<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>ดร.หรรษา เศรษฐบุปผา Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/%E0%B8%94%E0%B8%A3-%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%B2-%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%9C%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/ดร-หรรษา-เศรษฐบุปผา/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:21:00 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>ดร.หรรษา เศรษฐบุปผา Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/ดร-หรรษา-เศรษฐบุปผา/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>‘เพราะคนติดเหล้าต้องได้รับการเอาใจใส่แม้ยามเกิดโรคระบาด’ &#8211; ถอดบทเรียนการดูแลผู้ติดสุราในชุมชนช่วง Covid-19</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/alcoholism-and-covid19/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=alcoholism-and-covid19</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 May 2020 08:16:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[นวัตกรรมเลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.หรรษา เศรษฐบุปผา]]></category>
		<category><![CDATA[พญ.พันธุ์นภา กิตติรัตนไพบูลย์]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.นพ.ตะวันชัย จิรประมุขพิทักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[โปรแกรมโทรถาม ตามเยี่ยม]]></category>
		<category><![CDATA[โปรแกรมใกล้บ้านสมานใจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1847</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ชนแก้ว!’ วลีที่ใครหลายคนอาจจะคุ้นหู โดยเฉพาะในช่วงกลางเดือนเมษายนที่เราอาจจะได้ยินการเชิญชวนให้ชนแก้วบ่อยกว่าปกติ เพราะทุกคนมีโอกาสหยุดงานกลับบ้าน พักผ่อนยาวๆ เพื่อสะสางความเหนื่อยล้าซึ่งสะสมมาตลอดทั้งปี ซึ่งการพักผ่อนที่ว่าอาจเชื่อมโยงไปถึงการสังสรรค์ตั้งวงดื่มเหล้า หรือนั่งจิบน้ำเมาชิลๆ บนบ้าน มองดูผู้คนต่างๆ สาดน้ำกันในวันปีใหม่ไทย แต่ในเดือนเมษายน 2563 นี้ อาจจะเป็นปีที่แปลกประหลาดสำหรับใครหลายๆ คน เพราะเป็นเดือนเมษายนที่ไทยไม่มีสงกรานต์เหมือนอย่างเคย เนื่องจากทั่วโลกต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมถึงประเทศไทยด้วย ซึ่งเราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า โควิด-19 ได้สร้างผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้คนในทุกหย่อมหญ้า เพื่อป้องกันการระบาดไม่ให้ลามทุ่ง ‘การรักษาระยะห่างทางสังคม’ จึงถูกใช้เป็นมาตรการแก้ปัญหาของภาครัฐ เช่น ห้ามบุคคลทั่วราชอาณาจักรออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 22.00 น. ถึง 04.00 น. (ยกเว้นกลุ่มที่ได้รับการยกเว้น) รวมถึงช่วงเดือนที่ผ่านมา ก็มีการประกาศห้ามขายสุราทั่วประเทศ  อย่างไรก็ดี มาตรการห้ามขายสุราอาจมีผลกระทบมากกว่าที่เราคิดเอาไว้ โดยถ้าเป็นกลุ่มคนที่ไม่ได้ดื่ม หรือดื่มบ้างเป็นครั้งคราว มาตรการนี้อาจจะไม่สร้างผลกระทบต่อชีวิตพวกเขามากนัก แต่กับคนที่ติดเหล้าหรือคนที่ต้องดื่มสุราเป็นประจำในทุกๆ วัน นี่อาจเป็นชนวนก่อให้เกิดปัญหาขึ้นได้ เช่น กรณีหนุ่มใหญ่ลงแดงจนเสียชีวิตเพราะต้องดื่มเหล้าวันละ 2 ขวด แต่ไม่สามารถหาดื่มได้ เพราะจังหวัดบุรีรัมย์ประกาศห้ามขายเหล้า หรือกรณีหนุ่มวิศวะดับคาห้องพัก หลังห้ามขายสุราจนต้องหักดิบอดเหล้า ในแง่หนึ่ง การที่ผู้ดื่มซื้อสุราไม่ได้อาจถือได้ว่าเป็นโอกาสที่ดี เพื่อให้คน ลด ละ เลิก การดื่มได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcoholism-and-covid19/">‘เพราะคนติดเหล้าต้องได้รับการเอาใจใส่แม้ยามเกิดโรคระบาด’ &#8211; ถอดบทเรียนการดูแลผู้ติดสุราในชุมชนช่วง Covid-19</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">‘ชนแก้ว!’ วลีที่ใครหลายคนอาจจะคุ้นหู โดยเฉพาะในช่วงกลางเดือนเมษายนที่เราอาจจะได้ยินการเชิญชวนให้ชนแก้วบ่อยกว่าปกติ </span><span style="font-weight: 400;">เพราะทุกคนมีโอกาสหยุดงานกลับบ้าน พักผ่อนยาวๆ เพื่อสะสางความเหนื่อยล้าซึ่งสะสมมาตลอดทั้งปี ซึ่งการพักผ่อนที่ว่าอาจเชื่อมโยงไปถึงการสังสรรค์ตั้งวงดื่มเหล้า หรือนั่งจิบน้ำเมาชิลๆ บนบ้าน มองดูผู้คนต่างๆ สาดน้ำกันในวันปีใหม่ไทย</span></p>
<p>แต่ในเดือนเมษายน 2563 นี้ อาจจะเป็นปีที่แปลกประหลาดสำหรับใครหลายๆ คน เพราะเป็นเดือนเมษายนที่ไทยไม่มีสงกรานต์เหมือนอย่างเคย <span style="font-weight: 400;">เนื่องจากทั่วโลกต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมถึงประเทศไทยด้วย ซึ่งเรา</span><span style="font-weight: 400;">ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า โควิด-19 ได้สร้างผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้คนในทุกหย่อมหญ้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อป้องกันการระบาดไม่ให้ลามทุ่ง ‘</span><span style="font-weight: 400;">การรักษาระยะห่างทางสังคม’ จึงถูกใช้เป็นมาตรการแก้ปัญหาของภาครัฐ เช่น </span><span style="font-weight: 400;">ห้ามบุคคลทั่วราชอาณาจักรออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 22.00 น. ถึง 04.00 น. (ยกเว้นกลุ่มที่ได้รับการยกเว้น) รวมถึงช่วงเดือนที่ผ่านมา ก็มีการประกาศห้ามขายสุราทั่วประเทศ </span></p>
<p>อย่างไรก็ดี มาตรการห้ามขายสุราอาจมีผลกระทบมากกว่าที่เราคิดเอาไว้ โดยถ้าเป็นกลุ่ม<span style="font-weight: 400;">คนที่ไม่ได้ดื่ม หรือดื่มบ้างเป็นครั้งคราว มาตรการนี้อาจจะไม่สร้างผลกระทบต่อชีวิตพวกเขามากนัก แต่กับคนที่ติดเหล้าหรือคนที่ต้องดื่มสุราเป็นประจำในทุกๆ วัน นี่อาจเป็นชนวนก่อให้เกิดปัญหาขึ้นได้ เช่น </span><span style="font-weight: 400;">กรณี</span><span style="font-weight: 400;">หนุ่มใหญ่ลงแดงจนเสียชีวิตเพราะต้องดื่มเหล้าวันละ 2 ขวด แต่ไม่สามารถหาดื่มได้ เพราะจังหวัดบุรีรัมย์ประกาศห้ามขายเหล้า หรือกรณีหนุ่มวิศวะดับคาห้องพัก หลังห้ามขายสุราจนต้องหักดิบอดเหล้า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแง่หนึ่ง การที่ผู้ดื่มซื้อสุราไม่ได้อาจ</span><span style="font-weight: 400;">ถือได้ว่าเป็นโอกาสที่ดี เพื่อให้คน ลด ละ เลิก การดื่มได้ แต่อย่าลืมว่า การหาซื้อสุราไม่ได้ส่งผลกระทบกับคนอีกกลุ่มอย่างมาก โดยเฉพาะคนกลุ่มที่ติดสุราเรื้อรัง ซึ่งการขาดสุราจะส่งผลต่อสุขภาพจิต และบางครั้งอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต หากไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้องและเหมาะสม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา<strong> <a href="http://cas.or.th/cas/">ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.)</a></strong> จัดงาน ‘สัมมนาแนวทางการดูแลผู้ติดสุราในชุมชนช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19’ โดยมีภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือ ทั้งกรมสุขภาพจิต </span><span style="font-weight: 400;">สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ</span><span style="font-weight: 400;"> (สสส.) </span><span style="font-weight: 400;">สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่ออภิปรายเกี่ยวกับ</span><span style="font-weight: 400;">ข้อเสนอแนะจากงานวิจัย ประสบการณ์ที่เคยลงมือปฏิบัติงาน และความคิดเพื่อแสดงการเทียบเคียงการดูแลคนติดสุราก่อนโรค เพื่อเป็นการถอดบทเรียนและหารูปแบบการดูแลผู้ติดสุราที่เหมาะสมกับสภาวะปัจจุบัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>จากเงิน 30 บาทและ 60 บาท สู่การบำบัดคนติดสุราในชุมชน &#8211; รศ.ดร.นพ.ตะวันชัย จิรประมุขพิทักษ์</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>วงสัมมนา<span style="font-weight: 400;">เริ่มต้นด้วยการแลกเปลี่ยนงานวิจัยที่กล่าวถึงการ</span><span style="font-weight: 400;">ศึกษาประสิทธิผลของการบำบัดคนติดสุราในชุมชน ด้วยวิธีการให้สิ่งจูงใจเป็นเงินมูลค่า 30 บาท และ 60 บาท ดำเนินกระบวนการผ่านการออกเยี่ยมตามบ้านของอสม. โดย <strong>รศ.ดร.นพ.ตะวันชัย จิรประมุขพิทักษ์</strong></span> <span style="font-weight: 400;">จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เจ้าของงานวิจัย เกริ่นนำว่า งานวิจัยชิ้นนี้เกิดขึ้น โดยมีจุดประสงค์เพื่อมองหาแนวทางใหม่ๆ </span><span style="font-weight: 400;">สำหรับการบำบัดคนติดสุรา โดยเริ่มจากการออกค้นหาผู้ป่วยที่ติดสุราเป็นขั้นแรก</span></p>
<p>&#8220;ผู้ดำเนินการค้นหาจะประกอบด้วยอสม. และผู้ช่วยวิจัย 2 คน ซึ่งจะต้องทำงานคลุกคลีกับอสม. และคนในพื้นที่ได้ อีกท้ังยังต้องมีลักษณะคล้ายกับเป็นโค้ช (Coach) เพื่อคอยช่วยเหลือและเป็นต้นแบบให้อสม. ด้วย&#8221;</p>
<p>กระบวนการต่อมา จะเป็นการ<span style="font-weight: 400;">ลงพื้นเพื่อค้นหาผู้ป่วยติดสุราตามสถานที่ที่เป็นแหล่งรวมผู้คนในชุมชน เช่น ร้านขายของชำ ร้านอาหารชุมชน หรือในกลุ่มวินมอเตอร์ไซต์ ซึ่งนพ.ตะวันชัยชี้ให้เห็นว่า การดื่มเหล้ามักจะดื่มกันเป็นวงสังสรรค์วงใหญ่ๆ ดังนั้น ถ้าเราพบผู้ป่วยติดสุราคนหนึ่ง ก็จะสามารถขยายผลจากคนหนึ่งไปสู่คนต่อๆ ไปได้</span></p>
<p>เมื่อค้นหาผู้ป่วยเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะนำผู้ป่วยมาตรวจร่างกายและจิตใจ ซึ่งผู้ที่ยินยอมเข้าร่วมรับการบำบัดมีจำนวนทั้งหมด 230 คน และถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อรับการบำบัด โดย <strong>กลุ่มแรก</strong> จะเป็นกลุ่มที่อสม. เข้าเยี่ยมตามบ้านโดยไม่มีสิ่งจูงใจ <strong>กลุ่มที่สอง </strong>เป็นกลุ่มที่อสม. เข้าเยี่ยมตามบ้านโดยมีสิ่งจูงใจ 30 บาท และ <strong>กลุ่มสุดท้าย</strong> เป็นกลุ่มที่อสม. เข้าเยี่ยมตามบ้านโดยมีสิ่งจูงใจ 60 บาท</p>
<p><span style="font-weight: 400;">การบำบัดทั้ง 3 รูปแบบจะปฎิบัติต่อเนื่องกันเป็นเวลา 12 สัปดาห์ และติดตามผลต่ออีก 4 สัปดาห์ และในขณะที่วางเงื่อนไขโดยใช้สิ่งจูงใจแล้ว จะมีการรักษาแบบถอนพิษ (detoxification treatment) ควบคู่ไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;เราจะสัมภาษณ์ผู้ดื่ม ผู้ดูแล และให้เป่าเครื่องวัดแอลกอฮอล์ (breathalyzer) เพื่อดูว่าผู้ป่วยดื่มสุราหรือไม่ ในกลุ่มของผู้ที่มีเข้าร่วมโครงการโดยมีสิ่งจูงใจ ถ้าพวกเขาไม่ดื่มเลย เราจะให้สิ่งจูงใจ (เงิน 30 บาท หรือ 60 บาท) และในสัปดาห์ที่ 13 และ 16 เราจะสุ่มเวลาเยี่ยมร่วมกับการให้เป่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยไม่มีสิ่งจูงใจให้ด้วย&#8221;</span></p>
<p>ผลการศึกษาพบว่า <span style="font-weight: 400;">ทั้ง 3 กลุ่มสามารถงดสุราได้ตั้งแต่เริ่มการบำบัดจนครบ 12 สัปดาห์ถึง 10% และในช่วง 12-16 สัปดาห์จึงเริ่มเกิดความแตกต่างกันใน 3 กลุ่ม โดยกลุ่มที่งดเหล้าได้มากที่สุดจะเป็นกลุ่มที่ได้แรงจูงใจมูลค่า 60 บาท นพ.ตะวันชัยจึงชี้ให้เห็นว่า เราสามารถประสานงานกับสถานพยาบาลใกล้บ้านอสม. ให้เยี่ยมบ้านและบำบัดโดยวิธีให้แรงจูงใจได้ ซึ่งนี่ถือเป็นแรงจูงใจที่ช่วยให้หยุดดื่มสุราได้ และมีประสิทธิผลในการลดความถี่ในการดื่ม และเพิ่มอัตราการหยุดดื่มเมื่อเวลาผ่านไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี </span><span style="font-weight: 400;">มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยสามารถหยุดดื่มเหล้าได้เลย แม้ว่าจะไม่ได้รับสิ่งจูงใจใดๆ ซึ่งกลุ่มที่หยุดได้โดยสิ้นเชิงคิดเป็น 15% และดื่มไม่เกิน 2-3 ครั้งถึง 24% นพ.ตะวันชัยจึงแนะนำว่า เราอาจจะบำบัดโดยการเยี่ยมบ้านอย่างเดียวก่อน และหากไม่ได้ผลจริงๆ จึงนำเรื่องแรงจูงใจเข้ามาช่วย</span></p>
<p>&#8220;งานวิจัยชิ้นนี้ทำให้เราเห็น<span style="font-weight: 400;">ความสำคัญของอสม.ในชุมชน เพราะพวกเขาปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยติดสุราได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่ค้นหาผู้ป่วย ชักชวนผู้ป่วยเข้ารับการบำบัด ให้การบำบัด ตลอดจนดูแลต่อเนื่องในชุมชน แต่อย่างไรก็ดี อย่าลืมว่าเราทุกคนจะต้องมองไกลไปถึงการดูแลผู้ป่วยติดสุราในระยะยาวด้วย ไม่ว่าจะเป็นการช่วยหางาน การอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงสวัสดิการอื่นๆ ที่ผู้ป่วยพึงได้ เช่น ยากจน หรือพิการป่วยเรื้อรัง ด้วย&#8221; นพ.ตะวันชัยทิ้งท้าย</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>สำรวจ</b><b>มาตรการคัดกรองและบำบัดรักษาผู้ติดสุราในชุมชนก่อนและหลังโควิด-19 &#8211; พญ.พันธุ์นภา กิตติรัตน์ไพบูลย์</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>“</b><span style="font-weight: 400;">ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า คนดื่มสุรามีตั้งแต่คนที่ไม่ค่อยดื่มจนถึงคนที่ดื่มจนติดรุนแรง </span><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น แนวทางการช่วยเหลือของกระทรวงสาธารณสุขที่ทำกันอยู่ในปัจจุบัน จะขึ้นอยู่กับลักษณะพฤติกรรมการดื่มสุรา เช่น ถ้าการดื่มอยู่ในระดับเสี่ยงจะใช้วิธีให้คำแนะนำแบบสั้น ถ้าเริ่มดื่มแบบอันตรายจะเปลี่ยนไปใช้การให้คำปรึกษา และถ้าถึงขั้นติดหรือติดรุนแรงจะเข้าสู่การบำบัด</span><span style="font-weight: 400;">” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>พญ.พันธุ์นภา กิตติรัตน์ไพบูลย์</strong> ผู้อำนวยการสำนักวิชาการ กรมสุขภาพจิต เกริ่นนำ พร้อมทั้ง</span><span style="font-weight: 400;">ขยายความต่อว่า ปัจจุบัน มีข้อเสนอในภาคปฏิบัติสำหรับผู้ที่มีปัญหาการดื่มสุรา โดยในระดับการดื่มแบบเสี่ยงและระดับการดื่มแบบอันตรายจะใช้แนวทางการคัดกรองและให้คำปรึกษา ส่วนกรณีที่ดื่มแบบติดและดื่มแบบติดรุนแรงอาจจะไม่ต้องคัดกรอง แต่ใช้</span><span style="font-weight: 400;">แนวทางการบำบัดฟื้นฟูเข้าช่วยได้เลย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากแนวทางที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว จะมีการใช้ชุดคู่มืออีก 4 ชุด ควบคู่ไปด้วย ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คู่มือชุดที่ 1: ใช้สำหรับคัดกรองผู้มาเข้ารับบริการทุกคนที่อายุ 15 ปีขึ้นไป และผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงต่อปัญหาการดื่มสุรา เช่น อุบัติเหตุ โรคเรื้อรัง หรือโรคทางกายสัมพันธ์กับการดื่มสุรา เช่น ผู้ป่วยตับแข็ง หรือกระเพาะอักเสบ คู่มือชุดนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาผู้มีปัญหาการดื่มสุราในกลุ่มผู้ป่วยที่เข้ารับบริการสุขภาพทั่วไป เพื่อให้เขาได้รับการบำบัดแบบสั้นตามความรุนแรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คู่มือชุดที่ 2: ใช้สำหรับผู้ติดสุรา หรือผู้ดื่มแบบอันตรายที่ไม่สามารถควบคุมได้ โดยมีผู้ให้บริการเป็นจิตแพทย์ แพทย์ และบุคลากรสุขภาพที่เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตและยาเสพติด โดยจะใช้แบบประเมินและแบบบันทึกต่างๆ เช่น แบบบันทึกติดตามการดื่มรายบุคคลในผู้ที่มีปัญหาการดื่มสุราที่คลินิกบำบัดสุรา ฯลฯ คู่มือชุดนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และรักษาภาวะถอนพิษสุราในผู้ติดสุรา และช่วยให้ผู้ติดสุราลด ละ หรือเลิกดื่มได้ ตลอดจนป้องกันการกลับไปดื่มหรือมีปัญหาซ้ำซ้อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คู่มือชุดที่ 3: ใช้สำหรับผู้มีปัญหาการดื่มสุราในระดับความเสี่ยงสูงหรือผู้ติดสุราในชุมชน หรือผู้ติดสุราที่ได้รับการวินิจฉัยโดยแพทย์แล้วส่งต่อกลับไปยังชุมชนและญาติหรือผู้ดูแล โดยผู้ให้บริการคือบุคลากรสุขภาพทุกระดับปฏิบัติงาน ขั้นนี้จะมีคู่มือโปรแกรมเป็นหนังสือ &#8216;ใกล้บ้านสมานใจ&#8217; จำนวน 4 เล่ม โดยคู่มือชุดนี้มีวัตถุประสงค์ให้ผู้มีปัญหาการดื่มสุราในระดับความเสี่ยงสูงหรือผู้ที่ผ่านการบำบัดไปแล้วไม่ให้กลับไปทำซ้ำ รวมถึงช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาซ้ำซ้อนหรือไม่ยอมเข้ารับบริการสุขภาพได้รับการดูแลในเบื้องต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และคู่มือชุดที่ 4: เป็นชุดที่กลุ่มอสม. จะเป็นผู้ดำเนินงานหลักในการสร้างความเปลี่ยนแปลง โดยใช้หลักการที่ประกอบด้วยการให้ความรู้ทั่วไป และสร้างความตระหนักให้ประชาชนเห็นถึงปัญหาการดื่มสุราในชุมชน การให้คำแนะนำ ลด ละ เลิก ดื่มสุราโดยการสร้างแรงจูงใจต่อผู้ติดสุรา มีการเฝ้าระวังและส่งต่อผู้ที่มีปัญหารุนแรงหรือมีภาวะฉุกเฉิน รวมถึงติดตามดูแลผู้มีปัญหาการดื่มสุราในชุมชนอย่างต่อเนื่องร่วมกับบุคลากรสุขภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พญ.