<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#"
	>

<channel>
	<title>เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<atom:link href="https://alcoholrhythm.com/tag/%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%AE%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/เครื่องดื่มแอลกอฮอล์/</link>
	<description>เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า</description>
	<lastBuildDate>Sun, 10 Sep 2023 15:02:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.1</generator>

<image>
	<url>https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2019/02/cropped-50031985_2273046192939710_5125253258218045440_n-1-32x32.png</url>
	<title>เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ Archives - Alcohol Rhythm</title>
	<link>https://alcoholrhythm.com/tag/เครื่องดื่มแอลกอฮอล์/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">158973773</site>	<item>
		<title>เปิดประตูตู้เย็นใจ : ฟรีซความวุ่นวาย ให้หายติดเหล้า (Photo Essay)</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/refrigerator-help-alcoholism/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=refrigerator-help-alcoholism</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Jul 2021 10:08:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[นวัตกรรมเลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[คนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ตู้เย็นใจ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีลดการดื่มเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกเหล้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3971</guid>

					<description><![CDATA[<p>อุณหภูมิที่ไม่แน่นอนของพระอาทิตย์แต่ละวันพร้อมกับสถานการณ์บ้านเมืองชวนให้ว้าวุ่นใจ หลายคนอาจดับความร้อนกายร้อนใจด้วยการเปิดตู้เย็นหาเครื่องดื่ม &#160; ‘แอลกอฮอล์’ อาจเป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มที่ช่วยเยียวยาอารมณ์ใครหลายคน แต่จะดีกว่าไหม ถ้ามีทางเลือกใหม่ที่ทำให้คุณเย็นใจได้โดยไม่ต้องใช้น้ำเมา และไม่เสี่ยงต่ออาการติดสุราในภายหลัง  พร้อมหรือยังสำหรับการเปลี่ยนตู้เย็นเดิมๆ ที่เคยเต็มไปด้วยขวดเหล้า ให้เป็นตู้เย็นรูปแบบใหม่ Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวนคุณมาเปิดประตูตู้เย็นใจ ร่วมกันฟรีซความวุ่นวายให้หายติดเหล้า ผ่าน 5 กิจกรรม 6 ตัวช่วย ซึ่งจะพาคุณกลับไปสำรวจจิตใจ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยวิธีที่สามารถทำได้ง่ายๆ ที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นการรับชมภาพยนตร์ อ่านหนังสือ ฟังพอดแคสต์ ทำงานศิลปะ และ เขียนบันทึก Journal Book รับรองว่าครบรสทั้งสาระและความสนุกแน่นอน ถ้าพร้อมแล้ว ไปสำรวจตู้เย็นตู้ใหม่ไร้แอลกอฮอล์กันเลย! &#160; &#160; 1.&#8217;The Way Back&#8217; ทบทวนความฝันและการดื่ม &#160; &#160; “We can’t change the past but we can do its choose how [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/refrigerator-help-alcoholism/">เปิดประตูตู้เย็นใจ : ฟรีซความวุ่นวาย ให้หายติดเหล้า (Photo Essay)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">อุณหภูมิที่ไม่แน่นอนของพระอาทิตย์แต่ละวันพร้อมกับสถานการณ์บ้านเมืองชวนให้ว้าวุ่นใจ หลายคนอาจดับความร้อนกายร้อนใจด้วยการเปิดตู้เย็นหาเครื่องดื่ม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="alignnone size-full wp-image-3974" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-gif2.gif" alt="" width="1500" height="999" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">‘แอลกอฮอล์’ อาจเป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มที่ช่วยเยียวยาอารมณ์ใครหลายคน แต่จะดีกว่าไหม ถ้ามีทางเลือกใหม่ที่ทำให้คุณเย็นใจได้โดยไม่ต้องใช้น้ำเมา และไม่เสี่ยงต่ออาการติดสุราในภายหลัง </span></p>
<p>พร้อมหรือยังสำหรับการเปลี่ยนตู้เย็นเดิมๆ ที่เคยเต็มไปด้วยขวดเหล้า ให้เป็นตู้เย็นรูปแบบใหม่ Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า ชวนคุณมาเปิดประตูตู้เย็นใจ ร่วมกันฟรีซความวุ่นวายให้หายติดเหล้า ผ่าน 5 กิจกรรม 6 ตัวช่วย ซึ่งจะพาคุณกลับไปสำรวจจิตใจ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยวิธีที่สามารถทำได้ง่ายๆ ที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็น<span style="font-weight: 400;">การรับชมภาพยนตร์ อ่านหนังสือ ฟังพอดแคสต์ ทำงานศิลปะ และ เขียนบันทึก Journal Book รับรองว่าครบรสทั้งสาระและความสนุกแน่นอน</span></p>
<p>ถ้าพร้อมแล้ว ไปสำรวจตู้เย็นตู้ใหม่ไร้แอลกอฮอล์กันเลย!</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-3959 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-1.jpg" alt="" width="1800" height="1200" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-1.jpg 1800w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-1-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-1-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-1-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1800px) 100vw, 1800px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>1.&#8217;The Way Back&#8217; ทบทวนความฝันและการดื่ม</strong></h3>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-3962 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-4.jpg" alt="" width="1800" height="1800" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-4.jpg 1800w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-4-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-4-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-4-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-4-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1800px) 100vw, 1800px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><em><span style="font-weight: 400;">“We can’t change the past but we can do its choose how we move forward.” </span></em></p>
<p><em><span style="font-weight: 400;">“เราเปลี่ยนแปลงอดีตไม่ได้ แต่เราเลือกได้ว่าเราจะเดินหน้าต่อไปยังไง” </span></em></p>
<p><span style="font-weight: 400;">The Way Back หรือ เส้นทางเกียรติยศ คือ</span><span style="font-weight: 400;">เรื่องราวของ ‘แจ็ค’ อดีตนักบาสเกตบอลตัวเต็งของโรงเรียนมัธยมคาทอลิก ผู้มี</span><span style="font-weight: 400;">ปมบางอย่างในครอบครัวที่ทำให้ต้องยุติความฝันตัวเองลง เขากลายเป็นคนติดเหล้าอย่างรุนแรง และระหว่างที่กำลังจมจ่อมอยู่กับน้ำเมา โชคชะตา</span><span style="font-weight: 400;">กลับเล่นตลก เมื่อเขากลาย</span><span style="font-weight: 400;">เป็นโค้ชทีมบาสเกตบอล ‘บิชอปเฮส์’ หลังจากถูกชักชวนโดยบาทหลวงของโรงเรียนมัธยม จนเป็นเหตุให้เขาได้ย้อนไปทบทวนเส้นทางความฝันตัวเองอีกครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความพิเศษของเรื่องราวใน The Way Back คือภาพยนตร์ไม่ได้แค่เล่าถึงความฝันของแจ็คเพียงคนเดียว แต่เล่าถึงการแบกรับความฝันของลูกศิษย์ในทีม โรงเรียน และความหวังจากตัวละครอีกหลายคนเอาไว้ แม้วิธีการเล่าอาจฟังดูเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน ดูไม่หวือหวาอะไร</span><span style="font-weight: 400;">แต่จุดไคลแมกซ์ที่แต่ละครั้งน่าจะกระตุกหัวใจทำให้ใครหลายคนอาจน้ำตาคลออยู่ไม่น้อย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ภาพยนตร์ยังสอดแทรกเรื่องราวการเข้ารับการรักษาอาการติดเหล้ากับจิตแพทย์ของแจ็คอีกด้วย ซึ่งหากจะให้แนะนำภาพยนตร์ที่ควรดูสักครั้ง The Way Back เป็นอีกเรื่องที่ทำให้เราได้กลับมาพิจารณาทบทวนถึงความฝัน สำรวจพฤติกรรมการดื่มและวิธีปลดปล่อยตัวเองจากมันได้เป็นอย่างดี</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>2.</strong><span style="font-weight: 400;"><strong> เปิดซีรีส์ &#8216;Locke &amp; Key&#8217; ความลับสุดแฟนตาซี และภาพชีวิตคนติดเหล้า</strong></span></h3>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-3963 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-5.jpg" alt="" width="1800" height="1800" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-5.jpg 1800w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-5-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-5-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-5-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-5-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1800px) 100vw, 1800px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมองผิวเผิน Locke and Key อาจเป็นเพียงซีรีส์เรื่องราวแฟนตาซีของครอบครัวตระกูลล็อก ที่จำเป็นต้องย้ายมาอยู่ในเมืองชนบทอย่าง ‘แมธเทอสัน’ เมืองที่ดูเหมือนไม่มีอะไรน่าสนใจ จนกระทั่ง </span><span style="font-weight: 400;">‘โบดี้’ลูกชายคนเล็กของครอบครัวได้รู้เรื่องราวความลับของกุญแจที่พบในบ้านใหม่หลังนี้ </span></p>
<p>แต่มองดูดีๆ จะพบว่าสิ่งที่น่าสนใจในเรื่องราว คือการเล่าเนื้อหาเกี่ยวกับคนติดเหล้ารูปแบบใหม่ผ่านบทบาทของ &#8216;แม่&#8217; ผู้นำของครอบครัว โดยแสดงให้เห็นถึงความพยายามของแม่ที่ต้องการเลิกสุราหลังจากผ่านมา 6 ปี (ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกหากเราพบว่าตัวละครแม่จะกลับไปดื่มแอลกอฮอล์อีกครั้งระหว่างนั้น) และเล่าถึงการยอมรับตัวเองว่ามีอาการติดเหล้า ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเริ่มบำบัดเยียวยา</p>
<p>การนำเสนอวัฏจักรของอาการติดเหล้าในอีกมุมมอง<span style="font-weight: 400;"> Locke and Key จึงเป็นอีกซีรีส์ที่เราอยากชวนให้คุณรับชมเพื่อเข้าใจอาการติดสุราเรื้อรัง พฤติกรรมของผู้ดื่มที่กำลังต่อสู้กับตนเอง พร้อมสนุกสนานไปกับพล็อตแฟนตาซีที่น่าสนใจ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>3.เปิดมุมมองด้วยหนังสือ &#8216;เพราะนี่คือสิ่งที่ (นักจิตวิทยา) ไม่เคยบอก&#8217;</strong></h3>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-3964 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-6.jpg" alt="" width="1800" height="1800" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-6.jpg 1800w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-6-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-6-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-6-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-6-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1800px) 100vw, 1800px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">‘เพราะนี่คือสิ่งที่ (นักจิตวิทยา) ไม่เคยบอก’ คือหนังสือแปลจากประสบการณ์ของนักจิตบำบัด ‘โลริ’ ซึ่งสอดแทรกทั้งความรู้ ความบันเทิง และความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับมนุษย์ เพราะหนังสือเล่มนี้เล่า</span><span style="font-weight: 400;">ความลับภายใต้จิตใจคน โดยเฉพาะนักจิตวิทยาและนักบำบัด ผู้ถูกครอบงำด้วยมายาคติว่าเป็นอาชีพที่ต้องรับฟังปัญหาผู้คนอยู่ตลอดเวลา จนไม่สามารถแสดงความอ่อนแอหรือความเจ็บปวดภายในให้คนไข้เห็นได้เลยแม้แต่น้อย ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว นักจิตวิทยาและนักบำบัดเหล่านี้ก็ต้องการคนรับฟังพวกเขาเช่นกัน</span></p>
<p>โลริยังนำเรื่องจริงจากประสบการณ์พูดคุยกับคนไข้ (ซึ่ง<span style="font-weight: 400;">ผ่านการขออนุญาตจากคนไข้อย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว) มาเล่าสู่กันฟัง ทำให้เราได้เห็นได้รับฟังบทสนทนาที่เกิดขึ้นกับคนกลุ่มต่างๆ ดังนั้น หนังสือเล่มนี้น่าจะทำให้ผู้อ่านหลายคนเปิดมุมมองต่อนักบำบัด คนไข้ที่เจ็บป่วยทางจิตเวช รวมถึงผู้ติดสุรา เปิดใจว่าแท้จริงแล้ว &#8216;ทุกคนล้วนมีความน่ารักอยู่ในตัว&#8217; </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>4.ฟังเสียงหัวใจตัวเองผ่านพอดแคสต์ &#8216;R U OK&#8217;</strong></h3>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-3965 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-7.jpg" alt="" width="1800" height="1800" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-7.jpg 1800w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-7-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-7-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-7-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-7-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1800px) 100vw, 1800px" /></p>
<p><em><span style="font-weight: 400;">‘คุณยังโอเคอยู่หรือเปล่า’ </span></em></p>
<p>จาก<span style="font-weight: 400;">หนึ่งในบทสนทนาไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบของผู้คน สู่ชื่อรายการพอดแคสต์ทำความเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง ดำเนินรายการโดย ปอนด์ ยาคอปเซ่นและดุจดาว วัฒนปกรณ์ ผู้มาเล่าเรื่องราวการดูแลสุขภาพจิตผ่านการทบทวนพฤติกรรม ความรู้สึกในใจ และมอบวิธีรู้เท่าทันความคิดตนเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างเช่น &#8216;ตอนที่ 79&#8217; R U OK แนะนำให้คุณเปลี่ยนวิธีการมองความผิดหวัง ให้กลายเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนล้วนพบเจอ เราเพียงเริ่มต้นยอมรับมัน ซึ่งถึงแม้จะยาก เพราะในแต่ละวันเราล้วนเกิดความหวังในการใช้ชีวิตทั้งตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจอยู่เสมอ แต่การยอมรับความผิดหวัง คือหนทางที่จะทำให้คุณรู้เท่าทันความคิด พฤติกรรม และรับมือกับความผิดหวังนั้นได้ดีขึ้น &#8212; บางทีผู้ติดเหล้าที่ล้มเหลวจากการเลิกเหล้าอาจจะได้ค้นพบอะไรใหม่ๆ จากการฟังพอดแคสต์นี้ก็ได้ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>5.Painting ระบายสีสำรวจใจ</strong></h3>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-3966 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-8.jpg" alt="" width="1800" height="1800" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-8.jpg 1800w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-8-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-8-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-8-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-8-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1800px) 100vw, 1800px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากต้องการใช้เวลาพักผ่อนแทนการเลือกดื่มแอลกอฮอล์ในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ดูเหมือนยาวนาน การเริ่มทำศิลปะง่ายๆ จากอุปกรณ์รอบตัวภายในบ้านเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะการระบายตามช่องหมายเลขที่กำหนด สามารถช่วยปรับความคิด ตั้งสมาธิอยู่กับกระดาษมากกว่าหน้าจอโทรศัพท์หรือความอยากดื่ม อีกทั้งสำหรับผู้ที่ติดเหล้าและกำลังบำบัด การระบายสีตามช่องยังเป็นตัวชี้วัดอย่างหนึ่งด้วยว่าคุณมีอาการมือสั่นหรือไม่ หรืออาการมือสั่นจากการหยุดดื่มนั้นรุนแรงแค่ไหน ถือเป็นกิจกรรมที่ผ่อนคลายจิตใจ สงบ และได้สำรวจอาการตัวเองไปพร้อมๆ กัน </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>6.พบสิ่งที่ชอบผ่านการทำ Journal Book</strong></h3>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-3967 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-9.jpg" alt="" width="1800" height="1800" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-9.jpg 1800w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-9-150x150.jpg 150w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-9-300x300.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-9-768x768.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-9-1024x1024.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1800px) 100vw, 1800px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อพิสูจน์จากนักวิจัยหลายคนพบว่าการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆ มีข้อดีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการรับรู้ถึงภาพรวมพฤติกรรมตนเอง ฝึกให้คิดบวกมองโลกในแง่ดี ช่วยยับยั้งอาการซึมเศร้า ฯลฯ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำ Journal Book จึงเป็นอีกกิจกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เห็นได้จาก Journal Book รูปแบบต่างๆ บนแพลตฟอร์มออนไลน์มากมาย Journal Book คือบันทึกเรื่องราวรายวัน คล้ายคลึงกับไดอารี แต่ต่างกันที่มีความเป็นส่วนตัวมากกว่า และสามารถออกแบบเรื่องราวที่อยากเล่าผ่านบันทึกได้โดยไม่จำเป็นต้องเขียนเรียงความเสมอไป และนอกจากจะจดเรื่องราวในปัจจุบันเพื่อย้อนมองพฤติกรรมตัวเองรายวัน บ้างยังใช้เขียน</span><span style="font-weight: 400;">ออกแบบอนาคตตนเองในอีก 3 ปีข้างหน้า หรือบันทึกเรื่องราวที่ตนชื่นชอบ สิ่งที่ประทับใจเก็บไว้เป็นความทรงจำในอนาคตได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาส่วนใหญ่ของคนเริ่มทำ Journal Book คือความรู้สึกกลัวว่าทำออกมาแล้วจะไม่สวยงามหรือน่าอ่านซักเท่าไหร่ ซึ่งถ้าหากลองได้ ‘เริ่ม’โดยไม่ต้องกลัว เราอาจค้นพบสิ่งที่ชอบหรือสิ่งที่เราต้องการอยู่ รวมถึงชัดเจนกับความรู้สึกตนเองมากยิ่งขึ้นก็เป็นได้ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อประตูตู้เย็นใจนี้ปิดลง เราหวังว่าผู้อ่านสามารถเลือกกิจกรรมที่ชอบเพื่อนำไปลองปรับใช้ สร้าง</span><span style="font-weight: 400;">พลังงานบวก เปลี่ยนความคิด เปิดมุมมองใหม่ และที่สำคัญ ใช้เยียวยาจิตใจทดแทน</span><span style="font-weight: 400;">แอลกอฮอล์ในตู้เย็นเดิมได้เป็นอย่างดี</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-3975" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/07/20210707-AR-gif1.gif" alt="" width="1000" height="1000" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ : ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/refrigerator-help-alcoholism/">เปิดประตูตู้เย็นใจ : ฟรีซความวุ่นวาย ให้หายติดเหล้า (Photo Essay)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3971</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เมื่อโควิดเปลี่ยนจังหวะชีวิตนักดื่ม (Photo Essay)</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/covid-change-alcoholic-life/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=covid-change-alcoholic-life</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Jul 2021 06:49:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[คนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ล็อกดาวน์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3951</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ที่เข้ามา ทุกชีวิตต่างถูกบังคับให้เปลี่ยนไปโดยอัตโนมัติ ทั้งงดพบปะผู้คน