<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>โควิด-19 Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%94-19/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/โควิด-19/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:12:55 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>โควิด-19 Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/โควิด-19/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>เมื่อโควิดเปลี่ยนจังหวะชีวิตนักดื่ม (Photo Essay)</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/covid-change-alcoholic-life/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=covid-change-alcoholic-life</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Jul 2021 06:49:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[คนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ล็อกดาวน์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3951</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ที่เข้ามา ทุกชีวิตต่างถูกบังคับให้เปลี่ยนไปโดยอัตโนมัติ ทั้งงดพบปะผู้คน งดรับประทานอาหารในร้าน ในห้างสรรพสินค้า การห้ามรวมกลุ่มเกินจำนวนที่กำหนด ฯลฯ แม้ใครหลายคนอาจคิดถึงวิถีชีวิตแบบเก่า แต่ถึงอย่างไร เราก็ต้องปรับตัวให้อยู่ได้ และก้าวต่อไปในวิกฤตโรคระบาด แน่นอนว่า ‘ชีวิตนักดื่ม&#8217; หลายคนก็ต้องยอมปรับตัวอย่างไร้ข้อกังขา บางคนอาจเลือกดื่มอยู่คนเดียวในบ้าน แต่บางคนก็ต้องทนทุกข์กับอาการติดเหล้า เข้าถึงการบำบัดไม่ได้ ไปจนถึงปัญหาความรุนแรงในครอบครัว Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า จึงขอพาสำรวจชีวิตนักดื่มในช่วงโควิด-19 กับปัญหาต่าง ๆ ที่พบเจอในช่วงระยะเวลานี้ เพื่อทำความเข้าใจและวางแผนแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง ไม่เพิกเฉย &#160; คำสั่งประกาศมาตรการ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากรัฐบาลเปรียบเสมือนคลื่นสึนามิที่ซัดเข้ามาเป็นระลอก สถานการณ์ที่ไม่แน่นอนรวมถึงแนวโน้มของผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น (หรือไม่ก็เท่าเดิม หาได้ลดลงมากน้อยกว่ากันสักเท่าไรนัก) ส่งผลต่อคนในสังคมอย่างกว้างขวาง การปิดเมืองทำให้รูปแบบของสถานที่และแบบแผนการดื่มสุราเปลี่ยนไป ประชาชนจำนวนมากรู้สึกวิตกกังวล บางกรณีส่งผลกระทบถึงสภาวะจิตใจจนเกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และปัญหาสุขภาพจิต มากไปกว่านั้น ยังเกิดปัญหาด้านการเข้าถึงสาธารณูปโภคอย่างโรงพยาบาล ที่อาจทำให้ผู้ป่วยบางรายไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้เหมือนที่ผ่านมา ชนวนเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งกระตุ้นความเครียดและเพิ่มความเสี่ยงต่อการดื่มสุรามากขึ้น &#160; พื้นที่ใจกลางเมืองกรุงเดิมที่มีความหนาแน่นของรถยนต์และผู้คน จนบางครั้งอาจต้องใช้ระยะเวลาไม่ต่ำกว่าชั่วโมงในการเดินทาง แต่เมื่อเกิดการล็อกดาวน์ ท้องถนนกลับโล่ง ทั้งรถและผู้คนมีอยู่เพียงบางตา  &#160; จากสถิติในปี 2563 พบว่ามีจำนวนอุบัติเหตุการเสียชีวิตบนท้องถนนลดลงกว่าครึ่ง ซึ่งเป็นผลมาจากคำสั่งงดเดินทางออกจากบ้าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/covid-change-alcoholic-life/">เมื่อโควิดเปลี่ยนจังหวะชีวิตนักดื่ม (Photo Essay)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ที่เข้ามา ทุกชีวิตต่างถูกบังคับให้เปลี่ยนไปโดยอัตโนมัติ ทั้งงดพบปะผู้คน งดรับประทานอาหารในร้าน ในห้างสรรพสินค้า การห้ามรวมกลุ่มเกินจำนวนที่กำหนด ฯลฯ แม้ใครหลายคนอาจคิดถึงวิถีชีวิตแบบเก่า แต่ถึงอย่างไร เราก็ต้องปรับตัวให้อยู่ได้ และก้าวต่อไปในวิกฤตโรคระบาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่า ‘ชีวิตนักดื่ม&#8217; หลายคนก็ต้องยอมปรับตัวอย่างไร้ข้อกังขา บางคนอาจเลือกดื่มอยู่คนเดียวในบ้าน แต่บางคนก็ต้องทนทุกข์กับอาการติดเหล้า เข้าถึงการบำบัดไม่ได้ ไปจนถึงปัญหาความรุนแรงในครอบครัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า จึงขอพาสำรวจชีวิตนักดื่มในช่วงโควิด-19 กับปัญหาต่าง ๆ ที่พบเจอในช่วงระยะเวลานี้ เพื่อทำความเข้าใจและวางแผนแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง ไม่เพิกเฉย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="size-full wp-image-3943 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-8.jpg" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-8.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-8-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-8-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-8-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำสั่งประกาศมาตรการ</span> <span style="font-weight: 400;">พ</span><span style="font-weight: 400;">.</span><span style="font-weight: 400;">ร</span><span style="font-weight: 400;">.</span><span style="font-weight: 400;">ก</span><span style="font-weight: 400;">.</span><span style="font-weight: 400;">ฉุกเฉิน</span> <span style="font-weight: 400;">จากรัฐบาลเปรียบเสมือนคลื่นสึนามิที่</span><span style="font-weight: 400;">ซัดเข้ามาเป็นระลอก</span> <span style="font-weight: 400;">สถานการณ์ที่ไม่แน่นอน</span><span style="font-weight: 400;">รวมถึงแนวโน้มของผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น (หรือไม่ก็เท่าเดิม หาได้ลดลงมากน้อยกว่ากันสักเท่าไรนัก) </span><span style="font-weight: 400;">ส่งผลต่อคนในสังคมอย่างกว้างขวาง การปิดเมืองทำให้รูปแบบของสถานที่และแบบแผนการดื่มสุราเปลี่ยนไป </span><span style="font-weight: 400;">ประชาชนจำนวนมากรู้สึกวิตกกังวล บางกรณีส่งผลกระทบถึงสภาวะจิตใจจนเกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และปัญหาสุขภาพจิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> มากไปกว่านั้น ยังเกิดปัญหาด้านการเข้าถึงสาธารณูปโภคอย่างโรงพยาบาล ที่อาจทำให้ผู้ป่วยบางรายไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้เหมือนที่ผ่านมา ชนวนเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งกระตุ้นความเครียดและเพิ่มความเสี่ยงต่อการดื่มสุรามากขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-3945 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-10.jpg" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-10.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-10-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-10-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-10-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พื้นที่ใจกลางเมืองกรุงเดิมที่มีความหนาแน่นของรถยนต์และผู้คน จนบางครั้งอาจต้องใช้ระยะเวลาไม่ต่ำกว่าชั่วโมงในการเดินทาง แต่เมื่อเกิดการล็อกดาวน์ ท้องถนนกลับโล่ง ทั้งรถและผู้คนมีอยู่เพียงบางตา </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-3942 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-7.jpg" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-7.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-7-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-7-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-7-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p>จาก<a href="https://alcoholrhythm.com/policy-drunk-driving/" target="_blank" rel="noopener">สถิติในปี 2563</a> พบว่ามีจำนวนอุบัติเหตุการเสียชีวิตบนท้องถนนลดลงกว่าครึ่ง ซึ่งเป็นผลมาจากคำสั่งงดเดินทางออกจากบ้าน ลดงานรื่นเริง เคอร์ฟิวสี่ทุ่ม รวมถึงมาตรการงดขายเหล้าที่ทำให้การดื่มจนเกิดอุบัติเหตุเมาแล้วขับลดลง</p>
<p>แม้<span style="font-weight: 400;">รัฐบาลจะมีมาตรการผ่อนปรนให้ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องพบแพทย์สามารถเดินทางได้ตามปกติ แต่การเลือกใช้รถโดยเฉพาะรถโดยสารประจำทางในการเดินทางไปโรงพยาบาลนั้นกลับยิ่งทำให้เกิดความวิตกกังวลทั้งผู้ป่วยและญาติของคนไข้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-3936 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-1.jpg" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-1.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-1-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-1-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-1-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านผู้ป่วยเป็นโรคที่ไม่รุนแรง รัฐได้ขอความร่วมมืองดไปโรงพยาบาล ทำให้จำนวนประชาชนที่ต้องการเข้ารับการรักษาภายในสถานพยาบาลมีจำนวนลดลง กรณีของผู้ติดสุราชัดเจนว่ามีหลายคนตัดสินใจเข้ารับการรักษาช้าลง หรือบางกรณีอาจไม่มาโรงพยาบาลตามที่นัดหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อการรักษาในระยะยาว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-3946 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-11.jpg" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-11.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-11-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-11-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-11-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาลส่งผลให้ผู้ประกอบธุรกิจร้านต่างเริ่มทยอยปิดบริการหรือขายร้านอย่างถาวร เพราะมองเห็นถึงสถานการณ์ ‘ฝืนต่อไปยังไงก็ขาดทุน’ ด้วยเหตุนี้ส่งผลให้ ‘ชาวนักดื่ม’ จำนวนหนึ่งเปลี่ยนสถานที่ดื่ม จากผับบาร์ร้านอาหารเป็นสถานที่ภายในบ้านเพิ่มมากขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-3952 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG_0091.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG_0091.jpg 2048w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG_0091-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG_0091-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG_0091-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> “ดื่มแอลกอฮอล์สามารถฆ่าเชื้อโควิด-19 ได้” คือหนึ่งในความเชื่อผิด ๆ ในหมู่นักดื่มโดยเฉพาะผู้สูงอายุ แต่แท้จริงแล้ว</span><span style="font-weight: 400;">การดื่มแอลกอฮอล์ไม่สามารถช่วยแก้หรือยับยั้งโรคระบาดอย่างโควิด-19 ได้ ซ้ำยังอาจทำให้ร่างกายอ่อนแอลง เพราะก</span><span style="font-weight: 400;">ารดื่มสุราอย่างหนักส่งผลกระทบต่ออวัยวะภายในของร่างกายและระบบภูมิคุ้มกัน เสี่ยงต่อในการติดเชื้อจากการตั้งวงเหล้า ยิ่งกับผู้สูงอายุแล้ว ยิ่งมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้สูงอายุมีโรคประจำตัวหลายโรค โดยหนึ่งในโรค</span><span style="font-weight: 400;">ซึ่งพบได้บ่อย คือโรคติดสุราเรื้อรัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดแล้ว การดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลานี้อาจทำให้ผู้ให้บริการทางการแพทย์ และหน่วยงานดูแลผู้สูงอายุต้องแบกรับภาระหนักขึ้นเพราะขาดอุปกรณ์เครื่องมือในการรักษาอีกด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-3941" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-6.jpg" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-6.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-6-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-6-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-6-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในสาเหตุสำคัญของปัญหาการใช้ความรุนแรงในครอบครัวคือ </span><span style="font-weight: 400;">ระบอบความคิดปิตาธิปไตย หรือ ระบอบชายเป็นใหญ่ที่ครอบงำสังคม ซึ่งหากผนวกรวมกับ</span><span style="font-weight: 400;">การดื่มแอลกอฮอล์เกินขนาด จะทำให้ผู้ดื่มขาดสติ เกิดเหตุการณ์ทะเลาะเบาะแว้ง จนนำไปสู่การใช้ความรุนแรงซึ่งผู้หญิงตกเป็นเหยื่อได้ง่ายขึ้น และจากสถานการณ์โควิด-19 <em><a href="https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=30544" target="_blank" rel="noopener">กรมสุขภาพจิต</a></em>ยังเผยว่าความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มสูงขึ้นจากปกติถึง 66%</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-3940 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-5.jpg" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-5.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-5-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-5-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-5-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหตุที่ความรุนแรงทวีความสาหัสขึ้นในสถานการณ์โควิด-19 เพราะการล็อกดาวน์ที่ผ่านมาบังคับให้ผู้คนต้องอาศัยอยู่ภายในบ้าน คนจำนวนมากตกงาน เกิดความเครียดจากสถานะทางเศรษฐกิจตกต่ำลง การเงินติดขัด ปัญหาสุขภาพจิตฯลฯ จึงหันมา</span><span style="font-weight: 400;">เลือกดื่มแอลกอฮอล์ในบ้านเพิ่มขึ้น นำไปสู่ปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงและครอบครัว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-3944 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-9.jpg" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-9.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-9-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-9-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-9-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับไปในช่วงก่อนโรคระบาดเข้ามา ผู้คนยังสามารถจัดการความเครียดได้ด้วยวิธีที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการไปเดินเล่น ออกกำลังกาย ดูคอนเสิร์ต ดูหนัง พบปะเพื่อนฝูง แต่ปัจจุบันเมื่อโลกกลับสวนทาง ตัวเลือกในการกำจัดความเครียดลดน้อยลง ส่งผลให้คนหาที่พึ่งทางใจอย่าง ‘เหล้า’ แทน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลุ่มคนที่ความเสี่ยงต่อการดื่มหนักในช่วงโควิด-19 มีตั้งแต่ คนตกงาน เพราะไม่มีรายได้ในการดำรงชีวิต, คนในสถานพยาบาล ที่ต่างต้องรับมือกับความกดดันสูงจากหลายหน่วยงาน, คนทำงาน work from home ที่จ้องจอจนไม่มีเส้นแบ่งการทำงานและชีวิตส่วนตัว, คนที่สูญเสียคนรักจากโรคระบาด, ผู้ติดสุราที่ไม่ได้รับการรักษาต่อเนื่อง เนื่องจากการเข้าถึงสถานพยาบาลเป็นไปได้ยาก จวบจนถึงคุณพ่อ คุณแม่ที่ต้องรับมือกับการจัดการเรียนการสอนให้ลูกน้อยที่บ้าน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-3939 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-4.jpg" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-4.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-4-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-4-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-4-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การปรับพฤติกรรมสามารถบรรเทาการดื่มสุรา และปัญหาที่ตามมาจากการดื่มจนเมามายได้ หลักในการปรับพฤติกรรมที่<a href="https://alcoholrhythm.com/live-without-alcohol/" target="_blank" rel="noopener"><strong>วิมล ลักขณาภิชนชัช</strong></a> พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี แนะนำ ได้แก่ การทานอาหารให้อิ่มครบสามมื้อ ตรงเวลา ซึ่งช่วยลดความอยากของแอลกอฮอล์ลงได้ หรืออีกวิธีคือปรับเวลารับประทานให้เร็วขึ้นมาเล็กน้อย เพื่อให้อิ่มก่อนเวลาที่เคยดื่มเหล้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ควรลดการดื่มน้ำอัดลมที่อาจเป็นการกระตุ้นให้อยากดื่มมากขึ้นและหันมาดื่มน้ำเปล่าแทน วิธีทั้งหมดสามารถทำได้เลยไม่ต้องพบแพทย์ก่อน เหมาะแก่การเริ่มต้นเลิกเหล้าง่ายๆ ในช่วงโควิด-19</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-3953 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/131132217_2471646529811243_4890831332732776290_n.