<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>การดื่มแอลกอฮอล์ Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%AE%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/การดื่มแอลกอฮอล์/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:08:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>การดื่มแอลกอฮอล์ Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/การดื่มแอลกอฮอล์/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>ทำไมนักเขียนถึงชอบดื่มแอลกอฮอล์</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/why-do-writers-love-to-drink/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=why-do-writers-love-to-drink</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Jun 2021 07:45:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[คนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[นักเขียน]]></category>
		<category><![CDATA[นิยาย]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3920</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘นักเขียนกับแก้วเหล้า’ ราวกับเป็นภาพติดตาที่พยายามสลัดทิ้งแค่ไหนก็หนีไม่พ้น  หากคุณเคยผ่านหลักสูตรวิชาภาษาไทยของกระทรวงฯ ในโรงเรียน คุณอาจจดจำเรื่องราวของสุนทรภู่กวีเอก นักแต่งกาพย์ กลอน โคลง ที่เหล่าคุณครูชอบให้ท่องเก็บคะแนน  ชีวิตช่วงหนึ่งของสุนทรภู่แสดงให้เห็นว่าตัวเขาเป็นคนขี้เหล้าเมายา ดื่มหนักจนก่อเรื่องถึงขั้นเคยติดคุก แต่ขณะเดียวกัน การดื่มหนักและติดคุกนั้นก็มีส่วนทำให้สุนทรภู่สามารถแต่งกลอนที่ไพเราะเลื่องลือ และได้รับการบรรจุลงในแบบเรียนของเรา   อันที่จริง ไม่ใช่แค่เพียงกวีเอกของไทย นักเขียนเจ้าของวรรณกรรมสัญชาติอเมริกาอันโด่งดังหลายๆ เรื่องก็มีเบื้องหลังการผลิตออกสู่สายตาสาธารณชนที่เต็มไปด้วยกองขวดเหล้าไวน์เช่นเดียวกัน แถมบางคนยังดื่มระหว่างสร้างสรรค์งานเสียด้วยซ้ำ  แท้จริงแล้ว เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีดีอะไรทำไมนักเขียนและคนสร้างสรรค์งานจึงชอบดื่มนักหนา Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า พาคุณไปหาคำตอบจากเรื่องราวด้านล่างนี้ ‘สุราเมไรท์เตอร์’ เมื่อนักเขียนชาวอเมริกันหลงใหลการดื่ม &#160; เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และคนติดแอลกอฮอล์ เป็นคุณลักษณะที่ใช้นิยามชีวิตเหล่านักเขียนในอเมริกา ดังตัวอย่างจากหลายงานวิจัยแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างการเขียนและการดื่ม เช่นในปี 2557 หนังสือชื่อ &#8220;The Trip to Echo Spring&#8221; ของโอลิเวีย เลียง (Olivia Laing) สำรวจบทบาทโรคติดสุราเรื้อรังที่สร้างผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของนักเขียนชาวอเมริกัน 6 คน คือ จอห์น เบอร์รีแมน (John Berryman) เรย์มอนด์ คาร์เวอร์ (Raymond [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/why-do-writers-love-to-drink/">ทำไมนักเขียนถึงชอบดื่มแอลกอฮอล์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">‘นักเขียนกับแก้วเหล้า’ ราวกับเป็นภาพติดตาที่พยายามสลัดทิ้งแค่ไหนก็หนีไม่พ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากคุณเคยผ่านหลักสูตรวิชาภาษาไทยของกระทรวงฯ ในโรงเรียน คุณอาจจดจำเรื่องราวของสุนทรภู่กวีเอก นักแต่งกาพย์ กลอน โคลง ที่เหล่าคุณครูชอบให้ท่องเก็บคะแนน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชีวิตช่วงหนึ่งของสุนทรภู่แสดงให้เห็นว่าตัวเขาเป็นคนขี้เหล้าเมายา ดื่มหนักจนก่อเรื่องถึงขั้นเคยติดคุก แต่ขณะเดียวกัน การดื่มหนักและติดคุกนั้นก็มีส่วนทำให้สุนทรภู่สามารถแต่งกลอนที่ไพเราะเลื่องลือ และได้รับการบรรจุลงในแบบเรียนของเรา  </span></p>
<p>อันที่จริง ไม่ใช่แค่เพียงกวีเอกของไทย นักเขียนเจ้าของ<span style="font-weight: 400;">วรรณกรรมสัญชาติอเมริกาอันโด่งดังหลายๆ เรื่องก็มีเบื้องหลังการผลิตออกสู่สายตาสาธารณชนที่เต็มไปด้วยกองขวดเหล้าไวน์เช่นเดียวกัน แถมบางคนยังดื่มระหว่างสร้างสรรค์งานเสียด้วยซ้ำ </span></p>
<p>แท้จริงแล้ว เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีดีอะไรทำไมนักเขียนและคนสร้างสรรค์งานจึงชอบดื่มนักหนา Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า พาคุณไปหาคำตอบจากเรื่องราวด้านล่างนี้</p>
<h2 style="text-align: center;"></h2>
<h2 style="text-align: center;"><b>‘สุราเมไรท์เตอร์’</b></h2>
<h2 style="text-align: center;"><b>เมื่อนักเขียนชาวอเมริกันหลงใหลการดื่ม</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และคนติดแอลกอฮอล์ เป็นคุณลักษณะที่ใช้นิยามชีวิตเหล่านักเขียนในอเมริกา ดังตัวอย่างจากหลายงานวิจัยแสดงให้เห็นความสัมพันธ์</span><span style="font-weight: 400;">ระหว่างการเขียนและการดื่ม เช่น</span><span style="font-weight: 400;">ในปี 2557 หนังสือชื่อ &#8220;The Trip to Echo Spring&#8221; ของ</span><span style="font-weight: 400;">โอลิเวีย เลียง (</span><span style="font-weight: 400;">Olivia Laing) สำรวจบทบาทโรคติดสุราเรื้อรังที่สร้างผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของนักเขียนชาวอเมริกัน 6 คน คือ </span><span style="font-weight: 400;">จอห์น เบอร์รีแมน (</span><span style="font-weight: 400;">John Berryman</span><span style="font-weight: 400;">) เรย์มอนด์ คาร์เวอร์ (</span><span style="font-weight: 400;">Raymond Carver</span><span style="font-weight: 400;">) จอห์น ชีเวอร์ (</span><span style="font-weight: 400;">John Cheever</span><span style="font-weight: 400;">) เอฟ สกอตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (</span><span style="font-weight: 400;">F. Scott Fitzgerald</span><span style="font-weight: 400;">) เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ (</span><span style="font-weight: 400;">Ernest Hemingway</span><span style="font-weight: 400;">) และเทนเนสซี วิลเลียมส์ (</span><span style="font-weight: 400;">Tennessee Williams</span><span style="font-weight: 400;">) พบความสัมพันธ์ทางจิตวิทยาระหว่างการติดแอลกอฮอล์กับความอัจฉริยะในการสร้างสรรค์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปฏิเสธไม่ได้ว่า</span><span style="font-weight: 400;">นักเขียนหลายคนเลือกใช้แอลกอฮอล์ระหว่างทำงาน อย่าง </span><span style="font-weight: 400;">เอ็ดนา เซนต์ วินเซนต์ มิลล์เลย์ (Edna St. Vincent Millay) เผยว่าเธอจิบยินขณะเขียนบทความใน Vanity Fair ไปด้วย เช่นเดียวกับ </span><span style="font-weight: 400;">วิลเลียม ฟอกเนอร์ (</span><span style="font-weight: 400;">William Faulkner) ที่ดื่มด่ำวิสกี้พร้อมกับเขียนหนังสือ Road to Glory </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในปี 2483 </span><span style="font-weight: 400;">คาร์สัน แมคคัลเลอส์ </span><span style="font-weight: 400;">(Carson McCullers) เขียน The Heart is a Lonely Hunter เคล้าชาร้อนและเหล้าเชอร์รี่จำนวนมาก ส่วน</span><span style="font-weight: 400;">การสร้างสรรค์ The Blue Dahlia </span><span style="font-weight: 400;">เรย์มอนด์ แชนด์เลอร์ </span><span style="font-weight: 400;">(Raymond Chandler) ก็ต้องพึ่งกิมเล็ตซึ่งเป็นค็อกเทลประเภทหนึ่งที่ทำมาจากยิน มะนาวและน้ำผลไม้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิน 6 ช็อต วอดก้า 2 ช็อต ไวน์</span><span style="font-weight: 400;">เวอร์มุธ 1 ส่วน 4 น้ำแข็ง และมะกอกยัดไส้ คือส่วนผสมของเครื่องดื่มที่เรียกว่า ดับเบิลมาร์ตินนี เครื่องดื่มสุดโปรดของคาโพที (</span><span style="font-weight: 400;">Capote</span><span style="font-weight: 400;">) ในตอนเขียน </span><span style="font-weight: 400;">In Cold Blood </span><span style="font-weight: 400;">ขณะที่เดอะบีสท์ (The Beats) สร้างสรรค์ผลงานที่ดีออกมาระหว่างที่พวกเขาใช้ยาเสพติดและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างทั้งหมดทั้งมวลชวนให้เรามองว่าการเขียนและการดื่มแอลกอฮอล์นั้นแทบจะเป็นของคู่กันในอเมริกาศตวรรษที่ 20 </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การดื่มแอลกอฮอล์เป็นการพบกันตามธรรมชาติของชีวิตนักเขียนวรรณกรรม ผู้นิยามด้วยสัญลักษณ์ของความเหงาและความทะเยอทะยานที่จะสรรค์สร้างผลงาน” </span><span style="font-weight: 400;">อัลเฟรด คาซิน </span><span style="font-weight: 400;">(Alfred Kazin) บรรยายถึงลักษณะของอาชีพนักเขียนกับที่มาของการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ข้อความข้างต้นอาจฟังดูเหมือนว่าเหล้าเบียร์คือเครื่องมือคลายเหงาและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ทว่า ชีวิตของ</span><span style="font-weight: 400;">เอดการ์ แอลลัน โพ (</span><span style="font-weight: 400;">Edgar Allan Poe) ก็เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างการเขียนและการดื่มนั้นไม่ได้สวยงามเสมอไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เอดการ์ </span><span style="font-weight: 400;">เป็นนักเขียน กวี บรรณาธิการ และนักวิจารณ์วรรณกรรมชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีจากผลงานกวีและเรื่องสั้น โดยเฉพาะแนวสยองขวัญ ลึกลับ เช่น The Raven ปี 2388 และ The Tell-Tale Heart ปี 2386 </span><span style="font-weight: 400;">เขาเป็นอีกหนึ่งตำนานที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ เพราะเอดการ์คือผู้ริเริ่มสร้างนวนิยายแนวสืบสวนและแนววิทยาศาสตร์ จนได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นบุคคลสำคัญในอเมริกา ทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้นักเขียนอีกหลายๆ คน เช่น </span><span style="font-weight: 400;">อาร์เธอร์ โคนัน ดอยล์ (</span><span style="font-weight: 400;">Arthur Conan Doyle) ผู้แต่ง Sherlock Holmes</span></p>
<p>อย่างไรก็ตาม เส้นทางการเป็นนักเขียนของเอดการ์ก่อนที่จะได้รับการยกย่องต้องประสบปัญหาการเงินตลอดชีวิตที่ผ่านมา <span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่เด็ก เขา</span><span style="font-weight: 400;">เป็นเด็กกำพร้า ซึ่งชีวิตวัยเยาว์ไม่ราบรื่น จนช่วงที่เขา</span><span style="font-weight: 400;">เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย การพนัน ยาเสพติดและแอลกอฮอล์ ก็ได้ย่างกรายเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของเอดการ์ เขาเริ่มดื่มและใช้ยา แต่มาหนักข้อจริงจังเมื่อภรรยาเสียชีวิต</span></p>
<p>สุดท้าย <span style="font-weight: 400;">วันที่ 7 ตุลาคม 2392 เอดการ์ก็เสียชีวิตลงในวัย 40 ปี โดยไม่ระบุสาเหตุ แต่ถูกคาดการณ์ไว้หลากหลาย การดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักเองเป็นสาเหตุหนึ่งที่คนต่างพูดถึง</span></p>
<p>เรื่องระหว่างนักเขียนและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่น่าเศร้าอีกเรื่องเป็นของ<span style="font-weight: 400;">ยูจีน โอนีลล์ (Eugene O&#8217;Neill) นักเขียนบทละครชาวอเมริกันผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ผลงานของเขาได้รับการชื่นชมว่าเป็นบทละครแรกๆ ที่ได้พาวงการเข้าสู่ละครแนวสมจริง </span><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะบทละครเรื่อง The drama Long Day&#8217;s Journey into Night ได้รับการยอมรับว่าเป็นบทละครอเมริกันที่ดีที่สุดและสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ละครศตวรรษที่ 20   </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับชีวิตส่วนตัว ยูจีนเกิดในโรงแรม Barrett House บนถนนน Broadway ซึ่งในปัจจุบันคือ Time square เขาเป็นลูกชายของนักแสดงผู้อพยพชาวไอริช เจมส์ โอนีล (James O&#8217;Neill) และ</span><span style="font-weight: 400;">แมรี่ เอลเลน ควินลาน</span><span style="font-weight: 400;"> (Mary Ellen Quinlan) พ่อของเขาป่วยเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง ส่วนแม่ของเขาติดมอร์ฟีน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ยูจีนเองก็กลายเป็นโรคซึมเศร้าและโรคพิษสุราเรื้อรังในเวลาต่อมา</span><span style="font-weight: 400;"> แต่อย่างน้อยๆ ยูจีนยังมีทะเลคอยโอบกอดเขาให้พอมีความสุขเล็กๆ จึงไม่น่าแปลกใจที่บทละครของเขาหลายๆ เรื่องมักมีที่ตั้งอยู่บนเรือ ริมทะเล เฉกเช่นเดียวกับสถานที่ทำงานของเขา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในบั้นปลายชีวิต เขาต้องต่อสู้กับโรคพากินสันระหว่างที่สร้างสรรค์ผลงานออกมาอีกหลายเรื่อง จนกระทั่งปี 2496 ยูจีนได้เสียชีวิตบนห้อง 401 โรงแรมเชอราตัน วัย 65 ปี </span></p>
<p>นอกจากนี้ ถ้าถามถึงรายชื่อนักเขียนที่ติดแอลกอฮอล์ ก็จะพบว่ามีมากมายเต็มไปหมด ทั้ง<span style="font-weight: 400;">ซินแคลร์ ลูวิส (</span><span style="font-weight: 400;">Sinclair Lewis) และ</span><span style="font-weight: 400;">วิลเลียม ฟอกเนอร์ (</span><span style="font-weight: 400;">William Faulkner) ที่เคยรับรางวัลโนเบลสาขาเดียวกันกับยูจีน  </span><span style="font-weight: 400;">ฟิตซ์เจอรัลด์ </span><span style="font-weight: 400;">(Fitzgerald) และ </span><span style="font-weight: 400;">ริง ลาร์ดเนอร์ </span><span style="font-weight: 400;">(Ring Lardner) ที่ติดสุราเรื้อรัง จนทั้งคู่เสียชีวิตลงในตอนอายุ 40 ปี </span><span style="font-weight: 400;">ฮาร์ต เครน</span><span style="font-weight: 400;"> (Hart Crane) ผู้มีปัญหากับการดื่มขั้นสุดเช่นเดียวกันกับ </span><span style="font-weight: 400;">จอห์น พี. มาร์ควัน </span><span style="font-weight: 400;">(J.P. Marquand) </span><span style="font-weight: 400;">วอลเลซ สตีเวนส์ </span><span style="font-weight: 400;">(Wallace Stevens) </span><span style="font-weight: 400;">อี. อี. คัมมิงส์ </span><span style="font-weight: 400;">(E.E. Cummings) และ เอ็ดนา เซนต์ วินเซนต์ มิลล์เลย์ (Edna St. Vincent Millay) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นักเขียนบางคน เช่น </span><span style="font-weight: 400;">โดโรธี พาร์กเกอร์ </span><span style="font-weight: 400;">(Dorothy Parker) และ </span><span style="font-weight: 400;">ดาชีล แฮมเม็ตต์ </span><span style="font-weight: 400;">(Dashiell Hammett) เคยเขียนเกี่ยวกับปัญหาการดื่มของพวกเขา แต่ส่วนใหญ่แล้ว นักเขียนมักไม่เคยเอ่ยถึงปัญหาดังกล่าวนี้เลย &#8212; ซึ่งอาจหมายความว่าพฤติกรรมการติดเหล้าถูกละเลยจากนักเขียนมาตลอดก็เป็นได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>ทำความเข้าใจ ‘เหตุผลที่นักเขียนชอบดื่มแอลกอฮอล์’</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">อะไรที่ทำให้นักเขียนจำนวนมากเลือกที่จะดื่ม และดื่มมากจนเกินพอดี? </span><span style="font-weight: 400;">คาซิน (</span><span style="font-weight: 400;">Kazin) กล่าวว่า แอลกอฮอล์เป็นแรงผลักดันสู่ความสำเร็จทุกรูปแบบ ทั้งความกระหายในศักดิ์ศรี ชื่อเสียง และเงินทอง ร่วมถึงความคิดสร้างสรรค์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ โดนัลด์ วี กูดวิน (Donald W. Goodwin) จิตแพทย์จากมหาวิทยาลัยวอชิงตันผู้ทำการศึกษาเพื่อหาคำตอบว่า ‘ทำไมนักเขียนชาวอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่จำนวนมากจึงดื่มหนัก’ เผยว่า </span><span style="font-weight: 400;">“อาจเกิดการเชื่อมโยงทางพันธุกรรมระหว่างความสามารถในการเขียนกับโรคพิษสุราเรื้อรัง ร่วมกับอาการซึมเศร้าเข้าขั้นอารมณ์สองขั้ว (อารมณ์ดีหรือก้าวร้าวผิดปกติ)”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งเหตุผลมาจาก </span><span style="font-weight: 400;">เอช. เอ. เบอร์ลิ</span><span style="font-weight: 400;">น (</span><span style="font-weight: 400;">Heather Berlin) นักประสาทวิทยา ซึ่งระบุว่า เมื่อนักเขียนเกิดความคิดสร้างสรรค์สูงสุด อยู่ในสภาวะที่ลื่นไหลมากๆ  เปลือกสมองบริเวณส่วนบนของสมองกลีบหน้าผาก (DLPFC) จะลดการป้องกัน ทำให้บุคคลนั้นๆ สูญเสียความรู้สึกในตนเองและหลอมรวมเข้ากับงานของพวกเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“นักเขียนจะหลุดพ้นจากพันธนาการต่อต้านความคิดสร้างสรรค์ด้วยอารมณ์”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และจากข้อมูลของ เจฟเฟรย์ เดวิส เอ็มเอ (Jeffrey Davis M.A.) อารมณ์ที่รุนแรงทั้งเชิงบวกและเชิงลบเหล่านี้ ถูกกระตุ้นกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ลงมือทำ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการกระตุ้นอารมณ์นำไปสู่ความคล่องแคล่วและความคิดสร้างสรรค์ที่มากขึ้น และในทางกลับกัน การปิดการใช้งานอารมณ์ เช่น ภาวะซึมเศร้าหรือความสงบ ดันไปจำกัดความสามารถในการคิดสร้างสรรค์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จะเกิดอะไรขึ้นเมื่ออารมณ์ที่เร่าร้อนจำเป็นต้องเขียนมอดไป นี่คือที่ที่แอลกอฮอล์เข้ามาช่วยเหลือ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยังมีความเป็นไปได้หลายประการสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างการเขียนและการดื่ม ซึ่งอาจรวมถึงความต้องการดึงความกล้าแสดงออก เพิ่มความสามารถในการเข้าสังคม ส่งเสริมจินตนาการ เสริมความมั่นใจในตนเอง คลายความเหงา หรืออย่างง่ายที่สุด ผ่อนคลายหลังจากวันที่หนักหน่วง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“นักเขียนเองก็มีเหตุผลมากมายที่จะเลือกดื่มไม่ต่างจากอาชีพอื่น ๆ” เบลก มอร์ริสัน (Blake Morrison) กล่าวสรุปสั้นๆ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ที่มา </b></p>