งดรับประทานอาหารในร้าน ในห้างสรรพสินค้า การห้ามรวมกลุ่มเกินจำนวนที่กำหนด ฯลฯ แม้ใครหลายคนอาจคิดถึงวิถีชีวิตแบบเก่า แต่ถึงอย่างไร เราก็ต้องปรับตัวให้อยู่ได้ และก้าวต่อไปในวิกฤตโรคระบาด แน่นอนว่า ‘ชีวิตนักดื่ม&#8217; หลายคนก็ต้องยอมปรับตัวอย่างไร้ข้อกังขา บางคนอาจเลือกดื่มอยู่คนเดียวในบ้าน แต่บางคนก็ต้องทนทุกข์กับอาการติดเหล้า เข้าถึงการบำบัดไม่ได้ ไปจนถึงปัญหาความรุนแรงในครอบครัว Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า จึงขอพาสำรวจชีวิตนักดื่มในช่วงโควิด-19 กับปัญหาต่าง ๆ ที่พบเจอในช่วงระยะเวลานี้ เพื่อทำความเข้าใจและวางแผนแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง ไม่เพิกเฉย &#160; คำสั่งประกาศมาตรการ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากรัฐบาลเปรียบเสมือนคลื่นสึนามิที่ซัดเข้ามาเป็นระลอก สถานการณ์ที่ไม่แน่นอนรวมถึงแนวโน้มของผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น (หรือไม่ก็เท่าเดิม หาได้ลดลงมากน้อยกว่ากันสักเท่าไรนัก) ส่งผลต่อคนในสังคมอย่างกว้างขวาง การปิดเมืองทำให้รูปแบบของสถานที่และแบบแผนการดื่มสุราเปลี่ยนไป ประชาชนจำนวนมากรู้สึกวิตกกังวล บางกรณีส่งผลกระทบถึงสภาวะจิตใจจนเกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และปัญหาสุขภาพจิต มากไปกว่านั้น ยังเกิดปัญหาด้านการเข้าถึงสาธารณูปโภคอย่างโรงพยาบาล ที่อาจทำให้ผู้ป่วยบางรายไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้เหมือนที่ผ่านมา ชนวนเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งกระตุ้นความเครียดและเพิ่มความเสี่ยงต่อการดื่มสุรามากขึ้น &#160; พื้นที่ใจกลางเมืองกรุงเดิมที่มีความหนาแน่นของรถยนต์และผู้คน จนบางครั้งอาจต้องใช้ระยะเวลาไม่ต่ำกว่าชั่วโมงในการเดินทาง แต่เมื่อเกิดการล็อกดาวน์ ท้องถนนกลับโล่ง ทั้งรถและผู้คนมีอยู่เพียงบางตา  &#160; จากสถิติในปี 2563 พบว่ามีจำนวนอุบัติเหตุการเสียชีวิตบนท้องถนนลดลงกว่าครึ่ง ซึ่งเป็นผลมาจากคำสั่งงดเดินทางออกจากบ้าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/covid-change-alcoholic-life/">เมื่อโควิดเปลี่ยนจังหวะชีวิตนักดื่ม (Photo Essay)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ที่เข้ามา ทุกชีวิตต่างถูกบังคับให้เปลี่ยนไปโดยอัตโนมัติ ทั้งงดพบปะผู้คน งดรับประทานอาหารในร้าน ในห้างสรรพสินค้า การห้ามรวมกลุ่มเกินจำนวนที่กำหนด ฯลฯ แม้ใครหลายคนอาจคิดถึงวิถีชีวิตแบบเก่า แต่ถึงอย่างไร เราก็ต้องปรับตัวให้อยู่ได้ และก้าวต่อไปในวิกฤตโรคระบาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่า ‘ชีวิตนักดื่ม&#8217; หลายคนก็ต้องยอมปรับตัวอย่างไร้ข้อกังขา บางคนอาจเลือกดื่มอยู่คนเดียวในบ้าน แต่บางคนก็ต้องทนทุกข์กับอาการติดเหล้า เข้าถึงการบำบัดไม่ได้ ไปจนถึงปัญหาความรุนแรงในครอบครัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า จึงขอพาสำรวจชีวิตนักดื่มในช่วงโควิด-19 กับปัญหาต่าง ๆ ที่พบเจอในช่วงระยะเวลานี้ เพื่อทำความเข้าใจและวางแผนแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง ไม่เพิกเฉย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-3943 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-8.jpg" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-8.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-8-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-8-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-8-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำสั่งประกาศมาตรการ</span> <span style="font-weight: 400;">พ</span><span style="font-weight: 400;">.</span><span style="font-weight: 400;">ร</span><span style="font-weight: 400;">.</span><span style="font-weight: 400;">ก</span><span style="font-weight: 400;">.</span><span style="font-weight: 400;">ฉุกเฉิน</span> <span style="font-weight: 400;">จากรัฐบาลเปรียบเสมือนคลื่นสึนามิที่</span><span style="font-weight: 400;">ซัดเข้ามาเป็นระลอก</span> <span style="font-weight: 400;">สถานการณ์ที่ไม่แน่นอน</span><span style="font-weight: 400;">รวมถึงแนวโน้มของผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น (หรือไม่ก็เท่าเดิม หาได้ลดลงมากน้อยกว่ากันสักเท่าไรนัก) </span><span style="font-weight: 400;">ส่งผลต่อคนในสังคมอย่างกว้างขวาง การปิดเมืองทำให้รูปแบบของสถานที่และแบบแผนการดื่มสุราเปลี่ยนไป </span><span style="font-weight: 400;">ประชาชนจำนวนมากรู้สึกวิตกกังวล บางกรณีส่งผลกระทบถึงสภาวะจิตใจจนเกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และปัญหาสุขภาพจิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> มากไปกว่านั้น ยังเกิดปัญหาด้านการเข้าถึงสาธารณูปโภคอย่างโรงพยาบาล ที่อาจทำให้ผู้ป่วยบางรายไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้เหมือนที่ผ่านมา ชนวนเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งกระตุ้นความเครียดและเพิ่มความเสี่ยงต่อการดื่มสุรามากขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-3945 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-10.jpg" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-10.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-10-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-10-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-10-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พื้นที่ใจกลางเมืองกรุงเดิมที่มีความหนาแน่นของรถยนต์และผู้คน จนบางครั้งอาจต้องใช้ระยะเวลาไม่ต่ำกว่าชั่วโมงในการเดินทาง แต่เมื่อเกิดการล็อกดาวน์ ท้องถนนกลับโล่ง ทั้งรถและผู้คนมีอยู่เพียงบางตา </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-3942 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-7.jpg" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-7.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-7-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-7-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-7-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p>จาก<a href="https://alcoholrhythm.com/policy-drunk-driving/" target="_blank" rel="noopener">สถิติในปี 2563</a> พบว่ามีจำนวนอุบัติเหตุการเสียชีวิตบนท้องถนนลดลงกว่าครึ่ง ซึ่งเป็นผลมาจากคำสั่งงดเดินทางออกจากบ้าน ลดงานรื่นเริง เคอร์ฟิวสี่ทุ่ม รวมถึงมาตรการงดขายเหล้าที่ทำให้การดื่มจนเกิดอุบัติเหตุเมาแล้วขับลดลง</p>
<p>แม้<span style="font-weight: 400;">รัฐบาลจะมีมาตรการผ่อนปรนให้ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องพบแพทย์สามารถเดินทางได้ตามปกติ แต่การเลือกใช้รถโดยเฉพาะรถโดยสารประจำทางในการเดินทางไปโรงพยาบาลนั้นกลับยิ่งทำให้เกิดความวิตกกังวลทั้งผู้ป่วยและญาติของคนไข้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-3936 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-1.jpg" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-1.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-1-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-1-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-1-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านผู้ป่วยเป็นโรคที่ไม่รุนแรง รัฐได้ขอความร่วมมืองดไปโรงพยาบาล ทำให้จำนวนประชาชนที่ต้องการเข้ารับการรักษาภายในสถานพยาบาลมีจำนวนลดลง กรณีของผู้ติดสุราชัดเจนว่ามีหลายคนตัดสินใจเข้ารับการรักษาช้าลง หรือบางกรณีอาจไม่มาโรงพยาบาลตามที่นัดหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อการรักษาในระยะยาว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-3946 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-11.jpg" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-11.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-11-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-11-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-11-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาลส่งผลให้ผู้ประกอบธุรกิจร้านต่างเริ่มทยอยปิดบริการหรือขายร้านอย่างถาวร เพราะมองเห็นถึงสถานการณ์ ‘ฝืนต่อไปยังไงก็ขาดทุน’ ด้วยเหตุนี้ส่งผลให้ ‘ชาวนักดื่ม’ จำนวนหนึ่งเปลี่ยนสถานที่ดื่ม จากผับบาร์ร้านอาหารเป็นสถานที่ภายในบ้านเพิ่มมากขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-3952 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG_0091.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG_0091.jpg 2048w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG_0091-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG_0091-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG_0091-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> “ดื่มแอลกอฮอล์สามารถฆ่าเชื้อโควิด-19 ได้” คือหนึ่งในความเชื่อผิด ๆ ในหมู่นักดื่มโดยเฉพาะผู้สูงอายุ แต่แท้จริงแล้ว</span><span style="font-weight: 400;">การดื่มแอลกอฮอล์ไม่สามารถช่วยแก้หรือยับยั้งโรคระบาดอย่างโควิด-19 ได้ ซ้ำยังอาจทำให้ร่างกายอ่อนแอลง เพราะก</span><span style="font-weight: 400;">ารดื่มสุราอย่างหนักส่งผลกระทบต่ออวัยวะภายในของร่างกายและระบบภูมิคุ้มกัน เสี่ยงต่อในการติดเชื้อจากการตั้งวงเหล้า ยิ่งกับผู้สูงอายุแล้ว ยิ่งมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้สูงอายุมีโรคประจำตัวหลายโรค โดยหนึ่งในโรค</span><span style="font-weight: 400;">ซึ่งพบได้บ่อย คือโรคติดสุราเรื้อรัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดแล้ว การดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลานี้อาจทำให้ผู้ให้บริการทางการแพทย์ และหน่วยงานดูแลผู้สูงอายุต้องแบกรับภาระหนักขึ้นเพราะขาดอุปกรณ์เครื่องมือในการรักษาอีกด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-3941" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-6.jpg" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-6.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-6-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-6-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-6-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในสาเหตุสำคัญของปัญหาการใช้ความรุนแรงในครอบครัวคือ </span><span style="font-weight: 400;">ระบอบความคิดปิตาธิปไตย หรือ ระบอบชายเป็นใหญ่ที่ครอบงำสังคม ซึ่งหากผนวกรวมกับ</span><span style="font-weight: 400;">การดื่มแอลกอฮอล์เกินขนาด จะทำให้ผู้ดื่มขาดสติ เกิดเหตุการณ์ทะเลาะเบาะแว้ง จนนำไปสู่การใช้ความรุนแรงซึ่งผู้หญิงตกเป็นเหยื่อได้ง่ายขึ้น และจากสถานการณ์โควิด-19 <em><a href="https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=30544" target="_blank" rel="noopener">กรมสุขภาพจิต</a></em>ยังเผยว่าความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มสูงขึ้นจากปกติถึง 66%</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-3940 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-5.jpg" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-5.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-5-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-5-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-5-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหตุที่ความรุนแรงทวีความสาหัสขึ้นในสถานการณ์โควิด-19 เพราะการล็อกดาวน์ที่ผ่านมาบังคับให้ผู้คนต้องอาศัยอยู่ภายในบ้าน คนจำนวนมากตกงาน เกิดความเครียดจากสถานะทางเศรษฐกิจตกต่ำลง การเงินติดขัด ปัญหาสุขภาพจิตฯลฯ จึงหันมา</span><span style="font-weight: 400;">เลือกดื่มแอลกอฮอล์ในบ้านเพิ่มขึ้น นำไปสู่ปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงและครอบครัว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-3944 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-9.jpg" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-9.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-9-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-9-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-9-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับไปในช่วงก่อนโรคระบาดเข้ามา ผู้คนยังสามารถจัดการความเครียดได้ด้วยวิธีที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการไปเดินเล่น ออกกำลังกาย ดูคอนเสิร์ต ดูหนัง พบปะเพื่อนฝูง แต่ปัจจุบันเมื่อโลกกลับสวนทาง ตัวเลือกในการกำจัดความเครียดลดน้อยลง ส่งผลให้คนหาที่พึ่งทางใจอย่าง ‘เหล้า’ แทน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลุ่มคนที่ความเสี่ยงต่อการดื่มหนักในช่วงโควิด-19 มีตั้งแต่ คนตกงาน เพราะไม่มีรายได้ในการดำรงชีวิต, คนในสถานพยาบาล ที่ต่างต้องรับมือกับความกดดันสูงจากหลายหน่วยงาน, คนทำงาน work from home ที่จ้องจอจนไม่มีเส้นแบ่งการทำงานและชีวิตส่วนตัว, คนที่สูญเสียคนรักจากโรคระบาด, ผู้ติดสุราที่ไม่ได้รับการรักษาต่อเนื่อง เนื่องจากการเข้าถึงสถานพยาบาลเป็นไปได้ยาก จวบจนถึงคุณพ่อ คุณแม่ที่ต้องรับมือกับการจัดการเรียนการสอนให้ลูกน้อยที่บ้าน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-3939 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-4.jpg" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-4.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-4-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-4-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-4-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การปรับพฤติกรรมสามารถบรรเทาการดื่มสุรา และปัญหาที่ตามมาจากการดื่มจนเมามายได้ หลักในการปรับพฤติกรรมที่<a href="https://alcoholrhythm.com/live-without-alcohol/" target="_blank" rel="noopener"><strong>วิมล ลักขณาภิชนชัช</strong></a> พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี แนะนำ ได้แก่ การทานอาหารให้อิ่มครบสามมื้อ ตรงเวลา ซึ่งช่วยลดความอยากของแอลกอฮอล์ลงได้ หรืออีกวิธีคือปรับเวลารับประทานให้เร็วขึ้นมาเล็กน้อย เพื่อให้อิ่มก่อนเวลาที่เคยดื่มเหล้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ควรลดการดื่มน้ำอัดลมที่อาจเป็นการกระตุ้นให้อยากดื่มมากขึ้นและหันมาดื่มน้ำเปล่าแทน วิธีทั้งหมดสามารถทำได้เลยไม่ต้องพบแพทย์ก่อน เหมาะแก่การเริ่มต้นเลิกเหล้าง่ายๆ ในช่วงโควิด-19</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-3953 aligncenter" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/131132217_2471646529811243_4890831332732776290_n.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/131132217_2471646529811243_4890831332732776290_n.jpg 2048w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/131132217_2471646529811243_4890831332732776290_n-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/131132217_2471646529811243_4890831332732776290_n-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/131132217_2471646529811243_4890831332732776290_n-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p><a href="https://alcoholrhythm.com/tanakrit-interview/" target="_blank" rel="noopener"><b>ธนกฤษ ลิขิตธรากุล</b></a><span style="font-weight: 400;"> นักจิตวิทยาคลินิก สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ เคยกล่าวไว้ว่า “</span><span style="font-weight: 400;">ในแง่การบำบัด เราต่างมองว่าทุกพฤติกรรมสามารถเรียนรู้ได้ เป็นได้และหยุดได้ในเวลาเดียวกัน อาการติดสุรา เป็นอีกอาการที่หากเมื่อได้รับการบำบัด มันก็มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำเช่นกัน หากลองมองภาพตามความเป็นจริงนั้น เราดื่มแอลกอฮอล์มา 5-6 ปี หรือบางทีอาจมากกว่านั้น หากต้องการจะหยุดภายใน 6 เดือน มันมีความเป็นไปได้ที่จะกลับไปดื่มซ้ำอยู่แล้ว เพราะเป็นธรรมชาติในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของมนุษย์ทั่วไป” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น ผู้ที่เข้ารับการบำบัดการติดสุราควรปรับมุมมองกันใหม่ ว่าการกลับมาดื่มซ้ำไม่ได้แปลว่าเราจะล้มเหลวกับชีวิต </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เหมือนช่วงเวลาที่เราเดินขึ้นบันไดมาหลายๆ ขั้น แล้วแค่ย้อนกลับไปขั้นเดียว ไม่ได้หมายความว่าควรจะกลับไปเริ่มที่ขั้นแรกอีกรอบ”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-3947" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-13.jpg" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-13.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-13-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-13-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-13-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">‘วัคซีน’ เปรียบเสมือนการสร้างเกราะป้องกันให้ร่างกายทนทานต่อโรคระบาด แต่ทว่าหากไม่ดูแลร่างกายที่กำลังสร้างเกราะป้องกันให้แข็งแรง เกราะก็อาจเสื่อมสลายไปก็เป็นได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การดื่มแอลกอฮอล์นั้นเป็นส่วนหนึ่งของการทำลายเกราะที่ว่า เพราะเมื่อแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกาย  การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันจะลดลงและเพิ่มความไวต่อการติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัสมากขึ้น เหตุจากไปขัดขวางเซลล์ภูมิคุ้มกันไม่ให้กระจายไปทั่วร่างกาย เมื่อเจ้าเซลล์ที่ว่าไม่สามารถเข้าไปกำจัดไวรัส แบคทีเรีย หรือเซลล์ที่ติดเชื้อได้ เชื้อโรคที่เข้ามายังร่างกายของเราจึงสามารถกระโจนเข้าสู่เซลล์ต่างๆ ภายในร่างกายอย่างง่ายดาย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น อีกผลกระทบจากการดื่มหนักคือ ‘อาการเมาค้าง’ หรือภาษาบ้านๆ เรียกว่า แฮงก์ ที่อาจทำให้อาการข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน เช่น เมื่อยตัว ปวดตัว เป็นไข้ รุนแรงขึ้นได้ ดังนั้นการงดดื่มแอลกอฮอล์หลังฉีดวัคซีนเป็นข้อควรปฏิบัติเบื้องต้นเพื่อให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันสมบูรณ์</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-3938" src="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-3.jpg" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-3.jpg 1080w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-3-300x200.jpg 300w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-3-768x512.jpg 768w, https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/06/20210629-AR-3-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8216;Telemedicine’ หรือ ‘การรักษาระยะทางไกล’ เป็นตัวเลือกในการบริการดูแลสุขภาพสำหรับผู้มีข้อจำกัดเรื่องการเดินทาง เหมาะสมสำหรับการนำมาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบัน โดยบุคลากรทางการแพทย์จะเข้ามาพูดคุยกับผู้ป่วย ตรวจรักษาวินิจฉัยโรคเบื้องต้นผ่านเทคโนโลยีเช่นแอปพลิเคชัน ตลอดจนสามารถให้คำปรึกษาโดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องเดินทางมายังโรงพยาบาล หลีกเลี่ยงการเจอผู้คนที่แออัด และเสี่ยงติดโรคจากโรงพยาบาล </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในปัจจุบันประเทศไทยเริ่มมีแอปพลิเคชันดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น เช่น แอปพลิเคชัน Ooca , Chiiwii และ See Doctor Now ดังนั้นในอนาคต Telemedicine จึงอาจเป็นตัวเลือกใหม่ในการพัฒนาระบบบำบัดผู้ติดสุราต่อไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่อง : ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>ภาพ : ทีมงาน Alcohol Rhythm และ The101.world</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/covid-change-alcoholic-life/">เมื่อโควิดเปลี่ยนจังหวะชีวิตนักดื่ม (Photo Essay)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3951</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ทำไมนักเขียนถึงชอบดื่มแอลกอฮอล์</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/why-do-writers-love-to-drink/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=why-do-writers-love-to-drink</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Jun 2021 07:45:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[คนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[นักเขียน]]></category>