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/131132217_2471646529811243_4890831332732776290_n.jpg 2048w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/131132217_2471646529811243_4890831332732776290_n-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/131132217_2471646529811243_4890831332732776290_n-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/131132217_2471646529811243_4890831332732776290_n-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p><a href="https://alcoholrhythm.com/tanakrit-interview/" target="_blank" rel="noopener"><b>ธนกฤษ ลิขิตธรากุล</b></a><span style="font-weight: 400;"> นักจิตวิทยาคลินิก สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ เคยกล่าวไว้ว่า “</span><span style="font-weight: 400;">ในแง่การบำบัด เราต่างมองว่าทุกพฤติกรรมสามารถเรียนรู้ได้ เป็นได้และหยุดได้ในเวลาเดียวกัน อาการติดสุรา เป็นอีกอาการที่หากเมื่อได้รับการบำบัด มันก็มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำเช่นกัน หากลองมองภาพตามความเป็นจริงนั้น เราดื่มแอลกอฮอล์มา 5-6 ปี หรือบางทีอาจมากกว่านั้น หากต้องการจะหยุดภายใน 6 เดือน มันมีความเป็นไปได้ที่จะกลับไปดื่มซ้ำอยู่แล้ว เพราะเป็นธรรมชาติในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของมนุษย์ทั่วไป” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น ผู้ที่เข้ารับการบำบัดการติดสุราควรปรับมุมมองกันใหม่ ว่าการกลับมาดื่มซ้ำไม่ได้แปลว่าเราจะล้มเหลวกับชีวิต </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เหมือนช่วงเวลาที่เราเดินขึ้นบันไดมาหลายๆ ขั้น แล้วแค่ย้อนกลับไปขั้นเดียว ไม่ได้หมายความว่าควรจะกลับไปเริ่มที่ขั้นแรกอีกรอบ”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-3947" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-13.jpg" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-13.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-13-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-13-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-13-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">‘วัคซีน’ เปรียบเสมือนการสร้างเกราะป้องกันให้ร่างกายทนทานต่อโรคระบาด แต่ทว่าหากไม่ดูแลร่างกายที่กำลังสร้างเกราะป้องกันให้แข็งแรง เกราะก็อาจเสื่อมสลายไปก็เป็นได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การดื่มแอลกอฮอล์นั้นเป็นส่วนหนึ่งของการทำลายเกราะที่ว่า เพราะเมื่อแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกาย  การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันจะลดลงและเพิ่มความไวต่อการติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัสมากขึ้น เหตุจากไปขัดขวางเซลล์ภูมิคุ้มกันไม่ให้กระจายไปทั่วร่างกาย เมื่อเจ้าเซลล์ที่ว่าไม่สามารถเข้าไปกำจัดไวรัส แบคทีเรีย หรือเซลล์ที่ติดเชื้อได้ เชื้อโรคที่เข้ามายังร่างกายของเราจึงสามารถกระโจนเข้าสู่เซลล์ต่างๆ ภายในร่างกายอย่างง่ายดาย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น อีกผลกระทบจากการดื่มหนักคือ ‘อาการเมาค้าง’ หรือภาษาบ้านๆ เรียกว่า แฮงก์ ที่อาจทำให้อาการข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน เช่น เมื่อยตัว ปวดตัว เป็นไข้ รุนแรงขึ้นได้ ดังนั้นการงดดื่มแอลกอฮอล์หลังฉีดวัคซีนเป็นข้อควรปฏิบัติเบื้องต้นเพื่อให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันสมบูรณ์</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-3938" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-3.jpg" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-3.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-3-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-3-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-3-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8216;Telemedicine’ หรือ ‘การรักษาระยะทางไกล’ เป็นตัวเลือกในการบริการดูแลสุขภาพสำหรับผู้มีข้อจำกัดเรื่องการเดินทาง เหมาะสมสำหรับการนำมาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบัน โดยบุคลากรทางการแพทย์จะเข้ามาพูดคุยกับผู้ป่วย ตรวจรักษาวินิจฉัยโรคเบื้องต้นผ่านเทคโนโลยีเช่นแอปพลิเคชัน ตลอดจนสามารถให้คำปรึกษาโดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องเดินทางมายังโรงพยาบาล หลีกเลี่ยงการเจอผู้คนที่แออัด และเสี่ยงติดโรคจากโรงพยาบาล </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในปัจจุบันประเทศไทยเริ่มมีแอปพลิเคชันดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น เช่น แอปพลิเคชัน Ooca , Chiiwii และ See Doctor Now ดังนั้นในอนาคต Telemedicine จึงอาจเป็นตัวเลือกใหม่ในการพัฒนาระบบบำบัดผู้ติดสุราต่อไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่อง : ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>ภาพ : ทีมงาน Alcohol Rhythm และ The101.world</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/covid-change-alcoholic-life/">เมื่อโควิดเปลี่ยนจังหวะชีวิตนักดื่ม (Photo Essay)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3951</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ดื่มแอลกอฮอล์หลังฉีดวัคซีน Covid-19 ควรทำหรือไม่ควรทำ?</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/drinking-after-vaccinated/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=drinking-after-vaccinated</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 31 May 2021 08:54:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิคุ้มกัน]]></category>
		<category><![CDATA[วัคซีนโควิด]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3814</guid>

					<description><![CDATA[<p>เด็กๆ วิ่งอย่างร่าเริงผ่านกล้อง รอบข้างมีคนหนุ่มสาวถึงวัยชรานั่งปิกนิกกันที่สวนสาธารณะ ในวิดีโอนั้นไม่มีผู้ใดสวมหน้ากากอนามัย เพราะในข้อความที่แนบมาข้างใต้โพสต์ระบุว่า “วันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคม 2564 ณ เซนทรัลปาร์ก นิวยอร์ก กลับมาสู่สถานการณ์ปกติ”  เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐอเมริกาประกาศข้อแนะนำใหม่ท่ามกลางการระบาดของ Covid-19 ว่า “ชาวอเมริกันผู้ได้รับวัคซีนป้องกัน Covid-19 ครบถ้วน ไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย” นั่นทำให้เราทยอยเห็นภาพข้างต้นเกิดขึ้น ไม่เพียงแค่ในสหรัฐอเมริกา แต่ยังรวมถึงประเทศอื่นๆ เช่น อิสราเอล ออสเตรเลีย ฯลฯ ต่างก็ได้ชีวิตก่อนการระบาดเมื่อ 2 ปีที่แล้วกลับมามากขึ้นเรื่อยๆ   เพื่อเฉลิมฉลองชีวิตที่ใครหลายๆ คนตั้งหน้าตั้งตารอมาแสนนาน การเทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะแชมเปญ เหล้า ไวน์ ฯลฯ และดื่มมันอย่างสะใจต้อนรับหลังได้รับภูมิคุ้มกัน Covid-19 จึงแลดูเป็นเรื่องน่าเย้ายวน แต่ในความเป็นจริงคือ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจเข้าไปรบกวนการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นภายในร่างกายหลังจากการฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 ก็เป็นได้ &#160; ยับยั้งภูมิคุ้มกัน เหตุเพราะดื่มหนัก &#160; การดื่มแอลกอฮอล์หนักและยาวนานจะไปยับยั้งการเกิดระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งขัดขวางการตอบสนองของวัคซีน ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า เราต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หลังการฉีดวัคซีนเพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันป้องกัน Covid-19 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/drinking-after-vaccinated/">ดื่มแอลกอฮอล์หลังฉีดวัคซีน Covid-19 ควรทำหรือไม่ควรทำ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เด็กๆ วิ่งอย่างร่าเริงผ่านกล้อง รอบข้างมีคนหนุ่มสาวถึงวัยชรานั่งปิกนิกกันที่สวนสาธารณะ ในวิดีโอนั้นไม่มีผู้ใดสวมหน้ากากอนามัย เพราะในข้อความที่</span><span style="font-weight: 400;">แนบมาข้างใต้โพสต์ระบุว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“วันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคม 2564 ณ เซนทรัลปาร์ก นิวยอร์ก กลับมาสู่สถานการณ์ปกติ” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐอเมริกาประกาศข้อแนะนำใหม่ท่ามกลางการระบาดของ Covid-19 ว่า </span><span style="font-weight: 400;">“ชาวอเมริกันผู้ได้รับวัคซีนป้องกัน Covid-19 ครบถ้วน ไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย” นั่นทำให้เราทยอยเห็นภาพข้างต้นเกิดขึ้น ไม่เพียงแค่ในสหรัฐอเมริกา แต่ยังรวมถึงประเทศอื่นๆ เช่น อิสราเอล ออสเตรเลีย ฯลฯ ต่างก็ได้ชีวิตก่อนการระบาดเมื่อ 2 ปีที่แล้วกลับมามากขึ้นเรื่อยๆ  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อเฉลิมฉลองชีวิตที่ใครหลายๆ คนตั้งหน้าตั้งตารอมาแสนนาน การเทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะแชมเปญ เหล้า ไวน์ ฯลฯ และดื่มมันอย่างสะใจต้อนรับหลังได้รับภูมิคุ้มกัน Covid-19 จึงแลดูเป็นเรื่องน่าเย้ายวน แต่ในความเป็นจริงคือ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจเข้าไปรบกวน</span><span style="font-weight: 400;">การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นภายในร่างกายหลังจากการฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 ก็เป็นได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>ยับยั้งภูมิคุ้มกัน เหตุเพราะดื่มหนัก</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">การดื่มแอลกอฮอล์หนักและยาวนานจะไปยับยั้งการเกิดระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งขัดขวางการตอบสนองของวัคซีน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า เราต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หลังการฉีดวัคซีนเพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันป้องกัน Covid-19 แต่ตราบใดที่คุณยังดื่มหนัก ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะเข้าไปขัดขวางการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่น่ากังวล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเป็นอันตรายเพราะส่งผลกระทบต่อระบบชีวภาพทั้งหมดในร่างกาย ซึ่งรวมไปถึงระบบภูมิคุ้มกัน และจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรงเมื่อการดื่มของคุณเพิ่มระดับขึ้น” Ilhem Messaoudi ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยไวรัสเมือง</span><span style="font-weight: 400;">เออร์ไวน์ รัฐแคลิฟอเนีย ซึ่ง</span><span style="font-weight: 400;">ทำวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบของแอลกอฮอล์ต่อการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันกล่าว เขาให้ฝูงลิงชนิดหนึ่งเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยระยะเวลา 7 เดือน </span><span style="font-weight: 400;">จากนั้นดูว่าร่างกายของพวกมันตอบสนองต่อวัคซีนป้องกันโรคฝีอย่างไร  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ลิงมีความคล้ายคลึงมนุษย์ กล่าวคือมีลิงจำพวกหนึ่งชอบดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งจะดื่มหนัก ในขณะที่บางตัวไม่ชอบดื่มแอลกอฮอล์ก็จำกัดตัวเองให้ดื่มในปริมาณเล็กๆ น้อยๆ โดยนักวิจัยพบว่าลิงที่ดื่มหนักและเรื้อรังมีการตอบสนองต่อวัคซีนที่อ่อนแอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> “พวกมันแทบจะไม่มีการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันเลย” </span><span style="font-weight: 400;">Dr. Messaoudi เน้นย้ำ เขาคิดว่านี่อาจจะสะท้อนให้เห็นว่าถ้าดื่มแอลกอฮอล์หลังรับวัคซีน Covid-19 แล้วก็ได้ผลคล้ายคลึงกัน </span></p>
<p>อย่างไรก็ดี รายงานของรอยเตอร์ระบุว่า <span style="font-weight: 400;">ความกังวลเล็กๆ ในช่วงแรกเกี่ยวกับประเด็นแอลกอออล์และการฉีดวัคซีน Covid-19 นั้นเริ่มต้นมาจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของประเทศรัสเซีย ออกโรงเตือนประชาชนเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วว่าทุกคนควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลา 2 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีน และเมื่อฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 เข้าไปแล้ว ให้งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อยอีก 6 สัปดาห์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เจ้าหน้าที่อ้างว่าแอลกอฮอล์สามารถขัดขวางความสามารถของร่างกายในการพัฒนาระบบภูมิคุ้มกันต่อไวรัส Covid-19 โดยคำเตือนของเจ้าหน้าที่นั้นกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญอย่างมากในประเทศรัสเซีย ซึ่งมีอัตราการดื่มที่สูงลิ่วระดับโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มาถึงในสหรัฐอเมริกา ผู้เชี่ยวชาญบางคนก็มีความกังวลถึงความปลอดภัยสำหรับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างการฉีดวัคซีน Covid-19 เช่นกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราได้รับคำถามในประเด็นนี้มากมายจากคนไข้” Dr. Angela Hewlett รองศาสตราจารย์ด้านโรคติดต่อ ผู้จัดการของทีมแพทย์การติดต่อไวรัส Covid-19 ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัย</span><span style="font-weight: 400;">เนแบรสกา เกริ่นเริ่มต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้ที่ได้รับวัคซีนย่อมต้องการความมั่นใจใน</span><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่พวกเขาทำว่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องปลอดภัยทั้งหมด ตั้งแต่เตรียมตัวฉีด ไปจนถึงหลังการฉีด เพื่อหวังผลดีสูงสุดต่อการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันของตนเอง แต่</span><span style="font-weight: 400;">วัคซีน Covid-19 ที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาในสหรัฐ ไม่ได้พิจารณาอย่างเฉพาะถึงผลกระทบจากแอลกอฮอล์ต่อประสิทธิภาพของวัคซีน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Dr. Hewlett กล่าวต่อว่า ปัจจุบันสิ่งที่ทราบส่วนใหญ่มาจากข้อมูลในงานวิจัยเ</span><span style="font-weight: 400;">กี่ยวกับผลกระทบของแอลกอฮอล์ต่อระบบภูมิคุ้มกันในมนุษย์ และวิธีการขัดขวางการตอบสนองภูมิคุ้มกันของสัตว์ที่ได้รับวัคซีนชนิดต่างๆ เท่านั้น ในอนาคตอาจจะมีข้อมูลเพิ่มเติมมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนในงานศึกษาตลอดมา คือ</span><span style="font-weight: 400;">การดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักทำให้การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันลดลงและเพิ่มความไวต่อการติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัส โดยเข้าไปขัดขวางเซลล์ภูมิคุ้มกันไม่ให้กระจายไปทั่วร่างกาย </span></p>
<p>เมื่อ<span style="font-weight: 400;">เจ้าเซลล์ที่ว่าไม่สามารถเข้าไปกำจัดไวรัส แบคทีเรีย หรือเซลล์ที่ติดเชื้อได้ เชื้อโรคที่เข้ามายังร่างกายของคุณจึงสามารถกระโจนเข้าสู่เซลล์ต่างๆ ภายในร่างกายอย่างง่ายดาย เพราะไม่มีอะไรมาคุ้มกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเหตุผลกระทบหนึ่งจากการดื่มหนักคืออาการเมาค้าง ซึ่งอาจจะทำให้อาการข้างเคียงของการฉีดวัคซีน เช่น เมื่อยตัว ปวดตัว เป็นไข้ รุนแรงขึ้น ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกแย่เพิ่มเข้าไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Dr. Hewlett จึงกล่าวเพิ่มเติมว่า</span><span style="font-weight: 400;">ผู้คนควรมีอิสระในการดื่ม และคิดว่าไม่แน่ว่าการดื่มอย่างเหมาะสมสักแก้วสองแก้วอาจทำได้บ้าง แต่ถ้าให้เธอแนะนำ คงเลือกไม่ดื่มสักพักอาจจะดีกว่า</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่มา : </span><span style="font-weight: 400;">Can You Have Alcohol After the Covid Vaccine? </span></p>