<ol>
<li><b> Why Do Writers Drink So Much?</b></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">https://www.psychologytoday.com/us/blog/psychology-yesterday/201801/why-do-writers-drink-so-much </span></p>
<ol start="2">
<li><b> Edgar Allan Poe</b></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">https://en.wikipedia.org/wiki/Edgar_Allan_Poe</span></p>
<ol start="3">
<li><b> Eugene O&#8217;Neill</b></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">https://en.wikipedia.org/wiki/Eugene_O%27Neill</span></p>
<ol start="4">
<li><b> Why Writers Love to Drink</b></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">https://medium.com/writers-blokke/why-writers-love-to-drink-b2b2fd3aeca6 </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/why-do-writers-love-to-drink/">ทำไมนักเขียนถึงชอบดื่มแอลกอฮอล์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3920</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ลดการดื่มช่วยรักษ์โลกได้อย่างไร? &#8211; สำรวจผลกระทบของเหล้าเบียร์ต่อสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-environment/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=alcohol-and-environment</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Jun 2021 07:21:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3843</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘อย่าลืมถุงผ้า’ กลายเป็นคำที่เมื่อออกจากบ้านต้องนึกถึงอยู่ร่ำไป เมื่อห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่งดแจกถุงพลาสติก ดังนั้น นอกเหนือจากเงินแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้คงจะเป็นถุงผ้าคนละใบสองใบ เพราะถ้าพลาด อาจจะต้องแบกของหนักอย่างทุลักทุเล หรือต้องเสียเงินเพิ่มจากการซื้อถุงหน้าเคาน์เตอร์ เช่นเดียวกับร้านกาแฟชื่อดังที่งดใช้หลอดพลาสติก และเปลี่ยนมาใช้หลอดกระดาษ, เทรนด์การรับประทานอาหารจำพวกพืชแปรรูปแทนเนื้อสัตว์ และอื่นๆ อีกมากมาย ปัจจุบันเราเห็นพฤติกรรมและการรณรงค์ &#8216;ช่วยโลก&#8217; หลากหลายรูปแบบ เพื่อรักษาระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อม ภูมิอากาศอย่างยั่งยืนส่งต่อไปถึงคนรุ่นลูกหลาน ทว่า ผู้คนส่วนใหญ่มักรับรู้ข้อมูลแค่เรื่องผลกระทบจากอาหารที่เรากิน วิธีที่เราเดินทาง เสื้อผ้าที่เราซื้อ โดยที่ยังไม่รู้ว่าเครื่องดื่มประจำงานปาร์ตี้อย่างแอลกอฮอล์ประเภทต่างๆ ก็ส่งผลสิ่งแวดล้อมอย่างมากเช่นกัน   &#160; เหล้า-เบียร์ กับร่องรอยผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม &#160; น้อยคนนักที่จะรู้ว่า &#8216;ทุกขั้นตอน&#8217; ของการผลิตเครื่องดื่มแอลกอออล์มีร่องรอยผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมปรากฎอยู่ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาทั้งแง่ตัวบุคคลและส่วนรวม  เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกวัตถุดิบ ขณะที่การปลูกพืชเพื่อผลิตแอลกอฮอล์ต้องใช้ที่ดินจำนวนมหาศาล กลับมีข้อมูลปรากฏว่าที่ดินเพื่อปลูกพืชผลิตอาหารบนโลกนั้นกลับมีอัตราลดลง เราปลูกข้าวและมันฝรั่งเพื่อผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่กลับหมางเมินความเป็นจริงที่ว่าประชากรโลกกำลังเติบโต ต้องการอาหารเพิ่มขึ้น และยังมีคนอีกหลายกลุ่มในหลายประเทศทั่วโลกยังคงขาดแคลนอาหาร  ไม่เพียงแต่ที่ดินที่หายาก น้ำประปาก็เป็นสิ่งสำคัญที่หายากเช่นกัน เมื่อเกิดการบริโภคแอลกอฮอล์ทั่วโลกเพิ่มขึ้น ความต้องการใช้น้ำสำหรับการปลูกวัตถุดิบ หรือกระบวนการผลิตแอลกอฮอล์จึงเพิ่มขึ้นตามๆ กัน มีการประมาณการว่าการผลิตเบียร์ 500 มิลลิลิตร ต้องใช้น้ำ 148 ลิตร  ส่วนไวน์ 125 มิลลิลิตร ต้องใช้น้ำ 110 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-environment/">ลดการดื่มช่วยรักษ์โลกได้อย่างไร? &#8211; สำรวจผลกระทบของเหล้าเบียร์ต่อสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>‘</b><span style="font-weight: 400;">อย่าลืมถุงผ้า’ กลายเป็นคำที่เมื่อออกจากบ้านต้องนึกถึงอยู่ร่ำไป เมื่อห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่งดแจกถุงพลาสติก ดังนั้น </span><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือจากเงินแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้คงจะเป็นถุงผ้าคนละใบสองใบ เพราะถ้าพลาด อาจจะต้องแบกของหนักอย่างทุลักทุเล หรือต้องเสียเงินเพิ่มจากการซื้อถุงหน้าเคาน์เตอร์</span></p>
<p>เช่นเดียวกับ<span style="font-weight: 400;">ร้านกาแฟชื่อดังที่งดใช้หลอดพลาสติก และเปลี่ยนมาใช้หลอดกระดาษ, เทรนด์การรับประทานอาหารจำพวกพืชแปรรูปแทนเนื้อสัตว์ และอื่นๆ อีกมากมาย ปัจจุบันเราเห็นพฤติกรรมและการรณรงค์ &#8216;ช่วยโลก&#8217; หลากหลายรูปแบบ เพื่อรักษาระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อม ภูมิอากาศอย่างยั่งยืนส่งต่อไปถึงคนรุ่นลูกหลาน ทว่า </span><span style="font-weight: 400;">ผู้คนส่วนใหญ่มักรับรู้ข้อมูลแค่เรื่องผลกระทบจากอาหารที่เรากิน วิธีที่เราเดินทาง เสื้อผ้าที่เราซื้อ</span><span style="font-weight: 400;"> โดยที่ยังไม่รู้ว่าเครื่องดื่มประจำงานปาร์ตี้อย่างแอลกอฮอล์ประเภทต่างๆ ก็ส่งผลสิ่งแวดล้อมอย่างมากเช่นกัน  </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;">เหล้า-เบียร์ กับร่องรอยผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">น้อยคนนักที่จะรู้ว่า &#8216;ทุกขั้นตอน&#8217; ของการผลิตเครื่องดื่มแอลกอออล์มีร่องรอยผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมปรากฎอยู่ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาทั้งแง่ตัวบุคคลและส่วนรวม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกวัตถุดิบ ขณะที่การปลูกพืชเพื่อผลิตแอลกอฮอล์ต้องใช้ที่ดินจำนวนมหาศาล กลับมีข้อมูลปรากฏว่าที่ดินเพื่อปลูกพืชผลิตอาหารบนโลกนั้นกลับมีอัตราลดลง เราปลูกข้าวและมันฝรั่งเพื่อผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่กลับหมางเมินความเป็นจริงที่ว่าประชากรโลกกำลังเติบโต ต้องการอาหารเพิ่มขึ้น และยังมีคนอีกหลายกลุ่มในหลายประเทศทั่วโลกยังคงขาดแคลนอาหาร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เพียงแต่ที่ดินที่หายาก น้ำประปาก็เป็นสิ่งสำคัญที่หายากเช่นกัน เมื่อเกิดการบริโภคแอลกอฮอล์ทั่วโลกเพิ่มขึ้น ความต้องการใช้น้ำสำหรับการปลูกวัตถุดิบ หรือกระบวนการผลิตแอลกอฮอล์จึงเพิ่มขึ้นตามๆ กัน มีการประมาณการว่าการผลิต</span><span style="font-weight: 400;">เบียร์ 500 มิลลิลิตร ต้องใช้น้ำ 148 ลิตร  ส่วนไวน์ 125 มิลลิลิตร ต้องใช้น้ำ 110 ลิตร จึงอาจกล่าวได้ว่า</span><span style="font-weight: 400;">แอลกอฮอล์เป็นสินค้าที่กระหายน้ำอย่างแท้จริง</span></p>
<p>นี่ยังไม่รวมถึงการแพ็กของและการขนส่ง การผลิตบรรจุภั<span style="font-weight: 400;">ณฑ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างขวดหรือกระป๋อง รวมถึงการรักษาเย็นของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็มีต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม แม้ว่าตอนนี้จะมีการรีไซเคิลกระป๋องอลูมิเนียมและขวดแก้วอย่างชัดเจน แต่ในประเทศอังกฤษและอเมริกาก็ยังพบว่า ร้อยละ 50 ของขยะประเภทบรรจุภัณฑ์แอลกอฮอล์ถูกฝังกลบมากกว่านำไปรีไซเคิล &#8212; อย่างน้อยก็มีกระป๋องกว่า 5 หมื่นล้านกระป๋องที่เป็นเช่นนั้น และถ้านำไปเข้ากระบวนการทำลาย ก็ต้องผ่านกระบวนการที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมาก เช่นเดียวกับการขนส่งที่ปลดปล่อยก๊าซเหล่านี้จำนวนมหาศาล โดยข้อมูลจากสมาคมผู้ค้าส่งเบียร์แห่งอเมริกาฯ ระบุว่า อุตสาหกรรมเบียร์อเมริกาส่งสินค้าถึง 2.8 พันล้านรายในปี 2561 เป็นงานที่ต้องใช้พลังงานและเชื้อเพลิง ทั้งในการทำความเย็นและการขนส่ง ทำให้เกิดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจก่อให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกที่เลวร้ายยิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เอาเป็นว่าโดยรวมแล้ว เราอาจกล่าวได้ว่ายิ่งเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์สูงเท่าไหร่ ยิ่งสร้างผลกระทบต่อโลกมากขึ้นเท่านั้น </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>สะท้อนปัญหาน้ำเสีย&amp;ดินเสีย ผ่าน ‘เตกีลา’</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>อีกหนึ่งเรื่องเล่าเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่น่าสนใจคือการผลิต &#8216;เตกีลา&#8217; <span style="font-weight: 400;">หลายคนอาจไม่เคยรู้เลยว่าเตกีลาผลิตได้ในเม็กซิโกเท่านั้น มันเป็น</span><span style="font-weight: 400;">เครื่องดื่มที่มาพร้อมกับการเฉลิมฉลองในครอบครัวและวันหยุดประจำชาติ </span><span style="font-weight: 400;">โดยเตกีลามีแอลกอฮอล์อยู่ประมาณ 38% ผลิตจากการหมักและกลั่นน้ำตาลจากพืชที่มีใบแหลมหนาที่เรียกว่า Agave tequilana Weber หรือ blue agave ซึ่งมีถิ่นกำเนิดที่เม็กซิโก</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เม็กซิโกนั้นมีโรงงานเตกีลา 118 แห่งและมีแบรนด์เตกีลาถึง 715 แบรนด์ หากนับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนเมษายนโรงงานเหล่านี้ผลิตเตกีลาได้ถึง 48 ล้านลิตร </span></p>
<p>แต่<span style="font-weight: 400;">การผลิตเตกีลา 1 ลิตรต้องใส่น้ำอย่างน้อย 10 ลิตร ซึ่งผลเสียไม่ได้จำกัดอยู่เพียงใช้ปริมาณน้ำจำนวนมากเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดน้ำเสียที่ไม่ผ่านกระบวนการบำบัดก่อนปล่อยทิ้งสู่พื้นที่โดยรอบ จน</span><span style="font-weight: 400;">กลายเป็นกากอุตสาหกรรมในพื้นดินและในแม่น้ำข้างเคียง</span></p>
<p>พร้อมๆ กันนั้น พืชผลส่วนใหญ่ที่ใช้ผลิตเตกีลา<span style="font-weight: 400;">มักฉีดสารกำจัดศัตรูพืชเพื่อปรับปรุงผลผลิตและลดโรคต่างๆ  นับว่าเป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างหนัก และสามารถก่อให้เกิดมลพิษทางน้ำในระดับท้องถิ่น เพราะสารเคมีในน้ำยากำจัดศัตรูพืชอาจจะไหลเข้าไปสู่แหล่งน้ำบริเวณใกล้เคียงเช่นกัน </span></p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อ<span style="font-weight: 400;">เตกีลาทุกลิตรบรรจุลงขวด จะมีการใช้เยื่อหางจระเข้ 5 กิโลกรัม และเกิดกากที่เหลือจากการกลั่น 7-10 ลิตร เรียกว่า Vinaza </span><span style="font-weight: 400;">โดย Vinaza นั้นเป็นกรดที่มีน้ำมัน ทำให้ดินไม่สามารถเกิดการซึมผ่านแล้วจำพวกแร่ธาตุ น้ำ ไม่สามารถไหลลงดินได้ นั่นแปลว่ากรดที่มีน้ำมันพวกนี้ไม่มีประโยชน์ในการทำฟาร์มหรือเกษตรกรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ส่วนของน้ำมันจะทำให้ดินแข็ง โดยบริเวณที่แข็งและแตกออกมา Vinaza จะปนเปื้อนลงสู่น้ำใต้ดิน โดย Vinaza จำนวน 1 ลิตรสามารถสร้าง BOD สูงถึง 25,000 มิลลิกรัม ถ้าดูจากมาตรฐานในประเทศไทยนั้น  </span><span style="font-weight: 400;">กำหนดให้โรงงานอุตสาหกรรม มีการปล่อยค่า BOD ได้ไม่เกิน 20 มิลลิกรัมต่อลิตรเท่านั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(*ค่า BOD คือ ปริมาณการใช้ออกซิเจนในการย่อยสลายสารอินทรีย์ ถ้ามันมีการค่า BOD สูง แสดงว่าน้ำมีสารอินทรีย์จำนวนมาก = น้ำเสียมาก) </span></p>
<p>นอกจากนี้ <span style="font-weight: 400;">ยังมีข้อมูลระบุว่า ทุกๆ ลิตรของการผลิตเตกีลา ก่อให้เกิดเยื่อกระดาษ 5 กิโลกรัม และขยะเปียกที่เป็นกรด 11 ลิตร ทั้ง 2 อย่างนี้ทำให้ดินและน้ำในเม็กซิโกเกิดการปนเปื้อน เมื่อคิดถึง</span><span style="font-weight: 400;">การจัดจำหน่ายออกไปทั่วโลก ที่ใช้พลังงานจำนวนมากในการขนส่ง การผลิตเครื่องดื่มชนิดนี้ก็น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมไม่น้อยเลยทีเดียว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>ทางออกอยู่ที่ไหน ถ้าจะทำให้เราดื่มแบบรักษ์โลก</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถ้าเราเริ่มต้นแก้ปัญหาด้วยการ<span style="font-weight: 400;">ดื่มเครื่องแอลกอฮอล์ให้น้อยลง การมีนโยบายรัฐที่เอื้ออำนวยความสะดวกเรื่องการเข้าถึงข้อมูลก็เป็นสิ่งที่จำเป็น เช่น นโยบายอาจกำหนดให้</span><span style="font-weight: 400;">ผู้ผลิตให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับร่องรอยคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อให้ผู้บริโภคอย่างพวกเราสามารถตัดสินใจในการดื่ม และสิ่งนี้จะเป็นแรงจูงใจให้กับอุตสาหกรรมที่ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลดต้นทุนทางด้านสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตวัตถุดิบอย่างพืชผลไปจนถึง</span><span style="font-weight: 400;">การบรรจุผลิตภัณฑ์</span></p>
<p>แต่เพราะในปัจจุบัน<span style="font-weight: 400;">ยังไม่มีนโยบายใดๆ ถูกประกาศออกมา ดังนั้น ในฐานะผู้บริโภคก็มีวิธีง่ายๆ ที่คุณเลือกดื่มได้ โดยเป็น</span><span style="font-weight: 400;">เพื่อนที่แสนดีต่อสิ่งแวดล้อมด้วย นั่นคือ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ใช้ระบบขนส่งสาธารณะไป-กลับ จากบาร์หรือสถานที่ดื่ม และถ้าตนเองเป็นคนขับรถ ต้องแน่ใจว่ามีสติมากพอแล้วจะไม่มีวันทำผิดกฎจราจรบนท้องถนน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; มั่นใจว่ารีไซเคิลขวดและกระป๋องทุกครั้งที่ดื่ม รวมถึงมองหาถังเบียร์หรือไวน์ออร์แกนิกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ถ้าเป็นไปได้มองหาตัวเลือกการเติมเครื่องดื่มมากกว่าที่จะซื้อเครื่องดื่มบรรจุภัณฑ์ใหม่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สนับสนุนเบียร์หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น ไวน์หรือเหล้าในท้องถิ่น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่มา : 1) </span><a href="https://www.independent.co.uk/climate-change/opinion/alcohol-climate-crisis-environment-b1812946.html?fbclid=IwAR1FeSP4A4X2DM7pjyNwnKLWSrWPF8eB6rCa9VDdOxPiqswP-7sPWTK_WjU"><span style="font-weight: 400;">https://www.independent.co.uk/climate-change/opinion/alcohol-climate-crisis-environment-b1812946.html</span></a><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2) </span><a href="https://www.blueland.com/articles/alcohols-impact-on-the-environment"><span style="font-weight: 400;">https://www.blueland.com/articles/alcohols-impact-on-the-environment</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3) </span><a href="http://www.ipsnews.net/2009/08/tequila-leaves-environmental-hangover/"><span style="font-weight: 400;">http://www.ipsnews.net/2009/08/tequila-leaves-environmental-hangover/</span></a><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-environment/">ลดการดื่มช่วยรักษ์โลกได้อย่างไร? &#8211; สำรวจผลกระทบของเหล้าเบียร์ต่อสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3843</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ดื่มแอลกอฮอล์หลังฉีดวัคซีน Covid-19 ควรทำหรือไม่ควรทำ?</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/drinking-after-vaccinated/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=drinking-after-vaccinated</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 31 May 2021 08:54:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิคุ้มกัน]]></category>