พันธุ์นภา ปิดท้ายว่า ในสภาวะปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทางกระทรวงสาธารณสุขมีแนวทางการติดตามดูแลผู้ป่วยติดสุราในหลาย ๆ วิธี ได้แก่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">1) การโทรถามตามเยี่ยมด้วยเป็นระยะเวลา 20 ถึง 30 นาทีต่อครั้ง โดยใช้การประเมิน ซักถามบันทึกร่วมกับการให้คำแนะนำ และการฝึกทักษะการใช้ชีวิต </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2) การจ่ายยาแบบไดร์ฟทรู (Drive Thru) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3) การรับยาโรงพยาบาลใกล้บ้านและรับที่ร้านขายยาใกล้บ้าน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">4) การรับยาทางทางไปรษณีย์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">5) การพบแพทย์ตามนัด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">6) การออกไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วยติดสุราในกรณีที่จำเป็น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">7) การมอบหมายให้ผู้ป่วยและญาติรายงานตัวผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">8) มีการใช้เครือข่ายโดย อสม. ผู้นำชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เพื่อติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>3 อาวุธ (ไม่) ลับบำบัดผู้ติดสุราในชุมชน &#8211; ดร.หรรษา เศรษฐบุปผา</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในการบำบัดผู้ติดสุรานั้น หนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ ขั้นตอน &#8216;หลัง&#8217; การบำบัด เพราะหากผู้ติดสุราเข้ารับการบำบัด แต่ไม่ได้รับการดูแลที่ดี ประกอบกับเจอสิ่งกระตุ้นหรือสิ่งยั่วยุรอบตัว ก็อาจจะทำให้พวกเขาหวนกลับไปดื่มซ้ำอีก จึงจำเป็นจะต้องมีนวัตกรรมเพื่อเป็นตัวช่วยประคับประคอง ไม่ให้ผู้ที่ผ่านการบำบัดสุราแล้วหวนกลับไปดื่มซ้ำ</p>
<p>หนึ่งในนวัตกรรมสำหรับผู้ป่วยหลังการบำบัดสุราคือ &#8216;ใกล้บ้านสมานใจ โทรถามตามเยี่ยม&#8217; ที่จะ<span style="font-weight: 400;">ช่วยประคับประคองให้ผู้ติดสุราที่ผ่านการบำบัดแล้วให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ รวมไปถึงช่วยให้ผู้ป่วยลด ละ เลิกสุราได้อย่างแท้จริงโดยไม่หวนกลับไปดื่มซ้ำ โดยอาศัยการลงพื้นที่และเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดจากบุคลากรด้านสุขภาพภายในชุมชน</span></p>
<p><a href="https://alcoholrhythm.com/interview-hunsa/"><strong>ดร.หรรษา เศรษฐบุปผา</strong></a><span style="font-weight: 400;"> อาจารย์กลุ่มวิชาการพยาบาลจิตเวช คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวนำว่า </span><span style="font-weight: 400;">ผู้ติดสุราที่มีปัญหาเรื่องการดื่มอย่างหนักและต้องเข้ารับการรักษาซ้ำๆ ถือเป็นวิกฤตระดับชาติ </span><span style="font-weight: 400;">เพราะหากมองภายใต้กรอบของการดูแลเชิงรุกจะพบว่า ผู้ป่วยเหล่านี้มีปัญหาด้านอื่นๆ ประกอบด้วย ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา ที่อยู่อาศัย รวมไปถึงการที่พวกเขาไม่ได้รับการส่งเสริมสุขภาพที่ดีอย่างเพียงพอ </span><span style="font-weight: 400;">จึงเป็นที่มาของการเข้าไปดูแลเชิงรุกภายในชุมชน และเป็นจุดเริ่มต้นของ 3 โปรแกรม คือ ใกล้บ้าน สมานใจ โทรถาม ตามเยี่ยม โทรถาม ตามเยี่ยม (แบบสั้น)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ โปรแกรมดังกล่าวจะรวมเรื่อง</span><span style="font-weight: 400;">การบำบัดดูแลเข้าไปด้วย ซึ่งประกอบด้วย</span><span style="font-weight: 400;"> 3 ด้าน 9 องค์ประกอบ ที่จะนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อบำบัดดูแล ได้แก่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">1) การดูแล ประกอบด้วย เรื่องยา การให้คำปรึกษา และการเข้ารับบริการสุขภาพ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2) การฟื้นฟูสภาพ จะเน้นเรื่องการส่งเสริมสุขภาพ และการดำเนินชีวิตประจำวัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3) การบริการสนับสนุนและประคับประคอง ประกอบด้วยเรื่องโอกาสในการทำงาน การจัดการเอกสารต่างๆ การช่วยเหลือเรื่องที่พักอาศัย และการจัดการค่าใช้จ่าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;</span>ลักษณะของโปรแกรม &#8216;ใกล้บ้าน สมานใจ&#8217; เป็นการบำบัดดูแลที่บ้านของผู้ติดสุรา โดยประกอบไปด้วยการประเมิน สังเกต ซักถาม และบันทึกในแบบบันทึกร่วมกับการให้ความรู้ คำแนะนำ หรือการฝึกทักษะ ใช้เอกสารและคู่มือตามโปรแกรม 4 เล่ม&#8221;</p>
<p>&#8220;<span style="font-weight: 400;">จำนวนครั้งในการบำบัดดูแลที่บ้านทั้งหมด 5 ครั้ง จะแบ่งเป็นการลงพื้นที่ในแต่ละสัปดาห์ 1 ครั้ง จนครบทั้งหมด 5 ครั้ง ใช้เวลาครั้งละ 60-70 นาที และมีระยะติดตามต่อเนื่องหลังสิ้นสุดโปรแกรม 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน 9 เดือน และ 12 เดือน</span>&#8221;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ดร.หรรษายังอธิบายเพิ่มว่า บุคลากรสุขภาพจะทำงาน 5 ขั้นตอน เพื่อช่วยดูแลผู้ป่วยหลังได้รับการบำบัดแล้ว โดยเริ่มตั้งแต่ (1) คัดกรอง ค้นหาผู้ติดสุราที่มีปัญหาซับซ้อนรุนแรงและเรื้อรังหลังการบำบัด; (2) </span><span style="font-weight: 400;">เตรียมและตกลงการบริการ บอกวัตถุประสงค์และมอบคู่มือแก่ผู้ติดสุราและญาติ; (3) </span><span style="font-weight: 400;">ทำตารางนัดหมาย 10 ครั้งต่อ 1 ปี และตกลงกันเรื่องช่องทางการสื่อสาร; (4) </span><span style="font-weight: 400;">ลงพื้นที่ ทำการบำบัดดูแลตามคู่มือบุคลากร และบันทึกในแบบบันทึกใกล้บ้าน สมานใจ และ (5) </span><span style="font-weight: 400;">ประเมินประสิทธิผล การเปลี่ยนแปลงการดื่ม พฤติกรรมจากแบบบันทึกและแบบสอบถาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับผลของโปรแกรมใกล้บ้าน สมานใจ พบว่า ปี 2553-2556 ซึ่งมีการพัฒนาโปรแกรมต้นแบบและศึกษาประสิทธิผลทั่วประเทศ ผลปรากฎว่ากลุ่มทดลองของทุกภาคไม่กลับมาดื่ม ร้อยละ 29.17 ถึง 35.00 และลดปริมาณการดื่มลง (รวมถึงผู้ที่สามารถเลิกดื่มได้) ร้อยละ 90.00 ถึง 96.66 ส่วนคงดื่มเท่าเดิมร้อยละ 4.16 และเพิ่มปริมาณการดื่มร้อยละ 3.33 ถึง 10.00 </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันนี้ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้บรรจุโปรแกรมใกล้บ้าน สมานใจ ให้เป็นกระบวนการช่วยเหลือผู้ติดสุราคู่มือชุดที่ 3 เพื่อนำไปใช้ดูแลและประคับประคองหลังจากผู้ป่วยถูกจำหน่ายออกจากโรงพยาบาลต่อไป</span></p>
<p>จากโปรแกรมใกล้บ้าน สมานใจ พัฒนาต่อยอดเป็นโปรแกรม &#8216;โทรถาม ตามเยี่ยม&#8217; ซึ่งเปลี่ยนจาก<span style="font-weight: 400;">การลงพื้นที่เป็นการคุยผ่านทางโทรศัพท์แทน โดยจำนวนครั้งในการบำบัดดูแลทางโทรศัพท์มีทั้งหมด 5 ครั้ง แบ่งการโทรสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จนครบทั้งหมด 5 ครั้ง ใช้เวลาแต่ละครั้ง 60-70 นาที มีระยะติดตามต่อเนื่องหลังสิ้นสุดโปรแกรม 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน และโทรถึงญาติ 2 ครั้ง</span></p>
<p>ทั้งนี้ โปรแกรมโทรถาม ตามเยี่ยม มี 5 ขั้นตอนสุขภาพที่ดำเนินการโดยบุคลากรสุขภาพเช่นเดียวกับโปรแกรมใกล้บ้าน สมานใจ ดังนี้</p>
<p><span style="font-weight: 400;">1. คัดกรอง ค้นหาผู้ติดสุราที่มีปัญหาซับซ้อนรุนแรงและเรื้อรังหลังการบำบัด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2. เตรียมและตกลงการบริการ บอกวัตถุประสงค์และมอบคู่มือแก่ผู้ติดสุราและญาติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3. นัดหมาย ทำตารางนัดหมาย 10 ครั้ง ต่อ 6 เดือน ตกลงเรื่องช่องทางการสื่อสาร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">4. ทำการบำบัดดูแลตามคู่มือบุคลากร และบันทึกในแบบบันทึกโทรถาม ตามเยี่ยม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">5. ประเมินประสิทธิผล การเปลี่ยนแปลงการดื่ม พฤติกรรมจากแบบบันทึกและแบบสอบถาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;จากการปฏิบัติตามโปรแกรมโทรถาม ตามเยี่ยม พบว่า ปี 2555-2557 ซึ่งมีการพัฒนาโปรแกรมต้นแบบและศึกษาประสิทธิผลทั่วประเทศ และมีการติดตาม 6 เดือน พฤติกรรมการดื่มหนักลดลงจากร้อยละ 23.76 เป็นร้อยละ 7.78 ต่อเดือน วันหยุดดื่มเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 3.57 เป็นร้อยละ 21.24 ต่อเดือน และการกลับมารักษาซ้ำลดลง&#8221;</span></p>
<p>&#8220;เรายังมีการพัฒนาโปรแกรมที่ 3 คือโปรแกรม &#8216;โทรถาม ตามเยี่ยมแบบสั้น&#8217; ซึ่งใช้การโทรศัพท์ติดตามเหมือนโปรแกรมโทรถาม ตามเยี่ยม แต่จะใช้ระยะเวลาโทรที่สั้นกว่า และใช้คู่มือ 1 เล่ม จาก 4 เล่ม&#8221;</p>
<p>สำหรับประสิทธิภาพของโปรแกรมโทรถาม ตามเยี่ยมแบบสั้นนั้น พบว่า ใน<span style="font-weight: 400;">ปี 2557-2560 ที่มีการพัฒนาโปรแกรมต้นแบบและศึกษาประสิทธิผลทั่วประเทศ พบว่า จากการติดตาม 6 เดือน พฤติกรรมการดื่มลดลงจาก 23.76 เป็น 7.78 ต่อเดือน วันหยุดดามเพิ่มขึ้นจาก 3.57 เป็น 21.24 ต่อเดือน และการกลับมารักษาซ้ำลดลง&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.หรรษาแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมในตอนท้ายว่า โปรแกรมเชิงรุกในชุมชนทั้ง 3 โปรแกรมที่กล่าวมาข้างต้น สามารถช่วยบรรเทาปัญหาผู้ติดเหล้าให้เบาบางลง และทำให้หลายๆ ครอบครัวได้มีโอกาสกลับมามีความสุขอีกครั้งหนึ่ง </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>โควิด-19: โรคระบาด และโอกาสในการช่วยเหลือผู้ติดสุรา</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จังหวะนี้เป็นจังหวะที่ดีที่รัฐบาลสามารถช่วยเหลือคนที่ติดสุราได้” <strong>นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์</strong> จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในช่วงสุดท้ายของการสัมมนา โดยเขาสรุปว่า </span><span style="font-weight: 400;">รูปแบบที่คาดว่าจะเหมาะสมในการค้นหาและดูแลผู้ติดสุราในชุมชนช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 นี้ต้องมีองค์ประกอบ 3 ด้าน คือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">1. มีการไปเยี่ยมบ้าน เพื่อชักชวนบุคคลที่ติดสุราในชุมชนให้เลิกดื่ม เพราะมีการรายงานจากการศึกษาหลายชิ้นชี้ชัดว่า ถ้ามีกระบวนการเยี่ยมให้กำลังใจ จะช่วยให้คนสามารถลด ละ เลิกได้ ซึ่งจุดนี้ต้องพึ่งการให้ความร่วมมือของภาคีต่างๆ เช่น หน่วยงานของสาธารณสุข อสม. และภาคประชาชน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2. ระบบการบริการสาธารณสุขในทุกพื้นที่จะต้องส่งเสริมให้มีบริการที่เข้าถึงได้ง่าย เพื่อจะได้รับการส่งต่อจากองค์ประกอบด้านแรก โดยพยายามใช้ทุกโอกาสที่มีเพื่อช่วยให้คนเลิกติดสุรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3. สร้างบรรยากาศภาพรวมของสังคมเพื่อชักชวนว่าการลด ละ เลิกสุราเป็นเรื่องที่ดี หากใครที่สนใจต้องการลด ละ เลิกสุรา สามารถใช้บริการต่างๆ ที่ผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยกันรวบรวมข้อมูลทั้งหมดไว้แล้ว เพื่อที่ประชาชนจะนำไปเลือกใช้ได้อย่างง่ายที่สุด</span></p>
<p>ขณะที่พญ.พันธุ์นภาได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า ในช่วงที่โควิด-19 แพร่ระบาด และมีการห้ามขายสุรานั้น หากเราใช้วิธีขู่ผู้ติดสุราที่ต้องดื่มในปริมาณมากว่า จะทำให้ติดโรค อาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีหรือได้ผลสักเท่าไหร่</p>
<p>&#8220;เราเห็นแล้วว่า ช่วงที่ภาครัฐงดขายสุรา มีคนจำนวนมากงดดื่มสุรา ภาครัฐจึงอาจจะใช้ประโยชน์ตรงนี้ โดยชมเชยพวกเขา และแสดงให้พวกเขาเห็นว่า พวกเขาไม่ดื่มสุราก็สามารถอยู่ได้ หรืออาจจะพูดให้เห็นภาพชัดขึ้น โดยเพิ่มมิติทางเศรษฐกิจเข้าไปด้วย เช่น ถ้าเลิกดื่มสุราตลอดเดือนเมษายนจะมีเงินอยู่ในกระเป๋า 3000 บาท&#8221;</p>
<p>ทั้งนี้ <span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าสถานการณ์โควิด-19 จะจบลงเมื่อไหร่ และทางออกเรื่องนี้จะเป็นไปทางทิศทางไหน แต่อย่างน้อยที่สุด เราก็ได้เห็นความร่วมมือเล็กๆ ในหลายภาคส่วนของสังคมเพื่อหา</span><span style="font-weight: 400;">รูปแบบการดูแลผู้ติดสุรา ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์แก่พวกเขาต่อไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ : ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcoholism-and-covid19/">‘เพราะคนติดเหล้าต้องได้รับการเอาใจใส่แม้ยามเกิดโรคระบาด’ &#8211; ถอดบทเรียนการดูแลผู้ติดสุราในชุมชนช่วง Covid-19</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1847</post-id>	</item>
		<item>
		<title>10 เรื่องเหล้ายอดนิยม 2019</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/top-ten-articles-2019/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=top-ten-articles-2019</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Dec 2019 06:35:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[10 เรื่องเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.หรรษา เศรษฐบุปผา]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.นพ.ณัทธร พิทยรัตน์เสถียร]]></category>
		<category><![CDATA[พ.อ.(พิเศษ)นพ.พิชัย แสงชาญชัย]]></category>
		<category><![CDATA[พงษ์มาศ ทองเจือ]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการสายด่วนเลิกเหล้า 1413]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1372</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากตัวเลขของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในพ.ศ.2560 ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปจำนวน 55.9 ล้านคน ดื่มแอลกอฮอล์ประมาณ 15.9 ล้านคน และดื่มสม่ำเสมอจำนวน 6.98 ล้านคน แต่คนที่เข้าถึงระบบการบำบัดรักษากลับมีไม่ถึง 7% จะเห็นว่า ตัวเลขคนติดแอลกอฮอล์ค่อนข้างสูง แต่คนที่สามารถเข้าถึงบริการบำบัดรักษากลับสวนทางกัน คือน้อยจนน่าใจหาย สาเหตุของการเข้าไม่ถึงการบำบัดรักษามีหลากหลาย ไล่เรียงตั้งแต่ความไม่รู้ &#8211; ไม่รู้ว่าการติดแอลกอฮอล์เป็นโรค หรือมองว่าเหล้าไม่ใช่ปัญหา ความไม่เข้าใจ &#8211; ไม่เข้าใจถึงพิษภัยของสุรา หรือหลายคนอาจจะอยากเข้าบำบัด แต่ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มอย่างไร หรือควรจะเริ่มที่ไหน จึงยังพ่ายแพ้ต่อคลื่นความเมามายอยู่ร่ำไป ในช่วงปีที่ผ่านมา โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) ร่วมกับ The 101.world ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ร่วมทำโครงการ Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า เพื่อมุ่งสื่อสารถึงญาติ คนใกล้ชิด และผู้ดื่ม โดยหวังว่าจะช่วยลดช่องว่างการเข้าไม่ถึงบริการบำบัดรักษาอาการติดสุรา ผลงานในโครงการนั้นมีหลากเนื้อหา หลายหมวด ไล่เรียงตั้งแต่การให้ความรู้ง่ายๆ แบบแอลกอฮอล์ 101 เรื่องเหล้าสร้างแรงบันดาลใจ การดูแลผู้ติดเหล้า และวิธีการใหม่ๆ เพื่อเลิกเหล้า รวมไปถึงชุดเครื่องมือเพื่อผู้ติดสุรา ญาติ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/top-ten-articles-2019/">10 เรื่องเหล้ายอดนิยม 2019</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากตัวเลขของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในพ.ศ.2560 ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปจำนวน 55.9 ล้านคน ดื่มแอลกอฮอล์ประมาณ 15.9 ล้านคน และดื่มสม่ำเสมอจำนวน 6.98 ล้านคน แต่คนที่เข้าถึงระบบการบำบัดรักษากลับมีไม่ถึง 7% จะเห็นว่า ตัวเลขคนติดแอลกอฮอล์ค่อนข้างสูง แต่คนที่สามารถเข้าถึงบริการบำบัดรักษากลับสวนทางกัน คือน้อยจนน่าใจหาย</p>