<p><a href="https://www.nytimes.com/2021/04/27/well/eat/alcohol-covid-vaccine.html?searchResultPosition=1&amp;fbclid=IwAR1atZzvrd_fGQ_ouZiHNfPsOjU3GLs8GXJnGV-BUhg3sCoSSeuyDtQihKM"><span style="font-weight: 400;">https://www.nytimes.com/2021/04/27/well/eat/alcohol-covid-vaccine.html?searchResultPosition=1&amp;fbclid=IwAR1atZzvrd_fGQ_ouZiHNfPsOjU3GLs8GXJnGV-BUhg3sCoSSeuyDtQihKM</span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/drinking-after-vaccinated/">ดื่มแอลกอฮอล์หลังฉีดวัคซีน Covid-19 ควรทำหรือไม่ควรทำ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3814</post-id>	</item>
		<item>
		<title>สุรากับการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา : มุมมองเชิงปัจเจกบุคคล สังคม และนโยบาย</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-coronavirus/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=alcohol-and-coronavirus</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 May 2021 05:20:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ชุดเครื่องมือเลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[บุคลากรทางการแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[คู่มือการดูแลผู้ติดสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายแอลกอฮอล์ในยุคโควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[โคโรนาไวรัส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3796</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; &#160; ดาวน์โหลดได้ที่นี่ : Book_โควิดกับสุรา &#160; สุรากับการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา : มุมมองเชิงปัจเจกบุคคล สังคม และนโยบาย &#160; จัดทําโดย ทีมวิจัยการทบทวนวรรณกรรมนานาชาติและสวีเดน &#160; แปลและเรียบเรียงโดย:  แพทย์หญิง พันธุ์นภา กิตติรัตนไพบูลย์ และ นายแพทย์สุจิระ ปรีชาวิทย์</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-coronavirus/">สุรากับการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา : มุมมองเชิงปัจเจกบุคคล สังคม และนโยบาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><a href="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/Book_โควิดกับสุรา.pdf">ดาวน์โหลดได้ที่นี่ : Book_โควิดกับสุรา </a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุรากับการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา : มุมมองเชิงปัจเจกบุคคล สังคม และนโยบาย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จัดทําโดย ทีมวิจัยการทบทวนวรรณกรรมนานาชาติและสวีเดน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แปลและเรียบเรียงโดย:  แพทย์หญิง พันธุ์นภา กิตติรัตนไพบูลย์ และ นายแพทย์สุจิระ ปรีชาวิทย์</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-coronavirus/">สุรากับการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา : มุมมองเชิงปัจเจกบุคคล สังคม และนโยบาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3796</post-id>	</item>
		<item>
		<title>“ฉันติดเหล้าตอนล็อกดาวน์” หลากเรื่องราวแอลกอฮอล์กับโควิด-19</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/alcohol-stories-during-covid-19/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=alcohol-stories-during-covid-19</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 May 2021 05:10:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เล่าแล้วเปลี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[การติดเหล้าในสหราชอาณาจักร]]></category>
		<category><![CDATA[ติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ติดเหล้าช่วงล็อกดาวน์]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์คนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3772</guid>

					<description><![CDATA[<p>ก่อนหน้าที่จะมีการระดมฉีดวัคซีนขนานใหญ่ สหราชอาณาจักรเป็นหนึ่งประเทศที่ต้องเผชิญหน้ากับการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงของโควิด-19 ทำให้ต้องมีมาตรการล็อกดาวน์อย่างเข้มข้น เพื่อยับยั้งการระบาดของโควิด-19 แน่นอนว่าการที่ผู้คนต้องอยู่ในบ้านและปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตไปโดยสิ้นเชิงทำให้เกิดความรู้สึกที่หลากหลายกันออกไป บางคนอาจสุข บางคนอาจเศร้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ติดเหล้า ที่ต้องประคับประคองตนเองด้วยการบำบัด และได้รับกำลังใจจากการพบปะผู้คนในแต่ละวัน มองมุมหนึ่ง การ stay at home เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่อย่าลืมว่าในชีวิตจริงยังมีเรื่องเล่าและความจริงของคนติดเหล้าซ่อนอยู่หลังกำแพง &#160; วันก่อนติดเหล้ามักเป็นวันธรรมดาวันหนึ่ง &#160; ‘ขอให้เป็นปีที่ดี’ เป็นคำอวยพรที่หลายคนหวังสุดใจให้เกิดขึ้นจริง ซึ่งก็ไม่ต่างกับ คริส แม็คโลน (Chris McLone) ชายวัยกลางคนอายุ 40 ปี ที่มีสุขภาพแข็งแรง และกำลังมีความสุขกับชีวิตผู้จัดการฝ่ายขาย กล่าวได้ว่าครึ่งชีวิตที่ผ่านมาของคริสก่อนล็อกดาวน์ เขาเป็นคนชอบเข้าสังคม ไม่ว่าจะเที่ยวกลางคืนหรือเตะบอล เฉกเช่นกับการทำกิจกรรมของคนทั่วๆ ไป  และแน่นอน คริสไม่ได้ปฏิเสธว่าแอลกอฮอล์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่มันก็ไม่เคยสร้างปัญหาให้เขาเลย ดังที่คริสอธิบายว่า “ผมดื่มเหล้าแบบไม่ได้กำหนดอะไร บางคร้ังก็ดื่มเล็กน้อย บางครั้งก็ดื่มมาก และความเมาก็สร้างความสุขให้ผมด้วย&#8221; ทว่าในช่วงสัปดาห์ก่อนล็อกดาวน์ ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับคริส ผู้อาศัยอยู่ที่ทีไซด์ (Teesside) เมืองทางเหนือของประเทศอังกฤษ จากคนที่เคยสนุกสนานกับการดื่มแอลกอฮอล์ กลับกลายเป็นคนที่ทุกข์เพราะต้องการดื่มแอลกอฮอล์ที่มากผิดปกติ ทั้งความโดดเดี่ยวจากการที่ลูกสาวย้ายออกไปอยู่ที่อื่นเพื่อปกป้องคริส ผสานด้วยความวิตกกังวลกับอนาคตอันใกล้ที่ไม่แน่นอน กลายเป็นความคิดที่วนเวียนและตามหลอกหลอนเขา และนั่นเป็นสาเหตุหลักๆ ของความต้องการเหล้าที่เพิ่มขึ้น และเมื่อหลายสัปดาห์ผ่านไป การดื่มของคริสก็ทวีความรุนแรงขึ้นเช่นกัน “ผมสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ดื่มในวันพรุ่งนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-stories-during-covid-19/">“ฉันติดเหล้าตอนล็อกดาวน์” หลากเรื่องราวแอลกอฮอล์กับโควิด-19</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ก่อนหน้าที่จะมีการระดมฉีดวัคซีนขนานใหญ่ สหราชอาณาจักรเป็นหนึ่งประเทศที่ต้องเผชิญหน้ากับการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงของโควิด-19 ทำให้ต้องมีมาตรการล็อกดาวน์อย่างเข้มข้น เพื่อยับยั้งการระบาดของโควิด-19 แน่นอนว่าการที่ผู้คนต้องอยู่ในบ้านและปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตไปโดยสิ้นเชิงทำให้เกิดความรู้สึกที่หลากหลายกันออกไป บางคนอาจสุข บางคนอาจเศร้า <span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ติดเหล้า ที่ต้องประคับประคองตนเองด้วยการบำบัด และได้รับกำลังใจจากการพบปะผู้คนในแต่ละวัน</span></p>
<p>มองมุมหนึ่ง การ stay at home เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่อย่าลืมว่าในชีวิตจริงยังมีเรื่องเล่าและความจริงของคนติดเหล้าซ่อนอยู่หลังกำแพง</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>วันก่อนติดเหล้ามักเป็นวันธรรมดาวันหนึ่ง</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">‘ขอให้เป็นปีที่ดี’ เป็นคำอวยพรที่หลายคนหวังสุดใจให้เกิดขึ้นจริง ซึ่งก็</span><span style="font-weight: 400;">ไม่ต่างกับ คริส แม็คโลน (Chris McLone) ชายวัยกลางคนอายุ 40 ปี ที่มีสุขภาพแข็งแรง และกำลังมีความสุขกับชีวิตผู้จัดการฝ่ายขาย กล่าวได้ว่าครึ่งชีวิตที่ผ่านมาของคริสก่อนล็อกดาวน์ เขาเป็นคนชอบเข้าสังคม</span><span style="font-weight: 400;"> ไม่ว่าจะเที่ยวกลางคืนหรือเตะบอล เฉกเช่นกับการทำกิจกรรมของคนทั่วๆ ไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และแน่นอน คริสไม่ได้ปฏิเสธว่าแอลกอฮอล์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่มันก็ไม่เคยสร้างปัญหาให้เขาเลย ดังที่คริสอธิบายว่า </span><span style="font-weight: 400;">“ผมดื่มเหล้าแบบไม่ได้กำหนดอะไร บางคร้ังก็ดื่มเล็กน้อย บางครั้งก็ดื่มมาก และความเมาก็สร้างความสุขให้ผมด้วย&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าในช่วงสัปดาห์ก่อนล็อกดาวน์ ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับคริส ผู้อาศัยอยู่ที่ทีไซด์ (Teesside) เมืองทางเหนือของประเทศอังกฤษ จากคนที่เคยสนุกสนานกับการดื่มแอลกอฮอล์ กลับกลายเป็นคนที่ทุกข์เพราะต้องการดื่มแอลกอฮอล์ที่มากผิดปกติ ทั้งความโดดเดี่ยวจากการที่ลูกสาวย้ายออกไปอยู่ที่อื่นเพื่อปกป้องคริส ผสานด้วยความวิตกกังวลกับอนาคตอันใกล้ที่ไม่แน่นอน กลายเป็นความคิดที่วนเวียนและตามหลอกหลอนเขา </span><span style="font-weight: 400;">และนั่นเป็นสาเหตุหลักๆ ของความต้องการเหล้าที่เพิ่มขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเมื่อหลายสัปดาห์ผ่านไป การดื่มของคริสก็ทวีความรุนแรงขึ้นเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ดื่มในวันพรุ่งนี้ แต่เช้าวันถัดไปผมก็ทำแบบเดิม และเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในทุกวัน” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี คริสไม่อยากผิดสัญญากับตัวเองอีกแล้ว เขาจึงตัดสินใจครั้งใหญ่เข้ารับการรักษา และ</span><span style="font-weight: 400;">ด้วยความช่วยเหลือและกำลังใจที่ดีจากครอบครัว ผสมกับความตั้งใจของเขาเอง คริสไม่ดื่มมากว่า 70 วันแล้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปีศาจในตัวของคริสพักผ่อนและอีกไม่นานคงจากไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับผมมันช่างมืดมน สยดสยอง แต่เวลานี้ผมอธิบายไม่ได้เลยว่าผมรู้สึกดีขนาดไหนที่หลุดพ้นมาได้” คริสทิ้งท้าย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>สู้ไปด้วยกัน แม้วันที่ติดเหล้า</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนที่เขาไม่ดื่มเหล้า เขาเป็นคนใจดี ตลก และรักฉัน แต่ทันทีที่เขาเริ่มดื่ม การกระทำของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจนเหมือนไม่ใช่คนเดิม&#8221; </span><span style="font-weight: 400;">ซูซาน (Susan) เริ่มเล่าถึงสามีของเธอที่ติดเหล้า ทั้งคู่อาศัยอยู่ในบ้านเล็กๆ ที่เมือง</span><span style="font-weight: 400;">บาซิลดอน (Basildon) ซึ่งในช่วงล็อกดาวน์ที่ผ่านมา สามีวัยกลางคนของซูซานนั่งดื่มไวน์ จากขวดเดียวเป็นสองขวด และเพิ่มเป็นหกขวด จนถึงกับอาเจียนออกมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ซูซานต้องโทรเรียกรถพยาบาล แพทย์ทำการรักษาสามีเธออยู่ 1 เดือนซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาไม่ได้แตะแอลกอฮอล์สักหยด แต่เพียงไม่นาน สามีของซูซานก็กลับไปดื่มอีกครั้ง และทำให้เธอต้องปรับตัวครั้งยิ่งใหญ่เช่นกัน ซูซานเล่าว่า เธอต้องเตรียมพื้นที่ในบ้านไม่ให้มีของมีคมหลงเหลืออยู่ เผื่อว่าสามีของเธอเกิดเมาหรือหมดสติ เหมือนเป็นพื้นที่สำหรับการดูแลเด็กอ่อนอย่างไรอย่างนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีครั้งหนึ่งที่ตำรวจมาบ้านของทั้งคู่ เพียงเพราะสามีซูซานเรียกรถพยาบาลให้มารับเขา แต่คนรับโทรศัพท์ได้ยินเสียงตะกุกตะกักที่มาจากความเมาของสามีเธอ จึงรีบโทรหาตำรวจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ฉันไม่สามารถควบคุมการดื่มของเขาได้” ซูซานครวญ แต่เธอก็ยืนยันว่า จะไม่ทิ้งสามีเพราะเขาป่วยจากเหล้าอย่างแน่นอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราอยู่ด้วยกันมา 19 ปี และแน่นอนว่าจะมีปีที่ 20 21 22 และอีกหลายปีต่อๆ ไป”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>“ชีวิตอยู่ข้างนอก แต่ในนี้มีเพียงคุกที่ขังฉันไว้กับเหล้า” </b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนล็อกดาวน์ ฉันคิดว่าเราทั้งหมดกำลังจะตายเลยเลือกที่จะดื่มเป็นอาทิตย์ๆ ” เทรซี่ (Tracy) จาก</span><span style="font-weight: 400;">เชล์มสฟอร์ด (</span><span style="font-weight: 400;">Chelmsford</span><span style="font-weight: 400;">) เริ่มเล่า โดยในช่วงล็อกดาวน์ เธอได้ซื้อไวน์หกขวด วอดก้าและบรั่นดีอย่างละขวดมาตระเตรียมไว้ แต่ถึงจะเตรียมไว้เยอะขนาดนี้ เทรซี่กลับสารภาพว่า เธอต้องปิดจมูกเพราะไม่ได้อยากได้กลิ่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเธอก็ไม่ชอบรสชาติของมันเสียด้วยซ้ำ แต่เลือกที่จะดื่มเพื่อให้ลืมเรื่องราวทุกอย่าง </span><span style="font-weight: 400;">เพราะการล็อกดาวน์ทำให้เธอไม่มีทางไหน แม้กระทั่งเข้าโบสถ์ที่อยู่ข้างบ้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ข้างนอกนั่นมีความหวัง และฉันเชื่อว่าชีวิตของฉันรออยู่ข้างนอก แต่ในนี้มีเพียงคุกที่ขังฉันเอาไว้ให้อยู่แค่กับเหล้า&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อล็อกดาวน์ เราทุกคนต้องแยกออกจากกัน และนั่นเป็นสิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับคนบางกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยติดเหล้า ติดยาเสพติด หรือแม้แต่ผู้มีปัญหาสุขภาพจิต </span><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี เทรซี่พยายามอย่างยิ่งที่จะพาตัวเองกลับเข้าสู่ชีวิตก่อนหน้านี้ ตอนนี้เธอไม่ดื่มมาเกือบ 60 วันแล้ว  โดยเธอกล่าวว่า </span><span style="font-weight: 400;">“ฉันยังซึมเศร้าอยู่ แต่ฉันก็ไม่อยากจากโลกนี้ไปเหมือนกัน&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะการอยู่บ้านคนเดียวเป็นระยะเวลาค่อนข้างนานทำให้อาจเกิดปัญหาทางด้านจิตใจ ซึ่งจะนำไปสู่การดื่มได้ เทรซี่</span><span style="font-weight: 400;">จึงต้องพึ่งการพูดคุยกับเพื่อนๆ การบำบัดออนไลน์ผ่าน</span><span style="font-weight: 400;">กลุ่มผู้ติดสุรานิรนาม</span><span style="font-weight: 400;"> (AA ) รวมถึงการอ่านหนังสือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ขอบคุณพระเจ้าที่ห้องสมุดยังเปิดให้บริการ” เธอทิ้งท้าย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>ล็อกดาวน์ = ล็อกใจ</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประสบการณ์การติดเหล้าและยาเสพติดเริ่มตั้งแต่โจเซฟ แฮร์ริงตัน (Joseph Harrington) ยังเป็นวัยรุ่น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมมักมีอาการถอนเหล้าในทุกๆ เช้าเมื่อตื่นนอนหรือหลับๆ ตื่นๆ ช่วงกลางคืน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ณ เมือง</span><span style="font-weight: 400;">เอสเซกซ์</span><span style="font-weight: 400;"> (Essex) โจเซฟผู้ที่ป่วยอยู่ตลอดเวลามีอาการทั้งคัน มีไข้ ประสาทหลอน บางวันเขาเห็นแสงจ้าๆ รอบการมองเห็น และไม่กี่วินาทีต่อจากนั้นเขาก็หมดสติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อโจเซฟอายุ 29 ปี เขาจึงตัดสินใจเข้ารับการรักษาอย่างจริงจัง และถูกวินิจฉัยว่าด้านหลังของสมองเขาเป็นแผล ส่งผลกับเปลือกสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการชักและเดินไม่ได้ </span><span style="font-weight: 400;">โจเซฟต้องใช้ชีวิตบนรถเข็นเรื่อยมา จนปัจจุบันย่างเข้าอายุ 31 ปี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมพบว่าการต้องใช้ชีวิตโดดเดี่ยว ติดอยู่ในบ้านขณะล็อกดาวน์เป็นเรื่องยากเหลือเกิน สุขภาพจิตผมก็ไม่ค่อยดีด้วย&#8221;</span></p>
