<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>เหล้าง่ายง่าย Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/เหล้าง่ายง่าย/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:19:29 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>เหล้าง่ายง่าย Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/เหล้าง่ายง่าย/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>เจ้าของดื่มหนัก หมาแมวก็เศร้าใจ ผลกระทบจากคนติดเหล้าถึงสัตว์เลี้ยง</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/alcoholics-affect-pets/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=alcoholics-affect-pets</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Mar 2021 09:18:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์เลี้ยงกับคนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[สุนัขบริการ]]></category>
		<category><![CDATA[สุนัขบำบัด]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกเหล้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3684</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘โฮ่ง โฮ่ง’ เจ้าของเสียงตัวปุกปุยร้องเรียกเมื่อยามถึงบ้าน นี่อาจจะเป็นเหตุการณ์ที่คุ้นเคยของใครหลายๆ คน จากสถิติของกรมปศุสัตว์เกี่ยวกับจำนวนประชากรสุนัขและแมว ปี 2559 พบว่า ในไทยมีสุนัขที่มีเจ้าของ 6,622,364 ตัว และแมวที่มีเจ้าของ 2,541,009 ตัว ขณะที่ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า ตัวเลขภาพรวมธุรกิจสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 3.2 หมื่นล้าน ในปี 2561 ที่ผ่านมา และคาดว่าจะเติบโตที่ 3.5 หมื่นล้านในปี 2562 ขณะที่ตลอดระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมา ธุรกิจสัตว์เลี้ยงในไทยเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 10% นี่อาจเป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันได้ว่าสุนัข แมว หรือสัตว์เลี้ยงอื่นๆ กลายเพื่อนคู่ใจที่อยู่ข้างกายของเรา ไม่ว่าจะเอาไว้พูดคุยให้คลายเหงา ลดความเครียดให้เบาบางลง หรือจ้องมองเฉยๆ ไว้เสพติดความน่ารัก ตลอดจนกลายเป็นหัวหน้ารักษาความปลอดภัยอันดับหนึ่ง ฯลฯ อย่างไรก็ตาม ในวันแสนดีที่มีสัตว์เลี้ยงคอยอยู่ข้างๆ ก็อาจจะเหี่ยวเฉาไปดื้อๆ เมื่อเจ้าของติดกับดักของยาเสพติดหรือแอลกอฮอล์ การเสพติดถือเป็นโรคร้ายในครอบครัวที่หมายรวมไปถึงสัตว์เลี้ยง และที่การเสพติดส่งผลต่อสัตว์เลี้ยงเป็นเพราะพวกมันจะมีความอ่อนไหวกับความรู้สึกของเจ้านายเป็นพิเศษ แถมยังบันทึกความทรงจำได้อย่างรวดเร็วเมื่อเจอสิ่งผิดปกติ ทั้งนี้ สัตว์เลี้ยงยังต้องพึ่งพาเจ้าของในการให้อาหาร ให้น้ำ พาไปเดินเล่น และเป็นที่พักพิง แต่เมื่อคนๆ หนึ่งกำลังใช้ยาเสพติดหรือดื่มแอลกอฮอล์ พวกเขามักจะลืมรับผิดชอบสัตว์เลี้ยง ทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้เพียงลำพัง ซึ่งสัตว์เลี้ยงจะได้รับผลกระทบจากการใช้สารเสพติดของเจ้าของใน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcoholics-affect-pets/">เจ้าของดื่มหนัก หมาแมวก็เศร้าใจ ผลกระทบจากคนติดเหล้าถึงสัตว์เลี้ยง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">‘โฮ่ง โฮ่ง’ เจ้าของเสียงตัวปุกปุยร้องเรียกเมื่อยามถึงบ้าน นี่อาจจะเป็นเหตุการณ์ที่คุ้นเคยของใครหลายๆ คน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากสถิติของกรมปศุสัตว์เกี่ยวกับ</span><span style="font-weight: 400;">จำนวนประชากรสุนัขและแมว ปี 2559 พบว่า ในไทยมีสุนัขที่มีเจ้าของ 6,622,364 ตัว และแมวที่มีเจ้าของ 2,541,009 ตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า ตัวเลขภาพรวมธุรกิจสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 3.2 หมื่นล้าน ในปี 2561 ที่ผ่านมา และคาดว่าจะเติบโตที่ 3.5 หมื่นล้านในปี 2562 ขณะที่ตลอดระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมา ธุรกิจสัตว์เลี้ยงในไทยเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 10%</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่อาจเป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันได้ว่าสุนัข แมว หรือสัตว์เลี้ยงอื่นๆ กลายเพื่อนคู่ใจที่อยู่ข้างกายของเรา </span><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าจะเอาไว้พูดคุยให้คลายเหงา ลดความเครียดให้เบาบางลง หรือจ้องมองเฉยๆ ไว้เสพติดความน่ารัก ตลอดจนกลายเป็นหัวหน้ารักษาความปลอดภัยอันดับหนึ่ง ฯลฯ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ในวันแสนดีที่มีสัตว์เลี้ยงคอยอยู่ข้างๆ ก็อาจจะเหี่ยวเฉาไปดื้อๆ เมื่อเจ้าของติดกับดักของยาเสพติดหรือแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเสพติดถือเป็นโรคร้ายในครอบครัวที่หมายรวมไปถึงสัตว์เลี้ยง และที่การเสพติดส่งผลต่อสัตว์เลี้ยงเป็นเพราะพวกมันจะมีความอ่อนไหวกับความรู้สึกของเจ้านายเป็นพิเศษ แถมยังบันทึกความทรงจำได้อย่างรวดเร็วเมื่อเจอสิ่งผิดปกติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ สัตว์เลี้ยงยังต้องพึ่งพาเจ้าของในการให้อาหาร ให้น้ำ พาไปเดินเล่น และเป็นที่พักพิง แต่</span><span style="font-weight: 400;">เมื่อคนๆ หนึ่งกำลังใช้ยาเสพติดหรือดื่มแอลกอฮอล์ พวกเขามักจะลืมรับผิดชอบสัตว์เลี้ยง ทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้เพียงลำพัง ซึ่งสัตว์เลี้ยงจะได้รับผลกระทบจากการใช้สารเสพติดของเจ้าของใน 3 ข้อหลักๆ คือความทุกข์ทางใจ การละเลย และการทารุณกรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลกระทบที่เกิดขึ้นมักจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ สัตว์เลี้ยงบางตัวอาจแทบไม่ได้รับผลกระทบ ในขณะที่สัตว์เลี้ยงบางตัวอาจเสียชีวิตเนื่องจากเจ้าของทำร้ายพวกมัน อย่างไรก็ดี บางครั้งสุนัขก็ต้องการความใส่ใจ ความอ่อนโยน และความรัก (TLC) มากกว่าแมว ในกรณีของสุนัขจึงต้องระวังการเสพติดหรือการดื่มแอลกอฮอล์แบบเฉพาะเจาะจง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>ความทุกข์ทางใจ &#8211; ผลกระทบทางจิตใจต่อสุนัขที่เกิดขึ้นจากยาเสพติดและแอลกอฮอล์</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อสุนัขกลายเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน พวกมันจะมีบทบาทและความรับผิดชอบเหมือนอย่างที่เราๆ มี สุนัขจะคุ้นเคยกับบุคลิกภาพและสิ่งต่างๆ ของเจ้าของ ไม่นานพฤติกรรมของมันก็จะปรับเปลี่ยนไปตามนั้น แต่เมื่อเจ้าของเริ่มใช้ยาและดื่มแอลกอฮอล์ พลังงานของเขาจะเปลี่ยนไปอย่างมากจนเจ้าสุนัขทั้งหลายรับรู้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นที่รู้กันดีว่าสุนัขเห่าและครวญครางใส่เจ้าของที่เมามายอย่างมาก เพียงเพราะกลัวว่าเพื่อนมนุษย์คนนี้จะไม่สามารถจดจำมันได้อีกต่อไป แน่นอนว่าสารที่เจ้าของเสพหรือดื่มเข้าไปจะไปเปลี่ยนสรีระและวิธีการที่เขาแสดงออกมา ซึ่งสุนัขสามารถรับรู้สิ่งนี้ได้</span><span style="font-weight: 400;"> หรือพวกมันอาจเริ่มรับรู้ถึงกลิ่นของแอลกอฮอล์หรือยาเสพติดอันเป็นสัญญาณของอันตรายและเริ่มรู้สึกตึงเครียดในทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากสุนัขต้องเผชิญกับพฤติกรรมที่ผิดปกติแบบนี้เป็นประจำ พวกมันอาจจะหงุดหงิดกระวนกระวาย รวมถึงไม่ไว้วางใจคนอื่น ซึ่งสุนัขที่เป็นเช่นนี้มีโอกาสสูงที่จะกัดคนด้วยความกลัว และนั่นอาจทำให้เกิดความเสียหายทางอารมณ์และการเงินกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ในอีกทางหนึ่ง เจ้าของที่รักสัตว์เลี้ยงก็ไม่ต้องการให้สุนัขของพวกเขาได้รับการบาดเจ็บแบบนั้นเช่นกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>การละเลย &#8211; ขาดการดูแลที่เหมาะสม</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุนัขที่เจ้าของที่ขี้เมาอาจได้รับผลกระทบจากการถูกทอดทิ้งและทารุณกรรม คนเมาทั่วไปอาจมีอาการสับสน หน้ามืด และหลงลืมการให้อาหาร ให้น้ำ หรือพาสุนัขไปเดินเล่น ทั้งนี้สัตว์เหล่านั้นอาจไม่มีใครสังเกตเห็นเป็นเวลาหลายวัน จนถูกปล่อยให้หิวกระหาย ต้องการเข้าห้องน้ำและหวาดกลัว</span></p>
<p>นอกจากนี้ บางคนอาจเปิดประตูหรือหน้าต่างทิ้งไว้เพราะความประมาทที่เกิดจากการใช้สารเสพติดทำให้สุนัขออกไปโดยไม่ตั้งใจ จน<span style="font-weight: 400;">ก่อให้เกิดอันตรายต่อสัตว์ และในกรณีของสุนัขบางตัวที่ก้าวร้าวก็อาจเป็นภัยต่อผู้คนในละแวกนั้นด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในทางกลับกัน คนเมาหรือติดยาอาจอยู่ห่างจากบ้านเป็นเวลาหลายชั่วโมงหรือหลายวันโดยทิ้งสุนัขให้ดูแลตัวเอง สัตว์เลี้ยงที่ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้จึงต้องทนทุกข์ทรมานจากการถูกทอดทิ้งอย่างรุนแรง หรืออาจถึงขั้นตายด้วยความหิวหรือกระหายน้ำ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงควรจะรับผิดชอบสัตว์เลี้ยงของตน หรือหาคนคอยดูแลสัตว์เลี้ยงในระหว่างที่เขาไม่สามารถทำเช่นนั้นได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>การทารุณกรรมสัตว์</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในกรณีที่รุนแรง เจ้าของอาจทำร้ายสุนัขของตนขณะที่พวกเขาอยู่ภายใต้ฤทธิ์ของสารชนิดต่างๆ เช่นเดียวกับที่ใครสักคนสามารถเกรี้ยวกราดต่อคนอื่นๆ ในบ้าน หรือแม้กระทั่งทำสิ่งที่เป็นอันตรายในระหว่างที่เมา แต่พอสร่างเมากลับจำสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางครั้งสัตว์เลี้ยงก็มีเซนส์บางอย่างเวลาที่คุณตกอยู่ในอันตราย ซึ่งมันอาจจะตั้งค่าไว้ในหัว หากพวกมันเห่าไม่หยุดหย่อนในขณะที่คุณกำลังเกิดอาการถอนแอลกอฮอล์น่าจะเป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างอันตรายสำหรับคุณและสุนัขของคุณ หรือในอีกกรณีหนึ่ง คุณอาจหน้ามืดแล้วก้าวพลาด ซึ่งนำไปสู่ความยุ่งเหยิงภายในบ้าน ลองนึกภาพว่าคุณตื่นขึ้นมาและพบว่าคุณกลายเป็นฆาตกรฆ่าสัตว์ที่คุณรัก แน่นอนว่ามันไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>การละเลย การทารุณกรรม และความทุกข์ทางจิตใจของสัตว์เลี้ยง เป็นสัญญาณเตือนของการเสพติดได้อย่างไร?</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาจเป็นเสียงสัญญาณเตือนแว่วๆ ถ้าสัตว์เลี้ยงของคุณกำลังประสบกับการถูกทอดทิ้ง การทารุณกรรม และ/หรือความทุกข์ทางจิตใจว่า คุณอาจจะมีอาการเสพติดที่ต้องได้รับการรักษา อาการอย่างหนึ่งของความผิดปกติสำหรับการใช้สารเสพติดคือ ละเลยความรับผิดชอบในบ้านหรือที่ทำงาน แน่นอนที่สุดว่า การดูแลสัตว์เลี้ยงอยู่ในหมวดหมู่นี้ด้วย หากคุณลืมให้อาหารให้น้ำ หรือไม่ดูแลสุขภาพและอนามัยของสัตว์เลี้ยง คุณกำลังละเลยความรับผิดชอบที่สำคัญในบ้าน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าในบางกรณียาเสพติดหรือแอลกอฮอล์ก็กลายเป็นผู้ร้ายตัวจริง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>การพาสุนัขออกจากสถานการณ์เลวร้าย</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในความเป็นจริง ถ้าคนๆ หนึ่งติดยาเสพติดมากๆ ความรับผิดชอบทั้งหมดมักจะถูกวางทิ้งไว้ที่หน้าประตู ไม่ว่าจะเป็นความรับผิดชอบต่อ</span><span style="font-weight: 400;">สัตว์ เด็ก ครอบครัว หรือบ้านของคุณ ดังนั้น ถ้าใครพบว่าตนเองถูกละเลยหรือถูกทำร้ายโดยผู้ติดยาเสพติดหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พวกเขาควรรีบออกจากสถานการณ์เช่นนั้นและรีบขอความช่วยเหลือทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในทางกลับกัน อย่าลืมว่าสุนัขและเพื่อนขนยาวตัวอื่นๆ ไม่สามารถหนีออกจากสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัยได้ พวกมันเหมือนเหยื่อตัวประกัน การที่เจ้าขนฟูพวกนี้จะหลุดพ้นจากสถานการณ์เลวร้ายจึงจำเป็นต้องอาศัยใครสักคนที่ตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และยื่นมือเข้ามาช่วยให้สุนัขสามารถออกจากสถานการณ์เลวร้ายได้ หรือที่ดีกว่านั้นคือโน้มน้าวให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงมองหาความช่วยเหลือด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในบางกรณี คนที่เข้ามาช่วยเหลืออาจรายงานการทารุณกรรมสัตว์ โดยค้นหาว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบในการสืบสวนและบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการทารุณกรรมในพื้นที่ เช่น หน่วยงานควบคุมสัตว์ กรมตำรวจในพื้นที่ หรือสถานสงเคราะห์ หรือคุณอาจต้องโทรไปที่สายด่วนการทารุณกรรมสัตว์ แต่</span><span style="font-weight: 400;">หากผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือรู้จักเจ้าของและมีความสัมพันธ์ที่เป็นมิตร คุณอาจพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับสิ่งที่คุณสังเกตเห็น และควรเสนอแนะให้เขานำสัตว์เลี้ยงไปฝากให้คนอื่นดูแลชั่วคราว หรือวิธีการอื่นๆ เพื่อพวกเขาไม่สามารถดูแลสัตว์เลี้ยงได้</span></p>