<p>สาเหตุของการเข้าไม่ถึงการบำบัดรักษามีหลากหลาย ไล่เรียงตั้งแต่ความไม่รู้ &#8211; <em>ไม่รู้</em>ว่าการติดแอลกอฮอล์เป็นโรค หรือมองว่าเหล้าไม่ใช่ปัญหา ความไม่เข้าใจ &#8211; <em>ไม่เข้าใจ</em>ถึงพิษภัยของสุรา หรือหลายคนอาจจะอยากเข้าบำบัด แต่ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มอย่างไร หรือควรจะเริ่มที่ไหน จึงยังพ่ายแพ้ต่อคลื่นความเมามายอยู่ร่ำไป</p>
<p>ในช่วงปีที่ผ่านมา โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) ร่วมกับ The 101.world ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ร่วมทำโครงการ <a href="https://alcoholrhythm.com/" target="_blank" rel="noopener"><strong>Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</strong></a> เพื่อมุ่งสื่อสารถึงญาติ คนใกล้ชิด และผู้ดื่ม โดยหวังว่าจะช่วยลดช่องว่างการเข้าไม่ถึงบริการบำบัดรักษาอาการติดสุรา</p>
<p>ผลงานในโครงการนั้นมีหลากเนื้อหา หลายหมวด ไล่เรียงตั้งแต่การให้ความรู้ง่ายๆ แบบแอลกอฮอล์ 101 เรื่องเหล้าสร้างแรงบันดาลใจ การดูแลผู้ติดเหล้า และวิธีการใหม่ๆ เพื่อเลิกเหล้า รวมไปถึงชุดเครื่องมือเพื่อผู้ติดสุรา ญาติ และบุคลากรทางการแพทย์</p>
<p>ต่อจากนี้คือการนำเสนอ 10 เรื่องเหล้ายอดนิยม ประจำปี 2019 เพื่อเป็นการทบทวนผลงาน และให้คุณได้ย้อนดูการเดินทางในปีที่ผ่านมากันอีกครั้ง และเราจะมาร่วมก้าวเข้าสู่ปี 2020 ไปด้วยกันอย่างแข็งแรง!</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="https://alcoholrhythm.com/10-facts-alcohol/"><img decoding="async" fetchpriority="high" class="wp-image-1377 size-full aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/12/20191003-AR10fact-fb.png" alt="" width="2048" height="1080" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/12/20191003-AR10fact-fb.png 2048w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/12/20191003-AR10fact-fb-300x158.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/12/20191003-AR10fact-fb-768x405.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/12/20191003-AR10fact-fb-1024x540.png 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></a></p>
<h4 style="text-align: center;"><a href="https://alcoholrhythm.com/10-facts-alcohol/" target="_blank" rel="noopener">อินโฟกราฟิก: 10 เรื่องเหล้าทั่วไทย ที่คุณอาจไม่เคยรู้</a></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p>รู้หรือไม่ ประเทศไทยมีนักดื่มทั้งหมดกี่คน?</p>
<p>แล้วรู้หรือไม่ ว่าคนวัยไหนดื่มสุรามากที่สุด?</p>
<p>ยังไม่รู้ก็ไม่เป็นไร แต่วันนี้คุณจะได้รู้แล้ว เพราะ Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ขอพาคุณตะลอนทั่วไทย ดู 10 เรื่องเหล้าที่คุณอาจไม่เคยรู้ ไล่เรียงตั้งแต่จำนวนนักดื่มในประเทศไทย ช่วงอายุที่มักดื่มสุรา ไปจนถึงสาเหตุหลัก ว่าอะไรทำให้คนตัดสินใจเลิกเหล้า ผ่านทางอินโฟกราฟิกสดใส ย่อยง่าย งานนี้จะเก็บไว้เป็นคลังความรู้ก็เยี่ยม หรือเอาไว้ทายขำๆ กับเพื่อนตอนกินข้าวเย็นนี้ก็ดูดีไม่ห<span class="text_exposed_show">ยอก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="https://alcoholrhythm.com/interview-hunsa/"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-535 size-full" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/03/53648478_340310839937301_3069444596229472256_n.png" alt="" width="950" height="501" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/03/53648478_340310839937301_3069444596229472256_n.png 950w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/03/53648478_340310839937301_3069444596229472256_n-300x158.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/03/53648478_340310839937301_3069444596229472256_n-768x405.png 768w" sizes="(max-width: 950px) 100vw, 950px" /></a></p>
<h4 style="text-align: center;"><a href="https://alcoholrhythm.com/interview-hunsa/" target="_blank" rel="noopener">‘ใกล้บ้าน สมานใจ’ : คุยกับ ดร.หรรษา เศรษฐบุปผา ว่าด้วยนวัตกรรมบำบัดคนติดสุรา</a></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปัญหาการติดสุรานับเป็นปัญหาที่รุนแรงปัญหาหนึ่งในสังคมไทย โดยในแต่ละปี มีผู้ที่ติดสุราและต้องเข้ารับการบำบัดเป็นจำนวนมาก แต่การบำบัดนั้นยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด เพราะผู้เข้ารับการบำบัดมีโอกาสที่จะกลับไปติดสุราอีก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีเครื่องมือเพื่อประคับประคองพวกเขาให้ไม่หวนกลับไปติดสุราซ้ำ</p>
<p>หนึ่งในโปรแกรมที่ช่วยดูแลผู้ติดสุราหลังเข้ารับการบำบัดให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ และสามารถลด ละ เลิก สุราได้จริง คือโปรแกรม ‘ใกล้บ้าน สมานใจ’ ที่มีหัวหน้าโครงการคือ ดร.หรรษา เศรษฐบุป<span class="text_exposed_show">ผา ซึ่งแม้จะเริ่มต้นใช้โปรแกรมนี้ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ปัจจุบัน โรงพยาบาลทั่วประเทศได้ใช้โปรแกรมนี้เป็นหนึ่งในชุดเครื่องมือสำหรับบำบัดผู้ติดสุราหลังจำหน่ายออกจากสถานพยาบาล ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข</span></p>
<p>“โรคติดสุราไม่เหมือนโรคทั่วไปที่รักษาแล้วหายขาด แต่โรคนี้มันมีทั้งติดทางกาย และติดทางใจ จึงเป็นที่มาที่ไปว่า จะทำอย่างไรให้คนที่เข้ามารักษาอาการทางกายแล้ว กลับออกไปใช้ชีวิตในชุมชนได้นานขึ้น โดยไม่ต้องกลับมารักษาอีก”</p>
<p>“คนทั่วไปมักเข้าใจว่าการลด เลิก ตัด ไม่ใช้สารเสพติด ไม่ดื่มเหล้า ไม่น่าจะใช่เรื่องยาก แต่ในความเป็นจริง มันเป็นเรื่องของการติด เป็นเรื่องของสมอง ซึ่งแก้ยาก ดังนั้นถ้าไม่มีใครช่วยเหลือ ช่วยประคับประคองเขา กระทั่งไปประณาม ตั้งข้อรังเกียจ มองว่าเป็นการหาเรื่องใส่ตัว ทำตัวเอง แก้ปัญหาผิดๆ โดยไม่ได้ให้ความสำคัญและช่วยเหลือเขาอย่างจริงจัง แบบนั้นถือว่ามาไม่ถูกทาง”</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;"><a href="https://alcoholrhythm.com/infographic-care-for-alcoholics/"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-901 size-full" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/05/20190211-AR-FB.png" alt="" width="950" height="501" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/05/20190211-AR-FB.png 950w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/05/20190211-AR-FB-300x158.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/05/20190211-AR-FB-768x405.png 768w" sizes="(max-width: 950px) 100vw, 950px" /></a></h4>
<h4 style="text-align: center;"><a href="https://alcoholrhythm.com/infographic-care-for-alcoholics/" target="_blank" rel="noopener">อินโฟกราฟิก : ดูแลอย่างไร … ถ้าคนใกล้ตัวมีปัญหาการดื่มสุรา?</a></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p><em>เพื่อนคุณอยู่เลเวลไหนเวลากินเหล้า?</em></p>
<p>เลเวล 1 : ปากบอกไหว แต่ใจพร้อมหลับ</p>
<p>เราจะมีวิธีสังเกตอาการแบบไหน ที่ดูแล้วเข้าข่ายเมาภาพตัด?</p>
<p>เลเวล 2 : สิบแก้วไม่เมา กลัวเหล้าไม่พอ</p>
<p>เราจะเช็คคนใกล้ตัวว่าเขาติดเหล้ามั้ย ได้ยังไง?</p>
<p>เลเวล 3 : ขาดเธอ เหมือนขาดใจ</p>
<p>อาการแบบไหนที่เรียกว่าลงแดงจากการขาดเหล้า?</p>
<p>อย่าลืมว่า เพื่อนแท้มีน้อย เพื่อนสติเต็มร้อยก็เช่นกัน</p>
<p><em>3 สกิลที่ควรมีติดตัวเวลาอยู่ในวงเหล้า</em></p>
<p>สกิลที่ 1 : (ดูแลคน) วาร์ปเก่ง &#8211; ดื่มอยู่ดีๆ หันมาอีกทีเพื่อนปลิว (หมดสติ) ไปแล้ว แบบนี้ต้องทำยังไง?</p>
<p>สกิลที่ 2 : ม้วน (ผ้า) เก่ง – ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันคือเพื่อนชัก อย่าเพิ่งผลีผลามคว้าช้อนยัดปากไป แต่ต้องทำอย่างไรลองอ่านดูเลย!</p>
<p>สกิลที่ 3 : ประคบเก่ง &#8211; นั่งอยู่ดีๆ ได้ยินเสียงดังตึง ปรากฏว่าเพื่อนปลิวแถมศีรษะยังฟาดพื้นอีก เจอเหตุการณ์แบบนี้อย่าเพิ่งตกใจ ตั้งสติไว้ และทำตามคำแนะนำในรูป</p>
<p>เพราะเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะเมื่อเพื่อนของคุณเริ่มสติหลุดในวงเหล้า เราจึงต้องเตรียมพร้อมรับทุกสถานการณ์ เย็นนี้นั่งๆ อยู่ ก็ลองสังเกตอาการของคนใกล้ตัวสักนิด เผื่อเกิดอะไรขึ้น จะได้ดูแลเขาได้อย่างถูกวิธี</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;"><a href="https://alcoholrhythm.com/info-good-bye-alcohol/"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-1012 size-full" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/07/20190712-AlcoholRhythm-FB.png" alt="" width="2048" height="1080" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/07/20190712-AlcoholRhythm-FB.png 2048w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/07/20190712-AlcoholRhythm-FB-300x158.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/07/20190712-AlcoholRhythm-FB-768x405.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/07/20190712-AlcoholRhythm-FB-1024x540.png 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></a></h4>
<h4 style="text-align: center;"><a href="https://alcoholrhythm.com/info-good-bye-alcohol/" target="_blank" rel="noopener">เหล้าจ๋า น้องลาก่อน: 7 วิธีบอกเลิก ไม่ให้เหล้าต้องเจ็บ</a></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p>ฝากไปบอกเหล้าที ว่าไม่มีเราต่อไป~<br />
กับ 7 วิธี ตัดใจจากเหล้า ถนอมความรู้สึกคนเคยรัก บวกกับ 4 เคล็ดลับพิเศษ เพื่อให้การบอกเลิกครั้งนี้จบจริง!</p>
<p>“(เหล้า) ที่รัก เราเลิกกันเถอะ”<br />
<span class="text_exposed_show"><br />
ผมบอกกับขวดสีอำพันตรงหน้า รู้สึกเจ็บแปลบๆ เมื่อต้องบอกเลิกกับพี่แอล (กอฮอล์) ที่ผูกพันกันมาแสนนาน แต่จะให้ทำอย่างไรได้ เพื่อสุขภาพและเพื่อคนรอบตัว เข้าพรรษานี้ผมต้องเลิกเหล้าให้ได้!</span></p>
<p>หมายเหตุ: ภาพด้านบนเป็นสถานการณ์จำลองถึงนักดื่มหลายคนที่อยากเลิกเหล้าให้เด็ดขาด แต่บางคนก็ไม่ประสบความสำเร็จ ต้องกลับมาหาพี่เหล้าคนรักเก่าอยู่ร่ำไป</p>
<p>และถึงแม้มันอาจจะดูเว่อร์ไปสักนิด แต่เชื่อเถอะว่า การเลิกเหล้าสำหรับผู้ดื่มที่ดื่มมานานแสนนานนั้นไม่ง่ายเลย ทั้งด้วยอาการทางกายและทางใจ ทำให้ขั้นตอนที่ยากที่สุดของการเลิกเหล้าก็คือการเริ่มต้นที่จะเลิกเหล้า และจากการที่มีโอกาสได้คุยกับผู้ป่วยที่เคยติดเหล้า ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เมื่อติดเหล้าไปแล้ว จะให้เลิกก็ยากเกินห้ามใจ มีคนถึงกับบอกว่า ‘ตนเองยอมตายไปพร้อมกับการนอนกอดขวดเหล้า’ เลยทีเดียว</p>
<p>แต่แม้การบอกเลิก (เหล้า) จะเป็นเรื่องยาก ก็ใช่ว่าคุณจะเลิกไม่ได้ เพราะหลายครั้งที่ความล้มเหลวในการเลิกเหล้ามาจากการขาดความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องการเลิกเหล้า และทำให้การเลิกเหล้าต้องล้มเหลวไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;"><a href="https://alcoholrhythm.com/different-effect-of-alcohol-based-on-genes/"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-981 size-full" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/07/20190712-AR-FB.png" alt="" width="2049" height="1081" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/07/20190712-AR-FB.png 2049w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/07/20190712-AR-FB-300x158.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/07/20190712-AR-FB-768x405.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/07/20190712-AR-FB-1024x540.png 1024w" sizes="(max-width: 2049px) 100vw, 2049px" /></a></h4>
<h4 style="text-align: center;"><a href="https://alcoholrhythm.com/different-effect-of-alcohol-based-on-genes/" target="_blank" rel="noopener">&#8220;ดื่มเพื่อสุขภาพ(?)” เมื่อยีนส่งผลให้แอลกอฮอล์ออกฤทธิ์กับคนแตกต่างกัน</a></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p>หนึ่งในความเชื่อของชาวเอเชียคือ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ดีต่อสุขภาพ</p>
<p>ได้ยินแบบนี้ หลายคนคงเริ่มคุ้นชื่อกับยาชูกำลังอย่างม้ากระทืบโลงหรือโด่ไม่รู้ล้ม ที่เขาว่ากันว่ามีสรรพคุณร้อยแปด ทั้งบำรุงร่างกาย บำรุงโลหิต แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ ยันเสริมพละกำลัง ความเชื่อเหล่านี้จึงยิ่งน่าเชื่อถือมากขึ้นไปอีก</p>
<p>แต่ใช่ว่าจะมีแต่ชาวเอเชียที่เชื่อแบบนี้ เพราะในตะวันตก ก็มีความเชื่อในทำนองเดียวกัน เช่น งานวิจัยที่บอกว่า การบริโภคแอลกอฮอล์จะช่วยให้คอเลสเตอรอลดี และไม่ได้เป็นอันตรายต่ออินซูล<span class="text_exposed_show">ินในร่างกาย</span></p>
<p>แต่คุณรู้หรือไม่ว่า อาจไม่ใช่ทุกเชื้อชาติที่เหมาะกับการดื่ม โดยเฉพาะชาวเอเชียอย่างเราๆ เมื่อมีงานวิจัยที่ค้นพบว่า ชาวเอเชียมียีนบางอย่างในร่างกายที่อาจไม่รองรับการบริโภคแอลกอฮอล์!</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="https://alcoholrhythm.com/quote-dr-nuttorn/"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-1208 size-full" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191004-Nuttorn-FB.png" alt="" width="2049" height="1081" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191004-Nuttorn-FB.png 2049w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191004-Nuttorn-FB-300x158.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191004-Nuttorn-FB-768x405.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/10/20191004-Nuttorn-FB-1024x540.png 1024w" sizes="(max-width: 2049px) 100vw, 2049px" /></a></p>
<h4 style="text-align: center;"><a href="https://alcoholrhythm.com/quote-dr-nuttorn/" target="_blank" rel="noopener">(Quote) เลิกเหล้ามันอยู่ที่ (เข้า) ใจ ความคิดและพฤติกรรม : สำรวจการบำบัดแบบ CBT (Cognitive Behavior Therapy)</a></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p>อาการติดเหล้าเป็นอย่างไร หากคนไข้ผ่านการบำบัดสารเสพติดหลายๆ ครั้ง จะช่วยให้เลิกได้ง่ายขึ้นหรือไม่ หักดิบคืออะไร และปลอดภัยจริงหรือไม่ และวิธีช่วยคนใกล้ตัวให้เลิกเหล้าได้สำเร็จคืออะไรกันแน่ …</p>