<p>สำหรับโจเซฟ การไม่สามารถออกจากบ้านหมายถึงการที่ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับใคร ทำให้ขาดแรงกำลังใจที่จะผ่านเข้ามาด้วย ประกอบกับหลายสถานที่ปิดตัว ทำให้เขาบอกว่าตนเอง &#8216;กลัวจับใจ&#8217; ที่ไม่ได้เห็นหน้าผู้คน</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้โจเซฟหวังเพียงว่า เขาจะรู้สึกปลอดภัยจากโรคระบาดในเร็ววัน และสถานที่ที่คุ้นเคยจะเปิดและกลับมาโอบกอดเขาอีกครั้ง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>ทุกๆ วันคือวันศุกร์</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องราวของทั้ง 4 คนไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เพราะยังมีผู้คนที่ต้องเผชิญสถานการณ์เดียวกันนี้มากมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมรับฟังเรื่องราวของคนไข้ผมหลายต่อหลายคน”  ดร.นายแพทย์ ร็อบ แฮมป์ตัน (GP Dr Rob Hampton) ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริการเสพติดเกริ่น &#8220;ช่วงอาทิตย์ก่อนล็อกดาวน์ พวกเขาใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อย่างดีเยี่ยม </span><span style="font-weight: 400;">แต่เพียงให้หลัง 3 สัปดาห์ ตำแหน่งนักดื่มตัวยงก็เข้ามาเกาะกินจนกลายเป็นคนติดเหล้าในที่สุด ทำให้ต้องเข้ารับการรักษาในเวลาต่อมา”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ร็อบกล่าวต่อว่า การล็อกดาวน์ทำให้ทุกอย่างที่พวกเขาเคยทำหยุดลง บางคนอธิบายอย่างชัดเจนว่า สถานการณ์ตอนนี้ทำให้ทุกวันเป็นเหมือนวันศุกร์ ไม่มีเหตุผลที่จะต้องตื่นเช้า ส่วน</span><span style="font-weight: 400;">ความเครียดที่ไม่เข้าใครออกใครรอเคาะอยู่หน้าประตูตลอดเวลาล็อกดาวน์ ทั้งด้วยความโดดเดี่ยว ความไม่มั่นคงในการทำงาน </span><span style="font-weight: 400;">และความไม่แน่นอนในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางคนอาจจะมองว่าการล็อกดาวน์เหมือนได้เวลาพักผ่อน ช่วยให้มีสมาธิหรือวางแผนกับการทำงานมากขึ้น </span><span style="font-weight: 400;">แต่กับบางคนไม่ใช่แบบนั้น ยิ่งถ้าพวกเขามีลูกที่ต้องเรียนออนไลน์ที่บ้านด้วยแล้วล่ะก็ การล็อกดาวน์ก็อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ทุกข์ทรมานที่สุดช่วงหนึ่งก็ได้ และนั่นทำให้หลายคนอดไม่ไหวที่จะหันไปหาเหล้าย้อมใจ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>กลยุทธ์ควบคุมการดื่มแอลกอฮอล์-เข้ารับการรักษา: ทางออกช่วยคนติดเหล้า?</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">นับตั้งแต่อังกฤษเริ่มมีการล็อกดาวน์ มีการโทรไปยังสายด่วนมากเพิ่มขึ้นถึง </span><span style="font-weight: 400;">500% เพราะผู้คนพบว่าพฤติกรรมการดื่มของพวกเขามากขึ้นจนควบคุมไม่ได้ ส่วน</span><span style="font-weight: 400;">การตายที่เกี่ยวข้องกับการป่วยจากโรคตับก็สูงถึงประมาณ 400% ซึ่ง</span><span style="font-weight: 400;">เป็นสิ่งที่เกิดตามมาหลังการดื่มที่เพิ่มขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วาเนสซ่า เฮปดิทช์ (Vanessa Hebditch) ผู้อำนวยการด้านนโยบายขององค์กรการกุศลทางการแพทย์ในการใช้แอลกอฮอล์ผิดปกติ</span><span style="font-weight: 400;">ชี้ให้เห็นว่า การล็อกดาวน์เป็นสัญญาณเตือนถึงความต้องการกลยุทธ์ควบคุมการดื่มแอลกอฮอล์ที่เหมาะสมจากรัฐบาล ซึ่ง</span><span style="font-weight: 400;">สำหรับวาเนสซ่า กลยุทธ์ที่ว่าหมายถึงการเพิ่มภาษี การแนะนำส่วนผสม ราคาต่อหน่วยขั้นต่ำ รวมถึงการโฆษณาและการตลาดต่าง ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ฉันรู้สึกเหมือนจะบ้าตายตอนที่ฉันซื้อนมสักกล่องและได้รับข้อมูลทางโภชนาการอย่างครบถ้วน แต่ตัดภาพมาที่เวลาซื้อเบียร์หรือไวน์ กลับไม่มีข้อมูลแบบนี้ระบุไว้เลย&#8221;</span><span style="font-weight: 400;"> วาเนสซ่าครวญ และแม้</span><span style="font-weight: 400;">การตัดไฟตั้งแต่ต้นลมอาจจะเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไปเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และสำหรับใครกำลังพบว่าตัวเองติดเหล้า หรือมีปัญหากับการดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆ หนทางที่ช่วยแก้ไขเบื้องต้น โดยไม่ต้องคำนึงถึงถูกหรือผิด อาจจะเพียงการลองเปิดใจยอมรับว่าตัวเองเจ็บ/ป่วย แล้วตัดสินใจเข้ารับการรักษาโดยทันทีก็เป็นได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>ที่มา:</p>
<p><a href="https://www.bbc.com/news/uk-england-essex-53684700?fbclid=IwAR188wgaNZzE3zWduliIBSjnwWhe3mRLNjYB_I53mEiN3fBuXZN8R1n4oJQ"><span style="font-weight: 400;">Alcoholism in the time of coronavirus</span></a></p>
<p><a href="https://www.bbc.com/news/health-53807908?fbclid=IwAR1H7Wef93S8fsoAQ9gZqVzH_H-o3YY7xcjZor4Ivvr3lQLCtT-oEWtWCJw"><span style="font-weight: 400;">Coronavirus: &#8216;I became alcoholic during lockdown&#8217;</span></a></p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-stories-during-covid-19/">“ฉันติดเหล้าตอนล็อกดาวน์” หลากเรื่องราวแอลกอฮอล์กับโควิด-19</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3772</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ช่วงโควิดใครมีสิทธิ์เสี่ยงดื่มหนัก</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/covid-make-higher-alcohol-consumption/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=covid-make-higher-alcohol-consumption</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 May 2021 06:40:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[คนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ดื่มหนัก]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการกักตัว]]></category>
		<category><![CDATA[รับมือความเครียด]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3758</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 แพร่กระจายไปทั่วทุกมุมโลก ทำให้ประชาชนในหลายประเทศต้องเผชิญกับการกักตัวอยู่บ้าน นักร่ำสุราหน้าเก่าและหน้าใหม่หันมาใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์บรรเทาอาการเศร้าโศกหลังเกิดความสูญเสียทั้งทางชีวิตและทางเศรษฐกิจ Alcohol Rhythm จึงชวนมาคลี่รายละเอียดหาคำตอบว่า ใครกันบ้างที่มีสิทธิ์เสี่ยงดื่มแอลกอฮอล์หนักขึ้นในช่วงการระบาด เมื่อไปดูการวิจัยจากต่างประเทศ พบว่างานศึกษา “ความเปลี่ยนแปลงในการดื่มแอลกอฮอล์ของผู้ใหญ่และผลกระทบต่อเนื่องท่ามกลางการระบาดโควิดในประเทศสหรัฐอเมริกา (Changes in adult alcohol use and consequences during the COVID-19 pandemic in the US)” ที่ตีพิมพ์ใน JAMA Network Open เมื่อเดือนกันยายน ค.ศ. 2020 ให้ข้อมูลว่า ผู้บรรลุนิติภาวะดื่มเครื่องดื่มมึนเมาเพิ่มขึ้น 14% จากปี ค.ศ. 2019 โดยเฉพาะผู้หญิงชาวอเมริกันบริโภคสุราเพิ่มขึ้น 41% เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลที่เก็บไว้ในปีค.ศ.2019 สะท้อนให้เห็นว่ามีการดื่มสุราเพิ่มขึ้นจริง อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่าการดื่มเหล้าเบียร์ในช่วงโควิดเป็นหนึ่งในกลไกรับมือความเครียดและความสูญเสียที่เกิดขึ้น เดิมทีผู้คนสามารถจัดการความเครียดได้หลากหลาย ทั้งออกไปเดินเล่น ออกกำลังกาย ดูหนัง พบปะเพื่อนฝูง เมื่อทางเลือกลดน้อยลง กลุ่มคนที่เสี่ยงกับการดื่มหนักจึงมีตั้งแต่ คนตกงาน, คนหน้าด่านที่ต้องทำงานในสถานพยาบาล เนื่องจากต้องรับมือกับความกดดันสูง คนทำงาน work [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/covid-make-higher-alcohol-consumption/">ช่วงโควิดใครมีสิทธิ์เสี่ยงดื่มหนัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">จากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 แพร่กระจายไปทั่วทุกมุมโลก ทำให้ประชาชนในหลายประเทศต้องเผชิญกับการกักตัวอยู่บ้าน นักร่ำสุราหน้าเก่าและหน้าใหม่หันมาใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์บรรเทาอาการเศร้าโศกหลังเกิดความสูญเสียทั้งทางชีวิตและทางเศรษฐกิจ Alcohol Rhythm จึงชวนมาคลี่รายละเอียดหาคำตอบว่า ใครกันบ้างที่มีสิทธิ์เสี่ยงดื่มแอลกอฮอล์หนักขึ้นในช่วงการระบาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อไปดูการวิจัยจากต่างประเทศ พบว่างานศึกษา “ความเปลี่ยนแปลงในการดื่มแอลกอฮอล์ของผู้ใหญ่และผลกระทบต่อเนื่องท่ามกลางการระบาดโควิดในประเทศสหรัฐอเมริกา (Changes in adult alcohol use and consequences during the COVID-19 pandemic in the US)” ที่ตีพิมพ์ใน JAMA Network Open เมื่อเดือนกันยายน ค.ศ. 2020 ให้ข้อมูลว่า <em>ผู้บรรลุนิติภาวะดื่มเครื่องดื่มมึนเมาเพิ่มขึ้น</em> 14% จากปี ค.ศ. 2019 โดยเฉพาะผู้หญิงชาวอเมริกันบริโภคสุราเพิ่มขึ้น 41% เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลที่เก็บไว้ในปีค.ศ.2019 สะท้อนให้เห็นว่ามีการดื่มสุราเพิ่มขึ้นจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่าการดื่มเหล้าเบียร์ในช่วงโควิดเป็นหนึ่งในกลไกรับมือความเครียดและความสูญเสียที่เกิดขึ้น เดิมทีผู้คนสามารถจัดการความเครียดได้หลากหลาย ทั้งออกไปเดินเล่น ออกกำลังกาย ดูหนัง พบปะเพื่อนฝูง เมื่อทางเลือกลดน้อยลง กลุ่มคนที่เสี่ยงกับการดื่มหนักจึงมีตั้งแต่ <em>คนตกงาน, คนหน้าด่านที่ต้องทำงานในสถานพยาบาล</em> เนื่องจากต้องรับมือกับความกดดันสูง <em>คนทำงาน work from home</em> ที่จ้องจอจนไม่มีเส้นแบ่งการทำงานและชีวิตส่วนตัว,<em> คนที่สูญเสียคนรักจากโรคระบาด,</em> <em>ผู้ติดสุราที่ไม่ได้รับการรักษาต่อเนื่อง</em> เนื่องจากการเข้าถึงสถานพยาบาลเป็นไปได้ยาก ไปจนถึง<em>คุณพ่อ คุณแม่</em>ที่จะต้องรับมือกับการจัดการเรียนการสอนให้ลูกน้อยที่บ้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานวิจัยเรื่อง “ระดับความเครียดสูง เนื่องจากการระบาดของ SARS-CoV-2 ในกลุ่มผู้ปกครองของเด็กที่มีและไม่มีภาวะเรื้อรังทั่วสหรัฐอเมริกา (High Levels of Stress Due to the SARS-CoV-2 Pandemic among Parents of Children with and without Chronic Conditions across the USA)”สะท้อนให้เห็นว่าผู้ปกครองที่มีเด็กในบ้านมีอัตราความเครียด และอาการของการซึมเศร้า (depression) วิตกกังวล (anxiety) สูงกว่าผู้ปกครองที่ไม่มีเด็กในบ้านระหว่างสถานการณ์ระบาด ทำให้อาจอนุมานได้ว่า</span><span style="font-weight: 400;">ผู้ปกครองเหล่านี้มีความเสี่ยงสูงในการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้นตามไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยที่สนับสนุนการดื่มหนัก นอกจากเป็นเพราะต้องการรับมือความเครียดในช่วง</span><span style="font-weight: 400;">กักตัวอยู่บ้านแล้ว การวางแผนกักตุนเสบียงทั้งข้าวปลาอาหารแห้ง รวมไปถึงเหล้าเบียร์ในปริมาณมากก็ทำให้เป็นเรื่องง่ายที่จะเผลอดื่มหนักขึ้น เนื่องจากโดนเย้ายวนทุกครั้งที่เปิดตู้เย็น ยิ่งในประเทศไทยมีระเบียบการซื้อเหล้าเบียร์ในระยะเวลาที่จำกัด และในการระบาดรอบที่ 3 ร้านอาหารไม่อนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้านก็ทำให้นักดื่มมีสิทธิที่จะกักตุนเครื่องดื่มจำนวนมาก และยกแก้วในบริเวณที่พักมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการดื่มแอลกอฮอล์ในบ้านจะเป็นความสุนทรีย์ของใครหลายคน แต่ต้องอยู่ในพื้นฐานปริมาณการดื่มที่เหมาะสม นอกจากนี้การจัดการความเครียดยังสามารถทำได้อีกหลายวิธี เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาที่แท้จริงที่เกิดขึ้นในช่วงการแพร่ระบาด โดยไม่ต้องเสียสุขภาพ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่มา:</span><a href="https://www.verywellhealth.com/covid-19-higher-alcohol-consumption-5094355#citation-1"> <span style="font-weight: 400;">https://www.verywellhealth.com/covid-19-higher-alcohol-consumption-5094355#citation-1</span></a></p>
<p><a href="https://www.mdpi.com/2227-9067/7/10/193"><span style="font-weight: 400;">https://www.mdpi.com/2227-9067/7/10/193</span></a></p>
<p><a href="https://jamanetwork.com/journals/jamanetworkopen/fullarticle/2770975"><span style="font-weight: 400;">https://jamanetwork.com/journals/jamanetworkopen/fullarticle/2770975</span></a></p>
<p><a href="https://www.thebangkokinsight.com/598576/"><span style="font-weight: 400;">https://www.thebangkokinsight.com/598576/</span></a></p>
<p><a href="https://www.euro.who.int/__data/assets/pdf_file/0007/442690/FAQ-COVID-19-alcohol.pdf"><span style="font-weight: 400;">https://www.euro.who.int/__data/assets/pdf_file/0007/442690/FAQ-COVID-19-alcohol.pdf</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">https://www.euro.who.int/__data/assets/pdf_file/0010/437608/Alcohol-and-COVID-19-what-you-need-to-know.pdf</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/covid-make-higher-alcohol-consumption/">ช่วงโควิดใครมีสิทธิ์เสี่ยงดื่มหนัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3758</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ถอดบทเรียนความรุนแรงและแอลกอฮอล์ในยุคโควิด-19 กับ &#8216;จะเด็จ เชาวน์วิไล&#8217;</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/interview-jaded-covid19/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=interview-jaded-covid19</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jun 2020 11:01:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[ความรุนแรง]]></category>
		<category><![CDATA[จะเด็จ เชาวน์วิไล]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1904</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังจากที่แนวโน้มการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น รัฐบาลจึงเริ่มคลายมาตรการ &#8216;ล็อกดาวน์&#8217; ลงบางส่วน ดังจะเห็นได้จากการประกาศให้ห้างร้านเริ่มเปิดบริการ  อนุญาตให้มีการรับประทานอาหารนอกบ้าน รวมถึงอนุญาตให้ซื้อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามปกติ อย่างไรก็ตาม จากการปิดเมืองที่ผ่านมา ส่งผลให้คนจำนวนมากต้องกักตัวอยู่ในเคหะสถาน ปัญหาความรุนแรงซึ่งเรื้อรังและแอบแฝงในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในบ้านและครอบครัว อาจเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากความเครียดเรื่องโรคระบาด ปัญหาเศรษฐกิจ ไปจนถึงการถูกกระตุ้นจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวน จะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล (มญช.) กลับมาคุยอีกครั้ง เพื่อย้อนมองปรากฏการณ์ความรุนแรงในครัวเรือนช่วงล็อกดาวน์ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างมาตรการงดจำหน่ายสุรา การดื่ม และการเกิดความรุนแรง ไปจนถึงแนวโน้มของปัญหาในอนาคตหลังจากนี้ &#160; สถานการณ์ความรุนแรงภายในครอบครัวที่เกิดขึ้นในช่วง &#8216;ล็อกดาวน์&#8217; เป็นอย่างไร  อันที่จริง ปัญหาความรุนแรงในสังคมเรา รวมถึงในครอบครัวเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ถ้าดูจากตัวเลขที่ทางมูลนิธิ (มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล) เป็นผู้เก็บข้อมูลจะเห็นชัดว่า ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวในสถานการณ์โควิด-19 ไม่ได้ลดลงไปแม้แต่น้อย ในทางกลับกันอาจเพิ่มขึ้นกว่าเดิมเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ ทั้งสถิติการฆ่า การทำร้ายกันของคนในสังคม ย้อนหลังช่วงสามเดือนที่ผ่านมากว่า 160 ข่าว มีตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง และการฆ่ากันสูงถึง 80 กว่าข่าวทีเดียว หากมองย้อนว่าทำไมตัวเลขหรือสถิติความรุนแรงถึงไม่ลดลง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/interview-jaded-covid19/">ถอดบทเรียนความรุนแรงและแอลกอฮอล์ในยุคโควิด-19 กับ &#8216;จะเด็จ เชาวน์วิไล&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากที่แนวโน้มการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น รัฐบาลจึงเริ่มคลายมาตรการ &#8216;ล็อกดาวน์&#8217; ลงบางส่วน ดังจะเห็นได้จากการประกาศให้ห้างร้านเริ่มเปิดบริการ  อนุญาตให้มีการรับประทานอาหารนอกบ้าน รวมถึงอนุญาตให้ซื้อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามปกติ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม จากการปิดเมืองที่ผ่านมา ส่งผลให้คนจำนวนมากต้องกักตัวอยู่ในเคหะสถาน ปัญหาความรุนแรงซึ่งเรื้อรังและแอบแฝงในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในบ้านและครอบครัว อาจเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากความเครียดเรื่องโรคระบาด ปัญหาเศรษฐกิจ ไปจนถึงการถูกกระตุ้นจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</p>