<h2 style="text-align: center;"></h2>
<h2 style="text-align: center;"><b>การมีสุนัขอยู่ในช่วงการบำบัดช่วยได้อย่างไร?</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับผู้ติดยาเสพติดที่มีสุนัขแสนรักที่บ้าน ซึ่งรู้อย่างชัดเจนว่าอาการของโรคที่เป็นอยู่นำไปสู่การทำร้ายสัตว์เลี้ยง นี่อาจกลายเป็นแรงจูงใจทั้งหมดที่พวกเขาลุกขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้อาการของโรคกำเริบและพยายามอย่างมากที่จะไม่เมา (แม้กระทั่งสำหรับผู้ที่ดิ้นรนกับการเสพติด การรู้ว่าสิ่งใดที่พวกเขาสามารถทำให้สัตว์เลี้ยงแสนรักผ่านพ้นไปได้ก็อาจเป็นแรงจูงใจเพียงพอที่จะขอความช่วยเหลือและไปบำบัด)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้การวิจัยยังแสดงให้เห็นว่าการบำบัดด้วยสัตว์ (สุนัขบริการ) เป็นประโยชน์ในการบำบัดสารเสพติด และในการศึกษาสุนัขบำบัดได้ให้ &#8216;โอกาสที่เพิ่มขึ้น&#8217; ในการทำความเข้าใจความคิด อารมณ์ แบบแผนพฤติกรรม กลไกการเผชิญปัญหาที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยสำหรับทิศทางที่เป็นทางเลือกและพฤติกรรมใหม่ๆ ที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>การรับคนเลี้ยงสุนัขในขณะที่คุณอยู่ในสถานบำบัด</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากคุณกำลังมองหาความช่วยเหลือในการรักษา แต่มีสัตว์เลี้ยงที่ต้องดูแล อย่าดูถูกน้ำใจของเพื่อนและเพื่อนบ้านที่มักจะยินดีช่วยดูแลเพื่อนขนยาวของคุณ หรือ</span><span style="font-weight: 400;">แม้กระทั่งกับเพื่อนๆ ที่ตัดขาดจากคุณเพราะกลัวว่าจะทำให้คุณไม่สบายใจ พวกเขาก็อาจยินดีที่จะช่วยดูแลสัตว์เลี้ยงให้คุณ ระหว่างที่คุณต้องเข้าสถานบำบัดเช่นกัน</span></p>
<p>แน่นอนว่าสัตว์เลี้ยงไม่เหมือนคน พวกเขาไม่สามารถหนีออกจากสภาวะที่ถูกทอดทิ้งหรือถูกทารุณกรรมได้ด้วยตนเอง ในฐานะเจ้าของและคนรักสุนัข คุณจึงมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ และปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างที่สัตว์เลี้ยงสมควรได้รับ หรือหากเกิดสถานการณ์ที่เป็นปัญหาหรือตึงเครียด ก็ควรรีบพาสัตว์เลี้ยงออกจากสถานการณ์นั้นทันที</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>‘สัตว์เลี้ยง’ กำลังใจเบอร์ต้นๆ ที่คุณอาจหลงลืม</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">มาถึงตรงนี้หากคุณอยากลด ละ เลิก แอลกอฮอล์ คุณสามารถเลือกวิธีต่าง ๆ ได้ตามต้องการ และโปรดรู้เอาไว้ว่ามีกำลังใจอยู่ทุกหนแห่ง อย่างน้อยที่สุดก็กำลังใจจากสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของคุณ</span></p>
<p>&#8230;ที่ไม่ว่าคุณจะเป็นอย่างไร พวกเขาจะนั่งรอคุณและรักคุณอย่างไม่มีเงื่อนไขเสมอ ดังนั้นอย่าลืมดูแลและรักสัตว์เลี้ยงของคุณ เพราะพวกเขาก็มีชีวิตจิตใจไม่ต่างกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่มา: </span><a href="https://fherehab.com/news/pets-are-affected-by-drugs-and-alcohol-too/">Pets Are Affected by Drugs and Alcohol, Too</a></p>
<p><a href="https://drive.google.com/file/d/0B7E7iFEFocNjOUxrZ0VQUnVILUE/view">สรุปจำนวนสุนัขแมว ปี 2559</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcoholics-affect-pets/">เจ้าของดื่มหนัก หมาแมวก็เศร้าใจ ผลกระทบจากคนติดเหล้าถึงสัตว์เลี้ยง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3684</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ดื่มเบียร์แล้วชิล ดื่มเหล้าแล้วก้าวร้าว? ความเชื่อผิดๆ ที่ว่าดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างชนิดก็ทำให้เมาต่างมู้ด</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/drink-and-emotions/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=drink-and-emotions</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Feb 2021 04:20:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มกับอารมณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด]]></category>
		<category><![CDATA[สารคอนเจเนอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกเหล้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3582</guid>

					<description><![CDATA[<p>เคยรู้สึกไหมว่า ทำไมเวลานั่งจิบไวน์แดงมักจะทำให้เรารู้สึกวาบหวามมากกว่าปกติ แต่พอดื่มเหล้าแล้วกลับรู้สึกก้าวร้าว พลังงานเหลือล้น ส่วนเวลาได้เบียร์เย็นๆ หลังทำงานก็ทำให้รู้สึกผ่อนคลายกว่าเครื่องดื่มมึนเมาอื่นๆ คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมถึงเป็นเช่นนี้? งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ BMJ เสนอว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างชนิดจะส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกต่างกัน โดยเหล่านักวิจัยได้ศึกษาเรื่องนี้ผ่านการทำแบบสอบถามหนุ่มสาวอายุ 18-34 ปี จำนวนกว่า 30,000 คนจาก 21 ประเทศทั่วโลกว่า รู้สึกอย่างไรเมื่อพวกเขาดื่มแอลกอฮอล์ ผลการสำรวจพบว่า นักดื่มคิดว่าดื่มเครื่องดื่มมึนเมาต่างชนิดส่งผลให้อารมณ์ต่างกันจริงๆ ซึ่งพออ่านงานวิจัยแบบนี้หลายคนก็คงพยักหน้าตามหงึกๆ แต่ในมุมมองของ นิโคล ลี ศาสตราจารย์จากสถาบันวิจัยยาแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเคอร์ตินในออสเตรเลีย ผู้ศึกษาเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างจริงจังกลับมองว่านี่อาจเป็นความเชื่อที่ผิด นิโคลมองว่า จะเหล้า เบียร์ เตกีลา จิน รัม ไวน์ หรือจะเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดไหนก็มีส่วนประกอบหลักเป็นเอทานอลเหมือนกัน ลองนึกภาพตามว่า น้ำเมาไหลลงคอ เอทานอลก็จะเข้าสู่กระแสเลือดผ่านการดูดซึมทางกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กก่อนจะเคลื่อนย้ายไปยังตับ เพื่อกำจัดของเสียออกจากร่างกาย แต่ด้วยข้อจำกัดทำให้ยังมีของเสียหรือสารพิษเหลืออยู่ในเลือด และไหลเวียนไปยังส่วนอื่นของร่างกาย รวมถึงสมอง อวัยวะที่ใช้ในการประมวลความคิดและอารมณ์ เมื่อนักดื่มเจอเอทานอลแผลงฤทธิ์ต่อสมองไปเต็มๆ ก็ส่งผลต่อการจดจำสภาวะทางอารมณ์ขณะดื่ม ทำให้เขาจำอารมณ์ความรู้สึกได้ไม่แน่นอน นอกจากนี้ ยังไม่มีหลักฐานอื่นมายืนยันว่า การดื่มเครื่องดื่มต่างประเภทกันจะทำให้นักดื่มรู้สึกแตกต่างกันไปด้วย อย่างไรก็ตาม ส่วนหนึ่งที่ทำให้นักดื่มเกิดความรู้สึกว่าเครื่องดื่มต่างกันทำให้อารมณ์ต่างกันนั้น นักวิทยาศาสตร์วิจัยว่าเกิดจากความความคาดหวังต่อแอลกอฮอล์ที่ต่างกันตามประเภทของเครื่องดื่มมึนเมา ซึ่งความคาดหวังเหล่านี้เกิดจากการสะสมความเชื่อจากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองและผู้อื่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/drink-and-emotions/">ดื่มเบียร์แล้วชิล ดื่มเหล้าแล้วก้าวร้าว? ความเชื่อผิดๆ ที่ว่าดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างชนิดก็ทำให้เมาต่างมู้ด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เคยรู้สึกไหมว่า ทำไม</span><span style="font-weight: 400;">เวลานั่งจิบไวน์แดงมักจะทำให้เรารู้สึกวาบหวามมากกว่าปกติ แต่พอดื่มเหล้าแล้วกลับรู้สึกก้าวร้าว พลังงานเหลือล้น ส่วนเวลาได้เบียร์เย็นๆ หลังทำงานก็ทำให้รู้สึกผ่อนคลายกว่าเครื่องดื่มมึนเมาอื่นๆ คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมถึงเป็นเช่นนี้?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ <em>BMJ</em> เสนอว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างชนิดจะส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกต่างกัน โดยเหล่านักวิจัยได้ศึกษาเรื่องนี้ผ่านการทำแบบสอบถามหนุ่มสาวอายุ 18-34 ปี จำนวนกว่า 30,000 คนจาก 21 ประเทศทั่วโลกว่า รู้สึกอย่างไรเมื่อพวกเขาดื่มแอลกอฮอล์ ผลการสำรวจพบว่า นักดื่มคิดว่าดื่มเครื่องดื่มมึนเมาต่างชนิดส่งผลให้อารมณ์ต่างกันจริงๆ ซึ่งพออ่านงานวิจัยแบบนี้หลายคนก็คงพยักหน้าตามหงึกๆ แต่ในมุมมองของ นิโคล ลี ศาสตราจารย์จากสถาบันวิจัยยาแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเคอร์ตินในออสเตรเลีย ผู้ศึกษาเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างจริงจังกลับมองว่านี่อาจเป็นความเชื่อที่ผิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นิโคลมองว่า จะเหล้า เบียร์ เตกีลา จิน รัม ไวน์ หรือจะเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดไหน</span><span style="font-weight: 400;">ก็มีส่วนประกอบหลักเป็นเอทานอลเหมือนกัน ลองนึกภาพตามว่า น้ำเมาไหลลงคอ เอทานอลก็จะเข้าสู่กระแสเลือดผ่านการดูดซึมทางกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กก่อนจะเคลื่อนย้ายไปยังตับ เพื่อกำจัดของเสียออกจากร่างกาย แต่ด้วยข้อจำกัดทำให้ยังมีของเสียหรือสารพิษเหลืออยู่ในเลือด และไหลเวียนไปยังส่วนอื่นของร่างกาย รวมถึงสมอง อวัยวะที่ใช้ในการประมวลความคิดและอารมณ์ เมื่อนักดื่มเจอเอทานอลแผลงฤทธิ์ต่อสมองไปเต็มๆ ก็ส่งผลต่อการจดจำสภาวะทางอารมณ์ขณะดื่ม ทำให้เขาจำอารมณ์ความรู้สึกได้ไม่แน่นอน นอกจากนี้ ยังไม่มีหลักฐานอื่นมายืนยันว่า การดื่มเครื่องดื่มต่างประเภทกันจะทำให้นักดื่มรู้สึกแตกต่างกันไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ส่วนหนึ่งที่ทำให้นักดื่มเกิดความรู้สึกว่าเครื่องดื่มต่างกันทำให้อารมณ์ต่างกันนั้น นักวิทยาศาสตร์วิจัยว่าเกิดจากความความคาดหวังต่อแอลกอฮอล์ที่ต่างกันตามประเภทของเครื่องดื่มมึนเมา ซึ่งความคาดหวังเหล่านี้เกิดจากการสะสมความเชื่อจากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองและผู้อื่น เช่น ไวน์อาจจะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย เพราะเวลาดื่มต้องค่อยๆ หมุนควงแก้วและจิบลิ้มรสอย่างช้าๆ ในบรรยากาศไฟเทียนสลัว ถ้าเตกีลาก็อาจจะทำให้รู้สึกสนุกสุดเหวี่ยง เพราะมักจะดื่มเป็นช็อต เวลาออกปาร์ตี้ หรือถ้าเห็นผู้ใหญ่ในบ้านรวมกลุ่มดื่มเบียร์เวลาดูบอล ก็อาจจะคิดว่าเบียร์ช่วยทำให้เข้าสังคมได้ง่ายขึ้น ซึ่งเด็กอายุประมาณ 6 ขวบก็จะมีความคาดหวังต่อแอลกอฮอล์ผ่านประสบการณ์ที่เห็นตั้งแต่ยังเล็กก่อนดื่มเป็นเสียอีกด้วยซ้ำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เพียงความสัมพันธ์ระหว่างประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับความรู้สึกต่างๆ ที่ถักทอขึ้นขณะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวจากทุกการดื่มหรือการเห็นคนอื่นดื่ม ศิลปะและดนตรีก็ยังมีอิทธิพลต่อความเชื่อเกี่ยวกับการดื่ม ท่อนเพลงของ Kenny Chesney นักร้องชาวอเมริกันที่ว่า “Tequila makes me crazy” ทำให้ผู้ฟังมีความเชื่อร่วมว่าดื่มเตกีลาทำให้สนุกแบบบ้าคลั่ง หรือจะเป็นเพลง Piano Man ของ Billy Joel’s นักร้องร็อกชาวอเมริกันอาจตอกย้ำความคิดที่ว่าจินทำให้คุณรู้สึกเศร้าขณะลิ้มรส</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้คนเชื่อว่าเมาต่างมู้ดได้ ถ้าดื่มเครื่องดื่มต่างกัน คือสารเคมีที่ชื่อ สารคอนเจเนอร์ (Congeners) ซึ่งเกิดขึ้นในกระบวนการผลิตแอลกอฮอล์ โดยประเภทเครื่องดื่มที่ต่างกันจะมีสารคอนเจเนอร์ที่แตกต่างตามไปด้วย แม้ว่าจะมีคนชี้ว่าสารเคมีตัวนี้นี่แหละที่ส่งผลให้อารมณ์ต่างกัน แต่ความจริงคือสารคอนเจเนอร์ส่งผลต่อกลิ่นและรสของเครื่องดื่ม รวมถึงอาการเมาค้างเท่านั้น แต่ยังไม่มีหลักฐานอะไรบ่งชี้ว่า สารคอนเจเนอร์ทำให้อารมณ์หรือพฤติกรรมของนักดื่มเปลี่ยนแปลงไป</span></p>
<p>จึงกล่าวได้ว่า <span style="font-weight: 400;">ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อร่างกายและจิตใจขณะดื่มขึ้นอยู่กับปริมาณแอลกอฮอล์ที่ดื่มไปต่างหาก เพราะเครื่องดื่มต่างกันจะมีปริมาณแอลกอฮอล์ที่เป็นส่วนผสมต่างกัน ยิ่งเข้มข้นมากก็จะยิ่งส่งผลกระทบต่อร่างกายมากไปด้วย เช่น </span>เหล้ากลั่นมีปริมาณแอลกอฮอล์ประมาณ 40% สูงกว่าไวน์ที่มักมีปริมาณแอลกอฮอล์เฉลี่ย 12% หรือเบียร์ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์เฉลี่ย 5% เมื่อกระดกอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นแก้วช็อตหรือผสมมิกเซอร์ ก็ทำให้นักดื่มมีความเข้มข้นของแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นภายในกระแสเลือดอย่างรวดเร็ว และนั่นก็จะส่งผลต่ออาการเมา รวมถึงการเปลี่ยนแปลงอารมณ์</p>
<p>นอกจากนี้ความเชื่อผิดๆ ที่เกี่ยวกับการผสมเครื่องดื่ม เราอาจจะเคยได้ยินว่า “Beer before liquor, never been sicker; liquor before beer, you’re in the clear” ดื่มเบียร์ตามด้วยเหล้ามักจะทำให้เมามากกว่าการดื่มเหล้าตามด้วยเบียร์เสมอ นั่นก็ไม่ถูก เพราะจะเมามากเมาน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณแอลกอฮอล์ที่ดื่มไปเสียมากกว่า</p>
<p>แล้วเรื่องนี้ให้อะไรกับเรา? จะเห็นว่า อารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงเกิดจากความคาดหวังต่อประเภทของแอลอกฮอล์และปริมาณแอลกอฮอล์ที่ได้รับ นักดื่มจึงสามารถลดความรุนแรงของการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ได้ด้วยการดื่มช้าๆ ไม่ดื่มตอนท้องว่าง <span style="font-weight: 400;">และเว้นระยะห่างการดื่มแอลกอฮอล์ ด้วยการจิบน้ำหรือเครื่องดื่มอื่นๆ บ้างระหว่างทาง และอย่าลืมว่า ควรมีสติอยู่เสมอและดื่มในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่มา</span><span style="font-weight: 400;">: </span></p>
<p><a href="https://theconversation.com/do-different-drinks-make-you-different-drunk-88247?fbclid=IwAR0oR6j-OhTkr6ozZ1blbIL4fOL8kBssI_VZoijxy1h26vULVuU41mJtdyU"><span style="font-weight: 400;">Do different drinks make you different drunk?</span></a></p>
<p id="main-heading" class="ssrcss-ypmsa8-StyledHeading e1fj1fc10" tabindex="-1"><a href="https://www.bbc.com/news/av/health-42072497">How different drinks alter your mood</a></p>
<p class="highwire-cite-title"><a href="https://bmjopen.bmj.com/content/7/10/e016089">Do emotions related to alcohol consumption differ by alcohol type? An international cross-sectional survey of emotions associated with alcohol consumption and influence on drink choice in different settings</a></p>
<p class="content-title"><a href="https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC2965491/">Differential Alcohol Expectancies Based on Type of Alcoholic Beverage Consumed</a></p>
<p><a href="https://www.jsad.com/doi/abs/10.15288/jsa.1990.51.343">Emergence of alcohol expectancies in childhood: a possible critical period</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/drink-and-emotions/">ดื่มเบียร์แล้วชิล ดื่มเหล้าแล้วก้าวร้าว? ความเชื่อผิดๆ ที่ว่าดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างชนิดก็ทำให้เมาต่างมู้ด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3582</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เมื่อการดื่มทำให้เราพูดภาษาต่างประเทศคล่องขึ้น (จริงหรือ?)</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/drinking-helps-you-speak-foreign-language-better/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=drinking-helps-you-speak-foreign-language-better</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 Jan 2021 03:42:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[Dutch Courage]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[แอลกอฮอล์กับภาษาต่างประเทศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3440</guid>

					<description><![CDATA[<p>ย้อนกลับไปเมื่อราว 3-4 ปีก่อน ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเข้าค่ายนานาชาติที่จัดขึ้นในเมืองไทย นอกจากมิตรภาพดีๆ ที่ได้รับตลอดค่ายแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่จำได้ไม่เคยลืมคือ เรื่องในงานเลี้ยงวันปิดค่าย เมื่อผู้เขียนได้ดื่มแอลกอฮอล์ในงานเข้าไปเพียงเล็กน้อย แต่จำได้ว่ากลับทำให้ตัวเองพูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่วขึ้นกว่าเดิม ชนิดที่เพื่อนชาวต่างชาติงงว่า ยูไปทำอะไรมา ส่วนผู้เขียนเองก็แอบงงเหมือนกันว่า อะไรที่ทำให้คนที่เคยพูดติดขัดและประหม่ามาตลอดทั้งค่าย พูดภาษาอังกฤษคล่องขึ้นกว่าเดิม และที่สำคัญคือกล้าที่จะพูดมากกว่าเดิม แม้เวลาจะผ่านมานานพอสมควร แต่เรื่องดังกล่าวยังติดอยู่ในใจและทำให้ประหลาดใจทุกครั้งที่นึกถึง จนกระทั่งเราได้ไปเจอการวิจัยที่น่าสนใจ ที่ได้เผยแพร่ใน Journal of Psychopharmacology ที่ทำการทดลองในเรื่องนี้ และผลที่ได้ก็คือ แอลกอฮอล์อาจมีส่วนช่วยให้คนพูดภาษาอื่น (ที่ไม่ใช่ภาษาแม่) ของตนเองได้ดีขึ้น! ทำไมแอลกอฮอล์ช่วยให้เราพูดภาษาต่างประเทศได้ดีขึ้น นี่เป็นแค่ความเชื่อที่ส่งต่อๆ กันมา หรือว่าแอลกอฮอล์มีปฏิกิริยากับร่างกายของเราจริงๆ  Alcohol Rhythm ชวนหาคำตอบจากบทความด้านล่างนี้ &#160; Dutch Courage &#160; ก่อนอื่น เราขอแนะนำให้คุณรู้จักกับคำว่า ‘Dutch Courage’ ซึ่งไม่ได้หมายถึงความกล้าของชาวดัตช์แต่อย่างใด แต่หมายถึงความกล้าหาญแบบ ‘กะทันหัน’ ที่เกิดขึ้น ถ้าคุณดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ถ้าอธิบายง่ายๆ คือ สำหรับคนส่วนใหญ่ แอลกอฮอล์จะช่วยลดความหักห้ามใจของเรา และอนุญาตให้เราได้แสดงออกมากขึ้น ดังจะเห็นว่าคนส่วนมากรู้สึกว่า เมื่อดื่มแอลกอฮอล์แล้ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/drinking-helps-you-speak-foreign-language-better/">เมื่อการดื่มทำให้เราพูดภาษาต่างประเทศคล่องขึ้น (จริงหรือ?)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ย้อนกลับไปเมื่อราว 3-4 ปีก่อน ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเข้าค่ายนานาชาติที่จัดขึ้นในเมืองไทย นอกจากมิตรภาพดีๆ ที่ได้รับตลอดค่ายแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่จำได้ไม่เคยลืมคือ เรื่องในงานเลี้ยงวันปิดค่าย เมื่อผู้เขียนได้ดื่มแอลกอฮอล์ในงานเข้าไปเพียงเล็กน้อย แต่จำได้ว่ากลับทำให้ตัวเองพูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่วขึ้นกว่าเดิม ชนิดที่เพื่อนชาวต่างชาติงงว่า ยูไปทำอะไรมา ส่วนผู้เขียนเองก็แอบงงเหมือนกันว่า อะไรที่ทำให้คนที่เคยพูดติดขัดและประหม่ามาตลอดทั้งค่าย พูดภาษาอังกฤษคล่องขึ้นกว่าเดิม และที่สำคัญคือกล้าที่จะพูดมากกว่าเดิม</p>
<p>แม้เวลาจะผ่านมานานพอสมควร แต่เรื่องดังกล่าวยังติดอยู่ในใจและทำให้ประหลาดใจทุกครั้งที่นึกถึง จนกระทั่งเราได้ไปเจอการวิจัยที่น่าสนใจ ที่ได้เผยแพร่ใน <em>Journal of Psychopharmacology</em> ที่ทำการทดลองในเรื่องนี้ และผลที่ได้ก็คือ แอลกอฮอล์อาจมีส่วนช่วยให้คนพูดภาษาอื่น (ที่ไม่ใช่ภาษาแม่) ของตนเองได้ดีขึ้น!</p>
<p>ทำไมแอลกอฮอล์ช่วยให้เราพูดภาษาต่างประเทศได้ดีขึ้น นี่เป็นแค่ความเชื่อที่ส่งต่อๆ กันมา หรือว่าแอลกอฮอล์มีปฏิกิริยากับร่างกายของเราจริงๆ  Alcohol Rhythm ชวนหาคำตอบจากบทความด้านล่างนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>Dutch Courage</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>ก่อนอื่น เราขอแนะนำให้คุณรู้จักกับคำว่า ‘Dutch Courage’ ซึ่งไม่ได้หมายถึงความกล้าของชาวดัตช์แต่อย่างใด แต่หมายถึงความกล้าหาญแบบ ‘กะทันหัน’ ที่เกิดขึ้น ถ้าคุณดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป</p>
<p>ถ้าอธิบายง่ายๆ คือ สำหรับคนส่วนใหญ่ แอลกอฮอล์จะช่วยลดความหักห้ามใจของเรา และอนุญาตให้เราได้แสดงออกมากขึ้น ดังจะเห็นว่าคนส่วนมากรู้สึกว่า เมื่อดื่มแอลกอฮอล์แล้ว ตัวเองกล้าจะพูดกับเพศตรงข้าม ร้องเพลง หรือพูดในที่สาธารณะมากขึ้น หรือสำหรับบางคน การดื่มเพียงไม่กี่แก้วก็เพียงพอที่จะทำให้เขาหรือเธอออกไปวาดลวดลายบนฟลอร์เต้นรำได้แล้ว</p>
<p>ในกรณีของคนที่มักเดินทางไปต่างประเทศหรือต้องใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศ พวกเขาก็ยืนยันว่า ตนเองสามารถพูดภาษาต่างประเทศได้อย่าง ‘น่ามหัศจรรย์’ หลังจากดื่มไปไม่เท่าไหร่</p>
<p>อย่างไรก็ดี ใช่ว่าเราจะสามารถคว้าแอลกอฮอล์มาดื่มได้แบบสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะอย่าลืมว่าแอลกอฮอล์จะขัดขวางกระบวนการคิดและรับรู้ (cognitive) รวมถึงการเคลื่อนไหว ถ้าเราดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมก็คือ การที่เรามีความสามารถในการขับขี่ยานพาหนะลดลงหลังจากดื่มแอลกอฮอล์ ยังไม่นับความสามารถในการพูดที่ช้าลงด้วย นี่ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า จริงๆ แล้วแอลกอฮอล์ทำให้เราพูดภาษาต่างประเทศได้ดีขึ้นจริงหรือ ไม่ใช่ว่าสมองของเราจะทำงานช้าลงและคิดคำศัพท์ได้ยากขึ้นหรืออย่างไร?</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>การทดลอง ‘ดื่มแล้วพูด</strong><strong>’</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>ไม่ต้องสงสัยกันอีกต่อไป เพราะกลุ่มนักวิจัยตัดสินใจทำการทดลองเรื่องนี้ขึ้นมาจริงๆ โดยผลการวิจัยดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ใน <em>Journal of Psychopharmacology </em>ทำการทดลองกับกลุ่มตัวอย่าง 50 คนที่พูดภาษาเยอรมันเป็นภาษาแม่ (native German) และกำลังเริ่มศึกษาภาษาดัตช์ที่ Maastricht University</p>
<p>นักวิจัยได้แบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่ม ครึ่งหนึ่งให้ดื่มน้ำปกติที่ไม่มีแอลกอฮอล์ อีกครึ่งหนึ่งให้ดื่มเบียร์ในปริมาณที่เหมาะสมกับแต่ละคน (หรือถ้าวัดแบบหยาบๆ คือ เป็นไพนต์ (pint) สำหรับผู้ที่รูปร่างใหญ่) จากนั้น ทั้งสองกลุ่มจะได้สนทนาภาษาดัตช์ประมาณ 2 นาที และการสนทนาจะถูกบันทึกเพื่อให้คะแนนในภายหลัง โดยผู้ที่ให้คะแนนจะมีทั้งผู้ที่เข้าร่วมการทดลองเอง (self-rating) และให้คะแนนโดยผู้ที่ใช้ภาษาดัตช์เป็นภาษาแม่ (native Dutch)</p>
<p>ทั้งนี้ เกณฑ์การให้คะแนนจะมาจากความคล่องแคล่ว ไวยากรณ์ คำศัพท์ และการออกเสียง ซึ่งผู้ให้คะแนนที่เป็น native Dutch จะไม่รู้เลยว่า คนที่กำลังพูดอยู่นั้นดื่มแอลกอฮอล์หรือน้ำปกติเข้าไป</p>
<p>ลองเดาสิว่าพวกเขาค้นพบอะไร?</p>
<p>ถ้าเป็นในกรณีของผู้เข้าร่วมการทดลองที่ให้คะแนนตนเอง เป็นที่น่าประหลาดใจว่า แอลกอฮอล์ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการให้คะแนนตัวเองเลย พูดง่ายๆ คือผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปไม่ได้รู้สึกมั่นใจหรือภูมิใจในทักษะการพูดของตนเองมากไปกว่าผู้ที่ดื่มน้ำธรรมดา</p>
<p>แต่สำหรับผู้ให้คะแนนที่ใช้ภาษาดัตช์เป็นภาษาแม่ พวกเขามองว่า ผู้เข้าร่วมการทดลองที่ดื่มเบียร์เข้าไปเล็กน้อยก่อนหน้าจะพูดภาษาดัตช์ได้คล่องแคล่วขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการออกเสียง แต่ถ้าเป็นเรื่องของไวยากรณ์หรือคำศัพท์ คะแนนของทั้งสองกลุ่มถือว่าใกล้เคียงกัน</p>
<p>นี่ดูเป็นเรื่องที่ย้อนแย้งไม่ใช่น้อย เพราะเราต่างรู้กันดีว่า แอลกอฮอล์มักจะทำให้เราพูดได้ช้าลง แต่ผลการวิจัยกลับชี้ว่า การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณเล็กน้อยไม่ได้ทำให้การพูดของเราแย่ลง ตรงกันข้าม แอลกอฮอล์เหมือนจะทำให้เราผ่อนคลายและกล้าที่จะพูดมากขึ้น</p>
<p>คำถามต่อมาคือ จริงๆ แล้วความคล่องแคล่วในการพูดของเราเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับสภาวะทางจิตใจของเรา หรืออารมณ์ของเรามีผลต่อความสามารถในการพูดภาษาต่างประเทศหรือไม่?</p>
<p>คำตอบคือ ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นนั่นแหละ เพราะการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยเพื่อนฝูง พูดคุยกันในบรรยากาศที่ชวนผ่อนคลาย และได้ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณไม่มาก จะทำให้จิตใจของเราอยู่ในสภาวะที่ผ่อนคลายและมั่นใจมากขึ้น ความกลัวล้มเหลวที่เคยวนเวียนอยู่ในใจจะหายไป ทำให้รู้สึกอิสระและกล้าที่จะพูด และนั่นทำให้คนที่ดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปเพียงเล็กน้อยพูดได้ไวขึ้นและดีขึ้นนั่นเอง</p>
<p>อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการศึกษาอะไรทำนองนี้ และผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่ได้เกิดแค่เฉพาะกับคนที่ใช้ภาษาเยอรมันเป็นภาษาแม่ที่กำลังเรียนภาษาดัตช์ เพราะเคยมีการทดลองในปี 1972 ที่พบว่า การดื่มแอลกอฮอล์เล็กน้อยจะช่วยให้คนอเมริกันออกเสียงคำในภาษาไทยได้ดีขึ้นเช่นกัน</p>
<p>นอกจากนี้ ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจและน่าสังเกตคือ ในการทดลองครั้งนี้ ผู้ที่เข้าร่วมการทดลองรู้ว่า ตนเองได้ ‘ดื่ม’ แอลกอฮอล์เข้าไป จึงอาจจะเป็นไปได้ว่า พวกเขาพูดได้ดีขึ้นเพราะรู้ตัวว่าตนเอง ‘ดื่ม’ แอลกอฮอล์เข้าไป อ้างอิงจากงานวิจัยก่อนหน้านี้ที่เคยค้นพบว่า ผู้ที่คิดว่าตนเองดื่มแอลกอฮอล์จะมีประสบการณ์ในระดับที่คล้ายกับผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปจริงๆ นี่จึงอาจจะเป็นประเด็นน่าสนใจที่ต้องทำการทดลองต่อไปในอนาคต</p>