		<category><![CDATA[นิยาย]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3920</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘นักเขียนกับแก้วเหล้า’ ราวกับเป็นภาพติดตาที่พยายามสลัดทิ้งแค่ไหนก็หนีไม่พ้น  หากคุณเคยผ่านหลักสูตรวิชาภาษาไทยของกระทรวงฯ ในโรงเรียน คุณอาจจดจำเรื่องราวของสุนทรภู่กวีเอก นักแต่งกาพย์ กลอน โคลง ที่เหล่าคุณครูชอบให้ท่องเก็บคะแนน  ชีวิตช่วงหนึ่งของสุนทรภู่แสดงให้เห็นว่าตัวเขาเป็นคนขี้เหล้าเมายา ดื่มหนักจนก่อเรื่องถึงขั้นเคยติดคุก แต่ขณะเดียวกัน การดื่มหนักและติดคุกนั้นก็มีส่วนทำให้สุนทรภู่สามารถแต่งกลอนที่ไพเราะเลื่องลือ และได้รับการบรรจุลงในแบบเรียนของเรา   อันที่จริง ไม่ใช่แค่เพียงกวีเอกของไทย นักเขียนเจ้าของวรรณกรรมสัญชาติอเมริกาอันโด่งดังหลายๆ เรื่องก็มีเบื้องหลังการผลิตออกสู่สายตาสาธารณชนที่เต็มไปด้วยกองขวดเหล้าไวน์เช่นเดียวกัน แถมบางคนยังดื่มระหว่างสร้างสรรค์งานเสียด้วยซ้ำ  แท้จริงแล้ว เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีดีอะไรทำไมนักเขียนและคนสร้างสรรค์งานจึงชอบดื่มนักหนา Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า พาคุณไปหาคำตอบจากเรื่องราวด้านล่างนี้ ‘สุราเมไรท์เตอร์’ เมื่อนักเขียนชาวอเมริกันหลงใหลการดื่ม &#160; เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และคนติดแอลกอฮอล์ เป็นคุณลักษณะที่ใช้นิยามชีวิตเหล่านักเขียนในอเมริกา ดังตัวอย่างจากหลายงานวิจัยแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างการเขียนและการดื่ม เช่นในปี 2557 หนังสือชื่อ &#8220;The Trip to Echo Spring&#8221; ของโอลิเวีย เลียง (Olivia Laing) สำรวจบทบาทโรคติดสุราเรื้อรังที่สร้างผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของนักเขียนชาวอเมริกัน 6 คน คือ จอห์น เบอร์รีแมน (John Berryman) เรย์มอนด์ คาร์เวอร์ (Raymond [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/why-do-writers-love-to-drink/">ทำไมนักเขียนถึงชอบดื่มแอลกอฮอล์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">‘นักเขียนกับแก้วเหล้า’ ราวกับเป็นภาพติดตาที่พยายามสลัดทิ้งแค่ไหนก็หนีไม่พ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากคุณเคยผ่านหลักสูตรวิชาภาษาไทยของกระทรวงฯ ในโรงเรียน คุณอาจจดจำเรื่องราวของสุนทรภู่กวีเอก นักแต่งกาพย์ กลอน โคลง ที่เหล่าคุณครูชอบให้ท่องเก็บคะแนน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชีวิตช่วงหนึ่งของสุนทรภู่แสดงให้เห็นว่าตัวเขาเป็นคนขี้เหล้าเมายา ดื่มหนักจนก่อเรื่องถึงขั้นเคยติดคุก แต่ขณะเดียวกัน การดื่มหนักและติดคุกนั้นก็มีส่วนทำให้สุนทรภู่สามารถแต่งกลอนที่ไพเราะเลื่องลือ และได้รับการบรรจุลงในแบบเรียนของเรา  </span></p>
<p>อันที่จริง ไม่ใช่แค่เพียงกวีเอกของไทย นักเขียนเจ้าของ<span style="font-weight: 400;">วรรณกรรมสัญชาติอเมริกาอันโด่งดังหลายๆ เรื่องก็มีเบื้องหลังการผลิตออกสู่สายตาสาธารณชนที่เต็มไปด้วยกองขวดเหล้าไวน์เช่นเดียวกัน แถมบางคนยังดื่มระหว่างสร้างสรรค์งานเสียด้วยซ้ำ </span></p>
<p>แท้จริงแล้ว เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีดีอะไรทำไมนักเขียนและคนสร้างสรรค์งานจึงชอบดื่มนักหนา Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า พาคุณไปหาคำตอบจากเรื่องราวด้านล่างนี้</p>
<h2 style="text-align: center;"></h2>
<h2 style="text-align: center;"><b>‘สุราเมไรท์เตอร์’</b></h2>
<h2 style="text-align: center;"><b>เมื่อนักเขียนชาวอเมริกันหลงใหลการดื่ม</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และคนติดแอลกอฮอล์ เป็นคุณลักษณะที่ใช้นิยามชีวิตเหล่านักเขียนในอเมริกา ดังตัวอย่างจากหลายงานวิจัยแสดงให้เห็นความสัมพันธ์</span><span style="font-weight: 400;">ระหว่างการเขียนและการดื่ม เช่น</span><span style="font-weight: 400;">ในปี 2557 หนังสือชื่อ &#8220;The Trip to Echo Spring&#8221; ของ</span><span style="font-weight: 400;">โอลิเวีย เลียง (</span><span style="font-weight: 400;">Olivia Laing) สำรวจบทบาทโรคติดสุราเรื้อรังที่สร้างผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของนักเขียนชาวอเมริกัน 6 คน คือ </span><span style="font-weight: 400;">จอห์น เบอร์รีแมน (</span><span style="font-weight: 400;">John Berryman</span><span style="font-weight: 400;">) เรย์มอนด์ คาร์เวอร์ (</span><span style="font-weight: 400;">Raymond Carver</span><span style="font-weight: 400;">) จอห์น ชีเวอร์ (</span><span style="font-weight: 400;">John Cheever</span><span style="font-weight: 400;">) เอฟ สกอตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (</span><span style="font-weight: 400;">F. Scott Fitzgerald</span><span style="font-weight: 400;">) เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ (</span><span style="font-weight: 400;">Ernest Hemingway</span><span style="font-weight: 400;">) และเทนเนสซี วิลเลียมส์ (</span><span style="font-weight: 400;">Tennessee Williams</span><span style="font-weight: 400;">) พบความสัมพันธ์ทางจิตวิทยาระหว่างการติดแอลกอฮอล์กับความอัจฉริยะในการสร้างสรรค์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปฏิเสธไม่ได้ว่า</span><span style="font-weight: 400;">นักเขียนหลายคนเลือกใช้แอลกอฮอล์ระหว่างทำงาน อย่าง </span><span style="font-weight: 400;">เอ็ดนา เซนต์ วินเซนต์ มิลล์เลย์ (Edna St. Vincent Millay) เผยว่าเธอจิบยินขณะเขียนบทความใน Vanity Fair ไปด้วย เช่นเดียวกับ </span><span style="font-weight: 400;">วิลเลียม ฟอกเนอร์ (</span><span style="font-weight: 400;">William Faulkner) ที่ดื่มด่ำวิสกี้พร้อมกับเขียนหนังสือ Road to Glory </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในปี 2483 </span><span style="font-weight: 400;">คาร์สัน แมคคัลเลอส์ </span><span style="font-weight: 400;">(Carson McCullers) เขียน The Heart is a Lonely Hunter เคล้าชาร้อนและเหล้าเชอร์รี่จำนวนมาก ส่วน</span><span style="font-weight: 400;">การสร้างสรรค์ The Blue Dahlia </span><span style="font-weight: 400;">เรย์มอนด์ แชนด์เลอร์ </span><span style="font-weight: 400;">(Raymond Chandler) ก็ต้องพึ่งกิมเล็ตซึ่งเป็นค็อกเทลประเภทหนึ่งที่ทำมาจากยิน มะนาวและน้ำผลไม้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิน 6 ช็อต วอดก้า 2 ช็อต ไวน์</span><span style="font-weight: 400;">เวอร์มุธ 1 ส่วน 4 น้ำแข็ง และมะกอกยัดไส้ คือส่วนผสมของเครื่องดื่มที่เรียกว่า ดับเบิลมาร์ตินนี เครื่องดื่มสุดโปรดของคาโพที (</span><span style="font-weight: 400;">Capote</span><span style="font-weight: 400;">) ในตอนเขียน </span><span style="font-weight: 400;">In Cold Blood </span><span style="font-weight: 400;">ขณะที่เดอะบีสท์ (The Beats) สร้างสรรค์ผลงานที่ดีออกมาระหว่างที่พวกเขาใช้ยาเสพติดและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างทั้งหมดทั้งมวลชวนให้เรามองว่าการเขียนและการดื่มแอลกอฮอล์นั้นแทบจะเป็นของคู่กันในอเมริกาศตวรรษที่ 20 </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การดื่มแอลกอฮอล์เป็นการพบกันตามธรรมชาติของชีวิตนักเขียนวรรณกรรม ผู้นิยามด้วยสัญลักษณ์ของความเหงาและความทะเยอทะยานที่จะสรรค์สร้างผลงาน” </span><span style="font-weight: 400;">อัลเฟรด คาซิน </span><span style="font-weight: 400;">(Alfred Kazin) บรรยายถึงลักษณะของอาชีพนักเขียนกับที่มาของการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ข้อความข้างต้นอาจฟังดูเหมือนว่าเหล้าเบียร์คือเครื่องมือคลายเหงาและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ทว่า ชีวิตของ</span><span style="font-weight: 400;">เอดการ์ แอลลัน โพ (</span><span style="font-weight: 400;">Edgar Allan Poe) ก็เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างการเขียนและการดื่มนั้นไม่ได้สวยงามเสมอไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เอดการ์ </span><span style="font-weight: 400;">เป็นนักเขียน กวี บรรณาธิการ และนักวิจารณ์วรรณกรรมชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีจากผลงานกวีและเรื่องสั้น โดยเฉพาะแนวสยองขวัญ ลึกลับ เช่น The Raven ปี 2388 และ The Tell-Tale Heart ปี 2386 </span><span style="font-weight: 400;">เขาเป็นอีกหนึ่งตำนานที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ เพราะเอดการ์คือผู้ริเริ่มสร้างนวนิยายแนวสืบสวนและแนววิทยาศาสตร์ จนได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นบุคคลสำคัญในอเมริกา ทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้นักเขียนอีกหลายๆ คน เช่น </span><span style="font-weight: 400;">อาร์เธอร์ โคนัน ดอยล์ (</span><span style="font-weight: 400;">Arthur Conan Doyle) ผู้แต่ง Sherlock Holmes</span></p>
<p>อย่างไรก็ตาม เส้นทางการเป็นนักเขียนของเอดการ์ก่อนที่จะได้รับการยกย่องต้องประสบปัญหาการเงินตลอดชีวิตที่ผ่านมา <span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่เด็ก เขา</span><span style="font-weight: 400;">เป็นเด็กกำพร้า ซึ่งชีวิตวัยเยาว์ไม่ราบรื่น จนช่วงที่เขา</span><span style="font-weight: 400;">เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย การพนัน ยาเสพติดและแอลกอฮอล์ ก็ได้ย่างกรายเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของเอดการ์ เขาเริ่มดื่มและใช้ยา แต่มาหนักข้อจริงจังเมื่อภรรยาเสียชีวิต</span></p>
<p>สุดท้าย <span style="font-weight: 400;">วันที่ 7 ตุลาคม 2392 เอดการ์ก็เสียชีวิตลงในวัย 40 ปี โดยไม่ระบุสาเหตุ แต่ถูกคาดการณ์ไว้หลากหลาย การดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักเองเป็นสาเหตุหนึ่งที่คนต่างพูดถึง</span></p>
<p>เรื่องระหว่างนักเขียนและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่น่าเศร้าอีกเรื่องเป็นของ<span style="font-weight: 400;">ยูจีน โอนีลล์ (Eugene O&#8217;Neill) นักเขียนบทละครชาวอเมริกันผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ผลงานของเขาได้รับการชื่นชมว่าเป็นบทละครแรกๆ ที่ได้พาวงการเข้าสู่ละครแนวสมจริง </span><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะบทละครเรื่อง The drama Long Day&#8217;s Journey into Night ได้รับการยอมรับว่าเป็นบทละครอเมริกันที่ดีที่สุดและสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ละครศตวรรษที่ 20   </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับชีวิตส่วนตัว ยูจีนเกิดในโรงแรม Barrett House บนถนนน Broadway ซึ่งในปัจจุบันคือ Time square เขาเป็นลูกชายของนักแสดงผู้อพยพชาวไอริช เจมส์ โอนีล (James O&#8217;Neill) และ</span><span style="font-weight: 400;">แมรี่ เอลเลน ควินลาน</span><span style="font-weight: 400;"> (Mary Ellen Quinlan) พ่อของเขาป่วยเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง ส่วนแม่ของเขาติดมอร์ฟีน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ยูจีนเองก็กลายเป็นโรคซึมเศร้าและโรคพิษสุราเรื้อรังในเวลาต่อมา</span><span style="font-weight: 400;"> แต่อย่างน้อยๆ ยูจีนยังมีทะเลคอยโอบกอดเขาให้พอมีความสุขเล็กๆ จึงไม่น่าแปลกใจที่บทละครของเขาหลายๆ เรื่องมักมีที่ตั้งอยู่บนเรือ ริมทะเล เฉกเช่นเดียวกับสถานที่ทำงานของเขา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในบั้นปลายชีวิต เขาต้องต่อสู้กับโรคพากินสันระหว่างที่สร้างสรรค์ผลงานออกมาอีกหลายเรื่อง จนกระทั่งปี 2496 ยูจีนได้เสียชีวิตบนห้อง 401 โรงแรมเชอราตัน วัย 65 ปี </span></p>
<p>นอกจากนี้ ถ้าถามถึงรายชื่อนักเขียนที่ติดแอลกอฮอล์ ก็จะพบว่ามีมากมายเต็มไปหมด ทั้ง<span style="font-weight: 400;">ซินแคลร์ ลูวิส (</span><span style="font-weight: 400;">Sinclair Lewis) และ</span><span style="font-weight: 400;">วิลเลียม ฟอกเนอร์ (</span><span style="font-weight: 400;">William Faulkner) ที่เคยรับรางวัลโนเบลสาขาเดียวกันกับยูจีน  </span><span style="font-weight: 400;">ฟิตซ์เจอรัลด์ </span><span style="font-weight: 400;">(Fitzgerald) และ </span><span style="font-weight: 400;">ริง ลาร์ดเนอร์ </span><span style="font-weight: 400;">(Ring Lardner) ที่ติดสุราเรื้อรัง จนทั้งคู่เสียชีวิตลงในตอนอายุ 40 ปี </span><span style="font-weight: 400;">ฮาร์ต เครน</span><span style="font-weight: 400;"> (Hart Crane) ผู้มีปัญหากับการดื่มขั้นสุดเช่นเดียวกันกับ </span><span style="font-weight: 400;">จอห์น พี. มาร์ควัน </span><span style="font-weight: 400;">(J.P. Marquand) </span><span style="font-weight: 400;">วอลเลซ สตีเวนส์ </span><span style="font-weight: 400;">(Wallace Stevens) </span><span style="font-weight: 400;">อี. อี. คัมมิงส์ </span><span style="font-weight: 400;">(E.E. Cummings) และ เอ็ดนา เซนต์ วินเซนต์ มิลล์เลย์ (Edna St. Vincent Millay) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นักเขียนบางคน เช่น </span><span style="font-weight: 400;">โดโรธี พาร์กเกอร์ </span><span style="font-weight: 400;">(Dorothy Parker) และ </span><span style="font-weight: 400;">ดาชีล แฮมเม็ตต์ </span><span style="font-weight: 400;">(Dashiell Hammett) เคยเขียนเกี่ยวกับปัญหาการดื่มของพวกเขา แต่ส่วนใหญ่แล้ว นักเขียนมักไม่เคยเอ่ยถึงปัญหาดังกล่าวนี้เลย &#8212; ซึ่งอาจหมายความว่าพฤติกรรมการติดเหล้าถูกละเลยจากนักเขียนมาตลอดก็เป็นได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>ทำความเข้าใจ ‘เหตุผลที่นักเขียนชอบดื่มแอลกอฮอล์’</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">อะไรที่ทำให้นักเขียนจำนวนมากเลือกที่จะดื่ม และดื่มมากจนเกินพอดี? </span><span style="font-weight: 400;">คาซิน (</span><span style="font-weight: 400;">Kazin) กล่าวว่า แอลกอฮอล์เป็นแรงผลักดันสู่ความสำเร็จทุกรูปแบบ ทั้งความกระหายในศักดิ์ศรี ชื่อเสียง และเงินทอง ร่วมถึงความคิดสร้างสรรค์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ โดนัลด์ วี กูดวิน (Donald W. Goodwin) จิตแพทย์จากมหาวิทยาลัยวอชิงตันผู้ทำการศึกษาเพื่อหาคำตอบว่า ‘ทำไมนักเขียนชาวอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่จำนวนมากจึงดื่มหนัก’ เผยว่า </span><span style="font-weight: 400;">“อาจเกิดการเชื่อมโยงทางพันธุกรรมระหว่างความสามารถในการเขียนกับโรคพิษสุราเรื้อรัง ร่วมกับอาการซึมเศร้าเข้าขั้นอารมณ์สองขั้ว (อารมณ์ดีหรือก้าวร้าวผิดปกติ)”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งเหตุผลมาจาก </span><span style="font-weight: 400;">เอช. เอ. เบอร์ลิ</span><span style="font-weight: 400;">น (</span><span style="font-weight: 400;">Heather Berlin) นักประสาทวิทยา ซึ่งระบุว่า เมื่อนักเขียนเกิดความคิดสร้างสรรค์สูงสุด อยู่ในสภาวะที่ลื่นไหลมากๆ  เปลือกสมองบริเวณส่วนบนของสมองกลีบหน้าผาก (DLPFC) จะลดการป้องกัน ทำให้บุคคลนั้นๆ สูญเสียความรู้สึกในตนเองและหลอมรวมเข้ากับงานของพวกเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“นักเขียนจะหลุดพ้นจากพันธนาการต่อต้านความคิดสร้างสรรค์ด้วยอารมณ์”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และจากข้อมูลของ เจฟเฟรย์ เดวิส เอ็มเอ (Jeffrey Davis M.A.) อารมณ์ที่รุนแรงทั้งเชิงบวกและเชิงลบเหล่านี้ ถูกกระตุ้นกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ลงมือทำ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการกระตุ้นอารมณ์นำไปสู่ความคล่องแคล่วและความคิดสร้างสรรค์ที่มากขึ้น และในทางกลับกัน การปิดการใช้งานอารมณ์ เช่น ภาวะซึมเศร้าหรือความสงบ ดันไปจำกัดความสามารถในการคิดสร้างสรรค์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จะเกิดอะไรขึ้นเมื่ออารมณ์ที่เร่าร้อนจำเป็นต้องเขียนมอดไป นี่คือที่ที่แอลกอฮอล์เข้ามาช่วยเหลือ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยังมีความเป็นไปได้หลายประการสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างการเขียนและการดื่ม ซึ่งอาจรวมถึงความต้องการดึงความกล้าแสดงออก เพิ่มความสามารถในการเข้าสังคม ส่งเสริมจินตนาการ เสริมความมั่นใจในตนเอง คลายความเหงา หรืออย่างง่ายที่สุด ผ่อนคลายหลังจากวันที่หนักหน่วง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“นักเขียนเองก็มีเหตุผลมากมายที่จะเลือกดื่มไม่ต่างจากอาชีพอื่น ๆ” เบลก มอร์ริสัน (Blake Morrison) กล่าวสรุปสั้นๆ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ที่มา </b></p>
<ol>
<li><b> Why Do Writers Drink So Much?</b></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">https://www.psychologytoday.com/us/blog/psychology-yesterday/201801/why-do-writers-drink-so-much </span></p>
<ol start="2">
<li><b> Edgar Allan Poe</b></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">https://en.wikipedia.org/wiki/Edgar_Allan_Poe</span></p>
<ol start="3">
<li><b> Eugene O&#8217;Neill</b></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">https://en.wikipedia.org/wiki/Eugene_O%27Neill</span></p>
<ol start="4">