<p>ชวนอ่านทัศนะของ ผศ.นพ.ณัทธร พิทยรัตน์เสถียร จากภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เป็นจิตแพทย์ อาจารย์ และผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดด้วยความคิดและพฤติกรรม หรือ CBT (Cognitive Behavior Therapy) ในประเทศไทย ได้เผยวิธีการเลิกเหล้าแบบ CBT ที่เริ่มต้นจากการ ‘พูดคุย’ ทำ<span class="text_exposed_show">ความเข้าใจเหตุผลในการดื่ม สำรวจสภาพแวดล้อม และหาทางออกใหม่ๆ ให้กับเหตุผลของแต่ละคน รวมถึงตอบคำถามข้างต้นผ่านทางวิธีแบบ CBT</span></p>
<p>(อ่านบทสัมภาษณ์ ผศ.นพ.ณัทธร ทิพยรัตน์เสถียร ฉบับเต็มได้ <a href="https://alcoholrhythm.com/cognitive-behavior-therapy-for-alcoholic/" target="_blank" rel="noopener"><strong>ที่นี่</strong></a>)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="https://alcoholrhythm.com/existentialism-treatment/"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-1042 size-full" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/08/20190712-Mart-AR-FB.png" alt="" width="2048" height="1080" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/08/20190712-Mart-AR-FB.png 2048w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/08/20190712-Mart-AR-FB-300x158.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/08/20190712-Mart-AR-FB-768x405.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/08/20190712-Mart-AR-FB-1024x540.png 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></a></p>
<h4 style="text-align: center;"><a href="https://alcoholrhythm.com/existentialism-treatment/" target="_blank" rel="noopener">‘แก้วเหล้านั้นยังสำคัญอยู่ไหม?’ มองการบำบัดสุราผ่านหลักปรัชญาอัตถิภาวนิยม</a></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลักอัตถิภาวนิยมทำงานกับทั้งข้างหน้าและข้างหลัง ข้างหน้าคือชวนให้เห็นภาพสวยงามในอนาคต ข้างหลังคือเบื้องหลังว่า คุณเจออะไรมาก่อนจะมากินเหล้า แล้วจึงปิดท้ายว่า เมื่อคุณเห็นภาพในอนาคต เห็นชีวิตในอนาคตที่คุณอยากใช้แล้ว มันไม่มีเหล้า แล้วแก้วนั้นยังสำคัญกับคุณอยู่ไหม”<br />
<span class="text_exposed_show"><br />
“&#8230;เคสที่ติดสุรามาหนักๆ เขาไม่ได้เพิ่งเจ็บปวดหรือเพิ่งติดมาเมื่อเดือนที่แล้ว แต่เขามีภาวะที่กดดันและเครียดมานานมาก คือรู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร อยากเลือกอะไร แต่ไม่กล้าแสดงความต้องการออกไป เลยตัดสินใจหนีความจริงโดยใช้การกินเหล้าให้ลืม จึงเกิดการใช้เหล้ามาเป็นการรับมือ&#8230;”</span></p>
<p>“ถ้าเป็นในสหรัฐฯ มีกฎหมายเลยว่า ถ้าคุณเกิดมีปัญหาขึ้นมา จะแค่เครียดก็ได้ รัฐจะมีบริการให้พบนักจิตวิทยาได้หลายครั้ง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ถ้าติดสารเสพติดจะไปเข้ากลุ่มบำบัดที่ไหนก็ได้ แต่ในไทย คุณลองถามสิว่า ถ้าอยากเลิกเหล้าต้องไปที่ไหน วิชาชีพไหนจะช่วยคุณได้ คนก็อาจจะยังไม่รู้ตรงนี้ แล้วยังเรื่องค่ารักษาอีก ต้องยอมรับว่า คนติดเหล้าคือคนที่ไม่ค่อยมีเงิน บางคนไม่มีเงินพอจะจ่ายค่าเช่าห้องด้วยซ้ำ แล้วเขาจะจ่ายเงินเพื่อบำบัดเหล้าไหมล่ะ ลืมไปได้เลย”</p>
<p>“ถ้าจะมองจริงๆ มนุษย์ทุกคนก็เหมือนกันหมด แต่เราไม่ควรไปตัดสินว่า คนที่เลือกการรับมือแบบนี้จะแย่กว่าอีกคน และถ้าจะมองให้ลึกซึ้งกว่านั้นคือ คนที่เลือกเหล้า เขามีความเจ็บปวดบางอย่างอยู่หรือเปล่า จริงๆ แล้วมนุษย์เราควรเมตตาและเข้าอกเข้าใจกันไม่ใช่หรอ แต่สังคมทุกวันนี้เป็นเหมือนสังคมแห่งการตัดสินและกระทืบซ้ำมากกว่า”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-masculinity/"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-1236 size-full" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/11/20191104-AR-fb.png" alt="" width="2048" height="1080" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/11/20191104-AR-fb.png 2048w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/11/20191104-AR-fb-300x158.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/11/20191104-AR-fb-768x405.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/11/20191104-AR-fb-1024x540.png 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></a></p>
<h4 style="text-align: center;"><a href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-masculinity/" target="_blank" rel="noopener">ดื่มเหล้าเท่ากับ ‘แมน’ (?) : สำรวจมายาคติที่ทำให้ผู้ชายต้องดื่ม</a></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p>คุณผู้ชายทั้งหลายเคยประสบปัญหาปฏิเสธการดื่มเหล้าไม่ได้บ้างหรือไม่</p>
<p>ในสังคมซึ่งถูกครอบงำด้วยวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ การดื่มสุราถูกนับเป็นการแสดงออกถึงความมาดแมนแบบหนึ่ง นั่นทำให้ผู้ชายหลายคนประสบปัญหา ‘ต้องดื่ม’ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะถ้าใครออกตัวว่าไม่ดื่ม หรือดื่มไม่เป็น ก็อาจถูกคนรอบข้างหัวเราะเยาะหยันและมองว่าไม่มีความเป็นลูกผู้ชายเอาเสียเลย</p>
<p>แต่ลูกผู้ชายที่แท้จริงจำเป็นต้องดื่มเหล้าเสมอไปหรือ?</p>
<p>“การดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากถูกมองเป็นวิธีพิสูจน์ความเหนือกว่า แกร่งกว่า แมนกว่า และคนที่คอแข็งที่สุดมักได้รับเสียงชื่นชม ยกย่องให้เป็นผู้นำของกลุ่ม”</p>
<p>“ตรงกันข้าม หากชายใดคออ่อน ดื่มแก้วสองแก้วแล้วเมาล้มพับ ก็อาจถูกตราหน้าว่าอ่อนแอเหมือนผู้หญิง ทำให้สุดท้ายแล้วผู้ชายต้องดื่มหนักขึ้น หนักขึ้นเพื่อฝึกฝนตัวเองให้คอแข็งยิ่งกว่าเดิม”</p>
<p>“การปลูกฝังวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่พร้อมกับการดื่มสุราอาจก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา ทั้งปัญหาความรุนแรงเพราะผู้ชายเชื่อว่าตนแข็งแกร่ง ต้องการแสดงอำนาจ ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้ความยับยั้งชั่งใจน้อยลงจนเกิดการทะเลาะวิวาท ใช้ความรุนแรงกับคนในครอบครัว และปัญหาสุขภาพของตัวผู้ดื่มเอง”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="https://alcoholrhythm.com/interview-pichai/"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-872 size-full aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/05/kพิชัย-02-1.jpg" alt="" width="3959" height="2085" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/05/kพิชัย-02-1.jpg 3959w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/05/kพิชัย-02-1-300x158.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/05/kพิชัย-02-1-768x404.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/05/kพิชัย-02-1-1024x539.jpg 1024w" sizes="(max-width: 3959px) 100vw, 3959px" /></a></p>
<h4 style="text-align: center;"><a href="https://alcoholrhythm.com/interview-pichai/" target="_blank" rel="noopener">ศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา ‘1413’ สายนี้เพื่อคนอยากเลิกเหล้า: คุยกับ พ.อ.(พิเศษ)นพ.พิชัย แสงชาญชัย</a></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p>“วัตถุประสงค์ของสายด่วนเลิกเหล้าคือ การช่วยให้เขาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและมีแรงจูงใจในการเลิก ถ้าเป็นญาติ ก็ช่วยในด้านจิตใจ เพราะญาติมักจะได้รับผลกระทบจากผู้ดื่มแล<span class="text_exposed_show">ะพยายามหาความช่วยเหลือ เมื่อเราคุยเสร็จแล้ว จะขอเบอร์ติดต่อเพื่อโทรกลับไปติดตามผล โดยเราตั้งโปรแกรมไว้ว่าจะติดตาม 5 ครั้งในหนึ่งปี โดยแบ่งเป็นโทรในช่วง 1 สัปดาห์ถัดไป 1 เดือนถัดไป 3 เดือนถัดไป 6 เดือนถัดไป และ 12 เดือนถัดไป เพราะฉะนั้น คนที่เข้ามารับบริการจะได้รับบริการให้คำปรึกษาประมาณ 6 ครั้ง”</span></p>
<p>&#8220;สุราถือเป็นสารเสพติดที่ถูกกฎหมาย เข้าถึงได้ง่าย อีกทั้งการดื่มสุราก็เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมทางสังคม งานแต่ง งานบวช หรืองานเฉลิมฉลองอะไรต่างๆ ก็มักจะมีสุราเข้าไปเกี่ยวข้อง ภาวะติดกับภาวะปกติจึงอยู่ใกล้กันมาก ทำให้ผู้ดื่มมักไม่รู้ตัวว่าตัวเองติด กว่าจะรู้ตัวก็เป็นมากแล้ว ดังนั้นจึงอาจจะรักษาค่อนข้างยาก อีกทั้งผู้ดื่มสุราจะมีโรคร่วมมาก ไม่ว่าทางกาย เช่น โรคตับ โรคกระเพาะ โรคหัวใจ รวมถึงโรคจิตเวช เช่น ภาวะซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวน วิตกกังวล ดังนั้น ปัญหาการติดสุราจึงเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง ที่ยังมีปัญหาอยู่ข้างใต้อีกจำนวนมาก การจะดูแลแก้ไขต้องได้รับการประเมินโดยถี่ถ้วน ดูแลต่อเนื่อง และดูแลในหลายๆ ปัญหา&#8221;</p>
<p>“ส่วนมากคนไข้มักจะไม่ได้มารับบริการเองตั้งแต่ต้น คำแนะนำคือ ญาติสามารถไปปรึกษาแพทย์ได้ก่อน ไม่ต้องรอจนกระทั่งคนไข้มา ซึ่งนี่จะช่วยย่นระยะเวลาการไม่เข้าสู่การบำบัดรักษาได้ และเวลาที่ญาติเริ่มคุยกับคนไข้เรื่องมาพบแพทย์ ก็อย่าเพิ่งไปเน้นเรื่องการติดสุรา เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้ติดจะรับรู้น้อยที่สุดและจะปฏิเสธ แต่ให้เน้นที่ปัญหาซึ่งเขาพอจะรู้สึกได้ว่ามันเป็นปัญหาของเขา เช่น เรื่องสุขภาพ บอกว่าเราห่วงใยสุขภาพของเขา อยากพาไปพบแพทย์เพื่อเช็คสุขภาพ จากนั้นแพทย์จะพูดคุยเชื่อมโยงไปยังเรื่องอาการติดสุรา และนำไปสู่การบำบัดรักษาต่อไป”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-gender-equality/"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-1136 size-full" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/09/20190212-AR-FB.png" alt="" width="2049" height="1081" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/09/20190212-AR-FB.png 2049w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/09/20190212-AR-FB-300x158.png 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/09/20190212-AR-FB-768x405.png 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/09/20190212-AR-FB-1024x540.png 1024w" sizes="(max-width: 2049px) 100vw, 2049px" /></a></p>
<h4 style="text-align: center;"><a href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-gender-equality/" target="_blank" rel="noopener">ดื่มเหล้าเพื่อความเท่าเทียม : สุราและการต่อสู้ของสิทธิสตรี</a></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p>ครั้งหนึ่ง การดื่มสุราของผู้หญิงเป็นสัญญะของการต่อต้านวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่</p>
<p>&#8220;ขณะที่ผู้ชายดื่มเหล้าสังสรรค์กับมิตรสหายจนกลายเป็นเรื่องปกติ ผู้หญิงกลับไม่สามารถดื่มโดยปราศจากการถูกตีตราและตำหนิติเตียน ดังนั้น เมื่อทั่วโลกตระหนักถึงความเท่าเทียมทางเพศมากขึ้น เกิดการต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีมากขึ้น การดื่มเหล้าของผู้หญิงจึง<span class="text_exposed_show">กลายเครื่องมือหนึ่งซึ่งใช้ต่อต้านระบบปิตาธิปไตย&#8221;</span></p>
<p>&#8220;ประสบการณ์การถูกกดขี่ทางเพศเป็นปัจจัยหนึ่งที่ผลักดันให้ผู้หญิงหันมาดื่มเหล้ามากขึ้นหลังเป็นอิสระจากอำนาจของผู้ชาย&#8221;</p>
<p>&#8220;คำถามที่น่าสนใจคือ ปรากฏการณ์ผู้หญิงดื่มสุราที่เพิ่มขึ้นจากอดีตแสดงให้เห็นว่าเราหลุดจากขนบชายเป็นใหญ่อย่างสมบูรณ์แล้วใช่หรือไม่?&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>หมายเหตุ: เก็บข้อมูลจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/top-ten-articles-2019/">10 เรื่องเหล้ายอดนิยม 2019</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1372</post-id>	</item>
		<item>
		<title>‘ใกล้บ้าน สมานใจ’ : คุยกับ ดร.หรรษา เศรษฐบุปผา ว่าด้วยนวัตกรรมบำบัดคนติดสุรา</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/interview-hunsa/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=interview-hunsa</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 17 Mar 2019 17:51:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[นวัตกรรมเลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.หรรษา เศรษฐบุปผา]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมบำบัดคนติดสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[โปรแกรมใกล้บ้านสมานใจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=528</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัญหาการติดสุรานับเป็นปัญหาที่รุนแรงมากขึ้นในสังคมไทย และเป็นปัจจัยที่นำไปสู่ปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย ตั้งแต่เรื่องอุบัติเหตุ การทะเลาะวิวาท การใช้ความรุนแรง รวมถึงปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศ โดยพบว่าในแต่ละปี มีผู้ที่ติดสุราและต้องเข้ารับการบำบัดในสถานบริการสุขภาพเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับผู้ป่วยด้วยโรคที่สืบเนื่องจากการติดสุรา ทั้งนี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หน่วยงานด้านสาธารณสุขและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยบรรเทาปัญหาดังกล่าว ตั้งแต่ต้นทางอย่างการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ไปจนถึงปลายทาง อย่างการติดตามดูแลผู้ป่วยจากการติดสุราหลังได้รับการบำบัดรักษา  ดร.หรรษา เศรษฐบุปผา อาจารย์กลุ่มวิชาการพยาบาลจิตเวช คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คือบุคลากรที่คลุกคลีกับการแก้ไขปัญหาสุขภาพอันเกี่ยวเนื่องจากสารเสพติดมายาวนาน โดยโครงการหนึ่งที่นับเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง คือโปรแกรม ‘ใกล้บ้าน สมานใจ’ ที่ช่วยประคับประคองผู้ติดสุราหลังเข้ารับการบำบัด ให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ และสามารถลด ละ เลิก ได้จริงโดยที่ไม่กลับไปติดสุราซ้ำอีก โดยอาศัยการลงพื้นที่และเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดจากบุคลากรด้านสุขภาพภายในชุมชน  สำหรับประสิทธิผลในการนำโปรแกรมใกล้บ้านสมานใจไปใช้ทั่วประเทศ ในปี 2554-2555 พบว่า เมื่อผู้ติดสุราได้รับการดูแลติดตามเยี่ยมบ้านตามโปรแกรม สามารถลดการดื่มสุราได้ถึงร้อยละ 90-98 เลิกดื่มสุราได้ถึงร้อยละ 29-35 มีการกลับไปรักษาซ้ำลดลงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยปัจจุบันกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศเป็นนโยบายให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ ใช้โปรแกรมนี้เป็นหนึ่งในชุดเครื่องมือสำหรับบำบัดผู้ติดสุราหลังจำหน่าย  Alcohol Rhythm ถือโอกาสนี้สนทนากับ ดร.หรรษา ว่าด้วยที่มาที่ไปและกระบวนการของโปรแกรม‘ใกล้บ้าน สมานใจ’ ตลอดจนวิธีคิดและมุมมองต่อปัญหาผู้ติดสุราในประเทศไทย  &#160; อยากให้อาจารย์ช่วยเล่าที่มาที่ไปของโปรแกรม ‘ใกล้บ้าน สมานใจ’ ให้ฟังคร่าวๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/interview-hunsa/">‘ใกล้บ้าน สมานใจ’ : คุยกับ ดร.หรรษา เศรษฐบุปผา ว่าด้วยนวัตกรรมบำบัดคนติดสุรา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัญหาการติดสุรานับเป็นปัญหาที่รุนแรงมากขึ้นในสังคมไทย และเป็นปัจจัยที่นำไปสู่ปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย ตั้งแต่เรื่องอุบัติเหตุ การทะเลาะวิวาท การใช้ความรุนแรง รวมถึงปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศ โดยพบว่าในแต่ละปี มีผู้ที่ติดสุราและต้องเข้ารับการบำบัดในสถานบริการสุขภาพเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับผู้ป่วยด้วยโรคที่สืบเนื่องจากการติดสุรา</p>