<p>ทั้งนี้ แม้ผลการทดลองในตอนนี้เหมือนจะชี้ไปในทางเดียวกันว่า แอลกอฮอล์ทำให้คนพูดภาษาต่างประเทศได้ดีขึ้นจริงๆ แต่เราต้องไม่ลืมว่า ผู้ที่ดื่มดื่มในปริมาณเพียง ‘เล็กน้อย’ เท่านั้น เพราะถ้าดื่มมากเกินไป แอลกอฮอล์ย่อมส่งผลเสียต่อร่างกาย มากกว่าจะมีผลดีและทำให้พูดคล่องขึ้นอย่างแน่นอน</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p><strong>ที่มา:</strong></p>
<p><a href="https://www.speakenglishcenter.com/english-does-drinking-alcohol-really-help-you-speak-english-better/?lang=en">Does Drinking Alcohol Really Help You Speak English Better?</a></p>
<p><a href="https://journals.sagepub.com/doi/abs/10.1177/0269881117735687?journalCode=jopa">Dutch courage? Effects of acute alcohol consumption on self-ratings and observer ratings of foreign language skills</a></p>
<p><a href="https://time.com/4989850/alcohol-foreign-language-speak/">It&#8217;s True: Alcohol Helps You Speak a Foreign Language Better</a></p>
<p><strong>เรื่องและภาพ: </strong>ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/drinking-helps-you-speak-foreign-language-better/">เมื่อการดื่มทำให้เราพูดภาษาต่างประเทศคล่องขึ้น (จริงหรือ?)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3440</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ฉันแพ้ทางคนอย่างเธอ&#8230; อาการแพ้แอลกอฮอล์คืออะไร</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/alcohol-allergy/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=alcohol-allergy</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Dec 2020 08:31:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะไม่ทนต่อแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[อาการผิดปกติหลังดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[แพ้เหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[แพ้แอลกอฮอล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=2821</guid>

					<description><![CDATA[<p>มองเผินๆ เหล้าเบียร์ดูจะเป็นเครื่องดื่มที่หลายคนสามารถลองลิ้มชิมรส ดื่มด่ำไปกับความขมปร่า หวานล้ำ หรือเผ็ดร้อน ขึ้นอยู่กับการรังสรรค์ แต่อันที่จริงแล้ว เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็คล้ายคลึงกับอาหารอื่นๆ คือ สามารถทำให้เกิดอาการแพ้แก่บางคน จนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต เพื่อป้องกันภัยเงียบที่คุณเองก็อาจยังไม่รู้ตัว วันนี้ Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า จึงขอชวนมาทำความรู้จักอาการแพ้แอลกอฮอล์ว่าจะสังเกตได้อย่างไร จะป้องกันหรือรักษาแบบไหน และอาการที่ใกล้เคียงกันมีอะไรบ้าง คุณจะได้ไม่สับสนหากต้องเจอเข้าสักวัน &#160; อาการแพ้แอลกอฮอล์ VS ภาวะไม่ทนต่อแอลกอฮอล์ &#160; จริงแล้วๆ &#8216;อาการแพ้แอลกอฮอล์ (alcohol allergy)&#8217; ถือเป็นภาวะที่พบได้น้อยมากในคนทั่วไป โดยเกิดจากการที่ร่างกายมองว่าแอลกอฮอล์หรือส่วนประกอบที่ผสมอยู่ในแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็น ข้าวไรย์ ข้าวสาลีข้าวบาร์เลย์ ฮอปส์ องุ่น ฯลฯ เป็นตัวอันตรายต่อร่างกาย ร่างกายจึงสร้างแอนติบอดี้ที่ชื่อ immunoglobulin E (IgE) ขึ้นมาเพื่อที่จะรับมือ โดยแอนติบอดี้ตัวนี้จะตอบสนองต่อแอลกอฮอล์รุนแรงมากผิดปกติจนทำให้เกิดอาการตั้งแต่คันตามร่างกาย หน้าบวม ร่างกายบวม คลื่นไส้ อาเจียน คัดจมูก เวียนศีรษะจนอาจจะถึงขั้นหมดสติ หรือเกิดอาการแพ้ชนิดรุนแรง (anaphylaxis) ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิต ทำให้คนแพ้แอลกอฮอล์จะไม่สามารถดื่มกินได้เลย แต่อาการหนึ่งที่คนมักสับสนและเข้าใจว่าเป็นการแพ้แอลกอฮอล์ คือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-allergy/">ฉันแพ้ทางคนอย่างเธอ&#8230; อาการแพ้แอลกอฮอล์คืออะไร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">มองเผินๆ เหล้าเบียร์ดูจะเป็นเครื่องดื่มที่หลายคนสามารถลองลิ้มชิมรส ดื่มด่ำไปกับความขมปร่า หวานล้ำ หรือเผ็ดร้อน ขึ้นอยู่กับการรังสรรค์ แต่อันที่จริงแล้ว เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็คล้ายคลึงกับอาหารอื่นๆ คือ สามารถทำให้เกิดอาการแพ้แก่บางคน จนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต</span></p>
<p>เพื่อป้องกันภัยเงียบที่คุณเองก็อาจยังไม่รู้ตัว วันนี้ Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า จึงขอชวนมาทำความรู้จักอาการแพ้แอลกอฮอล์ว่าจะสังเกตได้อย่างไร จะป้องกันหรือรักษาแบบไหน และอาการที่ใกล้เคียงกันมีอะไรบ้าง คุณจะได้ไม่สับสนหากต้องเจอเข้าสักวัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"></h1>
<h1 style="text-align: center;"><b>อาการแพ้แอลกอฮอล์ VS ภาวะไม่ทนต่อแอลกอฮอล์</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>จริงแล้วๆ &#8216;อาการแพ้แอลกอฮอล์ <span style="font-weight: 400;">(alcohol allergy)&#8217; ถือเป็นภาวะที่พบได้น้อยมากในคนทั่วไป โดยเกิดจากการที่ร่างกายมองว่าแอลกอฮอล์หรือส่วนประกอบที่ผสมอยู่ในแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็น ข้าวไรย์ ข้าวสาลีข้าวบาร์เลย์ ฮอปส์ องุ่น ฯลฯ เป็นตัวอันตรายต่อร่างกาย ร่างกายจึงสร้างแอนติบอดี้ที่ชื่อ immunoglobulin E (IgE) ขึ้นมาเพื่อที่จะรับมือ โดยแอนติบอดี้ตัวนี้จะตอบสนองต่อแอลกอฮอล์รุนแรงมากผิดปกติจนทำให้เกิดอาการตั้งแต่คันตามร่างกาย หน้าบวม ร่างกายบวม คลื่นไส้ อาเจียน คัดจมูก เวียนศีรษะจนอาจจะถึงขั้นหมดสติ หรือเกิดอาการแพ้ชนิดรุนแรง (anaphylaxis) ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิต ทำให้คนแพ้แอลกอฮอล์จะไม่สามารถดื่มกินได้เลย</span></p>
<p>แต่อาการหนึ่งที่คนมักสับสนและเข้าใจว่าเป็นการแพ้แอลกอฮอล์ คือ &#8216;<span style="font-weight: 400;">ภาวะไม่ทนต่อแอลกอฮอล์ (Alcohol intolerance)&#8217; ซึ่งเป็นอาการที่พบได้บ่อยกว่า สังเกตง่ายๆ คือ คนดื่มจะหน้าแดง ตัวรุมๆ ร้อนวูบวาบ ปวดศีรษะ อาเจียน หัวใจเต้นเร็ว </span></p>
<p>สาเหตุของ<span style="font-weight: 400;">ภาวะไม่ทนต่อแอลกอฮอล์ คือ </span><span style="font-weight: 400;">การที่ร่างกายย่อยแอลกอฮอล์ได้ไม่ดีเท่าที่ควร โดยเอนไซม์ Aldehyde dehydrogenase (ALDH2) หรือตัวช่วยแปลงร่างแอลกอฮอล์เป็นกรดแอซีติก (acetic acid) หรือกรดน้ำส้มทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ จนเกิดอาการดังกล่าว สำหรับคนเอเชียยิ่งพบภาวะนี้ได้ง่าย เพราะยีนที่เป็นรหัสของเอนไซม์ ALDH2 เกิดการเปลี่ยนแปลงจนทนต่อแอลกอฮอล์ได้น้อยกว่าคนแถบอื่นๆ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการเพาะปลูกข้าวในภาคใต้ของจีนเมื่อหลายศตวรรษก่อน อ้างอิงจากหลักฐานทางวิชาการตีพิมพ์ใน BMC Evolutionary Biology ปี 2010 ว่าการเพาะปลูกดังกล่าวสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เอนไซม์ ALDH2 ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>ภาวะอื่นๆ ที่คนมักเข้าใจว่าเป็นการแพ้แอลกอฮอล์</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากภาวะไม่ทนต่อแอลกอฮอล์ ยังมีภาวะอื่นๆ ที่คนมักเข้าใจผิดคิดว่าเป็นการแพ้แอลกอฮอล์ เนื่องจากเกิดอาการหลังเครื่องดื่มมึนเมาไหลลงคอ เช่น ภาวะไม่ทนต่อฮีสตามีน (Histamine intolerance)</span> ที่<span style="font-weight: 400;">ปกติแล้ว ฮีสตามีนเป็นสารเคมีที่มักพบในอาหารและเครื่องดื่มหมักดอง ทำให้อาจกล่าวได้ว่าเบียร์และไวน์ &#8212;  โดยเฉพาะไวน์แดงมีฮีสตามีนสูง สำหรับบางคนที่เอนไซม์ diamine oxidase (DAO) ซึ่งทำหน้าที่ย่อยสลายฮีสตามีน ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพหรือผลิตไม่เพียงพอ เมื่อดื่มแล้วก็อาจเกิดอาการคล้ายกับอาการแพ้ อย่างคัดจมูก คันตามตัว </span></p>
<p>อีกภาวะหนึ่ง คือ <span style="font-weight: 400;">ภาวะไม่ทนต่อซัลไฟต์ (Sulfite intolerance)  โดยซัลไฟต์เป็นสารกันเสียชนิดหนึ่งที่มักนำมาใช้ในกระบวนการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างเบียร์หรือไวน์ ยิ่งไวน์ขาว จะยิ่งพบซัลไฟต์มาก ซึ่งบางคนที่ไวต่อซัลไฟต์ก็อาจเกิดอาการผิดปกติกับร่างกายหลังดื่มเครื่องดื่มดังกล่าว ยิ่งไปกว่านั้น </span><span style="font-weight: 400;">สำหรับคนที่มีโรคหอบหืดเป็นโรคประจำตัว ซัลไฟต์บางชนิดยังอาจกระตุ้นให้เกิดอาการหอบอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเคสหายาก บางคนที่ป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอด์จกิน (Hodgkin’s lymphoma)</span> <span style="font-weight: 400;">มีต่อมน้ำเหลืองโตผิดปกติ ก็อาจจะพบอาการปวดหลังดื่มแอลกอฮอล์อย่างหาสาเหตุไม่ได้ จากที่ปกติ การเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอด์จกินมักจะไม่เกิดอาการเจ็บปวด</span></p>
<h1 style="text-align: center;"><b> </b></h1>
<h1 style="text-align: center;"><b>ถ้ามีอาการผิดปกติหลังดื่มแอลกอฮอล์ควรทำอย่างไร</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอมาถึงบรรทัดนี้ หลายคนคงนึกย้อนไปสำรวจตัวเองว่าตอนดื่มเหล้าเรามีอาการอะไรบ้าง หากมีอาการผิดปกติหลังดื่มควรรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากอะไร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยวินิจฉัยให้ เริ่มถามอาการจากคำถามธรรมดา ซักประวัติ หรือหากสงสัยว่ามีอาการแพ้อาจจะมีการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังด้วยวิธีสะกิด หรือ skin prick test เพิ่มเติม เพื่อดูว่าสารก่อภูมิแพ้ตัวไหนที่ทำให้ผิวหนังเราเกิดอาการแพ้ ระคายเคือง โดยขั้นตอนนี้ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากมีอาการแพ้แอลกอฮอล์จริงๆ ก็อาจจะต้องงดการดื่มเครื่องดื่มมึนเมาอย่างเด็ดขาด รวมถึงต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง คอยเช็กว่าอาหารหรือเครื่องดื่มที่เราทานมีส่วนประกอบเป็นแอลกอฮอล์หรือไม่ เพื่อความปลอดภัย แต่หากแพ้ส่วนประกอบใดส่วนประกอบหนึ่งของแอลกอฮอล์ก็อาจจะต้องหลีกเลี่ยง และเปลี่ยนไปดื่มอย่างอื่นแทน เช่น ถ้าแพ้ข้าวบาร์เลย์ก็อาจจะเปลี่ยนมาลิ้มรสไวน์แทน ทั้งนี้อาจจะต้องปรึกษาแนวทางกับแพทย์เสียก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเบื้องต้นสำหรับใครที่เผลอดื่มเหล้าเบียร์ไปแล้ว และมีอาการแพ้ไม่รุนแรงมาก อาจจะใช้ยาแก้แพ้ เพื่อบรรเทาอาการคัดจมูก หรือผื่นแพ้ แต่หากมีแนวโน้มที่จะรุนแรง ควรใช้ยาเอพิเนฟรีนหรือที่รู้จักกันในชื่ออะดรีนาลีนฉีดเข้าร่างกายทันที เนื่องจากอาการแพ้อาจทำให้เสียชีวิตได้ หากผู้แพ้เคยมีประวัติการแพ้อย่างรุนแรง แพทย์อาจสั่งจ่ายยาเอพิเนฟรีนในรูปแบบปากกาฉีดยาสำหรับพกพาเพื่อให้ผู้ป่วยใช้เมื่อฉุกเฉิน วิธีการฉีดยาในรูปแบบปากกาจะต้องเรียนวิธีฉีดกับบุคลากรทางการแพทย์เท่านั้น โดยหลังจากฉีดยาควรรีบไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเพื่อติดตามอาการและเข้ารับการรักษา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี แม้สุดท้ายร่างกายไม่มีอาการแพ้แอลกอฮอล์ หรืออาการผิดปกติใดๆ หลังดื่ม แต่การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากก็อาจทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมาหรือกระทั่งอาจทำให้มึนเมาจนเกิดอุบัติเหตุ ดังนั้นการจำกัดปริมาณการดื่มให้เหมาะสมก็เป็นสิ่งที่จำเป็นไม่แพ้กัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>ที่มา:</p>
<p><span style="font-weight: 400;">          </span></p>
<p><a href="https://www.healthline.com/health/allergies/alcohol?fbclid=IwAR3MwfpYYSrLKFSAvg7wA5AqVCo-yulPK21Re-SdYZt918MuVYpNBQxMqCw#treatment"> <span style="font-weight: 400;">https://www.healthline.com/health/allergies/alcohol?fbclid=IwAR3MwfpYYSrLKFSAvg7wA5AqVCo-yulPK21Re-SdYZt918MuVYpNBQxMqCw#treatment</span></a></p>