<p>Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวน<strong><a href="https://alcoholrhythm.com/interview-jaded/" target="_blank" rel="noopener"> จะเด็จ เชาวน์วิไล </a></strong>ผู้อำนวยการ<strong><a href="https://www.wmp.or.th/">มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล (มญช.)</a></strong><a href="https://www.wmp.or.th/"> </a>กลับมาคุยอีกครั้ง เพื่อย้อนมองปรากฏการณ์ความรุนแรงในครัวเรือนช่วงล็อกดาวน์ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างมาตรการงดจำหน่ายสุรา การดื่ม และการเกิดความรุนแรง ไปจนถึงแนวโน้มของปัญหาในอนาคตหลังจากนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>สถานการณ์ความรุนแรงภายในครอบครัวที่เกิดขึ้นในช่วง &#8216;ล็อกดาวน์&#8217;</strong><strong> เป็นอย่างไร </strong></h4>
<p>อันที่จริง ปัญหาความรุนแรงในสังคมเรา รวมถึงในครอบครัวเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ถ้าดูจากตัวเลขที่ทางมูลนิธิ (มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล) เป็นผู้เก็บข้อมูลจะเห็นชัดว่า ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวในสถานการณ์โควิด-19 ไม่ได้ลดลงไปแม้แต่น้อย ในทางกลับกันอาจเพิ่มขึ้นกว่าเดิมเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ ทั้งสถิติการฆ่า การทำร้ายกันของคนในสังคม ย้อนหลังช่วงสามเดือนที่ผ่านมากว่า 160 ข่าว มีตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง และการฆ่ากันสูงถึง 80 กว่าข่าวทีเดียว</p>
<p>หากมองย้อนว่าทำไมตัวเลขหรือสถิติความรุนแรงถึงไม่ลดลง เป็นเพราะ<strong> <em>หนึ่ง</em> </strong>แนวคิดชายเป็นใหญ่ไม่ได้เปลี่ยน หรือเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะที่ล่าช้ามาก การบ่มเพาะความคิดของผู้ชายที่เชื่อว่าตัวเองเป็นใหญ่กว่าผู้หญิงยังมีมาตลอด และถูกปลูกฝังผ่านระบบครอบครัว ระบบการศึกษา และสื่อต่างๆ</p>
<p>สถานการณ์ที่ผ่านมาอาจจะดีขึ้นบ้างในแง่กลไกเชิงนโยบาย เช่น เรามี พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว เกิดขึ้น มีบ้านพักเด็กและครอบครัว มีกลไกในการช่วยเหลือผู้หญิงจากความรุนแรง ทั้งกฎหมายคุ้มครองโดยตรงและมาตรการในการจัดการดูแล เรามีศูนย์พึ่งได้ของกระทรวงสาธารณสุขหลายศูนย์ ซึ่งช่วยเยียวยาผู้หญิงได้ในระดับหนึ่ง</p>
<p>แต่บางครั้ง กลไกพวกนี้ก็ใช้ไม่ได้ผล เพราะสาเหตุข้อที่<em><strong> สอง</strong></em> เรื่องปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย เรามีจำนวนตำรวจหรือพนักงานสอบสวนผู้หญิงที่คอยรับเรื่องน้อย ส่วนใหญ่คนทำงานเป็นตำรวจผู้ชาย ทำให้เวลาที่เราไปแจ้งความ ตำรวจบางคนก็อาจจะไม่รับแจ้งความ เพราะมองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องในครอบครัว บางครั้งกลไกในการบังคับใช้กฎหมายจึงบังคับใช้ได้ไม่ดีเท่าที่ควร</p>
<p>และเมื่อผลออกมาเป็นอย่างนั้น ผู้ชายหลายคนจึงไม่คิดว่าตนจะได้รับผลกระทบอะไรจากการใช้ความรุนแรง ประกอบกับการรายงานข่าวของสื่อมวลชน ที่เมื่อเกิดเหตุทำร้ายร่างกายกัน ก็มักรายงานว่า ผู้หญิงที่ถูกกระทำเป็นคนไม่ดี การนำเสนอข้อมูลแบบนี้ทำให้หลายคนรู้สึกว่า มีเหตุผลให้ต้องใช้ความรุนแรง</p>
<p>นอกจากนี้ สาเหตุข้อที่ <em><strong>สาม</strong></em> คือ อาวุธปืน อุปกรณ์สร้างความรุนแรง รวมถึงตัวกระตุ้นอย่างเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นั้นหาง่าย ทำให้ความรุนแรงเกิดขึ้นง่าย ไม่ลดน้อยลงไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>โควิด-19 ทำให้ปัญหาความรุนแรงในบ้านเพิ่มขึ้นได้อย่างไร </strong></h4>
<p>ถ้าให้ผมวิเคราะห์ สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลต่อความรุนแรงแน่นอน เพราะการแก้ปัญหาโควิด-19 ลดการแพร่เชื้อด้วยการให้ทุกคนอยู่บ้าน งดทำกิจกรรมนอกบ้าน ใช้มาตรการปิดเมืองบ้าง กึ่งปิดกึ่งเปิด ใช้เคอร์ฟิวบ้าง เมื่อต้องกลับไปอยู่บ้าน ระบบชายเป็นใหญ่ที่ปลูกฝังในครอบครัวว่า งานบ้านไม่ใช่งานของผู้ชาย ผู้ชายต้องออกจากบ้านไปทำงานหาเงิน ส่วนผู้หญิงต้องเลี้ยงลูกดูแลบ้าน พอผู้ชายกลับมาอยู่บ้านจึงเกิดปัญหา เพราะไม่คุ้นชินกับการทำงานบ้านและไม่ได้ถูกฝึกมา</p>
<p>นอกจากนี้ ระบบทุนนิยมยังทำให้ผู้ชายไม่อยู่ติดบ้าน เป็นระบบที่ดึงครอบครัวออกจากกัน เพราะในวันปกติ ผู้ชายก็ออกไปทำงาน ครอบครัวจึงได้เจอหน้ากันเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่ผู้ชายส่วนหนึ่งก็เลือกใช้วันหยุดสุดสัปดาห์ออกไปกินเหล้ากับเพื่อน นี่เป็นวิถีชีวิตแบบลูกผู้ชาย ผมไม่ได้พูดเกินจริงไปเลย ผู้ชายมักจะวนเวียนไปคลับ ไปบาร์ ไปสนามมวย แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เขาต้องอยู่แค่ที่บ้าน เมื่อขาดอิสระ ก็เกิดปัญหาความรุนแรงตามมาได้ง่าย</p>
<p>ตัวอย่างคือ ในช่วงกักตัว มีอยู่เคสหนึ่ง ผู้ชายอยากออกจากบ้านไปดื่มเหล้ากับเพื่อนๆ แต่ภรรยาไม่ยอมให้ไป เพราะกลัวว่าจะเกิดความเสี่ยงในการติดโรค จนเกิดความขัดแย้งกันในครอบครัว ดังนั้น โควิด-19 เองก็ทำให้เราเห็นภาพความรุนแรงที่เกิดจากแอลกอฮอล์ชัดเจนมากขึ้น</p>
<p>อีกกรณีหนึ่งคือ ผู้หญิงถูกเลิกจ้าง กลับบ้านที่ต่างจังหวัดและเจอสามีมาขอนอนด้วย ฝ่ายภรรยาไม่ยอม เพราะกลัวเรื่องการติดเชื้อโควิด-19 สามีจึงทำร้ายร่างกายเพราะคิดว่าภรรยาไปมีคนอื่น ส่วนอีกกรณี เป็นผู้หญิงทำร้านอาหาร พอเกิดวิกฤตโควิด-19 ก็ต้องหยุดงาน ไปหางานทำที่บาร์แห่งหนึ่ง ระยะต่อมาเมื่อเกิดการล็อกดาวน์จนต้องปิดบาร์ นายจ้างกลับร่วมมือกับเพื่อนคิดอุบายให้เธอดื่มเหล้า และรุมโทรมเธอในบาร์</p>
<p>การล็อกดาวน์หรือปิดเมืองในช่วงที่ผ่านมา ยังทำให้คนตกงานมากขึ้น พอตกงานก็ทำให้เกิดคนจนในสังคมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งชนชั้นกลางระดับล่างเหล่านี้ก็น่าจะมีเกือบสิบล้านคน และนำไปสู่ปัญหาความเครียด การใช้อำนาจชายเป็นใหญ่ในครอบครัว ปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงและครอบครัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>การทำงานของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลเรื่องความรุนแรงต้องเปลี่ยนไปอย่างไรในสถานการณ์โรคระบาด</strong></h4>
<p>เคสความรุนแรงที่รายงานเข้ามามีมากขึ้น และเราเห็นว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ตอนนี้ต้องยอมอดทน เพราะแค่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างการดูแลลูก เรื่องหากิน การออกนอกบ้าน เขาก็แย่แล้ว นอกจากนี้ เคสความรุนแรงในชุมชนก็มี กระทบกระทั่งกันเพราะปัญหาเศรษฐกิจ</p>
<p>ในตอนนี้มูลนิธิฯ ต้องหันมาแก้ไขปัญหาเฉพาะอย่างเรื่องปากท้องและความเครียด เพราะบางคนตกงาน เครียด เราก็ต้องช่วยเหลือเขา หากิจกรรมให้เขาได้ฟื้นฟูสุขภาพจิตใจ ด้านปัญหาเรื่องแอลกอฮอล์ก็มีบ้าง เช่น เคสที่ติดเหล้าแล้วลงแดง มีเคสหนึ่งเป็นหนักจนต้องพาไปโรงพยาบาล และเสียชีวิตไปแล้ว แต่น้อยลง เพราะหาซื้อเหล้ากันยากขึ้นในช่วงห้ามขายเหล้าที่ผ่านมา ปัญหาเรื่องยาเสพติดเองก็มีไม่มากเท่าแต่ก่อน เพราะคนไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อ</p>
<p>นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังช่วยให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพ ป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>จากสถิติของมูลนิธิฯ มูลเหตุและแรงจูงใจของความรุนแรงที่เกิดจากเรื่องแอลกอฮอล์ยังคงสูงที่สุดเมื่อเทียบกับสาเหตุอื่น แม้ในช่วงที่รัฐใช้มาตรการงดจำหน่ายสุรา เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น </strong></h4>
<p>สถิติที่เห็นว่ามีมากเป็นสถิติที่เก็บในช่วงที่ยังไม่ได้ล็อกดาวน์ งดขายเหล้าเต็มที่ ทำให้บางคนยังมีเหล้าเก็บไว้ ช่วงที่ยังมีเหล้าไว้ดื่มก็เลยเป็นมูลเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความรุนแรง แต่ในระยะหลัง เมื่อหาซื้อเหล้าไม่ได้ ความรุนแรงที่เกิดจากเหล้าในช่วงหลังก็เริ่มลดลง</p>
<p>ผมมองว่าการผ่อนปรนกลับมาขายเหล้า ทำให้เขาหาซื้อได้ ก็อาจทำให้ปัญหากลับมาอีก เพราะนอกจากเหล้าจะเป็นตัวกระตุ้นความรุนแรงจากฤทธิ์ของมันเองแล้ว ผู้ชายในสังคมชายเป็นใหญ่ยังคิดว่าเหล้าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตลูกผู้ชาย เป็นวิถีชีวิตร่วมกับกลุ่มเพื่อนกลุ่มใหญ่ ถ้าออกไปดื่ม แล้วกลับมา ภรรยาต่อว่าว่าไม่กลัวติดโรคเหรอ? เขาก็จะโกรธ รู้สึกว่าความเป็นลูกผู้ชายของเขาแตะไม่ได้ ยอมไม่ได้ ถ้ายอม ก็จะเสียหน้า วัฒนธรรมความเชื่อที่เกี่ยวกับเหล้าแบบนี้ก็กระตุ้นให้เกิดความรุนแรงเช่นกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>สถานการณ์ความรุนแรงและแนวโน้มการดื่มแอลกอฮอล์ในอนาคตจะเป็นอย่างไร    </strong></h4>
<p>ผมคิดว่า ความรุนแรงไม่ลดลงหรอก เพราะ <em><strong>หนึ่ง</strong></em> สังคมยังคงมีปัญหาเศรษฐกิจ คนมีความเครียดอีกหลายเดือน หลายๆ คนอาจจะยังไม่มีงานทำอยู่ ซึ่งความเครียดก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความรุนแรงยังเกิดขึ้น เรื่องที่น่าห่วงคือ หลายคนเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด รวมแล้วจำนวนหลายล้านคน อาจจะนำไปสู่การแย่งชิงทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดในต่างหวัด ไม่ว่าเรื่อง น้ำ ที่ดินอาหาร จะเกิดปัญหาทางสังคม และความรุนแรงเพิ่มตามมา</p>
<p><em><strong>สอง </strong></em>ต่อให้ไม่มีเหล้าเป็นตัวกระตุ้น แนวคิดชายเป็นใหญ่ก็ยังคงอยู่ แม้ว่าจะมีมาตรการห้ามซื้อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงที่ผ่านมา แต่ผมมองว่า หากยกเลิกมาตรการ การดื่มเหล้าก็อาจไม่มีแนวโน้มลดลง เพราะสุดท้าย ถ้าพื้นที่ทางสังคมน้อย ผู้คนไม่มีพื้นที่ในการระบายทุกข์ และมีการกดทับทางชนชั้นที่ยากจนไม่มีการรวมกลุ่ม การดื่มเหล้าจึงเหมือนการระบายความเครียดที่เกิดจากปัญหาเศรษฐกิจในเวลานี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>เราจะออกแบบวิธีการรับมือกับความรุนแรงจากการดื่มแอลกอฮอล์ที่อาจมากขึ้นเพราะปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างไร </strong></h4>
<p>เบื้องต้น จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นช่วงวิกฤตที่ทำให้เกิดปัญหาเรื่องรายได้ จากการลดชั่วโมงทำงาน ถูกเลิกจ้าง  ไม่มีเงินเลี้ยงดูครอบครัว บางคนเข้าไม่ถึงอาหาร ถุงยังชีพ และสวัสดิการจากภาครัฐ เนื่องจากเป็นคนต่างหวัดที่เข้ามาทำงานในเมือง จึงมีไม่มีสำเนาทะเบียนบ้าน ส่งผลให้ไม่ได้รับการช่วยเหลือ ในจุดนี้มูลนิธิฯ จึงขอรับบริจาคข้าวสารอาหารแห้งจากเครือข่าย ส่งต่อให้คนที่ตกหล่นจากหน่วยงานรัฐเหล่านี้</p>
<p>ต่อมา คือ การแก้ไขปัญหาและลดภาวะความเครียดให้กับคนที่ตกงานโดยทางมูลนิธิได้หาทางออกร่วมกันกับแกนนำชุมชน องค์กรพัฒนาเอกชน เช่น มูลนิธิชีววิถี  หน่วยงานภาครัฐ จัดหาอาชีพให้ทำ สร้างพื้นที่ปลูกผักเกษตรอินทรีย์ในชุมชน เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและเสริมรายได้ จัดประชุมเพื่อระบายความทุกข์ ลดปัญหาความเครียด และลดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว</p>
<p>ส่วนการแก้ปัญหาการดื่มเหล้านั้น จะให้สอดคล้องกับการแก้ปัญหาวิกฤตจากโควิด-19 โดยแทรกไปกับการทำกิจกรรมที่ระบายความทุกข์ การสนับสนุนให้ทำกิจกรรมเสริมรายได้ หรืออาชีพที่สอดคล้องในช่วงนี้ และมีกิจกรรมแลกเปลี่ยน เพื่อสะท้อนปัญหา ผลกระทบจากการดื่มเหล้า โดยที่ไม่เอาการดื่มเหล้าเป็นประเด็นปัญหาหลักก่อน  แต่จะเอาปัญหาที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ของผู้ดื่มเหล้าเป็นตัวนำ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/interview-jaded-covid19/">ถอดบทเรียนความรุนแรงและแอลกอฮอล์ในยุคโควิด-19 กับ &#8216;จะเด็จ เชาวน์วิไล&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1904</post-id>	</item>
		<item>
		<title>‘เพราะคนติดเหล้าต้องได้รับการเอาใจใส่แม้ยามเกิดโรคระบาด’ &#8211; ถอดบทเรียนการดูแลผู้ติดสุราในชุมชนช่วง Covid-19</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/alcoholism-and-covid19/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=alcoholism-and-covid19</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 May 2020 08:16:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[นวัตกรรมเลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.หรรษา เศรษฐบุปผา]]></category>
		<category><![CDATA[พญ.พันธุ์นภา กิตติรัตนไพบูลย์]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.นพ.ตะวันชัย จิรประมุขพิทักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[โปรแกรมโทรถาม ตามเยี่ยม]]></category>
		<category><![CDATA[โปรแกรมใกล้บ้านสมานใจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1847</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ชนแก้ว!’ วลีที่ใครหลายคนอาจจะคุ้นหู โดยเฉพาะในช่วงกลางเดือนเมษายนที่เราอาจจะได้ยินการเชิญชวนให้ชนแก้วบ่อยกว่าปกติ เพราะทุกคนมีโอกาสหยุดงานกลับบ้าน พักผ่อนยาวๆ เพื่อสะสางความเหนื่อยล้าซึ่งสะสมมาตลอดทั้งปี ซึ่งการพักผ่อนที่ว่าอาจเชื่อมโยงไปถึงการสังสรรค์ตั้งวงดื่มเหล้า หรือนั่งจิบน้ำเมาชิลๆ บนบ้าน มองดูผู้คนต่างๆ สาดน้ำกันในวันปีใหม่ไทย แต่ในเดือนเมษายน 2563 นี้ อาจจะเป็นปีที่แปลกประหลาดสำหรับใครหลายๆ คน เพราะเป็นเดือนเมษายนที่ไทยไม่มีสงกรานต์เหมือนอย่างเคย เนื่องจากทั่วโลกต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมถึงประเทศไทยด้วย ซึ่งเราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า โควิด-19 ได้สร้างผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้คนในทุกหย่อมหญ้า เพื่อป้องกันการระบาดไม่ให้ลามทุ่ง ‘การรักษาระยะห่างทางสังคม’ จึงถูกใช้เป็นมาตรการแก้ปัญหาของภาครัฐ เช่น ห้ามบุคคลทั่วราชอาณาจักรออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 22.00 น. ถึง 04.00 น. (ยกเว้นกลุ่มที่ได้รับการยกเว้น) รวมถึงช่วงเดือนที่ผ่านมา ก็มีการประกาศห้ามขายสุราทั่วประเทศ  อย่างไรก็ดี มาตรการห้ามขายสุราอาจมีผลกระทบมากกว่าที่เราคิดเอาไว้ โดยถ้าเป็นกลุ่มคนที่ไม่ได้ดื่ม หรือดื่มบ้างเป็นครั้งคราว มาตรการนี้อาจจะไม่สร้างผลกระทบต่อชีวิตพวกเขามากนัก แต่กับคนที่ติดเหล้าหรือคนที่ต้องดื่มสุราเป็นประจำในทุกๆ วัน นี่อาจเป็นชนวนก่อให้เกิดปัญหาขึ้นได้ เช่น กรณีหนุ่มใหญ่ลงแดงจนเสียชีวิตเพราะต้องดื่มเหล้าวันละ 2 ขวด แต่ไม่สามารถหาดื่มได้ เพราะจังหวัดบุรีรัมย์ประกาศห้ามขายเหล้า หรือกรณีหนุ่มวิศวะดับคาห้องพัก หลังห้ามขายสุราจนต้องหักดิบอดเหล้า ในแง่หนึ่ง การที่ผู้ดื่มซื้อสุราไม่ได้อาจถือได้ว่าเป็นโอกาสที่ดี เพื่อให้คน ลด ละ เลิก การดื่มได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcoholism-and-covid19/">‘เพราะคนติดเหล้าต้องได้รับการเอาใจใส่แม้ยามเกิดโรคระบาด’ &#8211; ถอดบทเรียนการดูแลผู้ติดสุราในชุมชนช่วง Covid-19</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">‘ชนแก้ว!’ วลีที่ใครหลายคนอาจจะคุ้นหู โดยเฉพาะในช่วงกลางเดือนเมษายนที่เราอาจจะได้ยินการเชิญชวนให้ชนแก้วบ่อยกว่าปกติ </span><span style="font-weight: 400;">เพราะทุกคนมีโอกาสหยุดงานกลับบ้าน พักผ่อนยาวๆ เพื่อสะสางความเหนื่อยล้าซึ่งสะสมมาตลอดทั้งปี ซึ่งการพักผ่อนที่ว่าอาจเชื่อมโยงไปถึงการสังสรรค์ตั้งวงดื่มเหล้า หรือนั่งจิบน้ำเมาชิลๆ บนบ้าน มองดูผู้คนต่างๆ สาดน้ำกันในวันปีใหม่ไทย</span></p>