<p>ทั้งนี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หน่วยงานด้านสาธารณสุขและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยบรรเทาปัญหาดังกล่าว ตั้งแต่ต้นทางอย่างการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ไปจนถึงปลายทาง อย่างการติดตามดูแลผู้ป่วยจากการติดสุราหลังได้รับการบำบัดรักษา </p>



<p><strong>ดร.หรรษา เศรษฐบุปผา </strong>อาจารย์กลุ่มวิชาการพยาบาลจิตเวช คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คือบุคลากรที่คลุกคลีกับการแก้ไขปัญหาสุขภาพอันเกี่ยวเนื่องจากสารเสพติดมายาวนาน โดยโครงการหนึ่งที่นับเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง คือโปรแกรม ‘ใกล้บ้าน สมานใจ’ ที่ช่วยประคับประคองผู้ติดสุราหลังเข้ารับการบำบัด ให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ และสามารถลด ละ เลิก ได้จริงโดยที่ไม่กลับไปติดสุราซ้ำอีก โดยอาศัยการลงพื้นที่และเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดจากบุคลากรด้านสุขภาพภายในชุมชน </p>



<p>สำหรับประสิทธิผลในการนำโปรแกรมใกล้บ้านสมานใจไปใช้ทั่วประเทศ ในปี 2554-2555 พบว่า เมื่อผู้ติดสุราได้รับการดูแลติดตามเยี่ยมบ้านตามโปรแกรม สามารถลดการดื่มสุราได้ถึงร้อยละ 90-98 เลิกดื่มสุราได้ถึงร้อยละ 29-35 มีการกลับไปรักษาซ้ำลดลงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยปัจจุบันกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศเป็นนโยบายให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ ใช้โปรแกรมนี้เป็นหนึ่งในชุดเครื่องมือสำหรับบำบัดผู้ติดสุราหลังจำหน่าย </p>