<li><b> Why Writers Love to Drink</b></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">https://medium.com/writers-blokke/why-writers-love-to-drink-b2b2fd3aeca6 </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/why-do-writers-love-to-drink/">ทำไมนักเขียนถึงชอบดื่มแอลกอฮอล์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3920</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ลดการดื่มช่วยรักษ์โลกได้อย่างไร? &#8211; สำรวจผลกระทบของเหล้าเบียร์ต่อสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-environment/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=alcohol-and-environment</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Jun 2021 07:21:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3843</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘อย่าลืมถุงผ้า’ กลายเป็นคำที่เมื่อออกจากบ้านต้องนึกถึงอยู่ร่ำไป เมื่อห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่งดแจกถุงพลาสติก ดังนั้น นอกเหนือจากเงินแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้คงจะเป็นถุงผ้าคนละใบสองใบ เพราะถ้าพลาด อาจจะต้องแบกของหนักอย่างทุลักทุเล หรือต้องเสียเงินเพิ่มจากการซื้อถุงหน้าเคาน์เตอร์ เช่นเดียวกับร้านกาแฟชื่อดังที่งดใช้หลอดพลาสติก และเปลี่ยนมาใช้หลอดกระดาษ, เทรนด์การรับประทานอาหารจำพวกพืชแปรรูปแทนเนื้อสัตว์ และอื่นๆ อีกมากมาย ปัจจุบันเราเห็นพฤติกรรมและการรณรงค์ &#8216;ช่วยโลก&#8217; หลากหลายรูปแบบ เพื่อรักษาระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อม ภูมิอากาศอย่างยั่งยืนส่งต่อไปถึงคนรุ่นลูกหลาน ทว่า ผู้คนส่วนใหญ่มักรับรู้ข้อมูลแค่เรื่องผลกระทบจากอาหารที่เรากิน วิธีที่เราเดินทาง เสื้อผ้าที่เราซื้อ โดยที่ยังไม่รู้ว่าเครื่องดื่มประจำงานปาร์ตี้อย่างแอลกอฮอล์ประเภทต่างๆ ก็ส่งผลสิ่งแวดล้อมอย่างมากเช่นกัน   &#160; เหล้า-เบียร์ กับร่องรอยผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม &#160; น้อยคนนักที่จะรู้ว่า &#8216;ทุกขั้นตอน&#8217; ของการผลิตเครื่องดื่มแอลกอออล์มีร่องรอยผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมปรากฎอยู่ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาทั้งแง่ตัวบุคคลและส่วนรวม  เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกวัตถุดิบ ขณะที่การปลูกพืชเพื่อผลิตแอลกอฮอล์ต้องใช้ที่ดินจำนวนมหาศาล กลับมีข้อมูลปรากฏว่าที่ดินเพื่อปลูกพืชผลิตอาหารบนโลกนั้นกลับมีอัตราลดลง เราปลูกข้าวและมันฝรั่งเพื่อผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่กลับหมางเมินความเป็นจริงที่ว่าประชากรโลกกำลังเติบโต ต้องการอาหารเพิ่มขึ้น และยังมีคนอีกหลายกลุ่มในหลายประเทศทั่วโลกยังคงขาดแคลนอาหาร  ไม่เพียงแต่ที่ดินที่หายาก น้ำประปาก็เป็นสิ่งสำคัญที่หายากเช่นกัน เมื่อเกิดการบริโภคแอลกอฮอล์ทั่วโลกเพิ่มขึ้น ความต้องการใช้น้ำสำหรับการปลูกวัตถุดิบ หรือกระบวนการผลิตแอลกอฮอล์จึงเพิ่มขึ้นตามๆ กัน มีการประมาณการว่าการผลิตเบียร์ 500 มิลลิลิตร ต้องใช้น้ำ 148 ลิตร  ส่วนไวน์ 125 มิลลิลิตร ต้องใช้น้ำ 110 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-environment/">ลดการดื่มช่วยรักษ์โลกได้อย่างไร? &#8211; สำรวจผลกระทบของเหล้าเบียร์ต่อสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>‘</b><span style="font-weight: 400;">อย่าลืมถุงผ้า’ กลายเป็นคำที่เมื่อออกจากบ้านต้องนึกถึงอยู่ร่ำไป เมื่อห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่งดแจกถุงพลาสติก ดังนั้น </span><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือจากเงินแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้คงจะเป็นถุงผ้าคนละใบสองใบ เพราะถ้าพลาด อาจจะต้องแบกของหนักอย่างทุลักทุเล หรือต้องเสียเงินเพิ่มจากการซื้อถุงหน้าเคาน์เตอร์</span></p>
<p>เช่นเดียวกับ<span style="font-weight: 400;">ร้านกาแฟชื่อดังที่งดใช้หลอดพลาสติก และเปลี่ยนมาใช้หลอดกระดาษ, เทรนด์การรับประทานอาหารจำพวกพืชแปรรูปแทนเนื้อสัตว์ และอื่นๆ อีกมากมาย ปัจจุบันเราเห็นพฤติกรรมและการรณรงค์ &#8216;ช่วยโลก&#8217; หลากหลายรูปแบบ เพื่อรักษาระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อม ภูมิอากาศอย่างยั่งยืนส่งต่อไปถึงคนรุ่นลูกหลาน ทว่า </span><span style="font-weight: 400;">ผู้คนส่วนใหญ่มักรับรู้ข้อมูลแค่เรื่องผลกระทบจากอาหารที่เรากิน วิธีที่เราเดินทาง เสื้อผ้าที่เราซื้อ</span><span style="font-weight: 400;"> โดยที่ยังไม่รู้ว่าเครื่องดื่มประจำงานปาร์ตี้อย่างแอลกอฮอล์ประเภทต่างๆ ก็ส่งผลสิ่งแวดล้อมอย่างมากเช่นกัน  </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;">เหล้า-เบียร์ กับร่องรอยผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">น้อยคนนักที่จะรู้ว่า &#8216;ทุกขั้นตอน&#8217; ของการผลิตเครื่องดื่มแอลกอออล์มีร่องรอยผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมปรากฎอยู่ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาทั้งแง่ตัวบุคคลและส่วนรวม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกวัตถุดิบ ขณะที่การปลูกพืชเพื่อผลิตแอลกอฮอล์ต้องใช้ที่ดินจำนวนมหาศาล กลับมีข้อมูลปรากฏว่าที่ดินเพื่อปลูกพืชผลิตอาหารบนโลกนั้นกลับมีอัตราลดลง เราปลูกข้าวและมันฝรั่งเพื่อผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่กลับหมางเมินความเป็นจริงที่ว่าประชากรโลกกำลังเติบโต ต้องการอาหารเพิ่มขึ้น และยังมีคนอีกหลายกลุ่มในหลายประเทศทั่วโลกยังคงขาดแคลนอาหาร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เพียงแต่ที่ดินที่หายาก น้ำประปาก็เป็นสิ่งสำคัญที่หายากเช่นกัน เมื่อเกิดการบริโภคแอลกอฮอล์ทั่วโลกเพิ่มขึ้น ความต้องการใช้น้ำสำหรับการปลูกวัตถุดิบ หรือกระบวนการผลิตแอลกอฮอล์จึงเพิ่มขึ้นตามๆ กัน มีการประมาณการว่าการผลิต</span><span style="font-weight: 400;">เบียร์ 500 มิลลิลิตร ต้องใช้น้ำ 148 ลิตร  ส่วนไวน์ 125 มิลลิลิตร ต้องใช้น้ำ 110 ลิตร จึงอาจกล่าวได้ว่า</span><span style="font-weight: 400;">แอลกอฮอล์เป็นสินค้าที่กระหายน้ำอย่างแท้จริง</span></p>
<p>นี่ยังไม่รวมถึงการแพ็กของและการขนส่ง การผลิตบรรจุภั<span style="font-weight: 400;">ณฑ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างขวดหรือกระป๋อง รวมถึงการรักษาเย็นของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็มีต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม แม้ว่าตอนนี้จะมีการรีไซเคิลกระป๋องอลูมิเนียมและขวดแก้วอย่างชัดเจน แต่ในประเทศอังกฤษและอเมริกาก็ยังพบว่า ร้อยละ 50 ของขยะประเภทบรรจุภัณฑ์แอลกอฮอล์ถูกฝังกลบมากกว่านำไปรีไซเคิล &#8212; อย่างน้อยก็มีกระป๋องกว่า 5 หมื่นล้านกระป๋องที่เป็นเช่นนั้น และถ้านำไปเข้ากระบวนการทำลาย ก็ต้องผ่านกระบวนการที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมาก เช่นเดียวกับการขนส่งที่ปลดปล่อยก๊าซเหล่านี้จำนวนมหาศาล โดยข้อมูลจากสมาคมผู้ค้าส่งเบียร์แห่งอเมริกาฯ ระบุว่า อุตสาหกรรมเบียร์อเมริกาส่งสินค้าถึง 2.8 พันล้านรายในปี 2561 เป็นงานที่ต้องใช้พลังงานและเชื้อเพลิง ทั้งในการทำความเย็นและการขนส่ง ทำให้เกิดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจก่อให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกที่เลวร้ายยิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เอาเป็นว่าโดยรวมแล้ว เราอาจกล่าวได้ว่ายิ่งเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์สูงเท่าไหร่ ยิ่งสร้างผลกระทบต่อโลกมากขึ้นเท่านั้น </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>สะท้อนปัญหาน้ำเสีย&amp;ดินเสีย ผ่าน ‘เตกีลา’</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>อีกหนึ่งเรื่องเล่าเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่น่าสนใจคือการผลิต &#8216;เตกีลา&#8217; <span style="font-weight: 400;">หลายคนอาจไม่เคยรู้เลยว่าเตกีลาผลิตได้ในเม็กซิโกเท่านั้น มันเป็น</span><span style="font-weight: 400;">เครื่องดื่มที่มาพร้อมกับการเฉลิมฉลองในครอบครัวและวันหยุดประจำชาติ </span><span style="font-weight: 400;">โดยเตกีลามีแอลกอฮอล์อยู่ประมาณ 38% ผลิตจากการหมักและกลั่นน้ำตาลจากพืชที่มีใบแหลมหนาที่เรียกว่า Agave tequilana Weber หรือ blue agave ซึ่งมีถิ่นกำเนิดที่เม็กซิโก</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เม็กซิโกนั้นมีโรงงานเตกีลา 118 แห่งและมีแบรนด์เตกีลาถึง 715 แบรนด์ หากนับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนเมษายนโรงงานเหล่านี้ผลิตเตกีลาได้ถึง 48 ล้านลิตร </span></p>
<p>แต่<span style="font-weight: 400;">การผลิตเตกีลา 1 ลิตรต้องใส่น้ำอย่างน้อย 10 ลิตร ซึ่งผลเสียไม่ได้จำกัดอยู่เพียงใช้ปริมาณน้ำจำนวนมากเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดน้ำเสียที่ไม่ผ่านกระบวนการบำบัดก่อนปล่อยทิ้งสู่พื้นที่โดยรอบ จน</span><span style="font-weight: 400;">กลายเป็นกากอุตสาหกรรมในพื้นดินและในแม่น้ำข้างเคียง</span></p>
<p>พร้อมๆ กันนั้น พืชผลส่วนใหญ่ที่ใช้ผลิตเตกีลา<span style="font-weight: 400;">มักฉีดสารกำจัดศัตรูพืชเพื่อปรับปรุงผลผลิตและลดโรคต่างๆ  นับว่าเป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างหนัก และสามารถก่อให้เกิดมลพิษทางน้ำในระดับท้องถิ่น เพราะสารเคมีในน้ำยากำจัดศัตรูพืชอาจจะไหลเข้าไปสู่แหล่งน้ำบริเวณใกล้เคียงเช่นกัน </span></p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อ<span style="font-weight: 400;">เตกีลาทุกลิตรบรรจุลงขวด จะมีการใช้เยื่อหางจระเข้ 5 กิโลกรัม และเกิดกากที่เหลือจากการกลั่น 7-10 ลิตร เรียกว่า Vinaza </span><span style="font-weight: 400;">โดย Vinaza นั้นเป็นกรดที่มีน้ำมัน ทำให้ดินไม่สามารถเกิดการซึมผ่านแล้วจำพวกแร่ธาตุ น้ำ ไม่สามารถไหลลงดินได้ นั่นแปลว่ากรดที่มีน้ำมันพวกนี้ไม่มีประโยชน์ในการทำฟาร์มหรือเกษตรกรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ส่วนของน้ำมันจะทำให้ดินแข็ง โดยบริเวณที่แข็งและแตกออกมา Vinaza จะปนเปื้อนลงสู่น้ำใต้ดิน โดย Vinaza จำนวน 1 ลิตรสามารถสร้าง BOD สูงถึง 25,000 มิลลิกรัม ถ้าดูจากมาตรฐานในประเทศไทยนั้น  </span><span style="font-weight: 400;">กำหนดให้โรงงานอุตสาหกรรม มีการปล่อยค่า BOD ได้ไม่เกิน 20 มิลลิกรัมต่อลิตรเท่านั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(*ค่า BOD คือ ปริมาณการใช้ออกซิเจนในการย่อยสลายสารอินทรีย์ ถ้ามันมีการค่า BOD สูง แสดงว่าน้ำมีสารอินทรีย์จำนวนมาก = น้ำเสียมาก) </span></p>
<p>นอกจากนี้ <span style="font-weight: 400;">ยังมีข้อมูลระบุว่า ทุกๆ ลิตรของการผลิตเตกีลา ก่อให้เกิดเยื่อกระดาษ 5 กิโลกรัม และขยะเปียกที่เป็นกรด 11 ลิตร ทั้ง 2 อย่างนี้ทำให้ดินและน้ำในเม็กซิโกเกิดการปนเปื้อน เมื่อคิดถึง</span><span style="font-weight: 400;">การจัดจำหน่ายออกไปทั่วโลก ที่ใช้พลังงานจำนวนมากในการขนส่ง การผลิตเครื่องดื่มชนิดนี้ก็น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมไม่น้อยเลยทีเดียว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>ทางออกอยู่ที่ไหน ถ้าจะทำให้เราดื่มแบบรักษ์โลก</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถ้าเราเริ่มต้นแก้ปัญหาด้วยการ<span style="font-weight: 400;">ดื่มเครื่องแอลกอฮอล์ให้น้อยลง การมีนโยบายรัฐที่เอื้ออำนวยความสะดวกเรื่องการเข้าถึงข้อมูลก็เป็นสิ่งที่จำเป็น เช่น นโยบายอาจกำหนดให้</span><span style="font-weight: 400;">ผู้ผลิตให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับร่องรอยคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อให้ผู้บริโภคอย่างพวกเราสามารถตัดสินใจในการดื่ม และสิ่งนี้จะเป็นแรงจูงใจให้กับอุตสาหกรรมที่ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลดต้นทุนทางด้านสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตวัตถุดิบอย่างพืชผลไปจนถึง</span><span style="font-weight: 400;">การบรรจุผลิตภัณฑ์</span></p>
<p>แต่เพราะในปัจจุบัน<span style="font-weight: 400;">ยังไม่มีนโยบายใดๆ ถูกประกาศออกมา ดังนั้น ในฐานะผู้บริโภคก็มีวิธีง่ายๆ ที่คุณเลือกดื่มได้ โดยเป็น</span><span style="font-weight: 400;">เพื่อนที่แสนดีต่อสิ่งแวดล้อมด้วย นั่นคือ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ใช้ระบบขนส่งสาธารณะไป-กลับ จากบาร์หรือสถานที่ดื่ม และถ้าตนเองเป็นคนขับรถ ต้องแน่ใจว่ามีสติมากพอแล้วจะไม่มีวันทำผิดกฎจราจรบนท้องถนน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; มั่นใจว่ารีไซเคิลขวดและกระป๋องทุกครั้งที่ดื่ม รวมถึงมองหาถังเบียร์หรือไวน์ออร์แกนิกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ถ้าเป็นไปได้มองหาตัวเลือกการเติมเครื่องดื่มมากกว่าที่จะซื้อเครื่องดื่มบรรจุภัณฑ์ใหม่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สนับสนุนเบียร์หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น ไวน์หรือเหล้าในท้องถิ่น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่มา : 1) </span><a href="https://www.independent.co.uk/climate-change/opinion/alcohol-climate-crisis-environment-b1812946.html?fbclid=IwAR1FeSP4A4X2DM7pjyNwnKLWSrWPF8eB6rCa9VDdOxPiqswP-7sPWTK_WjU"><span style="font-weight: 400;">https://www.independent.co.uk/climate-change/opinion/alcohol-climate-crisis-environment-b1812946.html</span></a><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2) </span><a href="https://www.blueland.com/articles/alcohols-impact-on-the-environment"><span style="font-weight: 400;">https://www.blueland.com/articles/alcohols-impact-on-the-environment</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3) </span><a href="http://www.ipsnews.net/2009/08/tequila-leaves-environmental-hangover/"><span style="font-weight: 400;">http://www.ipsnews.net/2009/08/tequila-leaves-environmental-hangover/</span></a><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-environment/">ลดการดื่มช่วยรักษ์โลกได้อย่างไร? &#8211; สำรวจผลกระทบของเหล้าเบียร์ต่อสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3843</post-id>	</item>
		<item>
		<title>สุรากับการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา : มุมมองเชิงปัจเจกบุคคล สังคม และนโยบาย</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-coronavirus/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=alcohol-and-coronavirus</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 May 2021 05:20:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ชุดเครื่องมือเลิกเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[บุคลากรทางการแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[คู่มือการดูแลผู้ติดสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายแอลกอฮอล์ในยุคโควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[โคโรนาไวรัส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3796</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; &#160; ดาวน์โหลดได้ที่นี่ : Book_โควิดกับสุรา &#160; สุรากับการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา : มุมมองเชิงปัจเจกบุคคล สังคม และนโยบาย &#160; จัดทําโดย ทีมวิจัยการทบทวนวรรณกรรมนานาชาติและสวีเดน &#160; แปลและเรียบเรียงโดย:  แพทย์หญิง พันธุ์นภา กิตติรัตนไพบูลย์ และ นายแพทย์สุจิระ ปรีชาวิทย์</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-coronavirus/">สุรากับการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา : มุมมองเชิงปัจเจกบุคคล สังคม และนโยบาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><a href="https://alcoholrhythm.com/wp-content/uploads/2021/05/Book_โควิดกับสุรา.pdf">ดาวน์โหลดได้ที่นี่ : Book_โควิดกับสุรา </a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุรากับการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา : มุมมองเชิงปัจเจกบุคคล สังคม และนโยบาย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จัดทําโดย ทีมวิจัยการทบทวนวรรณกรรมนานาชาติและสวีเดน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แปลและเรียบเรียงโดย:  แพทย์หญิง พันธุ์นภา กิตติรัตนไพบูลย์ และ นายแพทย์สุจิระ ปรีชาวิทย์</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-and-coronavirus/">สุรากับการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา : มุมมองเชิงปัจเจกบุคคล สังคม และนโยบาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3796</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เคล็ดลับสร่างเมาไว และอะไรที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับการทำให้สร่างเมา</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/how-to-be-sober/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=how-to-be-sober</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Mar 2021 08:11:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ดูแลคนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[การดื่มสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[ดื่มหนัก]]></category>
		<category><![CDATA[สร่างเมา]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[แฮงค์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3657</guid>

					<description><![CDATA[<p>บางคนอาจจะเคยสังสรรค์ สนุกสนานกับเพื่อนฝูงในยามค่ำคืนจนเผลอดื่มเร็ว ดื่มหนัก ดื่มเดือด รู้ตัวอีกทีอาการเมาก็มาเยือนเสียแล้ว คำถามยอดฮิตที่คนมักสงสัยจึงเป็น &#8216;ทำอย่างไรให้สร่างเมาได้ไวที่สุด?&#8217; แม้อันที่จริง สิ่งเดียวที่ช่วยลดความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดได้คือเวลา แต่ดูเหมือนว่าหลายคนคงไม่เห็นด้วยนักถ้าจะต้องนอนอืดบนเตียงให้เสียงานเสียการ ครั้นจะสะกิดถามคนใกล้ชิดหรือเปิดค้นหาเคล็ดลับสร่างเมาในกูเกิ้ล ก็ไม่แน่ว่าจะได้ผลจริงเพราะส่วนใหญ่ไม่มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนให้น่าเชื่อถือเสียด้วย วันนี้ Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า จึงขอเสนอวิธีหลีกเลี่ยงอาการเมาหนักจนแฮงก์หมดสภาพ เคล็ดลับดูแลตัวเองให้สร่างเมาได้อย่างปลอดภัย พร้อมสำรวจว่าความเชื่อเรื่องการแก้แฮงก์แบบไหน ที่อาจไม่เป็นความจริง  &#160; ว่าด้วยเรื่องอาการเมา &#160; ก่อนอื่น เราอยากชวนคุณมาทำความเข้าใจอาการเมาเสียก่อนว่า เวลาดื่มเหล้านั้น แอลกอฮอล์จะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดผ่านทางเยื่อบุกระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กก่อนถูกส่งไปทำลายที่ตับ ซึ่งกระบวนการทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการสลายแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดสำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาตรฐาน (เบียร์หนึ่งขวด ไวน์หนึ่งแก้ว หรือเหล้าหนึ่งช็อต) หากเผลอดื่มแอลกอฮอล์เร็วเกินกว่าที่ตับจะสลายได้ ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดก็จะสูงขึ้นและทำให้เริ่มรู้สึกเมา ปัจจัยที่ทำให้เมาช้าเร็วจึงขึ้นอยู่กับปริมาณการดื่ม ความเร็วในการกระดก ความเข้มข้นของดริงก์ที่เราดื่ม น้ำหนักตัว และอาหารที่กินก่อนดื่ม หากควบคุมปัจจัยดังกล่าวได้ก็จะช่วยทำให้อาการเมาค้างเกิดขึ้นเบาลง ตัวอย่างวิธีง่ายๆ ในการดื่มไม่ให้แฮงก์หนักมี 5 วิธี ได้แก่ 1. ใช้วิธีการนับจำนวนเครื่องดื่มมึนเมาที่กระดกเข้าไป และจำกัดการดื่มของตัวเองว่าจะกี่ขวด กี่แก้ว ควรดื่มเท่าที่ไหว ไม่เมามากเกินไป 2. วัดปริมาณการดื่ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/how-to-be-sober/">เคล็ดลับสร่างเมาไว และอะไรที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับการทำให้สร่างเมา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">บางคนอาจจะเคยสังสรรค์ สนุกสนานกับเพื่อนฝูงในยามค่ำคืนจนเผลอดื่มเร็ว ดื่มหนัก ดื่มเดือด รู้ตัวอีกทีอาการเมาก็มาเยือนเสียแล้ว </span><span style="font-weight: 400;">คำถามยอดฮิตที่คนมักสงสัยจึงเป็น &#8216;ทำอย่างไรให้สร่างเมาได้ไวที่สุด?&#8217;</span></p>
