจเป็นเพราะโรคทั้งสองชนิดมีปัจจัยกระตุ้นร่วมกัน และยังอาจเกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรม หรือบุคลิกภาพที่ผิดปกติของผู้ป่วย</p>
<p><strong>ลักษณะที่สอง </strong>คือ โรคหนึ่งอาจจะส่งผลให้เกิดโรคที่สองตามมา เช่น การดื่มสุราอย่างหนักเป็นประจำจะส่งผลต่อสมอง ทำให้เป็นโรคจิตหรือโรคซึมเศร้าได้ ในการรักษา แพทย์จึงจำเป็นต้องสนใจสองโรคนี้ไปพร้อมๆ กัน หรือผู้ป่วยบางคนอาจมีโรคทางจิตเวชอยู่ก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เขาดื่มสุราได้เป็นประจำ จนกลายเป็นโรคติดสุราต่อมา</p>
<p><strong>ลักษณะที่สาม</strong> คือ โรคร่วมเกิดขึ้นกับผู้ที่พยายามดื่มสุราเพื่อรักษาอาการของโรคจิตเวชที่เป็นอยู่ก่อนให้ดีขึ้นด้วยตนเอง (self-medication) เช่น ผู้ป่วยอาจจะดื่มสุราโดยหวังให้อาการซึมเศร้าดีขึ้น หรือเพื่อลดอาการข้างเคียงของยารักษาโรคทางจิตเวช ในกรณีนี้ความผิดปกติจากการดื่มสุราอาจจะกลายเป็นโรคเรื้อรังได้ในที่สุด</p>
<p><strong>ลักษณะสุดท้าย </strong>การดื่มสุราหรือการใช้สารเสพติดทําให้เกิดอาการของโรคจิตเวชอื่นตามมา ซึ่งโรคจิตเวชนี้อาจจะเกิดขึ้นชั่วคราวในขณะที่ผู้ป่วยมีอาการเมาสุราหรือขาดสุรา เมื่อเกิดขึ้นแล้วโรคจะคงอยู่ถาวร ถึงแม้ผู้ป่วยจะหยุดดื่มสุราไปแล้วก็ตาม</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 style="text-align: center;"><strong>รูปแบบของการรักษาโรคร่วม</strong></h3>
<p>&nbsp;</p>
<p>การทำความเข้าใจลักษณะของโรคร่วมทำให้สามารถเลือกใช้รูปแบบการรักษาที่เหมาะสมได้ โดยรูปแบบของระบบบริการบำบัดรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะโรคร่วมแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ คือ</p>
<p><strong>รูปแบบแรก</strong>: <strong>การให้บริการแยกส่วนทีละระบบต่อกันไป</strong> (Serial or sequential or consecutive services) เป็นการบริการที่แยกส่วนระหว่างหน่วยบริการผู้ป่วยจากการใช้สารเสพติดและผู้ป่วยโรคจิตเวช โดยการรักษาผู้ป่วยจะเรียงลำดับไปตามความรุนแรงของปัญหา เช่น ถ้าปัญหาหลักของผู้ป่วยเกิดจากการดื่มสุรา ผู้ป่วยก็จะได้รับการบำบัดสุราก่อน จนกว่าอาการจะดีขึ้น แล้วจึงถูกส่งไปรักษาในหน่วยบริการทางจิตเวชต่อไป</p>
<p><strong>รูปแบบที่สอง: การให้บริการทั้งสองระบบขนานกันไป </strong>(Parallel services) ผู้ป่วยจะได้รับการดูแลรักษาเพื่อแก้ปัญหาทั้งสองด้านไปพร้อมๆ กัน แต่ทีมผู้รักษาจะแยกออกจากกันเป็นสองทีม ซึ่งถ้าทั้งสองทีมขาดการติดต่อประสานงานกัน จะทำให้การดูแลรักษาขาดความเชื่อมโยง และอาจเกิดปัญหาเกี่ยงความรับผิดชอบในการรักษา</p>
<p><strong>รูปแบบที่สาม: การให้บริการทั้งสองด้านแบบบูรณาการในหน่วยบริการเดียว</strong>  (Integrated or specialist dual diagnosis team services) เป็นการดูแลรักษาแบบผสมผสานโดยทีมผู้รักษาทีมเดียว ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะโรคร่วมระหว่างโรคจิตเวชและโรคจากการดื่มสุราโดยเฉพาะ ผลดีของการดูแลรักษาผู้ป่วยแบบนี้คือ ต้นทุนต่ำ ผู้ป่วยได้รับการดูแลแบบองค์รวม และไม่เกิดความซ้ำซ้อนในการดูแลรักษา แต่หน่วยบริการที่ทีมผู้รักษามีความสามารถในการดูแลปัญหาทั้งสองระบบมักจะมีน้อย</p>