		<category><![CDATA[วัคซีนโควิด]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3814</guid>

					<description><![CDATA[<p>เด็กๆ วิ่งอย่างร่าเริงผ่านกล้อง รอบข้างมีคนหนุ่มสาวถึงวัยชรานั่งปิกนิกกันที่สวนสาธารณะ ในวิดีโอนั้นไม่มีผู้ใดสวมหน้ากากอนามัย เพราะในข้อความที่แนบมาข้างใต้โพสต์ระบุว่า “วันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคม 2564 ณ เซนทรัลปาร์ก นิวยอร์ก กลับมาสู่สถานการณ์ปกติ”  เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐอเมริกาประกาศข้อแนะนำใหม่ท่ามกลางการระบาดของ Covid-19 ว่า “ชาวอเมริกันผู้ได้รับวัคซีนป้องกัน Covid-19 ครบถ้วน ไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย” นั่นทำให้เราทยอยเห็นภาพข้างต้นเกิดขึ้น ไม่เพียงแค่ในสหรัฐอเมริกา แต่ยังรวมถึงประเทศอื่นๆ เช่น อิสราเอล ออสเตรเลีย ฯลฯ ต่างก็ได้ชีวิตก่อนการระบาดเมื่อ 2 ปีที่แล้วกลับมามากขึ้นเรื่อยๆ   เพื่อเฉลิมฉลองชีวิตที่ใครหลายๆ คนตั้งหน้าตั้งตารอมาแสนนาน การเทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะแชมเปญ เหล้า ไวน์ ฯลฯ และดื่มมันอย่างสะใจต้อนรับหลังได้รับภูมิคุ้มกัน Covid-19 จึงแลดูเป็นเรื่องน่าเย้ายวน แต่ในความเป็นจริงคือ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจเข้าไปรบกวนการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นภายในร่างกายหลังจากการฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 ก็เป็นได้ &#160; ยับยั้งภูมิคุ้มกัน เหตุเพราะดื่มหนัก &#160; การดื่มแอลกอฮอล์หนักและยาวนานจะไปยับยั้งการเกิดระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งขัดขวางการตอบสนองของวัคซีน ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า เราต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หลังการฉีดวัคซีนเพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันป้องกัน Covid-19 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/drinking-after-vaccinated/">ดื่มแอลกอฮอล์หลังฉีดวัคซีน Covid-19 ควรทำหรือไม่ควรทำ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เด็กๆ วิ่งอย่างร่าเริงผ่านกล้อง รอบข้างมีคนหนุ่มสาวถึงวัยชรานั่งปิกนิกกันที่สวนสาธารณะ ในวิดีโอนั้นไม่มีผู้ใดสวมหน้ากากอนามัย เพราะในข้อความที่</span><span style="font-weight: 400;">แนบมาข้างใต้โพสต์ระบุว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“วันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคม 2564 ณ เซนทรัลปาร์ก นิวยอร์ก กลับมาสู่สถานการณ์ปกติ” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐอเมริกาประกาศข้อแนะนำใหม่ท่ามกลางการระบาดของ Covid-19 ว่า </span><span style="font-weight: 400;">“ชาวอเมริกันผู้ได้รับวัคซีนป้องกัน Covid-19 ครบถ้วน ไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย” นั่นทำให้เราทยอยเห็นภาพข้างต้นเกิดขึ้น ไม่เพียงแค่ในสหรัฐอเมริกา แต่ยังรวมถึงประเทศอื่นๆ เช่น อิสราเอล ออสเตรเลีย ฯลฯ ต่างก็ได้ชีวิตก่อนการระบาดเมื่อ 2 ปีที่แล้วกลับมามากขึ้นเรื่อยๆ  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อเฉลิมฉลองชีวิตที่ใครหลายๆ คนตั้งหน้าตั้งตารอมาแสนนาน การเทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะแชมเปญ เหล้า ไวน์ ฯลฯ และดื่มมันอย่างสะใจต้อนรับหลังได้รับภูมิคุ้มกัน Covid-19 จึงแลดูเป็นเรื่องน่าเย้ายวน แต่ในความเป็นจริงคือ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจเข้าไปรบกวน</span><span style="font-weight: 400;">การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นภายในร่างกายหลังจากการฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 ก็เป็นได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>ยับยั้งภูมิคุ้มกัน เหตุเพราะดื่มหนัก</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">การดื่มแอลกอฮอล์หนักและยาวนานจะไปยับยั้งการเกิดระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งขัดขวางการตอบสนองของวัคซีน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า เราต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หลังการฉีดวัคซีนเพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันป้องกัน Covid-19 แต่ตราบใดที่คุณยังดื่มหนัก ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะเข้าไปขัดขวางการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่น่ากังวล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเป็นอันตรายเพราะส่งผลกระทบต่อระบบชีวภาพทั้งหมดในร่างกาย ซึ่งรวมไปถึงระบบภูมิคุ้มกัน และจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรงเมื่อการดื่มของคุณเพิ่มระดับขึ้น” Ilhem Messaoudi ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยไวรัสเมือง</span><span style="font-weight: 400;">เออร์ไวน์ รัฐแคลิฟอเนีย ซึ่ง</span><span style="font-weight: 400;">ทำวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบของแอลกอฮอล์ต่อการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันกล่าว เขาให้ฝูงลิงชนิดหนึ่งเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยระยะเวลา 7 เดือน </span><span style="font-weight: 400;">จากนั้นดูว่าร่างกายของพวกมันตอบสนองต่อวัคซีนป้องกันโรคฝีอย่างไร  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ลิงมีความคล้ายคลึงมนุษย์ กล่าวคือมีลิงจำพวกหนึ่งชอบดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งจะดื่มหนัก ในขณะที่บางตัวไม่ชอบดื่มแอลกอฮอล์ก็จำกัดตัวเองให้ดื่มในปริมาณเล็กๆ น้อยๆ โดยนักวิจัยพบว่าลิงที่ดื่มหนักและเรื้อรังมีการตอบสนองต่อวัคซีนที่อ่อนแอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> “พวกมันแทบจะไม่มีการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันเลย” </span><span style="font-weight: 400;">Dr. Messaoudi เน้นย้ำ เขาคิดว่านี่อาจจะสะท้อนให้เห็นว่าถ้าดื่มแอลกอฮอล์หลังรับวัคซีน Covid-19 แล้วก็ได้ผลคล้ายคลึงกัน </span></p>
<p>อย่างไรก็ดี รายงานของรอยเตอร์ระบุว่า <span style="font-weight: 400;">ความกังวลเล็กๆ ในช่วงแรกเกี่ยวกับประเด็นแอลกอออล์และการฉีดวัคซีน Covid-19 นั้นเริ่มต้นมาจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของประเทศรัสเซีย ออกโรงเตือนประชาชนเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วว่าทุกคนควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลา 2 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีน และเมื่อฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 เข้าไปแล้ว ให้งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อยอีก 6 สัปดาห์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เจ้าหน้าที่อ้างว่าแอลกอฮอล์สามารถขัดขวางความสามารถของร่างกายในการพัฒนาระบบภูมิคุ้มกันต่อไวรัส Covid-19 โดยคำเตือนของเจ้าหน้าที่นั้นกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญอย่างมากในประเทศรัสเซีย ซึ่งมีอัตราการดื่มที่สูงลิ่วระดับโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มาถึงในสหรัฐอเมริกา ผู้เชี่ยวชาญบางคนก็มีความกังวลถึงความปลอดภัยสำหรับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างการฉีดวัคซีน Covid-19 เช่นกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราได้รับคำถามในประเด็นนี้มากมายจากคนไข้” Dr. Angela Hewlett รองศาสตราจารย์ด้านโรคติดต่อ ผู้จัดการของทีมแพทย์การติดต่อไวรัส Covid-19 ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัย</span><span style="font-weight: 400;">เนแบรสกา เกริ่นเริ่มต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้ที่ได้รับวัคซีนย่อมต้องการความมั่นใจใน</span><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่พวกเขาทำว่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องปลอดภัยทั้งหมด ตั้งแต่เตรียมตัวฉีด ไปจนถึงหลังการฉีด เพื่อหวังผลดีสูงสุดต่อการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันของตนเอง แต่</span><span style="font-weight: 400;">วัคซีน Covid-19 ที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาในสหรัฐ ไม่ได้พิจารณาอย่างเฉพาะถึงผลกระทบจากแอลกอฮอล์ต่อประสิทธิภาพของวัคซีน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Dr. Hewlett กล่าวต่อว่า ปัจจุบันสิ่งที่ทราบส่วนใหญ่มาจากข้อมูลในงานวิจัยเ</span><span style="font-weight: 400;">กี่ยวกับผลกระทบของแอลกอฮอล์ต่อระบบภูมิคุ้มกันในมนุษย์ และวิธีการขัดขวางการตอบสนองภูมิคุ้มกันของสัตว์ที่ได้รับวัคซีนชนิดต่างๆ เท่านั้น ในอนาคตอาจจะมีข้อมูลเพิ่มเติมมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนในงานศึกษาตลอดมา คือ</span><span style="font-weight: 400;">การดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักทำให้การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันลดลงและเพิ่มความไวต่อการติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัส โดยเข้าไปขัดขวางเซลล์ภูมิคุ้มกันไม่ให้กระจายไปทั่วร่างกาย </span></p>
<p>เมื่อ<span style="font-weight: 400;">เจ้าเซลล์ที่ว่าไม่สามารถเข้าไปกำจัดไวรัส แบคทีเรีย หรือเซลล์ที่ติดเชื้อได้ เชื้อโรคที่เข้ามายังร่างกายของคุณจึงสามารถกระโจนเข้าสู่เซลล์ต่างๆ ภายในร่างกายอย่างง่ายดาย เพราะไม่มีอะไรมาคุ้มกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเหตุผลกระทบหนึ่งจากการดื่มหนักคืออาการเมาค้าง ซึ่งอาจจะทำให้อาการข้างเคียงของการฉีดวัคซีน เช่น เมื่อยตัว ปวดตัว เป็นไข้ รุนแรงขึ้น ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกแย่เพิ่มเข้าไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Dr. Hewlett จึงกล่าวเพิ่มเติมว่า</span><span style="font-weight: 400;">ผู้คนควรมีอิสระในการดื่ม และคิดว่าไม่แน่ว่าการดื่มอย่างเหมาะสมสักแก้วสองแก้วอาจทำได้บ้าง แต่ถ้าให้เธอแนะนำ คงเลือกไม่ดื่มสักพักอาจจะดีกว่า</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่มา : </span><span style="font-weight: 400;">Can You Have Alcohol After the Covid Vaccine? </span></p>
<p><a href="https://www.nytimes.com/2021/04/27/well/eat/alcohol-covid-vaccine.html?searchResultPosition=1&amp;fbclid=IwAR1atZzvrd_fGQ_ouZiHNfPsOjU3GLs8GXJnGV-BUhg3sCoSSeuyDtQihKM"><span style="font-weight: 400;">https://www.nytimes.com/2021/04/27/well/eat/alcohol-covid-vaccine.html?searchResultPosition=1&amp;fbclid=IwAR1atZzvrd_fGQ_ouZiHNfPsOjU3GLs8GXJnGV-BUhg3sCoSSeuyDtQihKM</span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/drinking-after-vaccinated/">ดื่มแอลกอฮอล์หลังฉีดวัคซีน Covid-19 ควรทำหรือไม่ควรทำ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3814</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ช่วงโควิดใครมีสิทธิ์เสี่ยงดื่มหนัก</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/covid-make-higher-alcohol-consumption/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=covid-make-higher-alcohol-consumption</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 May 2021 06:40:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[คนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ดื่มหนัก]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการกักตัว]]></category>
		<category><![CDATA[รับมือความเครียด]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3758</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 แพร่กระจายไปทั่วทุกมุมโลก ทำให้ประชาชนในหลายประเทศต้องเผชิญกับการกักตัวอยู่บ้าน นักร่ำสุราหน้าเก่าและหน้าใหม่หันมาใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์บรรเทาอาการเศร้าโศกหลังเกิดความสูญเสียทั้งทางชีวิตและทางเศรษฐกิจ Alcohol Rhythm จึงชวนมาคลี่รายละเอียดหาคำตอบว่า ใครกันบ้างที่มีสิทธิ์เสี่ยงดื่มแอลกอฮอล์หนักขึ้นในช่วงการระบาด เมื่อไปดูการวิจัยจากต่างประเทศ พบว่างานศึกษา “ความเปลี่ยนแปลงในการดื่มแอลกอฮอล์ของผู้ใหญ่และผลกระทบต่อเนื่องท่ามกลางการระบาดโควิดในประเทศสหรัฐอเมริกา (Changes in adult alcohol use and consequences during the COVID-19 pandemic in the US)” ที่ตีพิมพ์ใน JAMA Network Open เมื่อเดือนกันยายน ค.ศ. 2020 ให้ข้อมูลว่า ผู้บรรลุนิติภาวะดื่มเครื่องดื่มมึนเมาเพิ่มขึ้น 14% จากปี ค.ศ. 2019 โดยเฉพาะผู้หญิงชาวอเมริกันบริโภคสุราเพิ่มขึ้น 41% เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลที่เก็บไว้ในปีค.ศ.2019 สะท้อนให้เห็นว่ามีการดื่มสุราเพิ่มขึ้นจริง อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่าการดื่มเหล้าเบียร์ในช่วงโควิดเป็นหนึ่งในกลไกรับมือความเครียดและความสูญเสียที่เกิดขึ้น เดิมทีผู้คนสามารถจัดการความเครียดได้หลากหลาย ทั้งออกไปเดินเล่น ออกกำลังกาย ดูหนัง พบปะเพื่อนฝูง เมื่อทางเลือกลดน้อยลง กลุ่มคนที่เสี่ยงกับการดื่มหนักจึงมีตั้งแต่ คนตกงาน, คนหน้าด่านที่ต้องทำงานในสถานพยาบาล เนื่องจากต้องรับมือกับความกดดันสูง คนทำงาน work [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/covid-make-higher-alcohol-consumption/">ช่วงโควิดใครมีสิทธิ์เสี่ยงดื่มหนัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">จากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 แพร่กระจายไปทั่วทุกมุมโลก ทำให้ประชาชนในหลายประเทศต้องเผชิญกับการกักตัวอยู่บ้าน นักร่ำสุราหน้าเก่าและหน้าใหม่หันมาใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์บรรเทาอาการเศร้าโศกหลังเกิดความสูญเสียทั้งทางชีวิตและทางเศรษฐกิจ Alcohol Rhythm จึงชวนมาคลี่รายละเอียดหาคำตอบว่า ใครกันบ้างที่มีสิทธิ์เสี่ยงดื่มแอลกอฮอล์หนักขึ้นในช่วงการระบาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อไปดูการวิจัยจากต่างประเทศ พบว่างานศึกษา “ความเปลี่ยนแปลงในการดื่มแอลกอฮอล์ของผู้ใหญ่และผลกระทบต่อเนื่องท่ามกลางการระบาดโควิดในประเทศสหรัฐอเมริกา (Changes in adult alcohol use and consequences during the COVID-19 pandemic in the US)” ที่ตีพิมพ์ใน JAMA Network Open เมื่อเดือนกันยายน ค.ศ. 2020 ให้ข้อมูลว่า <em>ผู้บรรลุนิติภาวะดื่มเครื่องดื่มมึนเมาเพิ่มขึ้น</em> 14% จากปี ค.ศ. 2019 โดยเฉพาะผู้หญิงชาวอเมริกันบริโภคสุราเพิ่มขึ้น 41% เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลที่เก็บไว้ในปีค.