<p>แต่ในเดือนเมษายน 2563 นี้ อาจจะเป็นปีที่แปลกประหลาดสำหรับใครหลายๆ คน เพราะเป็นเดือนเมษายนที่ไทยไม่มีสงกรานต์เหมือนอย่างเคย <span style="font-weight: 400;">เนื่องจากทั่วโลกต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมถึงประเทศไทยด้วย ซึ่งเรา</span><span style="font-weight: 400;">ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า โควิด-19 ได้สร้างผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้คนในทุกหย่อมหญ้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อป้องกันการระบาดไม่ให้ลามทุ่ง ‘</span><span style="font-weight: 400;">การรักษาระยะห่างทางสังคม’ จึงถูกใช้เป็นมาตรการแก้ปัญหาของภาครัฐ เช่น </span><span style="font-weight: 400;">ห้ามบุคคลทั่วราชอาณาจักรออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 22.00 น. ถึง 04.00 น. (ยกเว้นกลุ่มที่ได้รับการยกเว้น) รวมถึงช่วงเดือนที่ผ่านมา ก็มีการประกาศห้ามขายสุราทั่วประเทศ </span></p>
<p>อย่างไรก็ดี มาตรการห้ามขายสุราอาจมีผลกระทบมากกว่าที่เราคิดเอาไว้ โดยถ้าเป็นกลุ่ม<span style="font-weight: 400;">คนที่ไม่ได้ดื่ม หรือดื่มบ้างเป็นครั้งคราว มาตรการนี้อาจจะไม่สร้างผลกระทบต่อชีวิตพวกเขามากนัก แต่กับคนที่ติดเหล้าหรือคนที่ต้องดื่มสุราเป็นประจำในทุกๆ วัน นี่อาจเป็นชนวนก่อให้เกิดปัญหาขึ้นได้ เช่น </span><span style="font-weight: 400;">กรณี</span><span style="font-weight: 400;">หนุ่มใหญ่ลงแดงจนเสียชีวิตเพราะต้องดื่มเหล้าวันละ 2 ขวด แต่ไม่สามารถหาดื่มได้ เพราะจังหวัดบุรีรัมย์ประกาศห้ามขายเหล้า หรือกรณีหนุ่มวิศวะดับคาห้องพัก หลังห้ามขายสุราจนต้องหักดิบอดเหล้า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแง่หนึ่ง การที่ผู้ดื่มซื้อสุราไม่ได้อาจ</span><span style="font-weight: 400;">ถือได้ว่าเป็นโอกาสที่ดี เพื่อให้คน ลด ละ เลิก การดื่มได้ แต่อย่าลืมว่า การหาซื้อสุราไม่ได้ส่งผลกระทบกับคนอีกกลุ่มอย่างมาก โดยเฉพาะคนกลุ่มที่ติดสุราเรื้อรัง ซึ่งการขาดสุราจะส่งผลต่อสุขภาพจิต และบางครั้งอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต หากไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้องและเหมาะสม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา<strong> <a href="http://cas.or.th/cas/">ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.)</a></strong> จัดงาน ‘สัมมนาแนวทางการดูแลผู้ติดสุราในชุมชนช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19’ โดยมีภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือ ทั้งกรมสุขภาพจิต </span><span style="font-weight: 400;">สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ</span><span style="font-weight: 400;"> (สสส.) </span><span style="font-weight: 400;">สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่ออภิปรายเกี่ยวกับ</span><span style="font-weight: 400;">ข้อเสนอแนะจากงานวิจัย ประสบการณ์ที่เคยลงมือปฏิบัติงาน และความคิดเพื่อแสดงการเทียบเคียงการดูแลคนติดสุราก่อนโรค เพื่อเป็นการถอดบทเรียนและหารูปแบบการดูแลผู้ติดสุราที่เหมาะสมกับสภาวะปัจจุบัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>จากเงิน 30 บาทและ 60 บาท สู่การบำบัดคนติดสุราในชุมชน &#8211; รศ.ดร.นพ.ตะวันชัย จิรประมุขพิทักษ์</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>วงสัมมนา<span style="font-weight: 400;">เริ่มต้นด้วยการแลกเปลี่ยนงานวิจัยที่กล่าวถึงการ</span><span style="font-weight: 400;">ศึกษาประสิทธิผลของการบำบัดคนติดสุราในชุมชน ด้วยวิธีการให้สิ่งจูงใจเป็นเงินมูลค่า 30 บาท และ 60 บาท ดำเนินกระบวนการผ่านการออกเยี่ยมตามบ้านของอสม. โดย <strong>รศ.ดร.นพ.ตะวันชัย จิรประมุขพิทักษ์</strong></span> <span style="font-weight: 400;">จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เจ้าของงานวิจัย เกริ่นนำว่า งานวิจัยชิ้นนี้เกิดขึ้น โดยมีจุดประสงค์เพื่อมองหาแนวทางใหม่ๆ </span><span style="font-weight: 400;">สำหรับการบำบัดคนติดสุรา โดยเริ่มจากการออกค้นหาผู้ป่วยที่ติดสุราเป็นขั้นแรก</span></p>
<p>&#8220;ผู้ดำเนินการค้นหาจะประกอบด้วยอสม. และผู้ช่วยวิจัย 2 คน ซึ่งจะต้องทำงานคลุกคลีกับอสม. และคนในพื้นที่ได้ อีกท้ังยังต้องมีลักษณะคล้ายกับเป็นโค้ช (Coach) เพื่อคอยช่วยเหลือและเป็นต้นแบบให้อสม. ด้วย&#8221;</p>
<p>กระบวนการต่อมา จะเป็นการ<span style="font-weight: 400;">ลงพื้นเพื่อค้นหาผู้ป่วยติดสุราตามสถานที่ที่เป็นแหล่งรวมผู้คนในชุมชน เช่น ร้านขายของชำ ร้านอาหารชุมชน หรือในกลุ่มวินมอเตอร์ไซต์ ซึ่งนพ.ตะวันชัยชี้ให้เห็นว่า การดื่มเหล้ามักจะดื่มกันเป็นวงสังสรรค์วงใหญ่ๆ ดังนั้น ถ้าเราพบผู้ป่วยติดสุราคนหนึ่ง ก็จะสามารถขยายผลจากคนหนึ่งไปสู่คนต่อๆ ไปได้</span></p>
<p>เมื่อค้นหาผู้ป่วยเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะนำผู้ป่วยมาตรวจร่างกายและจิตใจ ซึ่งผู้ที่ยินยอมเข้าร่วมรับการบำบัดมีจำนวนทั้งหมด 230 คน และถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อรับการบำบัด โดย <strong>กลุ่มแรก</strong> จะเป็นกลุ่มที่อสม. เข้าเยี่ยมตามบ้านโดยไม่มีสิ่งจูงใจ <strong>กลุ่มที่สอง </strong>เป็นกลุ่มที่อสม. เข้าเยี่ยมตามบ้านโดยมีสิ่งจูงใจ 30 บาท และ <strong>กลุ่มสุดท้าย</strong> เป็นกลุ่มที่อสม. เข้าเยี่ยมตามบ้านโดยมีสิ่งจูงใจ 60 บาท</p>
<p><span style="font-weight: 400;">การบำบัดทั้ง 3 รูปแบบจะปฎิบัติต่อเนื่องกันเป็นเวลา 12 สัปดาห์ และติดตามผลต่ออีก 4 สัปดาห์ และในขณะที่วางเงื่อนไขโดยใช้สิ่งจูงใจแล้ว จะมีการรักษาแบบถอนพิษ (detoxification treatment) ควบคู่ไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;เราจะสัมภาษณ์ผู้ดื่ม ผู้ดูแล และให้เป่าเครื่องวัดแอลกอฮอล์ (breathalyzer) เพื่อดูว่าผู้ป่วยดื่มสุราหรือไม่ ในกลุ่มของผู้ที่มีเข้าร่วมโครงการโดยมีสิ่งจูงใจ ถ้าพวกเขาไม่ดื่มเลย เราจะให้สิ่งจูงใจ (เงิน 30 บาท หรือ 60 บาท) และในสัปดาห์ที่ 13 และ 16 เราจะสุ่มเวลาเยี่ยมร่วมกับการให้เป่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยไม่มีสิ่งจูงใจให้ด้วย&#8221;</span></p>
<p>ผลการศึกษาพบว่า <span style="font-weight: 400;">ทั้ง 3 กลุ่มสามารถงดสุราได้ตั้งแต่เริ่มการบำบัดจนครบ 12 สัปดาห์ถึง 10% และในช่วง 12-16 สัปดาห์จึงเริ่มเกิดความแตกต่างกันใน 3 กลุ่ม โดยกลุ่มที่งดเหล้าได้มากที่สุดจะเป็นกลุ่มที่ได้แรงจูงใจมูลค่า 60 บาท นพ.ตะวันชัยจึงชี้ให้เห็นว่า เราสามารถประสานงานกับสถานพยาบาลใกล้บ้านอสม. ให้เยี่ยมบ้านและบำบัดโดยวิธีให้แรงจูงใจได้ ซึ่งนี่ถือเป็นแรงจูงใจที่ช่วยให้หยุดดื่มสุราได้ และมีประสิทธิผลในการลดความถี่ในการดื่ม และเพิ่มอัตราการหยุดดื่มเมื่อเวลาผ่านไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี </span><span style="font-weight: 400;">มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยสามารถหยุดดื่มเหล้าได้เลย แม้ว่าจะไม่ได้รับสิ่งจูงใจใดๆ ซึ่งกลุ่มที่หยุดได้โดยสิ้นเชิงคิดเป็น 15% และดื่มไม่เกิน 2-3 ครั้งถึง 24% นพ.ตะวันชัยจึงแนะนำว่า เราอาจจะบำบัดโดยการเยี่ยมบ้านอย่างเดียวก่อน และหากไม่ได้ผลจริงๆ จึงนำเรื่องแรงจูงใจเข้ามาช่วย</span></p>
<p>&#8220;งานวิจัยชิ้นนี้ทำให้เราเห็น<span style="font-weight: 400;">ความสำคัญของอสม.ในชุมชน เพราะพวกเขาปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยติดสุราได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่ค้นหาผู้ป่วย ชักชวนผู้ป่วยเข้ารับการบำบัด ให้การบำบัด ตลอดจนดูแลต่อเนื่องในชุมชน แต่อย่างไรก็ดี อย่าลืมว่าเราทุกคนจะต้องมองไกลไปถึงการดูแลผู้ป่วยติดสุราในระยะยาวด้วย ไม่ว่าจะเป็นการช่วยหางาน การอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงสวัสดิการอื่นๆ ที่ผู้ป่วยพึงได้ เช่น ยากจน หรือพิการป่วยเรื้อรัง ด้วย&#8221; นพ.ตะวันชัยทิ้งท้าย</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>สำรวจ</b><b>มาตรการคัดกรองและบำบัดรักษาผู้ติดสุราในชุมชนก่อนและหลังโควิด-19 &#8211; พญ.พันธุ์นภา กิตติรัตน์ไพบูลย์</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>“</b><span style="font-weight: 400;">ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า คนดื่มสุรามีตั้งแต่คนที่ไม่ค่อยดื่มจนถึงคนที่ดื่มจนติดรุนแรง </span><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น แนวทางการช่วยเหลือของกระทรวงสาธารณสุขที่ทำกันอยู่ในปัจจุบัน จะขึ้นอยู่กับลักษณะพฤติกรรมการดื่มสุรา เช่น ถ้าการดื่มอยู่ในระดับเสี่ยงจะใช้วิธีให้คำแนะนำแบบสั้น ถ้าเริ่มดื่มแบบอันตรายจะเปลี่ยนไปใช้การให้คำปรึกษา และถ้าถึงขั้นติดหรือติดรุนแรงจะเข้าสู่การบำบัด</span><span style="font-weight: 400;">” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>พญ.พันธุ์นภา กิตติรัตน์ไพบูลย์</strong> ผู้อำนวยการสำนักวิชาการ กรมสุขภาพจิต เกริ่นนำ พร้อมทั้ง</span><span style="font-weight: 400;">ขยายความต่อว่า ปัจจุบัน มีข้อเสนอในภาคปฏิบัติสำหรับผู้ที่มีปัญหาการดื่มสุรา โดยในระดับการดื่มแบบเสี่ยงและระดับการดื่มแบบอันตรายจะใช้แนวทางการคัดกรองและให้คำปรึกษา ส่วนกรณีที่ดื่มแบบติดและดื่มแบบติดรุนแรงอาจจะไม่ต้องคัดกรอง แต่ใช้</span><span style="font-weight: 400;">แนวทางการบำบัดฟื้นฟูเข้าช่วยได้เลย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากแนวทางที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว จะมีการใช้ชุดคู่มืออีก 4 ชุด ควบคู่ไปด้วย ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คู่มือชุดที่ 1: ใช้สำหรับคัดกรองผู้มาเข้ารับบริการทุกคนที่อายุ 15 ปีขึ้นไป และผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงต่อปัญหาการดื่มสุรา เช่น อุบัติเหตุ โรคเรื้อรัง หรือโรคทางกายสัมพันธ์กับการดื่มสุรา เช่น ผู้ป่วยตับแข็ง หรือกระเพาะอักเสบ คู่มือชุดนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาผู้มีปัญหาการดื่มสุราในกลุ่มผู้ป่วยที่เข้ารับบริการสุขภาพทั่วไป เพื่อให้เขาได้รับการบำบัดแบบสั้นตามความรุนแรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คู่มือชุดที่ 2: ใช้สำหรับผู้ติดสุรา หรือผู้ดื่มแบบอันตรายที่ไม่สามารถควบคุมได้ โดยมีผู้ให้บริการเป็นจิตแพทย์ แพทย์ และบุคลากรสุขภาพที่เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตและยาเสพติด โดยจะใช้แบบประเมินและแบบบันทึกต่างๆ เช่น แบบบันทึกติดตามการดื่มรายบุคคลในผู้ที่มีปัญหาการดื่มสุราที่คลินิกบำบัดสุรา ฯลฯ คู่มือชุดนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และรักษาภาวะถอนพิษสุราในผู้ติดสุรา และช่วยให้ผู้ติดสุราลด ละ หรือเลิกดื่มได้ ตลอดจนป้องกันการกลับไปดื่มหรือมีปัญหาซ้ำซ้อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คู่มือชุดที่ 3: ใช้สำหรับผู้มีปัญหาการดื่มสุราในระดับความเสี่ยงสูงหรือผู้ติดสุราในชุมชน หรือผู้ติดสุราที่ได้รับการวินิจฉัยโดยแพทย์แล้วส่งต่อกลับไปยังชุมชนและญาติหรือผู้ดูแล โดยผู้ให้บริการคือบุคลากรสุขภาพทุกระดับปฏิบัติงาน ขั้นนี้จะมีคู่มือโปรแกรมเป็นหนังสือ &#8216;ใกล้บ้านสมานใจ&#8217; จำนวน 4 เล่ม โดยคู่มือชุดนี้มีวัตถุประสงค์ให้ผู้มีปัญหาการดื่มสุราในระดับความเสี่ยงสูงหรือผู้ที่ผ่านการบำบัดไปแล้วไม่ให้กลับไปทำซ้ำ รวมถึงช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาซ้ำซ้อนหรือไม่ยอมเข้ารับบริการสุขภาพได้รับการดูแลในเบื้องต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และคู่มือชุดที่ 4: เป็นชุดที่กลุ่มอสม. จะเป็นผู้ดำเนินงานหลักในการสร้างความเปลี่ยนแปลง โดยใช้หลักการที่ประกอบด้วยการให้ความรู้ทั่วไป และสร้างความตระหนักให้ประชาชนเห็นถึงปัญหาการดื่มสุราในชุมชน การให้คำแนะนำ ลด ละ เลิก ดื่มสุราโดยการสร้างแรงจูงใจต่อผู้ติดสุรา มีการเฝ้าระวังและส่งต่อผู้ที่มีปัญหารุนแรงหรือมีภาวะฉุกเฉิน รวมถึงติดตามดูแลผู้มีปัญหาการดื่มสุราในชุมชนอย่างต่อเนื่องร่วมกับบุคลากรสุขภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พญ.พันธุ์นภา ปิดท้ายว่า ในสภาวะปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทางกระทรวงสาธารณสุขมีแนวทางการติดตามดูแลผู้ป่วยติดสุราในหลาย ๆ วิธี ได้แก่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">1) การโทรถามตามเยี่ยมด้วยเป็นระยะเวลา 20 ถึง 30 นาทีต่อครั้ง โดยใช้การประเมิน ซักถามบันทึกร่วมกับการให้คำแนะนำ และการฝึกทักษะการใช้ชีวิต </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2) การจ่ายยาแบบไดร์ฟทรู (Drive Thru) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3) การรับยาโรงพยาบาลใกล้บ้านและรับที่ร้านขายยาใกล้บ้าน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">4) การรับยาทางทางไปรษณีย์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">5) การพบแพทย์ตามนัด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">6) การออกไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วยติดสุราในกรณีที่จำเป็น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">7) การมอบหมายให้ผู้ป่วยและญาติรายงานตัวผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">8) มีการใช้เครือข่ายโดย อสม. ผู้นำชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เพื่อติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>3 อาวุธ (ไม่) ลับบำบัดผู้ติดสุราในชุมชน &#8211; ดร.หรรษา เศรษฐบุปผา</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในการบำบัดผู้ติดสุรานั้น หนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ ขั้นตอน &#8216;หลัง&#8217; การบำบัด เพราะหากผู้ติดสุราเข้ารับการบำบัด แต่ไม่ได้รับการดูแลที่ดี ประกอบกับเจอสิ่งกระตุ้นหรือสิ่งยั่วยุรอบตัว ก็อาจจะทำให้พวกเขาหวนกลับไปดื่มซ้ำอีก จึงจำเป็นจะต้องมีนวัตกรรมเพื่อเป็นตัวช่วยประคับประคอง ไม่ให้ผู้ที่ผ่านการบำบัดสุราแล้วหวนกลับไปดื่มซ้ำ</p>
<p>หนึ่งในนวัตกรรมสำหรับผู้ป่วยหลังการบำบัดสุราคือ &#8216;ใกล้บ้านสมานใจ โทรถามตามเยี่ยม&#8217; ที่จะ<span style="font-weight: 400;">ช่วยประคับประคองให้ผู้ติดสุราที่ผ่านการบำบัดแล้วให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ รวมไปถึงช่วยให้ผู้ป่วยลด ละ เลิกสุราได้อย่างแท้จริงโดยไม่หวนกลับไปดื่มซ้ำ โดยอาศัยการลงพื้นที่และเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดจากบุคลากรด้านสุขภาพภายในชุมชน</span></p>
<p><a href="https://alcoholrhythm.com/interview-hunsa/"><strong>ดร.หรรษา เศรษฐบุปผา</strong></a><span style="font-weight: 400;"> อาจารย์กลุ่มวิชาการพยาบาลจิตเวช คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวนำว่า </span><span style="font-weight: 400;">ผู้ติดสุราที่มีปัญหาเรื่องการดื่มอย่างหนักและต้องเข้ารับการรักษาซ้ำๆ ถือเป็นวิกฤตระดับชาติ </span><span style="font-weight: 400;">เพราะหากมองภายใต้กรอบของการดูแลเชิงรุกจะพบว่า ผู้ป่วยเหล่านี้มีปัญหาด้านอื่นๆ ประกอบด้วย ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา ที่อยู่อาศัย รวมไปถึงการที่พวกเขาไม่ได้รับการส่งเสริมสุขภาพที่ดีอย่างเพียงพอ </span><span style="font-weight: 400;">จึงเป็นที่มาของการเข้าไปดูแลเชิงรุกภายในชุมชน และเป็นจุดเริ่มต้นของ 3 โปรแกรม คือ ใกล้บ้าน สมานใจ โทรถาม ตามเยี่ยม โทรถาม ตามเยี่ยม (แบบสั้น)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ โปรแกรมดังกล่าวจะรวมเรื่อง</span><span style="font-weight: 400;">การบำบัดดูแลเข้าไปด้วย ซึ่งประกอบด้วย</span><span style="font-weight: 400;"> 3 ด้าน 9 องค์ประกอบ ที่จะนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อบำบัดดูแล ได้แก่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">1) การดูแล ประกอบด้วย เรื่องยา การให้คำปรึกษา และการเข้ารับบริการสุขภาพ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2) การฟื้นฟูสภาพ จะเน้นเรื่องการส่งเสริมสุขภาพ และการดำเนินชีวิตประจำวัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3) การบริการสนับสนุนและประคับประคอง ประกอบด้วยเรื่องโอกาสในการทำงาน การจัดการเอกสารต่างๆ การช่วยเหลือเรื่องที่พักอาศัย และการจัดการค่าใช้จ่าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;</span>ลักษณะของโปรแกรม &#8216;ใกล้บ้าน สมานใจ&#8217; เป็นการบำบัดดูแลที่บ้านของผู้ติดสุรา โดยประกอบไปด้วยการประเมิน สังเกต ซักถาม และบันทึกในแบบบันทึกร่วมกับการให้ความรู้ คำแนะนำ หรือการฝึกทักษะ ใช้เอกสารและคู่มือตามโปรแกรม 4 เล่ม&#8221;</p>