<p><a href="https://www.gourmetandcuisine.com/stories/detail/490"><span style="font-weight: 400;">https://www.gourmetandcuisine.com/stories/detail/490</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">https://www.pobpad.com/%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%AE%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B9%8C-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%A5</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-allergy/">ฉันแพ้ทางคนอย่างเธอ&#8230; อาการแพ้แอลกอฮอล์คืออะไร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2821</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ก๊งแค่ไหนถึงจะพอดีสำหรับสตรีวัยทอง?</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/drink-for-menopause/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=drink-for-menopause</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Dec 2020 09:01:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มกับสตรีวัยทอง]]></category>
		<category><![CDATA[วัยทอง]]></category>
		<category><![CDATA[สตรีวัยทอง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=2578</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160;  อายุพ้นวัย 30 ไปแล้วก็ยังแจ๋วได้ แต่ร่างกายเหมือนจะไม่เข้าใจเสียเท่าไหร่ ทำให้เมื่อถึงปลายหลักสี่ถึงช่วงต้นอายุ 50 ปี ผู้หญิงต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ – รังไข่หยุดทำงาน ไม่มีการตกไข่อีกต่อไป ทำให้หมดประจำเดือนและหยุดการผลิตฮอร์โมนเพศหญิงอย่างเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน จนทั้งร่างกายและจิตใจผันผวน หงุดหงิดง่าย ร้อนวูบวาบ นอนไม่หลับ เหงื่อออกตอนกลางคืน ผิวแห้งและคัน กระทั่งอารมณ์ทางเพศก็ลดลง พอเกิดอาการที่ไม่คุ้นชิน รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง สุภาพสตรีบางคนก็อาจเลือกบรรเทาความเครียด ด้วยการดื่มเหล้าเบียร์เหมือนอย่างที่เคยทำ แต่ช้าก่อน ในวันที่ร่างกายของคุณผู้หญิงเปลี่ยนไป บางทีการดื่มหนักแบบเดิมๆ อาจเพิ่มผลเสียต่อสุขภาพสาววัยทองก็เป็นได้ โดยปกติแล้วเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายทั้งหญิงและชายจะตอบสนองต่อแอลกอฮอล์ได้อ่อนไหวกว่าเดิม เนื่องจากเจ้ากระดูกอ่อน ข้อต่อต่างๆ และเส้นเอ็นในร่างกาย ไม่สามารถเก็บกักน้ำในร่างกายได้ดีนัก เมื่อปริมาณน้ำในร่างที่มาเจือจางแอลกอฮอล์น้อยลง เหล้าเบียร์จึงยิ่งแผลงฤทธิ์ได้ดีขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น เดิมที ผู้หญิงยังมีโอกาสเมาง่ายกว่าผู้ชาย เนื่องจากตัวเล็กกว่า ร่างกายเลยดูดซึมได้เร็ว รวมทั้งมีเอนไซม์ในกระเพาะอาหารน้อยกว่า ทำให้ร่างกายของผู้หญิงจัดการเครื่องดื่มมึนเมาได้ไม่ดีนัก อย่างไรก็ดี ต้องบอกด้วยว่า นักดื่มแต่ละคนมีอาการหลังการดื่มแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสุขภาพส่วนตัว ประวัติการดื่มก่อนหน้าหรือประวัติสุขภาพของคนในครอบครัว บางคนดื่มแล้วชีวิตแฮปปี้ บางคนดื่มแล้วซึมเศร้า ขณะที่บางคนอาจจะเผชิญกับอาการวัยทอง ทั้งนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย เหงื่อออก และร้อนวูบวาบรุนแรงกว่าเดิม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/drink-for-menopause/">ก๊งแค่ไหนถึงจะพอดีสำหรับสตรีวัยทอง?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span>อายุพ้นวัย 30 ไปแล้วก็ยังแจ๋วได้ แต่ร่างกายเหมือนจะไม่เข้าใจเสียเท่าไหร่ ทำให้เมื่อถึงปลายหลักสี่ถึงช่วงต้นอายุ 50 ปี ผู้หญิงต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ – รังไข่หยุดทำงาน ไม่มีการตกไข่อีกต่อไป ทำให้หมดประจำเดือนและหยุดการผลิตฮอร์โมนเพศหญิงอย่างเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน จนทั้งร่างกายและจิตใจผันผวน หงุดหงิดง่าย ร้อนวูบวาบ นอนไม่หลับ เหงื่อออกตอนกลางคืน ผิวแห้งและคัน กระทั่งอารมณ์ทางเพศก็ลดลง</p>
<p>พอเกิดอาการที่ไม่คุ้นชิน รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง สุภาพสตรีบางคนก็อาจเลือกบรรเทาความเครียด ด้วยการดื่มเหล้าเบียร์เหมือนอย่างที่เคยทำ</p>
<p>แต่ช้าก่อน ในวันที่ร่างกายของคุณผู้หญิงเปลี่ยนไป บางทีการดื่มหนักแบบเดิมๆ อาจเพิ่มผลเสียต่อสุขภาพสาววัยทองก็เป็นได้</p>
<p>โดยปกติแล้วเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายทั้งหญิงและชายจะตอบสนองต่อแอลกอฮอล์ได้อ่อนไหวกว่าเดิม เนื่องจากเจ้ากระดูกอ่อน ข้อต่อต่างๆ และเส้นเอ็นในร่างกาย ไม่สามารถเก็บกักน้ำในร่างกายได้ดีนัก เมื่อปริมาณน้ำในร่างที่มาเจือจางแอลกอฮอล์น้อยลง เหล้าเบียร์จึงยิ่งแผลงฤทธิ์ได้ดีขึ้น</p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้น เดิมที ผู้หญิงยังมีโอกาสเมาง่ายกว่าผู้ชาย เนื่องจากตัวเล็กกว่า ร่างกายเลยดูดซึมได้เร็ว รวมทั้งมีเอนไซม์ในกระเพาะอาหารน้อยกว่า ทำให้ร่างกายของผู้หญิงจัดการเครื่องดื่มมึนเมาได้ไม่ดีนัก</p>
<p>อย่างไรก็ดี ต้องบอกด้วยว่า นักดื่มแต่ละคนมีอาการหลังการดื่มแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสุขภาพส่วนตัว ประวัติการดื่มก่อนหน้าหรือประวัติสุขภาพของคนในครอบครัว บางคนดื่มแล้วชีวิตแฮปปี้ บางคนดื่มแล้วซึมเศร้า ขณะที่บางคนอาจจะเผชิญกับอาการวัยทอง ทั้งนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย เหงื่อออก และร้อนวูบวาบรุนแรงกว่าเดิม จากการวิจัยพบว่าปริมาณการดื่มเป็นส่วนสำคัญว่า ปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายหลังจากดื่มแล้วเป็นอย่างไร</p>
<p>ประเด็นสำคัญคืองานวิจัยยังระบุเพิ่มว่า ถ้าดื่ม 2-5 แก้วต่อวัน ซึ่งนั่นอาจเป็นปริมาณที่คนทั่วไปรับได้ แต่สำหรับสตรีวัยทองแล้วอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งเต้านมสูงกว่าคนไม่ดื่มถึง 1.5 เท่า เสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน และโรคกระดูกพรุน กระดูกหักจากการเกิดอุบัติเหตุขณะมึนเมา นอกจากนี้ แอลกอฮอล์ยังสร้างความเสียหายต่อหัวใจ ตับและสมอง รวมถึงทำให้คนที่มีอาการซึมเศร้าหรืออาการวัยทองบางคนมีอาการแย่ลง</p>
<p>ถ้าเป็นไปได้ เราจึงอยากให้คุณลองเพลาๆ การดื่มในช่วงวัยทอง เพราะชีวิตยังมีอะไรแจ๋วๆ รอให้คุณไปค้นหาอีกมากมาย</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p><span style="font-weight: 400;">ที่มา:</span></p>
<p><a href="https://www.healthline.com/health/menopause/alcohol?fbclid=IwAR3Jqq-HT_qD4NYG7ALsIZk3izC7wDIEWy6i98x46oeUmKTkOxOOz8AMIxM">Can You Drink During Menopause?</a></p>
<p><a href="https://www.menopause.org/for-women/menopauseflashes/exercise-and-diet/drink-to-your-health-at-menopause-or-not"><span id="DivNavigation_T3B0EF5DF005_title">Drink to Your Health at Menopause, or Not?</span></a></p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/drink-for-menopause/">ก๊งแค่ไหนถึงจะพอดีสำหรับสตรีวัยทอง?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2578</post-id>	</item>
		<item>
		<title>รักวัวให้ผูก รักลูกอย่าตี: เมื่อบาดแผลในวัยเด็กส่งผลต่อการติดแอลกอฮอล์ตอนโต</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-childhood-trauma/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=alcohol-and-childhood-trauma</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Dec 2020 23:44:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[การติดแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงานของสมอง]]></category>
		<category><![CDATA[บาดแผลในวัยเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกเหล้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=2524</guid>

					<description><![CDATA[<p>ยังจำได้ไหม ตอนคุณทำผิดในวัยเด็ก คุณโดนลงโทษยังไง? คำตอบของคำถามข้างต้นคงแตกต่างกันออกไปตามแต่ละบุคคล แต่เชื่อว่าหนึ่งในคำตอบเหล่านั้นคงหนีไม่พ้น ‘การตี’ หรือการใช้ความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ &#8211; หมัด ศอก เข่า เข็มขัด ไม้บรรทัด ไม้มะยม หรือแม้กระทั่งไม้แขวนเสื้อ อุปกรณ์รอบกายใกล้ตัวถูกผู้ปกครองบางคนงัดมาใช้ (เกือบ) ทุกครั้งที่บุตรหลานของตนเองทำผิด “ก็เด็กมันทำผิด เราก็ต้องลงโทษ” เป็นประโยคที่ใครหลายคนใช้ และเป็นประโยคที่คนไทยล้วนคุ้นชินและคุ้นเคย ยังไม่นับการดุด่าด้วยถ้อยคำรุนแรง หรือการทอดทิ้งเด็กลำพัง กลายเป็นบาดแผลที่แม้อาจไม่ปรากฎทางกาย แต่จารในใจและส่งผลยาวนานไม่มีวันเลือน แน่นอน เมื่อเด็กทำผิดย่อมต้องถูกลงโทษ แต่ประเด็นที่สำคัญกว่านั้นคือ การทำโทษด้วยการตีหรือความรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อผู้ลงโทษทำโทษตอนที่ตนเองก็ขาดสติหรือมีอารมณ์รุนแรง สามารถช่วยปรับพฤติกรรมของเด็กได้จริงหรือไม่ หรือแทนที่เราจะได้เด็กที่มีพฤติกรรมอย่างที่เราต้องการ เราอาจจะได้ผลลัพธ์ทางลบที่สร้างผู้ใหญ่ที่ชอกช้ำจากบาดแผลทางจิตใจขึ้นมาแทน Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวนคุณร่วมสำรวจหนึ่งในสาเหตุของผู้ป่วยติดแอลกอฮอล์ที่อาจสืบย้อนไปได้ถึงบาดแผลในวัยเด็ก &#8211; เมื่อเด็กคนหนึ่งถูกทำร้ายทางร่างกายและ/หรือทางจิตใจ ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร และเราจะแก้ไขเรื่องนี้ได้อย่างไร &#160; บาดแผลในวัยเด็กที่ส่งผลถึงตอนโต &#160; ข้อค้นพบที่เราเพิ่งพูดไปด้านบนไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร มีงานวิจัยมากมายที่บ่งชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า บาดแผลในวัยเด็ก (childhood trauma) เช่น การใช้ความรุนแรงและการเพิกเฉยทางกายและทางใจ ทำให้คนๆ หนึ่งมีโอกาสใช้และติดแอลกอฮอล์สูงมาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-childhood-trauma/">รักวัวให้ผูก รักลูกอย่าตี: เมื่อบาดแผลในวัยเด็กส่งผลต่อการติดแอลกอฮอล์ตอนโต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ยังจำได้ไหม ตอนคุณทำผิดในวัยเด็ก คุณโดนลงโทษยังไง?</p>
<p>คำตอบของคำถามข้างต้นคงแตกต่างกันออกไปตามแต่ละบุคคล แต่เชื่อว่าหนึ่งในคำตอบเหล่านั้นคงหนีไม่พ้น ‘การตี’ หรือการใช้ความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ &#8211; หมัด ศอก เข่า เข็มขัด ไม้บรรทัด ไม้มะยม หรือแม้กระทั่งไม้แขวนเสื้อ อุปกรณ์รอบกายใกล้ตัวถูกผู้ปกครองบางคนงัดมาใช้ (เกือบ) ทุกครั้งที่บุตรหลานของตนเองทำผิด “ก็เด็กมันทำผิด เราก็ต้องลงโทษ” เป็นประโยคที่ใครหลายคนใช้ และเป็นประโยคที่คนไทยล้วนคุ้นชินและคุ้นเคย ยังไม่นับการดุด่าด้วยถ้อยคำรุนแรง หรือการทอดทิ้งเด็กลำพัง กลายเป็นบาดแผลที่แม้อาจไม่ปรากฎทางกาย แต่จารในใจและส่งผลยาวนานไม่มีวันเลือน</p>
<p>แน่นอน เมื่อเด็กทำผิดย่อมต้องถูกลงโทษ แต่ประเด็นที่สำคัญกว่านั้นคือ การทำโทษด้วยการตีหรือความรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อผู้ลงโทษทำโทษตอนที่ตนเองก็ขาดสติหรือมีอารมณ์รุนแรง สามารถช่วยปรับพฤติกรรมของเด็กได้จริงหรือไม่ หรือแทนที่เราจะได้เด็กที่มีพฤติกรรมอย่างที่เราต้องการ เราอาจจะได้ผลลัพธ์ทางลบที่สร้างผู้ใหญ่ที่ชอกช้ำจากบาดแผลทางจิตใจขึ้นมาแทน</p>
<p>Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวนคุณร่วมสำรวจหนึ่งในสาเหตุของผู้ป่วยติดแอลกอฮอล์ที่อาจสืบย้อนไปได้ถึงบาดแผลในวัยเด็ก &#8211; เมื่อเด็กคนหนึ่งถูกทำร้ายทางร่างกายและ/หรือทางจิตใจ ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร และเราจะแก้ไขเรื่องนี้ได้อย่างไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>บาดแผลในวัยเด็กที่ส่งผลถึงตอนโต</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>ข้อค้นพบที่เราเพิ่งพูดไปด้านบนไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร มีงานวิจัยมากมายที่บ่งชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า บาดแผลในวัยเด็ก (childhood trauma) เช่น การใช้ความรุนแรงและการเพิกเฉยทางกายและทางใจ ทำให้คนๆ หนึ่งมีโอกาสใช้และติดแอลกอฮอล์สูงมาก หรือถ้าจะพูดให้ชัดเจนขึ้น มีข้อค้นพบว่า บาดแผลในวัยเด็กมีอิทธิพลต่อการเป็นโรคติดสุราขั้นรุนแรง (alcohol dependence severity) อันเป็นผลมาจากภาวะความไม่เสถียรทางอารมณ์</p>