ศ.2019 สะท้อนให้เห็นว่ามีการดื่มสุราเพิ่มขึ้นจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่าการดื่มเหล้าเบียร์ในช่วงโควิดเป็นหนึ่งในกลไกรับมือความเครียดและความสูญเสียที่เกิดขึ้น เดิมทีผู้คนสามารถจัดการความเครียดได้หลากหลาย ทั้งออกไปเดินเล่น ออกกำลังกาย ดูหนัง พบปะเพื่อนฝูง เมื่อทางเลือกลดน้อยลง กลุ่มคนที่เสี่ยงกับการดื่มหนักจึงมีตั้งแต่ <em>คนตกงาน, คนหน้าด่านที่ต้องทำงานในสถานพยาบาล</em> เนื่องจากต้องรับมือกับความกดดันสูง <em>คนทำงาน work from home</em> ที่จ้องจอจนไม่มีเส้นแบ่งการทำงานและชีวิตส่วนตัว,<em> คนที่สูญเสียคนรักจากโรคระบาด,</em> <em>ผู้ติดสุราที่ไม่ได้รับการรักษาต่อเนื่อง</em> เนื่องจากการเข้าถึงสถานพยาบาลเป็นไปได้ยาก ไปจนถึง<em>คุณพ่อ คุณแม่</em>ที่จะต้องรับมือกับการจัดการเรียนการสอนให้ลูกน้อยที่บ้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานวิจัยเรื่อง “ระดับความเครียดสูง เนื่องจากการระบาดของ SARS-CoV-2 ในกลุ่มผู้ปกครองของเด็กที่มีและไม่มีภาวะเรื้อรังทั่วสหรัฐอเมริกา (High Levels of Stress Due to the SARS-CoV-2 Pandemic among Parents of Children with and without Chronic Conditions across the USA)”สะท้อนให้เห็นว่าผู้ปกครองที่มีเด็กในบ้านมีอัตราความเครียด และอาการของการซึมเศร้า (depression) วิตกกังวล (anxiety) สูงกว่าผู้ปกครองที่ไม่มีเด็กในบ้านระหว่างสถานการณ์ระบาด ทำให้อาจอนุมานได้ว่า</span><span style="font-weight: 400;">ผู้ปกครองเหล่านี้มีความเสี่ยงสูงในการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้นตามไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยที่สนับสนุนการดื่มหนัก นอกจากเป็นเพราะต้องการรับมือความเครียดในช่วง</span><span style="font-weight: 400;">กักตัวอยู่บ้านแล้ว การวางแผนกักตุนเสบียงทั้งข้าวปลาอาหารแห้ง รวมไปถึงเหล้าเบียร์ในปริมาณมากก็ทำให้เป็นเรื่องง่ายที่จะเผลอดื่มหนักขึ้น เนื่องจากโดนเย้ายวนทุกครั้งที่เปิดตู้เย็น ยิ่งในประเทศไทยมีระเบียบการซื้อเหล้าเบียร์ในระยะเวลาที่จำกัด และในการระบาดรอบที่ 3 ร้านอาหารไม่อนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้านก็ทำให้นักดื่มมีสิทธิที่จะกักตุนเครื่องดื่มจำนวนมาก และยกแก้วในบริเวณที่พักมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการดื่มแอลกอฮอล์ในบ้านจะเป็นความสุนทรีย์ของใครหลายคน แต่ต้องอยู่ในพื้นฐานปริมาณการดื่มที่เหมาะสม นอกจากนี้การจัดการความเครียดยังสามารถทำได้อีกหลายวิธี เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาที่แท้จริงที่เกิดขึ้นในช่วงการแพร่ระบาด โดยไม่ต้องเสียสุขภาพ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่มา:</span><a href="https://www.verywellhealth.com/covid-19-higher-alcohol-consumption-5094355#citation-1"> <span style="font-weight: 400;">https://www.verywellhealth.com/covid-19-higher-alcohol-consumption-5094355#citation-1</span></a></p>
<p><a href="https://www.mdpi.com/2227-9067/7/10/193"><span style="font-weight: 400;">https://www.mdpi.com/2227-9067/7/10/193</span></a></p>
<p><a href="https://jamanetwork.com/journals/jamanetworkopen/fullarticle/2770975"><span style="font-weight: 400;">https://jamanetwork.com/journals/jamanetworkopen/fullarticle/2770975</span></a></p>
<p><a href="https://www.thebangkokinsight.com/598576/"><span style="font-weight: 400;">https://www.thebangkokinsight.com/598576/</span></a></p>
<p><a href="https://www.euro.who.int/__data/assets/pdf_file/0007/442690/FAQ-COVID-19-alcohol.pdf"><span style="font-weight: 400;">https://www.euro.who.int/__data/assets/pdf_file/0007/442690/FAQ-COVID-19-alcohol.pdf</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">https://www.euro.who.int/__data/assets/pdf_file/0010/437608/Alcohol-and-COVID-19-what-you-need-to-know.pdf</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/covid-make-higher-alcohol-consumption/">ช่วงโควิดใครมีสิทธิ์เสี่ยงดื่มหนัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3758</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ทำไมการชวนไปดื่มถึงกลายเป็นการออกเดตแบบใหม่</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/why-we-drink-alcohol-on-first-date/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=why-we-drink-alcohol-on-first-date</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Jan 2021 04:57:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิตคู่]]></category>
		<category><![CDATA[ดื่มเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[หาแฟน]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็กซ์]]></category>
		<category><![CDATA[เดตแรก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3424</guid>

					<description><![CDATA[<p>“นัดกันผ่านแอปไปเจอที่ร้านเหล้า จิบไวน์บนรูฟท็อปหรู หรือดื่มเบียร์กันที่ร้านนั่งชิล” หลายๆ ครั้งการเดตก็เกิดขึ้นหรือลงท้ายด้วยการนั่งดื่มจนคล้ายจะเป็นรูปแบบใหม่ในการหาคนรู้ใจ นั่นไม่ใช่สิ่งที่คุณ(หรือเรา)คิดไปเอง เพราะแบบสำรวจผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ Plenty of Fish ในปี 2014 พบว่าการดื่มในเดตแรกเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยยิ่งขึ้น โดย 48.9% ของคนโสดดื่มแอลกอฮอล์กัน 2-3 แก้วในเดตแรก และ 36.4% เคยดื่มก่อนเดตแรกเสียอีก ผลการค้นพบไม่น่าแปลกใจนัก เนื่องจากคนส่วนใหญ่มักเชื่อว่าแอลกอฮอล์เป็นตัวช่วยละลายพฤติกรรมชั้นดี ช่วยลดอาการตื่นเต้น ไม่มั่นใจเวลาพบคนที่ชอบ ทั้งยังเป็นบทสนทนาแรกๆ ที่ช่วยชี้ให้เห็นมุมมองและไลฟ์สไตล์สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ เนื่องจากแต่ละคนก็ล้วนมีแนวคิดเกี่ยวกับการดื่มที่แตกต่างกันตามประสบการณ์หรือความเชื่อทางศาสนาที่มีมาแต่เก่าก่อน นอกจากนี้ แอลกอฮอล์ยังเกี่ยวพันกับการพบรัก มีหลายงานวิจัยพูดถึงเรื่องของการดื่มและการเดต เช่น งานวิจัย First-Date Expectations: The Impact of Sex of Initiator, Alcohol Consumption, and Relationship Type ว่าด้วยการดื่มระหว่างเดตแรกช่วยให้คู่รักมีความสนิทชิดเชื้อกันมากขึ้นทั้งทางความรู้สึก และอาจจะถึงทางสัมผัส เพราะแน่นอน&#8211; การดื่มแอลกอฮอล์เกี่ยวพันกับความคาดหวังเกี่ยวกับเซ็กซ์ อย่างไรก็ตาม บทความ Finding Love Without [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/why-we-drink-alcohol-on-first-date/">ทำไมการชวนไปดื่มถึงกลายเป็นการออกเดตแบบใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">“นัดกันผ่านแอปไปเจอที่ร้านเหล้า จิบไวน์บนรูฟท็อปหรู หรือดื่มเบียร์กันที่ร้านนั่งชิล” หลายๆ ครั้งการเดตก็เกิดขึ้นหรือลงท้ายด้วยการนั่งดื่มจนคล้ายจะเป็นรูปแบบใหม่ในการหาคนรู้ใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นไม่ใช่สิ่งที่คุณ(หรือเรา)คิดไปเอง เพราะแบบสำรวจผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ Plenty of Fish ในปี 2014 พบว่าการดื่มในเดตแรกเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยยิ่งขึ้น โดย 48.9% ของคนโสดดื่มแอลกอฮอล์กัน 2-3 แก้วในเดตแรก และ 36.4% เคยดื่มก่อนเดตแรกเสียอีก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลการค้นพบไม่น่าแปลกใจนัก เนื่องจากคนส่วนใหญ่มักเชื่อว่าแอลกอฮอล์เป็นตัวช่วยละลายพฤติกรรมชั้นดี ช่วยลดอาการตื่นเต้น ไม่มั่นใจเวลาพบคนที่ชอบ ทั้งยังเป็นบทสนทนาแรกๆ ที่ช่วยชี้ให้เห็นมุมมองและไลฟ์สไตล์สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ เนื่องจากแต่ละคนก็ล้วนมีแนวคิดเกี่ยวกับการดื่มที่แตกต่างกันตามประสบการณ์หรือความเชื่อทางศาสนาที่มีมาแต่เก่าก่อน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ แอลกอฮอล์ยังเกี่ยวพันกับการพบรัก มีหลายงานวิจัยพูดถึงเรื่องของการดื่มและการเดต เช่น งานวิจัย First-Date Expectations: The Impact of Sex of Initiator, Alcohol Consumption, and Relationship Type ว่าด้วยการดื่มระหว่างเดตแรกช่วยให้คู่รักมีความสนิทชิดเชื้อกันมากขึ้นทั้งทางความรู้สึก และอาจจะถึงทางสัมผัส เพราะแน่นอน&#8211; การดื่มแอลกอฮอล์เกี่ยวพันกับความคาดหวังเกี่ยวกับเซ็กซ์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม บทความ Finding Love Without Alcohol ของ  Hilary Sheinbaum ที่เผยแพร่ใน The New York Times ชวนทุกคนมาเมารักแบบไม่ต้องเมาเหล้า โดยเสนอว่า แม้เราจะใจเต้นตึกตักหรือกังวลแค่ไหน ให้ลองใช้วิธีหายใจเข้าลึกๆ หายใจเข้าออกยาวๆ แทนการดื่มเพื่อปลุกความกล้า </span><span style="font-weight: 400;">เพราะการไม่ดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างเดตช่วยทำให้เราสามารถจดจ่อกับคู่สนทนาได้ดีมากยิ่งขึ้น  ตัดสินใจได้ดีกว่าการตกอยู่ภายใต้ฤทธิ์แอลกอฮอล์จนไม่รู้สึกเสียดาย หรือเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปในระหว่างการศึกษาดูใจ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น การพบกันปราศจากเครื่องดื่มมึนเมายังทำให้เซ็กซ์ที่ตามมาปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคในประเทศสหรัฐอเมริกาแนะนำว่าการลดหรืองดแอลกอฮอล์ขณะมีเพศสัมพันธ์ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อ H.I.V และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ รวมทั้งช่วยไม่ให้เกิดอันตรายทางเพศ มีสติทำความเข้าใจตัวคู่รักได้ดียิ่งขึ้นระหว่างทำกิจกรรมทางเพศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางทีเดตครั้งหน้า คุณน่าจะชวนคนรู้ใจไปทำกิจกรรมร่วมกันโดยปราศจากเครื่องดื่มมึนเมา จะไปหอศิลป์ โรงหนัง หรือไปเที่ยวสวนสาธารณะเพื่อ</span><span style="font-weight: 400;">เรียนรู้นิสัยใจคอระหว่างการพบเจอก็เข้าทีนะ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคนที่สร่างเมาจากการดื่มหนักเรียบร้อย หันมางดดื่ม แต่ยังอยากเมารักอยู่ ในต่างประเทศก็มีหลายแอปพลิเคชันที่ช่วยให้พบเนื้อคู่อย่าง 12StepMatch, Love in Recovery, Single and Sober และ Loosid app ซึ่งก็มีหลายคู่ประสบความสำเร็จในชีวิตรักปราศจากเหล้าจากแอปพลิเคชันเหล่านี้ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>ที่มา: <a href="https://www.nytimes.com/2020/12/29/fashion/weddings/finding-love-without-alcohol.html?searchResultPosition=1&amp;fbclid=IwAR2tTW1v_-xu5YyYXWVoK9K0FprwmPFB-c1hXsgncl2ga85z4hQT5jZZ22Y"> <span style="font-weight: 400;">https://www.nytimes.com/2020/12/29/fashion/weddings/finding-love-without-alcohol.html?searchResultPosition=1&amp;fbclid=IwAR2tTW1v_-xu5YyYXWVoK9K0FprwmPFB-c1hXsgncl2ga85z4hQT5jZZ22Y</span></a></p>
<p><a href="https://journals.sagepub.com/doi/abs/10.1177/0093650203260202"><span style="font-weight: 400;">https://journals.sagepub.com/doi/abs/10.1177/0093650203260202</span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/why-we-drink-alcohol-on-first-date/">ทำไมการชวนไปดื่มถึงกลายเป็นการออกเดตแบบใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3424</post-id>	</item>
		<item>
		<title>แอลกอฮอล์รอบพุง: เมื่อการดื่ม (หนัก) อาจทำให้อ้วน</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/alcohol-can-make-you-fat/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=alcohol-can-make-you-fat</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Nov 2020 11:14:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[การย่อยแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[แคลอรีในแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[แอลกอฮอล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=2406</guid>

					<description><![CDATA[<p>รู้หรือไม่? ในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็มีแคลอรี แล้วเจ้าแคลอรีที่ว่ามานี้ชอบไปจบลงที่รอบพุงของคุณ  Fiona Sim (ฟีโอน่า ชิม) ประธานราชสมาคมเพื่อการสาธารณสุข (Royal Society for Public Health) แห่งอังกฤษระบุว่า ในแต่ละวัน คนทั่วไปที่ดื่มแอลกอฮอล์อาจได้รับแคลอรีมากถึง 10% แต่ส่วนใหญ่มักไม่ทราบว่าการดื่มแอลกอฮอล์มีส่วนช่วยในการเพิ่มพลังงานเข้าสู่ร่างกาย แม้ว่าข้อมูลข้างต้นจะมาจากการสำรวจเฉพาะพื้นที่ แต่ฟีโอน่าเล็งเห็นว่า เราควรกระตุ้นผู้คนให้ตระหนักว่า แอลกอฮอล์มีส่วนทำให้น้ำหนักตัวของเราเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ การขาดข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณพลังงานของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อการประเมินพลังงานที่ควรบริโภคต่ำเกินไป ดังนั้น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องมีการนับแคลอรีอย่างจริงจัง เพื่อเป็นส่วนช่วยสำหรับการลดความอ้วนด้วย เพราะการลดน้ำหนักที่เหมาะสมจะต้องเป็นการ &#8216;นำเข้าพลังงาน&#8217; และ &#8216;เบิร์นพลังงานออก&#8217; ให้สมดุลกัน ดังนั้น เมื่อพูดถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เราจึงต้องตระหนักว่า &#8220;แอลกอฮอล์มีค่าพลังงานเกือบเท่าไขมัน&#8221; และการจะบอกให้ผู้คนทราบเรื่องนี้ได้อย่างดีที่สุดคือ การเน้นจำนวนแคลลอรีบนฉลากของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ &#160; สำรวจกระบวนการย่อยแอลกอฮอล์ในร่างกาย &#160; ทุก ๆ แอลกอฮอล์ 1 กรัมจะมี 7 แคลอรี ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพที่ชัดขึ้น คาร์โบไฮเดรตหรือโปรตีน 1 กรัมให้พลังงาน 4 แคลอรี ขณะที่ไขมัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-can-make-you-fat/">แอลกอฮอล์รอบพุง: เมื่อการดื่ม (หนัก) อาจทำให้อ้วน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">รู้หรือไม่? ในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็มีแคลอรี แล้วเจ้าแคลอรีที่ว่ามานี้ชอบไปจบลงที่รอบพุงของคุณ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Fiona Sim (ฟีโอน่า ชิม) ประธานราชสมาคมเพื่อการสาธารณสุข (Royal Society for Public Health) แห่งอังกฤษระบุว่า ในแต่ละวัน คนทั่วไปที่ดื่มแอลกอฮอล์อาจได้รับแคลอรีมากถึง 10% แต่ส่วนใหญ่มักไม่ทราบว่าการดื่มแอลกอฮอล์มีส่วนช่วยในการเพิ่มพลังงานเข้าสู่ร่างกาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าข้อมูลข้างต้นจะมาจากการสำรวจเฉพาะพื้นที่ แต่ฟีโอน่าเล็งเห็นว่า เราควรกระตุ้นผู้คนให้ตระหนักว่า แอลกอฮอล์มีส่วนทำให้น้ำหนักตัวของเราเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ การขาดข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณพลังงานของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อการประเมินพลังงานที่ควรบริโภคต่ำเกินไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องมีการนับแคลอรีอย่างจริงจัง เพื่อเป็นส่วนช่วยสำหรับการลดความอ้วนด้วย เพราะการลดน้ำหนักที่เหมาะสมจะต้องเป็นการ &#8216;นำเข้าพลังงาน&#8217; และ &#8216;เบิร์นพลังงานออก&#8217; ให้สมดุลกัน ดังนั้น เมื่อพูดถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เราจึงต้องตระหนักว่า &#8220;แอลกอฮอล์มีค่าพลังงานเกือบเท่าไขมัน&#8221; และการจะบอกให้ผู้คนทราบเรื่องนี้ได้อย่างดีที่สุดคือ การเน้นจำนวนแคลลอรีบนฉลากของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>สำรวจกระบวนการย่อยแอลกอฮอล์ในร่างกาย</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุก ๆ แอลกอฮอล์ 1 กรัมจะมี 7 แคลอรี ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพที่ชัดขึ้น คาร์โบไฮเดรตหรือโปรตีน 1 กรัมให้พลังงาน 4 แคลอรี ขณะที่ไขมัน 1 กรัมมีแคลอรี 9 แคลอรี และ</span><span style="font-weight: 400;">ปริมาณแอลกอฮอล์ที่ถูกสะสมไว้ในร่างกายมักเป็นไขมัน แทนที่จะใช้เป็นพลังงานให้หมดไปในทันที แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับปริมาณที่คุณดื่ม ความพร้อมของวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นในการเผาผลาญแอลกอฮอล์ และปริมาณพลังงานที่ร่างกายต้องการในเวลานั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปประมาณ 20% จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดจากกระเพาะอาหาร ส่วนที่เหลืออีก 80% จะถูกดูดซึมในลำไส้เล็กเหมือนอาหาร สิ่งนี้เกิดขึ้นค่อนข้างเร็วเนื่องจากแอลกอฮอล์ไม่จำเป็นต้องย่อย </span><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้แอลกอฮอล์เคลื่อนตัวได้อย่างอิสระ นั่นเป็นสาเหตุที่เวลาเราจะตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ เราจะตรวจวัดจากความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในเลือด อีกทั้ง</span><span style="font-weight: 400;">แอลกอฮอล์ยังแพร่กระจายไปตามเนื้อเยื่อและของเหลวภายในร่างกายทุก ๆ ที่ที่มีน้ำอยู่ จนกว่าจะมีการเผาผลาญ และ</span><span style="font-weight: 400;">เมื่อถูกดูดซึมผ่านลำไส้เล็ก แอลกอฮอล์จะถูกเผาผลาญโดยตับ ซึ่งเอนไซม์จะช่วยในการสลายแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำความเข้าใจเกี่ยวกับอัตราการเผาผลาญมีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจผลกระทบของแอลกอฮอล์ โดยทั่วไปตับสามารถเผาผลาญสุราได้ 1 ออนซ์ (หรือเครื่องดื่มมาตรฐานหนึ่งแก้ว) ใน 1 ชั่วโมง หากคุณกินมากกว่านี้ ระบบของคุณจะอิ่มตัวและแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้นจะสะสมในเลือดและเนื้อเยื่อของร่างกาย จนส่งผลให้แอลกอฮอล์ในเลือดมีความเข้มข้นสูงเป็นเวลาหลายชั่วโมง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดีแอลกอฮอล์จะถูกเผาผลาญก่อนสารอาหารอื่น ๆ เนื่องจากได้สิทธิพิเศษด้วยเหตุผลที่ว่าแอลกออล์เป็นสารพิษ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>แคลอรีอยู่ทุกที่ ไม่เว้นแต่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปริมาณแอลกอฮอล์ของเครื่องดื่มจะแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ของปริมาณแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ที่มีอยู่ในเครื่องดื่ม 100 มิลลิลิตร ดังนั้นเบียร์ขวดขนาด 375 มล. ที่ติดฉลากแอลกอฮอล์ 4.5% ต่อปริมาตร จึงมีแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ 4.5 กรัม ต่อเบียร์ 100 มล. เท่ากับว่า 375 มล. จะมีแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ถึง 13.5 กรัม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พลังงานในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะรวมถึงแคลอรีจากแอลกอฮอล์ ตลอดจนแป้งและน้ำตาลที่ไม่ผ่านการหมักเพิ่มเติมในเบียร์และไวน์ หรือเติมน้ำตาลในเครื่องผสม (มิกเซอร์เหล้า) เช่น โทนิคในจิน เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไวน์แดง 150 มล. ที่มีแอลกอฮอล์ 14% มีแคลอรีเฉลี่ย 120 แคลอรี ดังนั้น ขวดไวน์แดงที่มีขนาด 750 มล. จึงมีแคลลอรีสูงถึง 600 แคลอรี </span><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น หากคุณแบ่งไวน์หนึ่งขวดกับคู่รักของคุณในมื้อค่ำ คุณจะมีแคลอรีถึง 300 แคลอรีก่อนที่คุณจะเริ่มพิจารณาถึงปริมาณพลังงานของการดื่มหยดแรกของคุณ นั่นเท่ากับส้มตำไทย 1 จาน กับไก่ย่าง 1 ไม้เลยทีเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางด้านคราฟเบียร์ที่หลายคนโปรดปรานจะมีแคลอรีอยู่ที่ 170 ถึง 350 แคลอรี เบียร์ปกติอยู่ที่ 153 แคลอรี ไลท์เบียร์อยู่ที่ 103 แคลอรี ส่วน</span><span style="font-weight: 400;">เครื่องดื่มผสมและค็อกเทลประกอบด้วยน้ำอัดลม น้ำผลไม้ หรือน้ำเชื่อม และเหล้าอย่างน้อย 30 มล. ซึ่งมีแอลกอฮอล์ระหว่าง 30% ถึง 90% ต่อปริมาตร โดยเฉลี่ยแล้วจิน โทนิคจะมีแคลอรีประมาณ 140 แคลอรี ขณะที่มาร์การิต้ามีประมาณ 170 แคลอรี และโมฮิโตะอยู่ที่ประมาณ 145 แคลอรี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สิ่งที่จะทำให้คุณขนลุกขึ้นไปอีกคือ ยังมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลายประเภทมีแคลอรีสูงปรี๊ด เช่น ช็อคโกแลตมาร์ตินี่ 74 มิลลิลิตร มีแคลอรีถึง 4,188 แคลอรี ขณะที่ปิญญาโกลาดา 200 มิลลิลิตร มีแคลอรีถึง 526 และไวท์ รัสเซียน 235 มิลลิลิตร 568 แคลอรี ทั้งนี้ </span><span style="font-weight: 400;">เครื่องดื่มก่อนผสมจะมีความเจือจาง เพื่อให้ได้ความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ใกล้เคียงกับเบียร์ แต่ยังมีมิกเซอร์ซึ่งโดยปกติจะเป็นน้ำอัดลม ซึ่งเป็นตัวช่วยเพิ่มปริมาณแคลอรี</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>อ่านข้อมูล&#8211;หาตัวเลือก-ดื่มพอเหมาะ: ทางออกลดอ้วนจากแอลกอฮอล์</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เนื่องจากผู้หญิงโดยเฉลี่ยต้องการแคลอรีประมาณ 2,300 แคลอรีต่อวัน ขณะที่ผู้ชายต้องการประมาณ 2,750 การดื่มสัก 2-3 มื้อหลังเลิกงาน สามารถเพิ่มพลังงาน &#8216;สูญเปล่า&#8217; จำนวนมากให้กับวันของคุณได้ </span><span style="font-weight: 400;">ที่เรียกว่าแคลอรีสูญเปล่า เพราะคุณควรได้รับวิตามินและแร่ธาตุจากสิ่งที่คุณลงทุนกิน ดื่มให้สมดุลเพื่อการมีสุขภาพที่ดีมากกว่าดื่มแอลกอฮอล์แล้วไม่ได้อะไรเลย เพราะนอกจาก</span><span style="font-weight: 400;">เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะมีสารอาหารไม่เพียงพอ แถมยังได้แคลอรีจำนวนมากแล้ว ยังมีวิตามินหรือแร่ธาตุเพียงเล็กน้อยอีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี มักมีการกล่าวอ้างว่าเบียร์และไวน์มีสารอาหารบางอย่างที่ดี กล่าวคือ การศึกษาจำนวนหนึ่งระบุว่า เบียร์มีคุณค่าทางสารอาหารเช่น โปรตีน ไฟเบอร์ วิตามินบี โฟเลต และไนอาซิน ซึ่งชี้ให้เห็นแนวโน้มที่สูงขึ้นว่า การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่พอเหมาะจะส่งผลดีต่อสุขภาพ </span><span style="font-weight: 400;">ขณะที่มีข้อมูลหลายแห่งระบุว่า สารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า &#8216;เรสเวอราทรอล&#8217; อาจช่วยป้องกันเยื่อบุหลอดเลือดในหัวใจของคุณ ทั้งนี้ สารเรสเวอราทรอลเป็นสารชนิดหนึ่งในไวน์แดง ซึ่งกำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเห็นพ้องว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพ มากไปกว่านั้น หลาย ๆ เว็บไซต์ยังระบุเพิ่มเติมอีกว่า การที่คุณดื่มไวน์แดงจะช่วยชะลอการแก่ตัวลงด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี เราต้องขอย้ำเตือนอีกครั้ง</span><span style="font-weight: 400;">ว่า สารอาหารหรือประโยชน์ที่ว่ามาข้างต้นจะมีปริมาณที่ต่ำมากจนส่งผลดีต่อร่างกายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามต่อมาคือ แล้วเราจะทำอะไรได้บ้างในขณะที่รอให้รัฐบาลหรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการให้มีการให้ข้อมูลแคลอรีบนฉลากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ด้านล่างนี้คือคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ จากเรา:</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(1) อ่านข้อมูลให้ตัวเองทราบถึงปริมาณพลังงานของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามปริมาณที่บริโภคและเปรียบเทียบกับปริมาณพลังงานของรายการอาหาร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(2) ขอตัวเลือกที่หวานสำหรับการผสมเครื่องดื่ม เติมน้ำโซดาในแก้วก่อนที่จะหมด และระวังปริมาณแอลกอฮอล์ทันทีที่จิบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(3) หากคุณวางแผนที่จะดื่ม ให้เลือกดื่มแอลกอฮอล์ที่มีแคลอรีต่ำที่สุด เช่น เลือกเบียร์เบา ๆ และทำเครื่องดื่มค็อกเทลที่มีแอลกอฮอล์ต่ำที่บ้าน โดยการลดทอนจิตวิญญาณลงครึ่งหนึ่ง ใช้น้ำแครอทหรือน้ำมะเขือเทศหรือน้ำเปล่าเป็นตัวเลือกผสม ทั้งนี้ อย่าลืมว่ามีไวน์ที่มีแอลกอฮอล์ต่ำและแคลอรีต่ำให้เลือกมากมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(4) หากคุณวางแผนที่จะดื่มแอลกอฮอล์ ให้นำอาหารที่แคลอรีสูงๆ เช่น ช็อกโกแลตบาร์ มัฟฟิน ออกไป เพื่อให้ปริมาณพลังงานของคุณสมดุล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด คุณต้องไม่ลืมว่า การดื่มในปริมาณที่พอเหมาะในคราวที่ต้องดื่มเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำ เพราะนอกจากจะไม่ขยายรอบพุงให้มากนัก ยังช่วยเกี่ยวกับความปลอดภัยส่วนอื่น ๆ ของร่างกายด้วย (แต่ก็อย่าลืมว่า หากดื่มมากเกินไปหรือดื่มอย่างไม่เหมาะสม </span><span style="font-weight: 400;">แอลกอฮอล์สามารถสร้างพิษต่อร่างกายคุณได้เช่นกัน)</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
</div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่มา : </span></p>
<p><a href="https://theconversation.com/think-before-you-drink-alcohols-calories-end-up-on-your-waistline-37403?fbclid=IwAR3IrpUKq14ueEZoG3bw4IO6RmSKz7Gi-12d7mPIWB-1ZY_x-doRVdu9_Pk">Think before you drink: alcohol’s calories end up on your waistline</a></p>
<p><a href="https://medlineplus.gov/ency/patientinstructions/000886.htm">Calorie count &#8211; Alcoholic beverages</a></p>
<p><a href="https://www.healthline.com/health/beer-vs-wine-healthier#1">Booze Battles: Beer Vs. Wine</a></p>
<p><a href="https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/heart-disease/in-depth/red-wine/art-20048281">Red wine and resveratrol: Good for your heart?</a></p>
<p><a href="https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/heart-disease/in-depth/red-wine/art-20048281">Alcohol and Your Body</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<div class="content">
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-can-make-you-fat/">แอลกอฮอล์รอบพุง: เมื่อการดื่ม (หนัก) อาจทำให้อ้วน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2406</post-id>	</item>
		<item>
		<title>สนุกอยู่ดีๆ รู้ตัวอีกทีก็อยู่บนเตียงตอนเช้าแล้ว? &#8211; เกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย เมื่อเมาแล้วภาพตัด</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/blackout-alcohol/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=blackout-alcohol</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Oct 2020 06:50:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[black out]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[ดื่มหนัก]]></category>
		<category><![CDATA[หมดสติ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[เมาภาพตัด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=2357</guid>

					<description><![CDATA[<p>เคยไหมที่ชนแก้วปาร์ตี้กับเพื่อนอยู่ดีๆ แต่รู้ตัวอีกทีกลับนอนแผ่หลาอยู่บนเตียง แม่ถาม เพื่อนถาม ทุกคนถามว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น แต่ดันจำเรื่องบางส่วนไม่ได้เสียแล้ว นี่แหละ คือหนึ่งในอาการดื่มหนัก เมาจัด จน &#8216;ภาพตัด&#8217; ที่ใครหลายคนเคยได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างกันมา อาการภาพตัด หรือ blackouts เป็นอาการที่ไม่ว่านักสังสรรค์เลเวลไหนก็มีโอกาสเจอได้ ซึ่งอาการนี้จะเกิดขึ้นเมื่อดื่มเหล้าเบียร์มากจนเกินลิมิตของร่างกาย โดยงานวิจัย “The association of alcohol-induced blackouts and grayouts to blood alcohol concentrations” ประมาณการว่า เมื่อร่างกายมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงกว่า 0.22% จะมีโอกาสเมาแล้วภาพตัดสูงถึง 50% การที่เรา &#8216;จำอะไรไม่ได้&#8217; หลังดื่มหนัก เนื่องจากสมองจะหยุดหลั่งสารเคมีในส่วน Hippocampus ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบลิมบิกที่มีบทบาทในการสร้างความทรงจำระยะยาว  ทำให้สมองเราไม่ได้เซฟเรื่องราวใหม่ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น และยิ่งดื่มหนัก มีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้อัตราและระยะเวลาที่ความทรงจำหายไปมีมากขึ้น แต่อาการภาพตัด หมายถึงเราจะล้มลงนอนทันทีเลยหรือไม่? คำตอบคือไม่ ในช่วงเวลาเหล่านั้น เราไม่ได้หมดสติลง ซ้ำยังสามารถตอบสนองต่อผู้คนหรือสิ่งเร้าต่างๆ รอบตัวได้ เพียงแต่จะช้ากว่าปกติ ร่างกายคล้ายบังคับยาก จะพูดคุย จะเดิน จะมองก็ยากแสนลำบาก บางครั้งก็ทำให้เราตัดสินใจทำเรื่องใจกล้าบ้าบิ่น ซึ่งปกติคงไม่คิดจะทำแน่ๆ อาทิ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/blackout-alcohol/">สนุกอยู่ดีๆ รู้ตัวอีกทีก็อยู่บนเตียงตอนเช้าแล้ว? &#8211; เกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย เมื่อเมาแล้วภาพตัด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เคยไหมที่ชนแก้วปาร์ตี้กับเพื่อนอยู่ดีๆ แต่รู้ตัวอีกทีกลับนอนแผ่หลาอยู่บนเตียง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม่ถาม เพื่อนถาม ทุกคนถามว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น แต่ดันจำเรื่องบางส่วนไม่ได้เสียแล้ว</span></p>
<p>นี่แหละ คือหนึ่งในอาการดื่มหนัก เมาจัด จน &#8216;ภาพตัด&#8217; ที่ใครหลายคนเคยได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างกันมา</p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาการภาพตัด หรือ blackouts เป็นอาการที่ไม่ว่านักสังสรรค์เลเวลไหนก็มีโอกาสเจอได้ ซึ่งอาการนี้จะเกิดขึ้นเมื่อดื่มเหล้าเบียร์มากจนเกินลิมิตของร่างกาย โดยงานวิจัย “The association of alcohol-induced blackouts and grayouts to blood alcohol concentrations” ประมาณการว่า </span><span style="font-weight: 400;">เมื่อร่างกายมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงกว่า 0.22% จะมีโอกาสเมาแล้วภาพตัดสูงถึง 50%</span></p>
<p>การที่เรา &#8216;จำอะไรไม่ได้&#8217; หลังดื่มหนัก เนื่องจากสมองจะหยุดหลั่งสารเคมีในส่วน <span style="font-weight: 400;">Hippocampus ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบลิมบิกที่มีบทบาทในการสร้างความทรงจำระยะยาว  ทำให้สมองเราไม่ได้เซฟเรื่องราวใหม่ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น </span><span style="font-weight: 400;">และยิ่งดื่มหนัก มีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้อัตราและระยะเวลาที่ความทรงจำหายไปมีมากขึ้น</span></p>
<p>แต่อาการภาพตัด หมายถึงเราจะล้มลงนอนทันทีเลยหรือไม่? คำตอบคือไม่ ในช่วงเวลาเหล่านั้น เราไม่ได้หมดสติลง ซ้ำยังสามารถตอบสนองต่อผู้คนหรือสิ่งเร้าต่างๆ รอบตัวได้ เพียงแต่จะช้ากว่าปกติ <span style="font-weight: 400;">ร่างกายคล้ายบังคับยาก จะพูดคุย จะเดิน จะมองก็ยากแสนลำบาก บางครั้งก็ทำให้เราตัดสินใจทำเรื่องใจกล้าบ้าบิ่น ซึ่งปกติคงไม่คิดจะทำแน่ๆ อาทิ ร่างกายอยากปะทะ อยากออกแรงออกหมัด อุ้มหมากลับมาบ้าน ไปจนถึงมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความสามารถในการจดจำและตัดสินใจด้วยเหตุผลที่ลดลงทำให้ช่วงเวลาที่เกิดอาการภาพตัดมักเป็นช่วงเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายกับร่างกายได้ง่าย</span></p>
<p>อย่างไรก็ตาม การเมาแล้วภาพตัด <span style="font-weight: 400;">สามารถแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ อาการภาพตัดบางส่วน หรือ ฝรั่งบางคนเรียกว่า brownouts เป็นอาการที่หลงลืมบางส่วนของเหตุการณ์ แต่หากมีตัวกระตุ้นจากภาพหรือเสียงก็จะช่วยให้ย้อนนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเภทคือ อาการภาพตัดจอดำ หรือ blackouts ที่แม้เพื่อนจะช่วยใบ้เหตุการณ์วันนั้นยังไง ก็ลืมไปแบบไม่มีอะไรหลงเหลือในความทรงจำ โดยความรุนแรงอาการลืมดังกล่าวขึ้นอยู่กับปัจจัยหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนัก เพศ ประเภทของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ความเร็วของการยกดื่ม รวมไปถึงร่างกายของแต่ละคนที่ตอบสนองแอลกออฮอล์ไม่เหมือนกัน</span></p>
<p>ผลกระทบจากการภาพตัดไม่เพียงแต่ทำให้หลงลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังเมา ในระยะสั้น นักดื่มยังมีแนวโน้มรู้สึกเศร้า <span style="font-weight: 400;">รู้สึกไม่ดีกับตัวเองในกรณีที่เกิดเรื่องร้ายแรงจากการตัดสินใจผิดพลาด ทางด้านร่างกาย อาจได้รับบาดแผลจากอุบัติเหตุ นอกจากนี้ยังอาจมีผลกระทบทางการเงิน และทางกฎหมายตามมา ซึ่งมีสาเหตุมาจากการยับยั้งชั่งใจต่ำลงในช่วงเกิดเหตุ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนผลกระทบระยะยาว ถ้ายังติดนิสัยดื่มหนัก </span><span style="font-weight: 400;">จะเกิดอันตรายต่อสมองส่วนหน้าที่ใช้ในการควบคุมการทำงานเรื่องความคิด มีบทบาทในการสร้างและเรียกคืนความทรงจำในระยะสั้น ทำให้มีแนวโน้มสูญเสียความทรงจำ จำอะไรไม่ค่อยได้แม้จะเพิ่งเกิดขึ้นและไม่ได้ดื่มเลยก็ตาม รวมถึงมีความสามารถในการทำงานต่ำลงอันมาจากการตัดสินใจที่ย่ำแย่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากไม่อยากให้ภาพตัด จอดำแบบไม่ทันรู้ตัว ดื่มเหล้าครั้งหน้า ก็อย่าปล่อยให้ท้องว่าง กินอาหารคาวไปรองท้องเสียก่อน และอย่ารีบยกแก้วซดหนักๆ ค่อยๆ จิบ ค่อยๆ ชิม พร้อมกับสลับน้ำเปล่าก็จะช่วยอาการภาพตัดไม่มาเยือน</span></p>