<p>แม้อันที่จริง สิ่งเดียวที่ช่<span style="font-weight: 400;">วยลดความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดได้คือเวลา แต่ดูเหมือนว่าหลายคนคงไม่เห็นด้วยนักถ้าจะต้องนอนอืดบนเตียงให้เสียงานเสียการ ครั้นจะ</span><span style="font-weight: 400;">สะกิดถามคนใกล้ชิดหรือเปิดค้นหาเคล็ดลับสร่างเมาในกูเกิ้ล ก็ไม่แน่ว่าจะได้ผลจริงเพราะส่วนใหญ่ไม่มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนให้น่าเชื่อถือเสียด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้ Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า จึงขอเสนอวิธีหลีกเลี่ยงอาการเมาหนักจนแฮงก์หมดสภาพ เคล็ดลับดูแลตัวเองให้สร่างเมาได้อย่างปลอดภัย พร้อมสำรวจว่าความเชื่อเรื่องการแก้แฮงก์แบบไหน ที่อาจไม่เป็นความจริง </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>ว่าด้วยเรื่องอาการเมา</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนอื่น เราอยากชวนคุณมาทำความเข้าใจอาการเมาเสียก่อนว่า เวลาดื่มเหล้านั้น แอลกอฮอล์จะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดผ่านทางเยื่อบุกระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กก่อนถูกส่งไปทำลายที่ตับ ซึ่งกระบวนการทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการสลายแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดสำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาตรฐาน (เบียร์หนึ่งขวด ไวน์หนึ่งแก้ว หรือเหล้าหนึ่งช็อต) หากเผลอดื่มแอลกอฮอล์เร็วเกินกว่าที่ตับจะสลายได้ ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดก็จะสูงขึ้นและทำให้เริ่มรู้สึกเมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยที่ทำให้เมาช้าเร็วจึงขึ้นอยู่กับปริมาณการดื่ม ความเร็วในการกระดก ความเข้มข้นของดริงก์ที่เราดื่ม น้ำหนักตัว และอาหารที่กินก่อนดื่ม หากควบคุมปัจจัยดังกล่าวได้ก็จะช่วยทำให้อาการเมาค้างเกิดขึ้นเบาลง ตัวอย่างวิธีง่ายๆ ในการดื่มไม่ให้แฮงก์หนักมี 5 วิธี ได้แก่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">1. ใช้วิธีการนับจำนวนเครื่องดื่มมึนเมาที่กระดกเข้าไป และจำกัดการดื่มของตัวเองว่าจะกี่ขวด กี่แก้ว ควรดื่มเท่าที่ไหว ไม่เมามากเกินไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2. วัดปริมาณการดื่ม โดยปกติปริมาณมาตรฐานที่ตับจะย่อยสลายได้ภายใน 1 ชั่วโมง อยู่ที่เบียร์แอลกอฮอล์ 5% ในปริมาณ 330 มิลลิลิตร สำหรับไวน์ แอลกอฮอล์ 11-13% จะอยู่ที่ 100 มิลลิลิตร และสำหรับเหล้า แอลกอฮอล์ 40-43% จะอยู่ที่ 30 มิลลิลิตร นักดื่มสามารถควบคุมให้ปริมาณการดื่มไม่มากเกินไปจนเมาแอ๋ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3. เลือกดื่มเครื่องดื่มมึนเมาที่มีความเข้มข้นของแอลกอฮอล์น้อย เช่น เบียร์ที่มีเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์น้อย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">4. เปลี่ยนวิธีการดื่ม ดื่มให้ช้าลง และสลับมาจิบน้ำเปล่า โซดา น้ำผลไม้ เพื่อให้มีเวลาตับได้ทำงาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">5. กินอาหารรองท้องก่อนดื่ม เพราะถ้าปล่อยให้ท้องว่างจะทำให้แอลกอฮอล์ดูดซึมได้เร็วจนเมาเร็วตามไปด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการทำให้สร่าง</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับบางคนอาจจะบอกว่าไม่ทันเสียแล้ว รู้ตัวอีกทีก็เมาแล้ว และกำลังหาวิธีทำให้ตัวเองสร่างเมาจากการดื่มหนัก ต้องขอบอกว่าอยากให้คุณลองดูดีๆ เพราะหลายวิธีที่ &#8220;ดู&#8221; จะได้ผล หรือทำให้ &#8220;รู้สึก&#8221; ดีขึ้นจากปากคำของคนอื่น อาจจะไม่เป็นจริงก็ได้ เช่น </span></p>
<p><b></b><b>&#8211; ดื่มกาแฟเข้มๆ แล้วจะสร่างเร็ว</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปกติแล้วเวลาดื่มเครื่องดื่มมึนเมาไปสักพักจะทำให้นักดื่มรู้สึกง่วงนอน การดื่มกาแฟอาจจะช่วยทำให้ตื่น แต่นั่นไม่ได้ช่วยทำให้แอลกอฮอล์ถูกสลายได้เร็วขึ้น ดังนั้นข้อควรระวังคือมันอาจทำให้นักดื่มรู้สึกว่าตัวเองสร่างและกล้าที่จะขับรถ ซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุตามมาได้</span></p>
<p><b></b><b>&#8211; อาบน้ำเย็น ปลุกตัวเองให้ไม่เมา</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การอาบน้ำเย็นทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากขึ้นก็จริง แต่มันไม่ได้ลดผลกระทบจากแอลกอฮอล์ต่อร่างกาย ในทางตรงกันข้าม การอาบน้ำเย็นอาจทำให้ร่างกายของผู้ดื่มหนักเข้าสู่ภาวะช็อก หรือหมดสติได้</span></p>
<p><b></b><b>&#8211; อ้วกเหล้าออกมาซะ แล้วจะดีขึ้น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากไม่ได้พยายามล้วงคอตอนเพิ่งกลืนทันที การพยายามขย้อนหลังจากนั้นก็ไม่ได้มีผลกับอาการสร่างเมา เนื่องจากแอลกอฮอล์อยู่ในกระแสเลือดไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เวลาอ้วกก็จะช่วยทำให้รู้สึกดีขึ้นจากอาการคลื่นไส้</span></p>
<p><b></b><b>&#8211; กินอาหารที่มีไขมันตามเข้าไปจะช่วยทำให้สร่าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าแอลกอฮอล์จะถูกดูดซึมผ่านเยื่อบุกระเพาะอาหาร หากรับประทานอาหารจำพวกไขมันจนเต็มท้อง เมื่อเริ่มดื่มเหล้า แอลกอฮอล์ก็อาจจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ช้าลง ซึ่งปกติร่างกายจะใช้เวลาดูดซึมแอลกอออล์เข้าสู่กระแสเลือดภายในเวลาประมาณ 10 นาทีเท่านั้น ถ้า</span><span style="font-weight: 400;">แอลกอฮอล์อยู่ในเลือดของคุณแล้ว ก็สายเกินไปที่อาหารจะมีผลกระทบใดๆ มิหนำซ้ำ ต้องระวังว่า</span><span style="font-weight: 400;">หากกินอาหารที่มีไขมันและแอลกอฮอล์รวมกันอาจทำให้เกิดอาการท้องร่วงแทนก็ได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>เคล็ดลับดูแลตัวเองเมื่อเมาค้าง</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">อันนั้นก็ไม่ช่วย อันนี้ก็ไม่ดีต่อการสร่างเมา คุณคงเกิดคำถามว่าแล้วจะดูแลตัวเองอย่างไรให้ปลอดภัยและถูกต้อง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับการดูแลตัวเองเมื่อเมาค้าง อาจจะแบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงก่อนเข้านอน และช่วงเช้าที่ต้องตื่นมาชดใช้กรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิธีดูแลตัวเองเมื่อเมาค้างก่อนเข้านอนที่ดีที่สุด คือการนอนหลับเต็มอิ่ม ให้เวลาตับได้ทำงานสลาย</span><span style="font-weight: 400;">แอลกอฮอล์ในร่างกาย (</span><span style="font-weight: 400;">ขอขีดเส้นใต้ย้ำไว้ว่าการหลับ ไม่นับสลบเหมือดที่อาจจะเป็นเรื่องปกติของนักดื่ม) อย่างไรก็ตาม ก่อนเข้านอน นักดื่มตัวยงควรระวังอันตรายจากการอาเจียนขณะหลับและสำลักจนเสียชีวิต เพราะแอลกอฮอล์ในเลือดที่อยู่ในระดับสูงอาจส่งผลต่อเส้นประสาทที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการป้องกันการสำลักหรือกลืน (gag reflex) แม้กระทั่งตอนหลับอยู่ก็ตาม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากการนอนหลับแล้ว คำแนะนำที่ช่วยทำให้การตื่นในตอนเช้าไม่นรกจนเกินไป ได้แก่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; การดื่มน้ำแก้วใหญ่ก่อนเข้านอน และวางแก้วน้ำไว้ใกล้เตียงไว้จิบ เพื่อช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ทิ้งถังขยะ ถุง ภาชนะต่างๆ ไว้ข้างเตียงเผื่ออาจจะต้องอาเจียน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; อย่ากินยานอนหลับหรือยาต้านเศร้าอื่นๆ หลังจากดื่ม และทิ้งยาแก้ปวดที่ไม่ต้องสั่งโดยแพทย์ (over-the-counter OTC) เช่น ยา Advil ไว้ที่โต๊ะข้างเตียงเพื่อรับประทานในตอนเช้า โดยหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มี acetaminophen เช่น Tylenol และ Excedrin เพราะอาจทำให้ตับถูกทำลายได้เมื่อดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 24 ชั่วโมงเดียวกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สุดท้ายสำหรับคนที่ต้องการตื่นเช้าอาจจะตั้งนาฬิกาปลุกไว้เตือนตนเองก็ย่อมได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อันที่จริง อาการเมาค้างส่วนใหญ่สามารถหายได้เองภายใน 24 ชั่วโมง แต่ก็มีเคล็ดลับวิธีดูแลตัวเองในตอนเช้าเมื่อเผชิญอาการเมาค้าง ตั้งแต่การกินยาแก้ปวดที่วางไว้โต๊ะข้างเตียง เพื่อบรรเทาอาการเวียนหัว, ดื่มน้ำแก้วใหญ่ เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ, กินอาหารรสจืดอย่างแครกเกอร์และขนมปัง เพื่อช่วยเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด ไม่ให้น้ำย่อยกัดกระเพาะอาหาร ที่สำคัญคืออย่าดื่มเหล้าต่อโดยคิดว่าช่วยถอนได้ เพราะนั่นกลับจะทำให้ยิ่งแย่ลง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ คุณอาจจะเลือกกลับไปนอนหลับต่อ เพราะแม้การนอนหลับไม่ได้ช่วยทำให้แอลกอฮอล์ในเลือดลดลง แต่ก็ช่วยบรรเทาอาการเมาค้างได้ รวมไปถึงยังมีทางเลือกอื่น อย่างดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ที่มีวิตามินและแร่ธาตุ หรือ ใช้ยาอย่าง Pepto-Bismol หรือ Tums เพื่อรักษาอาการไม่สบายของระบบทางเดินอาหาร (gastrointestinal upset), ปิดผ้าม่านหรือใส่แว่นตากันแดด เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือเคล็ดลับการดูแลตัวเองขณะเมาค้างที่เอามาฝากกัน หวังว่านักดื่มจะหยิบยกเอาไปใช้ เพื่อให้การสร่างเมาปลอดภัยยิ่งขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่มา:</span><a href="https://www.healthline.com/health/how-to-sober-up?fbclid=IwAR0rveKHIHzLKKCwvKDdneN6_fHmFXXgbsAj0Z4RRlJOor8hYLY0QHtCl8w#ways-to-avoid-getting-too-drunk"> <span style="font-weight: 400;">https://www.healthline.com/health/how-to-sober-up?fbclid=IwAR0rveKHIHzLKKCwvKDdneN6_fHmFXXgbsAj0Z4RRlJOor8hYLY0QHtCl8w#ways-to-avoid-getting-too-drunk</span></a></p>
<p><a href="https://www.morporor.org/storage/images/knowledge/pdf/1554898536.pdf"><span style="font-weight: 400;">https://www.morporor.org/storage/images/knowledge/pdf/1554898536.pdf</span></a></p>
<p><a href="https://www.health.harvard.edu/staying-healthy/7-steps-to-cure-your-hangover-and-ginkgo-biloba-whats-the-verdict?fbclid=IwAR27fU2nah6SkUHkemeYMoGbUDJl4IW0j4VsxGAgOEpH9f6hc9DQAg6C9eg"><span style="font-weight: 400;">https://www.health.harvard.edu/staying-healthy/7-steps-to-cure-your-hangover-and-ginkgo-biloba-whats-the-verdict?fbclid=IwAR27fU2nah6SkUHkemeYMoGbUDJl4IW0j4VsxGAgOEpH9f6hc9DQAg6C9eg</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">https://th.wikihow.com/%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%A7</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/how-to-be-sober/">เคล็ดลับสร่างเมาไว และอะไรที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับการทำให้สร่างเมา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3657</post-id>	</item>
		<item>
		<title>10 ยุทธศาสตร์การลดใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตรายจาก WHO ถึงรัฐบาลทั่วโลก</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/10-policy-to-reduce-harmful-alcohol/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=10-policy-to-reduce-harmful-alcohol</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Mar 2021 05:26:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเหล้าเชิงนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[WHO]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการควบคุมสุรา]]></category>
		<category><![CDATA[ยุทธศาสตร์แอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การอนามัยโลก]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3625</guid>

					<description><![CDATA[<p>เลิกเหล้าลำพังแล้วดันพังสมชื่อ คือสถานการณ์จริงที่อาจเกิดขึ้นกับใครหลายๆ คน ทว่าพวกเราเข้าใจเป็นอย่างดี เพราะการลด ละ เลิก แอลกอฮอล์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำสำเร็จด้วยตัวคนเดียว แต่ต้องอาศัยการ &#8216;ผลักดัน&#8217; จากหลายๆ ฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ดื่ม ในทุกๆ ปี มีคนกว่า 3 ล้านคนทั่วโลก ต้องเจอกับอันตรายที่เกิดขึ้นจากดื่มแอลกอฮอล์ แถมบางคนยังไม่ใช่ผู้ดื่มเองเสียด้วย ดังนั้น คงจะดีกว่าถ้าการติดแอลกอฮอล์จะไม่ถูกลดทอนให้เป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่มองไปถึงนโยบายหรือการวางระบบที่จะช่วยเหลือทุกๆ คนได้อย่างเท่าเทียม ‘การปรับปรุงผลลัพธ์ด้านสุขภาพ-สังคม สำหรับบุคคล ครอบครัวและชุมชน’ จึงเป็นยุทธศาสตร์ใหญ่ๆ ขององค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อลดความรุนแรงจากสถานการณ์ข้างต้น มีการคาดการณ์ว่ายุทธศาสตร์ดังกล่าวจะถูกผลักดันส่งเสริมไปยังระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค จนถึงระดับโลก Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า จึงขอชวนผู้อ่านสำรวจยุทธศาสตร์จาก WHO ถึงรัฐบาลทั่วโลกใน 10 ตัวเลือกนโยบายและการป้องกันระดับชาติ เพื่อบรรลุเป้าหมายการป้องกันและลดการใช้แอลกอฮอล์ให้ได้มากที่สุด  &#160; 1. ความเป็นผู้นำ ความตระหนักรู้ และพันธะ การปฏิบัติโดยยั่งยืนต้องการความเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง มีพื้นฐานของการตระหนักรู้ เจตจำนงทางการเมือง และพันธะ หรือการให้คำมั่นสัญญา พันธะควรแสดงออกอย่างเหมาะสมผ่านนโยบายระดับชาติ ซึ่งควรครอบคลุมและแยกส่วนที่จะต้องชี้แจง แบ่งความรับผิดชอบแก่ภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/10-policy-to-reduce-harmful-alcohol/">10 ยุทธศาสตร์การลดใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตรายจาก WHO ถึงรัฐบาลทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เลิกเหล้าลำพังแล้วดันพังสมชื่อ คือสถานการณ์จริงที่อาจเกิดขึ้นกับใครหลายๆ คน ทว่าพวกเราเข้าใจเป็นอย่างดี เพราะการลด ละ เลิก แอลกอฮอล์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำสำเร็จด้วยตัวคนเดียว แต่ต้องอาศัยการ &#8216;ผลักดัน&#8217; จากหลายๆ ฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ดื่ม</span></p>
<p>ในทุก<span style="font-weight: 400;">ๆ ปี มีคนกว่า 3 ล้านคนทั่วโลก ต้องเจอกับอันตรายที่เกิดขึ้นจากดื่มแอลกอฮอล์ แถมบางคนยังไม่ใช่ผู้ดื่มเองเสียด้วย ดังนั้น </span><span style="font-weight: 400;">คงจะดีกว่าถ้าการติดแอลกอฮอล์จะไม่ถูกลดทอนให้เป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่มองไปถึงนโยบายหรือการวางระบบที่จะช่วยเหลือทุกๆ คนได้อย่างเท่าเทียม </span><span style="font-weight: 400;">‘การปรับปรุงผลลัพธ์ด้านสุขภาพ-สังคม สำหรับบุคคล ครอบครัวและชุมชน’ จึงเป็นยุทธศาสตร์ใหญ่ๆ ขององค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อลดความรุนแรงจากสถานการณ์ข้างต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีการคาดการณ์ว่ายุทธศาสตร์ดังกล่าวจะถูกผลักดันส่งเสริมไปยังระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค จนถึงระดับโลก Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้า จึงขอชวนผู้อ่านสำรวจยุทธศาสตร์จาก WHO ถึงรัฐบาลทั่วโลกใน 10 ตัวเลือกนโยบายและการป้องกันระดับชาติ เพื่อบรรลุเป้าหมายการป้องกันและลดการใช้แอลกอฮอล์ให้ได้มากที่สุด </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>1. ความเป็นผู้นำ ความตระหนักรู้ และพันธะ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การปฏิบัติโดยยั่งยืนต้องการความเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง มีพื้นฐานของการตระหนักรู้ เจตจำนงทางการเมือง และพันธะ หรือการให้คำมั่นสัญญา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พันธะควรแสดงออกอย่างเหมาะสมผ่านนโยบายระดับชาติ ซึ่งควรครอบคลุมและแยกส่วนที่จะต้องชี้แจง แบ่งความรับผิดชอบแก่ภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี นโยบายต้องตั้งอยู่บนหลักฐานที่มีอยู่ และปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในท้องที่ โดยมีวัตถุประสงค์ กลยุทธ์ เป้าหมายชัดเจน ที่สำคัญ นโยบายควรมาพร้อมกับแผนปฏิบัติการเฉพาะ และได้รับการสนับสนุนจากกลไกการดำเนินการ การประเมินผลที่มีประสิทธิผลยั่งยืน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าสิ่งสำคัญคือต้องให้ภาคประชาสังคมและผู้ประกอบการทางเศรษฐกิจอย่างธุรกิจต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; พัฒนา หรือเสริมสร้างยุทธศาสตร์ระดับชาติโดยรวมและระดับย่อยๆ รวมถึงทำแผนพัฒนาการและกิจกรรมเพื่อลดการใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; จัดตั้งหรือแต่งตั้ง สถาบันหรือหน่วยงานตามหลักความเหมาะสม เพื่อรับผิดชอบติดตามนโยบายยุทธศาสตร์และแผนระดับชาติ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ประสานยุทธศาสตร์กับหน่วยงานในภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สร้างความร่วมมือระหว่างรัฐบาลในระดับต่างๆ รวมถึงยุทธศาสตร์และแผนงานด้านสุขภาพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สร้างความมั่นใจในว่าประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลเป็นวงกว้าง ตลอดจนได้รับการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ สร้างความตระหนักรู้ของประชาชนในทุกระดับของสังคมเกี่ยวกับอันตรายที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่พบในประเทศ และความจำเป็นของการดำรงอยู่ของมาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สร้างความตระหนักถึงอันตรายต่อผู้อื่นและในกลุ่มเสี่ยงที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ เลี่ยงการตีตราและกีดกันการเลือกปฏิบัติต่อกลุ่มและบุคคลที่ได้รับผลกระทบ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>2. การตอบสนองของบริการสาธารณสุข</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">บริการด้านสุขภาพเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการจัดการอันตรายในระดับบุคคล หรือก็คือผู้ที่มีความผิด</span><span style="font-weight: 400;">ปกติจากการใช้แอลกอฮอล์และสภาวะสุขภาพอื่นๆ ที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ </span><span style="font-weight: 400;">บริการดังกล่าวจึงควรจัดเตรียมมาตรการป้องกันและการรักษาแก่บุคคล ครอบครัวที่เสี่ยงหรือได้รับผลกระทบจากความผิดปกติจากการใช้แอลกอฮอล์และภาวะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น บทบาทสำคัญอีกประการหนึ่งของบริการด้านสุขภาพและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ คือการแจ้งให้สังคมทราบเกี่ยวกับสุขภาพของประชาชน และผลกระทบทางสังคมจากการใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตราย รวมถึงสนับสนุนชุมชนให้ลดการใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตราย เสริมสร้างการตอบสนองของสังคมอย่างประสิทธิภาพ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อนึ่ง บริการด้านสุขภาพควรติดต่อ รวบรวม และมีส่วนร่วมกับผู้คนที่หลากหลาย นอกเหนือจากภาคส่วนสุขภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุมสำหรับด้านบริการสุขภาพที่แนะนำมีดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; เพิ่มขีดความสามารถของระบบสวัสดิการด้านสุขภาพและสังคม เพื่อบริการการป้องกัน การรักษาและการดูแลความผิดปกติที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ โรคที่เกิดจากแอลกอฮอล์ และสภาวะที่เป็นโรคร่วม รวมถึงมีการสนับสนุนและการรักษาสำหรับครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หรือกิจกรรมช่วยเหลือตนเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สนับสนุนการริเริ่มคัดกรองและการป้องกันสั้นๆ สำหรับการดื่มที่เป็นอันตรายในสถานพยาบาลปฐมภูมิและสถานที่อื่น ๆ การริเริ่มดังกล่าวควรรวมถึงการระบุและการจัดการการดื่มที่เป็นอันตรายในสตรีมีครรภ์และสตรีในวัยเจริญพันธุ์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ปรับปรุงขีดความสามารถในการป้องกัน การระบุและการแทรกแซง สำหรับบุคคลและครอบครัวที่เป็นโรคแอลกอฮอล์ตอนตั้งครรภ์และความผิดปกติที่เกี่ยวข้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; พัฒนาและประสานงานสร้างกลยุทธ์การป้องกันการรักษาและการดูแลแบบบูรณาการ รวมถึงความผิดปกติของการใช้ยาภาวะซึมเศร้า การฆ่าตัวตาย เอชไอวี และวัณโรค</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; รักษาอัตราการเข้าถึงสุขภาพโดยถ้วนหน้า รวมถึงการเพิ่มความพร้อม ความสามารถในการเข้าถึงและความสามารถในการจ่ายบริการรักษาสำหรับกลุ่มที่มีสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมต่ำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สร้างและรักษาระบบการลงทะเบียน เพื่อการติดตามการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตที่เกิดจากแอลกอฮอล์ โดยมีกลไกการรายงานอย่างสม่ำเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; จัดบริการสุขภาพและสังคมที่อ่อนไหวทางวัฒนธรรมตามความเหมาะสม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>3. การดำเนินการของกลุ่ม/ชุมชน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลกระทบของการใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตรายต่อชุมชน สามารถกระตุ้น ส่งเสริมความคิดริเริ่ม และแนวทางแก้ไขปัญหาในท้องถิ่น</span></p>