<p>&#8220;<span style="font-weight: 400;">จำนวนครั้งในการบำบัดดูแลที่บ้านทั้งหมด 5 ครั้ง จะแบ่งเป็นการลงพื้นที่ในแต่ละสัปดาห์ 1 ครั้ง จนครบทั้งหมด 5 ครั้ง ใช้เวลาครั้งละ 60-70 นาที และมีระยะติดตามต่อเนื่องหลังสิ้นสุดโปรแกรม 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน 9 เดือน และ 12 เดือน</span>&#8221;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ดร.หรรษายังอธิบายเพิ่มว่า บุคลากรสุขภาพจะทำงาน 5 ขั้นตอน เพื่อช่วยดูแลผู้ป่วยหลังได้รับการบำบัดแล้ว โดยเริ่มตั้งแต่ (1) คัดกรอง ค้นหาผู้ติดสุราที่มีปัญหาซับซ้อนรุนแรงและเรื้อรังหลังการบำบัด; (2) </span><span style="font-weight: 400;">เตรียมและตกลงการบริการ บอกวัตถุประสงค์และมอบคู่มือแก่ผู้ติดสุราและญาติ; (3) </span><span style="font-weight: 400;">ทำตารางนัดหมาย 10 ครั้งต่อ 1 ปี และตกลงกันเรื่องช่องทางการสื่อสาร; (4) </span><span style="font-weight: 400;">ลงพื้นที่ ทำการบำบัดดูแลตามคู่มือบุคลากร และบันทึกในแบบบันทึกใกล้บ้าน สมานใจ และ (5) </span><span style="font-weight: 400;">ประเมินประสิทธิผล การเปลี่ยนแปลงการดื่ม พฤติกรรมจากแบบบันทึกและแบบสอบถาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับผลของโปรแกรมใกล้บ้าน สมานใจ พบว่า ปี 2553-2556 ซึ่งมีการพัฒนาโปรแกรมต้นแบบและศึกษาประสิทธิผลทั่วประเทศ ผลปรากฎว่ากลุ่มทดลองของทุกภาคไม่กลับมาดื่ม ร้อยละ 29.17 ถึง 35.00 และลดปริมาณการดื่มลง (รวมถึงผู้ที่สามารถเลิกดื่มได้) ร้อยละ 90.00 ถึง 96.66 ส่วนคงดื่มเท่าเดิมร้อยละ 4.16 และเพิ่มปริมาณการดื่มร้อยละ 3.33 ถึง 10.00 </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันนี้ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้บรรจุโปรแกรมใกล้บ้าน สมานใจ ให้เป็นกระบวนการช่วยเหลือผู้ติดสุราคู่มือชุดที่ 3 เพื่อนำไปใช้ดูแลและประคับประคองหลังจากผู้ป่วยถูกจำหน่ายออกจากโรงพยาบาลต่อไป</span></p>
<p>จากโปรแกรมใกล้บ้าน สมานใจ พัฒนาต่อยอดเป็นโปรแกรม &#8216;โทรถาม ตามเยี่ยม&#8217; ซึ่งเปลี่ยนจาก<span style="font-weight: 400;">การลงพื้นที่เป็นการคุยผ่านทางโทรศัพท์แทน โดยจำนวนครั้งในการบำบัดดูแลทางโทรศัพท์มีทั้งหมด 5 ครั้ง แบ่งการโทรสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จนครบทั้งหมด 5 ครั้ง ใช้เวลาแต่ละครั้ง 60-70 นาที มีระยะติดตามต่อเนื่องหลังสิ้นสุดโปรแกรม 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน และโทรถึงญาติ 2 ครั้ง</span></p>
<p>ทั้งนี้ โปรแกรมโทรถาม ตามเยี่ยม มี 5 ขั้นตอนสุขภาพที่ดำเนินการโดยบุคลากรสุขภาพเช่นเดียวกับโปรแกรมใกล้บ้าน สมานใจ ดังนี้</p>
<p><span style="font-weight: 400;">1. คัดกรอง ค้นหาผู้ติดสุราที่มีปัญหาซับซ้อนรุนแรงและเรื้อรังหลังการบำบัด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2. เตรียมและตกลงการบริการ บอกวัตถุประสงค์และมอบคู่มือแก่ผู้ติดสุราและญาติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3. นัดหมาย ทำตารางนัดหมาย 10 ครั้ง ต่อ 6 เดือน ตกลงเรื่องช่องทางการสื่อสาร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">4. ทำการบำบัดดูแลตามคู่มือบุคลากร และบันทึกในแบบบันทึกโทรถาม ตามเยี่ยม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">5. ประเมินประสิทธิผล การเปลี่ยนแปลงการดื่ม พฤติกรรมจากแบบบันทึกและแบบสอบถาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;จากการปฏิบัติตามโปรแกรมโทรถาม ตามเยี่ยม พบว่า ปี 2555-2557 ซึ่งมีการพัฒนาโปรแกรมต้นแบบและศึกษาประสิทธิผลทั่วประเทศ และมีการติดตาม 6 เดือน พฤติกรรมการดื่มหนักลดลงจากร้อยละ 23.76 เป็นร้อยละ 7.78 ต่อเดือน วันหยุดดื่มเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 3.57 เป็นร้อยละ 21.24 ต่อเดือน และการกลับมารักษาซ้ำลดลง&#8221;</span></p>
<p>&#8220;เรายังมีการพัฒนาโปรแกรมที่ 3 คือโปรแกรม &#8216;โทรถาม ตามเยี่ยมแบบสั้น&#8217; ซึ่งใช้การโทรศัพท์ติดตามเหมือนโปรแกรมโทรถาม ตามเยี่ยม แต่จะใช้ระยะเวลาโทรที่สั้นกว่า และใช้คู่มือ 1 เล่ม จาก 4 เล่ม&#8221;</p>
<p>สำหรับประสิทธิภาพของโปรแกรมโทรถาม ตามเยี่ยมแบบสั้นนั้น พบว่า ใน<span style="font-weight: 400;">ปี 2557-2560 ที่มีการพัฒนาโปรแกรมต้นแบบและศึกษาประสิทธิผลทั่วประเทศ พบว่า จากการติดตาม 6 เดือน พฤติกรรมการดื่มลดลงจาก 23.76 เป็น 7.78 ต่อเดือน วันหยุดดามเพิ่มขึ้นจาก 3.57 เป็น 21.24 ต่อเดือน และการกลับมารักษาซ้ำลดลง&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.หรรษาแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมในตอนท้ายว่า โปรแกรมเชิงรุกในชุมชนทั้ง 3 โปรแกรมที่กล่าวมาข้างต้น สามารถช่วยบรรเทาปัญหาผู้ติดเหล้าให้เบาบางลง และทำให้หลายๆ ครอบครัวได้มีโอกาสกลับมามีความสุขอีกครั้งหนึ่ง </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><strong>โควิด-19: โรคระบาด และโอกาสในการช่วยเหลือผู้ติดสุรา</strong></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จังหวะนี้เป็นจังหวะที่ดีที่รัฐบาลสามารถช่วยเหลือคนที่ติดสุราได้” <strong>นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์</strong> จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในช่วงสุดท้ายของการสัมมนา โดยเขาสรุปว่า </span><span style="font-weight: 400;">รูปแบบที่คาดว่าจะเหมาะสมในการค้นหาและดูแลผู้ติดสุราในชุมชนช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 นี้ต้องมีองค์ประกอบ 3 ด้าน คือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">1. มีการไปเยี่ยมบ้าน เพื่อชักชวนบุคคลที่ติดสุราในชุมชนให้เลิกดื่ม เพราะมีการรายงานจากการศึกษาหลายชิ้นชี้ชัดว่า ถ้ามีกระบวนการเยี่ยมให้กำลังใจ จะช่วยให้คนสามารถลด ละ เลิกได้ ซึ่งจุดนี้ต้องพึ่งการให้ความร่วมมือของภาคีต่างๆ เช่น หน่วยงานของสาธารณสุข อสม. และภาคประชาชน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2. ระบบการบริการสาธารณสุขในทุกพื้นที่จะต้องส่งเสริมให้มีบริการที่เข้าถึงได้ง่าย เพื่อจะได้รับการส่งต่อจากองค์ประกอบด้านแรก โดยพยายามใช้ทุกโอกาสที่มีเพื่อช่วยให้คนเลิกติดสุรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3. สร้างบรรยากาศภาพรวมของสังคมเพื่อชักชวนว่าการลด ละ เลิกสุราเป็นเรื่องที่ดี หากใครที่สนใจต้องการลด ละ เลิกสุรา สามารถใช้บริการต่างๆ ที่ผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยกันรวบรวมข้อมูลทั้งหมดไว้แล้ว เพื่อที่ประชาชนจะนำไปเลือกใช้ได้อย่างง่ายที่สุด</span></p>
<p>ขณะที่พญ.พันธุ์นภาได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า ในช่วงที่โควิด-19 แพร่ระบาด และมีการห้ามขายสุรานั้น หากเราใช้วิธีขู่ผู้ติดสุราที่ต้องดื่มในปริมาณมากว่า จะทำให้ติดโรค อาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีหรือได้ผลสักเท่าไหร่</p>
<p>&#8220;เราเห็นแล้วว่า ช่วงที่ภาครัฐงดขายสุรา มีคนจำนวนมากงดดื่มสุรา ภาครัฐจึงอาจจะใช้ประโยชน์ตรงนี้ โดยชมเชยพวกเขา และแสดงให้พวกเขาเห็นว่า พวกเขาไม่ดื่มสุราก็สามารถอยู่ได้ หรืออาจจะพูดให้เห็นภาพชัดขึ้น โดยเพิ่มมิติทางเศรษฐกิจเข้าไปด้วย เช่น ถ้าเลิกดื่มสุราตลอดเดือนเมษายนจะมีเงินอยู่ในกระเป๋า 3000 บาท&#8221;</p>
<p>ทั้งนี้ <span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าสถานการณ์โควิด-19 จะจบลงเมื่อไหร่ และทางออกเรื่องนี้จะเป็นไปทางทิศทางไหน แต่อย่างน้อยที่สุด เราก็ได้เห็นความร่วมมือเล็กๆ ในหลายภาคส่วนของสังคมเพื่อหา</span><span style="font-weight: 400;">รูปแบบการดูแลผู้ติดสุรา ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์แก่พวกเขาต่อไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ : ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcoholism-and-covid19/">‘เพราะคนติดเหล้าต้องได้รับการเอาใจใส่แม้ยามเกิดโรคระบาด’ &#8211; ถอดบทเรียนการดูแลผู้ติดสุราในชุมชนช่วง Covid-19</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1847</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ความรุนแรงในครัวเรือน &#8211; ขาดสุรา &#8211; สภาวะจน เครียด กินเหล้า : เรื่องเหล้าเมื่อคราว COVID-19 ระบาด</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/no-alcohol-during-covid19/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=no-alcohol-during-covid19</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 May 2020 06:56:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[การงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[ความรุนแรงในครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ติดสุราเรื้อรัง]]></category>
		<category><![CDATA[ลงแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=1801</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ก่อให้เกิดผลกระทบกับชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างมาก หลายประเทศต้องออกมาตรการทั้งทางกฎหมายและการรณรงค์ เพื่อจะหยุดการแพร่ระบาดในครั้งนี้ หนึ่งในมาตรการที่ประเทศไทยเริ่มประกาศใช้ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาคือ การออกคำสั่งห้ามจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพื่อลดความเสี่ยงของประชาชนในการสัมผัสเชื้อโรคในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งมาตรการดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิพากษ์ในวงกว้าง ท้ังจากผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ในขณะเดียวกัน มาตรการห้ามขายเหล้าก็อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบที่เราคาดไม่ถึง โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้ติดสุราเรื้อรังอย่างหนัก ที่อาจจะเกิดอาการลงแดงในช่วงห้ามจำหน่ายสุรา และนำไปสู่การเสียชีวิตได้ในที่สุด ด้วยเหตุนี้ จึงมีบุคลากรทางการแพทย์ รวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญและคนที่ทำงานเกี่ยวกับแอลกอฮอล์ออกมาให้ความรู้ รวมถึงแนะนำให้ผู้ที่ติดสุราเรื้อรังพบแพทย์ เพื่อจะได้รับคำแนะนำและการรักษาที่ถูกต้อง อย่างไรก็ดี ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศเดียวที่ห้ามจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงนี้ เพราะในบางประเทศก็มีการห้ามจำหน่ายสุราเช่นกัน เช่น ประเทศแอฟริกาใต้ ที่รัฐบาลประกาศห้ามขายเหล้าและงดการขนส่งเครื่องดื่มแอลกฮอล์ทุกชนิด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยให้เหตุผลว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มักเป็นการดื่มแบบรวมกลุ่ม ทำให้คนจำเป็นต้องพบปะกัน ซึ่งอาจส่งผลต่อการแพร่กระจายของไวรัสได้ นอกจากนี้ แอฟริกาใต้ยังมีเป้าหมายลดความรุนแรงในประเทศ เพราะประเทศต้องสำรองเตียงและบุคลากรทางการแพทย์ไว้สำหรับการแพร่ระบาดครั้งใหญ่นี้ นอกจากปัญหาที่เกิดกับผู้ติดสุราเรื้อรังแล้ว อีกหนึ่งปัญหาที่แม้ไม่ได้เกี่ยวกับแอลกอฮอล์โดยตรง แต่เป็นผลกระทบที่ถูก &#8216;เร่ง&#8217; ได้ด้วยแอลกอฮอล์คือ &#8216;ปัญหาความรุนแรงในครัวเรือน&#8217; ที่เพิ่มขึ้นสูงมากในช่วงโควิด-19 ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม การเงิน และความไม่แน่นอนของสังคม ที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยในบ้านอาจเกิดความเครียด และแปรเปลี่ยนเป็นผู้ก่อความรุนแรงได้ อีกปัจจัยหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้คือ การดื่มแอลกอฮอล์ ที่หากผู้ดื่มไม่ระมัดระวังการดื่มของตน ก็อาจจะทำให้ขาดสติจนก่อความรุนแรงกับคนในครอบครัวได้เช่นกัน เท่ากับว่า &#8216;บ้าน&#8217; ที่ดูจะเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุดในยุคไวรัสแพร่ระบาด อาจไม่ได้ปลอดภัยหรืออบอุ่นสำหรับทุกคน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็อาจส่งผลกระทบมากกว่าที่เราคิด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/no-alcohol-during-covid19/">ความรุนแรงในครัวเรือน &#8211; ขาดสุรา &#8211; สภาวะจน เครียด กินเหล้า : เรื่องเหล้าเมื่อคราว COVID-19 ระบาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ก่อให้เกิดผลกระทบกับชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างมาก หลายประเทศต้องออกมาตรการทั้งทางกฎหมายและการรณรงค์ เพื่อจะหยุดการแพร่ระบาดในครั้งนี้</p>
<p>หนึ่งในมาตรการที่ประเทศไทยเริ่มประกาศใช้ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาคือ การออกคำสั่งห้ามจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพื่อลดความเสี่ยงของประชาชนในการสัมผัสเชื้อโรคในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งมาตรการดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิพากษ์ในวงกว้าง ท้ังจากผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ในขณะเดียวกัน มาตรการห้ามขายเหล้าก็อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบที่เราคาดไม่ถึง โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้ติดสุราเรื้อรังอย่างหนัก ที่อาจจะเกิดอาการลงแดงในช่วงห้ามจำหน่ายสุรา และนำไปสู่การเสียชีวิตได้ในที่สุด</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ จึงมีบุคลากรทางการแพทย์ รวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญและคนที่ทำงานเกี่ยวกับแอลกอฮอล์ออกมาให้ความรู้ รวมถึงแนะนำให้ผู้ที่ติดสุราเรื้อรังพบแพทย์ เพื่อจะได้รับคำแนะนำและการรักษาที่ถูกต้อง</p>
<p>อย่างไรก็ดี ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศเดียวที่ห้ามจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงนี้ เพราะในบางประเทศก็มีการห้ามจำหน่ายสุราเช่นกัน เช่น ประเทศแอฟริกาใต้<span style="font-weight: 400;"> ที่รัฐบาลประกาศห้ามขายเหล้าและงดการขนส่งเครื่องดื่มแอลกฮอล์ทุกชนิด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยให้เหตุผลว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มักเป็นการดื่มแบบรวมกลุ่ม ทำให้คนจำเป็นต้องพบปะกัน ซึ่งอาจส่งผลต่อการแพร่กระจายของไวรัสได้ นอกจากนี้ แอฟริกาใต้ยังมีเป้าหมายลดความรุนแรงในประเทศ เพราะประเทศต้องสำรองเตียงและบุคลากรทางการแพทย์ไว้สำหรับการแพร่ระบาดครั้งใหญ่นี้</span></p>
<p>นอกจากปัญหาที่เกิดกับผู้ติดสุราเรื้อรังแล้ว อีกหนึ่งปัญหาที่แม้ไม่ได้เกี่ยวกับแอลกอฮอล์โดยตรง แต่เป็นผลกระทบที่ถูก &#8216;เร่ง&#8217; ได้ด้วยแอลกอฮอล์คือ &#8216;ปัญหาความรุนแรงในครัวเรือน&#8217; ที่เพิ่มขึ้นสูงมากในช่วงโควิด-19 ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม การเงิน และความไม่แน่นอนของสังคม ที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยในบ้านอาจเกิดความเครียด และแปรเปลี่ยนเป็นผู้ก่อความรุนแรงได้ อีกปัจจัยหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้คือ การดื่มแอลกอฮอล์ ที่หากผู้ดื่มไม่ระมัดระวังการดื่มของตน ก็อาจจะทำให้ขาดสติจนก่อความรุนแรงกับคนในครอบครัวได้เช่นกัน</p>
<p>เท่ากับว่า &#8216;บ้าน&#8217; ที่ดูจะเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุดในยุคไวรัสแพร่ระบาด อาจไม่ได้ปลอดภัยหรืออบอุ่นสำหรับทุกคน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็อาจส่งผลกระทบมากกว่าที่เราคิด ทั้งผลจากการห้ามขาย และผลจากการดื่มมากจนขาดการยับยั้งชั่งใจ</p>