<p>หรือไม่ ก็อาจจะลองลดการดื่มลงอีกสักนิด น้อยครั้งลงสักหน่อย เพื่อให้สมองและความทรงจำอยู่กับเราไปได้นานๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
<p>&nbsp;</p>
</div>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่มา:</span></p>
<p><a href="https://www.healthline.com/health/what-causes-blackouts?fbclid=IwAR3_jMYXHeg1eYO7kuNwa0N_MAC_ZvCv-iHFUBrLaScQoKHyYuqbz2zL1R4#longterm-effects"> <span style="font-weight: 400;">https://www.healthline.com/health/what-causes-blackouts?fbclid=IwAR3_jMYXHeg1eYO7kuNwa0N_MAC_ZvCv-iHFUBrLaScQoKHyYuqbz2zL1R4#longterm-effects</span></a></p>
<p><a href="https://americanaddictioncenters.org/alcoholism-treatment/blackout?fbclid=IwAR1fvGq5ZtUQir8hwziISX7FPeBPnzZXr33GZNudh-CTAuQ8Dj_ZBxeQVg0"><span style="font-weight: 400;">https://americanaddictioncenters.org/alcoholism-treatment/blackout?fbclid=IwAR1fvGq5ZtUQir8hwziISX7FPeBPnzZXr33GZNudh-CTAuQ8Dj_ZBxeQVg0</span></a></p>
<p><a href="https://www.unlockmen.com/uniqlo-jeans-style-guide-minimal-cool-comfort"><span style="font-weight: 400;">https://www.unlockmen.com/uniqlo-jeans-style-guide-minimal-cool-comfort</span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/blackout-alcohol/">สนุกอยู่ดีๆ รู้ตัวอีกทีก็อยู่บนเตียงตอนเช้าแล้ว? &#8211; เกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย เมื่อเมาแล้วภาพตัด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2357</post-id>	</item>
		<item>
		<title>‘เมาแล้วหื่น’ เมื่อจู่ ๆ เรื่องบนเตียงเข้ามายุ่มย่ามกับแอลกอฮอล์</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-sex/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=alcohol-and-sex</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Oct 2020 09:15:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[สมรรถภาพทางเพศ]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็กซ์]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องบนเตียง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=2314</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘แอลกอฮอล์กระตุ้นความปรารถนา แต่ดันขโมยลีลาบนเตียงออกไป’ วิลเลียม เชกสเปียร์ เคยกล่าวเอาไว้  เราจะเชื่อประโยคที่เชกสเปียร์กล่าวได้หรือไม่? ภาพจำโดยทั่วไปของแอลกอฮอล์คือทำให้สูญเสียการควบคุม บางครั้งสามารถปลุกอารมณ์หื่นในตัวคุณจนอยากมีเซ็กซ์ แต่ขณะเดียวกัน แอลกอฮอล์ก็ถูกลือกันมานานว่าไม่ได้ช่วยเพิ่มลีลาสร้างสรรค์ที่จะทำให้เราๆ ฟินจนถึงจุดสุดยอด แถมนักดื่มชายอาจต้องประสบกับอาการ &#8216;ไม่แข็งตัว&#8217; ชั่วคราวหรือ ‘brewers droop’ อีกด้วย  อย่างไรก็ดี ข้อมูลจากบทความในสื่อชื่อดังอย่าง Independent บอกว่า ‘การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้เราเป็นคู่รัก (บนเตียง) ที่ดีขึ้น&#8217; นำมาสู่คำถามว่า ตกลงเรื่องราวของแอลกอฮอล์กับเซ็กซ์เป็นอย่างไรกันแน่? การดื่มเหล้าสักแก้วสามารถเปลี่ยนให้เราเป็นผู้เชี่ยวชาญบนเตียงได้จริง หรือว่าจะทำลายสมรรถภาพทางเพศของเรามากกว่ากัน?  Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวนสำรวจเบื้องหลังความคิดเหล่านี้… &#160; จริงหรือไม่? การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ผู้ชายผงาด &#38;ผู้หญิงกระเส่า &#160; บทความ &#8220;Beer ‘Can make you better in bed’, Scientist says&#8221; ของ Independent ที่อ้างถึงหนังสือ The Married Sex Solution ของผู้เชี่ยวชาญด้านเพศ ดร.แคท แวน เคิร์ก (Dr. [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-sex/">‘เมาแล้วหื่น’ เมื่อจู่ ๆ เรื่องบนเตียงเข้ามายุ่มย่ามกับแอลกอฮอล์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">‘แอลกอฮอล์กระตุ้นความปรารถนา แต่ดันขโมยลีลาบนเตียงออกไป’ </span><span style="font-weight: 400;">วิลเลียม เชกสเปียร์ เคยกล่าวเอาไว้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราจะเชื่อประโยคที่เชกสเปียร์กล่าวได้หรือไม่?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาพจำโดยทั่วไปของแอลกอฮอล์คือทำให้สูญเสียการควบคุม บางครั้งสามารถปลุกอารมณ์หื่นในตัวคุณจนอยากมีเซ็กซ์ </span><span style="font-weight: 400;">แต่ขณะเดียวกัน แอลกอฮอล์ก็ถูกลือกันมานานว่าไม่ได้ช่วยเพิ่มลีลาสร้างสรรค์ที่จะทำให้เราๆ ฟินจนถึงจุดสุดยอด แถมนักดื่มชายอาจต้องประสบกับอาการ &#8216;ไม่แข็งตัว&#8217; ชั่วคราวหรือ </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">brewers droop’ อีกด้วย </span></p>
<p>อย่างไรก็ดี ข้อมูลจากบทความในสื่อชื่อดังอย่าง Independent บอกว่า <span style="font-weight: 400;">‘การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้เราเป็นคู่รัก (บนเตียง) ที่ดีขึ้น&#8217; นำมาสู่คำถามว่า ตกลงเรื่องราว</span><span style="font-weight: 400;">ของแอลกอฮอล์กับเซ็กซ์เป็นอย่างไรกันแน่</span><span style="font-weight: 400;">? การดื่มเหล้าสักแก้วสามารถเปลี่ยนให้เราเป็นผู้เชี่ยวชาญบนเตียงได้จริง หรือว่าจะทำลายสมรรถภาพทางเพศของเรามากกว่ากัน? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า </span><span style="font-weight: 400;">ชวนสำรวจเบื้องหลังความคิดเหล่านี้…</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>จริงหรือไม่? การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ผู้ชายผงาด</b></h1>
<h1 style="text-align: center;"><b>&amp;ผู้หญิงกระเส่า</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทความ &#8220;</span><span style="font-weight: 400;">Beer ‘Can make you better in bed’, Scientist says&#8221; </span><span style="font-weight: 400;">ของ Independent ที่อ้างถึงหนังสือ The Married Sex Solution ของผู้เชี่ยวชาญด้านเพศ ดร.แคท แวน เคิร์ก (Dr. Kat Van Kirk)  อ้างว่า การดื่มเบียร์สามารถนำไปสู่ประสบการณ์ทางเพศของผู้ชายที่แตกต่างกัน 4 ข้อ ได้แก่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">1. การหลั่งล่าช้า &#8211; การดื่มเบียร์ 2-3 ขวด สามารถหลั่งชะลอการหลั่ง เนื่องจากในแอลกอฮอล์มีสารไฟโตเอสโตรเจน (Phytoestrogens) ปริมาณมากเกินไป ทำให้เข้าไปชะลอการถึงจุดสุดยอดของร่างกาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2. เพิ่มความใคร่และการแข็งตัวที่รุนแรงขึ้น &#8211; เบียร์สามารถทำหน้าที่เป็นยาปลุกกำหนัด กระตุ้นความใคร่และทำให้การแข็งตัวนานขึ้น ธาตุเหล็กในเบียร์จะช่วยให้เซลล์เม็ดเลือดแดงสร้างฮีโมโกลบิน (Hemoglobin) ซึ่งมีหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนไปทั่วร่างกาย สิ่งนี้ช่วยเพิ่มการไหลเวียนและช่วยให้การแข็งตัวแข็งแรงขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3. เพิ่มความแข็งแกร่งทางเพศ &#8211; การศึกษาพบว่าร้อยละ 31 ของผู้ดื่มเบียร์ระดับปานกลาง มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดลดลงเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ดื่ม ซึ่งหมายความว่าผู้ดื่มเบียร์มีโอกาสน้อยที่จะเป็นโรคหัวใจวาย โรคหลอดเลือด หรือโรคหัวใจ และเมื่อจับคู่กับการออกกำลังกายเบียร์จะช่วยให้หัวใจของเรามีสุขภาพดีขึ้น (แล้วมันเกี่ยวกับความแข็งแกร่งทางเพศได้อย่างไร หลายคนอาจจะสงสัย จะอธิบายถัดไป)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">4. เบียร์สามารถช่วยสุขภาพโดยรวมของเราดีขึ้น และทำให้คุณเกียจคร้านในเรื่องเซ็กซ์ลดลง &#8211; </span><span style="font-weight: 400;">โพรไบโอติก (</span><span style="font-weight: 400;">Probiotics</span><span style="font-weight: 400;">) และวิตามินบีในเบียร์สามารถช่วยเสริมสร้างสุขภาพโดยรวมของคุณได้ ขณะเดียวกันก็สร้างความรู้สึกเฉื่อยชาระหว่างมีเซ็กซ์</span></p>
<p>ในประเด็นที่ว่า<span style="font-weight: 400;">แอลกอฮอล์ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งทางเพศ เมื่อดูลึกลงในการศึกษาที่ถูกตีพิมพ์ใน European Journal of Epidemiology ซึ่งรายงานการวิเคราะห์จากวิจัย 13 ชิ้น เกี่ยวข้องกับการพิจารณาความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดด้วยการบริโภคเบียร์ พบว่า ผู้ที่ดื่มเบียร์ 55 กรัมต่อวันหรือน้อยกว่ามีความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดลดลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลายเป็นข้อพิสูจน์ว่าการศึกษาดังกล่าวนี้ไม่ได้วัดความแข็งแกร่งทางเพศจริงๆ แต่เป็นการวัดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดแทน แถมไม่</span><span style="font-weight: 400;">ชัดเจนว่า กรัมของแอลกอฮอล์หมายถึงอะไร เพราะถ้าวัดสะท้อนถึงเอทานอลบริสุทธิ์ เบียร์ 55 กรัมจะเท่ากับประมาณ 7 หน่วยหรือ 3 ไพน์ครึ่งของเบียร์ต่อวัน จนดูเหมือนว่าต้องดื่มแอลกอฮอล์เป็นจำนวนมากในแต่ละวันเพื่อป้องกันโรคดังกล่าว ทำให้สุดท้ายแล้ว บทความนี้ก็ยังมีจุดชวนให้สงสัยอยู่มาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน บทความ The Telegraph ที่รายงานเกี่ยวกับการศึกษาในปี 2009 จัดทำโดย Keogh Institute for Medical Research ของออสเตรเลียตอกย้ำอีกว่า </span><span style="font-weight: 400;">จากการศึกษาผลกระทบของการใช้แอลกอฮอล์ต่อการหย่อนสมรรถภาพทางเพศของผู้ชาย โดยรวบรวมข้อมูลจากผู้ชาย 1,580 คน ระบุว่าผู้ชายที่ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณปานกลาง จะเกิดปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศน้อยกว่าผู้ที่ไม่ดื่ม 30% </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย ‘ไม่มีรายงานความสัมพันธ์ระหว่างสถานะการดื่มกับการแข็งตัวของอวัยวะเพศ จนกว่าจะมีการควบคุมโรคหัวใจและหลอดเลือด’ การศึกษาระบุต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าหลายๆ ครั้งบทความต่างๆ มักมองข้ามปัจจัยควบคุมต่างๆ และอ้างแค่ว่า ดื่มเบียร์สิ ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งทางเพศ ทำให้อาจเกิดการเข้าใจผิดกันได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งตัวอย่าง คือ บทความจาก Independent อีกหนึ่งชิ้นอ้างงานวิจัยใน Nature by Alko ปี 1994 </span><span style="font-weight: 400;">ว่า หลังจากการดื่มแอลกอฮอล์ในระดับปานกลาง </span><span style="font-weight: 400;">เทสโทสเตอโรน</span><span style="font-weight: 400;"> (</span><span style="font-weight: 400;">Testosterone</span><span style="font-weight: 400;">) หรือฮอร์โมนทางเพศในตัวผู้หญิงจะเพิ่มขึ้น เป็นหลักฐานว่าแอลกอฮอล์อาจเพิ่มความใคร่ของผู้หญิงโดยการหลั่งฮอร์โมนเพศชั่วคราว</span></p>
<p>อย่างไรก็ตาม สื่อเจ้าดังอย่าง <span style="font-weight: 400;">The Guardian ก็ตั้งข้อสงสัยว่างานวิจัยดังกล่าวดูเหมือนจะมีปัญหา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานหน้าเดียวจากงานวิจัยนี้แสดงให้เห็นเกี่ยวกับการศึกษาทดลองที่ทั้งชายและหญิงได้รับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือน้ำผลไม้ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ และมีการวัดระดับฮอร์โมน (ด้วยวิธีการอย่างไรไม่ชัดเจน) เมื่อควบคุมปัจจัยด้านการใช้ยาคุมกำเนิดและรอบประจำเดือน (ซึ่งมีผลต่อระดับฮอร์โมน) แอลกอฮอล์จะเพิ่มฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนเมื่อเทียบกับการดื่มเพียงน้ำผลไม้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีคำถามเกี่ยวกับระเบียบวิธีหลายข้อที่ไม่สามารถตอบได้จากข้อมูลในรายงานสั้นๆ นี้ ตั้งแต่ผู้เข้าร่วมรู้หรือไม่ว่าพวกเขาได้รับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือน้ำผลไม้ ไปจนถึงผู้เข้าร่วมทดสอบในเงื่อนไขใดบ้าง?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ The Guardian ยังตั้งคำถามที่ใหญ่ที่สุดว่า &#8216;เหตุใดสื่อจึงรายงานการศึกษาที่ดำเนินการเมื่อ 20 ปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นานมากแล้ว ไม่ทันต่อโลกแห่งการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่กำลังก้าวไปอย่างรวดเร็ว&#8217; ในช่วงขณะที่ Independent เองก็ตีพิมพ์บทความ</span><span style="font-weight: 400;">การแถลงข่าววอดก้าตัวใหม่โดยบริษัทชื่อ Alko-plus (ไม่ชัดเจนว่าบริษัทนี้เข้าร่วมกับ Alko เจ้าของงานศึกษาที่ว่าหรือไม่) โดยในข่าวประชาสัมพันธ์วอดก้ามุ่งเป้าไปที่ผู้หญิงโดยเฉพาะโดยมีการกล่าวอ้างเกี่ยวกับความสามารถของแอลกอฮอล์ในการเพิ่มความใคร่ของผู้หญิง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">‘Lust-Vodka วอดก้ากลิ่นหอมอ่อน ๆ ของน้ำตาลผงโป๊ยกั๊กและแป้งสาลี การต้มด้วยน้ำจากธรรมชาติบริสุทธิ์และกระบวนการกลั่น 6 ครั้งนำไปสู่การกำจัดส่วนเกินของข้าวสาลีทำให้ปราศจากกลูเตน รับรองเลยว่า Lust-Vodka จะเป็นสิ่งที่ดี ๆ ที่ช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศให้คุณผู้หญิง’</span></p>
<p>สุดท้าย เรื่องแอลกอฮอล์ช่วยให้ผู้หญิงเกิดความใคร่ได้จริงหรือเป็นเพียงการโฆษณาก็ยังเป็นอีกหนึ่งข้อถกเถียงเช่นเดียวกันกับเรื่องอื่นๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>หรือด้วยความคาดหวัง แอลกอฮอล์จึงถูกมองว่าเป็นตัวช่วยเรื่องบนเตียง?</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">The Guardian เล่าเพิ่มเติมถึงการทบทวนบทความและการศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้อง พร้อมย้ำเตือนว่า การรายงานและตีความผลการวิจัยเกี่ยวกับการศึกษาเรื่องเพศและแอลกอฮอล์นั้น มีความแตกต่างที่ซับซ้อนของแต่ละบุคคลทางปัจจัยด้านจิตวิทยาและสรีรวิทยาที่มีผลต่อการตอบสนองต่อทั้งเรื่องเพศและแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแง่ของฤทธิ์จากแอลกอฮอล์ แนวคิดที่ว่าเมื่อดื่มในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้เกิดผลดีต่ออารมณ์ทางเพศหรือสมรรถภาพทางเพศ แต่ถ้ามากเกินไปอาจเกิดผลกระทบทางลบมากขึ้น ได้รับการสนับสนุนโดย biphasic nature of alcohol </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการที่แอลกอฮอล์ก่อให้เกิดผลสองช่วง ทั้งกระตุ้นและกดประสาท และความไวต่อผลกระทบเหล่านี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคพิษสุราเรื้อรัง </span><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากแอลกอฮอล์ในการกระตุ้นและกดประสาทมักได้รับการประเมินด้วยแบบสอบถามรายงานตนเองในการวิจัยในมนุษย์และด้วยการติดตามกิจกรรมทางกายในการวิจัยในสัตว์ทดลอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ไม่ค่อยมีใครรู้เกี่ยวกับผลกระทบของแอลกอฮอล์ที่มีต่อการออกกำลังกายหรือความสัมพันธ์ระหว่างการออกกำลังกายกับมาตรการกระตุ้นและการกดประสาทที่รายงานด้วยตนเองหลังจากการบริโภคแอลกอฮอล์ในมนุษย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานวิจัยด้วยแนวคิด biphasic nature of alcohol จึงสำรวจจากชายและหญิงที่มีสุขภาพแข็งแรงสามสิบคน อายุตั้งแต่ 21 ถึง 38 ปี ทำการตรวจวัดการออกกำลังกายทุกวันและรายงานการกระตุ้นและความกดประสาทด้วยตนเองหลังการบริโภคแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์ออกมาว่าปริมาณแอลกอฮอล์ทั้งหมดเพิ่มการออกกำลังกาย แต่การเพิ่มขึ้นนี้ขึ้นอยู่กับเวลาและขนาดปริมาณแอลกอฮอล์ ขณะที่การวิเคราะห์คะแนนความกดประสาทและกระตุ้นประสาทแสดงให้เห็นว่าการบริโภคแอลกอฮอล์ช่วยเพิ่มการระงับประสาท ดังนั้น กิจกรรมทางกายไม่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับการกระตุ้นประสาท</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พูดง่ายๆ คือเมื่อยิ่งดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น อาการซึมเศร้าจะลดลงเพราะไปกดประสาท ขณะเดียวกัน ก็ทำให้ความต้องการเพศลดลง ไร้อารมณ์จนเกิดปัญหาไม่ถึงจุดสำเร็จความใคร่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ความคาดหวังของแอลกอฮอล์อาจส่งผลต่อพฤติกรรมทางเพศในช่วงมึนเมา เพียงแค่เชื่อว่าการดื่มแอลกอฮอล์จะเพิ่มความเร้าอารมณ์ทางเพศอาจนำไปสู่ความเร้าอารมณ์ที่แท้จริงในระหว่างการมึนเมา ซึ่งความคาดหวังเกี่ยวกับการบริโภคแอลกอฮอล์เป็นองค์ประกอบสำคัญของการวิจัยเพื่อตรวจสอบผลกระทบของแอลกอฮอล์ต่อพฤติกรรมใดๆ และกลายเป็นสิ่งสำคัญว่าการวิจัยจะกำหนดผลกระทบของทั้งผลทางเภสัชวิทยาโดยตรงผสมกับความคาดหวัง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>เพราะเรื่องบนเตียงกับแอลกอฮอล์ยุ่งเหยิงกว่าที่คิด</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากข้อมูลทั้งหมดในข้างต้น ดูเหมือนว่าแอลกอฮอล์และเซ็กซ์พอจะมีความเชื่อมโยงกันอยู่บ้าง แต่ทว่ายังคงค่อนข้างซับซ้อน เพราะการใช้แอลกอฮอล์ในการศึกษาทดลองเทียบกับรายงานการใช้แอลกอฮอล์ของผู้ดื่มด้วยตนเองมีแนวโน้มให้ผลการศึกษาที่แตกต่างกัน หรือการวัดพฤติกรรมทางเพศโดยตรงเป็นเรื่องยากมาก เพราะการศึกษาส่วนใหญ่ต้องพึ่งการรายงานรูปแบบส่วนตัวเกี่ยวกับความตื่นตัวทางเพศและประสิทธิภาพหรือการทำงานภายในร่างกายที่แทนที่ เช่น การทำงานของหัวใจ หลอดเลือด และทางสรีรวิทยา เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นเรื่องที่ว่ามานี้ยังต้องการหลักฐานที่ตีความให้เห็นภาพชัดเจนมากกว่านี้ แต่อย่างน้อยๆ ที่สุดต้องไม่รีบด่วนสรุปว่า เราจะเป็นคู่รัก (บนเตียง) ที่ดีขึ้น เพียงเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ช่วยทำให้เราเซ็กซ์จัด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