<p>หาก<span style="font-weight: 400;">ชุมชนได้รับการสนับสนุนผ่านการมอบอำนาจจากรัฐบาลและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ก็จะสามารถใช้ความรู้และความเชี่ยวชาญในท้องถิ่นของตน ค้นหาแนวทางป้องกันและลดการใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตรายที่มีประสิทธิภาพของตนเองได้ (แน่นอนว่าแนวทางนั้นต้องเน้น</span><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนพฤติกรรมส่วนรวมมากกว่าพฤติกรรมส่วนบุคคล) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น ตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุมจึงมีดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สนับสนุนการประเมินอย่างรวดเร็ว เพื่อระบุช่องว่าง และประเด็นสำคัญในการป้องกันระดับชุมชน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; เพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงความรู้เรื่องอันตรายที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ในระดับท้องถิ่น และส่งเสริมการตอบสนองที่เหมาะสมของการใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตรายและปัญหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; เสริมสร้างขีดความสามารถของหน่วยงานท้องถิ่นในการส่งเสริมและประสานการดำเนินงานร่วมกันของชุมชน  โดยเน้นสนับสนุนและส่งเสริม การพัฒนานโยบายของเทศบาลเรื่องลดการใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตราย รวมไปถึงความสามารถในการเสริมสร้างความร่วมมือและเครือข่ายของสถาบันชุมชนและองค์กรเอกชน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตามชุมชนที่มีประสิทธิผลและการเสริมสร้างขีดความสามารถในระดับชุมชนเกี่ยวกับการดำเนินการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ระดมพลังชุมชนเพื่อป้องกันการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของผู้ดื่มที่มีอายุต่ำกว่าเกณฑ์ และเพื่อพัฒนา สนับสนุนสภาพแวดล้อมที่ปราศจากแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเยาวชนและกลุ่มเสี่ยงอื่นๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ให้การดูแลชุมชนและการสนับสนุนบุคคลที่ได้รับผลกระทบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; พัฒนาหรือสนับสนุนโครงการและนโยบายชุมชนสำหรับประชากรกลุ่มย่อยที่มีความเสี่ยงโดยเฉพาะเช่น คนหนุ่มสาว คนว่างงาน และประชากรพื้นเมือง</span><b></b><b></b></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>4.นโยบายและมาตรการรับมือ ‘การดื่มแล้วขับ’</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นที่ทราบกันดีว่าการขับรถขณะมีแอลกอฮอล์อยู่ในร่างกายจะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อการตัดสินใจ และประสานการทำงานของกล้ามเนื้ออื่นๆ ที่ใช้ในการขับรถ และ</span><span style="font-weight: 400;">การเมาแล้วขับเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ดื่ม และผู้บริสุทธิ์ในหลายๆ กรณี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นโยบายป้องกันการดื่มแล้วขับจึงสำคัญ ซึ่งกลยุทธ์ในข้อนี้ยังรวมถึงมาตรการยับยั้งต่างๆ ที่มีเป้าหมายลดโอกาสการเมาแล้วขับ และมาตรการสร้างสภาพแวดล้อมในการขับขี่ที่ปลอดภัย เพื่อลดความเป็นไปได้และความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุม ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; แนะนำและบังคับใช้ กำหนดขีดจำกัดความเข้มข้นของระดับแอลกอฮอล์ในเลือด โดยลดระดับขีดจำกัดให้ต่ำลงสำหรับผู้ขับขี่มืออาชีพ และผู้ขับขี่ที่เป็นเด็กหรือมือใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ส่งเสริมจุดตรวจ และการสุ่มทดสอบลมหายใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ระงับใบอนุญาตขับขี่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ออกใบอนุญาตสำหรับผู้ขับขี่มือใหม่ที่มีความอดทนต่อการดื่มแล้วขับเท่ากับศูนย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ใช้</span><span style="font-weight: 400;">อุปกรณ์ตัดระบบสตาร์ทเครื่องยนต์เมื่อตรวจพบแอลกอฮอล์ </span><span style="font-weight: 400;">เพื่อลดเหตุการณ์ที่เกิดจากการดื่มแล้วขับในบริบทเฉพาะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ให้ความรู้ ให้คำปรึกษาและโปรแกรมการรักษาแก่พนักงานขับรถตามความเหมาะสม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สนับสนุนให้มีการใช้ขนส่งทางเลือก รวมถึงระบบขนส่งสาธารณะ จนกว่าจะถึงเวลาปิดสถานที่ดื่ม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ดำเนินการรณรงค์และรับรู้ ข้อมูลสาธารณะเพื่อสนับสนุนนโยบาย และเพื่อเพิ่มผลการป้องปรามโดยทั่วไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ดำเนินแคมเปญสื่อมวลชนที่มีการวางแผนอย่างรอบคอบเข้มงวด ดำเนินการอย่างดี โดยกำหนดเป้าหมายไปยังสถานการณ์เฉพาะเช่น ช่วงเทศกาลวันหยุด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>5. การมีอยู่ของแอลกอฮอล์</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">กลยุทธ์ด้านสาธารณสุขที่พยายามควบคุมการมีอยู่ของแอลกอฮอล์ในเชิงพาณิชย์หรือในที่สาธารณะโดยควบคุมผ่านกฎหมาย นโยบายและโครงการ อาจนับได้ว่าเป็นวิธีสำคัญที่ใช้ลดระดับพฤติกรรมใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตราย </span><span style="font-weight: 400;">กลยุทธ์ดังกล่าวควรจัดให้มีมาตรการที่จำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มเสี่ยงอย่างวัยรุ่นเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยง่าย นอกจากนี้ ควรคำนึงถึงปัจจัยที่ว่า การมีแอลกอฮอล์อยู่ในตลาด พื้นที่สาธารณะ อาจมีอิทธิพลต่อสังคม </span><span style="font-weight: 400;">ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบรรทัดฐานทางสังคมและวัฒนธรรมที่ส่งเสริมการใช้แอลกอฮอล์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในประเทศกำลังพัฒนาและรายได้ต่ำ-ปานกลางบางประเทศ เป็นแหล่งที่มาหลักของแอลกอฮอล์ในตลาดนอกระบบ การควบคุมการขายจึงอาจจำเป็นต้องเสริมข้อบังคับ กฎหมายเป็นรายกรณี </span></p>
<p>ทั้งนี้ ต้องพิจารณาร่วมด้วยว่ามาตรการการควบคุมที่เข้มงวดเกินไปอาจ<span style="font-weight: 400;">ส่งเสริมให้เกิดตลาดแอลกอฮอล์ผิดกฎหมายได้เช่นกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น ตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุม จึงได้แก่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; จัดตั้ง ดำเนินการและบังคับใช้ระบบที่เหมาะสมในการควบคุมการผลิต การขายส่งและการให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กำหนดข้อจำกัดที่สมเหตุสมผลในการจำหน่ายแอลกอฮอล์และการดำเนินการของร้านแอลกอฮอล์ตามบรรทัดฐานทางวัฒนธรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -แนะนำระบบการออกใบอนุญาตสำหรับการขายปลีกหรือการผูกขาดของรัฐบาล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -การควบคุมจำนวนและที่ตั้งของร้านเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -กำหนดวันและชั่วโมงการขายปลีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -ควบคุมรูปแบบการขายปลีกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -ควบคุมการขายปลีกในสถานที่บางแห่งหรือในช่วงกิจกรรมพิเศษ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; กำหนดอายุขั้นต่ำที่เหมาะสมสำหรับการซื้อหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และนโยบายอื่นๆ เพื่อเพิ่มอุปสรรคในการขายและการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของวัยรุ่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ใช้นโยบายป้องกันการขายให้กับบุคคลที่มึนเมาและผู้ที่มีอายุต่ำกว่าเกณฑ์ตามกฎหมาย และพิจารณาเรื่องกลไกการรับผิดของผู้ขาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการดื่มในที่สาธารณะหรือในกิจกรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ใช้นโยบายเพื่อลดและขจัดความพร้อมในการผลิตการขายและการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผิดกฎหมาย ตลอดจนควบคุมหรือขัดขวางแอลกอฮอล์นอกระบบ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>6. การตลาดของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การลดผลกระทบของการตลาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อคนหนุ่มสาวถือเป็นประเด็นพิจารณาที่สำคัญในการลดการใช้แอลกอฮอล์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำการตลาดผ่านการโฆษณาและเทคนิคการส่งเสริมการขายที่ซับซ้อน รวมถึงการเชื่อมโยงแบรนด์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับกิจกรรมกีฬาและวัฒนธรรม อีกทั้งยังมีเทคนิคการตลาดใหม่ๆ เช่น อีเมล SMS พอดคาสต์ สื่อสังคมออนไลน์ และเทคนิคการสื่อสารอื่นๆ จึงเป็น</span><span style="font-weight: 400;">เรื่องยากมากที่จะกำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้บริโภคให้มีแค่ผู้ใหญ่ และป้องกันกลุ่มเด็กหรือวัยรุ่นมาเจอการตลาดแบบเดียวกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเมื่อเนื้อหาการตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และปริมาณหนุ่มสาวที่พบเจอการตลาดนั้นๆ เป็นประเด็นสำคัญ การปกป้องเยาวชนจากเทคนิคการตลาดเหล่านี้จึงควรหยิบยกมาพิจารณา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือส่วนหนึ่งของตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; กำหนดกรอบการกำกับดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพื้นฐานทางกฎหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -ควบคุมเนื้อหาและปริมาณการตลาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -ควบคุมการตลาดทางตรงหรือทางอ้อมในสื่อบางประเภทหรือทั้งหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -ควบคุมกิจกรรมสปอนเซอร์ที่ส่งเสริมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -จำกัด หรือแบนการโปรโมตที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่มีเป้าหมายเป็นกลุ่มเยาวชน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">       -ควบคุมเทคนิคการตลาดแอลกอฮอล์รูปแบบใหม่ เช่น โซเชียลมีเดีย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; พัฒนาหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานอิสระของระบบเฝ้าระวังการตลาดแอลกอฮอล์ ให้มีประสิทธิผล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; วางระบบการบริหารและการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสำหรับการละเมิดข้อ จำกัด ทางการตลาด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>7. นโยบายราคา</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้บริโภคที่หมายรวมไปถึงผู้ดื่มหนักและคนหนุ่มสาวมักมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาเครื่องดื่ม </span><span style="font-weight: 400;">นโยบายการกำหนดราคาจึงอาจลดการดื่มของผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และหยุดยั้งการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเพิ่มราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นมาตรการหนึ่งที่ได้รับผลดีที่สุดในการลดการใช้แอลกอฮอล์ โดยปัจจัยสำคัญสำหรับความสำเร็จของนโยบายดังกล่าวนี้ คือระบบการจัดเก็บภาษีที่มีประสิทธิผลที่สอดคล้องการจัดเก็บและการบังคับใช้ภาษี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุมมีดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; จัดทำระบบสำหรับการเก็บภาษีเฉพาะภายในประเทศสำหรับแอลกอฮอล์ พร้อมกับระบบการบังคับใช้ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจคำนึงถึงปริมาณแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มตามความเหมาะสม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ทบทวนราคาอย่างสม่ำเสมอโดยสัมพันธ์กับระดับเงินเฟ้อและรายได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ห้ามหรือ จำกัด การใช้โปรโมชั่นราคาทั้งทางตรงและทางอ้อม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; กำหนดราคาขั้นต่ำสำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (หากมี)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ให้สิ่งจูงใจด้านราคาสำหรับเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ลดหรือหยุดการให้เงินอุดหนุนแก่ผู้ประกอบการทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>8. การลดผลเสียจากการดื่มสุรา และสุราเป็นพิษ</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เป้าหมายนี้รวมถึงตัวเลือกนโยบายและการเข้าควบคุมที่มุ่งเน้นลดอันตรายจากการมึนเมาและการดื่มแอลกอฮอล์โดยตรง และไม่จำเป็นว่าต้องส่งผลกระทบต่อการบริโภคแอลกอฮอล์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุมมีดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ควบคุมบริบทการดื่มเพื่อลดความรุนแรงและพฤติกรรมก่อกวน รวมถึงการเสิร์ฟแอลกอฮอล์ในภาชนะพลาสติกหรือแก้วกันแตก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; บังคับใช้กฎหมายต่อต้านการให้บริการของมึนเมา และรับผิดทางกฏหมายจากผลของอันตรายที่เกิดจากความมึนเมาในการให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; กำหนดนโยบาย การจัดการที่เกี่ยวข้องกับการเสิร์ฟเครื่องดื่มในสถานที่อย่างมีความรับผิดชอบ และฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ในภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ลดความแรงของแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มประเภทต่างๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ให้การดูแลหรือที่พักพิงที่จำเป็นสำหรับผู้ที่มึนเมาอย่างรุนแรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ให้ข้อมูลผู้บริโภคเกี่ยวกับการติดฉลากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อระบุอันตรายที่เกี่ยวข้อง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>9. การลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนจากแอลกอฮอล์ที่ผิดกฎหมาย</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การบริโภคแอลกอฮอล์ที่ผิดกฎหมายนั้นอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น เพราะบางประเภทมีปริมาณเอทานอลสูงกว่าปกติ และอาจพบการปนเปื้อนของสารพิษ เช่น เมทานอล ฯลฯ อีกทั้งยังอาขัดขวางการเก็บภาษีของรัฐบาล และมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผลิตถูกต้องตามกฎหมาย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน การผลิตและการจำหน่ายแอลกอฮอล์นอกระบบฝังรากลึกในหลายวัฒนธรรม และไม่ถูกควบคุมจากทางการ ดังนั้นมาตรการควบคุมที่เกิดขึ้นอาจแตกต่างกันไปสำหรับแอลกอฮอล์ที่ถูกกฎหมายกับแอลกอฮอล์ที่ผิดกฎหมาย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุมส่วนหนึ่ง เป็นดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ควบคุมคุณภาพการผลิต และการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ควบคุมการขายแอลกอฮอล์ที่ผลิตอย่างไม่ถูกต้อง และนำเข้าสู่ระบบการจัดเก็บภาษี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สร้างระบบการควบคุม และบังคับใช้ที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการตราภาษี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; พัฒนาหรือเสริมสร้างระบบติดตามแอลกอฮอล์ที่ผิดกฎหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สร้างความมั่นใจในความร่วมมือ และแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการต่อต้านแอลกอฮอล์ผิดกฎหมายระหว่างหน่วยงานในระดับภูมิภาคและระดับโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; ออกคำเตือนเกี่ยวกับสารปนเปื้อน และภัยคุกคามสุขภาพอื่นๆ จากแอลกอฮอล์ที่ผิดกฎหมายแก่สาธารณะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>10.การติดตามและเฝ้าระวัง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลจากการติดตามและเฝ้าระวัง ถือเป็นความสำเร็จและส่งเสริมนโยบายอีก 9 ตัวข้างต้น </span><span style="font-weight: 400;">เราจำเป็นต้องติดตามและเฝ้าระวังทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค จนถึงระดับโลก เพื่อตรวจสอบแนวโน้มความอันตราย เสริมสร้างการกำหนดนโยบาย และประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นจากนโยบายนั้นๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาระบบข้อมูลในระดับท้องถิ่นที่ยั่งยืนต้องใช้ตัวชี้วัด คำจำกัดความ และขั้นตอนรวบรวมข้อมูลที่เข้ากันได้กับระบบข้อมูลในระดับโลกและระดับภูมิภาคของ WHO เพื่อประเมินผลอย่างมีประสิทธิผล และติดตามแนวโน้มในอนาคตสำหรับการใช้แอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลือกนโยบายและแนวทางการเข้าควบคุมจึงเป็นดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; กำหนดกรอบกิจกรรมการติดตามและเฝ้าระวังที่มีประสิทธิผล รวมถึงสำรวจการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับท้องถิ่นเป็นระยะๆ โดยมีการแลกเปลี่ยนและเผยแพร่ข้อมูล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; จัดตั้งหรือกำหนดสถาบัน หน่วยงานที่รับผิดชอบในการรวบรวม จัดเรียง วิเคราะห์ และเผยแพร่ข้อมูลที่มีอยู่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; กำหนดและติดตามชุดตัวบ่งชี้ทั่วไปของการใช้แอลกอฮอล์ และดูการตอบสนองของนโยบาย และการแทรกแซงดังกล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; สร้างที่เก็บข้อมูลในระดับประเทศตามตัวชี้วัดที่ตกลงกันในระดับสากล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; พัฒนากลไกการประเมินผลด้วยข้อมูลที่รวบรวม เพื่อจะได้สร้างนโยบายหรือโครงการต่อไปในอนาคต </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">10 ยุทธศาสตร์ที่ได้กล่าวมา อาจเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเริ่มต้นลดใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตราย ซึ่งอย่างน้อยที่สุดหากมีการนำมาปรับใช้ภายในแต่ละประเทศ ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นสามารถที่จะช่วยเหลือให้คนติดเหล้าไม่โดดเดี่ยว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะในวันที่ตัวเขาเองอยากจะเลิกเหล้า สภาพแวดล้อมในสังคมก็ควรจะเอื้อให้เขาเลิกเหล้าได้ด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ที่มา</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">10 areas governments could work with to reduce the harmful use of alcohol</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">https://www.who.int/news-room/feature-stories/detail/10-areas-for-national-action-on-alcohol?fbclid=IwAR2hFCgHOZKHpUlhLUUK26-o5UxQt6WVY_c9SpqHLS-Sl8S3sUYX8nVUhpc</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/10-policy-to-reduce-harmful-alcohol/">10 ยุทธศาสตร์การลดใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นอันตรายจาก WHO ถึงรัฐบาลทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3625</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เรื่องของเหล่าทัพกับเหล้าเบียร์</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/drinking-in-military/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=drinking-in-military</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Mar 2021 08:28:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[กองทัพ]]></category>