<p>Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า สนทนากับ<strong>วิทย์ วิชัยดิษฐ</strong> นักวิจัยจาก<strong><a href="http://cas.or.th/cas/">ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.)</a> </strong>เกี่ยวกับ &#8216;เรื่องเหล้า&#8217; ในวันที่ไม่มีเหล้าขาย และโควิด-19 แพร่ระบาด ไล่เรียงตั้งแต่ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และความสัมพันธ์ระหว่างปัญหาดังกล่าวกับการดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงคุยเรื่องผลกระทบจากมาตรการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และมองสถานการณ์ &#8216;จน เครียด กินเหล้า&#8217; กับชีวิตในยุคโควิด-19</p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_1817" aria-describedby="caption-attachment-1817" style="width: 2048px" class="wp-caption alignnone"><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-1817" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC04316.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC04316.jpg 2048w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC04316-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC04316-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC04316-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /><figcaption id="caption-attachment-1817" class="wp-caption-text">ภาพโดย เมธิชัย เตียวนะ (The101.world)</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ปัจจุบัน ภาพรวมสถานการณ์ความรุนแรงของประเทศไทยเป็นอย่างไร และการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ความรุนแรงในครัวเรือนเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ อย่างไร</strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางศูนย์วิจัยปัญหาสุรามีการวิเคราะห์ข้อมูลการสำรวจของสำนักสถิติแห่งชาติในช่วงปี 2560 ซึ่งสำรวจการดื่มสุราและสูบบุหรี่ของประชากรไทย มีการสอบถามเรื่องพฤติกรรมการดื่มสุราในครัวเรือน และสอบถามคนในครัวเรือนนั้นๆ ว่า ที่ผ่านมา คุณเคยได้รับผลกระทบอะไรจากการดื่มสุราบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอเจอคำถามแบบนี้ คนส่วนใหญ่จะตอบว่า ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงทางวาจา ซึ่งเขาไม่ได้บอกนะ ว่าเกี่ยวกับอะไร แต่เราพออนุมานได้ว่า คงมีการตะคอกใส่กัน ส่วนการรายงานความรุนแรงทางกายมีค่อนข้างน้อย อาจจะเป็นเพราะเราถามเขาว่า เขาเจอความรุนแรงอะไรในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาบ้าง ไม่ใช่ว่าเจออะไรที่เป็นความรุนแรงต่อชีวิต คำตอบที่ได้เลย</span><span style="font-weight: 400;">น้อยกว่าความรุนแรงที่ผลสำรวจอื่นเจอ คือหญิงไทยประมาณ 1 ใน 6 บอกว่าเคยโดนแฟนหรือสามีทำร้ายร่างกาย แต่พอเป็นการสำรวจการดื่มสุราและสูบบุหรี่ของประชากรไทย เราพบเรื่องนี้น้อยมาก อาจจะเป็นเพราะเราจำกัดแค่ 12 เดือนอันเนื่องมาจากการบริโภคสุรา จึงอาจจะทำให้คนที่ตอบตัดสินเองว่าเพราะเหล้าเป็นเหตุ หรือเป็นเพราะบุคลิกของบุคคลนั้นหรือเปล่า ข้อมูลตรงนี้จึงอาจจะคลาดเคลื่อนได้</span></p>
<p>ต่อมา เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผม<span style="font-weight: 400;">เจอรายงานความรุนแรงในครัวเรือนมากขึ้น คือการเกิดโควิด-19 ไม่ได้ทำให้ข่าวการเกิดอาชญากรรมลดลง ความรุนแรงก็ยังมีรายงานอยู่ อย่างน้อยในเชิงปริมาณ แปลว่าโควิด-19 ไม่ได้ทำให้ความรุนแรงหายไปเสียทีเดียว ยังมีการรายงานข่าวเกี่ยวกับความรุนแรงอยู่เป็นระยะๆ แต่เราต้องดูด้วยว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ด้วยไหม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>เราจะอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มแอลกอฮอล์กับความรุนแรงในครัวเรือนได้อย่างไรบ้าง</strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเราดูธรรมชาติของความรุนแรงในครัวเรือน ปัจจัยเสี่ยงที่มากที่สุดคือ พฤติกรรมของฝ่ายชายที่จะควบคุมฝ่ายหญิง </span><span style="font-weight: 400;">ถ้ามองจากตรงนี้ สุราจะทำหน้าที่เป็นตัว &#8216;เร่ง&#8217; ปฏิกิริยา ทำให้คนที่มีแนวโน้มจะใช้ความรุนแรงมีโอกาสใช้ความรุนแรงมากขึ้น เราเคยคุยกับนักปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ </span><span style="font-weight: 400;">(paramedics) ที่เป็นด่านแรกๆ ในการตอบสนองต่อคดีความรุนแรงในครอบครัว พบว่า เวลาเกิดเหตุการณ์พวกนี้ขึ้นมา </span><span style="font-weight: 400;">แพทเทิร์นมันจะคล้ายๆ กันเกือบทั้งโลกเลย คือแอลกอฮอล์เป็นตัวเร่งให้เกิดความรุนแรงได้ง่ายขึ้น</span></p>
<p>เพื่อให้เห็นภาพกลุ่มคนที่มีแนวโน้มจะใช้ความรุนแรงชัดขึ้น เราลองดูเหตุการณ์จำพวกวัยรุ่นตีกันตามงานสงกรานต์ก็ได้ เด็กกลุ่มนี้มีแนวโน้มจะตีกันอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่ที่ตีกันก็เพราะมีแอลกอฮอล์เป็นตัวเร่ง ส่วนคนที่ไม่มีแนวโน้มจะใช้ความรุนแรงก็จะดื่มเหล้ากันเฉยๆ แต่ก็จะมีความเสี่ยงอย่างอื่นแทน เช่น เมาแล้วขับ ดื่มแล้วขับ ซึ่งสามารถก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ แต่เรื่องการตีกัน แอลกอฮอล์จะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ทำให้ความยับยั้งช่างใจลดลง จากที่อาจจะแค่คิดเฉยๆ ก็เปลี่ยนเป็นใช้ความรุนแรงจริงๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>แล้วเราจะแก้ไขความรุนแรงในครัวเรือนได้อย่างไร</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวทางการแก้ไขทั้งของไทยและต่างประเทศคือ เราต้องสื่อสารกับผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบ ให้พวกเธอรู้ว่า ถ้าเกิดเหตุขึ้นมา เธอจะขอความช่วยเหลือได้ที่ไหนบ้าง และให้ผู้หญิงกลุ่มนี้ทราบว่า พวกเธอสามารถแจ้งหรือติดต่อตำรวจได้โดยตรง</span></p>
<p>ถ้าเป็นต่างประเทศ จะมีคำแนะนำด้วยว่า หากผู้หญิงที่ถูกกระทำความรุนแรงไปพบแพทย์หรือเภสัชกร และอยากจะรายงานเรื่องความรุนแรงที่เกิดขึ้น จะมีวิธีใช้คำพูดแบบสื่อสารทางอ้อมเพื่อจะสามารถส่งตัวผู้หญิงไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้</p>
<p>สุดท้ายคือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะ<span style="font-weight: 400;">จัดตั้งศูนย์พักพิงสำหรับผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบจากการใช้ความรุนแรงด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งประเด็นที่อยากเสริมคือ อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า ความรุนแรงในครัวเรือนมักจะเกิดจากพฤติกรรมที่ฝ่ายชายต้องการ &#8216;ควบคุม&#8217; ฝ่ายหญิง และความต้องการควบคุมอย่างหนึ่ง การควบคุมทางเศรษฐกิจ</span><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">ผู้หญิงจำนวนหนึ่งไม่สามารถหนีไปไหน เพราะกลัวว่าหากหนีไปแล้วจะไม่สามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ เราจึงอาจจะต้องหาทางให้ผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบตรงนี้มีแนวทางประกอบอาชีพด้วย </span><span style="font-weight: 400;">ให้เขาออกมาแล้วหาเลี้ยงตัวเองได้ ให้เขามีความพร้อม จะได้มีแรงจูงใจที่จะออกมาจากสถานการณ์ตรงนั้นได้มากขึ้น </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>อีกประเด็นคือ ตอนนี้มีประกาศห้ามจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในฐานะนักวิจัยเรื่องสุรา คุณมองเห็นอะไร มีคนกลุ่มไหนบ้างที่จะได้รับผลกระทบจากนโยบายนี้</strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าถามผม ผมมีความกังวลสองสามเรื่อง เรื่องแรกคือ เมื่อช่วงนี้ไม่สามารถขายแอลกอฮอล์ได้ตามช่องทางห้างร้านปกติ ก็อาจจะมีคนนำไปขายในตลาดมืดแทน อีกอย่างหนึ่ง มีการใช้สารชดเชยแอลกอฮอล์แทนในช่วงนี้ เช่นที่เร็วๆ นี้ ข่าวออกว่ามีการต้มน้ำกระท่อมแทนเพื่อเป็นการชดเชยแอลกอฮอล์</span><span style="font-weight: 400;"> และประเด็นที่สำคัญคือ ปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนที่เป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h4><b>มีการใช้สารทดแทนแอลกอฮอล์เกิดขึ้น แสดงว่ากฎหมายห้ามไม่ให้มีการซื้อขายแอลกอฮอล์ก็ส่งผลกระทบต่อผู้คนไม่น้อย ซึ่งรวมทั้งกลุ่มผู้ป่วยติดสุราด้วย?</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ครับ ในจังหวัดที่ห้ามขายเหล้าจะมีข่าวคนลงแดงตาย อาการหนัก แต่ช่วยเหลือไว้ได้ทันวันละ 1-2 ราย โรงพยาบาลต่างๆ ก็จะมีผู้ป่วยติดเหล้าเข้าการรักษาเสมอ มีอาการหลากหลายมาก ตั้งแต่ลงแดงไปจนถึงไม่ลงแดง ซึ่งก็จะมีบางรายที่เข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาลหลายครั้ง พอออกมาก็กลับไปดื่มอีก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการสำรวจระบาดวิทยาจิตเวชคาดว่า ในประเทศไทยมีประชากรเป็นโรคติดสุราประมาณ 9 แสน ถึง 1 ล้านคน คาดว่ามีผู้ที่ติดสุราในภาวะรุนแรงอยู่ราวๆ 5 หมื่นถึง 1 แสนคนทั่วประเทศ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>แล้วเราจะบอกได้อย่างไรว่า ผู้ที่ติดสุราคนนั้นเป็นผู้ที่ติดสุราเรื้อรัง และเราจะมีวิธีสังเกตอาการลงแดงหรือไม่ อย่างไร</strong></h4>
<p>นิยามของผู้ที่ติดสุราเรื้อรังคือ <span style="font-weight: 400;">ดื่มครึ่งขวดกลมขึ้นไปต่อวัน มีโรคประจำตัวทุกวันมา 5 ปีขึ้นไป หรือว่าเป็นตับแข็ง ก็อาจมีโอกาสเกิดภาวะขาดเหล้ารุนแรง เพราะฉะนั้น คนกลุ่มนี้ต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาล</span></p>
<p>ถ้าผู้ติดสุรามีอาการลงแดง อาการสามารถแสดงออก<span style="font-weight: 400;">ได้ตั้งแต่ 6 ชั่วโมงแรก ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่จะรู้อาการตัวเอง ส่วนมากจะหงุดหงิด เวียนหัว ร่วมกับอาการอื่นๆ ซึ่ง</span>ถ้ารู้ตัวแล้วว่ามีอาการลงแดงต้องรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะแพทย์จะมียาให้กินทดแทนพิษเหล้าได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>ในฐานะที่ศูนย์วิจัยปัญหาสุราทำการวิจัยด้านนี้โดยตรง อยากชวนลองประเมินภาพรวมระยะยาวหลังจากนี้ สถานการณ์การระบาดของโรคจะส่งผลให้ผู้คนดื่มเครื่องแอลกอฮอล์มากขึ้น หรือผู้ที่ติดสุราอยู่แล้วมีแนวโน้มของอาการมากขึ้นหรือไม่ เพราะในช่วงของการระบาดมีทั้งความเครียดจากเศรษฐกิจและความเครียดจากการกักตัว </b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงๆ การติดสุรามีหลายระดับ ถ้าดูภาพสังคมไทยโดยรวม ประชาชนไทยส่วนใหญ่ไม่ดื่มสุรา ส่วนในกลุ่มคนดื่มที่อยู่ในระดับติด ถ้าไม่ถึงขั้นลงแดง ก็จะมีระบบสนับสนุนอย่างอื่นเพื่อการควบคุมได้ ผมเลยคิดว่า จำนวนผู้ดื่มสุราที่ไม่ได้ติดหนัก ‘น่าจะลดลง’ </span><span style="font-weight: 400;">เพราะการดื่มในสังคมไทยโดยรวมเป็นการดื่มทางสังคมค่อนข้างเยอะ พอมีการปิดประเทศ ก็ไม่ได้มีบริบทของการชวนกันดื่ม พอไม่ได้เจอกันตัวต่อตัวก็ไม่ค่อยได้ดื่มมากเหมือนเดิม อีกทั้งยังมีคำสั่งห้ามขายและห้ามสังสรรค์ในงานใหญ่ๆ ด้วย </span>ดังนั้นแนวโน้มน่าจะลดลงโดยรวม</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนถ้าถามว่า จะมีสภาวะ ‘จน เครียด กินเหล้า’ เกิดขึ้นบ้างไหม โดยส่วนตัวผมมองว่าไม่น่าถึงขนาดนั้นนะ อาจจะมีบ้างที่กินเหล้าเพื่อลืมทุกข์ ซึ่งก็มีคนจำนวนหนึ่งที่มี Hoping Mechanism แบบนี้ แต่เท่าที่เห็นแนวโน้มในตอนนี้ </span><span style="font-weight: 400;">มันยังไม่น่าจะกระจายเพราะมีคำสั่งห้ามขายสุรา ตอนนี้เหมือนกับคนเข้าถึงสุราไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่า ถ้ายังมีคำสั่งห้ามขายแอลกอฮอล์อยู่ การดื่มแอลกอฮอล์น่าจะลดลง    </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_1818" aria-describedby="caption-attachment-1818" style="width: 2048px" class="wp-caption alignnone"><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-1818" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC03088.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC03088.jpg 2048w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC03088-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC03088-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2020/04/DSC03088-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /><figcaption id="caption-attachment-1818" class="wp-caption-text">ภาพโดย เมธิชัย เตียวนะ (The101.world)</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<blockquote><p><b><br />
</b><b>เกร็ดน่ารู้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ผู้ชายไทยประมาณ 3.5% เป็นโรคติดสุรา (alcohol dependence) ส่วนผู้หญิงเป็นโรคติดสุราแค่ 0.2% เท่านั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ความผิดปกติของดื่มแอลกอฮอล์ (alcohol use disorder เป็นโรคซึ่งคล้ายโรคติดสุรา แต่ความรุนแรงน้อยกว่า) ความชุกของอาการฯ สูงที่สุดในภาคเหนือ (ประมาณ 3.5%) และในกลุ่มคนอายุ 25-34 ปี (ประมาณ 9.1%) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; การใช้สารชดเชยสุรา (เช่น น้ำกระท่อม) ในช่วงนี้ พบว่ามีการเสพน้ำต้มใบกระท่อม (สี่คูณร้อย) เพิ่มขึ้นหลังประกาศ พรก.ฉุกเฉิน ห้ามขายเหล้าเบียร์ทั่วประเทศ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ว่า มีการจับกุมกลุ่มบุคคลมั่วสุมขัด พรก.ฉุกเฉิน เสพยาบ้า-กัญชา-ต้มสี่คูณร้อยดื่มที่ปทุมธานีและศรีสะเกษ ส่วนที่ภูเก็ตมีพนักงานส่งอาหารลักลอบขนใบกระท่อมและน้ำสี่คูณร้อย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; แม้ในวันที่ 10 มีนาคม 2563 ทางคณะรัฐมนตรีจะมีมติอนุมัติหลักการตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ โดยให้ยกเลิกพืชกระท่อมออกจากยาเสพติดประเภทที่ 5 และเลิกบทกำหนดโทษ แต่ยังมีข้อจำกัดให้การใช้กระท่อมอยู่ในบริบทของวิถีชาวบ้าน ส่วนการค้าขายหรือส่งออกกระท่อมยังต้องอยู่ภายใต้การได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไม่ให้มีการค้าเสรีแต่อย่างใด </span></p></blockquote>
<p>&nbsp;</p>
<p>อ่านสรุปข้อควรระวังเรื่องเหล้าและการดูแลผู้ติดเหล้าที่ต้องหยุดดื่มจนอาจ ‘ลงแดง’ ได้ <a href="https://alcoholrhythm.com/aud-treatment-covid19/"><strong>ที่นี่</strong></a> (ข้อมูลจากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา และ สสส.)</p>
<blockquote><p>&nbsp;</p></blockquote>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>ที่มา:</p>
<p>WHO. Thailand.  Global Alcohol Report. 2018. Accessed on 22 April 2020. URL: <a href="https://www.who.int/substance_abuse/publications/global_alcohol_report/profiles/tha.pdf">https://www.who.int/substance_abuse/publications/global_alcohol_report/profiles/tha.pdf</a></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> ปริทรรศ ศิลปกิจ และคณะ. ความชุดของความผิดปกติของการดื่มแอลกอฮอล์ในคนไทย โรคร่วมทางจิตเวชและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง. ว.สุขภาพจิตแห่งประเทศไทย 2560; 25(2): 107-121. URL: </span><a href="https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jmht/article/view/142712/105660"><span style="font-weight: 400;">https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jmht/article/view/142712/105660</span></a></p>
<p><a href="https://www.komchadluek.net/news/breaking-news/427884">แฉขาเมายุคโควิด-19 ห้ามขายสุราหันเสพดื่มน้ำกระท่อม</a></p>
<p><a href="https://www.mcot.net/viewtna/5e96ac48e3f8e40af8431629">นายกฯ กำชับ “สมศักดิ์” เข้มคดีต้ม 4 คูณ100 พุ่ง หลังประกาศห้ามขายเหล้า</a></p>
<p><a href="https://www.prachachat.net/economy/news-430437">ครม.เตรียมปลดล็อก “กระท่อม” ออกจากยาเสพติดประเภท 5 ใช้เพื่อ การแพทย์-เศรษฐกิจ</a></p>
<p class="section_title section_title_medium_var2"><a href="https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/873526">ความรุนแรงในครอบครัว คือภัยเงียบในวิกฤติ ‘โควิด-19</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/no-alcohol-during-covid19/">ความรุนแรงในครัวเรือน &#8211; ขาดสุรา &#8211; สภาวะจน เครียด กินเหล้า : เรื่องเหล้าเมื่อคราว COVID-19 ระบาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1801</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