<p>&nbsp;</p>
</div>
<p>ที่มา</p>
<p><a href="https://www.theguardian.com/science/sifting-the-evidence/2015/nov/17/sex-does-alcohol-really-make-you-better-in-bed" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Does alcohol really make you better in bed?</span></a></p>
<p><a href="https://www.independent.co.uk/life-style/love-sex/beer-can-make-you-better-bed-scientists-say-a6714586.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Beer ‘Can make you better in bed’, Scientist says</span></a></p>
<p><a href="https://www.independent.co.uk/news/uk/alcohol-can-boost-womens-sex-drive-1425970.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Alcohol &#8216;can boost women&#8217;s sex drive&#8217; </span></a></p>
<p><a href="https://www.prnewswire.com/news-releases/hey-gals-put-new-meaning-into-your-july-4th-fireworks-alko-plus-creates-lust-vodka-that-it-says-increases-female-sexual-desire-300101526.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Hey Gals: Put New Meaning Into Your July 4th Fireworks; Alko-Plus Creates &#8216;Lust Vodka&#8217; that it says Increases Female Sexual Desire</span></a></p>
<p><a href="https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/17949393/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">The biphasic effects of alcohol: comparisons of subjective and objective measures of stimulation, sedation, and physical activity </span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-sex/">‘เมาแล้วหื่น’ เมื่อจู่ ๆ เรื่องบนเตียงเข้ามายุ่มย่ามกับแอลกอฮอล์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2314</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เหล้ากับฟันพบกันทีไรก็เรื่องใหญ่: 6 ปัญหาสุขภาพช่องปากจากการดื่ม</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-oral-health/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=alcohol-and-oral-health</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Oct 2020 09:28:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[ดูแลฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาช่องปาก]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[เหล้ากับฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[แอลกอฮอล์กับสุขภาพช่องปาก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=2312</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลิ้นกับฟันพบกันทีไรก็เรื่องใหญ่ เป็นท่อนร้องในบทเพลงดังที่หลายคนคงฮัมตามได้ไม่ยาก แต่คราวนี้ Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ขอเปลี่ยนเนื้อเพลงสักนิด แล้วกระซิบบอกสักหน่อยว่าเมื่อเหล้ากระทบฟันก็เรื่องใหญ่ไม่แพ้กัน หลายคนคงเคยได้ยินว่าสิงห์นักดื่มมักเสี่ยงกับการเป็นโรคตับ โรคหัวใจ หรือได้รับผลกระทบเกี่ยวกับสุขภาพจิต ตลอดจนการนอนหลับ แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าสุขภาพในช่องปากก็เป็นอีกหนึ่งภัยเงียบที่หลายคนต้องเผชิญ เพราะปากและฟันเป็นอวัยวะทางผ่านแรกๆ ของแอลกอฮอล์ก่อนจะไหลไปยังส่วนอื่นของร่างกาย ช่องปากของคุณจึงอาจมีปัญหาจากการดื่มแอลกอฮอล์ได้ ถ้าไม่ดื่มอย่างพอเหมาะและระมัดระวัง แต่ปัญหาที่ว่า &#8212; ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงระดับเสี่ยงต่อชีวิตจะมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย! &#160;     กลิ่นปาก ปัญหาอย่างแรกที่อาจทำลายความมั่นใจของใครหลายคน ถึงแม้ว่ากลิ่นปากจะดูเป็นเรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องที่แล้วแต่คนจะตัดสิน และเป็นเรื่องที่อาจมีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ แต่จากการประเมินของผู้ดื่มเอง และงานวิจัยวัดเชิงปริมาณ (quantitative measures) ก็บ่งชี้ว่าความถี่ของการดื่มเหล้าเบียร์มีส่วนสัมพันธ์กลิ่นปาก อย่างไรก็ตาม สาเหตุของการเกิดกลิ่นปากจากแอลกอฮอล์นั้นยังไม่ชัดเจนมากนัก หลายคนคาดเดาว่าอาจเป็นกลิ่นของแอลกอฮอล์เองที่ตกค้างในระยะสั้น, ผลข้างเคียงของการดื่มที่ส่งผลต่อการลดกระบวนการผลิตน้ำลายลง ทำให้แบคทีเรียในช่องปากเรายิ่งสะสม หรือสุขอนามัยในช่องปากย่ำแย่ เนื่องจากเมามายจนขาดการดูแลให้ดีจนมีกลิ่น     ปัญหาเรื่องฟันผุ เด็กๆ อาจจะเจอปัญหาฟันผุ แมงกินฟันเพราะรับประทานลูกกวาดรสหวาน ขนมขบเคี้ยวแสนอร่อย แต่เมื่อโตขึ้น น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเครื่องดื่มมึนเมารสขมก็มีปริมาณน้ำตาลสูง ซึ่งเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของแบคทีเรียในช่องปากเช่นเดียวกัน ยิ่งนักดื่มดวลเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างสม่ำเสมอมากเท่าไร ก็ยิ่งเสี่ยงต่อปัญหาเรื่องฟันผุมากเท่านั้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-oral-health/">เหล้ากับฟันพบกันทีไรก็เรื่องใหญ่: 6 ปัญหาสุขภาพช่องปากจากการดื่ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ลิ้นกับฟันพบกันทีไรก็เรื่องใหญ่ เป็นท่อนร้องในบทเพลงดังที่หลายคนคงฮัมตามได้ไม่ยาก แต่คราวนี้ Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ขอเปลี่ยนเนื้อเพลงสักนิด แล้วกระซิบบอกสักหน่อยว่าเมื่อเหล้ากระทบฟันก็เรื่องใหญ่ไม่แพ้กัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนคงเคยได้ยินว่าสิงห์นักดื่มมักเสี่ยงกับการเป็นโรคตับ โรคหัวใจ หรือได้รับผลกระทบเกี่ยวกับสุขภาพจิต ตลอดจนการนอนหลับ แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าสุขภาพในช่องปากก็เป็นอีกหนึ่งภัยเงียบที่หลายคนต้องเผชิญ เพราะ</span><span style="font-weight: 400;">ปากและฟันเป็นอวัยวะทางผ่านแรกๆ ของแอลกอฮอล์ก่อนจะไหลไปยังส่วนอื่นของร่างกาย ช่องปากของคุณจึงอาจมีปัญหาจากการดื่มแอลกอฮอล์ได้ ถ้าไม่ดื่มอย่างพอเหมาะและระมัดระวัง</span></p>
<p>แต่ปัญหาที่ว่า &#8212; ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงระดับเสี่ยงต่อชีวิตจะมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย!</p>
<p>&nbsp;</p>
<ol>
<li><b></b><span style="font-weight: 400;">     </span><b>กลิ่นปาก</b></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาอย่างแรกที่อาจทำลายความมั่นใจของใครหลายคน ถึงแม้ว่ากลิ่นปากจะดูเป็นเรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องที่แล้วแต่คนจะตัดสิน และเป็นเรื่องที่อาจมีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ แต่จากการประเมินของผู้ดื่มเอง และงานวิจัยวัดเชิงปริมาณ (quantitative measures) ก็บ่งชี้ว่าความถี่ของการดื่มเหล้าเบียร์</span><span style="font-weight: 400;">มีส่วนสัมพันธ์กลิ่นปาก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม สาเหตุของการเกิดกลิ่นปากจากแอลกอฮอล์นั้นยังไม่ชัดเจนมากนัก หลายคนคาดเดาว่าอาจเป็นกลิ่นของแอลกอฮอล์เองที่ตกค้างในระยะสั้น, ผลข้างเคียงของการดื่มที่ส่งผลต่อการลดกระบวนการผลิตน้ำลายลง ทำให้แบคทีเรียในช่องปากเรายิ่งสะสม หรือสุขอนามัยในช่องปากย่ำแย่ เนื่องจากเมามายจนขาดการดูแลให้ดีจนมีกลิ่น</span></p>
<ol start="2">
<li><b></b><span style="font-weight: 400;">     </span><b>ปัญหาเรื่องฟันผุ</b></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เด็กๆ อาจจะเจอปัญหาฟันผุ แมงกินฟันเพราะรับประทานลูกกวาดรสหวาน ขนมขบเคี้ยวแสนอร่อย แต่เมื่อโตขึ้น น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเครื่องดื่มมึนเมารสขมก็มีปริมาณน้ำตาลสูง ซึ่งเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของแบคทีเรียในช่องปากเช่นเดียวกัน ยิ่งนักดื่มดวลเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างสม่ำเสมอมากเท่าไร ก็ยิ่งเสี่ยงต่อปัญหาเรื่องฟันผุมากเท่านั้น</span></p>
<ol start="3">
<li><b></b><span style="font-weight: 400;">     </span><b>ภาวะฟันสึก</b></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้ที่ชื่นชอบการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำคงเกิดคำถามว่าทำไมฟันดูคล้ายจะไม่แข็งแรงเหมือนเคย คำตอบก็คือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลายรายการมีฤทธิ์เป็นกรด เช่น ไวน์ไซเดอร์ และอัลโคป็อป (alcopop) เมื่อดื่มในปริมาณมากจึงสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการสึกกร่อนของฟันได้ รวมถึงบางครั้ง การที่เผลอดื่มมากเกินไปจนทนไม่ไหวต้องกอดชักโครกอาเจียนออกมา กรดในน้ำย่อยผสมเศษซากอารยธรรมที่กินเข้าไปก็ส่งผลให้ฟันสึกได้เช่นเดียวกัน</span></p>
<ol start="4">
<li><b></b><span style="font-weight: 400;">     </span><b>สีฟันไม่สม่ำเสมอ</b></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากคำเตือนที่ได้ยินโดยทั่วไปว่าอย่ากินชา กาแฟเยอะ เพราะจะทำให้ฟันขาวมีคราบเหลือง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็เป็นเครื่องดื่มอีกประเภทที่ส่งผลให้สีฟันของเราไม่สม่ำเสมอได้ โดยเฉพาะไวน์แดงเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มหลักที่ส่งผลต่อคราบสีของฟัน ไวน์แดงมีสีโครโมเจน</span> <span style="font-weight: 400;">(chromogens) ที่จะไปจับตัวกับเมือกฟิล์มบาง (pellicle) บนฟัน ทำให้สีเข้มของเครื่องดื่มติดทน ทำความสะอาดออกยากจนฟันขาวใสกลายเป็นสีหม่น</span></p>
<ol start="5">
<li><b></b><span style="font-weight: 400;">     </span><b>มะเร็งในช่องปาก</b></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">มีหลักฐานมากมายที่แสดงว่าแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญสำหรับมะเร็งช่องปาก ในงานวิจัย The burden of cancer attributable to alcohol drinking มีการประเมินว่า 3.6% ของมะเร็งทั้งหมดทั่วโลก และมากกว่า 30% ของมะเร็งช่องปากทั้งหมดเป็นผลมาจากการดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งยังสรุปว่าการดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก หรือเกิน 4 แก้วต่อวัน สัมพันธ์กับความเสี่ยงเกิดมะเร็งช่องปากและคอหอยอย่างมีนัยสำคัญ โดยเพิ่มขึ้นประมาณ 5 เท่าจากคนทั่วไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้นักดื่มที่ควบตำแหน่งนักสูบบุหรี่ไปในตัวยังมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในช่องปากมากขึ้นไปอีก</span></p>
<ol start="6">
<li><b></b><span style="font-weight: 400;">     </span><b>อุบัติเหตุที่เกิดจากความมึนเมา</b></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เลือดกบปาก สูญเสียฟัน มีปัญหากับขากรรไกร หลายครั้งที่เมื่อเมามาย สูญเสียการรับรู้และสติสัมปชัญญะนั้น เพิ่มโอกาสในการบาดเจ็บทางทันตกรรมหรือการบาดเจ็บที่ใบหน้า จากการศึกษาผู้ป่วยบาดเจ็บบริเวณใบหน้าจากอุบัติเหตุในสหราชอาณาจักร พบว่า 55% ของการบาดเจ็บเกี่ยวข้องกับการดื่มเครื่องดื่มมึนเมา โดยมี 11% เกิดจากการหกล้มและ 15% เป็นผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เพียงแค่ผลกระทบต่อสุขภาพช่องปากที่กล่าวไปข้างต้น เหล้าเบียร์ยังส่งผลต่อการเข้ารักษาและบริการทันตกรรมของสิงห์นักดื่ม เนื่องจากแอลกอฮอล์มีผลทางลบต่อการรักษา ไม่ว่าจะเป็นทำให้แผลหายช้าลง เลือดไม่หยุดไหลจนนำไปสู่อาการแทรกซ้อนอื่นๆ หรือส่งผลต่อการเลือกใช้ตัวยาของแพทย์ เพราะถ้าหากนักดื่มมีป่วยเป็นโรคตับ ก็จำเป็นต้องเลือกใช้ยาอย่างระมัดระวังมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในการทำงานของทันตแพทย์จึงจำเป็นต้องซักถามประวัติการดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อให้การรักษาที่เหมาะสม และสามารถช่วยเหลือแนะนำหากมีอาการที่ดูคล้ายจะรุนแรง ลุกลามไปสู่อาการผิดปกติอื่นๆ รวมไปถึงรณรงค์ให้คนไข้ลดการดื่มเหล้าเบียร์ลงเพื่อสุขภาพฟันที่ดีกว่า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความมุ่งมั่นนี้เองทำให้เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาทันตแพทย์ในสหราชอาณาจักรจึงโดดเข้าร่วมด้วยกับแคมเปญ Dry January รณรงค์ให้ผู้คนลด และจำกัดการบริโภคแอลกอฮอล์ในช่วงเดือนแรกของปี หลังผ่านการเฉลิมฉลองอย่างหนักหน่วงในช่วงเดือนธันวาคม เป็นหนึ่งใน New year’s Resolution ต้อนรับปีใหม่ที่ได้รับความสนใจจากผู้คนจำนวนมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น หากใครอยากให้ฟันสวย ฟันสะอาด อยู่ด้วยกันไปนานๆ ก็อย่าลืมดื่มเหล้าเบียร์ให้พอเหมาะ ทำความสะอาดฟันให้ดี หรือใครไม่รู้จะเริ่มต้นการลดปริมาณอย่างไรดีอาจจะใช้เทคนิค Dry January เป็นจุดสตาร์ทก็ได้นะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
<p>&nbsp;</p>
</div>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่มา</span></p>
<p><a href="https://www.nature.com/articles/bdjteam201825?fbclid=IwAR0AykYLuMe3qiz24Wkdf69VRU-5eAd3wxuaEREoLC_kKr5JsFdshi46W_w">https://www.nature.com/articles/bdjteam201825?fbclid=IwAR0AykYLuMe3qiz24Wkdf69VRU-5eAd3wxuaEREoLC_kKr5JsFdshi46W_w</a></p>
<p><a href="https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5535480/?fbclid=IwAR0AykYLuMe3qiz24Wkdf69VRU-5eAd3wxuaEREoLC_kKr5JsFdshi46W_w"><span style="font-weight: 400;">https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5535480/?fbclid=IwAR0AykYLuMe3qiz24Wkdf69VRU-5eAd3wxuaEREoLC_kKr5JsFdshi46W_w</span></a></p>
<p><a href="https://www.rcseng.ac.uk/news-and-events/media-centre/press-releases/alcohol-and-teeth/?fbclid=IwAR2JxPsej6x8WJh5onuee3eCq_XcD9BHtC2FcyWx3AYNva01qksknx3XlDw"><span style="font-weight: 400;">https://www.rcseng.ac.uk/news-and-events/media-centre/press-releases/alcohol-and-teeth/?fbclid=IwAR2JxPsej6x8WJh5onuee3eCq_XcD9BHtC2FcyWx3AYNva01qksknx3XlDw</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">https://www.bjoms.com/article/S0266-4356(98)90739-2/pdf</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-oral-health/">เหล้ากับฟันพบกันทีไรก็เรื่องใหญ่: 6 ปัญหาสุขภาพช่องปากจากการดื่ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2312</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เหล้ากับเรา : ดื่มแล้วปวดเบา-ดื่มแล้วเมาค้าง</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/alcohol-drinker-4/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=alcohol-drinker-4</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 24 Sep 2020 04:26:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[ปวดฉี่]]></category>