<p>ใน<a href="https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3620963/">งานวิจัย<em> Childhood Trauma Exposure and Alcohol Dependence Severity in Adulthood: Mediation by Emotional Abuse Severity and Neuroticism </em></a>ได้ทำการเปรียบเทียบความสัมพันธ์ของการถูกใช้ความรุนแรง (abuse) ในวัยเด็ก และการใช้ในแอลกอฮอล์ในทางที่ผิดในช่วงเวลาต่อมา โดยงานวิจัยได้เปรียบเทียบกลุ่มตัวอย่างเพศชายและเพศหญิงที่มาเข้ารับการรักษาเกี่ยวกับปัญหาการดื่ม กับกลุ่มควบคุมที่ไม่มีปัญหาการดื่ม (ทั้งในอดีตหรือในปัจจุบัน) ทั้งสองกลุ่มจะถูกประเมินว่า พวกเขามีประสบการณ์เจอกับความรุนแรงในวัยเด็กหรือไม่ ทั้งการทำร้ายทางจิตใจ ร่างกาย และทางเพศ และการปล่อยปละละเลยทั้งทางอารมณ์และทางกาย</p>
<p>สิ่งที่นักวิจัยค้นพบคือ บาดแผลในวัยเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการถูกทำร้ายหรือการถูกปล่อยปละละเลย ล้วนมีอิทธิพลสำคัญต่อผู้ที่กำลังหาวิธีรักษาปัญหาการดื่ม แต่ความรุนแรงของปัญหาการดื่มจะสัมพันธ์โดยตรงกับระดับความความรุนแรงที่คนๆ นั้นได้รับในวัยเด็ก</p>
<p>ถ้าพูดให้ง่ายกว่านั้น ยิ่งเด็กถูกทำร้ายหรือถูกทอดทิ้งมากเท่าไหร่ ปัญหาการดื่มตอนพวกเขาโตขึ้นก็จะหนักขึ้นเท่านั้น และในบรรดาบาดแผลทั้งหมด การถูกทำร้ายหรือปล่อยปละละเลยทางอารมณ์เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาการดื่มมากที่สุด</p>
<p>ข้อมูลที่น่าสนใจและสอดคล้องกันมาจาก Old Vineyard ที่อธิบายว่า สมองของคนเราจะเจริญเติบโตและพัฒนาในช่วงวัยเด็ก ซึ่งเป็นช่วงที่มีการสร้าง เสริมความแข็งแกร่ง และในบางครั้ง ก็จะละทิ้งการเชื่อมต่อของประสาท (neural connection) ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายระหว่างเซลล์ประสาท (neuron) ที่ทำให้สมองสามารถกระทำการต่างๆ ได้ ประสบการณ์ที่คนๆ หนึ่งได้รับจะกระทบการพัฒนาของสมอง ทั้งในทางบวกและทางลบ ขึ้นอยู่กับว่าประสบการณ์ที่ว่านั้นคืออะไร</p>
<p>ทั้งนี้ มีการศึกษาที่ประเมินคนที่เคยเจอกับประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็ก ผลการศึกษาพบว่า การใช้ความรุนแรงหรือปฏิบัติไม่ดีกับเด็กจะทำให้เด็กเกิดความเครียดบ่อย และเกิดความเครียดในระดับที่สูง ซึ่งจะรบกวนการพัฒนาตามปกติของสมอง และเมื่อเกิดความเครียดบ่อยๆ เข้าก็จะทำให้เกิดความเครียดทางสรีรวิทยา (physiological stress) เป็นการตอบสนอง</p>
<p>ดังนั้น ทั้งข้อมูลและงานวิจัยข้างต้นได้ชี้ให้เห็นว่า แม้พันธุศาสตร์หรือเรื่องทางชีววิทยาจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้คนๆ หนึ่งอ่อนแอและเกิดอาการเสพติดได้ แต่<em>ประสบการณ์</em>ต่างหากที่เป็นเรื่องสำคัญ</p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องการดื่มเท่านั้น แต่ยังมีการค้นพบว่า คนที่เจอกับการถูกทำร้ายหรือถูกทอดทิ้งทางอารมณ์ในวัยเด็ก และกำลังพยายามรักษาปัญหาการดื่มในตอนโต จะมีอาการวิตกกังวล ซึมเศร้า และ/หรือโกรธเคือง ในระดับที่สูง รวมทั้งตอบสนองต่อเรื่องต่างๆ ด้วยอารมณ์ที่รุนแรง เราจึงอาจมองได้ว่า พวกเขาใช้การดื่มเป็นหนึ่งในวิธีบรรเทาอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ ที่เกิดขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>Alcohol Disruption</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ ถ้าการถูกทำร้ายในวัยเด็กส่งผลให้เด็กที่โตมามีปัญหาเรื่องแอลกอฮอล์และอาการอื่นๆ แล้วผู้ที่ใช้ความรุนแรงกับเด็กมีความเกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์อย่างไร</p>
<p>หนึ่งคำอธิบายที่น่าสนใจมาจากคุณหมอ Isaac Alexis ที่อธิบายว่า แอลกอฮอล์จะรบกวน (disrupt) การทำงานของสมอง เป็นสาเหตุที่ทำให้คนพูดหรือทำอะไรก็ตามที่ผิดปกติ ส่วนการดื่มหนักๆ จะส่งผลให้สมองส่วนที่ควบคุมอาการยับยั้งชั่งใจอ่อนแอ ทำให้คนมีแนวโน้มจะแสดงอารมณ์หรือการกระทำที่เกรี้ยวกราดกว่าปกติ</p>
<p>“มีเคสเด็กที่เคยเจอกับความรุนแรง 13% เกี่ยวข้องโดยตรงกับแอลกอฮอล์” คุณหมอ Alexis กล่าว “เมื่อคนอยู่ใต้อิทธิพลของแอลกอฮอล์ พวกเขาจะมีการรับรู้ที่แตกต่างออกไป เด็กคนหนึ่งอาจจะทำอะไรตามปกติ แต่นั่นกลับทำให้ผู้ปกครองของพวกเขารู้สึกเหมือนถูกยั่วยุ ปลุกปั่น และทำให้เกิดการใช้ความรุนแรงกับเด็กได้”</p>
<p>เช่นเดียวกับในงานวิจัยที่เรายกมาข้างต้น เด็กที่มีบาดแผลในใจมักจะใช้แอลกอฮอล์เป็นเครื่องมือบรรเทาความเจ็บปวดในวัยเด็ก นั่นทำให้พวกเขาเลือกที่จะดื่มหนักๆ และเมื่อพวกเขาเริ่มมีความอดทน (tolerance) กับปริมาณแอลกอฮอล์ พวกเขาก็จะต้องการแอลกอฮอล์มากขึ้นเพื่อที่จะให้ได้ผลลัพธ์แบบเดิม จนนำไปสู่อาการติดแอลกอฮอล์ในที่สุด</p>
<p>เมื่อเป็นเช่นนี้ เราคงพอมองเห็นแล้วว่า เมื่อเด็กคนหนึ่งที่ต้องทุกข์ทรมานจากบาดแผลในวัยเด็กเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่ติดแอลกอฮอล์ ก็มีแนวโน้มที่พวกเขาจะใช้ความรุนแรงกับบุตรหลานของตนเอง เกิดเป็นวงจรที่วนเวียนไปไม่รู้จบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>เติบโต ประนีประนอม และรับมือกับความเจ็บปวดจากวัยเด็ก</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถ้าคุณเป็น (หรือกำลังจะเป็น) พ่อแม่หรือผู้ดูแลเด็กสักคน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการทำโทษด้วยความรุนแรง รวมถึงการปล่อยละเลยและทอดทิ้งเด็ก ไม่ว่าจะเป็นทางร่างกายหรือจิตใจ จะไม่ใช่ตัวเลือกที่คุณนึกถึงเมื่อต้องการทำโทษเด็ก หรือไม่ใช่การกระทำที่คุณคิดจะทำกับเด็กในปกครองของตนเอง &#8211; จริงอยู่ที่รักวัวต้องผูก แต่ถ้ารักลูกจริงๆ เราเชื่อว่ามีวิธีอื่นอีกมากมายที่ดีกว่าการตีหรือใช้ความรุนแรง</p>
<p>แต่ถ้าเป็นในกรณีของเด็กที่เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่แล้ว ข้อมูลข้างต้นที่บอกถึงความสัมพันธ์ระหว่างบาดแผลในวัยเด็กกับการติดแอลกอฮอล์อาจจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง หรือแม้กระทั่งผู้ที่มีอาการเสพติดเองสามารถรับมือกับภาวะที่ตนกำลังเผชิญได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเข้ากลุ่มสนับสนุน หรือพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่ให้คำปรึกษา เพื่อช่วยให้คุณสามารถรับมือและประนีประนอมกับอดีตที่โหดร้ายได้ดีขึ้น</p>
<p>ทั้งนี้ อย่าลืมว่า แม้แอลกอฮอล์หรือสารเสพติดต่างๆ จะดูเป็นเหมือนทางออกสำหรับการเยียวยาความเจ็บปวดในอดีต แต่การติดแอลกอฮอล์หรือสารเสพติดไม่ใช่เรื่องดี แต่เป็นเหมือนการทำลายปัจจุบันและอนาคตที่รออยู่มากกว่า</p>
<p>ดังนั้น ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่มีอาการติดแอลกอฮอล์และต้องการขอคำปรึกษาหรือเข้ารับการรักษา คุณอาจจะลองติดต่อหน่วยงานเหล่านี้ (ดูข้อมูล <a href="https://alcoholrhythm.com/places-for-treatment-and-rehabilitation/"><strong>5 หน่วยงานเพื่อคนอยากเลิกเหล้า</strong></a>) เพื่อที่เริ่มก้าวแรกในการลด ละ เลิก แอลกอฮอล์ และข้ามพ้นคลื่นแห่งความเมามายไปได้อย่างมั่นคง</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>ที่มา:</p>
<p class="content-title"><a href="https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3620963/">Childhood trauma exposure and alcohol dependence severity in adulthood: mediation by emotional abuse severity and neuroticism</a></p>
<p class="blog_entry--full__title"><a href="https://www.psychologytoday.com/us/blog/the-almost-effect/201307/childhood-trauma-and-alcohol-abuse-the-connection">Childhood Trauma and Alcohol Abuse: The Connection</a></p>
<p data-fontsize="21" data-lineheight="23px"><a href="https://oldvineyardbhs.com/connection-between-childhood-trauma-addiction/">The Unfortunate Connection between Childhood Trauma and Addiction in Adulthood</a></p>
<p data-fontsize="21" data-lineheight="23px">เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-childhood-trauma/">รักวัวให้ผูก รักลูกอย่าตี: เมื่อบาดแผลในวัยเด็กส่งผลต่อการติดแอลกอฮอล์ตอนโต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2524</post-id>	</item>
		<item>
		<title>แอลกอฮอล์รอบพุง: เมื่อการดื่ม (หนัก) อาจทำให้อ้วน</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/alcohol-can-make-you-fat/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=alcohol-can-make-you-fat</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Nov 2020 11:14:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[การย่อยแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[แคลอรีในแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[แอลกอฮอล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=2406</guid>

					<description><![CDATA[<p>รู้หรือไม่? ในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็มีแคลอรี แล้วเจ้าแคลอรีที่ว่ามานี้ชอบไปจบลงที่รอบพุงของคุณ  Fiona Sim (ฟีโอน่า ชิม) ประธานราชสมาคมเพื่อการสาธารณสุข (Royal Society for Public Health) แห่งอังกฤษระบุว่า ในแต่ละวัน คนทั่วไปที่ดื่มแอลกอฮอล์อาจได้รับแคลอรีมากถึง 10% แต่ส่วนใหญ่มักไม่ทราบว่าการดื่มแอลกอฮอล์มีส่วนช่วยในการเพิ่มพลังงานเข้าสู่ร่างกาย แม้ว่าข้อมูลข้างต้นจะมาจากการสำรวจเฉพาะพื้นที่ แต่ฟีโอน่าเล็งเห็นว่า เราควรกระตุ้นผู้คนให้ตระหนักว่า แอลกอฮอล์มีส่วนทำให้น้ำหนักตัวของเราเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ การขาดข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณพลังงานของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อการประเมินพลังงานที่ควรบริโภคต่ำเกินไป ดังนั้น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องมีการนับแคลอรีอย่างจริงจัง เพื่อเป็นส่วนช่วยสำหรับการลดความอ้วนด้วย เพราะการลดน้ำหนักที่เหมาะสมจะต้องเป็นการ &#8216;นำเข้าพลังงาน&#8217; และ &#8216;เบิร์นพลังงานออก&#8217; ให้สมดุลกัน ดังนั้น เมื่อพูดถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เราจึงต้องตระหนักว่า &#8220;แอลกอฮอล์มีค่าพลังงานเกือบเท่าไขมัน&#8221; และการจะบอกให้ผู้คนทราบเรื่องนี้ได้อย่างดีที่สุดคือ การเน้นจำนวนแคลลอรีบนฉลากของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ &#160; สำรวจกระบวนการย่อยแอลกอฮอล์ในร่างกาย &#160; ทุก ๆ แอลกอฮอล์ 1 กรัมจะมี 7 แคลอรี ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพที่ชัดขึ้น คาร์โบไฮเดรตหรือโปรตีน 1 กรัมให้พลังงาน 4 แคลอรี ขณะที่ไขมัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-can-make-you-fat/">แอลกอฮอล์รอบพุง: เมื่อการดื่ม (หนัก) อาจทำให้อ้วน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">รู้หรือไม่? ในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็มีแคลอรี แล้วเจ้าแคลอรีที่ว่ามานี้ชอบไปจบลงที่รอบพุงของคุณ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Fiona Sim (ฟีโอน่า ชิม) ประธานราชสมาคมเพื่อการสาธารณสุข (Royal Society for Public Health) แห่งอังกฤษระบุว่า ในแต่ละวัน คนทั่วไปที่ดื่มแอลกอฮอล์อาจได้รับแคลอรีมากถึง 10% แต่ส่วนใหญ่มักไม่ทราบว่าการดื่มแอลกอฮอล์มีส่วนช่วยในการเพิ่มพลังงานเข้าสู่ร่างกาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าข้อมูลข้างต้นจะมาจากการสำรวจเฉพาะพื้นที่ แต่ฟีโอน่าเล็งเห็นว่า เราควรกระตุ้นผู้คนให้ตระหนักว่า แอลกอฮอล์มีส่วนทำให้น้ำหนักตัวของเราเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ การขาดข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณพลังงานของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อการประเมินพลังงานที่ควรบริโภคต่ำเกินไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องมีการนับแคลอรีอย่างจริงจัง เพื่อเป็นส่วนช่วยสำหรับการลดความอ้วนด้วย เพราะการลดน้ำหนักที่เหมาะสมจะต้องเป็นการ &#8216;นำเข้าพลังงาน&#8217; และ &#8216;เบิร์นพลังงานออก&#8217; ให้สมดุลกัน ดังนั้น เมื่อพูดถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เราจึงต้องตระหนักว่า &#8220;แอลกอฮอล์มีค่าพลังงานเกือบเท่าไขมัน&#8221; และการจะบอกให้ผู้คนทราบเรื่องนี้ได้อย่างดีที่สุดคือ การเน้นจำนวนแคลลอรีบนฉลากของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>สำรวจกระบวนการย่อยแอลกอฮอล์ในร่างกาย</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุก ๆ แอลกอฮอล์ 1 กรัมจะมี 7 แคลอรี ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพที่ชัดขึ้น คาร์โบไฮเดรตหรือโปรตีน 1 กรัมให้พลังงาน 4 แคลอรี ขณะที่ไขมัน 1 กรัมมีแคลอรี 9 แคลอรี และ</span><span style="font-weight: 400;">ปริมาณแอลกอฮอล์ที่ถูกสะสมไว้ในร่างกายมักเป็นไขมัน แทนที่จะใช้เป็นพลังงานให้หมดไปในทันที แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับปริมาณที่คุณดื่ม ความพร้อมของวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นในการเผาผลาญแอลกอฮอล์ และปริมาณพลังงานที่ร่างกายต้องการในเวลานั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปประมาณ 20% จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดจากกระเพาะอาหาร ส่วนที่เหลืออีก 80% จะถูกดูดซึมในลำไส้เล็กเหมือนอาหาร สิ่งนี้เกิดขึ้นค่อนข้างเร็วเนื่องจากแอลกอฮอล์ไม่จำเป็นต้องย่อย </span><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้แอลกอฮอล์เคลื่อนตัวได้อย่างอิสระ นั่นเป็นสาเหตุที่เวลาเราจะตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ เราจะตรวจวัดจากความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในเลือด อีกทั้ง</span><span style="font-weight: 400;">แอลกอฮอล์ยังแพร่กระจายไปตามเนื้อเยื่อและของเหลวภายในร่างกายทุก ๆ ที่ที่มีน้ำอยู่ จนกว่าจะมีการเผาผลาญ และ</span><span style="font-weight: 400;">เมื่อถูกดูดซึมผ่านลำไส้เล็ก แอลกอฮอล์จะถูกเผาผลาญโดยตับ ซึ่งเอนไซม์จะช่วยในการสลายแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำความเข้าใจเกี่ยวกับอัตราการเผาผลาญมีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจผลกระทบของแอลกอฮอล์ โดยทั่วไปตับสามารถเผาผลาญสุราได้ 1 ออนซ์ (หรือเครื่องดื่มมาตรฐานหนึ่งแก้ว) ใน 1 ชั่วโมง หากคุณกินมากกว่านี้ ระบบของคุณจะอิ่มตัวและแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้นจะสะสมในเลือดและเนื้อเยื่อของร่างกาย จนส่งผลให้แอลกอฮอล์ในเลือดมีความเข้มข้นสูงเป็นเวลาหลายชั่วโมง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดีแอลกอฮอล์จะถูกเผาผลาญก่อนสารอาหารอื่น ๆ เนื่องจากได้สิทธิพิเศษด้วยเหตุผลที่ว่าแอลกออล์เป็นสารพิษ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>แคลอรีอยู่ทุกที่ ไม่เว้นแต่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปริมาณแอลกอฮอล์ของเครื่องดื่มจะแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ของปริมาณแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ที่มีอยู่ในเครื่องดื่ม 100 มิลลิลิตร ดังนั้นเบียร์ขวดขนาด 375 มล. ที่ติดฉลากแอลกอฮอล์ 4.5% ต่อปริมาตร จึงมีแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ 4.5 กรัม ต่อเบียร์ 100 มล. เท่ากับว่า 375 มล. จะมีแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ถึง 13.5 กรัม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พลังงานในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะรวมถึงแคลอรีจากแอลกอฮอล์ ตลอดจนแป้งและน้ำตาลที่ไม่ผ่านการหมักเพิ่มเติมในเบียร์และไวน์ หรือเติมน้ำตาลในเครื่องผสม (มิกเซอร์เหล้า) เช่น โทนิคในจิน เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไวน์แดง 150 มล. ที่มีแอลกอฮอล์ 14% มีแคลอรีเฉลี่ย 120 แคลอรี ดังนั้น ขวดไวน์แดงที่มีขนาด 750 มล. จึงมีแคลลอรีสูงถึง 600 แคลอรี </span><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น หากคุณแบ่งไวน์หนึ่งขวดกับคู่รักของคุณในมื้อค่ำ คุณจะมีแคลอรีถึง 300 แคลอรีก่อนที่คุณจะเริ่มพิจารณาถึงปริมาณพลังงานของการดื่มหยดแรกของคุณ นั่นเท่ากับส้มตำไทย 1 จาน กับไก่ย่าง 1 ไม้เลยทีเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางด้านคราฟเบียร์ที่หลายคนโปรดปรานจะมีแคลอรีอยู่ที่ 170 ถึง 350 แคลอรี เบียร์ปกติอยู่ที่ 153 แคลอรี ไลท์เบียร์อยู่ที่ 103 แคลอรี ส่วน</span><span style="font-weight: 400;">เครื่องดื่มผสมและค็อกเทลประกอบด้วยน้ำอัดลม น้ำผลไม้ หรือน้ำเชื่อม และเหล้าอย่างน้อย 30 มล. ซึ่งมีแอลกอฮอล์ระหว่าง 30% ถึง 90% ต่อปริมาตร โดยเฉลี่ยแล้วจิน โทนิคจะมีแคลอรีประมาณ 140 แคลอรี ขณะที่มาร์การิต้ามีประมาณ 170 แคลอรี และโมฮิโตะอยู่ที่ประมาณ 145 แคลอรี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สิ่งที่จะทำให้คุณขนลุกขึ้นไปอีกคือ ยังมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลายประเภทมีแคลอรีสูงปรี๊ด เช่น ช็อคโกแลตมาร์ตินี่ 74 มิลลิลิตร มีแคลอรีถึง 4,188 แคลอรี ขณะที่ปิญญาโกลาดา 200 มิลลิลิตร มีแคลอรีถึง 526 และไวท์ รัสเซียน 235 มิลลิลิตร 568 แคลอรี ทั้งนี้ </span><span style="font-weight: 400;">เครื่องดื่มก่อนผสมจะมีความเจือจาง เพื่อให้ได้ความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ใกล้เคียงกับเบียร์ แต่ยังมีมิกเซอร์ซึ่งโดยปกติจะเป็นน้ำอัดลม ซึ่งเป็นตัวช่วยเพิ่มปริมาณแคลอรี</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>อ่านข้อมูล&#8211;หาตัวเลือก-ดื่มพอเหมาะ: ทางออกลดอ้วนจากแอลกอฮอล์</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เนื่องจากผู้หญิงโดยเฉลี่ยต้องการแคลอรีประมาณ 2,300 แคลอรีต่อวัน ขณะที่ผู้ชายต้องการประมาณ 2,750 การดื่มสัก 2-3 มื้อหลังเลิกงาน สามารถเพิ่มพลังงาน &#8216;สูญเปล่า&#8217; จำนวนมากให้กับวันของคุณได้ </span><span style="font-weight: 400;">ที่เรียกว่าแคลอรีสูญเปล่า เพราะคุณควรได้รับวิตามินและแร่ธาตุจากสิ่งที่คุณลงทุนกิน ดื่มให้สมดุลเพื่อการมีสุขภาพที่ดีมากกว่าดื่มแอลกอฮอล์แล้วไม่ได้อะไรเลย เพราะนอกจาก</span><span style="font-weight: 400;">เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะมีสารอาหารไม่เพียงพอ แถมยังได้แคลอรีจำนวนมากแล้ว ยังมีวิตามินหรือแร่ธาตุเพียงเล็กน้อยอีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี มักมีการกล่าวอ้างว่าเบียร์และไวน์มีสารอาหารบางอย่างที่ดี กล่าวคือ การศึกษาจำนวนหนึ่งระบุว่า เบียร์มีคุณค่าทางสารอาหารเช่น โปรตีน ไฟเบอร์ วิตามินบี โฟเลต และไนอาซิน ซึ่งชี้ให้เห็นแนวโน้มที่สูงขึ้นว่า การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่พอเหมาะจะส่งผลดีต่อสุขภาพ </span><span style="font-weight: 400;">ขณะที่มีข้อมูลหลายแห่งระบุว่า สารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า &#8216;เรสเวอราทรอล&#8217; อาจช่วยป้องกันเยื่อบุหลอดเลือดในหัวใจของคุณ ทั้งนี้ สารเรสเวอราทรอลเป็นสารชนิดหนึ่งในไวน์แดง ซึ่งกำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเห็นพ้องว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพ มากไปกว่านั้น หลาย ๆ เว็บไซต์ยังระบุเพิ่มเติมอีกว่า การที่คุณดื่มไวน์แดงจะช่วยชะลอการแก่ตัวลงด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี เราต้องขอย้ำเตือนอีกครั้ง</span><span style="font-weight: 400;">ว่า สารอาหารหรือประโยชน์ที่ว่ามาข้างต้นจะมีปริมาณที่ต่ำมากจนส่งผลดีต่อร่างกายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามต่อมาคือ แล้วเราจะทำอะไรได้บ้างในขณะที่รอให้รัฐบาลหรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการให้มีการให้ข้อมูลแคลอรีบนฉลากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ด้านล่างนี้คือคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ จากเรา:</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(1) อ่านข้อมูลให้ตัวเองทราบถึงปริมาณพลังงานของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามปริมาณที่บริโภคและเปรียบเทียบกับปริมาณพลังงานของรายการอาหาร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(2) ขอตัวเลือกที่หวานสำหรับการผสมเครื่องดื่ม เติมน้ำโซดาในแก้วก่อนที่จะหมด และระวังปริมาณแอลกอฮอล์ทันทีที่จิบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(3) หากคุณวางแผนที่จะดื่ม ให้เลือกดื่มแอลกอฮอล์ที่มีแคลอรีต่ำที่สุด เช่น เลือกเบียร์เบา ๆ และทำเครื่องดื่มค็อกเทลที่มีแอลกอฮอล์ต่ำที่บ้าน โดยการลดทอนจิตวิญญาณลงครึ่งหนึ่ง ใช้น้ำแครอทหรือน้ำมะเขือเทศหรือน้ำเปล่าเป็นตัวเลือกผสม ทั้งนี้ อย่าลืมว่ามีไวน์ที่มีแอลกอฮอล์ต่ำและแคลอรีต่ำให้เลือกมากมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(4) หากคุณวางแผนที่จะดื่มแอลกอฮอล์ ให้นำอาหารที่แคลอรีสูงๆ เช่น ช็อกโกแลตบาร์ มัฟฟิน ออกไป เพื่อให้ปริมาณพลังงานของคุณสมดุล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด คุณต้องไม่ลืมว่า การดื่มในปริมาณที่พอเหมาะในคราวที่ต้องดื่มเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำ เพราะนอกจากจะไม่ขยายรอบพุงให้มากนัก ยังช่วยเกี่ยวกับความปลอดภัยส่วนอื่น ๆ ของร่างกายด้วย (แต่ก็อย่าลืมว่า หากดื่มมากเกินไปหรือดื่มอย่างไม่เหมาะสม </span><span style="font-weight: 400;">แอลกอฮอล์สามารถสร้างพิษต่อร่างกายคุณได้เช่นกัน)</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
</div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่มา : </span></p>
<p><a href="https://theconversation.com/think-before-you-drink-alcohols-calories-end-up-on-your-waistline-37403?fbclid=IwAR3IrpUKq14ueEZoG3bw4IO6RmSKz7Gi-12d7mPIWB-1ZY_x-doRVdu9_Pk">Think before you drink: alcohol’s calories end up on your waistline</a></p>
<p><a href="https://medlineplus.gov/ency/patientinstructions/000886.htm">Calorie count &#8211; Alcoholic beverages</a></p>
<p><a href="https://www.healthline.com/health/beer-vs-wine-healthier#1">Booze Battles: Beer Vs. Wine</a></p>
<p><a href="https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/heart-disease/in-depth/red-wine/art-20048281">Red wine and resveratrol: Good for your heart?</a></p>
<p><a href="https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/heart-disease/in-depth/red-wine/art-20048281">Alcohol and Your Body</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<div class="content">
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-can-make-you-fat/">แอลกอฮอล์รอบพุง: เมื่อการดื่ม (หนัก) อาจทำให้อ้วน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2406</post-id>	</item>
		<item>
		<title>บรรยากาศมันพาไป : เมื่อการฟังเพลงทำให้คุณอยากดื่ม</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-music/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=alcohol-and-music</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Jul 2019 03:03:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[บรรยากาศในการดื่มเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[เพลงกับการดื่มเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[แอลกอฮอล์กับเสียงเพลง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1023</guid>

					<description><![CDATA[<p>นานมาแล้ว นักเขียนนวนิยายจีนชื่อดัง ‘โกวเล้ง’ เคยกล่าวไว้ว่า “ข้าพเจ้ามิได้นิยมชมชอบในรสชาติของสุรา แต่ข้าพเจ้าชอบบรรยากาศของการร่ำสุรา”  บรรยากาศการร่ำสุราของโกวเล้งน่าอภิรมย์แค่ไหนคงไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเจ้าตัว แต่ด้วยความชื่นชอบบรรยากาศนี้เอง ทำให้โกวเล้งกลายเป็นนักดื่มสุราตัวยง จนประสบภาวะตับแข็งและเสียชีวิตในวัย48 ปี คนจากไป ทิ้งไว้เพียงประโยคอมตะ กระทั่งบัดนี้ผู้คนจำนวนไม่น้อยยังคงเห็นด้วยกับคำของเขา ‘บรรยากาศ’ คือปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการดื่ม ยิ่งบรรยากาศดีเท่าไร เหล้าเองก็จะดื่มได้คล่องคอขึ้นเท่านั้น จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจหากร้านนั่งดื่มส่วนใหญ่มักสร้าง‘บรรยากาศ’ ที่เหมาะกับการดื่ม และสิ่งที่นิยมใช้มากที่สุดคือ ‘เสียงเพลง’ ในทางวิทยาศาสตร์ หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเพลงมีผลต่อพฤติกรรมการดื่มสุราอย่างไม่น่าเชื่อ มันอาจทำให้คุณยกแก้วดื่มเยอะกว่าที่ตั้งใจหรือเผลอไผลสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลังฟังจบ Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ขอพาคุณไปฟังอีกหนึ่งผลลัพธ์ที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางความไพเราะของบทเพลง ว่าระดับความดังส่งผลต่อปริมาณการดื่มของคุณอย่างไร เนื้อเพลงแบบไหนที่ทำให้คุณอยากดื่ม หรือเพลงประเภทใดทำให้พฤติกรรมการดื่มของคุณผิดแปลกไป &#160; ยิ่งเปิดเพลงดัง ยิ่งอยากดื่มเหล้า   &#160; หนึ่งในเอกลักษณ์ของร้านนั่งดื่มหลายแห่งคือเสียงเพลงดังกระหึ่มเร้าใจ เชิญชวนให้นักท่องราตรีลุกขึ้นมาวาดลวดลายบนฟลอร์ เพิ่มความสนุกให้กับการสังสรรค์ยามค่ำคืน แต่เสียงเพลงที่ดังจนเกินไป นอกจากเป็นอันตรายต่อโสตประสาทแล้ว ยังมีผลข้างเคียงทำให้คนฟังรู้สึกอยากดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นอีกด้วย ข้อเท็จจริงดังกล่าวถูกเปิดเผยครั้งแรกในรายงาน “Alcoholism: Clinical &#38; Experimental Research” จากมหาวิทยาลัย Université de Bretagne-Sud เมื่อปี 2008 นำโดยศาสตราจารย์ด้านพฤติกรรมศาสตร์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-music/">บรรยากาศมันพาไป : เมื่อการฟังเพลงทำให้คุณอยากดื่ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นานมาแล้ว นักเขียนนวนิยายจีนชื่อดัง ‘โกวเล้ง’ เคยกล่าวไว้ว่า “ข้าพเจ้ามิได้นิยมชมชอบในรสชาติของสุรา แต่ข้าพเจ้าชอบบรรยากาศของการร่ำสุรา”<em> </em></p>