<p>Alcohol Rhythm ถือโอกาสนี้สนทนากับ ดร.หรรษา ว่าด้วยที่มาที่ไปและกระบวนการของโปรแกรม‘ใกล้บ้าน สมานใจ’ ตลอดจนวิธีคิดและมุมมองต่อปัญหาผู้ติดสุราในประเทศไทย </p>



<p>&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>อยากให้อาจารย์ช่วยเล่าที่มาที่ไปของโปรแกรม ‘ใกล้บ้าน สมานใจ’ ให้ฟังคร่าวๆ</strong></h4>



<p>&nbsp;</p>



<p>ใกล้บ้านสมานใจ พัฒนาขึ้นมาภายใต้แนวคิด ‘การบำบัดดูแลเชิงรุกในชุมชน’ ซึ่งตั้งต้นมาจากงานวิจัยในอเมริกา ที่ใช้วิธีการนี้ช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาจิตเวชหลังออกจากโรงพยาบาล ไม่ให้ต้องกลับเข้าโรงพยาบาลอีก และสามารถใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนได้นานที่สุดโดยให้บุคลากรด้านสุขภาพที่อยู่ในพื้นที่ เข้าไปช่วยดูแล ประคับประคอง และให้คำปรึกษา</p>



<p>เราจึงนำแนวคิดนี้มาปรับใช้กับผู้ที่มีปัญหาจากการดื่มสุรา โดยทำเป็นงานวิจัยที่เกิดจากความร่วมมือกันของแผนวิจัยระบบสุรา (IMAP) คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  โรงพยาบาลสวนปรุง  และโรงพยาบาลจอมทอง เชียงใหม่ เป้าหมายคือมุ่งเน้นการช่วยเหลือติดตามในเชิงรุก โดยอาศัยทีมบุคลากรด้านสุขภาพที่รับผิดชอบในพื้นที่ที่ผู้ติดสุราอาศัยอยู่ ร่วมกับการประคับประคอง ดูแลให้กำลังใจจากญาติและครอบครัว เพื่อช่วยให้ผู้ติดสุราหลังการบำบัดสามารถลด ละ เลิกการดื่มสุรา และไม่กลับไปติดสุราซ้ำอีก </p>