		<category><![CDATA[คนติดเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ดื่มเหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ทหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3623</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; หนึ่งในอาชีพที่ขึ้นชื่อเรื่องคอแข็ง ดื่มหนักคงหนีไม่พ้นอาชีพทหาร การวิเคราะห์ข้อมูลต่อจากข้อมูลสำรวจของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคตั้งแต่ปีค.ศ. 2013 ถึง 2017 โดยบริษัทด้านพฤติกรรมสุขภาพของประเทศสหรัฐอเมริกาอย่าง Delphi ผ่านผู้ตอบแบบสำรวจกว่า 27,000 คนใน 25 อุตสาหกรรม พบว่าทหารใช้เวลาหลายวันต่อปีในการดื่มด่ำแอลกอฮอล์มากกว่าแรงงานในอุตสาหกรรมอื่นๆ  ในปีค.ศ.2017 พวกเขาดื่มถึง 130 วันต่อปี และดื่มหนัก 4-5 แก้วต่อการดื่มในหนึ่งครั้ง แม้ว่าข้อมูลดังกล่าวจะออกมาสอดคล้องกับแบบสำรวจพฤติกรรมสุขภาพประจำปีของเพนตากอนและรายงานของสื่อที่เปิดเผยเกี่ยวกับการจับกุมเจ้าหน้าที่ในข้อหาก่ออาชญากรรมตั้งแต่ลหุโทษไปจนถึงคดีข่มขืนและการฆาตกรรม อันมีสาเหตุมาจากปัญหาการดื่มเหล้าของเจ้าหน้าที่ แต่งานวิจัยการวิเคราะห์ข้อมูลจากข้อมูลการสำรวจของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคนี้ก็อาจจะมีอคติทางข้อมูล เนื่องจากมีผู้ตอบแบบสอบถามอยู่ในกองทัพ 81 นาย และเป็นทหารเรือ นักบิน และทหารยามชายฝั่ง ซึ่งมีพฤติกรรมการดื่มที่หนักอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีงานวิจัยอีกชิ้นที่ชี้ให้เห็นปัญหาการดื่มแอลกอฮอล์ในกองทัพ จากผลการสำรวจพฤติกรรมทางด้านสุขภาพ Health-Related Behavior Survey หรือ HRBS ที่จัดทำโดย Rand Corp หน่วยงานคลังสมองในวอชิงตัน ในค.ศ.2018 พบว่าร้อยละ 30 ของนายทหารถูกรายงานว่าเป็นผู้ดื่มสุราหนักและมีสมาชิกกองทัพ 1 ใน 3 ของทั้งหมด มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่ระบุว่าพวกเขามีพฤติกรรมการดื่มที่เป็นอันตราย มีโอกาสเป็นโรคติดสุรา เมื่อมาดูรายละเอียดตามเหล่าทัพในสหรัฐอเมริกา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/drinking-in-military/">เรื่องของเหล่าทัพกับเหล้าเบียร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในอาชีพที่ขึ้นชื่อเรื่องคอแข็ง ดื่มหนักคงหนีไม่พ้นอาชีพทหาร การวิเคราะห์ข้อมูลต่อจากข้อมูลสำรวจของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคตั้งแต่ปีค.ศ. 2013 ถึง 2017 โดยบริษัทด้านพฤติกรรมสุขภาพของประเทศสหรัฐอเมริกาอย่าง Delphi ผ่านผู้ตอบแบบสำรวจกว่า 27,000 คนใน 25 อุตสาหกรรม พบว่าทหารใช้เวลาหลายวันต่อปีในการดื่มด่ำแอลกอฮอล์มากกว่าแรงงานในอุตสาหกรรมอื่นๆ  ในปีค.ศ.2017 พวกเขาดื่มถึง 130 วันต่อปี และดื่มหนัก 4-5 แก้วต่อการดื่มในหนึ่งครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าข้อมูลดังกล่าวจะออกมาสอดคล้องกับแบบสำรวจพฤติกรรมสุขภาพประจำปีของเพนตากอนและรายงานของสื่อที่เปิดเผยเกี่ยวกับการจับกุมเจ้าหน้าที่ในข้อหาก่ออาชญากรรมตั้งแต่ลหุโทษไปจนถึงคดีข่มขืนและการฆาตกรรม อันมีสาเหตุมาจากปัญหาการดื่มเหล้าของเจ้าหน้าที่ แต่งานวิจัยการวิเคราะห์ข้อมูลจากข้อมูลการสำรวจของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคนี้ก็อาจจะมีอคติทางข้อมูล เนื่องจากมีผู้ตอบแบบสอบถามอยู่ในกองทัพ 81 นาย และเป็นทหารเรือ นักบิน และทหารยามชายฝั่ง ซึ่งมีพฤติกรรมการดื่มที่หนักอยู่แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ยังมีงานวิจัยอีกชิ้นที่ชี้ให้เห็นปัญหาการดื่มแอลกอฮอล์ในกองทัพ จากผลการสำรวจพฤติกรรมทางด้านสุขภาพ Health-Related Behavior Survey หรือ HRBS ที่จัดทำโดย Rand Corp หน่วยงานคลังสมองในวอชิงตัน ในค.ศ.2018 พบว่าร้อยละ 30 ของนายทหารถูกรายงานว่าเป็นผู้ดื่มสุราหนักและมีสมาชิกกองทัพ 1 ใน 3 ของทั้งหมด มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่ระบุว่าพวกเขามีพฤติกรรมการดื่มที่เป็นอันตราย มีโอกาสเป็นโรคติดสุรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมาดูรายละเอียดตามเหล่าทัพในสหรัฐอเมริกา ตามรายงาน HRBS ปีค.ศ. 2015 พบว่านาวิกโยธินมีพฤติกรรมการดื่มที่เป็นอันตรายมากที่สุด และมักส่งผลกระทบทางลบต่อการทำงาน เช่น มีพฤติกรรมเสี่ยงพลาดวันทำงาน หรือมีปัญหาส่วนตัวร้ายแรง ซึ่งจากรายงานพบว่ามีทหารครึ่งหนึ่งถูกรายงานพฤติกรรมทางลบดังกล่าว ขณะที่กองทัพอากาศมีเปอร์เซ็นต์ของปัญหาการดื่มต่ำที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับประเทศไทย จากวารสารสาธารณสุข เผยแพร่งานวิจัย “ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของทหารกองประจำการ จังหวัดสระบุรี” วิจัยนายทหาร 256 นายผ่านแบบสอบถาม สุ่มตามสัดส่วนจากหน่วยงาน โดยเก็บข้อมูลในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2560 พบว่าสามารถแยกกลุ่มเสี่ยงต่อการติดแอลกอฮอล์จากการดื่มในระยะ 1 ปีที่ผ่านมา ได้แก่ กลุ่มผู้ดื่มแบบเสี่ยง (harmful) ร้อยละ 25.8 กลุ่มผู้ดื่มแบบอันตราย (hazardous) ร้อยละ 14.1 และกลุ่มผู้ติดแอลกอฮอล์ (alcohol dependence) ร้อยละ 55.5 ชี้ให้เห็นว่าทหารไทยก็อาจมีปัญหาการดื่มเหล้าเฉกเช่นเดียวกับในสหรัฐอเมริกา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;"><b>สาเหตุของการดื่มเหล้าของทหาร</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">อะไรที่ทำให้รั้วของชาติดื่มเครื่องดื่มมึนเมาหนักตามงานวิจัยข้างต้น? ปัญหาเกิดจากวัฒนธรรมการดื่มเหล้าหยั่งรากลึกในกองทัพ อันมาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นเพราะการดื่มเป็นตัวแทนของความเป็นชายและอำนาจ, เหล่านายทหารถูกกดดันจากเพื่อนและผู้บังคับบัญชาให้ดื่ม เพื่อเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสังคม กระทั่งการอยู่ใกล้กันในบ้านพักค่ายทหารก็ทำให้การตั้งวงหลังเลิกงานทำได้ง่ายขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ การดื่มเหล้าหนักยังเกิดขึ้นเพราะธรรมชาติของวิชาชีพที่ต้องเผชิญความเครียดและความกดดัน หลายคนต้องทำงานเสี่ยงอันตราย พรากจากเพื่อน ไม่มีเวลาให้คนรัก ห่างไกลครอบครัว จนหลายคนเกิดปัญหาทางด้านจิตใจ ทั้งโรคซึมเศร้า และวิตกกังวลจนเลือกพึ่งแอลกอฮอล์ ใช้เครื่องดื่มมึนเมาในการเยียวยาจิตใจ เบาบางความคิดถึงคนที่รัก แน่นอนว่านั่นยังไม่นับรวมนายทหารที่ผ่านโศกนาฏกรรมความรุนแรงจากสงคราม จนมีอาการของโรคเครียดภายหลังภยันตราย (PTSD) ได้รับบาดเจ็บทางด้านจิตใจหรือร่างกายที่ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตปกติได้จนต้องเลือกใช้สารเสพติด เหล้าเบียร์ เพื่อหลบหนีความจริงของชีวิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่หลายงานวิจัยชี้ว่ากองทัพเรือเป็นหนึ่งในเหล่าทัพที่นายทหารต้องเผชิญปัญหาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ค่อนข้างหนักกว่าเหล่าทัพอื่น อาจมีสาเหตุมาจากว่าเวลาส่วนใหญ่ต้องอยู่กลางทะเล อยู่กับความเครียดในการปฏิบัติหน้าที่ล้อมด้วยธรรมชาติที่มีความไม่แน่นอน และไม่ได้รับอนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มมึนเมา เมื่อได้มีโอกาสขึ้นฝั่งก็อาจจะทำให้เขาต้องการผ่อนคลายตัวเองจากการทำงานหนักด้วยเหล้ายาปลาปิ้งในระดับที่มากกว่าทหารเหล่าทัพอื่น</span></p>
<h2 style="text-align: center;"></h2>
<h2 style="text-align: center;"><b>ผลกระทบของเครื่องดื่มมึนเมาในปริมาณมากเกินพอดี</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะรู้อยู่แล้วการดื่มเครื่องดื่มมึนเมาจะส่งผลกระทบต่อสภาพร่างกาย ทำให้นายทหารที่ดื่มหนักไม่ได้อยู่ในสภาพ &#8216;ฟิต&#8217; เต็มที่ การดื่มมากเกินไปยังมีผลต่อเสียต่องบประมาณแผ่นดินด้วย ในสหรัฐอเมริกาคาดการณ์ว่าปัญหาเหล้าเบียร์ในกลุ่มทหารจะทำให้กระทรวงกลาโหมเสียค่าใช้จ่าย 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯต่อปี จากการสูญเสียประสิทธิภาพการทำงาน และค่ารักษาพยาบาล นอกจากนี้ยังคาดว่าการดื่มหนักจนทำงานไม่ได้ของนายทหารยังทำให้สูญเสียวันทำงานไปประมาณ 320,000 วันต่อปีและนำไปสู่การจับกุมเจ้าหน้าที่ที่ทำผิดอันมีสาเหตุจากเหล้าเบียร์ประมาณ 34,400 ครั้งต่อปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงจะมีผลกระทบจากการใช้แอลกอฮอล์ต่อสภาพร่างกาย ประสิทธิภาพการทำงาน การเงินส่วนบุคคลไปจนถึงงบประมาณแผ่นดิน แต่ตามรายงานของ HRBS ในสหรัฐอเมริกา พบว่า 68% ของนายทหารที่ประจำการกล่าวว่าพวกเขารับรู้ได้ว่าวัฒนธรรมของทหารสนับสนุนการดื่มเหล้า และ 42% ยังบอกอีกว่าผู้บังคับบัญชาของพวกเขาไม่ได้ห้ามหากจะดื่มเครื่องดื่มมึนเมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับประเทศไทยอาจจะยังไม่มีรายงานที่ชัดเจนเกี่ยวกับประสิทธิภาพที่ลดลงของทหารหลังพัวพันกับเครื่องดื่มมึนเมาว่าทำให้เกิดการสูญเสียงบประมาณเพียงใด แต่นี่น่าจะเป็นอีกช่องโหว่หนึ่งของกองทัพที่ควรให้ความสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เอง และเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปตามที่เคยกล่าวไว้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr class="wp-block-separator" />
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่มา:</span><a href="https://www.military.com/daily-news/2019/04/11/us-military-americas-heaviest-drinking-profession-survey-finds.html?fbclid=IwAR0QR71REnG8U35DPIf15-qt5jOjjCJo7uMGznSbFch-DeFi-itlSJXb8GI"> <span style="font-weight: 400;">https://www.military.com/daily-news/2019/04/11/us-military-americas-heaviest-drinking-profession-survey-finds.html?fbclid=IwAR0QR71REnG8U35DPIf15-qt5jOjjCJo7uMGznSbFch-DeFi-itlSJXb8GI</span></a></p>
<p><a href="https://www.renewallodge.com/alcohol-abuse-in-the-military-continues-to-rise/?fbclid=IwAR3Drrwq2lgdF7en5zAf1n08_3NrZDxKWL6KChMwFU84A43tVV5EBsXMeKw"><span style="font-weight: 400;">https://www.renewallodge.com/alcohol-abuse-in-the-military-continues-to-rise/?fbclid=IwAR3Drrwq2lgdF7en5zAf1n08_3NrZDxKWL6KChMwFU84A43tVV5EBsXMeKw</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">https://delphihealthgroup.com/drinking-habits-by-industry/</span></p>
<p><a href="http://www.thonburi-u.ac.th/Journal/Document/12-28/Journal12_28_16.pdf"><span style="font-weight: 400;">http://www.thonburi-u.ac.th/Journal/Document/12-28/Journal12_28_16.pdf</span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ: ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/drinking-in-military/">เรื่องของเหล่าทัพกับเหล้าเบียร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3623</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ชนแก้วฉลองแชมป์เวิร์กไหม? สำรวจอันตรายจากการดื่มแอลกอฮอล์หลังเล่นกีฬา</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/drinking-after-sport-and-exercise/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=drinking-after-sport-and-exercise</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Feb 2021 11:06:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[ดื่มเหล้าเล่นกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[นักกีฬากับแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบจากการดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[ออกกำลังกาย]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3580</guid>

					<description><![CDATA[<p>การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลังเล่นกีฬา มองได้ว่าเป็นกิจกรรมที่หลายคนน่าจะคุ้นชินเป็นอย่างดี ตั้งแต่สนามเล็กๆ (เตะบอลเสร็จกินเหล้ากัน) ไปจนถึงสนามใหญ่ๆ (ได้แชมป์ประจำลีกแล้วต้องฉลอง) บางประเทศอย่างออสเตรเลียถือว่าการดื่มหลังแข่งเป็นพิธีกรรมธรรมเนียมปฏิบัติในสังคม ที่แม้แต่นักกีฬามืออาชีพซึ่งต้องดูแลร่างกายให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุดก็ไม่มีข้อยกเว้น ดังจะเห็นได้จากบริเวณขอบสนามหรือสื่อหน้าจอโทรทัศน์ว่าหลังจบแมทช์การแข่งขัน ผู้เล่นต้องดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นสปอนเซอร์อย่างโจ่งแจ้ง ทว่า เมื่อพิจารณาจากผลที่เกิดขึ้นจากการดื่มแอลกอฮอล์ต่อสภาวะร่างกายของคนที่อยู่ในช่วงหลังออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาต่างๆ นั้น อาจจะเรียกได้ว่าไม่คุ้มเอาเสียเลย!  &#160; รู้จักร่างกายหลังออกกำลังกาย &#160; ก่อนไปสู่หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ ต้องขออธิบายคร่าวๆ ถึงการทำงานของระบบร่างกายหลังจากออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเสียก่อน การเคลื่อนไหวอย่างหนักหน่วง เช่น การวิ่ง การกระโดด การต่อยมวย หรือการเปลี่ยนทิศทางเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว จะทำให้ไกลโคเจนที่อยู่ในกล้ามเนื้อถูกใช้งานจนหมด ซึ่งอาจสร้างความเสียหาย และความเจ็บปวดชั่วคราวให้กับกล้ามเนื้อ  ขณะเดียวกัน ในสภาพอากาศร้อนชื้น ร่างกายของคนเราจะสูญเสียน้ำจำนวนมากเพื่อผลิตเหงื่อออกมา ทำให้ปริมาตรของเหลวในเลือดลดลง  เพื่อให้เห็นภาพ ขอให้คุณนึกถึงการนำเลือดไปปั่น เลือดจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ ส่วนสีแดงเป็นเซลล์เม็ดเลือดแดง อีกส่วนคือน้ำสีขาวขุ่นๆ เป็นพลาสมาหรือน้ำเลือด  พลาสมาหรือน้ำเลือดนี้จะทำหน้าที่ลำเลียงอาหารที่ถูกย่อยแล้วและเกลือแร่อื่นๆ ไปยังเซลล์ส่วนต่างๆ ตามร่างกาย อีกทั้งช่วยรักษาสมดุลของน้ำในระบบไหลเวียนเลือด ความเป็นกรด &#8211; เบส และรักษาระดับอุณหภูมิของร่างกาย เจ้าพลาสมาหรือน้ำเลือดเลยสะท้อนถึงภาวะสมดุลระหว่างน้ำที่เข้าสู่ร่างกาย และน้ำที่ถูกขับออกจากร่างกาย ปริมาตรของเหลวในเลือดนั้นยังมีความสำคัญเพิ่มขึ้นอีกระดับ นั่นคือ การลำเลียงออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อและอวัยวะต่างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/drinking-after-sport-and-exercise/">ชนแก้วฉลองแชมป์เวิร์กไหม? สำรวจอันตรายจากการดื่มแอลกอฮอล์หลังเล่นกีฬา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลังเล่นกีฬา มองได้ว่าเป็นกิจกรรมที่หลายคนน่าจะคุ้นชินเป็นอย่างดี ตั้งแต่สนามเล็กๆ (เตะบอลเสร็จกินเหล้ากัน) ไปจนถึงสนามใหญ่ๆ (ได้แชมป์ประจำลีกแล้วต้องฉลอง) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางประเทศอย่างออสเตรเลียถือว่าการดื่มหลังแข่งเป็นพิธีกรรมธรรมเนียมปฏิบัติในสังคม ที่</span><span style="font-weight: 400;">แม้แต่</span><span style="font-weight: 400;">นักกีฬามืออาชีพซึ่งต้องดูแลร่างกายให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุดก็ไม่มีข้อยกเว้น ดังจะเห็นได้จากบริเวณขอบสนามหรือสื่อหน้าจอโทรทัศน์ว่าหลังจบแมทช์การแข่งขัน ผู้เล่นต้องดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นสปอนเซอร์อย่างโจ่งแจ้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่า เมื่อพิจารณาจากผลที่เกิดขึ้นจากการดื่มแอลกอฮอล์ต่อสภาวะร่างกาย</span><span style="font-weight: 400;">ของคนที่อยู่ในช่วงหลังออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาต่างๆ นั้น อาจจะเรียกได้ว่าไม่คุ้มเอาเสียเลย</span><span style="font-weight: 400;">! </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>รู้จักร่างกายหลังออกกำลังกาย</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนไปสู่หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ ต้องขออธิบายคร่าวๆ ถึงการทำงานของระบบร่างกายหลังจากออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเสียก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเคลื่อนไหวอย่างหนักหน่วง เช่น การวิ่ง การกระโดด การต่อยมวย หรือการเปลี่ยนทิศทางเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว จะทำให้ไกลโคเจนที่อยู่ในกล้ามเนื้อถูกใช้งานจนหมด ซึ่งอาจสร้างความเสียหาย และความเจ็บปวดชั่วคราวให้กับกล้ามเนื้อ </span></p>