<p>บรรยากาศการร่ำสุราของโกวเล้งน่าอภิรมย์แค่ไหนคงไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเจ้าตัว แต่ด้วยความชื่นชอบบรรยากาศนี้เอง ทำให้โกวเล้งกลายเป็นนักดื่มสุราตัวยง จนประสบภาวะตับแข็งและเสียชีวิตในวัย48 ปี</p>
<p>คนจากไป ทิ้งไว้เพียงประโยคอมตะ กระทั่งบัดนี้ผู้คนจำนวนไม่น้อยยังคงเห็นด้วยกับคำของเขา ‘บรรยากาศ’ คือปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการดื่ม ยิ่งบรรยากาศดีเท่าไร เหล้าเองก็จะดื่มได้คล่องคอขึ้นเท่านั้น จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจหากร้านนั่งดื่มส่วนใหญ่มักสร้าง‘บรรยากาศ’ ที่เหมาะกับการดื่ม และสิ่งที่นิยมใช้มากที่สุดคือ ‘เสียงเพลง’</p>
<p>ในทางวิทยาศาสตร์ หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเพลงมีผลต่อพฤติกรรมการดื่มสุราอย่างไม่น่าเชื่อ มันอาจทำให้คุณยกแก้วดื่มเยอะกว่าที่ตั้งใจหรือเผลอไผลสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลังฟังจบ</p>
<p><a href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</a> ขอพาคุณไปฟังอีกหนึ่งผลลัพธ์ที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางความไพเราะของบทเพลง ว่าระดับความดังส่งผลต่อปริมาณการดื่มของคุณอย่างไร เนื้อเพลงแบบไหนที่ทำให้คุณอยากดื่ม หรือเพลงประเภทใดทำให้พฤติกรรมการดื่มของคุณผิดแปลกไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 style="text-align: center;"><strong>ยิ่งเปิดเพลงดัง ยิ่งอยากดื่มเหล้า  </strong></h3>
<p>&nbsp;</p>
<p>หนึ่งในเอกลักษณ์ของร้านนั่งดื่มหลายแห่งคือเสียงเพลงดังกระหึ่มเร้าใจ เชิญชวนให้นักท่องราตรีลุกขึ้นมาวาดลวดลายบนฟลอร์ เพิ่มความสนุกให้กับการสังสรรค์ยามค่ำคืน</p>
<p>แต่เสียงเพลงที่ดังจนเกินไป นอกจากเป็นอันตรายต่อโสตประสาทแล้ว ยังมีผลข้างเคียงทำให้คนฟังรู้สึกอยากดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นอีกด้วย</p>
<p>ข้อเท็จจริงดังกล่าวถูกเปิดเผยครั้งแรกในรายงาน “Alcoholism: Clinical &amp; Experimental Research” จากมหาวิทยาลัย Université de Bretagne-Sud เมื่อปี 2008 นำโดยศาสตราจารย์ด้านพฤติกรรมศาสตร์ Nicolas Guéguen ซึ่งได้ทำการทดลองให้เจ้าของบาร์เปิดเพลงด้วยระดับความดังที่ต่างกัน เพื่อสังเกตและเปรียบเทียบพฤติกรรมการดื่มของลูกค้าชายจำนวน 40 คน หลังฟังเพลงทั้งสองแบบ</p>
<p>พวกเขาสุ่มเปิดเพลงในระดับความดัง 72 เดซิเบล ซึ่งกำหนดเป็นความดังมาตรฐาน และ 88 เดซิเบล ซึ่งถือเป็นความดังระดับสูง จนพบว่าลูกค้าเหล่านั้นดื่มเหล้ามากขึ้นและเร็วขึ้นเมื่อได้ฟังเพลงที่เสียงดังยิ่งขึ้น</p>
<p>Nicolas Guéguen อธิบายว่า พฤติกรรมดังกล่าวเชื่อมโยงกับงานวิจัยที่มีมาก่อนหน้า ว่าด้วยเรื่องเพลงเสียงดังๆ สามารถกระตุ้นให้ร่างกายรู้สึกตื่นตัว อยากกินหรืออยากดื่มมากขึ้น ลูกค้าในบาร์จึงมีแนวโน้มดื่มเหล้าเร็วขึ้นและสั่งเหล้ามากขึ้นหลังได้ฟังเพลงเสียงดัง ขณะเดียวกัน เป็นเพราะเสียงเพลงที่ดังจนเกินไปทำให้คนไม่สามารถสื่อสารกันได้อย่างสะดวก พวกเขาจึงเลือกคุยกันน้อยลงและหันไปใช้เวลากับการดื่มเหล้าแทน</p>
<p>ผลของการวิจัยนี้ยังถูกนำไปต่อยอดในภายหลังโดย ดร.Lorenzo Stafford นักจิตวิทยาจาก University of Portsmouthโดยเขาให้ผู้ร่วมทดลองประเมินรสชาติของสุราเมื่อดื่มในสภาพแวดล้อมปกติ ไปจนถึงสภาพแวดล้อมซึ่งเต็มไปด้วยเสียงเพลงดังๆ เหมือนอยู่ในคลับ</p>
<p>ผลปรากฏว่าผู้ร่วมทดลองต่างประเมินให้เหล้ามีรสชาติ “หวาน” มากที่สุดเมื่อได้ดื่มท่ามกลางเสียงเพลง</p>
<p>แม้ว่าคณะผู้วิจัยจะพยายามทดลองด้วยการใช้เสียงอื่นๆ เช่น เสียงรายงานข่าว ซึ่งดังในระดับเดียวกัน แต่ผู้ร่วมทดลองยังคงรู้สึกว่าเหล้า “ขม” เหมือนปกติ มีเพียงเสียงเพลงเท่านั้นที่สามารถกระตุ้นให้พวกเขารับรู้รสชาติผิดไปจากเดิม นี่อาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งว่าเหตุใดผู้คนจึงชอบไปดื่มกันในร้านที่มีเสียงเพลงดังๆ</p>
<p>เพราะนอกจากได้เต้นไปตามจังหวะมันๆ เขาคงรู้สึกว่าเหล้าร้านนั้น “อร่อย” ก็เป็นได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 style="text-align: center;"><strong>นึกถึงเหล้าหลังเราได้ยินเนื้อเพลง</strong></h3>
<p>&nbsp;</p>
<p>ไม่เพียงแต่ระดับความดังของเสียงเพลงเท่านั้นที่มีผลต่อการดื่ม หากเนื้อเพลงบางท่อนยังสามารถทำให้หลายคนเลิกล้มความตั้งใจงดดื่มเหล้า (อย่างน้อยก็ในคืนนี้) ได้ง่ายๆ</p>
<p>ดร. Rutger Engels จากสถาบันด้านพฤติกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย Radboud ประเทศเนเธอร์แลนด์ ค้นพบความจริงข้อนี้จากการวิจัย โดยเขาให้บาร์สามแห่งทดลองเปิดเพลงสองประเภท ประเภทแรกเป็นเพลงที่มีเนื้อหากล่าวถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนอีกประเภทเป็นเพลงที่มีจังหวะเร้าอารมณ์และเนื้อหาปลุกใจ แต่ไม่ระบุถึงแอลกอฮอล์</p>
<p>หลังผ่านพ้นไป 23 คืน พวกเขาพบว่า เมื่อบาร์เทนเดอร์เปิดเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับแอลกอฮอล์ ลูกค้าจะสั่งเครื่องดื่มมึนเมาเพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับการฟังเพลงที่ไม่มีเนื้อหาอ้างถึงเครื่องดื่มเหล่านั้น นั่นแสดงให้เห็นว่า การฟังเนื้อเพลงที่พูดถึงเหล้าและการดื่มเหล้าได้โน้มน้าวให้คนนึกถึงและรู้สึกอยากดื่มมากขึ้น</p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้น เพลงที่มีเนื้อหาดังกล่าวยังได้รับความนิยมโดยที่คนอาจไม่ทันตระหนัก อ้างอิงโดยงานสำรวจจากมหาวิทยาลัย Northwestern พบว่าร้อยละ 22.4 ของเพลงยอดนิยมติดชาร์ต Billboard’s Hot 100 ช่วงปี 2007-2016 คือเพลงที่มีเนื้อหากล่าวถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยแนวเพลงที่กล่าวถึงมากที่สุดคือ ฮิป-ฮอป รองลงมาคือแนว คันทรี่ แรป อิเล็กโทรนิกส์ และ แดนซ์ ตามลำดับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_1024" aria-describedby="caption-attachment-1024" style="width: 402px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" fetchpriority="high" class="wp-image-1024 " src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/07/Picture1.jpg" alt="" width="402" height="495" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/07/Picture1.jpg 284w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/07/Picture1-243x300.jpg 243w" sizes="(max-width: 402px) 100vw, 402px" /><figcaption id="caption-attachment-1024" class="wp-caption-text">ภาพแสดงสัดส่วนเพลงที่มีเนื้อหากล่าวถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เทียบจำนวนเพลงทั้งหมดในแต่ละประเภท (ที่มา: https://counseling.northwestern.edu/blog/decade-of-drunk-lyrics-how-often-pop-music-mentions-alcohol/)</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้านเพลงไทยเอง ก็มีศิลปินหลายคนแต่งเพลงเกี่ยวกับการดื่มอยู่มากมายหลากหลายแนว ทั้งเพลงลูกทุ่ง เช่น “เหล้าจ๋า” ของสุชาติ เทียนทอง “ผู้สาวขี้เหล้า” ของเมย์ จิราพร ทั้งเพลงป๊อบอย่าง “หมดแก้ว” ของ The Parkinson หรือเพลงร็อคแบบ “ดื่ม” ของThe Yers</p>
<p>สิ่งที่น่าสังเกตอีกข้อหนึ่งคือ เพลงที่อ้างถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ส่วนใหญ่มักนำเสนอภาพการดื่มในเชิงบวก และสร้างภาพจำเกี่ยวกับค่านิยมการดื่ม เป็นต้นว่าเหล้าคือเพื่อนที่ดี ไม่ว่าเศร้า ผิดหวัง อกหัก ต้องดื่มเหล้าย้อมใจ ค่านิยมเหล่านี้อาจทำให้คนเห็นเหล้าเป็นทางออกของปัญหาหรือเครื่องมือเยียวยาจิตใจโดยไม่ทันตระหนักถึงแนวทางอื่น รวมถึงสร้างนักดื่มหน้าใหม่ขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น</p>
<p>ดังนั้น บางครั้งการฟังเนื้อหาเพลงดังกล่าวอาจต้องใช้วิจารณญาณเหมือนการรับชมสื่ออื่นๆ เช่นกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 style="text-align: center;"><strong>ดื่มเหล้าเคล้าเพลงคลาสสิก (?)</strong></h3>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้คนรู้สึกอยากดื่มเพิ่มขึ้นแล้ว เพลงที่มีเพียงการบรรเลงท่วงทำนองอย่างเพลงคลาสสิกก็สามารถทำให้คนดื่มมากกว่าปกติอีกด้วย โดย ดร.Rutger Engelsได้ตั้งคำถามต่อยอดจากงานวิจัยเดิมว่าถ้าเนื้อเพลงมีผลต่อพฤติกรรมการดื่ม แล้วเพลงชนิดใดล่ะ จะมีผลมากที่สุด?</p>
<p>เขาศึกษาด้วยการเชิญกลุ่มผู้ร่วมทดลองมานั่งในบาร์และเปิดเพลงให้ฟังสี่แบบ ทั้งป๊อบ ร็อก แรป และคลาสสิกเป็นเวลากว่า 50 นาที ซึ่งทั้งหมดสามารถสั่งเครื่องดื่มแบบใดก็ได้ ผลปรากฏว่าเมื่อได้ฟังเพลงคลาสสิก ผู้ร่วมทดลองมีแนวโน้มดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าช่วงที่ฟังเพลงชนิดอื่น และมากกว่าปริมาณการดื่มปกติที่เจ้าตัวได้รายงานต่อผู้วิจัยก่อนหน้า ผลกระทบนี้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง ไม่ขึ้นอยู่กับเพศ อายุ หรือแม้กระทั่งรสนิยมความชอบเสียงเพลงของผู้ดื่ม</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีคำอธิบายแน่ชัดว่าเพลงคลาสสิกก่อให้เกิดผลลัพธ์เช่นนี้ได้อย่างไร คณะผู้วิจัยเพียงสันนิษฐานว่า ผู้เข้าร่วมการทดลองส่วนใหญ่ซึ่งเป็นกลุ่มคนหนุ่มสาว มีแนวโน้มคุ้นชินกับเพลงป๊อบ ร็อก และแรป จึงไม่แปลกใจเมื่อได้ยินเสียงเพลงเหล่านี้ในบาร์ ขณะเดียวกัน เพลงคลาสสิกเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่คุ้นและไม่เคยได้ยินจากบาร์ส่วนใหญ่ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ผิดแปลกไป ทำให้พฤติกรรมการดื่มของพวกเขาแปลกไปจากเดิมด้วย</p>
<p>นอกจากนี้ เพลงคลาสสิกที่มีแต่ทำนองและจังหวะเนิบเนือยอาจทำให้คนฟังวัยรุ่นรู้สึกเบื่อหน่าย หงุดหงิด จนต้องหันไปดื่มแก้เซ็งแทนก็เป็นได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างของอิทธิพลจากเสียงเพลงในร้านซึ่งทำให้คุณอยากยกเหล้าดื่ม ในด้านหนึ่ง เรื่องนี้เตือนให้เรารู้ว่าอย่าเผลอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศจนเมาภาพตัดอย่างไม่ทันรู้ตัว และยังชี้ให้เห็นด้วยว่าพฤติกรรมของคนเป็นเรื่องซับซ้อน ถึงจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่การดูแลผู้มีปัญหาสุราก็ต้องการความรู้ความเข้าใจใหม่ๆ อยู่เสมอ</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>ที่มา:</p>
<p>Music And The Effects Of Alcohol.  2008.  Available at : <a href="https://www.psyarticles.com/substance-misuse/alcohol-music.htm">https://www.psyarticles.com/substance-misuse/alcohol-music.htm</a>. Accessed July 19, 2019.</p>
<p>Medical Xpress.  Alcohol tastes sweeter in noisy environments.  2011. Available at :<a href="https://medicalxpress.com/news/2011-12-alcohol-sweeter-noisy-environments.html">https://medicalxpress.com/news/2011-12-alcohol-sweeter-noisy-environments.html</a>. Accessed July 19, 2019.</p>
<p>Rutger C. M. E. Engels.  2012.  The Effects of Music Genre on Young People’s Alcohol Consumption: AnExperimental Observational Study.Informa Healthcare USA, Inc.  p 183-185.</p>
<p>Rutger C. M. E. Engels PhD.  2011.  Effect of Alcohol References in Music on Alcohol Consumption in Public Drinking Places.  Available at :<a href="https://onlinelibrary.wiley.com/doi/abs/10.1111/j.1521-0391.2011.00182.x">https://onlinelibrary.wiley.com/doi/abs/10.1111/j.1521-0391.2011.00182.x</a>. Accessed July 19, 2019.</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-music/">บรรยากาศมันพาไป : เมื่อการฟังเพลงทำให้คุณอยากดื่ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1023</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