<p>&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ช่วงแรกที่เริ่มโครงการนี้ ค้นพบอะไรบ้าง</strong></h4>



<p>&nbsp;</p>



<p>เราพบว่า ผู้ติดสุราส่วนใหญ่ เขาจะมีปัญหาจากการดื่มสุรา และติดสุรา พอเข้ามาโรงพยาบาล เราแก้เรื่องทางกายได้ คึอช่วยถอนพิษสุรา แต่เราจะพบว่า ผู้ติดสุราเหล่านี้ จะเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยมาก บางคนกลับมา 40-60 ครั้ง ในระยะเวลา 20-30 ปี จึงพยายามหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไร ก็พบว่า คนเหล่านี้แม้จะรักษาทางกายแล้ว แต่ยังมีปัญหาเรื่องติดทางใจ เช่น เมื่อรักษาทางกายออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว กลับไปอยู่ในชุมชน เจอสิ่งยั่วยุ หรือเจอปัญหาชีวิต ก็กลับไปดื่มอีก และกลับมาเป็นโรคติดสุราซ้ำแล้วซ้ำอีก</p>



<p>แผนงานวิจัยระบบสุรา จึงมีความคิดว่า น่าจะมีแนวทางประคับประคองคนเหล่านี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะโรคติดสุราไม่เหมือนโรคทั่วไปที่รักษาแล้วหายขาด แต่โรคนี้มันมีทั้งติดทางกาย และติดทางใจ จึงเป็นที่มาที่ไปว่า จะทำอย่างไรให้คนที่เข้ามารักษาอาการทางกายแล้ว กลับออกไปใช้ชีวิตในชุมชนได้นานขึ้น โดยไม่ต้องกลับมารักษาอีก </p>



<p>ด้วยเหตุนี้เราจึงเห็นว่า การบำบัดดูแลเชิงรุกในชุมชน น่าจะเป็นวิธีที่เหมาะที่จะช่วยเหลือคนกลุ่มนี้ได้ ก็เลยทำเป็นงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม โดยพัฒนาโปรแกรม &#8216;ใกล้บ้าน สมานใจ&#8217; ขึ้นมาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ก่อน ใช้วิธีการลงพื้นที่ ซึ่งไม่ใช่แค่การเยี่ยมบ้านอย่างเดียว แต่เราใส่การบำบัดดูแลเข้าไปด้วย ซึ่งประกอบด้วย 3 ด้าน 9 องค์ประกอบ ที่ได้มาจากงานวิจัย</p>



<p>&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>3 ด้าน 9 องค์ประกอบที่ว่า มีอะไรบ้าง และนำไปปฏิบัติอย่างไร</strong></h4>



<p>&nbsp;</p>



<p>3 ด้าน คือ 1) การดูแล ประกอบด้วย เรื่องยา การให้คำปรึกษา และการเข้ารับบริการสุขภาพ  2) การฟื้นฟูสภาพ จะเน้นเรื่องการส่งเสริมสุขภาพ และการดำเนินชีวิตประจำวัน  3) การบริการสนับสนุนและประคับประคอง ประกอบด้วยเรื่องโอกาสในการทำงาน การจัดการเอกสารต่างๆ การช่วยเหลือเรื่องที่พักอาศัย และการจัดการค่าใช้จ่าย </p>



<p>พอเรามี 3 ด้าน 9 องค์ประกอบที่ว่ามา ก็นำมาสู่การปฏิบัติ ลงพื้นที่ เพื่อบำบัดดูแล โดยจะลงทั้งหมด 10 ครั้งใน 1 ปี โดย 5 ครั้งแรก เราจะลงสัปดาห์ละครั้ง 5 สัปดาห์ติดต่อกัน เพื่อจะทำกระบวนการบำบัดให้ครบ 9 องค์ประกอบ</p>



<p>ครั้งแรก จะดูเรื่องที่อยู่อาศัยกับกิจวัตรประจำวัน กำจัดสิ่งที่ยั่วยุ เช่น ขวดสุรา ขวดเบียร์ เพื่อจะได้ไม่มีตัวกระตุ้น ส่วนกิจวัตรประจำวัน ก็จะให้เขาดูแลในส่วนของการแต่งกาย เสื้อผ้า ความสะอาด </p>



<p>ครั้งที่สอง เป็นเรื่องของการดูแลตรวจสอบปัญหาอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องมาจากการดื่มสุรา เช่น เวลาที่เขาอาจเมาค้างมา หรือถอนพิษมา ถ่ายเป็นเลือด เขาก็จะได้รับการชี้แนะว่าต้องทำอย่างไร ควรปรับพฤติกรรมแบบไหน </p>



<p>ครั้งที่สาม จะเป็นเรื่องการดูแลสุขภาพกายและใจ ทางกายก็เช่น การรับประทานยาให้สม่ำเสมอ รู้ว่าผลของยาคืออะไร ส่วนทางใจ ก็เช่นการสอนให้รู้จักขอโทษ รู้จักยอมรับความผิดพลาด ที่สำคัญคือ เวลามีสิ่งเร้า หรือมีคนมาชวน จะปฏิเสธยังไง เพราะบางคนปฏิเสธไม่เป็น เวลามีคนชวนไปดื่ม ควบคุมตัวเองไม่ได้ พวกนี้เราจะฝึกทักษะให้หมดเลย</p>



<p>ครั้งที่สี่ เป็นเรื่องของงานกับเงิน ตามไปดูว่าการทำงานเป็นยังไงบ้าง มีอะไรขาดตกบกพร่องมั้ย หรือไปทำงานแล้วยังดื่มสุราอยู่มั้ย บางคนเป็นช่างฝีมือดี แต่พอติดสุราแล้วทำงานไม่ได้ มือไม้สั่น มีผลข้างเคียง ก็จะทำให้เขาเสียโอกาสในการทำงาน แล้วผลที่ตามมาก็คือเงินขาดมือ สุดท้ายก็วนเป็นวัฏจักร </p>



<p>หรือสำหรับคนที่ยังไม่มีงาน บางทีบุคลากรด้านสุขภาพที่ไปลงพื้นที่ ก็อาจช่วยออกหน้าให้ เช่น พาไปฝากงานตามปั๊มน้ำมัน ช่วยยืนยันว่าคนนี้ทำงานได้นะ ไม่ติดเหล้าแล้ว เพราะเมื่อเขามีงานทำ เขาก็จะรู้สึกว่ามีคุณค่าในตัวเองมากขึ้น ส่วนด้านการเงิน ก็จะสอนให้เขารู้จักการออม งดดื่ม แล้วเอาเงินที่จะไปดื่มมาหยอดกระปุกออมสิน ทำเป็นบัญชีครัวเรือน</p>



<p>นั่นคือการดูแลต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ พอสัปดาห์ที่ 5 เราจะเช็คว่ามีปัญหาตรงไหนบ้างที่ยังไม่ได้แก้ไข เป็นการเช็ครอบสุดท้ายเพื่อดูว่าก๊อกไหนยังรั่วอยู่ ถ้าเจอตรงไหนรั่ว ก็อุดมันซ้ำ ซึ่งการเยี่ยมครั้งที่ 5 นี้ จะเป็นแนวทางของการเยี่ยมครั้งที่ 6 &#8211; 10 เพราะหลังจากครั้งนี้ เราจะไม่มาทุกสัปดาห์แล้ว แต่จะเว้นระยะหนึ่งเดือน สามเดือน หกเดือน เก้าเดือน สิบสองสองเดือน จนครบ 10 ครั้งในหนึ่งปีพอดี</p>



<p>โดยในครั้งที่ 5 เราจะให้เขาทำหนังสือสัญญาไว้ แล้วลงชื่อสามฝ่าย คนตัวเขาเอง ญาติหรือครอบคัว และบุคลากรผู้ดูแล ในสัญญาจะให้เขาเขียนถ้อยคำไว้ เช่น ถ้ามีคนชวนกินเหล้า ข้าพเจ้าจะปฏิเสธ, ข้าพเจ้าจะพูดดีๆ กับภรรยา ไม่ใช้อารมณ์ เพื่อจะได้ไม่นำไปสู่การทะเลาะวิวาท, ข้าพเจ้าจะดูแลร่างกาย ออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง เป็นต้น พอทำสัญญาแล้ว การเยี่ยมตั้งแต่ครั้งที่ 6 เป็นต้นไป ซึ่งมีระยะห่าง เราก็ต้องวัดใจเขา จะบอกเขาว่าเราไม่ได้มาบ่อยแล้วนะ เพราะเรารู้ว่าคุณจะพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเอง</p>



<p>&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>การลงพื้นที่ช่วงแรก จำเป็นต้องเช็คให้ครบทุกองค์ประกอบไหม เพราะแต่ละคนก็อาจมีปัญหาต่างกันไป ทำไมไม่เจาะจงไปที่ปัญหารายบุคคลไปเลย</strong></h4>



<p>&nbsp;</p>



<p>เราก็เคยคิดแบบนั้น แต่เอาเข้าจริงแล้ว เวลาเราลงพื้นที่ เราไม่มีทางรู้ร้อยเปอร์เซนต์หรอกว่าใครมีปัญหาอะไร ความเชื่อพื้นฐานของเราคือ อาจมีอะไรบางอย่างซึ่งเขาไม่บอก แล้วในเมื่อไหนๆ เราพบว่า 9 องค์ประกอบนี้แหละ คือตัวการที่นำไปสู่การดื่มสุราซ้ำ ฉะนั้นเราก็ดูแลทั้ง 9 องค์ประกอบเลยละกัน </p>



<p>&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เป้าหมายของโปรแกรมนี้ คือการทำให้เขาเลิกโดยเด็ดขาดเลยไหม</strong></h4>



<p>&nbsp;</p>



<p>ไม่ใช่ โปรแกรมนี้เราไม่ได้เน้นให้เลิก เพราะส่วนใหญ่คนเหล่านี้จะดื่มมานาน ดื่มเยอะ อย่างต่ำๆ ก็ยี่สิบปีขึ้นไป ฉะนั้นเป้าหมายจึงไม่ใช่การทำให้เลิกขาด เขาอาจยังดื่มอยู่ก็ได้ แต่อย่าดื่มจนป่วยอีก ทีนี้ สิ่งที่เราได้มาเป็นของแถม คือมีคนที่เลิกขาดได้ถึง 29-35% ซึ่งเป็นสิ่งที่เราตื่นเต้นมาก และแสดงให้เห็นว่าแนวคิดที่เราใช้ สามารถช่วยปิดช่องว่างที่จะทำให้เขากลับไปดื่มได้จริง </p>



<p>&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>จากที่เล่าว่าเริ่มต้นทดลองใช้ในเชียงใหม่ หลังจากนั้นทำอย่างไรให้โปรแกรมนี้ยกระดับไปสู่ระดับประเทศได้</strong></h4>



<p>&nbsp;</p>



<p>จากโมเดลที่เล่าให้ฟัง ซึ่งเราทดลองนำไปใช้ในพื้นที่เชียงใหม่ ก็ได้นำมาสู่การทำวิจัยชุดที่สอง เพื่อศึกษาว่าโมเดลนี้สามารถนำไปใช้ในวงกว้างได้หรือไม่ คือการศึกษาผลลัพธ์ทางกระบวนการ เพื่อทดสอบว่า ทำได้ไหม ทำได้จริงรึเปล่า ทำแล้วเป็นที่พอใจของผู้ติดสุรา รวมถึงญาติและบุคลากรด้านสุขภาพไหม </p>



<p>อีกส่วนคือการวัดผลลัพธ์ทางคลินิค คือลดการดื่มลงได้จริงรึเปล่า ความรู้สึกมีคุณค่าในตัวเองเป็นยังไง คุณภาพชีวิตเป็นยังไง </p>



<p>ส่วนสุดท้าย คือการดูต้นทุนประสิทธิผล ว่าใช้แล้วสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายไหม เหมาะสำหรับการนำไปปรับใช้ในนโยบายระดับประเทศไหม มีความคุ้มค่าคุ้มทุนไหม </p>



<p>โดยเราทำการศึกษาใน 4 ภูมิภาค ทั่วประเทศ ตั้งต้นจากโรงพยาบาลจิตเวช ในสังกัดกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข โดยอาศัยความร่วมมือจากโรงพยาบาลชุมชนที่เป็นลูกข่ายของโรงพยาบาลจิตเวชนั้นๆ ใช้เวลาศึกษาอยู่ราวๆ สองปี ซึ่งได้คำตอบที่น่าสนใจคือ สามารถลดละเลิกการดื่มสุรา เฉลี่ยในระดับประเทศได้ 95-98 % โดยมีคนที่สามารถเลิกดื่มได้ 29-35% อย่างที่บอกไป</p>