<p>ขณะเดียวกัน <span style="font-weight: 400;">ในสภาพอากาศร้อนชื้น ร่างกายของคนเราจะสูญเสียน้ำจำนวนมากเพื่อผลิตเหงื่อออกมา ทำให้ปริมาตรของเหลวในเลือดลดลง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้เห็นภาพ ขอให้คุณนึกถึงการนำเลือดไปปั่น เลือดจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ ส่วนสีแดงเป็นเซลล์เม็ดเลือดแดง อีกส่วนคือน้ำสีขาวขุ่นๆ เป็นพลาสมาหรือน้ำเลือด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พลาสมาหรือน้ำเลือดนี้จะทำหน้าที่ลำเลียงอาหารที่ถูกย่อยแล้วและเกลือแร่อื่นๆ ไปยังเซลล์ส่วนต่างๆ ตามร่างกาย อีกทั้งช่วย</span><span style="font-weight: 400;">รักษาสมดุลของน้ำในระบบไหลเวียนเลือด ความเป็นกรด &#8211; เบส และรักษาระดับอุณหภูมิของร่างกาย </span><span style="font-weight: 400;">เจ้าพลาสมาหรือน้ำเลือดเลยสะท้อนถึงภาวะสมดุลระหว่างน้ำที่เข้าสู่ร่างกาย และน้ำที่ถูกขับออกจากร่างกาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปริมาตรของเหลวในเลือดนั้นยังมีความสำคัญเพิ่มขึ้นอีกระดับ นั่นคือ การลำเลียงออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อและอวัยวะต่างๆ รวมถึงสารละลายสื่อนำไฟฟ้า เช่น พวกแร่ธาตุที่อยู่ในเครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับการออกกำลังกาย ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการยืด-หดตัวของกล้ามเนื้อ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายอย่างหนัก ร่างกายจะอยู่ในสภาวะเสื่อมสภาพ ทำให้คุณสมบัติเช่น ความแข็งแรง พลัง และความอดทนหายไปชั่วคราว แต่เรื่องเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ ด้วยการปล่อยให้ร่างกายซ่อมแซมเอง หรือกระตุ้นให้เร่งซ่อมแซมด้วยการบริโภคอาหารโภชนาการที่ดีและ</span><span style="font-weight: 400;">ดื่มน้ำในปริมาณเหมาะสมและทันท่วงที</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>ผลของแอลกอฮอล์ต่อร่างกายผู้ชนะ (กีฬา)?</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าคุณเลือกดื่มเครื่องดื่มแอลกออฮอล์หลังการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาแทนน้ำ นั่นอาจทำให้การฟื้นตัวหลังออกกำลังกายแย่ลงในทุกๆ ด้าน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แอลกอฮอล์จะชะลอกระบวนการการซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่เสียหาย ด้วยการยับยั้งการทำงานของฮอร์โมน เช่น ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนหรือฮอร์โมนเพศชาย ยิ่งเป็น</span><span style="font-weight: 400;">นักกีฬาที่มีปัญหาการบาดเจ็บของเนื้อเยื่ออ่อน (เนื้อเยื่อที่ช่วยค้ำจุนอวัยวะ) จะแย่ยิ่งขึ้นไปอีกขั้น เพราะแอลกอฮอล์จะไปขยายตัวหลอดเลือด และกระตุ้นให้เกิดอาการบวมบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ไม่แน่ชัดว่าแอลกอฮอล์สามารถกั้นคลังเก็บพลังงานในกล้ามเนื้อหรือไม่ แต่ทว่า เมื่อนักกีฬาดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปในปริมาณมากๆ พวกเขามีแนวโน้มที่จะบริโภคอาหารที่มีสารอาหารน้อย หรืออาจล้มป่วยในวันถัดไป </span><span style="font-weight: 400;">สิ่งเหล่านี้ก็ทำให้การฟื้นฟูพลังงานกล้ามเนื้อช้าลงในทางอ้อม </span></p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้น การดื่มแอลกอฮอล์ยังส่งผลให้<span style="font-weight: 400;">ระยะเวลาในการนอนลดลง ไม่ว่าจะเป็นอิทธิพลทางตรงอย่างผลกระทบของแอลกอฮอล์ต่อการนอน หรือทางอ้อมอย่างเข้านอนดึกหลังการสังสรรค์ ไม่ว่าทางไหน ถ้าคุณไม่อาจพักผ่อนอย่างเพียงพอและมีคุณภาพ</span><span style="font-weight: 400;"> การซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่เสียหาย การกักเก็บพลังงานใหม่ และการคืนน้ำสู่ร่างกายก็จะยิ่งล่าช้า จึงไม่น่าแปลกใจที่การดื่มแอลกอฮอล์ทันทีหลังจากออกกำลังกายจะทำให้ทั้งความแข็งแรงและพละกำลังฟื้นฟูได้แย่ลงอย่างชัดเจนในวันถัด ๆ ไป และเราอาจทำนายได้ว่าถ้าเกิดอาการเมาค้างระหว่างฝึกซ้อมก็คงให้ผลที่เลวร้ายตามมาเช่นกัน</span></p>
<p>ทั้งนี้ ถ้าคุณคิดว่าการดื่มหลังออกกำลังกายน่าจะทำให้ลดน้ำหนักได้<span style="font-weight: 400;">สัก 2-3 กิโลกรัม ก็คงต้องบอกว่าคุณคิด</span><span style="font-weight: 400;">ผิดมหันต์ เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีพลังงานสูงและมีคุณค่าทางโภชนาการเพียงเล็กน้อย แถมทำให้คุณอยากกินน้ำตาลหรือแป้งมากขึ้น เผลอๆ อาจจะเป็นการเพิ่มน้ำหนักโดยที่คุณไม่รู้ตัวก็ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้านักกีฬาขาดน้ำ การดื่มอะไรบางอย่างย่อมดีกว่าการไม่ดื่มอะไรเลย?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากคุณจำบทความ<strong> <a href="https://alcoholrhythm.com/alcohol-drinker-4/" target="_blank" rel="noopener">&#8220;เหล้ากับเรา : ดื่มแล้วปวดเบา-ดื่มแล้วเมาค้าง&#8221; </a></strong></span><span style="font-weight: 400;">ของ Alcohol Rhythm เปลี่ยนจังหวะชีวิตคนติดเหล้าได้ ในนั้น</span><span style="font-weight: 400;">เคยเล่าไว้ว่าแอลกอฮอล์เป็นยาขับปัสสาวะชั้นดี ทำให้ผู้ดื่มสี่ยงต่ออาการขาดน้ำเพราะสูญเสียของเหลวจำนวนมาก นอกจากนี้ </span><span style="font-weight: 400;">ในงานศึกษาชิ้นหนึ่งยังระบุว่า เมื่อดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีแอลกอฮอล์อยู่ 4% หลังการออกกำลังกาย มันจะเพิ่มการขับปัสสาวะออกจากร่างกาย และทำให้การฟื้นตัวของปริมาตรของเหลวในเลือดของร่างกายช้าลง ดังนั้น ถ้าไม่มีน้ำ การไม่ดื่มแอลกอฮอล์เลย ก็คงจะดีกว่า</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>หากต้องโนแอล !</b></h1>
<h1 style="text-align: center;"><b>แล้วนักกีฬา/นักออกกำลังกายต้องดื่มอะไร?</b></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยผลเสียทั้งหมดทั้งมวลที่มีต่อการฟื้นตัวและการคืนน้ำให้กับร่างกาย จึงไม่น่าแปลกใจที่ American College of Sports Medicine แนะให้นักกีฬาหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ทุกประเภท แล้วหันมา</span><span style="font-weight: 400;">ดื่มเครื่องดื่ม หรือกินอาหารที่มีส่วนผสมของคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และอิเล็กโทรไลต์ (สารจำพวก สังกะสี โพแทสเซียม ง่ายๆ คือ เครื่องดื่มเกลือแร่ ) ทันที หลังการเล่นกีฬาและออกกำลังกาย เพื่อเร่งกระบวนการฟื้นฟู ตัวอย่างเช่น เครื่องดื่มทางกีฬาหรือนมช็อกโกแลต ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อแล้วคืนน้ำให้กับร่างกาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การรวมกันของน้ำเปล่าทั่วๆ ไป กับอาหารที่มีส่วนผสมตามข้างต้นช่วยแก้ปัญหาได้เช่นกัน แต่การกินน้ำเหล่านั้นจำนวนมากๆ ไม่ได้ช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อ และถ้าไม่เติมแร่ธาตุจำพวกอิเล็กโทรไลต์เข้าไปจะไม่สามารถกักเก็บน้ำเอาไว้ในร่างกายได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><b>ไม่ดื่มหลัง งั้นดื่มก่อน?</b></h1>
<h1 style="text-align: center;"><b>ผลกระทบจากการดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเล่นกีฬา/ออกกำลังกาย</b></h1>
<h1 style="text-align: center;"></h1>
<p>คำถามที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งคือ ถ้าเราไม่ดื่มแอลกอฮอล์หลังเล่นกีฬา แล้วถ้าดื่มก่อนล่ะ ผลจะเป็นอย่างไร?</p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยรวมๆ แล้ว การดื่มแอลกอฮอล์ก่อนการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายเป็นอันตรายต่อผู้ดื่ม 2 ส่วนหลักๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนที่หนึ่ง ค่อนข้างคล้ายคลึงกับการดื่มแอลกอฮอล์หลังเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย นั่นคือ แอลกอฮอล์เป็นยาขับปัสสาวะ การดื่มมากเกินไปอาจทำให้ร่างกายขาดน้ำ เนื่องจากแอลกอฮอล์จะทำให้ไตผลิตปัสสาวะมากขึ้น ซึ่งการออกกำลังกายหลังดื่มแอลกอฮอล์ไม่นานนัก อาจทำให้อาการขาดน้ำแย่ลง เพราะมีเหงื่อออกเมื่ออุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นขณะออกกำลังกาย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศาสตราจารย์ Greg Whyte ผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬา กล่าวว่า </span><span style="font-weight: 400;">“การขาดน้ำทำให้สมรรถภาพลดลง” ทั้งยัง</span><span style="font-weight: 400;">ระบุเพิ่มเติมว่าการดื่มน้ำยังช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย เราจึงมีแนวโน้มที่จะร้อนมากเกินไปหากดื่มแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับส่วนที่สอง แอลกอฮอล์รบกวนกระบวนการสร้างพลังงานของร่างกาย เมื่อเกิดการเผาผลาญหรือสลายแอลกอฮอล์ ตับจะไม่สามารถผลิตน้ำตาลกลูโคสได้มากนัก นั่นหมายความว่าร่างกายจะมีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ แต่การออกกำลังกายต้องใช้น้ำตาลในปริมาณสูงเพื่อให้ได้รับพลังงานที่เพียงพอสำหรับใช้งาน หากตับผลิตกลูโคสออกมาไม่เพียงพอ ประสิทธิภาพของการออกกำลังกายจะได้รับผลกระทบในทางลบ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นนี้ ศาสตราจารย์ Greg Whyte ยังกล่าวไว้ด้วยว่า ถ้าร่างกายถูกบังคับให้วิ่งโดยใช้พลังงานจากไขมันมากกว่าน้ำตาลในเลือด ร่างกายจะทำงานได้ช้าลงและมีพลังงานน้อยลง รวมถึงจะไม่สามารถออกกำลังกายอย่างหนักได้  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เป็นผลให้การประสานงาน ความคล่องแคล่ว สมาธิและปฏิกิริยาของร่างกาย อาจได้รับผลกระทบในทางลบเช่นกัน” </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากที่กล่าวมาทั้งหมด ไม่ว่าจะดื่มแอลกอฮอล์ก่อนหรือหลังการเล่นกีฬาและการออกกำลังกาย ย่อมเป็นการสร้างผลกระทบด้านลบสู่ร่างกายของเราๆ ดังนั้นหากประสงค์จะทำกิจกรรมดังกล่าว ควรอย่างยิ่งที่จะ</span><span style="font-weight: 400;">หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ อย่างที่</span><span style="font-weight: 400;">คริสเตียโน โรนัลโด นักฟุตบอลชาวโปรตุเกส ผู้ประสบความสำเร็จระดับโลก เคยให้สัมภาษณ์ว่า </span><span style="font-weight: 400;">สิ่งหนึ่งที่ต้องทำให้รักษาร่างกายสมบูรณ์อยู่เสมอเพื่อการแข่งขัน คือ การงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด โดยเขาเน้นย้ำกับตัวเองและใส่เครื่องหมายดาวกำกับเอาไว้!</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา :</p>
<p><span style="font-weight: 400;">https://theconversation.com/why-alcohol-after-sport-and-exercise-is-a-bad-idea-98313</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">https://www.drinkaware.co.uk/facts/health-effects-of-alcohol/lifestyle/can-alcohol-affect-sports-performance-and-fitness-levels#:~:text=Effects%20of%20alcohol%20on%20sport%20performance,-Overall%2C%20alcohol%20is&amp;text=Exercising%20soon%20after%20drinking%20alcohol,make%20dehydration%20much%20more%20likely.</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">https://www.businessinsider.com/what-cristiano-ronaldo-eats-and-drinks-2018-5</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ : ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/drinking-after-sport-and-exercise/">ชนแก้วฉลองแชมป์เวิร์กไหม? สำรวจอันตรายจากการดื่มแอลกอฮอล์หลังเล่นกีฬา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3580</post-id>	</item>
		<item>
		<title>รู้จัก “ไป๋จิ่ว” เหล้าขาวของชาวจีน กับวัฒนธรรมการดื่มกินสุดเข้มข้น</title>
		<link>https://alcoholrhythm.com/baijiu-chinese-drinking-culture/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=baijiu-chinese-drinking-culture</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Feb 2021 06:20:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เหล้าง่ายง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมการดื่มของคนจีน]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่มแอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[เหล้าจีน]]></category>
		<category><![CDATA[ไป๋จิ่ว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://alcoholrhythm.com/?p=3548</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายประเทศมักมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ประจำชาติ พูดถึงไวน์ เรามักจะนึกถึงประเทศแถบยุโรปอย่างฝรั่งเศส สเปน หรืออิตาลี พูดถึงเบียร์ เราอาจจะนึกถึงเยอรมนี ประเทศที่มีเทศกาลการดื่มเบียร์ระดับโลก เตกีล่าก็นึกถึงประเทศต้นตำรับอย่างเม็กซิโก ขณะที่วอดก้าทำให้หวนคิดถึงประเทศรัสเซีย เมื่อข้ามมายังฝั่งตะวันออก ประเทศญี่ปุ่นก็มีสาเก ประเทศเกาหลีมีโซจู เหล้ารสแรงซึ่งเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกผ่านฉากในซีรีส์และภาพยนตร์ แต่ประเทศจีนที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและวัฒนธรรมทรงอิทธิพล คนทั่วโลกกลับไม่ได้รู้จักเครื่องดื่มมึนเมาประจำชาติจีนอย่าง “ไป๋จิ่ว” มากนัก ขอคารวะ 1 จอกก่อนจะไปรู้จัก ไป๋จิ่ว (Baijiu) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์สีใส เหล้าขาวรสแรงของชาวจีนที่มีแอลกอฮอล์สูงถึง 35-60% เรียกได้ว่าแค่จอกเดียวก็อาจทำให้ร่างกายร้อนผ่าวได้เลย ไป๋จิ่วเป็นเครื่องดื่มที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานของคนจีน มีหลักฐานการพูดถึงไป๋จิ่วตั้งแต่ช่วงราชวงศ์ถัง (ค.ศ.618-907) ผ่านบทกวีของ Bai Juyi และ Yong Tao โดยไป๋จิ่วมีกลิ่นและส่วนผสมแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค แต่จะมีสามส่วนประกอบหลัก ได้แก่ ธัญพืช น้ำ และฉวี่ (qu) ซึ่งเป็นหัวเชื้อที่มาจากธรรมชาติ นำมาผ่านกรรมวิธีหมัก กลั่น เบลนด์จนได้เครื่องดื่มรสแรงที่ชาวจีนจะพากันรินใส่จอกก่อนจะเอ่ยคำว่า “กานเปย (Ganbei)” พาให้ยกซดจนหมดในคำเดียว วัฒนธรรมการดื่มกินของชาวจีนเข้มข้นพอๆ กับประวัติศาสตร์อันยาวนานของแดนมังกร เวลาดื่มไป๋จิ่วมีธรรมเนียมว่าคนที่มีสถานะน้อยกว่าต้องรินเหล้าต่ำกว่าคนที่อาวุโส และมักกินผ่านจอกเล็กๆ การดื่มกินของชาวจีนเกิดขึ้นในหลายวาระโอกาส [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/baijiu-chinese-drinking-culture/">รู้จัก “ไป๋จิ่ว” เหล้าขาวของชาวจีน กับวัฒนธรรมการดื่มกินสุดเข้มข้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">หลายประเทศมักมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ประจำชาติ พูดถึงไวน์ เรามักจะนึกถึงประเทศแถบยุโรปอย่างฝรั่งเศส สเปน หรืออิตาลี พูดถึงเบียร์ เราอาจจะนึกถึงเยอรมนี ประเทศที่มีเทศกาลการดื่มเบียร์ระดับโลก เตกีล่าก็นึกถึงประเทศต้นตำรับอย่างเม็กซิโก ขณะที่วอดก้าทำให้หวนคิดถึงประเทศรัสเซีย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อข้ามมายังฝั่งตะวันออก ประเทศญี่ปุ่นก็มีสาเก ประเทศเกาหลีมีโซจู เหล้ารสแรงซึ่งเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกผ่านฉากในซีรีส์และภาพยนตร์ แต่ประเทศจีนที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและวัฒนธรรมทรงอิทธิพล คนทั่วโลกกลับไม่ได้รู้จักเครื่องดื่มมึนเมาประจำชาติจีนอย่าง “ไป๋จิ่ว” มากนัก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขอคารวะ 1 จอกก่อนจะไปรู้จัก ไป๋จิ่ว (Baijiu) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์สีใส เหล้าขาวรสแรงของชาวจีนที่มีแอลกอฮอล์สูงถึง 35-60% เรียกได้ว่าแค่จอกเดียวก็อาจทำให้ร่างกายร้อนผ่าวได้เลย </span><span style="font-weight: 400;">ไป๋จิ่วเป็นเครื่องดื่มที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานของคนจีน มีหลักฐานการพูดถึงไป๋จิ่วตั้งแต่ช่วงราชวงศ์ถัง (ค.ศ.618-907) ผ่านบทกวีของ</span> <span style="font-weight: 400;">Bai Juyi และ Yong Tao โดยไป๋จิ่วมีกลิ่นและส่วนผสมแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค แต่จะมีสามส่วนประกอบหลัก ได้แก่ ธัญพืช น้ำ และฉวี่ (qu) ซึ่งเป็นหัวเชื้อที่มาจากธรรมชาติ นำมาผ่านกรรมวิธีหมัก กลั่น เบลนด์จนได้เครื่องดื่มรสแรงที่ชาวจีนจะพากันรินใส่จอกก่อนจะเอ่ยคำว่า “กานเปย (Ganbei)” พาให้ยกซดจนหมดในคำเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วัฒนธรรมการดื่มกินของชาวจีนเข้มข้นพอๆ กับประวัติศาสตร์อันยาวนานของแดนมังกร เวลาดื่มไป๋จิ่วมีธรรมเนียมว่าคนที่มีสถานะน้อยกว่าต้องรินเหล้าต่ำกว่าคนที่อาวุโส และมักกินผ่านจอกเล็กๆ การดื่มกินของชาวจีนเกิดขึ้นในหลายวาระโอกาส ทั้งดื่มสังสรรค์ในครอบครัว ดื่มเพื่อเข้าสังคม ดื่มเพื่อธุรกิจ ดื่มเพื่อเฉลิมฉลองให้โอกาสสำคัญต่างๆ เช่น งานแต่งงาน หรือใช้ในพิธีเพื่อเชื่อมโยงกับบรรพบุรุษอย่างงานศพ หรืองานรำลึกถึงบรรพบุรุษ ทำให้ในปีค.ศ.2018 ไป๋จิ่วถูกขายไปกว่า 10.8 พันล้านลิตรมากกว่าวอดก้า วิสกี้ จิน รัมและเตกีล่ารวมกันเสียอีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันจีนมีความพยายามส่งออกเหล้าไป๋จิ่วไปยังตลาดต่างประเทศมากยิ่งขึ้น แม้จะมีอุปสรรคเรื่องชื่อเสียงของตัวเครื่องดื่มเองที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก และเรื่องกลิ่นรสที่คนต่างชาติไม่ค่อยคุ้นชิน แต่ก็เห็นแนวโน้มว่ามีการใช้ไป๋จิ่วเป็นหนึ่งในส่วนผสมของค็อกเทลมากขึ้นเรื่อยๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม อีกประเด็นที่น่าสนใจสำหรับอนาคตของไป๋จิ่ว คือการที่พฤติกรรมการดื่มของคนจีนเริ่มเปลี่ยนไป คนจีนรุ่นใหม่เริ่มดื่มในช่วงอายุที่น้อยลง และมีนักดื่มผู้หญิงเข้าสู่วงการมากขึ้น พวกเขาไม่ได้นิยมไป๋จิ่วเหมือนกับคนรุ่นก่อน เนื่องจากนักดื่มหน้าใหม่มีทางเลือกมากขึ้นจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ รสชาติของไป๋จิ่วเข้มเกินไป ไม่ถูกปาก ทั้งยังมองว่าการดื่มไป๋จิ่วสะท้อนตัวตนที่ไม่ทันสมัย ไม่เข้ากับบุคลิกของตัวเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องสุขภาพที่คนหันมาสนใจมากยิ่งขึ้น ทำให้พวกเขาเลือกที่จะดื่มเครื่องดื่มมึนเมาที่มีปริมาณแอลกอฮอล์น้อยลง หรือลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่นๆ ที่ไม่ใช่แค่ไป๋จิ่วด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="content">
<hr class="wp-block-separator" />
<p>&nbsp;</p>
</div>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่มา:</span></p>
<p><a href="https://medium.com/@mersolluo/chinese-drinking-culture-explained-c04a9ddba8fb">https://medium.com/@mersolluo/chinese-drinking-culture-explained-c04a9ddba8fb</a></p>
<p><a href="https://daxueconsulting.com/understand-drinking-culture-china/"><span style="font-weight: 400;">https://daxueconsulting.com/understand-drinking-culture-china/</span></a></p>
<p><a href="https://www.youtube.com/watch?v=Ku_xdzxWWmk&amp;ab_channel=SouthChinaMorningPost"><span style="font-weight: 400;">https://www.youtube.com/watch?v=Ku_xdzxWWmk&amp;ab_channel=SouthChinaMorningPost</span></a></p>
<p><a href="https://www.youtube.com/watch?v=K-PYuslENeg&amp;ab_channel=Flaviar"><span style="font-weight: 400;">https://www.youtube.com/watch?v=K-PYuslENeg&amp;ab_channel=Flaviar</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">https://www.youtube.com/watch?v=-AEgOKNkR6Y&amp;ab_channel=MingRiverSichuanBaijiu</span></p>
<p><a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Baijiu"><span style="font-weight: 400;">https://en.wikipedia.org/wiki/Baijiu</span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องและภาพ : ทีมงาน Alcohol Rhythm</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com/baijiu-chinese-drinking-culture/">รู้จัก “ไป๋จิ่ว” เหล้าขาวของชาวจีน กับวัฒนธรรมการดื่มกินสุดเข้มข้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://alcoholrhythm.com">Alcohol Rhythm</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3548</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