<p><strong>รูปแบบที่สี่: </strong><strong>การให้บริการจากทีมผู้รักษาเฉพาะด้านสองระบบที่ทำงานร่วมกัน</strong> (Shared care model) ซึ่งจะมีผู้ให้การรักษาอยู่สองกลุ่ม กลุ่มแรกคือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่รับผิดชอบการดูแลรักษาผู้ป่วยคนหนึ่ง อีกกลุ่มคือบุคลากรสหวิชาชีพที่เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้ป่วยที่มีโรคจิตเวชและผู้ป่วยจากการดื่มสุรา ซึ่งทั้งสองกลุ่มจะทำงานร่วมกัน รูปแบบนี้จะช่วยในการดูแลรักษาปัญหาทั้งสองด้านของผู้ป่วยได้อย่างครอบคลุมและไร้รอยต่อ (seamless) เพราะผู้ป่วยไม่ต้องเดินทางไปมาระหว่างสองหน่วยบริการ</p>
<p>ทั้งนี้ การดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะโรคร่วมยากกว่าผู้ป่วยทั่วไป เพราะปัญหาที่ยุ่งยากซับซ้อน รวมถึงมีแนวโน้มการเข้าถึงบริการและรับการรักษาค่อนข้างต่ำ เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่สูงและระยะเวลาในการรักษาที่ยาวนานกว่าอาการทั่วไป ซึ่งในหลาย ๆ ประเทศ รวมถึงประเทศไทยยังมีสถานพยาบาลและบุคลากรสุขภาพจำนวนน้อยที่สามารถทำการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีทั้งปัญหาจากการดื่มสุราและโรคจิตเวชเกิดขึ้นพร้อมกันได้</p>
<p>ดังนั้น การพัฒนาระบบการให้บริการผู้ป่วยที่มีภาวะโรคร่วมที่เหมาะสมกับคนไทย จะต้องมีการส่งเสริมองค์ความรู้ให้กับบุคลากรที่มีหน้าที่ดูแลผู้ป่วย ให้มีศักยภาพและให้มากยิ่งขึ้นเพื่อรักษาผู้ป่วยภาวะโรคร่วมต่อไป</p>
<p>เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ คุณคงพบว่าการรักษาภาวะโรคร่วมไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย เพราะก้าวแรกที่จะนำไปสู่การรักษาและเลิกเหล้าให้ประสบความสำเร็จคือ ความเชื่อมั่นว่าตนเองจะสามารถผ่านพ้นอาการนี้ไปได้</p>
<p>ดังนั้น หากคุณ หรือคนใกล้ตัวของคุณมีปัญหาด้านสุขภาพที่เกิดจากอาการติดสุราเรื้อรัง เราขอแนะนำให้คุณพบแพทย์หรือบุคลากรด้านสุขภาพที่โรงพยาบาลหรือสถานที่ให้บริการสุขภาพต่างๆ เพื่อจะนำไปสู่การบำบัดรักษาปัญหาต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>(ดูข้อมูล 5 หน่วยงานเพื่อคนอยากเลิกเหล้า ได้ <a href="https://alcoholrhythm.com/places-for-treatment-and-rehabilitation/"><strong>ที่นี่</strong></a>)</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>ที่มา: ปัญหาและความผิดปกติจากการดื่มสุรา ความสำคัญและการดูแลรักษาในประเทศไทย / เรียบเรียงโดย สาวิตรี อัษณางค์กรชัย, สุวรรณา อรุณพงค์ไพศาล.&#8211;พิมพ์ครั้งที่ 1.&#8211;สงขลา : คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 2557.</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcoholics-joint-disease/">‘ภาวะโรคร่วม’ อันตรายที่พ่วงมาจากการดื่มสุราที่ใครหลายคนมองข้าม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1090</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