<p>ส่วนผลลัพธ์ทางคลินิก เราพบว่าคุณภาพชีวิตเขาดีขึ้นจริง มีปัญหาจากการดื่มสุราลดลง ส่วนผลลัพธ์ทางกระบวนการ เราพบว่าผู้ติดสุราพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเราประเมินจากประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับเขา ผลที่ได้คือ เขาบอกว่าเขาได้ประโยชน์จริง เพราะสามารถกลับไปทำงานได้ เขามีเงินเพียงพอสำหรับใช้จ่าย เขาสุขภาพแข็งแรงขึ้น ที่สำคัญคือเขาเป็นที่ยอมรับของคนในหมู่บ้านและชุมชน ไม่ถูกมองเป็นขยะของสังคมอีกต่อไป</p>



<p>ส่วนความพึงพอใจของญาติ ก็เป็นไปในทำนองเดียวกัน คือรู้สึกว่าได้คนของเขากลับคืนมา บางรายร้องไห้ บอกว่ายิ่งกว่าถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง เพราะบางกรณี ช่วงที่เขายังติดสุรานั้น ถึงกับต้องขายบ้าน ขายรถ ขายที่ดิน ถูกไล่ออกจากงาน</p>



<p>&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>มีกรณีตัวอย่างที่น่าสนใจไหม</strong></h4>



<p>&nbsp;</p>



<p>มีเคสหนึ่งเราตามไปเยี่ยม อยู่ที่ลำปาง พบว่าเขาไม่เหลืออะไรเลย เคยทำงานราชการ ก็ถูกไล่ออก แม้เจ้านายจะให้ไปบำบัดแล้ว กลับมาก็ยังเลิกไม่ได้ สุดท้ายเขาสูญเสียทุกอย่าง แต่พอมีโปรแกรมนี้ลงไป ใช้เวลาหนึ่งปีเต็ม ปรากฏว่าหลังจากการติดตามผลเมื่อผ่านไปสามปี เขาได้งานกลับคืนมาทั้งหมด ได้ที่ดินใหม่ เริ่มต้นครอบครัวใหม่ ที่สำคัญคือ แม่เขาพูดจากปากเลยว่า ต่อให้ไฟไหม้บ้าน ก็ยังไม่เสียหายเท่ากับลูกติดเหล้า เพราะเขาเหมือนได้รับชีวิตใหม่ </p>



<p>อีกเคสที่เป็นเคสคลาสสิก คือลุงคนนึงที่อยู่ภาคใต้ เคยเมาหนักจนพลัดตกท้องร่อง มีปัญหาทะเลาะตบตีภรรยา แต่พอโปรแกรมนี้ลงไป ก็ช่วยชุบชีวิตเขาใหม่ เราไปเยี่ยมหลังจากห้าปีผ่านไป พบว่าลุงคนนี้กลายเป็นคนใหม่ หน้าตาสดชื่นแจ่มใส ดูดี ที่สำคัญคือกำลังจะสมัครเป็นนายก อบต. </p>



<p>ตลอดหลายปีที่ทำมา เราพบกรณีที่น่าสนใจมากมาย แต่โดยรวมคือมันสามารถทำให้คุณภาพชีวิตของเขาดีขึ้นได้ รวมถึงคนรอบข้างก็ดีขึ้น นี่คือผลลัพธ์เชิงกระบวนการ</p>



<p>ส่วนสุดท้ายที่ยังไม่ได้พูด คือด้านต้นทุนประสิทธิผล เราพบว่าการที่เขาไม่ต้องกลับไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลซ้ำแล้วซ้ำอีก ช่วยประหยัดงบประมาณได้มหาศาล ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่า คนไข้หนึ่งราย เข้ารับการบำบัดหนึ่งครั้ง จะหมดเงินราวๆ สองหมื่นบาทต่อคน ต่อครั้ง แล้วลองคิดดูว่า ถ้าคนหนึ่ง ต้องเข้าออกโรงพยาบาลหลายๆ ครั้ง เช่น มารักษาแล้วกลับออกไปได้เดือนเดียว กลับมาอีกด้วยโรคเดิม เพราะไม่สามารถควบคุมหรือประคับประคองตัวเองได้ จะคิดเป็นค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ </p>



<p>อย่างที่เล่าให้ฟังว่า บางรายกลับมา 20 กว่าครั้ง หนักๆ หน่อย ก็ 30-40 ครั้ง ในระยะเวลาหลายสิบปี แล้วเอาสองหมื่นคูณเข้าไป คิดเป็นเงินมหาศาล ซึ่งการทำโปรแกรมนี้ เอาเข้าจริงแล้วไม่แทบเสียเงินด้วยซ้ำ เพราะยังไงเจ้าหน้าที่สาธารณสุข บุคลากรสุขภาพในชุมชน เขาต้องลงพื้นที่อยู่แล้ว เป็นงานประจำของเขา อาจเสียเงินค่าเอาไข่เอาข้าวไปฝาก (หัวเราะ) เป็นสินน้ำใจ หรืออาจมีค่าน้ำมันนิดๆ หน่อยๆ แต่โดยพื้นฐานมันเป็นงานในหน้าที่ของเขาอยู่แล้ว </p>



<p>แต่ในเมื่อมันเป็นงานวิจัย เราก็ต้องคำนวณหน่อย ซึ่งพอคำนวณออกมา เป็นเงินเฉลี่ย 150 บาทต่อการเยี่ยมหนึ่งครั้ง หรือ 1,500 บาทต่อการเยี่ยมสิบครั้งก็ถือว่าคุ้มค่าคุ้มทุน ประหยัดกว่าการที่เขาต้องกลับไปอยู่ในโรงพยาบาลแน่นอน </p>



<p>ที่สำคัญคือ บุคลากรที่ไปเยี่ยม ก็คือคนใกล้บ้านที่ทำหน้าที่ตรงนั้นอยู่แล้ว มีต้นทุนทางสังคมคือรู้จักสมาชิกในชุมชนดีอยู่แล้ว แล้วก็สามารถลงพื้นที่ได้ 24 ชั่วโมง นี่คือความ &#8216;ใกล้บ้าน&#8217; ส่วนเรื่อง&#8217;สมานใจ&#8217; ก็คือการติดตามใน 3 ด้าน 9 องค์ประกอบอย่างที่บอกไป ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมา คือสามารถช่วยจัดการกับผู้ที่จะกลับไปดื่มสุราซ้ำ รวมถึงการป่วยด้วยโรคติดสุราได้อย่างยั่งยืน</p>



<p>&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ทราบมาว่าปัจจุบัน กระทรวงสาธารณสุข ได้บรรจุโปรแกรมนี้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายแล้ว</strong></h4>



<p>&nbsp;</p>



<p>ใช่ ปัจจุบัน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้บรรจุโปรแกรม ใกล้บ้านสมานใจ ให้เป็นกระบวนการช่วยเหลือผู้ติดสุราชุดที่ 3 เพื่อนำไปใช้การดูแลและประคับประคองหลังจากผู้ป่วยถูกจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล ต่อเนื่องจากชุดที่ 1 คือการคัดกรองผู้มีปัญหาจากสุรา เพื่อส่งเข้าระบบ ถ้าพบว่ามีปัญหา ก็จะส่งเข้าไปบำบัดในโรงพยาบาลด้วยเครื่องมือการบำบัด ชุดที่ 2  ต่อมาเมื่อจำหน่ายจากโรงพยาบาลแล้ว ก็จะทำการติดตามและประคับประคองด้วยเครื่องชุดที่ 3 คือโปรแกรมใกล้บ้านสมานใจ ต่อด้วยชุดที่ 4 คือการดูแลประคับประคองร่วมกับกับ อสม. และคนในพื้นที่ ด้วยมาตรฐานชุมชน</p>



<p>&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>โดยส่วนตัว อาจารย์ค้นพบอะไรใหม่ๆ จากการทำโปรแกรมนี้ไหม</strong></h4>



<p>&nbsp;</p>



<p>รู้สึกว่างานดูแลผู้ติดสารเสพติด เป็นงานที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อน การที่คนๆ หนึ่งเข้าไปพัวพันกับการใช้สารเสพติด โดยเฉพาะสารเสพติดประเภทสุรา ซึ่งถูกกฎหมาย เป็นอะไรที่คนข้างนอกอาจมองไม่เห็น ว่าเพราะอะไรเขาถึงต้องไปยุ่งเกี่ยวหรือใช้สารเสพติดประเภทสุราจนเขาป่วย </p>



<p>แต่เมื่อเราได้ลงไปสัมผัสและทำงานกับกลุ่มคนเหล่านี้ เราจะเริ่มเห็นว่า ตอนแรกๆ เขาอาจจะหลงเข้าไปอยู่กับสุรา แต่เมื่อเวลาผ่านไป มันมีปัจจัยอีกมากมาย โดยเฉพาะ 3 ด้าน 9 องค์ประกอบ ที่เราใช้เป็นแนวทางในการดูแล ล้วนเป็นปัจจัยที่นำไปสู่การกลับไปดื่มซ้ำทั้งสิ้น </p>



<p>ที่สำคัญ คำว่าสารเสพติด มันคือสารเคมีที่มีผลต่อสมอง เมื่อเขาหลงเข้าไปในวังวนนั้นแล้ว จึงเป็นเรื่องยากมากที่เขาจะหลุดออกมาได้ด้วยตัวเอง ฉะนั้น นอกจากการเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเองเป็นหลักแล้ว ยังต้องอาศัยการประคับประคองจากคนใกล้ตัว รวมถึงผู้รู้อย่างบุคลากรด้านสุขภาพด้วย เขาจึงจะสามารถหลุดออกจากวังวนนั้นได้ แล้วกลับมาเป็นคนที่มีคุณภาพต่อสังคมดังเดิม</p>



<p>&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>แต่กับคนทั่วไป อาจไม่ได้มองอย่างเข้าใจขนาดนั้น</strong></h4>



<p>&nbsp;</p>



<p>ใช่ คนทั่วไปมักเข้าใจว่าการลด เลิก ตัด ไม่ใช้สารเสพติด ไม่ดื่มเหล้า ไม่น่าจะใช่เรื่องยาก แต่ในความเป็นจริง มันเป็นเรื่องของการติด เป็นเรื่องของสมอง ซึ่งแก้ยาก ดังนั้นถ้าไม่มีใครช่วยเหลือ ช่วยประคับประคองเขา กระทั่งไปประณาม ตั้งข้อรังเกียจ มองว่าเป็นการหาเรื่องใส่ตัว ทำตัวเอง แก้ปัญหาผิดๆ โดยไม่ได้ให้ความสำคัญและช่วยเหลือเขาอย่างจริงจัง แบบนั้นถือว่ามาไม่ถูกทาง</p>



<p>สำหรับคนที่ไม่ติด เราอาจมองแบบนั้นได้บ้าง เพราะเขายังไม่ป่วย แต่กับคนที่ติด มันหมายความว่าเขาป่วย ยังไงเราก็ต้องช่วยเขา ฉะนั้นโดยส่วนตัว จึงมองว่าควรต้องช่วย และควรต้องช่วยอย่างจริงจัง เพราะตัวเขาเองก็ทุกข์อย่างแสนสาหัสกับการต้องติดอยู่ในหลุมดำของการติดสุรา</p>



<p>&nbsp;</p>



<p>&nbsp;</p>



<blockquote class="wp-block-quote">
<p>นอกจากโปรแกรม ‘ใกล้บ้าน สมานใจ’ แล้ว ดร.หรรษา เศรษฐบุปผา ยังดูแลรับผิดชอบโครงการเกี่ยวกับการเลิกสุราอีกหลายโปรแกรม อาทิ โครงการ โทรถามตามเยี่ยม, เลิกเหล้าเพราะมีเรา, แอพพลิเคชั่น ‘เลิกเหล้าเข้าท่า’, ปัญญาชนคนไม่เมา ฯลฯ</p>
<p>เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เธอได้รับรางวัลธัญญารักษ์อวอร์ด ประจำปี 2561 ประเภทผู้ที่มีผลงานวิชาการด้านการบำบัดรักษาผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด การป้องกันและการแก้ไขปัญหายาเสพติด</p>
<p>ส่วนโปรแกรม ‘ใกล้บ้าน สมานใจ’ เคยได้รับรางวัลชนะเลิศ การประกวดนวัตกรรมเพื่อประชาชน จากสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย และสภาพยาบาลแห่งประเทศไทย ในปี 2558 และได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 10 สุดยอดนวัตกรรมแห่งประเทศ จากเวที National Innovation Award ประจำปี 2561</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="https://alcoholrhythm.com/klaibansamanjai-guide-for-alcoholics-relations/">Download</a> คู่มือการดูแลผู้ติดสุราสำหรับ &#8216;ญาติ&#8217; ในโปรแกรมใกล้บ้านสมานใจ</p>
<p><a href="https://alcoholrhythm.com/klaibansamanjai-guide-for-medical-staff/">Download</a> คู่มือการดูแลผู้ติดสุราสำหรับ &#8216;บุคลากรสุขภาพ&#8217; ในโปรแกรมใกล้บ้านสมานใจ</p>
</blockquote>



<p>&nbsp;</p>


<hr class="wp-block-separator" />


<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/interview-hunsa/">‘ใกล้บ้าน สมานใจ’ : คุยกับ ดร.หรรษา เศรษฐบุปผา ว่าด้วยนวัตกรรมบำบัดคนติดสุรา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">528</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