		<category><![CDATA[ปวดเบา]]></category>
		<category><![CDATA[อาการขาดน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เมาค้าง]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[เหล้ากับเรา]]></category>
		<category><![CDATA[แฮงค์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=2263</guid>

					<description><![CDATA[<p>:: Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวนอ่านรวมบทความสั้น ‘เหล้ากับเรา’ ชุดที่สี่ – ตอบคำถามเรื่องอาการปวดเบา อยากเข้าห้องน้ำหลังดื่ม และทำความรู้จักอาการเมาค้าง ว่าเกิดจากอะไรและควรทำอย่างไรถึงหาย :: &#160; &#8211; 1 &#8211; ดื่มเท่าน้ำเปล่า แต่ปวดเบามากกว่าปกติ? &#160; หลายคนคงเคยพบปัญหาว่า คืนนี้กะจะดื่มกินปาร์ตี้กันให้มันสุดเหวี่ยง แต่ต้องมาจบตรงที่วนต่อคิวเข้าห้องน้ำอันยาวเหยียดเสียแทน ทั้งที่กินปริมาณเท่ากับน้ำดื่มที่ทานประจำแล้วแท้ๆ เลยเชียวนะ ทำไมถึงรู้สึกว่าปวดเบาบ่อยกว่ากันล่ะ? เพื่อตอบคำถามที่ค้างคา นักวิทยาศาสตร์จึงพยายามหาคำอธิบายความเชื่อมโยงระหว่างการดื่มเหล้าเบียร์กับการปัสสาวะ โดยศาสตราจารย์โอลิเวอร์ เจมส์ หัวหน้าวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิกของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิลระบุว่า “เหล้าเบียร์มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ” ได้ดี เพราะแอลกอฮอล์ส่งผลต่อการทำงานของไต โดยปกติ เจ้าไต หรืออวัยวะที่สำคัญต่อการขับถ่ายของเหลวจะฉลาดในการรักษาอัตราส่วนระหว่างอนุภาคของเลือดต่อของเหลว หรือที่เรียกด้วยคำศัพท์เท่ๆ ว่า Osmolality ให้เกิดความสมดุลกัน ถ้าเราดื่มเครื่องดื่ม (มึนเมา) เข้าไป จนทำให้ไตพบว่ามีของเหลวเยอะกว่าอนุภาคในเลือด ร่างกายก็จะขับปัสสาวะออกมา ไม่เพียงแค่นั้น แอลกอฮอล์ยังมีฤทธิ์ยับยั้งการผลิตฮอร์โมนที่เรียกว่า วาโซเพรสซิน (vasopressin) หรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่า Anti-Diuretic Hormone (ADH) ซึ่งปกติจะช่วยสะกิดไตให้ดูดซึมน้ำใหม่อีกครั้ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-drinker-4/">เหล้ากับเรา : ดื่มแล้วปวดเบา-ดื่มแล้วเมาค้าง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>:: Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวนอ่านรวมบทความสั้น ‘เหล้ากับเรา’ ชุดที่สี่ – ตอบคำถามเรื่องอาการปวดเบา อยากเข้าห้องน้ำหลังดื่ม และทำความรู้จักอาการเมาค้าง ว่าเกิดจากอะไรและควรทำอย่างไรถึงหาย ::</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="alignnone size-full wp-image-2266" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/20200908-AR.png" alt="" width="2048" height="2048" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/20200908-AR.png 2048w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/20200908-AR-150x150.png 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/20200908-AR-300x300.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/20200908-AR-768x768.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/20200908-AR-1024x1024.png 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<div dir="auto"></div>
<h1 dir="auto" style="text-align: center;"><strong>&#8211; 1 &#8211;</strong></h1>
<h1 dir="auto" style="text-align: center;"><strong>ดื่มเท่าน้ำเปล่า แต่ปวดเบามากกว่าปกติ?</strong></h1>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">
<p>&nbsp;</p>
<p>หลายคนคงเคยพบปัญหาว่า คืนนี้กะจะดื่มกินปาร์ตี้กันให้มันสุดเหวี่ยง แต่ต้องมาจบตรงที่วนต่อคิวเข้าห้องน้ำอันยาวเหยียดเสียแทน ทั้งที่กินปริมาณเท่ากับน้ำดื่มที่ทานประจำแล้วแท้ๆ เลยเชียวนะ ทำไมถึงรู้สึกว่าปวดเบาบ่อยกว่ากันล่ะ?</p>
<p>เพื่อตอบคำถามที่ค้างคา นักวิทยาศาสตร์จึงพยายามหาคำอธิบายความเชื่อมโยงระหว่างการดื่มเหล้าเบียร์กับการปัสสาวะ โดยศาสตราจารย์โอลิเวอร์ เจมส์ หัวหน้าวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิกของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิลระบุว่า “เหล้าเบียร์มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ” ได้ดี เพราะแอลกอฮอล์ส่งผลต่อการทำงานของไต</p>
<p>โดยปกติ เจ้าไต หรืออวัยวะที่สำคัญต่อการขับถ่ายของเหลวจะฉลาดในการรักษาอัตราส่วนระหว่างอนุภาคของเลือดต่อของเหลว หรือที่เรียกด้วยคำศัพท์เท่ๆ ว่า Osmolality ให้เกิดความสมดุลกัน ถ้าเราดื่มเครื่องดื่ม (มึนเมา) เข้าไป จนทำให้ไตพบว่ามีของเหลวเยอะกว่าอนุภาคในเลือด ร่างกายก็จะขับปัสสาวะออกมา</p>
<p>ไม่เพียงแค่นั้น แอลกอฮอล์ยังมีฤทธิ์ยับยั้งการผลิตฮอร์โมนที่เรียกว่า วาโซเพรสซิน (vasopressin) หรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่า Anti-Diuretic Hormone (ADH) ซึ่งปกติจะช่วยสะกิดไตให้ดูดซึมน้ำใหม่อีกครั้ง แทนที่จะปล่อยสู่กระเพาะปัสสาวะไปเลย เมื่อสัญญาณของฮอร์โมนนี้หายไป เลยทำให้ร่างกายปล่อยของเหลวได้อิสระยิ่งขึ้น ทุกคนรู้ แฟนคลับรู้ นี่ล่ะ เหตุผลที่เราต้องลุกไปเข้าห้องน้ำบ่อยครั้ง</p>
<p>ส่วนคำถามที่ว่าต้องปลดปล่อยบ่อยเพียงไหนถึงจะพอ คำตอบก็คือต้องดูปัจจัย 4 เรื่องหลักๆ ได้แก่ ความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ที่ดื่ม มีงานวิจัยหลายชิ้นบอกว่าการดื่มแอลกอฮอล์ความเข้มข้นต่ำจะปวดฉี่น้อยกว่า,ความถี่ของการดื่ม ยิ่งดื่มบ่อยอาการอยากเข้าห้องน้ำก็จะน้อยลง (แต่ไม่ได้แนะนำให้ทุกคนหันหน้าซดเหล้าเบียร์บ่อยขึ้นเพื่อลดการเข้าห้องน้ำนะ เพียงแค่ชี้ให้เห็นถึงการปรับตัวของร่างกายให้คุ้นชินกับฤทธิ์แอลกอฮอล์เท่านั้น!)</p>
<p>ปัจจัยต่อมา คือ ระดับน้ำในร่างกาย (Hydration levels) จากงานวิจัยของ Alcohol and Alcoholism พบว่า ผู้ที่ขาดน้ำเล็กน้อยก่อนดื่มจะฉี่น้อยกว่า แม้ว่าจะซดเหล้าเบียร์ปริมาณเท่ากันก็ตามที</p>
<p>และปัจจัยสุดท้าย คือ ปัจจัยด้านร่างกายของแต่ละคนที่มีความทนทานของกระเพาะปัสสาวะส่วนตัวต่อแอลกอฮอล์ไม่เท่ากัน อันเนื่องมาจากร่างกายตอบสนองต่อแอลกอฮอล์แตกต่างกัน</p>
<p>ทั้งนี้ทั้งนั้น อีกหนึ่งอาการที่น่าโมโห คือ เพิ่งเข้าห้องน้ำไปไม่กี่นาทีก็กลับมาปวดฉี่อีกครั้ง เป็นวงจรไม่จบไม่สิ้น หรือฝรั่งเรียกว่า Break the seal</p>
<p>แม้จะไม่มีการศึกษาที่ชัดเจน แต่หมอหลายคนมองตรงกันว่า อาจจะเกิดจากจิตใจที่จดจ่อกับการเข้าห้องน้ำอีกครั้งจนปวดฉี่บ่อยขึ้น หรืออาจจะมองได้ว่าการดื่มกินเหล้าเบียร์ในปริมาณมากส่งผลให้ร่างกายขับของเหลวเร็วยิ่งขึ้น และมากขึ้น จนบางครั้งมากกว่าปริมาณที่ดื่มไปเสียอีก</p>
<p>(มีงานศึกษาพบว่า การดื่มแอลกอฮอล์ทุกๆ 1 กรัม จะทำให้การขับปัสสาวะจะเพิ่มขึ้น 10 มิลลิลิตรเลยเชียวนะ ดังนั้น คงไม่แปลกที่กระเพาะปัสสาวะจะขอปลดปล่อยซ้ำแล้วซ้ำอีก)</p>
<p>สุดท้าย หลายคนอาจจะยังสงสัยว่าการเข้าห้องน้ำบ่อยๆ จะช่วยให้หายเมาได้ไหม? ในเมื่อฉี่ไปก็ขับเหล้าออกไปด้วย?</p>
<p>น่าเสียดายที่ต้องตอบว่าไม่ แถมยังทำให้เกิดอาการขาดน้ำ (dehydration) นำมาซึ่งอาการอยากอาเจียน ปวดหัว ตื่นมาตอนเช้ารู้สึกปากแห้ง หิวน้ำเป็นพิเศษอีกต่างหาก</p>
<p>ดังนั้น ก่อนจะยกแก้วชนคราวหน้าแบบไม่เสียเวลาลุกเข้าห้องน้ำทั้งคืนเลยอยากแนะนำว่า ควรจะหันมาดื่มในปริมาณ และความเข้มข้นที่เหมาะสมจะได้ไม่ต้องปวดฉี่บ่อย และห้ามแก้การลุกเข้าห้องน้ำด้วยการอั้นปัสสาวะ หรือทำให้ตัวเองขาดน้ำ เพราะผลภายหลังจะทำให้ร่างกายย่ำแย่ยิ่งกว่า</p>
</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2267" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/20200910-AR.jpg" alt="" width="2048" height="2048" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/20200910-AR.jpg 2048w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/20200910-AR-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/20200910-AR-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/20200910-AR-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/09/20200910-AR-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></div>
<div dir="auto"></div>
<h1 style="text-align: center;"><strong>&#8211; 2 &#8211;</strong></h1>
<h1 dir="auto" style="text-align: center;"><strong>ถึงเหล้าที่รัก ทำไมฉันถึงแฮงค์ มองสาเหตุและวิธีบรรเทาอาการเมาค้างหลังดื่มแอลกอฮอล์</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p dir="auto" style="text-align: center;">ปวดหัวหนักมาก! แถมยังเมื่อยตามตัวสุดๆ เรียกได้ว่าเป็นเช้าที่ไม่สดใสเสียเลย นี่เป็นเพราะการชนแก้วอย่างนับไม่ถ้วนของเมื่อคืนวานนี้แท้ๆ เชียว</p>
<div dir="auto">
<p>คุณเคยโดนอาการเมาค้าง หรือเรียกสั้นๆ ว่า ‘แฮงค์’ เล่นงานแบบนี้บ้างไหม?</p>
<p>แอลกอฮอล์ถือได้ว่าเป็นทั้งที่รักและตัวแสบในเวลาเดียวกันของใครหลายคน เมื่อดื่มเข้าไปแล้ว ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์มักทำให้ร่างกายเราผิดปกติหลายๆ ส่วน จนรวมกันกลายเป็นอาการเมาค้างที่นักดื่มต่างคุ้นเคย</p>
<p>เริ่มต้นด้วย สภาวะขาดน้ำ และสภาวะไม่สมดุลของเกลือแร่ ที่เป็นอาการพบได้บ่อย เนื่องจากแอลกอฮอล์เป็นยาขับปัสสาวะชั้นยอด ทำให้หลังดื่มเหล้าหรือเบียร์เข้าไปแล้ว นักดื่มมีแนวโน้มปัสสาวะออกมามากขึ้น จนร่างกายเข้าสู่สภาวะขาดน้ำ และทำให้เซลล์ เนื้อเยื่อ หรืออวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ</p>
<p>สภาวะขาดน้ำส่งผลต่อเนื่องให้เกิดสภาวะไม่สมดุลของเกลือแร่ โดยสภาวะที่ว่ามานี้ เป็นสภาวะที่อิเล็กโทรไลต์ (Electrolyte) หรือแร่ธาตุซึ่งทำหน้าที่รักษาระดับของเหลวในร่างกาย และช่วยให้ระบบที่สำคัญอื่นๆ ทำงานได้อย่างปกติ เกิดความไม่สมดุล มีปริมาณอิเล็กโทรไลต์มากหรือน้อยเกินไป ความไม่สมดุลนี้ทำให้เกิดอาการหัวใจเต้นผิดปกติ เหนื่อยล้า ชัก และกล้ามเนื้ออ่อนแรง</p>
<p>ต่อมา แอลกอฮอล์สามารถเข้าไปกระตุ้นการตอบสนองต่อการอักเสบจากระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งส่งผลให้อยากอาหาร สมาธิสั้นและความจำถดถอย ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง เป็นสาเหตุของอารมณ์แปรปรวน – บางกรณีก็ถึงขั้นชัก และทำให้หลอดเลือดขยายตัว เราจึงปวดหัวอย่างแรงนั่นเอง</p>
<p>ความแสบของฤทธิ์แอลกอฮอล์ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น แอลกอฮอล์สามารถออกคำสั่งให้เพิ่มการผลิตกรดในกระเพาะอาหาร ทำให้อาจเกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนและปัญหาทางเดินอาหารอื่นๆ ตามมา รวมถึงทำให้นอนไม่หลับหรือตื่นง่ายขึ้น จนเกิดความเหนื่อยล้า สมองเบลอและอารมณ์ไม่ดี</p>
<p>ในปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดเกี่ยวกับวิธีดื่มให้ไม่เมาค้าง 100% เนื่องจากความรุนแรงและระยะเวลาของอาการนั้นขึ้นอยู่เฉพาะตัวบุคคล ซึ่งมีหลายปัจจัย เช่น อายุ เพศ ปริมาณและความถี่ในการดื่ม ตลอดจนปัจจัยทางด้านชีวภาพ</p>
<p>เบื้องต้น ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) แนะนำว่า ผู้หญิงไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์เกิน 1 แก้ว และผู้ชายไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์เกิน 2 แก้วต่อวัน หรือจะเทียบเป็นปริมาณเครื่องดื่มแต่ละชนิดที่ไม่ควรดื่มเกิน คือ เบียร์ได้แค่ขวดขนาด 12 ออนซ์ ไวน์ขาวและแดง 5 ออนซ์ และเหล้า 1.5 ออนซ์ เป็นต้น</p>
<p>แต่ถ้าเผลอดื่มไปแล้วจะบรรเทาอาการเมาค้างต่าง ๆ ได้อย่างไร?</p>
<p>เว็บไซต์ Medical News Today ระบุถึงวิธีบรรเทาอาการเมาค้างง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ที่บ้าน ดังนี้</p>
<p>1. กินยา : แม้ว่าจะมีงานวิจัยโดยตรงเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับประสิทธิภาพของยาที่ไม่ต้องสั่งโดยแพทย์สำหรับแก้อาการเมาค้าง แต่ก็มียาบางชนิดช่วยบรรเทาอาการได้ นั่นคือ ยาประเภทแอสไพริน (aspirin) และยาต้านการอักเสบอื่น ๆ เช่น ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) และ นาพรอกเซน (naproxen) ยาเหล่านี้สามารถลดการอักเสบในร่างกายที่แอลกอฮอล์เป็นสาเหตุเพื่อบรรเทาอาการปวดหัวและปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ</p>
<p>อย่างไรก็ดี ควรใช้ยาแก้อักเสบด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากยาอาจทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารระคายเคือง และการใช้ยาเหล่านี้บ่อย ๆ อาจทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร</p>
<p>สำหรับยาลดกรดเอง ก็สามารถช่วยอาการเมาค้างได้ด้วยเช่นกัน โดยยาจะทำให้กรดในกระเพาะเป็นกลางเพื่อบรรเทาอาการปวดท้อง การทานยาลดกรดสามารถลดอาการคลื่นไส้ อาการเสียดท้อง และอาหารไม่ย่อยที่ทำให้เกิดการดื่ม นี่เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่มีอาการเมาค้าง</p>
<p>2. ดื่มน้ำให้มากๆ : การคืนน้ำแก่ร่างกายด้วยการดื่มน้ำอาจช่วยให้อาการเมาค้างดีขึ้น รู้แล้วอย่าลืมดื่มน้ำสักแก้วระหว่างดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และก่อนนอนด้วยล่ะ</p>
<p>3. กินข้าวเช้า : เมื่อร่างกายสลายแอลกอฮอล์ ระดับกรดแลคติกจะเพิ่มขึ้น สิ่งนี้ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงซึ่งอาจนำไปสู่อาการเมาค้าง ดังนั้นการรับประทานอาหารเช้าสามารถช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับเหมาะสมและอาจทำให้อาการเมาค้างดีขึ้น</p>
<p>4. กินอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ : แอลกอฮอล์ทำให้เกิดความเครียดจากการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (oxidation) ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดอนุมูลอิสระ การรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น ผลเบอร์รี่ เชอร์รี่ องุ่น ทับทิม แครอท ผักขม ขิง ดาร์กช็อกโกแลต ถั่วและเมล็ด ชาเขียวและชาดำ จึงช่วยลดผลเสียที่เกิดจากดื่มแอลกอฮอล์ได้</p>
<p>อนึ่ง ความเชื่อที่ว่าดื่มเหล้าต่อเพื่อถอนหรือบรรเทาอาการเมาค้างเป็นความเชื่อที่ผิดมหันต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพได้ออกมาชี้แนะว่าการใช้วิธีดื่มแอลกอฮอล์ซ้ำเข้าไปทำให้อาการเมาค้างยาวนานมากขึ้น ฉะนั้น แทนที่จะดื่มซ้ำๆ การงดหรือดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณที่พอเหมาะ น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงอาการเมาค้าง</p>
</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา:</p>
<p><a href="https://www.drinkaware.co.uk/facts/health-effects-of-alcohol/effects-on-the-body/why-does-alcohol-make-you-pee-more?" target="_blank" rel="noopener">Why does alcohol make you pee more?</a></p>
<p><a href="https://www.healthline.com/health/why-does-alcohol-make-you-pee?" target="_blank" rel="noopener">Why Does Alcohol Make You Pee?</a></p>
<p><a href="https://academic.oup.com/alcalc/article/45/4/366/155478?" target="_blank" rel="noopener">Hydration Status and the Diuretic Action of a Small Dose of Alcohol</a></p>
<p><a href="https://www.medicalnewstoday.com/articles/5089?" target="_blank" rel="noopener">How to cure a hangover</a></p>
<p><a href="https://www.medicalnewstoday.com/articles/324178" target="_blank" rel="noopener">Home remedies to ease a hangover</a></p>
<p><a href="https://www.healthline.com/nutrition/electrolytes" target="_blank" rel="noopener">Electrolytes: Definition, Functions, Imbalance and Sources</a></p>
</div>
</div>
<div dir="auto">
<div dir="auto">
<div dir="auto"></div>
</div>
<div dir="auto">เรื่องและภาพ : ทีมงาน Alcohol Rhythm</div>
</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-drinker-4/">เหล้ากับเรา : ดื่มแล้วปวดเบา-ดื่มแล้วเมาค้าง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">2263</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
